สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๔ คน
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าประชุม ๒๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการประชุม นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ นอกจากจะมีการ ถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ตามปกติแล้วนะครับ ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จึงแจ้งต่อที่ประชุมทราบนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการพร้อมแล้วก็แถลงได้เลยนะครับ เชิญครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ สภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอรายงานการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังนี้

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอและได้มีมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่หนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ และมี มติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยมีกระผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏ รายละเอียดตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งได้เสนอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านแล้ว อย่างไรก็ตามกระผมในนามของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญใคร่ขอเรียน สรุปสาระสำคัญของผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ต่อที่ประชุมดังนี้

คณะกรรมาธิการได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ จนแล้วเสร็จในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ รวม ๓๓ วัน โดยได้ร่วมกัน พิจารณารายละเอียดงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น และกองทุน และเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับงบประมาณ รวม ๔๕๒ หน่วยงาน และรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้รับ งบประมาณรวม ๙ หน่วยงาน ทั้งนี้ได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน ๔๓,๔๒๙,๕๑๕,๐๐๐ บาท โดยได้พิจารณาจากเป้าหมายในการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานจริงระยะเวลาในการใช้จ่าย งบประมาณที่เหลืออยู่ประมาณ ๘ เดือน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการนำผลการใช้จ่ายจริง ในงบประมาณที่ผ่านมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างเข้มงวดตลอดจนความพร้อมในการ ดำเนินงาน อาทิเช่น

๑. โครงการหรือรายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือโครงการ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยใช้จ่ายจากการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ หรือการปรับแผน การปฏิบัติงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ หรือเป็น โครงการที่มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

๒. โครงการหรือรายการที่มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ไม่ชัดเจน มีความจำเป็นน้อย มีค่าใช้จ่ายที่ไม่ประหยัด เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้เกิดความประหยัด โดยยังคงเป้าหมายเดิมไว้ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การจ้างที่ปรึกษาและการวิจัย เป็นต้น

๓. โครงการหรือรายการที่มีผลการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้และ คาดว่าไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ หรือรายการผูกพันงบประมาณ เดิมที่ผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่เสนอไว้

๔. รายการงบประมาณต่าง ๆ ที่สามารถประหยัดได้ เช่น การปรับราคา ครุภัณฑ์บางประเภทลงตามราคาตลาดที่มีแนวโน้มลดลง

๕. โครงการหรือรายการที่สามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงิน งบประมาณได้ เช่น เงินรายได้หรือเงินนอกงบประมาณ หรือเงินสะสมที่คงเหลืออยู่ใน หน่วยงานต่าง ๆ และกองทุน และเงินทุนหมุนเวียน เป็นต้น

สำหรับการเพิ่มงบประมาณนั้น คณะกรรมาธิการได้ร่วมกันพิจารณา เพิ่มงบประมาณรายการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ และรายการที่หน่วยงาน ของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานอิสระ ตามรัฐธรรมนูญเสนอคำขอแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยตรงตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๘ วรรคเก้า ในวงเงิน เท่ากับจำนวนที่ปรับลด รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๔๓,๔๒๙,๕๑๕,๐๐๐ บาท โดยจำแนกได้ดังนี้

๑. จัดสรรเพิ่มให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน จำนวน ๓๒,๓๕๔,๘๕๒,๓๐๐ บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม ด้านคมนาคม การพัฒนา ด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา การพัฒนาด้านการศึกษา การพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและ ชุมชน เป็นต้น

๒. จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๑๐,๒๒๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน และจำเป็น โดยมีสัดส่วนการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิ ของรัฐบาลในอัตราร้อยละ ๒๖.๗๗ ซึ่งสูงกว่าที่เสนอไว้ในร่างพระราชบัญญัติเดิม

๓. จัดสรรเพิ่มให้หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานของ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ จำนวน ๘๔๗,๑๖๒,๗๐๐ บาท เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานดังกล่าวดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอกราบเรียนว่าการพิจารณารายละเอียด งบประมาณทั้งการปรับลดและการเพิ่มงบประมาณดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้ให้ ความสำคัญเป็นพิเศษกับเป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รายการที่มี ความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถ ดำเนินการภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น จำนวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการไว้

สำหรับรายละเอียดผลการพิจารณารวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ปรากฏตามเอกสารรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติแล้ว ซึ่งประกอบด้วยเอกสารจำนวน ๖ เล่ม คือเอกสารเล่มที่ ๑ ตอนที่ ๑-๓ ปกสีขาวคาดสีเขียวรวม ๓ เล่ม เป็นเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เอกสาร เล่มที่ ๒ ปกสีขาวคาดสีส้ม เป็นเอกสารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งในเอกสารนี้กระผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะเพิ่ม ข้อความในบรรทัดที่ ๘ โดยเพิ่มข้อความในส่วนท้ายของคำบรรยายหลักการบรรทัดที่ ๓ มีข้อความว่า และเพื่อชดใช้เงินคงคลังเป็นจำนวนเงิน ๕๓,๙๑๗,๙๕๑,๔๐๐ บาท โดยขออนุญาตท่านประธานเพื่อแจกเอกสารใบแก้คำผิดด้วย เอกสารเล่มที่ ๓ ปกสีขาว สีชมพู เป็นเอกสารรายงานผลการพิจารณาปรับลดงบประมาณ เอกสารเล่มที่ ๔ ปกสีขาว คาดสีฟ้า ซึ่งสังเกตได้ว่ามีสีเขียวเข้ม เป็นเอกสารรายงานผลการพิจารณารายการเพิ่มและ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ท่านประธานที่เคารพ ในหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กระผม ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ได้ให้ความสำคัญ เสียสละเวลา และร่วมมือกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อย่างเต็มที่จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่ได้ให้ความร่วมมือในการชี้แจงรายละเอียด และจัดเตรียม เอกสารให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน สุดท้ายนี้ กระผมและ คณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจงรายละเอียดหากจะมีข้อซักถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในแต่ละมาตราต่อไป ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระที่สองนี้ จะเป็นการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรานะครับ หากมาตราใดมีการแก้ไข ผมจะให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ หรือสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน นะครับ ส่วนท่านสมาชิกที่ไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่ผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติไว้ หรือที่กรรมาธิการขอสงวน ความเห็นไว้เท่านั้นนะครับ จากนั้นคณะกรรมาธิการจึงจะชี้แจง จบแล้วถึงจะเป็นการลงมติ ในมาตรานั้น ๆ นะครับ เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ จำนวนรวมของ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็นและผู้สงวนคำแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณผ่องศรี ครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะคะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตก่อนที่จะได้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในฐานะ ที่ท่านสมาชิกได้มอบความไว้วางใจแต่งตั้งให้ดิฉันไปทำหน้าที่ ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่าตามที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ๔๐ กว่าวันที่ผ่านมากรรมาธิการก็ได้ทำ หน้าที่ในเวลาอันจำกัด เนื่องจากว่าปีนี้เป็นปีที่พวกเราทุกคนก็ทราบว่าสถานการณ์ไม่ปกติ การทำงบประมาณล่าช้า แต่ว่าอย่างไรก็ตามกรรมาธิการก็ได้ใช้เวลาที่มีในการตรวจสอบ งบประมาณรายจ่ายในมาตราต่าง ๆ ดิฉันขออนุญาตก่อนที่จะเข้าไปในรายละเอียดทุกมาตรา ภาพรวมอยากจะได้แสดงข้อมูลกราบเรียนให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้เห็นถึง สิ่งที่ดิฉันจะได้สะท้อนเพื่อเป็นพื้นฐานก่อน สิ่งที่เป็นจุดแข็งของงบประมาณก็คงมี แต่ว่า ในเวลาที่จำกัดนี้ดิฉันจะขอพูดถึงเฉพาะส่วนที่มองเห็นแล้วก็เป็นจุดอ่อน ก่อนที่ท่านสมาชิก จะได้ลงมติให้ความเห็นชอบ ดิฉันได้สงวนความเห็นแปรญัตติปรับลดงบประมาณในส่วนของ ภาพรวม ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็อาจจะเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็เห็นว่าปีนี้ทุกส่วนราชการได้ถูกปรับลด งบประมาณมาเบื้องต้นแล้วตอนที่ผ่าน ครม. มา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ การพิจารณาจึงจะดูว่า เหตุผลที่จะต้องปรับลดเพิ่มเติมมีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามดิฉันเห็นว่างบประมาณที่จะผ่านสภา ในวาระที่สอง วาระที่สามนี้ยังสามารถปรับลดงบประมาณได้อีก ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย ที่บางหน่วยงานได้ยืนยันในเรื่องงบประมาณมานะคะ สิ่งที่ประกอบเหตุผลที่ยืนยันการปรับลด งบประมาณครั้งนี้

ประการแรก ดิฉันคิดว่ามีงบประมาณจำนวนมากมายที่มีความซ้ำซ้อนหย่อน ประสิทธิภาพ แล้วก็มีงบประมาณที่หลายหน่วยงานได้จัดสรรไว้ตรงกันเรื่องเดียวกัน แต่ว่า มันยังไม่น่าจะบรรลุเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่นงบประมาณในเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐ หลายหน่วยงานที่มีการจัดตั้งงบประมาณไว้ในเรื่องของการดำเนินการเพื่อการปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการหรือว่าหลาย ๆ หน่วยงานก็จัดไว้ แต่ว่าดูแล้วพวกเราก็คงจะเห็นว่าเป็น ความเป็นห่วงแล้วก็เป็นข้อสังเกตดูว่างบประมาณเหล่านั้นที่ได้ทำ ๆ ไป ถ้าบังเกิดผลพวกเรา ทุกคนที่เป็นคนไทยพสกนิกร ล้วนแต่ถวายความจงรักภักดีแล้วก็อยากจะให้มีการดำเนินการ อย่างบรรลุผล แต่ว่าหลายส่วนยังไม่เห็นว่าจะเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างไร ดังนั้นดิฉันคิดว่า ถ้ามีการจัดสรรงบประมาณอย่างที่สามารถทำแล้วให้มันบรรลุผลก็น่าจะเป็นการดี

อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ดิฉันยังเห็นว่ามีการจัดงบประมาณแบบซ้อนซ้อนแล้วก็ หย่อนประสิทธิภาพ แล้วก็มีงบอยู่ในทุกหน่วยงานแต่ผลงานก็ยังไม่คาดหวังได้ว่าจะบรรลุเป้าหมาย หรือไม่ ก็คืองบในการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดนะคะ จะเห็นได้ว่ามีการจัด งบประมาณไว้ในหลายหน่วยงานมากมาย แต่ว่าเราก็ยังเห็นเป็นสิ่งที่ประจักษ์กับพี่น้อง ประชาชนว่าปัญหายาเสพติดเองก็ยังเป็นเรื่องใหญ่ เหล่านี้ไม่ทราบว่าทำ ๆ ไปแล้วมันจะ บังเกิดผลหรือไม่ ก็ฝากให้ท่านสมาชิก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกด้วย ช่วยกันดู รายละเอียดแล้วก็ตรวจสอบว่างบประมาณเหล่านี้มันไปบังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างไร บางเรื่องมันจะบูรณาการได้จริงอย่างที่พูดหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่า ดิฉันเห็นว่างบประมาณที่รัฐบาลได้จัดสรรมาหลายเรื่อง ท่านเดินหน้าสนองนโยบายก็เป็น เรื่องดีนะคะ เพราะว่านโยบายได้เป็นสัญญาประชาคม แต่นโยบายบางเรื่องมันส่งผลกระทบ ในวงกว้าง ดังนั้นการเดินหน้านโยบายโดยไม่ใส่ใจผลกระทบดิฉันคิดว่าเป็นปัญหานะคะ ยกตัวอย่างงบประมาณในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการสนับสนุนสื่อการเรียน การสอนหรือว่าแท็บเล็ต (Tablet) อันนี้ดิฉันไม่ได้ขัดขวางในเรื่องของการเดินหน้านโยบาย เพราะท่านได้ประกาศไว้แล้ว แต่ทางรัฐบาลจะต้องพึงระวัง เพราะว่าทุกหน่วยงานที่มาเสนองบประมาณต่อคณะกรรมาธิการ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเองก็อาจจะมีข้อกังวล ในเรื่องนี้ แต่เขาไม่กล้าพูด แต่หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงได้สะท้อนชัดเลยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกรมสุขภาพจิต หรือว่าหลายหน่วยงานที่ดูเรื่อง ของการพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาคน หลายคนก็เป็นห่วงว่าการเดินหน้านโยบายการแจก แท็บเล็ต โดยปูพรมพร้อมกันเลยทั่วทั้งประเทศในเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อันนี้ทุกคน เป็นห่วงเรื่องของการพัฒนา เรื่องของอีคิว (EQ) แล้วก็ไอคิว (IQ) ตลอดจนการพัฒนาทักษะ ของเด็ก ๆ ดิฉันเองก็มีโอกาสพบกับบุคลากรทางการศึกษา ทุกคนสะท้อนด้วยความเป็นห่วงว่า เด็ก ๆ ตอนที่อยู่ ป. ๑ สมัยก่อนเราจะฝึกพัฒนาคนเราเอาเรื่องของการฟัง การคิด การอ่าน การเขียนที่เรียกว่า สุ จิ ปุ ลิ มันก็ต้องฝึกมาตั้งแต่วัยเยาว์ เด็ก ป. ๑ อาจจะเป็นช่วงของ พัฒนาการทางสมองอาจจะดี เติบโต แต่ว่าถ้าหากว่าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องของ ทักษะในการอ่านเขียนแล้วก็ฟังก็จะมีปัญหาในเรื่องการพัฒนาคุณภาพทางสติปัญญาแล้วก็ จิตใจ แล้วก็อารมณ์ด้วย นอกจากนั้นก็มีข้อห่วงใยของทางกระทรวงสาธารณสุขเรื่องของ สายตา สายตาของเด็ก ๆ ที่จะต้องใช้แท็บเล็ต แล้วก็ขนาดผู้ใหญ่ดิฉันไปเจอคุณครู คุณครู ก็สะท้อนมาบอกว่าคุณครูก็ยังไม่พร้อม ต้องเตรียม แล้วครูเองก็บอกตัวเองเป็นผู้ใหญ่ยังติดเลย หมกมุ่น เดี๋ยวนี้ก็เล่นคอมพิวเตอร์ เฟซบุค (Facebook) อะไรหรือว่าเกมต่าง ๆ ขนาดเป็น ผู้ใหญ่ยังไม่มีความยับยั้งช่างใจ ถ้าเป็นเด็กจะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องของสุขภาพต่าง ๆ ดิฉัน ได้กราบเรียนแล้วเรื่องทักษะ อันนี้ดิฉันก็ยังเห็นคือเป็นเรื่องของจุดอ่อน ความจริงแล้ว ถ้ามีเสียงทักท้วงรัฐบาลก็น่าจะได้ปรับนะคะว่าคุณครูบอกว่าถ้าเป็นสัก ป. ๓ ป. ๔ ยังพอน่าจะ พัฒนาเด็กมาขั้นหนึ่งแล้ว อันนี้ก็อยากจะฝากไว้เป็นข้อสังเกตระหว่างที่ท่านสมาชิก จะได้เตรียมดูในรายละเอียดว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

กับอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันคิดว่ารัฐบาลก็ยังจัดงบประมาณแบบเกาไม่ถูกที่คัน แล้วก็ไม่ต่อยอดในสิ่งดี บางทียังไม่พร้อมก็เดินหน้า อันนี้ดิฉันเห็นเอง เพราะว่าดูมาในหลาย งบประมาณที่บอกว่าจัดงบไม่ถูกที่ ไม่ต่อยอดของดี แล้วก็ไปใส่ให้ในที่ยังไม่พร้อม ยกตัวอย่างท่านช่วยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกช่วยตรวจสอบรายละเอียดว่า จะเห็นด้วยกับที่ดิฉันได้กราบเรียนหรือไม่ อันแรกก็คือดิฉันเห็นในเรื่องของกองทุน กองทุน หลายกองทุนที่พวกเราประชาชนแล้วก็ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้มีส่วนร่วม ผลักดันในรัฐบาลที่ผ่านมา คือรัฐบาลของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสภาแห่งนี้ก็ได้ ร่วมกันผลักดันกฎหมายเรื่องของกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้มีวินัย ในการออมเงิน แล้วก็มีสวัสดิการมั่นคงในบั้นปลายของชีวิต ถ้าทุกท่านถ้าใครเคยมีส่วนร่วม ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ก็คงจำได้ว่าปีที่แล้วเราผ่านกฎหมายไป แล้วปีนี้กฎหมายก็เริ่มมี ผลบังคับใช้ในมาตรา ๖๖ ของกฎหมายฉบับนี้ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลจะต้องจัดสรร งบประมาณอย่างน้อย ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในวาระเริ่มต้นเพื่อจะให้กองทุนการออมแห่งชาติ ได้เดินหน้า แล้วก็จัดสวัสดิการสมทบให้กับสมาชิก ดิฉันเห็นว่าตอนที่งบประมาณเข้ามาสภา วาระแรกไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทุนการออมแห่งชาติแม้แต่บาทเดียว ไม่มีเลย นะคะ ไม่ทราบว่าอันนี้ก็จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เป็นเรื่องดี แต่ว่ารัฐบาลไม่ต่อยอด เป็นเรื่องโครงการ ที่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ ตอนนี้กองทุนการออมแห่งชาติก็เริ่มมีการคัดเลือกเลขาธิการ กองทุนแล้ว แล้วก็มีกรรมการถ้าเป็นไปตามรอบเข้าใจว่าช่วงนี้พี่น้องประชาชนที่ทำกองทุน สวัสดิการอยู่ทั่วประเทศก็รอที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกองทุน ประมาณเดือนพฤษภาคม ก็จะเปิดรับสมัครสมาชิก ดังนั้นเราก็บอกว่ารัฐบาลทำไมสิ่งดี ๆ ที่เป็นความหวังของคนทั้งประเทศ ท่านไม่ได้จัดสรรให้เลยแม้แต่บาทเดียว ตอนที่เข้าสู่สภาวาระแรก เมื่อการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดิฉันและคณะกรรมาธิการพรรคประชาธิปัตย์ก็ร่วมกัน ทักท้วง เราก็ได้ฟังเสียงสมาชิกทักท้วงมาตั้งแต่วาระที่หนึ่งก็ได้ติดตามทวงถาม ได้มีคำชี้แจง จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สศค. ที่ดูแลงบกองทุนการออมแห่งชาติผ่านกระทรวงการคลัง บอกว่าได้เสนองบประมาณเข้ามาตอนแรก ๒,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ แต่รัฐบาลตัดออกหมด ตอนที่เสนอเข้ามาตอนแรก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัดออกหมดเลย แล้วก็พอมาถูกทักท้วงแบบนี้ว่า กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนค่ะว่าจะต้องจัดสรรให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้รับคำตอบบอกว่า จะขอแปรญัตติกลับเข้ามา ๘๘๐ ล้านบาท เพื่ออย่างน้อยให้ทำงานได้ ดิฉันก็ยังทักท้วงไปใน ชั้นกรรมาธิการนะคะว่า ๘๘๐ ล้านบาทก็ยังไม่เป็นไปตามกฎหมาย ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ออกกฎหมายต่าง ๆ ขนาดที่เราเป็นผู้ออกกฎหมายเอง แต่ว่าไม่เคารพกฎหมาย การจัดสรรเงินหลาย ๆ กองทุนไม่เป็นไปตามกฎหมาย ดิฉันอยากจะกราบเรียนนะคะ พอดิฉัน ก็ทักท้วงว่าถ้าหากแปรญัตติกลับมา ๘๘๐ ล้านบาท มันจะเพียงพอไหม แล้วก็ไม่เป็นไป ตามกฎหมาย เพราะว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าก็บอกว่าจะแปรญัตติกลับมา แต่ถ้าท่าน มาดูตัวเลขในเล่มเอกสารที่แปรญัตติเพิ่ม มันจะมีเล่มที่แปรญัตติเพิ่ม ท่านจะเห็นว่ากองทุน การออมแห่งชาติได้รับงบประมาณจัดสรรแปรญัตติเพิ่มมาเพียง ๒๒๕ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ ๒๒๕ ล้านบาทเป็นแค่ค่าบริหารเบื้องต้นนะคะ ซึ่งถ้าหากว่ามีการเปิดรับสมัครสมาชิก ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกแล้วก็ พี่น้องประชาชนได้รับทราบนะคะ กฎหมายนี้รัฐบาลจะต้องมีการสมทบเงินการออมตาม สัดส่วนของอายุ ก็คืออายุ ๑๕-๓๐ ปี จะต้องสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ออมขั้นต่ำ ๕๐ บาท แล้วก็อายุ ๓๑-๕๐ ปีก็สมทบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อายุ ๕๑ ปีขึ้นไปถึง ๖๐ ปี ก็ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เฉพาะช่วงปีแรกก็จะต้องมีการสมทบสำหรับไม่จำกัดอายุด้วย ดังนั้นดิฉันได้มีโอกาส พูดคุยกับผู้ปฏิบัติ ก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่าแค่ ๒๒๕ ล้านบาทที่รัฐบาลแปรญัตติเข้ามาให้ไม่น่าจะ เพียงพอนะคะ แม้ว่าในกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จะบอกว่าพอก็ตาม แต่ดิฉันก็จะถือว่า อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะว่า สิ่งดีท่านไม่สนใจต่อยอด ไม่สนใจว่ามันจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน อันนี้ไม่มีทุกเพศ ทุกวัย แบบว่าเราสร้างคนแล้วก็เป็นความมั่นคงในระยะยาว แต่ว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจ แถมหลงลืมตัดออกไปทั้งหมดเลย ตอนหลังแปรญัตติมาให้ ๒๒๕ ล้านบาท ก็น้อยมาก

นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายกองทุนที่บอกว่า ให้ท่านช่วยตรวจสอบนะคะ ถ้าเราลงไปดูในเนื้อรายละเอียดหลายงบประมาณนี่ค่ะ ที่หายไปจากเล่มงบประมาณใหญ่ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กองทุนรวมช่วยเหลือเกษตรกรไม่ปรากฏในเล่มงบประมาณนะคะ แต่ถ้าท่านเข้าไปดูในรายละเอียด มันจะมีการใช้หนี้งบประมาณจากสำนักปลัดกระทรวง ยกตัวอย่างสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีการใช้หนี้ไปที่กองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร กองทุนรวมช่วยเหลือเกษตรกรเป็นพัน ๆ ล้านบาท แต่เนื่องจากว่าหน่วยงานเหล่านี้ ไม่ได้เสนองบประมาณเข้ามาขอ เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้มีโอกาสมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ดิฉันก็เลยคิดว่าการทำงบประมาณแบบนี้มันเหมือนกับเป็นการ ไม่แน่ใจว่าเป็น วิธีงบประมาณหรือว่าไม่ต้องการให้ตรวจสอบนะคะ อันนี้ก็ขอฝากให้เป็นข้อสังเกตไว้ ต่อที่ประชุมด้วย เพราะว่าจริง ๆ แล้วกองทุนเหล่านี้มีงบประมาณเพิ่ม เพราะว่ารัฐบาล จัดสรรงบใช้หนี้ให้ แต่เนื่องจากเขาไม่ได้ทำคำของบประมาณเข้ามา ก็เลยทำให้ไม่ต้องมา ชี้แจงต่อกรรมาธิการนะคะว่ามีการดำเนินการใช้จ่ายอย่างไร นอกจากนั้นดิฉันก็บอกแล้วว่า บางงบ บางกองทุนนี่ค่ะ ยังไม่มีความพร้อมเลย เบื้องต้นก็ขอฉายภาพไว้ก่อน แล้วก็รายละเอียด ก็อาจจะมีท่านกรรมาธิการอื่น ๆ ตลอดจนท่านสมาชิกได้ช่วยตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ก็คือ เรื่องของบางเรื่องกองทุนที่ยังไม่มีความพร้อม ก็มีการจัดสรรงบให้ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น อะไร ก็ยังไม่ชัดนะคะ ก็มีการเริ่มต้นให้ แล้วก็ไม่ได้ตั้งเป็นกองทุนชัดเจน ก็ฝากไว้เป็นประเด็น ยกตัวอย่างเช่นกองทุนตั้งตัวได้ ที่หลายคนอาจจะมีคำถามว่าไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนตั้งตัวได้ อันนี้ดิฉันจะขอผ่านไป ยังไม่ลงรายละเอียดนะคะ

อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของที่ดิฉันเห็นในงบประมาณนะคะ กราบเรียน ท่านประธานไปยังสมาชิก ก็คือมีงบที่ปรึกษามากมายในหลายหน่วยงาน หลายกองทุนนะคะ งบที่ปรึกษามากมาย ทั้งที่ปรึกษาภายในแล้วก็ภายนอกประเทศ แต่สุดท้ายก็ได้แต่เอกสาร คำปรึกษา บางเรื่องศึกษาแล้วศึกษาอีกก็ศึกษาไม่จบพอศึกษาแล้วก็มาศึกษาต่อ ก็ยังไม่เห็น ว่างบประมาณเหล่านี้มันจะไปเกิดประสิทธิผลอย่างไรนะคะ

อีกอันหนึ่งที่ให้เป็นข้อสังเกตไว้ก็คืองบงานวิจัยน้อยมาก ประเทศไทยก็มีงบ งานวิจัยน้อยนะคะ ทั้ง ๆ ที่เราก็บอกว่าเรากำลังอยากจะเป็น ๑ ในเอเชียหรือว่าศูนย์กลาง ของโลกในด้านต่าง ๆ ด้วยนี้นะคะ แต่ว่างบวิจัยของเราก็น้อย แต่ว่าน้อยแล้วก็ยังไร้ทิศทาง ไม่บูรณาการกันเหล่านี้ บางเรื่องเขามีหน่วยงานวิจัยไปไกลลิบแล้ว บางหน่วยงานยังตามหลัง อยู่เหล่านี้นะคะ ก็ยังขอฝากเอาไว้

อีกอันหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฟ้องท่านประธานด้วย แล้วก็ฟ้องไปยังท่านสมาชิกนะคะ ก็คือมีเอกสารหลายเรื่องที่กรรมาธิการขอรายละเอียดไป ในที่ประชุมก็รับปากว่าจะให้นะคะ ขอรายละเอียดบอกว่าตอนนี้โดยเฉพาะเรื่องของภัยพิบัตินะคะ ภัยพิบัติน้ำท่วมมากมาย มหาศาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะขณะนี้ก็เกิดขึ้นทางภาคใต้ก็อาจจะยังไม่ทราบ แต่ภัยพิบัติ ที่เกิดทางภาคเหนือตอนล่าง แล้วก็ภาคกลาง บัดนี้มันผ่านไปแล้ว มันน่าจะรู้ตัวเลขแล้วว่าอะไร ที่เสียหายบ้าง ถนนหนทาง แหล่งน้ำ โรงเรียน โรงพยาบาล หรือว่าวัดอะไรอย่างนี้ค่ะ น่าจะมี การสำรวจเรียบร้อยแล้วนะคะ ทางกรรมาธิการก็พยายามทวงถามทุกหน่วยงาน ทุกหน่วยงาน ที่มาชี้แจงก็ตอบนะคะ ตอบบอกว่าจะเอารายละเอียดมาให้ ก็ดิฉันขอบคุณนะคะ หลายหน่วยงานที่ส่งข้อมูลมาตามให้ที่ขอ แต่อีกหลายหน่วยงานรับปากไปอย่างนั้นละค่ะ ก็ไม่ส่งเอกสารมาให้ แม้แต่ทางรัฐบาลเอง เราก็บอกว่างบกลางที่ขอ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าจะมีตัวเลขที่จะชี้แจงอะไรได้บ้าง ตอนนี้ที่ได้ตัวเลขมาเท่าที่เห็นนะคะ ที่ให้กรรมาธิการได้ ตรวจสอบก็ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ ก็อยากจะฝากไว้เป็นเบื้องต้นให้สมาชิกหลายท่านจะได้ตรวจสอบต่อนะคะ นอกจากนั้นแล้ว ก็จะมีหลายหน่วยงานที่ขอไว้ก็ยังไม่ได้ให้มา ยังมีเวลานะคะถ้าวันนี้ท่านจะส่งเอกสารให้ ดิฉันก็จะได้ไม่พูดในรายละเอียดในมาตราอื่น ๆ แต่ถ้าท่านยังไม่ส่งมาให้ ดิฉันคิดว่าก็คง จะต้องทวงถามต่อว่าสิ่งที่ท่านรับปากไว้ แล้วเราจะเชื่อถือได้อย่างไรว่าที่ท่านรับปากว่าจะ เอาเงินงบประมาณไปทำโน้นทำนี่ให้บังเกิดผลมันจะทำได้จริง เพราะขนาดเอกสารท่านบอกว่า จะส่งให้ใน ๓ วัน บางแห่งก็ยังไม่ให้นะคะ อย่างนั้นแล้วก็จะมีอีกหลายเรื่องที่คิดว่า เป็นประเด็นที่พวกเราจะต้องช่วยกันตรวจสอบงบสัมมนาฝึกอบรมที่มีมากมายในหลายหน่วยงาน เช่นกันนะคะ แล้วก็ทางอนุกรรมาธิการก็ช่วยกรุณาไปตรวจสอบปรับลดมาให้แล้ว แต่บางอัน เขาไม่เขียนมาชัดเจนนะคะ ไม่เขียนว่าฝึกอบรม เขาไปใส่ไว้ในงบรายจ่ายอื่น หรือว่า งบดำเนินงานอย่างนี้นะคะก็ไม่สามารถไปตรวจสอบได้ ดิฉันก็อยากจะขอฝากไว้เป็นเบื้องต้น ช่วงแรกว่าในฐานะที่เป็นกรรมาธิการแล้วก็ได้ทำหน้าที่มานะคะ รายละเอียดต่าง ๆ ก็คงจะมีท่านสมาชิกทั้งหลายก็จะได้ช่วยกันตรวจสอบ แต่ว่าเบื้องต้นนี้ขอกราบเรียนว่า สิ่งที่ได้พบได้เห็นก็ยังคิดว่างบประมาณที่รัฐบาลที่ได้เสนอมาในครั้งนี้ถ้าหากว่าเราทำ อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้จ่ายให้บังเกิดผล แล้วก็ประหยัด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ของประเทศ ยังสามารถปรับลดงบประมาณได้อีกนะคะ ดิฉันจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกเป็นเบื้องต้นไว้เท่านี้ก่อนค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอท่านผู้สงวน ความเห็น สงวนคำแปรญัตติก่อนนะครับ เชิญหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ผมก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ขอปรับลดงบประมาณ ตามมาตรา ๓ ไว้ ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ขอแสดงเหตุผลนะครับ งบประมาณนี้ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ เป็นงบขาดดุล ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องกู้เงินมาใช้ ในงบประมาณนี้เพิ่มอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หมายความว่าต้องมีรายได้อยู่ที่ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ หลังจากที่ไปร่วมพิจารณาเป็นกรรมาธิการอยู่หลายวันก็เริ่มจะมองเห็นแล้วว่าตัวเลขเหล่านี้ ท่านประธานครับ มันไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือที่เราได้พูดกันตั้งแต่วาระที่หนึ่งแล้ว ก็คือเรื่องของประมาณการรายได้ที่ท่านตั้งไว้ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เริ่มเห็นแล้วว่า น่าจะเป็นไปไม่ได้ เหตุผล ก็คือเรื่องของอุทกภัยที่เรียกว่าเป็นมหาอุทกภัย มันได้ทำลายฐาน การผลิตโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมไปจำนวนมากทีเดียว และปรากฏว่าจากการนั่งพิจารณา สอบถามหน่วยงานต่าง ๆ แล้วนี่ มันก็ไม่ได้ทำลายเฉพาะในส่วนของพื้นที่ที่น้ำท่วมอย่างเดียว พื้นที่อื่นที่อาศัยชิ้นส่วนในการประกอบอุตสาหกรรมอย่างเช่นชิ้นส่วนรถยนต์อะไรอย่างนี้ พลอยกระทบไปด้วยครับ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะมีสินค้าส่งออกจากภาคอุตสาหกรรมให้ได้ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างเดิมนี่ ตอนนี้ผมว่าเป็นไปไม่ได้แล้วครับ ทีนี้ถ้าจะไปหวังจากพืช การเกษตร ดูพืชตัวหลัก ๆ นะครับ อย่างเช่น ยางพารา คือพวกผมก็พยายามต่อสู้ พยายาม พูดเรื่องราคายางพารามาตลอดเลยครับ เสนอญัตติก็แล้ว ตั้งกระทู้ถามสดก็แล้วนะครับ แต่ว่าถึงวันนี้ราคายางพาราก็ยังอยู่ที่เดิมประมาณ ๘๐ กว่าบาทอยู่ ซึ่งถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ลดลงไปประมาณเศษ ๑ ส่วน ๔ ครับ เพราะฉะนั้นรายได้ที่คิดว่าจะได้จากยางพาราซึ่งเป็นสินค้า ที่ทำรายได้สม่ำเสมอให้กับประเทศเรามาตลอด ตอนนี้มันต้องลดลงไปแล้วละครับ อย่างน้อย ก็คือ ๑ ส่วน ๔

เรื่องข้าวล่ะครับ ข้าวเสียหายมากทีเดียว โครงการจำนำข้าวของท่านแทบจะต้อง กราบกรานให้คนมาจำนำ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะขายข้าวได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วจะได้ ราคาดีมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะเขาบอกกันว่าต่อไปพี่น้องชาวนาก็จะเร่งปลูกข้าว คือขอให้มันเป็นข้าวเป็นเม็ดมาแล้วก็เอามาจำนำเท่านั้น ไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพอีกต่อไป เพราะฉะนั้นมีการคาดหวังคาดหมายกันว่าต่อไปข้าวของไทยที่ออกไปผลผลิตจะมีคุณภาพต่ำ อันนี้คือเหตุผลต่าง ๆ รวมทั้งที่ท่านไปปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็จะส่งผลอีกมากมาย แล้วไหนจะมีโครงการเรื่องของบ้านหลังแรก รถยนต์คันแรกอีก ซึ่งก็เป็นการปรับลดภาษีทั้งนั้น และที่สำคัญก็คือที่ผมเถียงกับเขามาตลอด ก็คือเรื่องภาษีสรรพสามิตที่ลดกรณีช่วยเหลือน้ำมันดีเซลครับ ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวก็จะยกเลิก แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ทำเสียหายไว้เยอะเลยเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าท่านก็ไม่ยกเลิกเสียทีแล้ว ก็ทำต่อ วันนี้ก็ยังไม่ยกเลิกครับ เพราะอะไรครับ เพราะถ้ายกเลิกน้ำมันดีเซลขึ้นไป ๔-๕ บาท ผมว่าท่านคงไม่ยอมหรอกตอนนี้ เพราะว่ากองทุนน้ำมันท่านก็ยังไม่มี ท่านไม่มีเงินมาชดใช้ ในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นเลยครับว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะได้มีรายได้ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปีงบประมาณหน้าที่มาชดเชยเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นท่านมี ๒ ทาง ก็คือ ถ้ายืนยันงบประมาณจำนวนเดิม ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ต้องกู้เพิ่ม กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่พอ หรือท่านจะทำแบบที่ผมบอก ก็คือปรับลดงบประมาณลงมา นี่คือเหตุผล

ประเด็นต่อไปครับ ท่านประธานครับงบลงทุน งบลงทุนตั้งไว้มากกว่าปีที่แล้ว ตั้งไว้ที่ ๔๒๓,๓๘๗ ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้ว ๖๗,๙๐๒.๔ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ท่านก็ทราบดีว่า ปีนี้งบประมาณมันล่าช้ามาแล้ว มันช้ามาประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว มีโอกาสใช้งบลงทุน ประมาณแค่ ๘ เดือนเท่านั้น แต่ยังตั้งมากอีก ทั้ง ๆ ที่เมื่อเวลาไปนั่งพิจารณางบประมาณปรากฏว่าปีที่แล้วหน่วยราชการทั้งหลาย ท่านทราบไหมครับ งบลงทุนเบิกกันได้นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น มีหน่วยงานที่เบิกงบลงทุนได้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์น้อยมาก บางหน่วยงานได้แค่ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น งบลงทุนที่ท่านตั้งไว้ขนาดนี้อย่าหวังเลยครับว่าปีหน้าท่านจะเบิกใช้ได้หมด มันก็จะเป็น เงินค้างท่อเพราะฉะนั้นตัดมันออกเสียบ้างเถอะครับ ตัด ปรับลดลงเท่ากับที่พวกเราเสนอนี้ละ ผมประหยัดเวลาครับ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกยกมือหลายคน

ประเด็นต่อไปที่ต้องตัดก็คือ งบประมาณที่คุณผ่องศรีก็ได้พูดไปบ้างแล้ว คือประเภทที่มันเฮตามกันไป พอรัฐบาลบอกว่าปรองดอง ทุกหน่วยงานตั้งงบปรองดองหมดเลย ทุกหน่วยราชการ ทุกกรม ไม่ใช่ทุกกระทรวงนะครับ ทุกกรมแยกย่อยลงไปอีกมีงบปรองดอง ๆ ๕๒๘.๑ ล้านบาท ทุกหน่วยงานตั้งซ้ำซ้อนกันแล้วไม่รู้จะทำงานอย่างไร ทั้ง ๆ ที่เรื่องของ ปรองดองผมว่าท่านไม่มีความจริงใจหรอกครับ เพราะว่าท่านยังปล่อยให้มีการแบ่งสี แบ่งฝ่ายเกิดขึ้น แล้วสีที่ยังอยู่ก็เป็นสีของพวกท่านเองนะครับ คือสีแดงครับ สีอื่นเขาเลิกกัน หมดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าท่านยังมีการแบ่งสีแบบนี้ท่านเชื่อผมเถอะครับปรองดองไม่ได้ ไม่มีใครเขายอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวนี้ลามปามไปหนักถึงขนาดตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นมาแล้ว หมู่บ้านเสื้อแดงอย่างไรครับ แล้วก็ทางฝ่ายรัฐบาลต้องยอมรับว่า ส.ส. ของท่านหลายคนก็ไปหนุน ให้เปิด ส.ส. ของท่านหลายคนก็ออกไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ไปปราศรัย ไปยุยงให้เขาเปิดหมู่บ้าน เสื้อแดง เพราะฉะนั้นผมถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านทำเรื่องปรองดองท่านไม่จริงใจ ถ้ายังปล่อย ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแสดงว่าท่านไม่มีความจริงใจ แล้วต่อให้ใช้งบประมาณสักกี่หมื่นล้านบาท เป็นไปไม่ได้หรอกครับ คนในหมู่บ้านเองเขาก็อึดอัดบอกว่าเฮ้ยไปดูหมู่บ้านเสื้อแดง ต้องใส่เสื้อแดง ทุกคนหรือครับ ไม่มีหรอกครับ คนอื่นที่เขามีความคิดเป็นตัวของตัวเองเขาอยากอยู่อย่างสงบ อยากอยู่ภายใต้ประเทศที่เป็นปึกแผ่นอันเดียวไม่มีการแบ่งแยกเขาก็ยังมีอีกมากมาย เพราะฉะนั้นงบอันนี้ งบปรองดองตัดไปเถอะครับ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าท่านยังมี พฤติกรรมอย่างนี้

ประเด็นต่อไปครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ขอประท้วงผู้กำลังอภิปราย ตามข้อ ๖๑ การอภิปรายไม่ได้อยู่ใน ประเด็นงบประมาณ เลยเถิดไปถึงเรื่องเสื้อแดง แล้วก็ไม่เข้าใจ การเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงแล้ว ไม่เข้าใจ เขาเปิดโดยอุดมการณ์เพื่อรักษาประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ ไม่ได้แสดงเรื่อง ความไม่สามัคคีเลย เสียหายกับประชาชนที่เปิดหมู่บ้านเสื้อแดง ต้องถอนคำพูด การใส่สีอะไร ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแตกแยก ต้องไปดูเจตนาเขา ท่านเคยไปไหมหมู่บ้านเสื้อแดง ถ้าไม่เคยไปอุดรธานีหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง แล้วไปถาม กอ.รมน. สิที่เขาลงไปสำรวจแล้ว ไปสืบ ไปถามชาวบ้านแล้วเขาเข้าใจว่าอย่างไร เขารายงานว่าอย่างไร ผู้อภิปรายต้องตามไปดู ไม่ใช่ ใครใส่เสื้อแดง เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงคือการทำลายความปรองดอง คำอภิปรายเป็นอย่างนั้น ขอประท้วงท่านประธานบอกให้ผู้กำลังอภิปรายอยู่ในประเด็นและถอนคำพูด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ท่านคุณหมอสุกิจครับ ขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ท่านสงวนความเห็นไว้ในกรณีของ งบปรองดองซึ่งท่านได้พูดเกี่ยวกับงบปรองดองก็ถือว่าอยู่ในกรอบประเด็น เพียงแต่อาจจะ พาดพิงทำให้เกิดความเสียหาย ท่านขจิตรก็ได้ใช้สิทธิชี้แจงข้อพาดพิงที่ทำให้เสียหาย เรียบร้อยนะครับเพราะฉะนั้นก็คงยังไม่ต้องถอนเพียงแต่ให้ระมัดระวัง อย่าให้มีการกระทบ ทำให้คนอื่นเสียหายครับ เชิญคุณหมอต่อครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็คิดว่าผมยังอยู่ ในประเด็น เพราะว่าผมได้ยกเรื่องปรองดอง เรื่องงบประมาณขึ้นมา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อเลยครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

แล้วก็ทั้งหมดก็เป็นความเห็นของผม นะครับ

ประเด็นต่อไปครับ เรื่องของยาเสพติด อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ก็ตั้งงบประมาณ ประเภทเฮตามกันไป พอรัฐบาลบอกว่าจะปราบยาเสพติด ทุกหน่วยงานก็ตั้งกันหมดครับ ตั้งแต่ระดับกระทรวง ระดับกรม กองทัพ แม้แต่ระดับจังหวัดลงไปนี่ครับ ผมว่า อบต. ก็ต้อง ตั้ง แล้วงานก็จะเกิดความซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบจังหวัด ทั้งหมด ครับ เรามีรองนายกรัฐมนตรีที่เก่งกาจในเรื่องของปราบยาเสพติด ท่านบอกแล้วว่าท่านเก่ง เรามี ผบ.ตร. ที่ว่าเป็นมือปราบยาเสพติดดีขนาดนี้ ทำไมต้องตั้งงบมากมายขนาดนี้ครับ เดี๋ยวเขาก็บอกว่าพอสำเร็จขึ้นมาไม่ใช่ฝีมือของท่านหรอก เป็นเพราะว่าถมเงินลงไปเยอะ แล้วท่านก็จะไม่ได้อะไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเรื่องของยาเสพติดนี่ ความสำคัญรู้ครับ ผมเป็นหมอ ผมทราบคนติดยาเสพติดเป็นอย่างไร พฤติกรรมเป็นอย่างไร แล้วอยากให้ ยาเสพติดมันหมดจากประเทศไทยไปครับ แต่การตั้งงบประมาณที่มันเกินเลย เฮตามกัน ตั้งตามกันไป โดยบางหน่วยงานยังไม่รู้เลยว่าจะทำหน้าที่อะไร ผมถามทางกองทัพว่าท่านตั้ง หน่วยงานพิเศษอะไรขึ้นมาหรือเปล่าในการปราบยาเสพติดนี่ เพราะเห็นตั้งงบประมาณไว้เยอะ ก็ปรากฏว่าไม่ละครับ ยังเป็นการลาดตระเวนตามปกติ ตามแนวชายแดนเท่านั้นซึ่งใช้งบปกติ ก็ได้อยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะครับ แต่ให้เห็นว่าถ้างบยาเสพติดมากขนาดนี้ก็น่าจะปรับ ลดลงบ้าง

ประเด็นสุดท้ายครับ อันนี้ก็เช่นเดียวกันเกือบทุกหน่วยงานตอนนี้เรื่องของ การเทิดทูนสถาบัน ๑๑,๒๐๙.๙ ล้านบาท ผมไม่ตัดครับ แต่ขอให้ทำจริง ขอให้ทำด้วยความจริงใจ อย่าปากว่าตาขยิบครับ เช่น เว็บ (Web) หมิ่น ก็เห็นปราบละครับแต่ก็ยังไม่หมดครับ ทุกวันนี้เว็บหมิ่นก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ต้องเอาจริงครับ แล้วไม่ใช่ว่าเทิดทูนสถาบัน แต่กำลัง มีความคิดที่จะเอานักโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ถูกตัดสินจำคุกแล้วไปไว้ในคุกที่สบาย แยกต่างหาก ท่านประธานทราบไหมครับว่ากรมราชทัณฑ์เขาไปปรับปรุงโรงเรียนพลตำรวจ บางเขนเพื่อจะรับนักโทษการเมือง ถ้าเป็นนักโทษการเมืองจริงผมไม่ขัดหรอกครับว่า เขามีความคิดที่แตกต่างกันไป แต่กรณีของข้อเสนอของ คอป. จากการให้สัมภาษณ์ของ อธิบดีกรมราชทัณฑ์บอกว่า คอป. เสนอว่าให้เอานักโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา ๑๑๒ และนักโทษที่ผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ก็หมายถึงว่าทำเว็บหมิ่นนี่ครับไปขังไว้ที่นี่ด้วย ท่านเห็นความแตกต่างหรือเปล่าระหว่างโรงเรียนพลตำรวจกับคุกธรรมดา คุกธรรมดานี้อยู่ กันอย่างแออัดยัดเยียด นอนนี้นอนได้ครึ่งตัวเท่านั้น พลิกตัวไม่ได้ก็จะชนกับคนข้าง ๆ แถมนักโทษโรคเอดส์ก็เอาไปขังรวมด้วย ไม่มีการแยกแยะเพราะไม่รู้ว่าจะติดกันมากมายแค่ไหน เท่าไร แต่คุกโรงเรียนพลตำรวจเป็นคุกแยก ท่านจะเอานักโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปอยู่ใน ที่สบายกว่าคนอื่นเขา อย่างนี้ผมยอมไม่ได้หรอกครับ ผมรักพระเจ้าอยู่หัวของผม ใครมาดู หมิ่นมันจะสบายไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นด้วยเรื่องเหล่านี้ผมจึงขอตัดงบ งบหลังสุดนี้ผมไม่ตัด แต่ให้ท่านทำจริงนะครับ แต่งบที่ผ่านที่ผมได้ชี้แจงรวมทั้งเรื่องของงบปรองดอง ที่มีผู้ประท้วงนี้ผมก็ตัดด้วยนะครับ ก็ขอให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจุติ ไกรฤกษ์ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าสภาได้แต่งตั้งให้ผมนั้นไปทำหน้าที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ผมคิดว่าผมมีความจำเป็นที่ต้องเรียนให้กับที่ประชุมได้รับทราบนอกเหนือไปจากข้อสังเกต ที่คณะกรรมาธิการนั้นได้พิมพ์ไว้ให้ท่าน คือเล่มที่ ๑ สีเขียว ตอนที่ ๓ อยู่ท้าย ๆ คือข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หลายท่านอาจจะได้อ่าน แล้วผมแนะนำว่าควรจะต้องอ่าน เพราะจะได้เห็นว่าที่เราทำงานกันมามีผลเกิดประโยชน์ต่อประเทศและเกิดประโยชน์กับ ประชาชนอย่างไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานนี้เป็นข้อสังเกต ของผมที่ไม่ได้อยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อท่านสมาชิกที่เวลาไปติดตามงบประมาณแล้วจะได้ดูว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปนั้นเงินถึงมือ ประชาชนเจ้าของภาษีหรือไม่

ประการแรก ท่านประธานครับ ท่านผ่องศรีขออนุญาตที่เอ่ยนามก็ได้เอ่ยไป แล้วถึงงบประมาณถึงเรื่องของความซ้ำซ้อนในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งความซ้ำซ้อนนี้ทำ ให้มีการสูญเปล่ามากมาย รายละเอียดผมไม่ลงไปถึงเพราะว่ามีทั้งเรื่องของยาเสพติด มีเรื่อง ของงบเศรษฐกิจพอเพียง มีเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐ สิ่งต่างๆ เหล่านั้น แต่ว่ายังขาดการ บูรณาการกัน ฉะนั้นประโยชน์ที่จะเกิด หรือว่าอิมแพค (Impact) หรือว่าผลกระทบในเชิงบวก ที่จะเกิดขึ้นนั้นยังมีไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้จ่ายไป

อีกประการหนึ่งครับ ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญคือเรื่องงบประจำ ซึ่งเป็นภาระ ของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และจากนี้ไปจะเป็นงบประจำที่มีภาระเพิ่มเติมทุก ๆ ปี คือเรื่องของการเพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ กระทรวงการคลังจะต้องหาเงินงบประมาณมาปีละอย่างน้อย ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขั้นแรก นะครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะมีไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ ปี แล้วก็บวกกับค่าสวัสดิการที่เรา จะต้องเสียอีก ตรงนี้ถ้าพูดกันถึงว่าดีไหมที่คนมีรายได้เพิ่ม ดีครับ แต่หลักการนั้นก็ควรจะเป็นว่า คนที่มีรายได้เพิ่มนั้นก็ควรจะมีผลผลิตเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานของรัฐแล้วก็ให้กับประชาชนด้วย ไม่ใช่เพิ่มไปฟรี ๆ โดยที่ไม่ได้มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการ ไม่ได้มีการปรับปรุงคุณภาพ หรือปริมาณของผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ประการต่อมาครับ ซึ่งผมมีความกังวลแล้วก็พูดอยู่เสมอ คือเรื่องรายจ่าย ประจำคือเรื่องของรถยนต์ รถยนต์เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองมาก ถ้าเรามีกำลังดี กำลังเหมาะ ก็จะเกิดประโยชน์อย่างสูงเพราะว่ามีความคล่องตัวในการใช้งาน แต่วันนี้ผมคิด ว่าการบริหารงานจัดการเรื่องของรถยนต์ของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ ผมคิดว่ามีการละเลย พอสมควรแล้วก็ทิ้งไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนน้อยมาก ตัวเลขที่พยายามรวบรวม จากทุกหน่วยงานที่ส่งเข้ามาของรถยนต์ ผมเอาแค่เฉพาะรถยนต์สี่ล้อเท่านั้น รถบรรทุก แล้วก็ รถเครื่องใช้งานหนักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของกระทรวงมหาดไทยของอะไรต่าง ๆ ยังไม่นับ นับเฉพาะรถสี่ล้อ เป็นรถเก๋งสี่ล้อ จะเป็นกระบะ หรือรถเก๋งนั้นรวมกันแล้ว ทั้งประเทศทุกหน่วยราชการมีอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ คัน ใน ๓๐๐,๐๐๐ คันนี้เรามีจำนวน ข้าราชการพลเรือน หักตำรวจ หักทหารแล้วเรามีอยู่ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ คนเศษ ก็ตีง่าย ๆ คือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ถ้าพูดถึงแล้วก็คือว่าข้าราชการ ๔ คนต่อการใช้รถ ๑ คัน ๔ คนต่อ รถ ๑ คัน ทีนี้หลายหน่วยงานก็เป็นที่ทราบกันก็อาจจะรถนั้นมีทะเบียนสภาพการใช้งานอาจจะใช้ได้ไม่มาก เพราะต้องซ่อมไม่มีเงินซ่อมแต่ก็เก็บไว้เผื่อมีโอกาสที่เบิกจ่ายในเรื่องของค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอ นี่เป็นส่วนที่สิ้นเปลือง แล้วบางแห่งก็จะใช้เก็บไว้เป็นอัตราสำหรับพนักงานขับรถอีกด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเผื่อมีการเข้าไปดูแลจัดการให้เกิดประโยชน์ ให้เกิดความคุ้มค่า ก็จะลดรายจ่ายประจำลงไปได้เยอะ นอกจากนั้นแล้วเรายังมีรถเช่า ปีนี้รถเช่าก็มากมาย มหาศาลอีก ๔,๐๐๐ คัน ซึ่งเป็นเงินจากภาษีประชาชนทั้งนั้น ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งก็คือว่า รถสี่ล้อของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีทั้งหมด ๕๐,๐๐๐ คัน ๕๐,๐๐๐ คันนี้เรามีกำลังพล ตำรวจทั้งชายและหญิง ๒๐๐,๐๐๐ นาย ๒๐๐,๐๐๐ นายเรามีรถยนต์ ๕๐,๐๐๐ คัน ก็หมายความว่าตำรวจนั้น ๔ คนต่อรถยนต์ ๑ คัน ถ้าสามารถนำรถยนต์เหล่านี้มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ประชาชน จะมีความสุขมากกว่านี้เยอะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ในเรื่องของรถยนต์ ซึ่งมีถึง ๕๐,๐๐๐ คันในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่เรา ได้ไปพบเจอก็คือหลายปีที่ผ่านมามีการจัดซื้อเรือ เรือที่มาช่วยในการแก้ปัญหาอุทกภัย สำหรับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ปรากฏว่าเรือที่มีอยู่ทั้งประเทศของหน่วยราชการนั้น มีทั้งหมด ๔๑,๐๐๐ ลำ จะเห็นนะครับว่าตอนที่น้ำท่วมนั้นเราหาเรือแทบไม่เจอหรือเรือ ไม่พอใช้ เรือขาดแคลน ก็เป็นปัญหามาจากการบริหารจัดการของหน่วยราชการนั้น ๆ ขาดการบูรณาการให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน อันนี้ก็เป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าอีกด้วยนะครับ นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะกราบเรียนว่ามีหลายโครงการขาดการใช้หลักวิเคราะห์ความจำเป็น ของโครงการ ความคุ้มค่าของโครงการ ผมอยากจะตั้งประเด็นว่าในอนาคตสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่เราสามารถพึ่งได้ต้องเพิ่มกำลังคนในหน่วยงานของวิเคราะห์และ ประเมินผลของโครงการต่าง ๆ ให้มากกว่านี้แล้วก็ถี่มากกว่านี้ เช่นโครงการกองทุนตั้งตัวได้ ใช้เงินมากแต่ปรากฏว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นพันล้านบาท ไปวิเคราะห์แล้วเงินเหล่านี้มันไม่ไป ถึงมือประชาชนที่ต้องการที่จะตั้งตัวได้ ไปหยุดอยู่ที่ค่าอบรม ค่าบริหารจัดการ ค่าประชาสัมพันธ์ เงินที่จะเกิดประโยชน์ต่อคนที่จะตั้งตัวได้นั้นเพียงแค่ ๑ ใน ๔ เท่านั้นเอง ลักษณะนี้ก็ยืนยันได้ว่าโครงการเช่นนี้ความคุ้มค่านั้นไม่เกิด แล้วผมก็เชื่อว่าจะสำเร็จได้ยาก เพราะว่าคนที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นมีได้น้อย นอกจากนั้นแล้วเงินที่จะไปตั้งตัวได้นั้นที่ ไปช่วยคือช่วยในเรื่องของชดเชยอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการชดเชยอัตราดอกเบี้ยนั้นก็ผลักภาระ ความรับผิดชอบนั้นไปให้ธนาคารทั้งหมด ถ้าใครไม่มีเครดิตเพียงพอที่จะกู้ได้มันก็ไม่เกิด ประโยชน์ เพราะว่าท่านอบรมมาอย่างไรเขากู้เงินไม่ได้เขาก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ ตรงนี้จึงเป็น จุดบอดที่ยังจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไปอีก นอกจากนั้นแล้วขอกราบเรียนว่าโครงการที่ผม ความเห็นของผมเองนะครับ ไม่คุ้มค่าคือเรื่องโครงการของธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ ถามว่า วันนี้โครงการธงฟ้ากระทรวงพาณิชย์ช่วยให้ราคาสินค้าลดลงได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้ก็เห็น ๆ กันแล้วนะครับ ได้ตั้งกระทู้ถามในสภาแล้ว มันช่วยเรื่องราคาสินค้าแทบไม่ได้เลย เพียงแต่ บอกว่าให้มีของในตลาดแค่นั้นละครับมันก็ไม่พอหรอกครับ แล้วเราหมดเงินไปกับโครงการ ธงฟ้าปีหนึ่งเกือบพันล้านบาท ถามว่าแล้วเงินต่าง ๆ เหล่านี้ไปเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ไหม เอาโครงการธงฟ้าไปขายเหมือนกับไปช่วยโปรโมท (Promote) ตลาดนัดมากกว่า ประชาชนจะได้ซื้อของสินค้ามีคุณภาพ สินค้าราคาถูกนั้นไม่สามารถไปได้ทั่วถึง ถ้าจะไป ให้ได้ทั่วถึงนั้นต้องใช้เงินอีกหลายพันล้านบาทจึงจะไปทั่วถึง ฉะนั้นเงินทั้งหลายนั้นไปตก อยู่กับใครครับ ออร์แกนไนเซอร์ (Organizer) ผู้จัดงาน ประชาสัมพันธ์รวยแต่ชาวบ้านนั้นยังจน แล้วก็ยังซื้อของแพงเหมือนเดิม ผมจึงอยากจะฝากสำนักงบประมาณว่าให้มีการวิเคราะห์ โครงการนี้แล้วก็ทบทวนความคุ้มค่าของโครงการจัดงบประมาณให้เหมาะสม ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าในเรื่องของการตั้งงบประมาณ ในแต่ละปีนั้นมีการตั้ง งบประมาณไว้โดยขาดการคำนึงถึงยูนิต คอส (Unit cost) ก็คือต้นทุนต่อหน่วยว่าเท่าไร ถาม ว่าทำไม ปีนี้กรรมาธิการเรานั่งหลังขดหลังแข็งดูในอนุกรรมาธิการครับ ท่านประธาน จะเห็นว่าในรอบแรกก่อนที่งบประมาณทั้งหลายนั้นจะเข้าสู่คณะกรรมาธิการนั้น รัฐบาล ขอปรับลดไปทุกหน่วยงาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อนำเงินทั้งหลายเหล่านั้นไปช่วยอุทกภัยคือ ช่วยน้ำท่วม ฉะนั้นมีการเฉือนไปแล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์รอบแรก ก็ปรากฏว่าพอมาถึงรอบ ๒ คณะกรรมาธิการมีการเขย่ากันอีก เขย่าในที่นี้หมายความว่าดูความเหมาะสมของการจัดสรร งบประมาณซึ่งคณะกรรมาธิการที่ไปดูก็ต้องขอชมเชยนะครับว่าดูด้วยเหตุด้วยผล ไม่ได้ไปข่มขู่ หรือว่าไม่ได้ไปจับบังคับให้เขาเขียน เขาสามารถเสนอปรับลดค่าใช้จ่ายของหน่วยงานเขาเอง ได้เพิ่มเติมขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท ฉะนั้นตรงนี้ผมถึงตั้งข้อสังเกตว่าถ้าดูกันจริง ๆ แล้วแต่ละปี ท่านประธานจะเห็นว่ารอบแรกรัฐบาลได้เงินไป ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการนี้ ปรับเพิ่มเติมได้อีก อย่างน้อยที่สุดเงินแสนล้านบาทที่เราลดต้นทุนต่อหน่วยในการดำเนินการ เราสามารถจัดสรรไปถึงมือประชาชนในรูปแบบอื่นที่เกิดประโยชน์มากกว่า ถึงประชาชน โดยตรงเลยไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางที่ยังไม่สามารถทำได้ทั่วถึงจากปัญหาอุทกภัยและภาคใต้ วันนี้ก็มีน้ำท่วมเพิ่ม ก็ยังไม่มีงบเพื่อจะไปรอตรงนั้นแม้กระทั่งงบอาหารกลางวัน แม้กระทั่ง งบอุดหนุนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งจะถึงคนจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจน ๆ นั้นมันก็มีได้น้อย ฉะนั้นตรงนี้สามารถไปจัดสรรตรงนั้นได้ มีข้อหนึ่งซึ่งผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือเรื่องการปรับลดงบของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เหตุผลของกระผมก็คือว่าปีนี้ เป็นปีพิเศษ พิเศษที่ว่ามีปัญหาน้ำท่วม มีปัญหาเศรษฐกิจ คนตกงาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ มีการกลับเข้าไปทำงานหลังจากโรงงานเริ่มเปิดแล้วประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน ยังเหลือ แรงงานอีกไม่ต่ำกว่า ๕๕๐,๐๐๐ ตำแหน่งที่ยังไม่ได้กลับเข้าไปทำงาน แล้วยังรับเงินเพียงแค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน บางแห่งให้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน วันนี้คนเหล่านี้ กำลังจะหมดตัวเพราะรองานทำไม่ทราบว่าโรงงานจะเปิดได้เมื่อไร เมื่อเปิดแล้วจะมีงานโอที (OT) ค่าล่วงเวลาทำเหมือนเดิมหรือไม่ แค่นั้นยังไม่พอ มีปัญหาค้างจากที่ต้องหยุดงานมา ๓ เดือนก็คือ ภาระหนี้บัตรเครดิต ภาระของการผ่อนบ้าน ภาระของการผ่อนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ผมได้สำรวจว่าบริษัทที่ปล่อยทำลีสซิ่ง (Leasing) สินเชื่อเช่าซื้อ รถจักรยานยนต์นะครับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพียงแค่ไม่กี่บริษัท ขณะนี้คนโรงงานที่ตกงาน หยุดชำระผ่อนค่าเช่ารถจักรยานยนต์ ลีสซิ่ง อย่างน้อย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบัญชีที่ไม่มีเงินชำระ ไม่ต้องพูดถึงเงินที่จะต้องส่งลูกเรียน แล้ววันนี้ถ้าเขาหางานทำไม่ได้เขาก็ต้องกลับบ้าน ปัญหาของลูกที่จะเรียนหนังสือต่อก็มีปัญหามาก เพราะฉะนั้นผมมองว่ากองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาวันนี้มีเหตุผล มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนแต่ว่าถูกปรับลด เดิมทีปีที่แล้วงบกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นได้รับจัดสรร ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ปรับลดลง อย่างน้อย ๗,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมันควรจะสวนทางกัน เพราะวันนี้คนปากกัดตีนถีบ หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินจะส่งลูกเรียน ไม่มีเงินจะผ่อนรถ ไม่มีเงินจะผ่อนบ้าน ไม่มีเงินจะผ่อนบัตรเครดิต ต้องเลือกไว้สักอันหนึ่งหรือสองอัน อันที่ ๑ ก็คือคงจะต้องผ่อนบ้านเพื่อให้ไม่โดนไล่ออกจากบ้าน บ้านไม่โดนยึด อันที่ ๒ ลูกต้องเรียนหนังสือ หลายคนอาจจะคิดสั้นให้ลูกออกจากเรียน กลางคันและเมื่อลูกออกจากเรียนกลางคันแล้วให้มาช่วยพ่อแม่ทำมาหากินหารายได้ เด็กหมดอนาคตนะครับ มันจะเป็นเจนเนอเรชั่น (Generation) หรือว่าเป็นรุ่นของคนที่สูญเปล่าที่ตกงานแล้วขาด คุณภาพ แล้วถ้าเผื่อท่านไปดูตัวเลขกรมอาชีวศึกษาก็ประกาศมาแล้วว่าขณะนี้มีเด็กนักเรียน ที่ต้องลาออกกลางคัน กลางปี กลางเทอม เพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เด็กกรมอาชีวศึกษา ลาออกกลางคันเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยสาเหตุที่ไม่มีเงินที่จะเรียนหนังสือต่อ แต่วันนี้ เรากลับจัดงบประมาณสวนทางกับความเป็นจริง สวนทางกับความจำเป็นของประเทศ สวนทางกับปัญหาของประชาชนโดยสิ้นเชิง ผมจึงขอวิงวอนไว้ว่างบกลางที่ยังไม่ได้แสดง ความโปร่งใสให้ครบถ้วน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอวิงวอนว่าอำนาจนั้นเป็นของ ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นของคณะรัฐมนตรี โปรดพิจารณาครับว่าเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ปีนี้นั้นวิกฤติ เมื่อวิกฤติแล้วก็อยากจะให้ท่านนั้นเพิ่มในส่วนของเงินงบกลางเพื่อช่วยเหลือ เด็กต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีอนาคตสามารถกลับไปเรียนหนังสือได้ แล้วก็อย่างน้อยที่สุดเป็น การลงทุนของประเทศระยะสั้น ระยะยาวเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ดังนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจจะรายงานให้กับที่ประชุมได้ทราบ ไว้ชั้นหนึ่งก่อน ส่วนในรายละเอียดตามรายกระทรวงนั้นผมจะขอใช้สิทธิอภิปรายเป็นรายกระทรวง ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลำภู

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตทำหน้าที่ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้ที่ออกกฎหมายที่สำคัญที่สุดของประเทศ วันนี้เรากำลัง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลได้จัดงบ ในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นภาพรวมของงบประมาณทั้งหมด ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ในเบื้องต้นกระผม ได้แปรญัตติในมาตรา ๓ นี้ไว้ แต่จากการที่ได้ศึกษาเอกสาร ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาอย่างรวดเร็ว แล้วก็อาจจะเป็นครั้งหนึ่งของประเทศไทยที่ต้องจารึกไว้ว่า การจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณรวดเร็วแล้วก็ทันใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตสั้น ๆ ที่จะฝากทางคณะกรรมาธิการและฝากไปถึงทาง ภาครัฐบาล ซึ่งจะต้องนำเม็ดเงินจำนวนนี้ลงไปบริหารจัดการให้ทัน

เรื่องแรก ท่านประธานครับ เรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากภาวะ วิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นปัจจุบันนี้ กระผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะต้องทำทุกวิถีทางที่ทำอย่างไรเม็ด เงินจำนวน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี้จะลงไปถึงมือประชาชนให้รวดเร็วเร่งด่วน ในการบูรณะ เยียวยาฟื้นฟู ซึ่งสุดท้ายก็จะส่งผลสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็ยังมีข้อสังเกต ซึ่งทางคณะกรรมาธิการและหน่วยราชการที่จะต้องรับไปพิจารณานั่นคือจำนวนเวลาที่เหลือ ของปีงบประมาณนี้ เราเหลือเวลาในการบริหารงบ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี้เพียง ๘ เดือน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งใดก็ตามแต่ที่เป็นข้อติดขัดหรือเป็นข้อที่ทำให้งบประมาณล่าช้า ก็ฝากส่วนราชการช่วยดูแลให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด

อีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งเป็นงบประมาณที่สำคัญ แม้ว่าทางรัฐบาลเองอาจจะตั้ง งบประมาณได้ไม่ครบ นั่นก็คือเรื่องของโครงการเอสเอ็มแอล (SML) หรือโครงการพัฒนา ศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน ฝากทางท่านกรรมาธิการและรัฐบาลที่เกี่ยวข้องช่วยดูด้วยว่า โครงการเอสเอ็มแอลนี้เป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นการที่จะช่วยให้กับประชาชนในชุมชนนั้น ๆ แก้ปัญหาชุมชนของเขาโดยตัวเขาเอง รัฐบาลไม่ควรที่จะเข้าไปชี้นำหรือส่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปชี้นำเพื่อที่จะหาประโยชน์จากตรงนี้ ไม่ควรทำนะครับ

อีกข้อสังเกตหนึ่งของงบประมาณภาพรวมนี้ก็คือเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งผมดูงบประมาณโดยเฉพาะในเรื่องของงบกลางนี่รัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้ค่อนข้าง พอสมควรนะครับ ซึ่งคิดว่าน่าจะสามารถเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนได้

สุดท้ายครับ เรื่องของธรรมชาติซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปีที่แล้วเราเจอ ปัญหาภัยธรรมชาติเรื่องน้ำ ต้นปีนี้ก็มีภัยธรรมชาติเข้ามาอีกเรื่องของความหนาว ภัยหนาวก็มา อย่างรวดเร็วแล้วก็รุนแรงพอสมควรและคิดว่าเดือนเมษายนนี้ภัยแล้งก็จะมาเยือนอีกนะครับ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้านะครับ

สุดท้ายของสุดท้ายก็ขอให้กำลังใจข้าราชการซึ่งจะนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปปฏิบัติ ก็ขอให้ท่านมีกำลังใจที่จะทำแม้ว่าอาจจะมีบางเรื่องที่ผ่านมาอาจจะโดนตรวจสอบ แล้วก็มีการกระทำเหมือนกับว่าทำผิดร้ายแรง ซึ่งจริง ๆ แล้วข้าราชการเหล่านั้นบางส่วนก็ได้ ทำตามกฎและระเบียบของทางราชการ ทางฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ขอเป็นกำลังใจ ให้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณในเสียงข้างน้อย แล้วก็ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของงบกลางในวันนี้ซึ่งก็เป็นที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งการใช้งบกลางของรัฐบาล ซึ่งตั้งไว้มากพอสมควรถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น เพราะว่าในงบของรัฐบาลตั้งไว้แล้วก็ จะไปใช้ในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาหรือว่าจะไปใช้ในเรื่องของอุบัติภัยซึ่งจะเกิดขึ้น ในข้างหน้า แต่ในภาพรวมแล้วที่เราได้พิจารณากันในชั้นกรรมาธิการนั้นก็ไม่มีในรายละเอียด เราก็พยายามที่จะได้ขอในรายละเอียดในบางส่วนซึ่งก็สามารถที่จะทำเป็นงบประมาณไว้ได้ ในส่วนหนึ่งนั้นก็ไม่สามารถที่จะได้รายละเอียดเท่าที่ควรนะครับ ฉะนั้นก็เป็นที่น่าเป็นห่วงว่า ในเรื่องของงบที่จะไปใช้นั้นมันก็จะเกิดความซ้ำซ้อนในการที่ให้คณะกรรมาธิการได้ไป พิจารณา เพราะว่างบไม่ว่าจะเป็นงบกลางของรัฐบาลซึ่งตั้งไว้เป็นงบกลางเองแล้วยังมี งบเยียวยา มีงบจังหวัด แล้วก็งบลงทุนของรัฐบาล ซึ่งก็ไม่สามารถที่ทำให้กรรมาธิการนั้น ได้ดูแยกงบแต่ละประเภทได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ในเรื่องของน้ำท่วมเสียหาย เป็นจำนวนมาก ในเรื่องของน้ำท่วมที่เสียหายเป็นจำนวนมากนั้นไม่ว่าจะเป็นในงบของเรื่อง การไปเยียวยาในการซ่อมถนนหนทางต่าง ๆ มันก็มีหน่วยงานอื่น ๆ หลาย ๆ หน่วยงาน ก็ของบเข้ามาไม่ว่าจะเป็นของจังหวัดเอง ถ้าไปดูแล้วในแต่ละจังหวัดนั้นก็มีการของบตัวเล็ก ๆ ซ้ำซ้อนกันมาเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะ เป็นของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ แหล่งน้ำต่าง ๆ เอง ซึ่งผมดูแล้วก็เป็นที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของแหล่งน้ำในการที่จะมาดู ในเรื่องของทั้งน้ำท่วม แล้วก็น้ำแล้งไปในตัวในพร้อมกันทีเดียวนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ หน่วยงานหลักซึ่งจะแก้เรื่องปัญหาน้ำท่วมในอันที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าให้ได้อย่างถาวร แล้วก็ มีความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่ ส่วนใหญ่ทุกคนก็มุ่งไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คือที่กรมชลประทานนะครับ ของกรมชลประทานก็ได้ดูแลในเรื่องแหล่งน้ำเป็นหลัก แล้วมันก็ จะมีของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นี่ก็อีกกระทรวงหนึ่ง ก็เข้ามาดูแลในเรื่องน้ำเหมือนกันนะครับ แต่ว่าในการจัดตั้งงบนั้นก็ยังมีหลายแห่งที่เรา ได้พิจารณากันมานั้นเป็นงบที่ซ้ำซ้อนหลายจังหวัดทั้ง ๆ ที่อยู่ในคลองเดียวกัน กรมชลประทานก็ทำ กรมทรัพยากรน้ำก็ทำ หรือแม้กระทั่งกรมพัฒนาที่ดินก็ทำ อยู่ในจุดเดียวกันคลองเดียวกัน อยู่ในอำเภอเดียวกันทั้งนั้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราก็พะวงแล้วก็ให้ขอสังเกตในชั้นกรรมาธิการมาแล้วเหมือนกันนะครับ แล้วโดยเฉพาะที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเป็นโมเดล (Model) บางระกำ ที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าจริง ๆ แล้วเวลาตั้งงบประมาณ มาแก้ไขในเรื่องของภัยพิบัติน้ำท่วมในเขตภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มแม่น้ำยมนั้น งบประมาณในการพัฒนาลุ่มแม่น้ำยมนั้น ผมดูแล้วมันมีน้อยมาก ท่านประธานครับ ผมเองนั้น ได้ฟังคำชี้แจงจากหลาย ๆ หน่วยงานที่เข้าไปชี้แจงในกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ท่านก็ได้ให้ผังในเรื่องของการปล่อยน้ำ ท่านก็ได้ให้เห็น ในเรื่องของการกักเก็บน้ำในภาคเหนือมาทั้งหมด ผลสรุปว่าน้ำที่ท่วมในภาคกลาง ในกรุงเทพฯในครั้งนี้ มันมีสาเหตุมาจากแม่น้ำยมนั่นเอง ซึ่งทำให้น้ำท่วมในภาคกลางและ ภาคเหนือ ทั้ง ๆ ที่ในแม่น้ำในภาคเหนือนั้นมี ๔ แม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำยม ปิง วัง น่าน แม่น้ำน่านกับแม่น้ำปิงนั้นก็มีเขื่อนทั้ง ๒ เขื่อน เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำมาแล้ว มารวมกันยังไม่เท่ากับแม่น้ำยมแม่น้ำเดียวซึ่งน้ำบ่าไหลหลากเข้ามาถึง ๖,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร แม่น้ำปิง ๒,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร แม่น้ำน่านก็ ๒,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตรเอง รวมกัน ยังไม่เท่ากับแม่น้ำยม ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขาก็ชี้แจงมาแล้ว ฉะนั้นเมื่อเรา มาดูในงบประมาณในเรื่องของการตั้งงบประมาณในการที่จะดูแลในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ในครั้งนี้ แม่น้ำยมเองนั้นผมดูแล้วก็แทบไม่มีอะไรเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซึ่งพูดกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่พูดกันมาตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำอ่างเก็บน้ำ แม่ยมตอนล่าง แม่ยมตอนบน ซึ่งจะเป็นการชะลอการไหลน้ำไม่ให้น้ำท่วมในภาคเหนือ ตอนล่าง ภาคกลางและในกรุงเทพมหานครต่อไปนั้นก็แทบไม่มี ฉะนั้นผมเองก็ต้องฝากกับ ทางรัฐบาลว่าท่านมีงบกลาง งบเยียวยาอันนี้ ท่านทำอย่างไรจะบูรณาการแม่น้ำยมไม่ให้ท่วม ในที่อื่น ๆ อีกด้วยนะครับ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ ฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการก็ได้พูดกันเยอะ พอสมควร แล้วในหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นงบ แม้กระทั่งอาจารย์ผ่องศรีก็ได้อภิปรายไปใน ช่วงแรก ซึ่งรัฐบาลที่แล้วก็ได้ออกเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กฎหมายมาหลาย ๆ ฉบับซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ในงบครั้งนี้ก็ไม่มีงบประมาณที่ตั้งไว้ อย่างเช่นงบการออมแห่งชาติ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้น ไม่มีแม้แต่บาทเดียว พวกเราก็ได้พยายามท้วง ติงกับทางรัฐบาลในการอภิปรายว่า ใน พ.ร.บ. เขากำหนดให้ตั้งมา ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ครม. ก็ได้มาแปรญัตติปรับมาใส่เอาไว้ให้เพียง ๒๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็ไม่เพียงพอในการ ที่จะได้ดำเนินงานในเรื่องของประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของ พ.ร.บ. การออมแห่งชาติ อย่างนี้เป็นต้น ในหลาย ๆ อย่างซึ่งในงบที่มีปัญหา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าเป็นห่วง ในเรื่องของการใช้งบในครั้งนี้ก็คือในระยะเวลาอันน้อยนิดที่เหลือสั้นเพียงแค่ ๗-๘ เดือน ก็คิดว่าต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ก็จะใช้ได้ รีบประกาศใช้ แต่ว่าการใช้งบ มันก็เหลือน้อย ซึ่งผมเกรงว่าในเมื่องบออกมาใช้แล้วนี่ ทางส่วนราชการก็ไม่สามารถที่จะใช้งบทัน แล้วก็ถ้าหากว่ามีฝนตกหรือว่าน้ำท่วมขึ้นมาอีก งบต่าง ๆ ซึ่งเป็นงบลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะทำถนนหนทาง ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคลองต่าง ๆ นั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมาอีก แล้วในหน่วยราชการซึ่งมาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ชัดว่างบค้างท่อ หรืองบประมาณที่ยังใช้ไม่หมด แล้วก็ไปกันเงิน ทั้งก่อหนี้ผูกพันและไม่ได้ก่อหนี้นั้นมีมากเหลือเกินแล้วก็ไม่สามารถที่จะใช้งบได้หมดทั้ง ๆ ที่ มีเวลากรอบการใช้งบนั้นเต็มปี แต่งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ กรอบการใช้งบประมาณมีเพียงแค่ ๗-๘ เดือนเท่านั้น เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็ให้ข้อสังเกตกับทางรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร ถ้างบประมาณตัวนี้ออกแล้วในงบลงทุนออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไปปรับปรุงบูรณะถนน หรือไปทำถนนใหม่ก็ช่าง หรือแม้กระทั่งเรื่องของการไปดูแลเรื่องแหล่งน้ำซึ่งที่เกิดปัญหา มาแล้ว ทำอย่างไรเขาสามารถจะหาผู้รับจ้างมาดำเนินการได้อย่างฉับไวแล้วก็ให้ทัน ต่อเหตุการณ์ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเกิดปัญหาอีกในเรื่องของน้ำท่วมแล้วก็ปัญหากับผู้รับเหมา ซึ่งไม่สามารถที่จะไปดำเนินงานหรือว่าทำงานได้นะครับ อันนี้ก็ฝากไว้กับทางรัฐบาลนะครับ แล้วก็ในต่อ ๆ ไปผมก็จะได้ขอใช้สิทธิในการอภิปรายที่ผมแปรญัตติไว้ในแต่ละมาตราครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ ท่านสถาพรมีอะไรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลำพูน

ท่านไม่มองมาทางผมเลย ผมแปรญัตติก่อน คุณสุนทรีนะครับ ลองเช็ก (Check) ดูสิครับ แล้วท่านให้คุณสุนทรีไม่ว่ากันนะครับ ทำไม ท่านประธานชี้ก่อน ผิดข้อบังคับครับท่านประธาน วินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่หรอกครับ ก็แปรญัตติด้วยกันทั้งคู่ครับ ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวผมให้สถาพรต่อจากสุนทรีครับ เชิญครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านสถาพรที่เสียสละให้ดิฉันได้มี โอกาสแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ก่อนนะคะ

เรื่องแรกค่ะท่านประธาน คงจะต้องเรียนว่าเหตุที่ดิฉันได้สงวนความคิดเห็น ในการขอปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ จำนวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ลง ปรับลดลง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒,๓๘๐ ล้านบาทก็มีหลายสาเหตุค่ะ แต่ว่า ก่อนที่จะพูดถึงสาเหตุที่ดิฉันขอปรับลดก็คงจะต้องขอชมเชยทางรัฐบาลแล้วก็ทาง คณะกรรมาธิการก่อนค่ะว่า การแก้ไขปัญหาในเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ทางรัฐบาลเอง ก็ให้ความสนใจ เอาใจใส่ต่อความเดือดร้อนของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูได้จาก รายการปรับเพิ่มค่ะ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางคณะกรรมาธิการมีการปรับเพิ่มตามที่ทางคณะรัฐมนตรี เสนอปรับมาอยู่อีกที่ ๕๑๒ ล้านบาท ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลแล้วก็กรรมาธิการมีความ เอาใจใส่แล้วก็มีการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงให้กับพี่น้องในทุกจังหวัด ถึงแม้ว่า ส.ส. ของเราที่จะเป็นสมาชิกของพรรคฝ่ายรัฐบาลจะไม่มีอยู่ที่ทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย แต่ก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึงค่ะ

ส่วนเหตุผลที่ดิฉันจำเป็นต้องขอปรับลดในครั้งนี้ ต้องเรียนก่อนเลยค่ะ ท่านประธานว่าจริง ๆ ดิฉันเองไม่ได้อยากจะปรับลดงบประมาณลงเลยค่ะ เนื่องจากว่า ที่จำเป็นต้องเสนอปรับลดในครั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าถ้าไม่เสนอปรับลดไว้ดิฉันเองก็จะไม่มีโอกาส แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณในครั้งนี้นะคะ เหตุผลที่ดิฉันปรับลดลง ๒,๓๘๐ ล้านบาทมี ดังต่อไปนี้ค่ะท่านประธาน

ประเด็นแรกเลยก็ไปดูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ เนื่องจากว่าจะมี ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการค่ะว่าทุกปีเมื่อมีการพิจารณา งบประมาณเราจะได้ยินพูดกันตลอดเลยนะคะว่ามีการกระจุกตัว ไม่มีการกระจายตัว เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ปีนี้ท่านกรรมาธิการได้มี การตรวจสอบหรือว่าดูรายละเอียดหรือเปล่าคะว่ามีการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมทั้งหมด หรือเปล่า และที่สำคัญดิฉันเป็นห่วงอีกเรื่องก็คืองบประมาณบริหารจัดการน้ำของทั้งประเทศ จำนวนหลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ มียอดงบประมาณอยู่ที่ ๕๓,๑๐๘ ล้านบาท อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดิฉันเข้าใจว่างบประมาณในส่วนนี้ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการว่าได้สอบถามหน่วยงาน หรือเปล่าคะว่าเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งมีปัญหาในเรื่อง การขาดแคลนน้ำ ไม่ว่าจะเป็นในหน้าแล้งหรือว่าในหน้าฝนหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่ามันจะไม่เกี่ยวข้องกับงบที่จะไปใช้ในเรื่องของการฟื้นฟู จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทางรัฐบาลจะเสนอขอมาช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตรงนี้ก็ต้อง สอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ และอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามในเรื่อง เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมว่า ทำไมหน่วยงาน คือกรมชลประทานมีการบอกกล่าวกันทั่วไปเลยนะคะ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ ที่จะต้อง ไปสร้างเพื่อแก้ไขปัญหา บอกว่าถ้าโครงการเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ถ้าเกิดมีปัญหา ในการพังออกมาจะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่างเช่นเรื่องโครงการของฝายพระอาจารย์จื๊อ ปี ๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณเพียง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่หรือคะโครงการที่บอกว่าอันตราย ถ้าไม่ได้รับงบประมาณก่อสร้าง แต่ได้เพียง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องถามท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการถามถึงเหตุผลหรือเปล่า และที่สำคัญดิฉันอยากจะทราบว่าท่านได้ดูหรือเปล่าว่างวดนี้ จะไม่มีปัญหาเรื่องการกระจุกตัวของงบประมาณที่ลงในเรื่องของการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ของพี่น้องทั้งประเทศ

ประเด็นต่อไป ที่ดิฉันจำเป็นจะต้องปรับลดก็คือในเรื่องของการจัดซื้อ ครุภัณฑ์ทางการศึกษาของกรมอาชีวศึกษาหรือเราจะเรียกกันในนามของสำนักงาน การอาชีวศึกษา อยากจะสอบถามท่านกรรมาธิการว่า ในปีนี้มีปัญหาแบบปีที่ผ่านมาหรือเปล่า ดิฉันขอยกตัวอย่างแล้วกันนะคะ ท่านประธาน ปีที่ผ่านมา เอาง่าย ๆ ที่จังหวัดชัยภูมิของ ดิฉันเอง วิทยาลัยสารพัดช่างชัยภูมิ ไม่มีเด็กนักเรียนที่เรียนสาขาสิ่งทอ แต่ได้รับครุภัณฑ์ ในเรื่องสิ่งทอ จากงบ เอสพี ๒ (SP2) จำนวน ๒๐ ล้านบาท งบปกติ ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๑๘ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓๘ ล้านบาท ไม่มีการเปิดสอนในสาขาสิ่งทอ ไม่มีเด็กนักเรียน ที่จะใช้ครุภัณฑ์ ๓๘ ล้านบาท และที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ฝนตก น้ำท่วมที่ชัยภูมิ ครุภัณฑ์ เหล่านี้ก็ถูกน้ำท่วม ทำให้ตอนนี้สถานที่เก็บก็ไม่มี ต้องไปอาศัยแล้วก็พังอาคารสำหรับสาขาอื่น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการค่ะว่า ปีนี้ได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ ตรงตามความต้องการของสถานศึกษาหรือเปล่า และตรงตามสาขาที่เปิดสอนหรือไม่ อย่างไร

ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องปรับลด ก็เรื่องงบของการวิจัย ซึ่งต้องเรียนว่า ดิฉันดูจาก เอกสารที่ท่านนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ พบว่ามีหลายหน่วยงานมีงบเกี่ยวกับแผน ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยค่อนข้างมาก ดิฉันลองรวมยอดดูแล้วค่ะ ท่านประธาน แต่ละ ปีงบประมาณในการวิจัยของประเทศเราตกอยู่ประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเรียน ถามว่า หน่วยงานได้มีการบูรณาการร่วมกันหรือไม่ในการจะวิจัยเรื่องอะไร ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ เรามีหน่วยงาน วว. หรือสถาบันวิจัยและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลัก ในการดูแลเรื่องงานวิจัย แต่ได้รับงบประมาณเพียง ๘๐๐ ล้านกว่าบาท ก็ต้องถาม ท่านกรรมาธิการว่า งานวิจัยเหล่านี้จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ อย่างไร ปีที่ผ่านมา มีการนำงานวิจัยที่ผ่านการได้รับงบประมาณมาใช้ประโยชน์ เพื่อก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มกับ ประเทศหรือไม่ อย่างไร ปีนี้ก็เช่นกันนะคะ ดิฉันดูแล้วก็ตกเกือบหมื่นล้านบาทค่ะ ก็อยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการจัดการเรื่องบูรณาการของงบวิจัยหรือไม่ อย่างไร

เหตุผลต่อมาที่ดิฉันต้องขอปรับลดก็คือ ในเรื่องของหน่วยงานหลายหน่วยงาน ก่อนที่เราจะปิดสมัยที่ผ่านมา ท่านประธาน มีการนำเสนอเรื่องโครงการขอเปลี่ยนแปลง โครงการ แล้วก็เงินกันเหลื่อมปีเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาค่อนข้างมาก ดิฉันก็อยากจะ เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ในเรื่องเหล่านี้ได้สอบถามหรือไม่ ทำไม ถึงมีการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการ หรือมีการกันเหลื่อมปีกันค่อนข้างเยอะ ซึ่งเท่าที่ดิฉัน ทราบนะคะ กันเหลื่อมปีหรือโอนเปลี่ยนแปลงบางโครงการ ไม่มีการได้ดำเนินการ ในโครงการเหล่านั้นเลย แต่มีการโอนไปทำในเรื่องอื่น อาจจะเป็นเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ หรือว่าเป็นการซื้อเรื่องรถยนต์ ก็ต้องสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ปีนี้ยังมีอย่างนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งการที่หน่วยงานกันเหลื่อมปี หรือว่ามีการโอนเปลี่ยนแปลง โครงการทำให้ผลการเบิกจ่ายมีผลค่อนข้างต่ำก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานไม่มี ประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณ แล้วก็ที่สำคัญไม่เป็นการแก้ไขปัญหาที่หน่วยงานขอตั้ง เพื่อไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

และที่สำคัญอีกประการหนึ่งค่ะท่านประธาน การเบิกจ่ายล่าช้าเหล่านี้อาจจะ เกิดจากสาเหตุอย่างนี้หรือเปล่าดิฉันไม่แน่ใจ ก็ต้องสอบถามท่านกรรมาธิการค่ะว่า เมื่อปีที่ผ่านมา ดิฉันจำได้ว่ามีการของบประมาณในเรื่องเกี่ยวกับการวางระบบท่อประปาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดิฉันเองทราบมาค่ะว่าพื้นที่ในการก่อสร้างโครงการยังไม่มีเนื่องจากมีปัญหา แต่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณถึงประมาณเกือบ ๗๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ปีนี้ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ มีโครงการที่อยู่ในลักษณะพื้นที่ก่อสร้าง ยังไม่เรียบร้อย แล้วได้รับงบประมาณอีกหรือไม่ อย่างไรคะ

ประเด็นต่อมา ดิฉันสงสัยค่ะท่านประธาน คือดิฉันก็เป็น ส.ส. ที่อยู่ต่างจังหวัด ใช่ไหมคะท่านประธาน ดิฉันก็เลยสนใจในเรื่องของงบประมาณของกรมการปกครอง ตรงนี้ ดิฉันดูจากรายงานของกรรมาธิการพบว่ากรมการปกครองมีการปรับลดในเรื่องของ ค่าปรับปรุงอาคารที่ทำการและสิ่งก่อสร้าง ปรับลดถึง ๑๘๑ ล้านบาท ดิฉันก็อยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ว่าสาเหตุอะไรที่ต้องปรับลดของกรมการปกครอง ในเรื่องที่จะไปปรับปรุงสถานที่ของอำเภอค่อนข้างเยอะ ซึ่งดิฉันต้องเรียนท่านประธาน เพราะดิฉันผ่านไปเห็นบางอำเภอพื้นเป็นไม้เดินลั่นเอี๊ยดเลย บางที่สภาพตึกทรุดโทรมดูไม่เหมาะ ไม่มีความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนผู้จะต้องไปใช้งานของอำเภอ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานถามไปยังท่านกรรมาธิการว่า มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปปรับลด แล้วอย่างนี้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่อำเภอเนินสง่า อำเภอบ้านเขว้าที่จังหวัดชัยภูมินี่ค่ะ อาคารของที่ว่าการอำเภอ ทรุดโทรมเป็นจำนวนมากเขาจะได้รับงบในการปรับปรุงหรือเปล่า ในเมื่อท่านตัดไปถึง ๑๘๑ ล้านบาท

ประเด็นต่อไปต้องถามอีกนิดหนึ่งท่านประธานว่า ทางท่านกรรมาธิการ เมื่อตอนที่ขอตั้งงบประมาณมีในเรื่องของการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่จัดซื้อในต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ต้องเรียนถามว่าในการจัดซื้อครุภัณฑ์เหล่านั้น เวลาเราซื้อหรือตั้งงบประมาณก็จะต้องซื้อ เป็นเงินของต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้เวลาผ่านมาค่อนข้างนาน อัตราแลกเปลี่ยนก็ลดลงถึง ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเรียนถามว่าในการที่ท่านพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ ได้มีการปรับลดในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการปรับราคาลงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ อย่างไร ประเด็นสุดท้ายท่านประธาน เป็นเหตุผลที่ดิฉันต้องเสนอขอปรับลดในวันนี้ ก็คือ การจัดเรื่องเกี่ยวกับระบบสารสนเทศของหน่วยงานราชการ ปัจจุบันหน่วยงานราชการ ของกระทรวงไอซีที (ICT) หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เขามีการวางในเรื่องของ ระบบเซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือว่าระบบอีเมล์ (e-mail) ให้กับหน่วยงานราชการได้ไปใช้ ดิฉันเห็นมีในหนังสืองบประมาณมีของหลายหน่วยงานท่านประธาน มีการไปจัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานเอกชนในการเข้ามาดำเนินการ ก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการออกแนวหรือว่าวิธีคิดหรือสอบถามหน่วยงานไหมคะว่า ทำอย่างไรเขาจะจัดหรือว่า เข้ามาใช้ระบบของราชการของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่า ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตรงนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำกว่าของเอกชน ก็ต้องเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ว่าได้ดูแลในเรื่องประเด็นเหล่านี้ หรือไม่ และที่สำคัญต้องเรียนถามต่อไปอีกนิดในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดิฉันเห็นมีหลาย หน่วยงานเขาของบประมาณในเรื่องเกี่ยวกับเนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) หรือพูดง่าย ๆ ก็เป็นระบบการติดตามการจัดเก็บของหน่วยงานราชการ โดยมีการตั้งงบอยู่ที่ กรมศุลกากรแล้วก็กรมบัญชีกลาง ก็อยากจะฝากท่านประธานถามไปยังท่านกรรมาธิการว่า ในเรื่องเหล่านี้หน่วยงานอื่น ๆ ที่จะต้องใช้ระบบเกี่ยวกับเนชั่นแนล ซิงเกอร์ วินโดว์ เขามีแนวทางในการที่จะมาใช้ให้เป็นรูปแบบเดียวกันหรือไม่ อย่างไร เหตุผลที่ดิฉันพูดมา ทั้งหมด ๗-๘ ข้อที่ผ่านมาค่ะ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดิฉันต้องเสนอปรับลดงบประมาณ ภาพรวม ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทลง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒,๓๘๐ ล้านบาท กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอลงกรณ์ พลบุตร และตามด้วยท่านสถาพร มณีรัตน์

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวน คำแปรญัตติเพื่อต้องการสอบถามคณะกรรมาธิการที่รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร ไปทำหน้าที่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่า เป็นวงเงินที่สูงถึง ๒.๓๘ ล้านล้านบาท โดยที่กระผมได้สงวนคำแปรญัตติโดยเฉพาะในมาตรา ๓ โดยขอให้มีการปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่า

ประการที่ ๑ ผมต้องการคำอธิบายว่าทำไมคณะกรรมาธิการถึงไม่มีการปรับลด เพราะว่างบประมาณดังกล่าวนั้นมีระยะเวลาของการใช้จ่ายเพียงแค่ ๘ เดือนเท่านั้นเป็น อย่างมาก

ประการที่ ๒ ก็คือว่าในโครงสร้างของงบประมาณ ได้มีการประมาณการ ตัวเลขการเติบโต ตัวเลขรายได้ของงบประมาณรายจ่ายนี้ในยามที่ไม่ได้คำนึงถึง สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมไปถึงผลกระทบจากปัจจัยภายในประเทศ เช่น ปัจจัยจากภัยธรรมชาติ มหาอุทกภัยที่ผ่านมา ที่มีความรุนแรงเกินกว่าที่ในช่วงมีการยกร่าง หรือมีมติคณะรัฐมนตรีในความเห็นชอบตัวเลขของงบประมาณปีนี้นั้นยังไม่ได้ประเมิน ความเสียหาย ซึ่งเกินกว่าที่คาดหมายไว้มาก รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง ซึ่งจะเป็น ปัจจัยเสี่ยงในปี ๒๕๕๕ แล้วก็ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ คืออยากจะเน้นเป็นพิเศษ เพราะว่า งบประมาณในแต่ละปีนั้นเป็นภาระของประชาชน เนื่องจากว่ารายได้ของงบประมาณ ๑.๙๘ ล้านล้านบาทนั้น เป็นรายรับที่มาจากภาษีและรายได้การพาณิชย์อื่น ๆ ของรัฐบาล แน่นอนที่สุดว่าทั้งภาษีทางตรง ทางอ้อมที่จะได้จากประชาชนนั้นก็จะมาจากในส่วนของ ภาวะเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดี นิติบุคคลประกอบการดี เก็บภาษีได้มากขึ้น หรือว่ามีการจับจ่าย ใช้สอยมาก เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากนั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าเศรษฐกิจไม่เป็นไป อย่างที่คาดหมาย โดยเฉพาะการประมาณการในงบประมาณที่กำหนดไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโต ของจีดีพี (GDP) อยู่ที่ ๔.๕–๕.๕ ขณะเดียวกันก็คาดว่าจะมีรายรับถึง ๑.๙๘ ล้านล้านบาท ตรงนี้เองคือส่วนที่กระผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการได้ทำหน้าที่ในการซักถามหน่วยงาน ของรัฐมากน้อยเพียงใด หรือแม้แต่ในส่วนของรัฐบาล รัฐมนตรีที่เข้ามาชี้แจง หรือหัวหน้า ส่วนราชการต่าง ๆ เรามีการทบทวนตัวเลขหรือไม่ เพราะว่าคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะ ท่านประธานท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจที่ได้แถลงเมื่อเช้านี้ก็ไม่ได้มีการชี้แจง ในประเด็นดังกล่าวว่าได้มีการยืนยันต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขประมาณการรายรับ หรือไม่ อย่างไร นั่นทำให้ผมอนุโลมว่าท่านยืนยันตามที่ได้มีการเสนอในวาระที่หนึ่ง ความจริง ปีนี้เป็นปีพิเศษตอนผมอภิปรายในวาระที่หนึ่งนั้นผมตั้งฉายาว่าเป็นงบกู้ท่วม เพระว่าได้มีการ ตั้งงบประมาณแบบขาดดุล โดยงบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้นเป็นการประมาณการ รายรับส่วนหนึ่ง และเป็นเงินกู้เพื่อมาปิดงบประมาณถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งที่เราได้ตั้ง ข้อสังเกตว่าระยะเวลาของการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณอย่างมากที่สุดไม่เกิน ๘ เดือน ขณะเดียวกันมีภารกิจในการต้องฟื้นฟูเยียวยาและป้องกันน้ำท่วม ทั้งปีที่ผ่านมาและปีนี้ ซึ่งยังไม่รู้แน่ว่าจะเผชิญมากหรือน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันภายใต้โครงสร้างของ งบประมาณกระผมเห็นว่าถ้าหากทางคณะกรรมาธิการไม่มีคำอธิบายที่ดีพอ กระผมก็ยืนยัน ในเรื่องของการแปรญัตติตัด ๕ เปอร์เซ็นต์จากยอดรวมในมาตรา ๓ ในงบกลาง

เหตุผลที่ ๒ ก็คือว่ากรรมาธิการไม่ได้ชี้แจงให้เห็นถึงศักยภาพของคณะกรรมาธิการ ในการพิจารณางบประมาณในประเด็นที่ว่า งบประมาณควรจะเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป ประเทศไทย เราได้เปลี่ยนระบบการพิจารณางบประมาณมาแบบรายบรรทัด แบบรายไอเท็ม (Item) มาสู่ระบบของโปรแกรม (Program) เป็นการมองในภาพรวมและมองไกลไปสู่ การปรับปรุงโครงสร้างและการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย แต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ไม่ได้ชี้แจงเลยว่าหลังจากท่านไปทำงานมา ๔๐ กว่าวัน ซึ่งต้องขอบคุณนะครับที่ทำงาน แทนพวกเรา แต่ว่าท่านก็ยังดำเนินการในลักษณะเหมือนในอดีต คือไม่ได้ก้าวสู่ความทันสมัย ในการใช้เครื่องมืองบประมาณในการปฏิรูปประเทศไทย หรือแม้แต่เป้าหมายระยะสั้น ที่เราวางไว้ เช่นคำตอบว่างบประมาณที่จัดตั้งครั้งนี้นั้นจะตอบสนองต่อการปฏิรูปประเทศ ในเรื่องของการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก ๒ ปี ๑๑ เดือนกับ ๒๐ กว่าวันได้ อย่างไร หรือจะตอบว่าเราจะปฏิรูปประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ได้อย่างไร หรือเราจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ (Logistics) การค้า หรือการ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของการเป็นครัวโลกได้อย่างไร ไม่ได้มีความแตกต่างในรายละเอียด หรือในแผนงานสำคัญที่ปรากฏ เสมือนหนึ่งว่ากรรมาธิการไม่ได้มีหลักยึดในการพิจารณา เพราะฉะนั้นการวางโครงสร้างมันเหมือนการสร้างบ้าน ถ้าโครงสร้างงบประมาณไม่ได้มี การวางและออกแบบเพื่อสู่เป้าหมายที่เราต้องการปฏิรูปประเทศไทยในการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็ดี ในการเสริมสร้างสภาพของประเทศก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องน่าเสียดาย ถ้าจะชี้แจงกันเป็นรายบรรทัด ว่าโครงการแผนงานนั้น ตัด ๕,๐๐๐ ตัด ๑๐,๐๐๐ ตัด ๑๐๐,๐๐๐ ตัด ๑,๐๐๐,๐๐๐ หรือว่าปรับเพิ่มเท่านั้นเท่านี้ มันไม่ได้ตอบโจทย์ดังกล่าวเลยครับ กรรมาธิการควรเริ่มต้นด้วยการที่จะต้องอธิบาย ในภาพรวม และผมคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่จะเสียเวลาเลย เพราะว่าจากนี้ไปและวันเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ ๑ ตุลาคมของปีที่แล้ว เราถือว่าเราได้ใช้งบประมาณ เราได้ใช้ภาษีของประชาชน และเราจะต้องมีภาระเงินกู้ ซึ่งจะไปกระทบกับเงินกู้ทั้งในและต่างประเทศที่มีอยู่เกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมคิดว่าโจทย์เหล่านี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการจะต้องให้ ความสำคัญ นอกเหนือจากการพิจารณารายมาตรา รายกระทรวง รายกรม รายหน่วยงาน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการเพื่อต้องการแสวงคำตอบ ก็คือว่า การประมาณการในเรื่องของรายรับมันจะต้องสอดคล้องกับในเรื่องของรายจ่าย แต่รายรับในโครงสร้างดังกล่าวนั้นที่มีเรื่องของภาษีทางตรง ทางอ้อม ท่านก็ต้องทราบว่าภาษี เหล่านี้มาจากอะไรบ้าง มาจากนิติบุคคล มาจากภาษีบุคคลธรรมดา ขณะเดียวกันรายได้ของ จีดีพี ที่เราตั้งงบนี้ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นท่านก็ต้องทราบว่า รายได้เกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีมาจากรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการ ในท่ามกลางวิกฤติ เศรษฐกิจโลกที่เราเห็นอยู่แล้วว่ายังมืดมนอนธการ การฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกายังมองไม่เห็น ขณะที่กำลังจะมีปัจจัยเสี่ยงในการเลือกตั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีวิวัฒนาการทางเศรษฐกิจออกมา ภายใต้รัฐบาลใหม่ของสหรัฐอเมริกาอย่างไร หรืออาการฟื้นตัวจากปัญหาหนี้สาธารณะของ สหภาพยุโรป ๒๗ ประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีโครงสร้าง ขนาดของเศรษฐกิจใหญ่ ที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลกทีเดียว แล้วก็เป็นตลาดที่สำคัญของไทย เป็นตลาดหลัก แน่นอนที่สุด ว่าการส่งออกของเราได้เห็นตัวเลขที่ถดถอยลงในไตรมาสที่ ๔ แล้วก็เราจะได้เห็นในไตรมาสที่ ๑ ของปีนี้ และต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ ๒ ขณะเดียวกันผลกระทบต่อฐานการผลิตของเราทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมของเรานั้น นิคมอย่างน้อย ๗ แห่ง และความที่ขาดความเชื่อมั่น ความชัดเจน ในการกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันในภายหน้านั้น ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจภาคการผลิตจริง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมและเกษตรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำ อื่น ๆ รวมไปถึงในเรื่องของภาวะการส่งออกของเรา สิ่งเหล่านี้กรรมาธิการน่าจะได้ใช้เวลา ในช่วง ๔๐ วันได้พิจารณาทบทวนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายใต้ประมาณการของ งบประมาณฉบับนี้ เพื่อที่จะประมาณการใหม่ในเรื่องของรายรับ เพื่อประมาณการปรับตัวเลข ของรายจ่าย แต่กรรมาธิการไม่ได้ทำเลย ผมค่อนข้างผิดหวังนะครับ เพราะว่าได้พยายามที่จะ สะท้อนเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในซีกฝ่ายค้านหลายท่านทีเดียว ที่ได้พยายามให้ความเห็นกรรมาธิการโดยหวังว่าช่วงที่ท่านไปทำงาน ๔๐ กว่าวันนั้น ท่านจะได้มี การปรับปรุง และกลับมาเสนอใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่งบประมาณปกตินะครับ ไม่บ่อยครั้งที่จะมี การพิจารณางบประมาณในช่วงที่ผ่านพ้นการเริ่มต้นโดยปกติปฏิทินงบประมาณตั้งแต่ ๑ ตุลาคม คราวนี้เรามาทำกันล่าช้า ด้วยเหตุผลทางการเมือง ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เพราะฉะนั้นกรรมาธิการจะทำงานเหมือนปกติ ทำงานตามเดิมไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ผมใคร่ขอ คำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการด้วยคำถามดังกล่าว

และสุดท้ายก็คือว่าในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ความจริงงบประมาณ แต่ละปีนั้นมันไม่ใช่เป็นการกำหนดรายจ่าย และตราเป็นกฎหมายให้สภาทำหน้าที่ควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน แต่งบประมาณควรเป็นเครื่องหมายเครื่องมือต่อไปของประเทศไทย การปฏิรูปประเทศไทยพูดกันมากในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปสังคม ปฏิรูปเศรษฐกิจ ปฏิรูปการศึกษา และอื่น ๆ แต่ผมถามท่านกรรมาธิการแต่ละท่านว่ามี ความแตกต่างอย่างใดต่องบประมาณฉบับนี้ที่จะตอบคำถามดังกล่าว ง่ายที่สุดที่เราได้เห็นว่า เราจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเรามีการเปิดประตูตะวันตกในเรื่องของทวาย-กาญจนบุรี แต่ไม่เห็นเลยครับว่าเราได้มีการวางงบประมาณอย่างหนึ่งอย่างใดในการรองรับ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ถนนลำลองเสร็จแล้ว ถนนลาดยางจะเสร็จ ในปี ๒๕๕๖ โครงการมอเตอร์เวย์ (Motor way) ยังไปไม่ถึงไหนเลยครับ ที่จะเชื่อม บางใหญ่-กาญจนบุรี ทางรถไฟที่จะเชื่อมโยงระหว่างมหาสมุทรอินเดียมายังประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยนั้นเป็นศูนย์กลางการขนส่งของโลกเป็น เกตเวย์ (Gateway) ของอาเซียน อย่างแท้จริง เป็นเส้นทางการขนส่งโลจิสติกส์การค้าแห่งสำคัญแห่งหนึ่งของโลก เป็นจุดยุทธศาสตร์ของโลกทางด้านการค้า ไม่เห็นอยู่ในงบประมาณหรือการปรับเปลี่ยนงบประมาณ เพื่อรองรับ ตรงนี้เองครับคือตัวอย่างที่อยากจะบอกว่าถ้าเราต้องการปฏิรูปประเทศโดยใช้ งบประมาณ ถ้าเราไม่เริ่มต้นปีใดปีหนึ่งเราไม่มีวันที่จะมีก้าวแรก เราไม่มีวันที่จะเกิด จุดเปลี่ยนของประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงยังยืนยันที่จะสงวนคำแปรญัตติและ ขอคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการ และกราบเรียนท่านประธานที่จะได้ใช้สิทธิในการอภิปราย ลงรายละเอียดในแต่ละมาตราต่อไป เพื่อที่จะได้ให้กรรมาธิการได้มีโอกาสตอบคำถาม ในประเด็นที่ผมได้ตั้งไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ และตามด้วยท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา นะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลำพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติมาตรา ๓ จำนวนปรับลด ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการปรับลดซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นจำนวนน้อยนิด แทนที่จะปรับลด กันมากกว่านี้ แต่ตรงนี้ส่งสัญญาณไปยังฝ่ายบริหาร ผ่านท่านประธานสภา ส่งสัญญาณไปยัง กรรมาธิการ เพื่อเอาคำอภิปรายตั้งข้อสังเกตของกระผมที่ปรับลดงบประมาณลง ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณเราทั้งหมดนั้นถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท หารายได้มา ประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาท แล้วก็หาเงินมาปิดงบอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรียกว่างบขาดดุล ซึ่งนี่ก็ถือว่าตัวเลขคร่าว ๆ ที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจ ท่านประธานครับ ภาพรวมของงบประมาณที่ผมตั้งข้อสังเกตและค่อนข้างที่จะผิดหวังทั้งรัฐบาล ทั้งกรรมาธิการ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เรื่องการวางยุทธศาสตร์เปิดเสรีอาเซียนครับ กระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้ตั้งงบเลยครับ เพิ่มศักยภาพแข่งขันเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้ ตั้งงบเลยครับ กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ได้ตั้งงบเลยครับ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ได้ ตั้งงบเลยครับ แล้วปี ๒๕๕๘ จะเปิดเสรีครับ วันนี้ขนาดไม่เสรีนะครับ สินค้าจากจีน เวียดนาม ทะลักเข้ามายังประเทศไทยทำให้เกษตรกรเดือดร้อนครับ ก็แสดงว่า คณะกรรมาธิการงบประมาณ ๔๕ วันนั้น ท่านคิดเฉพาะกิจ ไม่ได้คิดเชิงยุทธศาสตร์ เชิงเป้าหมายที่เราจะเทเงินไป ๒.๓ ล้านล้านบาท ยุทธศาสตร์ไม่มีครับ งบประจำกินไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ งบใช้หนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุน แล้วก็มีเวลาใช้ ไม่เกิน ๖ เดือนครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี่นะครับ ที่หัวเราะกันนี่ ฮ่าฮ่า ๖ เดือน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการนะครับ วันที่ ๖ เราลงมติ แล้วส่งไปยังวุฒิสภา ก็เดือนมกราคมแล้ว กว่าจะลงพระปรมาภิไธย มีข้อบังคับสำนักงบประมาณ จัดเรียง ข้อบังคับแจกจ่ายงบประมาณ กุมภาพันธ์ท่านครับ ยังไม่รู้ว่าลูกผีลูกคน มีนาคม เมษายน พฤษภาคม งบปี ๒๕๕๖ ก็มาอีกแล้ว ท่านทั้งหลายก็มานั่งกันอยู่อย่างนี้ครับ หน้าดำ คร่ำเครียด ๔๕ วันต้องทำให้ทัน ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่จะทำให้พี่น้อง ประชาชนคาดหวัง นี่คือภาพรวมของงบประมาณที่เราจะต้องวิพากษ์วิจารณ์กัน อย่างตรงไปตรงมา เพราะอุปมาอุปไมยพวกเรานั้นคือผู้แทนปวงชนชาวไทย จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อเป็นงบประมาณภาษีของพี่น้องประชาชน ๗๐ ล้านคน เราต้องท้วงติง อย่าได้เกรงใจกันครับ อย่าได้เกรงใจกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ที่ผมลุกขึ้นมาแปรญัตติและผมจะต้องพูดรายกระทรวง มันเป็นข้อเท็จจริงครับ บางทีรัฐบาล กรรมาธิการก็ใจดำครับ ท่านไปเปิดเนื้อในของงบประมาณสิครับ สำนักงบประมาณครับ ท่านในฐานะหน่วยราชการท่านไม่คันหูบ้างหรือครับเวลาผู้แทนราษฎรท้วงติงว่างบทำไมกระจุก ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายท่านไม่คันหูบ้างหรือครับ สังเกตได้ครับ อย่างงบกระทรวงคมนาคม งบแหล่งน้ำนี่ละครับ ท่านไปดูได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าผมอภิปรายเข้าในพื้นที่ของตัวเอง จำเป็นครับ ถ้าไม่ยกตัวอย่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ จังหวัดลำพูน ๒๕ ฝาย พังมา ๓ ปีแล้วกรมทรัพยากรน้ำ ไม่เคยให้เงินแม้แต่บาทเดียวครับ วันนี้ก็ไม่ให้ ลำน้ำลี้ไปดูได้เลยครับท่านรัฐมนตรีครับ ไปเชียงใหม่บ่อยไปดูหน่อยครับ อย่าไปแต่แถวนั้นครับ ไปดูพื้นที่บ้าง นี่คือข้อเท็จจริงครับ วันนี้เราได้เอาข้อเท็จจริงมาสะท้อนปัญหา กรมทางหลวงชนบท วันนี้ลำพูนกลายเป็นเมือง รถติดมหาศาล เพราะเชียงใหม่ถนนดีหมดครับ ๔ เลน ๘ เลน ๑๒ เลน แล้วมันก็ทะลักเข้า ลำพูน ลำพูนรถติดครับ ท่านได้มองเฉพาะส่วนครับ กรรมาธิการมองเฉพาะส่วน ผู้บริหาร มองเฉพาะส่วน ไม่ได้มองภาพรวมเลย เพราะฉะนั้นการเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมค่อนข้างชื่นชม แต่เราต้องตั้งข้อสังเกตกันได้ครับว่าการดำเนินการต่าง ๆ ท่านประธาน ครับ ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ ปี ๒๕๕๕ หอม กระเทียม ลำไย ของเกษตรกร ภาคเหนือราคาตก มีกลุ่มพ่อค้าจีนร่วมกับข้าราชการบางคนจับมือกัน ถ้าของเราออกก็กักตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไม่ให้ส่งไปยังเมืองจีน หน่วยราชการเราร้องแล้วร้องอีก เฉยครับ เพราะฉะนั้น กระทรวงพาณิชย์ ชื่อก็บอกว่ากระทรวงพาณิชย์ ท่านตั้งงบประมาณไว้ไม่มีเลย แต่งบธงฟ้า ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่เห็นมีอะไรเลยงบธงฟ้า เอาดาราไปเป็นพิธีกรแล้วขายน้ำมันพืช ขายข้าวสาร ชาวบ้านได้คนละถุงหนีบรักแร้กลับบ้านครับ ไปเปิดดูเป็นแสนครับ เขาเรียกว่า งบอะไร อีเวนท์ (Event) นั้นเป็นแสน นี่มันทำให้ข้าราชการบวกกับนักการเมืองเอาลงพื้นที่ แล้วก็สมประโยชน์กัน เราต้องท้วงติง ไม่ได้มีอคติใด ๆ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลท่านประธาน สำนักงานอยู่ที่ลำปางปรากฏว่าเหมืองฝายอยู่ที่ลำพูนทั้งหมด ๔๐ เหมืองฝาย กว่าจะมาจาก ลำปางมาลำพูน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร มันจะไปทันอะไร อธิบดีก็ไม่สนใจ รัฐมนตรีก็ไม่สนใจ เดินล้วงกันไปมาถึงเวลามา ส.ส. เดินผ่านก็ยกมือไหว้เดี๋ยวจัดการให้แค่นั้นครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เรามีปัญหาเชิงโครงสร้าง เราเสียดายงบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท งบภาษีเรา ๑.๙ ล้านล้านบาท เราต้องหางบมาปิดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของเราทั้งนั้นละครับ ผมเองนั้น ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องของเด็กและเยาวชนที่เราจะมองยุทธศาสตร์ วันนี้ท่านประธาน ท่านไปดู เด็กเยาวชนเราสิครับอาชญากรรม อายุก่ออาชญากรรมน้อยลงเรื่อย ๆ กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์เรามียุทธศาสตร์อย่างไรครับ กรรมาธิการต้องตอบนะครับ ปัญหาเด็กเยาวชนวันนี้งบประมาณที่ให้กันไปหรือเอาไปซื้อผ้าห่มอย่างเดียว เบี้ยผู้สูงอายุ ครับ รีบครับ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ต้องรีบเร่งเอาลงพื้นที่ เงินกองทุนสตรีแม่บ้านที่ตั้งไว้แล้วขอบคุณครับ แต่ต้องรีบเร่งเอากรอบมาเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนจะได้รู้ว่ากองทุนพัฒนาสตรีแม่บ้านจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ได้แล้วเงื่อนไข มันเป็นอย่างไร เงินกองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รีบครับ รีบโอนไปเลย พี่น้องประชาชน กำลังต้องการเงินลงทุน เพราะว่าบอบช้ำจากน้ำท่วม ตั้งงบไว้แล้วเราจะติดตามงบประมาณ ให้เร่งรีบอย่างไร เงินเอสเอ็มแอล ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท รีบครับ กรรมาธิการงบประมาณไม่ใช่ว่าเลยวันที่ ๖ ไปแล้วก็เดินเอ้อระเหยลอยชาย หมดภารกิจแล้วก็ปล่อยให้ข้าราชการประจำโอนบ้าง ไม่โอนบ้าง ไม่ได้ครับ กรรมาธิการ จะต้องติดตามเรียกหน่วยราชการมาว่าเงินนี้โอนไปหรือยัง แล้วสิ่งที่น่าเจ็บปวดคืองบพัฒนา จังหวัดท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการ จังหวัดลำพูนผมนี้ละครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเกษตรกรฐานะยากจนข้นแค้น เผอิญมันมีนิคมที่จังหวัดลำพูน ๑ แห่ง เรียกว่า นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ มีคนงานอยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน มีรายได้เฉลี่ยจีดีพีสูงสุด ในภาคเหนือครับ สำนักงบประมาณไม่รู้หรืออย่างไร ท่านเอาคน ๗๐,๐๐๐ คน มาพิพากษาคน ๔๕๐,๐๐๐ คน ของจังหวัดลำพูน ได้งบ ๑๔๑ ล้านบาท เรื่องจริงครับ เอามาพูดนี้ สำนักงบประมาณไม่รู้เลยใช่ไหมครับ หรือว่าไม่ทำอะไรเลยถึงเวลามาหนีบรักแร้ เอาเอกสาร มาชี้แจงแค่นั้นใช่ไหมครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ นี่คือข้อสังเกตครับ และเชื่อว่าอีกหลายจังหวัด เหมือนอย่างกับนี่ละครับ ไม่มีความเป็นธรรมหรอก นี่คือข้อเท็จจริงครับ รัฐวิสาหกิจครับท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ รัฐวิสาหกิจ มีทรัพย์สินทั้งหมด ๗.๗ ล้านล้านบาท ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลครับ แต่กรรมาธิการ เราไม่สามารถล้วงควักเข้าไปได้เลยครับ เห็นไหมครับ ใครจะไปรู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มีทำเลทองขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเงินลงทุนมี ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครจะไปรู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใครจะไปรู้ว่ารัฐวิสาหกิจเหล่านี้ครับ นี่แหละครับ ตัวดูด งบประมาณของเราไปส่วนหนึ่ง แต่หน่วยงานรัฐร้อยกว่าล้านบาท จะเอาเป็นเอาตายกันเลย นะครับ ระดับกรม ระดับ ผอ. นี่พอเขาได้งบประมาณไป ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท อู้ฮู้ ไล่บี้ไล่ซัดกันนี่ จน ผอ. นอนไม่หลับ อยากจะเป็นอธิบดีก็อยาก แต่รัฐวิสาหกิจ ปตท. ครับ ท่านครับ ไม่มีใครสนใจเลยใช่ไหมครับ หรือว่ามีอะไรใน ปตท. ที่พวกเราไปช่วยกันดูแลแล้วก็ ได้รู้แล้วก็เลยเงียบกัน นี่คือข้อเท็จจริงครับ รัฐวิสาหกิจเหล่านั้นเป็นรัฐวิสาหกิจที่มากมาย ๗๐ แห่ง กองทุนนี่ครับ กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม รวมกันทั้งหมด ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่เราให้ความสำคัญน้อยนิดครับ ทั้ง ๆ ที่กองทุนเหล่านี้คือ ตัวจักรในการขับเคลื่อน ในการที่จะลงทุนครับ ธนาคารของรัฐ ในงบประมาณไม่เคยปรากฏ ครับ ไม่ว่าอิสลามแบงก์ ธนาคารกรุงไทย ธอส. ไม่มีครับ ทั้ง ๆ ที่เงินเราจำนวนมหาศาล เงินพี่น้องประชาชนจำนวนมหาศาลนะครับ นี่คือข้อสังเกตครับ ท่านประธานที่เคารพ อยากจะให้กรรมาธิการ รวมทั้งท่านประธานตื่นจากความหลับใหล มาดูตัวเงินตัวเลข ที่เราจะใช้ ในปี ๒๕๕๕ พูดแล้วขนลุกครับ มีเวลาใช้ ๖ เดือนครับ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์เป้าหมาย ต้องฝากสำนักงบประมาณ ทำอย่างไรเดือนกุมภาพันธ์งบจะต้องลงในพื้นที่ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน จะได้ทำงานเสร็จ เศรษฐกิจจะได้ฟื้น ถนนหนทางจะได้เริ่มก่อสร้าง คนจะได้ มีงานทำ ทำอย่างไรวันนี้การจำนำข้าวที่ราษฎรชาวบ้านได้เงินได้ทองแล้ว เขาก็อยากจะ ลงทุนต่อ กรมชลประทานหลังจากหายงงเรื่องปล่อยน้ำ เก็บน้ำแล้วต้องมาบอกชาวบ้านครับ นี่คือเรื่องจริงครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝายวังปานพังครับ ฝายดอยน้อยพังครับ ทำให้เขื่อนภูมิพลเกือบพังตาม เพราะว่า ๒ ฝายนี้เก็บกักน้ำได้จำนวนมหาศาล พังทั้ง ๒ ฝายครับ ไม่เห็นมีปรากฏอยู่ในเล่มเลยครับ นี่ถ้าน้ำมาเด็กชายปลาบู่ก็จะมาทำนายอีกแล้ว เห็นน้ำเยอะ เด็กชายปลาบู่มาอีกแล้วครับ นี่ละครับสังคมไทย เรากำลังตรวจสอบการใช้งบประมาณ อย่างเป็นระบบ เรากำลังให้กำลังใจตั้งข้อสังเกตกรรมาธิการที่แต่ละคนก็ล้วนผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะสภาเลือก ๕๐๐ คน คัดเหลือ ๓๕ คน แต่ละคนก็ล้วนแต่ผู้ทรงเกียรติทั้งนั้น ก็อย่าได้ให้ งบประมาณนั้นรั่วไหล ติดตามแล้วก็ต้องให้คำตอบ ผมเองมีเหตุผลหลายประการครับ แต่เนื่องจากเห็นว่าเวลามีค่อนข้างจำกัด เกรงใจเพื่อนสมาชิก แต่รายกระทรวงผมก็ต้อง อภิปรายอีก เพราะฉะนั้นการตั้งข้อสังเกต การตั้งข้ออภิปรายของกระผมนั้นอุปมาอุปไมย เหมือนกับสุนัขเฝ้าบ้าน เห็นอะไรไม่ดีไม่งามพวกผมก็มีสิทธิที่จะเห่าหอน เพื่อที่จะทำให้ ทรัพย์สินของแผ่นดินนี้มีบรรลุวัตถุประสงค์ แล้วก็เป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรีครับ ท่านประธานครับ วันนี้นับเป็นวาระหนึ่ง ผมในฐานะผู้แทน ตัวแทนผู้รับใช้พี่น้องประชาชน คนทั้งจังหวัดจันทบุรี และคนไทยทั้งชาติ ผู้เสียภาษีตัวจริงอีกครั้งหนึ่งด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาข้อมูลเอกสารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ยอดเงินทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ซึ่งเป็นงบประมาณมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องขอแปรญัตติในมาตรา ๓ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ปรับลดถึงร้อยละ ๑๕ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับจากหลักการและเหตุผลที่คณะกรรมาธิการวิสามัญรายงานนั้นยังมี หลายกระทรวง ทบวง กรม ที่ยังมีปัญหาที่นำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ไม่ตรงกับความต้องการ ของพี่น้องประชาชนอย่างน่าอับอาย และน่าเสียดายอย่างยิ่งที่มีงบประมาณไปใช้นั้น ไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน บางกระทรวง ทบวง กรม เรามีเพื่อนสมาชิก ที่ได้อภิปรายไปหลายท่าน เหมือนเมื่อกี้ที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเราได้อภิปรายไป ได้ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของรัฐมนตรีบางกระทรวง ทบวง กรม และเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้สอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าทำได้ไหม ทำเมื่อไร และทำไมไม่บรรจุแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ เพราะอะไร นี่คือคำถาม สมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้ถามเพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาและได้ตอบคำถาม ในสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายเจาะลึกแต่ละกระทรวง ผมจะต้องขอถามคณะกรรมาธิการวิสามัญเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามไปแล้วนะครับว่า สมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายก่อนหน้านี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมาธิการเมื่อปรับลดแล้ว ได้ปรับลดจริงหรือไม่ และที่สมาชิกให้ท่านไปดูบางกระทรวงท่านได้เข้าไปดูบางกระทรวงนั้น ๆ หรือไม่ว่าเขาได้นำงบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ไปใช้จริงตามที่ปรากฏ ตามที่พี่น้อง ประชาชนต้องการหรือไม่ สมาชิกเคยได้สอบถามในสภาเรื่องความทุกข์ ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนทุกวัน บางครั้งสมาชิกเราได้ตั้งกระทู้ถามสดบ้าง กระทู้ถามทั่วไปบ้าง และได้ส่งโครงการไปยังท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหรือกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ อาทิเช่น วันนี้เช่นเดียวกันผมก็ได้นำโครงการต่าง ๆ ที่เคยอภิปรายเอาไว้ ตลอดไปถึง เคยตั้งกระทู้ถามทั่วไปเอาไว้ในสภาว่า ตามที่ท่านรัฐมนตรีเคยรับปากลงแผนบรรจุงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ แล้วหรือยัง ผมจะต้องส่งเอกสารย้อนย้ำไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ และที่ผมเรียนให้ทราบตั้งแต่เบื้องต้น รวมกับท่านสมาชิกว่าทุกคำถามพี่น้องประชาชนขณะนี้ที่ฟังวิทยุอยู่ ดูทีวี (TV) ที่อยู่ทางบ้านอยู่ เขาก็อยากจะติดตาม เขาก็อยากจะรู้ว่าผู้แทนของเขาที่อภิปรายวันนี้ทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้ปฏิบัติจริงหรือไม่ เขาอยากจะทราบจริง ๆ ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ตอบด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอเจาะจงไปยังกระทรวงพาณิชย์ที่ผมสงสัยอยู่และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ผมมีข้อสังเกตอยู่มากมาย ตลอดไปถึงกระทรวงการต่างประเทศด้วย ที่บอกว่าถ้าท่านได้เป็นรัฐมนตรีแล้วท่านต้องค้าขายเป็นและไม่กู้ วันนี้ผมจะต้องสอบถาม ท่านด้วย ท่านรัฐมนตรีท่านคงนั่งฟังอยู่นะครับ เพราะ ๓ กระทรวงนี้ถือได้ว่าเป็นกระทรวงหลัก ของประเทศที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ พัฒนาประเทศ ๓ กระทรวงหลักนี้ท่านประธาน ทำหน้าที่บูรณาการ ถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้มีความจริงใจ จริงจังแล้วละก็ประเทศชาติของเรา ท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้น ประชาชนอยู่ดีกินดีแน่นอนถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้ บริหารจัดการดีและมีความจริงใจครับ เรามาดูสิครับท่านประธาน ตัวเลขงบประมาณ แต่ละกระทรวง ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เห็นชัด ๆ ว่าแต่ละกระทรวงมีงบประมาณบริหารจัดการเท่าไร และนำงบประมาณ ไปทำอะไรบ้าง กระทรวงพาณิชย์ครับ ปีนี้ได้รับงบประมาณไปบริหารถึง ๖,๙๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือกระทรวงพาณิชย์ครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๗๗,๙๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวง การต่างประเทศ ๗,๗๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว ๓ กระทรวงนี้มีเงินบริหารทั้งสิ้นเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้ บริหารประเทศดี ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะทำให้เกษตรกรไทยของเราอยู่ดีกินดีแน่นอน แต่ถ้า ๓ กระทรวงนี้บริหารไม่บูรณาการ ไม่มีความจริงใจ พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านว่าถ้าเห็นแก่ตัว กันแล้วเกษตรกรไทยเป็นยาจกนะครับ จะจนลง ยากจนลงแน่นอน ที่ผมเรียนให้ทราบเช่นนี้ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจเราย่ำแย่อยู่แล้ว ของแพงทุกอย่างอยู่แล้ว ถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้ บูรณาการได้ดีจะทำให้ประเทศเราเจริญรุ่งเรืองแน่นอน ผมยกตัวอย่างครับ เห็นไหมครับ ยางพาราลงราคา ชาวบ้านบ่นกันเยอะ บ้านผมอยู่จังหวัดจันทบุรี พี่น้องจังหวัดจันทบุรี ปลูกยางมาก ไปที่ไหนชาวบ้านถามตลอดว่ารัฐบาลได้ตั้งรองนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องยางแล้ว หรือยัง ผมก็ตอบตรง ๆ ว่าตอนนี้ยัง แล้วเงินกองทุนที่รัฐบาลที่แล้วตั้งไว้ ๘,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนี้บริหารต่อไหม ผมก็บอกว่าเขากำลังดำเนินการ ผมก็บอกตรง ๆ เลย อยากจะให้ รัฐบาลได้รู้ว่าพี่น้องสนใจอยากจะเห็นการบริหารจัดการประเทศเดินหน้าและอยู่ดีกินดีผาสุก ของพี่น้องประชาชน ถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้บริหารจัดการดีเกษตรกรเป็นเศรษฐีก็ได้ แต่ถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้บริหารจัดการไม่เป็น ไม่ดี ไม่บูรณาการและไม่มีความจริงใจ ผมบอกกับพี่ น้องประชาชนว่า เกษตรกรไทยเป็นยาจกและจะยากจนลงแน่นอน ท่านประธานครับ ต่อไปนี้ผมจะเจาะไปที่ กระทรวงพาณิชย์ มีงบถึง ๖,๙๐๐ กว่าล้านบาท พี่น้องประชาชนต้องการ พี่น้องประชาชน เห็นว่ากระทรวงนี้นำเงินไปทำอะไรบ้าง ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ผมยกตัวอย่างบ้านผมดีกว่าจังหวัดจันทบุรี เขาเรียกร้องมานานว่ากระทรวงพาณิชย์ ช่วยไปสร้างห้องเย็นแช่แข็งให้กับภาคตะวันออก เขาเรียกร้องมานานอยากจะได้มีห้องเย็นแช่แข็ง เพื่อเก็บสินค้า เก็บผลผลิตเอาไว้ขายยาง ผลผลิตตกต่ำ แต่เคยเรียกร้องมานานไม่เคยได้ และดูในแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ก็ไม่มี ผมเลยเรียนบอกกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญตลอดไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญได้สอบถามในที่ประชุมในการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ก็ได้สอบถามไป เขาก็ตอบปัญหาไม่ได้ เขาบอกว่า ยังไม่บรรจุแผน ผมได้ตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมาตอบผม ท่านเห็นด้วย เห็นชอบ แต่ให้ทางจังหวัดจันทบุรีส่งการบริหารจัดการ ทางจังหวัดจันทบุรีก็ได้ส่งการบริหารจัดการมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมอยากจะเรียนบอก กับคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าแผนทางจังหวัดจันทบุรีได้ส่งมาเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หนังสือเลขที่นำส่ง จบ ๐๐๑๕/๐๑๔๖๕๖ ด่วนที่สุด เพื่อให้บรรจุแผนงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ แต่พอผมมาดูในแผนปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ไม่ปรากฏ นี่คือวันนี้ ผมต้องเรียนถามคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าเพราะอะไร แผนได้ส่ง ทางรัฐมนตรีเห็นชอบ ตอบกระทู้ถามในสภา ใช้งบประมาณผูกพัน ๓ ปี ปีหนึ่ง ๑๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ที่ก่อสร้างห้องเย็นแช่แข็งที่จังหวัดจันทบุรี หรือที่ภาคตะวันออกเป็นที่ของสาธารณะ ไม่ต้องซื้อครับ ที่สาธารณะพร้อม การสำรวจออกแบบพร้อม เคยเวนคืนที่ดินถึง ๑๕ ล้านบาท เวนคืน ไปให้กับชาวบ้านทางเข้าออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมไม่บรรจุแผนให้ ผมไม่เข้าใจ วันนี้ ต้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาและได้บรรจุแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้พี่น้องภาคตะวันออกเพื่อให้มีห้องเย็นแช่แข็ง เพื่อเก็บผลไม้หรือสินค้าอื่นเอาไว้ อย่างน้อย ๆ ๒๐,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ ตัน ใช้งบประมาณนิดเดียวเท่านั้นเองงบผูกพัน ๓ ปี ๑๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่จังหวัดจันทบุรีนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ผมอยากจะบอกว่าผลไม้ที่นำรายได้เข้าสู่ ประเทศ ปีหนึ่งเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะขายผลไม้ มีรายได้เข้าสู่ประเทศปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ายางพารารวมด้วย ปีหนึ่งเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าพลอยหรืออัญมณี รวมด้วยปีหนึ่งก็เป็นแสน ๆ ล้านบาท รายได้รวมทั้งประเทศ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่นำรายได้เข้าสู่ ประเทศ ทางจังหวัดจันทบุรีกลุ่มเกษตรกรต้องการอยากจะมีห้องเย็นแช่แข็งนะครับ ที่ผ่านมา ปัญหาในจังหวัดจันทบุรีมีปัญหามาก คือพี่น้องไม่มีห้องเย็น พี่น้องไม่มีตลาด มาขายสินค้า บนท้องถนนสุขุมวิทที่ยาวที่สุดของโลก เสี่ยงตายเสี่ยงเป็นทุกปี ถ้าเราไม่แก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ดูสิครับว่ารายได้เข้าสู่ประเทศก็เยอะ ปีหนึ่งก็หลายแสนล้านบาท เขาขอปีหนึ่งเพียงปีละ ๑๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ผมเห็นว่าทางรัฐมนตรี ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ช่วยพิจารณาให้ด้วยในครั้งนี้ ในวันนี้ต้องเรียนบอกกับคณะกรรมาธิการว่าความเจ็บปวด ความรู้สึกว่าคณะกรรมาธิการ ผ่านไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรี ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ ถ้าไม่ทำให้ครั้งนี้แล้ว ผมคิดว่าการพิจารณาครั้งนี้เห็นว่าไม่มีความยุติธรรม เจ็บปวดจริง ๆ นะครับ พี่น้องครับ หลังจากนั้นเรานำไปดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมาเราเคยได้รับการแก้ไขปัญหาเรื่องผลไม้ในภาคตะวันออก เรามีเงิน คชก. เข้าไป ช่วยเหลือ ผมจำได้ว่าช่วงนั้นปีหนึ่งก็เป็นร้อย ๆ ล้านบาท แต่มันติดปัญหาคือทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เพราะเงิน คชก. ที่นำไปแก้ไขแทรกแซงราคาผลไม้ที่ตกต่ำมันมีการแก้ไข ปัญหาได้เป็นบางกรณีเท่านั้น เพราะติดปัญหาเรื่องระเบียบข้อบังคับ วันนี้ผมต้องเรียนบอกกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญว่า คชก. ถ้าไปแล้วขอให้พิจารณาเรื่องระเบียบข้อบังคับด้วย เพราะมันไม่ตรงกับความต้องการในพื้นที่นั้น ๆ ยกตัวอย่างหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษตอนนี้ ผมในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม บอกว่า ให้ คชก. นำเงินไปช่วยแทรกแซงหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีท่านสมาชิกได้ยื่นญัตติเข้าไป ว่าหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษมันลงราคาถึงกิโลกรัมละ ๗ บาท ทั้ง ๆ ที่เขาเคยขายกิโลกรัม หนึ่ง ๓๐-๔๐ บาท แต่ตอนนี้ลงเหลือ ๗ บาท พ่อค้ามารวมหัว รวมตัวกัน มันดัมพ์ (Dump) ราคาให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ไม่ได้ เลยให้ คชก. มาช่วยเหลือ แต่ คชก. ก็ตอนนี้ ผมคาดว่าจะต้องแก้ระเบียบและต้องเข้าไปช่วยเหลือให้ทันท่วงที และคณะกรรมาธิการ เราจะได้ไปเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง เลยอยากจะฝากกับคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าให้ไปดูหอมแดง ที่จังหวัดศรีสะเกษในช่วงนี้ที่ออกมาล้นตลาด แล้วก็ทาง คชก. ยังไม่ได้ช่วยเหลือเลย และหลังจากนั้นต้องรองรับไปที่หน้าผลไม้ที่จะถึงเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ด้วย ให้ คชก. ได้ดูแลเรื่องงบประมาณเรื่องนี้เข้าไปดูแลด้วย และช่วยแก้ระเบียบนะครับ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ที่มีอำนาจจะต้องแก้ระเบียบเพื่อให้ ท้องที่ พื้นที่ปฏิบัติได้ด้วยนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียกร้องไปยัง คชก. หรือคณะกรรมการ คชก. หรือเลขาธิการ คชก. นะครับ เพื่อให้แก้ไขระเบียบตรงนี้ให้ตรงกับพื้นที่ต้องการ หรือบางพื้นที่ที่เคยใช้เงิน คชก. แล้วขอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการ หรือแต่งตั้ง คณะกรรมการเข้าไปดูแลจุดแข็งจุดอ่อนในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย ได้มาแก้ระเบียบของ คชก. ต่อไปครับ

ท่านประธานครับ สำหรับกระทรวงการต่างประเทศที่ได้งบประมาณ ไปบริหารจัดการถึง ๗,๗๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ ณ ปัจจุบันนี้ท่านก็เป็น คนเก่งคนหนึ่ง ท่านบอกว่าถ้าท่านได้เป็นรัฐบาล ผมจำได้เลยนะครับ นั่งในสภาแห่งนี้ ท่านพูดเสมอว่าถ้าท่านได้เป็นรัฐบาลท่านค้าขายเป็น เพราะท่านอยู่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านบอกเลยไม่จำเป็นต้องกู้เงิน ท่านบอกว่าไม่จำเป็นต้องกู้เงินถ้าท่านเป็นรัฐบาล ท่านไปค้าขายได้ นำเงินเข้าประเทศได้ ผมก็อยากจะดูนะครับว่าที่ท่านพูดไว้ในสภาทำได้จริงหรือไม่ ผมยินดีด้วย นะครับถ้าท่านทำได้ วันนี้ก็อยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนว่าถ้าหาเงินเป็นไม่กู้เงินเด็ดขาด ผมและสมาชิกยินดีกับกระทรวงการต่างประเทศด้วย เพราะกระทรวงการต่างประเทศมีเงินถึง ๗,๗๐๐ กว่าล้านบาท บริหารจัดการ ที่ผมเรียนให้ทราบตั้งแต่เบื้องต้นว่าถ้า ๓ กระทรวง หลักนี้บริหารจัดการดี ๆ เกษตรกรไทยเป็นเศรษฐี ถ้า ๓ กระทรวงหลักนี้บริหารไม่ดี เกษตรกรไทยเป็นยาจกได้นะครับ

สุดท้ายนี้ผมห่วงใย ห่วงใยเกี่ยวกับงบป้องกันน้ำท่วม เรามีทุกจังหวัด ในประเทศและทุกจังหวัดบอกกันตรง ๆ ว่าถ้าเราไม่ป้องกันผมไม่ทราบว่าธรรมชาติ เป็นอย่างไรบ้าง นิ่ง ๆ ก็เกิด นิ่ง ๆ ก็ท่วม เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกมันมีมากอย่างที่เรา คาดคิดไม่ถึงนะครับ เรามีงบที่ส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตั้งคณะกรรมาธิการท่านใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ผมอยากจะเรียนถามคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่างบป้องกันเกิดอุทกภัยแต่ละจังหวัดนั้น ๆ ที่ตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพิจารณาการจัดสรรอย่างไรบ้าง ในแต่ละจังหวัดต้องเสนอโครงการมายังกระทรวงมหาดไทย เสนออย่างไร ช่องทางไหน นี่คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละจังหวัดฝากถามมานะครับ เพราะ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท งบตรงนี้เลยอยากจะเรียนถามเพื่อทำความเข้าใจให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่สงสัยอยู่นะครับ ท่านประธานครับ การอภิปรายแปรญัตติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ในครั้งนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ คงตอบคำถามทุกคำถามที่ผมถามและที่ท่านสมาชิกทุกคนได้อภิปรายและถาม ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านทั้งสถานีวิทยุและดูทีวีอยู่ในขณะนี้จะได้รับรู้รับทราบ ข้อเท็จจริงไปพร้อม ๆ กับผม ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีและคนไทย ทั้งประเทศนะครับ ผมได้ทำหน้าที่สอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกเรื่องทุกประเด็น หวังคำตอบให้ท่านทั้งหลายได้ตอบเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศได้รับทราบด้วย ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาท่านนิดหนึ่ง เนื่องจากเราได้ตกลงกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วว่าจะใช้ เวลาการประชุม ๓ วัน ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน ฉะนั้นในการอภิปรายในวาระที่สอง วาระที่สาม ก็ขอความกรุณากระชับนิดหนึ่ง ถ้าเราใช้เวลามากจะไม่เป็นไปตามที่เราตกลงกัน ไว้นะครับ อันนี้ขอความกรุณาท่าน เดี๋ยวลำดับต่อไปจะเป็นท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน แล้วก็ จะเป็นท่านสรรเสริญ สมะลาภา เชิญท่านพิเชษฐ์ ท่านไม่อยู่นะครับ เชิญท่านสรรเสริญครับ หลังจากท่านสรรเสริญแล้วเป็นท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านอาคมรอนิดหนึ่งเดี๋ยวลำดับ เห็นท่านมาตั้งแต่เช้าแล้วเดี๋ยวจะอันนั้นให้ เชิญท่านสรรเสริญครับ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมคิดว่าหลังจากที่เรา พิจารณางบประมาณฉบับนี้วาระที่หนึ่ง เวลาก็ผ่านมาเดือนเศษ ๆ เกือบ ๒ เดือนนะครับ สถานการณ์ในเรื่องของการใช้เงิน ในเรื่องของการกู้เงินของรัฐบาล มันก็เปลี่ยนไป ที่ผม ขอสงวนไว้ว่าจะให้ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์นั้น เดิมทีเดียววัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะให้รัฐบาลมีความรอบคอบ ในการใช้เงินงบประมาณ แล้วก็การใช้เงินไม่ให้มีการซ้ำซ้อน มีการจัดลำดับที่ดีว่าโครงการใดควรมีการเร่งด่วน โครงการใดชะลอได้ก็ชะลอไปก่อน แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมาครับ สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ที่ผมคิดว่าจะขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ในยอดรวมนั้นที่จริงแล้ว มันควรจะมากกว่านั้น ถ้าหากมีการติดตามข่าวในช่วงเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมา มันก็มีความพยายาม ของรัฐบาลที่จะบังคับให้แบงก์ชาติพิมพ์แบงก์ออกมาใช้ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตลกขบขันมาก สำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเกิดการทะเลาะกันในรัฐบาลเอง ฝั่งหนึ่งก็คือ รองนายกรัฐมนตรีครับ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็แบงก์ชาติ จริง ๆ ความเห็นที่ไม่ตรงกันนั้นเป็นเรื่องปกติครับ แต่ว่าสิ่งที่ไม่ปกติก็คือเป็นความเห็น ที่ไม่ตรงกันและเป็นการทะเลาะกันผ่านทางสื่อมวลชน ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะทำให้ พี่น้องประชาชนรวมทั้งนักลงทุนต่าง ๆ เกิดความไม่มั่นใจในการดำรงชีวิตครับ ๕ เดือน ที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างที่กระทบต่อความมั่นใจในการ ดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน เราจะมีการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งก็ยังบอกไม่ชัดว่าแก้เพื่ออะไร แก้มาตราไหนบ้าง แล้วก็ในข่าวเปรย ๆ มานะครับ ก็ยังมีในเรื่องของการนิรโทษกรรม เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สร้างความขัดแย้งที่อยู่ในภาวะปัจจุบัน ๑๕ ล้านเสียงที่เลือกรัฐบาลมาครับ จริงอยู่ครับ มีส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็มีส่วนใหญ่อีกหลายส่วนที่เลือก รัฐบาลมาเพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะทำนโยบายที่ประกาศออกมาได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า รัฐบาลต้องคิดให้หนักนะครับ จะเอาอะไรก่อน อะไรหลัง อย่าทำให้ทั้ง ๑๕ ล้านคนที่เลือกท่านมา ผิดหวัง โดยการไปสร้างความขัดแย้งขึ้นมาอีกวงหนึ่ง แล้วก็จะทำให้นโยบายต่าง ๆ ที่ท่าน ประกาศไว้ล่าช้าไม่เป็นตามความคาดหวังของพี่น้องประชาชน นอกจากเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แล้วยังมีเรื่องน้ำท่วมครับ ตอนนี้ภาคใต้ก็โดนแล้ว คำถามที่ตามมาสำหรับภาคเหนือ แล้วก็ ไล่ลงมาถึงกรุงเทพมหานครก็ยังมีต่อว่าปีนี้จะโดนอีกหรือไม่ ความมั่นใจต่าง ๆ มันหายไปครับ แล้วก็ยังไม่หมดในเรื่องนี้ เพราะว่าในกรณีของน้ำท่วมนั้นมันได้ลุกลามมาเป็นปัญหาสินค้า ราคาแพงในปัจจุบัน และที่ผมจะขออภิปรายต่อจากนี้ไปก็คือได้ลุกลามมาเป็นความมั่นใจ ในเรื่องของนโยบายการเงินและการปฏิบัติงานของแบงก์ชาติครับ ต้องขอเกริ่นก่อนครับว่า หน้าที่ของแบงก์ชาติคืออะไร แล้วที่ผ่านมามันมีหนี้อยู่ก้อนหนึ่งซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจาก การช่วยเหลือสถาบันการเงินแต่ไหนแต่ไรมา องค์กรหลักที่ดูแลในเรื่องนี้ก็คือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินครับ แต่ไหนแต่ไรมาครับ กองทุนนี้มีหน้าที่เพื่อส่งเสริม เพื่อให้ระบบสถาบันการเงินมีความมั่นคง ก็โดยมากจะมีแต่รายจ่ายละครับ ไม่มีรายได้ และแน่นอนที่สุด หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจการเงินเมื่อปี ๒๕๔๐ กองทุนนี้ก็จะมีหนี้ขึ้นมา รัฐบาลหลายต่อหลายชุดครับ พยายามที่จะมาแก้ไขหนี้ก้อนนี้ ตั้งแต่ชุดของพรรคประชาธิปัตย์ จนมาถึงชุดของท่านทักษิณ ชินวัตร วิธีการแก้ก็คือการรับหนี้ของกองทุนฟื้นฟูนั้น ในเรื่องของ เงินต้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนจ่าย ส่วนในเรื่องของดอกเบี้ยก็รัฐบาลเป็นคนจ่าย โดยจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีไปจ่าย อันนี้เป็นข้อตกลงเดิมครับ แล้วก็เป็น ข้อตกลงที่รัฐบาลทุกชุดก็ทำกัน สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างนี้เพราะว่ากองทุนฟื้นฟูมีฐานะติดลบครับ ไม่มีใครอื่นที่จะรับภาระได้นอกจากรัฐบาล ตลอด ๒ เดือนที่ผ่านมาครับ การแก้ไขในเรื่องนี้ ที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย ดูเหมือนจะจบไปแล้วก็มีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีก การรื้อฟื้นขึ้นมา ก็เพราะว่าเหตุผลหลักครับ รัฐบาลต้องการที่จะลดรายจ่ายในเรื่องดอกเบี้ยซึ่งอยู่ที่ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีบ้าง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีบ้าง ก็แล้วแต่อัตราดอกเบี้ยในตลาด ขณะนั้น มีการเสนอการแก้ไขหลายต่อหลายด้านครับ วันหนึ่งรองนายกรัฐมนตรีพูดอย่างหนึ่ง วันหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดอีกอย่างหนึ่ง แล้วก็สลับกันไปอยู่อย่างนี้ ประมาณ ๓-๔ รอบด้วยกัน สร้างความสับสนเป็นจำนวนมาก ที่ผมทราบก็คือว่าวันนี้จะเข้า ครม. ครับ แล้วก็มติจะออกมาอย่างไรเราก็ต้องติดตามกันต่อไป แต่ว่าทั้ง ๒ แนวทางที่เสนอ ไม่ว่าจะเป็นการโอนหนี้จำนวนนี้ให้แบงก์ชาติเป็นคนรับ หรือจะโอนหนี้จำนวนนี้กลับไปให้ กองทุนฟื้นฟูเป็นคนรับโดยที่รัฐบาลจะไม่รับ ทั้ง ๒ แนวทางนี้มีข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้น การที่จะให้ แบงก์ชาติเป็นคนรับ รัฐบาลคิดอย่างนี้ครับ ให้กองทุนฟื้นฟูกู้เงินจากแบงก์ชาติแล้วเอาเงินนั้น ไปให้กระทรวงการคลัง พิมพ์แบงก์แน่นอนครับ รัฐบาลจะใช้ลูกเล่นทางเทคนิคมาพูดอย่างไร ว่าไม่ใช่การพิมพ์แบงก์ ผมขอเรียนท่านประธานว่าผมไม่เชื่อครับ เพราะมันเป็นการสร้างเงิน ใหม่เข้ามาในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการยุ่งเกี่ยวกับแบงก์ชาติในเรื่องใดก็ตาม เช่น บังคับให้ แบงก์ชาติซื้อทรัพย์สิน บังคับให้แบงก์ชาติซื้อธนบัตร หรือว่าให้แบงก์ชาติปล่อยกู้ต่อให้กับ สถาบันการเงิน ทั้งหมดนี้เป็นการพิมพ์แบงก์ด้วยกันทั้งหมดครับ ศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์เขา เรียกว่ามันนี่ ครีเอชั่น (Money creation) นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนทราบดีครับ แล้วเท่านั้น ยังไม่พอครับ ยังจะมีการออกพระราชกำหนดบังคับให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยกู้ ดอกเบี้ยต่ำ หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์เขาเรียกว่า ซอฟท์ โลน (Soft lone) เป็นการเอาไป ปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยต่อ อันนี้ก็ยิ่งเป็นการพิมพ์แบงก์ชัดเจนครับ หน้าที่ของแบงก์ชาติ คืออะไรครับ หน้าที่ของแบงก์ชาติคือในเรื่องของต่างประเทศก็คือควบคุมดูแลเรื่องค่าเงินบาท ส่วนในเรื่องในประเทศก็คือดูแลปริมาณเงินในระบบ สำหรับประเทศไทยนั้นปริมาณเงิน ในระบบที่แบงก์ชาติจะดูแลก็จะประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจหรือจะประมาณขนาด เศรษฐกิจของเมืองไทย เศรษฐกิจของเมืองไทยมีมูลค่าประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาทครับ ปริมาณเงินในระบบก็มีประมาณนั้น ท่านพิมพ์แบงก์ออกมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินเฟ้อขึ้น ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ในกรณีนี้ปล่อยกู้ซอฟท์ โลน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินเฟ้อขึ้น ๓ เปอร์เซ็นต์ถ้าคุมไม่ดี และผมก็ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะคุมอยู่ เพราะจากการบริหารงานของรัฐบาลในช่วง ๕ เดือน ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วนในการกระชากค่าครองชีพให้ลงมา เงินเฟ้อยังพุ่ง ไม่หยุดครับ ๓ เปอร์เซ็นต์แน่นอนอย่างต่ำ ในการบังคับให้แบงก์ชาติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำออกมา ท่านบอกว่าท่านจะทำครั้งเดียวครับ เพราะว่าครั้งนี้เป็นวิกฤติ พ่วงมาจากวิกฤติในเรื่องของ อุทกภัย ผมก็เรียนกับท่านประธานอีกว่า ผมไม่เชื่อ ถ้าทำครั้งนี้สำเร็จ รัฐบาลติดใจ มีวิกฤตอีก ครั้งหน้าก็เอาอีกครับ เพราะว่ารัฐบาลเกเงินหมดหน้าตักไปแล้วกับในเรื่องของ การใช้งบประมาณ ซึ่งบางเรื่องก็จำเป็นบ้าง บางเรื่องก็ไม่จำเป็นบ้าง ที่สำคัญรัฐบาล ก็มีมาตรการในเรื่องการปล่อยสินเชื่อในเรื่องนี้อยู่แล้ว มีการออกมาตรการให้ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อควบคู่กับธนาคารพาณิชย์ คำถามก็มีอยู่ว่าแล้วทำไมไม่ใช้มาตรการนั้น เรื่องนั้น ออกมาก่อนเรื่องที่บังคับให้แบงก์ชาติปล่อยกู้ซอฟท์ โลนด้วยซ้ำไป แต่ทำไมไม่ใช้ครับ นี่ครับ ก็คือคำถามที่ตามมาว่า นอกเหนือจากความพยายามที่จะล้วงเงินในกระเป๋าแบงก์ชาติแล้วจะใช้ ความพยายามในการอ้างวิกฤติน้ำท่วมเอามาทำเรื่องอื่น ซึ่งมันไม่สมควร เรื่องนี้ละครับ มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพในการเขียนนโยบายของรัฐบาล จะเกทับบลัฟ (Bluff) ตัวเลข จะทำประชานิยมอย่างไร ผมไม่เคยว่าครับ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วมันต้องมีแหล่งเงินทุน และแหล่งนั้นต้องไม่สร้างความเดือดร้อน สร้างความสับสน หรือว่าทำลายศักยภาพในด้านอื่น ของประเทศด้วย ผมขออนุญาตเปรียบเปรยให้ฟังครับ เอาอย่างนี้เลยดีไหมครับ ใจถึงสักหน่อย เอาให้สุดโต่งไปเลยครับ งบประมาณที่เราพิจารณาอยู่ตอนนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านล้านกว่าบาท ไม่ต้องมีเลยครับ ตัดทิ้งให้หมดเลย แบงก์ชาติพิมพ์เงินมาให้รัฐบาลใช้อย่างเดียวเลย เอาอย่างนั้นไหมครับ สุดโต่งไปเลย นี่ครับ ขอเปรียบเปรยให้ฟังว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

(นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสรรเสริญ เชิญผู้ประท้วงครับ ที่จริงผมกำลังจะทักท้วงท่านอยู่ เพราะว่าท่านขอปรับลด ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมกำลังฟังเหตุผลท่านอยู่ว่าท่านมีเหตุผลอะไร ท่านกำลังอารัมภบทอยู่ เชิญท่านประท้วงครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายครับว่า นอกประเด็นครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เนื่องจาก ผมนั่งฟังมาก็ใช้เวลานานพอสมควร วันนี้เป็นญัตติเรื่องของ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ แต่เห็นท่านผู้อภิปรายพยายามจะก้าวล่วงกล่าวหารัฐบาลในเรื่องการให้แบงก์ชาติ พิมพ์ธนบัตรอะไรหลาย ๆ อย่างที่ผมนั่งฟังอยู่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่นอกประเด็น ขอให้ท่านประธาน ใช้ดุลยพินิจพิจารณาครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสรรเสริญ ครับ ผมกำลังนั่งฟังท่านอยู่ เพราะมาตรา ๓ พูดถึงเรื่องงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตัดไว้ ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะให้ท่านอภิปรายเหตุผลว่า เหตุผลที่จะตัด ๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไร เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านขอตัดนะครับ อย่างที่ท่านผู้ประท้วงท่านอภิปรายว่า ท่านอาจจะออกไปไกลนิดหนึ่ง เชิญท่านต่อครับ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ที่จริงผมตัดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ครับ แต่ว่าเหตุผลที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่า ถ้าท่านประธานดูในเรื่องของระบบการเงิน ระบบงบประมาณของประเทศ มันเชื่อมโยงกันหมดครับ การทำงานระหว่างแบงก์ชาติ การทำงานระหว่างกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานอื่นใดก็ดี มันเชื่อมโยงกัน ในกรณีนี้ผมพยายามพูดว่ากระทรวงการคลังพยายามผลักภาระในการจ่าย ดอกเบี้ย พยายามผลักภาระในการปล่อยกู้ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งภาระของ กระทรวงการคลังมันก็น่าจะน้อยลง เมื่อภาระของกระทรวงการคลังน้อยลงก็เป็นสิทธิอันชอบ ของผมว่ารัฐบาลควรจะตัดงบประมาณลง ซึ่งผมเสนอไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าที่จริงแล้วผมก็ ได้เรียนท่านประธานแล้วว่า หลังจากเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมามันควรจะมากกว่านั้น ขอต่อเลย นะครับ เอาให้สุดโต่งไปเลยครับ รัฐบาลบังคับให้แบงก์ชาติพิมพ์เงินมาให้รัฐบาลใช้ งบประมาณที่เรามีอยู่ในตอนนี้ไม่ต้องพิจารณากันแล้วครับ ถามว่าประชาชนมีความสุขไหม มีความสุขแน่นอนเพราะว่าไม่ต้องเสียภาษี แต่ความสุขนั้นจะมีแค่ช่วงแป๊บเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเงินในกระเป๋าของเขาที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายว่าจะต้องเพิ่มเงิน ในกระเป๋าให้มากขึ้น เงินในกระเป๋าจะไม่มีค่าเลยครับกลายเป็นเศษกระดาษเลย จะเอาอย่างนั้น ไหมครับ เหมือนในประเทศลาตินอเมริกาที่ล้มละลายกันมาหลายต่อหลายประเทศ ก็เพราะอย่างนี้ รัฐบาลแทรกแซงการทำงานของแบงก์ชาติให้แบงก์ชาติพิมพ์เงินมาให้รัฐบาลใช้ นี่ละครับผมก็เกรงว่ารัฐบาลจะติดใจ ไม่ว่ากรณีที่โอนภาระหนี้ไปให้แบงก์ชาติรับก็ดี หรือในกรณี ที่บังคับให้แบงก์ชาติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำก็ดี ผมไม่เชื่อว่าจะมีการทำครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วผมคิดว่า ถ้าผมเองไม่ออกมาคัดค้านตั้งแต่ตอนนี้มันจะมีกรณี ๒ ๓ ๔ ๕ เกิดขึ้นมาอีก แล้วก็ทำให้เกิด ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ นอกเหนือจากในเรื่องของโอนเงินไปให้ โอนหนี้ไปให้แบงก์ชาติรับผิดชอบแล้วอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งก็ได้ยินท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเสนอมาเมื่อวานนี้ ก็เป็นในเรื่องของการโอนหนี้จำนวนนี้ละครับ กลับไปให้ กองทุนฟื้นฟูรับผิดชอบ อันนี้เบาหน่อยแต่ก็ต้องยอมรับว่าอย่างไรเสียก็มีข้อเสีย เงินที่สถาบัน รับประกันเงินฝากเขาเก็บเดิม ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินฝาก ก็ได้เงินมาประมาณปีละ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นยังไม่พอชำระดอกเบี้ย รัฐบาลก็มีแนวความคิดว่าจะ เพิ่มจำนวนเงินนั้นอีกสักประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ตีคร่าว ๆ ว่าอีกสัก ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ บวกกันก็เกือบ ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ผมคิดว่ามันก็มีความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของเรา เพราะว่าคนที่จ่ายเงินค่าค้ำประกันเงินฝากนั้นเป็นธนาคารครับ และแน่นอนที่สุดที่เขาต้องจ่าย เกือบ ๑ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินฝาก สุดท้ายภาระนี้จะไปอยู่ที่ไหนครับ หนีไม่พ้นกับพี่น้อง ประชาชน มันจะไปปูดในเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น และแน่นอนที่สุดมันสวนทางกับ ความพยายามของทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยและของรัฐบาลตอนนี้ที่จะต้องมีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ออกมาช่วยในระบบเศรษฐกิจหลังจากน้ำท่วม เงินค้ำประกันเงินฝากที่สถาบันเงินฝาก เขาเก็บไว้และมีไว้ ถามว่ามีไว้เพื่ออะไร มีไว้เผื่อวิกฤติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสรรเสริญ ครับ ที่จริงท่านลำดับเหตุการณ์ได้ดีมากนะครับ แต่นี่เราอยู่ในวาระที่สองที่ท่านจะต้อง อธิบายความต่อสภา เพื่อจะโน้มน้าวทั้งสมาชิกทั้งหลายให้เห็นสอดคล้องต้องกันกับท่านว่าที่ท่านปรับ ๕ เปอร์เซ็นต์ในงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะอะไร อันนี้ท่าน ลำดับเหตุการณ์แล้วก็เรื่องได้ดีมาก แต่อันนี้มันอยู่ในวาระที่หนึ่งที่ท่านจะต้องไปพูดอย่างนั้น แต่อันนี้ในวาระที่สองท่านต้องชี้ในสภาได้เห็นว่าที่ท่านปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไร ขอความกรุณาเพราะว่ายังมีอีกหลายท่าน ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านก็รออยู่ ท่านอาคม ท่านก็ยกมือหลายครั้งแล้ว แล้วก็ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านอุตส่าห์อยู่ในห้องอาหาร ท่านกลับมาเดี๋ยวท่านกลับไปรับประทานอาหารเดี๋ยวก็ขาดอรรถรสอีก ขอความกรุณาท่าน เอากระชับว่าที่ตัดตัดเพราะอะไร ขอความกรุณาเชิญต่อครับ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ที่จริงก็เกือบจะจบแล้วครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ได้เรียนกับท่านประธานตั้งแต่แรกว่าที่ผมขอตัดนั้นจริง ๆ แล้ว รัฐบาลไม่มีภาระมากถึงขนาดว่าจะต้องมีงบประมาณขนาดนี้ เพราะมีความพยายามที่จะดัน ภาระไปให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบแทน ในกรณีนี้ก็คือแบงก์ชาติและกองทุนฟื้นฟู นี่ละครับ เงินที่สถาบันค้ำประกันเงินฝากเขาเก็บไว้มันก็เผื่อที่จะเกิดวิกฤติการเงินขึ้นมา จะได้มีเงิน ที่เขาเรียกว่า เป็นเงินสำรองเอาไปเยียวยา เอาไปอุดหนุนธนาคารเพื่อที่ธนาคารจะไม่ล้ม แต่นี่รัฐบาลจะเอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ทั้งหมด ผลที่ตามมาคือว่าวิกฤติการเงินจะเกิดขึ้นหรือไม่ เกิดผมไม่ทราบครับ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นก็จะเป็นผลที่ทำให้กองทุนฟื้นฟูจะต้องกู้เงินอีกครั้งหนึ่ง แล้วกลับไปกู้ใหม่ รัฐบาลจะเอาอย่างนั้นหรือเปล่า ที่สำคัญครับอีก ๔ ปีจะเปิดเสรีทางการเงิน อยู่แล้ว เงินค่าค้ำประกันเงินฝาก ณ เวลานี้ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ก็สูงที่สุดอยู่แล้วครับ ถ้าโดดขึ้นไป เกือบ ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ผมคิดว่าสูงของสูงที่สุด ก็จะเป็นอุปสรรคในการเปิดเสรีภาคการเงินอีก ๔ ปีข้างหน้า ส่วนที่มีข่าวเปรยออกมานะครับว่าจะมีการแก้ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ให้ตัดกองทุนฟื้นฟูออกจากหนี้สาธารณะของรัฐบาล ผมเรียนว่าอย่าทำเลยครับ เพราะว่า มันเป็นการทำที่น่าตลกขบขันที่สุด อย่างที่เรียนท่านประธานตั้งแต่แรกกองทุนฟื้นฟูมีฐานะ ติดลบตลอด ถ้าหากจะกู้ก็ต้องมีกระทรวงการคลังคอยค้ำประกัน และในที่สุดหนี้จำนวนนี้ ก็กลับมาเป็นหนี้สาธารณะอยู่ดี และผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่เขาติดตามอยู่เขาก็จะขบขัน รัฐบาล แล้วก็จะบอกว่าประเทศไทยไม่น่ามาแล้ว ที่ผมเรียนท่านประธานทั้งหมดนี้ครับ ผมต้องขอเรียนว่าสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมีคำกล่าวหาเยอะครับ บอกว่าเด็ก ๒ คน มาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านอภิสิทธิ์ ท่านกรณ์ มาบริหาร หาเงินไม่เป็นเอาแต่กู้ กู้ไปจริงครับ กู้ไปในหลัก ๑.๒ ล้านล้านบาท ในช่วง ๒ ปีเศษ ออก พ.ร.บ.จริงครับ เพดาน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าใช้เข้าจริงประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ จริงครับ แต่พอเอาเข้าจริงขาดดุลน้อยกว่าที่กำหนด ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นเรื่องที่ พิสูจน์แล้วว่าการบริหารราชการในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว สามารถดึงเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๓ โตถึง ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก ท่านก็กล่าวหาครับ บอกว่าเก่งแต่กู้ เด็ก ๒ คนมาบริหาร มาเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดนี้ บริหารมา ๕ เดือน มีแผนที่จะกู้แล้ว ๑.๑ ล้านล้านบาท ๒ ปีเศษกับ ๕ เดือนตัวเลขเท่ากัน เลยครับ เท่านั้นยังไม่พอครับ ๑.๑ ล้านล้านบาท ยังไม่รวมในการผลักภาระไปให้แบงก์ชาติรับผิดชอบ ผลักภาระไปให้กองทุนฟื้นฟูรับผิดชอบ และยังไม่รวมการบังคับให้แบงก์ชาติพิมพ์แบงก์ ออกมา นี่ครับ ผมขอเรียนท่านประธานเป็นเหตุผลที่ผมจะให้ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย แล้วก็ขอเรียนไปยังรัฐบาลว่ารักจะทำประชานิยม จะทำประชานิยมไม่ว่ากัน จะเกทับบลัฟกัน ในตัวเลข ขอให้ตัวเลขเสนอสูงกว่าก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้ารักจะทำประชานิยมแล้วต้องรับผิดชอบ ตัวเองด้วย ไม่สร้างความเสียหายไปส่วนอื่นของระบบเศรษฐกิจแล้วก็ไม่บังคับให้แบงก์ชาติ พิมพ์เงินเป็นการปล้นเงินจากแบงก์ชาติครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ นะครับ เดี๋ยวผมจะลำดับ เดี๋ยวท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ลำดับต่อไปจะเป็น ท่านวิทยา แก้วภราดัย ต่อจากท่านวิทยาเป็นท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน แล้วก็ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ลำดับต่อไปก็คุณหมอเชิดชัย หลังจากคุณหมอเชิดชัย ท่านกรรมาธิการสุทธิยังติดใจอยู่ไหม ครับ จะเป็นท่านกรรมาธิการสุทธินะครับ ท่านพิเชษฐยังติดใจอยู่ไหมครับ ผมจะได้จัดลำดับ จะได้เรียงลำดับได้ถูก เชิญท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ผมเป็นกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเค ครับ ลำดับอย่างนี้นะครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านอาคม เอ่งฉ้วน คุณหมอเชิดชัย ท่านสุทธิ แล้วก็คุณอรรถวิชช์ ท่านกรณ์ ท่านประเสริฐ เด่น นะครับ ๘ ท่านก่อน นะครับ เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอชื่นชมเพื่อนกรรมาธิการทุกท่านนะครับที่ได้ทำหน้าที่แทนพวกผมไปพิจารณา ในรายละเอียดของงบประมาณ แล้วก็ได้ใช้เวลาการพิจารณากันอย่างกระชับเวลา ผมมีโอกาสไป เยี่ยมเยียนท่านเป็นระยะ ๆ ครับ แล้วก็ไปให้กำลังใจกรรมาธิการของเราทุกคน แต่ที่น่าสังเกต และที่น่าเสียใจครับท่านประธาน ผมไปทุกครั้งไม่เคยเจอตัวประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่เคยเจอตัวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง แล้วก็ยิ่งน่าเสียใจไปอีกครับ วันนี้พิจารณา งบประมาณครับ คนที่เป็นหัวหน้าทีมทั้ง ๒ ท่านคือท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ทั้งคู่ไม่อยู่ในห้องประชุมครับ ถ้าท่านประธาน ฟังอย่างละเอียดที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้อภิปรายมานะครับ ผมคิดว่าเป็นข้อจำเป็น ที่กรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านนั้นจะได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรเรา ท่านต้องตักเตือนนะครับว่า การทำหน้าที่ในสภา คนที่เป็นรัฐมนตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณต้องมีความสนใจและเอาใจใส่ซึ่งจาก ข้ออภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ ผมก็คิดว่าถ้าท่านประธานและท่านรองประธานฟังอยู่นะครับ ท่านก็ฟังสัญญาณเตือนสักนิดนะครับว่า ท่านต้องรีบกลับมาสภาครับ เพราะว่าหลังจาก งบประมาณผ่านไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า ๒ คนนี้จะเหลือใครกลับมาสภาสักคนหนึ่งหรือจะไป ทั้ง ๒ คน ท่านประธานครับ ผมได้เสนอตัดงบประมาณรายจ่าย ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไว้ทั้งหมด ๗ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับ

ประการที่ ๑ ครับ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการทุกท่านทราบครับว่างบประมาณ ฉบับนี้ผ่าน เรามีเวลาโอกาสใช้งบประมาณจริง ๆ แค่ ๘ เดือนครับ ในระยะเวลา ๘ เดือน ครับ เงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านคิดว่าประสิทธิภาพของคนเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกับคนเป็นรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่ทำหน้าที่เป็นประธานและรอง ประธานจะมีประสิทธิภาพในการบริหารจ่ายเงินได้ทันหรือครับ ท่านต้องชี้แจงแทนทั้งหมด นะครับว่าประสิทธิภาพทั้ง ๒ ท่านนี้สามารถที่จะใช้จ่ายงบประมาณได้ทันระยะเวลา ที่กำหนดหรือไม่

ประการที่ ๒ พวกผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะเราปกครองด้วยนิติรัฐครับ พวกผมเสนอตัดงบประมาณได้อย่างเดียว แล้วพวกท่าน ที่เป็นตัวแทนไปพิจารณาในกรรมาธิการต้องไปทำหน้าที่แทนพวกผมในการปรัดลด งบประมาณ เพื่อไม่สร้างภาระของแผ่นดิน และกำหนดทิศทางให้เป็นไปตามที่นโยบาย รัฐบาลแถลงต่อสภา ที่ผมต้องเอ่ยว่าเราเป็นนิติรัฐครับ ผมข้องใจและติดใจตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ครับว่างบประมาณฉบับนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายครับ แล้วเดี๋ยวกรรมาธิการต้องชี้แจงตอบ ต่อสภานะครับ พระราชบัญญัติงบประมาณก็เป็นกฎหมายฉบับหนึ่ง และต้องไม่ขัดหรือแย้ง กับกฎหมายฉบับอื่นที่มีมา เมื่อตอนเช้ามีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ได้พูดไว้กับสภาครับ งบประมาณฉบับนี้ขัดกับกฎหมายพระราชบัญญัติ เงินออมแห่งชาติครับ พระราชบัญญัติฉบับนั้นบังคับโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วันที่กฎหมายฉบับว่าด้วยพระราชบัญญัติเงินออมผ่านสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนนี้ยังไม่ได้อยู่ในสภาครับ แต่พวกเราที่อยู่ในสภา จำได้ว่าทุกคนในสภาเห็นชอบคล้อยตามกันทั้งหมด กฎหมายฉบับนั้นกำหนดภาระไว้ให้ กรรมาธิการงบประมาณต้องทำครับว่าทุกปีงบประมาณทุนประเดิมเขาต้องตั้งไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้เขียนถึงเลยครับ ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้ ท่านต้องเตรียมเงินไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับเป็นทุนประเดิมกองทุนเงินออมแห่งชาติ แล้วปรากฏว่าปล่อยให้ท่านพิจารณางบประมาณกันไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง ผมก็ไม่มั่นใจครับว่าตลอดระยะเวลา ๒ เดือนเต็ม ท่านกำกับ กระทรวงการคลัง และเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ท่านเคยท้วงไหมครับว่า กฎหมายที่ท่านกำกับต้องมีเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกรรมาธิการช่วยตอบผมหน่อยนะครับ เดี๋ยวตอบเสียเลย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้ถ้าใครส่งตีความแล้วจะยุ่งครับ เงินแปรญัตติแทนที่ท่านแปรญัตติให้ครบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านแปรญัตติมา ๒๒๕ ล้านบาทครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาทใครจะมีปัญญาเอามาให้ครับ เพราะผมจำได้พวกเราที่อยู่ในสภาทั้งหมด ต่างอภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้กันทุกคน แล้วก็หลายท่านก็ให้ความเห็นครับว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอ ควรจะกำหนด ๕,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำไป ถ้าเปิดบันทึกยังมีครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้กรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้เอาไปพิจารณาเลย เพราะฉะนั้นผมเรียนถาม กรรมาธิการช่วยตอบผมหน่อยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะคนกำกับ กฎหมายดังกล่าวนั้นได้ขอเงินอันนี้เข้ามาและได้แสดงความคิดเห็นให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

ประเด็นที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้ตามดูหรือไม่ว่ามีกฎหมายฉบับใดกำหนด ภาระที่พระราชบัญญัติงบประมาณต้องทำตามไว้กี่ฉบับครับ เดี๋ยวสำนักงบประมาณช่วยไปค้นดู ให้ด้วยนะครับ มีอยู่กี่ฉบับที่กำหนดว่าต้องมีภาระในพระราชบัญญัติงบประมาณและไม่ได้ กำหนดไว้ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นครับ ตัวพระราชบัญญัติงบประมาณก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่า พระราชบัญญัติฉบับอื่นครับ พระราชบัญญัติงบประมาณไม่ได้เป็นกฎหมายลูกหรือเป็น กฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้ากฎหมายที่เขียนมาและขัดแย้งกับกฎหมายฉบับอื่น ผมกลัวว่า รัฐบาลเขาไม่ได้ใช้เงินครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเรียกร้องประการแรกท่านต้องชี้แจงก่อนว่า พระราชบัญญัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ฉบับนี้จะใช้บังคับได้หรือไม่

ประเด็นที่ ๔ คนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ต้องมายืนยันต่อสภาว่า เมื่อท่านไม่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติ เงินออมท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ก่อนที่จะผ่านวาระที่สาม เพราะถ้าผ่านวาระที่สามมีใคร ยื่นตีความกฎหมายจะเป็นหมันครับ ขออนุญาตตั้งคำถามกับกรรมาธิการแล้วเรียกให้คน ที่ทำหน้าที่ประธานรับผิดชอบในการชี้แจงด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมให้ไป ตามท่านรัฐมนตรีแล้วนะครับ ท่านประชุม ครม. อยู่ห้องงบประมาณ เดี๋ยวเสร็จแล้วเดี๋ยวมา เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ซึ่งทางรัฐบาลได้ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๓ นี้กระผมขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับเหตุผลอย่างนี้ ครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราต้องยอมรับว่าเป็นการเริ่มต้นที่รัฐบาลที่แล้ว คือรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนที่มหาอุทกภัยจะเกิดขึ้น ดังนั้นงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ จึงเป็นงบประมาณที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ ไม่ทันต่อเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในวันนี้ ผมจึงอยากจะให้ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เงิน ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปอยู่ในงบกลางของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ถ้างบอยู่ในมือของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้วนี่ ความจำเป็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ที่เร่งด่วน นายกรัฐมนตรีก็สามารถพิจารณาเอาไปปรับใช้ได้ ท่านประธานครับ เชียงรายของกระผมเป็นจังหวัดต้นน้ำมีภูเขา มีแม่น้ำ แต่เมื่อฤดูฝนน้ำฝน ก็ไหลลงไปสู่ที่ต่ำหมดสิ้น มีอ่างเก็บน้ำสำหรับเก็บกักน้ำแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานครับ อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้นน้ำฝนในฤดูฝนไหลลงสู่ที่ต่ำ ลงสู่แม่น้ำ สู่ทะเลไปหมด ดังนั้นเพื่อให้ เกิดประโยชน์กับพี่น้องชาวเชียงรายนะครับ ไม่ให้เกิดน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากเสียหายทุกปีครับ กระผมดูแลอยู่ ๔ อำเภอ อำเภอขุนตาล พญาเม็งราย เวียงแก่น เชียงของ ท่านประธานครับ ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ขอมาที่ ๔ อำเภอ อำเภอละ ๕๐ ล้านบาทได้ไหม ก็รวมเป็น ๒๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท ก็ได้คนละ ๑ อ่างเก็บน้ำเท่านั้น จริง ๆ แล้วอ่างเก็บน้ำใน ๔ อำเภอมีเยอะแยะมากมาย พี่น้องของผมจะได้หายยากจนไม่ทิ้งบ้านทิ้งช่อง ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ไปทำงานในจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับเริ่มแล้วนะครับ ๗๕๐ ปีจังหวัดเชียงรายท่านประธานครับ เริ่มเคาน์ดาวน์ (Countdown) ตั้งแต่วันที่ ๑ ที่ผ่านมา ปรากฏว่ารถติดมหาศาลเลยครับ ถนนก็แคบ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ตามภูเขาเลากา ห้องน้ำ ก็ยากลำบาก แต่พี่น้องประชาชนหลั่งไหลไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายมากมาย ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดคนเก่าไม่ได้ใส่ใจในงาน ๗๕๐ ปีของเราเลย ทั้งจังหวัดครับมีงบประมาณ สำหรับเฉลิมฉลอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ ครับ เอาเฉพาะปรับลดนะครับ ที่ท่านสงวนคำแปรญัตติไว้ อย่าไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด คนเก่าเลยนะครับ เพราะว่าท่านไม่ได้อยู่ในห้องด้วยนะครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ครับ พระเจ้าลงโทษก็ไปเป็นผู้ตรวจ ราชการ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๖ มกราคมที่จะถึงนี้เป็นพิธีใหญ่นะครับ ที่จะต้อง บวงสรวงตามหาพ่อขุนเม็งรายครับท่านประธาน งบประมาณก็ไม่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่งไปรับงานวันนี้เองครับ เริ่มเข้าทำงานที่จังหวัดเชียงรายวันนี้เอง แต่เราก็เริ่มเฉลิมฉลอง แล้วเงินก็ไม่มีท่านประธานครับ ผมจึงตัดลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ให้นายกรัฐมนตรีเอาไปช่วย จังหวัดเชียงรายหน่อย เขาฉลองทั้งปีครับ แล้ววันที่ ๒๖ ที่จะถึงนี้งานใหญ่มาก ๓๐ ชนเผ่า ในเชียงรายเดินขบวนตามหาพ่อขุน เงินก็ไม่มีครับ แล้วนายกรัฐมนตรีจะไปเปิดงานด้วย ท่านประธานครับ อย่างไรทางสำนักงบประมาณช่วยหาเงินไปด่วนเลยนะครับ นายกรัฐมนตรีจะไปแต่ไม่มีงบประมาณครับ ท่านประธานครับ ผมตัด ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า เชียงรายนักท่องเที่ยวไปเชียงราย เอาเงินไปทิ้งเชียงรายครับ ปีละ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท การค้าชายแดน ๓ อำเภอ แม่สาย เชียงของ เชียงแสน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบแสนล้านบาทครับ คนเชียงรายทำเงินเกือบแสนล้านบาท แต่เงินกลับเชียงรายเท่าไรครับ ท่านประธานครับ อย่างไรแล้วที่ผมตัดนี่นะครับ ขอไปอยู่ในงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยเอากลับคืนมาให้ชาวเชียงรายหน่อยนะครับ ๗๕๐ ปี เราจะเหลืออยู่ ๒ อย่างที่เป็นถาวรวัตถุที่จะเป็นระดับโลก ระดับประเทศ ท่านประธานครับเราจะมีสายน้ำ แห่งศิลปะ คือ ริเวอร์ ออฟ อาร์ต (River of art) ๓,๖๐๐ ล้านบาทครับ ในแม่น้ำกก ๖ กิโลเมตร ศิลปินของจังหวัดเชียงราย ท่านถวัลย์ ดัชนี ท่านเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จะเป็นประธานในการสร้างสายน้ำศิลปะ ๓,๖๐๐ ล้านบาท อันนี้จะเป็นระดับโลกครับ จังหวัดอื่น ก็ทำไม่ได้เพราะศิลปินไม่ได้อยู่ในจังหวัดนั้น เพราะฉะนั้นศิลปินจังหวัดเชียงรายทั้งหมดร่วม ๕๐ ท่าน จะรวมใจกันสร้างสายน้ำแห่งศิลปะ ท่านประธานครับ แล้วเชียงราย ๗๕๐ ปี ก็จะ มีทุ่งดอกไม้ ๕๐๐ ไร่ ทุ่งไม้เมืองหนาว ๕๐๐ ไร่ ติดแม่น้ำโขงที่ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ แล้วดอกทิวลิปจริง ๆ ปลูกจริง ๆ ที่ผาตั้ง ภูชี้ฟ้าครับ ในปี ๒๕๕๕ นี้พี่น้องคนไทยไปดูดอกทิวลิป ทุ่งทิวลิปที่ภูชี้ฟ้า ผาตั้งได้เลย นะครับ นี่คือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายครับ ท่านประธานครับ ขอร้องท่านนายกรัฐมนตรี ผมตัดให้ท่าน ๒ เปอร์เซ็นต์ เอาคืนให้จังหวัดเชียงรายฉลอง ๗๕๐ ปีด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านอาคม สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดชัยภูมิและ คณะจากจังหวัดชัยภูมิ นำโดยท่าน ส.ส. พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ขณะนี้กำลังพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เชิญท่านอาคม เอ่งฉ้วน ครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้ปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคงจะทราบดีว่ารัฐบาล ได้เสนองบประมาณมา ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดูเหมือนว่ารัฐบาลคิดว่าจะแก้ปัญหาของ ประชาชนได้ แต่ตลอดระยะเวลาที่กรรมาธิการได้ใช้เวลาในการที่จะปรับลดงบประมาณ หรือพิจารณาตามกฎหมาย เพื่อให้งบประมาณนี้นำไปสู่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการทำหน้าที่ในวันนี้เป็นภารกิจหนึ่งที่ผู้แทนราษฎรทุกคนตระหนักว่าเราช่วยกัน ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อที่จะเอางบประมาณนี้ออกไปสู่พี่น้องประชาชน ผมได้พยายาม สอบถามนักธุรกิจ สอบถามผู้รู้ทางด้านการบ้านการเมืองรวมตลอดจนถึงพี่น้องประชาชนว่า งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนเรื่องใดบ้างที่เป็น เรื่องเร่งด่วน แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับมันน่าผิดหวัง มันไม่เป็นไปตามที่พี่น้องประชาชน ต้องการ ผมขออนุญาตที่จำเป็นจะต้องปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผล สนับสนุนดังนี้นะครับ

ประการที่ ๑ ประเทศไทยเรามีประเทศคู่ค้า คู่ค้าที่สำคัญของเราก็คือสหภาพ ยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ประเทศเหล่านั้นมีปัญหาหมด เมื่อประเทศเหล่านั้นมีปัญหา ท่านก็ทราบดีว่ารายได้ของประเทศมาจากการส่งออก เราส่งออกสินค้าเกษตร เราส่งออก สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าแปรรูป เราได้จากการท่องเที่ยว เราได้จากการลงทุน ทีนี้เมื่อประเทศ คู่ค้ามีปัญหา รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณในการแก้ปัญหา แต่เราดูจากเอกสารงบประมาณ แล้วไม่แก้ปัญหา ไม่ได้ตอบสนองสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลข้อที่ ๑ ซึ่งคิดว่าจำเป็นจะต้อง ปรับลดเพื่อจะได้มาแสดงเหตุผลไว้ตรงนี้ และขอคำตอบจากคณะกรรมาธิการ การที่ คณะกรรมาธิการตอบผมนี้ไม่ใช่ตอบนายอาคม เอ่งฉ้วน จะตอบพี่น้องประชาชนที่เลือกผมด้วย เพราะเขาจะได้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ในข้อที่ ๑ ข้อที่ ๑ ผมบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ตอบสนองงบประมาณในการที่ประเทศคู่ค้าของไทยมีปัญหา รัฐบาล มีงบประมาณในการแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร

ท่านประธานครับ ในประการที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องที่ ๒ การที่ต่างชาติหรือทั่วโลกเขาจะมาลงทุนในประเทศไทย หรือแม้กระทั่งเดินทาง เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเขาต้องมั่นใจในนโยบายของประเทศไทย เมื่อสักครู่ท่านวิทยา แก้วภราดัย บอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เคยพูด ไม่เคยตอบ ไม่เคยยืนยันว่า ที่ท่านจัดงบประมาณเที่ยวนี้ท่านจัดงบประมาณผิดพระราชบัญญัติกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ต้องตอบ ถ้าไม่ตอบคนก็ยังสงสัย ท่านจะทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ให้ผิดกฎหมายได้ อย่างไร เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดบอกว่ารัฐบาลจะพิมพ์แบงก์เพิ่ม ตรงนี้ ก็ต้องตอบ จริงอยู่รัฐบาลมีอำนาจ แต่ว่าในวาระเช่นไรที่รัฐบาลจะต้องพิมพ์ธนบัตรออกมาเพิ่ม ออกมาใช้ เพราะถ้าพิมพ์ธนบัตรเพิ่มมาก แบงก์มาก ๆ ต่อไปมันจะเป็นแบงก์กงเต็กท่าน ประธานก็รู้นะครับ มันไม่มีความหมาย อันนี้ต้องตอบ ผมจึงพูดว่าในประเด็นที่ความมั่นใจนี้ รัฐบาลต้องให้คำตอบ เพราะในงบประมาณนี้มันไม่ได้ตอบโจทย์ข้อนี้

ประเด็นที่ ๓ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ผมดูจากเอกสาร วันนี้ผมพูดภาพรวมนะครับ ผมดูจากมาตราอื่น ๆ ไม่ได้ตอบปัญหาข้อนี้เลยว่า จะเตรียมความพร้อมในประชาคมอาเซียนอย่างไร ธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) ไม่ชัดเจน กรณี เครือข่ายคมนาคมที่จะตอบรับในการเข้าไปสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๕ ไม่ได้จัด งบประมาณเพื่อมาแก้ปัญหาตรงนี้ เรื่องการแข่งขันจากภายนอกประเทศก็เหมือนกันผมไม่อยาก ให้ใครมาว่ารัฐบาลนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ประชาชนคาดหวัง เป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิงคนแรกว่า รัฐบาลดีแต่โม้ ผมไม่อยากได้ยิน ผมอยากให้รัฐบาลพูดแล้วทำ พูดน้อย ๆ แต่ทำมาก ๆ ท่าน ประธานครับ เรื่องที่ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจนคือเรื่องน้ำท่วม เรื่องน้ำท่วม ถ้าท่าน อ่านหนังสือพิมพ์ ท่านฟังคนคุยกันรัฐบาลต้องแถลงแล้วว่ารัฐบาลเตรียมการอย่างไรว่าปีหน้า น้ำจะไม่ท่วม หรือถ้าท่วมก็จะไม่รุนแรงอย่างนี้ ไม่ใช่บอกว่าเอาอยู่ เอาอยู่ เวลานี้มันเป็น คำพูดที่คนเอาไปล้อเลียนว่าคำว่าเอาอยู่ ต้องวิ่งก่อนเพื่อน ถ้ารัฐบาลประกาศว่าเอาอยู่ต้อง ดับของเลย ประเภทบอกว่าชั้นในแห้ง ชั้นในแห้งอยู่ไม่ได้ มันมีชั้นไหนบ้างที่แห้ง ในที่สุด น้ำก็ท่วมหมดทุกชั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้รัฐบาลได้ตอบด้วย เพราะว่างบประมาณ เมื่อผ่านสภาไปแล้วคนก็จะเกิดความหวัง

ประการที่ ๔ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ประเทศไทยถูกจัดลำดับในท้าย ๆ เลย ไม่ใช่ ท้าย ๆ คือจัดลำดับลึก ๆ เลยว่าคอร์รัปชัน (Corruption) ถ้าเราแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ให้ลดลงได้ ให้ลดน้อยลงได้ ผมว่าประเทศไทยมันมีทรัพยากรมาก ทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรธรรมชาติเรามีไปหมด แต่เราแก้ปัญหาเรื่องคอร์รัปชันไม่ได้ รัฐบาลมา ๔ เดือนกว่าแล้ว มีความจริงใจตรงไหนบ้างที่จะจับใครมาลงโทษสักคน อ้ายประเภทจับตามหน้าหนังสือพิมพ์ กรณีโน้นกรณีนี้ ผมว่ายังไม่ชัดเจน แต่มันชัดเจนตรงที่รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วม ศูนย์ ศปภ. ของท่านแก้ปัญหาน้ำท่วม คนก็คาดหวังอยู่แล้วว่ารัฐบาลต้องทำ เพราะเป็นงานชิ้นแรก ที่รัฐบาลจะได้กู้ว่าที่ใครเขาบอกว่ารัฐบาลบริหารไม่เป็น ช่วงนี้ท่านจัดการได้น้ำท่วม แล้วมันท่วมมหาศาล ท่วมมาก แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่น้ำท่วม ๒-๓ เดือน มีแต่เรื่อง คอร์รัปชัน โกง โกง โกง โกงแม้กระทั่งข้าวกล่อง แม้กระทั่งชุดยังชีพ โกงเรือ โกงทุกอย่าง ท่านครับ จนเดี๋ยวนี้รัฐบาลแถลงหรือยังว่าโกงหรือไม่โกง ถ้าไม่โกงก็ต้องบอกมาเลยไม่โกง ถ้าโกงจัดการเลยคนโกง อย่าไปลูบหน้าปะจมูก รัฐบาลโกงแค่นี้ไม่พอยังให้พรรคพวกตัวเอง ช่วยโกงอีก อย่างนี้มันจะมั่นใจได้อย่างไรครับท่านประธาน

ประการที่ ๕ ท่านประธานครับ เราเติบโตทางเศรษฐกิจมีปัญหาแน่ปีนี้ เพราะว่าปัญหาเรื่องน้ำท่วม ปัญหาผู้ค้าอย่างที่ผมพูด รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณรองรับ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เงินเฟ้อแน่นอน ของก็จะแพง ประชาชนจะเดือดร้อน รายได้น้อย แต่ของแพงอยู่ได้อย่างไร สินค้าเกษตรพูดกันทุกคน ตั้งแต่ผู้แทนราษฎรที่สนับสนุนรัฐบาล ผู้แทนรัฐบาล ประชาชนเป็นประเทศเกษตร ถ้าสินค้าเกษตรขายไม่ได้ ขายได้ราคาต่ำ อย่าคิดว่าจะประกันราคาแต่ข้าวอย่างเดียวจะเอาอยู่ ไม่ได้หรอกครับ มีพืชเกษตรหลายตัว ที่ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องจัดงบประมาณมาตอบสนอง ในเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท อันนี้รัฐบาลไปหาเสียงมาน่าเห็นใจ แต่ท่านประธานก็รู้ ท่านประธานเคยเป็นกรรมาธิการ การแรงงานเป็นคนเก่งคนหนึ่ง เวลาเขาจะขึ้นค่าแรง เขามีไตรภาคี รัฐบาลใช้ไตรภาคีไหม นายจ้าง ลูกจ้าง รัฐบาล เขาต้องคุยกันก่อนจะขึ้น อันนี้ไปหาเสียงไว้ล่วงหน้าเลย กลับมาถึง ก็ต้องขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดว่าเมื่อน้ำท่วมแล้วอย่างนี้ นิคมอุตสาหกรรม ท่วมมหาศาลอย่างนี้ยังจะยืนยันขึ้นอีกไหมปีนี้ ๓๐๐ บาท หรือขึ้นปีไหน ไม่ใช่ขึ้น ๓ จังหวัด ๔ จังหวัด ๕ จังหวัด เพื่อให้ถูกต้องว่าตัวเองไปหาเสียงมา มันทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่าเลือกปฏิบัติ อย่าใช้ ๒ มาตรฐาน ถ้าไม่ขึ้นก็ต้องไม่ขึ้น ถ้าขึ้นก็ขึ้นทั้งประเทศ

ประเด็นที่ ๗ เรื่องการเมือง คนจะมาประเทศไทยนี้นะครับ การเมืองมันต้องนิ่ง เวลานี้พรรครัฐบาลมันชนะเด็ดขาดมันต้องนิ่งแล้ว ต้องคิดถึงเรื่องพัฒนาประเทศ พวกฝ่ายค้าน พวกผมก็ยอมรับแล้วว่าคะแนนสู้ไม่ได้ ประชาชนเขาให้โอกาสท่าน มันต้องนิ่งแล้ววันนี้ มันไม่นิ่ง เดี๋ยวจะทำเรื่องนั้น เดี๋ยวจะทำเรื่องภาษี เดี๋ยวจะแก้รัฐธรรมนูญ มันไม่นิ่ง ท่านจะชนะ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้าการเมืองไม่นิ่งประเทศมันเดินไม่ได้ ผมไม่อยากจะให้เขาได้ยินว่า รัฐบาลนี้มากับไฟไปกับน้ำ ผมไม่อยากได้ยิน ท่านต้องทำให้ประเทศเจริญโดยใช้ ความสามารถของบุคลากรในคนของท่าน ๔-๕ เดือนพอแล้วถ้า ครม. ของท่านมันไม่เข้าท่า คนไหนที่ไปแอบอยู่หลังม่านอยู่แถว ๓ แถว ๔ ท่านก็ปรับเอาคนใหม่เข้าไปใส่ได้ ทำได้ครับ ปรับได้ พวกผมก็ไม่ว่าอะไร ท่านปรับไปเถอะครับ ไม่มีปัญหา ปรับเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ไปได้

ในข้อที่ ๘ ในปัญหาสังคมซึ่งเป็นข้อสุดท้าย ท่านประธานครับเราก็มีลูก เราก็มีพวก เราก็มีคนที่อยู่ในแวดวงของนักการเมือง เราจะเห็นท่านประธานว่าข่าวสารที่ออกมา แต่ละวันปัญหาสังคมเวลานี้มันน่ากลัวมาก มีแต่ปล้น ชิง ลักขโมย ข่มขืน มีแต่ฆ่า ผมไม่เคยได้ยิน ลูกฆ่าพ่อ ลูกฆ่าแม่ เดี๋ยวนี้ได้ยิน ปัญหาสังคมมันเป็นปัญหาที่มันมีอยู่จริงแต่ว่ารัฐบาลต้องให้ ความสำคัญโดยใช้งบประมาณลงไปแก้ ด้านการศึกษาประเภทที่แจกอิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียวมัน แก้ปัญหาจิตใจของคนไม่ได้หรอกครับ รัฐบาลต้องใช้กระทรวงวัฒนธรรมด้วย ศาสนาก็ต้องช่วย การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม มันถึงจะแก้ปัญหาจิตใจของประชาชนได้ ถ้าแก้จิตใจของ ประชาชนได้ ถ้าคนในชาติมันดีเสียอย่างนะครับ เราไม่ต้องใช้งบประมาณในการปราบปราม ยาเสพติดเยอะ เวลานี้ท่านเห็นไหม มันน่าแปลกประเทศเพื่อนบ้านเราผลิตยาเสพติด แต่ทำไมพวกนั้นไม่ติดยาเสพติด แต่คนไทยกลายเป็นติดยาเสพติด เจาะเลือดที่ไหน ตรวจปัสสาวะที่ไหน มีแต่ยาเสพติด ๆ ว่าง ๆ ท่านประธานลองเจาะเลือดในสภาดูบ้างก็ได้ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่น่าหนักใจ เพราะฉะนั้นงบประมาณวันนี้ จริงอยู่พวกผมเป็นฝ่ายค้านทำอะไรมาก ไม่ได้ แต่ถ้าพวกผมไม่พูดเท่ากับว่าพวกผมเสียโอกาสที่ประชาชนให้โอกาสมา วันนี้ประชาชน ให้โอกาสท่านมาเป็นผู้แทนราษฎรแล้วพวกสภาก็ให้โอกาสท่านไปนั่งข้างบน ท่านก็ต้องทำ หน้าที่ให้ตรงไปตรงมาอย่างยุติธรรม ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าท่านจะเป็นเพื่อนผม แต่ผมก็ไม่ได้ให้ คะแนน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มหรอกครับ แต่ว่าท่านก็เป็นคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ใช้ได้ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอ เชิดชัย

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ทำงานหนัก บังเอิญผมมีโอกาสไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรม ประชุมเช้า เสร็จ ๔ ทุ่ม ๔ ทุ่มครึ่งอย่างนี้ครับ ก็ทารุณเหมือนกันทำงานหนัก ก็ควรจะได้รับคำชมเชยนะครับ ท่านประธานครับงบประมาณนี้เป็นภาษีอากรของราษฎร ซึ่งรัฐทุกรัฐต้องทำ แล้วเอาไปให้รัฐแล้วรัฐบาลเอาไปใช้งาน แต่คนที่ใช้จริง ๆ คือข้าราชการครับ เราอย่าเพิ่งไปมองข้ามหน่วยงานข้าราชการ ที่เรามาว่ากัน นักการเมืองว่ากันต่าง ๆ ก็มีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมีรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระอีกครับ ที่ผมพูดคือให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลบ้างนะครับว่าเงินที่เราตั้งขึ้นมันไปใช้หลายอย่าง ท่านประธานครับ งบประมาณชุดนี้ผมเรียกว่าเป็นงบผิดปกตินะครับ เพราะว่ามีภาวะ เศรษฐกิจแย่ มีอุทกภัย ตั้งในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วมาปรับปรุงในรัฐบาลชุดนี้กำลังดูกันอยู่นี่นะครับ น่าจะเรียกว่า งบเฉพาะกิจหรือว่างบหนีภัย เพราะมีภัยจริง ๆ ท่านประธานครับ ที่ผมขอ สงวนสิทธิคำแปรญัตติลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าอยากให้ภาษีอากรราษฎรไปใช้อย่างคุ้มค่า และมีการกระจายทั่วประเทศ เอาไปใช้อะไรครับ ก็คือความยากจน ท่านประธานครับ ประเทศไทยตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กมาเจอแต่ความยากจน ปัจจุบันก็ยังยากจนอยู่ ทั้งที่งบ มันเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ไปแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เศรษฐกิจและสังคม ความไม่รู้หนังสือของคน แล้วก็อยากให้งบพวกนี้เอาไปใช้ในหลักการที่ว่าใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นพื้นฐาน ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ท่านประธานครับผมขอสรุปนิดหนึ่งครับ เพราะมีคนฟังอาจจะไม่เข้าใจนะครับ งบปีนี้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท มากกว่าปีที่แล้ว ๙.๗ ล้านบาท เป็นเพราะว่าบ้านเมืองก็ต้องมี คนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโตขึ้นทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจแย่นะครับ เพราะฉะนั้นเก็บภาษีไปใช้ไม่พอแล้ว ครับต้องขาดดุลอีกประมาณเกือบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรับลดไป ๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครม. เอาไปใช้เกือบหมด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อให้ เป็นไปตามนโยบาย แล้วยังมีการจัดสรรให้หน่วยงานที่เป็นอีกอำนาจหนึ่งก็คือรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ วรรคเก้า อีกตั้ง ๘๔๗ ล้านบาท ก็เยอะเหมือนกัน นะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่า งบประมาณนี้มันมีเวลาใช้ถ้าตามปฏิทินที่กำหนดกันประมาณ ๗ เดือนแต่พอไปดู รายละเอียดใช้จริง ๆ ประมาณ ๕ เดือนนะครับ เพราะว่าเดือนกุมภาพันธ์ก็เริ่มใช้ การจัดซื้อ จัดจ้างซึ่งเป็นงบประมาณส่วนใหญ่ก็เริ่มประมาณเดือนเมษายน ท่านไล่ไปประมาณ ๕ เดือน แค่นั้นเองครับ เพราะฉะนั้นตั้งไปมากมันใช้ไม่ทันนะครับ งบค้างท่อนะครับ อีกอย่างหนึ่ง ข้อสังเกตที่อยากให้ปรับลด ก็คือมีหลาย ๆ อย่างที่ปรับลดที่ผมปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาลเอาไปใช้ที่ไม่ได้เตรียมบ้าง หรือว่าไปใช้ในสิ่งที่ สมาชิกอยากจะเห็นให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองนะครับ

อันที่ ๑ การเตรียมให้ไปสู่เป็นสมาคมอาเซียน อันนี้ต้องชัดเจน อยากจะให้ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เตือนไปยังรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวงเกี่ยวข้อง ให้เตรียมไว้ ๕ เดือนท่านต้องทำงบมา ใหม่อีกนะครับ

อันที่ ๒ งบที่อ้างความมั่นคง อ้างสถาบันเฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ผมไปดูแล้ว ครับเยอะมากครับ โดยเขาเชื่อว่างบเหล่านี้จะไม่ถูกตัดต้องผ่านโดยสะดวกโยธิน แต่พอเรา ซักรายละเอียดลงไปมันไม่มีเหตุผล ไม่มีการติดตาม สิ้นเปลือง ผมอยากให้เอางบพวกนี้ ถ้าเป็นไปได้ให้แยกมาต่างหาก แล้วก็มีการติดตามให้ชัดเจนว่ารัฐบาลก็สนับสนุน ผมคิดว่า ทุกรัฐบาลทำแบบเดียวกันแต่ให้มันชัดว่าเป็นเงินประมาณเท่าไร

อันที่ ๓ งบเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มน้อยจริง ๆ เผลอ ๆ ลดลงด้วย ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มให้เป็นถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ปัจจุบันนี้ประมาณ ๐.๒ บางท่านก็ว่า ๐.๒๕ ผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการบูรณาการอย่างจริงจัง ไม่ว่าเป็นมหาวิทยาลัยหรือว่าเอกชนหรือว่ารัฐต่าง ๆ นะครับ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๕ ส กับ ๑ ว นะครับ อยากจะให้สำนักงบประมาณเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้วางแผนบูรณาการ ใช้หลักการวิทยาศาสตร์มาบริหารแก้ไขปัญหาประเทศอย่างจริงจังครับ ประเทศจีนที่เขาเป็น คอมมิวนิสต์ ลองไปอ่านที่เขาประชุมสมัชชาของเขา เขาเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ เขาเป็น คอมมิวนิสต์นะครับ เขายังใช้วิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาของเขา เป็นอย่างไรครับประเทศ จีนตอนนี้กำลังจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจครับ

อันที่ ๔ งบที่อยากจะให้ตัดลดมากก็คืองบบริหารจัดการนะครับ ไม่มี ประสิทธิภาพ ไม่คุ้มค่านะครับ หน่วยงานใหม่ หน่วยงานตาม พ.ร.บ. ที่เราอยากให้เห็น จริงจังองค์กรมหาชน เราคิดว่ามีหน่วยงานนี้หน่วยงานนั้นขึ้นมาเยอะแยะคิดว่าดีครับ แต่ท่านครับ ลืมว่าหน่วยงานเหล่านี้ก็มีปากครับ ต้องการงบประมาณครับ ไปถามงบประมาณที่ท่านขอมา เป็นอะไรบ้าง สำนักงานต้องสร้างใหม่แทนที่จะไปเช่า เงินเดือน เลขานุการ เจ้าหน้าที่ รถ เงินเดือนประจำตำแหน่ง เบี้ยเลี้ยง จิปาถะ ที่ปรึกษาอีก ไม่พอหรอกครับ เงินที่จะเหลือไปถึง ประชาชนมันเหลือนิดเดียว เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านสมาชิกเวลาเราตั้งหน่วยงานเหล่านี้ มีกฎหมายรองรับให้คำนึงพวกนี้ด้วยครับ เพราะว่างบประมาณของเรามันจะเปรียบเสมือน ก้นรั่วนะครับ ท่านตั้งไว้สูง ๆ มีหน่วยงานพวกนี้ดูดไปใช้ไว้ก่อนเบื้องต้นแล้วท่านจะไปทำ เอาเงินอย่างอื่นไปใช้บริหารประเทศได้อย่างไรครับ

ท่านประธานครับ องค์กรส่วนท้องถิ่น อบต. ผมอยากให้มี ทางงบประมาณ ผมไม่ทราบว่าไปดูแลทั่วถึงไหมครับ การก่อสร้างต่าง ๆ ครับ ท่านไปดู อบต. ในต่างจังหวัด ใหญ่โตมโหฬารครับ เลียนแบบศาลากลาง มีที่จอดรถประจำตำแหน่ง อบต. อบจ. ผมเป็น ประชาชนเขาไปที่บริการนิดเดียวครับ ไม่มีที่จอดรถนะครับ สรุปแล้วงบประมาณประเทศนี้ เอาไปให้องค์กรเหล่านี้ใช้หรือครับ พวกที่เป็นถูกต้องตามกฎหมายนี้ครับ แต่งบไปถึง ประชาชนน้อยมาก

อีกอันหนึ่งรัฐวิสาหกิจ งบต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นเราไม่สามารถจะควบคุมได้เลยนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่ดูแลต้องจริงจังเพราะว่าจะพัฒนาประเทศ รัฐวิสาหกิจก็มีส่วนสำคัญ อย่างยิ่ง ผมจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับไฟฟ้า ลองท่านไปต่างจังหวัดท่านจะเห็นเสาไฟฟ้า ทุกระดับประทับใจ ตั้งแต่เสาเล็กไปถึงเสากลาง เสากลางใหญ่ เสาใหญ่โต สร้างอยู่ใน ที่เดียวกันนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานเหล่านี้เขามีแผนการอย่างไร เสาแต่ละต้นราคาแพง นะครับ เสียดายสตางค์ครับเพราะมันก็เป็นภาษีของพวกเราเช่นเดียวกันครับ

ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งที่อยากให้ตัดก็คือการฝึกอบรม ผมก็รับราชการ ในมหาวิทยาลัยมาก่อน เราก็ทราบว่าการฝึกอบรมที่จำเป็นก็มี ที่ไม่จำเป็นก็เยอะ เป็นเรื่องของ สวัสดิการบ้าง ขอให้ทำพอเหมาะพอควร ให้มันได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ว่ากันในเรื่องพวกนี้ครับ อยากจะให้การฝึกอบรมในภาวะที่บ้านเมืองกำลังเดือดร้อน เน้นหนักที่จำเป็นจริง ๆ งบศึกษาต่อเช่นเดียวกันนะครับ ไม่ใช่ว่าส่งข้าราชการไปเรียนระดับปริญญาตรี ระดับ ปริญญาโท ระดับปริญญาเอก กลับมาแล้วก็ลาออกจากราชการ เสียดายสตางค์ ปัจจุบันนี้ เราเอาสำเร็จรูปนะครับ เรียนได้ปริญญาโทก็ปริญญาโท ปริญญาเอกก็ปริญญาเอก เพียงแต่ว่า เงินเดือนหรือว่าแรงจูงใจต้องให้สูงพอหน่อยนะครับ

อีกอันหนึ่งโครงการต่าง ๆ ที่งบนี้ผ่านไปแล้ว ผมอยากจะให้ทางงบประมาณ ไปเร่งกำชับ เราจะฝากกรรมาธิการคงไม่ได้ กรรมาธิการพอหมดวาระนี้แล้วก็หมดหน้าที่ ไปดูนะครับ ให้มีการรีบดำเนินการ ๕ เดือนนะครับ ให้ถูกต้องตามสเปก (Spec) อย่าให้มี การโกงกันเหมือนที่ผ่านมาที่มีข่าวว่าโกงกันถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในชุดที่แล้วที่ว่าทางสภาหอการค้า เขาประชุมกันเขาว่าอย่างนั้น อย่าให้คอร์รัปชันเลยครับ สงสารบ้านเมือง ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ผมอยากให้กำลังใจเหมือนกันครับเพราะว่าได้ทำดีแล้วในเรื่องแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ผ่านรอดพ้นมาได้ด้วยดี ก็อยากจะให้งบเหล่านี้มีโอกาสคืนไปให้ประชาชนที่ผมคิดของผมเอง ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์นะครับ คืออยากจะให้โอกาสประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินครับ คือเศรษฐกิจภายในถ้ามีการจับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น แทนที่จะพึ่งการส่งออกอย่างเดียว มันก็จะมีประโยชน์นะครับ เศรษฐกิจจะได้มั่นคง เพราะฉะนั้นก็คืองบที่แก้ไขความยากจน ชาวบ้านเขาไม่มีอะไรหรอกครับ มีก็คือโอกาสที่จะได้ถึงแหล่งทุน ผมพูดเป็นข้อ ๆ นะครับ

ข้อที่ ๑ เรื่องรักษาพยาบาล มันเกี่ยวกันตรงไหนครับ ก็เกี่ยวตรงที่ว่าช่วยลดภาระ การรักษาพยาบาล ท่านประธานครับรัฐบาลมีนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอครับ ขณะนี้เราอยู่วาระที่สอง ฝากนี่เอาไว้ฝากโอกาสอื่นที่ท่านตัด ตัดเพราะอะไร เอาเท่านั้นละครับ ถ้าฝากท่านไปเดี๋ยวฝากทั้งสภามันจะไม่จบนะครับ เชิญครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ที่อยากให้ปรับเพราะอะไรครับ เอาไปเพิ่มพวกนี้ละครับ โรงพยาบาลที่มันคับแคบ ท่านประธานลองไปโรงพยาบาลสิครับ ตึกสร้างมา ๓๐-๕๐ ปี มันควรจะทุบทิ้งได้แล้วครับเพราะมันเก่า มันขึ้นราก็มี ถ้าปรับลดลง เอาไปใช้พวกนี้นะครับ แล้วโครงการต่าง ๆ ที่ให้ถึงชาวบ้านที่ยังไม่มีกองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้แหล่งทุนนะครับ จำนำข้าว ตอนนี้มีปัญหาบ้างแต่ประชาชนได้ ประโยชน์ ที่จังหวัดขอนแก่น ปีใหม่ทุกปีนี้เงียบเหงาแต่ปีนี้จัดกันอุตลุดเลยนะครับ ไปงาน แทบไม่ทันเพราะว่าเขาขายข้าวได้ มีเงินมากขึ้น เอสเอ็มแอลประชาชนเขารอนะครับ กองทุนพัฒนาสตรี ตอนนี้ผู้หญิงยิ่งมากกว่าผู้ชาย ต้องให้ความสำคัญ ผู้สูงอายุต่าง ๆ อีก อันหนึ่งที่ผมอยากจะให้ดูปรับไปปรับมานี้นะครับ ก็คือพวกข้าราชการบำนาญต่าง ๆ เขาอยากจะเพิ่มเหมือนกัน เศรษฐกิจมันเปลี่ยนไปเยอะ เงินเขาได้น้อย ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมานี่ก็คือเมื่อปรับไปมาแล้วบ้านเมืองดีขึ้นนะครับ ถึงจะมีการกู้บ้าง เพื่อมาใช้ทำสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น พวกการขนส่ง รถไฟความเร็วสูงพวกนั้นผมเห็นว่า ก็มีความจำเป็นนะครับ สุดท้ายนี้ผมก็ยังขอสงวนสิทธิ์ที่จะพูดในรายละเอียดรายกระทรวงไป นะครับ แต่ก็อยากจะให้กำลังใจกรรมาธิการทำงานต่อไปให้เสร็จนะครับ แล้วก็ฝากไปยัง รัฐบาลว่างบต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาษีอากรราษฎร ขอให้ใช้อย่างมีประโยชน์คุ้มค่าจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุทธิ กรรมาธิการสงวนความเห็น เชิญครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอ วรงค์ประท้วงอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมเรียนท่านประธาน ผมคาดว่าเจ้าหน้าที่อาจจะมีความผิดพลาดในการจัดเรียงคิวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวให้จบเป็นชุด ๆ ก่อนนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

เพราะว่าเพื่อน ๆ ผมเข้ามาทีหลัง ผมหมดแล้ว ผมเป็นคนแนะนำให้เขายกมือทีหลังผมนะครับ และตอนแรกผมมีรายชื่อ แล้วอยู่ ๆ รายชื่อผมหายไป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดลำดับให้นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการก่อนนะครับ ท่านกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ เชิญครับ

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณมากครับท่าน ประธานครับ ผม สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ กรรมาธิการงบประมาณเสียงข้างน้อย ก็ได้ตัด งบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เพื่ออภิปรายนะครับ เงินงบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทครับ ก็มีโอกาสได้ไปพบกับเจ้ากระทรวง กรม กองต่าง ๆ มามากมาย ทุกคนก็มานั่งของบประมาณ ไปใช้ ผมเห็นเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี่ ถ้าเผื่อใส่รถบรรทุกผมว่าเป็น ๑,๐๐๐ คัน รถสิบล้อ เงินมากมายมหาศาลครับ กับ ๔๔ วันที่มาพิจารณางบประมาณ การจัดสรรงบประมาณตรงนี้ นะครับ ผมก็ได้มามองดูว่ารายละเอียดการนำเสนอต่าง ๆ ตรงนี้นะครับ ผมอยากจะฝาก ข้อสังเกตว่าต้องใส่ใจในปีถัด ๆ ไปนะครับว่าเป็นอย่างไร ว่ามันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนะครับ คือผมเองผมบอกว่าไม่มีนักธุรกิจใดกลัวการลงทุนนะครับ แต่ทุกคนกลัวอย่างเดียวคือ กลัวการขาดทุนนะครับ การจัดสรรงบประมาณที่หลาย ๆ กระทรวงเอาไป ผมเองก็ไม่ได้สังเกต นะครับว่ามันเป็นอย่างไร กระทรวงที่ลงทุนแล้วมีโอกาสทำรายได้ทำไมได้งบประมาณไปไม่มาก อย่างเช่นกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นต้นนะครับ ซึ่งสามารถไปทำเชิงธุรกิจได้ อะไรได้นะครับ ให้นักท่องเที่ยวมามากมายได้อย่างนี้เรากลับได้ งบประมาณ ตั้งงบประมาณมาน้อยนะครับได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นต้นอย่างนี้นะครับ อย่างกระทรวงพลังงานได้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ และกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้ผมมองว่า การจัดงบประมาณของเราน่าจะมีปัญหาครับท่าน และในขณะเดียวกันงบประมาณที่นำไปใช้ ผมก็พยายามดูนะครับว่าเงินงบประมาณที่จะเอาไปใช้เรามีเวลาใช้แค่ ๖ เดือนเศษ กับเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เงินมากมายมหาศาลตรงนี้ละครับท่าน ก็รู้ว่ามันเป็นอย่างไร ก็อยากให้ เป็นข้อสังเกตไว้นะครับว่าอย่างเช่นงบประมาณยาเสพติด ถามบอกคุณจะไปปรับอย่างไร เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการลดเรื่องยาเสพติดก็ตอบไม่ได้นะครับ ไม่มีใครที่จะมองเห็นภาพ ที่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสำเร็จนะครับ การนำเสนอการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผมบอกว่า ยังค่อนข้างที่จะมองไม่เห็นแสงสว่างในการแก้ปัญหาครับ อย่างเช่นกระทรวงกลาโหมใช้ งบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมบอกว่าเราจะทำกองทัพให้เกรียงไกร มันจะเกรียงไกร ได้อย่างไรครับ ในเมื่อขณะที่เรายังต้องเกณฑ์ทหารอยู่ทุกวันนี้นะครับ ใครถูกเกณฑ์ไปเป็น ทหารก็นั่งร้องไห้ นั่งเสียใจ นั่งแบกปัญหาของครอบครัวอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เงินอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ไม่เชื่อนะครับว่าจะทำให้กองทัพไทยของเราจะเกรียงไกรขึ้น ไปได้ในส่วนตรงนี้ท่านครับ ผมถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านครับท่านดูส้มข้าง ๆ ผมสิครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูส้มสิครับ ส้มอย่างนี้สมัยก่อนเราคว้างทิ้งนะครับ เราไม่กิน ท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้กำลังจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย ส้ม ผมไปถามกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ถามบอกท่านทราบไหมครับว่าเขาเป็นอะไรส้มมันถึงเล็กลง ส้มเป็นอะไร ถึงตายหมดประเทศ ตอบไม่ได้ครับ ไม่มีใครใส่ใจ แล้วงบประมาณเอาไปทำไมครับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเราจะต้องนำเข้าส้มจากต่างประเทศมหาศาล ประเทศจีนกำลังส่งเข้ามา ในส่วนนี้ว่าเป็นอย่างไร อย่างเช่นการศึกษาของเรา ผมบอกว่า น่ากังวลใจ เด็กประถม ๑ ปกติแล้วเราจะต้องให้ฝึกหัดอ่านเขียน ท่อง จำ เพื่อที่เราจะได้ มีโอกาสได้สร้างคนให้เป็นคนให้ได้ดีนะครับ อย่างเช่นเราจะสร้างตึก สังเกตไหมเราต้องเขียน แปลน (Plan) ก่อน เราจะดูความมั่นคงของตึกหลังนี้ว่าแข็งแรงหรือไม่ เราก็จะดูที่เราตอกลง เสาเข็มอย่างไร ผูกเหล็กอย่างไร ทำคานอย่างไร ก็เหมือนกับคนละครับท่านครับ ช่วงเยาวชนเราแทนที่จะปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม เรื่องจิตสำนึก วัฒนธรรมให้แข็งแรง เรากลับไปทำอะไรครับท่านครับ ซื้อแท็บเล็ตเพื่อเราให้เด็กได้ใช้สมองกลทางเทคโนโลยี ในส่วนตรงนั้น ซึ่งเด็กยังต้องฝึกหัดฝึกเขียนอยู่ ในส่วนตรงนี้เราก็เป็นห่วงและกังวลใจอยู่มาก ในหลาย ๆ ฝ่ายอยู่ว่า แล้วส่วนตรงนี้จะเป็นการให้ไปทำลายหรือให้ไปสร้างสรรค์กับเยาวชน ของเรา อย่างเช่นพอเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ท่านสังเกตไหมครับ ท่านประธาน เราจะให้ออกประมาณครึ่งหนึ่งเพื่อเราจะได้ให้ไปใช้แรงงาน ให้ไปเรียนอาชีวศึกษา ผลปรากฏอย่างไรครับ ส่วนใหญ่ก็ผิดหวัง เสียใจที่เรียนยังไม่ได้ดี เรียนแล้วถูกคัดออก เป็นการสร้างความล้มเหลวของชีวิต ความรู้สึกของเขาในส่วนตรงนั้น ถามบอกว่าถ้าเผื่อหากเรามีให้ความคิดที่ดี ให้ไปเรียนบอกเขาให้เข้าใจ ชี้นำให้ถูกว่าไปเรียน อาชีวศึกษาแล้วเกิดผลอย่างไร ท่านครับ ผมเองก็ได้ถามทางฝ่ายแรงงานว่าท่านมีความคิด รู้สึกอย่างไร แรงงานตอนนี้เป็นอย่างไร ซึ่งบริษัทประกอบรถยนต์ของบริษัทญี่ปุ่น ท่านเชื่อไหมครับ ขอแรงงานเรามา ๕๐,๐๐๐ คน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ถึงปัจจุบันยังไม่ได้สักคน ทางแรงงาน ยังบอกนะครับบอกว่าตอนนี้ยังขาดแรงงานอีก ๑๐๐,๐๐๐ คน และท่านลองคิดดูนะครับว่า เราส่งนักเรียนจบ ม. ๓ ขึ้นสู่อาชีวศึกษาทุกคนล้มเหลวในเชิงความรู้สึกและความคิดที่จะไป สร้างคนให้เป็นคน ส่วนตรงนี้ต้องคิดนะครับท่านครับ และถ้าเป็นระดับอุดมศึกษาเราจะติดอาวุธ ทางปัญญาเขาอย่างไร จะเพิ่มศักยภาพอย่างไรในส่วนตรงนี้เป็นต้น ถึงบอกว่าเงินที่เอาไป ๒.๓๘ ล้านล้านบาทตรงนี้มันไม่มากหรอกครับ ถ้าเผื่อเกิดเงินตรงนี้เรานำไปแล้วสามารถใช้ ให้เกิดประโยชน์ที่ดี ที่ควร ที่สูงสุดนะครับ แต่ถ้าเผื่อหากเราไปละลายทิ้ง ผมก็เห็นห่วงกังวลว่า เงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทเงินไม่ใช่น้อย เงินรถสิบล้อ ๑,๐๐๐ คัน บรรทุกไม่หมดครับ ท่านครับ ในส่วนตรงนี้เราจะเอาคืนกลับไปได้อย่างไร อย่างเช่น กระทรวงคมนาคม ผมก็ถามครับ ท่านครับ เราทำรถไฟรางคู่เราใช้รางขนาดกว้างเท่าไรซึ่งอนาคตอันใกล้นี้นะครับ อาเซียนเรา เราก็จะเชื่อมสัมพันธ์กันหมด เราก็จะวิ่งระบบการขนส่งทั่วถึงกันไปหมดนะครับ ท่านบอก ใช้เมตรเดียวซึ่งคนละขนาดกับต่างชาติของเรา ขนาดกับอาเซียนของเรา และตรงนั้นท่านจะ แก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น และเราก็เป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือจตุจักร คราวนี้ เราบอกว่าเราจะเอากลับคืนมาทำ เราก็ดีใจนะครับว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะขยาย ธุรกิจทำจตุจักร ทำตลาด แต่ผมย้อนหลังกลับไปมอง ผมยังมองไม่เห็นเลยครับว่ากระทรวงคมนาคม มีการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ ทำส่วนตรงไหนที่ให้กำไรบ้าง ตอนนี้ติดลบอยู่เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ก็ฝากท่านประธานครับ ฝากท่านเจ้ากระทรวงทุกคนนะครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปดูนะครับว่าเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี้ ท่านจะบริหารอย่างไร ให้คุ้มกับเงินที่ได้รับอนุมัติไปในส่วนตรงนี้ครับ ฝากท่านประธานตรงนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อาจารย์ อรรถวิชช์ เชิญครับ แล้วก็ท่านกรณ์ หลังจากท่านกรณ์ก็ท่านประเสริฐ ชุดแรกจบนะครับ แล้วต่อไปจะอีก ๗ ท่านนะครับ เดี๋ยวท่านจะได้มีเวลาเตรียมตัวนะครับ มีคุณหมอวรงค์ ท่านฮอชาลี ท่านนิยม วรปัญญา ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านนคร มาฉิม ท่านธารา ปิตุเตชะ ท่านฉัตรพันธ์นะครับ เชิญท่านอาจารย์อรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ มีอะไรไหมครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานท่านที่แล้วนี่ อ่านชื่อ ผมยกมือเอาไว้นานแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นท่าน บอกว่าจะเอาตอนสุดท้ายใช่ไหมครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ไม่ครับ ผมบอก ผมขอใช้สิทธิ ในฐานะผู้สงวนความเห็น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อ ท่านประเสริฐได้ไหมครับ สุดท้ายในชุดแรกนะ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ไม่แปลกครับ เมื่อไรก็ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเค ครับ ผมนึกว่าสุดท้ายท่านจะสรุปแล้วก็ทางกรรมาธิการจะได้ตอบชี้แจง ท่านจะเอาอย่างไรครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ผมก็จะขออภิปรายตามคิว เมื่อถึงครับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้น ท่านต่อท่านประเสริฐนะครับ ชุดแรก แล้วเดี๋ยวชุดที่ ๒ คุณหมอวรงค์ท่านแรก เชิญอาจารย์ อรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องของงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในวันนี้นั้น ต้องขอเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีงบประมาณฉบับนี้อยู่ ๒ ร่าง ร่างแรกนั้นเข้าเมื่อต้นปีนะครับ ในมติ ครม. ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ผ่านงบ ปี ๒๕๕๕ ออกมาแล้ว จากนั้นก็มี การเลือกตั้งใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งก็โดยธรรมเนียมครับ รัฐบาลชุดนี้ก็ต้องมี การเปลี่ยนแปลงงบประมาณให้เหมาะสมกับนโยบายที่รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ จะต้องการปฏิบัติให้ได้ ก็เลยทำให้มีร่างฉบับที่ ๒ คือฉบับปัจจุบันที่เรา ทำการพิจารณาอยู่ แล้วก็นำมาสู่ในวาระที่สอง วาระที่สามในวันนี้ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้น มีลักษณะที่แปลกประหลาดกับงบทั่วไปครับ ปีนี้งบประมาณนั้นปกติจะเริ่มในวันที่ ๑ ตุลาคม สิ้นสุด ๓๐ กันยายนของทุกปี แต่ปีนี้นั้นจะเป็นงบประมาณที่ทำในระยะสั้นเพียงแค่ ๘ เดือนเท่านั้น เพราะว่าต้องสิ้นสุดเอาในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีนี้ครับ เพราะฉะนั้นงบ แต่ละตัวก็ต้องพิจารณาอย่างเข้มงวดว่าตัวไหนจำเป็นจะต้องจ่ายในปีนี้ ใน ๘ เดือนนี้ ก็รีบดำเนินการไปก่อน ที่จะต้องคัดกรองกันแบบนี้เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เงินหลายตัวนั้น คาอยู่ในระบบไม่ได้ทำการเบิกจ่ายครับ ทีนี้พอมาดูในรายละเอียดมีรายหัวข้อซึ่งผมเองก็ได้มี โอกาสเป็นอนุกรรมาธิการได้ดูแล้วก็อดเสียใจแทนพี่น้องประชาชนไม่ได้ ยกตัวอย่าง

ในเรื่องแรก คือเรื่องของเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษานี้ครับ ในสมัยท่านอภิสิทธิ์ทำงบ ปี ๒๕๕๕ ตั้งเอาไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้ทำการอภิปรายเรื่องนี้ ไปในวาระแรก ในร่าง ครม. ของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งปรับลดลงมา ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ลดลงไป ๖,๕๐๐ ล้านบาท ผมก็คิดว่าวาระที่หนึ่งที่ได้ติงไปว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้ ให้ความสนใจทางด้านการศึกษาน่าจะเพียงพอแล้ว สิ่งที่น่าตกใจก็คือว่าในวาระที่สอง วาระที่สาม ในวันนี้ครับ ทางกรรมาธิการ ซึ่งแน่นอนเสียงข้างมากก็คือพรรคเพื่อไทย ท่านปรับลดเงินกู้ยืม เพื่อการศึกษาเด็กลงไปอีกครับ อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้เหลือแค่ ๙,๕๐๐ ล้านบาท จากเดิมซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นตั้งใจจะให้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงไป ๘,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องใหญ่นะครับ เพราะงบประมาณที่ท่านใช้ใน ๘ เดือนต้องเป็น เงินเร็ว แต่เที่ยวนี้ครับ ท่านไปตัดงบกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งหมายความว่าหลังน้ำท่วม ซึ่งวันนี้ บ้านเขาเสียหายเกินกว่าที่รัฐบาลนั้นลงไปเยียวยา ต้องตัดทอนเงินหลายเรื่องครับ แน่นอน ซึ่งเงินส่วนหนึ่งก็ต้องคือเงินกู้ยืม หรือเงินที่จะส่งลูกเรียนหนังสือ แต่ท่านกำลังตัดโอกาส ทางการศึกษาของเด็ก ทางกลับกันวันนี้ท่านกำลังจะแจกแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ระดับพกพา นี่นะครับ ซึ่งก็แจกไม่ครบทุกชั้นปีตามที่ได้ทำการสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน แต่ถามว่าไม่มี แท็บเล็ตเรียนหนังสือได้ไหม เรียนได้ครับ ผมก็โตมากลับไม่มีแท็บเล็ต แต่วันนี้ถ้าคนไม่มีเงิน เรียนได้ไหมครับ เรียนไม่ได้ครับ ท่านไปตัดเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาลงไปอีก ๘,๕๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตั้งเอาไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านวันนี้เหลือ ๙,๕๐๐ ล้านบาท ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งกับรัฐบาลนี้ครับ ท่านไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องการศึกษาของเด็กแบบนี้ไม่ได้ครับ นี่เรื่องแรกครับ

ส่วนเรื่องที่ท่านไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายดันไปจ่ายครับ ซึ่งผมจะอภิปรายว่า ตัวนี้ละต้องตัด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานขึ้นเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ครับ เป็นชาร์ท (Chart) เรื่องเกี่ยวกับโครงการในรถยนต์คันแรกครับ ห้องโสตครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาต ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

อันนี้เป็นเรื่องของเงินกู้ยืม นะครับ ผ่านได้เลยครับ ขอรถยนต์คันแรกครับ ท่านประธานครับ เรื่องของโครงการรถยนต์ คันแรกงบประมาณทั้งหมดนั้น ขึ้นไว้เลยครับ งบประมาณทั้งหมดนั้นใช้จำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จะไม่สะท้อนอยู่ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เนื่องจากโครงการดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะเป็น การคืนเงินภาษีสรรพสามิตที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ซื้อรถครับ ก็ไม่มีการตั้งในปีนี้ แต่ที่ต้องตั้ง ในปีนี้ก็คืองบด้านไอที (IT) ครับ คือพูดง่าย ๆ คือซื้อคอมพิวเตอร์และงานพัฒนาระบบ สไลด์ (Slide) เมื่อสักครู่ได้แสดงให้เห็นว่าท่านใช้เงิน ๑๐๐ ล้านบาทในโครงการนี้ เป็นอุปกรณ์เสีย ๔๔ ล้านบาท พัฒนาระบบหรือระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่ต้องจ้างคนมาออกแบบ ๔๓ ล้านบาท โฆษณาอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สัมมนาอีก ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมขอเรียนกับท่านว่าทั้งกอง ๑๐๐ ล้านบาทไม่จำเป็นเลยครับ เป็นการบริหารงานของรัฐบาลที่ตลกมากสำหรับโครงการรถยนต์คันแรกครับ ท่านครับ เวลาคน เขาซื้อรถยนต์ เช่นซื้อนิสสัน มาร์ช ๑ คัน คือรถยนต์ที่มีต่ำกว่า ๑,๕๐๐ ซีซี หรือรถกระบะครับ ง่าย ๆ เลยครับ ท่านสามารถเอาบิล (Bill) ใบเสร็จที่ท่านซื้อรถยนต์นิสสัน สมมุตินะครับ นิสสัน มาร์ช ๑ คัน หรือรถกระบะ ๑ คันแล้วกัน ในนี้เขาจะบอกเลยครับ เสียภาษีเท่าไร ราคาเท่าไร เอาใบเสร็จไป ๑ ใบครับ

๒. ท่านต้องไม่เคยมีรถยนต์มาก่อน ก็ไปขอหนังสือรับรองจากกรมการขนส่งทางบกว่า ท่านไม่เคยมีรถมาก่อน เขาก็มีข้อมูลรองรับครับ ๒ ใบแนบกันไปยื่นสรรพสามิตพื้นที่ แล้วจะรับเงินโอนคืนจากที่ธนาคารออมสินก็ได้ครับ ไม่ต้องเสียเงินด้านไอทีสักบาทเลยครับ แต่การบริหารงานของรัฐบาลนี้ครับ เอาเงิน ๑๐๐ ล้านบาทไปใช้ในโครงการไอทีเรื่องรถยนต์ คันแรก ไม่มีความจำเป็นเลยครับ ท่านจะลงไปดูแลขนาดจองรถเลยครับ ผมถามเขานะครับ เขาบอกว่าถ้าเกิดว่าจองรถ ไปลงทะเบียนไว้ก่อนทางอินเทอร์เน็ตอำนวยความสะดวกกันเต็มที่ ครับ เพื่อให้ได้เงินภาษีคืน เป็นนโยบายที่แปลกประหลาดมาก ๑๐๐ ล้านบาทนี้ คำถามคือถ้าท่านต้องการให้คนคืนภาษีรถยนต์คันแรกเร็ว ทำไม ๑๐๐ ล้านบาทไม่ถูกเอาไปตั้ง ในโครงการจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทให้พี่น้องประชาชนเรื่องน้ำท่วมครับ ทุกวันนี้คนยังได้ ๕,๐๐๐ บาทไม่ครบเลยครับ นี่คือความล่าช้าของภาครัฐ ทำไมไม่เอาเงินไปช่วยพี่น้องประชาชน ที่เขาบ้านเสียหาย บางส่วน ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งหลัง ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านเชื่อไหมครับ ทุกวันนี้ยังต้องนั่งถ่ายรูป ให้ประชาชนเข้าคิวรอกันครับ ระบบคอมพิวเตอร์ไม่มีครับ แต่โครงการรถยนต์คันแรกเมื่อสักครู่นี้ใช้เงิน ๑๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ใช้ได้เพียงแค่เอกสาร ๒ ใบในการคืนเงินครับ ผมก็ไม่เข้าใจวิธีการบริหารของท่าน ซึ่งถ้าเป็นไปได้วันนี้ท่านยังมี โอกาสครับ ไปแก้เถอะครับ แล้วขอประทานโทษนะครับ สเปกของท่านแปลกประหลาดจริง ๆ ครับ เครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ดาต้าเบส เซิร์ฟเวอร์ (Database server) แบบที่เรียกมี ๘ โพรเซสเซอร์ (Processer) หรือ ๘ คอร์ (Core) ท่านตั้งมา ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท ลองไปดูสิครับ บริษัทในประเทศไทยมีทำอยู่ไม่กี่อันครับ ไอบีเอ็ม (IBM) บริษัท ซัน บริษัท เอชพี แต่สเปก ของท่านแพงหูฉี่จริง ๆ ครับ ภายใต้โครงการรถยนต์คันแรก ซึ่งเป็นโครงการนโยบายของ พรรคเพื่อไทยครับ อย่าทำแบบนี้เลยครับ ในสภาวะที่พี่น้องประชาชนยังเดือดร้อน ท่าน สามารถปรับลด ปรับทอนโครงการหลายเรื่องได้ลงครับ แล้วโครงการนี้สเปกผิดปกตินะครับ ผมฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลช่วยดูครับ ใช้วิธีคิดแบบบริหารจัดการครับ ท่านไม่ต้องเสียเงิน ๑๐๐ ล้านบาท เอาไปทำสะพาน เอาไปทำถนนให้พี่น้องประชาชนได้ ระบบที่จะจ่ายเงินให้เร็ว ที่ควรจะทำ กลับกลายเป็นระบบในการจ่ายเงินชดเชยเรื่องน้ำท่วมเสียมากกว่า ท่านก็ไม่ทำ วันนี้คนก็ยังเข้าคิวรอกันอยู่ขณะนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ อีก ๑ เรื่องครับ งบประมาณปีนี้นั้น ที่เขาบอกว่า งบที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้ในการช่วยเหลือเรื่องอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะทีเดียว แต่พอไปดูไส้ในรายละเอียดครับ เมื่อ ครม. ที่เพิ่งผ่านมาท่านอนุมัติงบในเรื่องของการฟื้นฟู แล้วก็ปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างไปที่ ๑๗,๑๒๖ ล้านบาท เอาไปสร้างสะพาน สร้างสิ่งก่อสร้างนะครับ งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปได้แค่ ๑๗,๑๒๖ ล้านบาท สำหรับงบ ที่ลงไปก่อสร้างจริงนะครับ แล้วท่านตั้งงบประมาณได้ตลกมากครับ แผนงานของท่าน ปี ๒๕๕๕ ๑๒,๖๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ๔,๕๑๖ ล้านบาท นี่มันแก้น้ำท่วมนะครับ แล้ววลี ที่ท่านบอกว่าปีหน้าน้ำไม่ท่วม มันไม่มีทางเกิดหรอกครับ เพราะงบประมาณในส่วนการก่อสร้าง ซ่อมแซมก็น้อย ในส่วนของงบกลางนะครับ งบของท่านนั้นลามจากปี ๒๕๕๕ ไป ปี ๒๕๕๖ แล้วปีหน้าน้ำไม่ท่วมเป็นไปไม่ได้เลยครับ กลไกในการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ผมก็ยังงงอยู่หลายเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แรก ๆ ท่านเอาไปใช้ ในเรื่องของการชดเชยเงิน ๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งวันนี้ หลายครอบครัวยังไม่ได้ อีก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้ในเรื่องของงานโยธาซึ่งน้อยมาก ในการซ่อมแซม แล้วก็แปลกครับ หน่วยงานไหนทำโครงการเสนอท่านได้เร็ว เงินจ่ายก่อน คำถามคือ การบูรณาการในภาพรวมงบประมาณ อะไรควรจะเป็น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไม่เห็นครับ การสร้างความเชื่อมั่นเรื่องของน้ำท่วมมีน้อยมาก บริษัทประกันภัยในขณะนี้เขาเริ่มจ่าย ค่าสินไหมครับ ไม่ใช่เป็นเพราะท่านเร่งรัดนะครับ เขาต้องการจ่ายอยู่แล้วครับ แต่เรื่องเบี้ย ประกันท่านทำแบบไหน เราก็อยากจะดู เมื่อสักครู่นั้นได้มีการทวงถามไปแล้ว โครงการ สำคัญ ๆ ของพี่น้องประชาชน เรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ ที่จะตั้งบริษัทขึ้นก็ต้องมี ทุนประเดิม ปรากฏว่าในงบประมาณฉบับนี้ท่านก็ไม่มีงบประมาณเรื่องของทุนประเดิม เรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ เงินนี้คืออะไรครับ ก็คือเงินออมภาคประชาชนที่เวลาใคร ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม กองทุน กบข. อยากจะมาออม ออมได้ครับ รัฐจะเบิ้ลเงินให้ท่านด้วย ปรากฏว่ารัฐบาลนี้ก็ละเลยเรื่องการออมของพี่น้องประชาชนไปอีก โดยลืมตั้งงบประมาณเรื่องการตั้งบริษัทภายใต้เงินกองทุนการออมแห่งชาติ ผมแปลกประหลาดใจ ในการใช้งบประมาณของท่าน สิ่งที่ควรกลับล่าช้า สิ่งที่ไม่ควรกลับรวดเร็ว ผมฝากท่านประธาน ไว้ทิ้งท้ายในบทสรุปวันนี้ครับ สิ่งที่ขอฝาก โครงการรถยนต์คันแรกซึ่งท่านจะเดินต่อ งบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท เรื่องไอที ไม่มีความจำเป็น ท่านสามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ ในวันนี้ดำเนินการได้อยู่แล้วตามที่ผมได้เรียนไป เงินกู้ยืมของ กยศ. วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไปคิดดูให้ดี ท่านเป็นรัฐบาลที่ไม่สนับสนุนการกู้ยืมด้านการศึกษา ท่านเป็นรัฐบาลที่ไม่สนับสนุน เรื่องของเงินเรียนของเด็ก ยังปรับตัวแก้ได้ในขณะที่ท่านยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ครับ หลากหลายเรื่อง เรื่องของการใช้งบประมาณในการซ่อมแซมบำรุงต่าง ๆ อันไหนก่อน อันไหนหลัง ขอให้ดูแผนภาพรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจอนุมัติทีละโครงการ มิฉะนั้นเงินจะหมด หน้าตักครับ เงินปี ๒๕๕๕ ท่านยังมีเงินคงคลังอยู่เยอะ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ๒ ปีติดนะครับ ปีแรกเกินงบประมาณ จัดเก็บรายได้เกินมา ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่สอง อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เขาบอกเก่งแต่กู้ ก็เก่งจริง ๆ ครับ เพราะว่าหาเงินได้ ปีนี้จึงเป็น ปี ๒๕๕๕ ให้ท่านมีเงิน งบประมาณ เงินคงคลังในกระเป๋าเยอะครับ แต่ถ้าปี ๒๕๕๖ ยังใช้พฤติกรรมเยี่ยงนี้ บุญเก่าจะหมด และนั่นคือเผาจริงของประเทศไทยนะครับ ขอฝากเตือนไว้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรี กรณ์ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณาในวาระที่สอง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๕๕ แต่ประเด็นที่ผมจะขอเวลาของสภาในการที่จะอภิปราย มีประเด็นเดียวก็คือ ประเด็น ที่เกี่ยวกับเรื่องของการก่อหนี้ คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ณ ปัจจุบันผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ที่ติดตามการอภิปราย ก็คงจะสับสนไม่มากก็น้อย ว่าสุดท้ายแล้วทำไมรัฐบาลที่มาจาก พรรคเพื่อไทยเป็นแกน เป็นพรรคที่แสดงท่าทีชัดเจน ตลอดช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา ต่อต้านการกู้ยืมเงิน ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการเสริมให้มีการเพิ่มหนี้สาธารณะเกิดขึ้นในระบบ กลับในวันนี้กำลัง สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่จะทำให้รัฐบาลและประเทศชาติของเราจะต้องมี หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรรคเพื่อไทยเคยคัดค้านการกู้ยืมมาด้วย เหตุผลต่าง ๆ นานา ท่านกรรมาธิการหลายท่านที่มาจากพรรคเพื่อไทยก็เคยลุกขึ้นยืน อภิปรายในห้องประชุมห้องนี้ แม้แต่ท่านรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดปัจจุบันหลายท่านก็เคยอภิปรายในแนวเดียวกันว่า การเพิ่มหนี้สาธารณะจะมีผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ การเพิ่มหนี้สาธารณะ จะทำให้พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้ตั้งแต่เกิด ผมจำไม่ได้ว่าคำนวณออกมาว่า ต่อคนตั้งแต่วันแรกที่เกิดมาจะต้องแบกรับภาระหนี้เท่าไร ๆ ก็อภิปรายกันมา ทางฝ่ายกระผมเอง ก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าวาระบางวาระตามกาลเทศะการกู้ยืมเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ทางพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันมาตลอดเช่นเดียวกันว่าสามารถ ณ วันใดวันหนึ่ง ที่อยู่ในอำนาจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้โดยไม่อาศัยการกู้ยืมเงิน เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็น สาเหตุที่ทางรัฐบาลรวมไปถึงเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยคงจะต้องอธิบายชี้แจงให้กับพี่น้อง ประชาชนเข้าใจ ว่าสุดท้ายทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่วาทกรรมทางการเมืองเพื่อได้มา ซึ่งอำนาจ หรือมีเหตุผลใดที่ทำให้เปลี่ยนแนวคิดในเชิงหลักการ เชิงอุดมการณ์ของทางพรรค ในเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติมากถึงขนาดนี้ ที่ผมพูดเช่นนี้ท่านประธานเพราะว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เคยผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาก่อนที่จะมีการยุบสภา ครั้งนั้นทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มี การขาดดุล แต่ขาดดุลเพียงแค่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาถึงวันนี้มีการเปลี่ยนรัฐบาลพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปีเดียวกันกลับจัดให้มีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นอีกถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่นับรวมถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีที่กำลังดำเนินการอยู่ มีข่าวว่าจะมีการพิจารณาการออกพระราชกำหนดให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กู้ยืมเพิ่มเติมอีกถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยรวม ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในเพียงแค่ ๔ เดือน ทั้ง ๆ ที่ ๔ เดือนที่ผ่านมานี้รัฐบาลยังไม่ได้มีโอกาสในการที่จะสร้างผลงานใด ๆ เลย แม้แต่โครงการไทยเข้มแข็งที่ในอดีตพรรคเพื่อไทยได้เคยคัดค้านในหลักการมาโดยตลอด รัฐบาลนี้เมื่อช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะปิดพักปีใหม่ ก็ได้อนุมัติเกือบทุกโครงการ ที่รัฐบาลที่แล้วได้เสนอไว้แต่ยังค้างการพิจารณา ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสับสนมากยิ่งขึ้น ว่ากับโครงการไทยเข้มแข็งเองที่พรรคเพื่อไทยได้ลงคะแนนคัดค้านในหลักการการจัดตั้ง โครงการไทยเข้มแข็งมาโดยตลอด ณ วันนี้เห็นตรงกับรัฐบาลที่แล้วหรืออย่างไรครับว่า เป็นโครงการที่จะส่งผลประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นตามที่ผมเรียนครับว่าต้องมีการชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ และไม่อยากให้เห็นว่าเมื่ออยู่ในสภาพของการเป็นพรรคฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยก็เพียงแค่ คัดค้านเพื่อเป็นวาทกรรม ต้องมีคำอธิบายว่าแนวคิดและจุดยืนได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร ส่วนทางกระผมเองและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้พูดมาโดยตลอดว่าการกู้ยืมเงิน โดยรัฐบาลนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในหลายสถานการณ์ ไปพูดมาโดยตลอดโดยเฉพาะในช่วง ปี ๒๕๑๒ ปี ๒๕๑๓ ว่า ถ้ารัฐบาลไม่กู้ยืมประชาชนนั่นแหละจะเป็นผู้ที่จะต้องกู้ยืมเอง ถ้ารัฐบาลไม่กู้ยืมก็จะไม่สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณมาลงทุนในโครงการที่มีความสำคัญ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจได้ และถ้ารัฐบาลไม่กู้ยืมประชาชนในช่วงนั้นก็จะตกงานไม่มีงานทำ และนี่คือสาเหตุที่พวกกระผมได้ให้กับสภาแห่งนี้มาโดยตลอด และได้รับการคัดค้านไม่เห็นด้วย โดยสมาชิกฝั่งพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดเช่นเดียวกัน พวกกระผมก็อยากที่จะเห็น ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า ณ วันนี้เรามาเป็นฝ่ายค้านเราก็ไม่ได้คิดที่จะขัดขวางการทำงาน ของผู้ที่มาเป็นรัฐบาลแต่อย่างใด จะสังเกตว่าในการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ของรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ในวาระแรกก็คือวาระรับหลักการพวกผมก็ไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่สงวนสิทธิ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเพราะเราอยากที่จะรอดูรายละเอียดการใช้งบกลางปี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับท่าทีของทางพรรคเพื่อไทยตลอดช่วงที่เป็น พรรคฝ่ายค้าน ผมได้มีการพิจารณางบประมาณกันรวมทั้งสิ้น ๕ ครั้ง พรรคเพื่อไทยคัดค้าน ในหลักการทุกครั้ง ด้วยการให้เหตุผลเดียวกันทุก ๆ ครั้งด้วย ว่าไม่เห็นด้วยในหลักการของ การกู้ยืมเงินโดยรัฐบาล มาถึงวันนี้อะไรเปลี่ยนแปลงไปครับ ประชาชนรอคำตอบ ผมขออนุญาต เรียนว่าตามข้อเท็จจริงฐานะการคลังของประเทศ ณ ปัจจุบันดี รัฐบาลสามารถที่จะกู้ยืมได้ และในหลักการพวกกระผมไม่คัดค้านที่รัฐบาลจะกู้ยืมเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน แต่ที่สำคัญก็คือเมื่อรัฐบาลจะกู้ยืมเงิน รัฐบาลต้องมี ความชัดเจนใน ๗ ข้อด้วยกันที่ผมขอที่จะฝากผ่านท่านประธานให้กับทางรัฐบาล เพราะเป็น ๗ ข้อพึงปฏิบัติในกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายในการที่จะกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเพื่อมาแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ

ประเด็นแรก ก็คือการกู้ยืมเงินต้องมีจุดจบ และนี่คือสาเหตุที่รัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปสนับสนุนการลงนามร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กับสำนักงบประมาณที่จะเดินไปด้วยกันเพื่อไปสู่การมีงบสมดุลภายในปี ๒๕๕๘ แต่รัฐบาลนี้ ได้ปฏิเสธการที่จะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่างบประมาณของประเทศชาติจะมีความสมดุล เมื่อใด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ใช้คำว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมุติ ท่านพูดเอง ในสภาแห่งนี้ แต่เรื่องสมมุติเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นครับ เป้าหมายต้องมีชัดเจนว่า ณ วันนี้เอาละมีความจำเป็นต้องขาดดุลงบประมาณ แต่ ณ วันไหนที่พี่น้องประชาชน จะสามารถที่จะมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะหยุดกู้ จะหยุดขาดดุล รายได้และผลตอบแทนจาก การลงทุนผ่านการติดลบงบประมาณในแต่ละปีนั้นจะส่งผลทำให้รัฐบาลสามารถที่จะหยุด กู้ยืมได้ แต่รัฐบาลของท่านไม่ได้มีจุดหมายที่ชัดเจนว่าจะมีจุดจบจากการกู้ยืมเมื่อใด นอกจากนั้นจุดจบจะเกิดขึ้นจากการตั้งงบชำระหนี้ที่เพียงพอ

ประเด็นนี้ก็อีกครับ หลายครั้งเพื่อนสมาชิกฝั่งพรรคเพื่อไทยได้หยิบยก ประเด็นนี้ขึ้นมาอภิปรายในสภาในช่วงที่เป็นฝ่ายค้านว่าทำไมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ถึงไม่ได้จัดตั้งงบประมาณในการชำระหนี้ให้เพียงพอ แต่ลองเปรียบเทียบดูสิครับว่าในช่วง ปี ๒๕๕๒ ในงบประมาณปีนั้น รัฐบาลได้จัดตั้งงบเพื่อชำระเงินต้นสูงถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ รวมงบประจำปีกับงบกลางด้วยกันสูงถึง ๕๒,๔๐๐ ล้านบาท มาเปรียบเทียบดูครับว่าในงบประมาณชุดปัจจุบันคืองบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยนั้น ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อคืนเงินต้นเป็นปริมาณเม็ดเงินโดยรวมเท่าใด ถ้าไม่ถามไม่รู้นะครับ เพราะว่าในเอกสารงบประมาณที่ปรากฏอยู่ข้างหน้าเพื่อนสมาชิก ทุกคนนั้น ถ้าท่านเปิดดูงบส่วนนี้ท่านจะเห็นว่ามีงบเพื่อจัดสรรในการเป็นภาระเรื่องของ หนี้สาธารณะอยู่โดยรวมทั้งหมดประมาณ ๑๗๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านคงไม่ทราบ ถ้าไม่ถามว่าจาก ๑๗๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ๑๖๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบที่จัดสรรไว้เพื่อชำระดอกเบี้ย ส่วนงบที่รัฐบาลนี้จัดเพื่อชำระเงินต้นมีเพียงแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาทครับ เทียบกับโดยเฉลี่ย ๓ ปีที่ผ่านมารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดงบชดใช้เงินต้นภาระหนี้ สาธารณะอย่างน้อยปีละประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาททุกปี ๑,๔๐๐ ล้านบาทครับ คืองบ เพื่อใช้เงินต้นของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะฉะนั้นความหมายก็คือนอกจากท่านกู้มากขึ้นแล้ว กู้โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะหยุดกู้เมื่อใดแล้วท่านไม่จัดสรรและจัดเตรียมงบประมาณในการที่จะ ชำระคืนเงินต้นอีกต่างหาก แล้วเมื่อไรหนี้มันจะหมดล่ะครับ นั่นคือข้อแรกของ ๗ ข้อ พึงปฏิบัติที่รัฐบาลควรที่จะต้องนำไปพิจารณาทบทวน ถ้าท่านยังที่จะเดินต่อไปในนโยบาย การกู้ยืมเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือท่านต้องเผื่อว่าจะมีความผันผวนทั้งในแง่ของอัตรา ดอกเบี้ยและทั้งในแง่ของรายได้ของรัฐบาลของท่านเอง ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญนะครับ ประเทศหลายประเทศ อิตาลีเป็นตัวอย่างที่ดี ณ ปัจจุบันล่มสลายก็เพราะเหตุนี้ อัตรา ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้รองรับว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะเพิ่มขึ้น ต้นทุน การกู้ยืมอาจจะสูงขึ้น ณ ปัจจุบันผมไม่แน่ใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประชุม ครม. เสร็จแล้วหรือยังนะครับ แต่ยังไม่ได้เข้ามาร่วมฟังการอภิปรายงบประมาณซึ่งเป็นการ อภิปรายที่มีความสำคัญของเพื่อนสมาชิกในวันนี้ กระผมไม่แน่ใจว่าท่านประธานทราบ หรือไม่นะครับว่าต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยของรัฐบาล ณ ปัจจุบันอยู่ที่เท่าใด ผมขอเรียนกับท่าน ประธานนะครับว่า ณ ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยของรัฐบาลอยู่ที่ ๔.๘ เปอร์เซ็นต์ หนี้สาธารณะทั้งหมดมีมูลค่าโดยรวมประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยทุก ๑ เปอร์เซ็นต์ ที่เพิ่มขึ้นในอนาคตเท่ากับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท คำถามก็คือรัฐบาลเตรียมที่จะรองรับกรณีที่มี ความผันผวนอัตราดอกเบี้ยหรือต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลแล้วหรือยัง ส่วนเรื่องของรายได้ เช่นเดียวกันครับ รายได้ของรัฐบาลมีแนวโน้มอาจจะต้องปรับลดลงอยู่แล้วจากนโยบาย การปรับลดภาษีประเภทต่าง ๆ นอกเหนือจากนั้นแม้แต่ภาษีที่ในแผนงบประมาณมี ความจำเป็นที่จะต้องกลับมาจัดเก็บใหม่ อย่างเช่นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลรัฐบาลก็มี นโยบายผลัดการจัดเก็บกลับคืนออกไปอย่างน้อย ๑ เดือน พ้น ๑ เดือนก็อาจจะผลัดไปอีก เพื่อเอาใจผู้ใช้น้ำมันดีเซลเราก็ไม่สามารถที่จะประเมินได้ แต่ทุก ๆ ครั้งที่มีการผลัด ภาระหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีออกไป ก็จะมีผลต่อความเสี่ยงในแง่ของรายได้ของรัฐบาล ที่อาจจะไม่เพียงพอในการรองรับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น

ส่วนข้อที่ ๓ ก็คือการใช้เม็ดเงินที่กู้ยืมมาต้องมีความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและ ต่อพี่น้องประชาชน ก็ต้องขอเรียนเป็นการเปรียบเทียบนะครับว่า ในส่วนของรัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านได้ดูหมิ่นดูแคลนในเรื่องของการกู้ยืมเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงปี ๒๕๕๒ เราก็ได้กู้ยืมด้วยการขาดดุลงบประมาณประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เทียบกับจีดีพีหรือเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่ผลของ การกู้ยืมและใช้เม็ดเงินที่เรากู้ยืมมานั้นก็คือเศรษฐกิจในปีนั้นมีอัตราขยายตัวสูงถึง ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในเอเชียและหนึ่งในประเทศที่มีอัตราขยายตัวที่สูงที่สุดในโลกในปีนั้น นั่นคือความหมายของผม เมื่อผมบอกว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในเม็ดเงิน เงินกู้โดยเฉพาะที่นำไปใช้เปรียบเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของรัฐบาลชุดนี้ ณ วันที่ ท่านเข้ามารับอำนาจมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๔ น่าที่จะมีอัตราขยายตัว แน่นอน อย่างน้อยที่สุด ๔ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายตัวเลขล่าสุดหลังจากที่ท่านเข้ามาบริหารเพียง แค่ ๔ เดือน กระทรวงการคลังประมาณการว่าอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจปี ๒๕๕๔ จะลดลงเหลือเพียงแค่ ๑.๑ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลสำคัญก็เพราะการบริหารผิดพลาด เนื่องมาจากปัญหามหาอุทกภัยที่ผ่านมา นี่คือสาเหตุที่ท่านต้องพึงระวัง ว่านโยบายการใช้ เม็ดเงินของท่านนั้นจะส่งผลทำให้มีผลตอบแทนกลับคืนมาเป็นการลดความเสี่ยงจาก การกู้ยืมเงินของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมาก็ต้องบอกนะครับว่า ผลงานในการบริหารเศรษฐกิจของ ท่านปรากฏตัวเลขอัตราการขยายตัวที่ชัดเจนว่าปรับลดลงอย่างมาก ถ้าผมขออนุญาต ท่านประธานเปรียบเทียบกับบริษัท ก็จะเป็นอย่างนี้นะครับ คล้าย ๆ กับว่ามีบริษัทแห่งหนึ่ง บริหารเงินทุนของผู้ถือหุ้นจนขาดทุนป่นปี้ หลังจากนั้นผู้บริหารชุดเดียวกันก็เป็นคนที่มา ขอยืมเงินจากผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมเพื่อจะนำไปแก้ปัญหาที่ตนเองได้สร้างไว้ ถ้าเป็นบริษัททั่วไป ผมยืนยันได้ครับว่าผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่คงไม่ยอมหรอกครับ คงต้องปลดผู้บริหารออกแล้วก็ หาผู้บริหารชุดใหม่มาบริหารกิจการ แต่ของเรา ระบบของเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น ท่านเป็นผู้ที่มี อำนาจ เพราะฉะนั้นผมก็หวังอย่างยิ่งเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติว่าท่านจะเรียนรู้จาก ประสบการณ์ความผิดพลาดของท่านในช่วง ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา และดำเนินการแก้ไข แต่ต้องมีความชัดเจนว่าท่านจะนำเงินกู้นั้นไปใช้ให้มีผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าอย่างไร

ประเด็นที่ ๔ ก็คือต้องมีความชัดเจน ซึ่งผมได้แตะ ๆ ไปแล้วเมื่อสักครู่ นะครับว่า เมื่อไรท่านจะหยุดกู้ ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่มีแผนว่าจะกู้ เพิ่มเติมเท่านั้น

ประเด็นที่ ๕ ที่ต้องมีความชัดเจน ต้องมีคำตอบก็คือ ต้องมีความชัดเจนว่า เมื่อท่านกู้แล้วท่านจะเอาเงินกู้ในแต่ละปีนั้นไปทำอะไร ประเด็นนี้นะครับก็คงจะมีเพื่อน สมาชิกอีกจำนวนมากที่จะอภิปรายในมาตราที่เกี่ยวกับงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี เพราะงบกลางเพียงแค่ตัวอย่างเดียวคืองบฟื้นฟูน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น พวกเราก็ได้ ขอให้กับทางรัฐบาลได้นำรายละเอียดมาเสนอต่อกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านบอกต้องใช้อย่างเร่งด่วน ท่านจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง ปรากฏว่า จนถึงวันนี้มีรายละเอียดโครงการมูลค่าโดยรวมเพียงแค่ ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และเพื่อนกรรมาธิการผมได้เล่าให้พวกเราฟังว่ารายละเอียดโครงการ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการก็ได้รับเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม มานี้เอง ไม่มีโอกาส ที่ได้พิจารณาในรายละเอียดเลย ส่วนอีกประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รายละเอียดโครงการ ยังไม่มี พูดง่าย ๆ ก็คือจนถึงวันนี้เหลืออีกเพียง ๘ เดือน ที่จะเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ท่านยังไม่ทราบเลยว่าเงินเร่งด่วนที่ท่านบอกต้องใช้นั้นท่านเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นความชัดเจนต้องมีครับ ว่าท่านจะไปกู้เพื่อไปทำอะไร อันนี้ยังไม่นับรวมถึง ถ้ากรณีท่านจะกลับมาขออำนาจจากสภาในการที่จะออกพระราชกำหนดกู้ยืมเพิ่มเติมอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามข่าวที่ปรากฏว่าท่านทำไมถึงจะต้องมีความเร่งด่วนและท่านจะนำเม็ดเงิน ส่วนนั้นที่จะเป็นภาระหนี้สาธารณะเพิ่มเติมให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชน ไปใช้ทำอะไร นั่นคือ ๕ ข้อแรก ที่ท่านต้องปฏิบัติ ถ้าท่านคิดจะกู้ยืมแล้วจะเพิ่มหนี้สินให้กับ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน

ส่วนข้อที่ ๖ ก็คือมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลจะต้อง ประสานกับหน่วยงานที่ดูแลทางด้านเศรษฐกิจทุก ๆ หน่วยงานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงบประมาณ หรือจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งตามหลักฐานที่ปรากฏที่ผ่านมานั้น การทำงานของท่านเหมือนกับเป็นการชวนทะเลาะกับหน่วยงานที่เขามีอำนาจหน้าที่ที่เป็น อิสระจากท่าน ด้วยเหตุผลว่าเขามีหน้าที่ที่จะดูแลเสถียรภาพในขณะที่พวกเรามอบหมาย การดูแลทางด้านของการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล แนวทางการทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นนี้ นอกจากจะมีผลกระทบบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในส่วนของพี่น้องประชาชนและนักลงทุน ต่อการบริหารเศรษฐกิจของประเทศแล้วยังจะสร้างความสับสนในแง่ของการกำหนดนโยบาย อีกต่าง ๆ เพียงแค่เรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูก็ปรากฏว่ามีความขัดแย้งไม่ใช่ เพียงแค่ระหว่างรัฐบาลกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น แต่แม้แต่ภายในรัฐบาล กันเอง ซึ่งทำให้ผมนำไปสู่ประเด็นสุดท้ายที่เป็นข้อพึงปฏิบัติที่ผมอยากที่จะฝากไว้กับรัฐบาล

ข้อ ๗ ก็คือการบริหารงานโดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินที่รัฐบาลได้กู้ยืมมาต้องมี ความโปร่งใสและมีความชัดเจนในแง่ของหลักธรรมาภิบาล ผมต้องขออนุญาตนะครับ ท่านประธานที่จะกลับมาพูดถึงเรื่องของแนวคิดการโอนเงินกู้กองทุนฟื้นฟูกลับไปสู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยว่านอกจากจะขัดหลักธรรมาภิบาลแล้ว ในแง่ของความโปร่งใส ก็จะหายไปด้วย เพราะหนี้ไม่ว่ามันจะอยู่ที่แบงก์ชาติหรือมันจะอยู่ที่รัฐบาล อย่างไร ๆ ก็เป็นหนี้ ของประชาชนคนไทย แต่สาเหตุที่มันมีความโปร่งใสเมื่อมันอยู่ในบัญชีของรัฐบาลก็เพราะทุก ๆ ปี รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อไปชำระดอกเบี้ย แต่การที่รัฐบาลต้องการที่จะโอนหนี้ส่วนนี้ ไปซุกอยู่ที่บัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ก็เพื่อทำให้รัฐบาลมีความรู้สึกว่าปลอดหนี้ เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้านเศรษฐกิจท่านก็ให้สัมภาษณ์เองว่าถ้ามีการโอนหนี้ ส่วนนี้ไปที่แบงก์ชาติ หนี้สาธารณะของประเทศก็จะลดลงจากประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะทำให้รัฐบาลกู้ยืมได้เพิ่มเติม ผมอยากจะทราบจริง ๆ ว่า รัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาที่จะกู้ยืมมากมายถึงขนาดนั้นเอาไปทำอะไร เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลสร้างภาพ ลวงตาว่าหนี้สาธารณะของประเทศนั้นลดลงด้วยการโอนหนี้ไปสู่ธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เป็นการดำเนินการที่ขาดความโปร่งใสและผิดหลักธรรมาภิบาล ที่ผิดหลักธรรมาภิบาล ผมจะอธิบายให้ฟังอีกประเด็นหนึ่งครับ สั้น ๆ แบงก์ชาติเขาไม่มีรายได้ เขาไม่มีอำนาจในการ จัดเก็บภาษีเหมือนรัฐบาล เพราะฉะนั้นแบงก์ชาติไม่มีช่องทางที่จะชำระหนี้ส่วนนี้ในขณะที่ รัฐบาลนั้นสามารถที่จะเก็บภาษีและมีรายได้อื่น ๆ มาชำระหนี้ส่วนนี้ได้ วิธีเดียวถ้าท่านบังคับ ให้แบงก์ชาติรับภาระหนี้ส่วนนี้ก็คือท่านก็ไปบังคับให้แบงก์ชาติพิมพ์ธนบัตรให้กับรัฐบาล เพราะสุดท้ายวิธีเดียวที่แบงก์ชาติชำระหนี้นี้ได้ก็คือต้องพิมพ์แบงก์โน้ต (Bank note) ออกมา ชำระให้กับผู้ถือพันธบัตร ณ ปัจจุบัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้ามาในห้อง ประชุมแล้ว ต้องขอบคุณท่านด้วยนะครับ และผมตระหนักว่าจังหวะที่ท่านเข้ามาก็พอเหมาะพอดี เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดนี้ท่านเห็นด้วยกับผม ผมขออนุญาตพูดอย่างนี้เลยนะครับ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เท่าที่ผมฟังคำสัมภาษณ์ของท่านในเรื่องนี้ครับ ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านในการที่จะยืนหยัดในหลักการที่ท่านมี ในเรื่องของการรักษา ความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารระบบเงิน ระบบการคลังของประเทศต่อไปใน ตำแหน่งนี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่มันมีอีกแนวความคิดหนึ่งที่มีความอันตราย ซึ่งก็สะท้อนอีก ครั้งหนึ่งนะครับว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลอาจจะขาดความโปร่งใสและขาดหลัก ธรรมาภิบาลที่ดี ก็คือแนวความคิดว่าท่านจะไปเอาเม็ดเงินจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากมา ชำระดอกเบี้ยแทน คือตอนนี้ท่านควานหาไปหมดละครับ เมื่อท่านตั้งโจทย์นี้ขึ้นมาว่า ท่านต้องการที่จะสร้างภาพลวงตา ลดหนี้สาธารณะลงมาจะได้กู้ยืมได้เพิ่มเติม ท่านก็ต้องไป หาดูว่าท่านหาเงินจากที่ไหนมาได้บ้าง ท่านก็เลยไปพบว่ามันมีกองทุนนี้ คือกองทุนสถาบัน คุ้มครองเงินฝากจัดตั้งขึ้นจาก พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๐ ณ ปัจจุบันมีเงินสะสมอยู่ในกองทุนประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของผู้มีบัญชีเงินฝากทุกคนในประเทศ ท่านก็บอกว่าอยากที่จะ เอาเงินส่วนนี้มาชำระหนี้แทน และจากนี้ไปเงินที่ธนาคารพาณิชย์ต้องจ่ายเข้าสถาบันคุ้มครอง เงินฝาก ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ของเงินฝากในระบบ ก็ขอให้เอามาชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูแทน ผมจริง ๆ แล้วก็อยากที่จะบอกว่าตอนที่รัฐบาลโดยสภา คมช. ได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบัน คุ้มครองเงินฝาก ผมเองไม่ได้เห็นด้วยในหลักการกับการจัดตั้งสถาบันนี้ สาเหตุที่ผมไม่ได้เห็นด้วย ก็เพราะผมคิดว่าในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ในระบบธนาคารของไทยมีปัญหา สุดท้ายก็คง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาอุ้มชู แต่อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมีการจัดตั้งสถาบัน คุ้มครองเงินฝากแล้ว ภาระหน้าที่ตามกฎหมายในการที่จะดูแลผู้มีบัญชีเงินฝากทุกคน ก็คือ จะต้องดูแลผ่านสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ไม่ได้ดูแลผ่านแบงก์ชาติ และไม่ได้ดูแลผ่านรัฐบาล ดังนั้นเมื่อรัฐบาลเอาเงินส่วนนี้ซึ่งเป็นเงินค้ำประกันให้กับผู้มีบัญชีเงินฝากที่เป็นประชาชน คนไทยทุกคนออกมาใช้ในการชำระหนี้ของรัฐบาล ผมมีคำถามคำถามเดียวครับต่อรัฐบาล ผ่านท่านประธาน ก็คือในกรณีที่มีสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์เกิดประสบปัญหาสภาพคล่อง ผู้ที่มีบัญชีเงินฝากจะเอาเงินจากใคร หรือความหมายของท่านคือ ท่านกำลังจะบอกว่าไม่เป็นอะไร ไม่มีสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ถ้าในอนาคตธนาคารพาณิชย์ธนาคารไหนเกิดมีปัญหาขึ้นมาก็ไปเอาเงิน จากรัฐบาล ก็คือท่านกำลังเสนอให้ยกเลิกสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ท่านกำลังเสนอหรือไม่ว่า จากนี้ไปรัฐบาลจะกลับเข้าไปคุ้มครองเงินฝากของพี่น้องประชาชนเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกคนเหมือนสมัยก่อนที่เคยดำเนินการมา และถ้าท่านทำเช่นนั้น ผมก็อยากจะเรียนรัฐบาล ผ่านท่านประธานด้วยนะครับว่าท่านอีกครั้งหนึ่งกำลังอุ้มคนรวย ทุก ๆ ครั้งที่ท่านออกนโยบาย ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนี้ เรื่องของการยกเลิกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขณะนี้ ท่านขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านกำลังพูดถึงเรื่องท่านเป็นห่วงเป็นใย ท่านตั้งข้อสังเกต เป็นข้อแนะนำที่ดี อันนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะทำหรือไม่ทำ เราไม่ทราบ

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรณ์ครับ แต่ขณะนี้เรากำลังพิจารณาในมาตรา ๓ อยู่ ท่านจะตัดอย่างไร เหตุผลอะไรประกอบ ขอความกรุณานะครับ ถ้าหากท่านไปตั้งข้อสังเกตนะครับ ท่านกรรมาธิการเองท่านก็ได้ไป ตรวจสอบตามงบประมาณที่เสนอเข้ามาแต่ละมาตรานี่นะครับ ก็อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ที่ท่านกำลังพูดอยู่ ส่วนจะเป็นข่าวอย่างไร ใครจะเสนอ รัฐบาลจะเสนออย่างไร อันนั้นเป็นเรื่อง ในอีกวาระหนึ่ง ขอเอาเฉพาะงบประมาณในวาระที่สองก่อนครับ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต แต่ผมคิดว่าในทุก ๆ ประเด็นที่ผมอภิปรายอยู่นั้นตรงกับประเด็นการอภิปรายตามมาตรา ๓ เพราะว่าผมได้เสนอที่จะปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณโดยรวมนะครับ เหตุผลสำคัญ เหตุผลหนึ่งก็คือรัฐบาลมีเวลาใช้เงินเพียงแค่ ๘ เดือน ในขณะที่งบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณที่มีปริมาณเม็ดเงินโดยรวมมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ใช้อย่างไรก็ไม่ทัน นั่นคือเหตุผลแรก และเหตุผลที่ผมกำลังอภิปรายอยู่นั้นก็คือถ้ารัฐบาลต้องกู้ มันมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติตามแนว ๗ ข้อที่ผมได้นำเสนอ และข้อที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ก็คือ ข้อสุดท้าย ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากที่สุด ก็คือเรื่องของความโปร่งใสและ หลักธรรมาภิบาล ส่วนตัวอย่างที่ผมหยิบยกขึ้นมาก็ไม่ใช่ตัวอย่างลอย ๆ แต่เป็นตัวอย่าง ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้เสนอเข้าให้กับคณะรัฐมนตรีได้พิจารณา ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ ระบบการเงินการคลังของประเทศในอนาคต เพราะฉะนั้น ส่วนประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวกับการที่จะนำเม็ดเงินที่อยู่ในสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่เป็นเม็ดเงิน คุ้มครองผู้มีบัญชีเงินฝากทุกคนนับล้านคนของประเทศไทยของเรานั้นมาใช้แทนเงิน งบประมาณในการชำระหนี้ของรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องระมัดระวังและต้องมี คำตอบให้กับพี่น้องประชาชนว่าใครจะมาคุ้มครองเงินฝากของเขา และถ้ารัฐบาลบอกว่า รัฐบาลจะคุ้มครองเองแล้วก็จะดูแลทั้งหมด ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นของผมก็คือรัฐบาล กำลังอุ้มคนรวย เพราะท่านประธานทราบไหมครับว่าเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๙๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ของบัญชีเงินฝากทั้งหมดในประเทศ เป็นบัญชีเงินฝากที่มีเม็ดเงินไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อบัญชี และนี่คือสาเหตุที่ผู้ร่างกฎหมายสถาบันคุ้มครองเงินฝากเขาได้ กำหนดเพดานไว้ว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๕ นี้ เขาจะดูแลและค้ำประกันเงินฝาก ไม่เกินบัญชีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ใครที่คิดจะมาค้ำประกันเงินฝากเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็เท่ากับกำลังช่วยพี่น้องประชาชนสัดส่วนเพียงแค่ ๑ จาก ๑๐๐ หรือ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่รวยที่สุดในประเทศเท่านั้น เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมก็อยาก ที่จะฝากให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาและไตร่ตรองให้ละเอียดว่า ท่านยังมีแนวความคิดหรืออย่างน้อยผมไม่แน่ใจว่าประเด็นนี้ท่านคิดอย่างไร แต่ว่ารัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรีมีแนวความคิดในการที่จะดึงเม็ดเงินจากสถาบันนี้มาแก้ไขปัญหาภาระ งบประมาณที่เกิดขึ้นจากหนี้กองทุนฟื้นฟูหรือไม่ และสุดท้ายประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความพยายาม ในการที่จะผลักดันให้แบงก์ชาติพิมพ์เงินออกมาให้รัฐบาลใช้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าแนวทางนั้นจะสร้างปัญหาให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติ อย่างไร โดยสรุปครับท่านประธาน ผมอยากที่จะเรียนท่านประธานว่าการกู้ยืมเงินนั้น เป็นแนววิธีการบริหารของรัฐบาลที่รัฐบาลพึงที่จะทำ การกู้ยืมเงินอย่างไรก็แล้วแต่ต้องใช้ ให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ต้องมีความชัดเจนในแง่ของที่มาที่ไป ต้องมีความชัดเจน ในแง่ของผลตอบแทนความคุ้มค่า ต้องมีความชัดเจนในแง่ของหลักธรรมาภิบาลที่จะใช้ และต้องมีความโปร่งใสในทุกขั้น ทุกตอน และที่สำคัญก็คือรัฐบาลควรที่ต้องอธิบายกับพี่น้อง ประชาชนให้เข้าใจนะครับว่าทั้งหมดที่รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยเคยพูดมาในสภาแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงวาทกรรมทั้งสิ้น สุดท้ายแล้วรัฐบาลก็เห็นความสำคัญและความจำเป็น ในการที่จะกู้ยืมเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเมื่อกู้ยืมแล้วก็หวังว่าจะส่งผลสูงสุดต่อพี่น้อง ประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ งบประมาณปีนี้ล่าช้าไป ๔ เดือน งบประมาณมีความสำคัญ ต่อการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า วันนี้ปี ๒๕๕๕ ต้นเดือนนี้ยังใช้ไม่ได้เลย วันนี้เงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการที่จะเลี้ยงดูระบบราชการ ใช้ในการที่จะใช้จ่ายหนี้สิน ดอกเบี้ยต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการนำไปพัฒนาประเทศ หรือสุดท้ายท่านประธานครับ แก้ไขวิกฤติ โดยเฉพาะวิกฤติเรื่องของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัด ท่านประธานครับ เงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท มาก รวมทั้งกู้เพิ่มด้วยจำเป็นก็ต้องทำ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมเข้าใจว่าเงินต่าง ๆ เหล่านี้ วิธีการใช้งบประมาณน่าจะมีความสำคัญมาก วันนี้งบประมาณใช้ล่าช้าไป ๔ เดือน ผมยังเป็นห่วงอยู่ว่า ตอนท้าย ๆ แล้วจะใช้งบประมาณทันหรือไม่ มันจะไปค้างท่อหรือเปล่า เหมือนกับที่หลาย ๆ ปี ก่อนที่เกิดมีการใช้งบประมาณไม่ทันแล้วค้างท่อ นั่นก็เป็นเรื่องที่มีความเป็นห่วงนะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ในรายละเอียด ๒.๓๘ ล้านล้านบาท กระผมเข้าใจว่าวันนี้ปีนี้ เฉพาะปีนี้มีการใช้งบประมาณจำเป็นต้องเร็วมากเพราะล่าช้าไป แต่ว่าเรื่องของการแก้ไขวิกฤติเรื่องของน้ำท่วม วันนี้มีงบ ๒ ตัวที่ผมสนใจคือตัวแก้ไขเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับเงิน สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ๒ ตัวนี้ท่านประธานครับ ผมว่ามีความจำเป็นมาก ในส่วนอื่น ๆ แล้วยังมีงบอีกหลาย ๆ ตัวในกลุ่มใหญ่ ๆ นี้ที่มองดูแล้วเกรงว่าจะเกาไม่ถูกที่คัน แล้วก็ใช้งบประมาณมีมุมมองแบบตาบอดคลำช้าง พอตาบอดคลำช้างก็ขี่ช้างจับตั๊กแตน พอขี่ช้างจับตั๊กแตนไม่ได้ผลก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะฉะนั้นวันนี้การใช้งบประมาณครั้งนี้ ผมเองอยากจะชี้ประเด็น ยกประเด็นในเรื่องของความสามารถในการใช้งบประมาณในการฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ก็ยังท่วมอยู่ทางภาคใต้ วันนี้กันงบประมาณไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น สภาพัฒน์เขาบอกว่ารายได้ขาดไปในช่วงที่มีการน้ำท่วม ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีก็คือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เวิลด์แบงก์ (World Bank) ธนาคารโลกประมวลผลกับสภาพัฒน์ ประเมินผลกับนักวิชาการในประเทศ ของเราก็ประเมินว่าความเสียหายของทรัพย์สินพี่น้องประชาชนมีถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๙๕ เปอร์เซ็นต์เป็นของเอกชน เป็นของประชาชนทั้งหมด รัฐบาลมีความเสียหายแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ จิ๊บจ๊อยมาก แต่ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียหายเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังบอกอีกว่ามีการเสียโอกาสในทางธุรกิจในการค้าการขายอีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมหมดแล้วใครจะเชื่อว่าความเสียหายจากการเกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ จะถึง ๑.๕ ล้านล้านบาท แถมยังมีคนตายอีก ๗๕๐ คน อย่างนี้ถ้าเกิดว่าตั้งงบประมาณมา ๒.๓๘ ล้านล้านบาท แล้วประเทศเสียหายขนาดนี้ ผมเชื่อว่าในวิกฤตินี้มีโอกาส ถ้าวันนี้ เกิดวิกฤติน้ำท่วมที่เสียหายเยอะแยะมากมายมหาศาล ถ้ามีการใช้งบประมาณที่รวดเร็วและ แม่นยำแล้วก็ใช้ให้มันตรงประเด็นมันก็จะช่วยในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจแล้วทำให้เงิน มันหมุนไป รัฐบาลมีเงินงบประมาณภาษีของพี่น้องประชาชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนา ประเทศนี้ แก้ไขปัญหาประเทศนี้ และพาประเทศนี้ก้าวเดินไปข้างหน้า วันนี้พูดกันมามากว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บางคนก็บอกว่ามาก สำหรับผมเองก็มองว่าไม่มาก ถ้าเทียบกับ ๑.๕ ล้านล้านบาทที่เสียหายไป อีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท รวมกับ ๑.๘๖ ล้านล้านบาท ก็ถือว่า พอสมควรประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของความเสียหาย อย่างนี้ก็ต้องรีบ ๆ ใช้ แต่ว่าพอจะรีบ ใช้กลับมีความเป็นห่วงครับท่านประธาน วันนี้ฟังเพื่อน ส.ส. ผู้แทนราษฎรทั้งหลายพูดกัน ก็เป็นห่วงบอกว่ากลัวจะซ้ำซ้อน ผมเห็นด้วยเลยครับ การใช้งบประมาณเกรงว่าจะซ้ำซ้อน นี่เป็นประเด็น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐครับ นี่เราพิจารณาในวาระที่สอง

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

วาระที่สามครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขอตัด ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะต้องอธิบายให้สภานี้เขาได้ทราบว่าเหตุผลที่ท่านตัดเพราะอะไร ส่วนความเป็นห่วงเป็นใยในการใช้งบประมาณทัน ไม่ทัน ก็เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร และสภา ที่เราจะต้องควบคุมกำกับ เพราะฉะนั้นเอาเข้าประเด็นหน่อยว่าตัดเพราะอะไร

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานครับ ได้ ครับ ผมปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเรียกผม ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ผมเข้าใจว่าจาก ๗ เปอร์เซ็นต์มาเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเป็นห่วงว่าจะมีการใช้งบประมาณ แบบที่มองปัญหาไม่ตรงประเด็น มีการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อน

ประเด็นที่ ๒ จะมีการใช้งบประมาณในส่วนที่ไม่ควรใช้ ไม่ควรใช้นะครับ แต่กลับนำไปใช้

กับส่วนที่ ๓ คืออ้ายที่ควรจะใช้กลับไม่ใช้ ยกตัวอย่างเช่นในจังหวัดสมุทรปราการ บ้านผม ทุกคนก็ดูว่าน้ำมันไม่ท่วม แต่จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ น้ำมันท่วม แต่มันท่วมที่บางบ่อ คลองด่าน เปร็ง ๒๐ ๓๕ ๗๐ เซนติเมตร แต่ก่อนที่มันจะท่วมแผ่ขยายเราก็ใช้เครื่องจักรสูบมัน ขุดลอกคูคลอง ถนนหนทางชำรุดเสียหายแถบเปร็ง แถบถนนคลองด่านเชื่อมระหว่างจังหวัด แต่เครื่องสูบน้ำ ๑๔ สถานี ตั้งแต่สถานีสูบน้ำสำโรงเหนือ บางนางเกร็ง มหาวงศ์ ตำหรุ บางปลาร้า บางปลา สุวรรณภูมิ ด่านสอง เจริญราษฎร์ ชลหารพิจิตร นางหงส์ พระยาวิสูตร ๑๔ สถานี สูบน้ำกันเต็มที่เครื่องเสียหายไป นี่คือสิ่งที่ผมคิด แต่วันนี้กลับบอกว่างบประมาณ ทั้งหมดจังหวัดที่ไม่ประสบเรื่องของอุทกภัยน้ำท่วมก็จะไม่ได้รับงบในการที่จะฟื้นฟูเยียวยา อันนี้ผมถึงบอกว่ามันเข้าประเด็นที่ ๓ ว่าส่วนที่จำเป็นที่จะต้องนำไปแก้ไขจะต้องใช้งบ วันนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างประเทศที่จะมาลงทุนในบ้านเรา วันนี้เขาบอกเลยนะครับว่า ภายใน ๓ เดือนบริษัทญี่ปุ่นหลาย ๆ บริษัท บริษัทใหญ่จะตัดสินใจว่าจะถอนการลงทุน จากประเทศเราออกไปต่างประเทศหรือเปล่า ถ้าเรายังตอบปัญหากรณีเรื่องของการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ งบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี้ ไม่ว่าจะซ้ำซ้อนหรือไม่ซ้ำซ้อน ก็แล้วแต่ ท่านใช้งบประมาณจำนวนนี้หรือครับ ผมว่าที่ผมจำเป็นต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในบางส่วนเพื่ออยากจะให้ท่านได้รับทราบว่าควรจะนำไปช่วยในสิ่งที่มันจำเป็นจริง ๆ วันนี้ การสร้างความเชื่อมั่นและการทำให้พี่น้องประชาชนไม่หวาดกลัวหวาดระแวงต่อปัญหาเรื่อง การน้ำท่วมใหญ่ เป็นประเด็นที่สำคัญสำหรับปีนี้ สำหรับปีนี้นะครับ ในประเด็นอื่น ๆ ผมยัง ไม่ค่อยติดใจ อย่างไรก็แล้วแต่การใช้งบประมาณนี้ผมเกรงว่าอย่างที่บอกแล้วครับว่าจะใช้ งบประมาณแบบตาบอดคลำช้าง อย่างเช่น ๗-๘ ปีก่อนรอให้งบประมาณเกี่ยวกับดาวเทียมธีออส (THEOS) ไป ๖,๐๐๐ ล้านบาท เราเข้าใจว่าดาวเทียมธีออสมีแล้วจะใช้ดี สามารถที่จะบันทึก สภาพภูมิประเทศ สภาพสูงต่ำน้ำท่วม ผลผลิตในแต่ละพื้นที่ดีหรือไม่ดี เราอนุมัติไป แต่วันนี้ ผ่านไป ๗-๘ ปี ดาวเทียมธีออสแก่แล้วครับ หมดอายุ เตรียมจะขอดาวเทียมดวงใหม่อีก ๘,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้การใช้งบประมาณในส่วนนี้ไปทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ดี จะใช้อย่างไร แต่กระผมกราบเรียนว่ามองดูแล้วเสียดายเหลือเกิน เพราะวันนี้ข้อมูลทาง อุตุนิยมวิทยา ทางอากาศ ทางแผ่นดิน ไม่ว่าทางอวกาศ ทั่วโลกเขามีเยอะแยะสามารถซื้อ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาได้ อย่างนี้ก็ไม่ควรใช้ แต่กับกรณีที่มีการตั้งสถาบันเทคโนโลยี นิวเคลียร์แห่งชาติอนุมัติงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ วันนี้ปี ๒๕๕๕ ๑๕ ปีมาแล้ว เขาสร้าง อาคารเข้ามา ๒๒ อาคารจบหมดเรียบร้อยแล้ว วันนี้หัวใจของมันเตาปฏิกรณ์ปรมาณูขนาด ๑๐ เมกะวัตต์ยังไม่มีเลย แต่ว่าถ้ามีเพื่อการค้นคว้าวิจัยและเพื่อการพัฒนาประเทศ ใช้ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ทางนิวเคลียร์ก้าวหน้าไป แต่เตาปฏิกรณ์ปรมาณูตัวนี้อยู่ไป ๕๐ ปี เทียบกับ ดาวเทียมธีออสอยู่แค่ ๗ ปี ๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัวนั้น ๔,๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่เป็นตัวอย่างที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานต่อคณะกรรมาธิการต่อสภาแห่งนี้ วิธีการ ในการใช้งบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท วันนี้อยู่ในวาระที่สองเบื้องต้น ผมขอฝากนะครับว่า ขอให้มีการใช้งบประมาณให้ตรงถูกที่คันหน่อยเถอะ แล้วก็เวลาดูมุมมองดูการประมวลผล ถ้าไม่รู้ก็เรียนรู้เสีย เรียนรู้แล้วถ้าจะแก้ไขปัญหาอะไรถ้าไม่ทราบรับรู้เขา เพื่อที่จะเก็บข้อมูล แล้ววางแผนการใช้งบประมาณของเราให้ก้าวเดินแล้วตอบสนองต่อปัญหาต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะวิกฤติในเรื่องของน้ำท่วมในปีนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในปีหน้า ท่านประธานที่เคารพ สุดท้ายอยากจะกราบเรียนว่าบริษัท ประกันวันนี้เรื่องน้ำท่วมเขาบอกว่าเขาไม่จ่ายเพราะว่าน้ำท่วมครั้งนี้มีคนทำขึ้นจริงหรือเท็จ ไม่ทราบครับ แต่ก็ขอฝากด้วยครับว่าการใช้งบประมาณส่วนนี้มันเกี่ยวข้องกับการสร้างความเชื่อมั่น ต่าง ๆ แล้วก็ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายก็ขอฝากด้วยครับว่าขอให้ใช้งบประมาณให้มัน เกาถูกที่คัน และสิ่งที่ต้องทำ อย่างสมุทรปราการน้ำมันไม่ท่วมก็จริงแต่เครื่องสูบน้ำมันพัง ไปหมดแล้วครับ เครื่องกว้านเครื่องอะไรทั้งหมดครับ ต้องใช้เงินลงทุนอีกนะครับท่านประธาน ก็ขอฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ เดี๋ยวผมอ่านชุดที่ ๒ ก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านจะได้ เตรียมตัวได้ถูกนะครับ หลังจากท่านพิเชษฐแล้วเป็นชุดที่ ๒ คือ ท่านแรกคือคุณหมอวรงค์ ท่านที่ ๒ คือ ท่านฮอชาลี ท่านที่ ๓ ท่านนิยม วรปัญญา ท่านที่ ๔ คือท่านเกียรติ ท่านที่ ๕ ท่านนคร มาฉิม ท่านที่ ๖ ท่านธารา ปิตุเตชะ ท่านที่ ๗ ท่าน ฉัตรพันธ์ ตามลำดับ เชิญท่านกรรมาธิการ พิเชษฐสงวนความเห็นครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๓ ผมสงวนความเห็น ที่จะขอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ ๒ เหตุผลก็คือผมเป็นห่วงในเรื่องค่าใช้จ่ายบางตัว ที่ฟุ่มเฟือยไม่สมควรและไม่ตรงเป้าหมาย กับขณะเดียวกันผมก็เป็นห่วงภาระหนี้ของประเทศ ที่เพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ วันอย่างน่ากลัว ท่านประธานครับเมื่อ ๓ สัปดาห์ที่แล้วท่านผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ๒ ฉบับปรารภว่าน่าเป็นห่วง การพัฒนาของประเทศไทย ประเทศไทยเคยมีงบลงทุนเกินกว่าร้อยละ ๒๕ แต่บัดนี้งบลงทุน ของประเทศไทยเหลือเพียงแค่ร้อยละ ๑๒ เป็นห่วงว่ารายได้ที่เหลืออยู่จะไม่เพียงพอกับ การลงทุนที่มีความจำเป็นประจำปี ผมเลยมาดูงบประมาณย้อนหลังไป ๑๐ ปีก็เจอตัวเลข เป็นจริงอย่างที่ว่า ตัวเลขงบลงทุนค่าใช้จ่ายประจำกับงบลงทุนในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา มันเปลี่ยนแปลงอย่างน่าใจหายจริง ๆ ครับ เมื่อปี ๒๕๔๑ ตอนที่พวกผมอยู่ที่กระทรวงการคลัง และเป็นผู้ทำงบประมาณ ปรากฏว่าปี ๒๕๔๖ งบประจำของประเทศไทยเพียง ๕๖ เปอร์เซ็นต์ เอง แต่งบลงทุนมีตั้ง ๔๑.๔ เปอร์เซ็นต์ มาปี ๒๕๔๒ งบประจำ ๗๑.๗ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุน ๒๘.๓ เปอร์เซ็นต์ เรารักษาตัวเลข ๒๘ ๒๕ ๒๔ หลังจากนั้นถัดมาใครจะเป็นรัฐบาลอย่างไรก็ตาม วันนี้ปรากฏในงบประมาณว่า ปีที่แล้วงบลงทุนประเทศไทยเหลือแค่ร้อยละ ๑๖.๒ ตัวเลข ร้อยละ ๑๖.๒ ถ้าเปรียบกับงบประมาณทั้งหมดแล้วมันน่าห่วงจริง ๆ ครับว่าประเทศไทยเรา กำลังเป็นประเทศที่ล้าหลังที่น่าจะถือว่าด้อยพัฒนาเต็มที มันมีความน่าห่วงไปยิ่งกว่านั้นก็คือว่า ในงบประมาณ ๑๖.๒ เปอร์เซ็นต์ ดังกล่าวนี้นี้มีรายงานจากกรมบัญชีกลางว่าการเบิกจ่าย จริง ๆ ทำได้เพียงแค่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ใช้จ่ายเต็มถึง ๑๖.๒ เปอร์เซ็นต์ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ขาดไปดังกล่าวนี้คิดเป็นเงินถึงแสนกว่าล้านบาทและจริง ๆ คำนวณถัวเฉลี่ยกลับมาเราได้ใช้ งบลงทุนไปจริง ๆ เพียงแค่ร้อยละ ๑๐ เท่านั้นเองครับ ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่มีเม็ดเงิน ที่ลดลงจริง ๆ เพียงแค่ร้อยละ ๑๐ ส่วนใหญ่ไปเกือบร้อยละ ๘๐ เป็นงบประมาณเพื่อเป็น งบประจำ เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายราชการต่าง ๆ และทุกวันนี้เรายังทำงบประมาณด้วย วิธีการที่เพิ่มงบประจำสูงขึ้นทุกวัน ๆ เช่น โครงการปรับเงินเดือนปริญญาตรีเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท แน่นอนครับมันจะเป็นงบประจำที่ผูกพันตลอดไป โครงการที่จะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำรายวัน เป็นวันละ ๓๐๐ บาท จากจำนวนพนักงานทั่วประเทศทั้งเอกชนและทางราชการมีถึงเกือบ ล้านคน แน่นอนครับเราก็จะเพิ่มงบลงทุนอีกจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ งบลงทุนที่น้อย งบประจำที่สูงมากทำให้เราต้องหาเงินกู้อยู่ทุกปี รายงานจากห้องงบประมาณว่าขณะนี้เรามีหนี้สาธารณะอยู่ประมาณ ๔,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายงานเป็นเอกสารต่อคณะกรรมาธิการ ใน ๔,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูแล้วมันก็มาก ถ้าเปรียบเทียบกับจีดีพี ประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท มันก็ตกอยู่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นเราไปเจอว่ามีการเอาหนี้สาธารณะซุกซ่อนไว้ในที่ต่าง ๆ อีกจำนวนมาก เช่น ให้ ธ.ก.ส. ไปดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ไปกู้เงินมาและรัฐบาลจะต้องจัด งบประมาณชดใช้ ธ.ก.ส. ทั้งหมด บัดนี้ปีนี้ค้างอยู่ ๑๓๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นงบลงทุน เพราะรัฐบาลต้องจัดงบประมาณมาชดใช้ เราไปเจอว่าขณะนี้รัฐบาลยังเป็นหนี้กองทุน สวัสดิการสถาบันสวัสดิการสังคมอยู่ ถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ก็เป็นหนี้สาธารณะอีกส่วนหนึ่งเหมือนกันที่ซ่อนอยู่ นอกจากนั้นยังอยู่ในธนาคารออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอีและกองทุนต่าง ๆ จนบัดนี้ก็น่าเชื่อว่าหนี้สาธารณะของไทยจริง ๆ ณ ขณะนี้น่าจะทะลุ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว ด้วยตัวเลข ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มัน กลายเป็นดอกเบี้ยครับ พูดแล้วก็น่าตกใจครับ เมื่อปี ๒๕๕๔ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ต้องใช้ ดอกเบี้ยไปทั้งสิ้น ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยต้องใช้ดอกเบี้ยไปทั้งสิ้น ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่ากระทรวงใหญ่ ๆ อีกหลาย ๆ กระทรวง ขณะเดียวกันปีนี้ก็ยังมีหนี้สาธารณะขึ้นมา อีกประมาณ ๑,๐๖๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะ ๒ ปีนี้เรามีดอกเบี้ยที่จะต้องชำระถึง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประเทศไทยเราอย่างที่ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้พูดถึงเมื่อสักครู่ว่า เราจะกู้เงินอีก แต่จุดจบอยู่ที่ไหนล่ะครับ เมื่อรายได้เราแต่ละปี ดอกเบี้ยกินไป ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๆ เราจะหาเงินที่ไหนมาลดเงินต้น แล้วเรายังมีตัวเลขว่าเงินต้นที่ลดไปแต่ละปี อยู่ที่ตัวเลขแค่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มีสมัยรัฐบาล ๒ ปีที่ผ่านมาที่มีลดเงินต้นไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับนี่คือข้อห่วงใย ผมขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์สำหรับ งบประมาณทั้งหมดเพื่ออยากที่จะเห็นว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนี้ก็ตรงกับที่คุณกรณ์พูดอีกอย่าง เมื่อสักครู่นี้ว่ามันควรจะตรงเป้าหมาย มันควรจะเกิดประโยชน์สูงสุด มันควรจะมีจุดจบ ควรจะโปร่งใสและควรจะมีคำตอบว่ากู้มาเพื่อทำอะไร เป้าหมายเพื่อทำอะไร ท่านประธานครับ ขณะที่น้ำท่วมใหญ่คนเป็นล้านครอบครัว บ้านถูกน้ำท่วมยับเยินเสียหายหมด ทั้งตัวบ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ทั้งอะไรในบ้าน คนอีกเป็นล้านคนที่รถยนต์ถูกท่วมเสียหายต้องซ่อมคันละ เป็นแสน ๆ บาท แต่วันนี้รัฐบาลกลับกลายเป็นพูดเรื่องรถคันแรก พูดเรื่องบ้านหลังแรก ขณะที่บ้านหลังเดียว รถคันเดียวที่มีอยู่เขาจะแก้ไขปัญหาเขาอย่างไร ผมถึงอยากจะเห็นว่า เราใช้งบประมาณให้ตรงเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหายิ่งกว่าที่จะไปทำโครงการประชานิยม เพื่อผลทางการเมืองหรือตามความนิยม ไม่ว่ารัฐบาลไหนทำผมไม่เห็นด้วยทั้งนั้น ผมไม่เห็นด้วย กับสิ่งเหล่านี้เพราะประเทศชาติเราขณะนี้อยู่ในภาวะที่วิกฤติ งบลงทุนปีนี้ที่บอกว่าอยู่ที่ ประมาณ ๑๗.๒ เปอร์เซ็นต์ แท้จริงมันไปอยู่ที่งบกลางเสีย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้ลงทุนในสิ่งที่ไม่ได้เพิ่มพูนมูลค่าของทรัพย์สินเลย ถนนทั้งสายเสีย หายไป จะใช้สักกี่แสนหลัง กี่แสนล้านบาท ไปสร้างถนนสายใหม่ มันก็ไม่ได้ทำให้มีถนน ขึ้นมา ๒ สายครับ มันเพียงแต่ซ่อมแซมถนนสายเดิมขึ้นมาให้มันดีขึ้นบ้าง ซึ่งมันก็ยังไม่ดี เท่าเดิม เพราะอย่างงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ลงในงบลงทุนปีนี้ ผมก็ดูว่าเป็นงบที่ไม่ใช่เป็น การเพิ่มมูลค่า ไม่ใช่เป็นการลงทุนและไม่ส่งผลในการที่ทำให้สถานะประเทศชาติดีขึ้น ท่านประธานครับ เรามักจะพูดกันว่าเรามีหนี้สาธารณะเพียงแค่ร้อยละ ๔๐ หรือร้อยละ ๔๐ กว่า ไม่เป็นอะไร ประเทศอื่นยังมีหนี้สาธารณะมากกว่าเราเยอะแยะ แต่ท่านประธานครับการดูงบดุลจะต้องดู ๒ ด้านครับ ดูฝั่งที่เป็นหนี้และต้องดูฝั่งที่เป็นทรัพย์สิน มีหนี้ถ้ามีทรัพย์สินสูงพอมันก็ไม่เป็นไร แต่วันนี้ประชาชนประเทศไทยมีหนี้จำนวนมาก แต่ไม่มี ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพียงพอที่จะคุ้มหนี้สินเหล่านั้นเลย เช่นเดียวกับที่ปีนี้ที่บอกว่าจะต้อง เสียหายในภาครัฐประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินจะใช้อีก ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้มันไม่ได้ไปเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในการลงทุนเหล่านี้เลย ทั้งหมดเหล่านี้ ท่านประธานครับ มันก็น่าเป็นห่วงครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมคงไม่ใช้เวลามากเกินไป วันนี้กลับเข้ามานั่งอยู่ตรงนี้ ๓ ชั่วโมงโดยหนีออกมาจากโรงพยาบาลครับ เพื่อจะทำหน้าที่ ของเราให้หมดจด ณ วันนี้นะครับ คงจะไม่รบกวนเวลาท่านประธาน ผมขอย้ำเพียงว่า ผมอยากเห็นงบประมาณที่ไม่จำเป็นลดลงบ้าง อยากให้เห็นการใช้เงินที่มาจากเงินกู้ที่ต้องเสีย ดอกเบี้ย รวม ๆ แล้วปีหนึ่งถึง ๑,๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปแล้ว มีความรอบคอบ ผมอยากเห็น สังคมไทยในยามวิกฤติคนมีวินัย มีคุณค่าที่ดี เป็นลูกหนี้ที่ดี ไม่ใช่เป็นหนี้แล้วไม่ต้องใช้ เป็นหนี้แล้วยกเลิกหนี้ เป็นลูกหนี้แล้วไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ณ วัน ๆ อยู่กับการขอรอรัฐบาล แจก อยู่กับการงอมืองอเท้า อยู่กับสิ่งที่รัฐบาลจะแจกไปให้โดยที่ตนเองไม่ต้องพึ่งพาอะไรเลย ท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมไม่ใช้เวลามากกว่านี้ครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมได้เสนอปรับลด งบประมาณในวงเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ภายใต้หลักคิดที่ว่าคนที่เคยว่าคนอื่นแล้วยังมา ปฏิบัตินี่ผมไม่เชื่อว่าจะทำได้ดีครับ ผมมีหลักคิดง่าย ๆ ท่านประธาน คนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ คนอื่นแล้วปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองเคยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น เหมือนภาษาชาวบ้านบอก ว่าแต่เขา แล้วอิเหนาเป็นเองนี่ ผมไม่เชื่อว่าจะสามารถทำในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังได้ เช่น ผมจำได้ว่า ในช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรีช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาได้มีการตั้ง งบประมาณ และมีการตั้ง พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เอาแต่กู้ ตอนนั้นผมคิดในใจท่านประธานครับ ผมก็อยากจะดูเหมือนกันว่าวันที่พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลจะกู้หรือไม่ อันนั้นผมคิดเลยนะครับ คิดด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่สุดท้ายแล้ววันนี้พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล หลาย ๆ ท่านก็เขามาเป็น คณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณก้อนนี้ครับ เราได้เห็น ความชัดเจนช่วง ๔-๕ เดือน ที่ผ่านมามีการกู้เงินในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกัน ก็คาดว่ามีการออกพระราชกำหนดเงินกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จแล้ว ๔-๕ เดือนนี้ รัฐบาลชุดนี้จะกู้เงินถึงประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นจึงไม่แปลกท่านประธานครับ คนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นสุดท้ายต้องมาทำสิ่งนี้ ทำให้ผมไม่เชื่อว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดีครับ แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนว่าเราจะ ปล่อยให้นักการเมืองเอาแต่พูดอย่างนี้ได้หรือครับ โดยที่ไม่รับผิดชอบ และผมก็ไม่รู้ เหมือนกันว่าลูกหลานของเราโตขึ้นมาในสังคมแบบนี้จะเป็นอย่างไร คนคนหนึ่ง เคยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดหนึ่งว่ารัฐบาลชุดนี้เอาแต่กู้ เอาแต่กู้ แล้วก็เอาแต่กู้ แต่สุดท้าย เวลากลับเข้ามาปุ๊บรัฐบาลใหม่ก็เอาแต่กู้ เอาแต่กู้ แล้วก็เอาแต่กู้ ผมก็เลยย้ำกับท่านประธาน นะครับว่าวิธีคิดของคนประเภทนี้ผมไม่เชื่อว่าจะทำหน้าที่นี้หรือบริหารประเทศภายใต้ งบประมาณที่กำหนดไว้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเราดูตัวเลขที่ให้เกิดความชัดเจน วันนี้ รัฐบาลตั้งงบขาดดุลไว้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอย่างที่ทราบนะครับว่าคาดว่ารัฐบาลจะ ออกพระราชกำหนดเงินกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบ กับสมัยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ วันนั้นท่านอภิสิทธิ์ออกโครงการไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ ได้พิสูจน์ให้คนไทยทั้งประเทศเห็นแล้วว่าสามารถทำให้จีดีพีของประเทศโตถึง ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่พิจารณา เงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถทำจีดีพีให้โตได้อย่างต่ำ ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ ถ้าท่านสามารถทำได้แสดงว่าฝีมือสูสีกัน แต่ใจต่างกันครับ เพราะผมต้องชื่นชมหัวหน้าพรรคผมครับ เพราะท่านบอกว่าให้ ส.ส. ประชาธิปัตย์ทุกคนต้อง ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการฟื้นฟูประเทศครับ อะไรที่ไม่เหมาะไม่สมเราก็อย่าไปทำครับ แต่ถ้าท่านหัวหน้าพรรคผมบอกพวกเราต้องตีรวนให้เต็มที่ มันก็ไปกันใหญ่ ประเทศไปไม่ได้ ดังนั้นผมจึงอยากย้ำว่าเราต้องเริ่มต้นแล้วนะครับ อะไรที่เป็นสิ่งที่เหมาะควรเราก็เชียร์กันไป สนับสนุนกันไป อะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร ผมไม่ต้องการครับ เราไม่อยากจะเห็นภาพ นักการเมืองจะพูดโกหกหรือพูดอะไรก็ได้โดยที่ไม่มีความรับผิดชอบ นี่จึงเป็นเหตุผล ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการและผม มีมุมมองที่น่าสนใจที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว นั่นคือการใช้หนี้เงินกู้ ซึ่งบทพิสูจน์ ของท่านอภิสิทธิ์ในรัฐบาลที่ผ่านมา ๒-๓ ปี ได้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อกู้เงินเขามา เอาเงินมาจับจ่าย ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด อดีตที่ผ่านมาสามารถทำจีดีพีให้โตได้ถึง ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ และในแต่ละปี กู้เป็นก็ต้องใช้หนี้เป็น ในช่วงปี ๒๕๕๒ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ก็เคยตั้ง งบประมาณใช้หนี้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นะครับ ปี ๒๕๕๓ ก็โดยประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ถึงตั้งงบไว้ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ตั้ง งบกลางปีเอาไว้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อใช้หนี้ เบ็ดเสร็จแล้วโดยเฉลี่ยเมื่อท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านกู้มาเอามาบริหารประเทศก็ใช้หนี้ปีหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมดอกเบี้ยนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมฟังทีมเศรษฐกิจได้วิเคราะห์ให้กับที่ประชุมฟังว่า รัฐบาลชุดนี้จะกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาตั้งงบประมาณขาดดุล ขณะเดียวกันก็จะออก พ.ร.ก. อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าใช้หนี้หรือไม่ครับ บางครั้งการใช้หนี้มันเป็นสิ่งที่ อยู่ในใจ คนเรากู้เป็นก็ต้องใช้หนี้เป็น คนเรากู้เป็นก็ต้องทำมาหากินเป็น ให้เงินงอกเงยเป็น แต่ปรากฏว่าขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ในงบ ปี ๒๕๕๕ ตั้งงบประมาณใช้หนี้เอาไว้ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดูตัวเลขที่มีการวิเคราะห์ของทีมเศรษฐกิจประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง ไม่นับรวมการใช้หนี้เรื่องดอกเบี้ยครับ ซึ่งมาดูแล้วมันขัดแย้ง จึงอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการว่าคือกู้มันกู้ได้ครับ แต่คราวหน้าคราวหลัง เราเข้าใจว่าท่านกู้มา เพื่อเอามาฟื้นฟูประเทศ เวลาวันหน้าเกิดถ้าพรรคอื่นมาเป็นรัฐบาล ถ้าเขากู้ต้องฟังเหตุผล เขาก่อน ก็เป็นข้อสังเกตที่ฝากติเตียนกันไป

ประเด็นถัดมาที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องตัดงบประมาณ เพราะผมไม่เชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนจะได้ประโยชน์เต็มที่ วันนี้ประชาชนฝากพวกผมในฐานะผู้แทนราษฎรที่มาจาก เขตเลือกตั้ง ผมมาจากจังหวัดพิษณุโลกครับ เพื่อนผมหลายคนบางคนอาจจะมาจาก กรุงเทพมหานคร บางคนจากจังหวัดสุโขทัย คุณสงกรานต์อยู่หลังผมมาจากจังหวัดนครสวรรค์ ประชาชนจังหวัดนั้นเขารอคอยว่า ๓๐๐ บาทที่เป็นค่าแรงต่อวันจะได้หรือไม่ พวกเรา พยายามเอางบประมาณมาดู เอ๊ะ รัฐบาลชุดนี้เคยหาเสียงไว้ในหลายประเด็น ประชาชน ฝากความหวังให้กับผู้แทนราษฎรให้มาเป็นปากเป็นเสียงในการเรียกร้องสิ่งที่รัฐบาลได้สัญญา กับประชาชนไว้ โดยเฉพาะค่าแรง ๓๐๐ บาท ที่ผมต้องพูดอย่างนี้กับท่านประธานนะครับว่า ผมจำได้ว่าช่วงหาเสียงมีการดีเบต (Debate) กัน เราก็พูดในเชิงตรรกะว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะ ขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาททุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าบางจังหวัดค่าแรง ขั้นต่ำเขา ๒๐๐ กว่าบาท ขณะที่เดียวกันบางจังหวัดค่าแรงขั้นต่ำเขา ๑๕๐ บาท ๑๖๐ บาท ค่า ก๋วยเตี๋ยวก็ต่างกัน บางจังหวัดค่าก๋วยเตี๋ยว ๒๐ บาท กรุงเทพมหานคร ค่าก๋วยเตี๋ยวบางที่ ๓๐ บาท ๔๐ บาท แต่ขึ้นค่าแรงเท่ากัน ๓๐๐ บาท เป็นไปไม่ได้ แต่วันนั้นคนที่หาเสียงบอกว่า เป็นไปได้ ถึงวันนี้พวกผมจึงมีความจำเป็นต้องเข้ามาเป็นปากเป็นเสียงเพื่อทวงรัฐบาลและ ทวงคณะกรรมาธิการว่าชี้แจงหน่อยซิงบ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ตัวไหนที่บ่งบอกว่าประชาชน ที่ทำงานจะได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ ๓๐๐ บาททุกพื้นที่ทั่วประเทศ ผมต้องย้ำนะครับ วันนี้หมด สมัยแล้วที่บอกว่าจะนำร่อง ๔ จังหวัด ๕ จังหวัด คือมันหมดยุคเอาการตลาดมานำโดยที่ ประชาชนตามไม่ทัน เพราะผมคิดว่าวันนี้ประชาชนตามทันหมดแล้ว และท่านประธาน ฟังคำพูดผมไว้นะครับว่างบ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท วันที่รัฐบาลประกาศค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท ถ้าไม่ทั้งประเทศมีปัญหาแน่นอน

ประเด็นถัดมาที่ผมจะต้องเข้ามาเป็นปากเป็นเสียงและผมยังไม่เชื่อว่ารัฐบาล ชุดนี้จะทำได้จริง ก็คือปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ย้ำนะครับ ผมถือว่าพวกเราเป็น ผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ผมก็เชื่อว่าทุกคนก็คงคาดหวังว่าอยากให้เด็กไทยทุกคนที่จบ ปริญญาตรีมาทำงานไม่ว่าจะเป็นรับราชการหรือเอกชนต้องได้การดูแล ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน คำถามถามว่าตัวเลขตัวไหนที่เป็นตัวบ่งบอกว่าคนที่จบปริญญาตรีจะได้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ผมอยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการครับ ท่านอาจจะต้องชี้แจงหรือชี้แจงไม่ได้ ผมเชื่อว่า เพราะหลายท่านเป็นรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจท่านก็ดูแลอยู่ เป็นเงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ค่าแรง ๑๕,๐๐๐ บาท เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท สำหรับปริญญาตรีกับค่าแรง ๑๕,๐๐๐ บาทนั้นต่างกันครับ เอาง่าย ๆ ก็คือว่าเวลาคิดโบนัส เขาคิดจากเงินเดือน เขาไม่ได้คิดที่รายได้ รายได้อาจจะได้เงินเดือนแค่ ๑๑,๐๐๐ บาท หรือ ๑๒,๐๐๐ บาทก็ได้ อาจจะเป็นค่าอย่างอื่นตามมาอีกให้ได้เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท ดังนั้นต้อง ชี้แจงครับ ว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น ตัวไหนที่เป็นตัวบ่งบอกว่า คนที่จบปริญญาตรีจะได้เงินเดือนครับ ย้ำนะครับ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน

ประเด็นถัดมาที่ผมไม่มั่นใจครับ แล้วขณะนี้ได้เปิดโอกาสให้รัฐบาลทำเต็มที่ นั่นคือโครงการจำนำข้าว แต่เดิมผมดีใจนะครับ เพราะผมทราบข่าวว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจซึ่งท่านเป็นคนออกมาให้สัมภาษณ์ตอนโครงการจำนำข้าว ข้าวขาว ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท เราพรรคประชาธิปัตย์ เราเปิดโอกาสให้รัฐบาลทำหน้าที่ อย่างเต็มที่ตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา สุดท้ายขณะนี้เวลาผ่านไป ๓ เดือนครับ บทพิสูจน์ ออกมาชัดเจนว่าล้มเหลวครับท่านประธาน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าขณะที่ผมนั่งอยู่ที่นี่ ก็มีพี่น้องเกษตรกรชาวนาโทรศัพท์เข้ามาให้พวกผมท้วงติงการจำนำข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท ว่าเป็นไปไม่ได้ ประชาชนไม่ได้ตามนั้นครับ แล้วผมก็เชื่อว่าเพื่อน ส.ส. จากซีกรัฐบาลก็ได้เจอ ปัญหานี้เหมือนกันว่าประชาชนพี่น้องชาวนาไม่ได้เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ตามที่รัฐบาล สัญญาไว้ แล้วผมอยากจะบอกนะครับว่านอกจากจะไม่ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท มันมีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๓ ประเด็นครับ

ปัญหาแรก ก็คือพี่น้องชาวนาถูกโกงครับ ไม่ว่าจะเป็นโกงเรื่องความชื้น หรือโกงแบบหน้าตาเฉย

ปัญหาต่อมา ก็คือปล่อยให้มีการสวมสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการสวมสิทธิแบบ รู้เห็นเป็นใจ และการสวมสิทธิแบบไม่รู้เห็นเป็นใจ

และปัญหาสุดท้าย ก็คือพี่น้องชาวนาไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ผมอยากจะกราบ เรียนกับท่านประธานนะครับว่าเอาไว้อยู่ในมาตรา ๑๕ ของกระทรวงพาณิชย์ เราคงจะได้เอา โครงการจำนำข้าว ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวของการบริหารงานของทางรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจที่ดูแลโครงการจำนำ ผมอยากจะชี้ให้เห็นนะครับว่าบางครั้งนักการเมืองที่อยู่ บนหอคอยงาช้างกับนักการเมืองที่ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนนั้น ปัญหามุมมอง มันต่างกัน เราจะได้เอาเวทีแห่งนี้ โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าวนี่ได้มาตีแผ่ให้กับพี่น้อง ประชาชนได้รับรู้ว่าวันนี้รัฐบาลล้มเหลวครับ ประชาชนหรือชาวนาไม่ได้ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ยิ่งทางอีสานก็เหมือนกันครับ พี่น้องเกษตรกรก็ไม่ได้ราคา ๒๐,๐๐๐ บาท ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ แล้วจุดที่น่าช้ำใจของพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือตอนล่าง รวมทั้ง ภาคกลาง พี่น้องกลุ่มนี้ไม่ได้มีข้าวไปเข้าร่วมโครงการจำนำเพราะว่าน้ำท่วม หลังจากน้ำลด แล้วรีบทำนา เมื่อทำนาเสร็จแล้วขณะนี้มีแผนการที่จะเริ่มเก็บเกี่ยว แต่ทราบมาว่าพี่น้อง กลุ่มนี้ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการจำนำ เหตุผลเนื่องจากว่าได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล เป็นกรณีพิเศษ ถ้าพูดเป็นสมัยอดีตที่ผ่านมาก็คือได้รับเงินส่วนต่างคล้าย ๆ กับโครงการ ประกันรายได้ เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ การจ่ายเงินเยียวยาพิเศษ ที่รัฐบาลจะจ่าย ๑,๔๓๗ บาทต่อไร่ ผมก็มีความรู้สึกว่ารัฐบาลเอาเปรียบชาวนามากเกินไป สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีเงินส่วนต่างมีเกณฑ์ครับท่านประธาน ๑ ไร่ เราจะคิดให้ โดยเฉลี่ยประมาณ ๗๐ ถัง ก็คือ ๗๐๐ กิโลกรัม พื้นที่ภาคกลางบางแห่งอาจจะได้สูงถึง ประมาณ ๗๕๐ กิโลกรัม หรือ ๗๕ ถัง คูณกับเงินส่วนต่างก็จะได้เยอะขึ้น แต่วันนี้รัฐบาลชุดนี้ จ่ายเงินเยียวยาพิเศษซึ่งก็คือเงินส่วนต่างในกรณีน้ำท่วม ๑,๔๓๗ บาท แต่ ๑ ไร่ คิดให้ ประมาณ ๔๙ ถัง หรือ ๔๙๐ กิโลกรัม ท่านประธานคิดเอานะครับ ระหว่าง ๔๙ ถัง กับประมาณ ๗๐-๗๕ ถัง ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้เงินน้อยครับ โดยเฉลี่ยแล้วถ้าคิดเป็นไร่หนึ่ง ก็ได้ประมาณ ๗๐๐ กว่าบาท เพราะว่า ๑ ไร่ เขาคิดให้ ๔๙ ถัง ไม่ถึงเกวียน หรือไม่ถึงตัน ประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งพี่น้องหลาย ๆ พื้นที่ก็มีความรู้สึกน้อยอกน้อยใจครับ โครงการจำนำก็เข้าไม่ได้ เงินส่วนต่างก็ได้น้อย เท่ากับว่ารัฐบาลไม่จริงใจกับพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่และชาวนา จึงฝากเป็นข้อสังเกต เอาไว้เราเจอกันในมาตรา ๑๕ ของกระทรวงพาณิชย์ จะได้มาคุยกันในรายละเอียดตรงนั้นอีกทีหนึ่ง

ประเด็นถัดมาที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ เพราะผมเชื่อว่าเพื่อนคณะกรรมาธิการหลายท่านได้เป็น ส.ส. ในสมัยที่แล้ว เราจำได้ว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติวันนั้นไม่มีคนคัดค้าน ในกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่า ในช่วงตั้งต้นจะต้องมีเงินลงจากทางรัฐบาล ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วผมทราบว่ารัฐบาลชุดนี้ อาจจะไม่ใส่ใจเพราะว่าเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งเหล่านี้เวลาพวกผมลงพื้นที่หาเสียง ผมบอกกับพี่น้องประชาชนไว้ว่าพี่น้องดีใจได้เลยนะครับ รัฐบาลของเราได้วางแผน ให้ประชาชนมีบำนาญประชาชน กฎหมายฉบับนี้คือกฎหมายที่ว่าด้วยบำนาญประชาชน เสียดายตรงที่มีการยุบสภา แต่โชคดีที่กฎหมายฉบับนี้ผ่าน แต่ผมดูแล้วรัฐบาลชุดนี้ไม่ใส่ใจ ที่จะให้ประชาชนได้มีบำนาญประชาชนเพียงเพราะว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาในช่วงพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ในกฎหมายกำหนดว่ารัฐบาลต้องลงขัน ๑,๐๐๐ ล้านบาทในช่วงเริ่มต้น ขณะที่มี การเสนอตัวเลขเม็ดเงินงบประมาณเข้ามาในช่วงแรกก็ลืม ในชั้นกรรมาธิการที่จะมีการแปรญัตติ ก็แปรญัตติให้แค่ ๒๒๕ ล้านบาท ขัดกฎหมายครับท่านประธานครับ จึงอยากเรียกร้องไปยัง คณะกรรมาธิการทุกท่านต้องแก้ไขนะครับ ขณะที่เราเตือนหลายรอบแล้ว มีเพื่อน ส.ส. จงใจ ที่จะเตือนกับคณะกรรมาธิการ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้คือประโยชน์ประชาชน เป็นหลักการให้ประชาชนมีบำนาญประชาชน กฎหมายให้ท่าน ให้รัฐบาลลงขัน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลลงมาแค่ ๒๒๕ ล้านบาท เท่ากับว่ารัฐบาลจงใจทำขัดกฎหมายฉบับนี้ จึงขอเรียกร้องว่า ถ้ามีโอกาสในการแก้ไขตัวเลขท่านต้องเติมให้เต็ม ๑,๐๐๐ ล้านบาท และอย่างน้อยจะได้เป็น จุดเริ่มต้นให้ประชาชนมีความหวังว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะมีบำนาญประชาชนใช้ แล้วก็ ผมคิดว่าคงไม่แปลกครับ ถึงกฎหมายฉบับนี้จะออกมาในยุคพรรคประชาธิปัตย์ แต่ขณะนี้ ทุกท่านก็เป็นรัฐบาลอยู่ก็สามารถที่จะสานต่อได้ ฉะนั้นให้ท่านทำความดีครับ ประชาชนไม่ได้ สนใจ ใครทำความดีให้กับประชาชน ผมว่าประชาชนเขาก็พอใจ ดังนั้นผมเรียกร้องครับ ได้โปรดเถอะครับ ให้คิดถึงเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ปู่ย่าตายายของเรา นอกจากได้มีเงินเดือน คนแก่ใช้แล้ว คนเฒ่าคนแก่ในอนาคตก็หวังว่าจะมีบำนาญประชาชนใช้ ลงมาแล้ว ๒๒๕ ล้าน บาท ขาดอีก ๗๗๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ถ้ามีการปรับลดตรงไหนได้ เอาเงิน ๗๗๕ ล้านบาทมาเติมใน พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการบำนาญ ประชาชนให้กับคนไทยทุกคนที่เป็นคนยากคนจนครับ

ประเด็นถัดมาที่ผมมีความรู้สึกว่าผมไม่เห็นด้วย จำเป็นจะต้องมีการปรับลด ก็คือโครงการของกระทรวงศึกษาธิการที่รัฐบาลได้ประกาศว่าจะมีการให้แท็บเล็ตกับ เด็กนักเรียน ซึ่งตอนที่มีการประกาศหาเสียงกัน เด็กนักเรียนทุกคนก็มีความคาดหวัง ตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ม. ๖ ครับ ทุกคนก็คาดหวังว่าอยากจะได้แท็บเล็ต ซึ่งโดยหลักการใช้กับคนถูกกลุ่ม ถูกวัย ถูกประเภท ผมว่าแท็บเล็ตก็ได้ประโยชน์ แต่วันนี้ก็เหมือนกับว่าคณะกรรมาธิการเอง ก็ต้องเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนนะครับ ในเมื่อลูกหลานของเรา รัฐบาลสัญญากับเขาไว้ เขารอแท็บเล็ตอยู่ แต่ท่านก็มาให้เฉพาะ ป. ๑ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยนะครับ ถ้าท่านให้ตั้งแต่ ม. ๑ ถึง ม. ๖ ทุกคนยังพอมีความเป็นไปได้ แต่ ป. ๑ ขอคัดค้านอย่างแรงกล้าในการตัด งบประมาณก้อนนี้ออกไปเลย ที่กล้าพูดอย่างนี้เนื่องจากว่านึกถึงเป็นลูกเรา พวกเราทุกคน ส่วนใหญ่ก็มีลูกมีหลานทั้งนั้นครับ ลูกไปเรียนชั้น ป. ๑ เด็ก ป. ๑ ส่วนใหญ่ก็กำลังหัดฟัง หัดพูด หัดอ่านและหัดเขียน คือวัย ป. ๑ เป็นวัยที่ใช้ทักษะครับ ในการหัดเขียน ก ไก่ ถ้าท่านเอาแท็บเล็ตไปแจกหรือเอาคอมพิวเตอร์แบบพกพาไปแจก วัน ๆ เด็กมีแต่นั่งกดอย่างเดียว ขณะนี้เองเด็ก เอาเฉพาะ ป. ๑ ถึง ป. ๔ แทบจะอ่านหนังสือ เขียนไม่ค่อยได้ ป. ๑ แทนที่จะ ให้เขาใส่ใจกับการหัดเขียน ก ไก่ ข ไข่ ให้ตัวหนังสือสวย ๆ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลเอาแท็บเล็ต ไปแจกเด็ก ป. ๑ ผมว่าประเทศจะไปกันใหญ่ครับ ผมจึงมีความเห็นว่าเฉพาะตรงนี้ ผมเรียกร้องให้มีการตัดครับ

และสุดท้ายจริง ๆ ที่อยากจะกราบเรียนกับทางท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ผมว่าบางครั้งเม็ดเงินอย่างเดียวมันก็ช่วยอะไรไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่พวกเรา จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน เรามีเม็ดเงินงบประมาณมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้า ความรู้สึกช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่มี รัฐบาลจะปล่อยให้นักการเมืองบางคนมาโกหก ประชาชน หรือมายั่วยวน มาท้าทายประชาชน มาทำในสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ ผมว่ามันก็สูญเปล่า จึงอยากจะเรียกร้องนะครับว่า วันนี้ประชาชนต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้อง ชาวนา ต้องการให้ข้าวราคา ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ใช้แรงงานต้องการ ๓๐๐ บาท คนจบปริญญาตรี ต้องการเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท เรามาทำเรื่องนี้ดีกว่า และผมเชื่อว่าถ้าท่านทำเรื่องนี้ได้ดี ท่านจะอยู่กี่ปีผมก็ไม่ว่าครับ แต่ปรากฏว่าถ้าท่านไม่ทำเรื่องนี้ ท่านจะไปทำเรื่องอื่น ไปทำเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ ผมว่าจะไปกันใหญ่นะครับ ประเทศมันจะไม่สงบครับ จึงอยากจะเรียกร้อง ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ ผมขอตัดในมาตรา ๓ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ในเรื่องการแปรญัตติในวาระที่สองนี้ ต้องเรียนว่า เรากำหนดกรอบระยะเวลาไว้ในวันที่ ๔ วันที่ ๕ และวันที่ ๖ นะครับ ผมได้ฟัง เพื่อนสมาชิกอภิปราย เฉพาะมาตรา ๓ ใช้เวลาประมาณร่วม ๕ ชั่วโมงแล้ว ท่านประธาน ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกท่านสุดท้ายที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ใช้เวลาประมาณ ๑๘ นาที ในมาตรา ๓ ยังเหลือสมาชิกอีกหลายท่าน ผมเลยอยากเสนอท่านประธานอย่างนี้ นะครับว่า วันนี้เรื่องแรกเรากำหนดกรอบไว้ว่าประมาณเที่ยงคืนเราจะจบการอภิปรายตอนแรก ถ้าเป็นอย่างนี้เราอาจจะต้องเพิ่มเป็นตีสองหรือตีสามอะไรก็ว่ากันไป ไม่อย่างนั้นก็เสนอท่าน ประธานเป็นทางเลือกทางที่ ๒ ก็คือว่าท่านประธานต้องกำหนดกรอบเวลาในการอภิปราย ผมได้ฟังสมาชิกหลายท่าน ทุกท่านใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ นาที ถ้าท่านประธานจะกำหนดเป็น ๕ นาที ๗ นาที หรือ ๑๐ นาที ก็แล้วแต่ ผมคิดว่าจะกระชับ แล้วก็จะสามารถดำเนินการ ตามที่เราได้กำหนดตามเป้าหมายไม่เกินวันที่ ๖ ไว้ได้นะครับ ผมเสนอท่านประธานมาเพื่อ โปรดพิจารณา ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สัก ๑๐ นาที นะครับ เชิญท่านนคร มาฉิม เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ด้วยความเคารพในความเห็นและข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอต่อท่านประธาน แต่เนื่องจากว่าในมาตรา ๓ เป็นงบรวมทั้งหมด แล้วก็มีสมาชิกแสดงความจำนงที่จะอภิปราย เพื่อแสดงความคิดเห็น ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งจะต้องแสดงเหตุผลเป็นจำนวนมาก ทีนี้ถ้าเกิดว่าท่านประธานใช้ดุลยพินิจในการที่จะให้แต่ละท่าน ซึ่งแน่นอนแต่ละท่านสามารถ ที่จะจำกัดกรอบเหตุผลแล้วก็ไม่ให้ซ้ำประเด็นตามข้อบังคับอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าเกิดว่าเป็นไปได้ อยากจะขอความกรุณาว่า ถ้าท่านไหนที่อภิปรายโดยมีหลักฐาน มีข้อเท็จจริง มีข้อมูลที่จะ ชี้แจงต่อท่านประธานหรือที่ประชุม ก็อยากจะขอความผ่อนปรนจากท่านประธานให้ขยาย เวลาได้ตามที่ดุลยพินิจท่านเห็นเหมาะสมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ ไหมครับ ท่านนคร เพราะว่าผมดูทั้งหมดนี้ตั้ง ๑๔๐ ท่าน เอาสักไม่เกิน ๑๐ นาที ได้ไหมครับ แต่ว่าถ้ามีเหตุผลอื่นผมก็จะอนุญาต ตอนนี้ผมขอเป็น ๑๐ นาทีก่อนครับ เชิญ เอาสัก ๑๐ นาทีครับ ท่านนิยมเดี๋ยวครับ ยังไม่ถึงคิวท่าน อยู่ในคิวที่ ๒ แล้วครับท่าน รอแป๊บหนึ่ง ผมขอเชิญท่านฮาชาลี ม่าเหร็ม ก่อนครับ ตามรายชื่อที่ส่งมา ได้พูดทุกคนอยู่แล้ว

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาในช่วงที่ท่านได้กำหนดเอาไว้ในการอภิปรายในวาระที่สอง ในวันนี้ ซึ่งผมเองก็ได้ใช้สิทธิของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการขอสงวนคำแปรญัตติ ในงบประมาณในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่จะถึงอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้า แล้วก็ผมเองนั้นก็ได้มีโอกาส ได้ไปเยี่ยมเยียนการทำงานของท่านกรรมาธิการ แล้วก็ไปให้กำลังใจของท่านที่ทำงานอยู่กัน อย่างดึกดื่นแล้วก็ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง ก็ต้องขอขอบคุณมายังท่านกรรมาธิการทุกท่าน

ด้วยครับ แต่ที่ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติในการที่จะปรับลดเอาไว้ค่อนข้างจะสูงมาก ก็คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมเองก็มีเหตุผลในการที่จะขอปรับลดในภาพรวมของงบประมาณ เพราะว่าการทำงบประมาณนั้น ต้องมียุทธศาสตร์ ท่านก็ได้เขียนยุทธศาสตร์เอาไว้ทั้งหมด ๙ ยุทธศาสตร์ แต่ประเด็นที่ผม อยากจะขออภิปรายก็เพียงเฉพาะ ๒-๓ ยุทธศาสตร์แค่นั้นเอง เพราะว่ายุทธศาสตร์นั้น เป็นแผนระยะยาวแล้วก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดเอาไว้เป็นเหตุเป็นผล ในการที่จะตั้งกรอบ วงเงินของงบประมาณเอาไว้ และสิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็คือว่าตัวผลผลิตที่ออกมาจาก การจัดตั้งงบประมาณของท่านนั้นขาดประสิทธิภาพ และไม่ทำให้พี่น้องประชาชนซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้นั้นไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ที่ท่านวางเอาไว้ นั่นก็คือยุทธศาสตร์ในเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ หรือผลผลิตทางด้าน การเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนโดยภาพรวมทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ทุกคนเกือบจะทุกพื้นที่ตอนนี้ปลูกพืช เศรษฐกิจนั่นก็คือยางพารา เพราะยางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ปีละหลายแสนล้านบาททีเดียว แต่ท่านประธานครับ จากราคาที่เราเคยส่งออกไปยังประเทศ จีนมีบางช่วงสูงสุดประมาณ ๑๗๐-๑๘๐ บาท มาถึงเวลานี้ ณ ขณะนี้ล่าสุดก่อนที่จะมา อภิปรายในวันนี้ผมตรวจสอบราคาแล้วที่ซื้อกันในพื้นที่นั้นก็ตกอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ ๗๐ กว่าบาทแค่นั้นเอง นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น ถามว่ากลไกของงบประมาณเกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหายางพาราหรือไม่เกี่ยวข้องครับ เพราะท่านได้วางงบประมาณเอาไว้ ผมรวบรวมจากรูปเล่มของงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. องค์การสวนยาง สกย. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในกลุ่มต่าง ๆ ในการเพิ่มมูลค่าแล้วก็ผลผลิตทางด้านการเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหลาย ๆ หน่วยงานที่ร่วมด้วยช่วยกันในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางด้าน การเกษตร แต่ท่านประธานครับ ราคายางพารานั้นยังคงตกต่ำอยู่ สาเหตุที่ตกต่ำเพราะว่า กลไกในระดับนโยบายก็คือรัฐบาลนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการดูเรื่องนี้ ขาดประสบการณ์ ในการที่จะแก้ไขปัญหายางพารา ถ้าหากว่าเป็นช่วงที่ผ่านมานั้น สมัยที่ประชาธิปัตย์เป็น รัฐบาลผมมั่นใจว่า ณ ขณะนี้สามารถที่จะอัพ (Up) ราคา สามารถที่จะเพิ่มราคาขึ้นมาได้ถึง ๑๒๐ กว่าบาท เพราะช่วงที่ผ่านมาและช่วงที่ท่านกำลังแก้ไขปัญหานั้นมีความแตกต่างกัน มาถึงเวลานี้ท่านเป็นรัฐบาลมาได้ ๔ เดือน ท่านมีประธาน กนง. ประธานนโยบายทางด้าน การเงิน ประธาน กนข. ประธานเกี่ยวกับนโยบายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ปัญหาราคา อ้อย แต่ ๔ เดือนแล้วครับ ยังไม่มีประธานในการแก้ไขปัญหาราคายาง ซึ่งนั่งหัวโต๊ะ คอยกำกับดูแลมีบทบาทในการที่จะสั่งการไปยัง ธ.ก.ส. ไปยัง อสย. ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้อัดฉีดเงินงบประมาณในการที่จะแทรกแซงลงไปเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ชาวเกษตรกร ท่านจะตั้งเมื่อไรครับ และงบประมาณที่ตั้งขึ้นมานั้นก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้ เพราะไม่มีกลไกในการขับเคลื่อน นั่นก็คือประธานในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของยางพารา สิ่งที่ท่านทำที่เห็นเป็นรูปธรรม ณ วันนี้ก็คือการไปคุยกับจีนไปตกลงกับจีนในการซื้อยาง ในราคา ๑๐๕ บาท เมื่อจีนซื้อ ๑๐๕ บาท ชาวบ้านราคาก็อยู่ที่ ๗๐-๘๐ บาทเหมือนเดิม เรื่องของยางพารานั้นผมอยากจะแนะนำท่านกรรมาธิการผ่านไปยังรัฐบาล เพราะว่า เป็นเรื่องของตลาดของผู้ขาย ประเทศไทยมียางมากมายในทั่วทุกพื้นที่ เราสามารถจะใช้เงิน งบประมาณที่ท่านได้ตั้งขึ้นมาในปีนี้ ในการดูดซับปริมาณยางพาราให้อยู่ในประเทศอย่าให้ ออกนอกประเทศให้ได้ในจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตันเหมือนกับที่ประชาธิปัตย์เคยทำเอาไว้ เมื่อปริมาณความต้องการของต่างประเทศลด มีความต้องการมากขึ้นและสินค้าในตลาดโลก ไม่มีจีนก็พร้อมที่จะซื้อในราคา ๑๐๔ บาท ๑๐๕ บาท ๑๐๖ บาท ๑๗๐ บาท ๑๘๐ บาท แล้วแต่ตามความต้องการที่เราจะขาย แต่นี่คือท่านแก้ไขปัญหาโดยการส่งใครก็ไม่รู้ไปคุยกับ จีนแล้วบอกว่าจะขายในราคา ๑๐๕ บาท การแก้ไขปัญหามันก็เดินหน้าไม่ได้ นั่นคือความล้มเหลวที่ผมบอกว่าองค์กรหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านจัดสรรงบประมาณเอาไว้ เพื่อในการแก้ไขปัญหายางพาราตามนโยบายการเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของสินค้า การเกษตรนั้นล้มเหลว นี่คือเหตุผลนะครับ ที่ผมตัดงบประมาณปีนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์

ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ท่านประธานครับ นโยบายยุทธศาสตร์ในเรื่องของความมั่นคง และยุทธศาสตร์ในเรื่องของการสร้างความสมดุลของประเทศ ซึ่งพ่วงรวมเกี่ยวข้องกันกับ นโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกยุค ทุกรัฐบาลก็จะมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาอภิปรายในเรื่องนี้ แต่ท่านประธานครับ งบประมาณที่ท่านจัด ลงไปนั้นประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมีทั้ง กอ.รมน. มีทั้ง ศอ.บต. มีทั้งกองทัพบก และพ่วงแล้วก็แฝงอยู่ในส่วนราชการต่าง ๆ อีกรวมแล้ว ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่สิ่งที่ผม อยากจะบอกท่านกรรมาธิการและไม่แน่ใจว่าท่านกรรมาธิการได้ถามหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจง ในชั้นของกรรมาธิการหรือไม่ว่านโยบายของรัฐบาลซึ่งท่านได้เข้ามา ๔ ปีนั้นได้เพิ่มอุปสรรค ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ๑ เรื่อง เพราะว่าที่ผ่านมานั้นพี่น้อง ประชาชนต้องการที่จะให้การเมืองนำการทหาร ต้องการที่จะให้มีองค์กรที่เป็นของพลเรือน ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมและสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้ผ่านกฎหมาย พระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้กลไกอันนี้ ได้ดำเนินการแก้ไขโดยตัวของภาคประชาชนและก็พลเรือน แต่สิ่งที่ท่านเข้ามา ๔ เดือนนั้น ท่านได้มีโครงสร้างอีกโครงสร้างหนึ่งเข้ามาซ้อนในโครงสร้างซึ่งเป็นตัวกฎหมายฉบับนี้ นั่นก็คือ โครงสร้างที่ให้ทหารเข้ามานั่งเป็นหัวโต๊ะในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง หนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้แม่ทัพ ภาคที่ ๔ เป็นนั่งหัวโต๊ะ แล้วมีความสามารถที่จะใช้งบประมาณในการที่จะจัดสรรไปตามที่ ทางฝ่ายความมั่นคงต้องการได้ นั่นคือเรากำลังถอยหลังเข้ามาสู่การแก้ไขปัญหาแล้วก็เดินย่ำ อยู่กับที่เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาในช่วง ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือสิ่งที่ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงตัดงบประมาณในส่วนนี้ เพราะว่าไม่มีความมั่นใจในกลไกในการ ทำงานของรัฐ และนโยบายของรัฐ ซึ่งลงเข้าไปทำงานในส่วนตรงนั้น นั่นคือ ๒ ยุทธศาสตร์หลัก ๆ ที่ผมอยากจะขอฝากเอาไว้ แล้วก็สำหรับในเรื่องของในเชิงของพื้นที่ อยากจะขอฝากท่านกรรมาธิการว่าท่านได้เคย ดูแลในเรื่องนี้หรือไม่ ก็คือการมีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา สาขาจังหวัดสตูล ซึ่งผมเองก็ได้เคยตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านเองก็รับปากว่า ถ้าหากว่าแบบแปลนเสร็จท่านก็จะจัดสรรงบประมาณให้ ๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ งบประมาณส่วนนี้ได้รับการจัดสรรในปีนี้หรือไม่ แล้วก็งบประมาณในการที่จะขุดเจาะอุโมงค์ เพื่อที่จะให้จังหวัดสตูลแล้วก็รัฐเปอร์ลิสของมาเลเซียนั้นสามารถที่จะไปมาหาสู่กันได้ แล้วก็ งบประมาณในการที่จะริเริ่มในการพัฒนาสร้างสนามบินของจังหวัดสตูล ตรงนี้คือสิ่งที่ อยากจะขอฝากเอาไว้ในการจัดสรรงบประมาณในการอภิปรายโดยภาพรวม แล้วก็ผมเอง ก็ขอสงวนสิทธิในการที่จะลงไปในรายมาตราที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้นะครับ ขอบคุณ มากท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิยม วรปัญญาครับ เชิญครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ครับ รอแป๊บหนึ่งครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ จากที่เพื่อนสมาชิกได้หารือและ ท่านประธานได้กรุณาจำกัดเวลาของพวกเราคนละ ๑๐ นาที ซึ่งกระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าดูเป็นการจำกัดสิทธิเพื่อนสมาชิกอยู่มิใช่น้อยนะครับ ถ้าดูเนื้อหา ที่คนอภิปรายก่อนหน้านี้ คือท่านฮอชาลีอภิปรายท่านยังมีประเด็นนี้ นี่เป็นประการที่ ๑

๒ แม้ว่าจะมีผู้แปรญัตติไว้มาก แต่ว่าผมกราบเรียนท่านประธานว่าอภิปราย ไม่หมดหรอกครับ แล้วก็อภิปรายไม่ทุกมาตรา ข้อตกลงระหว่างวิป (Whip) ฝ่ายค้านกับ ฝ่ายรัฐบาลที่ตกลงไว้ผมยังยืนยันว่าไม่เกินเวลาที่กำหนดไว้คือ ๓ วัน ผมอยากให้ท่านประธานได้ กรุณาให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ไปก่อนนะครับ และพวกผมที่เป็นวิปฝ่ายค้านและวิปฝ่ายรัฐบาลก็กำลังดูเวลากันอยู่ว่าถ้าผ่านเวลาวันนี้ไป พรุ่งนี้จะมาดูกันว่าเราจะบริหารเวลาอย่างไร ส่วนวันนี้ขอให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงไปก่อน นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาวิป ๒ ฝ่ายไปคุยกันและเสนอผมมา ท่านสุรเชษฐ์มีอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ครับ ผมอยากจะทราบว่ารายชื่อที่ผมได้สงวนคำแปรไว้ ชื่อผมยังอยู่หรือเปล่าครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ รายชื่อนี่ผมพยายามดูตามเรียงลำดับมานะครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวถ้ามีรายชื่อผมจะเรียก ท่านครับ ตามในหนังสือนี่ละครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

อย่าลืมผมก็แล้วกันครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมไม่ลืม ครับ เชิญท่านนิยมครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี ประเภทบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ปีนี้ราษฎรก็มีความหวังที่จะได้รับการพิจารณากระจายแจกจ่ายโภคทรัพย์ให้มันได้เกิดความเป็นธรรม และเท่าเทียมกัน ผมและคณะจึงได้ตั้งชื่อ ปีนี้พรรคเพื่อไทยเสนอคุณยิ่งลักษณ์เป็นสุภาพสตรี ขี่ม้าขาว หรือนารีขี่ม้าขาวจะมาแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ประชาชนเขาเรียกร้อง เหลือเกินว่าเขาอยู่กันไม่มีมาตรฐาน ที่ว่า ๒ มาตรฐานนั้นเขาบอกไม่จริงมันกว่านั้น พิจารณา จากงบประมาณตามมาตรา ๓ นี้แล้ว ผมถึงได้ขอแปรญัตติตัดไว้อย่างละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เน้นพวกเงินที่จะต้องจ่ายเกี่ยวกับจ่ายประจำ มีข้อผูกพัน หรือของที่จะเป็นโครงการเจริญ รอยตามพระราชดำริหรือแก่พระราชสำนัก ท่านประธานที่เคารพครับ ปีนี้น้ำท่วม แต่การแก้ปัญหา น้ำท่วมนั้น ถ้าจะแก้ให้ถูกก็คงจะต้องสกัดหรือชะลอน้ำตอนบน เพราะน้ำมีส่วนสำคัญ ที่จะทำให้บ้านเมืองของเรา ทั้งคนถูกน้ำท่วมและไม่ถูกน้ำท่วม มีผลกระทบเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ พวกชาวไร่อ้อยปีนี้ก็ฝากมาว่าอ้อยปีนี้น้ำท่วมแต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งเสียไม่มากนัก แต่กลัวราคาจะไม่ดี ก็ฝากมายังท่านรองประธานเจริญ แต่ท่านไม่อยู่ ให้พิจารณาด้วย เพราะท่านเคยแก้ปัญหาได้มา อันนี้คือความหวังของประชาชนครับ น้ำ ถนน ไฟฟ้า อุตสาหกรรม การศึกษา การรักษาพยาบาล การตลาด การแบ่งเขตปกครองท้องที่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมมานานแสนนาน ก็มีความหวังที่ว่า นารีขี่ม้าขาวจะมาแก้ปัญหา แต่ถ้าดูตามมาตรา ๓ นี้ก็มีเงินพอที่จะแบ่งปันได้ตามกรอบ งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี่ละครับ แต่การแบ่งนั้นก็ยังไม่ค่อยจะเหมาะสม ก็อยากจะฝากเรียนท่านกรรมาธิการช่วยปรับลดดูให้ใหม่สิแล้วส่งยอดเงินที่ปรับลดได้ไปยัง รัฐบาลเพื่อให้ตั้งงบประมาณเพิ่มเติมมาใหม่ เพราะตอนนี้ก็ยังไม่ได้จบ คือต้องรอผ่านวาระที่สอง นี่ไปแล้วถึงจะเป็นวาระที่สามก็ยังจะทำได้ แต่ผมแปลกใจว่าผมเป็นผู้แทนราษฎรมา ๑๔ สมัย ก่อนนี้มีแปรญัตติแล้ว ก็จะให้ผู้แปรญัตติไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นตัวแทนของสภาตั้งเข้าไป แต่ไม่เคยมี สมัยนี้ไม่มี สมัยที่แล้วก็ไม่มี รัฐบาล ๒ รัฐบาลนี้ ที่ไม่มีนะครับ ผมแปลกใจจริง ๆ ทำไมจึงมาตัดระเบียบและประเพณีไป คราวที่แล้วก็ไม่มี รัฐบาล ๒ รัฐบาลนี้ที่ไม่มีนะครับ ผมแปลกใจจริง ๆ ทำไมจึงมาจัดระเบียบ และประเพณีไป แล้วอีกอย่างการตั้งงบประมาณในประเทศที่เจริญแล้ว ผมก็ไปมาหลาย ประเทศ พวกงบรายจ่ายเป็นค่าแรงหรือค่าเงินเดือนประจำ ถ้าตั้งเกิน ๑๘ เปอร์เซ็นต์แล้ว เศรษฐกิจของประเทศนั้นจะเอาดีไม่ได้ เพราะประชาชนที่มาเสียภาษีทำงานเหนื่อย ยากลำบากแสนลำบากกว่าจะได้มา คนยากจนก็ไม่มีโอกาส คนมีบารมี มีอิทธิพล มีตำแหน่ง หน้าที่การงานพวกนั้นจะมีโอกาส เพราะฉะนั้นคนจนของไทยเราเวลานี้จึงคิดว่าถ้าหาตัวเลขคนจน จะมีมากกว่าปกติ เพราะเกิดจากงบประมาณนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้กับเขา ผู้ที่มีหน้าที่ การงานเป็นข้าราชการหรือเป็นรัฐวิสาหกิจป่วยไข้ก็เบิกรักษาพยาบาลได้ ลูกเรียนหนังสือ ก็เบิกได้ เขาฝากมาบอกว่า ส.ส. นิยมลองไปพูดให้เขาเข้าใจหน่อยสิว่าเห็นพวกผมอยู่ใน มาตรฐานอะไรกันนะครับ มาตรฐานไหน เขาจะรู้ว่าเขาอยู่ในประเทศไทยเขามีฐานะเป็น อะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็จึงได้นำเรียนความที่ได้รับฝากมาอภิปรายให้ ท่านกรรมาธิการและท่านเพื่อนสมาชิกทุกคนได้ทราบเพื่อจะได้หาทางแก้ไข เพราะการไปหาเสียงนั้น ทุกคนก็พูดอย่างไรจะถูกใจจะได้คะแนนมา แต่เวลาเข้ามาสภาเขาบอกลืมหมดเลย พวกไหน มีตำแหน่งหน้าที่การงานก็มีโอกาส อย่างอาจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์เคยพูดว่าคนเป็น รัฐมนตรีก็อย่าเบียดเบียน ส.ส. ส.ส. ก็อย่าไปเบียดเบียนประชาชน ข้าราชการก็อย่าไป เบียดเบียนประชาชน ส.ส. จะต้องเป็นตัวแทนของประชาชน ติดตามตรวจสอบให้เป็นปาก เป็นเสียงให้ประชาชน ปัจจุบันนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ ใครมีบารมีบ้านนั้นจะต้องมีโอกาสทุกอย่าง เขาทำตามชอบใจได้สบาย คนที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นอย่างไรครับ คนเหล่านั้น ก็เป็นคนธรรมดา แต่คนที่มีเจตนาที่จะต้องแก้ไขปัญหาจริง ๆ มีเยอะในสภานี่ แต่เขาไม่มี โอกาส เมื่อเขาไม่มีโอกาสแล้วเขาจะช่วยประชาชนไม่ได้ นี่ละครับจึงเกิดการเหลื่อมล้ำต่ำสูงกัน อย่างที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ต้นว่าบางจังหวัดมีมหาวิทยาลัยตั้งหลายมหาวิทยาลัย บางจังหวัดมีถนนลาดยางเทคอนกรีตอยู่แล้วก็ไปเกรดทิ้งเทใหม่ทำใหม่ บางจังหวัดไม่เคยมี นะครับ ราษฎรบางส่วนยังเดินบุกโคลนอยู่ ไม่มีทุนเข้าไป ทั้งที่สมัยท่านทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีก็พยายามให้กระจายแจกจ่ายดีพอสมควร แต่สมัยท่านคึกฤทธิ์นั้นจะให้ ทุกตำบลเท่า ๆ กัน สมัยท่านทักษิณก็ให้มีเงินงบประมาณไปช่วย อบต. แล้วให้กองทุนหมู่บ้าน ให้ไปทำกันเอง ให้เป็นมติของท้องถิ่นนะครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ยังมีทางที่จะ แก้ไขได้ ผมดูแล้วที่เคยปฏิบัติมาก็อยากจะให้ท่านลองพิจารณาดูสิว่าอันไหนจะตัดแต่งได้ บางแห่งน้ำท่วมถนนขาด บางแห่งสะพานขาด บางแห่งสะพานอ้อมไปตั้ง ๕๐-๖๐ กิโลเมตร ถึงจะไปถึงบ้านได้ ยังปล่อยให้เป็นอย่างนั้นอยู่ ผมไปหลายประเทศเขาจะทำกันไม่ได้ มากมายอย่างนี้ อย่างแค่กรุงธนบุรีก็มาร้องเรียนทุกวันบอกว่ากรุงธนบุรีเป็นเมืองอกแตก ทำไมต้องบังคับให้ไปอยู่เขตปกครองพิเศษกรุงเทพฯ มันยังแออัดไม่พอหรืออย่างไร ถึงยัดเยียดให้ผมไปแออัดอีก เขาพูดอย่างนี้ครับ ผมก็นำมากราบเรียนให้พี่น้องที่เป็น เพื่อนสมาชิกด้วยกัน ทั้งพี่และน้องให้เข้าใจว่าคิดจะแก้ไขอย่างไร เขาก็อยากจะขอแบ่งเป็น จังหวัดอีกจังหวัดหนึ่งให้ทำเรื่องถึงผมให้ผมทำฎีกาทูลเกล้าถวายในหลวงเพื่อขอเป็นจังหวัด เทิดพระเกียรติ แล้วก็มีจังหวัดลพบุรีก็เช่นเดียวกัน จังหวัดลพบุรีนั้นจากชัยภูมิไปจนถึงอยุธยามัน ๒๕๐ กิโลเมตรเขตติดต่อก็ยังเป็นจังหวัด แล้วก็จังหวัดลพบุรีก็เป็นเขตหนึ่งในเขตปกครอง สมัยปกครองเป็นมณฑล วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ทั้งหมด ๘ จังหวัด ก็เป็นเขตปกครองฐานะเท่ากัน ฐานะเท่ากันตรงไหน คือที่ผมพูดนี่หมายถึงบัวชุมคือขอแบ่ง ที่มีราษฎรร้องเรียนขอให้ทำฎีกาทูลเกล้าถวายในหลวงขอพระราชทานเป็นจังหวัดลุ่มแม่น้ำ ป่าสักชลสิทธิ์เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ เพราะพระองค์ได้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้ทำให้ น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ และไม่ท่วมเมืองบริวารกรุงเทพฯ อีก ๘ จังหวัด ถึงท่วมก็น้อยลง แต่ก่อนน้ำแม่น้ำป่าสักถ้าจะคิดตัวเลขจริงตั้งแต่มาไว้ตรงที่เขื่อนสมเด็จพระนารายณ์จะ ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร น้ำท่วมนั้นมันเหมือนกับน้ำในแก้วท่านลองใส่ดูครับ ถ้าใส่แค่นี้เสมอแก้วมันก็เต็มมันไม่ล้น ถ้าใส่ไปอีกเกินก็ล้น ส่วนล้นมันท่วมกรุงเทพฯ ครับ และนอกจากนั้นยังมีพนังกั้นน้ำ มีอะไรต่ออะไร นอกจากนั้นสวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ไม่มีใคร ไปขจัด ทั้งที่กระทรวงคมนาคมก็มีกรมเจ้าท่า มีกรมพาณิชยนาวี สมัยก่อนกรมเจ้าท่า กรมพาณิชยนาวี จะต้องทำการขจัดไม้ไหลลอย ซากไม้ ซากพืช ซากสัตว์ต่าง ๆ ในแม่น้ำ กรวด หิน ดิน ทรายขนขึ้น เดี๋ยวนี้ดิน หิน ทรายในแม่น้ำ ไม้ไหลลอยเก็บไม่ได้เป็นทรัพยากร ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องเก็บ ไปขออนุญาต ขออนุญาต ก็ไม่ได้ ไม่เคยอนุญาต ขออภัยนะครับ ผมขอเกินเวลาสักหน่อยเถอะครับ เพราะผมนาน ๆ จะได้พูดสักครั้งหนึ่ง ที่ผมพูดนี่ก็ขอให้ช่วยพิจารณาดูก็แล้วกันว่ามีข้อเท็จจริง มีเหตุผล อย่างไร การต่อสู้ทุกวันนี้คนเราแตกแยกกันเกิดจากอะไร ความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ความไม่มี มาตรฐานเกิดขึ้น จึงเกิดความแตกแยกกัน ประชาชนเขายังนั่งเสียใจกันอยู่ว่าทำไมคนมีอำนาจ มีบารมีจึงไม่ช่วยให้มันเกิดความเป็นธรรม เลือกตั้งผู้แทนราษฎรมาก็หวังจะพึ่งผู้แทนราษฎร จริง ๆ ไม่ต้องพึ่งก็ได้ถ้าพูดอย่างนี้นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ท่านสรุปเถอะครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ผมฝากเพื่อนผู้แทนราษฎรทุกคนขอให้ ช่วยกันร่วมกันเถอะครับ ระดมความคิด ระดมสติปัญญา เอาหลักการและหลักเกณฑ์มาช่วย ให้เขาได้รับความเป็นธรรมให้ได้ เพราะเราเกิดมาชาติหนึ่งเรารู้แต่วันเกิด วันตายเราไม่รู้ ไม่มีใครรู้จะตายวันไหน เมื่อมีโอกาสได้ทำความดีหรือมีโอกาสที่จะทำงานได้ ผมอยากให้ เพื่อน ส.ส. ทุกท่านช่วยกันทำความดีฝากแผ่นดินไว้ครับ ขออภัยที่เกินเวลานิดหน่อย แต่ผมจะพูดทีไรก็เป็นอย่างนี้ ก็จะต้องมีคนแทรกคนอะไรจนไม่ได้พูดหรอกครับ อารมณ์เสีย ถึงจะได้พูดทุกทีเลย ตอนที่เราคิดอารมณ์ที่จะพูดไม่ค่อยได้พูด ไม่รู้เป็นเรื่องอะไรกัน ผมต้อง ขอกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม แล้วก็ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทำงานตั้งใจจริง ๆ แต่ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมามันทับถมมานานแล้ว ก็คงจะต้องพยายามอดทน เพราะผมคิดว่าผู้หญิงนี่นะครับ สุภาพสตรีมีอารมณ์ละเอียดอ่อน แล้วก็ไม่ร้อน ไม่อาฆาต ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าขอให้ลองปรับปรุงดูใหม่ให้สมกับ ที่เขาตั้งว่า นารีขี่ม้าขาวมาแก้เศรษฐกิจ สังคมประเทศไทยให้ได้รับคำนิยมชมชอบของคนทั่วประเทศ ที่ได้พูดถึงไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ ครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจริง ๆ ได้ลงลายชื่อขอแปรญัตติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณในมาตรา ๓ ไว้ ขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ หลักการง่าย ๆ นิดเดียว โครงการไหนไม่ชัดตัดออกให้หมด แล้วจริง ๆ ตอนแรกก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะขึ้นมาพูดในมาตรานี้ รอฟังประธานคณะกรรมาธิการ ก็ต้องยอมรับนิดหนึ่งครับ ผิดหวัง เพราะว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในวาระที่หนึ่ง ท่านได้ฟังข้อสังเกตจากสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เป็นข้อสังเกตที่ดี ๆ มีมากมาย สิ่งที่ผมคาดหวังอย่างต่ำที่สุดก็คงจะต้องมีการนำข้อสังเกตเหล่านั้นไปพิจารณากันในชั้น กรรมาธิการ หลังจากนั้นเองสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากวันที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ไปจนถึงวันที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการงบประมาณนั้นควรจะมีการปรับปรุง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องบอกเลยครับว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก แต่งบประมาณไม่ได้เปลี่ยนเลย ปัญหาในวาระที่หนึ่ง ในตอนนั้นเราเพิ่งเกิดวิกฤติน้ำท่วมยัง ไม่รู้ผลกระทบ ยังไม่รู้ว่าจะต้องมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน มาตรการเยียวยา มาตรการฟื้นฟู มาตรการป้องกันจะต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหน ณ วันนี้ครับ หลายเดือนผ่านไปยังอยู่ที่เดิม ท่านกิตติรัตน์ ผมต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเองก็มี ประสบการณ์ทางด้านบริหารมามากมาย วิธีการที่ดีที่สุดที่จะต้องมาอธิบายให้สภาแห่งนี้ฟัง ก็คือว่าจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของรายได้ ทั้งในส่วน ของค่าใช้จ่าย ทั้งในส่วนของยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควรจะเป็นอย่างไร ท่านอธิบายสั้น ๆ ครับ ท่านบอกว่าปรับลดเพียง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้อธิบายเลย ครับว่าปรับลด ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทบใครบ้าง เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านประธานว่า รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในการที่ท่านเพียงอธิบายแล้ว จากนั้นท่านก็ไปแล้ว ท่านไปประชุม ครม. ป่านนี้ ครม. ก็เลิกแล้วท่านก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมคิดว่าเรายังมีโอกาสที่จะปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสอดคล้องกับปัญหามากยิ่งขึ้นในลำดับต่อไป ผมอยากจะอธิบายนิดหนึ่ง ผมยกตัวอย่างว่าทำไมผมถึงต้องขอปรับลดมากขนาดนี้ เพราะว่า ยกตัวอย่างเรื่องปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ แล้วก็จริง ๆ แล้วงบในการลงทุนจริง ๆ ถอดออกมาไม่ยากนะครับ งบ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท งบประจำเป็นส่วนใหญ่ งบลงทุน เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ท่านอธิบายนิดเดียวว่างบลงทุนยุทธศาสตร์ท่านจะเป็นอย่างไร แล้วก็ ประชาชนที่เขาฟังอยู่ทางบ้านวันนี้เขาอยากรู้ว่าผ่านงบประมาณไปแล้วชีวิตเขาจะดีขึ้น อย่างไร อะไรคือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนแต่ละกลุ่ม ท่านก็ไม่ได้อธิบาย ผมจึงขอ ยกตัวอย่างเอาเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมนี่ละครับว่าจริง ๆ แล้วสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ รุนแรงมากกระทบถึง ๖๒ จังหวัด พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า ๑๐ ล้านไร่ เป็นเม็ดเงินประมาณ ๘๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้ประสบภัยทั้งหมดกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน กว่า ๑๐ ล้านคน ความเสียหายทั้งสิ้นประเมินกันไว้แล้ว ๑.๓ ล้านล้านบาท ๑.๔ ล้านล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม หรือครับ เสียหายหนักมากทั้งใน ทั้งนอกนิคม ในนิคมเอง ๘๗๔ โรงงาน ได้รับผลกระทบ เสียหาย ๒๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แรงงานที่ได้รับผลกระทบ ๓๘๐,๐๐๐ คน นอกนิคม ใน ๘ จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบมีความเสียหายกว่า ๙,๐๐๐ โรงงาน ความเสียหาย ก็ไม่น้อยกว่าในนิคม ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แรงงานที่ได้รับผลกระทบ ๒๗๐,๐๐๐ คน มูลค่า ภาคการผลิตทั้งหมดในไตรมาสที่ ๔ ที่ผ่านมาของปีที่แล้วลดลง ๓๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเช่นกัน คนหายไปประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ คน ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน รายได้ลดลงไปกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ระดับความมั่นใจของ ผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับตอนช่วงก่อนเกิดน้ำท่วม ปัญหาการสื่อสารในช่วงวิกฤติในตอนนั้นสร้างปัญหามากทำให้วิกฤติหนักกว่าที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างรัฐบาลมีผู้แทนไปชี้แจงท่านทูตครับ ก็ไปบอกท่านทูตบอกไม่ต้องห่วงไม่ท่วม กรุงเทพฯ ครับ แต่พอเดินลงจากเวทีไปกระซิบท่านทูต ถ้าผมเป็นท่านทูต ผมพาครอบครัว ไปต่างจังหวัด ไปพูดอย่างนั้นนะครับ สร้างความไม่มั่นใจ สนามกอล์ฟ ท่านประธาน ทราบไหมครับกระทบกี่สนาม ๒๐ สนาม ผมไม่ห่วงผู้ประกอบการสนามกอล์ฟเท่าไร เพราะมีประกัน แต่แคดดี้ (Caddy) ๑๐,๐๐๐ คนตกงานครับ มาตรการอะไรเข้าไปช่วยดูแล คนเหล่านี้ ก็ต้องถามว่าจากตัวอย่างที่ผมได้เล่าให้ท่านประธานฟังว่าผลกระทบความเสียหาย มันมีมากมายนี่ ถามว่ารัฐบาลจนถึงวันนี้ออกมาตรการมาทำอะไรบ้าง แก้ปัญหาอะไรบ้าง

ประการแรก ท่านส่งผู้แทนของรัฐบาลไปชี้แจงกับกลุ่มบริษัทประกัน ที่ประเทศอังกฤษ ที่บริษัทญี่ปุ่น แล้วก็ไปชี้แจงผู้ประกอบการด้วย กลับมาท่านก็บอกว่า ประสบความสำเร็จเขาเข้าใจมีความเชื่อมั่น และท่านทราบไหมครับ ผมก็รู้จักคนที่ท่าน เข้าไปพบในที่ประชุมนะครับ นอกห้องประชุมเขาตอบอีกแบบ นอกห้องประชุมเขาบอกว่า ทำไมรัฐบาลไทยส่งคนมาพบเขามือเปล่า ไม่ได้มีการบอกเลยว่ามาตรการที่จะแก้ไข ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง จะใช้งบประมาณลงทุนเป็นเงินเท่าไรบ้าง ผมมาไล่ดู ในงบประมาณฉบับนี้ก็ไม่มีรายละเอียดในเรื่องของการป้องกันใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่อยู่ ในงบประมาณนะครับ แล้วแถมก็ไปบอกด้วยว่าจะไม่มีการเกิดน้ำท่วมอีกชั่วกัลปาวสาน เขาก็หัวเราะเพราะมันเป็นไปไม่ได้ เขาทราบดีครับ การทำเช่นนี้คือการสร้างความไม่มั่นใจ นะครับ แทนที่จะไปหารือโครงการงบประมาณ แนวทางในการที่จะแก้ไขกลับไม่ได้พูดใน ประเด็นเหล่านั้นนะครับ ถ้ามาดูมติ ครม. ในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาว่ามีมติ ครม. อะไรบ้าง ท่านก็ออกงบฉุกเฉินมา ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ใช้ได้จริงประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ใช้ได้จริงคือมีโครงการที่จะทำในเดือนธันวาคมกับเดือนมกราคม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนที่เป็นเยียวยาก็เป็นที่ทราบกันดี ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ ไม่ว่าตั้งแต่เรื่องเงิน ชดเชย ๕,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ซึ่งก็มีปัญหาของผู้ที่จะไปขอเงินพอสมควรทีเดียว ศูนย์ซ่อมสร้างชุมชน ป้องกันบรรเทาการเลิกจ้าง ๑๐๐,๐๐๐ คน สาธารณสุขต่าง ๆ ฟื้นฟูก็มี บางโครงการ โบราณสถาน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางสายหลัก ทางหลวงชนบท ๑๑ สาย ๑๐๐ กว่าล้านบาท อีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท รอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด จนถึงวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานมาหรือยังครับ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่รายงานก็ต้องไป พิจารณาว่าทำไมผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เวลาทำงานนานขนาดนี้ วันที่กรรมาธิการได้มีโอกาส พิจารณางบประมาณนี้น่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะทำโครงการยื่นให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาในรายละเอียดเรียบร้อยแล้วแต่กลับไม่มีครับ งบป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ นี้อีกไม่มีเลย ในงบประมาณฉบับนี้นะครับ ความเสียหายกระทบรุนแรงแล้วยังโดนซ้ำเติม ด้วยของแพง หลาย ๆ รายการเป็นที่ทราบกันดีมีการยื่นกระทู้ในสภา

มาตรการที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการและมีปัญหายังมีอีกมากนะครับ ภาคเกษตรเอง เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกเขาพูดถึงการจำนำข้าวมีปัญหา เรื่องการจำนำข้าว ผมอภิปรายเองครับ ช่วงอภิปรายนโยบาย ผมบอกว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีปัญหากับองค์การ การค้าโลก ท่านประธานทราบไหมครับ องค์การการค้าโลกได้เรียกให้ประเทศไทยไปชี้แจงแล้ว ประเทศไทยไปชี้แจงครับ แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องยังไม่เคยรายงานกับสภาแห่งนี้เลยครับว่า ผลการชี้แจงเป็นอย่างไร แล้วประเทศไทยจะสามารถดำเนินการในโครงการเหล่านี้ได้โดย ไม่ผิดกฎระเบียบขององค์การการค้าโลกได้อย่างไร ยังไม่ได้ชี้แจงนะครับ เพราะถ้าเกิดค้นพบมาว่า ผิดหรือคำวินิจฉัยออกมาว่าผิด ก็จะเป็นปัญหากับรัฐบาล กับประเทศไทยและต่อเกษตรกร คนไทยทุกคนนะครับ เรื่องตรงนี้ผมทราบว่าท่านไปชี้แจงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รายงานให้สภาทราบว่าผลการชี้แจงเป็นอย่างไรนะครับ แล้วก็โครงการนี้ก็มีปัญหา มากมายนะครับ เกษตรกรไม่ได้รับเงินตามที่รับปากไว้ในหลายพื้นที่เกือบทุกพื้นที่มีปัญหา ทั้งสิ้น

ภาคอุตสาหกรรมหรือครับ ท่านออกมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ยังไม่ได้ใช้ครับ ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลไม่ทราบว่าตระหนักหรือไม่นะครับ ก็คืออยู่ดี ๆ ท่านมีวงเงินเงินกู้อยู่กับ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งแล้ว อยู่ดี ๆ ท่านจะบอกว่าก็ไปกู้กับธนาคารออมสินสิ ก็ไปกู้กับ การเคหะแห่งชาติสิ มันทำไม่ได้ครับ เพราะหลักทรัพย์ค้ำประกัน มันอยู่กับธนาคารพาณิชย์ ที่เขาเป็นต้นสังกัด ไม่สามารถดำเนินการในสิ่งเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานเองก็ต้องฝากไปยังท่านกรรมาธิการว่าจริง ๆ โครงการของรัฐบาล หลายโครงการที่ประกาศออกมายังไม่ได้เริ่มดำเนินการและเวลาไปดำเนินการจริง ๆ ก็จะประสบ กับปัญหาว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ในเรื่องประกันก็เช่นกัน วันนี้ปีใหม่แล้วครับไม่มีบริษัทไหนสามารถซื้อ ประกันน้ำท่วมได้เลยครับ เพราะทางประเทศอังกฤษเองซึ่งเป็นต้นทางในการที่จะประเมินว่า ค่าเบี้ยประกันจะเป็นเท่าไร ยังไม่ยืนยัน เพราะเขารออะไรครับ รอนโยบายที่ชัดเจนของ รัฐบาลไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องการที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะของปีที่แล้ว ในปีนี้อีก นี่ละครับท่านขอ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท แต่ไม่ได้มีงบประมาณส่วนไหนที่จะไป แก้ปัญหาในสิ่งเหล่านี้เลย

ในส่วนภาคการผลิตท่านยกเว้นภาษีอากรให้ขาเข้า ทราบไหมครับตอนนี้ กรมศุลกากรยังไม่ออกประกาศเลยครับว่าการนำเข้าชิ้นส่วน แม้กระทั่งรถสำเร็จรูปในบางกรณี จะดำเนินการได้อย่างไร จะมีความไม่ซ้ำซ้อนอย่างไร เครื่องจักรทั้งในทั้งนอกนิคมจะนำเข้ามา โดยการไม่เสียภาษีอากรนั้นจะต้องดำเนินการอย่างไร ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่า เวลาเอาเครื่องไม้เครื่องมือกลับเข้ามาใหม่ในการฟื้นฟูโรงงานนั้นมันจะไม่เหมือนของเดิม แต่กรมศุลกากรเองก็จะไปดูว่ามันตรงกับของเดิมหรือไม่ จะต้องมีการออกประกาศชัดเจนว่า กระบวนการในการพิจารณาและดำเนินการเป็นอย่างไร ตรงนี้ยังไม่ได้ทำนะครับ

ส่วนของเอสเอ็มอีซึ่งเราเป็นห่วงมากที่สุด ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม ซึ่งมีอยู่หลายแสนราย ๒๔๐,๐๐๐ ราย ความเสียหายมากมายเหลือเกิน จำนวนเงินประมาณ ไว้ขั้นต้นประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่เห็นมาตรการเลยครับ ท่านมีอยู่บางโครงการ ที่ประกาศออกมา ท่านใช้คำว่า เอสเอ็มอี แอมบิวเลินซ์ (SME Ambulance) ผมขอให้ เปลี่ยนชื่อได้ไหมครับ มันกลายเป็นรถพยาบาลเอสเอ็มอี มันให้ภาพที่เหมือนกับว่า เอสเอ็มอีตายไปแล้ว หรือกำลังอยู่โคม่าแล้ว กำลังอยู่กรณีฉุกเฉินแล้ว ต้องวิ่งไปช่วยดูแลเขา ถ้าท่านพูดชื่อโครงการอย่างนี้ แค่ชื่อโครงการก็สร้างความไม่มั่นใจแล้ว อย่างนี้ครับ แล้วถาม ว่าเริ่มหรือยัง เท่าที่ผมทราบยังไม่ได้เริ่มครับ มีชื่อโครงการ มีการประกาศออกมาบอกว่า มีการอนุมัติงบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ตรงไหนครับ ในงบประมาณฉบับนี้อยู่ตรงไหนครับ ท่านกรรมาธิการคงจะต้องตอบให้ได้ว่าในการ ดำเนินการนั้นเป็นส่วนไหนของงบประมาณ รัฐบาลประกาศนโยบายไปเยอะเลยครับ ประกาศมาตรการไปเยอะ แต่ไม่มีในงบประมาณ ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่มีใครมั่นใจกับการดำเนินงาน ของรัฐบาล

นอกนิคมอุตสาหกรรมยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนนะครับ นอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความเสียหายไม่น้อยไปกว่าในนิคมอุตสาหกรรม ๗ แห่ง ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ภาคแรงงานครับ ภาคแรงงานมีแต่การสมทบค่าจ้าง ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานถ้าติดตามข่าวหนังสือพิมพ์สมาพันธ์เขาก็บอกชัดเจนบอกว่าแก้ไม่ตรงจุด แล้วมาตรการ ๒,๐๐๐ บาทนี้ช่วยใครครับ ช่วยผู้ประกอบการ ไม่ได้ช่วยแรงงาน ไม่ได้จ่ายตรง กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ แต่จ่ายกับผู้ประกอบการอย่างมีเงื่อนไข แล้วคนตกงาน หลายแสนคนกลับไปภาคเกษตรก็ไปใช้ต้นทุนทางภาคเกษตรในการที่จะใช้ชีวิตความเป็นอยู่ อย่างปกติ แต่ในขณะเดียวกันปัญหาแรงงานต่างด้าวนโยบายของรัฐบาลไม่ชัดครับ แรงงาน ต่างด้าวเชื่อว่ามีในประเทศไทยที่ไม่ได้จดทะเบียน ที่ผิดกฎหมาย ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ตอนนี้คนว่างงานอาจจะเป็นหลักแสน แต่ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าท่านจัดการ ให้ถูกต้องก็จะส่งผลในทางบวกกับแรงงานไทยเอง ตรงนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ในเรื่องประกันสังคมเองก็มีแต่วงเงินกู้ ไม่มีเรื่องที่ผ่อนปรนการนำเงิน เข้าสมทบกองทุน ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลสามารถเร่งออกหรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายได้

ส่วนผู้ประสบภัยจนถึงวันนี้นโยบายมีอะไร มี ๕,๐๐๐ บาท กู้ซ่อมบ้านยังมี ปัญหาอยู่ เพราะอย่างที่ผมเรียนท่านประธานกู้ไว้ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งจะไปกู้ซ่อมบ้าน ต้องไปธนาคารอีกแห่งมันทำไม่ได้ ท่านต้องมีนโยบายที่ไปดำเนินการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการที่จะช่วยแก้ปัญหา ให้ผู้ประสบภัย โครงการนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับ ที่หนักไปกว่านั้นผู้ประสบภัยโดนซ้ำเติมด้วยการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ถ้าท่านประธาน ติดตามดูนะครับ ออกจากบ้านเพราะน้ำท่วมไปไม่ได้ใช้น้ำ ปิดวาล์ว (Valve) ปิดไฟ ปิดมิเตอร์ (Meter) ทุกอย่าง บิล (Bill) ค่าไฟมาเหมือนเดือนก่อนไม่มีผิดเลย มันเป็นไปได้ อย่างไรครับ ท่านประธานครับ รัฐวิสาหกิจสามารถไปออกบิล วางบิล เก็บเงินประชาชน ค่าน้ำ ค่าไฟ ด้วยการประเมินสุ่ม ไม่ได้เป็นการจดมิเตอร์ ทุกคนงงหมดเลยนะครับ แล้วบางราย หนักไปกว่านั้นครับ ประเมินสูงขึ้นอีกทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้อยู่บ้าน เจอหลายรายนะครับ ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้จะทำอย่างไร ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบแล้วผมต้องถามว่า การดำเนินการเช่นนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า กฎหมายใดให้อำนาจรัฐวิสาหกิจไป ประเมินสุ่ม ประเมินเอาว่าคุณควรจะใช้เดือนนี้ค่าไฟเท่านี้ ค่าน้ำเท่านี้ แล้วส่งบิลไปเก็บเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้เองก็จะเป็นปัญหา รัฐบาลก็กำลังจะซ้ำเติมอีกเหมือนกันว่าภายใน วันที่ ๑๖ จะขึ้นราคาก๊าซ ขึ้นอีกครับ นี่ครับผู้ประสบภัยได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นจริง ๆ โดยสรุปแล้วท่านประธานครับผมได้ยกตัวอย่างกรณีที่อาจจะพูดง่าย ๆ ว่าเป็นงบกลาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ให้ท่านประธานได้เห็นว่าจริง ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ประเทศไทยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่ง การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ยังไม่ได้ แก้ปัญหาที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และมีผลต่อเนื่องสืบเนื่องมาจนถึงปีนี้นะครับ ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะ หน้ายังไม่ได้มีนโยบาย ยังไม่ได้มีความชัดเจนในเรื่องของงบประมาณในการที่จะไปแก้ปัญหา เหล่านั้น งบประมาณที่จัดมาก็ไม่ตรงจุด ไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึงในหลายกรณีนะครับ ในงบกลางพูดว่าเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกัน แต่การป้องกันไม่มีเลย ไม่มีรายละเอียด ทีนี้ผมก็เป็นห่วง เหมือนกันว่ารัฐบาลเองเดินสายรับปากทุกประเทศเลยครับ พูดอย่างเป็นทางการว่าอีก ๕ เดือนการแก้ปัญหาในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมเช่นปีที่แล้วจะแล้วเสร็จ ๕ เดือน ครับท่านประธาน ในวันนี้ยังไม่มีในงบประมาณฉบับนี้เอาเงินจากไหนครับ แล้วจะไปทำอะไรก็ ยังไม่มีรายละเอียด ผมแปลกใจนิดหนึ่งครับเพราะว่าจริง ๆ คนในรัฐบาลมีความรู้ ความสามารถก็หลายคนนะครับ จะบอกผมว่าคือน้ำมันท่วมตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม มาแล้ว เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ๔ เดือนยังไม่ทราบว่า จะทำโครงการอะไร แปลกไหมครับเป็นอย่างนี้สิครับเขาถึงไม่มีความเชื่อมั่น รัฐบาลวันนี้จะ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนี้ต่อไปได้ต้องมีความเชื่อมั่นในสายตาของประชาชน ในสายตา ของทั้งในทั้งต่างประเทศ แต่พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เขาไม่มั่นใจ แล้ว ๕ เดือนจะเสร็จได้ อย่างไรครับท่านประธาน งบยังไม่มี โครงการยังไม่เห็น ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา

อีกประการหนึ่งซึ่งภาคเอกชนสะท้อนมาถึงผมโดยตรงเลยครับ ห่วงมาก โดยเฉพาะงบกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เขาห่วงเรื่องคอร์รัปชันครับ เขาบอกชัดเจนเลยนะครับ ไม่เห็นความชัดเจนของโครงการ ไม่สามารถตรวจสอบได้ สามารถใช้เงินได้ตามอำเภอใจระดับหนึ่งนะครับ ก็เป็นปัญหาที่อาจจะทำให้มีปัญหาคอร์รัปชัน มากซึ่งเป็นข้อเป็นห่วงเป็นใยของเอกชน ท่านประธานครับ สถาบันหลายสถาบันมีการศึกษา ไว้นะครับ ถ้าประเทศไทย เขาศึกษาถึงประเทศไทยเลยนะครับ ถ้าประเทศไทยไม่มีคอร์รัปชัน เศรษฐกิจเมืองไทยจะโตขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ๑-๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผมก็ยังไม่เห็นมาตรการ ที่ชัดเจนในการที่จะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันนะครับ ปีนี้ผมคิดว่ายังสิ้นหวังนิดหนึ่งเพราะรัฐบาลไม่ชัดเจนว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนักขนาด ปีที่แล้วได้อย่างไรเลยนะครับ คนส่วนใหญ่ทั้งในประเทศยังติดใจว่าทำไมถึงเสียหายหนัก ทั้ง ๆ ที่ปริมาณน้ำของปีนี้เทียบกับปีที่ผ่านมามันเพิ่มแค่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารัฐบาลยังตั้งหน้า ตั้งตาไปชี้แจงแล้วบอกว่าเป็นภัยธรรมชาติ อันนี้จะกลับมากระทบกับปัญหาความเชื่อมั่นของ รัฐบาลโดยตรง เพราะว่า ๑๗ เปอร์เซ็นต์อธิบายไม่ได้ครับว่าทำไมมันหนักขนาดนี้ ยิ่งอ้าง ภัยธรรมชาติยิ่งไม่น่าเชื่อถือ แต่ถ้ายอมรับความจริงว่าบางเรื่องผิดพลาด บางเรื่อง บางพื้นที่ น้ำมากกว่าที่เป็นหรือที่เคยประสบมา ก็ยังดีครับ และยอมรับว่าเรื่องที่พลาดไปจะแก้ไข ผมคิดว่าน่าจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า ในเรื่องนี้วิธีการของประเทศอื่น ๆ เขาก็มีนะครับ เพื่อสร้าง เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัย ผมอยากเสนอเหมือนกันว่าอย่างกรณีของประเทศ ญี่ปุ่น กรณีที่เขาประสบภัยสึนามิ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาทำอย่างไรเพื่อไม่ให้คน ต้องสงสัยว่ารัฐบาลทำถูกทำผิด เขาจ้างองค์กรอิสระมาประเมินเลยว่าการดำเนินการของ รัฐบาลถูกหรือผิดตรงไหน อย่างไร ตอนนี้รายงานออกมาแล้วครับ รายงานออกมาเรียบร้อย แล้วครับ แล้วบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เพราะมันเกิดขึ้น โดยไม่คาดคิด แต่บางเรื่องเป็นความผิดพลาดในการบริหารก็มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ทำได้ครับ ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะทำในเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยอีกต่อไปนะครับ แล้วก็ในการสื่อสารของรัฐบาลเองถ้าให้ความจริงถูกต้องกับทุกฝ่าย ความเสียหายไม่มาก เช่นนี้ครับ กรณี ๗ นิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการทุกรายเขาบอกว่าถ้าเขาทราบว่าเอาไม่อยู่ ไม่เสียหายขนาดนี้ครับ เราจะไม่เห็นภาพรถยนต์ ๒๐๐ คันจมน้ำ เพราะเขาสามารถที่จะ ป้องกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของเขาได้ เพราะฉะนั้นเนื่องจากที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าในงบประมาณนี้ยังมีความไม่ชัดเจน มีความไม่ตรงจุด ไม่ครอบคลุม ไม่ทั่วถึง แล้วก็ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการเองยังไม่ได้ชี้แจงครับว่าเงินได้มันจะลดลงไปมาน้อย แค่ไหนหนี้สาธารณะจะเป็นอย่างไร การจัดสรรงบประมาณแบบขาดดุลจะเป็นสัดส่วนร้อยละ เท่าไรของงบประมาณทั้งหมดและของจีดีพีทั้งหมดของประเทศไทย เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ครับ ผมขอปรับลดในขั้นนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในโอกาสที่ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแทนสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง งบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ผมไม่ชื่นชม แล้วก็ขอปรับลดตามเกณฑ์ที่ได้แปรญัตติขอปรับลดงบประมาณไว้ร้อยละ ๗ เหตุผลที่ผม ไม่ชื่นชมเพราะว่าท่านไปพิจารณาแทนสภาผู้แทนราษฎรไม่สอดคล้องกับความเจ็บป่วย ความต้องการ และสภาพปัญหาของประเทศที่แท้จริงที่จะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็น เงินภาษีอากรของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ของประชาชนทั้งประเทศมาเยียวยา มาแก้ไข ปัญหา มาสนองตอบต่อความต้องการที่ประชาชนต้องการ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการปรับ งบประมาณเพียงเล็กน้อยไม่ใช่เป็นการปรับงบประมาณในเชิงยุทธศาสตร์หรือเชิงโครงสร้าง ที่จะไปแก้ไขปัญหาความต้องการที่ประเทศเจ็บป่วยหรือทุกข์ร้อน ที่ประเทศมีปัญหาและ รอการแก้ไขโดยการขับเคลื่อนในระบบงบประมาณและในระบบนโยบายต่อไป ซึ่งผมจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการและขอคำชี้แจงจากท่านกรรมาธิการ ดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ การจัดสรรงบประมาณไม่ได้สอดคล้องกับ ความต้องการอันแท้จริงของประชาชน และขาดวิสัยทัศน์ในการที่จะวางระบบให้กับประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคง ความยั่งยืนให้กับประเทศและพี่น้องประชาชนด้านที่ ๑ ที่จะชี้ให้เห็น คือการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวขาดเป้าหมาย ขาดยุทธศาสตร์ ขาดการ ผลักดันให้ไปสู่การบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมไม่ต้องการให้รูปแบบ หรือโมเดล ไม่ว่าจะเป็นบางระกำโมเดล อยุธยาโมเดล ชัยภูมิโมเดล มันเป็นแค่เพียง วาทกรรมครับ มันเป็นวาทกรรมที่สวยหรูพูดผ่านสื่อออกไปแล้วเอามาวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็ ขาดหายไป ขาดการเชื่อมประสานในการผลักดันงบประมาณเพื่อไปดำเนินการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์หรือโมเดลนั้นให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ทำไมผมถึงบอกว่าจำเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณ จำเป็นที่จะต้องปรับลดงบประมาณ เพราะความไม่มีวิสัยทัศน์อย่างไรครับ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ท่านประธานครับ ผมเคยได้อภิปรายเรื่องนี้ และฝากข้อสังเกตท่านประธานก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมาว่าความเสียหายที่ประเทศได้รับจากภาวะน้ำท่วม ฝนแล้งซ้ำซากยาวนาน แล้วก็ทุกปีเป็นแบบนี้ตลอด ทำที่ดีที่สุดที่รัฐบาลได้ทำก็คือฤดูฝนเอาถุงยังชีพไปให้ในกรณี ที่น้ำท่วม ฤดูหนาวเอาผ้าห่มไปแจก ฤดูแล้งเอาน้ำใส่รถบรรทุกแล้วก็เอาไปแจก ท่านประธานที่เคารพครับอันนี้คือการแก้ไขปัญหาแค่เพียงยาพาราแก้ปวดชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่มันไม่ใช่การวางระบบในการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ใน ๒๕ ลุ่มน้ำไม่เคยมีอยู่ ในยุทธศาสตร์ในการวางระบบจำนวนเงินภาษีอากร ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เลย ใน ๒๕๔ ลุ่มน้ำสาขาทั่วประเทศ ไม่เคยมีแผนปฏิบัติการที่จะขับเคลื่อนไปสู่การเป็นรูปธรรม อย่างแท้จริง ผมยกตัวอย่างที่ได้เห็นกันมาในช่วงเวลาอันใกล้ น้ำท่วมตั้งแต่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ แล้วก็หนักที่สุดกรุงเทพฯ กับปริมณฑล ภาคกลาง ท่านมีแผนที่จะใช้งบประมาณที่เป็นงบลงทุนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะขอ ความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จากผู้แทนปวงชนชาวไทยเพื่อที่จะเอาไปวางระบบ ในการที่จะไปเยียวยาป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากแบบนี้ได้อีกหรือไม่ อย่างไร ไม่อยู่ใน แผนท่านประธานครับ ไม่มีอยู่ในแผนเลย แล้วผมจะให้ความเห็นชอบในงบประมาณที่ท่าน มาขอความเห็นชอบจากผู้แทนปวงชนได้อย่างไร ผู้ที่รู้ดีที่สุด ผู้ที่เข้าใจในระบบการบริหาร จัดการน้ำที่ดีที่สุดคือองค์พระประมุขอย่างไรครับ พระองค์ท่านได้พระราชทานแนวในการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศมาอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน เราเคยได้ น้อมนำเอาแนวพระราชดำริต่าง ๆ มาบรรจุไว้ในแผนนี้ไหมครับ และผู้รู้ต่าง ๆ ในเรื่องแหล่งน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำมีมากมายเหลือเกิน เราไม่ขาดผู้รู้ เราไม่ขาดผู้ที่ มีประสบการณ์ เราไม่ขาดนักคิดในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ แต่เราขาดอย่างเดียวก็คือ ยุทธศาสตร์และคนกล้าที่จะวางระบบในการบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความเข้มแข็ง อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง อันนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยในเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรเงินภาษีอากร ของประชาชนที่ขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน ท่านประธานทราบข้อมูล แล้วจะตกใจครับ ผมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน การเร่งรัดออกเอกสารสิทธิที่ดินและกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้อยู่ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าที่ดินส่วนใหญ่ของประเทศ เนื่องจากว่าเราไม่มีระบบโครงสร้างในการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน ที่ดิน ส่วนหนึ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์และเป็นส่วนมากด้วยร้อยละ ๗๐ ไปตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนหรือว่า คนที่มีฐานะไม่กี่ตระกูลเองครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกว่าทำไมสังคมไทยความเหลื่อมล้ำ มันจึงเกิดขึ้นทุกขณะและห่างชั้นกันขึ้นประมาณ ๑๔ เท่า คนรวย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถือครอง ทรัพย์สินประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะที่คนอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศครับ ท่านประธานไม่มีโอกาสแม้ที่จะเข้าถึงทรัพยากรที่ดินของประเทศ เพราะฉะนั้นความเหลื่อมล้ำ มันจึงห่างกันขึ้นทุกขณะ ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยจึงห่างกันขึ้นทุกขณะ จึงไม่แปลก ที่สงครามชนชั้นจึงเกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นโครงสร้างต่าง ๆ เหล่านี้ คณะกรรมาธิการได้ซักถามไหมครับ ได้สอบถามแทนคนไทยทั้งประเทศในฐานะที่ท่าน ได้มอบหมาย ได้รับการมอบหมายจากสภาแห่งนี้หรือไม่ ไปปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อเดินเข้าไปสู่ การบริหารในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องคนไทยอย่างมั่นคงอย่างยั่งยืน ท่านถามไหมครับ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ การสร้างรายได้ การสร้างอาชีพ การสร้างงานให้กับแรงงาน ทั่วประเทศ ท่านทำหรือไม่ อย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย ท่านประธานครับ มากมายมหาศาล เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ประเมินกันไว้ทั้งนักเศรษฐศาสตร์ของไทยและ ในระดับโลกบอกว่าความเสียหายประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท คนจะตกงานประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน มีมาตรการรองรับจากงบประมาณที่จะต้องไปใช้จ่ายและรองรับ แรงงานที่กำลังตกงาน ที่กำลังเคว้งคว้าง ที่ยังรอโอกาสที่จะเข้ามาทำงานหรือไม่ ท่านเคยรับ ความทุกข์ร้อนของแรงงานที่กำลังตกงาน ที่กำลังส่งลูกไปเรียนหนังสือ ที่กำลังผ่อนบ้าน ที่กำลังผ่อนรถ ที่จะต้องเลี้ยงดูครอบครัวพ่อแม่ของเขาหรือไม่ ท่านถามเรื่องนี้ต่อส่วนราชการ ถามเรื่องนี้จากส่วนราชการเพื่อเอามาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้หรือไม่

ที่สำคัญที่สุดเรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้เสนอโครงการแล้วก็ งบประมาณเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาตั้งแต่วาระที่หนึ่ง สภาได้รับหลักการไป คณะกรรมาธิการได้สอบถามหรือไม่ว่ารัฐบาลและสภาละเลยต่อพี่น้องเกษตรกรคนไทย ทั่วประเทศหรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น ท่านประธานครับ อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ในปัจจุบันภาคธุรกิจที่เป็นองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศและ บริษัทข้ามชาติ ได้ร่วมมือกันแล้วก็อยู่ในภาวะที่ว่าเป็นการผูกขาดตลาดการค้า ภายในประเทศไว้เบ็ดเสร็จแล้วครับ การผูกขาดทางการค้าในประเทศ ท่านประธานครับ เห็นไหมว่าร้านค้าขนาดย่อย แล้วก็ภาคเอกชนขนาดเล็กถูกกลืนกินไปทั้งหมด โดยเฉพาะ ภาคเกษตรกร ท่านประธานครับ ปุ๋ยทำไมราคายังแพงอยู่ เพราะมันมีการฮั้วกันและ มีการผูกขาดอย่างไรครับ ยา ยาฆ่าศัตรูพืช ยาปราบแมลงอะไรต่าง ๆ สารเคมีต่าง ๆ ทำไม จึงผูกขาดอยู่เฉพาะกลุ่มธุรกิจไม่กี่ราย เกษตรกรรายย่อยเป็นแค่เพียงเครื่องจักรที่มีชีวิต เท่านั้น ใช่หรือไม่ครับท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้และวางระบบ ในการที่จะไม่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ผูกขาดและเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรรายย่อยหรือไม่ อย่างไร ไม่เคยมีอยู่ในรายงาน ไม่เคยมีอยู่ในแผนปฏิบัติการในการใช้จ่ายงบประมาณนี้เลย ท่านสอบถามให้เราหรือไม่

เรื่องที่ ๕ ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์ในการที่จะวางระบบโครงข่าย เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาค เพื่อที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางต่าง ๆ ในระดับภูมิภาค แล้วก็เป็นแหล่งที่สามารถที่จะสร้างความเข้มแข็งในระดับโลกที่ ๑ ได้ ผมยกตัวอย่าง ที่ใกล้บ้านที่สุดก็คือสี่แยกอินโดจีน เรื่องนี้ผลักดันกันมายาวนานแล้วครับ ระบบรถไฟ ความเร็วสูงผลักดันมาตั้งแต่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ รัฐบาลนี้สานต่อหรือไม่ ในเชิงโครงสร้างระบบราง รถไฟระบบรางคู่ ท่านเคยมีการผลักดัน แล้วก็ถามแทนสภาแห่งนี้ หรือไม่ จากส่วนราชการ จากรัฐบาลที่ท่านเสนอมา

สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่จะขาดไม่ได้ก็คือเรื่องการทุจริตและคอร์รัปชัน ผมมีข้อมูลครับ ข้อมูลที่ ๑ ที่อยากจะชี้ให้เห็นแล้วก็ใกล้ตัวที่สุด เพราะเป็นส่วนภายในประเทศ ก็คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ส่งข้อมูลมาให้ผมแล้ว ขออนุญาตกราบเรียน โดยสรุปต่อท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ในปี ๒๕๕๐ มีเรื่องที่อยู่ในระหว่าง การดำเนินการของ ป.ป.ช. ทั้งหมด ๘,๗๕๕ เรื่อง ปี ๒๕๕๑ ๓,๐๘๙ เรื่อง ปี ๒๕๕๒ ๑,๙๖๔ เรื่อง รวมทั้งหมดตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๔ มีเรื่องทั้งหมดที่อยู่ในการพิจารณา ของ ป.ป.ช. ๑๔,๗๗๘ เรื่อง หรือ ๑๔,๗๗๘ คดี ท่านประธานครับ ผมถามต่อไปว่า เรื่องทั้งหมดที่อยู่ ป.ป.ช. ๑๔,๗๗๘ คดี ตามรายงานของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แล้วย้อนกลับมาพิจารณาการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล และการพิจารณาของ ป.ป.ช. ว่าท่านได้ให้ความสำคัญในการที่จะกำหนดเรื่องการคอร์รัปชัน การแก้ไขปัญหา การป้องกันปัญหาคอร์รัปชันและการขับเคลื่อนนโยบายในเรื่องการสร้าง ความโปร่งใสในเรื่องคอร์รัปชันให้กับประเทศอย่างไร แทบจะไม่เห็นการจัดสรรงบประมาณ ให้กับองค์กรอิสระ แทบจะไม่เห็นความสำคัญในเรื่องปัญหาคอร์รัปชันให้เป็นวาระแห่งชาติ อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยเลย กับการที่ท่านไม่ผลักดันและสนับสนุนงบประมาณเพื่อที่จะสนองตอบต่อความต้องการ ต่อความเจ็บป่วย ต่อความป่วยไข้ และต่อความเสียหายต่อความต้องการของพี่น้อง ประชาชนอย่างแท้จริง อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องการจะฟังคำตอบ ถ้าเกิดว่าคณะกรรมาธิการไม่ ชี้แจงหรือว่าคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้วไม่เป็นที่พอใจ ผมจะขออนุญาตนำรายละเอียดที่มีอยู่ใน มือทั้งหมดดำเนินการเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

สิ่งสุดท้ายจริง ๆ ที่ผมขอฝากท่านประธานก็คือรูปแบบที่ต่างประเทศ ได้ผลักดัน ได้ดำเนินการมาแล้วและประสบความสำเร็จก็คือรูปแบบในการปราบคอร์รัปชัน ของภาคเอกชน ภาครัฐของฮ่องกง เขาเรียกว่าฮ่องกงโมเดลอยากจะฝากเรื่องนี้ต่อท่านประธาน เพื่อที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนให้การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศให้เป็นวาระแห่งชาติ อย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธารา ปิตุเตชะ ครับ

นายธารา ปิตุเตชะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ธารา ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ งบ ปี ๒๕๕๕ นี้ ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอปรับงบประมาณตามมาตรา ๓ ขอปรับลดที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลในการปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ ผมมีอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ

ในเรื่องแรกครับท่านประธาน ปีนี้เป็นที่ทราบกันนะครับว่าในการพิจารณา งบประมาณได้ล่าช้าไปประมาณสัก ๓ เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้วก็จะเหลือเวลา ในการบริหาร และใช้เม็ดเงินงบประมาณอยู่ประมาณ ๗-๘ เดือน ที่จะเบิกจ่าย ผมไม่ห่วงงบ ที่เป็นงบประจำหรอกครับ แต่ที่เป็นห่วง เป็นห่วงงบลงทุน ซึ่งจริง ๆ งบลงทุนก็จะไปเป็น เรื่องในการก่อสร้างต่าง ๆ อันนี้น่าเป็นห่วง ท่านประธานลองนึกภาพสิครับว่า ในปีงบประมาณผ่านมาทุกปี ซึ่งใช้เวลาตามปกติอยู่แล้ว ครบปีอยู่แล้ว ยังมีงบที่ใช้ไม่หมด ต้องกันเงินเหลื่อมปี งบค้างท่อเยอะแยะหมด แล้วท่านประธานลองนึกภาพว่านี่ใช้เวลาเพียง ๗-๘ เดือนที่จะใช้งบประมาณ พอพิจารณาเสร็จ กว่าจะผ่านร่าง กว่าจะใช้ได้ ผมว่าก็เหลือ เวลาเพียง ๗ เดือนเศษ เพราะฉะนั้นกว่าจะไปจัดซื้อจัดจ้าง บางโครงการต้องร่างทีโออาร์ (TOR) ซึ่งเป็นการประกอบในการประมูลหรือทำอีออกชั่น (e-Auction) กว่าจะทำสัญญา จัดซื้อจัดจ้างเสร็จเข้าฤดูฝนแล้วครับ ตรงนี้จะทำให้มีปัญหาในการเบิกจ่าย ซึ่งจะไม่ทัน ในห้วงเวลา ในตามเวลาที่จะเบิกจ่าย ผมเป็นห่วงนะครับว่าห้วงเวลาปกติ ในส่วนตัวผมเป็น กรรมาธิการด้วย ไปดูในแผนเบิกจ่ายในปีที่ผ่านมาก็ยังค้างท่อเยอะแยะไปหมด ดังนั้นปีนี้ ก็ฝากไปครับ ฝากท่านประธานผ่านไป ผมจะพูดครั้งเดียวนะครับ ในทุกมาตราและ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ฝากไปเลยครับว่าใช้เวลาห้วงนี้ไปร่างทีโออาร์ มีการเตรียม ความพร้อมให้พร้อม พองบประมาณผ่านขอให้เบิกจ่าย ขอให้ใช้ได้เลยครับ ขอให้เร่งทำสัญญา นะครับ เพราะจะไปติดฤดูฝน อันนี้เป็นเรื่องแรกนะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็เป็นห่วง ก็เหมือนหลายท่านที่พูดถึงนะครับ ในเรื่องงบกลาง ในงบกลางจริง ๆ แล้วปีนี้ขอจัดสรรงบประมาณไป ๔๒๐,๖๐๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน ๑๗.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่าย แต่เมื่อพิจารณาแล้วขอจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความเหมาะสม และไม่มีความโปร่งใสในการดำเนินการ โดยเฉพาะสัดส่วนค่าใช้จ่ายในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งของบประมาณ ไปในส่วนนี้ กรรมาธิการเราก็ได้ขอรายละเอียดโครงการต่าง ๆ อยากจะเอามาดูว่าโครงการ เป็นอย่างไร หน้าตาแบบไหนก็ไม่ได้ ก็มีการอ้างว่าทุกรัฐบาลเขาก็ทำอย่างนี้ จริง ๆ ผมว่า ในการเริ่มต้นในสิ่งที่ดีก็น่าจะเริ่มต้นนะครับ เรามีโครงการมา มีหน้าตามา เราจะได้รู้ว่า จะเอาไปทำอะไร ในส่วนที่ผมมองว่าในการจัดสรรงบประมาณด้านนี้ไปซ้ำซ้อน งบกลาง ไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นอีกหลายกระทรวง โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณ งบกลาง จะให้ดีนะครับ ควรหลีกเลี่ยงข้อครหา ในการจัดสรรงบประมาณก็ควรจะตัดงบประมาณหรือ ใช้ในเรื่องน้ำท่วมอะไรต่าง ๆ ออกเพราะไปซ้ำซ้อนนะครับ แล้วก็เพื่อยืนยันความโปร่งใสนะครับ ท่านประธาน การใช้งบก็น่าจะเป็นการตั้งงบประมาณแล้วแปรญัตติเข้าไป มีโครงการมา เพื่อให้ยืนยันความโปร่งใสในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ผมไม่อยากให้ใช้นะครับ อยากให้ใช้ อยากให้ เยียวยา ให้ฟื้นฟูกับพี่น้องที่ประสบความเดือดร้อน แต่ของบประมาณในส่วนนี้ขอให้ มีความโปร่งใส ให้มีความเป็นธรรมนะครับ ในส่วนสาเหตุที่ผมมองว่าไม่มีความเป็นธรรม ท่านประธาน ก็เพราะว่างบนี้ไม่มีความยืดหยุ่น ในการบริหารจัดการงบ แล้วทำให้ไม่มีความคล่องตัวในการใช้งบประมาณ ผมเป็นห่วงว่า ในการใช้งบประมาณ งบกลาง แล้วท่านจะเห็นว่าทุกครั้งจะมีปัญหาตามมามากมาย แม้แต่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีเรื่องนี้เข้ามามีการตรวจสอบในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะมันตรวจสอบได้ยาก เพราะฉะนั้นงบกลางมันไม่ได้ผ่านกลไกการตรวจสอบจากรัฐสภา มันก็ทำให้มีปัญหาในเรื่องการทุจริต การคอร์รัปชัน ในความไม่โปร่งใส ในความไม่เป็นธรรม โครงการซ้ำซ้อน ดังที่ผมพูดแต่แรก เรื่องนี้ก็ต้องฝากไว้เป็นเหตุเป็นผลที่ผมขอปรับลด ในวงเงิน ๒ เปอร์เซ็นต์

ในส่วนเรื่องสุดท้าย ผมไม่ใช้เวลาเยอะเพราะหลายท่านก็รอจะอภิปราย แต่ต้องมาดูเรื่องรับจ่ายหน่อยครับ ตามรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๕ จริง ๆ แบ่งโครงสร้างออกเป็น ๕ โครงสร้างนะครับ ในโครงสร้างที่ ๑ เป็นวงเงินงบประมาณทั้งสิ้นก็ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ ๒๕๕๔ จำนวนเงินประมาณ ๑,๘๑๘,๔๐๑ ล้านบาท โครงสร้างที่ ๒ รายจ่ายประจำโรงเรียน ๑,๘๕๕,๘๔๑ ล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เช่นกันครับ โครงสร้างที่ ๓ รายจ่าย เพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน ๕๓,๙๑๘ ล้านบาท อันนี้ลดลงจากปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ๖๐,๕๗๐ ล้านบาท โครงสร้างที่ ๔ รายจ่ายการลงทุนวงเงิน ๔๒๓,๓๘๗ ล้านบาท เพิ่มจาก ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ๖๗,๙๐๒ ล้านบาท โครงสร้างที่ ๕ รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ละครับ วงเงิน ๔๖,๘๕๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ๑๔,๒๙๙ ล้านบาท อันนี้ขอตั้ง ข้อสังเกตจากโครงสร้างในการใช้งบประมาณตามพระราชบัญญัติปีงบประมาณ ๒๕๕๕ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่ารัฐบาลมีแต่รายจ่ายเพิ่ม แต่รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังกลับลดลง ดูรายละเอียดแล้วรัฐบาลต้องทำการกู้เงินอย่างแน่นอน ดังที่หลาย ๆ ท่านได้กล่าวไว้ตั้งแต่ ต้น โดยเฉพาะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเอ่ยนาม ท่านกรณ์ ซึ่งจริงๆ แล้ว สามารถดูได้จากการจัดเก็บรายได้ของรัฐล่าสุดต่ำกว่าเป้าไปแล้ว ๙๒๓ ล้านบาท หลังจาก เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มพลาดเป้าไปถึง ๖ เปอร์เซ็นต์ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์พลาดเป้าไปถึง ๕๔.๖ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งใน และนอกประเทศยังไม่ปกติ อยู่ในความเสี่ยง อันนี้ทำให้กระทบเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ได้ ทุกเวลา หากเกิดผลกระทบรอบใหม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในหนี้สาธารณะ ของไทย ซึ่งอาจจะก้าวกระโดดจาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีไปจนถึงเกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นห่วงนะครับ ท่านประธาน ผมเป็นห่วงในการ จัดเก็บภาษี เพราะเป็นที่รู้กันนะครับ ปีนี้จากผลกระทบหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเกิดอุทกภัยก็ดี เกิดหลาย ๆ ด้าน ผมกลัว กลัวจริง ๆ ว่าภาครัฐจะเป็นการจัดเก็บภาษีกับพี่น้องคนจน ผู้ประกอบการ ซึ่งรายเล็ก รายน้อย รายย่อย ซึ่งเคยเกิดมาแล้ว ไปนับชามก๋วยเตี๋ยวกัน ผมเป็นห่วงนะครับ เมื่อจัดเก็บภาษีไม่เข้าเป้าก็ไปรีดนาทาเร้นกับผู้ประกอบการรายย่อย พี่น้องที่ประกอบธุรกิจเล็ก ๆ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีพร้อมทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีขอฝากไว้ ในส่วนกระทรวงต่าง ๆ มาตราอื่นผมจะขอสงวนไว้พูด ในกระทรวงต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้สภาของเราได้มีโอกาสในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระที่สอง ซึ่งมีงบประมาณถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ที่กระผมได้ขอสงวน แปรญัตติเพื่อปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนเงิน ๑๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เพราะมีเหตุผลประกอบอย่างนี้ ท่านประธานครับ จากการที่รัฐบาลได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล เสียงข้างมาก ทำให้ผมพอเชื่อได้อยู่ในระดับหนึ่งว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากจะสามารถ ดำเนินบริหารจัดการกิจการบ้านเมืองให้เป็นไปตามนโยบายอย่างแน่นอน แต่ผมได้มีโอกาส มาพิจารณาศึกษารายละเอียดถึงงบประมาณหลาย ๆ กระทรวงแล้ว ทำให้ผมเห็นว่า งบประมาณที่จัดทำมานี้ไม่สอดคล้องกับการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา อย่างไรบ้างครับ กรณีเรื่องงบกลางเมื่อสักครู่ผมก็เห็นท่านสมาชิกหลายท่านได้พูด ถึงช่องว่างหรือจุดล่อแหลมต่อการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้จ่ายเรื่องงบกลาง ที่เราเข้าใจ ตรงกันว่างบประมาณในส่วนนี้โดยส่วนใหญ่แล้วใช้เพื่อการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ผมยิ่งเคลือบแคลงใจมากขึ้นเมื่อสักครู่ที่ได้มีคนที่เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วยได้บอกว่า เมื่อกรรมาธิการเรียกขอดูรายละเอียดจากรัฐบาลว่ารายละเอียดในการใช้งบกลางนั้น ใช้อย่างไร ที่ไหน ใช้เพื่อทำอะไรบ้างแต่ไม่ได้รับรายละเอียด สิ่งนี้คือเป็นช่องว่างทำให้ผม ไม่มั่นใจว่าเมื่องบประมาณส่วนนี้ผ่านไปแล้วจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของ ประชาชนได้จริงหรือไม่

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเราประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพเกษตรกรรมถึงร้อยละ ๗๐ จากปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหาย แก่ภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก และแรงงานส่วนหนึ่งก็ไหลลงกลับไปที่ชนบท กลับไปสู่ ท้องถิ่น กลับไปสู่ภาคเกษตรกรรม ผมหยิบนโยบายของรัฐบาลมาดูบอกว่านโยบายเร่งด่วนปีแรก เรื่องการจัดการบริหารลุ่มน้ำอย่างบูรณาการ การจัดสร้างสถานีสูบน้ำ การสร้างคลองส่งน้ำ เพื่อเข้าในไร่นาที่อยู่ห่างไกล แต่เมื่อมาเปิดดูงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ปรากฏว่าแทบไม่มีเลยครับ น้อยมาก และตกใจมากขึ้นอีกเมื่อได้เห็นว่าหลายโครงการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ตั้งขึ้นมานั้น เป็นงบจ้างที่ปรึกษา จ้างผู้ควบคุมงาน ทุกโครงการจะมีงบจ้างที่ปรึกษา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง หรือบางโครงการน่าตกใจครับ ๓๕ ล้านบาท ไม่รู้ปรึกษาอะไรกันมากมาย ๓๕ ล้านบาท เป็นสิ่งที่ผมกังวลเหลือเกินครับว่า การทำงบประมาณลักษณะนี้จะไม่โปร่งใสไม่เป็นธรรมและทั่วถึงทุกพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดกาญจนบุรีบ้านผมนั้นเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขื่อนขนาดใหญ่ ๒ เขื่อน ทุกวันนี้ ประชาชนในพื้นที่ผมเริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง เริ่มมีการแย่งชิงน้ำของเกษตรกร เพราะว่า พืชผลเขากำลังจะเสียหายจากภัยแล้ง เหมือนที่กรุงเทพฯ ของเราประชาชนมีความขัดแย้ง ที่ไม่อยากให้น้ำท่วมพื้นที่ แต่ขณะนี้ที่ต่างจังหวัดประชาชนกำลังจะขัดแย้งเรื่องการแย่งน้ำ เพื่อการทำนา ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาส่วนหนึ่งของเกษตรกรที่ผมอยากจะฝากไว้ให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาและฝากให้ท่านกรรมาธิการได้โปรดทบทวน พิจารณาแก้ไข ผมคิดว่ายังมีเวลาที่จะแก้ไขได้อยู่

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อภาคอุตสาหกรรมเราเสียหาย เราต้องหันไปพึ่ง ภาคการเกษตร และสิ่งที่จะนำรายได้มาชดเชยให้แก่ประเทศของเรา นั่นคือรายได้ภาค การท่องเที่ยว ผมก็ไปดูอีกครับ ภาคการท่องเที่ยวเกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ไปดูรายละเอียดนี่ละครับว่าถนนที่จะเข้าแหล่งท่องเที่ยว ถนนที่เป็นสายหลักนั้นกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีครับ น้อยมาก หรืองบในการบูรณะสถานที่แหล่งท่องเที่ยวในการปรับวิสัยทัศน์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ให้เป็นที่เชิดชูตา ให้เป็นที่น่าเที่ยวก็ไม่มีอีกครับ แล้วอย่างนี้นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเที่ยว เมืองไทยได้อย่างไรครับ

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งผมก็แตะไปที่กระทรวงศึกษาธิการอีก เมื่อคราวก่อนผมได้มีโอกาสปรึกษาหารือเรื่องการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียน ถามว่าจริง ๆ ผมอยากให้นักเรียน เยาวชนของเราได้รับอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับเทคโนโลยีหรือไม่ครับ ผมอยากให้ได้รับครับ แต่สิ่งที่ผมต้องท้วงติง ผมต้องการให้ลูกหลานของเราได้รับกันทั่วถึง เป็นธรรม ไม่ใช่เลือกเฉพาะโรงเรียนซึ่งรัฐบาลใช้คำว่า ให้แก่โรงเรียนที่มีความพร้อมก่อน อย่างนี้ก็ ๒ มาตรฐานสิครับ

และที่สำคัญอีกประการหนึ่งผมเห็นว่าคุณภาพของการศึกษาของเราครับ จะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่สถานที่ที่ให้การศึกษา ท่านประธานลงไปดูในงบประมาณเถอะครับว่า งบซ่อมแซม งบปรับปรุงนั้นแต่ละโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนประถมศึกษาไม่มีเลยครับ ผมถามว่าเวลานักเรียนเรานั่งเรียนหนังสือ ฝ้าเพดานก็จะพัง อาคารก็ทรุดโทรม ปัจจัยสภาพแวดล้อมอย่างนี้จะสร้างเสริมการเรียนที่มีคุณภาพได้อย่างไรครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ผมได้รับการร้องเรียนมามากบอกว่าอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดตั้งงบประมาณมา คือเรื่องของภารโรง ตอนนี้หลายโรงเรียนครับไม่มีภารโรง และภารโรง มาจากไหนครับ ไม่มีเงินจ้างก็เอาคุณครูนี่ละครับ มาเป็นภารโรงครับ เป็นภารโรงด้วย สอนหนังสือด้วย ทำทุกอย่าง นี่ละครับการศึกษาของไทยครับ ท่านประธานครับและที่ผมเห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการศึกษาที่จะฝากให้กระทรวงศึกษาธิการให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณา คือการปรับปรุงหลักสูตร เราจะต้องให้มีหลักสูตรว่าด้วยวิชาพลเมืองดี หรือว่า ด้วยศีลธรรม จริยธรรมขึ้นมาครับ เราต้องบ่มเพาะความรู้สึกสำนึกของเยาวชนของเราให้เป็น คนดี คนเก่งในอนาคตครับ เพราะประเทศไทยของเราจะเจริญยั่งยืนอยู่ได้ครับ ด้วยเยาวชน ของเราเป็นคนเก่ง เก่งแล้วสร้างฐานะให้มั่นคง เก่งแล้วไม่โกง รวยแล้วไม่โกงครับ อย่างนี้ ครับคุณภาพการศึกษามีแน่ครับ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้กล่าวมานั้นผมเห็นว่าหลาย ๆ กระทรวงนั้นยังจัดทำงบประมาณไม่สอดคล้องกับสภาพความต้องการของพี่น้องประชาชน พูดง่าย ๆ ว่าจัดงบประมาณแบบเกาไม่ถูกที่คัน ดังนั้นผมจึงขอปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ชุดที่ ๓ ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านเจิมมาศ ท่านถาวร ท่านเจือ ท่านวิรัช เชิญท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับก่อนอื่นขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะขออนุญาต นำสิ่งของประกอบการอภิปราย นั่นก็คือข้าวสารที่รัฐบาลแจก ท่านประธานครับ ขอให้กล้อง ได้กรุณาจับที่ถุงข้าวสารแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมนั้นเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จึงหลั่งไหลนำข่าวสารข้อมูลมาสู่ผม นอกเหนือจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบเขต ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ท่านประธานครับ ขอได้โปรดสั่งให้โทรทัศน์รัฐสภาจับที่ถุงข้าวสารแห่งนี้ครับ จับเฉพาะถุงข้าวสารพอนะครับ ไม่ต้องถ่ายภาพกระผมครับท่านประธาน ได้โปรดสั่งการครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช่างกล้อง คงได้ยินแล้วกระมังครับ ท่านพูดเสียงดังอยู่แล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณโทรทัศน์รัฐสภานะครับ ผมจะอ่านในถุงข้าวสารเลยนะครับ ข้าวสารไทยช่วยไทย (เพื่อผู้ประสบภัย) แล้วมีภาพมือ สีแดงจับกับมืออีกข้างหนึ่ง ซึ่งทาเล็บสีแดง ท่านประธานครับ ข้าวสารนี้บอกว่าแจก โดยกระทรวงพาณิชย์ แจกให้กับพี่น้องประชาชนโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งผมเชื่อว่า ก็เป็นงบประมาณที่เรามาพิจารณากันอยู่ในวาระที่สอง วาระที่สามแห่งนี้ ท่านประธานครับ งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในมาตรา ๓ ผมได้อภิปรายขอปรับลดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปนี้คือเหตุผล คือหลักการ คือสิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการ เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลใด ท่านประธานครับรัฐบาลนี้ได้แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ท่านประธานครับ ในคำแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีในหน้าแรกท่านก็บอกว่า เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน หน้าแรกบรรทัดสุดท้ายครับ ท่านย้ำเลยครับว่า เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน เพราะฉะนั้นการจัดงบประมาณในปีนี้ก็ควรจะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคนเช่นเดียวกัน ในหน้าที่ ๓ ข้อ ๑.๔ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้อ่านตามที่ได้มีการเขียนนโยบายไว้ว่า ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่มีอยู่สูง แสดงถึงฐานเศรษฐกิจที่ยังไม่เข้มแข็ง ประชาชน ระดับฐานรากยังมีรายได้น้อย และขาดโอกาสในการเพิ่มรายได้ ท่านประธานครับ ผมชื่นชม ในความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ ให้กับประชาชนผู้ทุกข์ยากในแผ่นดิน และหน้าสุดท้ายท่านประธานครับ หน้าสุดท้ายหน้าที่ ๔๔ นายกรัฐมนตรีท่านนี้มีอายุ ๔๔ ปี ก็เลยเขียนนโยบาย ๔๔ หน้า บรรทัดสุดท้ายท่านอ่านว่า พร้อมทั้งนำความสุขกลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน น่าชื่นใจครับ ท่านอ่านว่า พร้อมทั้งนำความสุขกลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขอบคุณค่ะ ท่านพูดไว้ชัดเจน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นว่าท่านตั้งใจจะนำความสุข กลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน แต่เมื่อมาดูการจัดนโยบายงบประมาณของ รัฐบาลชุดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ซึ่งเคยประกาศว่า ดิฉันจะมุ่งมั่นสร้างสุข สลายทุกข์ ท่านประธานจำได้ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้พูดจาหลายครั้งหลายหนบอกว่า จะสร้างสุข สลายทุกข์ แต่กราบเรียนถามท่านประธานว่าข้าวสารที่ควรแจกจ่ายกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ข้าวสารถุงละ ๔ กิโลกรัม ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน ได้ถ้วนหน้าทุกคนหรือไม่ พี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมได้ทุกคนหรือไม่

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง ท่านสมาชิกที่กำลังอภิปรายอยู่ในข้อ ๖๑ เพราะว่าการอภิปรายนั้นอยู่นอกกรอบของ การอภิปรายในวาระที่สอง ซึ่งเป็นเรื่องของแปรญัตติ ท่านจะตัดงบประมาณในมาตรา ๓ นี้ เป็นจำนวนเท่าไรท่านก็ต้องแสดงเหตุผล แต่สิ่งที่ท่านพูดออกมานั้นเป็นการกล่าวร้ายผู้อื่นนะครับ จริง ๆ แล้วเรื่องการแปรญัตติงบประมาณนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการกับสมาชิก ฝ่ายบริหารไม่ได้มาเกี่ยวข้องแต่ประการใด ผมอยากให้ท่านประธานได้ช่วยควบคุม การประชุมด้วยครับ ให้ท่านสมาชิกพูดอยู่ในกรอบ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ เอาไว้ถามกระทู้ถามสดดีไหมครับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องพูดเรื่องงบประมาณ ต้องถาม กรรมาธิการครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ มีสักคำหนึ่งไหม ที่ผมกล่าวร้ายรัฐบาลของท่าน ไม่มีครับ มีแต่ยกย่องสรรเสริญว่าท่านนั้นมีจิตใจพูดดัง ๆ ครับ ผมพูดสรรเสริญรัฐบาลว่าท่านมีจิตใจที่จะทำเพื่อคนยากคนจน และการที่ผมอภิปราย ถุงข้าวสารนั้นเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากท่านได้ใช้เงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนตาม พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ในการที่ซื้อข้าวสารแจกจ่ายให้กับพี่น้อง ประชาชน ผมจึงอยากจะกราบเรียนกรรมาธิการวิสามัญได้โปรดทราบและนำไปบอกรัฐบาล ด้วยว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมากนับแสน ๆ คน ในฝั่งธนบุรียังไม่ได้รับข้าวสารถุงละ ๔ กิโลกรัม ท่านประธานครับ ผมนั้นบังเอิญว่าพรรคมอบหมายให้ไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรมสัมมนา ซึ่งมีท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เป็นประธาน ผมได้ซักไซ้ ถึงประเด็นนี้กับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และขอคำตอบจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ท่านได้ส่งข้าวสารถุงละ ๔ กิโลกรัม ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ท่านใดบ้าง แล้วทำไม ส.ส. พรรคฝ่ายค้านถึงไม่ได้รับ ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการบอกว่าแจกให้ ส.ส. ท่านละ ๒,๐๐๐ ถุง แต่ฝ่ายค้านไม่ได้รับ กลับไปให้แต่ฝ่ายรัฐบาล นั่นหมายความว่าอย่างไร แล้วพี่น้องประชาชนจำนวนนับแสน นับล้านคนที่ยังไม่ได้รับข้าวสารนี้จะหมายความว่าอย่างไร ถ้าท่านแจกข้าวสารนี้ก็ควรแจก อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นั่นก็คือเหตุผลที่ผมต้องปรับลดงบประมาณของท่านลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพ บางคนนั้นทนฟังความจริงไม่ได้ ทนฟังสิ่งที่เรียกว่า เคยพูดไว้ต่อสภาแห่งนี้อย่างไรไปแล้วไม่ได้ เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่แถลงนโยบายกับสิ่งที่ประพฤติปฏิบัติและออกมาเป็นร่าง พ.ร.บ. งบประมาณนั้น สวนทางกัน ไม่ได้เอื้อประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน คนยากคนจนอย่างแท้จริง ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีรายได้น้อย ท่านประธานครับ คำสัญญาของรัฐบาลแปลเป็น นโยบายของรัฐบาลคือเล่มนี้ ท่านตระเวนหาเสียงไปทั่วประเทศ ๔๙ วันเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เรายอมรับในผลการเลือกตั้ง แต่เมื่อท่านบอกว่า มุ่งสร้างสุข สลายทุกข์ แล้วเหตุใดท่านจึงลำเอียงในการแจกแม้กระทั่งข้าวสาร ข้าวสารซึ่งต้องประทังชีวิตในช่วงน้ำท่วม ทำไมท่านไม่แจกอย่างทั่วถึง ท่านประธานครับ นอกจากนี้ท่าน ส.ส. จากจังหวัดอุทัยธานี ก็ยังบอกว่าข้าวสารนี้นั้นคนเอาไปแจกบอกว่าแจกแล้วให้รีบกินเพราะมันเก่า เก่าเหลือเกิน และมีกลิ่นเหม็นอับ ท่านประธานครับ แล้วข้าวที่แจกให้กับ ส.ส. พรรครัฐบาลไป ทำไมถึง เคี้ยวนุ่ม ไม่มีกลิ่น แตกต่างกันเพราะอะไร ทำไมเอาข้าวเก่า ข้าวเหม็นอับมาให้บางท่าน ที่จังหวัดอุทัยธานี แต่กับพรรครัฐบาลกลับให้ข้าวดี ๆ ท่านประธานครับ แม้กระทั่ง ส.ส. สอบตก ในฝั่งธนบุรี สังกัดพรรครัฐบาลยังได้ข้าวสารอย่างนี้ไปแจกจ่าย แต่กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ท่านไม่ให้แม้แต่ถุงเดียวนั้น การจัดงบประมาณเป็นธรรมแล้วหรือ ท่านประธานครับ เมื่อคำมั่นสัญญาของรัฐบาลแปลมาเป็นคำแถลงนโยบาย และนโยบายของรัฐบาลนำมา ของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะได้รู้ว่าสิ่งที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้นั้นเป็นจริง หรือไม่

ท่านประธานครับ มาดูอีกเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือว่าผมเปิดดู ในงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีแม้แต่บาทเดียวท่านประธานครับที่จะมา อุดหนุนค่ารถเมล์ฟรีให้กับพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่มีแม้แต่ บาทเดียวที่ท่านระบุว่าจะอุดหนุนให้กับโครงการรถไฟฟรีให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ไหนท่านบอกว่า จะสร้างสุข สลายทุกข์ ลำพังแค่ค่ารถเมล์เที่ยวละ ๖.๕๐ บาท ท่านก็ยังมีแก่จิตแก่ใจเก็บกับพี่น้องประชาชนคนยากจนในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้นั้นพูดในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ขึ้นรถเมล์ ท่านประธานก็เคยขึ้นรถเมล์ ผมนั้นสมัยเรียนรามคำแหงเราขึ้นรถเมล์เป็นประจำ แม้กระทั่ง ขึ้นรถเมล์มาประท้วงที่หน้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พร้อมกับสมาชิกพรรครัฐบาลบางคน ก็เคยกระทำมาแล้ว ท่านประธานครับ ค่ารถเมล์ถามท่านประธานจริง ๆ เถอะครับว่าการที่ ต้องจ่ายเงินให้กับพี่น้องประชาชนคนยากจนเพียงแค่คันละ ๘,๕๐๐ บาทต่อคันต่อวัน มันเป็นภาระกับรัฐบาลมากมายหรือ โครงการรถเมล์ฟรีมีตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ จนถึงบัดนี้ฟรีมาตลอด แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะยกเลิกในวันที่ ๑๖ มกราคม คืออีก ๒ สัปดาห์ข้างหน้า พี่น้องที่ขึ้นรถเมล์จะต้องเสียเงินค่ารถเมล์เป็นธรรมแล้วหรือ รถเมล์ฟรีมี ๘๐๐ คันต่อวัน มี ๗๓ เส้นทาง มีคนใช้ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน ท่านประธานครับ รถเมล์ฟรีมีหลายสาย และบางสายก็วิ่งจากสนามหลวงผ่านห้างพาต้าปิ่นเกล้า ด้านหลังห้างก็มีบ่อนการพนัน ท่านประธานครับ รถเมล์ฟรีวิ่งผ่านบ่อนการพนัน รถเมล์ฟรี วิ่งผ่านถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีผับ (Pub) ที่เรียกว่า ทเวนตี้ ผับ (Twenty pub) ปัจจุบันไม่มีแล้ว ท่านประธานครับ รถไฟฟรีจากหัวลำโพงไปอุบลราชธานี ไปเชียงใหม่ ไปอุดรธานี ไปหนองคาย ไปสุไหงโก-ลก คนจนได้ขึ้นรถไฟฟรี ๓๐ ล้านคนต่อปี วันละ ๑๗๒ ขบวน รัฐบาลนี้บอกว่า มุ่งสร้างสุข สลายทุกข์ แล้วทำไมยกเลิกรถเมล์ฟรี ๖.๕๐ บาท มาเก็บ พี่น้องประชาชนทำไม รัฐบาลนี้บอกว่ามุ่งสร้างสุข สลายทุกข์แล้วจะเก็บค่ารถไฟพี่น้องประชาชนทั้งประเทศทำไม มิหนำซ้ำยังจะขึ้นค่าแก๊ส ในวันที่ ๑๖ มกราคม ซึ่งตรงกับวันครู ท่านประธานครับ วันที่ ๑๖ มกราคม วันครูท่านเฉลิมฉลองด้วยการยกเลิกโครงการรถเมล์ฟรี ยกเลิกรถไฟฟรี ขึ้นค่าแก๊ส รถแท็กซี่ รถบัส รถเมล์ รถขนส่ง รถบรรทุกเดือดร้อน พี่น้องแท็กซี่บอกผมมาว่าเข้าคิวเติม แก๊สตั้งแต่ตี ๕ ๗ โมงเช้าพระอาทิตย์ขึ้นยังไม่ได้เติมเลย ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลว่าผม ทำไมต้องปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมสับสนในการตั้งงบประมาณของท่าน ว่าเป็นรัฐบาลไพร่ หรือรัฐบาลอำมาตย์ ผมไม่เข้าใจว่าท่านเป็นไพร่หรือเป็นอำมาตย์ แต่ท่าน ประกาศว่าจะทำเพื่อคนยากคนจน และคนยากคนจนใช่ไหมที่นั่งรถไฟฟรีจากหนองคายมาหัว ลำโพง คนยากคนจนใช่ไหมที่นั่งรถไฟฟรีจากอุบลราชธานีมาหัวลำโพง คนจนอีสานบ้านท่าน ที่นั่งรถไฟฟรีจากอุดรธานีมาที่หัวลำโพงใช่ไหม แล้วคนจนที่เชียงใหม่นั่งรถไฟฟรีมาที่หัว ลำโพงใช่ไหม ท่านประธานครับ คนปักษ์ใต้ไม่ต้องมีรถไฟฟรีก็ได้ แต่เมื่อได้ก็ได้เท่าเทียมกัน เรานั่งรถไฟฟรีจากสุไหงโก-ลกมาหัวลำโพง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลชุดนี้ ตั้งงบประมาณถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ไม่มีงบที่จะช่วยคนจน ไม่มีงบที่จะให้กับคนจน ด้วยความจริงใจผมรู้สึกเสียใจ เพราะรัฐบาลนี้ท่านประธานจำได้ไหมครับ เขาเคยประกาศว่า หาที่พักให้หนี้ หาเงินให้

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ มีผู้ประท้วง ท่านประเสริฐเชิญครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายอยู่ ณ ขณะนี้นะครับ ตามข้อ ๖๑ จริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่าน พูดขึ้นมาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณเลยนะครับ แล้วก็ไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่าเป็นเรื่องระหว่างสมาชิกกับกรรมาธิการที่จะต้องชี้แจงกัน แล้วก็ใช้เวลาเกิน เอาเวลาผู้อื่นมามากเกินไป ผมอยากจะบอกท่านประธานนะครับ ท่านประธานต้องใช้อำนาจตามข้อ ๘ ได้ควบคุมการประชุมด้วยครับ ถ้าปล่อยอย่างนี้ เสียบรรยากาศของการประชุมมากเลย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ท่านนริศได้ขอผมไว้ว่าถ้าเลย ๑๐ นาที ก็ให้เป็นดุลยพินิจของผม ท่านวัชระก็เอา พอสมควรก็แล้วกันนะครับ อย่าได้วนรถหลายครั้งเดี๋ยวก็จะมีคนประท้วงอีก เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ รถไฟฟรี จากโคราชมากรุงเทพฯ ไม่มีหรืออย่างไร แล้วท่านทำไมไม่ลุกขึ้นปกป้องโครงการรถไฟฟรี ผมก็ไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานที่วินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม ไม่ใช่เพราะท่านประธานวินิจฉัยแล้วฝ่ายค้านได้ประโยชน์แล้วบอกว่าท่านประธานเป็นธรรม ไม่ใช่ครับ แต่เป็นเพราะว่าท่านประธานตั้งอยู่ในหลักการผมจึงกล่าวว่าท่านประธานเป็นธรรม และสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็ไม่ซ้ำในประเด็นที่ผมได้กล่าวมา เพราะท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ก็ได้ขออนุญาตท่านประธานไว้แล้วว่ามีเหตุผลและมีสาระที่จะอภิปราย ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลนี้แถลงนโยบายในเอกสารเล่มนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อ่านว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ และปีหน้าคือปี ๒๕๕๖ จะลดเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จะทำให้รัฐบาล สูญเสียภาษีอากรเป็นแสนล้านบาท รัฐบาลเสียโอกาส แล้วถามว่าขนาดข้าวสารถุงเดียว ๔ กิโลกรัม ท่านยังให้กับพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมไม่ทั่วถึงทุกครัวเรือนแล้วจะหาความยุติธรรม ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมอยากตั้งข้อสังเกตการตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ผ่านคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่า ท่านตั้งงบประมาณไปเพื่อคนรวย ไม่ได้เพื่อคนจน ตามที่ท่านเคยประกาศ อย่างแท้จริง ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นว่า รัฐบาลได้ช่วยเหลือเจ้าของ โรงงานที่ถูกน้ำท่วม โดยให้กู้เงินฟื้นฟูกิจการซึ่งเป็นเรื่องของคนรวยทั้งนั้น แต่สำหรับคนจน ท่านประธานครับ ในเอกสารที่นำมาแสดงในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่ากองทุนเงินออมแห่งชาติ พระราชบัญญัติตั้งเอาไว้บอกว่าเงินประเดิมต้อง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตั้งมาแค่ ๒๕๐ ล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบนั่นก็หมายความว่ารัฐบาลต้องให้เงินพ่อแม่พี่น้องประชาชน ๑ บาท แต่รัฐบาลนี้ให้พี่น้องประชาชนเพียงแค่ ๑ สลึง ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้จะบอกว่า เป็นรัฐบาลเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนยากคนจนเป็นรัฐบาลของมวลมหาประชาชน ได้อย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ การพิจารณางบประมาณในปีนี้ว่า กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ท่านก็ลดลง ท่านอ้างนักอ้างหนาว่า ชาวนานั้นเอาหลังสู้ฟ้า เอาหน้าสู้ดิน พี่น้องเกษตรกรน่าเห็นใจต้องต่อสู้ ลำไยราคาตกก็ต้องต่อสู้ ท่านประธานครับ ท่านอดีต ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย อดีต ส.ส. จังหวัดลำพูน โทรศัพท์มาแจ้ง ผมหยก ๆ ว่าลำไย บ้านท่านประธานราคาตกลงมาแล้ว รัฐบาลทำอะไรบ้าง ท่านประธานครับ เงินกองทุนประกันสังคม ท่านก็ลดลง พี่น้องผู้ใช้แรงงานจะอยู่กันอย่างไร ค่าไฟสำหรับคนจน ค่าไฟครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ค่าไฟเคยใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วย ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๑ พอมาถึงยุครัฐบาลนี้มีมติให้พี่น้องประชาชนคนจนที่เคยใช้ ไฟฟรี ๙๐ หน่วย ลดเหลือแค่ ๕๐ หน่วย ลูกหลานคนจนเคยเปิดไฟอ่านหนังสือได้ ปัจจุบัน ต้องปิดไฟ อ่านได้เฉพาะในเวลากลางวัน เคยเปิดไฟหุงหาอาหารได้ เคยเปิดไฟรีดผ้าได้ เคยเปิดไฟตู้เย็นได้ โทรทัศน์ได้ ปัจจุบันก็ต้องลดเวลาลง ท่านประธานครับ สิ่งนี้ผมเห็นว่า รัฐบาลทำร้ายจิตใจพี่น้องประชาชนคนยากคนจนเสียเหลือเกิน เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลของ การปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้รัฐบาลท่าน ให้กรรมาธิการได้สำนึกว่า ควรใช้จ่ายเงินของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างมีเหตุผล ท่านประธานครับ มีอีกหลายประเด็น แต่ผมจะกล่าวโดยย่นย่อว่าแม้กระทั่งนมกระป๋อง จากกระป๋องละ ๑๗ บาท เป็น ๒๕ บาท ท่านประธานครับ นมขึ้นมา ๘ บาท คนรวยไม่เดือดร้อนครับ แต่พี่น้องคนยากคนจน ที่โดยสารรถเมล์เดือดร้อนครับ คนยากคนจนที่อยู่ตามชุมชนแออัด ชนชั้นกลางเดือดร้อนครับ เพราะฉะนั้นจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่านี่หรือคือนโยบายสร้างสุขสลายทุกข์ สร้างสุขสลายทุกข์ ขึ้นค่านมกระป๋อง กระป๋องละ ๘ บาท สร้างสุขสลายทุกข์ ข้าวสาร ก็ไม่แจกอย่างทั่วถึง อย่างน้อยที่สุดในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ผมยืนยันว่า พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับข้าวสารดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานนั่งอยู่ บนบัลลังก์ด้วยใจเป็นธรรมและเป็นกลาง ท่านประธานเคยต่อสู้เพื่อคนยากคนจน หน้าสิ่วหน้าขวาน ท่านประธานไม่เคยกลัว ท่านประธานต่อสู้เพื่อพี่น้องชาวนา และนี่คือผลผลิตของชาวนา แล้วทำไมพี่น้องที่น้ำท่วมจำนวนนับล้านคนถึงไม่ได้อย่างทั่วถึงทุกครัวเรือน กรรมาธิการ วิสามัญต้องตอบ เพราะกรรมาธิการวิสามัญนั้นเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ในการที่รัฐบาล มาของบประมาณ กรรมาธิการวิสามัญ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ ท่านพิเชษฐ์ ประท้วงแล้วครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่อยากประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แต่ผมจะประท้วง ผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายนี่ชักจะวนเวียนซ้ำซากพูดเรื่องเก่า ผมนั่งฟังอยู่นอกห้องนะครับ เรื่องไฟฟ้านี้พูดหลายรอบ เรื่องข้าวสารก็พูดหลายรอบ วนเวียนซ้ำซากนะครับ ผมไม่ได้ประท้วงท่านประธาน ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย แล้วก็สมควรที่จะพอได้แล้วครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ เพื่อให้การประชุมบรรยากาศดีมากเลยวันนี้ ท่านก็ไปข้างหน้าอย่าวน ก็มีบางเรื่องที่ท่าน เอามาซ้ำหลายรอบ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณหัวใจที่เป็นธรรมของท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ต่อไปนี้ไม่ซ้ำประเด็นแน่นอน ผมอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณ มีท่านชลน่าน ศรีแก้ว เป็นประธาน ผมกราบเรียนยืนยันเลยนะครับว่า ผมในฐานะฝ่ายค้านชื่นชมในตัว ส.ส. รัฐบาลอย่างนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เพราะท่าน พิจารณาด้วยความเป็นธรรม ผมขอชื่นชมและชื่นชมด้วยความจริงใจ ท่านประธานครับ ในการพิจารณากระทรวงพลังงานเราได้ซักถามตัวแทนจากกระทรวงพลังงานระดับ รองปลัดกระทรวงว่ากระทรวงท่านใช่ไหมที่จัดซื้อถุงยังชีพ ปรากฏว่ากระทรวงพลังงานชี้แจงว่า ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินซื้อถุงยังชีพเลยแม้แต่ถุงเดียว ส่วนที่ได้มาแจกในจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดราชบุรี จังหวัดอื่น ๆ นั้น ล้วนแต่ไปขอสปอนเซอร์ (Sponsor) มาทั้งสิ้น ท่านประธาน ครับ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ทราบว่ารัฐมนตรีท่านใดมาโกหกไว้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า กระทรวงพลังงานมีการจัดซื้อถุงยังชีพ และมีการคอร์รัปชันถุงยังชีพ ท่านประธานครับ

นอกจากนี้ไปดูอีกหน่วยงานหนึ่งครับท่านประธานด้วยความรวดเร็ว คือ ดีเอสไอ (DSI) ดีเอสไอที่เขาบอกว่าเปลี่ยนสี เปลี่ยนสีไม่เปลี่ยนสีผมไม่ทราบ แต่ท่านประธาน ชลน่าน ศรีแก้ว นั่งเป็นประธาน ผมเป็นผู้อภิปรายขอตัดงบลับของดีเอสไอที่ตั้งเอาไว้ ๓๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมขอให้ปรับลดลงแค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท รองอธิบดี ดีเอสไอ อภิปรายตอบโต้ผมจะเป็นจะตายบอกว่าเป็นการตัดแขนตัดขาดีเอสไอ ท่านประธาน ครับ ถ้าไม่มีงบลับเขาทำงานไม่ได้หรือ แล้วในที่สุดท่านประธานก็ให้ตัดงบประมาณจำนวน หนึ่งแล้วก็ให้ไปเกลี่ยงบเอา ท่านประธานครับ ผมยังได้ถามดีเอสไอต่อไปว่าหน่วยงานของ ท่านมีเครื่องมือในการดักฟัง เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด มีการดักฟังโทรศัพท์ของประธาน สภาผู้แทนราษฎร มีการดักฟังโทรศัพท์ของคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกวุฒิสภาบ้างหรือไม่ ท่านชลน่านจำได้ จนบัดนี้ยังไม่มีคำตอบ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ เวลาท่านประธานโทรศัพท์โปรดระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้ จะนำความสุขความอบอุ่นกลับคืนสู่พี่น้องประชาชน จะทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เอามือล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินติดขึ้นมา แต่ท่านประธานครับมันไม่เป็นไปตามที่ว่า ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าแม้กระทั่งงบประมาณทั้งหมดที่ท่านเสนอมา แล้วยังมี การขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ในเอกสารเล่มขาวนี้ ท่านประธานครับ ผมมาเปิดดูเป็นที่น่าตกใจครับ ปรากฏว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ของรัฐมนตรีที่เคยมีประวัติเรื่องวุฒิปริญญาตรีปลอม มีการของบประมาณเพื่อที่จะ สนับสนุนองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ด้านสวัสดิการสังคม

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริง ไม่อยากจะประท้วงท่านประธาน แล้วก็ไม่อยากจะประท้วงผู้กำลังอภิปราย ท่านประธาน ต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้เคร่งครัด แล้วก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคหนึ่ง แล้วก็วรรคสองด้วย อภิปรายนอกประเด็น แล้วก็ใส่ร้ายผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ท่านต้องอภิปราย ท่านตัด ท่านอย่าไปให้ร้ายว่าคนนั้นมีวุฒิภาวะอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนเขาฟังอยู่ เขาพอใจรัฐบาลนี้เขาถึงได้เลือกท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านวัชระครับผมให้โอกาสท่าน ๒๕ นาทีมากกว่าคนอื่นนะครับ ท่านอื่น ๑๐ นาทีนะครับ ท่านน่าจะสรุปได้แล้วครับ เอาในประเด็นเรื่องงบประมาณพอนะครับ เดี๋ยวจะมีประท้วงอีก ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่เป็นธรรม อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับมีประท้วงครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่ารอบนี้ท่านวัชระพูดแล้วก็โยง มาถึงว่างบประมาณแล้วเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นะครับ ก็ถามว่า งบประมาณปีนี้จะทำอย่างไร ก็ยังอยู่ในประเด็นนะครับ ปัญหาคือประธานไม่ได้ชี้ ไม่ได้วินิจฉัยในการประท้วงของเพื่อนสมาชิกทางฝั่งรัฐบาลเลยเพราะฉะนั้นมันต้องจบครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมพยายาม จะไม่ให้มีการประท้วงกันไปมาเพราะว่ามันมีผู้ขออภิปรายตั้ง ๑๓๐ ท่านนะครับ ท่านบุญยอด พยายามให้ตัดบทให้ไปไวที่สุด เพราะฉะนั้นที่ผมขอท่านวัชระก็เพียงแต่ว่าขอให้ใช้เวลา ให้มันสั้นลงหน่อยเพราะว่าผมก็ให้โอกาสท่านถึง ๒๕ นาทีก็ให้เกียรติอยู่แล้วครับ ท่านบุญยอด นั่งลงครับ เดี๋ยวครับ เดี๋ยวก็จะมีตอบโต้กันไปมา พอแล้วครับ ท่านอย่าประท้วงหน่อยให้ท่านวัชระ อภิปรายดีกว่าครับ เดี๋ยวมันจะยาวกันไปตอบโต้กันไปมานะครับ ผมพยายามจะให้เกียรติ ทุกคนแล้วให้โอกาสได้อภิปรายได้มากที่สุดนะครับ อันนี้กระผมก็ให้ถึง ๒๕ นาที ผมก็ไม่ทักท้วง ทั้ง ๆ ที่ท่านนริศก็ขอให้ผมได้วินิจฉัยผมก็ให้โอกาสพอแล้วครับ ถ้าท่านตอบโต้กันรุนแรง ก็ไม่จบกันเสียทีไม่มีโอกาสมาอภิปรายต่อครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ผมไม่เป็นคนยืดเยื้อนะครับ ผมเพียงแต่อยากจะขออนุญาตเรียนต่อท่านว่า เพราะว่า ท่านไม่ได้มีวินิจฉัยสมาชิกทางด้านโน้นจึงลุกขึ้นมาพูดแต่ประโยคเดิม ๆ ว่าสมาชิกทางด้านนี้ ผู้อภิปรายไม่ได้อภิปรายในประเด็นแต่ผมก็คิดว่ายังอยู่ในประเด็นนะครับ อันนี้ประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ถ้ามีการลุกขึ้นมาโต้ตอบกันแบบนี้ ในขณะที่ฝ่ายค้านพยายาม ทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ด้วยการมีหน้าที่ที่จะต้องทำต่อประชาชน อีกสักครู่ถ้ามีใครลุกขึ้นมา ประท้วงอีกผมจะนับองค์ประชุมนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดครับ ท่านประสิทธิ์พอแล้วครับผมจะให้ท่านวัชระอภิปรายแล้วครับ ท่านประสิทธิ์พอแล้วครับ คือเหลืออีกหลายสิบท่านในมาตรานี้ถ้าประท้วงกันต่อไปก็ไม่จบ ผมถือว่าอยู่ในประเด็น ผมวินิจฉัยแล้วครับว่ายังอยู่ในประเด็นแต่ว่าท่านวัชระก็อย่าพยายามไปพาดพิงแล้วก็วน ให้สรุปได้แล้วครับ พอแล้วครับ ผมฟังแล้วท่านไม่เสียหายอะไร ผมได้วินิจฉัยท่านไม่เสียหาย ท่านมีสิทธิประท้วงแต่ผมว่าพอแล้วครับ ทุกคนมีสิทธิประท้วงหมดในสภานี้ เอาแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วพอแล้วผมไม่อนุญาต ท่านเชื่อผมสิครับ นั่งลงเถอะครับ พอแล้วครับ ผมไม่ให้ประท้วงครับ ผมเข้าใจ พอแล้วครับ ผมถือว่าอยู่ในประเด็น นั่งลงจ่าประสิทธิ์พอแล้วครับ จบแล้วครับ ท่านวัชระสรุปพอ ท่านอย่าไปกล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอกจะมีประท้วง เพิ่มเติมอีก เพราะยังมีรายชื่ออีกยาวนะครับวันนี้ถึงแค่เที่ยงคืน เชิญท่านวัชระครับ พอแล้วครับ เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่มีหัวใจเป็นธรรม อย่างแท้จริง พวกผมทราบดีครับว่าท่านประธานนั้นเคยต่อสู้เพื่อขบวนการชาวนาชาวไร่มาก่อน เพราะฉะนั้นการที่ผมยกข้าวสารมาวางเอาไว้ท่านประธานจึงมีความชื่นชมอยู่ลึก ๆ ในหัวใจ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ถึงงบประมาณของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่แปรญัตติเพิ่มเติมโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าผมค่อนข้างเป็นห่วงการใช้งบประมาณถึง ๔๒ ล้านบาทว่าองค์กร เอกชน องค์กรสาธารณชนของท่านนั้นท่านจะเอาเงินไปให้ใคร ตกถึงมือพี่น้องประชาชนจริง หรือไม่ เพราะผมเกรงว่าจะมีปัญหาเหมือนกับกรณีข้าวกล่องที่ผ่านมา

ท่านประธานครับและมาดูสุดท้าย กราบเรียนท่านประธานครับ สุดท้าย ท่านประธานคงจำได้ถึงพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านประธานครับพระองค์มีพระราชดำรัสให้ปรองดอง ให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน แต่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้แปรญัตติเพิ่มเติมให้ซื้ออาวุธปืนให้กับกรมป่าไม้ ท่านประธานครับ ถ้าซื้ออาวุธปืนให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไร แต่ก่อนจะมาถึงประเด็นดังกล่าว ท่านประธานครับ แม้กระทั่งบรรยากาศของการพิจารณา งบประมาณผมยังเห็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณบางท่านยังพูดจาถึงขนาดที่ ปลัดกระทรวงไอซีทีต้องน้ำตาไหลหน้าห้องประชุม ผมรู้สึกสงสารข้าราชการประจำ เป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เมื่อมาดูงบของกรมป่าไม้ในหน้า ๔๓ ที่งบโดยภาพรวมที่ท่าน ขอมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ท่านประธานครับ ขอซื้ออาวุธให้กับกรมป่าไม้ ๔๒,๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๕๐๐ หน่วย และซื้ออาวุธปืนให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นเงิน ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะซื้ออาวุธตั้ง ๑๐๐ ล้านบาท นี่คือการของบประมาณเพิ่มเติมโดยกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ ผมถามว่าท่านจะเอาอาวุธไปรบกับพี่น้องคนจน จะเอาอาวุธไปรบกับคนวังน้ำเขียว อย่างนั้นหรือ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ ครับ ถ้าจะลงรายละเอียดเราไปว่ากันรายมาตรา ซึ่งท่านยังมีสิทธิอภิปรายอยู่นะครับตรงนี้ เราพูดกันในภาพรวมนะครับ ท่านต้องสรุปแล้วนะครับ ท่านใช้เวลามาพอสมควรแล้วนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมก็จะปฏิบัติตามท่านประธาน ทุกคำพูดครับ ท่านประธานครับ โดยภาพรวมแล้วจะเห็นว่าการตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ท่านนำเงินจำนวนมากไปซื้ออาวุธและปรากฏว่าท่านให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติซื้ออาวุธ ด้วยท่านประธานครับ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมขอตัวเลข ๆ เดียวนะครับ ก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีงบซื้ออาวุธเพิ่มเติมแค่ ๓๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่กรมป่าไม้ มีงบซื้ออาวุธ ๔๒,๓๐๐,๐๐๐ บาท กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมีงบซื้ออาวุธ ในปีนี้ ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แล้วนี่รัฐบาลนี้ซื้อปืนไปยิงกับใคร ไหนว่า จะปรองดอง ท่านประธานครับ ไหนว่าจะสร้างสุขสลายทุกข์ ซื้อปืนสร้างสุขไหมครับ แล้วมีแต่ พี่น้องคนยากคนจนทั้งนั้นครับท่านประธานที่ไปบุกรุกทำลายป่า อาจจะมีนายทุนแอบแฝง อยู่ด้วย ท่านประธานก็ทราบดี แต่โดยรวมแล้วผมเชื่อว่าท่านประธานนั้นรู้ซึ้งถึงปัญหาต่าง ๆ ของประเทศชาติเป็นอย่างดี ท่านประธานครับ สุดท้ายวันที่ ๑๖ มกราคมนี้ท่านประธานครับ เป็นข่าวที่น่าเศร้าสำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่ารัฐบาลจะขึ้นราคาค่าแก๊ส ว่ารัฐบาลจะยกเลิกโครงการรถเมล์ฟรี ว่ารัฐบาลจะยกเลิกโครงการรถไฟฟรี ท่านประธานครับ กราบเรียนไปยังท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญฝากไปยังรัฐบาลว่าโปรดต่ออายุโครงการ รถเมล์ฟรี โปรดต่ออายุโครงการรถไฟฟรีให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ และโปรดอย่าขึ้น ราคาแก๊สใด ๆ นี่คือคำสั่งของประชาชน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเจิมมาศ ครับ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอได้ทำการปรับลดงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๕ ลงร้อยละ ๑๐ ในหลายกระทรวงเพื่อที่ดิฉันจะได้มีโอกาสอภิปราย งบประมาณในครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าดิฉันต้องการที่จะปรับลดงบประมาณ ในทุก ๆ เรื่องนะคะ มีอยู่หลายเรื่องที่ดิฉันไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าหลายโครงการนั้น ได้งบประมาณน้อยเกินไป แล้วก็บางโครงการนั้นไม่ได้งบประมาณเลยค่ะ แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ โครงการนะคะที่ได้รับงบประมาณมากเกินไปไม่เหมาะสม ดิฉันจะไม่กล่าวถึงงบประมาณ ที่ได้รับงบมากเกินไปเพราะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน จะอภิปรายในส่วนประเด็นขอปรับลดอยู่แล้ว แต่ดิฉันขอเรียกร้องให้กับงบประมาณที่ได้รับ น้อยเกินไป และบางกระทรวงหรือบางโครงการนั้นไม่ได้รับเลยนะคะ ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่น กองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งกองทุนนี้ควรจะได้รับงบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าท่าน กลับละเลยหลงลืมค่ะ ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้เลย แล้วก็ได้รับการทักท้วงจากคณะกรรมาธิการ งบประมาณวิสามัญในชุดนี้ ก็เรียกร้องให้ตั้งงบกลับเข้ามาได้เพียง ๒๕๐ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ ส่วนโครงการกองทุนประกันสังคม กองทุนประกันสังคมนั้นเป็นกองทุนที่มีการลงกองทุน ใน ๓ ส่วนก็คือนายจ้าง ลูกจ้างแล้วก็รัฐบาลนะคะ แต่ว่ากองทุนนี้ถูกตัดงบ ถ้าถูกตัดงบเช่นนี้ การบริหารจัดการในส่วนของงบประมาณภาครัฐก็จะต้องมีปัญหาในอนาคตแน่นอน การชำระหนี้ของแรงงานในระบบประกันสังคมนั้นจะต้องถูกตัดการชำระหนี้ลงนะคะ ส่วนงบประมาณฟื้นฟูเกษตรกรถูกตัดลงจาก ๒,๓๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้นนะคะ เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก็ถูกตัดเช่นกัน จากเดิมที่มีน้อยอยู่แล้วก็ถูกตัดลงจาก ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทก็เหลือเพียง ๙,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น กับประชาชนคนยากคนจน ไหนรัฐบาลบอกว่าจะช่วยคนยากคนจนอย่างไรคะ แต่ดิฉันดูแล้ว โครงการเหล่านี้ที่เป็นโครงการมาตรการที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ของประชาชนคนยากคนจน นั้นถูกปรับลดลงหลายโครงการด้วยกันค่ะ

และยังมีอีกโครงการหนึ่งนะคะที่ดิฉันให้ความสำคัญ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะ ไม่ให้ความสำคัญเลย นั่นก็คืองบวิจัยและการค้นคว้า ซึ่งได้รับงบน้อยมากในปีนี้นะคะ ขอมา ๒,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ได้รับอนุมัติเพียง ๘๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แล้วก็ไม่นานมานี้ ก็มีการเคลื่อนไหวจากอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กับงบประมาณ วิจัยและค้นคว้าที่รัฐบาลให้เพียงน้อยนิดนะคะ น้อยเพียงใดล่ะคะ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ของประเทศเท่านั้นค่ะ ท่านทราบไหมคะว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เขาตั้งงบวิจัยและค้นคว้าตัวนี้ไว้ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ของประเทศ ของเราน้อยกว่าเขา ๑๐ เท่านะคะ แล้วเราจะไปพัฒนาอะไรได้นะคะ เราไม่ให้ ความสำคัญทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพัฒนาคน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ เหล่านี้เรามองไม่ได้เห็นเลยนะคะ ดิฉันมีตัวเลขสถิติข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถด้านการ พัฒนาคนของประเทศไทยเราอยู่หลายตัวอย่างด้วยกัน ดิฉันขออนุญาตอ่านให้ท่านฟังนะคะ เป็นลำดับการแข่งขันกับนานาชาติ การจัดลำดับการแข่งขันจากนานาชาตินี่ของไอเอ็มดี (IMD) หรือ อินเตอร์เนชั่นแนล แมนเนจจิ้ง เดเวลลอปเม้นท์ (International Managing Development) เขาได้จัดอันดับของประเทศไทยเราในความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติ อยู่ในลำดับที่ ๒๖ จากทั้งหมด ๕๘ ประเทศค่ะ

อีกโครงการหนึ่งนะคะ โครงการโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของประเทศ ความสามารถของกำลังคน เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ของประเทศที่เป็น โครงสร้างขั้นพื้นฐานของเรานั้นอยู่ในอันดับที่ ๔๖ จากทั้งหมด ๕๘ ประเทศ เกือบจะอยู่ใน รั้งท้าย ๆ เลยนะคะ นอกจากนั้นก็ยังมีกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ ประชากร ๑๐,๐๐๐ คนนั้น เราควรจะต้องมีกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างน้อย ๑๐ คนต่อ ๑๐,๐๐๐ คน แต่เรามี นักวิทยาศาสตร์อยู่เพียงแค่ ๕.๔ คนเท่านั้นนะคะ นักวิทยาศาสตร์ก็ขาดแคลน คุณครู ทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ขาดแคลนค่ะ ด้านดาราศาสตร์นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ประชากร ๑๐,๐๐๐ คนควรจะต้องมีนักวิทยาศาสตร์เท่าไรทราบไหมคะ ของเรามีนักวิทยาศาสตร์ ๑๐,๐๐๐ คน เรามีแค่ ๐.๐๐๗ คนเท่านั้น ยังไม่ถึง ๑ คนเลยค่ะ ทั่วประเทศเรามี นักวิทยาศาสตร์หรือนักดาราศาสตร์แค่ ๔๖ คนเท่านั้น ซึ่งมันควรจะต้องมีประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คนนะคะ เพราะฉะนั้นเห็นได้ว่าเรายังต้องสร้างเสริมกำลังคนในด้านนี้อีกมาก ในการพัฒนาบุคลากรของประเทศนะคะ เด็กที่เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์คะแนนไม่สูงเลย ในปัจจุบันนี้นะคะ เด็กที่เอ็นทรานซ์ (Entrance) เข้ามหาวิทยาลัยทำคะแนนเพียงแค่ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นก็จะสามารถเข้าเรียนในคณะวิทยาศาสตร์นี้ได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ เด็กที่จะเข้าเรียนในคณะนี้ควรจะมีคะแนนถึง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรคะ ทำไมเด็กไทยเราไม่สนใจในด้านวิทยาศาสตร์ ก็เพราะว่าอาชีพทางด้านนี้ ไม่ดึงดูด รัฐบาลไม่สนับสนุน ทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้รับงบประมาณน้อยนิด ก็พยายาม จัดสรรงบประมาณนี้ตามความต้องการหรือตามการเรียนการสอนที่ได้งบมาแต่ไม่ได้ ตามความต้องการของการพัฒนาบริหารประเทศ อีกตัวหนึ่งนะคะ ผลวิจัยนานาชาติ การวิจัยนานาชาติที่ได้เอาข้อสอบนานาชาติมาวัดผลของเด็กไทยที่เรียนในระดับชั้น มัธยมศึกษา ในปี ๒๕๐๖ เด็กไทยเราได้ทำข้อสอบนานาชาติที่เป็นข้อสอบวิจัยนานาชาติ ได้ลำดับที่ ๔๐ จาก ๕๗ ประเทศ ในปี ๒๕๐๙ ไทยได้ลำดับที่ ๔๙ จาก ๖๕ ประเทศ เด็กไทยได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ ๔๒๐ คะแนน จาก ๑,๐๐๐ คะแนน ถ้านับ ๕๐๐ คะแนน คือสอบผ่านกึ่งหนึ่ง เด็กไทยถือว่าสอบตกทั้ง ๒ ครั้ง ไม่ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยของนานาชาติเลย ดิฉันมองเห็นว่าพวกเรายังมีความจำเป็นอีกมากที่ต้องรีบเร่งที่จะต้องสร้างคน สร้างบุคลากร ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเล็กไม่ใช่มาทำเอาช่วงมหาวิทยาลัย ซึ่งมันจะสายเกินไปทำให้เราไม่สามารถ ยืนอยู่บนขาของตนเองได้ค่ะ ดิฉันยังมีตัวอย่างของภาคอุตสาหกรรมทั้งมวลที่เราจะต้อง พึ่งพาจากต่างประเทศไม่ว่าจะต้องนำเข้าเกือบทั้งหมด เราไม่สามารถที่จะพึ่งตัวเองได้เลย รถยนต์เราก็ต้องพึ่งญี่ปุ่น เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ก็จากยุโรปและอเมริกา แล้วยังมีข้อมูลลวง ที่ทำให้เราเข้าใจผิดนะคะ ข้อมูลลวงเหล่านี้คืออะไร เราจะบอกว่าเราสามารถผลิตชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์ ปีนี้ได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าเทคโนโลยี บุคลากร เงินทุน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมดนี้มาจากต่างชาติทั้งนั้น ของไทยเรามีแรงงานเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับ ประโยชน์จากตรงนี้ ถามว่าแล้วต่อไปแรงงานต่างด้าวก็จะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยของ เรา อนาคตแรงงานไทยลูกหลานไทยจะไปอยู่ที่ไหนคะ ดิฉันคิดว่าการที่เราจะพัฒนาการวิจัย ของเราไปแข่งขันกับต่างประเทศก็คงยากอยู่แล้วในตอนนี้ แต่ว่าเราต้องมองหาจุดเด่นของ ประเทศของเรา ประเทศเราคือประเทศเกษตรกรรม เรามีการปลูกข้าว เรามีอาหาร เรามีผลผลิตทางเกษตรที่อุดสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสนับสนุนในส่วนนี้ ครัวไทย เป็นครัวโลกได้ ถ้าเรามีการพัฒนาวิจัย ค้นคว้า ที่ได้รับงบประมาณจากภาครัฐที่เหมาะสม พลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือว่าแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) แทนน้ำมัน น้ำมันเองเราจะต้องตามราคาจากเพดานราคาของต่างประเทศ ซึ่งเราก็ตาม ไม่ทันอยู่แล้ว เราก็จะต้องเป็นเบี้ยล่างเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นครัวไทย พลังงานทดแทน หรือสมุนไพรไทย สมุนไพรไทย มีสมุนไพรอยู่ตัวหนึ่งที่น่าเสียดายมาก ก็คือต้นเปล้าน้อย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่วิเศษของไทยเรา แก้โรคกระเพาะ แต่ท่านทราบไหมคะว่าประเทศญี่ปุ่น เขานำไปจดลิขสิทธิ์เป็นของเขาไปแล้ว ทำไมล่ะคะ ทำไมมันน่าเสียดายขนาดนั้น แล้วประเทศญี่ปุ่นเองเขาปลูกไม่ได้ เขาจะต้องมาปลูกที่ประเทศไทย เขามาปลูก ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๓,๐๐๐ ไร่ แล้วก็ส่งออกไปขายต่างประเทศ ทำไมเราต้องให้เขามาใช้ วัตถุดิบที่มีค่าของเรา แล้วก็จดลิขสิทธิ์เป็นของเขาไปเลย น่าเสียดายค่ะ ดิฉันดูจากนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อสภา ไม่ว่าจะเป็นพันธกิจทางด้านการพัฒนาคุณภาพคน เทคโนโลยี นโยบายทางด้านสังคมและคุณภาพชีวิตนโยบายทางด้านการศึกษา การปฏิรูปครู นโยบายทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม ท่านพูดเอาไว้เช่นนี้ว่า เร่งพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ โดยพัฒนาความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตประจำวันให้ทัดเทียมกับการพัฒนาระดับนานาชาติ

อีกข้อหนึ่ง เร่งพัฒนานักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและครูทางด้านวิทยาศาสตร์ ให้พอเพียงต่อความต้องการของประเทศ

อีกข้อหนึ่งก็สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน

นโยบายเหล่านี้ท่านเขียนไว้สวยหรูมากเลยนะคะ แต่ว่าท่านประธานคะ ท่านบอกว่าท่านจะพัฒนาคน บุคลาการ มนุษย์ให้ทัดเทียมนานาชาติ แต่งบประมาณที่ได้นี่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศนั้น ดิฉันไม่ทราบว่าจะไปทำอะไรได้นะคะ แสดงว่า ท่านไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงเอาไว้ต่อสภาแห่งนี้ ถ้าท่านบอกว่าท่านอยากจะทำให้ทัดเทียมนานาประเทศ ดิฉันคิดว่าท่านจะต้องทุ่มเท งบประมาณให้อีก ๑๐ เท่า ในงบประมาณวิจัยและค้นคว้าตัวนี้นะคะ เพื่อทำให้กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ของเรานั้นเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ สามารถที่จะยืนอยู่บนขา ของตนเองได้นะคะ เป็นคลังสมองของประเทศ ไม่ใช่เน้นแต่วัตถุนิยมนะคะ แต่ว่า ขาดคุณธรรมประจำใจ อย่าเข้าใจผิดนะคะว่าการให้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตให้กับเด็ก ป. ๑ นั้น สิ่งนั้นไม่ใช่การพัฒนาคนนะคะ แล้วดิฉันเองเห็นว่างบประมาณที่จำเป็นต่อการพัฒนา บุคลากรของประเทศ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์นั้นท่านไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่ท่านไปให้ ความสำคัญกับงบประมาณที่ไม่ได้จำเป็นอีกหลาย ๆ โครงการด้วยกันนะคะ ดิฉันขอให้ท่าน จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการและความเหมาะสมของการพัฒนาบริหารประเทศ อย่างน้อยก็ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ดีแต่โม้นะคะ แต่ต้องทำให้ได้จริงด้วยนะคะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการชี้แจง ให้ท่านสุรเชษฐ์ก่อนได้ไหม แล้วท่านวิรัชชี้แจง

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า เดี๋ยวมันจะข้ามเลยไปครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนประเด็นนิดเดียวนะครับ ในส่วนของที่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านวัชระ เพชรทอง ได้อภิปรายในส่วนเรื่องการซื้ออาวุธให้กับกรมป่าไม้แล้วก็มี ในรายละเอียด ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่าในตอนที่มีการแปรญัตติทุกหน่วยงาน เขาก็ขอเสนอกันมาทั้งหมดโดยผ่านไปทางคณะรัฐมนตรี แล้วก็ส่งมายังคณะกรรมาธิการ แล้วคณะกรรมาธิการก็มาพิจารณาว่าอะไรที่มีความจำเป็น ผมอยากเรียนอย่างนี้นะครับว่า ต้องดูในเล่มที่ ๔ รายการเพิ่มและเปลี่ยนแปลง ไม่มีครับ ที่จะซื้ออาวุธให้กับในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธุ์พืช ไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ขอชี้แจงในเบื้องต้น

ส่วนในเรื่องอื่น ๆ เดี๋ยวตัวท่านประธานคณะกรรมาธิการก็จะมาชี้แจงนะครับ ก็เลยขออนุญาตชี้แจงในช่วงนี้ก่อน เพราะเดี๋ยวมันจะข้ามผ่านไป เพราะท่านวัชระ เพชรทอง บอกว่าเดี๋ยวจะไปเกี่ยวกับเรื่องวังน้ำเขียวอะไรอีก ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงเบื้องต้นไว้ก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรเชษฐ์ เชิญครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ สงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๓ ว่าด้วยงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งจากการพิจารณาที่รัฐบาลขออนุมัติในการใช้งบประมาณปีนี้นั้นเห็นว่าความจำเป็น ที่ขออนุมัติจากสภาแห่งนี้บางโครงการนั้นเนื่องจากว่าเงื่อนไขระยะเวลาที่เรามีเหลืออยู่ในปี ๒๕๕๕ คิดว่าก็คงไม่เกิน ๖ เดือน หรือ ๗ เดือนเท่านั้น ทีนี้มาพิจารณาดูแล้วการจัดสรร งบประมาณของรัฐบาลปีนี้เป็นงบขาดดุล ซึ่งรายจ่ายเกินกว่าที่ประเทศของเรานั้นได้รับ เพราะฉะนั้นรายจ่ายที่ทางรัฐบาลขออนุมัติโครงการต่าง ๆ ผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้พิจารณาในรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะจากการที่พิจารณาผ่านมาร่วม ๒ เดือนเศษนั้นงบประมาณต่าง ๆ และโครงการต่าง ๆ ที่ปรับลดผมคิดว่ายังไม่สอดคล้องกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่กระทบมากที่สุดก็คือปัญหา ทางภัยธรรมชาติที่รัฐบาลเองก็ทราบดีว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาในปีนี้นั้นมากสุดที่จะ เยียวยาได้ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามที่จะใช้งบประมาณที่อ้างว่าที่จะใช้ในเรื่องของ การเยียวยาหรือฟื้นฟูก็สุดแล้วแต่ แต่การไปจัดสรร ไปจัดทำนั้นในลักษณะที่เราไม่สามารถ ที่จะไว้วางใจได้เลยว่าที่ขอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าไล่ตามมาตรา เรียงมาตราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงบกลางหรือว่างบตามกระทรวงต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะคลาดเคลื่อนหรือไม่สมดุล กับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ปัญหาของประเทศในขณะนี้เราก็ทราบดีว่าในด้านของ เศรษฐกิจนั้นเป็นสิ่งที่ลำบากใจสำหรับผู้บริหารที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาในสภาพ ที่คล่องตัว ในด้านสังคมเราก็ทราบว่าจากภาวะภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นยากที่จะเยียวยา รักษาจิตใจของคนไทยที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีวิธีการ มาตรการ อย่างไร แต่เท่าที่ฟังจากผู้อภิปรายหรือสมาชิกของสภาแห่งนี้ได้อภิปรายนั้นล้วนแล้วไม่สามารถ ที่จะเยียวยาได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเตรียมงบประมาณในเรื่องของการเยียวยา เราก็ทราบว่าสภาพปัญหาจิตใจของคนไทยในขณะนี้ยากเหลือเกินครับที่จะรักษาได้ แต่แผนงานและโครงการที่รัฐบาลได้เตรียมไว้ก็ล้วนแล้วเป็นแผนงานและโครงการที่ไม่มี รายละเอียด เราไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่าโครงการต่าง ๆ หรือว่างบประมาณต่าง ๆ ที่เตรียมไว้มันจะไปตามที่พวกเราคาดคิดหรือไม่ หรือพวกเราที่คาดการณ์ได้ไหมว่ามันจะไป แก้ถึงปัญหาที่พี่น้องประชาชนประสบหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้แถลงไว้ในนโยบาย ๘ ด้าน แล้วก็ข้อ ๑ ใน ๘ ด้านเป็นโครงการ เป็นนโยบาย ที่เร่งด่วน ที่จะต้องดำเนินการถึง ๑๖ เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าในเรื่องของนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการ ตัวอย่างเช่นในโครงการของการปรองดองของคนในชาติ อันนี้ก็มีความจำเป็นและสำคัญ แต่ในภาวะอย่างปัจจุบันนี้พวกเราก็ทราบว่าปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นที่พี่น้องประชาชนและ คนต่างชาติไม่ค่อยจะเชื่อมั่นในประเทศของเราก็คือปัญหาการเมือง ไม่ทราบว่าจะมีแนวทางอย่างไร ที่จะเกิดความเชื่อมั่นในเรื่องของการปรองดองโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายการเมืองของเรา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรเชษฐ์ ท่านขอแปรไว้ตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านให้เหตุผล หน่อยได้ไหมครับ เพราะว่าท่านอารัมภบทไปผมยังไม่รู้เลยว่าท่านจะตัดด้วยเหตุผลอะไร ขอกระชับนิดหนึ่ง

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ก็คือว่า ๑. ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่วางไว้ แล้วก็ขออนุมัติงบประมาณที่ขอมา ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญไปแล้ว แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเงื่อนไขของเวลาในการที่จะบริหารงบประมาณก็ประมาณ ๗ เดือนเศษ งบประมาณ จำนวนก้อนโตขนาดนี้ ข้อที่ ๑ ก็คือว่า ผมไม่ไว้วางใจว่าจะบริหารทัน ข้อที่ ๒ ก็คือว่า นโยบายที่กำหนดไว้ไม่ตรงกับนโยบาย และที่กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาผมคิดว่ายังมี ข้อบกพร่อง เพราะฉะนั้นปัญหาว่างบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทเศษ การที่จะใช้ใน เงื่อนไขในระยะเวลาอันสั้นคงไม่เพียงพอ คงจะไม่ทันในการที่จะบริหารงบประมาณนี้ได้ ผมถึงขอแปรญัตติตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลนะครับ เพราะฉะนั้นที่ผมบอกว่าตามนโยบาย ที่ไม่สอดคล้องจากที่รัฐบาลได้กำหนดหรือว่าได้แถลงนโยบายไปแล้ว ๘ ด้านด้วยกัน แล้วก็ ๑ ใน ๘ ด้าน มี ๑๖ เรื่องที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในปีนี้ ไม่ว่าในเรื่องของ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็ไม่เห็น ในสาระสำคัญของรัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณว่า ปัญหาในเรื่องของยาเสพติดนั้นรัฐบาล มีแนวทางอย่างไรในการที่จะเอางบประมาณตัวนี้ไปใช้จ่ายเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะผม เห็นว่าปัญหายาเสพติดในขณะนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นอันดับหนึ่งที่สร้างปัญหาความ เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทุกหย่อมหญ้า ผมเองก็ต้องยอมรับว่าปัญหาในพื้นที่ของผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัด ก็ส่วนหนึ่งและเป็นหลักของปัญหาในการก่อให้เกิด ความไม่สงบ ก็คือยาเสพติด ทำไมรัฐบาลถึงไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ไม่วางงบประมาณให้กับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่รับผิดชอบ ดำเนินการขั้นเด็ดขาด วันนี้ผมก็ถาม ฝ่าย ป.ป.ส. เขาบอกว่างบประมาณไม่เพียงพอ ถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำไมไม่ดำเนินการ ในเรื่องของการปราบปรามอย่างเด็ดขาดเพราะไม่มีงบประมาณ ถามหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าเพราะงบประมาณ แต่เวลาของบประมาณเยอะแยะ แต่ไปดู ในรายละเอียดทำไมไม่ลงลึกไปในเรื่องของการแก้ไขและการป้องกันยาเสพติดล่ะ นี่ละครับ ส่วนหนึ่งที่ผมติดใจมากกับรัฐบาลแถลงนโยบายและการจัดสรรงบประมาณ ปีนี้ตั้งใจว่า เอาล่ะยาเสพติดเป็นปัญหาของวาระแห่งชาติ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ผลปรากฏ เป็นอย่างไรครับ แม้กระทั่งในเรือนจำ การซื้อขายก็สามารถสั่งได้ ซื้อได้ ขายได้ อย่างนี้ ถามว่ารัฐบาลคิดกับทำตรงกันไหม เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ นี่คือวาระเร่งด่วนที่รัฐบาล ได้กำหนดนโยบาย แล้วก็ปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลนั้นได้ของบประมาณ เพราะฉะนั้น งบประมาณที่รัฐบาลได้ขออนุมัตินั้นเป็นเงินงบประมาณหรือเป็นงบประมาณที่เกินกว่ารายได้ ประเทศที่ได้รับ เราถึงเรียกว่า งบประมาณขาดดุลอย่างไรล่ะ เพราะฉะนั้นเงินที่เกินจากที่รายได้ประเทศที่ได้รับมานั้นเอามาจากไหน ก็คือเงินกู้ เพราะฉะนั้นคุ้มไหมกับที่เรากู้เงินมาใช้จ่ายหรือเอามาบริหารงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่ายไม่มี เป้าหมาย ก็อยากให้ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการช่วยพิจารณาดูว่าการพิจารณาเที่ยวนี้ ของคณะของท่านได้ลงลึกในรายละเอียดของการพิจารณาที่ตามคำขอของฝ่ายบริหารที่ขอมา ว่ามีเหตุผลมีหลักการที่ยอมรับได้ เชื่อได้ท่านถึงได้อนุมัติ แต่ผมดูในรายละเอียดแล้วปรากฏว่า ที่ผมติดใจมากที่สุดก็คือปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะยาเสพติดดูแล้วไม่มี มีครับ มีกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่ตรงกับที่รับผิดชอบ ทีนี้ผมติดใจตรงที่ว่าการอนุมัติไปถ้าหากว่าเราไม่มี ตัวชี้วัดหรือไม่มีผลสัมฤทธิ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรเชษฐ์ ครับ ขณะนี้เรากำลังพิจารณาในวาระที่สอง ส่วนที่ท่านกำลังอภิปรายแสดงความคิดเห็นนั้น ยังอยู่ในวาระที่หนึ่ง ท่านก็ให้เหตุผลในการตัดแล้วว่า ท่านเป็นห่วงว่ารัฐบาลเมื่อเอางบประมาณ ไปใช้แล้วกลัวว่าจะใช้ไม่ทันตามกำหนดระยะเวลาในปีงบประมาณ อันนี้เป็นเหตุผลข้อที่ ๑ ที่ท่านกำลังอธิบายและให้โน้มน้าวท่านสมาชิกเพื่อที่จะให้คล้อยตามกับท่าน

เรื่องที่ ๒ ท่านกำลังอธิบายถึงเรื่องประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการ เรื่องยาเสพติด สิ่งที่ท่านกำลังอธิบายมันเป็นวาระที่หนึ่งเรื่องที่ท่านแสดงความคิดเห็น ผมขอความกรุณาอย่างนี้ เนื่องจากเราประชุมตั้งแต่สิบโมงเช้ามาจะถึงหกโมงเย็น ขณะนี้ ยังไม่ได้ผ่านในมาตรา ๓ ในประเด็นนี้ท่านไปพูดในกระทรวงยุติธรรมก็ได้ ผมขอความกรุณาว่า เหตุผลตัด ๑ ๒ ๓ อะไรเสร็จ เดี๋ยวท่านสมาชิกท่านอื่นท่านก็จะได้พูด แล้วเดี๋ยว ท่านกรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามว่า ประเด็นที่ท่านซักถามมากรรมาธิการได้สอบถามทาง รัฐบาลผู้มาชี้แจงไหมว่าในเรื่องยาเสพติดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ดีไหมครับ ทางฝ่ายผู้ชี้แจง เขาจะได้ชี้แจง ผมขอความกรุณาที่ขัดจังหวะท่าน ท่านอภิปรายดี แต่หมายความว่าอยากจะให้ อภิปรายในวาระที่สองว่าตัดเพราะอะไร ๒๐ เปอร์เซ็นต์

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานครับ จริง ๆ ถ้าหากว่า ผมปรับลดสัก ๒ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมพูดแค่ ๕ นาทีก็จบแล้ว เหตุผล ที่ผมปรับลดถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องมีเหตุผลรายละเอียดค่อนข้างที่จะมาก ไม่ใช่ว่าผม ใส่ตัวเลขลอย ๆ แล้วก็มาเพื่ออภิปรายเท่านั้น เอาละครับเมื่อท่านประธานท้วงติงเกี่ยวกับ เรื่องของรายละเอียดผมก็จะไม่ลงลึกในรายละเอียดว่า การที่ผมได้ให้เหตุผลไปแล้วนั้น ผมคิดว่าก็พอเป็นเหตุผลในการนำเสนอได้ว่า เนื่องจากว่างบประมาณก้อนใหญ่แล้วก็ ระยะเวลาในการบริหารจัดการผมคิดว่ามันก็ไม่สมดุล ซึ่งเป็นระยะเวลาที่จะบริหาร งบประมาณก็ไม่ยาวมากนัก พอหลังจากพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ แล้วเราก็ต้อง เตรียมตัวในการที่จะต้องพิจารณาปี ๒๕๕๖ ต่อไป เพราะฉะนั้นการที่ผมให้เหตุผลในการ พิจารณางบประมาณของปี ๒๕๕๕ ค่อนข้างที่จะลงลึกในรายละเอียดของการแก้ปัญหาเรื่อง ยาเสพติด ผมถือว่ามันเป็นวาระแห่งชาติ ในส่วนเหตุผลอื่น ๆ ผมคิดว่าผมก็คงจะไปให้ เหตุผลเรียงตามมาตราต่าง ๆ ที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ขอขอบคุณครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการ ครับ ผมจะให้ท่านถาวรพูดสักท่านหนึ่ง แล้วก็เดี๋ยวท่านยุทธพงศ์กับคุณหมอชลน่าน ค่อยชี้แจงนะครับ เพราะผมเห็นท่านถาวรมารอตั้งแต่บ่ายโมงแล้วน่าเห็นใจท่านอยู่ ท่านไม่ได้ออกไปทานข้าวเลย ท่านประท้วงอะไร เชิญครับ เดี๋ยวให้ท่านถาวรเสร็จก่อน ค่อยประท้วง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

สั้น ๆ ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมสังเกตเห็นการทำงานของท่านเจริญ จรรย์โกมล ในฐานะประธานสภานะครับ ท่านทักท้วงสมาชิกฝ่ายค้านทุกคน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วง ผมเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมกำลังจะอธิบายให้ท่านฟังว่า ผมจับข้อสังเกตจากท่าน ท่านขึ้นเวทีทีไรท่านดักคอสมาชิก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมผิด ข้อบังคับข้อไหนครับ เชิญครับ อธิบาย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านทำให้บรรยากาศของการประชุม เสียไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันไม่มี ในข้อบังคับบรรยากาศเสียไป นั่งลง นั่งลง นั่งลงครับ ไม่ละครับ นั่งลง ผมจะอธิบายท่าน นั่งลงก่อน แม้แต่ท่านอะไรที่อยู่จังหวัดสมุทรปราการผมก็ทักท้วงเหมือนกัน ท่านอยู่จังหวัด สมุทรปราการพอท่านพูดไปนะครับ อันนี้วาระที่สองผมก็ทักท้วงท่านบอกว่าช่วยกรุณาพูด ให้เข้าประเด็น แต่ผมจะไม่บอกว่าให้เข้าประเด็น บอกว่าวาระที่สองท่านตัดด้วยเหตุผลอะไร ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน ผมเห็นแม้กระทั่งท่านอาคม ท่านวิทยา ท่านพูดดีมาก วันนี้โดยเฉพาะท่านกรณ์ ท่านอะไรท่านพูดดี แต่เนื่องจากท่านพูด พูดในทำนองว่าเป็นวาระที่หนึ่ง ผมก็ต้องทักท้วงในฐานะประธานเท่านั้นเอง ซีกนี้ผมก็เหมือนกัน ถ้าออกนอกประเด็นผมก็จะ ทักท้วง เชิญท่านถาวรนานแล้ว

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวัชระ ประท้วงใช่ไหม เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สมาชิกยังไม่ได้พูดท่านก็วินิจฉัยแล้วว่าประท้วง จริง ๆ แล้วกราบเรียนท่านประธานผมขอใช้สิทธิ พาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง หวังว่าท่านประธานคงอนุญาตนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใช้สิทธิ พาดพิงใช่ไหม

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใครพาดพิง ท่านล่ะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านอดีตรัฐมนตรีวิรัช รัตนเศรษฐ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพาดพิงว่าอย่างไร เชิญครับ ท่านเสียหาย ถ้าท่านเสียหายผมจะให้พูด เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นด้วยความเคารพในการวินิจฉัยของท่านประธานโดยตลอด แล้วท่านประธานก็มักจะมีไหวพริบปฏิภาณที่เร็วกว่าสมาชิกเสมอ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่ายอประธานมากนะครับ เอาที่ท่านพาดพิงท่านนะครับว่าพาดพิงอย่างไร

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้ยอท่านประธาน แต่ผม กราบเรียนท่านประธานว่าท่านอย่าเพิ่งคิดก่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานในฐานะลูกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชรุ่นพี่ แล้วผมในฐานะรุ่นน้อง แต่คนละอุดมการณ์ ท่านประธานครับ ที่ท่านกรรมาธิการวิสามัญ ท่านอดีตรัฐมนตรีวิรัช รัตนเศรษฐ ได้ชี้แจงถึงงบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชว่าไม่ได้มีการจัดซื้ออาวุธปืนมูลค่า ๑๐๐ ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบว่าในเอกสาร การเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สมุดปกขาวเล่มนี้ที่แจก แก่คณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกท่านนั้น ในหน้า ๔๔ ด้วยความเคารพท่านอดีต รัฐมนตรีวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งท่านได้ลุกขึ้นชี้แจงแล้วผมเห็นว่าในลายลักษณ์อักษร ที่ปรากฏในปกขาวเล่มนี้หน้า ๔๔ บรรทัดที่ ๑๒ สั้น ๆ ครับ คือค่าครุภัณฑ์อาวุธ ๑๐๐,๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมด้วยความเคารพขอคำอธิบายจากท่านกรรมาธิการวิสามัญว่า ท่านได้อนุมัติหรือไม่ ถ้าไม่ได้อนุมัติก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าท่านอดีตรัฐมนตรีวิรัชชี้แจงว่าไม่ได้ อนุมัติ แต่บังเกิดว่าอนุมัติไปพี่น้องชาววังน้ำเขียว พี่น้องคนจนตามป่าต่าง ๆ ทั่วประเทศ จะคิดอย่างไร ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านวัชระเมื่อท่านใช้สิทธิตามข้อบังคับท่านชี้แจงไปแล้วนะครับ อันนี้ผมให้ท่านชี้แจงแล้ว นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ที่จริงถ้าท่านประธานไม่พูดผมจบแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ไม่ได้นะครับ ตามข้อบังคับเมื่อท่านถูกพาดพิงท่านเสียหายผมก็ฟังดู แต่ไม่ใช่ว่าลุกขึ้นมา พาดพิงแล้วมาถามกันอย่างนี้มันไม่ใช่ เมื่อท่านใช้สิทธิพาดพิงผมก็ให้ใช้สิทธิแล้วก็พอแล้ว นะครับ เดี๋ยวท่านถาวรนั่งตั้งแต่บ่ายโมง น่าเห็นใจท่านนะ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมเคารพท่านประธานครับ ผมพอแล้วครับ กราบขอบพระคุณมากท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านถาวรครับ เดี๋ยวให้ท่านกรรมาธิการก่อนจะได้เข้าใจกัน เชิญครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมต้องเรียนท่านผู้มีเกียรติอย่างนี้นะครับว่า ในส่วนเอกสารที่เวลาหน่วยงานเวลาเขา เสนอมา เขารวบรวมทุกหน่วยงานครับ เป็นยอดประมาณถ้าจำตัวเลขไม่ผิดประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของคณะกรรมาธิการเราก็มาพิจารณาว่าในส่วนไหนที่มีความ จำเป็นที่จะต้องให้ก่อนหรือที่จะเป็นลำดับสำคัญ ลำดับรองกันมา แล้วยิ่งถ้าเผื่อเกิดเป็นเรื่อง อาวุธปืนท่านประธานก็คงทราบครับว่า ในตอนช่วงนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็พยายาม ดูแลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องปรองดองสมานฉันท์ การที่จะจัดซื้ออาวุธหรืออะไรต่าง ๆ นั้นก็คงจะ ไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการก็พิจารณาอย่างละเอียดครับ ไม่มีครับ ท่านต้องดู ในเล่มนี้ครับ เล่มที่ ๔ รายการเพิ่มและเปลี่ยนแปลง เล่มนี้เล่มเดียวครับ เล่มนั้นจะใช้ได้ ตอนที่ส่งมาให้คณะกรรมาธิการพิจารณา พอหลังจากที่ส่งมาแล้วเล่มนั้นจะไม่มีการใช้เลย ครับ จะใช้เล่มนี้ตลอดไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านถาวรครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ หลายคนกำลังสอบถาม ๖๓ ท่าน ซึ่งเป็นตัวแทน ของพวกเราที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญดูแลเงินงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทแทนพวกเราในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ บางประเด็นก็ได้มี โอกาสได้ตอบแล้ว หลายประเด็นยังไม่ได้ตอบ เพราะเนื่องจากเงินดังกล่าวนี้เป็นเงินของ พี่น้องประชาชน ผมได้แปรญัตติตัดงบประมาณภาพรวมทั้งหมด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ มาตรา ๓ ครับท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงว่าขณะนี้ประเทศไทยของเรามีปัญหา ใหญ่ๆ อยู่ ๓ ปัญหา

ปัญหาแรก ก็คือปัญหาความแตกแยกของพี่น้องประชาชนที่มีความคิดทาง การเมืองที่แตกต่าง และนำไปสู่การใช้หลักนิติรัฐที่ค่อนข้างจะหย่อนยานและรวมไปถึง คำนึงถึงหลักนิติธรรมว่ามีหรือไม่ นั่นคือปัญหาที่ ๑

ปัญหาที่ ๒ ก็คือภัยพิบัติหรือที่เรียกว่าภัยธรรมชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่งตั้งแต่ เชียงใหม่จนถึงสุไหงโก-ลก จากฝั่งตะวันออกถึงฝั่งตะวันตกเราได้รับภัยพิบัติพอ ๆ กัน นี่คือ เป็นปัญหาที่ ๒ ที่พี่น้องประชาชนกังวลอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้

ปัญหาที่ ๓ คือการทุจริตครับท่านประธานครับ สำรวจทุกครั้งใจหาย น่าตกใจอย่างยิ่งที่เยาวชนเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าทุจริตได้ขอให้มีผลงาน แต่สำรวจ ครั้งสุดท้ายจากมหาวิทยาลัยชื่อดังบอกว่าประชาชนกังวลเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับ การทุจริตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลได้พยายามจัดเงินงบประมาณปีนี้ก็ เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ผมจะใช้เวลา ๑๐ นาที พูดถึงเรื่องปัญหาเร่งด่วนนั่นคือภัยพิบัติที่รัฐบาลจัดเงินงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา โคราช น้ำท่วม ได้จัดทำการศึกษาเพื่อเอาเป็นโครงการต้นแบบ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลได้จัดเงิน งบประมาณให้กับโคราชหรือยัง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำท่วม รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สั่งให้ ข้าราชการศึกษาเพื่อนำไปสู่การจัดเงินงบประมาณให้ทำการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการและ ยั่งยืน จัดให้หรือยัง หาดใหญ่ครับ ผมรับผิดชอบเป็น ผอ. ศูนย์การแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มเมื่อปีที่แล้ว หลังจากภัยพิบัติจบ ผมได้แต่งตั้งกรมชลประทานและ กรมโยธาธิการและผังเมือง ปรากฏว่าได้ทำการศึกษาไว้ในระดับหนึ่ง ก็คาดหวังว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วเราจะได้มาทำเงินงบประมาณเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ต่อ ปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นอันจบไป คำถามที่อยากจะถามคณะกรรมาธิการก็คือ การดำเนินการ แปรญัตติหรือศึกษาหรือซักไซ้ไล่เลียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่าง ยั่งยืนและบูรณาการนั้น ท่านได้ดำเนินการหรือไม่ ผมขอยกตัวอย่างสักเรื่องครับ ท่านประธานครับ ถามไปยังคณะกรรมาธิการว่า เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริกับนายจาริย์ ตุลยานนท์ อธิบดีกรมชลประทาน นายสุเมธ ตันติเวชกุล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ขนาดสวนจิตรลดา โดยให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาบรรเทาอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วยการขุดลอกคลองระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อแบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ถึงปี ๒๕๓๒ รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้จัด เงินงบประมาณให้ในการขุดลอกคลองธรรมชาติ ๔ สาย ระยะทางทั้งหมด ๔๖ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ช่วงวันที่ ๒๒-๒๓ พฤศจิกายน ปี ๒๕๔๓ เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ วันที่ ๔ ธันวาคม ปี ๒๕๔๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสต่อคณะบุคคล ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย เกี่ยวกับอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สรุปความว่า เมื่อวันที่ ๒๒-๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ มีน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ มีความเสียหายหลายพันล้านบาท ซึ่งถ้าได้ทำตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ที่ลงทุนนั้น จะได้รับคืนมาหลายเท่าตัว สืบเนื่องจากคราวนั้น ต่อมาวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๓ รัฐบาล ชวน หลีกภัย ๒ ได้มีมติให้จัดเงินงบประมาณเพื่อขุดลอกคลองขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม คลองที่ทำการขุดและสามารถใช้ได้จนถึงทุกวันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ นั่นคือ คลองระบายน้ำที่ ๑ พร้อมอาคารประกอบ คลองระบายน้ำ ร ๓ ร ๔ ร ๕ ร ๖ และทำ ประตูระบายน้ำที่คลองต่ำและคลองวาด นอกจากนั้นรัฐบาลชวน ๒ ยังทำอ่างเก็บน้ำคลองโตนงาช้าง คลองต่ำ คลองตง คลองรำ คลองหล้าปัง และคลองเวียง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้สามารถ ระบายน้ำออกจากหาดใหญ่ได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ท่านประธาน ครับเมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมหาดใหญ่ น้ำไหลเข้าหาดใหญ่ถึง ๑,๙๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โครงการที่ทำไว้ในยุคชวน ๒ นั้น ปรากฏว่าไม่สามารถรองรับได้ ผมจึงได้ดำเนินการศึกษา เรื่องนี้ โดยให้กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการศึกษาเพื่อจัด งบประมาณปีนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่บอกว่าจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ อาจจะ นับรวมไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ โคราช และจังหวัดอื่น ๆ ด้วย แต่ปรากฏว่าไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้ทำหน้าที่แทนพวกเรา แทนพี่น้องประชาชนได้ดำเนินการในการซักไซ้ไล่เรียง ฝ่ายข้าราชการและรัฐบาลให้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนนี้หรือเปล่า เมื่อ ๒-๓ วันที่ ผ่านมาน้ำท่วมหาดใหญ่อีกครับ รัฐบาลอาจจะยังไม่ลงไป แต่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้ลงไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจัดเงินงบประมาณ เพื่อขอทางรัฐบาลและฝากไปยังคณะกรรมาธิการช่วยดูให้ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพ การระบายน้ำของคลองต่าง ๆ ซึ่งทำเอาไว้ตามแนวพระราชดำริ โดยขอเงินงบประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยากฝากถามไปถึงท่านประธาน ถามไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านได้สนใจ เรื่องนี้ไหม หรือเท่าที่จัดเงินงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องนี้มาประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีแต่ภาพรวมโดยไม่คำนึงถึงเฉพาะถิ่นเฉพาะที่เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงอย่างยั่งยืน นั่นคือเรื่องที่หนึ่งครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องเร่งด่วน นั่นคือเรื่องของความแตกแยกและการบังคับใช้ กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมไม่อยากกระทบกระทั่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่กรม บางกรมหน่วยงานบางหน่วยงานทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรจะรับเงินงบประมาณไป สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาประมาณ ๖ เดือนมานี้ มีบุคคล กลุ่มหนึ่ง ๓,๙๕๓ คน ได้ร่วมกันกล่าวโทษนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวก ว่าปฏิบัติ ผิดกฎหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งถ้าสืบสวนสอบสวน แล้วจะผิดหรือถูกก็ดุลยพินิจของฝ่ายยุติธรรม จะฟ้องหรือไม่ฟ้องอีกเรื่องหนึ่ง แต่พวกเรา ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมต้องยอมรับความจริงว่าประเทศจะเจริญได้นั้นกระบวนการ ยุติธรรมจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดูไปที่ญี่ปุ่น ดูไปที่เกาหลี หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์ ท่านประธานครับ ประธานาธิบดีกำลังถูกดำเนินการ ท่านยิ่งลักษณ์จะผิดหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่กระบวนการสอบสวนจะต้องเร่งทำอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็น ธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และพี่น้องประชาชนที่กล่าวโทษด้วย ถ้าทำงานไม่มีประสิทธิภาพก็ควรจะตัดเงินงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ออกไป เพื่อให้เป็น เยี่ยงอย่างแก่ส่วนราชการอื่น คำกล่าวโทษดังกล่าวอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายเลขแดง ที่ ๑/๒๕๕๓ ในคำกล่าวโทษนี้ระบุว่า ระหว่างที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๔ หุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับสัญญาโทรคมนาคมกับรัฐกว่า ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของพันตำรวจโท ทักษิณ และภรรยา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฐานเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐและยังคงถือไว้ซึ่งสัญญาสัมปทาน ส่วนคำคัดค้านของนางสาวยิ่งลักษณ์และ พวกว่าหุ้นชินคอร์ปจำนวนดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเพราะได้ซื้อมาจากพันตำรวจโท ทักษิณ นั้น ศาลฟังว่าเป็นความเท็จ เป็นการสมคบใช้ชื่อถือแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ศาลฎีกา ๙ ท่านครบองค์คณะวินิจฉัยยึดทรัพย์ของ ฯพณฯ ทักษิณ โดยฟังว่าท่านยิ่งลักษณ์ ให้การเท็จ นี่คือคำกล่าวโทษ โดยกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย แจ้งธุรกรรมขายหุ้นชินคอร์ป เป็นเท็จ กล่าวโทษว่าแจ้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นประจำปีเป็นเท็จ กล่าวหาว่ามีหนังสือชี้ชวน เสนอขายหลักทรัพย์เป็นเท็จ และที่สำคัญก็คือให้ปากคำอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกา คำพิพากษา ศาลฎีกาต้องยุติ ทุกส่วนจะต้องฟังได้ยุติตามนั้น อยากจะถามไปยังท่านคณะกรรมาธิการว่า คราวที่เรียกกระทรวงยุติธรรมมาซักถาม กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตอบเรื่องนี้ถึง ประสิทธิภาพการทำงานในการสอบสวนเรื่องนี้เพียงใด ๖ เดือนแล้วควรจะได้ยุติ ถ้าไม่ผิด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะได้พ้นมลทิน ถ้าผิดกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองก็จะได้เดิน ต่อไป ขอให้คณะกรรมาธิการได้ตอบด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการตอบครับ ท่านยุทธพงศ์ ท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง จะตอบก่อนใช่ไหม เชิญครับ

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะ กรรมาธิการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่าน จะตอบในฐานะรัฐมนตรีหรือกรรมาธิการครับ เขาถามกรรมาธิการครับ

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กรรมาธิการ

ในฐานะกรรมาธิการครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในฐานะ กรรมาธิการนะครับ เชิญครับ

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้อภิปรายในประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ ในแง่ของภาพรวมของการทำ งบประมาณ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าผมสมควรที่จะชี้แจงครับ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความ เข้าใจผิดต่อสาธารณะ

ประเด็นแรก ครับท่านประธาน มีผู้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของการ จัดเก็บรายได้ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ของทางรัฐบาล ซึ่งได้ตั้งเป้าเอาไว้ ๑.๙๘ ล้านล้านบาทนั้นว่าอาจจะมีความยากลำบาก อาจจะไม่น่าจะเป็นไปได้ ในประเด็นนี้ ท่านประธาน ผมขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้ครับว่า ต้องยอมรับนะครับว่าภาวะเหตุการณ์ มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้การจัดเก็บรายได้ของทางรัฐบาลในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ เป็นเรื่องที่ท้าทายทีเดียวนะครับ แต่อย่างไรก็ดีครับ ตามข้อมูลที่มีอยู่ในมือขณะนี้รายได้ของ รัฐบาลสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้น ก็คาดว่าจะยังสามารถจัดเก็บได้ตามที่ประมาณการไว้ โดยมีเหตุผล ๔-๕ ประการด้วยครับท่านประธาน

ประการแรก ถ้าดูการเก็บจริง ถึงแม้จะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติมหาอุทกภัยแล้ว ก็ตาม ใน ๒ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๕ คือช่วงเดือนตุลาคมแล้วก็ช่วง เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ นั้น รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้สุทธิ ๒๖๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ สูงกว่าประมาณการประมาณ ๒,๘๓๗ ล้านบาท หรือสูงกว่าร้อยละ ๑.๑ นอกจากนี้ การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจก็สูงกว่าประมาณการครับ สูงกว่าประมาณการนั้นประมาณ ๔,๕๐๐ ล้านบาทเศษ

ประการที่ ๒ การดำเนินการในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจในการเยียวยา ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ในการที่จะทำให้พวกธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งการผลิตสะดุดไป ชั่วคราวนั้นกลับคืนเข้ามาอยู่ในภาวะปกติโดยเร็วที่สุดนั้นทางรัฐบาลได้มีมาตรการดำเนินการ หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยให้กับประชาชนที่ได้รับความ เสียหายโดยตรง ในการที่จะเปิดให้ธุรกิจมีการนำเข้าเครื่องจักร แล้วก็อุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อที่จะเอามาใช้ประกอบการผลิต แล้วรวมทั้งมีการจัดสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำในรูปแบบ ต่าง ๆ นั้นให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นเป็นที่คาดได้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๕ นั้น ก็ยังจะอยู่ในอัตราที่สูง เวลานี้ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจตลอดปีปฏิทิน ๒๕๕๕ นั้น ยังอยู่ในเป้าหมายที่จะขยายอัตราร้อยละ ๕ ที่นักวิเคราะห์แล้วก็สมาชิกบางท่าน อาจจะมีข้อกังวลผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจซึ่งเกิดขึ้นในไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๕๔ นั้น อันนี้อาจจะมี แต่ต้องอย่าลืมว่าสำหรับปีงบประมาณนั้น ไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๕๔ นั้น เป็นเพียงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ยังมีอีก ๓ ไตรมาสของปีงบประมาณในปี ๒๕๕๕ เหลืออยู่ ซึ่งกระบวนการฟื้นฟูอัดฉีด แล้วก็เยียวยาต่าง ๆ ของภาครัฐบาลนั้นย่อมจะมีผล ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศแล้วทำให้ส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีในอันดับต่อไป อยากจะเรียนให้ทราบอีกว่าในแง่ของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ตั้งเป้าไว้สำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้น ภาษีเงินได้นิติบุคคลส่วนใหญ่จะมีการจ่ายในไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๕๕ ซึ่งจะเป็น ภาษีจากผลการดำเนินการของปี ๒๕๕๔ ปีปฏิทินนะครับ ซึ่งผลประกอบการในช่วงไตรมาส ๑ ๒ ๓ ของปี ๒๕๕๔ นั้น ถ้าดูผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ก็ดี ของสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็ดีเราก็จะพบว่าขยายตัวอยู่ในอัตราที่สูงมาก เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าจะมีบางรายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๔ ไปบ้าง ก็คาดว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ที่เป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าใดนักครับ นอกจากนี้บริษัทที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรงนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน แล้วก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่แล้ว

อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ทางรัฐบาลนั้นได้เอื้ออำนวยให้บริษัท ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถที่จะผลิตสินค้าบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องยานยนต์นี้นะครับ สามารถที่จะนำเข้ายานยนต์ในรูปแบบเดียวกัน ในจำนวนที่ทดแทนการผลิตที่ยุติไปนั้น เข้ามาได้เป็นการชั่วคราว ไม่ใช่เฉพาะยานยนต์ แต่ว่าจะให้มีการนำเข้าชิ้นส่วนได้ด้วย เพราะฉะนั้นกระบวนการจำหน่าย แล้วก็กระบวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ ต่าง ๆ นั้นก็น่าจะอยู่ในระดับที่เท่าเดิมครับ ผมขออนุญาตเรียนย้ำนะครับท่านประธานว่า กระบวนการทำงานของรัฐบาลที่มีการเร่งรัดให้มีการฟื้นฟูกิจการต่าง ๆ ให้โรงงานต่าง ๆ นั้น มีการเร่งรัดในเรื่องของการผลิตกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดนั้นย่อมจะมีผลทำให้ กระบวนการในการจัดเก็บรายได้ของทางรัฐบาลนั้นยังเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อยู่

ในเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน อันนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า อันนี้เป็นเรื่องของ หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งมีสมาชิกบางท่านได้กรุณา อภิปรายแสดงข้อกังวลครับ แสดงข้อกังวลว่าหนี้อันนี้นะครับ รัฐบาลเตรียมแผนที่จะเอาไป ซุกซ่อน รัฐบาลเตรียมแผนที่จะเอาไปหลบเอาไว้ในงบดุล ในบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือไม่ เพื่อที่จะเอื้ออำนวยให้รัฐบาลสามารถที่จะกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นมาได้ ผมต้องขออนุญาต เรียนเหตุผลที่เรื่องนี้กลับเข้ามาอยู่ในที่สนอกสนใจของท่านสมาชิกสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เรามีอุทกภัยครั้งใหญ่ แล้วก็เมื่อเราเดินไปข้างหน้า ในอนาคต เรามีความจำเป็นจะต้องมีการฟื้นฟู มีการเยียวยา มีการลงทุน ทั้งในโครงสร้าง พื้นฐานต่าง ๆ ระบบในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ระบบในเรื่องของการบริหารจัดการ กระบวนการขนส่ง ระบบในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ แล้วก็กระบวนการผลิต อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องเรียนท่านประธานตามตรงว่ามันจะต้องมีการลงทุนครับ ตรงนี้ ผมจะไม่ปฏิเสธว่าในระยะต่อไปนั้นรัฐบาลจำเป็นจะต้องมีกระบวนการลงทุนเพื่อที่จะบริหาร จัดการประเทศให้ดีขึ้นนะครับ โดยใช้เงินจำนวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นคงจะต้องมีความจำเป็น ที่จะต้องมีการกู้ยืมเพิ่ม อยากเรียนท่านประธานครับว่าการที่รัฐบาลจะกู้ยืมเงินเพิ่ม ถ้าหาก ดำเนินการได้ถูกต้อง ถ้าหากดำเนินการในลักษณะที่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายครับ ท่านประธาน โดยมีหลักอย่างนี้ครับท่าน มีหลักที่ว่าเงินที่กู้ยืม แล้วก็ระดับการเป็นหนี้ของ รัฐบาลนั้นก็ควรจะอยู่ในระดับที่พอเหมาะพอสม ระดับที่สมควร ระดับที่ไม่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับรายได้ของประเทศนะครับ

ประการที่ ๓ การที่เรามีหนี้เพิ่มนั้นนะครับ ถ้าเราเอาไปเพื่อที่จะไปสร้าง ระบบ เพื่อที่จะทำให้การทำมาหากินของประเทศ การสร้างรายได้ประชาชาติของประเทศ ของเรานั้นสามารถดำเนินการได้ไปข้างหน้าอย่างมีความยั่งยืน อย่างมีความเชื่อมั่น ถ้าเป็น ลักษณะอย่างนี้ อันนี้เป็นเรื่องที่การกู้ยืมเงินไม่ได้เกิดความเสียหายครับ

ประการที่ ๔ เราคงจะต้องดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าการเอาเงินที่กู้ยืมเข้าไปนี้ ลงทุนโครงการต่าง ๆ นั้นเป็นไปอย่างคุ้มค่า คุ้มค่าทั้งทางเศรษฐกิจ คุ้มค่าทั้งทางสังคม และที่ประการสำคัญก็คือว่าเงินที่มีการกู้ยืม แล้วเอาไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ นั้น จะต้อง ดำเนินการให้มันเกิดผลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จะต้องไม่มีการทุจริต จะต้องไม่มี การฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ถ้าถามว่าเวลานี้ระดับเงินกู้ ระดับหนี้ของประเทศซึ่งมีสัดส่วนอยู่ ประมาณร้อยละ ๔๐ ของรายได้ประชาชาตินั้น เวลานี้มันสูงหรือเปล่า มันสูงเสียจนรัฐบาล จำเป็นจะต้องพยายามที่จะเอาหนี้บางส่วนไปซุกไปซ่อนไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือไม่ เรียนได้เลยครับท่านประธาน อัตราหนี้ต่อรายได้ประชาชาติของประเทศไทยในอัตรา ร้อยละ ๔๐ นั้นเป็นอัตราที่ยังต่ำมากครับท่าน อัตราที่ยังต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป แต่ว่าประเด็นเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเด็นอยู่ที่ว่าหนี้ที่ยังค้างอยู่ซึ่งเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนฟื้นฟู ๑.๑ ล้านล้านบาทนั้น มันจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันครับท่านประธาน ผมขออนุญาต เท้าความนิดหนึ่งครับว่าหนี้ ๑.๑ ล้านล้านบาทนั้นมันเกิดขึ้นมาจากอะไร ท่านคงจำได้ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเกิดวิกฤติ วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของเอเชียแล้วก็ของประเทศไทย รัฐบาล ในขณะนั้นเข้าไปดูแลผู้ฝากเงินครับ รัฐบาลในขณะนั้นเข้าไปดูแลแล้วก็ค้ำประกันผู้ฝากเงิน ทั้งระบบ ถึงได้เกิดปัญหา แล้วก็เป็นภาระตรงนี้ ๑.๑ ล้านล้านบาท อาจจะมีกระบวนการ ดำเนินการในระยะถัดมาซึ่งแทนที่จะใช้วิธีฟื้นฟูลูกหนี้ แต่ว่าไปใช้วิธีว่าขายในลักษณะที่ขาย แบบยกล็อต (Lot) ขายในราคาถูก อาจจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดความเสียหายอีกบางส่วน แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ปัญหาเวลานี้คืออย่างนี้ครับท่านประธาน คือหนี้ตรงนี้ถ้าเราไม่มีการ บริหารจัดการที่ดี มันกำลังสร้างปัญหา ๒-๓ เรื่องด้วยกันครับ

ปัญหาแรก ก็คือว่ามันสร้างภาระกับงบประมาณ ขณะนี้ทุกปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลมีภาระจะต้องหาเงินไปเพื่อจะชำระดอกเบี้ยสำหรับหนี้กองทุนฟื้นฟูนี้ ปีหนึ่ง ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท แนวโน้มดอกเบี้ยเวลานี้แนวโน้มลดลง ท่านประธานครับเวลานี้ภาระนี้ อาจจะลดลงมาเหลืออยู่ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่ว่าก็เป็นภาระต่องบประมาณ ทุกปี

ประการที่ ๒ มันมีปัญหาว่าสำหรับนักลงทุนที่เข้ามาจากต่างประเทศ สำหรับ ผู้ที่นำเงินเข้ามาจากต่างประเทศแล้วมาลงทุนในตลาดทุนไทย มาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย มาลงทุนในพันธบัตรของบริษัทไทยต่าง ๆ ที่ออกขายอยู่ในตลาดทุนของไทยนั้น เวลานี้มันมี ข้อกังวลครับว่าแล้วหนี้อันนี้ที่ผ่านมามีการชำระคืนต้นเงินน้อยมาก มีการชำระคืนต้นเงิน น้อยมากแล้วก็มันถึงได้สร้างภาระดอกเบี้ยต่องบประมาณต่อเนื่องมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้น นี่ถึงเป็นเหตุครับท่านประธาน ถึงเป็นเหตุที่รัฐบาลจำเป็นจะต้องจัดกระบวนการเพื่อที่จะ บริหารจัดการหนี้ ๑.๑ ล้านบาทนั้นให้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ แต่ไม่ใช่กระบวนการที่เราเตรียมจะ เอาไปซุกซ่อนไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระบวนการที่จะโยนหนี้อันนี้เข้าไปเป็น ภาระแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในลักษณะที่จะบีบบังคับให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการ พิมพ์เงินขึ้นมา แล้วก็เสียวินัยการเงินและการคลัง

ฉะนั้นในส่วนนี้ครับท่านประธานผมขออนุญาตสรุปว่าผมขอยืนยันว่ารัฐบาล จำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ๑.๑ ล้านล้านบาทโดยเร็ว นะครับ เนื่องจากว่าเราจำเป็นที่จะต้องจัดกระบวนการในการที่เราจะต้องหาเงินเพื่อที่จะมา ใช้ในการลงทุนฟื้นเศรษฐกิจ สร้างอนาคต แล้วก็เยียวยาประเทศนะครับ กระบวนการ ตรงนั้นผมขอยืนยันว่าจะไม่เป็นกระบวนการซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางวินัยการเงินแล้วก็วินัย การคลังครับ ขอยืนยันว่าจะไม่เป็นกระบวนการซึ่งไปบีบบังคับให้ธนาคารแห่งประเทศไทย พิมพ์เงินออกมาครับท่านประธาน แล้วก็ขอยืนยันว่าจะเป็นกระบวนการซึ่งจะไม่ไปกระทบ ความมั่นคงของทุนสำรองของประเทศแต่อย่างใดครับ ขออนุญาตชี้แจงแค่นี้ก่อนครับท่าน ประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการยุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่ได้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คือท่านวัชระ เพชรทอง ได้อภิปรายไป แล้วก็มีช่วงหนึ่งในการอภิปรายได้พาดพิงว่าในการทำงานของกรรมาธิการมี ปลัดกระทรวงไอซีทีถึงกับร้องไห้ ผมต้องเรียนชี้แจงนะครับว่าในที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการก็ได้มีการซักถามเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องเครื่องวัดลมเฉือนสนามบิน สุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการดำเนินการในรัฐบาลที่ผ่านมา ก็คือในรัฐบาลของท่านวัชระนะครับ เพียงแต่ว่ายังไม่มีการแล้วเสร็จ ประเด็นสำคัญก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคนปัจจุบัน ท่านก็ได้เซ็นอนุมัติไปเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน แต่เมื่อวันที่มีการชี้แจงเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ปรากฏว่าเรื่องยังไม่กลับมาที่กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการเครื่องวัดลมเฉือน ๑๔๔ ล้านบาท เหตุผลที่ผมเองได้ซักถามว่าทำไม ๑๐ วันหนังสือเดินทางจากกระทรวง จึงไม่ถึงกรม ท่านปลัดกระทรวงบอกว่ารัฐมนตรีอนุดิษฐ์ท่านไปติดอยู่ที่ ศปภ. ซึ่งขณะนั้นมัน ไม่เกี่ยวกันเลยครับ ขณะนั้น ศปภ. ก็ได้ยุติไปแล้วนะครับ แล้วผมก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ นะครับ ท่านประธาน ที่ผมติดตามเรื่องนี้ก็เหมือนว่าติดตามให้เรื่องของรัฐบาลที่แล้วด้วยซ้ำไป เพื่อให้มันได้เสร็จสิ้น เพราะว่าผมเองทำงานไม่ได้คำนึงว่าจะเป็นรัฐบาลไหน แต่คำนึงถึง ประโยชน์เพราะว่าเครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมาติดตั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานครับ คนที่มาให้กำลังใจผมเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม หลังเลิกประชุม ๔ ทุ่ม ก็เป็น ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือแม่เลี้ยงติ๊ก คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนเข้ามาห้องประชุมมาให้กำลังใจผมด้วย เพราะว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้น ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วแล้วผมเป็นคนติดตามเรื่อง

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ผมขออนุญาตได้ปชี้แจงนะครับที่ท่าน ส.ส. เจิมมาศ กรุงเทพมหานคร ท่านได้เป็นห่วงว่าทำไมมีการตัดงบวิจัยลง ผมต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่า ผมเองในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณด้านการศึกษา ในส่วนของงบวิจัยไม่มีการตัดเลย ซึ่งเราให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องงบวิจัย เราทราบ เรารู้ครับว่า การที่จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่จะติดอันดับโลกติดอันดับของเอเชียเรื่องงานวิจัยเป็นเรื่อง สำคัญ ผมยืนยันครับว่าในชั้นกรรมาธิการไม่มีการปรับลดงบวิจัยแม้แต่บาทเดียวนะครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธานชี้แจง ในนามกรรมาธิการในประเด็นที่เป็นเรื่องที่ท่านกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิก ๕ ท่าน ให้ความสนใจสอบถามต่อกรรมาธิการนะครับและอาจจะผ่านไปทางรัฐบาลด้วย ในฐานะ ที่ได้รับโอกาสจากเพื่อนสมาชิกให้ไปทำหน้าที่ก็ต้องขออนุญาตที่จะใช้เวลานี้นำเรียนนะครับ

ประเด็นที่เป็นที่สนใจก็คือเรื่องของกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งเป็น พระราชบัญญัติ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นมา ก็หลังจาก วันถัดประกาศใช้ก็จะมีผลบังคับใช้ ในเรื่องนี้เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อน สมาชิกที่ได้แปรญัตติหรือสงวนคำแปรญัตติแล้วสอบถามว่าทำไมกรรมาธิการถึงอนุมัติเงินให้ เพียง ๒๒๕ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับ ว่าในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการในสิ่งที่เป็นหน้าที่หลักก็คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ที่จะอนุมัติงบประมาณตามที่เพื่อนสมาชิกได้มอบหมายให้ไปดูเป็นรายมาตราในวาระที่สอง ในชั้นกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นรายละเอียดต่าง ๆ เราก็จะดูตามสิ่งที่เป็นร่างที่สภามอบให้ไป ซึ่งเราเรียกว่าร่างของสภาผู้แทนราษฎรก่อนที่จะมาเป็นเล่มนี้นะครับ ถ้าท่านจำได้ก็จะมีเล่ม สีขาวคาดแดงที่เป็นตัวร่างพระราชบัญญัติที่มีตราครุฑนะครับ นั่นคือร่างที่ทุกท่านให้กับ กรรมาธิการไป ก็ต้องยอมรับว่าในร่างนั้นกองทุนเงินออมแห่งชาติในมาตรา ๓๒ ไม่มีอยู่ ในร่าง แต่ว่าถ้าท่านสังเกตในร่างนี้กลับมาเป็นร่างของกรรมาธิการที่จะเสนอต่อเพื่อนสมาชิก ให้พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับกรรมาธิการหรือไม่ก็จะมีมาตราที่ ๓๒ มีการเพิ่มเข้ามาใน (๒๙) กองทุนเงินออมแห่งชาติ เม็ดเงิน ๒๒๕ ล้านบาท เป็นการเพิ่มเข้ามาในการขีดเส้นใต้ ผมชี้แจงประเด็นสำคัญประเด็นแรกที่สุดก็คือว่าในตรงนี้กรรมาธิการได้สอบถามหรือ เรียนถามกับทางผู้ที่มาชี้แจงหรือไม่ ประเด็นนี้ก็เป็นที่สนใจของกรรมาธิการในห้องประชุม ใหญ่อยู่แล้วโดยเฉพาะต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านผ่องศรี กรรมาธิการผ่องศรีได้ติดตามเรื่องนี้ ก็สอบถามนั่นอาจจะเป็นเหตุให้มีการแปรญัตติขอใช้งบเพิ่มเติมเข้ามา งบที่เราปรับลดเอาไว้ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษก็มีการขอแปรญัตติมา การแปรญัตติทุกท่านก็ทราบอยู่แล้วครับว่า ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีที่จะส่งมาให้กรรมาธิการพิจารณาอนุมัติว่า จะอนุมัติตามที่ครม. ร้องขอหรือไม่ จริงอยู่ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาทที่เสนอเข้ามาเรามีเงินแค่ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท เราก็เอา ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทมาดูให้ดีที่สุดว่าเราจะควรให้กับโครงการ ไหน ให้ได้สักเท่าไรนะครับ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นภาระความรับผิดชอบของกรรมาธิการ

ข้อสรุปสุดท้ายกรรมาธิการเห็นว่าพอมีเงินอยู่บ้าง ๒๒๕ ล้านบาทที่จะให้กับ กองทุนเงินออมแห่งชาติถามว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล หรือไม่ อันนี้เป็นข้อสังเกตของท่านอดีตรัฐมนตรีวิทยาต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับว่า รัฐบาลทำไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ ประเด็นนี้ผมเองเป็นกรรมาธิการก็พยายามสอบถามซักถามเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล แล้วก็ทำให้ เกิดประโยชน์สูงสุดว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีฉบับนี้ของปี ๒๕๕๕ จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เหมือนกับที่ท่านรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกต เราก็เกรงในเรื่องนี้ เหมือนกัน แต่ว่ากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับว่า เงินที่รัฐบาลจะต้องจัดให้กับกองทุนนี้มี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นเงิน ประเดิมนะครับ โดยข้อเท็จจริงไม่ใช่เงินประเดิมครับ เป็นเงินตามมาตรา ๗ เป็นเงินรัฐบาล จัดสรรให้ มาตรา ๗ (๔) ซึ่งไม่ได้ระบุว่าจำนวนเท่าไร แต่ว่าด้วยความเป็นห่วงของฝ่าย นิติบัญญัติเราก็ไปเขียนในบทเฉพาะกาลในมาตรา ๖๖ ว่าในวาระเริ่มแรกให้รัฐบาลจัดสรรให้ เป็นเงินเพื่อมาใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทุนนี้ มาใช้จ่ายเพื่อดำเนินการจำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เขียนไว้เป็นตัวเลข อีกก้อนหนึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลต้องสมทบ ผมใช้คำว่า ต้องสมทบ เพราะกฎหมายมีบทบัญญัติว่าต้องสมทบตามมาตรา ๓๒ สมทบให้ใครครับ สมทบให้กับสมาชิกกองทุนซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไปถึง ๖๐ ปี ตามลำดับของอายุ เขาใช้ว่า ระหว่างชั้นของอายุ ไม่เกิน ๓๐ ปี ๓๐ ปีถึง ๕๐ ปี ๕๐ ปีขึ้นไป รัฐบาลก็จะสมทบเข้าไป ตรงนั้นเองในบทบัญญัติ มาตรา ๒ เขียนไว้ว่า จะมีผลบังคับใช้สามร้อยหกสิบวันหลังจากที่มี การประกาศบังคับใช้กฎหมาย ถ้านับไปก็ถึงวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงจะเริ่มเข้าสู่เรื่อง ของสมาชิกสิทธิประโยชน์ของสมาชิก การจ่ายเงินสมทบต่าง ๆ โดยความสรุปแล้วเงินส่วนนี้ ถ้าคาดการณ์แล้ว รัฐบาลเมื่อเข้าสู่การดำเนินการในช่วงแรกก็คือการดำเนินการในการที่จะ เตรียมเรื่องของการบริหารสำนักงาน การเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องสื่อสารเทคโนโลยี ต่าง ๆ การจ้างคนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเงินก้อนหนึ่งก็ต้องใช้จากส่วนนี้คือเงินที่รัฐบาลต้องจัดสรรให้ เป็นเงินใช้จ่ายเพื่อดำเนินการของกองทุน เท่าที่ดูครับ รัฐบาลบอกว่าไม่มีเงิน ตอนแรกจะ ขอใช้งบกลาง สำนักงบประมาณหารือว่าควรใช้งบกลาง รัฐบาลบอกไม่มีเงิน พอไม่มีเงินก็ ไม่ได้ตั้งงบกลางไว้ มันก็เลยหลุดออกมา หลุดออกมาสมาชิกก็แปรญัตติให้นะครับ กรรมาธิการแปรญัตติให้เอาเงินจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ไปใช้จ่ายเป็นเงินเพื่อเตรียมเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทุน ไม่ใช่เงินสมทบนะครับ กรรมาธิการก็พิจารณาด้วย ความรอบคอบว่า ๒๒๕ ล้านบาทพอไหมสำหรับการที่จะไปเตรียมการในการที่จะเตรียมเรื่อง ของเครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยี การแต่งตั้งกรรมการ การที่จะเตรียมการจ้างบุคคลเข้ามา ทำงานในกองทุน ด้วยความเห็นคนส่วนใหญ่บอกว่าพอครับ ๒๒๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่จำเป็นต้องให้ทีเดียว ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทยอยให้ในช่วงแรกก็ได้ ให้พอกับการบริหารงานของกองทุนการออมแห่งชาติ เงินก้อนนี้ไปอยู่บัญชี ๓ เขาเรียกบัญชี เงินกองกลาง เอาไว้สำหรับใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนซึ่งต่อไปเขาจะได้จากดอกผลของ บัญชี ๒ และบัญชี ๑ บัญชี ๑ คือบัญชีอะไรครับ บัญชี ๑ คือบัญชีรายบุคคลที่ได้จากสมาชิก ที่จ่ายสะสมเข้ามา สมาชิกนี้เขาใช้คำว่า สะสม ครับ สะสมเข้ามาตามลำดับอายุของตัวเอง จ่ายสะสมเข้ามา รัฐบาลจ่ายสมทบให้เป็นสัดส่วนของเงินสะสม ผมยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีอายุ มากกว่า ๓๐ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕๐ ปี อายุน้อยกว่า ๓๐ ปี ต้องขออภัยครับ ขั้นตอนแรกอายุ น้อยกว่า ๓๐ ปีให้สะสมรัฐบาลจะจ่ายสมทบได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ และมีอีกขั้นหนึ่ง มีวงเงิน กำหนดไว้แนบท้ายพระราชบัญญัติออกเป็นกฎกระทรวง เช่น ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อปี สมทบได้ร้อยละ ๕๐ ถ้าหากว่า ๓๐ ปีถึง ๕๐ ปีสมทบได้ร้อยละ ๘๐ ไม่เกิน ๔,๘๐๐ บาท ต่อปี ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป รัฐบาลสมทบร้อยละ ๑๐๐ สมาชิกจ่าย ๑๐๐ รัฐบาลต้องจ่าย ๑๐๐ แต่ไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาททั้งปี อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลต้องสมทบเข้าไป โดยสรุปนะครับท่านประธานที่เคารพครับ เงิน ๒๒๕ ล้านบาท ถามว่ารัฐบาลทำตาม กฎหมายที่ออกเป็นพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติหรือไม่ ก็ถือว่าต้องทำตามกฎหมายครับ จริงอยู่อาจจะให้ได้ทีเดียวไม่ได้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในสภาวการณ์อย่างนี้ครับ เงินถ้ามันพอเพียงแล้วก็ไม่จำเป็น ถามว่าเงินสมทบเดือนมิถุนายน รัฐบาลจะจ่ายได้หรือไม่ มิถุนายน ๒๕๕๕ ครับ จริงอยู่ช่วงนั้นอาจจะเป็นช่วงของการ พิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ถ้ามีความจำเป็นนะครับ รัฐบาลสามารถที่จะอนุมัติงบกลาง ครับ กรณีถ้ามีสมาชิกจ่ายเงินสมทบแล้วก็สามารถอนุมัติงบกลางเข้าไปช่วยเป็นเงินสมทบได้ จ่ายเข้าบัญชีเงินสมทบเป็นรายบุคคลต่อไปได้ มิใช่เงินจ่ายในบัญชี ๓ นะครับ จ่ายเข้าบัญชี ๑ ครับ ตรงนี้เองก็เป็นที่มาของกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งเพื่อนสมาชิกให้ความสนใจ สิ่งที่ หลายท่านกังวลว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นความสำคัญปล่อยปละละเลยในสิ่งที่รัฐบาลชุดก่อน ทำมานี่ผมเองในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิกไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการก็ขอ กราบเรียนครับว่าสิ่งไหนดีเราทำต่อครับ กรรมาธิการทุกท่านให้ความเห็นชอบ ไม่ได้ขัด ไม่ได้แย้งเลยนะครับ แต่เท่าที่เรามีวงเงินอยู่ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันได้ ๒๒๕ ล้านบาทเพื่อ ไปดำเนินการที่จะทำให้กองทุนมันก่อรูปก่อร่าง โดยเฉพาะการที่จะเตรียมเลือกตั้ง คณะกรรมการที่มาจากสมาชิก ๖ ท่าน แล้วก็มาจากผู้ที่รับบำนาญอีก ๑ ท่าน กฎหมาย บัญญัติเลยครับ ต้องทำให้เสร็จหลังจากที่มีประกาศใช้หมวด ๓ นั่นก็คือเรื่องของสิทธิ ประโยชน์ของสมาชิกครบ ๓๖๐ วันถึงจะแต่งตั้งคณะกรรมการได้ แต่งตั้งให้เสร็จภายใน ๑ ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้อีก ๒ ปีครับหลังจากที่ ๓๖๐ วัน ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับว่าในสิ่งนี้กรรมาธิการเองก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่เม็ดเงินอาจจะได้น้อยไป สักนิดหนึ่ง แต่เท่าที่สอบถามก็พอเพียง

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องนี้ก็เป็นที่น่ายินดีครับ จากพระราชกฤษฎีกา ประกาศเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ที่ออกโดยสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติเงินประกันสังคม ปี ๒๕๓๓ มาตรา ๔๐ ที่จะอนุญาตให้ ผู้ประกันตนที่ไม่ใช่ลูกจ้างเข้าสู่ระบบนะครับ ตรงนี้เองก็สามารถจะเข้าไปทดแทนในส่วนหนึ่ง ของสมาชิกที่เขาสามารถที่เข้าไปสู่กองทุนประกันสังคม อีกส่วนหนึ่งอาจจะเข้ากองทุนเงิน ออมนะครับ อันนั้นอาจจะเป็นการลดภาระของจำนวนบุคคลลงไป ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ถ้าเป็นข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ควรจะอยู่ มาตรา ๓๒ นะครับ แต่ว่ามีคนสนใจเยอะ ผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงในช่วงนี้ เป็นพระคุณอย่างสูงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการพงศกร

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในระบบ บัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอที่จะตอบเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องทำความเข้าใจว่าการที่เราพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นเราก็เคยคุยกันมาตลอดว่า เราไม่แบ่งค้าน เราไม่แบ่งรัฐบาล เราจะมาช่วยกันดู แล้วก็สิ่งไหนที่มันเป็นประโยชน์สูงสุดต่อ พี่น้องประชาชนเราก็จะร่วมช่วยกัน ทั้งกรรมาธิการที่ท่านบอกว่าเสียงข้างน้อย เสียงข้างมาก ๔๐ กว่าวันเราอยู่ด้วยกัน แล้วเราก็พิจารณาตามรายไอเท็ม ซึ่งผมเองก็ได้รับความไว้วางใจ จากเพื่อนสมาชิกให้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างและแหล่งน้ำ เราก็พิจารณาร่วมกันมาทุกอย่าง สิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ความใส่ใจและสนใจ และมี ความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ เราต้องยอมรับว่ารัฐบาลนี้ยังไม่ได้ใช้งบประมาณเลย เราเข้ามาเดือนกรกฎาคม ตั้งรัฐบาลเดือนสิงหาคม แล้วเกิดภาวะอุทกภัย แล้วเราก็ใช้ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ มาพลางก่อน แล้วตามโพล (Poll) การสำรวจหรือเพื่อนสมาชิก บางท่านที่อภิปรายในวันนี้ที่บอกว่ามีความเป็นห่วงเป็นใยว่ารัฐบาลจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเรียนเพื่อถึงพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้จะเริ่มใช้งบประมาณหลังจากที่พวกเรา พิจารณาผ่านวันพวกนี้ไป แล้วก็ผ่าน ส.ว. อีกครั้งหนึ่ง แล้วหลายท่านก็มีความกังวลใจว่า งบประมาณอีก ๗-๘ เดือนนี่จะใช้ทันไหม ซึ่งขอตอบคำถามท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านก็ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ แล้วถามในกรรมาธิการว่าอีก ๗-๘ เดือนเราจะทำทันไหม งบประมาณที่จะออกไปจำนวนนี้ เราก็เลยอภิปรายกัน แล้วก็เลยบอกทางสำนักงบประมาณ ว่าให้แจ้งส่วนราชการต่าง ๆ สำหรับโครงการที่มีความพร้อมแล้ว ส่วนราชการทุกจังหวัด สามารถเตรียมความพร้อมในการที่จะบริหารจัดการงบประมาณได้ทันที ส่วนนี้ก็ต้องเรียน ชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ และวันนี้ก็ได้ทราบข่าวว่าทางรัฐบาลก็ได้แจ้งไปยัง จังหวัดต่าง ๆ ส่วนราชการต่างๆ แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นในการใช้งบประมาณแผ่นดินของ รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอีกส่วนหนึ่งต้องขออนุญาตที่จะต้องตอบท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ท่านก็ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องว่ารัฐบาลนี้มีความใส่ใจในเรื่องของการปราบปรามเรื่อง ยาเสพติดหรือไม่ แล้วทำไมงบประมาณที่แปรญัตติเพิ่มเติมมา ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เห็น แปรญัตติงบประมาณมาเพิ่มเติม ผมเองร่วมกับพวกเราทุกคนไม่ว่าเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ซึ่งนั่งพิจารณาร่วมกันมาซึ่งกรรมาธิการอีกส่วนหนึ่งได้แขวนงบของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ของ ป.ป.ส. ไว้ ซึ่งตัวผมเองก็ได้ให้ส่วนราชการมาชี้แจง อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งงบประมาณที่โดนแขวนไว้นั้นกลายเป็นงบประมาณครุภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่อง ความพร้อมในการปราบยาบ้า ยาเสพติด เราก็คืนงบประมาณส่วนนี้ให้กับสำนักงานตำรวจ แห่งชาติแล้วก็ ป.ป.ส. ไปทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นต้องให้ความมั่นใจต่อเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความใส่ใจในเรื่องนี้และที่ทำผ่านมา ๓ ๔ เดือนนั้น เราใช้งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ มาพลางก่อน สิ่งที่สำคัญยิ่ง ณ วันนี้เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่าแผนงบประมาณเดิมเล่มนี้นั้นเคยผ่าน ครม. ของท่าน นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เรามีการปรับปรุงบางส่วนก่อนที่จะ เข้ามาสู่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ แล้วก็มาสู่การพิจารณาของพวกเราในวันนี้ หลายส่วนเราก็พยายามพิจารณาว่าสิ่งที่รัฐบาลเดิมทำไว้นั้นเราก็จะไม่ให้เสียหายสำหรับส่วน ที่ดีอยู่แล้ว แต่สำหรับส่วนที่ไม่ดีนั้นเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องหารือร่วมกันของเพื่อน สมาชิกที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญว่าจะต้องตัดออกไป เช่นตัวอย่างที่ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ได้สอบถามแต่ตอนเช้าว่าทำไมตัดงบของกรมการปกครอง ๑๘๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่เขาจะ ซ่อมแซมอำเภอ จริง ๆ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามันไม่ใช่งบซ่อมแซมอำเภอ แต่เป็นงบของกระทรวงมหาดไทยที่ประกาศตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วนะครับ ประกาศโดย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มีชื่อว่าชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นการประกาศ กฎกระทรวงมหาดไทยเอาคดีของตำรวจทั้งหมด ๑๙ คดีมาเป็นในส่วนของการพิจารณาของ กรมการปกครอง แล้วก็ได้ขอทำการสร้างห้องขัง ไว้ทุกอำเภอ เราก็ตกใจครับ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติไม่ว่าค้านไม่ว่ารัฐบาลวันนั้นอภิปรายกันพอสมควรจนกรมการปกครองต้องกลับ เอาไปพิจารณาแล้วก็เอาข้อกฎหมายมาให้ดู ปรากฏว่าเป็นการประกาศกฎกระทรวง มหาดไทยที่จะเอาทะเบียน เอาภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีการพนัน ภาษีบัตรประชาชน ภาษีคนต่างด้าว เอามาพิจารณาที่อำเภอ แล้วก็สามารถคุมขังได้ ๔๘ ชั่วโมงก่อนส่งไปถึงศาล เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีถาวรท่านก็คงจะทราบดี ณ วันนี้ผมเองต้องขอแรงจากเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่ากฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๕ ก็คือปีนี้ ทางกรรมาธิการทุกท่านได้ข่าวก็วิ่งกันมาช่วยอภิปราย ผมต้องขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไม่ว่าจะเป็นท่านพิทักษ์ จารุสมบัติ หลาย ๆ ท่านช่วยกัน อภิปราย ท่านเปล่งมณี ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ทุกคนมาช่วยกันอภิปรายเรื่องนี้ ณ วันนี้ผมเองกับเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียติบอกว่าจะส่งเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ให้ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ให้ยกเลิกประกาศกฎกระทรวงตัวนี้เสีย ณ เบื้องต้นเราได้ทำการ ตัดงบประมาณที่สร้างห้องขังไว้ทุกอำเภอขอไว้ก่อน ๓๐๐ แห่ง แห่งละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๑๘๐ ล้านบาท เราตัดออกทุกบาททุกสตางค์ เราไม่ต้องการให้ฝ่ายปกครองมา ทำหน้าที่ในการสอบสวน แล้วข้อสังเกตของกระทรวงยุติธรรม ข้อสังเกตของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติบอกว่าการที่จะใช้กฎกระทรวงตัวนี้ประกาศตั้งแต่ปี ๒๔๗๗ แก้ไขเพิ่มเติม ในปี ๒๕๔๘ ในส่วนของมาตรา ๒ นั้น มันเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง กรมการปกครองก็คือพ่อ นะครับ พ่อบ้าน พ่อของอำเภอ พ่อของจังหวัด แต่จะต้องมาจับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้ ส.ส. ทุกคนมีความใส่ใจ แล้วต้องกราบเรียนว่าสิ่งนี้ที่รัฐบาลที่แล้วตั้งไว้นั้นเรามีความจำเป็น ที่จะต้องตัดออกจริง ๆ และเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้เราเองต้องขอเอาเสียงนี้ประกาศถึง รัฐบาลด้วยว่าผู้ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอยกเลิกประกาศกฎกระทรวง มหาดไทยตัวนี้เสีย เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้มีความอบอุ่นใจขึ้นมาบ้างว่าโอ้โฮออกไปไหน บัตรประชาชนไม่พก ถ้าจะจับก็จับได้ การพนันจับเข้าไปโรงพัก แล้วก็สิ่งที่จะตามมาอะไรอีก แยะเยอะหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน เรื่องอะไรต่าง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญยิ่ง ภาพลักษณ์ที่พี่น้องประชาชนซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมเดินไปหาพ่ออำเภอ พ่อจังหวัด มีห้องขังตั้งไว้อยู่ข้างหน้า สร้างเป็นโรงเรือน ตัวนี้ต้องขออนุญาตที่จะต้องกราบเรียนว่า พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราไม่เลือกว่าเป็นค้านหรือรัฐบาลเราพิจารณา ร่วมกัน ผมเองขอบคุณท่าน ส.ส. ประชาธิปัตย์หลายท่านบอกว่าท่านเองก็ไม่ทราบ เหมือนกัน ถ้าทราบอย่างนี้ท่านบอกว่าผมก็ไม่เอา แล้วอีกท่านหนึ่งที่จะต้องขอบคุณไว้ ณ ตรงนี้ก็คือท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ท่านบอกว่าถึง ท่านเป็นฝ่ายค้าน ขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่าไม่เห็นด้วยกับกฎกระทรวงตัวนี้ขอ กระทรวงมหาดไทย อันนี้เป็นการชี้แจงเบื้องต้นให้ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ได้ทราบว่าเราไม่ได้ ตัดงบซ่อมแซมอำเภอ แต่เราตัดงบสร้างห้องขังที่จะขังประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้น สายตำรวจซึ่งเขารักษาการในกฎหมายอยู่แล้วก็ให้เขาทำไป เพราะเขามีความเชี่ยวชาญ แล้วทำกันมานาน ฝ่ายปกครองก็ขอให้เป็นพ่อของอำเภอพ่อของจังหวัดไป อันนี้ชี้แจง เบื้องต้นเพื่อให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ เพราะฉะนั้นขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ได้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะเริ่มใช้งบประมาณจริง ๆ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบร่วมกันว่า หลังจากที่เราพิจารณาผ่านวาระที่สอง วาระที่สามไป แล้วก็หลังจากผ่านที่สมาชิกวุฒิสภา นั่นละคือจุดเริ่มต้นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่จะใช้งบประมาณแผ่นดินของปี ๒๕๕๕ ขอบคุณ เพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการวิชาญ มีนชัยนันท์

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธาน ครับ มีข้อซักถามซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านเองกังวลนะครับว่าในส่วนกรรมาธิการเองได้มี การสอบถามกรณีเรื่องการแก้ไขและการป้องกันปัญหายาเสพติด ผมเสริมจากท่าน กรรมาธิการนะครับว่าในส่วนของงบประมาณซึ่งเป็นงบประมาณปีนี้กรรมาธิการเองได้ ซักถามประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการที่รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของการแก้ไข ปัญหายาเสพติด ถามว่ามีงบประมาณที่จะดำเนินการแก้ไขในส่วนใดบ้าง ซึ่งทุกภาคส่วน ราชการมีการเตรียมในเรื่องของงบประมาณไว้นะครับ เราก็ถามลึกต่อไปว่าแล้วทำไมในส่วน ของการเตรียมงบประมาณกระทรวงหลัก ๆ เองมีงบประมาณอยู่ แต่รายกระทรวงเองก็มี งบประมาณอีก โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกเองให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องกรณีการจัดทำ งบประมาณซึ่งอยู่ในกลุ่มของทหาร ทหารเองก็มีการเตรียมการในเรื่องของงบประมาณเพื่อ เตรียมการป้องกันเรื่องยาเสพติด แต่โดยภาพรวมแล้วเรามีการจัดทำงบประมาณโดยซักถาม แล้วนี่ ปีนี้งบประมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๔,๘๒๙ ล้านบาท ปีนี้เพิ่มเป็น ๙,๕๐๑ ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มลงไปในส่วนของท้องถิ่น ในท้องถิ่นเพิ่มประมาณ ๓,๐๕๙ ล้านบาท ซึ่งบอกได้เลย ครับว่าเป็นงบประมาณซึ่งเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราเพิ่มเติมจาก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลงไปในส่วนของท้องถิ่น แสดงว่าในวิธีการดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อเป็นการประกาศสงคราม กับปัญหายาเสพติดนี่ต้องอาศัยท้องถิ่น แล้วเราก็เลยเพิ่มเติมงบประมาณโดยกรรมาธิการได้ สอบถามในส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจัดเพิ่มเติมเข้ามาก็คือสำนักงาน ป.ป.ส. อีก ๓๙๘ ล้านบาท แล้วก็ยังมีอยู่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะต้องลงไปดูในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ อีก ๕๑๕ ล้านบาท สรุปว่าในการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไข ปัญหายาเสพติด กรรมาธิการเองได้ลงไปดูลึกในรายละเอียด แล้วก็สอบถามซักถามจนได้ ประเด็นต่าง ๆ ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกยังติดใจเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม สู่ประชาคมอาเซียน พวกผมก็เหมือนกันละครับ กรรมาธิการเองให้ความสำคัญครับ กลัวจะ ล้าหลัง กลัวจะไปไม่ทัน กลัวจะมีปัญหาในกลุ่มด้วยกันว่าเราเองนั้นไม่มีความพร้อม ดังนั้น เป้าหมายจริง ๆ แล้วเราได้ซักถามว่าได้มีการเตรียมการอย่างไร ในส่วนของผู้มาชี้แจงนะครับ ก็ได้ชี้แจงว่าได้เตรียมการความพร้อมทุกด้าน ทั้งในด้านการเงิน ความมั่นคง ทั้งในด้าน ความพร้อมด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยสรุปภาพรวมแล้วทุกหน่วยงานได้มี ความพร้อมในส่วนของหน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมแล้ว ๑๓ กระทรวง ซึ่งจะเป็นกระทรวงหลัก ที่เกี่ยวข้องกับในการบูรณาการใน ๓ ด้านที่ผมได้กล่าวมา และได้จัดทำงบประมาณจากเมื่อ ปีที่แล้ว คือปี ๒๕๕๔ งบประมาณเพียง ๕๗๒ ล้านบาท ปีนี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ มีการเพิ่มเติมงบประมาณเข้าไปถึง ๑,๔๗๒ ล้านบาท ซึ่งเพื่อน สมาชิกที่เป็นห่วงหรือกังวล ท่านเองไม่ต้องเป็นห่วงกังวลนะครับ เพราะว่ารายละเอียดต่าง ๆ ได้มีการซักถามถึงประเด็นต่าง ๆ และมีรายละเอียดซึ่งสามารถที่จะดำเนินการได้ถ้า งบประมาณได้มีการผ่านในส่วนนี้

อีกส่วนหนึ่งนะครับ เป็นเรื่องของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของธงฟ้า ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านเองถามว่างบประมาณมีจำนวนมากแล้วจะมีการใช้ประโยชน์ หรือเปล่า เป็นการเพิ่มเติมงบประมาณเพื่อผลประโยชน์ในเรื่องของการจัดออร์แกนไนซ์ (Organize) ในเรื่องของการโฆษณามากเกินไปหรือเปล่า ผมเรียนว่าในปีนี้งบประมาณไม่ได้ เพิ่มมากขึ้น หรือไม่ได้มีส่วนที่จะแตกต่างกับงบประมาณเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วหรือเปล่า อย่างไรนะครับ เพราะว่าปีที่แล้วงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ตั้งงบประมาณไว้ ๑๐๔,๘๐๐,๐๐๐ บาทครับ ส่วนปีนี้ตั้งงบประมาณไว้เพียง ๑๐๖,๖๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ การที่ จัดทำในส่วนรายละเอียดขึ้นมานั้น ทางกรรมาธิการเองได้ซักถามว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดเรื่องธงฟ้า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นการจัดในการที่จะไปลง แต่ละจุด แต่ละรายละเอียด เช่นในกรณีแต่ละส่วนนั้นก็มีการทำแผนต่าง ๆ ว่าจุดไหนเป็นจุด ที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เช่นกรณีที่พบว่ามีการประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม จุดไหนที่มี พี่น้องประชาชนอยู่มาก การจัดทำธงฟ้าก็จะไปลงตามจุดดังกล่าว พร้อมทั้งก็เป็นการ แทรกแซงในเรื่องของราคาของสินค้าที่อาจจะขายเกินความเป็นจริงในส่วนของแต่ละจังหวัด หรือแต่ละอำเภอที่ประสบปัญหา ก็มีคณะกรรมการที่ได้ดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ ที่จะต้องเป็นผู้พิจารณาว่าอันไหนที่มีความจำเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่จะต้องเข้าไป ดูแลเพื่อความประหยัด ลดค่าครองชีพของประชาชนนะครับ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการ เตรียมการในเรื่องของการดูแล้วก็การป้องกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในส่วนของการ ครองชีพของพี่น้องประชาชน

อีกส่วนหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกเองเป็นห่วงวิตกนะครับ คือท่านยุคล ท่านเองเอา เอกสารมาฝากผมด้วยซ้ำนะครับ บอกว่าเรื่องห้องเย็นที่มีการเสนอขึ้นมาโดย คณะกรรมาธิการในชุดของท่านนะครับ จากคณะกรรมาธิการการส่งเสริมราคาผลิตผล เกษตรกรรม แล้วก็มีความเห็นชอบไปแล้วว่าที่จังหวัดจันทบุรีมีรายได้เป็นจำนวนมาก มีการ ตอบกระทู้ถามกัน มีการซักถามกันเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมไม่มีการจัดทำงบประมาณในเรื่อง ดังกล่าว ผมเรียนว่าในแต่ละส่วนนั้นถ้ามีความจำเป็นทางกระทรวงพาณิชย์เองก็จะจัดทำ งบประมาณเป็นแผนขึ้นมา แต่ถ้าส่วนไหนที่ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเอง ทุกจังหวัด เองก็มีความเดือดร้อนและมีความต้องการอยากจะได้เม็ดเงินงบประมาณไปดำเนินการ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตร ท่านเห็นไหมครับว่า งบประมาณที่เพื่อนสมาชิกเองหยิบขึ้นมาถามว่ารัฐบาลแปรงบประมาณเข้ามา ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปรากฏว่างบประมาณจริง ๆ แล้วมันไม่สามารถที่จะให้ตามจำนวนตัวเลขได้ ก็เลยต้องมีการปรับลดงบประมาณ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เมื่อทางเพื่อนสมาชิกเป็นห่วง เป็นใย ผมเองในฐานะกรรมาธิการเองจะได้นำเรื่องดังกล่าวกลับไปสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผมคิดว่าในรายละเอียดซึ่งทางท่านยุคลเองได้ นำเสนอให้กับกรรมาธิการก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรครับ ขอบคุณครับท่าน ประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการไพโรจน์ ตันบรรจง จะชี้แจงไหม เชิญครับ

นายไพโรจน์ ตันบรรจง กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายไพโรจน์ ตันบรรจง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอชี้แจงให้กับทางท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติที่ได้ซักถามในตอนเช้า ใน ๒ ประเด็นนะครับ คือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกรรมาธิการ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอรรถวิชช์ สุวรรณ ภักดี ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการ ในประเด็นของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ในประเด็นนี้ท่านสมาชิกมีความเป็นห่วงว่า ทำไมอนุกรรมาธิการไอซีที ซึ่งได้รับมอบหมายให้ ดูแลกำกับงบประมาณของกองทุนต่าง ๆ ซึ่ง กยศ. อยู่ในความดูแลของอนุกรรมาธิการไอซีที อยู่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ สำหรับเงินงบประมาณของกองทุนเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ในปี ๒๕๕๕ นี้ เราได้ตั้งไว้ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งปรับลดมาจากการที่รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้ตั้งเอาไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอันนั้นเราได้มาทำการปรับลด ตามนโยบายของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งในวงเงิน ๑๑,๕๐๐ ล้านบาทนี้ คณะกรรมาธิการได้ปรับลดลงเป็นเงินจำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ ให้กับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในเงินจำนวน ๙,๕๐๐ ล้านบาท เหตุผลก็เนื่องมาจากว่า อย่างที่ท่านคณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คงรับทราบดีว่า ในการจัดการ งบประมาณของปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ในครั้งนี้ เรามีระยะเวลาการใช้เงินงบประมาณเพียง แค่เวลา ๗ เดือนนะครับ เราก็ได้พิจารณาตัดลดลงไปเป็นเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยเหตุผล ที่ว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้เราจะมีเงินให้กับกองทุนได้ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้กู้ยืม เป็นจำนวน ๑,๙๕๗,๘๑๖ ราย ด้วยเงิน ๒ ก้อน ในก้อนแรกก็คือในเทอมที่ ๒ ของปี ๒๕๕๔ จำนวนเงิน ๒๑,๓๕๖ ล้านบาทครับ เป็นผู้ให้กู้ยืมรวมทั้งหมด ๙๙๖,๖๕๒ ราย แล้วในส่วนที่ ๒ ก็คือเทอมแรกของปีการศึกษา ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๒๒,๐๓๙ ล้านบาทนะครับ ผู้กู้ยืมมีทั้งหมด ๙๙๑,๑๖๔ ราย ดังนั้นเงินงบประมาณที่ทางกองทุนจะมีสำหรับให้กับนักเรียน นักศึกษาได้ กู้ยืมเพื่อการศึกษาในครั้งนี้ รวมเป็นเงินทั้งหมด ๔๓,๓๙๕ ล้านบาท ในเงินจำนวนนี้มาจาก ที่ไหนครับ ก็มาจากว่าเราพิจารณาจากเป้าหมายการให้กู้ยืมนี้ แล้วก็เงินดำเนินการ จากปี ๒๕๕๔ ซึ่งกองทุนกู้ยืมได้ใช้ไปประมาณ ๓๔,๐๒๓ ล้านบาท ดังนั้นในปีนี้ทาง คณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาแล้วว่าในจำนวนดังกล่าว ๑,๙๕๗,๘๑๖ รายนี้จะได้รับเงินกู้ยืม ไปประมาณ ๔๓,๓๙๕ ล้านบาท มาจากเงินรายได้สมทบที่กองทุนจะได้มาจากการที่ นักศึกษาได้มอบกลับคืนมาให้ เป็นเงินจำนวน ๓๓,๘๙๕ ล้านบาท บวกกับ ๙,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการงบประมาณได้มอบให้กับกองทุนการศึกษาในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้ ดังนั้นเงินจำนวน ๔๓,๓๙๕ ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเงินที่ทางกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ไป ดำเนินการตามงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ครับ ท่านประธานครับ ในส่วนที่ ๒ มีท่านสมาชิก หลายคนได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วก็บางท่านก็ได้ชี้แจงมาเป็นห่วงเรื่องของงบประมาณ รายจ่ายทางด้านไอซีทีของกรมสรรพสามิต ก็คือโครงการรถคันแรก ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้มี รถคันแรกได้ใช้ ซึ่งทางกรมสรรพสามิตได้ของบประมาณเพื่อที่จัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์เป็น เงินจำนวน ๑๐๐ ล้านบาท ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการไอซีทีได้พิจารณาแล้ว และได้เข้าร่วม นำเสนอเรื่องเข้าพิจารณากับกรรมาธิการคณะชุดใหญ่ของงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้ อยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า นโยบายของรัฐบาลในครั้งนี้จะมี ผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก มีผู้สอบถามสิทธิประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ผู้ที่จะมีสิทธิ ซื้อรถยนต์คันแรกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ราย ดังนั้นการที่กรมสรรพสามิตขอซื้อระบบ คอมพิวเตอร์ในระบบนี้ เพื่อที่จะไปใช้ในการตรวจสอบสิทธิ การตรวจสอบรถยนต์ การขอใช้ สิทธิ การแก้ไขรายการ การขอยกเลิกและการขอคืนเงิน โดยกรมสรรพสามิตเองจะต้อง ทำงานบูรณาการท่านประธานครับ บูรณาการเพื่อที่จะดำเนินการโครงการนี้ ร่วมกับกรมการ ปกครอง กรมการขนส่งทางบก กรมบัญชีกลาง กรมศุลกากร ซึ่งเราจะต้องทำรายการ มากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ รายการครับท่านประธาน แล้วก็ในขณะนี้กรมสรรพสามิตเองก็กำลัง ของบุคลากรมี ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน ซึ่งจะต้องดูแลรับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีปีหนึ่ง ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ในส่วนนี้เองกรรมาธิการก็ได้พิจารณาแล้วว่าประเทศไทยของเราก้าวเข้ามาสู่ ในยุคของโลกของสังคมองค์ความรู้ ผมก็เลยมีข้อคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการด้วยว่า เราจะใช้ แต่เฉพาะระบบบุคลากร ระบบแมนนวล (Manual) อย่างเก่ามันคงเป็นไปไม่ได้แล้วมันจะช้า ต่อเหตุการณ์ แล้วก็ในการที่เราจะลงทุน ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อจะซื้อระบบจัดหาระบบ เพื่อที่จะทำการควบคุมตรวจสอบป้องกันการทุจริตในโครงการรถคันแรกเป็นเวลา ๕ ปีนี้ ต้องมีความโปร่งใส แล้วก็เป็นการสร้างระบบขึ้นมาเพื่อให้มีการสนองตอบต่อนโยบายของ รัฐบาล แล้วก็พี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องเสียเวลา เพื่อที่จะเข้ามาดำเนินการในวันนี้ เป็น การจัดระบบแบบวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) เพื่อที่ให้สังคมของเราได้ใช้ระบบ เทคโนโลยีเพื่อให้การจัดการได้สะดวกขึ้น แล้วก็ถ้าเกิดเราจะหลีกเลี่ยงเพื่อที่จะไปใช้บุคลากร หรือว่าใช้แมนนวลอย่างเดียว ในที่สุดแล้วผมคิดว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่า เราต้อง คำนึงถึงระยะเวลายาว ระยะเวลาต่อไปที่หลังจาก ๕ ปีแล้วระบบนี้เรายังเอามาใช้ได้อีก รัฐบาลอาจจะไปใช้เชื่อมกับระบบวิเคราะห์ภาษีนะครับ แล้วก็นำไปใช้ในการจัดเก็บภาษีของ กรมสรรพสามิต แล้วก็ต่อยอดหรือพัฒนาระบบงานหลักสินค้ารถยนต์ของกรมสรรพสามิต ระบบงานราคาต่าง ๆ พร้อมทั้งเอาไปเชื่อมโยงกับระบบเอ็นเอสดับเบิ้ลยู (NSW) ก็คือเนชั่นแนล ซิงเกอร์ วินโดว์ ซึ่งเชื่อมโยงกับกรมศุลกากรแล้วก็ระบบฐานข้อมูลภาษีรถยนต์ต่อไป จากที่ ถ้ารัฐบาลได้นำเอาโครงการนี้มาใช้แล้วเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแล้ว ในอนาคต ข้างหน้าจะมีการทำให้โครงการนี้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มีรถคันแรกแล้วก็นำเอา ผลพวงของนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ภาษีของเราในการจัดเก็บของกรมสรรพสามิต อย่างเช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคลสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ พร้อมทั้ง การขยายตัวทางด้านการผลิตและจำหน่ายอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมยางรถยนต์ กระจก เครื่องปรับอากาศ แบตเตอรี่ และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังจะมี การจ้างงานในภาคของการผลิต มีคณะกรรมาธิการหลายท่านแล้วก็สมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านมีความเป็นห่วงว่าทำไมเราไม่ใช้ระบบแมนนวล ไม่ใช้ระบบบุคลากร แต่ผมคิดว่าขณะนี้สังคมองค์ความรู้ของเรา เราต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ แล้วก็เป็นการเสริมสร้างเทคโนโลยีให้กับประเทศ ซึ่งในปี ๒๕๕๘ เราก็จะเข้าเป็นสมาชิก ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว เราต้องพร้อมสร้างพื้นฐานในการใช้ระบบไอที ให้ครอบคลุมไปเพื่อให้ใช้ประโยชน์อย่างรวดเร็วครับ ดังนั้นเราจึงได้ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๑๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในส่วนของงบประมาณต่าง ๆ ที่ได้ จัดแจงมานะครับไม่ว่าจะเป็นค่าสัมมนา ค่าประชาสัมพันธ์ ค่าระบบพัฒนาอบรมการใช้จ่าย ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้วก็ค่าพัฒนาระบบของกรมการขนส่งต่าง ๆ เราเอามาพิจารณา รวมกันแล้วแต่ว่าที่เราตัดงบไป ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๑๐๐ ล้านบาท ก็เนื่องมาจากที่เราได้ตั้งเกณฑ์ไว้ของคณะอนุกรรมาธิการไอซีที ว่าระบบคอมพิวเตอร์หรือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เราจะตัดไว้ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับ งบประมาณปีนี้เพื่อที่จะนำไปช่วยให้รัฐบาลได้นำเงินไปใช้ในการที่เป็นประโยชน์และฟื้นฟู ประเทศต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณเจือ เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนิดครับเพื่อจะได้ต่อเนื่องจากที่กรรมาธิการตอบจะได้จบไปคราวเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวนั่งก่อนครับ ยังเหลืออยู่อย่างนี้นะครับ มีท่านเจือ ราชสีห์ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านสงกรานต์ ท่านกนก คุณหมอเหวง ท่านศรีสมร ท่านศุภชัย ท่านชัยวุฒิ ท่านวิชัย ท่านรังสิมา อันนี้หมายความว่าท่านที่สงวนคำแปรญัตติไว้ ทีนี้ถ้าท่านกรรมาธิการ ตอบเสร็จแล้วเดี๋ยวท่านก็ถามกันไปถามกันมานะครับ ไม่จบ อันนี้ไป ๙ ชั่วโมงครึ่งแล้ว เรายังอยู่มาตรา ๓ อย่างนี้ได้ไหมครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานฟังผมนิดเดียวครับ ผมเข้าใจว่าผมไม่เคยใช้เวลารบกวนสภามากนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช่ ๆ ท่านวิทยาดีแล้ว เพราะว่าท่านถามตั้งแต่เมื่อเช้าผมก็ยอมรับอยู่ แต่หมายความว่าอย่างนี้ เนื่องจากยังมีอีกหลายท่านแล้วก็เราใช้เวลาพอสมควร ผมกำลังจะหาวิธีการที่จะให้ทุกท่าน ได้มีโอกาสได้ออกความเห็นทุกคน เพราะว่าเรื่องนี้เรื่องสำคัญ อันนี้ถ้าถามแบบท่านวิทยา ถามหรือท่านอาคมถาม มันก็ง่าย ผู้ตอบก็ตอบง่าย เอาเป็นประเด็น ๆ ผมจดคำถามไว้ ทั้งหมด ๗-๘ คำถามส่วนมากก็จะซ้ำกัน บางทีท่านก็ไปอภิปรายในวาระที่หนึ่ง ผมจะเอาอย่างนี้ ได้ไหมครับ ขอความกรุณาฝ่ายค้านสัก ๔ ท่าน ฝ่ายรัฐบาลสัก ๑ เราก็จะผ่านในมาตรา ๓ แล้วเราไปพูดในมาตรา ๔ ที่พวกเราทั้งปรับลดแล้วก็ทั้งแปรญัตติไว้แล้วก็สงวนความเห็นไว้ ดีไหมครับ แล้วก็เดี๋ยวจากท่านวิทยาจะได้ถามเป็นประเด็นไป เอาเฉพาะประเด็นที่อยู่ใน วาระที่สองนะครับ ถ้าท่านลุกไม่จบครับ เดี๋ยวฟังท่านวิทยาก่อน นั่งก่อนท่านรังสิมา

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ผมต่อเนื่องที่ท่านหารือเลย นะครับ ผมเข้าใจว่าท่านกำกับเรื่องเวลาเขาอภิปรายให้ตรงประเด็นนะครับ แต่ถ้าท่านจะไป จำกัดคนที่แปรญัตติไว้ผมเข้าใจว่ายาก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ ห้ามเรื่องการแปรญัตติ แต่หมายความว่าเรากำลังขอความร่วมมือว่าระยะเวลาเราได้ตกลง กันไว้ทั้ง ๒ ฝ่าย ผมก็เป็นห่วงว่าในบางรายการเราไปพูดในมาตราอื่น ๆ ก็ได้ เชิญท่านวิทยา ครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้ต่อเนื่องกับที่ท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงตอบกับผมไว้นะครับ ผมเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องถ้าบอกเงินก็ไม่มากครับ แต่ถ้าถามว่าเรื่องใหญ่ไหมครับ เรื่องใหญ่ครับ ท่านประธาน ขอบคุณคณะกรรมาธิการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นที่ผมหารือก่อนได้ไหม

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ได้ครับ ประเด็นท่านหารือ ผมเข้าใจว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมหารืออย่างนี้นะครับว่าสัก ๔ ท่าน ฝั่งนี้สัก ๑ ก็จบนะครับ เดี๋ยวคำถามท่านก็ได้ถาม ก่อนที่ท่านผู้สงวนคำแปรญัตติไว้จะได้พูดนะ เอาอย่างนี้นะครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ถ้าท่านหารืออย่างนั้นก็ต้องคน ที่เหลือเขาจะได้ประชุมกันดู แต่โดยหลักผมเข้าใจว่าท่านคุมประเด็นการอภิปราย ผมไม่ เข้าใจครับว่าบางคนผู้ที่อภิปรายในสภาเป็นการอภิปรายวาระที่หนึ่ง ซึ่งเกินจากกรอบ การอภิปรายวาระที่สอง วาระที่สาม ที่เราควรจะปฏิบัติ แต่เนื่องจากเราเคยชินก็พูดไปทุกเรื่อง พอทุกเรื่องท่านคุมไม่อยู่ก็มีปัญหา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร อย่างนั้นถ้าท่านวิทยาจะถามกลับ เดี๋ยวท่านสรรเสริญท่านก็ต้องถามอีก เพราะว่า ผมได้จดประเด็นท่านสรรเสริญกับท่านกรณ์ ท่านพูดในแนวทางเดียวกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องของ วาระที่หนึ่งอยู่แล้ว ฉะนั้นเอาอย่างนี้ผมจะใช้สิทธิที่จะอนุญาตไม่อนุญาตนะครับ เชิญท่านวิทยา ใช้สิทธิถาม

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ผมสั้น ๆ ครับท่านประธานครับ คือเรื่องพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติ หรือที่เราเรียกว่าพระราชบัญญัติบำนาญประชาชน วันข้างหน้าครับ ประชาชนประเภทนี้จะมีบำเหน็จบำนาญเมื่ออายุครบ ๖๐ ปี เพราะฉะนั้น กฎหมายเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ บทเฉพาะกาลสภาเราเขียนบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่ารัฐบาล ต้องจัดเงินให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับงบในการดำเนินการ ปรากฏว่างบประมาณปีนี้ รัฐบาลไม่ได้จัดมาเลยครับ ขอบคุณความกรุณาของคณะกรรมาธิการครับ ท่านปรับลดมา ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท อุตส่าห์เจียดมาให้ ๒๒๕ ล้านบาท ทีนี้ปัญหาตกอยู่ที่รัฐบาลครับ เพราะ การเจียดให้บางส่วนไม่ทำให้ถูกกฎหมายขึ้นมาครับ ยิ่งบ่งชี้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผิดกฎหมายครับ คนที่กำกับพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติคือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ ซึ่งท่านเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณอยู่ ผม ถามตั้งแต่เริ่มต้นตอนเช้าแล้วครับว่า เวลาเงินส่วนนี้ขึ้นมาสู่วิพากษ์วิจารณ์ ตัวแทน กระทรวงการคลังซึ่งมีหน้าที่กำกับการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เคยขึ้นมาขอร้องกรรมาธิการ ที่จะเติมเงินให้เต็มหรือเปล่า วันนี้เราไม่มีสิทธิทำอย่างอื่นครับ ผมจะแปรญัตติเพิ่มให้ท่านก็ ไม่ได้ครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องตอบต่อสภานะครับก่อนที่พระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ จะเป็นพระราชบัญญัติที่ถูกตีความว่าขัดต่อกฎหมาย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องตอบต่อสภานะครับว่า ท่านในฐานะผู้กำกับตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ท่านจะจัดเงิน อีก ๗๐๐ กว่าล้านบาทใส่เป็นงบดำเนินการให้กับเขาได้เมื่อไรครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้มี ระยะเวลาของการดำเนินการ ต้องเริ่มดำเนินการภายใน ๑ ปี นับแต่พระราชบัญญัติบังคับใช้ เหลือเวลาไม่กี่เดือนครับ ต้องดำเนินการ ในพระราชบัญญัติงบประมาณไม่ปรากฏ ท่านต้อง ชี้แจงกับสภาครับว่า อีก ๗๐๐ กว่าล้านบาทท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วผมเชื่อ ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะไม่ได้ใช้ครับ และคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้อง รับผิดชอบทั้งหมดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คือมีอยู่ ๒ ท่านที่จะใช้สิทธิคณะกรรมาธิการใช่ไหม ท่านคมเดชกับท่านคุณหมอสุกิจ ท่านจะใช้สิทธิกรรมาธิการใช่ไหม เอาคุณหมอก่อน ท่านจะตอบในฐานะกรรมาธิการใช่ไหม ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณี ที่เมื่อกี้คุณวัชระได้พูดถึงเรื่องของปลัดกระทรวงที่ร้องไห้ แล้วคุณยุทธพงศ์ได้ตอบ พูดถึง เครื่องวัดลมเฉือน ถ้าผมไม่ชี้แจงก็จะเกิดความเสียหาย เพราะว่าเครื่องนี้เป็นเครื่องที่มี ความสำคัญต่อสนามบิน เพราะฉะนั้นจะเริ่มสมัยของประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกอะไร นะครับ แต่กรณีที่ท่านพูดว่าหลังจากที่ท่านชี้แจงจบในห้องประชุมแล้ว มีคนไปให้กำลังใจกับ ท่านอย่างนี้ มันจะเห็นภาพว่าท่านเป็นฝ่ายถูก จริง ๆ แล้วเหตุการณ์ ผมก็อยู่ในห้องประชุม นะครับ ผมชี้แจงคร่าว ๆ เท่านั้นครับ เพื่อปกป้องคนที่เขาไม่สามารถจะเข้ามาอยู่ในนี้ได้ คือได้มีการจัดซื้อจัดจ้างนะครับ ประมูลแล้วก็มีการยกเลิกการประมูล ทีนี้คุณยุทธพงศ์นี่ครับ ได้ไปกล่าวหาท่านปลัดกระทรวงไอซีทีในห้องประชุมว่า ที่ยกเลิกการประมูลเพราะว่าเพื่อน อ้างว่าเป็นเพื่อนเรียน วตท. ด้วยกันกับท่านปลัดกระทรวงไม่ได้รับการประมูล จึงมีการ ยกเลิก อันนี้ครับที่ทำให้ท่านเสียใจ ท่านพูดในห้องประชุมว่าท่านเสียใจ ท่านไม่นึกว่าจะเจอ กับบรรยากาศอย่างนี้ในห้องประชุมอันมีเกียรติอย่างนั้นนะครับ ท่านก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับว่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่เป็นอย่างนั้น เป็นเพราะว่ามีการร้องเรียนเกิดขึ้น แล้วก็ในที่สุดก็มีการ ยกเลิก แต่ตอนนี้โครงการนี้ก็เดินหน้าไปตามปกติแล้วครับ ผมจึงเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคมเดชจะชี้แจงในฐานะกรรมาธิการใช่ไหมครับ เชิญข้างบนได้ไหมครับ เพราะท่านสมาชิก จะได้เห็นหน้า เอาฝั่งโน้นก็ได้ครับ ท่านเจือรอนิดหนึ่งนะครับ เห็นท่านเจือตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว กับท่านกนกหลายท่านอยู่ อดทนนิดหนึ่ง ของท่านมีลำดับอยู่แล้ว เดี๋ยวให้ท่านกรรมาธิการ ชี้แจงก่อน เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจง

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล คณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับอยากตอบ ข้อซักถามทางสมาชิกที่ถามตั้งแต่เช้า เพราะว่าท่านประธานก็จัดการไว้เป็นอย่างดีว่าให้ถาม ไปเกือบทั้งวันแล้วก็ตอบเป็นชุดไป ก็จะไม่เป็นปัญหาในการดำเนินการ มีอยู่ประมาณ ๕ ประเด็นด้วยกันครับ ประเด็นเงินออมนี้ทางคุณหมอก็ได้ตอบไปแล้วว่าก็สามารถที่จะใช้ งบกลางได้ กับงบ ปี ๒๕๕๖ เพราะว่าในส่วนนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคมเดชครับ เอาประเด็นที่กรรมาธิการยังไม่ได้ชี้แจงได้ไหมครับ ที่ชี้แจงแล้วท่านก็ชัดเจน แล้ว เชิญครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กรรมาธิการ

สั้น ๆ ครับท่านประธาน ตัวประเด็นหลัก ๆ ตัวหนึ่งก็คือที่มีถามว่าปัญหาหนี้สินส่วนหนึ่ง ปัญหายาเสพติดส่วนหนึ่ง เงินออมส่วนหนึ่ง การเตรียมตัวเข้าเขตเศรษฐกิจของอาเซียนส่วนหนึ่ง แล้วก็การใช้เงิน ปี ๒๕๕๕ ต่อปี ๒๕๕๖ เป็นอย่างไรบ้าง ผมในฐานะที่เป็นประธานจัดตั้งข้อสังเกต ผมวาง แนวทางไว้เป็นแนวคิดส่วนหนึ่งที่ได้คุยกับคณะกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งประกอบด้วยทั้ง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แล้วก็พรรคร่วม จุดหนึ่งที่ควรดำเนินการในการตั้งข้อสังเกตเพื่อเป็น การกระตุ้นเตือนให้เกิดคุณภาพในการทำงานก็คืออยากให้เอาแนวทางของภาคธุรกิจส่วน หนึ่งไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินการ ตัวอย่างเช่น ท่าน ผอ. สำนักงบประมาณ ปลัดกระทรวง อธิบดี หรือว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเราเอาแนวทางหนึ่งเข้าไปประยุกต์ใช้ว่า ให้ผลักดันเงินออกเร็วที่สุดในการดำเนินการ ไม่ให้เงินค้างท่อ ไม่ให้ชะลอ ไม่ให้มีการบ่าย เบี่ยง เบี่ยงเบนไป ให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตรงนี้ แล้วมีผลต่อการพิจารณาตำแหน่ง หน้าที่การงาน ผมคิดว่าตัวนี้เราควรจะเอาแนวทางตรงนี้เข้าไปประยุกต์ใช้ในแนวทางของ การบริหารจัดการของประเทศด้วย คำว่า เช้าชามเย็นชาม เป็นจุดหนึ่งที่คู่กันกับข้าราชการ มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นการจัดตั้งข้อสังเกตตรงนี้ผมว่าจะมีผลมีประสิทธิภาพในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปี ๒๕๕๕ ต่อปี ๒๕๕๖ ตามที่ท่านประธานได้แนะนำว่าจุดไหน ที่ตอบไปแล้วก็ให้ผ่านไป ไม่ว่าเรื่องเงินออม ผมก็จะตอบสั้น ๆ เพื่อเป็นการเสริมนิดหนึ่ง นิดหนึ่งท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของประเทศ พรรคเพื่อไทยมาจากมรดกของพรรค พลังประชาชน แล้วก็มาจากพรรคไทยรักไทย ท่านคงจะจำได้ว่าผลงานส่วนหนึ่งของพรรค ไทยรักไทยก็คือการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก่อนกำหนด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ท่านกรรมาธิการครับ เอาเป็นเรื่องกรรมาธิการตอบสภาหน่อยได้ไหมครับ ไม่ต้องไปถึงพรรค เอากรรมาธิการว่าเขาถามอย่างหลายประเด็นอยู่ที่ผมจดอยู่นะครับ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ เช่นเดียวกันที่ท่านกำลังถามเรื่องการใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างความสมานฉันท์อะไรต่าง ๆ ก็ยังไม่ เห็นท่านกรรมาธิการตอบนะครับ เชิญครับ เอาเฉพาะที่ท่านสมาชิกได้ถามนะครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กรรมาธิการ

ก็จะตัดเป็นประเด็นเกี่ยวกับการ แก้ไขปัญหายาเสพติด ตรงนี้ก็เป็นประเด็นหลักสำหรับเป็นแนวทางเกี่ยวกับนโยบายของ ประเทศส่วนหนึ่ง จุดนี้ตามที่ทาง ผบ.ตร. เข้ามาประชุมร่วมตรงนั้น ก็ได้มีการพูดคุยกันว่าปัญหายาเสพติดจริง ๆ แล้วตัวเหตุหลักของมันก็คือการซื้อขาย ตำแหน่ง ถ้าเราตัดตรงนี้ออกไปส่วนหนึ่งเราจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ แล้วส่วนหนึ่งที่ผม มองเห็นจากอดีตมาถึงปัจจุบันก็คือ จากการที่มีการรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ แล้วก็เอาหวย บนดินลงใต้ดิน เพราฉะนั้นเป็นเชื้อเป็นชนวนส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหา ตอนนั้นในฐานะที่ เป็นสมาชิกแล้วก็เป็นกรรมาธิการ ก็ขอนำเสนอตรงนี้แก่ท่านประธานด้วย

ปัญหาตัวสุดท้ายท่านประธานครับ การเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียนอีก ๓ ปี ข้างหน้า มันมีเหตุผลตัวหนึ่งที่อยากฝากท่านประธานเป็นข้อสุดท้าย เป็นการกระตุ้นเตือน เกี่ยวกับการใช้งบประมาณต่าง ๆ แล้วก็การเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียนช่วงนี้ ท่านประธานถ้าดู ข่าวช่วงเช้าเงินงบประมาณที่จัดไปสู่แนวทางของนโยบายของรัฐบาลส่วนหนึ่งคือแรงงาน ๓๐๐ บาทท่านประธาน ผมชี้ให้เห็นตรงนี้ว่ามีอาจารย์คนหนึ่ง ผมจะไม่เอ่ยชื่อ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านมีแนวคิดว่าจะเอาภาษาไทยเข้าไปเป็นภาษากลาง เป็นภาษาที่ ๒ ของอาเซียน อันนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ประเทศเจริญที่สุดครับท่านประธาน มันนอกเหนือจากเงินตัวนั้น ๓๐๐ บาท เป็นตัวจูงใจจุดหนึ่งที่ทำให้แรงงานไม่ว่าพม่า เวียดนาม ลาว เขมร แม้แต่จีนเข้ามา เขาได้เรียนรู้ภาษาไทยในส่วน ๆ นี้ เพราะฉะนั้น แนวทางหนึ่งหลังจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือการปรับลดงบประมาณแล้วต้องมี ยุทธศาสตร์อื่นด้วยท่านประธาน ในฐานะที่เป็นประธานจัดตั้งข้อสังเกตมันไม่ใช่ว่าดูแต่ตัวเงิน อย่างเดียว ดูการบริหารจัดการด้วย ฝากท่านประธานสู่ทางคณะกรรมาธิการและสมาชิกด้วย ว่าจุดหนึ่งที่จะมีประโยชน์อย่างมหาศาลก็คือการนำภาษาไทยเข้าสู่ภาษาที่ ๒ ของอาเซียน ก็ฝากเป็นแนวคิดไว้ด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสรรเสริญครับ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ สรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านที่หนึ่ง เชิญ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ของผมสั้น ๆ เท่านั้นเอง ไม่เกิน ๒ นาที คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ได้ตอบข้อซักถาม บางข้อก็ทำให้อุ่นใจ บางข้อก็ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมนะครับ แล้วก็ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า บางข้อก็ทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้น ที่ท่านได้กรุณาตอบว่าการโอนหนี้ของกองทุนฟื้นฟูไปสู่ แบงก์ชาตินั้นทำได้ แล้วรัฐบาลก็มีความจำเป็นเพราะว่าจะต้องกู้ที่จะนำมาลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานในอนาคตอีกนานนะครับ เรื่องนี้ก็เป็นข้อที่ผมสงสัย เพราะว่าที่ผมจำได้ ท่านเป็นคนให้สัมภาษณ์เองว่าหนี้สาธารณะของเราอยู่ในระดับที่ต่ำ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ หากรัฐบาลไม่โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยก็สามารถกู้ได้ ซึ่งตอนนั้น จุดยืนของท่านและคำสัมภาษณ์ของท่าน ผมยอมรับว่าผมชื่นชมมากนะครับว่าเป็นการ ปกป้องการดำเนินนโยบายการเงินที่เป็นอิสระของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่เมื่อสักครู่ ที่ท่านตอบมันกลับด้านกัน ผมก็เลยสงสัยว่ามันเกิดอะไรกับจุดยืนที่ท่านเคยพูดไป แต่อย่างไรก็ตามที่ท่านยืนยันมาว่าจะไม่มีการพิมพ์แบงก์จากแบงก์ชาตินั้น ผมอุ่นใจในระดับ หนึ่ง แล้วก็ผมในฐานะฝ่ายค้านก็จะต้องเฝ้าติดตามวิธีการของท่านว่าการดำเนินการที่โอนหนี้ ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีการพิมพ์แบงก์จริงหรือไม่ อย่างที่ท่านพูดจริงหรือไม่ อันนี้ผมก็ถือว่าเป็นคำยืนยันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสภานะครับว่าจะไม่มี การบีบบังคับให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิมพ์แบงก์ออกมา

ประเด็นที่ผมสงสัยแล้วก็ท่านยังไม่ได้ตอบก็คือในเรื่องของการออก พ.ร.ก. ให้แบงก์ชาติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่ อันนี้ตามหลักเศรษฐศาสตร์ก็ถือว่าเป็นการพิมพ์แบงก์ท่านก็ยังไม่ได้ตอบให้ชัดเจนว่า เกิดอะไรขึ้น แล้วก็จะดำเนินการต่อหรือไม่นะครับ

ในอีกเรื่องก็คือ ๔ พ.ร.ก. ที่เข้าคณะรัฐมนตรีวันนี้มีในเรื่องของการจัดตั้ง กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยกู้ ดอกเบี้ยต่ำ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสรรเสริญครับ เอาประเด็นนี้ท่านถามกระทู้ถามสดได้ไหมครับ เพราะตอนที่พิจารณา งบประมาณที่ผมตรวจดูในรายการมันไม่มีในรายการ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าท่านกระทู้ถามสด ดีกว่าถ้าเข้า ครม. วันนี้แล้วท่านถามกันเลยได้ไหมครับ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ ถ้าท่านสะดวกตอบ ก็ตอบนะครับ ถ้าไม่ตอบผมก็จะขอตั้งกระทู้ถามต่อไป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือมัน ไม่มีในงบประมาณที่เราพิจารณากัน ผมได้ตรวจดูแล้ว เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านถามค้างไว้ เดี๋ยวทางคณะกรรมาธิการจะได้ตอบภายหลัง

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ก็สุดแล้วแต่ท่านรัฐมนตรี จะตอบนะครับ ถ้าไม่ตอบผมก็จะตั้งกระทู้ถามต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ มากครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านผู้ประท้วงครับ ผิดข้อไหนครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ข้อ ๘ ค่ะ ท่านประธานอ่านลำดับดิฉัน คือดิฉันมาจองตั้งแต่เช้าแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อ ๘ นี้ หมายความว่าผมผิดอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง อ่านไม่ตามที่ดิฉันเรียงคิวไว้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่ทราบว่าเรียงคิวอย่างไร เพียงแต่ประธานมีหน้าที่ในการที่จะพิจารณาที่จะให้ ท่านสมาชิกท่านใดพูดตามข้อบังคับ ฉะนั้นที่ท่านบอกว่าผมไม่ปฏิบัติตามข้อ ๘ นั้นไม่ถูกต้อง นั่งลงครับ วินิจฉัยแล้วนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานไม่เป็นธรรม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผม ให้พูดอยู่แล้วนั่งลง ถ้ามาต่อล้อต่อเถียงกัน ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวผมปรึกษาท่านเจือก็ได้บอกว่า ถ้าท่านเจือยอมก็เดี๋ยวท่านก่อนก็ได้ เดี๋ยวท่านไปปรึกษากันก่อน เดี๋ยวให้ท่านกรรมาธิการ ตอบก่อน ท่านเจือให้ท่านรังสิมาก่อนนะ ท่านรอตั้งแต่บ่ายโมงแล้วรออีกสักท่านหนึ่งก็ไม่เป็น อะไรนะ เชิญท่านยุทธพงศ์ตอบสั้น ๆ นะ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะลุกขึ้นมาใช้เวลาของสภา แต่เนื่องจากว่าคุณหมอสุกิจ ส.ส. จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นกรรมาธิการได้พาดพิงถึงผม แล้วก็ได้ เอ่ยชื่อผมด้วย แล้วไปกล่าวหาผมในข้อความที่เป็นเท็จ ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ได้ชี้แจงครับ คือมากล่าวหาว่าผมในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณกรณี ปลัดกระทรวงไอซีที ไปบอกว่าผมไปกล่าวหาว่าปลัดกระทรวงไปยกเลิกการประมูลเครื่อง วัดลมเฉือนสนามบินสุวรรณภูมิมูลค่า ๑๔๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในข้อเท็จจริง ท่านประธานปลัดกระทรวงไอซีทีจะมีอำนาจอะไรไปยกเลิกการประมูล คนที่ยกเลิกการ ประมูลก็คืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ขออภัยที่เอ่ยนามก็คือท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งท่านก็เป็นกรรมาธิการงบประมาณ เพียงแต่ว่าเรื่องทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องนี้ ก็เนื่องจากเห็นว่ามันมีการเตะถ่วงไม่ยอมให้เรื่องนี้เสร็จ มีการดึงเรื่อง ดีเลย์ (Delay) เรื่อง ท่านประธานผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีได้อนุมัติเรื่องนี้ให้ เซ็นสัญญาเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนแล้วท่านประธานครับ ผมมีการติดตามทวงถามเรื่องนี้ วันที่ ๘ ธันวาคม วันที่ ๙ ธันวาคมปลัดกระทรวงถึงส่งเรื่องมาให้กรมอุตุนิยมวิทยาได้เซ็น สัญญาทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ แล้วผมก็เรียนท่านประธานนะครับว่าเรื่องนี้ที่ผมออกไปเข้า ห้องน้ำเมื่อสักครู่คนที่มาให้กำลังใจผมอีกก็คือแม่เลี้ยงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชี้แจงพอสมควรแล้วนะครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

มาให้กำลังใจผม แล้วถ้าหมอสุกิจ ยังไม่เข้าใจท่านไป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเป็น ว่าท่านได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ถ้าอย่างนั้นจะโต้กันไปโต้กันมา

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมมีประเด็น อีกเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ กรณีอีกกรณีหนึ่งที่มีท่าน ส.ส. ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถามเรื่องการขาดแคลนภารโรงทำให้ครูต้องไปทำหน้าที่ภารโรงแทน คำชี้แจงนะครับ ในปี ๒๕๕๕ ในงบประมาณปีนี้ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับจัดสรรงบประมาณโครงการคืนครูให้นักเรียน งบดำเนินงาน รายการค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้ราชการเพื่อจัดหานักการภารโรงให้ โรงเรียนที่ขาดแคลนเพิ่มขึ้นอีกโรงเรียนละ ๑ คน จำนวน ๘,๗๔๕ คน ค่าตอบแทนคนละ ๕,๙๘๕ บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา ๑๒ เดือน ในวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๖๒๗ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ทางกรรมาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ แล้วก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ก็ได้ ขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจง ขอขอบคุณครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอสุกิจ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีรอต่อครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมหมอสุกิจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะข้อเท็จจริงที่พาดพิงกันนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมประท้วงเพราะว่าท่านกล่าวหาว่าผมพูดไม่จริง อันนี้เป็นความ เสียหายอย่างร้ายแรง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเดี๋ยวท่านประท้วงหรือขอใช้สิทธิพาดพิง เอาว่าใช้สิทธิแล้วกันนะครับ เพราะว่ามัน พาดพิงถึงท่านนะ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

ไม่ได้ครับ ท่านพาดพิงด้วยแล้วก็ ท่านกล่าวหาผมด้วยนะครับ ซึ่งผมขอยืนยันสั้น ๆ ว่าสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ คนที่อยู่ในห้อง ประชุมนี้รู้ดีว่าผมพูดความจริงนะครับ ผมอาจจะพูดผิดพลาดไปบ้างในบางประเด็น แต่ว่า ข้อหาใหญ่ใจความที่ผมพูดเป็นความจริงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวผมลงบัลลังก์ เดี๋ยวผมเชิญแม่เลี้ยงติ๊กไปถามก็ได้ เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ซึ่งจริง ๆ ไม่น่าพาดพิงผมเลย ผมนั่งกินข้าวผมอยู่ดี ๆ กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าผมไม่พูด คนจะเข้าใจผิดว่าผมไปยกเลิกโครงการประมูลเขาแล้วก็เกิดความล่าช้า ประเด็นอย่างนี้ ครับ คือเรื่องของกรมอุตุนิยมวิทยามีการประมูลมาก่อนหน้าผมจะมาเป็นรัฐมนตรี และเมื่อ ผมมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปีที่แล้ว งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งอยู่คณะเดียวกับท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ท่านเอาเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายในที่ ประชุมคณะกรรมาธิการ ผมก็บอกว่าขออนุญาตไปตรวจสอบให้ แล้วก็ส่งไปให้ ท่านปลัดกระทรวงสอบสวน ก็ปรากฏว่าผลการสอบสวนนั้นมีพิรุธจริง จึงมีการยกเลิกสัญญา แล้วก็มีการประมูลใหม่ กระบวนการที่ประมูลใหม่นั้นก็ปรากฏว่าได้ผู้ประมูลแล้ว และประมูลเสร็จคือประมูลเสร็จหลังวันเลือกตั้ง แต่ผมยังรักษาการเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงไอซีทีอยู่ แต่ผมถือว่าเป็นมรรยาท ผมไม่ควรไปแตะต้อง ผมก็เลยทิ้งเรื่องไว้เพื่อให้ รัฐมนตรีใหม่นั้นเข้ามาพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติตามท่านจะเห็นสมควร ฉะนั้นก็กราบ เรียนให้ท่านประธานได้ทราบ ส่วนแม่เลี้ยงติ๊กเพื่อนผมนั้นก็คบคนทุกประเภทครับ ท่านเรียก ไปถามได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจือ จะให้ท่านรังสิมาก่อนไหม เดี๋ยวครับท่านเจือนิดหนึ่ง ท่านอื่นจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ จะมีท่านเจือนะครับ แล้วก็ท่านวิรัตน์ แล้วก็ท่านสงกรานต์ เตรียมไว้นะครับ ท่านกนก แล้วท่านที่ ๕ ก็คือคุณหมอเหวงนะครับ ๕ ท่านก่อน ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกครับ เชิญครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งครับที่ได้แปรญัตติเงินงบประมาณของรัฐบาลในมาตรา ๓ เอาไว้ ซึ่งปีนี้อย่างที่ได้รับทราบกันแล้วว่าตั้งเอาไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองได้ปรับลดไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ครับ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าในภาวะปีใหม่อย่างนี้ รัฐบาลเองน่าที่จะมอบความสุข ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าย้อนหลังกลับไป ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเองก็ยังไม่ได้คิดที่ จะมอบความสุขให้กับพี่น้องประชาชน ยกเว้นจะมอบความสุขให้กับพี่น้องหรือว่าในญาติบาง ตระกูล บางครอบครัวเท่านั้นละครับ ผมเองต้องจำเป็นที่จะต้องปรับลดงบประมาณอันนี้ลง ไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ผมมีเหตุผลรองรับอยู่ ๓ ประการ ท่านประธานครับ

ประการแรก ที่ปรับลดเพราะว่าเงินงบประมาณไม่สอดคล้องกับความจำเป็น ของประเทศอย่างที่ท่านประธานได้รับทราบ กรรมาธิการก็รับรู้ว่าขณะนี้ประเทศของเราอยู่ ในภาวะอุทกภัยน้ำท่วม เปิดไปดูเงินงบประมาณไม่มีตรงไหนที่จะมีการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม อย่างเป็นระบบอย่างบูรณาการ แม้ว่าพี่น้องในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง หรือกรุงเทพมหานครก็ตาม แล้วในขณะนี้น้ำท่วมมากในภาคใต้ ยุทธศาสตร์ของงบประมาณ ก็ยังไม่เห็นที่รัฐบาลที่จะมีเงินงบประมาณรองรับการแก้ปัญหาเหล่านี้ เป็นที่น่าเสียใจเป็น อย่างยิ่งครับ ผมเองต้องปรับลดเป็นจำนวน ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านประธานจำได้น้ำท่วม ภาคใต้มีมาทุกปีครับ เราคาดการณ์ได้ว่าน้ำก็ต้องท่วมอีก สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้นน้ำก็ท่วม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ไปเยี่ยมที่ ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลาบ้านผมท่านก็ไปเยี่ยม ปัญหามากอันหนึ่งที่ขณะนี้พี่น้องกังวลกันมาก ก็คือว่าทะเลชายฝั่งของเราจะหายไป ตั้งแต่ฝั่งภาคกลางเป็นต้นไปไปถึงภาคใต้ถึงมาเลเซีย ทุกจังหวัดภาคใต้ขณะนี้กัดเซาะชายฝั่งมาก แต่ว่าผมไปดูแผนงานโครงการของรัฐบาลก็ยัง ไม่เห็นนะครับว่าตรงไหนที่จะแก้การกัดเซาะชายฝั่ง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตอนเป็น นายกรัฐมนตรีได้ไปเยี่ยมที่จังหวัดสงขลาท่านก็ไปเห็นปัญหาจังหวัดสงขลา หาดชลาทัศน์ ซึ่งเป็นหาดแหลมสมิหลาท่านประธานน่าจะรู้จัก สวยงามมากครับ โดนกัดเซาะชายฝั่ง ท่านเองท่านก็ได้ให้เงินงบประมาณไป ๘๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้ก็โดนกัดเซาะอยู่บางส่วน แต่ว่าก็ยังไม่มีงบประมาณรองรับ ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า รัฐบาลชุดนี้หรือคณะกรรมาธิการชุดนี้ยังไม่ได้มีเงินงบประมาณแก้ปัญหาตรงนี้เลย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านก็เดินทางไป จริง ๆ ท่านก็ไปภาคใต้ ไม่ใช่ท่านไม่ไป เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคมท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะได้เดินทางไปร่วมพบปะ กับนักธุรกิจที่จังหวัดสงขลา ณ โรงแรมซากุระแกรนด์วิว อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ท่านลงพื้นที่ท่านรับฟังปัญหา มีข้อเสนอมาจากหอการค้าจังหวัดสงขลา สภาอุตสาหกรรม จังหวัดสงขลาหลายเรื่องนะครับ

เรื่องแรก ก็คือท่านบอกว่าหอการค้าจังหวัดสงขลาบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า ให้ก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ให้สร้างโครงการมอเตอร์เวย์เชื่อมด่านสะเดา- หาดใหญ่ แล้วก็ให้มีรถไฟความเร็วสูงไปถึงภาคใต้ สิ่งเหล่านี้หอการค้าจังหวัดสงขลาได้เสนอ กับท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ เรื่องรถไฟความเร็วสูงทางภาคใต้ตอนท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ท่านก็มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปเจรจากับจีนตอนนั้น แต่ว่าเป็นที่ น่าเสียดายที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปเสียก่อนตอนนั้น ก็เลยยังไม่ได้ทำเรื่องนี้ แต่ว่า หอการค้าก็ได้เสนอกับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หลายเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีก็รับปาก เอาไว้รับปากว่าจะมาดูเรื่องนี้ให้ แต่ผมมาดูในเงินงบประมาณไม่เห็นมีรองรับเลย ผมไม่แน่ใจ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มาแปรญัตติเรื่องนี้หรือเปล่า กรรมาธิการได้ถามหรือเปล่าว่ามีไหม เรื่องการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ หรือว่าสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมสะเดา-หาดใหญ่ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปรับปากเอาไว้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่พวกเราอยากเห็นรัฐบาลนี้ช่วย แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเพราะว่ามีความจำเป็น ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเดินทางลงไป แล้วท่านได้รับปากเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ผมต้องมาเรียนกับท่านกรรมาธิการว่าได้ถามท่าน นายกรัฐมนตรีไหม ได้ถามรัฐบาลไหม

ประเด็นที่ ๒ งบประมาณคราวนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ได้แถลงกับสภาไว้ แถลงไว้หลายเรื่องนะครับนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มันมีอยู่เรื่องหนึ่งบอกว่า แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง ท่านประธานคงจำได้ตอนที่รัฐบาลมาแถลงจะมีการยกเลิก จะมีการชะลอเก็บเงิน เข้ากองทุนน้ำมันเพื่อจะกระชากราคาสินค้าให้ลงมา ค่าครองชีพให้ลดลง ขณะนี้เกิดอะไรขึ้น ครับท่านประธานครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคมของสภาผู้แทนราษฎร เราได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้อง คนขับรถแท็กซี่ ผู้ใช้รถแก๊สเอ็นจีวี (NGV) บอกว่าขณะนี้รัฐบาลประกาศขึ้นเอ็นจีวี แม้ว่าขึ้นเดือนละ ๕๐ สตางค์ ๑๒ เดือนขึ้น ๖ บาท จาก ๘.๕๐ บาท เป็น ๑๔.๕๐ บาทครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมไม่ทราบว่ากรรมาธิการได้ถามรัฐบาลหรือเปล่าว่าไปซ้ำเติมคนจน ทำไม คือขณะนี้ที่พี่น้องประสบผลน้ำท่วมอยู่ทำไมไปซ้ำเติม รัฐบาลบอกว่าจะลดค่าครองชีพ มันไม่ลดหรอกครับสวนทางกับนโยบายที่พูดเอาไว้ในสภา มันเป็นการขึ้นค่าครองชีพให้กับ พี่น้องประชาชนซึ่งมีปัญหามาก หลายคนไปตำหนิ ปตท. บอกว่าไปขึ้นราคา ปตท. มาชี้แจง กับคณะกรรมาธิการบอกว่าเรื่องนี้ได้นำเข้าคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ ซึ่งมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นฝ่ายการเมืองทั้งนั้น ผลสุดท้ายไปนำเข้า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ท่านนั่งเป็นประธานอยู่ในคณะรัฐมนตรีไม่ต้องไปโทษหน่วยงานอื่นหรอกครับ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ดูแลต้องรับผิดชอบ ผมถามกรมการขนส่งทางบกที่มาชี้แจงมา ร่วมด้วยในวันนั้นว่ากรมการขนส่งทางบกทราบเรื่องไหม ไม่ทราบครับ ท่านปลัดกระทรวงคมนาคม บอกไม่ทราบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ทราบเรื่องเลย สิ่งเหล่านี้ท่านกรรมาธิการได้ถาม หรือเปล่าว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพิ่มภาระซ้ำเติมคนจนในภาวะที่ค่าครองชีพกำลังสูงขึ้นทุกวัน ๆ ผมเองต้องมาบอกกับท่านประธาน บอกกับกรรมาธิการ สิ่งที่อยากจะเรียนต่อไปก็คือว่า งบประมาณนี้ไม่โปร่งใสหรอกครับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศผลการสำรวจของดุสิตโพลได้ รายงานผลการสำรวจในหัวข้อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ปี ๒๕๕๕ ในสายตาประชาชน มีข้อหนึ่งพูดเรื่องการเมือง ประชาชนกังวลเรื่องอะไรมากที่สุดในการเมือง อันดับหนึ่งก็คือ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ ๔๗.๘๒ สาระคืออะไร สาระก็คือว่าพี่น้องไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะมีความซื่อสัตย์สุจริต คือเชื่อว่ามีการทุจริต เมื่อสักครู่กรรมาธิการได้ตอบบอกว่า ขณะนี้เงินงบประมาณกำลังเข้าสภายังไม่ทุจริต ผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการท่านไปอยู่ที่ไหนเสีย ตอนน้ำท่วมรัฐบาลบริหารผิดพลาด พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถุงยังชีพเป็น เงินงบประมาณส่วนหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ที่ทำให้เรามาอภิปราย ที่ทำให้คนทั่วประเทศได้แล เห็นว่ามีการทุจริต แม้ในภาวะน้ำท่วมคนกำลังลำบากมีการทุจริต ท่านกรรมาธิการครับเงิน ส่วนตัวหรือครับ คราวนั้นที่ซื้อถุงยังชีพมันเป็นเงินงบประมาณนะครับ ก็ขอเรียนกับ กรรมาธิการด้วย เมื่อสักครู่กรรมาธิการพูดบอกว่าประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ได้เตรียมการหมดแล้ว ไม่จริงหรอกครับ อย่างน้อยเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่จริง เรื่องปาล์ม น้ำมัน พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ขณะนี้พูดเรื่องยางก่อน ราคายางตกต่ำที่สุด กรรมาธิการไม่แน่ใจว่าได้ไปถามรัฐบาลบ้างไหมว่าแก้ปัญหาอย่างไร แต่ว่าเรื่องปาล์มน้ำมัน เมื่อสักครู่กรรมาธิการตอบบอกว่าได้แก้ปัญหาเรียบร้อยหมดแล้ว ประชาคมอาเซียนแก้ หมดแล้วไม่จริงหรอกครับ เรื่องปาล์มน้ำมันพี่น้อง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ทั่วประเทศกำลังจะมี ปัญหาเพราะว่าปี ๒๕๕๘ เราจะเปิดประชาคมอาเซียนเราไม่สามารถจะแข่งกับประเทศ อินโดนีเซียได้ ประเทศมาเลเซียได้ เพราะว่าเกษตรกรของเราขาดความรู้ความเข้าใจ ต้นทุน สูง ราคาปุ๋ยแพงเราสู้เขาไม่ได้ครับ ผมไม่แน่ใจกรรมาธิการเข้าใจเรื่องนี้ หรือเปล่า ได้เตรียมการแค่ไหน ผมยังไม่เห็นเงินงบประมาณที่จะไปเตรียมเรื่องนี้ไม่จริงหรอกครับ ท่านตอบไปแต่ว่าผมไม่เชื่อแล้วก็ไม่มีเงินงบประมาณรองรับเลยครับ เราสู้เขาไม่ได้ ไปปี ๒๕๕๘ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมในฐานะสมาชิกของสภานี้ ต้องบอกกับทางกรรมาธิการว่าหลายเรื่องที่พวกเรากังวลใจและเราไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะนำ เงินงบประมาณไปใช้ให้เกิดประสิทธิผล ประสิทธิภาพได้ ผมมีความจำเป็นจะต้องปรับลดลงในจำนวนที่ได้เรียนกับท่านประธานไว้แล้ว ขอขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เราได้คุยกันไว้จะใช้เวลา ๓ วัน แต่นี่ไปวันแรกก็ประมาณทุ่มครึ่งแล้วนะครับ มาตราเดียว ยังไม่จบ เพราะฉะนั้นคืนนี้อาจจะต้องขอเลยไปถึงตี ๓ แล้วก็ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่กระชับพอ เวลาอาจจะไม่พอ อาจจะขอสว่างเลยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องอยู่กับสมาชิก ถ้าให้ช่วย กระชับแล้วก็เวลาบริหารได้พอ เที่ยงคืนก็ไม่เป็นอะไรอย่างที่ได้ตกลงกันไว้นะครับ แต่ถ้ามัน ไม่พอจริง ๆ จำเป็นต้องขยายเวลาตรงนั้นนะครับ ก็ต้องขอความร่วมมือสมาชิกถ้ากระชับได้ อยากให้กระชับนะครับ แล้วก็อย่าพยายามให้มีการพาดพิงและทำให้เกิดความเสียหาย เพราะมันจะเสียเวลาถ้ามีคนประท้วงนะครับ เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติไว้ ในมาตรา ๓ ขอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ ๑๐ เป็นเงิน ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมมี เหตุผลท่านประธานครับ ในฐานะที่สภาตั้งผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการน้ำภาคใต้ ๑๔ จังหวัด และกรรมาธิการงบประมาณได้ตั้งผมเป็นอนุกรรมาธิการแหล่งน้ำ ผมกราบเรียน ครับว่าเมื่อมาดูคำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในข้อ ๑.๔ เรื่องการส่งเสริมการบริหารการจัดการน้ำอย่างบูรณาการว่า จะบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบให้สามารถป้องกันบรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหา แล้งซ้ำซาก เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ รายละเอียดมีอยู่ในคำแถลง ผมเรียน ครับว่าถ้าผมจะไล่ตั้งแต่ภาคใต้ล่างสุดมาท่านประธานครับ ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มแม่น้ำสายบุรี ถ้าจัดการไม่ถูกต้องอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ น้ำมาก็จะท่วมสุไหงโก-ลก ก็จะท่วมจังหวัด นราธิวาส ถ้ากระผมอยากจะกราบเรียนว่าได้มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับลุ่มน้ำนี้อย่างน้อย ๒ ครั้งว่าทางราชการควรจะต้องหาวิธี หามาตรการจัดการน้ำเกี่ยวกับลุ่มน้ำสายบุรีนะครับ มีการยกอ้างเหตุครับว่าอาจจะมีพื้นที่บางที่ไปกระทบกับที่ฝังศพมุสลิม แต่ว่าเรื่องนี้ก็ทิ้งช่วง มาจนถึงในปี ๒๕๔๘ รัฐบาลท่านทักษิณก็หยิบยก มาถึงเดี๋ยวนี้ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า แม่น้ำสายบุรียังไม่ถึงไหนเลยครับ ผมก็พยายามติดตามว่า จะมีโอกาสได้สนองเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนแค่ไหน เพียงใด หรือไม่ ไม่เลยครับ ผมเลื่อนขึ้นมาครับท่านประธานครับ ลุ่มน้ำปัตตานี อันนี้ก็เป็นพระราชดำริเช่นเดียวกัน เรียนท่านประธานว่าลุ่มน้ำปัตตานีทรงดำริไว้ ๓ เขื่อนครับ ๑. เขื่อนบางลาง สร้างแล้วครับ ๒. เขื่อนปัตตานี สร้างแล้วครับ แต่ ๓. เขื่อนกรงปีนัง ลักษณะเขื่อนกรงปีนังเหมือนกับเขื่อน ชัยนาทคือเป็นเขื่อนทดน้ำ ผมสอบถามในอนุกรรมาธิการที่มีท่านศักดา คงเพชร เป็นประธาน ให้ช่วยถามกรมชลประทานว่าใช้เงินสักเท่าไรที่จะทำเขื่อนกรงปีนัง ณ ปี พ.ศ. นี้ครับ ปรากฏคำตอบก็คือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าทำขึ้นมาจริง ๆ แล้ว จะเอาน้ำไปทำนาในหน้าแล้ง ๑๓๒,๐๐๐ ไร่ เกิดประโยชน์กับพี่น้องในจังหวัดยะลามหาศาล เอาน้ำไปลงพรุน้ำดำ ได้น้ำ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ดูแลพื้นที่อีกเป็นหมื่นไร่ ทั้งหลายทั้งปวง เหล่านี้ เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ผมได้เจอกับท่านผู้อำนวยการชลประทาน ท่านก็บอกว่าถ้าทำอย่างที่สภาคิดจะเกิดประโยชน์มหาศาล ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ยังไม่เห็นอะไรเลยครับ ขึ้นมาอีกครับ เพื่อประหยัดเวลาสภา มาถึงตรงนี้ครับท่านประธาน คือลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาท่านประธานครับ เกิดอุทกภัยเมื่อปี ๒๕๓๑ เมื่อปี ๒๕๔๓ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ เมื่อปี ๒๕๓๑ ที่อุทกภัยในลุ่มน้ำอู่ตะเภาที่ท่วมหาดใหญ่ อย่างมโหฬารนะครับ ในหลวงท่านมีพระราชกระแส แต่ว่า ๑๐ ปีต่อมาท่วมอีกในปี ๒๕๔๓ ใน ๑๐ ปีนั้นครับรัฐบาลไม่ได้ทำอะไร เอาละครับ ในปี ๒๕๔๓ ท่วมอีก รัฐบาลพรรค ประชาธิปัตย์ก็เลยมาสร้างคลอง ร. ๑ นะครับ สร้างคลอง ร. ๑ แต่ปี ๒๕๕๓ ท่วมอีก เพราะอะไรครับ เพราะว่าปริมาณน้ำมันมามากกว่าที่คำนวณไว้ ๒ เท่า แต่รอบนี้ ท่านประธาน รอบนี้ในฐานะที่สภามอบหมายให้ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมลงไปประชุมคณะกรรมาธิการ ลงไปประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ก็ขอร้องในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่ากรมชลประทานจะต้องให้น้ำอยู่ในเขื่อนคงเหลือ ต้องไม่เกินกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ประสานกับท่านนายกฯ พื้นที่ให้น้ำคงอยู่ในคลองให้น้อย ที่สุด รอบที่ผ่านมาเมื่อ ๒-๓ วันในวันที่ ๑ วันขึ้นปีใหม่ท่านประธานครับ ปริมาณฝนที่ตก ในสะเดาประมาณ ๓๐๐ มิลลิเมตร ปริมาณฝนที่ตกที่นาหม่อมประมาณ ๒๐๐ กว่ามิลลิเมตร ถ้าไม่มีการจัดการที่ดีนะครับ เชื่อได้ว่าหาดใหญ่ก็จะเป็นทะเลสาบ แต่ว่าจากการเตรียมการ ก็ทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมไม่ท่วมเศรษฐกิจหลัก แต่มาท่วมชานเมืองในแถวหาดใหญ่ใน ผมพูด มาถึงตรงนี้เพื่อจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าจะให้หาดใหญ่ปลอดภัย ให้พื้นที่ลุ่มน้ำ คลองอู่ตะเภาปลอดภัยครับท่านประธาน ท่านแค่อนุมัติยกสปริงเวย์ (Spring way) ขึ้นมาที่ สะเดาอีก ๑ เมตร ท่านก็สามารถเก็บน้ำได้อีก ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้เงินเท่าไรครับ ๑๐ ล้านบาท ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาท่านปัจจุบันท่านกฤษฎา บุญราช ท่านเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ บอกว่าสามารถยกคันคลอง ร. ๑ ขึ้นมา ๑ เมตร ยาว ๗ กิโลเมตร ส่วนปลายคลองแถวบางกร่ำ แถวบางเหรียง แถวบางหยีขยายคลอง ใช้เงินเท่าไรครับ ใช้เงิน ๓,๐๐๐ บาท ระบายน้ำเป็นอย่างไร ระบายน้ำจาก ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นเป็น ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใช้เงิน ๓,๐๐๐ บาท เพราะว่าในปี ๒๕๔๓ ที่เราเมื่อเกิดเหตุ แล้วท่านประธาน มีคนตาย ๑๘ ความเสียหายแม้ว่าท่วมไม่นาน ไม่เสียหายเหมือนประเทศไทย ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่หาดใหญ่ก็โดนเข้าไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าเมื่อการจัดการเกี่ยวกับน้ำไม่ถูกต้องผมเลยปรับลดไว้ร้อยละ ๑๐ อยากจะ กราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าพอปล่อยน้ำจากคลองอู่ตะเภาลงทะเลสาบ ทะเลสาบ กรมชลประทานก็ทำไม่ได้ กรมที่จะทำได้คือกรมเจ้าท่า ตอนนี้ทะเลสาบมีเนื้อที่ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ลึกเท่าไรท่านประธานครับ แค่ ๘๐ เซนติเมตร ไม่ถึงเมตรครับ ถ้าแก้ผ้ากระโดดลง ทะเลรับรองว่าโป๊ ซึ่งผมก็ยังไม่เห็นผลงาน ไม่เห็นเนื้องานที่ชัดเจนว่ากรมเจ้าท่าจะขุดลอกร่อง ในทะเลสาบเพื่อเอาน้ำออกทะเลหลวงได้เป็นอย่างมีมาตรการได้แค่ไหน เพียงไรนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเพราะอะไรครับ เพราะว่า ถ้าท่วมแล้วเกิดความเสียหายอย่างยับเยินมหาศาลนะครับ แล้วก็สิ่งที่กระผมได้พยายาม สอบถามจากหน่วยงานก็ไม่ได้รับคำตอบ เพราะฉะนั้นเราเห็นอยู่แล้วครับว่าถ้าเราจัดการน้ำ ผิดพลาดนะครับ แม้ว่าน้ำส่วนหนึ่งเป็นภัยธรรมชาติ แต่ถ้าเราจัดการน้ำผิดพลาดก็เห็นอยู่ แล้วครับว่าความเสียหายมันเกิดกับประเทศไทยกี่ล้านล้านบาท หาดใหญ่บ้านผมรอบที่แล้ว ก็เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รอบนี้ต้องเรียนว่าเสียหายน้อยนะครับ แต่ก็เสียหาย และรอบหน้า ถ้าน้ำฝนฟ้ามามากกว่านี้ ถ้าเราไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ผมก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายได้อีกนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ต้องทำให้ครบระบบครับ สร้างแหล่งเก็บน้ำเหนือหาดใหญ่ เช่น แอ่งหล้าปัง พรุปลีควาย ต้นลุง หลาย ๆ ที่เพื่อเก็บน้ำ แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายในคลอง เพิ่มประสิทธิภาพ ในการระบายในทะเลสาบ ก็จะทำให้พี่น้องคนไทยในโซน (Zone) ล่างของประเทศ ซึ่งก็เป็น คนไทยเหมือนกับท่านประธาน เป็นคนไทยเหมือนกับผม เป็นคนไทยเหมือนกับท่านรัฐมนตรี จะได้บริโภคงบประมาณอย่างเท่าเทียม อย่างเสมอหน้า เพราะฉะนั้นผมจึงมี ความจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายในมาตรา ๓ ลงร้อยละ ๑๐ ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เราอยู่ในวาระที่สองเรื่องการอภิปรายไม่อยากให้เป็นลักษณะอภิปรายในวาระที่หนึ่ง ให้อภิปรายในส่วนที่เราตัดงบประมาณ เรามีความเห็นอะไร อย่างไร ให้เข้าประเด็นตรงนั้นเลย จะได้กระชับเวลา แล้วก็ถ้าจะให้ดีก็อย่าพยายามหลีกเลี่ยงเพื่ออภิปรายเป็นลักษณะวาระที่หนึ่ง มันจะทำให้เสียเวลา เชิญท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ท่านเอาอย่างนี้นะครับเพื่อจะได้ เตรียมตัวได้พร้อมต่อจากท่านสงกรานต์จะเป็นท่านกนก แล้วก็ท่านคุณหมอเหวง ตามด้วย ท่านศรีสมร ท่านศุภชัย ท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ท่านวิชัย ล้ำสุทธิ พูดไปแล้วใช่ไหมครับ อย่างนั้น ก็ต่อจากท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ก็เป็นท่านรังสิมา อย่างนี้นะครับต่อจากท่านสงกรานต์จะเป็น ท่านกนกแล้วก็คุณหมอเหวง แล้วตามด้วยท่านศรีสมร แล้วก็ท่านศุภชัย ศรีหล้า แล้วก็ ท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว แล้วก็ตามด้วยท่านรังสิมา ท่านวิชัยพูดไปแล้วหรือยังครับ

นายวิชัย ล้ำสุทธิ ระยอง

ท่านประธาน ยังไม่ได้พูดเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้พูด ใช่ไหมครับ อย่างนั้นก็ท่านวิชัยแล้วค่อยมาท่านรังสิมานะครับ ท่านรังสิมาแล้วก็ต่อท่านวิชัย เชิญท่านสงกรานต์ครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้จากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาล ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น ผมขอเสนอตัด ๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยอด ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ ๙๕,๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมตัดแล้วเอาไปทำอะไรบ้าง ผมตั้งใจว่าเงิน ๔ เปอร์เซ็นต์ที่เราจะได้จากการตัดงบประมาณปีนี้ผมจะทำอยู่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก สำหรับเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนั้น ผมคิดว่าเราต้องนำเงินก้อนนี้ ไปเสริมให้กับกระทรวงแล้วก็กรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำครับ ท่านประธานครับ ปีนี้ ผมได้เป็นคณะกรรมาธิการเรื่องน้ำ แล้วก็มีการพิจารณากันมาตั้งนานแล้ว แต่อย่างที่เห็น ๆ งบประมาณปีนี้การจัดนั้นไม่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันนะครับ เพราะว่าการจัดเหมือนกับว่า เป็นการจัดงบประมาณตามปกติ เหมือนกับว่าประเทศไทยนั้นไม่เคยประสบปัญหาเรื่องน้ำ มาก่อน การพิจารณางบของกรมชลประทานหรืองบอื่น ๆ นั้นก็พิจารณากันตามปกติ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนำเสนอขึ้นมา เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าจะทำอะไรบ้าง ท่านประธานครับ กรมชลประทานปัญหาเรื่องน้ำนั้นไม่ใช่ปัญหาเฉพาะน้ำท่วมครับ ตอนนี้ เข้าสู่ปัญหาเรื่องน้ำแล้งแล้ว แล้วปัญหานี้ก็เป็นปัญหาซ้ำ ๆ ซาก ๆ เกิดขึ้นทุกปี หลายคน ก็บอกว่าเปิดสภาใหม่ เปิดรัฐบาลใหม่ มี ส.ส. ชุดใหม่ คณะกรรมาธิการชุดแรกก็คือเรื่องน้ำ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมอยากจะให้นำเงินก้อนนี้ไปเพิ่มให้กับกรมชลประทาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ถามว่าทำไมผมอยากให้ตัดงบก้อนนี้ไปให้กับคนเหล่านี้เพราะอะไรครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ที่จังหวัดนครสวรรค์ของผม ทางเทศบาลมีความรู้ มีประสบการณ์ แต่ขาดงบประมาณ พอเวลาน้ำมาก็ทำกันสะเปะสะปะ เท่าที่ความรู้ความสามารถจะมี

สุดท้ายนะครับ เนื่องจากไม่มีงบประมาณน้ำก็ท่วมในตัวเทศบาลและพื้นที่อื่น ๆ ท่านเชื่อไหมครับ ว่าถ้ามีเงินจากการตัด ๔ เปอร์เซ็นต์นี้ไปให้ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ ประมาณสัก ๕๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ ปีหน้าชาวนครสวรรค์ก็จะไม่ประสบปัญหาเรื่อง น้ำท่วม แล้วท่านเชื่อไหมครับ ว่ามันจะประหยัดงบเท่าไรครับ ปีนี้เฉพาะเงิน ๕,๐๐๐ บาท ที่ท่านให้ไปเพื่อไปชดเชยน้ำท่วมนั้นก็หมดไปเป็นพัน ๆ ล้านบาทแล้วนะครับ นี่ยังไม่นับรวม กับเรื่องของความเสียหายของพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตซึ่งทำมาหากินไม่ได้ นับพันนับหมื่นล้านนะครับ อันนั้นก็คือเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะต้องทำนะครับ

เรื่องที่ ๒ ครับ เงิน ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ ผมคิดว่า กรรมาธิการควรจะนำเงินนี้ไปช่วยเหลือคนยากคนจน ท่านประธานครับ ผมเห็นรัฐบาล บริหารงานมา ๓-๔ เดือนนี้ครับ แล้วก็เห็นการจัดงบประมาณ ผมแปลกใจครับว่ารัฐบาล กำลังช่วยคนกลุ่มไหนกันแน่ ท่านลองคิดดูดี ๆ นะครับ ว่าอะไรที่เกี่ยวกับคนที่มีฐานะที่ดี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทท่านลดให้จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ทันทีมีผลในปีนี้ รถคันแรก บ้านหลังแรกท่านให้ได้ผลทันทีครับ แต่เรื่องที่เกี่ยวกับคนจนครับ ๓๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ยังต้องรอกันนะครับ แล้วที่สำคัญกว่านั้นครับ รัฐบาลที่แล้วไม่เคยพูดนะครับว่า เป็นรัฐบาลเพื่อคนยากคนจน แต่รัฐบาลที่แล้วอุดหนุนค่าแก๊สแอลพีจี (LPG) อุดหนุนค่าไฟฟ้าฟรี อุดหนุนรถเมล์ อุดหนุนรถไฟ แถมยังให้เบี้ยผู้สูงอายุกับคนยากคนจนด้วยครับ แต่ขณะนี้ ผมดูจากในงบนี้ นอกจากจะไม่อุดหนุนแล้วยังจะตัดออกด้วย ฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ ท่านกรรมาธิการควรจะตัดแล้วก็นำส่วนนี้ไปช่วยครับ ท่านครับ ผมมีเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องเงินสงเคราะห์คนยากไร้ แล้วก็ไร้ที่พึ่งนะครับ ซึ่งในรัฐบาลที่แล้วได้มีการกระจายให้กัน โดยทั่วถึง แต่เที่ยวนี้ผมได้ยินมาแล้วก็ทราบมาว่าการช่วยเหลือนั้นไม่ได้เป็นธรรมทั่วถึงถึงทุกคน นะครับ แล้วตอนนี้ที่มีปัญหาหนักก็คือเรื่องเงินชดเชยต่าง ๆ ท่านประธานครับ ไม่ต้องพูดถึง งบประมาณอันนี้นะครับ ขณะนี้เงินชดเชยชาวไร่ชาวนาบางพื้นที่ยังไม่ได้ครับ เงินชดเชย ค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่มีนะครับ ผมคิดว่าเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ต้องเอาไปช่วยอุดหนุนเรื่องเหล่านี้ให้พวกเขาสามารถจะลืมตาอ้าปากได้ หลายเรื่องที่รัฐบาล ที่แล้วทำท่านก็รับมาทำนะครับ อย่างที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องผู้สูงอายุ ท่านเอามาใช้แล้วท่านก็ เพิ่มต่อ ผมอยากจะให้ท่านเอามาอีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องต้นกล้าอาชีพครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีผู้ใช้แรงงาน ผมว่าเป็นนับหมื่นนับแสนที่กำลังตกงานอยู่ แล้วไม่รู้จะเริ่มต้นชีวิต อย่างไร ถ้ารัฐบาลมีโครงการที่เกี่ยวกับให้เขาได้มีการฝึกอาชีพ ทำอาชีพเพื่อให้เขาเตรียมตัว ไปหาอาชีพใหม่ อันนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีซึ่งรัฐบาลน่าจะทำนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่อง พ.ร.บ. การออมแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมเคย อภิปรายในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็สนับสนุนโครงการนี้ ครับ โครงการนี้เป็นโครงการเพื่อคนยากคนจนที่แท้จริงครับ คนสูงอายุหลายคนมีความหวัง ครับ จะร่วมเก็บเงินกับรัฐบาลโดยรัฐบาลเป็นตัวตั้ง แล้วเมื่ออายุ ๖๐ ปีเขาจะมีเงินใช้ อย่างน้อย ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ที่ดีนะครับ รัฐบาลควรจะนำมาสานต่อนะครับ ไม่ว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านควรจะ นำเรื่องนั้นมาสานต่อนะครับ

เรื่องที่ ๓ ครับ ที่ผมอยากจะพูดก็คือเงินอีก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมแล้ว ก็คือ ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากให้นำเงินส่วนนี้ไปช่วยกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็กระทรวง สาธารณสุขครับ ผมมีเหตุผลอย่างไรครับ กระทรวงศึกษาธิการครับ โรงเรียนต่าง ๆ ยังมีอีก เป็นนับร้อยนับพันโรงเรียนครับ เมื่อก่อนจะถึงวันเด็กมีโอกาสไปเยี่ยม ผอ. โรงเรียนต่าง ๆ ท่านบอกครับว่าโดยปกติแล้วโรงเรียนเล็ก ๆ ปีหนึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะให้เงินอุดหนุน ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็เป็นเรื่องยากครับ ก็จะมีช่วงรัฐบาลที่แล้วให้เงินไปก้อนหนึ่งค่อนข้างเยอะ แล้วก็ทำให้เริ่มเห็นผลนะครับ แต่ปีนี้ยังไม่เห็นอะไรเลยครับ อยากให้ท่านกรรมาธิการช่วยดู ด้วยนะครับว่างบของกระทรวงศึกษาธิการนั้นควรจะมีการจัดสรรให้มากกว่านี้ครับ และอีก เรื่องคือเรื่องสาธารณสุขครับ ท่านครับ คุณหมอหลายคน หลายท่าน ผอ. โรงพยาบาลหลาย โรงพยาบาลก็บ่นนะครับว่างบที่มีอยู่นั้นจำกัดครับ ผมเองได้เป็นคณะอนุกรรมาธิการด้วย นะครับ จำได้ว่ามีงบของ สปสช. เข้ามาเกี่ยวกับเรื่องรักษาฟรีเป็นเงิน ๑๐๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจำได้ครับว่าเงินก้อนใหญ่ครับ ถ้าไม่มองถึงเรื่องอะไรก็น่าจะตัดไว้บ้างครับ แต่เมื่อฟัง เหตุผลแล้วไม่มีใครตัดครับ ผมต้องยกให้ว่าทั้งประธานแล้วก็กรรมาธิการทุกคนไม่ตัด เพราะอะไรครับ เพราะเงินก้อนนี้เป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งซึ่งคนยากไร้จะได้ประโยชน์ ได้อาศัยใช้ยามเจ็บป่วย ยามไม่สบายครับ ไปหาหมอจะได้มีการรักษาที่ดี ฉะนั้นก้อนนี้ผมคิดว่า เงินแค่นี้ก็ยังไม่พอครับ ถ้าเรามีเงินเหลืออีก เราสามารถประหยัดเงินจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เรานำมาเสริมให้กับเขา ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่กรรมาธิการควรจะพิจารณา และรัฐบาลน่าจะนำไปทำครับ ผมก็คงไม่มีเรื่องอะไรนอกจากจะสรุปว่าการจัดงบประมาณ ในปีนี้ไม่สอดคล้องกับสภาพสถานะความเป็นจริง แล้วอย่างที่เห็นว่าถ้ามองไปในภายภาคหน้า แล้วปีนี้ไม่ใช่เป็นปีที่ดีของรัฐบาล แล้วก็ไม่ได้เป็นปีที่ดีของเศรษฐกิจโลกนะครับ เศรษฐกิจ โลกนั้นอยู่ในภาวะที่ลำบากครับ แล้วเงินประมาณการที่ท่านตั้งไว้ว่าท่านจะเก็บเงินประมาณ ล้านกว่า ๆ แล้วท่านจะกู้เพิ่มขึ้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าไม่พอครับ อย่างที่เห็นอยู่ว่า กำลังซื้อหดหายทั้งในประเทศและนอกประเทศ สิ่งที่ผมห่วงมากที่สุดคือเรื่องนโยบายจำนำข้าว ครับท่านครับ หลายท่านพูดไปแล้วนะครับ ท่านคิดดูแล้วกันว่าท่านมีต้นทุนข้าวที่ราคาแพง ขนาดนี้ แล้วต่างประเทศนั้นเขาอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ฉะนั้นเขาก็ต้องหาซื้อข้าว จากประเทศที่มีราคาถูกกว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าวเขมร ข้าวเวียดนาม ซึ่งพร้อมที่จะขายในราคา ที่ถูกกว่าประเทศไทย แล้วถ้าเกิดเราไม่สามารถที่จะขายข้าวได้ เราจะนำเงินที่ไหนมาพัฒนา ประเทศครับ เราจะเอาเงินที่ไหนมาพัฒนาแล้วก็ทำประเทศเราให้เจริญขึ้นไปครับ อันนี้ ก็ฝากท่านไว้ครับ แล้วก็บอกว่าผมมีเหตุผลพอที่จะตัด ๔ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมได้ขอ แปรญัตติในมาตรา ๓ เพื่อขอปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในวงเงินงบประมาณ ทั้งหมด ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

ในประเด็นที่ ๑ การจัดสรรงบประมาณที่นำเสนอให้กับสภานี้ แล้วก็มีการ แปรญัตติมา เป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง นั่นหมายความว่า รายได้กับรายจ่ายที่รัฐบาลได้ประมาณการไว้นั้นไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เหตุผลที่ สำคัญก็คือว่ากรอบความคิดของการจัดสรรงบประมาณของท่าน โดยเฉพาะของรัฐบาล เป็นกรอบความคิดที่ถือว่าประเทศไทยวันนี้ยังอยู่ในสภาวะปกติ ไม่ได้มีเหตุการณ์วิกฤติ ถึงแม้ว่าท่านได้ผ่านสภาวะของน้ำท่วมเกือบทั้งประเทศมาแล้ว แต่การจัดสรรงบประมาณก็ดู เหมือนว่าจะเป็นการจัดสรรตามกรอบปกติเป็นหลัก ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมอยากจะ ขออนุญาตชี้ประเด็นที่สำคัญ ๆ ยืนยันว่าความคิดตรงนี้ผิดอย่างไร

ในประเด็นแรก นี่นะครับ งบประมาณรายจ่ายกำหนดไว้อยู่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท แล้วก็งบประมาณรายได้ท่านประมาณการหลังจากหักหมดทุกอย่างแล้วท่านจะจัดเก็บได้ ๑.๙๘ ล้านล้านบาท ส่วนต่างตรงนี้ท่านก็บอกว่าท่านจะไปกู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือ ตรรกะของท่าน

ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าวันนี้ใครก็รู้ว่ากิจการธุรกิจต่าง ๆ ที่เป็นฐานภาษีของ รัฐบาลไม่ได้เป็นอยู่ในสภาวะปกติ อย่างน้อย ๑ ไตรมาสผ่านไปแล้วธุรกิจไม่ได้ทำอะไรเลย ภาษีที่ท่านบอกว่าท่านจะเก็บได้จากกำไร ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพากรหรือว่าส่วนที่เป็น สรรพสามิตที่เป็นอากรต่าง ๆ ก็ตาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้น การประมาณรายได้ ๑.๙๘ ล้านล้านบาทนั้นคงจะไม่เป็นจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงคิดว่าสิ่งที่ ควรจะต้องทำก็คือการปรับลดประมาณการรายได้ของรัฐบาลลง ซึ่งตัวเลขที่อนุรักษ์ที่สุดแล้ว คิดน้อยที่สุดแล้ว ผมคิดว่าถ้าท่านเก็บได้ถึงร้อยละ ๙๐ ในปี ๒๕๕๕ นี้ก็ถือว่าท่านเก่งมาก แล้ว ถ้าท่านประเมินว่าเก็บได้ต่ำจากเป้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่า ท่านจะเก็บได้ประมาณ ๑.๗๘ ล้านล้านบาท ด้วยตัวเลขอันนี้เองส่วนต่างของรายได้กับ รายจ่ายก็จะอยู่ที่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท่านกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะ ขาดอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขออนุญาตฝากไปยัง กรรมาธิการเพื่อเรียนกับรัฐบาลนะครับ ผมบอกกับท่านได้เลยว่าในกลางปีที่จะถึงนี้รัฐบาล จะต้องกู้เงินเพิ่มอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และวันนี้ผมได้หยิบยื่นทางออกให้กับท่าน ตัดงบประมาณตรงนี้ลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ผมได้ นำเสนอ แล้วถ้าเป็นเช่นนี้ท่านก็จะไม่มีปัญหาทางด้านการกู้ในตอนกลางปีนะครับ แล้วถ้า กลางปีท่านกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราคงจะอภิปรายกันดุเดือด เพราะว่าเราได้เตือนหลายครั้ง แล้วว่าสถานะทางเศรษฐกิจ ธุรกิจการค้าของประเทศของเราวันนี้ไม่อยู่ในสภาวะปกติ แต่เป็นวิกฤติ แล้วก็ดูเหมือนรัฐบาลของท่านเกลียดคำว่า วิกฤติ เหลือเกิน เพราะว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอว่าขอให้มองว่าวิกฤติน้ำท่วมเป็นวิกฤติและบริหารอย่างวิกฤติ แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองท่านไม่รับไม่เป็นไรครับ แต่อันนี้เรื่องของชาติบ้านเมือง ท่านจะต้องรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้ และผมบอกเลยว่าท่านจะต้องกู้เพิ่มอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ในตรงนี้เองเข้ามาสู่ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจำเป็นจะต้องตัดเพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าในการจัดสรรงบประมาณตามกรอบความคิดว่าประเทศไม่ได้เป็นวิกฤติ ประเทศปกติ ท่านก็จัดงบประมาณแบบปกติ ผมนั่งฟังมาวันนี้ ๑๐ ชั่วโมงแล้วนะครับ คำตอบของกรรมาธิการที่ชี้แจง ท่านจัดสรรงบประมาณทุกประเภทละครับ แต่คำตอบ มีอย่างเดียว ไม่พอครับท่านประธานครับ ที่ท่านให้งบประมาณท่านให้ในรายการต่าง ๆ ทุกประเภทท่านให้หมดเลย ไม่ว่าจะป้องกันน้ำ ไม่ว่าจะเรื่องคน ไม่ว่าจะเรื่องเกี่ยวกับการ สร้างถนนหนทาง ไม่ว่าจะเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาของประเทศ ท่านให้หมดครับ แต่ไม่ พอครับ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นปัญหาทางแนวความคิดของรัฐบาล ผมขออนุญาตนำประเด็นที่ สำคัญ ๆ สัก ๔-๕ ประเด็น เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ผมพูดว่าเป็นจริงอย่างไร

ประการแรก รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภาว่าจะสร้างเศรษฐกิจที่มี โครงสร้างที่สมดุลเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศของเรา ผมคิดว่าเป็นนโยบายที่ดีมากครับ แต่ถ้าท่านมาดูงบประมาณที่ท่านจัด ในการที่จะปรับโครงสร้างเข้าสู่ความสมดุล วันนี้ทุกคน ทราบกันดีอยู่ว่าจีดีพีของประเทศ อุตสาหกรรม บริการและเกษตรมาอยู่ที่ ๗๐ ๒๐ แล้วก็ ๑๐ นะครับ และทุกคนก็รู้นักวิชาการพูดมาตลอดเวลาว่าประเทศไทยเราจะมีความสมดุล และเข้มแข็งยั่งยืนในระยะยาว จีดีพีอุตสาหกรรม บริการและเกษตรจะต้องอยู่ที่ ๔๐ ๓๐ ๓๐ คำถามก็คือว่างบประมาณที่ท่านจัดในทุกกระทรวงเพื่อปรับโครงสร้าง ๓ ตัวนี้ ของประเทศท่านจัดเพียงพอหรือไม่ ผมขอลงไปสู่ในรายละเอียดนะครับ

ในเรื่องแรก การเพิ่มภาคผลิตทางการเกษตร ถ้าเราคิดจีดีพี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๓๐ เปอร์เซ็นต์จีดีพี หมายความว่าภาคเกษตรจะต้องโตอย่างน้อย ๒-๓ เท่า ท่านทำ อะไรบ้างครับ ทุกคนทราบดีว่าภาคการเกษตรจะเติบโตได้ ๑. น้ำต้องถึง นี่ยังไม่ต้องพูดถึง แค่ลำพังเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วมท่านก็แก้ไม่ได้แล้ว พูดถึงการขยายเขตชลประทาน ท่านขยายเท่าไรครับ งบประมาณที่ท่านใส่เข้าไปเป็นเท่าไร พอหรือไม่

ส่วนที่ ๒ งบประมาณในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพดิน วันนี้ที่ดินในอีสาน นับล้าน ๆ ไร่เค็มหมดแล้วนะครับ ที่จะทำการเพาะปลูกและผลผลิตต่อไร่ของเราตกต่ำมา โดยตลอดท่านใช้งบประมาณเท่าไรครับ กรมพัฒนาที่ดินใช้งบประมาณไม่กี่พันล้านเอง ในการที่จะแก้ไขคุณภาพดินของเรา และยิ่งไปกว่านั้นที่เป็นปัญหาเร่งด่วนมากคือปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่ยากจน วันนี้กว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่เป็นหนี้กำลังถูกฟ้องล้มละลาย งบประมาณเพื่อการนี้รัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ท่านตัดเหลือ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรับมาแต่ท่านตัด ตัดเหลือ ๒,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็หมายความว่าพี่น้องเกษตรกร ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนจะต้องถูกฟ้องล้มละลาย ถูกยึดที่ทำกิน ตรงนี้ท่านปฏิเสธความ รับผิดชอบไม่ได้เพราะงบประมาณของท่านจัดไว้แบบนั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการฟื้นฟู อาชีพ เราไม่ต้องการเห็นพี่น้องเกษตรกรมาเดินขบวนแล้วก็ร้องขอความช่วยเหลือจาก รัฐบาล แต่เราต้องการงบประมาณของรัฐบาลที่จะสร้างอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรที่จะสร้าง ความเข้มแข็งและเขายืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองพึ่งตนเองได้ในระยะยาว ตรงนั้นต่างหาก คือความสมดุลของโครงสร้างทางด้านการเกษตร

ในด้านการท่องเที่ยวท่านประธานครับ การท่องเที่ยวของเราวันนี้ ทุกคน ทราบดีว่าประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าแล้วก็เป็นสิ่งที่มีความหมายมากต่อการ สร้างรายได้ให้กับประเทศของเรา ท่านไปดูงบประมาณในการที่จะรักษาแหล่งท่องเที่ยว ตามธรรมชาติของประเทศไทยของเรา ท่านจัดงบประมาณอยู่เพียง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้นเอง ใน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าลงไปดูในรายละเอียดก็จะพบว่าเป็นการใช้ งบประมาณที่ไม่มีทิศทาง ไม่มียุทธศาสตร์เลย ผมขออนุญาตเสนอความเห็นว่าการที่จะ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ได้บอกกับเราว่า ความสำเร็จของสวิตเซอร์แลนด์ที่มี คนท่องเที่ยวนับล้าน ๆ คนในแต่ละปีนั้นเขาทำ ๓ เรื่องท่านประธาน ขออนุญาต ท่านกรรมาธิการแจ้งไปยังรัฐบาลด้วย

อันแรก ก็คือเขาต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวเมื่อไปอยู่ที่ แหล่งท่องเที่ยว ประการที่ ๒ สร้างความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว และประการที่ ๓ คือสร้างความสะอาดของแหล่งท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ผมตั้งคำถามว่ามีงบประมาณ สักกี่ล้านบาททำเพื่อการนี้ กระจายอยู่กระทรวงไหนก็แล้วแต่ท่านรวบรวมให้ดูสิครับ ตรงนั้น เป็นปัญหาในเรื่องของกรอบความคิดจริง ๆ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่เป็นปัญหาทางความคิดก็คือการเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม วันนี้เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องการฟื้นฟูนิคม อุตสาหกรรมที่มีปัญหาจากเหตุการณ์น้ำท่วม และงบประมาณความเสียหายในภาคเอกชน ไม่ได้เท่ากับที่รัฐบาลบอก ถ้าท่านไปดูในรายงานของธนาคารโลก รายงานของไอเอ็มเอฟ รายงานของสถาบันการเงินต่างประเทศ นิคมอุตสาหกรรม ๗ แห่ง สูญเสียไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เป็นอย่างที่รัฐบาลบอกแต่ประการใด และตรงนั้นไม่ใช่ หมายความว่าเอกชนเขาจะซ่อมโดยไม่ต้องเสียเงิน เขาจะต้องเอาเงินในกระเป๋าของเขา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทออกมาซ่อม ตรงนั้นจะเป็นปัญหาต่อการขยายกิจการแล้วก็ปรับปรุง เทคโนโลยีของเขา ในเวลาเดียวกันการลงทุนเพื่อการสร้างเทคโนโลยีทางด้านการผลิตของ ประเทศไทยแทนการพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่างบลงทุน ท่านไม่ได้ตัดเลย ใช่ครับ ถูกต้องของมหาวิทยาลัยงบอาร์แอนด์ดี (R&D) ท่านไม่ได้ตัด แต่ท่านประธานท่านทราบไหมว่างบอาร์แอนด์ดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติ รัฐบาลอภิสิทธิ์เสนอ ไว้ว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการอนุมัติตามรัฐบาลเสนอมา ๘๓๓ ล้านบาท ผมขออนุญาต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถ้าท่านทำข้อมูลโดยเฉลี่ยงบวิจัยของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพียงแห่งละ ๓๓ ล้านบาทต่อปี ประเทศไทยน่าขายหน้าไหมครับท่านประธาน ให้งบประมาณเพื่อการวิจัย มหาวิทยาลัยละ ๓๓ ล้านบาท ผมบอกท่านประธานเลยนะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏได้ แห่งละโดยเฉลี่ยประมาณ ๑.๕ ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏได้ ๑.๕ ล้านบาท งบวิจัย งบของสถาบันทางด้านอาชีวะทั้งหมดของประเทศไทยหลายสิบแห่งได้ทั้งหมด ๗๔ ล้านบาท นี่คือความภาคภูมิใจที่ท่านบอกว่างบวิจัยของเราเราไม่ได้ตัดเลย ผมไม่ได้ห่วงที่ท่านไม่ได้ตัด แต่ผมบอกว่าท่านให้น้อยเกินไป ที่ท่านให้น้อยเกินไปเพราะความคิดท่านมีปัญหา ท่านประธานครับ

ในประการที่ ๔ ก็คือในเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้น การสร้างทักษะ ฝีมือแรงงานทางด้านอาชีวะเป็นเรื่องที่สำคัญเหลือเกิน วันนี้เรามีแรงงานอาชีวะอยู่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน งบประมาณที่ท่านจะพัฒนาทักษะผมอ่านหมด ท่านพัฒนาได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ คน แต่ในการพัฒนาอาชีวะทักษะที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง อุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมท่านต้องทำอย่างน้อย ๒๔๐,๐๐๐ คน เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านบอก ท่านมีงบเพื่อยกทักษะฝีมือแรงงานถูกต้องท่านมี แต่ท่านมีสำหรับ ๑๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ซึ่งไม่พอครับ มันเพียงร้อยละ ๑๐ ของความต้องการของประเทศของเรา และตรงนี้ใช่ไหม ครับที่บอกว่าความคิดของท่านยังเป็นความคิดที่อนุรักษ์นิยมมากในการจัดทำงบประมาณ ของเรา ในเรื่องของการตั้งกองทุนตั้งตัวได้นะครับ ตรงนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้ง เป็นข้อสังเกตในประเด็นของความโปร่งใสที่สำคัญมาก เป็นนโยบายที่ดีที่ท่านได้ตั้ง งบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยให้บัณฑิตใหม่สามารถที่จะมีเงินทุนไปตั้งตัวได้ แต่ตัว ที่ทำให้คนสงสัยอย่างยิ่งคือท่านไปตั้งที่กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลางที่ กระทรวงอุตสาหกรรมครับ คำถามอันเดียวครับทำไมไม่ตั้งที่สำนักงานการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเขามีหน้าที่โดยตรง แล้วก็เคยจัดงบประมาณประเภทนี้มาแล้วด้วย เขา มีระบบ เขามีกติกาของเขาชัดเจน ท่านย้ายไปที่นั่นทำไมครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่เราเข้าใจกัน ได้ว่าท่านคงอยากจะให้มหาวิทยาลัยไปคุกเข่าแล้วก็ขอโครงการจากท่านใช่หรือไม่ ต่อคณะกรรมการต่อบอร์ด (Board) ของคณะกรรมการวิสาหกิจนั้นใช่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมขออนุญาตในฐานะที่เป็นผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเก่า สิ่งที่เราหวงแหนที่สุดในชีวิต การเป็นอาจารย์คือเสรีภาพทางวิชาการท่านประธานครับ เสรีภาพทางวิชาการคือปัจจัย พื้นฐานที่เป็นแกนหลักที่จะรักษาความเป็นเลิศทางวิชาการไว้ การเมืองเป็นเรื่องที่สำคัญครับ แต่ต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับเสรีภาพในทางวิชาการ แต่การจัดงบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ไว้ที่ กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อให้มหาวิทยาลัยไปขอตรงนี้เป็นสิ่งที่ล่อแหลมและเป็นอันตราย อย่างยิ่ง ขอความกรุณาเถอะครับ แปรญัตติกลับไปที่ สปอ. เสีย ตั้งไว้ที่กระทรวง ศึกษาธิการ ยังไม่สายเกินไปนะครับ เพราะว่าถ้าไม่เช่นนั้นแล้วผมคิดว่าวันหนึ่งจะไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป มาเดินขบวนนะครับ จะมีอาจารย์มหาวิทยาลัยมาเดินขบวน ต่อต้านรัฐบาลแล้วก็บอกว่า เสรีภาพทางวิชาการของเขากำลังถูกรุกราน ในเรื่องของการศึกษาเช่นเดียวกัน อีกเรื่องหนึ่ง คือกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาท่านประธานครับ ในงบประมาณที่จัดตั้งไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลนำเสนอต่อสภาแห่งนี้คือ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ไปถึงขั้นกรรมาธิการนะครับ และผมก็ได้ อภิปรายในเรื่องนี้แล้วก็ฝากกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าขอให้ท่านช่วยดูหน่อยเถอะ เรื่องนี้ขอให้ นำกลับไปอย่างน้อยเท่าเดิมคือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอไปถึงท่านกรรมาธิการท่านตัดลงไป อีกครับ ท่านตัดลงไปอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ตรงนี้ผมไม่เข้าใจว่าท่านมี ความคิดอย่างไรเพราะเงินกองทุนกู้ยืมหรือ กยศ. เราทราบดีครับเป็นเงินสำหรับลูกคนยากคนจน ที่มีรายได้ต่อครัวเรือนต่อปีไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่ท่านตัดไปตรงนี้หมายความว่าเด็กคน ยากคนจนอีกอย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ คนจะไม่มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเพราะ ความยากจน ตรงนี้หรือครับที่เป็นแนวความคิดของการจัดงบประมาณที่ท่านบอกว่าต้องการ สร้างความสมดุลให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศของเรา ตรงกันข้ามละครับงบประมาณ ที่ท่านทำในเรื่องของการศึกษามันบอกตอกย้ำตลอดเวลาว่าท่านกำลังสร้างความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นทำในการศึกษามากยิ่งขึ้นไปอีกและเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายมากที่ผ่านมา

ประเด็นสุดท้ายที่ผมขอยกเป็นตัวอย่างยืนยันในความคิดตรงนี้นะครับ ท่านประธาน ก็คือกรณีของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนทราบกันดีว่าวันนี้ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มีวิกฤติอย่างไร แล้วก็มีรากเหง้าของปัญหาสลับซับซ้อนเพียงใด การจัด งบประมาณด้านความมั่นคงเป็นเรื่องดีครับ ผมไม่มีข้อสงสัยในส่วนนั้น แต่ผมตั้งคำถามว่า การจัดงบประมาณใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านการศึกษาทำไมจึงน้อยเหลือเกิน เพราะทุกคนก็ทราบกันดีนะครับว่าหัวใจของความขัดแย้งคือคนครับ ถ้าคนมีอาชีพ มีความมั่นคง มีความรู้ มีความเข้าใจ สื่อสารด้วยภาษาเดียวกันได้ ความขัดแย้งไม่มีหรอกครับ แต่ตรงนี้ งบประมาณด้านการศึกษาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านไม่ได้ ทำครับ ผมขอยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมเลยท่านประธานครับ ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติงบประมาณเพียง ๑๔ ล้านบาทให้กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อจัดการประชุมนานาชาติทางด้านอิสลามศึกษา และมีผู้นำของชาติ อิสลามกว่า ๔๐ มหาวิทยาลัยทั่วโลกมาประชุมกัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าหลังจาก การประชุมครั้งนั้นในการประชุมโอไอซี (OIC) ที่ผ่านมาในปีที่แล้วการวิพากษ์วิจารณ์ ประเทศไทยแทบจะไม่มีเลย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าผู้นำทางความคิดของโลกมุสลิมที่มา ประชุมกันที่จังหวัดปัตตานีเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประเทศไทยให้เสรีภาพกับพี่น้องมุสลิม มากกว่าชาติมุสลิมบางชาติด้วยซ้ำไป ตรงนั้นคือความภาคภูมิใจคือสิ่งที่ถูกต้องที่ประเทศไทยทำ แต่งบประมาณตรงนี้ผมเรียนท่านประธานเลยนะครับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เสนอครับ แต่กระทรวงศึกษาธิการปัดออกไปตั้งแต่ยังไม่เข้าคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ำไป ตรงนี้ผมอยากถาม ว่าไม่ใช่รัฐบาลของท่านเท่านั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของท่านที่รับผิดชอบ โดยตรง ท่านเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าท่านคิดว่าท่านมาเป็นชั่วคราวจัดซื้อจัดจ้างจบแล้ว ท่านก็จะไป เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราจะต้องทำความเข้าใจกัน ให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ทางด้านการศึกษาจึงเป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ของเรา ความมั่นคงเป็นมาตรการในการให้เวลาที่เราจะฟื้นฟู เมื่อคนของเรา เข้มแข็ง เขามีงานทำ เศรษฐกิจของเราเข้มแข็ง ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการว่า พี่น้องมุสลิมเขาบอกว่าที่ท่านให้ความช่วยเหลือในการตั้งกิจการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอคนมุสลิมเป็นผู้จัดการบุคคลบ้างได้ไหม ขอคนมุสลิมเป็น ผู้จัดการโรงงานบ้างได้ไหม หรือว่าให้คนมุสลิมเป็นได้แต่ รปภ. รักษาความปลอดภัยโรงงาน แต่เพียงอย่างเดียว พูดภาษาหยาบ ๆ ก็คือเป็นได้แต่ยามอย่างนั้นหรือเปล่า ท่านต้องการอย่าง นั้นหรือ ท่านกำลังส่งสัญญาณแบบนั้นหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้นะครับท่านประธาน งบประมาณ ทางด้านการศึกษาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากขอให้ท่านทบทวน โดยเฉพาะ บทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำเรื่องนี้ได้ดีมาก ท่านประธานครับ ผมได้บอก แล้วว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดการศึกษา ๒ ปริญญาคู่นะครับ เรียนรัฐศาสตร์ เรียนนิติศาสตร์ เรียนเศรษฐศาสตร์ แล้วเรียนอิสลามศึกษาด้วย คนที่จบอิสลามศึกษาทาง รัฐศาสตร์ก็ไปเป็นนายอำเภอได้ ไปเป็นตำรวจได้ อย่างนี้เป็นต้น และแนวความคิดอันนี้ ก็กำลังขยายไปสู่การเรียนพยาบาล การเรียนเกษตร การเรียนวิศวะ แล้วก็การเรียนแพทย์ อันนี้คือแนวความคิดที่ถูกต้อง แต่ปรากฏว่าไม่ได้ปรากฏในงบประมาณของท่านเลย และไม่ได้ วี่แววในสิ่งเหล่านี้เลย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปครับ ที่ผมต้องตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลที่ผมคิดว่ากรอบความคิดของการจัดทำงบประมาณนี้ที่ถือว่า ประเทศของเรายังอยู่ในสภาวะปกติเป็นความคิดที่ผิด ประเทศของเราวันนี้อยู่ในวิกฤติ และเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันให้เราผ่านวิกฤติไปได้ และที่ผมต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เพราะว่างบประมาณตรงนี้รายได้ที่ท่านจะเก็บได้ไม่จริงตามนั้น

ประการที่ ๒ งบประมาณที่ท่านจัดในการแก้ไขปัญหาตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ตรงกับปัญหาและความต้องการของประเทศและของ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และที่สำคัญก็คือไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ท่านแถลงไว้ต่อสภา ของท่านนายกรัฐมนตรี ว่าเราจะสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล งบประมาณนี้ผมย้ำเลยนะครับ จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่ไม่สมดุล จะสร้างความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมที่มากขึ้นในสังคมของเรา

ประการที่ ๓ งบประมาณนี้ไม่โปร่งใสครับ มีวาระแฝงเร้น ตัวอย่างชัดเจน ที่ผมยกตัวอย่างเรื่องของกองทุนตั้งตัวได้ ที่ไปไว้ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ท่านกำลังจะทำลาย เสรีภาพทางวิชาการ ท่านต้องการการอนุมัติที่ไม่มีการตรวจสอบ เพราะที่มหาวิทยาลัยเขามี การตรวจสอบกันทุกขั้นทุกตอนในการจัดสรรงบประมาณ และที่สำคัญก็คือว่างบประมาณนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพคนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน ในเรื่องของคนยากคนจน ในเรื่องของ เกษตรกรที่เป็นหนี้อยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งหมด ผมจึงขออนุญาตที่จะตัดงบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และผมเชื่อว่า ถ้ารัฐบาลเห็นด้วยแล้วทำ และถึงตอนนั้นท่านไปกู้เงินมาใหม่ แล้วทำโครงการที่ตรงกับ ปัญหาที่เป็นวิกฤติจริง ตรงนั้นต่างหากครับคือการแก้ไขปัญหาและกรอบความคิดที่ควร จะเป็น ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอเหวง โตจิราการ แล้วตามด้วยท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ นะครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติไว้ ขออนุญาตที่จะปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่า ผมไม่ต้องการที่จะตัดทิ้งนะครับ เพียงแต่ว่า ผมต้องการที่จะเอาเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็น ประโยชน์มากกว่าเดิม เพราะว่าของเดิมแม้ว่าจะปรับลดลงไป ๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ไม่ได้ทำ ให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลเสียหาย ไม่ได้ทำให้งานของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เสียหายแม้แต่น้อย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ เพราะว่า ท่านประธานกล่าวย้ำแล้วย้ำอีกว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการอภิปรายในวาระที่หนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายนะครับว่ามีสมาชิกสภาหลายท่านจงใจในการที่จะแปลการอภิปรายครั้งนี้ ให้เป็นการอภิปรายในวาระที่หนึ่ง แต่ผมเคารพท่านประธาน ดังนั้นผมจะไม่อภิปรายในวาระที่หนึ่ง ผมจะเข้าสู่ประเด็นเลยก็คือว่า ทำไมผมจึงมีเหตุผลในการที่จะปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก่อนอื่นท่านประธานผมต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่าการปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานก็เข้าใจผมก่อนว่าผมไม่ได้เกิดขึ้นจากความคิดที่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะหาเงินไม่ได้ ตรงข้ามครับท่านประธานครับ จากการที่ผมติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและทาง เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ผมกราบเรียนท่านประธานเลยนะครับว่าขณะนี้ความเชื่อมั่นของ ประเทศไทยจากทางสากลที่มีต่อประเทศไทยสูงมากเลยนะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำไปกว่าก่อนที่ จะเกิดมหาอุทกภัยด้วยซ้ำไป แสดงออกที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเวลาเดินทางไปประเทศ บ้านใกล้เรือนเคียง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้รับการตอบรับด้วยเกียรติยศที่สูงสุด นะครับ แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสามารถที่จะไปเยือนประเทศเมียนมาร์ บ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งน่าเสียดายว่ารัฐบาลบางชุดทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศดังกล่าว เสียหาย แต่เราได้โครงการท่าเรือน้ำลึกที่เมืองทวายนะครับ ท่านประธานเห็นไหมครับการได้ โครงการท่าเรือน้ำลึกที่ทวายทำให้ระบบเศรษฐกิจเราแข็งแรงขึ้น เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะ หาเงินได้ไม่ต้องห่วงเลยนะครับ แล้วนอกจากนี้เราไปไกลกว่านั้นครับ เราจะทำโลจิสติกส์ หรือทำให้ไทยเป็นฮับ (Hub) ที่แท้จริง โลจิสติกส์มีลักษณะเป็นกากบาทก็คือว่าทางตะวันตก ก็เริ่มที่ท่าเรือทวายทางตะวันออกจะพาดยาวไปถึงดานังนะครับ แล้วเหนือลงใต้ ก็คือว่า เหนือตั้งแต่ยูนนาน แล้วทางใต้ลงไปที่มาเลเซียและสิงคโปร์ จึงกราบเรียนท่านประธานว่า มีแต่คนที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลเท่านั้นถึงจะเห็นว่า ณ วินาทีนี้เศรษฐกิจของไทยนี้เริ่มแข็งแรง แล้วครับ ยกเว้นว่าเขาผู้นั้นหรือพรรคการเมืองนั้น หรือนักการเมืองนั้น หรือกลุ่มการเมืองนั้น มีทัศนคติที่เป็นลบต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หากว่าเขามีทัศนคติที่เป็นวิทยาศาสตร์เขาจะมองเห็นนี่ ชัดเจนเลยว่าภายใน ๔-๕ ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยแข็งแรงและรุ่งเรืองแน่นอน เพราะฉะนั้น ที่ผมแปรญัตติให้ตัดลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้เกิดขึ้นจากความไม่มั่นใจว่าเรา ไม่สามารถเก็บภาษีได้ เรื่องภาษีนี้เป็นเรื่องไม่สำคัญเลยถ้าหากว่าเศรษฐกิจเราแข็งแรงขึ้นมา อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นแรกกราบเรียน ท่านประธานให้เกิดความมั่นใจเพราะว่าผมฟังดูตั้งแต่เช้ามาจนถึงขณะนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศว่าจะเกิด ความเข้าใจที่สับสน คือไปคิดว่าถ้ามีอุทกภัยมาปุ๊บเศรษฐกิจไทยจะหายนะ ไม่ใช่ครับ ตอนนี้ เศรษฐกิจไทยผงกหัวขึ้นครับ แล้วกำลังก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างแข็งแรง นอกจากนี้ต้อง กราบเรียนท่านประธานก่อนหน้าที่น้ำจะแห้ง รัฐบาลได้ตั้งรับอย่างเป็นฝ่ายกระทำแล้วครับ มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ๒ ชุด ซึ่งผมจะกราบเรียนท่านประธานว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผม ตัดไปผมอยากจะมาบรรจุใส่ในกรรมการยุทธศาสตร์ ๒ ชุดนี้ละ กรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตที่ดีงามให้กับประเทศไทย โดยผมขออนุญาตที่จะเอ่ยนามคือ อาจารย์วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน กรรมการชุดที่ ๒ ก็คือกรรมการยุทธศาสตร์ ในการที่บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการทั้งหมด ก็แปลว่าจากวันนี้เป็นต้นไปเราจะรับมือ กับน้ำไม่ให้เกิดน้ำท่วม แล้วไม่ให้เกิดน้ำแล้งครับ ตั้งแต่ก่อนที่น้ำมันจะแห้งนะท่านประธาน เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่พยายามสาปแช่งให้เมืองไทยตกต่ำขอความกรุณาขอให้ท่านเปลี่ยน ทัศนคติได้แล้วครับ เมืองไทยมีแต่เจริญรุ่งเรืองไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การบริหาร ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ประการที่ ๑ ก็คือว่าผมตัดลดงบประมาณไม่ได้เกิดขึ้นเนื่องจากไม่เชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะไม่สามารถที่เก็บภาษีได้ ตรงกันข้ามผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีได้นะครับ แล้วก็ส่วนการสร้างหนี้เป็นเรื่องธรรมดาของประเทศที่กำลังจะพัฒนาทั้งหลายจะต้องสร้างหนี้ ก่อนครับ เพื่อทำให้เศรษฐกิจแข็งแรง แล้วเมื่อเศรษฐกิจแข็งแรงแล้วก็สามารถที่จะชำระหนี้ได้ แล้วต่อไปนี้เราก็เป็นงบประมาณเกินดุลนะครับ นี่คือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ติดตามระบบราชการ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศขับเคลื่อนได้โดยระบบราชการ แน่นอนครับประเทศนี่ มูลฐานที่สำคัญ รากฐานที่สำคัญคือประชาชน แต่ว่ากิจกรรมของประเทศจะขับเคลื่อนได้ ด้วยระบบราชการ เราขับเคลื่อนมาได้นาน เพราะฉะนั้นแสดงว่าระบบราชการเราใช้ได้ดี มีความดีอยู่ แต่ท่านประธานต้องยอมรับว่าระบบราชการเราก็มีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน ผมมองเห็นจุดอ่อนอยู่ ๒ ประการ ซึ่งอาจจะมีมากกว่านี้หรืออาจจะมีน้อยกว่านี้ แต่ผม มองเห็น ๒ ประการ แต่ข้อดีมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน เพราะผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ในการที่ผมนำเสนอจุดอ่อนของระบบราชการไม่ได้เป็นไปเพื่อทำลายหรือทำให้เกิดบั่นทอน กำลังใจของราชการ ไม่ใช่ครับ แต่ต้องการที่จะกราบเรียนเพื่อทำให้ระบบราชการแข็งแกร่ง ยิ่งขึ้น อันที่หนึ่งก็คือการซ้ำซ้อนท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นบางทีบางเรื่องนะครับ เรื่องเดียวมีหน่วยงานที่เข้าไปทำ ๔-๕ หน่วยงาน นี่จึงเป็นเหตุให้ว่าการที่มีงานซ้ำซ้อน มีหลายหน่วยงานเข้าไปทำงานชิ้นเดียวกัน ก็เลยทำให้งบประมาณไปปรากฏอยู่ในหลายหน่วยงาน ผมเองไม่มีเวลามาศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด ผมเพียงแต่ประเมิน โดยตัวเลขทางสถิติ อย่างคร่าว ๆ ว่าตัวเลขที่ซ้ำซ้อนนี้โดยประมาณและน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราสามารถที่จะปรับลดงบประมาณลงไปได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่ได้ทำ ให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือของราชการเสียหายลงไปนั้นแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปดูให้ดี ๆ อย่าให้เกิดการซ้ำซ้อนกัน หากทำให้ดี ๆ แล้ว ไม่เกิดการซ้ำซ้อนแล้วงบประมาณที่ลดลงไป ๕ เปอร์เซ็นต์ จะทำให้การใช้เม็ดเงินอย่างมี ประสิทธิภาพ แล้วไม่เป็นที่มาของการครหา ไม่ว่ากับข้าราชการเอง หรือกับนักการเมือง ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นการตัดลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นไปด้วยเจตนาที่ดีนะครับ

และข้อต่อมาก็คือว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ที่จะตัดลดไปนี่ ประการที่ ๒ ของระบบ ราชการที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมอยากจะฝากไปยัง นักการเมืองทุกท่าน และข้าราชการทุกท่านนะครับว่าเวลาเราพัฒนาอะไรนี่ ผมว่าท่านต้อง เลือกระหว่างพัฒนาวัตถุหรือพัฒนาคน ผมว่าสิ่งชี้ขาดคือการพัฒนาคนครับท่านประธาน ไม่ใช่พัฒนาวัตถุ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าผมไปเห็น ผมดีใจ นะครับ ผมเห็น อบต. ใหญ่โตสวยสดงดงาม แต่ผมถามว่าแล้วคนเป็นอย่างไร ระหว่างการ เอาเงินทุ่มลงไปในการสร้างถาวรวัตถุอย่างที่ว่านี่นะครับ กับการเอาเงินทุ่มลงไปในการ พัฒนาคุณภาพของคนเอาแบบไหนจะดีกว่ากัน ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า สังคมไทยอาจจะต้องจูน (Tune) ใหม่แล้วนะครับ จากที่เกิดการสมดุลระหว่างการสร้าง ถาวรวัตถุกับการพัฒนาคน เพราะฉะนั้นเรื่องการสร้างถาวรวัตถุผมไปดูแล้วมันปรากฏอยู่ใน งบประมาณจำนวนมากมายเลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้ผม กราบเรียนท่านประธาน แต่ถ้าท่านประธานจะถามผมว่าคุณหมอครับมีเหตุผลอะไรในการ ปรับ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือมีงานซ้ำซ้อนครับท่านประธานครับ อันที่ ๒ ก็คือผมอยากจะให้ลด การสร้างถาวรวัตถุทั้งหลาย แต่เอาเงินที่ได้มา ๕ เปอร์เซ็นต์ มาพัฒนาคนได้ไหมครับ

นี่คือประการที่ ๓ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไป ผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้วนะครับว่าระบบราชการของเรามีสิ่งที่ดีงามมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน ท่านต้องเห็นนะครับว่ามันก็มีจุดอ่อนข้อบกพร่องที่เราต้องช่วยกันแก้ไข ราชการเองก็ต้องแก้ นักการเมืองเองก็ต้องเข้าไปช่วยกันแก้ ก็คือว่าเราขาดการยกระดับศักยภาพ เราขาดการให้ การศึกษาอย่างต่อเนื่อง เราขาดการใช้ระบบจิตวิทยา เราขาดการอัดฉีดพลังใจนะครับ เพราะว่าราชการในนั้นจะมีแรงงานเฉื่อยงานซ่อนตัวอยู่นะครับ และมีความเสื่อมทรุดทาง กำลังใจซ่อนตัวอยู่บ้างในบางระดับ เราจะต้องมีหน้าที่ในการที่จะไปช่วยเหลือนะครับ เพราะฉะนั้น ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผมปรับลดไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ๑. ผมอยากจะเอาเงินดังกล่าวไปอบรม ไม่เรียกว่าอบรมดีกว่านะครับ เรียกว่าเพิ่มศักยภาพ ในการทำงานของข้าราชการ ท่านประธานครับผมเคยมีคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า วิชาจิตวิทยาทำไมเมืองไทยมันยังไม่ค่อยรุ่งเรืองท่านประธาน หากไปดูในประเทศยุโรปหรือ ในประเทศอเมริกาวิชาจิตวิทยาเขารุ่งเรืองมาก เพราะวิชาจิตวิทยาเป็นวิชาที่ศึกษาว่า ทำอย่างไรทำให้คนมีกำลังใจมองโลกในแง่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมโลก เพื่อนร่วมงาน และคนที่มารับบริการจากเรา เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธาน อย่างไรละครับว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผมอยากจะตัดลดลงมา อยากให้ท่านประธานเอาไปพัฒนา ศักยภาพของระบบราชการ ซึ่งอันนี้จะสอดคล้องแล้วเป็นการเตรียมรับกับการที่ประเทศไทย จะเข้าเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ นะครับ ท่านประธานแน่นอนครับ ปี ๒๕๕๘ ที่เรา จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่เราจะต้องทำ เช่น ไปปรับ โครงสร้าง ไปจัดระบบ ไปออกกฎหมาย แต่ที่สำคัญที่สุดผมยังกราบเรียนท่านประธานแล้ว ก็คือว่าคน ซึ่งผมดีใจมากที่ต้องขออนุญาตท่านประธานเอ่ยนาม ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการของเรา ท่านประกาศโครงการให้ใช้ภาษาอังกฤษ ๑ วันทุกโรงเรียน ทั่วประเทศ ผมสนับสนุนครับ และอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับว่าอย่าแค่วันเดียวเลยครับ เอาสัก ๓ วันได้ไหม แต่ไม่ได้ หมายความว่าให้เราลืมภาษาไทยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานเห็นไหมครับว่าเราเอา ๕ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวมาพัฒนาคุณภาพของข้าราชการของเราทั้งระบบ เหลืออีก ๓ ปีเท่านั้น นะครับ ปี ๒๕๕๕ ก็เข้ามาแล้ว เดี๋ยวแป๊บเดียวก็สิ้นปีแล้ว ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ เราก็ต้องเป็นแล้ว เพราะฉะนั้นข้าราชการต้องแข็งแรง แล้วคุณภาพของเด็กของเราก็ต้อง แข็งแรงด้วย เพราะฉะนั้น ๕ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนี้จะใช้ประโยชน์ในการที่จะพัฒนาระบบ ราชการนะครับ และขณะเดียวกัน ๕ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวเป็นจำนวนเงินเป็นแสนล้านบาท นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไปบริหารจัดการดี ๆ เราสามารถเอา ๕ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าว ไปพัฒนาศักยภาพของประชาชนที่ยากจนได้ด้วยเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน และที่สำคัญอย่างหนึ่งนะครับท่านประธานครับ ในขณะนี้โลกเขาเข้าสู่ยุค เขาเรียกว่า สื่อสารสนเทศแล้วนะครับ ไอที ดังนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพนะครับ ผมไปติดต่องานราชการกับเจ้าหน้าที่ราชการจำนวนมาก ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ไม่ใช่ต้องการที่จะไปทำลายบั่นทอนหรือไปดูเบาข้าราชการ ไม่ใช่นะครับ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าข้าราชการของเราที่มี ความสามารถในการใช้ไอทีอย่างคล่องแคล่วว่องไว ถามท่านประธานเถอะครับว่ามีถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่มี มีไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ถึงเวลาแล้วหรือยังในการที่ จะเอาข้าราชการทุกคนไม่ว่าในหน้าที่ไหน กระทั่งภารโรงนะครับ ขออนุญาตด้วยความเคารพ ไม่ใช่ไปดูเบาเขา กระทั่งภารโรงขึ้นไปน่าจะใช้ไอทีได้แล้วเพื่อตอบรับในปี ๒๕๕๘ ซึ่งทุกอย่างมันจะฟรีโฟลว์ (Free flow) นะครับ หากว่าเราไม่พัฒนาคนแล้วเราจะไปรับมือกับปี ๒๕๕๘ ได้อย่างไร ประชาคมอาเซียน แล้วเราจะไปรับมือกับการต่อสู้ในระดับโลกอย่างไร ในวันนี้โลกไม่ได้ต่อสู้ ด้วยอาวุธแล้วครับ โลกต่อสู้ด้วยสติปัญญา โลกต่อสู้ด้วยคุณภาพของคน โลกต่อสู้ทางด้าน เศรษฐกิจครับ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่อยากจะใช้เวลาท่านประธานมาก แต่จริง ๆ มีสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานอีกเยอะแยะนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตที่จะยุติ ผมเพียงแค่นี้ก่อนเพื่อที่จะกราบเรียนให้ท่านประธานเห็นว่าเราสามารถตัดลดงบประมาณลงมา ๕ เปอร์เซ็นต์ได้ ไม่ใช่เนื่องจากเราไม่แน่ใจว่าเราจะเก็บภาษีได้ ไม่ใช่ เศรษฐกิจของเรามีแต่ จะแข็งแกร่งไปเรื่อย ๆ ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเขายอมรับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลาย ๆ ท่านเขาพยายามพยากรณ์ถ้ามองในแง่ดีคือว่าเขามองโลกในแง่ร้าย ถ้ามองในแง่ร้ายก็คือว่า พวกนี้มีทัศนคติที่เป็นลบต่อประเทศไทย ไม่ใช่เป็นลบต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์นะครับ คุณพูดได้ อย่างไรว่าประเทศไทยจะล่มจม คุณพูดได้อย่างไรว่าเศรษฐกิจจะหายนะ มีคนเขาบอกว่า อเมริกาจะเสียหาย ยุโรปจะเสียหาย แล้วไทยต้องไปส่งที่อเมริกา ต้องส่งไปที่ยุโรปก็เลยทำให้ ประเทศไทยจะพังทลายหรือเสียหายทางเศรษฐกิจ พวกนี้นี่นะมีทัศนคติที่เป็นลบต่อประเทศไทย อย่างรุนแรง จึงกราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องชำระสะสางทัศนคตินี้ด้วยในการอภิปราย งบประมาณเที่ยวนี้ นอกจากนี้ก็เป็นการเตรียมสำหรับปี ๒๕๕๘ ผมก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ท่านอลงกรณ์มีอะไรครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะใช้สิทธิพาดพิงเพียงสั้น ๆ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พาดพิงทำให้ เสียหายประเด็นไหนครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ทวาย ท่านผู้อภิปรายได้พาดพิงในทำนองประหนึ่งว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งผมเป็นรัฐมนตรี มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็โครงการทวายก็มาสำเร็จในรัฐบาลนี้ ความจริงสั้น ๆ เท่านั้นท่านประธานครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สักนาทีครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ความจริงโครงการนี้เป็นโครงการที่ ดำเนินมาหลายรัฐบาล แล้วก็ในยุคที่รัฐบาลชุดที่แล้วเข้ามารับผิดชอบเราก็ถือว่าเป็นวาระสำคัญ ดังนั้นในการพบปะระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายกรัฐมนตรีเต็ง เส่ง ของประเทศพม่า จึงได้หยิบยกเรื่องนี้โครงการทวายมาเป็นหัวข้อสำคัญของการประชุมทวิภาคี ระหว่างผู้นำทั้งสองที่หัวหิน-ชะอำในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี ๒๕๕๒ ครับ หลังจากนั้นผมได้เดินทางเข้าไปในพม่าหลายครั้งจนกระทั่งในที่สุดเราได้เซ็นสัญญาที่เรียกว่า เฟรมเวิร์ค อะกรีเมนท์ (Framework agreement) เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ จากนั้น เดือนมกราคมรัฐบาลพม่าได้ออกกฎหมายซึ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้โครงการนี้นับ ๑ ได้ในแง่ ของการลงทุนภาคเอกชนก็คือ การออกกฎหมายให้ทวายนั้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ว่า ทาวอย สเปเชี่ยล อิโคโนมิค โซน (Tavoy Special Economic Zone) จากนั้นโครงการนี้ จึงนำหน้า เมื่อมีการเลือกตั้งถ้าท่านประธานจำได้และคุณหมอเหวงจำได้ด้วยความเป็นธรรม และข้อเท็จจริงก็คือว่าอย่างน้อยรัฐมนตรี ๒ คนในรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความเห็นทำนองว่าจะ ไม่เอาโครงการนี้ ผมเองต้องตัดสินใจอภิปรายนโยบายรัฐบาลตอนที่แถลงต่อรัฐสภา เอาประเด็นนี้ขึ้นมาพูด แล้วก็ยังได้คุยกับท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ถึงความจำเป็นของโครงการนี้ว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแค่โครงการเล็ก ๆ แต่มันจะทำให้อาเซียน นั้นมีเกทเวย์ และประเทศไทยจะมีโลจิสติกส์การค้าที่สำคัญ หลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนพม่า แล้วก็ดีใจที่ได้ประกาศโครงการนี้ร่วมกัน นั่นละครับคือความเป็นมา เพราะฉะนั้นอยากให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงนะครับ จะมีความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่ว่าสิ่ง สำคัญการอภิปรายในสภาแห่งนี้ต้องพูดความจริงและให้เกียรติกันและกันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรนะครับ ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ครับ

นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้สภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ส่วนดิฉันเอง ในฐานะที่เป็นผู้ขอแปรญัตติตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ในมาตรา ๓ ไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลแรกที่ดิฉันขอปรับลดคือเชื่อว่าระยะเวลาการใช้งบประมาณของ รัฐบาลมีระยะเวลาเพียงไม่เกิน ๘ เดือนที่จะต้องเบิกจ่ายงบประมาณ ดิฉันไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพแล้วก็สอดคล้องครอบคลุมทั่วถึง ในระยะอันสั้น และมีประเด็นที่ดิฉันได้ตั้งข้อสังเกตไว้ เช่น งบกลางที่รัฐบาลได้ตั้งไว้มากถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นการใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจาก อุทกภัย

เหตุผลที่ดิฉันขอปรับลดคือขาดรายละเอียดของโครงการ ซึ่งเป็นการละเมิด หลักธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐานว่าการจัดงบประมาณจะต้องเปิดเผย โปร่งใส และครบถ้วน ถูกต้อง วันนี้พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมชัดเจนแล้วว่าอยู่ในเขตพื้นที่ใด แต่ทำไมกำหนดสถานที่ ฟื้นฟูแล้วก็วางงบประมาณที่จะใช้ให้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ถึงครึ่งของงบประมาณที่ตั้งไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยอนุมัติใช้เงินไปพลางก่อนนะคะ ทำให้การตั้งข้อสงสัยว่ามีการ ทุจริตเป็นจำนวนมาก และในกรณีที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลังคาเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ก็ไม่สามารถจัดการช่วยเหลือได้ครอบคลุมแล้วก็ทั่วถึง ก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้อย่าง ครอบคลุมแล้วก็ทั่วถึงนะคะ เป็นเพราะรัฐบาลได้ออกกฎระเบียบ แล้วก็หลักเกณฑ์ที่ยุ่งยาก และซับซ้อน ทำให้ผู้ประสบภัยรำคาญใจในการหาเอกสาร แล้วก็หลักฐานที่จะต้องเอาไปยื่น ให้กับสำนักงานเขตเพื่อรับเงินเพียง ๕,๐๐๐ บาท บางคนต้องไปสำนักงานเขตถึง ๒ ครั้ง และ ๓ ครั้ง ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือด้วยซ้ำไปนะคะ ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ ขอรับเงินช่วยเหลือนี้แล้วนะคะ

ประเด็นสำคัญที่ดิฉันต้องตัดงบประมาณในครั้งนี้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้นเพราะว่า กระทรวงต่าง ๆ ที่ได้ตั้งงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้นในครั้งนี้ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แล้วก็ทั่วถึง แล้วก็ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อสภานะคะ เช่นดิฉันเชื่อว่า การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ให้กับจังหวัดกาญจนบุรีน้อยมากเปรียบเทียบกับที่ตั้ง งบประมาณไว้ถึง ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ซึ่งปัญหาของจังหวัดกาญจนบุรีมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถนนหนทาง การคมนาคม จังหวัดกาญจนบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นที่รู้จักกันในระดับโลกนะคะ ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

และที่สำคัญที่เกิดปัญหาในจังหวัดกาญจนบุรีก็คือภัยแล้งทุก ๆ ปี รัฐบาล ไม่เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีนะคะ รวมทั้งจังหวัด กาญจนบุรีเป็นพื้นที่ทำการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง แล้วก็ยางพารา แล้วก็ในขณะนี้ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำอย่างมาก รัฐควรจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อรองรับราคาพืชผลการเกษตรที่มีอยู่ปัจจุบัน แล้วก็ให้ครอบคลุม ทุกแขนงของเกษตรกรนะคะ ดิฉันยังไม่เห็นรัฐบาลชุดนี้พูดถึงการช่วยเหลือภาคการเกษตร เลยนะคะ ดิฉันจึงฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการงบประมาณว่านี่คือเหตุผล ที่ดิฉันจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คิดว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศุภชัย ศรีหล้า

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนเฝ้ารอการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปีในวาระที่สองและวาระที่สาม ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณา แล้วเสร็จ พี่น้องประชาชนเฝ้าติดตามตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ในวาระที่หนึ่งถ้าพี่น้องคนอีสานบ้าน ผมก็จะบอกว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่ต่อมาพี่น้องกำลังดูวาระที่สอง วาระที่สาม พี่น้องอีสาน บ้านผมก็จะพูดต่อไปอีกว่าพอเหลาลงไปจะกลายเป็นบ้องกัญชา นั่นคือสิ่งที่เป็นพิษ หรือสิ่งที่ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่ ในการเฝ้าติดตามของพี่น้องประชาชน ผมจึง อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนเฝ้าติดตามในหลาย ๆ ส่วน แต่ส่วน สำคัญที่สุดที่ทำให้มวลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาได้ สามารถอภิปรายได้คือ การปรับลดงบประมาณ เช่นเดียวกันท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้เสนอปรับลดงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเอกสารเล่มสีเขียวที่มวลสมาชิกมีอยู่ในขณะนี้รายชื่อของ กระผมจะอยู่ในหน้าที่ ๖ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีเหตุผลอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราคงจะ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการงบประมาณ คณะกรรมาธิการ งบประมาณมีทั้งหมดทั้งสิ้น ๖๓ ท่าน ส่วนใหญ่มาจากซีกของรัฐบาล มีจากซีกฝ่ายค้านเพียง ๑๐ กว่าท่าน เพราะฉะนั้นการกำหนดแนวทางในการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเป็นไปตามทิศทางของรัฐบาลซึ่งเป็นปกติของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในขณะที่รัฐบาลเป็นคนกำหนด ทิศทางเราถอยกลับไปดูนิดหนึ่งได้ไหมครับ ๔ เดือนก่อนหน้านี้ผมเข้าใจรัฐบาล เข้าใจ การบริหารงานของรัฐบาลว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาเป็น ๔ เดือนที่ใช้จ่ายงบประมาณเป็นรอยต่อ จากรัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลนี้วันนี้มีพันธะสัญญากับพี่น้องประชาชน บางท่านบางคนอาจจะ เสนอกับกระผมบอกว่าอย่าเลย แยกกรรมาธิการออกจากรัฐบาลเถอะ เพราะว่า คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล พูดได้ครับ แต่ในความเป็นจริง ปฏิเสธความจริงไม่ได้ คณะกรรมาธิการอย่างที่ผมได้กราบเรียนมาจากซีกของรัฐบาล มีรัฐมนตรีอยู่ในคณะกรรมาธิการมากถึง ๗ ท่าน ในขณะที่มีรัฐมนตรีอยู่ในคณะกรรมาธิการ มากถึง ๗ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้กลับไปดูพันธะสัญญาที่ทางรัฐบาลให้ไว้กับ พี่น้องประชาชนหน่อยดีไหมครับ ท่านจำได้ไหมครับในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท่านไป บอกกับพี่น้องประชาชนอย่างไร พี่น้องประชาชนเฝ้ารอสิ่งที่ท่านบอกกับพี่น้องประชาชนว่า พันธะสัญญาเหล่านั้นจะถูกนำมาปฏิบัติในปีแรกของการจัดสรรงบประมาณภายใต้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจำได้ไหมครับ แท็บเล็ตที่บอกว่า จะแจกเด็กนักเรียนทั่วทั้งประเทศ พี่น้องเลือกท่านเพราะอยากได้แท็บเล็ตนะครับ ปฏิเสธ ได้ไหมครับ ปฏิเสธไม่ได้ครับ โรงเรียนหลังหนึ่งมีคอมพิวเตอร์ ๓ ๔ ๕ เครื่องยังยากเลยครับ นี่รัฐบาลบอกว่าจะให้ทุกคน ถ้ารัฐบาลบอกว่าจะให้ทุกคน แน่นอนที่สุดครับเป็นสิ่งเร้าอย่าง สำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกท่าน แต่ถ้าเขาตัดสินใจเลือกท่านแล้ววันนี้ตั้งงบประมาณ เท่าไรท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย เป็นประธานคณะกรรมาธิการด้วย ท่านครับท่านจัดให้เพียง ๑,๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น พันธะสัญญากับพี่น้องของผมอยู่ที่ไหน ครับ ไหนบอกว่าได้ครบทุกคน เขาเลือกท่านเพราะเหตุผลนี้นะครับ กรรมาธิการช่วยตอบ หน่อยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านจำได้ไหมครับ ในระหว่างที่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ท่านบอกว่าลาก่อนน้ำท่วม ท่านบอกว่าลาก่อนน้ำแล้ง น้ำท่วมท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ร้องไห้ที่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง วันนั้นนำความสูญเสียมาให้พี่น้องประชาชน กี่ล้านล้านบาทไม่ทราบ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูงบประมาณหน่อย ดีไหมครับว่าหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดการดูแลพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมชลประทานได้รับงบประมาณเท่าไรครับ ผมอภิปรายเรื่องนี้ในวาระที่หนึ่งในวันที่ผม อภิปรายวันนั้นท่านประธานคงจะจำได้ ผมอภิปรายวันนั้นผมบอกกับที่ประชุมแห่งนี้บอกว่า เราจะหวังพึ่งกรมชลประทานได้อย่างไรในเมื่องบประมาณที่ได้รับเพียง ๔๒,๙๑๙ ล้านบาทเศษ ผมหวังนะครับท่านประธานที่เคารพครับผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมหวังอะไร ท่านทราบไหมครับ ผมหวังว่าหลังจากการปรับลดงบประมาณคราวนี้ไปแล้วงบประมาณ จะเพิ่มขึ้นให้กับกรมชลประทานเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเรื่องของน้ำท่วม เรื่องของน้ำแล้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียใจกับท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ท่านไม่ได้ทำเรื่องนี้ สมกับน้ำตาที่ท่านไปหลั่งที่โรงงานอุตสาหกรรมเลย ไม่สมครับ งบประมาณหลังการปรับลด ท่านประธานที่เคารพครับ เพิ่มขึ้นเพียง ๐.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ๐.๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ พี่น้องผมจะหวังอะไรจากท่าน พี่น้องผมจะหวังอะไรจาก รัฐบาลชุดนี้ครับ เราสูญเสียเป็นล้านล้านล้านบาทครับ แต่เวลาเราจะแก้ปัญหาเราเพิ่มขึ้นเพียง ๐.๘ เท่านั้นเองครับ ถ้าผมไม่กราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนผ่านรัฐสภาแห่งนี้ผมจะอยู่ทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำไม ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ ที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่าน เท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธานที่เคารพครับ อยากกราบเรียน ต่อท่านในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพราะมีมวลสมาชิกอยากจะให้ความเห็นต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีงบประมาณอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องผูกพันกับพี่น้องประชาชน โดยตรง ยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็นครับ งบในส่วนของกระทรวงการคลังก็ดี งบในส่วนของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรก็ดี ในส่วนของธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับผมอยากเห็นการดูแลพี่น้องเกษตรกร อย่างยั่งยืนในระยะยาว นโยบายประกันภัยพืชผลทางการเกษตรที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มต้นไว้ในปีที่แล้วหายไปไหนครับ ไหนบอกว่าจะดูแลพี่น้องประชาชน อย่างไรครับ ท่านเบื่อหน่ายที่จะต้องนำเงินมหาศาลไปจ่ายชดเชยให้กับพี่น้องชาวนาใช่ไหมครับ มันเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม มันเหมือนถมไม่เต็ม พอเตี้ยอุ้มค่อม ถมไม่เต็มทำไมไม่เอานโยบาย ประกันภัยพืชผลมาใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ ในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วันนี้ไม่มีงบประมาณส่วนนี้แม้แต่บาทเดียวใช่ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากผ่าน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ไหนบอกว่าดูแลพี่น้อง ประชาชนอย่างไรครับ บาทหนึ่งไม่มีเลยนะครับในส่วนของการประกันภัยพืชผล หรืออยาก เอาเงินทุกบาททุกสตางค์ของเราวันนี้ไปจ่ายชดเชย จ่ายชดเชย จ่ายชดเชย จ่ายชดเชย อย่างไม่รู้จบ ทำไมเราไม่แก้ปัญหาระยะยาวครับ วันนี้ก่อนที่ผมจะมาทำหน้าที่ที่นี่ผมไปเป็น ประธานวางศิลาฤกษ์ที่วัดนามวลใต้ ที่อำเภอตาลสุม ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้อง นำเอกสารเหล่านี้มาร้องเรียนกับผมก่อนที่จะขึ้นเครื่องมาทำหน้าที่ เขาบอกกับผมบอกว่า ยังต้องการนะครับ ยังต้องการประกันภัยพืชผลครับ แม้จะมีปัญหาในการปฏิบัติอยู่บ้าง การประกาศเขตพื้นที่น้ำท่วมก่อนหรือหลังบางครั้งส่งผลกระทบต่อการจ่ายเงินช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ ยกตัวอย่าง คุณวิไลลักษณ์ สีชมพู ถ่ายเอกสารมา ให้ผมเลยนะครับเรื่องการประกันภัยพืชผล คุณเครือวัลย์ ทรัพย์มูล ถ่ายเอกสารมาบอกเลขที่ เสร็จเรียบร้อยครับ คุณเพ็ญศรี เหลืองงาม ยกตัวอย่างครับท่านประธาน หนูจริง ผลทวี กาญจน์ สียา ศรีเมือง สียา บุคคลเหล่านี้บอกว่าประกันภัยพืชผลมีประโยชน์ต่อเขา แต่ในขณะที่ มีประโยชน์ต่อเขาการปฏิบัติของหน่วยงานราชการ การปฏิบัติของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประกาศเขตพื้นที่น้ำท่วมอาจจะมีผลต่อการรับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทประกันภัยแต่ก็มีประโยชน์นะครับ จึงอยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับ สาเหตุที่ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานว่ารัฐบาลจริงใจกับปัญหาของพี่น้องประชาชนหน่อยเถอะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ในขณะที่ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้พี่น้องชาวภาคใต้กำลังได้รับผลกระทบ อย่างร้ายแรงจากภาวะอุทกภัยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านของกระผมเองในจังหวัดสงขลา นะครับ น้ำกำลังท่วม ฝนกำลังตกตอนนี้ ก็ฝากรัฐบาลช่วยลงไปดูแลด้วยนะครับ ทางพี่น้อง ที่เกิดวิกฤติคงต้องลงไปก่อนแล้วนะครับ

ท่านประธานครับ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ โดยเฉพาะมาตรา ๓ ด้วยวงเงินงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่ามากพอสมควรที่รัฐบาลจะเอาไปบริหารประเทศนะครับ จริง ๆ แล้วงบประมาณ ดังกล่าวที่ทางคณะรัฐมนตรี คณะรัฐบาลหรือคณะกรรมาธิการได้พิจารณานั้น เมื่อมาดู ในรายละเอียดต่าง ๆ เมื่อมาดูในกระบวนการขั้นตอนการพิจารณาเพื่อจะนำเงินงบประมาณ ไปจ่ายไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ ในยามวิกฤติในขณะนี้ ถามว่าตรงไหนบ้างที่ไม่สอดคล้อง ผมจะชี้ให้เห็นคร่าว ๆ นะครับ โดยเฉพาะงบประมาณที่ท่านได้แปรญัตติเพิ่มนะครับ โดยเฉพาะไปเพิ่มในเรื่องของกระทรวง คมนาคม อย่างน้อย ๒ กรมด้วยกัน หลายพันล้านบาท ท่านแปรญัตติเพิ่มนะครับ โดยเฉพาะ เงินของงบประมาณงบกลางที่ท่านเอาลงไป ผมกลัวจะซ้ำซ้อนกับงบประมาณของหน่วยงาน ทางราชการ หน่วยงานของกระทรวงแต่ละกระทรวงที่ทำมาแล้วครับ อาจจะซ้ำซ้อนกันได้ ถามว่าทำไมล่ะ ทำไมไม่เอาเงินตรงนั้นไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เขาได้รับความเดือดร้อน อยู่ขณะนี้ จากเรื่องอะไรครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม เรื่องของการแก้ปัญหา ทั้ง ๆ ที่ รัฐบาลตอนที่แถลงนโยบายโดยคุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ว่า จะมีรายการช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ สุดท้ายนะครับ ท่านก็ไม่มี ความจริงใจที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของอาชีพประมง ไม่ได้ดูแลอย่างจริงจัง ไม่ได้ทำงบประมาณตรงนี้ ผมยกตัวอย่างเช่นอะไรครับ รัฐบาลชุดที่แล้วภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แก้ปัญหา เรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างคร่าว ๆ ในจังหวัดสงขลานะครับในคาบสมุทรสทิงพระ และทะเลสาบสงขลา อย่างน้อยรัฐบาลชุดที่แล้วให้ความสำคัญโดยการให้งบประมาณ ในการศึกษา ศึกษาอะไรครับ ศึกษาผลของการแก้ไขปัญหาเรื่องของน้ำท่วม น้ำแล้งและให้มีน้ำ ไว้ในยามภาวะที่ต้องการการทำเกษตรกรรมนะครับ รัฐบาลชุดที่แล้วได้ศึกษาไว้พอสมควร ถ้ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจควรจะตั้งงบประมาณอย่างน้อยเป็นเรื่องของการออกแบบ ค่าก่อสร้างได้ ถามว่าแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้ไหมทะเลสาบสงขลา แก้ได้ครับ ผมยกตัวอย่าง คลองต่าง ๆ ที่รัฐบาลชุดที่แล้วภายใต้การนำของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทำการศึกษาไว้ คลองระโนด คลองโคกทอง ถือเป็นหัวใจหลักของอำเภอระโนดที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่าลืมว่าคลองดังกล่าวเป็นหัวใจหลักอย่างไรครับ มีเกษตรกรอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน เกษตรกรต้องการน้ำจืดกับเกษตรกรที่ต้องการน้ำเค็ม น้ำจืดทำนา ปลูกผัก น้ำเค็มทำอะไรครับ เลี้ยงกุ้ง กุ้งขาวนะครับ ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าอำเภอระโนดผลิตกุ้งขาวได้มากที่สุดในโลก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเกียรติ์อุดมครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายไม่ได้อยู่ในประเด็นนะครับ วันนี้เป็นการอภิปราย งบประมาณวาระที่สองแปรญัตติ ผมยังไม่ได้ยินท่านว่าท่านจะแปรญัตติตัดงบอะไร ท่านไปพูด เรื่องน้ำท่วมเรื่องอะไร ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชัยวุฒิครับ ขอให้กระชับนิดหนึ่งนะครับ แล้วก็ให้อยู่ในประเด็นครับ

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ตาก 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ จริง ๆ ผมก็ได้ พูดไปเบื้องต้นแล้วว่าการที่ทำงบประมาณไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนนะครับ ผมเลยจำเป็นต้องตัด ตัดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นนะครับท่านประธาน ครับ ปัญหาที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่ ผมบอกว่าถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้จะเป็นประโยชน์ มหาศาลนะครับ นั่นคือแก้ปัญหาเรื่องคลอง ในฐานะผมเป็นอนุกรรมาธิการเรื่องน้ำของ สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงไปดูปัญหาอย่างแท้จริง คลองปัจจุบันมีสภาพที่ตื้นเขินมากครับ ตื้นเขิน อย่างไร สภาพคลองกว้าง ๑๐ เมตร ความยาวสัก ๑๕ เมตร ถ้าเราขยายได้ ๓๐ เมตร รับรองมีประตูระบายน้ำแก้ปัญหาน้ำเค็มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง แก้ปัญหาน้ำจืดให้กับผู้ทำ นา ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในยามที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมได้ครับ อำเภอ กระแสสินธุ์คลองอะไรครับ คลองโรง คลองบางยาง คลองระวะ เช่นเดียวกันครับ คลองปัจจุบันยาวประมาณ ๙ กิโลเมตรนะครับ ถ้าเราแก้ปัญหาตรงนี้ ได้ครับ ปัจจุบันกว้าง ๑๐ กว่าเมตร ถ้าเราขยายสัก ๓๐ เมตรครับ แก้ปัญหาเรื่องน้ำจืด น้ำเค็ม มีประตูระบายน้ำทั้ง ๒ ฝั่งครับ แก้ปัญหาได้ครับเรื่องน้ำท่วม คลองหนังของอำเภอ สทิงพระ เช่นเดียวกันครับทำแบบนี้ละครับ หรือแม้กระทั่งคลองคูขุดของอำเภอสทิงพระ ตลอดจนถึงคลองสายยูของอำเภอสิงหนคร คลองปะโอนะครับ อันนี้ก็แก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ได้ครับ เพราะเขาได้ศึกษาไว้แล้วครับ ศึกษาไว้อย่างละเอียดในรัฐบาลชุดที่แล้วครับ ดังนั้น ถ้าอยากจะแก้ปัญหาด้วยความจริงใจและมีความตั้งใจจริงก็สามารถที่จะเอาตรงนี้ไปแก้ไขได้ นี่คือปัญหาเรื่องของน้ำที่จำเป็นต้องแก้ไขในยามเกิดวิกฤติ สิ่งที่ผมต้องตัดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทำอะไรบ้างผมบอกแล้วเมื่อสักครู่ครับ ทำเรื่องน้ำ และที่สำคัญไปช่วยเกษตรกรนะครับ ถ้าเราทราบกันนะครับ เมื่อสักประมาณ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาครับ เรื่องของยางพาราครับ ยางพาราราคาตกต่ำมากครับ ปัจจุบันวันนี้ ๘๐ กว่าบาทครับ ถือว่าไม่คุ้มทุน รัฐบาลแก้ อย่างไรครับช่วงนั้น รัฐบาลบอกว่ายางในประเทศไทยมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วไปบอก เขาทำไมครับมี ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ขายไม่ได้อยู่ครับ ไปเจรจากับจีนขายได้เท่าไรครับ ๑๐๕ บาท ตัวเลขถ้าจำไม่ผิดนะครับ สุดท้ายครับพ่อค้าต้องมาซื้อกับเกษตรกรเท่าไรครับ ก็ ๘๗ บาทนะครับ มันไม่ถึง ๑๐๐ บาทหรอกครับ จริง ๆ ข้อเรียกร้องของเกษตรกรเขาต้องการ ๑๒๐ บาท เพราะอะไรครับ น้ำมันแพง ปลาทูกิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท ข้าวสารครับแพง อะไรแพง อีกครับ ทุกอย่างแพงครับ เนื้อหมู เนื้อไก่ แพงไปหมดครับ แม้แต่ไข่ท่านประธานครับ ไข่ที่บริโภคปัจจุบันนะครับ ใครจะไปคิดว่าแพงผิดปกติครับ ๕ บาทก็มี ๖ บาทก็มีครับ ท่านลองไปดูได้เลยครับ นี่เป็นเรื่องจริงที่เป็นที่ประจักษ์แล้วในปัจจุบันนะครับ ทำไมท่านไม่ แก้ไขปัญหาให้เขาครับ ท่านส่งใครไปแก้ไขครับ ๘ ครั้งแล้วครับส่งไปแก้ไข ได้ความไหมครับ ไม่ได้ความครับ ส่งคนไม่มีอำนาจในการตัดสินใจไปแก้ไขปัญหาเรื่องยางพาราครับ ท่านคิดดู เอาเองครับส่งใคร แล้วที่สำคัญนะครับ ได้นัดเกษตรกร ได้นัดผู้นำชุมนุม สกย. ว่าจะมาแก้ไข กันที่สภา สุดท้ายเบี้ยวเขาจริงไหมครับ ตั้งใจหน่อยสิครับในการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารา ให้กับเกษตรกร เบี้ยวเขาครับ ทำอย่างไรครับ เขาต้องเลี้ยงดูลูก เขาต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เขาต้องส่งลูกให้เรียนครับ ไม่จริงจังนะครับ นโยบายที่ทำในเรื่องงบประมาณไม่สอดคล้อง กันเลยครับ ดังนั้นฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ ตรงนี้อย่างน้อยไปส่งเสริมอะไรครับ ไปส่งเสริม สหกรณ์นะครับ สหกรณ์การเกษตรโดยเฉพาะชาวสวนยางเขามีกลุ่มสหกรณ์ครับ ทำไมเรา ไม่เอาเงินที่เก็บได้ครับ โดยเฉพาะที่มีอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไปช่วยเขาซื้อยาง นะครับ ไปเพิ่มให้เขา เพิ่มทุนให้เขาเราจะได้มียางในประเทศ ไม่ต้องไปบอกว่ายางมีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ตันแล้วไปขายให้ต่างประเทศ ต่างประเทศบอกว่ายางเยอะครับไม่เป็นไรเล่นตัวหน่อย เล่นตัวสักนิดก่อนนะครับ สุดท้าย ๑๐๕ บาทที่ผมบอกไว้แล้วครับ มันไม่ได้อย่างนี้ครับ เราไปบอกสิ่งที่เรามีอยู่ สิ่งที่มีความจำเป็นของประเทศให้เพื่อนบ้านรู้ครับ คนที่มาซื้อของ ไม่ได้เด็ดขาดนะครับท่านประธาน ในฐานะที่ผมเองก็มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ เรื่อง นะครับ อย่างน้อยเงินที่ตัดไปไปทำอะไรครับ ในเรื่องของการเกษตร ในเรื่องของนาข้าวครับ ท่านบอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ผมถามตรง ๆ ครับ วันนี้ใครได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียนบ้างครับ มีไหมครับ ไม่มีครับ ไม่มีจริง ๆ ครับ หักค่าอะไรครับ ค่าสิ่งเจือปนไป หักค่าความชื้น หักค่า ขนส่ง มิหนำซ้ำบ้านผมครับอยู่ห่างจาก กทม. ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรครับ ผมถามครับ ผู้ที่ซื้อข้าว เขาไม่หักค่าขนส่งไว้หรือครับ เราต้องเอาเงินตรงนี้ครับไปจุนเจือเขา ไปส่งเสริมเขา อุดหนุน ตรงนี้เขาให้เขาได้ ๑๕,๐๐๐ บาทจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ไปบอกเขาว่า ๑๕,๐๐๐ บาทแล้วต้องได้ ไม่ได้นะครับ ใครพิสูจน์ได้ว่าราคาข้าวตอนนี้เกษตรกรขายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท บอกมาครับ ผมจะตามไปดูครับ อันนี้คือสิ่งที่ผิดพลาดมหาศาล เราเอาตัวเงินตรงนี้ที่จำเป็นต้องตัดไปถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไปช่วยเกษตรกรตรงนี้ ถามว่าในเรื่องของประมงก็ต้องช่วยเขาครับ ณ วันนี้ ประมง ๓ เดือน ๔ เดือนแล้วออกทะเลไม่ได้ครับ เราก็ไม่ได้ดูแลเขาอย่างจริงจัง ทรัพย์สินของเขามีอะไร เรือประมง เรือเขาจะแปลงเป็นทรัพย์สิน แปลงเป็นทุนไม่ได้ และมิหนำซ้ำบ้านที่เขาอยู่ในบริเวณริมทะเล โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทยคลื่นซัดตลิ่ง โฉนดของเขา หายไปแล้ว หายไปกับคลื่น รัฐบาลจะเอาเงินอย่างไร เอาเงินที่ไหนไปเยียวยาช่วยเหลือเขา ตรงนี้ ต้องช่วยเขาครับ มีนโยบายหรือไม่ กรรมาธิการได้พิจารณาหรือไม่ตรงนี้นะครับ ในเรื่องของงบประมาณช่วยเหลือพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงที่พื้นแผ่นดินของเขา ที่ของเขาได้หายไป โดยคลื่นซัดตลิ่งไปนะครับ เขามีแต่โฉนด ตอนนี้เขาไม่มีที่ อันนี้เป็นเรื่อง สำคัญ ดังนั้นจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการเพื่อที่จะช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วย นะครับ

อีกเรื่องท่านประธานครับ เงินที่ตัดไปไปทำอะไรครับ อย่างน้อยไปทำเรื่อง ของการปล่อยกุ้ง ในยามที่สภาวะผันผวนทางภาวะดินฟ้าอากาศ เราไม่รู้ว่าเกษตรกรทำนา เกษตรกรผู้ปลูกยาง หรือเกษตรกรทำสวนปลูกพืชไร่ จะมีผลกระทบจากภาวะตรงนี้อย่างไร ดังนั้นเราจำเป็นต้องเอาเงินตรงนี้เพื่อจะไปส่งเสริมการสร้างกลุ่มอาชีพการปล่อยกุ้ง โดยเฉพาะปล่อยปลาในทะเลสาบสงขลาเพื่อรองรับ ถ้าหากเขาทำนาไม่ได้ ทำสวนยางไม่ได้ เขาจะได้มีอาชีพในการหากุ้งหาปลาในทะเลเพื่อมาจุนเจืออาชีพเขา สิ่งที่ผมจำเป็นต้องตัด เพราะไปทำเรื่องเหล่านี้ให้กับเกษตรกรนะครับ

ท่านประธานครับ ขอฝากไปอีกประเด็นในเรื่องของกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่ม สหกรณ์การเกษตร ในยุคปัจจุบันเราหนีไม่พ้นทุนสามานย์ครับ ทุนสามานย์ถ้าเข้ามาครอบงำ มีปัญหาแน่ แต่ถ้าเราสนับสนุนในเรื่องของกลุ่มสหกรณ์ โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์การเกษตร ต่าง ๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถสู้กับทุนสามานย์ได้ ถึงแม้ธนาคารโลกจะล่ม ถึงแม้ ธนาคารจะล่มแต่กลุ่มยังอยู่ ตรงนี้ยังอยู่สามารถที่จะให้เขาอยู่อย่างสงบเรียบร้อยได้ครับ ดังนั้นจากสิ่งที่ผมได้อภิปรายไปที่ผ่านมายังท่านประธานเพื่อผ่านไปยังกรรมาธิการที่บอกว่า สิ่งที่ผมต้องตัดไปร้อยละ ๑๐ นั้น เพื่อต้องการทำให้กับที่ผมอภิปรายไปแล้วเบื้องต้น ดังนั้น จึงขอฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรี ทางรัฐบาลช่วยทำดังกล่าวด้วย นะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอปรับลดในมาตรา ๓ ไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณที่ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันอยากจะตัดให้มัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป ไม่อยากจะให้เลย งบประมาณนี้ พูดกันจริง ๆ เพราะตั้งไปแล้วดิฉันก็คิดว่างบที่เอาไปใช้มันทุจริต วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง เหตุผลที่ดิฉันพูดเพราะว่าดิฉันได้เป็นอนุกรรมาธิการพิจารณา งบอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ ดิฉันเป็นทุกปี ดิฉันก็จะเป็นอยู่ต่อไปนี้เรื่อยไป ต้องฟาดฟัน กับการที่ตั้งงบประมาณเอาไว้ที่ไม่โปร่งใสนะคะ คิดว่าการที่ตั้งเอาไว้มันไม่เกิดประโยชน์ สูงสุดกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันนะคะ ดิฉัน จะยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่าทำไมดิฉันจึงตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ดิฉันตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าประการที่ ๑ ราคาที่ตั้งไว้ราคากลางราคาของงบประมาณต่าง ๆ ต่อหน่วยราคามัน สูงมาก อย่างเช่นงบประมาณการก่อสร้างถนนหนทางทั้งหลายราคาจะสูง ดิฉันเสนอทุกปีว่า ทำไมไม่ตั้งราคากลางให้มันต่ำกว่านี้ เพราะว่าถ้าเราตั้งราคากลางสูงอย่างนี้ มันถึงได้เกิดการ ฮั้วกัน เกิดการอุ้มฆ่ากัน ถ้าเราตั้งราคากลางไม่สูงมาก มันไม่ฆ่ากันหรอกค่ะ นี่มันต้อง อุ้มฆ่ากันเพราะว่าในส่วนต่างนี่มันสูงนะคะ แล้วก็ทำให้ผู้ที่มีอิทธิพล ดิฉันถึงได้บอกอย่างไรว่าดิฉันเคยไปดูวิธีการอุ้ม วิธีการฮั้วของเขานี่เพื่อที่จะเก็บมาอภิปราย ในสภา มีมาเฟียมาอยู่แถวหน้าอำเภอ หน้าศาลากลาง มีรถตู้มาจอดคอยใครที่ไม่ได้ฮั้วเอาไว้ แปลกหน้ามาอุ้มขึ้นรถตู้ นั่งยางหายไปเลย นี่ถ้าท่านตั้งราคากลางให้น้อยลงกว่านี้ งบประมาณก็จะเหลือไปพัฒนาประเทศชาติได้มาก แต่ถ้าท่านยังตั้งราคานี้อยู่นี่ การที่จะเอา งบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดิฉันคิดว่าไม่เกิดหรอกค่ะ เพราะว่าเตรียมไปทุจริต กันมากกว่านะคะ

ประการที่ ๒ ข้อมูลที่เอามาชี้แจงกรรมาธิการนี่ มันมั่วมากเลย ตอบไม่ถูกเลย เปลี่ยนราคาอยู่ตลอดเวลา คิดเท่าไรก็หัวจะระเบิดก็ไม่ลง บวกกันไปบวกกันมาเช่นกรมการปกครอง เดี๋ยวท่านประธานคงจะตอบนะคะ ท่านชลน่านเป็นประธาน ดิฉันเป็นอนุกรรมาธิการนะคะ อนุกรรมาธิการของท่านชลน่านนี่ ท่านชลน่านก็จะตอบแทนหน่วยงานที่มาชี้แจง เช่นชุดของ อ.ส. ตั้งเอาไว้ชุดละ ๔,๘๐๐ บาท คนหนึ่งได้ ๒ ชุด ได้ชุดสีกากี ๑ ชุด ได้ชุดพราง ๑ ชุด ชุดหนึ่ง ๔,๘๐๐ บาท ดิฉันก็มานั่งคิด ดิฉันตัดชุดหนึ่ง ชุดสูท ส.ส. ชุดละ ๓,๕๐๐ บาท แต่ชุดของ อ.ส. นี่ ๔,๘๐๐ บาท มีรองเท้า มีถุงเท้า มีหมวก มีเสื้อยืดคอกลม มีเข็มขัด มีเครื่องแบบสีกากีพราง แล้วจะมี ๒ ชุด เครื่องแบบสีเขียวพราง มันจะต่างกันตรงเขียวพราง กับสีกากี แต่ว่าราคานี่สเปกไม่มี ไม่ทราบว่าสำนักงบประมาณ หรือว่ากรมบัญชีกลางนี่ ตั้งงบประมาณมาให้สูงขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝาก อ.ส. ที่ฟังดิฉัน อภิปรายนะคะ ท่านได้รับแจกชุดนี่ ท่านช่วยตรวจดูให้ดิฉันหน่อยว่าท่านได้รับแจกตามที่กรม ได้ชี้แจงหรือไม่ มีชุดพราง เครื่องแบบสีกากีพราง หมวกเบเร่ย์ (Beret) สีน้ำเงิน รองเท้าเดินป่า สีดำ เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกากีพราง ๒ ตัว เข็มขัด ด้ายถักสีน้ำเงิน ถุงเท้าไนลอนสีดำ ๒ คู่ แต่ว่าได้ ๔ คู่ เพราะว่ามันมีเครื่องแบบสีเขียวพรางอีก แต่หมวกนี่ใช้อันเดียว กันได้ อย่างอื่นนี่ จะได้เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็มานั่งดูที่จังหวัดเลยเคยมาชี้แจงกับดิฉันนะคะ ตัดชุดละ ๗๕๐ บาท แต่ถ้ามีรองเท้า มีอุปกรณ์อย่างอื่นนี่ ตกประมาณ ๑,๕๐๐ บาท แต่นี่ชุดละ ๔,๘๐๐ บาท ท่านประธานลองคิดดูสิคะว่าประเทศชาติอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างนี้ น้ำท่วมคนไม่มีจะกินตัดชุดละ ๔,๘๐๐ บาท แล้วคนละ ๒ ชุดนะคะ ๙,๖๐๐ บาทต่อชุด เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕๘,๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วตัวเลขที่เอามาให้กรรมาธิการได้ดูมันก็มั่วอีก ตอบไม่ตรงเสียทีหนึ่ง อธิบดีรายงานว่ามี อ.ส. ทั้งสิ้น ๒๐,๙๘๓ คน แต่ว่าเวลาชี้แจง ในเอกสารมี อ.ส. ทั้งสิ้น ๒๖,๙๗๙ คน มันเกินมา ๖,๐๐๐ คน เกินนี่ท่านลองคิดดู คูณไปคนละ ๙,๖๐๐ บาท เกินอีก ๖,๐๐๐ คน แล้วไหนจะมีค่าเงินเดือน ค่าตอบแทนของ อ.ส. ค่าครองชีพ อีก ๑,๗๔๔.๕ ล้านบาท ท่านลองคิดดูว่าตัวเลขต่าง ๆ นี่ มันไม่ตรงกับที่ชี้แจง ไม่ตรงกับ เอกสาร แก้ไปก็แก้มากันอยู่อย่างนี้ ดิฉันจึงคิดว่างบประมาณที่ตั้งไปนี่มันมีการทุจริตแน่นอน เพราะฉะนั้นดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ดิฉันก็จะติดตามดูว่าอันนี้ได้ไปซื้อที่ไหน อย่างไรนะคะ แล้วสเปกทำไมไม่มีเลย ซื้ออะไรมา ก็ได้ ผ้าอะไรก็ได้ ๔,๘๐๐ บาท เพราะฉะนั้น อ.ส. ทั่วประเทศฟังดิฉันนะคะ แล้วรายละเอียด เดี๋ยวดิฉันจะตามไปดูอีกทีหนึ่งว่าท่านได้ตามนี้ไหม ใส่ ๒ ที ตะเข็บแตกหมด อย่างนี้มันไม่มี สเปกอะไรเลย เป้าขาด ซิปแตก อย่างนี้ ถุงเท้าไม่เท่าไรยืดหมด ดิฉันถึงได้รับไม่ได้ว่าเงินของ ประเทศชาติมันต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ

อีกประการหนึ่งงบประมาณก็ตั้งซ้ำซ้อน สำนักปลัดกระทรวงตั้งมาบอกอบรม ดูงานต่างประเทศ ตั้งแล้วพอเวลาผ่านไปแล้วกรมต่าง ๆ เข้ามา กรมก็ตั้งอีก ไปดูงาน ต่างประเทศ ตั้งซ้ำกันเลย พอกรมเข้ามา เราตัดของกรม พอกรมจะไปขอใช้ของสำนักปลัด กระทรวง สำนักปลัดกระทรวงไม่ให้แล้ว โกงกรมไปอีก อันนี้นะคะ สำนักงบประมาณต้องตรวจ ให้ละเอียดรอบคอบนะคะ ท่านสมศักดิ์คะ ดิฉันก็ขอฝากว่าการตั้งงบประมาณเวลามาชี้แจง ปลัดกระทรวงเข้าก่อน พอเราดูปลัดกระทรวงเรียบร้อย พอกรมเข้ามาเราผ่านให้ปลัดกระทรวง เพราะปลัดกระทรวงชี้แจงแบบนั้นว่าตั้งเผื่อกรมแล้ว แต่พอกรมเข้ามาเราจะตัดกรม กรมบอกตัดไม่ได้ เพราะว่าทางปลัดกระทรวงไม่ได้บอกเอาไว้ พอไปถามทางกรม ทางกรม บอกไม่รู้เรื่องแล้ว อย่างนี้มันโกงกันซึ่งหน้า แค่ออกไปไม่กี่นาทีนะคะ

อีกประการหนึ่งคือข้อมูลต่าง ๆ รายละเอียดดิฉันขอในคณะกรรมาธิการ ให้เอามาให้ ไม่เอามาให้หรอกค่ะ จนป่านนี้ก็ไม่เอามาให้ ดิฉันจำไว้นะคะ ดิฉันกาดอกจันไว้ ทุกคน ใครที่โกหกทั้งหลาย เดี๋ยวจะเรียกมาสอบในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ เอาตัวอย่างมาดู ขอตัวอย่างเช่น ชุดให้เอามาดู ของ อ.ส. ดิฉันอยากจะรู้ว่า เนื้อผ้าเป็นอย่างไร มันดีแค่ไหน มันถึงได้ตั้ง ๔,๘๐๐ บาท ก็ไม่เห็นนะคะ ไม่ให้เอามาดู อีกอันหนึ่งที่ขอดูคือดิฉันเรียกถุงปลิดชีพของกระทรวงสาธารณสุข แต่ในเอกสารเล่มสีขาว คาดแดงเขาเรียกชุดอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของ อสม. วันนั้นดิฉันว่าไปเลยนะคะ เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง บอกวิชาชีพพยาบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขต้องมีความ โปร่งใส ต้องซื่อสัตย์ ต้องไม่โกงแผ่นดิน การตั้งงบประมาณต้องตรงไปตรงมา ท่านลองคิดดู ถุงละ ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันขอตรวจดูว่าในถุงมีอะไรบ้าง มีผ้าก๊อซ (Gauze) มีพาราเซตามอล (Paracetamol) มีซีพีเอ็ม (CPM) ดิฉันโชคดีที่ดิฉันเป็นพยาบาล ถ้าไม่เป็นพยาบาลดิฉันก็นึก ภาพไม่ออกเหมือนกัน เพราะว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ในนั้นรวมแล้วตีเสียประมาณ ๔๐๐ บาท ประธานเป็นหมอ ประธานก็ช่วยคิด ประธานก็พยายามช่วยสาธารณสุข ดิฉันก็พยายามช่วย แต่มันไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะว่าคิดไปคิดมา สมมุติซีพีเอ็ม ๑๐๐ เม็ด ๕ บาท พาราเซตามอล ๑๐๐ เม็ด ตีเสียเม็ดละ ๕๐ สตางค์ ๕๐ บาท ผ้าก๊อซ ๑๐๐ แผ่น แล้ววันนั้นก็ถุงมือนะไม่ใช่ ถุงยาง ถุงมือ ดิฉันพูดผิดไปในคณะกรรมาธิการว่าแจกถุงยางด้วยหรือ ไม่ใช่ แจกถุงมือค่ะ เพื่อว่าให้ อสม. ไปช่วยคนที่เกิดน้ำท่วม แต่ดิฉันก็ถามว่าทำไมถุงหนึ่งตั้ง ๑,๐๐๐ บาท ค่าถุงไป ๗๐๐ บาทหรืออย่างไร ค่ายา ๓๐๐ บาท ค่าถุง ๗๐๐ บาท ท่านประธานจำได้ใช่ไหม เพราะว่าถุงดิฉันต่อต้านมากเลย ถุงทั้งหลายที่จะซื้อแจกอบรม ดิฉันเป็นประธาน ดิฉันไม่ให้เลย เข้ามาเจอถุง ดิฉันตัด อันไหนมีถุง ดิฉันตัด เพราะอะไร ถุง ๑๖ บาท ตั้งตั้ง ๓๐๐ บาท ท่านประธานคิดดูสิ ค่าถุงก็เพียบเลย แจกทุกอบรมเลย ดิฉันก็ไม่ให้ ปีที่แล้วดิฉันก็ดีใจ ตัดได้ตั้ง ๑๔,๐๐๐ เพราะตัดไขมัน ปีนี้ได้ ๑๔,๐๐๐ อีก ก็พอ ๆ กับปีที่แล้ว แต่ว่าปีนี้ งบประมาณที่ให้มาพิจารณามันน้อยกว่านะคะ เพราะฉะนั้นปีนี้ก็ตัดได้มากกว่าปีที่แล้วอีก แต่ทีนี้ท่านลองคิดดูว่าตั้งมาให้พิจารณางบประมาณ ๑๗๐ ล้านบาท ๑๗๐,๐๐๐ ถุง ถุงละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันคิดว่าถุงนั้นประมาณ ค่าถุงอย่างแพงเลย ๕๐๐ บาท ดิฉันจึงบอกว่า วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง แล้วดิฉันถามว่า อสม. มีเป็นล้านคน แล้วท่านแจก ๑๗๐,๐๐๐ ถุง มันจะครบได้อย่างไร บอกให้แต่แกนนำ เพราะฉะนั้น อสม. ทั่วประเทศฟังดิฉัน โปรดทราบ ว่าอันนี้จะแจกเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือเปล่า เพราะว่ามันมีแค่ ๑๗๐,๐๐๐ ถุงเอง ดิฉันก็ถามว่า แล้วทำไมคุณตั้ง ๑,๐๐๐ บาท ที่ตั้ง ๑,๐๐๐ บาท เพราะตอนน้ำท่วมซื้อไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ถุง รวมแล้วเป็น ๒๐๐,๐๐๐ ถุง ตอนน้ำท่วมใช้วิธีพิเศษ ถุงละ ๑,๐๐๐ บาท แต่นี่ น้ำไม่ท่วมแล้ว มันยังมีวิธีการเปิดประมูลได้ แต่ท่านก็ยังตั้ง ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันตัด ๒๐ ล้านบาท ดิฉันจำได้ เหลือ ๑๕๐ ล้านบาท บ่นกระปอดกระแปดตัดตั้ง ๒๐ ล้านบาท รัฐมนตรีต้องว่าแน่ ไม่ต้องกลัว ข้าราชการไปกลัวทำไมรัฐมนตรี ไม่ต้องกลัว เพราะกรรมาธิการเขาตัด ถ้าด่า ต้องไปด่าประธานโน่น ใช่ไหม เพราะว่ามันเป็นมติของอนุกรรมาธิการ ดิฉันจึงจะเปรียบเทียบให้ ท่านประธานฟังว่า อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ท่านประภาศ บุญยินดี อดีตเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดดิฉัน ดิฉันชื่นชมมาก ถ้ามีข้าราชการที่เป็นแบบนี้ เค็มเป็นเกลือ เค็มยิ่งกว่าเกลืออีก ดิฉันยังดีใจว่ามาจากสมุทรสงครามนี่เอาเกลือมาด้วย เพราะเข้ามาชี้แจงในอนุกรรมาธิการ ยังไม่ทันพิจารณาเลย ผมตัดให้เลย ๑๒๐ ล้านบาท พวกเราตกตะลึงกันหมดเลย คิดว่าจะตัดสัก ๕๐ ล้านบาท ให้ ๑๒๐ ล้านบาท เลยพูดไม่ออกก็เลยโอเค ให้ ๑๒๐ ล้านบาทก็ ๑๒๐ ล้านบาท ถามว่าให้ ๑๒๐ ล้านบาท แล้วท่านทำได้หรือเปล่า ทำได้ เพราะว่าผมมาเปิดดูแล้วว่าอันนี้ มันเกิน ตั้งไปแล้วเหลือใช้แล้วตั้งทำไม ประเทศชาติต้องไปกู้เงินมา ดิฉันจึงชื่นชมว่า ถ้าข้าราชการเป็นแบบนี้ ผู้นำ อธิบดี ปลัดกระทรวงเป็นแบบนี้ หรือว่ารัฐมนตรี ดิฉันก็เคยสู้ กับรัฐมนตรีมานะคะ ดิฉันตัดงบก็มาต่อว่า ดิฉันบอกว่า นี่อย่างไร รัฐมนตรีมันโง่อย่างไร ให้ข้าราชการตั้งงบแล้วมาหลอก เงาะกระป๋องละ ๑,๐๐๐ บาท มันเป็นไปได้อย่างไร ซื้อประเทศไหน ดิฉันซื้อ ๓ กระป๋อง ๑๐๐ บาท นี่มาตั้งเบิกกระป๋องละ ๑,๐๐๐ บาท ดิฉัน จึงบอกว่า ส.ส. ไม่ใช่ควายนะคุณอย่ามาหลอก หลอกไม่ได้ ดิฉันไม่ให้ ดิฉันจึงบอกว่า ดิฉัน โชคดีที่จบพยาบาลมา มันเป็นคนละเอียด มันเปิดทุกหน้า แล้วก็สามารถที่จะรู้ว่าซ่อนไว้ ตรงไหน อะไรตรงไหน ปากกาด้ามละ ๕๐๐ บาท เราซื้อ ๓ บาท ๕ บาทอย่างแพง ซื้อ ๕๐๐ บาท ใครเขาจะให้ ดิฉันไม่ให้หรอกคะ นี่อย่างไร ท่านประธาน ดิฉันพูดเรื่อยไปนะคะ ท่านอย่าเพิ่ง ปิดนะคะ เรื่องถุงดิฉันก็อยากจะให้ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยดูว่า ๑๗๐,๐๐๐ ถุง ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท มันเป็นไปได้ไหม แต่ดิฉันตัดไปแล้ว ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เหลือถุงละ ๑,๐๐๐ บาทแล้ว แต่ว่าอยากจะดูว่าทั่วประเทศ ๑๗๐,๐๐๐ ถุง จะถึงไหม จะทั่วไหม หรือว่าเฉพาะจังหวัด พระนครศรีอยุธยาเท่านั้น อีกเรื่องหนึ่งคือเอกสารต่าง ๆ ตัวอย่างต่าง ๆ เวลามาชี้แจง ไม่ทราบว่าท่านประธานได้เรียกบ้างไหม เขาเอาให้ท่านดูบ้างไหม แต่ละอย่างที่ดิฉันได้ อภิปรายไป หรือว่าเขากลัวว่าจะตรวจสอบได้ กลัวว่าจะเอาไปเป็นตัวอย่าง ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ถ้าเราบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องเอามาให้กรรมาธิการเขาดู ดิฉันก็กาดอกจันไว้เหมือนกัน ว่าอันไหน ไม่เอามาให้ ปีหน้าเจอกัน แล้วก็อีกอันหนึ่งคือ เรื่องการทุจริต เรื่องข้าวกล่อง ดิฉันก็ยังตามอยู่ ถ้าตั้งงบไว้อีก ปีนี้เจอกัน ดิฉันต้องตามแน่นอน เพราะว่ามีการเบิก ยังเบิกไม่หมดนะคะ แต่ดิฉัน ทราบมาว่าตอนนี้มีการเซ็นย้อนหลัง ไปเดินเซ็นตามบ้าน ให้ช่วยเซ็น ดิฉันบอกเลยพี่น้อง ประชาชนที่ฟังดิฉันอภิปรายอย่าเซ็นนะคะ คนโกงต้องติดคุก อย่าไปเห็นดีเห็นงามกับคนที่โกง เราไม่ได้กินเราก็บอกว่าเราไม่ได้กิน เขาไม่มาแจกเราก็บอกว่าเขาไม่มาแจก ไม่ใช่เขาขอให้ เซ็นก็เซ็น เขาหลุดแต่เราต้องไปอยู่ในคุกมันก็ไม่ควร แล้วมันเป็นเงินภาษีของเรา เพราะฉะนั้นดิฉัน อยากจะเสนอทางท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า การจัดงบประมาณเวลาแค่ไม่กี่วันมันจะ เป็นอย่างนี้ทุกปีเลย ท่านคิดดูกรรมาธิการบางท่านด่าเขาสารพัดเลย กรรมาธิการด่าคนที่มา ชี้แจง ข้าราชการ ดิฉันจะบอกข้าราชการประจำ ดิฉันนั่งเป็นประธานปีที่แล้ว ให้บอกดิฉัน เลยว่าคนไหนไปทุบหัว ทุบหัวหน้าห้องให้มาบอกดิฉัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ มีผู้ประท้วง ผมว่าไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ท่านประสิทธิ์ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เขาบอกดิฉันแล้ว เขาจะ ประท้วงดิฉันค่ะ บอกตั้งแต่ก่อนอภิปราย ไม่เป็นอะไรค่ะ เขาจะออกทีวี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จ่าประสิทธิ์

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เสียดสีกล่าวหาว่ารัฐมนตรีโง่ แล้วก็ ใช้คำพูดไม่สุภาพมีคำว่า ควาย อยู่ รัฐมนตรีเขาได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ท่านอภิปรายประชาชนเขาฟังไปทั้งประเทศ ต่างประเทศเขาก็ยังฟังอยู่ ผู้อภิปรายเป็นตัวแทนของประชาชน น่าจะมีจิตสำนึกอภิปรายในสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่สุภาพ ผมอยากให้ถอนคำว่า รัฐมนตรีโง่ ครับ ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ครับ ผมว่ายกเว้นไว้สักท่านดีไหม ท่านก็น่ารักดีเป็นบุคลิกของท่าน ถ้าไม่พูดอย่างนี้ท่านอภิปราย ไม่ได้

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ถูกต้องค่ะท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ มันกำลังไปได้สวย

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

โง่จริง แต่ว่าดิฉันไม่ถอนหรอกค่ะ เพราะโง่จริง ๆ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระชับสักนิด เถอะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

จะจบแล้ว ถ้าไม่ประท้วงจบไปแล้ว คืออย่างนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ นั่งเถอะครับ ท่านประสิทธิ์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ มันใช้เวลามามากพอสมควร นี่จะจบแล้วครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมประท้วงผู้อภิปราย ว่าผู้อภิปรายกระทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวหารัฐมนตรีว่ารัฐมนตรีโง่ ให้ถอนคำพูดแล้วก็ ไม่ถอน แล้วก็ยังพูดซ้ำว่ารัฐมนตรีโง่จริง ๆ อีกแล้วท่านประธานจะปล่อยให้พูดอย่างนี้ ได้อย่างไรท่านประธาน ท่านประธานกำลังกระทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ อยู่ สภาแห่งนี้เป็นสภา อันศักดิ์สิทธิ์ แล้วจะปล่อยไปก่อนได้อย่างไร ถ้าปล่อยไปก่อนหมายความว่าให้เขาคนเดียว หมายความว่าเขาเป็นอะไรครับ เขาไม่เต็มบาทหรืออย่างไรครับท่าน

(นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ พอเถอะครับ สมควรครับ ผมว่ามาได้ดีแล้วนะครับ ผมให้ยุติดีกว่ากระมังครับ ที่จริงเมื่อกี้ ผมก็บอกแล้วเป็นบุคลิกของท่านจริง ๆ เชิญครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงผู้กำลัง ประท้วงในข้อ ๖๑ นะครับ ท่านใช้วาจาไม่สุภาพ ท่านจะใช้บรรทัดฐานของตัวเองไม่ได้นะครับ และมาพูดแบบนั้นขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับว่า ให้ถอนคำว่า ไม่เต็มบาท นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าให้ถอนก็ถอน ทั้งคู่ ผมว่าเอาละครับอย่าเสียเวลาเรื่องไร้สาระนะครับ ขออย่างนั้นนะครับ ช่วยกระชับด้วย จะจบแล้วเชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานดิฉันไม่ถือหรอกค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กำลังจะต่อแล้วค่ะ เมื่อกี้พูดไป ถึงไหนแล้ว กรรมาธิการบางท่านก็ไปด่าเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง อธิบดีต่าง ๆ ปลัดกระทรวงต่าง ๆ พอถึงเวลาก็ไปทุบหัวเขาเอางบ ไม่ว่าจะเป็นงบกลุ่มจังหวัด งบจังหวัด ท่านลองไปเปิดดูสิว่า กรรมาธิการท่านไหน ไปด่าเขาแล้วยังไปเอาของเขาอีกอย่างนี้มันสมควรไหม สภาผู้แทนราษฎร

ประการที่ ๒ เวลาในการพิจารณางบประมาณน้อยมากเลยดูไม่ทัน ซ่อนไว้ ตรงโน้น ซ่อนไว้ตรงนี้ ถ้ากรรมาธิการไม่เห็นก็บอกกรรมาธิการโง่ แต่พอเวลากรรมาธิการเห็น ด่าอีกว่าตัด ทีนี้ดิฉันจึงอยากจะกราบเรียนว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการประจำสภาเลยเหมือนต่างประเทศที่เราไปดูงาน เขามีการตั้ง คณะกรรมาธิการประจำสภาไว้สำหรับดูงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดูเรื่อยไป ไม่ใช่ว่า มาเดือนสองเดือน ๑๐๕ วัน อย่างไรมันก็ดูไม่ทันหรอกค่ะ เพราะตั้ง ๒๐๐ กว่าหน่วยงาน แล้วเวลาดิฉันคอมเม้นท์ (Comment) ไป เรื่องยาฉีดปลวก พอยาฉีดปลวกคอมเม้นท์ไป กระทรวงแรก ๆ กระทรวงหลัง ๆ ไม่มียาฉีดปลวกแล้ว หมดค่ะ หายหมดเลย ไม่รู้ปลวกไป อยู่ที่ไหน ดิฉันจึงนั่งหัวเราะกันทุกคนเลยว่าพูดไปพูดมาปลวกหาย ขนาดกรมที่ดินใช้ กระดาษเป็นโฉนดตอนหลังปลวกก็ไม่มีค่ะ ดิฉันเลยถามว่ากรมที่ดินไม่ใช้กระดาษทำโฉนด แล้วหรืออย่างไร ถึงได้ไม่ฉีดปลวก บางหน่วยงานมาชี้แจงมี ๑๔ ชั้นฉีดปลวกมันหมดเลย ๑๔ ชั้น บางที่ที่ดิฉันบอกว่าเกลือมันยังขึ้นเลย เกลือนี่ขึ้นเป็นเกลือเลย ปลวกมันอยู่ไม่ได้ หรอกค่ะ แต่ก็ฉีดปลวกทั้งปี เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานนะคะว่าการตั้ง งบประมาณมันเป็นงบมหาศาล แล้วประเทศเป็นหนี้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา เราต้องใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ตั้งมาโกงกัน วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง แล้วก็พิจารณาแบบ สะเพร่าอย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ประจำสภาพิจารณาโดยตรงเลย นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ไม่ใช่ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เราจะเหลือเวลาไว้พูดมาตราอื่นบ้างดีไหมครับ นี่มาตราเดียวนะครับ จะทั้ง วันแล้วครับ มีท่านวิชัย ล้ำสุทธิ แล้วก็มีอีก ๓-๔ ท่าน ถ้าจะขอท่านวิชัยเป็นท่านสุดท้าย จะได้ไหมครับ เรามีมาตราอื่นอีกเยอะครับ แบ่งเวลาให้มาตราอื่นก็ดีนะครับ ถ้าอย่างนั้น ก็มีท่านบุญยอดอีกท่าน ๒ ท่านได้ไหมครับ ท่านสหรัฐ ก็ ๓ ท่าน ขอ ๓ ท่านนะครับ เชิญท่านวิชัยครับ ขออีกคนหรือครับ ๔ ท่านครับ เชิญท่านวิชัยครับ

นายวิชัย ล้ำสุทธิ ระยอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ำสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ในวันนี้ซึ่งเป็นวาระที่สอง ในมาตรา ๓ เมื่อพูดถึงงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๓ ผมตัดลดไว้ทั้งสิ้น ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือสิ่งที่ ผมตัดไว้นะครับ เพราะว่างบประมาณที่ต้องตัดเพื่อไปพัฒนาสิ่งที่จะนำมาซึ่งงบประมาณ แต่ละคนก็งงตกลงตัดไปทำอย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือเอาเงินไปต่อเงินครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณของเราทุก ๆ ปี สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือเราจัดเก็บภาษี แล้วก็ภาษีส่วนใหญ่ที่เราจัดเก็บเราต้องยอมรับนะครับว่าภาษีส่วนมาก ที่เราจัดเก็บมาจากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เรียกว่า อุตสาหกรรมต้นน้ำ หรือเรียกว่า อุตสาหกรรมหนัก ซึ่งอุตสาหกรรมหนักจะไปเป็นอุตสาหกรรมตั้งต้นในการผลิต ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก โรงกลั่นน้ำมัน สิ่งเหล่านี้ครับก็นำไปทำผลิตภัณฑ์มากมาย แล้วก็สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเม็ดเงิน มหาศาลที่รัฐบาลเก็บภาษีทุก ๆ ปี ไปใช้บริหารราชการ แล้วก็สำหรับอุตสาหกรรมก็ปีละ หลาย ๆ แสนล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ของผมก็คือพื้นที่มาบตาพุด ที่ระยอง โดยเฉพาะ ในสมัยท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ ถ้าพวกเรายังจำกันได้ ตอนนั้นพื้นที่ของมาบตาพุดเป็นพื้นที่ ที่ตกอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าเป็นภาระอันหนักอึ้งของประเทศ เพราะว่าต่างฝ่ายต่างฟ้องกันไป ฟ้องกันมา โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เขียนว่าให้ทำตามมาตรา ๖๗ (๒) แล้วก็รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ทุ่มงบประมาณใน ๒ ปีที่แล้วจำนวนมหาศาลในการไปทำให้ ภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ร่วมกันให้ลดแรงการเสียดทาน เสียดสีในการบริหาร ภาคอุตสาหกรรมกับประชาชนให้อยู่ร่วมกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องมีร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอิสระด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อันนี้เป็น พ.ร.บ. ลูกของ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร มาตรา ๖๗ (๒) ถ้าใครสร้างโรงงาน สร้างอุตสาหกรรม ต้องมีมาตรานี้เกิดขึ้นครับ มาตรานี้เป็นมาตราที่จำเป็นซึ่งกฎหมาย เขียนไว้นะครับว่าอาจก่อให้เกิดการกระทบต่อชุมชนอย่างแรง ทั้งในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ที่ภาษาพวกเราเรียกง่าย ๆ ว่าอีไอเอ (EIA) แล้วก็ทำเอชไอเอ (HIA) นั่นเอง สิ่งสำคัญที่สุดตอนนั้นท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะทำงานก็เลยไปร่างนโยบาย ร่างวิธีปฏิบัติจัดทำประชาคมเพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเราเก็บเม็ดเงิน เก็บภาษีทุกบาท ทุกสตางค์มาเลี้ยงพี่น้องประชาชน มาทำถนน มาซ่อมบำรุง ทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างมหาศาล นี่ครับ ท่านก็ไปทำประชามติ ไปทำประชาคมเพื่อให้พี่น้องประชาชนรอบ ๆ นิคมอุตสาหกรรม อยู่ร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมให้ได้ แล้วก็จะได้บริหารอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล รัฐบาลก็จะได้เก็บเม็ดเงินภาษีมาใช้ในการบริหารประเทศ ได้มีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าพอสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา นั่นคือสิ่งที่ พวกเราได้เอาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ เมื่อสมัยที่แล้วเข้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ทั้ง ๓ วาระผ่านเข้าไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ไปอยู่ที่ ส.ว. นะครับ วุฒิสภา เสร็จแล้วก็ยุบสภา พอยุบสภาเสร็จแล้วรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาต่อ ก็ต้องขอ การยืนยันกฎหมายเดิมเพื่อมาใช้ ท่านประธานครับ พี่น้องทุกท่านครับ ปรากฏว่ารัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะว่า ข้อเท็จจริงแล้วเราได้งบประมาณทั้งหมดมาจากอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าถ้าไม่มี กฎหมายฉบับนี้นักลงทุนที่ลงทุน ไม่ว่าที่มาบตาพุดหรือที่แหลมฉบัง ก็ไม่รู้จะเดินอย่างไรครับ จะกล้าลงทุนไหม ขนาดน้ำท่วมนี่มันยังไม่รู้จะหนีไม่หนี พอเจอมาตรา ๖๗ วรรคสอง เข้าไปอีก นี่คือสิ่งที่ เป็นเรื่องที่ต้องฝากรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้ว่ามาตรานี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนจะมาลงทุน ภายในประเทศไทยหรือไม่ นี่คือบทบาทนะครับ บีโอไอ (BOI) จะจัดงานเดือนนี้แล้ว ทุก ๆ คน ถามว่านักลงทุนเก่าที่จะขยายกิจการใหม่จะเดินตามไหน แนวทางปฏิบัติถ้าตั้งใหม่จะต้องทำ อย่างไร ไม่ต้องถึงนักลงทุนใหม่ที่เราไปชวนมานะครับ นักลงทุนเก่านี่ครับ ไม่รู้จะเดินอย่างไร ถ้านักลงทุนเดินไม่ได้ นักลงทุนใหม่ไม่มาดำเนินการในบ้านเรา เม็ดเงินภาษี ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ ซึ่งเราเก็บทุกวันนี่ครับมาใช้ในการจัดทำงบประมาณทุก ๆ ปี ตรงนี้มันก็ค่อย ลดลงไปนะครับ โรงงานก็ค่อย ๆ หยุด ค่อย ๆ ชะลอการก่อสร้าง นี่คือสิ่งที่ปัญหาของพวกเรา เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญ แล้วสำคัญกับเรื่องงบประมาณด้วย เพราะว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านนะครับ นักลงทุนก็ไม่รู้มาบริหารจะเดินทางแนวทางไหนดี โดยเฉพาะท่านอนันต์มาทำร่างอันนี้เป็นปีครับ แล้วทำปีกว่าด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้ากฎหมายนี้ก็ไม่มีใครจะกล้ามาลงทุน แล้วรัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาบริหารประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยได้งบประมาณส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรม เมื่ออุตสาหกรรมชะลอตัวรัฐบาลก็เก็บภาษีได้น้อย รัฐก็จะเอาเงินจากไหนมาใช้หนี้ เพราะทราบข่าวว่าจะกู้อีกแล้ว ตั้ง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ทำอย่างไรสำหรับ ในการบริหารประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอภิปรายแบบนี้ก็ให้มองเห็นว่า อุตสาหกรรมก็สำคัญ และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบบริเวณอุตสาหกรรม ก็ไม่รู้จะเอาอย่างไรครับ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอาแนวทางไหน จะเดินอย่างไร กฎหมายก็ไม่เข้า กฎหมายก็ไม่คลอด หลักเกณฑ์ วิธีดำเนินการไม่มีครับ ประชาชนก็ไม่ให้ความเชื่อมั่น นี่คือ สิ่งสำคัญ และสิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือประชาชนยังต้องรับมลพิษอยู่เหมือนเดิม เพราะไม่มี กฎหมายไปบังคับเขาว่าเขาต้องมีภาษีปลายปล่องนะ ต้องเก็บเงินจากภาษีเรื่องมลพิษ นะครับ อันนี้ก็ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการที่แน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องวางยุทธศาสตร์ หลักเกณฑ์ให้แน่นอน วิธีการง่าย ๆ ก็คือตอนนี้ที่ดูจากงบประมาณตัวนี้นะครับ มีนิดเดียวครับ ในการเข้าไปทำเรื่องของมลพิษมาบตาพุด เพราะฉะนั้นถ้ามลพิษมาบตาพุดยังไม่ต่อเนื่อง นะครับ ยังไม่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการห้ามให้เรื่องของมลพิษลดน้อยลง ปัญหา มลพิษรอบที่ ๒ ก็จะตามมา เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลด้วยนะครับ ฝากคณะกรรมาธิการว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราจะต้องป้อนเม็ดเงินเข้าไป เพื่อให้กระบวนการเรื่องมลพิษมัน จบนะครับ พอกระบวนการเรื่องมลพิษจบ ไม่มีในการแก้ปัญหารอบสองก็จะทำให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่รอบบริเวณนี้สบายใจแล้วก็เบาใจขึ้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ พยายามอธิบายให้ท่านประธานฟังว่าถ้าเราไม่เอางบประมาณลงไปอย่างต่อเนื่องที่แน่นอน แล้วก็เป็นธรรม ตามที่เขาสานต่อไว้นะครับ แล้วก็เอาพระราชบัญญัติเรื่องนี้เข้ามาทำให้จบ โครงการในมาบตาพุด ในแหลมฉบัง ในนิคมอุตสาหกรรมหลาย ๆ นิคมอุตสาหกรรม นี่ก็มี ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ตัดสินใจเรื่องนี้ว่าเราจะต้องทำอย่างไร แล้วก็มีนโยบาย อย่างไร ไม่ใช่พอเปลี่ยนรัฐบาลทีงบประมาณเรื่องนี้มันขาดช่วง ขาดตอน นี่ก็คือปัญหาของประเทศ ไทยเรา ดังนั้นผมขออนุญาตตัดลดงบประมาณจำนวน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อมาเสริม นโยบายเก่า ๆ เรื่องของประปาบ้าง เรื่องของสุขภาพของโรงพยาบาลบ้างที่เสริมต่อไว้ ของท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ทำเป็นต่อเนื่อง เพื่อให้อุตสาหกรรมกับประชาชน อยู่ร่วมด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วก็รัฐบาลก็จะได้เก็บภาษีอันนี้ไปพัฒนาประเทศ สิ่งสำคัญ ที่สุดตอนนี้เรื่องที่สำคัญมากก็คือปัจจุบันเราเอางบประมาณมหาศาลเลยนะครับ ไปรักษาพยาบาลพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบโรงงาน เพราะว่ามลพิษมันมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเราจัดการเรื่องนี้ เรื่องมลพิษมันน้อยลง เงินที่จะไปรักษาพยาบาลส่วนนี้มันก็ลดน้อยลง เช่นเดียวกัน แล้วก็ฝากเรื่องพระราชบัญญัติองค์กรอิสระด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วยว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศชาติอย่างนี้อย่างไร เพื่อจะได้ จัดสรรงบประมาณให้กับประเทศชาติได้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอ ๓ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านสหรัฐ ท่านบุญยอด ท่านพุทธิพงศ์ เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอปรับลด งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๕ ในส่วนของผมเองนั้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องแปลกครับ ท่านประธาน ในฝ่ายรัฐบาลให้ปรับงบลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หลายคนฟังแล้วเขาบอกว่า เป็นเรื่องแปลก แต่ที่ต้องปรับลดเนื่องจากว่าท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณ ผมได้ดูงบประมาณแต่ละครั้ง แต่ละคราว ส่วนใหญ่งบประมาณนั้น จะเมน (Main) ในลักษณะซ้ำซ้อน ซึ่งในการจัดงบแต่ละครั้งนั้นเป็นการเร่งรีบ พอเร่งรีบ การซ่อนงบ การไปกระจุกบางจังหวัดก็เกิดขึ้น ในปีที่ผ่านมา ๒๕๕๔ มีการไปกระจุกอยู่ที่ จังหวัดของผม จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ปีนี้หลายคนก็ยังมาแซวผม พูดจาปราศรัย บอกสุพรรณบุรีคงจะได้เยอะ แต่ผมไม่ทราบว่าได้เท่าไร แต่ที่แน่ ๆ หลายคนก็ยังแซวว่า ๑,๒๐๐ ล้านบาท ผมก็ยังไม่ได้ดูงบว่าเท่าไรกันแน่ แต่ผมก็ดีใจครับที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ให้งบไปในการปรับปรุงในแต่ละส่วน แต่ละอย่าง แต่บางสิ่งบางอย่างท่านประธานที่เคารพครับ มีงบบางงบที่ผมอยากจะตัดไปแล้วอยากจะให้เพิ่ม นั่นก็คือการซื้ออาวุธปืน หลายคนบอก พอพูดถึงปืน กลัว กลัวว่าถ้ามีปืน ส.ส. จะไปยิงคนตายหรือเปล่า บอกไม่ใช่ มีปืนนี่เราเอาไว้ ป้องกันบางสิ่งบางอย่าง หน่วยงานบางหน่วยงาน ท่านประธานครับหน่วยงานที่ผมพูดนี่ก็คือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนั้นผมได้ไป ติดตามในฐานะคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาต้องการปืนครับ สาเหตุที่ต้องการปืนไม่ต้องการที่จะมาฆ่าคนไทยด้วยกัน แต่เขาต้องการเพื่อที่จะรักษาต้นไม้ ทรัพย์สินของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เขาป้องกันคือไม้พยุง ไม้พยุงเป็นไม้ สำคัญของประเทศไทยเหลือไม่กี่ต้นนะครับ ในขณะนี้มีการแก่งแย่ง สิ่งที่ผมอยากจะ สนับสนุนเนื่องจากว่าในขณะนี้มีบุคคลหลายกลุ่มที่ไม่ใช่คนไทยได้ใช้อาวุธสงคราม โดยเฉพาะปืนอาร์พีจี (RPG) ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นวันนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ต้องการปืนที่จะไปป้องกันตัว เรามีปืนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือปืนเอชเค (HK) ปืนเอชเคนั้นเป็นปืนที่ยังอยู่ในฐานะล้าหลังแล้ว ท่านประธานครับ ปืนเอชเคนั้นเวลายิงต่อสู้กับปืนอาร์พีจี เอ็ม ๗๙ (M 79) นั้นถือว่า ด้อยที่สุด วันนี้เจ้าหน้าที่เราล้มตายเป็นจำนวนมากแต่ข่าวนี้ปิดตลอด ผมเห็นท่าน ส.ส. บางท่าน ได้อภิปรายงบประมาณบอกว่าเห็นดีเห็นชอบด้วยที่คณะกรรมาธิการวิสามัญตัดงบการซื้อปืน ท่านเชื่อไหมครับว่าเป็นการตัดสินใจที่ใจแคบมาก ท่านไม่รู้ปัญหา ท่านอ้างอย่างเดียวว่า ซื้อปืนมาเพื่อที่จะฆ่าคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่ครับ แต่ปัญหาจริง ๆ เกิดจากเราได้รับการรุกราน จากประเทศเพื่อนบ้านที่จะมาคอยตัดไม้พยุงและสิ่งต่าง ๆ ภายในประเทศ วันนี้ผมจึงตัดงบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปซื้อปืนให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ และอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ ในขณะนี้ชาวไร่ชาวนานั้นลืมตาอ้าปากเนื่องจากนโยบาย จำนำข้าวนั้นเป็นนโยบายที่ดี พรรคเพื่อไทยทำนโยบายนี้ถูกใจ ถูกต้อง บ้านผมอยู่อำเภอ เดิมบางนางบวช อำเภอด่านช้าง และอำเภอหนองหญ้าไซ ตอนนี้ชาวบ้านนั้นมีรายได้ดี หลายคนคิดที่จะออกรถแล้วก็ซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพราะว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย เป็นนโยบายที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราตัดงบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปโปะไปเสริมให้มีการ รับจำนำข้าวเพิ่มขึ้นอีกเราก็จะได้ประชาชนที่มีรายได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้คือสิ่งที่ ประชาชนชอบใจ และอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทำไมผมจึงได้เป็น ส.ส. สุพรรณบุรี เพราะนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนี่ละครับ ที่ทำให้ผม ได้เป็น ส.ส. จังหวัดสุพรรณบุรีมาในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงขอตัดงบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะไปให้การซื้ออาวุธปืนและการจำนำข้าว และชาวบ้านบอกว่าถ้าจะให้ดีเปลี่ยน กระทรวงเถอะครับ เอากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นของพรรคเพื่อไทยดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ผมต้อง ขออนุญาตที่จะลุกขึ้นเพื่อที่จะอภิปรายในรอบนี้ ตอนแรกผมจะไปอภิปรายในมาตราอื่น ๆ แต่เนื่องจากว่ามีข่าวที่ด่วนเข้ามาว่าขณะนี้มีเพลิงไหม้ที่ตลาดจตุจักร บริเวณโซนขายหนังสือ ตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ผมจึงต้องลุกขึ้นมาเพื่อที่จะย้ำต่อประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการ รวมทั้งรัฐบาลนี้ด้วยว่าไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นกับจตุจักร ท่านต้อง รับผิดชอบเพราะอยู่ในรัฐบาลของท่าน ขณะนี้กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศตัวว่าเป็นเจ้าของพื้นที่และต้องการที่จะทำตลาดนัดต่อจากกรุงเทพมหานคร วันนี้ เริ่มต้นขึ้นแล้วนะครับ ภาพซ้ำรอยที่จะเกิดขึ้นกับตลาดซันเดย์ ตลาดต่าง ๆ ที่การรถไฟ แห่งประเทศไทยเคยประพฤติปฏิบัติตลอดมามีปัญหาทุกที่ครับ ที่ท่าเรือคลองเตยมีคนยิง กันตาย ตลาดนัดซันเดย์มีคนตาย ถ้ามีคนตายที่จตุจักรใครจะรับผิดชอบครับ ผมทวงถาม ความรับผิดชอบนะครับ ซึ่งผมก็ไม่อยากจะเชื่อมั่นหรอกนะครับว่าผมจะได้รับ รัฐบาลก่อน หน้านี้ปลากระป๋องเน่าก็ลาออก ตรวจสอบกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขลาออกนะครับ วันนี้ที่ผ่านมาในรอบน้ำท่วมถุงยังชีพอธิบายไม่ได้ไม่มีใครลาออก สักคน แต่ว่าท่านก็จะต้องใช้งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อไป เพราะว่าสุดท้าย เข้ามาวาระที่สองก็ยังมีตัวเลขที่เท่าเดิม แม้ว่าจะอยู่ในภาวะกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม ดีแต่กู้ เก่งแต่กู้ กู้มาโกง คำเดิม ๆ มันสะท้อนกลับมาท่านอย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาดนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากนอกจากจตุจักรแล้ว ผมยังฝากด้วยว่าเรื่องของกรณีเวนคืนที่ดิน ในกรุงเทพมหานครที่ปทุมวันกับราชเทวี หลายคนเอาไปตีความว่ามันจะไปถูกบริเวณสำคัญ หรือเปล่า สถานที่สำคัญของประเทศไทยเราหรือเปล่า ก็คงมีคำอธิบายตามมาว่าคงไม่ใช่ แต่อย่างน้อยที่สุดชาวบ้านครัวซึ่งอยู่อย่างหวาดผวามาตลอด ๒๘ ปี ท่านต่อพระราชกฤษฎีกา ๗ ครั้ง ครั้งละ ๔ ปี เมื่อไรจะหยุด เมื่อไรจะทำเรื่องนี้ให้ประจักษ์เสียทีว่าเราจะไม่ไปแตะต้อง กับชุมชนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เราจะไม่เอาวัตถุที่เป็นความเจริญทางวัตถุเข้าไป ทำลายวิถีชีวิตของคนไทย คนกรุงเทพมหานครที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ผมฝาก กระทรวงคมนาคมและทางรัฐบาลด้วยนะครับในเรื่องนี้

ส่วนคำถาม ๓ ข้อ ที่ผมตั้งคำถามมาในคณะกรรมาธิการนะครับ ผมเป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งต้องขออนุญาตปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ผมขอถามท่านซ้ำ อีกครั้งหนึ่ง ผมถาม ๓ ข้อเท่านั้นครับ

ข้อที่ ๑ ความมั่นใจในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ตกลงท่านสร้างความ มั่นใจให้กับเอกชน นักลงทุน และประชาชนแล้วหรือยัง ผ่านตามงบประมาณที่ท่านจัดทำมา หลายบ้านยังไม่ได้ทุบตัวคันกั้นน้ำออกเลยนะครับ เขาเก็บเอาไว้ครับ หลายบ้านยังไม่บิวท์อิน (Built in) เลยครับ เพราะเขาไม่เชื่อว่าปีหน้าฟ้าใหม่ในปีนี้ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐบาลของท่าน มีคนเตือนมากมายว่าให้ท่านรีบปรับ รีบทำ ท่านจะรับปาก ท่านจะรับคำกับชาวบ้าน ได้หรือไม่ว่าน้ำจะไม่ท่วมอีกในปีหน้า เรียนท่านประธานให้ทราบนิดหนึ่งว่า ในคณะกรรมาธิการมีข้อมูลที่น่าสนใจจากรองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาท่านบอกว่า ขณะนี้ น้ำในเขื่อนใหญ่ทั้ง ๒ เขื่อนยังเต็มอยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ช่วงนี้พฤศจิกายน ธันวาคม ต้องเป็นหน้าแล้ง ในหน้าแล้งน้ำต้องปล่อยลงมาบ้างแล้วเพื่อลดระดับน้ำลง ต่ำสุดเท่าที่ระดับ น้ำจะเก็บกักก็คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รอจนน้ำใหม่จะมาฝนจะมา วันนี้ท่านปรับลดระดับน้ำ ลงบ้างหรือยัง ทำได้แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำไม่ได้นั่นหมายความว่ารอบใหม่กำลังจะตามมา นะครับ อีกไม่นานฝนก็จะตกอีก น้ำถ้าลดระดับลงมาไม่ทันมันก็ต้องล้นเขื่อนอีกแล้วท่านจะ รับมือกับมันอย่างไร การสร้างภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาประชาชนทุกคนเรียนรู้ เอกชนทุกคน เรียนรู้ และเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัส ถ้าท่านยังอยู่ในภาวะอย่างนั้นแล้วจัดการไม่ได้อีก กรุณาลาออกนะครับ

ข้อที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากถามท่านก็คือว่า การป้องกันสถาบัน พระมหากษัตริย์นั้นท่านทำกันอย่างเต็มที่หรือไม่ ผมถามทางกระทรวงไอซีที ถามว่าขณะนี้ ปิดเว็บไซต์ (Web site) ไปได้แล้วกี่เว็บ คำตอบคือ ๖๐,๐๐๐ ยูอาร์แอล (URL) ๖๐,๐๐๐ ยูอาร์แอลเยอะไหมครับ ในเฟซบุ๊ก ใครที่เล่นเฟซบุ๊กคงรู้ว่าเรามีแฟน ๆ ของเราในแต่ละ แอคเคาน์ (Account) ๕,๐๐๐ ผมมี ๓ แอคเคาน์ ผมมีเกือบ ๑๕,๐๐๐ ปิดไป ๖๐,๐๐๐ ไม่เยอะครับ ผมคนเดียวยัง ๑๕,๐๐๐ เลยครับ ถ้ามือระดับทำเว็บหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมเชื่อว่าเขามีเครือข่ายของเขาเยอะกว่านั้น ผมถามตำรวจต่อว่าที่ผ่านมาจับคนได้แล้วกี่คน จับผู้ต้องหาขึ้นส่งศาลกี่คน คำตอบคือ ๐ ครับ เปรียบเทียบอย่างเจ็บปวดนะครับ มีคน หมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านจับได้ภายในเวลาไม่กี่วัน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนขณะนี้จับไม่ได้เลย ปิดเว็บไซต์ไปบ้างบางเว็บไซต์ ปิดยูอาร์แอลอย่างที่ว่าไปบ้างบางส่วน ไม่พอครับ งบประมาณที่ท่านได้ไป ท่านจะไปสร้างความมั่นใจให้คนไทยได้อย่างไรว่า รัฐบาล ของท่านจะจัดการกับเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง

คำถามที่ ๓ ถามง่าย ๆ ไม่ได้คำตอบเหมือนกัน ท่านประธานครับ ในห้อง กรรมาธิการ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นักโทษหนีคดีเข้าประเทศมาตรงไหน ทำไมตำรวจ ตอบไม่ได้ ทำไมคนต่าง ๆ ตอบไม่ได้ แล้วจะใช้งบประมาณที่ขอแปรญัตติไปได้อย่างไร

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านประสิทธิ์ครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายไม่ได้อยู่ในประเด็นเรื่องงบประมาณ ว่าจะรับ ไม่รับ จะปรับลดตรงไหน ไปอภิปรายเรื่องนอกประเด็น แล้วกล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่น ที่เขาไม่มีสิทธิที่จะมาชี้แจงในที่นี่ ผู้อภิปรายเป็นผู้แทนราษฎร รู้ด้วยว่าวันนี้อภิปรายเรื่อง อะไร สุดท้ายก็วนไปวนมานอกประเด็นไปกล่าวหาถึงบุคคลอื่นทำให้เกิดความเสียหาย ขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอดครับ อย่าเอ่ยถึงคนอื่นโดยไม่จำเป็นเลยนะครับ แล้วช่วยกระชับด้วยครับ มันพอสมควรแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมไม่ได้ยินท่านประธานพูดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเอ่ยถึงคนอื่น โดยไม่จำเป็นนะครับ แล้วก็ให้กระชับด้วยนะครับ เพราะมันพอสมควรแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมอภิปรายอยู่ ๕ นาที ๔๕ วินาที

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้หมายถึงท่าน เราใช้เวลามาทั้งหมดพอสมควร มาตราเดียว เหลือเวลาไว้พูดมาตราอื่นบ้างครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ได้ครับ แต่ผมจำได้นะครับ ท่านประธานว่าปีที่แล้วมีการอภิปรายข้ามคืน จะลองกันอีกสักครั้งไหมครับ แต่ผมเรียน ท่านผู้ประท้วงผมว่า ท่านประท้วงหลายรอบด้วยเหตุ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ต่อของท่านเถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

คำอภิปรายของผม ผมพูดส่วนของผม นะครับ ผมอภิปรายในประเด็นเรื่องงบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ จะได้เอาไปใช้แล้วมีการ ปรับเปลี่ยน กระทรวงคมนาคมปรับเพิ่ม ๙,๐๐๐ ล้านบาท จะทำอย่างไรกับจตุจักร ตำรวจ ต่าง ๆ ก็ได้รับการปรับงบประมาณเหมือนกัน ผมก็ถาม ผมไม่ได้กล่าวหาคนนอกให้เสียหาย ผมถามต่อประธานคณะกรรมาธิการว่าผมถามตำรวจแล้วยังไม่ได้คำตอบ ท่านตอบผมได้ไหมครับ ในฐานะท่านเป็นรัฐบาล นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เข้าประเทศมาอย่างไร ทำไมไม่มีใครทราบ ผมถามอย่างนี้ครับ ไม่มีใครเสียหายครับ ก็อธิบายมาสิครับ อธิบายได้ก็ตอบประชาชน อธิบายไม่ได้ประชาชนก็จะตัดสินใจท่าน และนี่เป็นคำถามสุดท้ายเท่านั้นเองครับ แค่นี้ ท่านประธานครับ ผมใช้เวลา ๖ นาที ๑๙ วินาที แต่ถ้าจะลุกขึ้นมาประท้วงกันอีกผมยืดเยื้อ แน่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเป็นท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เรียนท่านประธาน ถึงทางกรรมาธิการนะครับ จริง ๆ ก็ผมได้

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โทษทีครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ มีลักษณะข่มขู่ต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ นายอริสมันต์กับตำรวจมันเป็นเรื่องของคดีที่เขาจะต้องจัดการกัน ไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณเลย แต่ท่านบุญยอด ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้มาพูดในลักษณะที่ถ้าเกิดว่าเขาทำอะไรบางอย่างแล้ว จะทำให้สภาต้องกลัวเขา ผมคิดว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าไม่มีใครมีอิทธิพลเหนือ สภาผู้แทนราษฎร ขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ผมว่าผ่านไปเลยดีกว่าไหมครับ สมควรแล้วละครับ พอแล้วครับ พอนะครับ ท่านบุญยอด เมื่อกี้เขาประท้วงผมก็ยังไม่อยากจะอ้ายนั่นก็ว่ากันไปว่ากันมาเดี๋ยวก็ไม่จบ พอเถอะครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย อีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมไม่ได้ข่มขู่ใครนะครับ ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่ และผมเชื่อว่าไม่มีใคร กลัวผมหรอกครับ ผมก็แค่คนเล็ก ๆ คนหนึ่งนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ท่านพุทธิพงษ์เชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่กรุณาให้เวลาผม ผมคงไม่พูดนานหรอกครับ เพียงแต่ว่าเมื่อสักครู่ก็ได้เรียนท่านประธาน ไว้ว่าผมได้แปรญัตติในมาตรา ๓ นี้ ตัดลดงบประมาณลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๑๐ และเมื่อสักครู่ได้เห็นว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก็มีโอกาสได้ไปดูการทำงานของท่านครับ จริง ๆ แล้วก็ต้องขอชื่นชมกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ไปทำงานงบประมาณตรงนี้ แต่ผมเรียนว่า จริง ๆ ก็อยากให้ท่านได้มีโอกาสได้อยู่ในห้องประชุมนี้ด้วยครับ เพราะทราบว่าท่านก็ภารกิจยุ่ง ตอนประชุมกรรมาธิการท่านก็ไม่ได้มีโอกาสไปประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญมากนัก ที่ผม พูดอย่างนี้เนื่องจากว่าผมมีเหตุผลครับ แล้วก็อยากจะเรียนถึงความเป็นห่วงว่าการเข้ามาเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณมีความสำคัญไม่แพ้กับการบริหารราชการแผ่นดินของท่าน ผมเรียนนะครับว่าด้วยงบประมาณที่เราทราบกันดี ๒.๓๘ ล้านล้านบาทในปีนี้มีเวลาใช้ ประมาณ ๗ เดือน อยากเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการครับว่าจริง ๆ แล้วปัญหา ประเทศผมเคยอภิปรายไว้ในวาระที่หนึ่งนะครับว่าประเทศไทยเจอกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ วันนี้ ผมจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องมาเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการแล้วก็ทางผู้บริหาร ประเทศก็คือฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับว่า ณ ขณะนั้นเรากำลังอยู่ในช่วงของการผ่าน มหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ก็คือปัญหาวิกฤติน้ำท่วม ต่อมาก็ยังมาเจอวิกฤติอีก ก็ต้องยอมรับว่าวันนั้นผมบอกว่าอีกวิกฤติหนึ่งก็คือวิกฤติของภาวะผู้นำของ ท่านนายกรัฐมนตรี เหตุที่ผมพูดอย่างนั้นในวันนั้นแล้วก็มาพูดอีกทีในวันนี้เพราะว่าเมื่อวิกฤติ ผ่านไปจะเป็นอย่างไรไม่เป็นไรครับ แต่ภาวะผู้นำทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อภาคเอกชน ภาคประชาชน ผมเชื่อว่าภาคประชาชนพวกเราได้อภิปรายกันไปมากพอแล้วว่า วันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมก็ยังไม่ได้รับการดูแล อย่างทั่วถึง ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจริง ๆ ในงบกลางหรือในมาตราต่อไปก็คงจะมีเพื่อน สมาชิกรวมทั้งตัวผมด้วยได้ขอแปรญัตติไว้ว่างบประมาณที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ ได้รับความเดือดร้อนนั้นจะทำอย่างไร ทำแบบมีแบบแผนอย่างไรเพื่อพี่น้องประชาชนจะ ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วเขามีความเดือดร้อนจริง ๆ แต่ในภาพรวมผมขออนุญาตท่าน ประธานฝากไปถึงท่านกรรมาธิการโดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือท่าน รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ครับ ผมไม่แน่ใจว่าแนวทางและแผนงานในการทำ งบประมาณในปี ๒๕๕๕ ของทางรัฐบาลโดยที่ส่งท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานนั้นมี ความจริงจังและมีความจริงใจมากน้อยแค่ไหน ผมเรียนว่าอยากให้ ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ สมาชิกอาจจะได้ดูตามรายกระทรวง ผมก็ด้วยความเป็นห่วงก็เลยลองตัดงบประมาณแต่ละ ส่วนมาดูว่าถ้าบริหารจัดการแบบแก้ไขปัญหาจริง ๆ จัดเป็นกลุ่มเศรษฐกิจ ผมเรียน ท่านประธานครับขออนุญาตยกตัวอย่างว่ากลุ่มเศรษฐกิจอย่างเช่นกระทรวงพาณิชย์ตัดงบลด ไปประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงแรงงาน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดลดไปครับ กระทรวงอุตสาหกรรมตัดลดไป ๕๕๙ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตัดลดไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงพลังงานอีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เอาแค่ประมาณ ๕-๖ กระทรวงหลัก ๆ ที่เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ผมก็ไม่แน่ใจว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ชุดนี้คือท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์นั้น ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณด้วย ท่านช่วยตอบหน่อยได้ไหมครับว่าด้วยสถานการณ์ภาวะอุทกภัยที่พี่น้อง ประชาชนประสบกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่ว่าอนาคตจะ เป็นอย่างไร และมีแนวโน้มที่จะชะลอตัว ไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจโลก เขาวิเคราะห์กันมา ตั้งแต่ต้นปีคือไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าในปี ๒๕๕๕ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ดี ในประเทศในโซนยุโรปก็ดี ก็มีแนวโน้มที่จะขยายตัวน้อยมากหรืออาจจะติดลบด้วยซ้ำ ประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วเพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือนก็เจอกับวิกฤติครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งแต่ในฐานะที่ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ดูแล ทางด้านกระทรวงเศรษฐกิจด้วย ผมเชื่อว่านักธุรกิจเอกชนซึ่งเขาก็เป็นกำลังหลักที่จะ ขับเคลื่อนแล้วก็หารายได้ให้กับประเทศไทยหรือประเทศเรา ท่านปรับลดหมดเลยครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่าแผนที่ท่านได้เคยแถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้มันไม่ได้สอดคล้องกับ การจัดทำงบประมาณทางด้านเศรษฐกิจเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้ผมเริ่มกังวลและเข้าใจไปเองว่า นี่เป็นการเตรียมการหรือเป็นการเตรียมตัวที่ท่านจะหาข้ออ้างหรือเปล่า ว่าท่านไม่สามารถ บริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจเติบโตได้ ไม่สามารถทำให้ผู้ค้าขายหรือพี่น้องประชาชน สามารถลืมตาอ้าปากได้ผ่านวิกฤติในครั้งนี้ ท่านก็บอกว่าไม่ได้งบประมาณ ผมเชื่อว่า ทุกกระทรวงมีความจำเป็นที่อยากจะได้งบประมาณเพื่อไปทำงาน แต่ที่ผมเรียนแบบนี้ ผมลองจับกลุ่มเศรษฐกิจกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดถูกตัดลดหมดเลยครับ แล้วความชัดเจน ของการถูกตัดลดลงไปนั้นผมชักไม่แน่ใจครับท่านประธานว่าจากนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี ๒๕๕๕ พี่น้องประชาชนที่กำลังนั่งฟังอยู่ทางบ้านตอนนี้หรือนักธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งลูกจ้างแรงงาน ต่าง ๆ ที่เขาต้องการให้บริษัทเขามีความมั่นคงจะทำอย่างไร จะเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้ จะสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเดินต่อไปได้ ไม่มีครับ ไม่มีความแน่ใจหรือไม่มีสัญญาณอะไรเลย โดยเฉพาะในวันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่อาจจะถูก มองข้ามไปด้วยซ้ำว่าสัญญาณที่ส่งไปคือกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดของรัฐบาล ถูกตัดลด งบประมาณลงหมด นโยบายที่เคยขายฝันไว้ให้ความหวังกับทุกคนก็ไปหมด ก็คงคล้าย ๆ กับการที่เคยได้บอกว่ารัฐบาลนี้สามารถปกป้องนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๖-๗ นิคมไว้ได้ แล้วท้ายที่สุดก็ไปหมดครับ ความเสียหายก็เกิดขึ้นจากคำพูดและความไม่สื่อสารที่ถูกต้อง ให้กับนักลงทุน เครื่องจักรเขาเสียหายเป็นพันล้านบาท เขาบอกถ้าบอกก่อนเขาเอา เครื่องจักรออกเขาไม่เสียหายขนาดนี้ครับ แล้วเขายังไม่ทันหายเจ็บจากสิ่งที่เขาได้ประสบ และพบ ท่านก็มาจัดงบประมาณโดยส่งสัญญาณให้กับเขาว่าวันนี้ประเทศไทยเริ่มถอยหรือครับ ไม่สู้แล้วหรือครับ แล้วจะไปเอานักลงทุนที่ไหนเข้ามาลงทุนเพื่อสร้างงานให้กับคนไทย ทำให้ เศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นหรือลุกขึ้นยืนต่อได้ ไม่มีครับ นี่คือความจริงที่มันอยู่ในแนวทาง และวิธีการพิจารณาแล้วก็เสนองบประมาณของทางกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ภายใต้การเป็น ประธานของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจครับ เมื่อสักครู่ผมก็เห็นท่าน อยู่ในห้องนี้ก็นึกว่าพอจะได้คำตอบจากท่านบ้าง เพื่ออย่างน้อยก็จะทำให้นักลงทุนหรือ นักธุรกิจต่าง ๆ เขามั่นใจ แต่วันนี้ผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับการสนใจหรือว่าให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้จากตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเลย

อีกเรื่องหนึ่งครับเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมดูจากการจัด งบประมาณทั้งหมดนอกเหนือจากกลุ่มเศรษฐกิจแล้ว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่มีเลยครับ ไม่ได้ดูเลยด้วยซ้ำว่างบประมาณที่จัดไว้นั้นจะนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าในมาตราต่อไป ในงบประมาณที่เป็นงบกลางก็คงจะมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางต่อไป เพราะเราไม่ทราบ จริง ๆ ผมเรียนท่านประธานไว้ก่อนก็ได้ว่า งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะ ไปเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้ขอไว้ในภาพรวมแล้วก็จัดไว้อยู่ในงบกลางในมาตราต่อไปนั้น ยิ่งหนักเลยครับ ไม่มีข้อมูล ไม่มีรายละเอียดเลย ผมมีข้อมูลอยู่บ้าง ก็มีอยู่ประมาณสัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือก็ไม่มีครับ กระผมเชื่อว่าเดี๋ยวสักครู่ถ้ามีโอกาส ท่านประธานให้โอกาสก็คงจะขออนุญาตกลับมาอภิปรายในงบกลางนะครับที่สามารถ จะชี้แจงได้ว่าทำไมผมถึงต้องตัดลดงบประมาณลงอีกร้อยละ ๑๐ เพราะผมไม่มั่นใจแล้วก็ ไม่ไว้ใจว่าเศรษฐกิจที่ท่านตัดลดไปทั้งหมดแล้วจะเอาไปไว้ตรงไหน แล้วทำอย่างไรให้ประเทศนี้ ขับเคลื่อนไปได้โดยที่ท่านไม่ได้ให้ความมั่นใจกับผู้ที่จะมาลงทุนหรือพี่น้องประชาชนที่เขาต้อง สร้างงานเลย กระทรวงแรงงานท่านตัดไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดไปไหนครับ น้ำท่วม คนตกงานเยอะแยะ ผมก็อยากจะนำเสนอให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบครับ เพราะความหวังวันนี้มันริบหรี่เหลือเกิน เพราะฉะนั้นผมไม่เสียใจที่ผมได้แปรญัตติเอาไว้ว่า ขอตัดลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ควรจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำเพราะว่าไม่ได้รับ คำยืนยันเลยว่าท่านจะทำอย่างไรกับกระทรวงหลัก กระทรวงเศรษฐกิจ แล้วก็เชื่อว่าจากนี้ไป ขอฝากท่านกรรมาธิการท่านอื่น ๆ ว่าถ้ายังพอมีโอกาสอื่น ๆ ก็อยากให้พิจารณาด้วยว่า การพิจารณางบประมาณน่าจะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มสังคม เราจะได้เห็น แนวทางแล้วก็แนวโน้มในการที่จะพัฒนาประเทศได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ใครอยากทำอะไรก็ทำ ใครขอมาพูดถูกใจก็ให้ไป ใครอยากตัดตรงไหนก็ตัดไป เราทำแบบแยกส่วนแบบนี้แล้วเราจะ ไปสู้ใครเขาครับ วันนี้ประเทศเดินหน้า แล้วก็มีหลายท่านที่อภิปรายไปแล้วว่าอีกไม่กี่ปีนี้ ปี ๒๕๕๘ เราก็เปิดสู่สังคมที่เปิดกว้าง มีการแข่งขันกันอย่างเสรีมากขึ้น เพื่อนบ้านเราในกลุ่ม สมาชิกอาเซียนสามารถเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างเรียกว่าเกือบเสรีแล้วเราจะเอาไร ไปสู่กับเขาล่ะครับ เมื่อวานนี้ทุกท่านแม้กระทั่งผู้บริหารยังไม่ให้ความสำคัญในการพัฒนา อุตสาหกรรมในเชิงรุกเลย ก็ฝากเรียนท่านประธานครับว่าในชั้นนี้ผมก็ยังยืนยันว่าด้วย ความตั้งใจกับทางรัฐบาลก็อยากให้ความสำคัญในการที่จะส่งสัญญาณแล้วก็ชี้นำในเชิงที่เป็นบวก กับนักลงทุนไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจที่จะสร้างงานแล้วก็ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ยั่งยืนแล้วก็แข่งกับนานาประเทศได้นะครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการ จะชี้แจงไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ คือจริง ๆ ผมก็ ไม่อยากใช้เวลารบกวนในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นพาดพิงที่กล่าวไปถึงกระทรวง สาธารณสุขต่อกรณีของการตั้งงบประมาณรายการชุดอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติงานของ อสม. ที่ราคาชุดละเท่าไรนะครับ มีรายการอะไรบ้าง ผมถึงต้องกราบเรียนว่า ที่ตั้งงบประมาณไว้จำนวน ๑๗๐,๐๐๐ ชุด ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านรังสิมากล่าวถามว่า ทำเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือไม่ อย่างไร ผมกราบเรียนว่าในรายการที่ตั้งนั้น ว่าเป็นประมาณการ แล้วก็ท่านกรรมาธิการได้พิจารณามีการปรับลดลงไปในรายการนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ส่วนราคาหรือสิ่งของที่ใส่ไว้เรามีจำนวนถึง ๑๙ รายการนะครับ ซึ่งในประมาณการนั้นประมาณการไว้ทั้งหมด รวมถึงกระเป๋าอุปกรณ์แบบสะพายหลัง เบ็ดเสร็จแล้วประมาณการไว้ ๑,๐๘๘.๑๕ บาท แต่ขออนุญาตนำเรียนว่าคณะกรรมาธิการ ได้ปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ผู้ชี้แจงโดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงก็ไม่ได้ขัดข้องนะครับ ก็ขอ อนุญาตนำเรียนว่าในรายการนี้เป็นภารกิจที่กระทรวงเองได้ทำในช่วงที่มีมหาอุทกภัยและ ได้มีการดำเนินการในส่วนนี้ไป ๑๐,๐๐๐ ชุดนะครับ ๑๐,๐๐๐ ชุดนั้นเป็นสิ่งที่ทำเพื่อที่จะลงไป ในพื้นที่และเป็นช่วงเร่งด่วนนะครับ ส่วนที่เหลือนั้นได้ตั้งเป็นประมาณการไว้ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ๑๗๐,๐๐๐ ชุดนะครับ ก็หักไป ๑๐,๐๐๐ ชุดก็เหลือ ๑๖๐,๐๐๐ ชุด เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนนะครับ ราคาสิ่งของที่ใส่ไว้เป็นราคาที่ตั้งจากราคากลางขององค์การเภสัช เพราะฉะนั้นนี่เป็นประมาณการนะครับ เพราะการจัดซื้อจัดจ้างอาจจะมีการแข่งขันหรือ ประกวดราคาตามทีโออาร์ที่จะต้องมีต่อไปนั้นนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนให้ทราบว่า มันอาจจะเป็นราคาเท่าไรเราก็ยังตอบไม่ได้นะครับ แต่ว่าเราได้ตั้งผ่านประมาณการของราคา ขององค์การเภสัช แต่เบื้องต้นในชุดที่ได้ดำเนินการในช่วงมหาอุทกภัยนั้นได้ดำเนินการไป ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ชุดนะครับ แล้วก็ขอเรียนให้ทราบว่าตั้งไว้ในสัดส่วน ๑๗๐,๐๐๐ ชุดก็คือ จะหักจาก อสม. ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนนะครับ ๑ ต่อ ๕ ไม่ใช่ทำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำทั่วประเทศ และกำลังจะมีภารกิจให้กับ อสม. เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นตัวช่วย การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ก็ขออนุญาตกราบเรียนในส่วนนี้ เพื่อให้ทราบว่าเป็นประมาณการ เพราะฉะนั้นในส่วนของรายละเอียดก็สามารถตรวจสอบได้ จากบัญชีแสดงรายการที่คำของบประมาณ ก็ขออนุญาตยืนยันว่าในราคากลางนั้นเป็นราคาที่ องค์การเภสัชกรรมมีอยู่ ท่านรังสิมาก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่นะครับ ทำหน้าที่พยาบาล ก็คงจะทราบนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนนะครับท่านประธาน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้เรียนชี้แจงท่านสมาชิกเกี่ยวกับ คำถามเรื่องของมหาวิทยาลัยสงขลานะครับ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ใน การจัดประชุมระหว่างประเทศที่ถูกปรับลดงบประมาณไปทั้งหมด คือจริง ๆ แล้วการจัด ประชุมดังกล่าวนี่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๕ ทีนี้งบประมาณเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๕ ก็จะไปใช้งบประมาณในปี ๒๕๕๖ ดังนั้นในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เราก็ไม่ได้มีการ จัดงบประมาณในส่วนตรงนี้นะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่าน ประเด็นคำถามท่านก็คือ ในเรื่องของการพัฒนาด้านวิจัย แล้วก็การจัดสรรงบวิจัยให้กับ สถาบันอุดมศึกษาน้อยมาก ผมขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วทางผมเองในฐานะ ที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณด้านการศึกษา ผมก็ได้สอบถามประเด็นนี้เพราะผมให้ความสำคัญมาก ผมเรียนชี้แจงอย่างย่อ ๆ ต่อ ท่านประธานอย่างนี้ว่าในงบวิจัยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับทั้งหมด ๘๓๓ ล้านบาท แล้วก็ในส่วนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อีก ๘๐ แห่ง มีทั้งหมด ๓,๖๓๓ โครงการ เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๒,๘๕๐ ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเราได้ให้ความสำคัญ เพื่อที่จะยกระดับมาตรฐานมหาวิทยาลัยในประเทศไทยสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับโลกนะครับ นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาก็มีงบวิจัยอยู่จำนวน ๙๔ ล้านบาท แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่ท่าน ส.ส. จากกรุงเทพมหานคร ท่านได้มีความเป็นห่วงเป็นใย ถามถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณว่าท่านไม่ได้ให้ความสนใจ หรือไม่ได้ให้ความสำคัญนะครับ จริง ๆ แล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็คือ ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ท่านให้ความสำคัญมาก แล้วก็วันนี้ท่านก็นั่งอยู่เป็น เวลานานซึ่งขณะนี้ท่านออกไปทำธุระส่วนตัวเดี๋ยวท่านก็จะได้กลับมาตอบชี้แจงท่าน ในประเด็นที่เกี่ยวกับท่านครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมามีอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ดิฉันตัดลดงบประมาณเมื่อสักครู่นี้ ก็เพราะว่าข้อมูลนี้มันมั่วอย่างไร ที่ดิฉันบอกกับ ท่านประธานว่าเวลาเจ้าหน้าที่มาชี้แจง ดิฉันเป็นคนซักเองไปถอดรายงานการประชุมได้ เขาบอกว่าซื้อไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ถุง รวมครั้งนี้อีก ๑๗๐,๐๐๐ ถุง เป็น ๒๐๐,๐๐๐ ถุง แล้ว ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจง ๑๐,๐๐๐ ถุง แล้วราคาถุงที่ตั้งมา ๑๗๐,๐๐๐ ถุง เป็นเงิน ๑๗๐ ล้านบาท พอดีเป๊ะเลยนะคะ อันนี้ท่านมาชี้แจงราคาถุงละ ๑,๐๘๘.๑๕ บาท ท่านไปเปิดดูก่อน ก่อนท่านจะชี้แจง เพราะว่ามันจะได้ตรงกันอย่างไรกับที่เจ้าหน้าที่มาชี้แจงค่ะ เพราะว่ารองอธิบดี มาชี้แจงดิฉันเอง ถอดรายงานการประชุมได้เลยค่ะ เพราะดิฉันจะจำแม่นที่สุดเลย อันไหนที่ ราคาที่มันผิดปกติดิฉันจำไว้ในหัวเลย เพราะมันแพงจริง ๆ ดิฉันจึงว่าแจกไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ ถุง มันเป็นไปไม่ได้ เพราะดิฉันเป็นคนซักบอกตั้งมา ๒๐๐,๐๐๐ ถุง แล้วดิฉันถามว่าทำไม ถึงตั้งถุงละ ๑,๐๐๐ บาท บอกคราวที่แล้วซื้อไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ถุง ราคาถุงละ ๑,๐๐๐ บาท ก็เลยใช้ราคาอันนี้ตั้งต่อมาอีก ๑๗๐,๐๐๐ ถุง เพราะฉะนั้นเห็นไหมข้อมูลมันไม่ตรงกัน อย่างไร ดิฉันจึงต้องตัดงบ เพราะว่ามันมั่ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ขออนุญาต ท่านประธานครับ อ้ายคำว่า มั่ว กับ ไม่ตรงกัน มันต้องแยกให้ออก ก็กราบเรียนว่าผมเป็น รัฐมนตรีผมสั่งให้ดำเนินการไปตามที่ผมได้ชี้แจง แต่การชี้แจงของเจ้าหน้าที่นั้นซึ่งเป็นส่วนที่ กรรมาธิการต้องซักถาม อันนั้นผมเห็นด้วย ถ้าตอบไม่ได้ท่านก็ต้องตัด หลายหน่วยงานก็ถูก ตัดครับ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายมองเห็นว่า ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามดีกว่า ท่านบอก ปรับลดไปเท่านั้นเท่านี้เป็นหน้าที่ของสมาชิก เวลาท่านแปรญัตติปรับลดผมเห็นด้วย แต่ถ้า ท่านมีเหตุมีผลในรายละเอียดที่ผมให้ประมาณการนี้ ประมาณการไว้ ๑,๐๐๐ เศษ ระหว่าง ที่เรามีความจำเป็นมีการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้วก็เหลือ ๙๐๐ กว่าบาท และเช่นกันที่เหลือเป็น ประมาณการเอาไว้ครับ เพราะเวลาจัดซื้อจัดจ้างผมก็ยังไม่ทราบครับท่านประธานว่าราคา จริงจะออกมาเป็นเท่าไร ฉะนั้นท่านทำถูกแต่ว่าไม่ใช่ว่าคำว่า มั่ว ถ้าเขาชี้แจงไม่ถูก นี่ละ คือหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและหน้าที่ของกรรมาธิการ หลายครั้งผมขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านบุญยอดท่านติดตามงานดีมาก บางทีท่านเสนอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมทำ หน้าที่เป็นประธานครับ ผมก็เห็นด้วยถ้าตอบไม่ชัด แต่นี่เป็นความเห็นของท่านกรรมาธิการ ที่ท่านขอสงวนคำแปรญัตติปรับลดได้ แต่ผมเป็นหน้าที่อันหนึ่งที่ผมมาชี้แจง หนึ่งซีกก็คือ ผู้บริหาร และคำว่า มั่ว สำหรับผมรับรองได้ว่าไม่มี หน้าที่ก็เป็นหน้าที่ จัดซื้อจัดจ้างทีโออาร์ เขาต้องออกตามนั้น ถ้าเขามั่วจริงผมจะดำเนินการ ท่านไม่ต้องกลัว ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่าพอแล้วกระมังครับ เดี๋ยวจะเป็นการตอบโต้กันไปมานะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ คือดิฉันนี่ไม่ได้ บอกว่ารัฐมนตรีนี่มั่วนะคะ แต่ดิฉันบอกข้อมูลมันมั่ว เพราะว่ามันไม่ตรงกันอย่างไรคะ เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงดิฉันนี่บอกซื้อไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ถุง แล้วท่านบอกว่าซื้อไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ ถุง นี่อย่างไรคะ ข้อมูลนี่มันไม่ตรง ก็บอกตั้งแต่ตอนอภิปรายครั้งแรกแล้วว่าดิฉันตัดงบ เพราะว่า มันมั่ว เอกสารอะไรนี่ก็ไม่ให้ ตัวอย่างดิฉันขอก็ไม่ให้ ท่านรัฐมนตรีเอาตัวอย่างมาให้ดิฉันดูสิคะ ดิฉันจะได้รู้อย่างไร ว่าที่ท่านบอกมานี่ ๑,๐๐๐ กว่าบาท นี่มันจริง หรือไม่จริง เมื่อกี้มี อสม. โทรศัพท์มาหาดิฉัน หัวหน้าสถานีอนามัยโทรศัพท์มาบอกว่าแพงจริงค่ะ กระเป๋า ๕๐ บาท ก็แพงแล้ว นี่ตั้งตั้ง ๑,๐๐๐ บาท รับไม่ได้ ถึงได้บอกว่าให้เอามาให้ดิฉันเลย ท่านต้องไปดู ตัวเลขกับเจ้าหน้าที่นะคะ ว่า ๓๐,๐๐๐ ถุง หรือ ๑๐,๐๐๐ ถุง ดิฉันไม่ได้ว่าท่านมั่วหรอก แต่ข้อมูลมันมั่ว ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ถ้าไม่เคลียร์ใจกับท่านรังสิมาก็คงจะต้องลำบากนิดหนึ่ง ผมกราบเรียนนะครับ เดี๋ยวผมจะส่ง รายละเอียดให้ก็แล้วกัน ๕๐ บาทนี่ ผมไม่ทราบว่าถุงปุ๋ยหรืออะไร เพราะยามน้ำท่วมถุงปุ๋ย ก็ราคา ๕๐ บาทอยู่แล้ว แต่นี่เป็นเป้สะพายหลังท่านก็คงเห็นนะครับแล้วก็ไม่ได้แจกที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยาจังหวัดเดียว ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ เดี๋ยวผมขอส่งรายละเอียดให้ เพราะอันนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องปิดบัง อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ แต่คำว่า มั่ว นี่ เจ้าหน้าที่ คนนั้นอาจจะชี้แจงท่านแบบที่ท่านไม่พอใจก็ไม่เป็นอะไร แต่ผมเรียนว่าในฐานะที่ผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนี่ ถ้ายุคผมนี่นะครับ ผมเซ็นงานที่ค้างเก่าไว้เยอะกว่า ที่งานปัจจุบันที่ผมจะเซ็นในงบประมาณปีนี้ด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับ ว่าผมมีวิธีทำงานนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านห่วงใยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๓ ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจจะไป มาตรา ๔ นะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ครับ ผมคิดว่ามีสมาชิกอภิปรายมาตรานี้ จำนวนมาก รวมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วย ผมขออนุญาตให้ท่านได้ลงมติเพื่อที่จะ ยืนยันครับว่าสภานี้จะมีมติอย่างไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะลงมตินะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา อยากจะให้ท่านประธาน ช่วยกรุณาถามว่าใครเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้กด เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็กด ไม่เห็นด้วย ท่านประธานกรุณาถามใหม่อีกสักครั้ง เพื่อความชัดเจนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขำ ขออนุญาตขยายความท่านประเสริฐนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าการโหวตในวาระที่สองมีผู้แปรญัตติ แล้วก็ความเห็นของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานจะต้องถามว่าใครเห็นด้วยกับผู้สงวน คำแปรญัตติ แล้วก็ใครเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ท่านประธานจะให้โหวตทางใดทางหนึ่ง เราต้องถามคำถามแบบนี้ ท่านจะถาม ใครเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเฉย ๆ มันกดไม่ได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใดเห็นด้วยกับร่างเดิมโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้ว จะบอกว่าเห็นด้วยกับร่างเดิมไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว เราจะต้องถามว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ และท่านใด เห็นด้วยกับผู้สงวนคำแปรญัตติขอแปรญัตตินั้น ถ้าร่างเดิมมันเป็นร่างก่อนเข้ากรรมาธิการนะครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ พี่วิเชียรครับ เดี๋ยวผมกำลังตกลงกับท่านเลขาธิการอยู่ เพราะเห็นไม่ต่างกัน แป๊บเดียวครับ ท่านอลงกรณ์ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม คิดว่าท่านประธานถามถูกแล้ว เพราะว่ามาตรา ๓ ไม่ได้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นก็ถามว่า ร่างเดิมก็ถูกต้องแล้ว เพราะว่าไม่ได้มีการแก้ไขใด ๆ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิเชียรครับ มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไขนะครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกทีนะครับ คือการถามในวาระที่สองนี้จะแก้ไขหรือไม่แก้ไขก็ตาม ตามประเพณีปฏิบัติก็คือว่า ถ้าสมมุติว่า มีการแก้ไข ท่านก็ต้องถามอีกแบบอย่างนั้นหรือครับ คือร่างนี้กรรมาธิการแก้ไขหรือ ไม่แก้ไขก็เป็นร่างของกรรมาธิการนะครับ คณะกรรมาธิการพิจารณาเปลี่ยนแปลงหรือ ไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม นั่นคือกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ต้อง ถามว่าใครเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ใครเห็นด้วยกับผู้สงวนคำแปรญัตติ มาตราอื่นที่มี การแก้ไขก็ต้องเหมือนกันนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสามารถครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ถ้าจะถามให้ชัดเจน ท่านประธานก็จะถามว่า ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียง ข้างมากที่ให้คงไว้ตามร่างเดิม และท่านใดเห็นด้วยกับผู้แปรญัตตินะครับ ถามแบบนี้ครับ คือ กรรมาธิการเสียงข้างมากเขาเห็นควรคงไว้ตามร่างเดิม แล้วก็มีผู้ขอแปรญัตติ เมื่อได้ผล มาแล้วถ้าเห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการเสียงข้างมากก็คือร่างเดิม ก็จบ แต่ถ้าเห็นต่างไปคือเห็น กับผู้แปรญัตติก็ต้องมาไล่อีกทีนะครับว่า จะเห็นของใคร ก็จะชัดเจน คือถามว่าใครเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้คงไว้ตามร่างเดิม ใครเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะถามนะครับ มาตรา ๓ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ตามนี้ละครับ ถูกต้องแล้ว เชิญครับ เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผลคะแนนเลยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๙๔ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๐ ท่าน เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ๑๐๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมาตรา ๓

ต่อไปเป็นมาตรา ๔ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ งบกลาง มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นปรับลดงบประมาณ ในมาตรา ๔ งบกลาง จำนวน ๒ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ เพื่อให้ได้รับทราบถึงเหตุผลที่ได้สงวนความเห็นในการปรับลด งบประมาณดังกล่าว กราบเรียนว่าสำหรับงบกลางนั้นที่รัฐบาลขอตั้งเข้ามาในวาระแรกก็คือ ๔๒๐,๖๐๑,๑๒๗,๔๐๐ บาท แต่ว่ากรรมาธิการได้มีการพิจารณาปรับลดในรายละเอียดของ งบกลางซึ่งมีทั้งสิ้น ๑๒ รายการ ที่ดิฉันจะขออนุญาตชี้แจงแล้วก็ให้เหตุผลประกอบ ต่อมา ก็ได้มีการแปรญัตติเพิ่มกลับเข้ามาจนมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข ขณะนี้งบกลางที่อยู่ในร่าง ที่สภากำลังพิจารณาก็คืออยู่ที่ ๔๒๒,๒๑๑,๑๒๗,๔๐๐ บาท แต่งบประมาณดังกล่าวก็ถือว่า เป็นงบกลางที่มีจำนวนมาก คำว่า งบกลาง ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นงบที่ทุกหน่วยงานมีโอกาส จะมาใช้ได้ แต่ว่าอยู่ในรายการต่าง ๆ กัน ดิฉันกราบเรียนเป็นเบื้องต้นเพื่อให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบ ถึงการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ แล้วก็ด้วยความเคารพกรรมาธิการแล้วก็ ท่านประธานคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่าน ทุกคนก็ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ แต่ดิฉันได้ กราบเรียนตั้งแต่ตอนต้นตอนเช้าแล้วว่า เนื่องจากด้วยเวลาอันจำกัดในการพิจารณา งบประมาณ แล้วก็ในการเร่งรัดข้อมูลต่าง ๆ ในงบกลางนี่มีอยู่ ๑๒ รายการ ถ้าท่านสมาชิก จะได้ช่วยกันตรวจสอบ ๑๒ รายการก็จะแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม

กลุ่มที่ ๑ ก็คือจะเป็นงบกลางที่รู้วัตถุประสงค์แน่นอน รู้เป้าหมายว่าจะจ่าย ให้ใคร แต่ว่าอาจจะไม่รู้ตัวเลขชัดเจน เหล่านี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลาง ในส่วนตรงนั้นดิฉันเองก็ได้ตรวจสอบชี้แจงว่า ในส่วนที่เป็นงบกลางของกรมบัญชีกลางจะมี อยู่ ๗ รายการจาก ๑๒ รายการ ก็คือเงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญเหล่านี้นะคะ กรรมาธิการ ก็ได้ตรวจสอบแล้วก็ดูว่ามีความใกล้เคียงกับงบประมาณที่ตั้งไว้ในปี ๒๕๕๔ ก็ปรับเพิ่มขึ้นมา เล็กน้อยร้อยละ ๑๒.๔๘ กรรมาธิการก็ไม่ติดใจเพราะว่าเป็นเงินเบี้ยหวัดบำนาญที่ต้องจ่าย ให้กับพี่น้องข้าราชการ ซึ่งแต่ละปีก็จะมีคนเกษียณอายุราชการหรือว่าขอเกษียณอายุก่อน กำหนดนะคะ แล้วก็มีเงินเบี้ยหวัดที่ปรับมา อันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็ไม่ติดใจ ในเรื่อง ของเงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐก็เช่นกัน อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียง กับปี ๒๕๕๔ แล้วก็มีรายจ่ายแน่นอนกรรมาธิการก็ไม่ติดใจ งบเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับ วุฒิข้าราชการอันนี้ก็มีการปรับเพิ่มขึ้นมา แต่ว่าก็มีเหตุผลที่ชี้แจงได้ว่าสอดคล้องกับนโยบาย ของรัฐบาล หรือว่าเราจะต้องมีการพิจารณาเรื่องของการปรับเงินเดือน

ส่วนอีกรายการหนึ่งของกรมบัญชีกลางก็คือเงินสำรอง เงินสมทบ เงินชดเชย ของข้าราชการ ตัวเลขที่ขอมาในปีนี้ก็คือ ๓๒,๑๔๒ ล้านบาท อันนี้ก็เพิ่มขึ้นมาจากปี ๒๕๕๔ เพียง ๖.๘๙ เปอร์เซ็นต์ อันนี้กรรมาธิการส่วนใหญ่ก็ไม่ติดใจ

อีกรายการหนึ่งก็คือเงินสมทบลูกจ้างประจำ อันนี้ตัวเลขใกล้เคียงของเดิม ปี ๒๕๕๔ เราตั้งไว้ ๗๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ๗๖๕ ล้านบาท ก็ดูตัวเลขก็ไม่ติดใจ ดิฉัน อยากจะกราบเรียนว่าทำไมถึงต้องปรับลด คือเราพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลอะไรที่มีตัวเลข ชัดเจนอธิบายได้แล้วก็มีค่าใช้จ่ายแน่นอนกรรมาธิการก็ไม่ได้ทักท้วง

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ อันนี้ ขอกราบเรียนว่าจากข้อสังเกตของกรรมาธิการปีที่แล้ว แล้วก็มีความสนใจในเรื่องของการเบิกค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล แล้วเราก็ดูรอบเวลา ที่เหลือด้วยอีก ๗-๘ เดือนที่จะใช้งบประมาณ ในชั้นกรรมาธิการได้มีการปรับลดงบประมาณ ส่วนนี้ลงไปนะคะ ได้ปรับลดไป ตัวเลขที่ปรับลงไปก็คือเรื่องของการรักษาพยาบาลก็คือ ๑๕๖ ล้านบาท จากตัวเลขที่ตั้งไว้ตอนแรกก็คือ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ปรับลดลงไป แต่ว่า ตรงนี้ส่วนปรับลดไปก็เป็นเหตุเป็นผลก็ไม่มีใครทักท้วง เสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย

รายการต่อมาก็จะมีเรื่องของการใช้จ่ายในการปรับเพิ่มเงินการครองชีพ ชั่วคราวของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการและทหาร กองประจำการ ดิฉันกราบเรียนว่าดิฉันเองก็ติดตามแล้วก็ผลักดันเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นส่วนที่ เพิ่มมาในปี ๒๕๕๕ ในปี ๒๕๕๔ ไม่ได้จัดไว้เลย คือ ๑๒,๘๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็เต็มใจ เพราะว่าเป็นเหตุเป็นผล เพราะว่าเราดูแลเรื่องของข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว เพราะบอกว่า อย่างเช่นพวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มีเงินค่าตอบแทนน้อยนิด ๔,๐๐๐ บาทอย่างนี้ หรือว่า ๕,๐๐๐ บาท ต้องดูแลผืนป่า หรือว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนัก แม้แต่ข้าราชการทหารชั้นผู้น้อย เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ดิฉันก็เห็นความเดือดร้อนตรงนี้รัฐบาลปรับเพิ่มขึ้นมาก็ไม่ได้ตั้งไว้ใน ปี ๒๕๕๔ มาปี ๒๕๕๕ ก็เห็นด้วย เหล่านี้ดิฉันจะให้เห็นในเบื้องต้นว่าการทักท้วงของดิฉันนั้น ก็จะทักท้วงด้วยเหตุผล อะไรที่เป็นเหตุเป็นผลก็จะไม่แสดงความเห็นต่างนะคะ มีประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนว่าหลังจากที่ได้ปรับลดไปแล้วจะมีเงินในส่วนของเงินปรับเงินเดือน ปรับวุฒิข้าราชการที่ได้มีการแปรญัตติเพิ่มเข้ามาตัวเลขก็คือ ๑,๗๖๖ ล้านบาท อันนั้นก็ถือว่า ให้สอดคล้องกับตัวเลขที่จำเป็นจะต้องจ่าย มีอยู่ ๒ รายการ ดิฉันขอกราบเรียนไปยัง ท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่าเป็นความอึดอัดใจของกรรมาธิการ ดิฉันคิดว่าคงไม่ใช่ เฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอย่างเดียว กรรมาธิการส่วนใหญ่ก็คงจะรู้สึกเช่นนั้น คือยอด งบกลางเป็นรายการที่อยู่ใน ๒ รายการใหญ่ ก็คือค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูแล้วก็ป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการยอด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับเงินสำรองจ่ายเพื่อ กรณีฉุกเฉินและจำเป็นก็คือ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันกราบเรียนว่าทำไมถึงได้บอกว่ารู้สึกอึด อัดใจแล้วก็ไม่สบายใจที่สุด ห่วงใยที่สุดก็คืองบกลางในมาตรานี้นะคะ เหตุผลเราเริ่มต้น พิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการวันแรกก็คือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ขณะนั้น ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้ว ดิฉันเองอยู่ที่จังหวัดลพบุรี อยู่ในพื้นที่ ประสบอุทกภัยและอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง และได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องในหลายจังหวัด วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เป็นช่วงที่อุทกภัยผ่านมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนแล้ว หลายเดือนได้เห็นความเสียหายมากมาย เราได้เริ่มต้น การพิจารณางบประมาณนี้แม้ว่าจะอยู่ในมาตราต้น ๆ แต่กรรมาธิการบอกว่าเราจะมีเวลา พิจารณางบประมาณอยู่ประมาณ ๔๐ วัน ขอให้งบกลางไปอยู่ช่วงท้ายเพื่อจะเปิดโอกาสให้ ทุกหน่วยงานได้สำรวจความเสียหายแล้วก็ให้มีข้อมูลตัวเลขขึ้นมาว่างบกลางที่จะขอไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัยมีที่ไหนบ้าง อันนี้เป็นเหตุเป็นผลว่าเราไม่ได้เริ่ม พิจารณาตั้งแต่วันเริ่มต้น แม้ว่าจะอยู่มาตราต้น ๆ เราบอกขอไปไว้ตอนท้ายเลยเพื่อจะได้ มีข้อมูลกลับคืนมา และในระหว่างที่พิจารณางบประมาณตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ทุกครั้งที่ มีหน่วยงานเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการนะคะ ดิฉันเองและคณะกรรมาธิการดิฉันก็เห็น หลายท่านก็ได้ทวงถามให้ทุกหน่วยงานได้ชี้แจงตัวเลขเข้ามาว่าได้สำรวจความเสียหายไปมาก น้อยแล้วหรือยัง มีอะไรบ้างที่ได้รับผลกระทบ ดิฉันก็ได้เรียนไปตอนเช้าว่ามีหลายหน่วยงาน ที่ต้องขอขอบพระคุณนะคะ ได้ส่งตัวเลขกลับเข้ามา ยกตัวอย่างเช่นสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ได้ส่งข้อมูลมานะคะว่ามีโรงเรียนอะไรบ้างที่เสียหาย มูลค่าความเสียหาย เท่าไร แล้วเสนอของบกลางมาแล้ว มีของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมก็ให้ตัวเลขมาว่า มีความเสียหายอะไรบ้าง อันนี้เป็นตัวอย่างที่เขาให้ แต่ก็จะมีอีกจำนวนมากที่ทวงถามไปแล้ว ไม่ให้อย่างที่ดิฉันได้บอกไว้ตอนเช้า รายละเอียดไม่มี แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านสมาชิก ดิฉันกราบเรียนว่าทุกครั้งที่ทวงถามเราก็มีหน้าที่รวบรวมตัวเลขไว้ว่ามีตัวเลขสักเท่าไร แล้วก็คาดหวังว่าเมื่องบกลางมาสู่การพิจารณาของกรรมาธิการจะได้เห็นรายละเอียดว่าเอา ไปทำอะไรบ้างใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีการประชุม คณะรัฐมนตรีนัดพิเศษนะคะ มีการอนุมัติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาจาก สถานการณ์อุทกภัยค่ะ ยอดเต็ม ๆ ก็คือ ครม. บอกว่า ๖๐,๙๘๓ ล้านบาท แต่ว่าเห็นชอบ เบื้องต้นให้ดำเนินการในเดือนมกราคมก็คือ ๒๐,๑๑๐ ล้านบาทนะคะ ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท เรามาได้เอกสารที่มีโอกาส กรรมาธิการได้พิจารณากราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เดี๋ยวจะเห็นว่าทำไมกรรมาธิการไม่ตรวจสอบ วันที่ ๑๒ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ๑๒ ท่านทราบไหมคะว่า กรรมาธิการพิจารณาแบบทรหดนะคะ ดิฉัน อยากจะกราบเรียนว่าถ้าเป็นความผิดพลาดบกพร่องของกรรมาธิการ ดิฉันก็ต้องขอน้อมรับ ไว้ด้วย แต่ว่าสุดที่จะทานได้นะคะ เวลานั้น ๔-๕ ทุ่มแล้ว วันที่ ๒๒ ธันวาคมค่ะ ประมาณ ๔-๕ ทุ่มนะคะ งบกลางรอบแรก ล็อตแรกที่เป็นงบกลางอยู่ในการดูแลของกรมบัญชีกลาง ที่ไม่มีเรื่องของความซับซ้อน เป็นงบที่มีรายจ่ายประจำได้เข้ามาสู่การพิจารณานะคะ วันนั้น มีนักข่าว มีสื่อมวลชนโทรศัพท์มาถามเยอะเลยวันนี้งบกลางฟื้นฟูจะเข้าหรือ ดิฉันก็บอกคงไม่ กระมังคะ เพราะว่ามันดึกแล้ว ๔ ทุ่มแล้ว ๕ ทุ่มแล้ว แต่ปรากฏว่าก็มีงบกลางเข้ามา แต่เราก็ ยินยอมเพราะเป็นยอดที่ไม่ได้มีความซับซ้อน ก็พยายามผ่านไปนะคะ ปิดการพิจารณาคืนนั้น ก็เที่ยงคืนกว่าเศษ ๆ นะคะ แต่ไม่ใช่งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราบอกเราติดยอด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทกับ ๖,๐๐๐ ล้านบาทเอาไว้ก่อน ปรากฏว่าหนักกว่าเดิมค่ะ วันรุ่งขึ้นคือ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ก็พิจารณาตั้งแต่เช้าหลายหน่วยงานมาเลย พอยามดึกงบกลาง ยอดมหาศาลนี้ก็จะเข้ามายามดึกอีกครั้งหนึ่งนะคะ วันนั้นก็หลังเที่ยงคืนกว่าจะเสร็จ ปิดการประชุมวันนั้นตีหนึ่ง ตีหนึ่งเกือบครึ่ง ก็อยากจะกราบเรียนก็แล้วกัน ท่านลองคิดดูว่า กรรมาธิการนั้นได้พยายามทวงถามขอเอกสารนะคะว่าทำอย่างไรถึงจะเห็นตัวเลข แล้วก็ ถึงจะเห็นรายละเอียด เวลาก็มีน้อย แถมข้อมูลก็ไม่มี ท่านก็กรุณาให้เอกสารมา ยอด ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่มีรายละเอียดชัดเจน วันนี้เมื่อเช้า วันก่อนก่อนจะปิดการประชุม กรรมาธิการรอบสุดท้ายได้มาอีกยอดหนึ่งก็คือยอด ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันกราบเรียนว่า นี่คือเห็นความแตกต่าง เพราะปีที่แล้วดิฉันก็เป็นกรรมาธิการพิจารณางบฟื้นฟูน้ำท่วม ดิฉัน ก็เห็นว่าพวกเราก็ตรวจสอบกันเยอะมากเลย ต้องให้มีรายละเอียดว่าทำที่ไหน อย่างไร แต่ปีนี้ ไม่มีรายละเอียด เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วเท่าที่ได้ สรุปแล้วตอนนี้ทางกรรมาธิการได้ข้อมูลอยู่ ๓ ก้อน ๓ ก้อนก็คือยอดแรกนี่นะคะ ก็คือยอด ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท กับยอด ๙,๕๕๘ ล้านบาท แล้วก็ได้เมื่อเช้าหมาด ๆ เลยนะคะ เมื่อเช้าทวงถามไปบอกเพิ่งผ่าน ครม. มา แล้วก็ได้เป็น ยอดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก ๑๘,๘๙๕ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดอะไรค่ะ สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดี๋ยวท่านสมาชิกก็ช่วยกันทวงถามก็แล้วกันนะคะ มีแต่ บอกว่าค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พืชไร่ พืชสวนและอื่น ๆ ๑๖,๔๕๖ ล้านบาท มีเรื่องค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ หมายถึงพวก ชาวประมงที่ถูกน้ำท่วม ๑,๑๘๘ ล้านบาท กรมปศุสัตว์ก็ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ๑,๒๕๐ ล้านบาท ดิฉันคิดว่าในทางปฏิบัติ กว่าที่จะได้ตัวเลขมาว่ากรมส่งเสริมการเกษตร จะต้องไปจ่ายเงินเยียวยาชาวนาที่นาน้ำท่วม ชาวสวน ชาวไร่ เขาจะต้องมีการทำประชาคม มาแล้ว ว่าเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ มีพื้นที่เท่าไร เพราะฉะนั้นการที่จะให้เอกสารมา แผ่นเดียวนี่นะคะ แล้วก็ ๑๘,๘๙๕ ล้านบาท มันไม่น่าจะสบายใจได้สำหรับดิฉัน ไม่ทราบว่า ท่านจะคิดอย่างไร แต่สำหรับดิฉันเอง ดิฉันคิดว่า กว่าจะได้แผ่นนี้มามันต้องมีเอกสารแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็น่าจะแสดงความจริงใจ แล้วก็โปร่งใส น่าจะให้เอกสารประกอบมาด้วย นอกจากนั้นเอกสาร ๒ ก้อนแรกที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ดิฉันก็มีโอกาสมานั่งตรวจสอบ เมื่อสักครู่นี้ละค่ะว่ามันมีอะไรบ้างที่ ๒ รายการ คล้าย ๆ กัน จะขอยกเป็นตัวอย่างเพื่อให้ ท่านสมาชิกได้ช่วยกันดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าตัวเลขก็เยอะแยะ ดิฉันจะดูว่า ๒ ยอดนี้ซ้ำกัน หรือไม่ ยกตัวอย่างนะคะ ในรายการยอดแรกที่อนุมัติมา ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท มีโครงการของ สำนักงานการอาชีวศึกษา จำนวน ๑๗.๘๕ ล้านบาท ในยอดนี้จะเขียนว่าจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อชุมชน ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix It Center) ซึ่งก็เป็นโครงการที่ดีนะคะ ดิฉันก็เห็น หลังน้ำลดเข้าไปช่วยกันเยอะ ไม่ได้ติดใจในเรื่องของการของบประมาณไปให้สนับสนุนด้วย แต่คำถามก็คือมันซ้ำกันหรือไม่กับ ๒ ยอด ๒ ก้อนนี้นะคะ เพราะว่าตัวเลขเท่ากันเลยนะคะ ๑๗.๘๕๖๐ ล้านบาท อันนี้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างชุมชน ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ กับอยู่ในยอด ๙,๕๕๘ ล้านบาท กรมอาชีวศึกษาเหมือนกันนะคะ แต่ตัวเลขเท่ากันค่ะ ๑๗.๘๕๖๐ ล้านบาท เหมือนกัน แต่ว่าชื่อโครงการคล้ายกันนะคะ เขียนว่าจัดรถ ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ เคลื่อนที่เร็ว ๗๖ คัน ตัวเลขเท่ากันเป๊ะเลยนะคะ ชื่อโครงการก็เหมือนกันนะคะ แต่ว่าอยู่ยอดวงเงิน ต่างกัน เหล่านี้ก็เป็นที่สงสัยว่าซื้อรถกับตั้งศูนย์มันเป็นรายการเดียวกันหรือไม่ แล้วทำไม ตัวเลขเหมือนกันนะคะ อันนี้ก็อยากจะให้เป็นข้อสังเกตสำหรับสมาชิกว่าจริง ๆ แล้วถ้าหาก กรรมาธิการได้มีโอกาส ได้รับเอกสารนี้มาก่อน ดิฉันคงจะมีคำถามมากมายนะคะ แต่ว่าวันนี้ ขอเป็นตัวอย่างแล้วกันนะคะ เพราะว่าท่านสมาชิกคงจะมีข้อสังเกตอีกหลายคน นอกจากนั้น แล้วให้ข้อสังเกตอีกอันหนึ่งนะคะ งบประมาณที่ขอมาเป็นงบน้ำท่วม ดิฉันคิดว่าบางรายการ น่าจะมีความซ้ำซ้อนกับงบปกตินะคะ พอยกตัวอย่างไปดูทุกอันดิฉันเห็นด้วยเพราะว่าดิฉัน ก็อยู่ในพื้นที่ประสบภัย แล้วก็คิดว่าโครงการเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่สบายใจ ว่าเงินเหล่านี้จะถูกเอาไปสวมรอย เอาเงินงบปกติก็ตั้งนะคะ หรือว่าไปซ้ำซ้อน หรือว่าไปใช้ ที่อื่นหรือไม่ อันนี้ก็ขอให้ช่วยกันตรวจสอบแล้วกัน เพราะว่าในยามที่ประเทศวิกฤตินี่นะคะ แล้วก็เจ้าของเงินภาษีอากรประชาชนคงไม่เสียดายว่าจะเอาเงินนี้ไปช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนจริง ๆ แต่ถ้าหากว่ามันเกิดการซ้ำซ้อนแล้วก็หย่อนประสิทธิภาพก็จะทำให้ การบริหารประเทศของเรามีปัญหา ยกตัวอย่างอีกยอดหนึ่งก็คือที่ฝากท่านช่วยกันตรวจสอบ เรื่องของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหลายยอดมากเลยที่เป็น เรื่องของการส่งเสริมอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นส่งเสริมอาชีพหลังน้ำลด ๔๔ วันก็มี ส่งเสริมอาชีพ แบบระยะสั้น ๕ วันก็มีที่อยู่ในของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อบรมอาชีพ ๕ วัน ๔๔ วันก็คงจะมี แต่ว่ายังมีอีกหลายยอดค่ะ ส่งเสริมอาชีพคนพิการ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แล้วก็บางยอดไม่น่าจะเกี่ยวกับน้ำท่วมก็อาจจะมาใส่ไว้ด้วย ถ้าเป็นเรื่องของคนพิการแล้ว ดิฉันเชียร์เต็มที่ปกติ เพราะว่าอยู่กับเครือข่ายชมรมผู้พิการแต่ดิฉันอาจจะกลัวว่าเงินจะเอา มาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม แต่ว่าจะถือโอกาสมาใส่อยู่ในน้ำท่วม เช่น โครงการส่งเสริมสิทธิ จัดหารถโยกสำหรับคนพิการ ซึ่งงบปกติมันก็น่าจะตั้งได้ ไม่จำเป็นจะต้องมาอยู่ในงบน้ำท่วม นะคะ นอกจากนั้นแล้วก็จะมีเรื่องของงบปกติ เท่าที่ดูในของเฉพาะกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมพัฒนาสังคมสวัสดิการอย่างเดียวนะคะ เรื่องของ การส่งเสริมอาชีพบวกหลายยอดแล้วไม่มีเวลาแจงรายละเอียดนะคะ ก็มีอยู่ถึง ๕๐๖ ล้านบาท แล้วค่ะ ซึ่งอยู่ในงบปกติซึ่งเป็นงบส่งเสริมอาชีพทั้งส่งเสริมอาชีพให้กับผู้สูงอายุ ส่งเสริม อาชีพให้กับเด็ก ส่งเสริมให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอะไรก็ตาม แล้วพอมาส่งเสริมอาชีพให้กับ คนน้ำท่วมด้วย ดิฉันก็มีคำถาม เพราะว่าน้ำท่วมรายงานมาเกือบทุกจังหวัด คนก็น่าจะเป็น คนกลุ่มเดียวกัน เหล่านี้นะคะ อันนี้ก็อยากจะขอกราบเรียนไว้เป็นข้อสังเกตให้กับ ท่านสมาชิกได้ช่วยกันตรวจสอบนะคะว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็พยายามที่จะทวงถาม ขอข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ จากทางผู้ปฏิบัติและดิฉันเชื่อว่าบัดนี้น่าจะมีหน่วยงานต่าง ๆ แจ้งเข้ามาแล้ว ดิฉันมีทั้งนั้นละค่ะ ถ้าใครจะดูว่าที่เขาให้มาแล้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสียหายเท่าไร ได้จากเงินประกันเท่าไร ยังต้องของบกลางเท่าไร เมื่อกี้นั่งเปิดเล่น ๆ ไม่เห็นมีของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในนี้ก็ไม่มี ก็เลยเป็นคำถามว่างบกลางที่ทำเข้ามามันจะมี ความน่าเชื่อถือมากน้อยอย่างไร ก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาของสภามาก ขอกราบเรียนว่า ขอเสนอปรับลดงบประมาณไปร้อยละ ๒ เพื่อจะให้เงินที่ปรับลดงบกลางนี่ค่ะ แต่ถ้า ๒ เปอร์เซ็นต์ก็คือเป็นวงเงินประมาณ ๘,๔๑๒ ล้านบาท ๘,๔๑๒ ล้านบาท ถ้าได้มีการปรับลด จริง ๆ แล้วที่ประชุมเห็นชอบกับดิฉัน ดิฉันคิดว่ายังมีเงินที่จะต้องเอาไปใส่ให้ที่มีความจำเป็น แล้วก็ควรจะทำ แล้วก็ทำให้กฎหมายงบประมาณสง่างามปลอดภัยด้วย เพราะสักครู่ตอน ที่พูดในมาตรา ๓ ท่านกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงว่าเรื่องของกองทุนการออมแห่งชาติ บอกว่า แปรญัตติมาให้แล้ว ๒๒๕ ล้านบาท ไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่ดิฉันก็ยังยืนยันว่ามาตรา ๖๖ ของ พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติระบุไว้ชัดเจนว่าวาระแรกรัฐบาลต้องจัดสรรเงิน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านอยากให้กฎหมายงบประมาณนี้ได้ผ่านสภา อย่างสบายใจ แล้วเราเป็นผู้ออกกฎหมายเองเวลาที่ช่วยกันผลักดันก็บอกแล้วว่าถึงแม้ว่า เดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มสมัครสมาชิก แต่ดิฉันจำได้แล้วก็ติดตามเรื่องนี้ เวลาที่เราบอกว่า เราจะจูงใจให้สมาชิก ประชาชนมาออมเงิน เวลาเขาออมเงิน ๕๐ บาทต่อเดือนเป็นไปได้ไหม รัฐบาลจูงใจเลย ใส่ทันที เอาสมุดเงินฝากปุ๊บแสตมป์ (Stamp) ออกมาเลยว่าค่าสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ใส่ให้เลย ๒๕ บาทอย่างนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตอนนี้เขาเตรียมการ หมดแล้ว ดิฉันคุยเขาบอกเขาเตรียมแล้ว เตรียมจะเปิดรับสมัครสมาชิก แล้วก็พี่น้อง ประชาชนทุกภาคเลยที่สนใจเรื่องนี้ เครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคเหนือโทรศัพท์มา ดิฉัน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คุณครูมุกดา อินต๊ะสาร ไปเคลื่อนไว้เต็มหมดแล้วค่ะ คนรอที่จะ เข้าเงินกองทุนการออมแห่งชาติ พอเขาสมัครปุ๊บถ้าเราใส่เงินลงไปเลยมันก็ต้องใช้เงินแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เฉพาะคนที่ใดที่หนึ่งจะได้ประโยชน์ กองทุนการออมแห่งชาตินั้น เป็นประโยชน์กับคนทุกคน ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าปรับลดงบประมาณในงบกลางเถอะ ส่วนที่คิดว่าจะพอทำได้แล้วก็เอามาใส่ให้กับเงินที่เราจำเป็นก็ขอกราบเรียนท่านประธานไว้ ในข้อคิดเห็น ก็ขอสงวนความเห็นไว้เช่นเดิมให้ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ สำหรับงบกลางค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคมเดช

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม คมเดช กรรมาธิการงบประมาณ อยากนำเสนอท่านประธาน ๒ ประเด็นด้วยกันครับ

ประเด็นแรกอยากให้ท่านประธานขานบอกชื่อผู้ที่จะอภิปรายสัก ๑๐ ท่าน เพราะว่าเขาจะได้เตรียมตัว คนที่จะไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ก็จะได้ไปพักผ่อนบ้าง อันนี้ส่วนหนึ่ง

ประเด็นที่ ๒ เวลาที่เราจะปิดสภาวันนี้ตามที่วิปได้ประสานมาท่านช่วยบอกด้วย จะได้บอกลูกบอกเมียว่าจะอยู่ตีสาม ตีสี่ ตีห้า ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาสัก ๓-๔ รายชื่อก่อนนะครับ ท่านนันทนา สงฆ์ประชา ท่านจุติ แล้วก็ท่านนริศ ท่านเจะอามิง คุณหญิงกัลยา สัก ๕ ท่านก่อนแล้วกันนะครับ เชิญคุณนันทนาครับ

นางนันทนา สงฆ์ประชา กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ดิฉันได้สงวนความเห็นในมาตรา ๔ งบกลาง ใน (๒) ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการ เยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ซึ่งในหมวดนี้ ในมาตรานี้ ได้ตั้งงบประมาณไว้ในจำนวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันได้ขอสงวนความเห็นเพื่อที่จะ ขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะเป็นจำนวนเงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หวังว่าจะเอา เงินที่ปรับลดนี่นะคะมาแก้ปัญหาให้ตรงกับปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้น และดิฉันเชื่อว่าคำถามที่ ดิฉันจะถามรัฐบาลต่อไปนี้จะเป็นคำถามที่ประชาชนทั้งประเทศอยากจะถามรัฐบาล เหมือนกันว่ามหาอุทกภัยที่ผ่านมามันเกิดจะอะไรกันแน่ ดิฉันอยากจะถามข้อที่ ๑ ว่ามันเกิดจากฝนตกมากกว่าปีที่มามากน้อย แค่ไหน อย่างไร ถึงแม้ว่าจะมีคำตอบว่าฝนตกมากกว่าปีที่ผ่านมาเราบริหารในการจัดการน้ำทั้งเหนือเขื่อน แล้วก็ใต้เขื่อนผิดพลาดหรือเปล่าก็คงจะต้องการคำตอบ ซึ่งพี่น้องประชาชนอยากให้ตอบ ตรง ๆ หรือว่าข้อ ๓ เกิดจากการไม่สามารถที่จะโฟลว์ (Flow) น้ำ หรือปล่อยน้ำ ผันน้ำให้ลง อ่าวไทยได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ทั่วถึง ดิฉันเชื่อว่าน่าจะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากจะถาม เหมือนกันทั้งประเทศ แล้วก็ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องตอบปัญหาประชาชนว่าอีกประมาณ ๔-๕ เดือนข้างหน้าเป็นความกังวล แล้วก็สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้กราบเรียนไปว่าอีก ๔-๕ เดือนถ้าเป็นภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าหน้าน้ำจะมาอีกแล้ว รัฐบาลมียุทธศาสตร์ที่จะ สร้างความมั่นใจ ที่จะแก้ไขให้มันเกิดน้ำไม่ท่วมอีกน่าจะมีคำตอบหรือมีการชี้แจงให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างชัดเจนว่าตรงไหนจะสร้างฟลัดเวย์ (Flood way) ก็คือทางด่วนน้ำ ตรงไหน จะสร้างเขาเรียกฟลัดวอล (Flood wall) ก็คือผนังป้องกันน้ำ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ อุตสาหกรรมหรือพื้นที่เขตเมือง ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนกำลังรอคอยการชี้แจง ของรัฐบาลอยู่ เพราะดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าความสูญเสียครั้งนี้มันเป็นความสูญเสีย เป็นมหาอุทกภัยที่ประเมินค่าไม่ได้โดยเฉพาะจิตใจประชาชน พื้นที่ตรงไหนที่เราจะทำเป็น แก้มลิงวันนี้ต้องตอบให้ชัด ดิฉันเคยนำเสนอเพราะดิฉันเป็นกรรมาธิการงบประมาณให้กับ ในส่วนของ ธ.ก.ส. นะคะ ว่าท่านน่าจะเป็น เขาเรียกว่าเป็นต้นแบบหรือว่าเป็นตัวชี้นำ หรือในส่วนของกรมชลประทานว่าอย่าใช้ว่าเป็นการชดเชย ตรงไหนที่จะเช่าที่นาเช่าเลย เช่าเพื่อเป็นการผันน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำ ซึ่งจะเป็นแก้มลิงในขณะที่เรายังแก้ไขในส่วนของ ฟลัดเวย์ ในส่วนของการสร้างเขื่อน สร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่ยังไม่เสร็จสิ้น ดิฉันอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ว่า เพราะเท่าที่ดิฉันได้ติดตามการใช้งบประมาณหรือการของบประมาณ ในการใช้ในมาตรา ๔ นี้ ในวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเสนอมาโดยภาคของรัฐบาล ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ เช่น ในส่วนของกรมทางหลวง ถนนเส้นไหนได้ขาดแบบกระจุยกระจายพร้อมที่จะต้องมีการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อปรับสภาพ ให้กลับมาที่เดิมก็จะเสนอโดยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ในส่วนของแหล่งน้ำต่าง ๆ ก็จะเสนอในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำทั้งหมดในกระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ แต่ตัวดิฉันเองอยากจะกราบเรียนว่ายังไม่มีการบูรณาการอย่างแท้จริงในการสรุปปัญหา ในทางแก้ไขที่จะใช้เงินในกรณี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๔ นี้ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ถึงแม้ดิฉันจะขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรับลดเพื่อที่จะไปโปะกับก้อนใหม่ เพราะเชื่อเป็น อย่างยิ่งว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอในการที่จะแก้ไขปัญหา ในขณะนี้ แล้วดิฉันของฝากอีกว่าการเสนอของบประมาณมาในจังหวัดที่ได้เกิดผลกระทบ ในครั้งนี้ ขอให้เรียงลำดับความต้องการความเสียหายมาไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่สามารถจะมีเงิน ทั้งก้อนไปบูรณะหรือเยียวยาได้ทั้งหมด เขาเรียกว่าโดยกระจายงบประมาณลงไปให้ โดยที่บางเส้นทางควรจะสร้างก่อนหลังก็ไม่ได้เรียงลำดับมาอย่างนี้เป็นต้นนะคะ ท่านทราบ หรือไม่ว่าวันนี้ประชาชนก็ขาดความมั่นใจในการดำรงชีวิต และดิฉันก็เชื่อว่าไม่มีประชาชน บ้านไหนที่จะซ่อมแซมบ้านตัวเองให้ได้ดีเหมือนเดิม เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าอีก ๔-๕ เดือน ข้างหน้าน้ำจะท่วมอีกหรือเปล่า เพราะมันยังไม่เกิดความชัดเจนอย่างไรคะ ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในขณะนี้ไปกันอย่างเงียบ ๆ บางโรงงานย้ายไปประเทศ ฟิลิปปินส์ปิดสุดท้ายเอาคนงานออก ๒,๐๐๐ กว่าคน ก็คงจะได้ยิน บางโรงงานย้ายไป ประเทศจีน บางโรงงานย้ายไปประเทศเวียดนาม ไปกันอย่างเงียบ ๆ ไม่โวยวาย เหตุผล เพราะว่าไม่มีเสถียรภาพว่าถ้าเราอยู่ต่อไปรัฐบาลยังไม่มียุทธศาสตร์ที่แน่นอนประกาศ ประกาศออกมาก็เลย เอ๊ะ มันจะมั่นใจได้อย่างไรกับ ๔-๕ เดือนข้างหน้า ดิฉันอยากจะ กราบเรียนว่าถ้าสถานการณ์อย่างนี้ ถ้ารัฐบาลให้เกิดขึ้นอีกโดยไม่มีคำตอบว่าจะแก้ปัญหา น้ำท่วมอีกได้อย่างไร ดิฉันยังไม่อยากจะพูดคำที่เราจะต้องตกใจว่ามันจะเกิดหายนะ มันจะเกิดการท้อถอย และมันจะเกิดต่อแผ่นดินอันเป็นที่รักของเราว่าเราจะอยู่กันอย่างไร เด็กนักเรียนที่จบมาจะมีงานทำได้อย่างไร ถ้าฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะย้ายกันไป อย่างเงียบ ๆ อย่างที่เราได้ยินได้รับฟัง และได้ติดตามข่าวอยู่ในขณะนี้ และดิฉันก็อยากจะ กราบเรียนว่าถึงเวลาแล้วในการใช้งบประมาณ เขาเรียกว่าถ้าพูดเป็นภาษาโบราณ ก็พูด ในยามข้าวยากหมากแพง ก็ขอให้ใช้งบประมาณกันด้วยความกระเหม็ดกระแหม่ ถ้าเป็น ภาษาบ้านเรานะคะ ด้วยความที่จะไว้วางใจซึ่งกันและกัน กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้าง น้อยที่ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ท่านประธานครับ มาตรา ๔ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง ในความควบคุมของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (๒) ท่านประธานครับ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่าง บูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า วันนี้ ทุกสายตา ทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยจับจ้องงบประมาณอันนี้ วันนี้งบประมาณ ที่สำนักงบประมาณนั้นผมก็เข้าใจ แล้วก็เห็นใจว่าได้สามารถจัดสรรรายละเอียดที่ชัดเจน ได้เพียงประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังขาดอีกที่จะต้อง ลงรายละเอียดที่แสดงความชัดเจนอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงบประมาณ แล้วก็เตือนกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยว่า ถึงแม้ จะว่ามีความเห็นใจ แต่ผมอยากจะเตือนว่าวันนี้ทุกคนต้องเข้าใจวัฒนธรรมของนักลงทุน ต่างประเทศด้วยที่เขาต้องบริหารความเสี่ยง เขายังไม่มีความชัดเจนจากแผนป้องกันน้ำท่วม ระยะสั้นที่จะเกิดขึ้น วันนี้เราไปฝากความหวังไว้กับ กยน. ซึ่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนอะไร เลยนอกจากแผนงาน แผนปฏิบัติการงบประมาณจะมาจากไหนยังไม่ทราบ แต่ขณะที่เรา เสียเวลาไปทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน นี่คือสิ่งที่ผมมีความเป็นห่วง แล้ววันนี้สำนักงบประมาณเอง ก็ตาม รัฐบาลเองก็ตาม จะถูกทดสอบประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาลครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วทุกคนได้เห็นความล้มเหลวเมื่อตอนที่น้ำท่วม วันนี้ท่านมีโอกาสแก้ตัว แก้ตัวว่า การบริหารงาน ประสิทธิภาพการบริหารงานแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะสั้นนี้จะไม่เป็นเหมือน ๒ เดือนที่ผ่านมา ถ้าท่านประธานได้เห็น ได้อ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ สื่อต่างประเทศ แล้วก็มีบางส่วนที่สื่อไทยนำมาแปลแล้วก็ลงไป สรุปใจความได้ว่าต่างชาติเอือมไทย กั๊กข้อมูล แถมมั่ว ติงระวังเสียความน่าเชื่อถือ นี่คือสิ่งที่ผมกลัวเหมือนกับที่เขาเอามาลงตีพิมพ์ ถามว่า ทำไมครับ ท่านประธานครับ วันนี้อย่างที่ท่านกรรมาธิการท่านนันทนาได้พูดไว้ว่า แม้กระทั่ง ประชาชนยังไม่มีความชัดเจนเลยว่าปีหน้าน้ำจะท่วมหรือไม่ แล้ววันนี้ธนาคารโลก ได้ระบุไว้แล้วว่าการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมนั้น ๑.๔ ล้านล้านบาท หรือว่า ๑๔ แสนล้านบาทนั้น ผมว่ามันน้อยไปแล้ววันนี้ สิ่งที่ผมไม่เข้าใจว่าสำนักงบประมาณทำไมไม่สามารถให้ตัวเลขได้ครบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในประเทศด้วยว่า เขาสามารถเดินหน้าได้แน่นอน วันนี้ครับตัวเลขมันชัดเจนหลังจากที่เราทำงานกันมาอย่าง เหน็ดเหนื่อย เรามีความเสียหายจากมหาวิทยาลัย ความเสียหายของโรงเรียน ความเสียหาย ของถนนหนทาง ความเสียหายด้านการเกษตรที่ระบุเลยว่าเสียหายการเกษตรถึง ๑๑ ล้านไร่ รัฐบาลเคยบอกว่าอยากจะเห็นใบเสร็จความเสียหาย วันนี้มันมาหมดแล้วครับ นักท่องเที่ยว หายไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน มีผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าดูด จากภัยน้ำท่วมสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ของโลก ๑๐๖ ชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ความเสียหายของภาคผลิต อุตสาหกรรมทั้งหมด ท่านประธานครับเป็นสิ่งที่เรานั้นจะต้องมาดูกัน วันนี้แรงงานที่ตกงาน ๘๓๔,๙๙๕ คน วันนี้ได้กลับเข้ามามีงานทำ ๔๖๐,๐๐๐ คน ยังขาดอีก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ยังไม่มีงานทำ แต่ที่แน่ ๆ ที่น่าสงสารที่สุดก็คือการเลิกจ้างแน่นอนแล้ว ๑๗,๖๔๐ คน จากโรงงานที่บอกว่าไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกต่อไป แล้วก็จะไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงทุนเพิ่ม ลงทุนใหม่ โรงงานนั้นได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ๓๒ จังหวัด จำนวน ๒๑,๒๕๗ โรงงาน นี่เป็นมหาอุทกภัยที่ไม่ควรเกิด แน่นอนครับส่วนหนึ่งมาจากภัยธรรมชาติ ส่วนหนึ่งจาก มนุษย์ทำเอง ก็คือบริหารน้ำผิดพลาดขึ้นมา นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่เราจะต้องตอบสนองก็คือ ว่าเงินอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นรัฐบาลจะเอาไปแก้ปัญหาอะไร แผนงานอะไรที่ชัดเจนที่สุด ถ้าเราไม่ฟังนักลงทุนต่างประเทศ ลองฟังประชาชนบ้างครับ โพลเขาทำมาเขาบอกว่า ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนต้องการให้รัฐบาลบอกความจริงที่ครบถ้วนให้แก่ประชาชน แล้วก็ ขอให้ปรับปรุงการสื่อสารกับประชาชน นี่คือสิ่งที่เขาเรียกร้องขึ้นมา นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ ผมเรียกร้องก็คือว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าทวงคำมั่นสัญญาจากรัฐบาลที่แถลงนโยบายรัฐบาล ไว้ในข้อ ๘.๑.๕ รัฐบาลจะพัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของราชการและเจ้าหน้าที่ ของรัฐอย่างจริงจัง นอกจากนั้นแล้วนโยบาย ข้อ ๘.๓ รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชน มีโอกาสรับข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ จากสื่อสารมวลชน และสื่อสาธารณะ ได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม นี่คือโจทย์ที่พวกเราจะต้องตอบวันนี้ ให้ความชัดเจนกับประชาชนในวันนี้ว่าอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะลงไปที่ไหน มีความชัดเจนอย่างไรโดยเร็วที่สุด ท่านอาจจะไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ในวัน ๒ วันนี้ แต่ผมอยากจะขอให้ท่านคำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาลกับคนไทยทั้งประเทศ ถ้าท่านทำไม่สำเร็จ ผมยอมรับว่าภาระอันหนักอึ้งนี้อาจจะตกอยู่กับสำนักงบประมาณอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสำนักงบประมาณนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรี อีกด้วย วันนี้ถ้าเผื่อแผนงานไม่เสร็จ คนยังไม่มีความเชื่อมั่น ผมบอกกับท่านได้เลยว่าการบริหาร ความเสี่ยงของผู้ลงทุนนั้นเขาไม่สามารถตอบผู้ถือหุ้นเขาได้ครับว่าเขาจะลงทุนไปทำไมอีก ในเมื่อเขาไม่สามารถตอบกับผู้ถือหุ้นได้ว่าวันนี้ไม่มีหลักประกันจากประเทศไทยเลยว่าน้ำ จะไม่ท่วมอีก

ประการต่อมา วันนี้รัฐบาลจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุด ก็คือว่าวันนี้ไม่มีบริษัทประกันภัยต่างชาติบริษัทไหนจะยอมรับประกันอุทกภัยในประเทศไทย จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น จะเดินทางไปประเทศอังกฤษ ก็ได้รับแต่คำหวานหูว่าเราจะ พิจารณาดูแต่ไม่มีใครตอบรับ วันนี้ท่านจะเห็นได้ว่าสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็ทราบสัญญาณนี้ดีถึงขนาดจะเตรียมกองทุนประกันภัยไว้ถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เตือน ว่านี่เป็นสิ่งที่อันตรายที่จะต้องเกิดขึ้นถ้าสำนักงบประมาณและรัฐบาลนั้นไม่สามารถทดสอบ ฝ่าฟันประสิทธิภาพการบริหารข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน โปร่งใส ให้ต่างชาตินั้น มีความมั่นใจได้ วันนี้บริษัทที่จะทำประกันภัยนั้นไม่มีใครรับทำประกันภัยเพราะทุกคนเจ๊ง ใช้คำว่า เจ๊ง จากอุทกภัยในประเทศไทยทั้งหมดครับ บริษัทประกันภัยของไทยถ้ารับก็ต้องไปประกันภัยต่อในต่างประเทศ แต่ต่างประเทศนั้น วันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าจะรับประกันภัยต่อจากบริษัทประเทศไทยเบี้ยประกันนั้นสูงมาก เบี้ยประกันสูงแล้วการครอบคลุมความเสียหายจะไม่การันตีให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนอดีต ที่ผ่านมาแล้ว จะควบคุมไว้ที่ความเสียหาย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็เก่งแล้ว วันนี้ รัฐบาลพยายามจะมาอ้อมแอ้มบอกว่าสิ่งที่เราจะต้องทำคือให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นคือ ตั้งกองทุนประกันภัยเอง เสียหาย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกเราจะเป็นผู้ออกเอง นี่คือสิ่งที่ผม ไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะถ้าเบี้ยประกันนั้นสูงขึ้นก็หมายความว่าต้นทุนในการ ทำธุรกิจสูงขึ้น นั่นก็คือราคาสินค้าที่แพงขึ้นซึ่งแน่นอนครับผู้บริโภคประชาชนตาดำ ๆ จะต้องเป็นผู้แบกรับภาระนี้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นวันนี้ผมขอเรียกร้องให้สำนักงบประมาณ อย่าอ้ำอึ้ง อย่าหวาดระแวงจนเกินไป กรุณาใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของท่านทั้งหมดเปิดเผยข้อมูล ให้เต็มที่ ครบถ้วน โปร่งใส ผมทราบ ผมเข้าใจ ผมเห็นใจว่ามันยากแต่ท่านต้องทำครับ เพื่ออนาคตและความอยู่รอดของประเทศไทย รัฐบาลต้องจริงจังและกล้าที่จะเปิดเผยข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้ให้ทุกคนเกิดความมั่นใจด้วย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้นั้นต้องการเตือนสติรัฐบาลว่านี่คือคำเตือนจากพวกเราแล้ว หายนะรออยู่ข้างหน้าแล้ว ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นแล้วอย่าให้เขาต้องถอยหนีจาก ประเทศไทยครับ ฉะนั้นวันนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูล อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ครบถ้วนประชาชนจะได้รู้ว่าเขาจะได้รับการเยียวยาอย่างไร เขามี ความหวังหรือไม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้เสนอ คำแปรญัตติแล้วก็ขอสงวนคำแปรญัตติไว้เพื่อปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๕๕ ในส่วนของรายการงบกลางซึ่งตั้งเอาไว้ที่ ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ได้ปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากที่ได้ฟังคณะกรรมาธิการได้รายงานได้เห็น การทำงานของคณะกรรมาธิการแล้วต้องเรียนท่านประธานจริง ๆ ครับว่า ผมว่าลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์มันน้อยไปครับ ที่มันน้อยไปความจริงแล้วต้องขออนุญาตท่านประธานในที่นี้ พูดกันตรงไปตรงมาว่าก็ต้องตำหนิกันทั้งในส่วนรัฐบาลผู้รับผิดชอบและในส่วนของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งสภามอบหมายความไว้วางใจให้ท่านไปทำงานด้วย ประเด็นที่กระผม ติดใจก็จะเป็นประเด็นซึ่งต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ในวาระที่หนึ่งครับ คือในงบกลาง ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมี ๑๒ รายการ รายการอื่น ๆ ไม่ติดใจครับ จะเรื่องค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มเงิน เพิ่มค่าครองชีพ ชั่วคราวข้าราชการ ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ เสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ อื่น ๆ ไม่ติดใจครับ แต่ที่ติดใจก็คือ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการที่ตั้งเอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นงบซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ต้นว่า เป็นการตั้งขึ้นมาแบบที่ภาษาตั้งงบประมาณเรียกว่าเป็น งบลัมพ์ซำ (Lump sum) ความจริง แล้วงบประมาณเวลาจะตั้งมันต้องมีรายละเอียดชัดครับ ถ้าจะสร้างถนน ๑ เส้น เงินนี้ไม่ใช่ เงินท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เงินกรรมาธิการ ไม่ใช่เงินพวกเราครับ เป็นเงินชาวบ้าน ทำงาน อาบเหงื่อต่างน้ำหาเงินมาจ่ายภาษี เขาก็หวังว่าเงินภาษีนี้จะถูกใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีประสิทธิภาพทุกประการ จะสร้างถนนสักเส้นก็ต้องบอกว่าสร้างตรงไหน ตำบลอะไร กิโลเมตรเท่าไรถึงเท่าไร ในการสร้างก็ต้องมีรูปแบบรายการชัด จะมีหินเท่าไร จะทำอะไร เท่าไร เป็นงบประมาณจำนวนเท่าไรต้องถูกตรวจสอบครับ กรรมาธิการของสภา กรรมาธิการวิสามัญมีความสำคัญตรงนี้ ที่ต้องไปซักไซ้ไล่เรียงรายละเอียดทั้งหลายให้เห็น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะหลักการจัดงบประมาณคือ ๑ ต้องเป็นธรรม อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์รามอน แมกไซไซ ที่เคยบอกไว้ว่าหลักการจัดงบประมาณนั้น คนมีมากควรได้รับน้อยจากรัฐและคนมีน้อยควรได้รับมากจากรัฐ งบฟื้นฟูบูรณาการ เรื่องอุทกภัยจึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เพิ่งผ่านมาหยก ๆ และสถานการณ์ยังไม่จบสิ้นโดยสิ้นเชิงนั้นมันเสียหายมหาศาล ไม่มีใครไม่เห็นด้วยเลยครับ ที่จะไม่ให้ใช้เงินงบประมาณไปในการฟื้นฟู ทุกคนเห็นด้วยอยากให้มีการฟื้นฟูทั้งนั้น แต่ฟื้นฟู อะไรครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทผมตามไปดูการทำงานของคณะกรรมาธิการแทบไม่มี รายละเอียดมาบอกพวกเราเลยว่าใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านซักไซ้ไล่เลียงว่าแต่ละ โครงการงบประมาณนี้มันจัดอยู่ที่ตรงไหน เท่าไร เอาไปสร้างถนนกี่เส้น แต่ละเส้นมันอยู่ ตรงไหนบ้าง ง่าย ๆ ครับที่ผมจะถามคณะกรรมาธิการ ผมมีเอกสารซึ่งคณะกรรมาธิการของ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับมา เป็นรายละเอียดที่น่าเศร้ามากครับ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการฟื้นฟูอุทกภัยที่เกิดขึ้น มีงบประมาณชี้แจงรายละเอียดกรรมาธิการเท่านี้ครับ ไม่ถึง ๑๐ แผ่นครับ แล้วใน ๑๐ แผ่นนี้ไม่ใช่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยท่านประธานครับ มี ๒๐,๑๑๐.๕ ล้านบาท แล้วใน ๒๐,๑๑๐ ล้านบาทนี้นะครับ ไม่มีรายละเอียดด้วยครับ เช่น ที่บอกว่ากรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เอาเงินไป ๑๓๔ ล้านบาท ไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงน้ำเน่าเสียและ ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือประชาชน จัดหาอุปกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังจากที่ไหนครับ ให้อะไรครับ นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าต้องตำหนิทั้งรัฐบาลแล้วก็ทั้งคณะกรรมาธิการว่าท่านไป ซักไซ้ไล่เลียงละเอียดหรือเปล่า ผมฟังท่านกรรมาธิการ ประทานโทษเอ่ยนามท่านผ่องศรี ท่านบอกว่างบนี้เข้าตอนดึกครับ แล้วก็ดูเหมือนมีความพยายามจะเร่งรัดให้ผ่านไป ขอเอกสารอย่างไรก็ขอลำบาก งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทได้เอกสารมา ๑๐ แผ่นหรือครับ จำได้ไหมครับ รัฐบาลชุดที่พวกผมทำงานอยู่น้ำท่วมไม่ใหญ่เท่าครั้งนี้หรอกครับ ของบกลางปี มาประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เราทำรายละเอียดครบ ถนนกี่สาย กี่เส้น ถ่ายรูปให้ดูเพื่อให้ มีกระบวนการไปตรวจสอบได้ ฝ่ายค้านในเวลานั้นคือรัฐบาลสมัยนี้ ยกกระบวนเฮละโลกันไป ตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสก็ยอมทำกันนั่นแค่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กลับมา ๑๐ หน้ากระดาษใช้ได้ไหมครับ โครงการอื่นอีกครับท่านประธานครับ พัฒนา เป่าล้างฟื้นฟูบ่อน้ำบาดาลกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เอาเงินไป ๑๖๙ ล้านบาท ไปทำที่ไหน ก็ไม่บอก กรมการศาสนาไปช่วยเหลือวัดมัสยิดก็ไม่บอกว่าเป็นที่ไหน กระทรวงคมนาคมได้ไป ในล็อตแรกอนุมัติ วันที่ ๑๒ เดือนธันวาคมโดยคณะรัฐมนตรี ๑,๙๕๓ ล้านบาท ซ่อมถนน หนทางเอาเงินไป ๑,๘๑๐ ล้านบาทของกรมทางหลวง ไปทำถนนเส้นไหนครับ มันดูเหมือน มันจะปก ๆ ปิด ๆ ซ่อนเร้นอย่างไรชอบกล ถ้าท่านจะบอกว่ามันกะทันหัน มันไม่สามารถ ที่จะเอารายละเอียดมาได้ ผมไปค้นมติคณะรัฐมนตรีมาครับ ถ้าไม่มีรายละเอียดก็แปลว่า มีคนทำผิดมติคณะรัฐมนตรีแน่นอนและมีโทษด้วยครับ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๔ กำหนดหลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญ และตรวจสอบความพร้อมด้านต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีอยู่ ๓ หลักเกณฑ์ ท่านประธานครับ กรรมาธิการได้ไปซักไหมครับเรื่องนี้ ๑. หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการ เพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อที่ ๑ มีความพร้อมของแบบรูปรายการและประมาณราคา พร้อมทั้งแสดงสถานที่ก่อสร้าง ให้ชัดเจน ไหนครับ แสดงสถานที่ก่อสร้างให้ชัดเจน ถ้าไม่มีแปลว่ามีคนทำผิดมติ ครม. ครับ และนี่คือเงินภาษีประชาชนครับ เป็นหน้าที่ของสภานี้ที่ต้องดำเนินการกับคนซึ่งทำผิดมติ คณะรัฐมนตรี ข้อ ๒ มีข้อมูลแสดงระดับความเสียหาย เสียหายทั้งหมด ๘๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์

ข้อที่ ๒ ครับ หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและ ตรวจสอบความพร้อมด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม มีข้อมูลแสดงระดับความเสียหายด้าน เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน มีการแสดงประโยชน์ของโครงการ อย่างชัดเจน มีรายละเอียดแผนการดำเนินงานที่แสดงถึงรายละเอียด สถานที่ กิจกรรม ปริมาณ กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และหน่วยงานที่รับผิดชอบไหนครับ กรรมาธิการต้องเอา รายละเอียดมาแสดงกับสภานี้นะครับ ถ้าท่านไปทำงานตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ใครก็ตามที่ไม่ให้รายละเอียดนี้แปลว่าขั้นตอนการทำงาน โครงการนี่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาได้อย่างไรครับ ถ้าไม่มีรายละเอียดแผนงานต่าง ๆ ในการ ใช้จ่ายเงินงบประมาณ ผมถึงบอกว่าปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่มันน้อยไปถ้าที่รับมาขณะนี้นะครับ นอกจากนั้นครับ

หลักเกณฑ์ข้อที่ ๓ มันมีโครงการประเภทหนึ่งครับ ซึ่งท่านอนุมัติเงินไปแล้ว ในรอบแรกครับ ๒๐,๑๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ คือโครงการประเภทเช่นนะครับ อาชีวะบำบัดเพื่อสรรสร้างคุณภาพชีวิต และกำลังใจ เป็นการฝึกอาชีพระยะสั้น ๕ วัน ๑๘๐ ล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการประทานโทษ เอ่ยนามอีกครั้ง คุณผ่องศรีก็ต้องข้อสังเกตว่ามันซ้ำซ้อนกันหรือไม่กับโครงการในงบปกติ ซึ่งถ้ากลับไปค้นดูในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมีหลายโครงการ ที่เป็นการฝึกอาชีพในลักษณะเดียวกัน หรือโครงการประเภทที่มีการไปฝึกอาชีพให้กับ ท่านใช้คำว่า ผู้ประสบภัยที่มีความเปราะบาง ซึ่งกระผมก็สงสัยนะครับว่าหมายความว่า อย่างไร มีการให้เงินไปจัดทีมปฏิบัติการออกไปบริการทำความสะอาด ๑๔ ล้านบาทนะครับ ของกระทรวงศึกษาธิการ มีการให้เงินสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไปอีก ๑๗ ล้านบาท เป็นโครงการช่วยเหลือสัตว์และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยด้านสัตวแพทย์ มีให้ กระทรวงศึกษาธิการไป แล้วก็เป็นข่าวนะครับว่ารัฐมนตรีค่อนข้างจะหงุดหงิดว่าได้ไม่ครบ คือให้ไปรอบแรกนี่ ๔๐๐ กว่าล้านบาท โครงการประเภทนี้มันมีหลักเกณฑ์เป็นมติ ครม. วันที่ ๒๒ พฤศจิกายนครับบอกว่า หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญ และตรวจสอบความพร้อมด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ข้อที่ ๑ สำคัญที่สุดครับ มีข้อมูลปริมาณ และสถานบุคคล หรือครัวเรือนของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ มีการแสดงประโยชน์ มีรายละเอียดสถานที่กิจกรรม โครงการ ปริมาณกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และหน่วยงาน รับผิดชอบ มีไหมครับ หรือกรรมาธิการจะบอกว่า ๑๐ แผ่นนี้พอแล้ว กับภาษีประชาชน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ มาแสดงท่านผ่านให้ได้หรือครับ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แรกนะครับ ความจริงแล้ว ครม. มาถึงวันนี้อนุมัติเพิ่มเติมมาอีก ๒ รอบนะครับ รอบ วันที่ ๑๒ ธันวาคมนี่ท่านอนุมัติไป ๒๐,๑๑๐.๕๕ ล้านบาท แล้วแยกเป็นแต่ละอันนี่ครับ กระทรวงคมนาคมได้ไปสูงสุดตามที่เป็นข่าว วันที่ ๒๗ ธันวาคม ท่านอนุมัติเพิ่มเติมอีกครับ ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ท่านอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไป ๑๐,๘๙๕.๙๑ ล้านบาท ให้กระทรวงมหาดไทยไปอีก ๒๘๓.๕ ล้านบาท ที่สำคัญที่สุดครับ วันนี้ ครม. อนุมัติ เพิ่มอีก ๑๑,๐๒๖.๖๐๗ ล้านบาท เป็นด้านคมนาคมขนส่ง ๕,๖๙๓ ล้านบาท สถานศึกษา ๑,๓๗๙ ล้านบาท แหล่งน้ำและระบบชลประทานอีก ๓,๒๐๑ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลที่แล้ว ฝ่ายค้านขณะนั้นคือคนที่เป็นรัฐบาลชุดนี้ซักไซ้ไล่เลียงแล้วจับผิดได้ ๑ รูป บอกว่ารูปมันเหมือนกันไปตรวจสอบ ที่สุดคณะกรรมาธิการที่สภาตั้งไปเปลี่ยน แต่นี่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ได้กระดาษกลับมา ๑๐ แผ่น นี่คือปัญหาที่จะต้องตั้งประเด็นกัน ต่อไปว่า ถ้าคณะกรรมาธิการจะอ้างว่ามีเวลาน้อย เอาแค่เฉพาะวันที่ ๑๒ ธันวาคมที่ ครม. อนุมัตินี่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๕๕ ชุดนี้ยังทำงานอยู่ครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณชุดนี้ยังทำงานอยู่ครับ ถ้าเป็นไปตามมติ ครม. วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน แปลว่าทุกโครงการมีแบบรูปรายการ มีการแสดงจำนวนสถานที่ กิจกรรม ปริมาณทั้งหมดครบถ้วนพร้อมเพรียง อย่างนี้ได้ไหมท่านคณะกรรมาธิการครับ สภายังไม่ได้ ผ่านงบประมาณวาระที่สอง วาระที่สาม ถ้าเราปฏิญาณตนในสภาผู้แทนราษฎรนี้ต่อหน้า เบื้องพระบรมสาทิสลักษณ์ เราพูดถึงการรักษาประโยชน์ประชาชน ท่านเอารายละเอียดมา ให้สภาได้ไหมครับ เอาแค่ ๒๐,๑๑๐.๕ ล้านบาทมาก่อน ถ้าเป็นไปตามมติ ครม. จริง ๆ แล้ว มติ ครม. ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนทำตามนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ ต้องมีรายละเอียดของ ทุกโครงการใน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่อนุมัติตามหลังมาอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี วันนี้อีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ดี สภามี คณะกรรมาธิการสามัญที่ติดตามงบประมาณอยู่แล้วก็ไปตามกันตรงนั้นได้ แต่เฉพาะตรงนี้ผมว่า มันไม่ได้ และรวมทั้ง ๓ ยอดนี้แล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท รวมประมาณแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทละครับ อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ประทานโทษเอ่ยนาม คุณจุติได้พูดถึง ใครจะไปไว้วางใจได้ละครับ แค่งบบริจาค ศปภ. ซึ่งผมต้องถามต่อเหมือนกัน เพราะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ต้องพิจารณางบประมาณที่ ไปจากงบกลางด้วย มีการอนุมัติงบประมาณให้ ศปภ. ซึ่งเพิ่งถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเมื่อ ปลายเดือนพฤศจิกายน เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไรครับ กับแค่ของบริจาคยัง มีปัญหาเลยครับ นี่เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภาษีประชาชนครับ กรรมาธิการถามไหมครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเฉพาะงบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก้อนที่ ๑ ก่อน วันที่ ๑๒ ธันวาคม กรรมาธิการชุดนี้ยังทำงาน เป็นไปได้ไหมครับ ขอรูปแบบรายการ รายละเอียดของโครงการที่อนุมัติในทุกโครงการ ถ้ารัฐบาลและกรรมาธิการโปร่งใสพอ แต่ถ้าให้กับสภานี้ไม่ได้ ผมว่าตั้งข้อสังเกตไว้เลยครับ เรื่องนี้ที่สุดจะนำไปสู่การตรวจสอบของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. สตง. หรือสภาผู้แทนราษฎร และอาจจะต้อง นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้ามีการทุจริตที่ไปเกี่ยวข้องกับคนซึ่งมีความเกี่ยวข้องจริง ๆ ผมต้องทวงถามเรื่องนี้ครับ เพราะรัฐบาลประกาศเรื่องธรรมาภิบาลมาแต่ต้น ที่สำคัญ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้ไปซักไหมว่าในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปจ่ายเรื่อง เงินเยียวยาเบื้องต้นกับประชาชนครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น มันมีการกำหนดหลักเกณฑ์ การจ่ายที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร เพราะวันนี้ที่ผมตรวจสอบเรื่องจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาท มันมีการปฏิบัติผิดมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ไม่รู้มติ ครม. ไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรือออกมาเพียงแค่อยากให้ เป็นข่าวและข้อเท็จจริงเป็นไม่ได้ หรือเพราะเหตุอะไรก็ตาม มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๘ พฤศจิกายน ท่านประธานครับ มีการอนุมัติงบกลาง ๒๕๕๔ จ่ายให้กับครัวเรือน ในกรุงเทพมหานครที่ถูกน้ำท่วม ทั้งหมดนี้ที่มีการอนุมัติไป ๖๒๑,๓๕๕ ครัวเรือน เป็นเงิน ๓,๑๐๖ ล้านบาท มติ ครม. กล้าหาญชาญชัยมากครับ อนุมัติวันที่ ๘ พฤศจิกายนบอกว่า ให้ช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน ผมนับวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครบ ๔๕ วัน วันที่ ๒๒ ธันวาคม ปี ๒๕๕๔ ผ่านมาแล้วนะครับ วันนี้คือวันที่ ๔ มกราคม ไปดูรายงานของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยลงมาในเว็บไซต์จ่ายได้เพียงแค่ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม เพียง ๘๑,๕๕๐ ครัวเรือน จาก ๖๒๑,๓๕๕ ครัวเรือน มติ ครม. บอกต้องจ่ายให้แล้วเสร็จ ใน ๔๕ วัน กรรมาธิการไปซักเรื่องนี้แล้วจะดำเนินงานต่อไปอย่างไรครับ ความจริงเรื่อง ๕,๐๐๐ บาท เพื่อนสมาชิกพูดกันเยอะครับ แต่ที่หนักกว่านั้นท่านประธานครับ ก็คือการช่วยเหลือจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท นอกเหนือกรุงเทพมหานคร ครับ มีมติคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกันครับ ว่าจะต้องจ่ายให้แล้วเสร็จโดยมีการอนุมัติเมื่อ วันที่ ๖ กันยายน ปี ๒๕๕๔ มีการบอกว่าจะต้องดำเนินการช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ ถึง ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ แปลว่า ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ จบครับ อนุมัติไปทั้งหมด ๒,๒๘๙,๕๖๒ ครัวเรือน เป็นเงิน ๑๑,๔๔๗ ล้านบาท ต่อเนื่องกัน มานะครับ ปรากฏ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ใน ๒,๒๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนี้ จ่ายไปได้เพียง ๕๓๕,๘๐๘ ครัวเรือน คงตกค้างอยู่ถึงประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนครับ ผมถึงบอกว่า ประสิทธิภาพในการทำงานนี้มันส่อ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาลจึงเป็นปัญหา กรรมาธิการได้ซักไซ้ตรงนี้แล้วมีการทบทวนเรื่องของการใช้จ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชนในการปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไรครับ ความจริง มีอีกเยอะครับ แต่จำเป็นจะต้องพูดในช่วงระยะเวลาที่สั้น ๆ เพราะการช่วยเหลือเยียวยา เรื่องอุทกภัยนั้นมีเงินซึ่ง ครม. ไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์เอาไว้ด้วยว่าบ้านพังทั้งหลัง ได้หลังละ ๒๔๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๕,๐๐๐ บาทที่จ่ายเยียวยาเบื้องต้นกับบ้านพังทั้งหลัง ๒๔๐,๐๐๐ บาทนั้น ริเริ่มในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และ ผมนี่ครับ เป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือชุดนั้น เราได้ดำเนินการในเรื่องหลักเกณฑ์ เหล่านี้มา แต่เราคิดระบบการจ่ายไว้ครบครับว่าจะต้องเร็วตรงไหน อย่างไร อันนี้ก็เป็นอีก ประเด็นหนึ่งซึ่งต่อเนื่องกันมาจากเรื่องงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านตั้งไว้ ผมมีประเด็นสั้น ๆ เพียง ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นครับ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มติ ครม. ๒๒ พฤศจิกายน บอกต้องมีแบบรูปรายการแสดงปริมาณจำนวนคน สถานที่ กิจกรรมชัดเจน กรรมาธิการชุดนี้ได้เอกสารมาเพียง ๑๐ แผ่น ผมคิดว่าอย่างนี้อนุมัติไม่ได้ ครับ ๒ วันที่เหลือ คือวันที่ ๕ กับวันที่ ๖ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่ามีโอกาสแล้วผมจะ ลุกขึ้นมาทวงถามกับคณะกรรมาธิการ แล้วขอคำตอบด้วยครับว่าถ้ามติ ครม. เป็นเช่นนี้ กรรมาธิการไม่อยากจะกล่าวหาว่าบกพร่องนะครับ เพราะว่ากรรมาธิการท่านหนึ่งก็ยอมรับ ว่าทำงานตอนดึกแล้ว สมาชิกที่เป็นกรรมาธิการก็เหลืออยู่น้อย ซึ่งผมถือว่าหละหลวมมาก เพราะ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบที่คนจับตามองทั้งประเทศ คนเขาเดือดร้อนนะครับ เขาอยากได้งบไปช่วยเหลือ ใครจะรู้ว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถ้าไม่มีรายละเอียดอย่างนี้ สุดท้ายก็จะเป็นไปตามอำนาจ อำเภอใจทางการเมือง แก้ปัญหาน้ำท่วมก็ไปครั้งหนึ่งแล้ว แล้วเที่ยวนี้จะไปจังหวัดไหนล่ะครับ ไปฐานเสียงใครล่ะครับ ไป ส.ส. พรรคไหนละครับ นี่คือ ปัญหาครับ ที่สำคัญหนักยิ่งไปกว่านั้นคือการทุจริตครับ วันนี้หลายประการที่มีการทุจริตกัน ในช่วงน้ำท่วมนี้ยังสอบกันไม่จบเลยจนเดี๋ยวนี้ แล้วมาซ้ำซ้อนกับเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามันใหญ่มากนะครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมว่าพี่น้องประชาชนก็คงจะมีความ อดทนที่น้อยลงต่อเรื่องของการช่วยเหลือเรื่องอุทกภัยของรัฐบาล ผมขอคำตอบและคำชี้แจง จากกรรมาธิการวิสามัญด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตท่านประธานในรายการมาตรา ๔ เรื่องงบประมาณรายจ่ายงบกลางของ กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณที่ได้จัดตั้งงบประมาณไว้ กระผมได้ขออนุญาต ขอปรับลดงบประมาณไว้ทั้งหมด ๗ เปอร์เซ็นต์ กระผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมมีเหตุผล ในการประกอบเหตุผลที่ผมจะต้องลดงบประมาณไว้ ที่สำคัญเหมือนกับท่านสมาชิกได้พูดถึงในการปรับลดในงบประมาณที่คณะกรรมาธิการได้ไป ศึกษามาครับท่านประธาน เหตุผลก็คือด้วยความเป็นห่วงของสมาชิกที่เราไม่ได้เป็น กรรมาธิการ เราเป็นห่วงก็คือว่าในเมื่อไปดูใน (๒) ค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่กรรมาธิการเป็นห่วง ก็คือการที่จะนำงบประมาณเหล่านี้เข้าไปในการเยียวยาและฟื้นฟูนั้น เริ่มต้นจากการไม่สบาย ใจของสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรกับงบประมาณส่วนนี้ ก็สืบเนื่องจากช่วงที่มีน้ำท่วมก่อน หน้านี้ว่ามีการใช้จ่ายงบประมาณในขณะนั้นส่อว่าไปในทางทุจริตอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ นำเรียนก่อนหน้านี้ กระผมขออนุญาตเรียนด้วยความเป็นห่วงครับ สิ่งที่กระผมเป็นห่วง และต้องการปรับลดเพื่อต้องการที่จะนำเงินงบประมาณให้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง เพื่อเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง พอเวลาไปดูในเนื้อหาและงานที่ทางรัฐบาลได้ของบประมาณมา สิ่งที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สบายใจมากที่สุดก็คือการของบประมาณเป็นแสนล้านบาท ไม่มี ระเบียบและแผนงานที่ชัดเจน ที่สำคัญที่สุดไม่มีรายละเอียดในเนื้องาน ในวิธีการขอ งบประมาณ ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือว่าเมื่อผมได้สอบถามเพื่อน กรรมาธิการที่ไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็ได้นำเรียนให้กระผมได้ทราบว่างบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาททางคณะกรรมาธิการได้มีรายละเอียดจากหน่วยงานแจ้งต่อกรรมาธิการ ก็ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นเงินอีก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่มีเนื้อหาและรายละเอียด ในการที่จะนำเงินงบประมาณไปใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสภานี้ก็มีความเป็นห่วงว่าน่าตั้งข้อสงสัยว่าถ้ามีการปล่อย งบประมาณตัวนี้ออกไปแล้ว ถ้าไม่มีแผนงานอยู่ในมือ สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือการทุจริต อาจจะเกิดขึ้น และมันไม่เป็นผลดีต่อการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลด้วยซ้ำไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ การใช้จ่ายเงินก้อนโตอย่างนี้ผมขออนุญาตเรียนอย่างตรงไปตรงมาครับว่า ถ้าผมจะมองงบประมาณตัวนี้เป็นงบประมาณที่ใหญ่มาก ถ้าจะเปรียบเสมือนงบประมาณ ส่วนนี้ก็เปรียบเสมือนเค้กก้อนโต วันนี้ถ้าไม่มีแผนงานงบประมาณนี้ ผมมีข้อสงสัยว่าเค้กก้อนนี้ กำลังจะมีคนที่จะไปแทะเล็มอยู่ด้วยใช่หรือไม่ นี่เป็นคำถามของสมาชิกด้วยความเป็นห่วงว่า การที่จะนำเงินงบประมาณจำนวนมากเหล่านี้โดยไม่มีแผนงานมาขอจากสภา ขอจาก กรรมาธิการ มันเป็นได้อย่างไร นี่คือความหละหลวม หรือด้วยความตั้งใจที่ต้องการที่จะ ปิดตาสภา ต้องการที่จะปิดตาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งเหล่านี้ทางกรรมาธิการ ได้สอบถามอย่างชัดเจนหรือไม่ อย่างไร กระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องการที่จะทราบว่าในฐานะที่ท่านเป็นสมาชิกที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ในคณะกรรมาธิการ ท่านได้สอบถามเรื่องเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกคนเป็นห่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เป็นห่วงว่าถ้าหาก มีการนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการทุจริตแล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา ต่อการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมย้อนไปดูในวันหนึ่ง ในเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๔ ในขณะที่มีการของบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทจากสภาผู้แทนราษฎรไปช่วยน้ำท่วมในขณะนั้น มี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ได้ตอบคำชี้แจงของสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่สมาชิกได้ซักถามถึง รายละเอียดและแผนงานในขณะนั้นนะครับ การของบประมาณในขณะนั้นสมาชิกในสภา ผู้แทนราษฎรได้ขอรายละเอียดชี้แจงต่อสภา แต่ท่านร้อยตำรวจเอก เฉลิม ตอบอย่างไรครับ ท่านร้อยตำรวจเอก เฉลิม ตอบว่า ถ้าหากสงสัยให้ไปดูในงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้อย่างไรครับ ให้ไปดูในรายละเอียดวันที่จะมาของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีรายละเอียดให้กับสภา วันนี้เป็นอย่างไรครับ ทางกรรมาธิการเองยังตอบต่อสภา ของเราว่า วันนี้รายละเอียดที่ทางรัฐบาลและแผนงานที่ขอไปยังกรรมาธิการเพื่อขอผ่าน งบประมาณนั้น ไม่มีรายละเอียดเหมือนกับรัฐมนตรีเฉลิม ที่เคยอ้างในสภาผู้แทนราษฎรเลย แล้วจะให้พวกผมผ่านงบประมาณเหล่านี้ให้กับฝ่ายบริหารไปดำเนินการได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมเป็นห่วงมากอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า อย่างในกรณี ที่เกิดน้ำท่วมได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติในจังหวัด และบางพื้นที่ บางอำเภอ ไม่ได้ ประกาศเป็นภัยพิบัติ แต่พื้นที่ของเขาได้รับความเสียหาย อย่างเส้นทางการคมนาคม เขาจะ ไม่ได้รับแผนการเยียวยาในการไปบูรณะเส้นทางเหล่านั้นเลยครับ ท่านประธานครับ ผมถาม ท่านประธานผ่านไปถึงทางคณะกรรมาธิการว่า ท่านได้ถามเรื่องเหล่านี้หรือไม่ว่าจะ มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่พื้นที่นั้นไม่ได้มีประกาศเป็น ภัยพิบัติของจังหวัด ท่านมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร ท่านได้ถามในการประชุมของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่สมาชิกเป็นห่วงเรื่อง การจัดสรรงบประมาณวันนี้ เป็นห่วงเพราะว่าก่อนหน้านี้มันเคยมีในการฉาวโฉ่ในเรื่อง การจัดซื้อจัดจ้าง อย่างเช่น ถุงยังชีพ เรื่องส้วม สิ่งเหล่านี้มันเป็นการส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายงบประมาณถ้าหากไม่มีแผนและรายละเอียดอย่างชัดเจน มันก็จะส่อไปในทาง การดำเนินการการทุจริตได้ ประเด็นที่สำคัญมากที่สุดในการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ ในการที่จะนำไปใช้จ่ายงบประมาณ สิ่งที่สำคัญที่สุด สำคัญตรงไหนครับ ผมอยากจะ เรียกร้องไปทาง ป.ป.ช. งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่อย่างไรครับ ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ต้องมาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เหตุผลตรงไหนครับ เพราะผมเป็นห่วงว่าจะมี การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ โดยอาศัยกลุ่มพวกพ้องเดียวกัน และนำเงินงบประมาณรายได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรไปเข้ากระเป๋าของพวกตัวเองโดยมีการฮั้วกัน เหล่านี้เป็นต้นที่พวกผมเป็นห่วงในการใช้จ่ายงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าดู ในเนื้องานจริง ๆ ถ้าเอาเนื้องานมาให้กับสภาผู้แทนราษฎร ให้กับสมาชิกได้แลเห็น คำถาม เหล่านี้จะไม่มีในสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนย้ำไปยังท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการ ว่า สิ่งที่ท่านสมาชิกได้ถามในสภาผู้แทนราษฎรเหล่านี้ ท่านได้ซักถามเพียงพอหรือไม่ ในการทำงาน ในการทำหน้าที่ของท่านในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ ที่ได้รับความไว้วาง ไว้จากสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมถามผ่านไปยังท่านประธานถึงทาง คณะกรรมาธิการ ผมต้องการคำตอบครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะท่าน ประธาน เวลาล่วงเลยเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ดิฉันก็ได้แปรญัตติไว้ตัดงบประมาณของมาตรา ๓ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันคิดว่า ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา จริง ๆ แล้วงบกลางทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่ารายการอื่น ๆ ก็ได้มีการอภิปรายไปแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยมีคนติดใจมากนักดิฉันก็เห็นด้วย สิ่งที่ดิฉันกังวลแล้วก็ติดใจมากก็คือรายการที่ ๒ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟู และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ดิฉันเห็นเขียนชื่อไว้ยาวเหยียดก็อยากจะทวงถาม ว่ามีหลักการ แล้วก็มีสถานที่ มีคณะกรรมการที่จะบริหารเงินจำนวนนี้อย่างไร แค่ไหน อย่างที่มีสมาชิกได้กล่าวไปแล้วว่า เมื่อครั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน ก็ได้มีรายละเอียดแล้วก็มีศูนย์ปฏิบัติการ แล้วก็มีซีดี (CD) ให้สภาได้พิจารณานั้นครั้งที่ขอเงิน งบกลางกลางปี ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นก็แสดงให้เห็นว่าก็สามารถทำได้ แล้วก็ทำได้อย่าง โปร่งใส ก็มีหลายท่านพูดไปแล้วดึก ๆ อย่างนี้ก็คงไม่ต่อว่าอะไรกันมากมายอีกต่อไป เพียงแต่ ดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นว่า ทุก ๆ ครั้งเราก็จะพูดน้ำแล้ง น้ำท่วม หนาว แล้วก็น้ำท่วม ดินถล่ม ดิฉันขออนุญาตท่านประธานหยิบหนังสือพิมพ์สัก ๒ ฉบับว่า ยืนยันให้เห็นว่าภูเขาร้าวแล้วก็ พิษน้ำป่าถล่มร่อนพิบูลย์ชาวบ้านผวาอพยพหนีตาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในช่วง ๒-๓ เดือน หรือ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาแล้วว่า เวลาน้ำป่ามาหรือว่าน้ำท่วมคงมีหลายเหตุผล แต่คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นป่าที่มีป่าต้นน้ำ ทุก ๆ ครั้งที่มีการตัดไม้ทำลายป่าก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วม ดินถล่ม ภูเขาร้าว เห็นได้ชัด ก็คือทางภาคใต้ที่เกิดขึ้นในขณะนี้หลายจังหวัดด้วยกัน ทั้งหลายฉบับของหนังสือพิมพ์ ก็บอกว่าตัดไม้ทำให้น้ำท่วม ถ้าจะยกอีกตัวอย่างหนึ่งท่านประธานก็คงจะจำได้ว่าใน ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา ที่ภูเขาถล่มบ้านเรือนเสียหายมากมายเป็นสิบ ๆ หลังเมื่อครั้งเกิดอุทกภัยวิบัติภัย ที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ท่านคงยังจำได้นะคะ ก็เช่นเดียวกันสาเหตุสำคัญอันหนึ่ง ก็คือว่าการตัดไม้ทำลายป่า เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะโยงเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าทำให้ น้ำท่วม แล้วทำให้เราจะต้องมาแก้ไขเยียวยาฟื้นฟู ในครั้งนี้เป็นอุทกภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้น ในประเทศไทยมาก่อน เพราะฉะนั้นทุกคนก็ให้ความเห็นใจ เข้าใจและสนใจว่ารัฐบาลจะทำ ได้มากน้อยแค่ไหน หลายวิธีการก็ได้พูดไปแล้ว แต่ว่าดิฉันอยากจะนำเรื่องเกี่ยวกับ การเยียวยาฟื้นฟู แล้วก็การป้องกันน้ำท่วมมานำเสนอ ดิฉันอาจจะอภิปรายที่แตกต่างกว่า ท่านอื่น ๆ สักเล็กน้อย ดิฉันอยากจะขออนุญาตขอให้กรรมาธิการรัฐบาลเปิดใจกว้างแล้วก็ รับฟังสิ่งที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไป ด้วยความตั้งใจแม้จะดึกท่านเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ก็อยู่จนตีหนึ่ง ตีสองมาแล้ว ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลในการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะมาแนะนำรัฐบาลอย่างนี้ แต่อย่างไร ก็ตามดิฉันครุ่นคิดอยู่นานเหมือนกันนะคะว่าดิฉันจะแนะนำดีหรือไม่ เพราะว่าดิฉันเห็นแก่ ประเทศชาติ สิ่งที่ดิฉันจะนำเสนอนี้เป็นการแก้ปัญหาแรงงานที่ตกงานหลายแสนคนพร้อม ๆ กันกับสร้างสมบัติแทนคุณแผ่นดิน ดิฉันใช้ทฤษฎีของเคนซึ่งทุกคนคงรู้จักนะคะเป็น ชาวอังกฤษที่ได้คิดทฤษฎีนี้มาเพื่อที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ แล้วก็คนว่างงานมากทีเดียว เขาสรุปได้ ๒ ประเด็นด้วยกันก็คือว่ารัฐต้องเป็นผู้จ้างงาน รัฐจะต้องเป็นผู้ลงทุนจึงจะ แก้ปัญหาการว่างงานและเศรษฐกิจได้ ง่าย ๆ แล้วก็เป็นตัวอย่างที่ทฤษฎีเคนมักจะพูดถึงว่า รัฐบาลจะไปจ้างใครทำงานทำอะไรบ้างเขาคิดไม่ออก ง่าย ๆ ก็คือว่าคนว่างงานก็จ้างให้ขุดถนน ให้ขุดดิน ก็จะมีรายได้ แล้วก็จ้างอีกคณะหนึ่งมาถมถนนแล้วก็มาถมดินเพื่อทำให้คนจำนวนมาก มีรายได้ อันนี้เป็นทฤษฎีคร่าว ๆ แล้วคนมักจะยกตัวอย่างอย่างนี้เสมอ ๆ เขาเป็นชาวอังกฤษ ที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและคนว่างงาน ซึ่งได้ผลในประมาณปี ๑๙๓๐ ดิฉันก็โยงมาว่า เมื่อรัฐตั้งงบประมาณไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีรายละเอียดตามที่ได้พูดไปแล้วว่า มีรายละเอียดบ้าง ต้องไม่ใช่มีรายละเอียดเฉกเช่นที่รัฐบาลที่แล้วได้ทำเป็นซีดีว่าต้องใช้เงิน ประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ยังต้องขอรายละเอียดเพิ่มเติม ต่อไป เพราะฉะนั้นจากเงินจำนวน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันขอมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์คิดไว้ ตั้งแต่ต้น ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะฟื้นฟูเยียวยา ป้องกัน คนมักจะไม่ค่อยพูดถึง การป้องกันความเสียหาย ทฤษฎีของเคน ก็คือรัฐต้องเป็นผู้จ้างงาน แล้วจะจ้างเขาไปทำอะไร คนตกงานตั้งเยอะ ดิฉันเสนอนะคะให้จ้างบุคคลเหล่านี้ไปปลูกป่าต้นน้ำ ทำไมต้องปลูกป่า ต้นน้ำ เพราะว่าน้ำท่วมทุกครั้งก็เพราะว่าไม่มีต้นไม้ยึดดินไว้ ไม่ได้มีต้นไม้ป่าไม้บนป่าเก็บน้ำ ไว้ใต้ดิน มีผู้รู้บอกกับดิฉันว่าในป่าที่สมบูรณ์จะเก็บน้ำฝนได้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่น้ำฝนตกลงมา ระหว่างปีที่ผ่านไปนี้จะระเหยไปประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็จะเหลือน้ำจาก น้ำฝนอยู่ที่ราก ที่ใบไม้ใบหญ้าอยู่ที่พื้นที่มีใบไม้ทับซ้อนกันในป่าเพื่อจะเป็นน้ำค่อย ๆ ไหลลง ห้วย หนอง คลอง บึงให้ประชาชนได้ใช้ ที่ดิฉันพูดมานี่เป็นทฤษฎีแล้วก็เป็นสิ่งที่เป็นความจริง ดิฉันได้ไปพบหมู่บ้านที่จังหวัดเชียงราย ๔ หมู่บ้าน เป็นโครงการที่ดิฉันก่อนจะออกจาก กระทรวงวิทยาศาสตร์ดิฉันได้ของบประมาณไว้ให้ชุมชนบริหารจัดการน้ำที่จังหวัดเชียงรายนี้ คือแม่น้ำแม่ลาว สามารถที่จะมีน้ำใช้ตลอดปี อุปโภคบริโภค แล้วก็ดิฉันได้ไปเยี่ยมเขา ถึงที่หมู่บ้านเขาเลยนะคะ มีหมู่บ้านแม่ลาว หมู่บ้านคุณพระ หมู่บ้านปางมะกาด แล้วก็ ห้วยน้ำกลืน ทั้ง ๔ หมู่บ้านนี้บริหารจัดการน้ำเพราะป่าต้นน้ำเขาสมบูรณ์มาก น้ำนี่ลงมา ไม่รู้จักจบ มีประปาภูเขาสำหรับที่จะให้ประชาชนใช้ได้ตลอดทั้งปีไม่รู้จักจบ แล้วก็สามารถ ที่จะทำไฟฟ้าจากน้ำที่ไหลลงมาให้กับหมู่บ้านเหล่านี้ด้วยนะคะ ดิฉันยกตัวอย่างให้ฟังก็เพื่อที่จะให้รัฐบาลจ้างคนไปปลูกป่าต้นน้ำ เฉกเช่นกับสมัยที่ท่านชวน เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนิพนธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็จากโครงการนี้ก็เป็นต้นแบบอีกต้นแบบหนึ่งที่จะทำให้คนมีงานทำถึง ๓ ปี เนื่องจากว่าปลูกแล้วก็ดูแลต่อเนื่อง ๓ ปี เพราะฉะนั้นคนตกงานก็จะมีรายได้ ๓ ปี แล้วรัฐก็จะได้ป่า คือรัฐได้ป่า ประชาชนได้เงิน นอกจากนั้นก็ยังเป็นการสร้างแหล่งอาหาร ให้กับประชาชนได้อย่างมั่นคง เป็นการชะลอภาวะโลกร้อน เป็นการทำให้ฝนฟ้าตกต้อง ตามฤดูกาลอย่างที่ดิฉันได้เล่าให้ฟังไปแล้วนะคะ ที่สำคัญที่สุดถ้ามีป่าฟื้นคืนมาเหมือนกับ สมัยที่ดิฉันเป็นเด็ก ป่าไม้ของประเทศไทยมีประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศไทย ดิฉันจึงติดใจเพราะว่าเป็นคนบ้านนอก ว่าถ้ามีป่าเราก็จะมีอาหาร มีความเป็นอยู่ ฝนฟ้าตกต้อง ตามฤดูกาล แต่สำคัญที่สุดเมื่อคนตัดไม้ทำลายป่าจนปัจจุบันเหลือประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ประเทศไทยแล้ว น้ำจึงท่วมอย่างรุนแรง แล้วก็พอไม่ท่วมก็แล้ง ไม่แล้งก็หลาก เพราะฉะนั้นการนำเสนอครั้งนี้ดิฉันจึงมั่นใจว่ากรรมาธิการช่วยกรุณานำไปคิดนะคะ แล้วก็ ขอให้รัฐบาลใจกว้างใช้เงิน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังไม่มีโครงการมาพิจารณาทำโครงการนี้ สำคัญที่สุดก็คือป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำหลาก แก้ปัญหาการพังทลายของ ดินโคลนถล่ม ถ้านำเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ดิฉันขอตัดไว้ไปทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ดิฉันคิดว่า เราจะแก้ปัญหาในระยะสั้น ระยะยาว แล้วก็เป็นความยั่งยืนที่ไม่ใช่เป็นการจ้างงานแล้วก็ สูญเปล่า จ้างงานแล้วก็ยังมีทรัพย์สมบัติแทนคุณแผ่นดินร่วมกันอีกประการหนึ่งด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ วันนี้ผมว่าพิจารณามาพอสมควรแล้วนะครับ ขอเลื่อนการประชุมไปพรุ่งนี้ครับ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ

พักประชุมเวลา ๐๐.๐๕ นาฬิกา

ของวันพฤหัสบดีที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกา

ของวันพฤหัสบดีที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เมื่อวานที่ประชุมได้พิจารณาถึงมาตรา ๔ นะครับ ประธานของที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม โดยเลื่อนมาพิจารณาต่อในวันนี้ ผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

เชิญท่านสมาชิก ที่จะอภิปรายต่อ เชิญท่านนาที รัชกิจประการ ครับ ท่านนาทีครับ เชิญครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ดิฉัน เป็นคนหนึ่งที่สงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ ในเรื่องของงบกลาง ๔๒๐,๖๐๑,๑๒๗,๐๐๐ บาท ในประเด็นเงินชดเชยงานก่อสร้างค่ะ ซึ่งปีนี้งบประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ดิฉันขอปรับลดไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๖๒ ล้านบาท ซึ่งเหตุและผลของดิฉันในเรื่องของการปรับลด ในส่วนเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างมี ๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ถ้าเราสังเกตเมื่อปี ๒๕๕๔ เงินชดเชยค่างานก่อสร้างนะคะ ท่านประธานจะมี ๒,๗๕๐ ล้านบาท แต่สำหรับปี ๒๕๕๕ เงินลดลง ก็คือ ๒,๗๐๐ ล้านบาท อันนี้ ในความคิดดิฉันคิดว่าในเมื่อเราตั้งงบลดลงจากปีที่แล้ว เงินน่าจะเหลืออยู่ เพราะฉะนั้น เหตุผลของดิฉันในการที่จะปรับลด ๗ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้เนื่องจากงบค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง ๒,๗๐๐ ล้านบาท ดิฉันไปตรวจดูเอกสารในหลาย ๆ ที่ ทั้งทางที่เขาจัดให้ ปรากฏว่า ในรายละเอียดไม่มีเลย เพราะฉะนั้นในเรื่องของวัตถุประสงค์การชดเชยงานก่อสร้างตรงนี้ก็คือดิฉันไม่เห็นเลยว่า วัตถุประสงค์ของการชดเชยมันมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเมื่อประเด็นแรกไม่มีวัตถุประสงค์ ของเงินชดเชยแล้วนะคะดิฉันก็เลยคิดว่าตรงนี้เราจะไปเอาข้อมูลจากไหน ก็ฝากในเรื่องของ กรรมาธิการด้วยนะคะ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอรายละเอียดด้วยว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของเงินชดเชย เขามีวัตถุประสงค์อย่างไร

แล้วสิ่งสำคัญที่สุดเหตุผลข้อที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็คือในเรื่องของการ กำหนดกลุ่มเป้าหมายด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราจะชดเชยมันมีในประเด็นไหนบ้าง กลุ่มเป้าหมายเขาเป็นใคร ที่ไหน อย่างไร ดิฉันก็อยากจะทราบตรงนี้ด้วย

สุดท้ายประเด็นที่ ๓ ที่ดิฉันอยากจะฝากถามในเรื่องของกรรมาธิการ ก็คือ หลักเกณฑ์ด้วยว่าการกำหนดหลักเกณฑ์เวลาท่านชดเชย เวลาจะเบิกเงินงบกลางส่วนนี้ ท่านเอาหลักเกณฑ์ตรงไหนมาใช้ในการชดเชย ซึ่งในงบกลางตรงนี้ยอดจริง ๆ มัน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมี ๑๒ รายการ แต่สำหรับรายการดิฉันเองซึ่งเมื่อวาน อุตส่าห์รอถึงเที่ยงคืน สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านส่วนใหญ่ท่านจะพูดถึงในเรื่องของ การเยียวยา ฟื้นฟู แต่สำหรับของดิฉันในเรื่องของการชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างตรงนี้ มันมี ประเด็นตรงไหนที่เราสามารถเบิกงบกลางตรงนี้มาใช้ได้ ก็ขอฝากใน ๓ ประเด็นค่ะ

ประเด็นแรก ก็คือการกำหนดวัตถุประสงค์ว่าเรากำหนดอย่างไร ถึงจะ เบิกงบนี้ได้

แล้วข้อสำคัญที่สุดก็คือกลุ่มเป้าหมายว่าเราจะชดเชยค่าก่อสร้างตรงนี้ กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร

แล้วประเด็นสุดท้ายที่อยากจะฝาก จริง ๆ ก็คือในเรื่องของหลักเกณฑ์ ของดิฉันถือว่าจาก ๒,๗๐๐ ล้านบาท ที่ขอปรับลด ๗ เปอร์เซ็นต์ น้อยมาก แค่ ๑๖๒ ล้านบาทเอง

แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะทราบและอยากจะได้รายละเอียด ก็ขอความกรุณา ให้ท่านกรรมาธิการช่วยตอบนิดหนึ่งว่า ๓ ประเด็นที่ดิฉันฝากไว้ว่ามันมีอย่างไร แล้วก็ จากเหตุผลทั้ง ๓ ประเด็นนี้ ตัวดิฉันเองก็เลยขอปรับลด ๗ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของงบกลาง ในเรื่องของเงินชดเชยค่าสิ่งก่อสร้างจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ในมาตรา ๔ ซึ่งในมาตรา ๔ มีทั้งหมด ๑๒ วงเล็บ ซึ่งทั้ง ๑๒ วงเล็บ ผมได้แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน ทั้ง ๑๒ วงเล็บมีงบประมาณรวมกัน ๔๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๑๒ วงเล็บในส่วนที่ ๑ ผมเห็นด้วยที่จะให้คงไว้ตามร่างเดิม เช่น (๑) (๔) (๕) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) เพราะว่าในวงเล็บที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วเป็นการปรับเงินเดือน เป็นการเพิ่ม บำเหน็จบำนาญ เป็นค่ารักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ผมเห็นด้วยที่จะให้คงไว้ตามร่างเดิม

ส่วนที่ ๒ ผมเห็นควรให้ปรับลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คือใน (๒) กับ (๖) โดยเฉพาะ ใน (๒) และ (๖) ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณโดยไม่คำนึงถึงว่าขณะนี้ประเทศเรากำลังผจญอยู่กับ วิกฤติอะไร แล้วเราจะเดินฝ่าวิกฤตินั้นไปได้อย่างไร และต่อไปนี้เราจะร่วมกันแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศเราไปอย่างไร งบประมาณใน ๒ วงเล็บดังกล่าวไม่สอดคล้องกับ วิกฤตการณ์ของประเทศที่ดำรงอยู่ในขณะนี้

และอีกประการหนึ่งที่กระผมขอปรับลดจำนวน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะ กระผมเห็นว่าในวงเล็บดังกล่าวหากสภา หากพวกเราอนุมัติไปอาจจะมีข้อครหาส่อทุจริตได้ เฉกเช่นเดียวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งพวกเรา ก็รับทราบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว ผมจึงมีความเห็นว่าควรปรับลดลงสัก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับ ๒ วงเล็บดังกล่าว แต่กราบเรียนท่านประธานว่าสำหรับ (๓) ในความเห็นส่วนตัวคือค่าใช้จ่ายตามโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผมคิดว่าควรเพิ่มครับท่านประธาน ที่กระผมเห็นว่าควรเพิ่ม เพราะว่าทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้สำหรับโครงการพระราชดำริเพียง ๒,๓๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าวันที่ ๕ ธันวาคมปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๔ มีการรวบรวมโครงการ พระราชดำริ โครงการแนวพระราชเสาวนีย์ทั้งหมดปรากฏว่า ๓,๐๐๐ กว่าโครงการที่มีอยู่ ในขณะนี้ ถ้าอย่างนั้นเฉลี่ยแล้วงบประมาณชุดนี้กรรมาธิการจัดสรรให้กับโครงการ พระราชดำริเพียงโครงการละไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ผมเอาจำนวนโครงการหารกับ งบประมาณที่ทางกรรมาธิการงบประมาณได้จัดสรรให้นะครับ โครงการละไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นไปได้อย่างไรครับ ทั้ง ๆ ที่โครงการพระราชดำริครอบคลุมทุกปัญหา ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ เรามีแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เรามีแนวทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ ปัญหาทางสังคม ปัญหา การพัฒนาประเทศเราก็มีโครงการพระราชดำริครอบคลุมอยู่ สังเกตได้ครับว่ายามใด ที่บ้านเมืองมีปัญหาเราเรียกร้องพระองค์ เราเรียกร้องโครงการพระราชดำริเสมอ แต่ทำไม ท่านให้งบประมาณแค่นี้ครับ

๒. ทั้ง ๆ ที่โครงการพระราชดำริครอบคลุมทุกพื้นที่ มีเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ภาคใต้ แล้วประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ยังมี โครงการพระราชดำริไปอยู่ด้วย ผมจึงคิดว่าในพื้นที่ใดที่มีปัญหาในประเทศเราจะมีโครงการ พระราชดำริไปคอยเยียวยาดูแลอยู่เสมอนะครับ และกราบเรียนท่านประธานว่า ในทุกภัยพิบัติธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง วาตภัย รวมทั้งไฟป่า เราก็ยังมีโครงการ พระราชดำริที่เข้าไปดูแลแก้ไขสถานการณ์ภัยพิบัติเหล่านั้นอยู่เสมอ ผมสรุปกับท่านประธาน ได้ว่าโครงการพระราชดำริมีตั้งแต่ยอดภูเขาจนถึงท้องทะเล เกษตรที่สูง เกษตรโครงการหลวง บ้านเล็กในป่าใหญ่ ฝายแม้ว อ่างเก็บน้ำ คลองส่งน้ำ ไปจนถึงปะการังเทียม จากยอดดอย จนถึงในทะเลมีโครงการพระราชดำริทั้งสิ้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าปรับลด งบประมาณในส่วนที่ผมพูดแล้ว ๕-๖ วงเล็บนั้นมาเพิ่มให้กับ (๓) โครงการพระราชดำริเถอะครับ เพราะว่าหลายโครงการไม่เพียงแต่คนไทยได้รับประโยชน์ แต่หลายโครงการได้รับรางวัล ระดับโลก หลายโครงการได้รับการชื่นชมจากทั่วโลกครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการฝนหลวง กังหันชัยพัฒนา หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โครงการหลวงสำหรับการแก้ปัญหายาเสพติด ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้กรรมาธิการได้ทบทวนการปรับลดงบประมาณ ในครั้งนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าโครงการพระราชดำริที่ผมได้กล่าวถึง ผมเพียงยกตัวอย่าง เสี้ยวหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าโครงการพระราชดำริมีถึงประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าโครงการแล้วได้รับงบประมาณครั้งนี้เพียง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการละ ไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท น้อยมาก ผมจึงมีความเห็นว่าควรปรับลดงบประมาณใน (๒) กับ (๖) แล้วก็เพิ่มให้ใน (๓) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้งคำถามกับคณะกรรมาธิการ เพื่อที่จะหาคำตอบ

คำถามที่ ๑ ดูในมาตรานี้แล้ว ดูเป็นโครงการพระราชดำริไม่กระทบอะไร แต่ถ้าไปดูรายละเอียดจะพบว่าโครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริที่ตั้งมาไม่มากครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านตัดทำไมถึง ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าประเทศเรากำลังต้อง จัดระบบนิเวศใหม่และต้องใช้แนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาจัด เราจะเอาป่าไว้อย่างไร เอาป่าไว้ที่ไหน เพิ่มป่าอย่างไร น้ำควรจะอยู่อย่างไร บริหารจัดการ อย่างไร ที่ลุ่มยังควรจะให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมอยู่หรือไม่ ยังเป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ ที่สูงเราควรจะให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมหรือไม่ แนวคิดพระราชดำรินี้มีอยู่แล้ว โครงการนี้ครับ เป็นโครงการที่จะนำแนวคิดพระราชดำริมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ท่านตัดทำไม ตัดถึง ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกโครงการหนึ่งครับ ผมถามกรรมาธิการว่า ท่านปรับลดทำไม โครงการค่าใช้จ่ายเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาป่าตามแนว พระราชดำริ ตั้งไว้ ๗๖ ล้านบาท ท่านตัดไปส่วนหนึ่ง ตัดทำไมโครงการอย่างนี้ แนวพระราชดำริให้ปกป้องพื้นที่ป่าที่อยู่ชายแดนไทย-มาเลเซีย สภาแห่งนี้ก็มีการอภิปรายกันหลายครั้ง ว่าป่าผืนไทย มาเลเซีย ป่ามาลา-ฮาลา ป่าโตนงาช้าง และอุทยานแห่งชาติทะเลบัน เป็นป่า ที่ผลิตน้ำป้อนทั้ง ๒ ประเทศ ตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ตอนใต้ของประเทศไทย ตัดทำไมครับ โครงการเหล่านี้ท่านไม่ควรตัดเลยนะครับ และผมกราบเรียนครับว่าโครงการดี ๆ หลายโครงการ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภาคภูมิใจ เช่น โครงการห้วยฮ่องไคร้นี่ ทำไม ไม่เพิ่มครับ ที่ผมบอกว่าพระองค์ท่านภาคภูมิใจ เพราะว่าผมเห็นมาตลอดว่า มีราชอาคันตุกะมาในอดีต ครั้งใดท่านชวนเสด็จไปที่นี่ทุกครั้งละครับ แต่วันนี้ห้วยฮ่องไคร้ ถูกทอดทิ้ง งบประมาณทิ้งห้วยฮ่องไคร้ได้ ทั้ง ๆ ที่ห้วยฮ่องไคร้เป็นต้นแบบทั้งหมด เรื่องปศุสัตว์ เรื่องต้นน้ำ เรื่องเกษตร เรื่องยาเสพติด เรื่องสังคม แต่งบประมาณที่ห้วยฮ่องไคร้ได้ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของพืชสวนโลก ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของไนท์ซาฟารี มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

สุดท้ายผมถามว่าท่านปรับลดโครงการค่าใช้จ่ายสนับสนุนภายใต้โครงการ สายใยรักแห่งครอบครัวที่ตั้งไว้ในกรมอุทยานทำไม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสังคมไทยในระบบครอบครัว เป็นระบบที่มีปัญหาที่สุด ปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าระบบครอบครัวเป็นที่เริ่มต้น ในการแก้ปัญหาทุกปัญหา แม้แต่ปัญหาด้านป่าไม้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านปรับลดทำไมครับ ท่านรู้ไหมว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวเป็นของใคร ผมได้ไป ร่วมกิจกรรมกับโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวหลายครั้งด้วยความภาคภูมิใจในฐานะ พสกนิกร ท่านเพิ่มมาเถอะครับ ให้กำลังใจกับคนริเริ่มโครงการนี้ ท่านไปปรับทำไม แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านไม่เพิ่มท่านก็ยืนไว้ในร่างเดิมได้เป็นพลังใจในฐานะเราเป็น พสกนิกร ให้โครงการนี้ได้ประสบความสำเร็จว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ไม่เพียงแต่ แก้ปัญหาสังคม โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวยังแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วย กรรมาธิการต้องตอบคำถามนี้ให้กับกระผม กรรมาธิการต้องตอบ คำถามนี้ให้กับพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศได้รับทราบว่า ท่านมีเหตุผลอะไร ตัดโครงการ พระราชดำริ ๓ โครงการที่ผมกราบเรียนแล้ว และโดยเฉพาะโครงการสายใยรัก แห่งครอบครัว ซึ่งสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมขออนุญาตปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับ (๒) และ (๖) และขอให้คง (๑) (๔) (๕) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) ไว้ตามร่างเดิม และควรเพิ่ม (๓) โครงการพระราชดำริ ตามที่ ผมอภิปรายมาแต่ต้นครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านภิรพล ลาภาโรจน์กิจ

นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้ขอแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในมาตรา ๔ ในส่วนของงบกลางนั้น ผมได้ขอปรับลดงบประมาณในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟู และป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการ และในส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผล ที่ผมได้ขอเสนอปรับลดนั้น ก็สืบเนื่องมาจากว่างบประมาณในส่วนนี้ไม่มีรายละเอียดของ แผนงาน และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ซึ่งผมก็เกรงว่ารัฐบาลจะนำเงินงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้จ่ายอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็น มืออาชีพ ที่สำคัญนำงบประมาณนี้ไปใช้อย่างไม่โปร่งใส โดยนำงบประมาณนี้ไปใช้ ในโครงการที่ไม่จำเป็นเหมือนดั่งเช่นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครที่ไม่ถูกหลัก ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญอาจทำให้ประชาชน เกิดหนี้เป็นจำนวนมหาศาล ท่านประธานครับ จากการศึกษาร่างของคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้น ผมก็ ไม่เห็นว่าคณะกรรมาธิการได้ตัดงบประมาณในส่วนนี้แต่อย่างไร ดังนั้นผมก็ขอเรียนถาม คณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานสภาว่า

ประเด็นที่ ๑ งบประมาณใน ๒ ส่วนนี้ ที่ไม่ได้มีการพิจารณาตัดงบประมาณนั้น ท่านได้รับรายละเอียดและแผนงานที่ชัดเจนหรือไม่ อย่างไร และที่สำคัญแผนงานดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่ เพราะว่าในรายงานที่ผมได้รับจากทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญผมก็ไม่เห็นแผนงานและวัตถุประสงค์ของงบประมาณในส่วนนี้

ประเด็นที่ ๒ จากเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคใต้เมื่อช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา ท่านประธานเชื่อไหมครับชาวอำเภอหาดใหญ่ ไม่มีใครคิดหรอกครับว่าน้ำจะท่วม เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงไปอำเภอหาดใหญ่ เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม เพื่อไปเตรียมการรับมือน้ำท่วม แต่ผมก็คงไม่สามารถที่จะโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ เพราะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภัยธรรมชาติไม่เหมือนกับน้ำท่วม ในกรุงเทพมหานคร แต่ที่ผมอยากจะเรียนถามนั่นก็คืองบกลางในส่วนนี้ได้มีการเตรียมการ จัดสรรงบประมาณสำหรับการเยียวยา ฟื้นฟูพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วมหรือไม่ในพื้นที่ภาคใต้ และที่สำคัญธุรกิจหลาย ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ท่านจะมีมาตรการในการช่วยเหลือภาคธุรกิจอย่างไร ถ้ายังไม่มีงบประมาณที่จะช่วยเหลือ ท่านจะนำงบประมาณในส่วนไหนมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจทางภาคใต้ ที่เพิ่งจะประสบปัญหาน้ำท่วม

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถือเป็น ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ สามารถ เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมให้กับประเทศปีละ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งท่วมเพียง ๑-๒ วัน ท่านประธานทราบไหมครับทำให้เศรษฐกิจ เสียหายไปหลายร้อยล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจโรงแรมมีการยกเลิกการจองเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้สูญเสียรายได้ไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านบาทเป็นต้น ดังนั้นผมก็อยากจะทราบว่าท่านจะมี แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการในเขตอำเภอหาดใหญ่บ้านผมได้อย่างไร เหมือนดั่งเช่นนโยบายที่ท่านต้องการที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการทั่วประเทศ ในเมื่องบประมาณจำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะนำไปใช้ในโครงการบรรเทา อุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ คือการเพิ่มประสิทธิภาพ คลองระบายน้ำ ร. ๑ ไม่ได้รับการพิจารณาจัดสรร ซึ่งผมคิดว่าเงินจำนวนแค่ ๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากครับกับการลงทุน เพราะจะสามารถป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับ เมืองหาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักเมืองหนึ่งของประเทศ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผล ที่ผมได้ขอตัดลดงบประมาณลงไปจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และผมก็ขอให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอัญชลี วานิช เทพบุตร

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ภูเก็ต 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิช เทพบุตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ในมาตรา ๔ งบประมาณรายจ่าย งบกลาง ซึ่งเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ ๔๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้นะคะ ดิฉันเองได้ขอแปรญัตติตัดลดงบประมาณไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๒) ท่านประธานคะ เกี่ยวกับในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่ดิฉันขอตัดลดงบประมาณในมาตรานี้ ดิฉันคงจะมีเหตุผลอยู่ด้วยกัน ๒-๓ ประการค่ะท่านประธาน

ประการแรกก็คือในเรื่องความโปร่งใสซึ่งพวกเราทราบกันดีว่าสำหรับงบกลาง นั้นเป็นงบที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติหรือให้ ความเห็นชอบ เกือบจะเรียกได้ว่าแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้ว่าการผ่านโครงการต่าง ๆ นั้นจะผ่าน โดยความเห็นชอบของ ครม. เองก็ตาม หรือในบางโครงการนั้นเพียงแต่ท่านนายกรัฐมนตรี เห็นชอบแล้วก็ผ่าน ครม. เพื่อทราบ อย่างนี้ก็มีให้เห็นอยู่เป็นปกตินะคะ แต่การตั้งงบกลาง ไว้เป็นจำนวนเงินสูง ๆ ขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันเข้าใจ ว่านายกรัฐมนตรีโดยปกตินั้นจะไม่ค่อยนิยมทำกันเท่าไรนักเพราะว่าจะเกิดข้อครหาได้ ในเรื่องของความโปร่งใสและการตรวจสอบที่รอบคอบ จริง ๆ แล้วเมื่อตอนที่มีการอภิปราย งบประมาณในวาระแรก ท่านผู้นำฝ่ายค้านคือท่านอภิสิทธิ์ได้ฝากข้อสังเกตในเรื่องเหล่านี้ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงบกลางในการพิจารณาการเยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยนั้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นหากในระหว่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ กำลังพิจารณาอยู่และทางกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้ขอโครงการมาในภาคปกติแล้ว ก็อยากจะให้แปรญัตติกลับมาอยู่เข้ากับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ในคราวเดียวกัน เพื่อคณะกรรมาธิการจะได้ช่วยกันพิจารณาแทนสภาผู้แทนราษฎรของเราไปในชั้นหนึ่งก่อน แต่ก็ปรากฏว่ายอดของเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ปรากฏว่าจะให้ผ่านสายตาของท่าน คณะกรรมาธิการมาก่อนแต่อย่างใดนะคะ ครั้นเรามาขอในรายละเอียดดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ ทางท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ใช้ความละเอียดรอบคอบของบประมาณในส่วนนี้ที่ผ่านมติ ครม. มาแล้ว ปรากฏว่าที่ได้มา ที่อยู่ในมือดิฉันเองก็จะมีเพียง ๒ ยอดเท่านั้นค่ะ ยอดแรก ก็จะเป็นยอดที่ผ่านมติ ครม. ไปเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ประมาณ ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท แล้วอีกยอดหนึ่งก็จะเป็นยอดประมาณ ๙,๕๕๘ ล้านบาทค่ะ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ ว่ามันแบ่งออกเป็น ๒-๓ ประเภท ถ้าเป็นไปตามเอกสารที่ได้รับก็คือใน ๑๒ กระทรวง โดยประมาณก็จะมีประเภทแรกก็คือประเภทที่หน่วยราชการขอมา แต่กรอบวงเงินที่ ครม. ให้ มีจำนวนเท่ากันค่ะ ยกตัวอย่างเช่นในกระทรวงแรงงานเป็นต้น ๖๐๖ ล้านบาท ที่คำขอ ส่วนราชการขอมาทางมติ ครม. ก็อนุมัติไป ๖๐๖ ล้านบาทค่ะ อย่างกระทรวงวัฒนธรรม ทางคำขอส่วนราชการขอมา ๕๘๔ ล้านบาทโดยประมาณ ทาง ครม. อนุมัติกรอบไว้ให้ ๑,๕๑๘ ล้านบาทอย่างนี้เป็นต้น มาดูในรายละเอียดก็จะมีของกรมศิลปากรซึ่งบูรณะ โบราณสถานบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งดิฉันก็คิดว่าเหมาะสมนะคะ เขาขอมา ๒,๕๐๖ ล้านบาท แล้วก็อนุมัติไป ๒,๙๖๐ ล้านบาทอย่างนี้เป็นต้นนะคะ แล้วก็มีในส่วนต่าง ๆ โครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานต่าง ๆ คำขอส่วนราชการขอมา ๕๓๗ ล้านบาท แล้วก็อนุมติไป ๑,๔๗๐ ล้านบาท ในส่วนที่ยังมีการเกินคำขอดิฉันเข้าใจว่าอาจจะเผื่อไว้สำหรับ โครงการต่าง ๆ ในรายละเอียดที่เข้ามาเป็นระยะ ๆ ซึ่งตรงนี้ส่วนที่เขาให้รายละเอียดมาแล้ว จริง ๆ ถ้าปรับงบประมาณกลับไปสู่กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แล้วก็ผ่านสภาของเรา อย่างละเอียดดิฉันคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า ครั้นมาดูในยอด ๒๑,๑๑๐ ล้านบาท ของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จริงค่ะท่านประธานว่า ส่วนคำขอในการจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ ขอมา ๑๗.๘๕๖ ล้านบาท อนุมัติไปตามกรอบวงเงินก็ ๑๗.๘๕๖ ล้านบาท แต่ครั้นเราไปดูในยอดของ ๙,๕๕๘ ล้านบาท ของกระทรวงศึกษาธิการเช่นกันก็จัดรถฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ ๗๖ คัน ก็ ๑๗.๘๕๖ ล้านบาท เหมือนกัน ซึ่งตัวเลขมันตรงดิฉันเลยเข้าใจว่าอย่างนี้ในความละเอียดต่าง ๆ ถ้าผ่านชุด ของคณะกรรมาธิการมาเสียก่อนก็อาจจะช่วยกรองของเราได้ในระดับหนึ่ง เรามาดูต่อ ในเรื่องของการปรับปรุงซ่อมแซมฟื้นฟูสถานศึกษาค่ะ ขอมาทั้งหมดประมาณ ๒,๓๘๐ ล้านบาท แล้วก็มีประกอบมาด้วยว่าจะอยู่ที่ สป. ของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัด สพฐ. แล้วก็ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ประมาณอยู่ที่ ๖ มหาวิทยาลัยด้วยกัน เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ กำแพงเพชร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏพิจิตร สถาบันกัลยาณิวัฒนา แล้วก็เทคโนโลยีราชมงคล อย่างนี้เป็นต้น ดิฉันอยากจะเรียนค่ะว่าจริง ๆ แล้วดิฉันเข้าใจว่าโครงการแบบนี้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขาทำขอเขามาแล้ว แต่สิ่งที่เราตั้งข้อสงสัยว่าแล้วทำไมเมื่อเขาขอมาเรียบร้อยแล้ว มีโครงการแล้วทำไมไม่ผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญให้เราเสีย ถ้าผ่านไปรายละเอียดต่าง ๆ ก็คงจะอยู่ในมือของพวกเราค่อนข้างชัดเจน อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนถามไปทาง คณะกรรมาธิการว่า ในส่วนเหล่านี้ท่านได้พอมีเวลาที่จะต้องช่วยดูแล้วก็ช่วยกรองเราหรือเปล่า แล้วจะเป็นไปได้ไหมในสิ่งที่เราจะมาดูว่าควรจะต้องกลับมาพิจารณา ทีนี้ดิฉันมาดูที่ของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งดิฉันได้เคยอภิปรายไปในวาระแรกแล้วว่ากระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นทำรายได้ ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล ในปี ๒๕๕๓ แม้เราผ่านวิกฤติการจลาจล มาหลายรอบก็ตาม แต่ด้วยการที่แก้ไขปัญหาของการท่องเที่ยวได้ทันท่วงทีในสมัยของ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ก็ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ในปี ๒๕๕๓ นั้นมีอยู่ประมาณเกือบ ๑๖ ล้านคน ทำรายได้ให้กับประเทศไทยเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๕๔ จำนวนนักท่องเที่ยว ในช่วงประมาณ ๙ เดือน ๑๐ เดือนแรกของปีนี้ นักท่องเที่ยวพุ่งทะลุเป้าเป็นจำนวนยอดเพิ่ม ถึงประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ วันที่ก่อนเกิดเหตุน้ำท่วมของเราประมาณต้นเดือนตุลาคม ปรากฏว่านักท่องเที่ยวก็ยังอยู่ในอัตราบวก แล้วก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่เกือบถึง ๑๖.๖ ล้านคน เราคาดว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นครั้งนี้ นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปถึง ประมาณ ๑๙ ล้านคนทีเดียวของปีนี้ แล้วก็ทำรายได้ให้กับประเทศไทยกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าโชคร้ายค่ะ ในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วมก็จริงแต่เนื่องจากได้มีการถ่ายทอดสดของ บีบีซี (BBC) กับซีเอ็นเอ็น (CNN) ไปทั่วโลก สภาพของสนามบินดอนเมืองที่เกิดน้ำท่วมนั้น ทำให้เกิดการเตือนของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นนักท่องเที่ยวของเราที่เป็นประเทศท็อปฮิต (Top hit) ของเราที่จะเดินทางมาในเครือของยุโรปก็ตามหรือว่าแม้กระทั่งในโซนเอเชียก็ตาม ปรากฏว่านักท่องเที่ยวแคนเซิล (Cancel) คือหมายความว่ายกเลิกการเดินทางมาประเทศไทย ข้อสำคัญของการยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยมิใช่ว่าเขาเกรงเรื่องของน้ำท่วม เพียงอย่างเดียว แต่ในประเทศของเขาเองนั้น ๆ เมื่อประเทศใดก็ตามที่มีการวอนนิ่ง (Warning) แล้วว่าไม่ควรเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศนั้น ๆ บริษัทประกันเขาก็จะไม่รับ การทำประกันให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต่างประเทศเลย จึงเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยว จากยุโรปก็ตาม จากเอเชียก็ตาม ก็ย้ายเดสทิเนชั่น (Destination) ไปยังประเทศต่าง ๆ เป็นการท่องเที่ยวแทน ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายน แล้วก็เดือนธันวาคม ของประเทศไทยลดลงเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราขาดรายได้ไปเกือบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นภาพให้ชัดเจนว่าเรามาดู งบประมาณในวาระแรกซึ่งดิฉันได้เรียนไปแล้วค่ะว่าจริง ๆ แล้วการนำข่าวสารเช่นนี้ของบีบีซี หรือซีเอ็นเอ็นไปนี้ หน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรจะต้องออกมาตอบโต้ แล้วก็ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ให้เร็ว และนอกจากนั้นในเรื่องของการทำประกันชีวิต หรือการทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำทันที เพราะนักท่องเที่ยว ไม่สามารถทำมาจากประเทศต้นทางได้ เราซึ่งเป็นเจ้าภาพเองควรจะทำประกันให้กับเขา อย่างเช่น เมื่อครั้งเกิดจลาจลเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี ๒๕๕๓ รัฐบาลเราแก้ปัญหาก็คือ เราทำประกันชีวิตให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยเลย อย่างนี้เป็นต้น แต่ก็ไม่มี การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งทำให้เราสูญเสียนักท่องเที่ยวไปกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ ดิฉันได้กราบเรียน ดิฉันมาดูในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาของสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ขอรายละเอียดของทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาค่ะว่าคุณได้ของบประมาณ ในเรื่องของการฟื้นฟู ในเรื่องของอุทกภัยมาอย่างไรกันบ้าง เขาก็บอกค่ะว่าเขาได้ทำกลับมา ให้ที่ทาง ครม. แล้วตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม แล้วเขาได้ขอวงเงินไปทั้งหมด ๔,๒๑๔ ล้านบาท โดยประมาณ ปรากฏว่าจะมีแผนงานโครงการต่าง ๆ เรียบร้อยค่ะ จำนวน ๑๒ แผนงาน เป็นเงินเท่าไร ๑,๘๑๓ ล้านบาท โครงการในกลุ่มที่พร้อมดำเนินการภายใน ๑ ปี จำนวน ๕ แผนงาน เป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ ๑,๕๕๐ ล้านบาท เหล่านี้เป็นต้น และข้อสำคัญที่สุดก็คือ เขาขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมก็คือค่าใช้จ่ายในการประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในวงเงิน ๕๐๐ ล้านบาทค่ะท่านประธาน จริง ๆ ถ้า ครม. ทันต่อเหตุการณ์ ดิฉันต้องเรียนว่าทันต่อเหตุการณ์นะคะ เมื่อรู้แล้วว่าเกิดภาวะวิกฤติเช่นนี้แล้วเขาทำงานแผนงานมาแล้ว ถ้าโครงการเหล่านี้ ถึงมือ ครม. แล้ว ครม. มติอนุมัติให้ความเห็นชอบแล้วก็ยังทันที่จะผ่านเข้ามาสู่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของเราในชุดนี้ หรือมิเช่นนั้นก็สามารถที่จะใช้เงิน ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อทำประกันให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมได้ทันท่วงที แต่ก็ไม่ได้ทำค่ะ แล้วสุดท้ายแม้กระทั่งการผ่านมติ ครม. ในโครงการของการท่องเที่ยว ทั้งหมด ๔,๒๑๔ ล้านบาทก็ไม่ยอมบรรจุเข้ามาอยู่ในงบปกติที่จะแปรกลับไปเพื่อให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญของเราได้พิจารณาร่วมกัน ไม่ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ว่ามันก็จะเกิด ความไม่ละเอียดรอบคอบขึ้น แล้วข้อสำคัญก็คือวงเงินประกันที่จะใช้ ๕๐๐ ล้านบาทคราวนี้ จะไปใช้ตอนไหนคะ เพราะว่าวันนี้เหตุการณ์น้ำท่วมมันลดลงแล้ว หรือกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเองอาจจะตั้งใจไว้ว่าจะตั้งไว้เผื่อน้ำท่วมข้างหน้าอีกไม่กี่เดือนที่จะถึง หรือเปล่า ซึ่งอันนี้ดิฉันก็ไม่ทราบว่าจะเป็นเหตุการณ์อย่างนั้นหรือไม่ แต่สิ่งเหล่านี้ทาง ครม. ดิฉันคิดว่าควรน่าจะพิจารณาแล้วก็ให้ความเห็นชอบไปโดยเร็ว ก็จะเป็นประโยชน์กับ ประเทศของเราในการใช้จ่ายงบประมาณได้ทันท่วงทีนะคะ นอกจากนั้นก็จะมีในเรื่องของ การซ่อมแซมสนามกีฬาให้กับทางศูนย์สถาบันพลศึกษา หรือวิทยาเขต หรือโรงเรียนกีฬาต่าง ๆ เท่าที่เขาขอมาประมาณ ๓๐ จังหวัดค่ะ สำหรับคนที่ประสบภัยในจังหวัดที่ประสบภัยต่าง ๆ แล้วก็ยังมีในเรื่องของการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวในประเทศอีก ๓๐ จังหวัด เวลา เขาทำมาว่าแผนงานพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็เขียนเป็นจังหวัด ๆ มาดิฉันจะชี้ ให้เห็นว่าเวลาผ่าน ครม. เฉย ๆ ๓๐ จังหวัดนี่ต้องชัดค่ะว่าคุณตั้งกรอบอย่างไร คุณตั้งกรอบ อนุมัติเท่าไร อย่างไร เพราะมิเช่นนั้นก็จะมีการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวหรือว่าจังหวัด ท่องเที่ยวลงไปโดยไม่เป็นธรรมหรือเปล่า อันนี้ก็จะเกิดคำถามขึ้นแก่ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เป็นตัวแทนของจังหวัดนั้น ๆ ที่น้ำท่วม แล้วก็ไม่ได้รับงบประมาณในการฟื้นฟู แหล่งท่องเที่ยวอย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วรายละเอียด โครงการเขามีหมดแล้วค่ะ แล้วทำไมรัฐบาลเองไม่ส่งสิ่งเหล่านี้มาให้คณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาร่วมในการกรองสิ่งเหล่านี้อย่างละเอียดรอบคอบ มีทั้งเรื่องของการทำความสะอาด ทาสี ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำป้ายบอกทางปรับปรุงทางเดิน ปลูกต้นไม้ ซ่อมแซมอาคารระบบไฟฟ้า สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก นั่นแสดงว่าอะไรคะ นั่นแสดงว่าเขามีอยู่แล้วค่ะสถานที่ที่จะลงนะคะ ซึ่งแม้ว่าทาง ครม. ไม่ยอมส่งรายละเอียด ต่าง ๆ ให้ทางคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม แต่ดิฉันคาดว่า ทางคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาของสภาผู้แทนราษฎรก็จะทำหน้าที่ในการ ตรวจสอบดูแลในรายละเอียดเหล่านี้ต่อไปนะคะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ จึงเป็นเหตุให้ดิฉันจำเป็นค่ะว่าจะต้องปรับลดงบประมาณในมาตรา ๔ ในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะเดิมดิฉันเข้าใจว่าเมื่อเราปรับลดงบประมาณ ในส่วนนี้แล้วยังจะมียอดเหลือเพื่อจะปรับกลับมาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา โครงการ แล้วก็ปัดเข้าสู่กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เขาจะต้องรับผิดชอบดูแล โดยผ่าน สภาผู้แทนราษฎรของเราต่อไปค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมนพร เจริญศรี ครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระที่สองวงเงินงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท การจัดทำงบประมาณประจำปีนี้จึงเป็นงบประมาณที่ล่าช้าด้วยเหตุผลทางการเมืองค่ะ เพราะเมื่อมีการยุบสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม แล้วก็มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกว่าจะได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้เอาในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ก็เกือบจะปลายปีงบประมาณ ๒๕๕๔ แล้วค่ะ ดิฉันมีมุมมองในฐานะ ส.ส. ซีกฝ่ายรัฐบาล หรือมองต่างมุมจากสมาชิกท่านอื่น ๆ ว่างบประมาณจริง ๆ แล้วงบประมาณ ดังกล่าวได้ออกแบบมาเพื่อใช้เวลาในการบริหารงบประมาณดังกล่าวภายใน ๑๒ เดือน แต่เมื่อขั้นตอนการพิจารณาได้ผ่านกระบวนการพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม ไปจนถึงวุฒิสภา กว่าจะได้ใช้งบประมาณจริง ๆ ก็น่าจะประมาณเดือนกุมภาพันธ์ นั่นก็คือเข้าไปในไตรมาส ที่ ๒ ของปีงบประมาณ เท่ากับว่ารัฐบาลจะได้ใช้เงินงบประมาณได้จริง ๆ เพียงแค่ ๘ เดือน จากระยะเวลาที่เหลือน้อยและงบประมาณที่มีจำนวนมาก ดิฉันมองว่าถ้าเอางบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หารด้วย ๘ เดือน ก็จะเฉลี่ยใช้เดือนละ ๒๙,๗๕๐ ล้านบาท เมื่องบประมาณมีข้อจำกัดในเงื่อนเวลาดังกล่าวก็จะเกิดผลในเชิงบวกค่ะท่านประธาน เพราะการบริหารงบประมาณก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการที่จะทำให้เม็ดเงินนั้น ไหลออกมากระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศ ซึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นก็จะเป็นตัวกระตุ้น ในภาครัฐและภาคเอกชน เช่น เมื่อมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างก็จะมีการสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ การก่อสร้าง กลุ่มอุตสาหกรรมก็จะมีผลผลิตออกสู่ภาคการตลาด การก่อสร้างในโครงการ ขนาดเล็กไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ เกิดการจ้างงานในภาคประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ประกอบกับโครงการนโยบายรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนพัฒนาสตรี กองทุนตั้งตัวได้ โครงการพักหนี้เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ที่ราษฎรได้ลงทะเบียนไว้กับภาครัฐ ก็จะเป็นแรงอัดฉีดอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจ มีการขยายตัว ให้ประเทศไทยมีความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต ขณะเดียวกันผลของการใช้เงิน งบประมาณในระยะสั้นเช่นนี้ ก็จะเกิดให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่หลาย ๆ ท่านได้เคยบอก ในสภาแห่งนี้ว่าหลังจากเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมแล้วนิคมอุตสาหกรรมหลาย ๆ แห่ง นักลงทุนก็ตาม โรงงานอุตสาหกรรมก็ตาม ล้วนสิ่งเหล่านี้จะหันหัวไปลงทุนประเทศ เวียดนามบ้าง หรือย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ไปประเทศกัมพูชา หรือประเทศ เพื่อนบ้านบ้าง ถ้าเรามองลึกลงไปในรายละเอียดนะคะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไข ของกฎหมายที่เปิดช่องการลงทุนอย่างเสรี การมีฝีมือของลูกจ้าง ความซื่อสัตย์ ความขยัน อดทน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชาติอื่นไม่มี แต่พี่น้องประชาชนคนไทยลูกจ้างของคนไทยมีค่ะ นี่ก็ยังเป็นเสน่ห์ อีกหนึ่งที่ยังสามารถดึงดูดนักลงทุนในต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อไปค่ะ ท่านประธานคะสิ่งสำคัญของประเทศไทยขณะนี้ ก็คือประเทศของเราอยู่ในภาวะของ ความบกพร่องของการขาดความเชื่อมั่นหรือความเชื่อมั่นถูกถดถอยลง เม็ดเงินทั้งหมดนี้ล่ะค่ะ จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ ดิฉันต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการ งบประมาณทุก ๆ ท่านที่ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์ในชั้นของกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติในการตัดลดงบประมาณในมาตรา ๔ ไว้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะดิฉันมองว่าระยะเวลาเพียงแค่ ๘ เดือนจะไม่สามารถใช้เงินให้เกิด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติได้ตามที่บรรจุไว้ในแผนงานได้ทั้งหมดค่ะ ดิฉันอยากจะเสนอแนะด้วยความเป็นธรรมต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรีที่ต้องบริหารเงินงบประมาณก้อนนี้ ดิฉันเข้าใจว่าระบบราชการที่ประกอบไปด้วย ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ และองค์กรอิสระ ทุก ๆ หน่วยงานที่มีการถ่วงดุล อำนาจซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ วันนี้ รัฐบาลทำงบประมาณเข้ามาเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็มีคณะกรรมาธิการ งบประมาณได้คัดกรองและตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งแล้ว ก่อนจะนำมาพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามนอกจากนั้นยังมีคณะกรรมาธิการอีก ๓๕ คณะ ได้ติดตามและตรวจสอบ เมื่อทุกฝ่าย ได้ตรวจสอบซึ่งกันและกันแล้วพบว่ามีการทุจริตในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ก็ยังมีองค์กรอิสระ หรือศาลจะเป็นผู้ตัดสินภายใต้กรอบของกฎหมาย นี่คือความสวยสดงดงามของระบอบ ประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธานขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งในมาตรา ๔ นี้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการนั้นได้ขอสงวน ความเห็นแล้วก็ขอตัดงบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ในมาตรา ๔ ซึ่งจะเห็นว่าในงบของมาตรา ๔ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง แล้วก็สำนักงบประมาณ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับผู้นำประเทศ ผู้บริหารประเทศสูงสุดก็คือท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับรัฐบาลชุดนี้ ดูแลงบประมาณทั้งหมด แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบของมาตรา ๔ นี้ เกี่ยวกับงบกลาง ซึ่งบรรจุไว้ถึง ๔๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการที่ตั้งงบไว้ ถ้าหากดูตามแต่ละหมวดอื่น ๆ นั้น ผมเองนั้นก็ไม่ค่อยติดใจเท่าไร แต่ที่ให้ความสนใจ ติดใจอยู่ก็คือในหมวด (๒) นั่นเอง ในเรื่อง ของค่าใช้จ่ายและเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ถึง ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วอีกวงเล็บหนึ่งก็คือ ใน (๖) เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นใน ๖๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๒ หมวดนี้ซึ่งถือว่าอำนาจของนายกรัฐมนตรีนั้น แล้วก็ของกระทรวงการคลังซึ่งดูแลงบในก้อนนี้ทั้งหมดนั้นเป็นงบลอย ๆ ก้อนหนึ่ง ซึ่งสามารถที่จะพิจารณาเหตุที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างนั้น แล้วสามารถที่จะ ไปช่วยเหลือในการฟื้นฟูเยียวยา ในการเยียวยาฟื้นฟู ท่านประธานครับ ผมเองนั้นจะเห็นว่า ตรงนี้มีความจำเป็น เพราะที่ผ่านมานั้นน้ำได้ท่วมตั้งแต่ภาคเหนือลงมาภาคกลางแล้วก็ กรุงเทพมหานครอย่างมหันต์เลย โดยเฉพาะในปีนี้ก็สร้างความเสียหายกับประเทศอันใหญ่หลวง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่พี่น้องเกษตรกรนั้นก็เดือดร้อนในการที่รอที่รัฐบาลนั้นจะไป ช่วยเหลือฟื้นฟูหรือว่าเยียวยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของที่สูญเสียเรื่องของข้าวที่น้ำท่วมไป ที่ผ่านมา รัฐบาลนั้นก็ได้ดูไปบางส่วนในเรื่องของการที่ไปช่วยเหลือน้ำท่วมใน ๒,๒๒๒ บาท แต่ว่ามันไม่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ตอนนี้ภาคเหนือตอนล่างไม่ว่าจะเป็น จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ก็รออยู่ที่รัฐบาลนั้นจะชดใช้ในเรื่องของค่าเสียหาย ในเรื่องของข้าว จำนวน ๒,๒๒๒ บาท เพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะที่จังหวัดสุโขทัยที่บ้านผม ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ แต่รัฐบาลก็ได้ไปดูแลในเรื่องของเงินเยียวยาในข้าวที่เสียหายไม่สามารถที่มีข้าว ไปจำนำได้ในเกวียนละ ๑,๔๓๗ บาท อันนี้รัฐบาลให้ไปแต่ว่าก็สร้างความสับสนให้กับพี่น้อง เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ทำไร่ทำนานั้นเขาก็ไม่เข้าใจ เขาไปขึ้นทะเบียนในโครงการประกันรายได้ไว้ก่อน แต่ว่าในโครงการประกันรายได้ บางคนน้ำก็ท่วม บางคนก็น้ำไม่ท่วม แต่ในงวดนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้ไปโอน เงินถึง ๕๐๐ ล้านบาท เข้าไปในจังหวัดสุโขทัย ก็เลยพี่น้องที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมดทั้งจำนำ ทั้งประกันรายได้ ซึ่งรัฐบาลใหม่ก็เรียกว่าเยียวยานั้น สับสนไปหมดว่าอันไหนคือเงินที่รัฐบาลให้ แล้วก็ตอนหลัง มีการเรียกคืนในโครงการที่ใครที่ไม่ถูกน้ำท่วมแล้วเอาข้าวไปจำนำอีก อย่างนี้เป็นต้น ผมก็ ฝากกับทางรัฐบาลว่าชี้แจงให้ชัดเจนครับว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งให้พี่น้องเกษตรกรนั้นรับเงิน ในส่วนไหนกันแน่ แล้วก็เงินที่น้ำท่วมใน ๒,๒๒๒ บาท ถ้าหากว่าในงบประมาณครั้งนี้ผ่าน ผมก็ขอให้รัฐบาล โดยเฉพาะกรรมาธิการที่นั่งอยู่นี้ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในฝ่ายของรัฐบาลนั้น ได้ดูแล ในเงินฟื้นฟูเยียวยาทางนี้

ส่วนในเรื่องของใน (๒) ที่เขียนว่าป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการอันนี้ครับ ท่านประธานครับ เป็นที่น่าสนใจว่าจะป้องกันความเสียหาย อย่างบูรณาการนั้นได้อย่างไร ผมบอกเลยว่าในการที่น้ำท่วมของประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา มาภาคกลางทั้งหมด มากรุงเทพมหานคร ที่น้ำท่วม ครั้งนี้ผมเรียนกับท่านประธานครับว่าเหตุเกิดมาจากแม่น้ำยมแท้ ๆ ครับ ผมเองนั้นมีข้อมูลอยู่ ในเรื่องของที่น้ำท่วมในครั้งนี้ แม่น้ำยมในครั้งนี้ ซึ่งมีน้ำมากผิดกว่าปกติทุกปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเรียนกับท่านประธานครับ แล้วฝากไปถึงพี่น้องที่ถูกน้ำท่วม ผมมี ข้อสังเกตว่าถ้าหากว่าจะดูว่าน้ำท่วมภาคกลาง น้ำท่วมกรุงเทพฯ ต่อไปหรือไม่ อย่างไร ให้ท่านสังเกตได้เลยว่าถ้าปีใดมีพายุที่พัดมานั้นไปขึ้นทางภาคเหนือตอนบน ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเหล่านี้ ถ้าถูกน้ำท่วมเมื่อไร หรือว่ามีพายุเข้าไปแล้วฝนตกมากก็พูดได้เลยว่า จะก่อให้เกิดน้ำในแม่น้ำยม นั้นมากกว่าปกติครับ ในภาคเหนือนั้นมีแม่น้ำ ๔ สายหลักก็คือแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำน่าน แล้วก็แม่น้ำยม แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีแม่น้ำเดียวในภาคเหนือคือแม่น้ำยม ที่ไม่มีเขื่อน ไม่มีอะไรที่สามารถที่จะเก็บกักไว้เลย เวลาน้ำหรือฝนตกหนัก ๆ มันไม่มีที่เก็บกัก มันก็ระบายมาหมด ท่วมเอ่อมาเต็มหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตั้งแต่จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยนี้แม่น้ำยมผ่านถึง ๕ อำเภอครับ พอมาถึง จังหวัดพิษณุโลกก็ผ่านแค่อำเภอเดียวครับ อำเภอบางระกำเท่านั้นเอง แต่รัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นไปประกาศเป็นโมเดลบางระกำ ผมบอกเลยว่าให้ท่านประกาศ อย่างไรก็ช่าง อีก ๑๐ โมเดล อีก ๑๐๐ โมเดล อีก ๑,๐๐๐ โมเดล มันก็ไม่ได้แก้ได้ครับ ถ้าท่านไม่แก้ที่ต้นเหตุของเรื่องน้ำที่หลากมา ก็คือต้นน้ำของแม่น้ำยมอยู่ที่จังหวัดพะเยาครับ อยู่ที่จังหวัดแพร่ครับ สิ่งที่พี่น้องประชาชนพึงต้องการและถือว่าครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญ ของรัฐบาล ซึ่งน่าจะเริ่มดำเนินการในการที่ประกาศให้ชัดเจน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลนั้น มีนโยบายที่จะกู้เงินมาบริหารเรื่องแหล่งน้ำ มาพัฒนาเรื่องแหล่งน้ำใหม่อย่างบูรณาการนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลนั้นน่าจะมองในเรื่องของลุ่มแม่น้ำยมซึ่งไม่มีอ่างเก็บน้ำหรือที่พี่น้องต้องการ ก็คือเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้นนั่นเองครับ เขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในการที่สามารถ ที่จะชะลอน้ำได้ อยู่ที่ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่นั่นเองครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นความจริงหมู่บ้านสะเอียบ หรือตำบลสะเอียบนั้น มี ๑๐ หมู่บ้านที่อยู่ตรงนั้น มีประชากรประมาณ ๕,๗๐๐ กว่าคน และมี ๑,๗๐๐ ครัวเรือน ที่ประชาชนอาศัยอยู่ แต่ความจริงที่เขาอาศัยอยู่มันไม่มีเอกสารสิทธิอะไรเลย ไปออก เป็นโฉนดชุมชนของตัวเอง อย่างนี้เขาอยู่ได้ ผมก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ โดยเฉพาะท่านอธิบดีนะครับ ท่านเป็นผู้กล้า ผู้นำที่ดี ทำงานเข้มแข็งนั้น ท่านสามารถไปปราบที่เขาเขียวได้ ไปรื้อถอน วังน้ำเขียวได้ แต่ทำไมหมู่บ้านอย่างนี้เวลาเขาอยู่ไม่เห็นไปดำเนินการอะไร เพียงตำบลเดียว ๑๐ หมู่บ้าน เท่านั้น แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทั้งประเทศในครั้งนี้มันมากกว่ามหันต์ก็ว่าได้นะครับ แต่ทำไมไม่มีการไปแก้ไขให้อย่างเป็นรูปธรรม ในครั้งนี้เป็นโอกาสทองของทางรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับว่า ท่านประกาศเลยครับว่า ท่านจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่อเป็นการชะลอน้ำและเพื่อเป็นการที่จะใช้น้ำในฤดูแล้งได้ด้วยทั้งสองอย่าง อันนี้ก็ฝากถึง ท่านประธาน ผมเองมีข้อมูลครับท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะโชว์ภาพนิดหนึ่งว่า ปัญหา ของแม่น้ำที่มันไหลบ่าลงมา เป็นภาพนี้ครับท่านประธานครับ ของแม่น้ำทั้ง ๔ สายที่ไหล ในครั้งนี้ที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมที่ฝนตกหนัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นพายุไหหม่า หรือว่านกเต็นที่พัดผ่านทางภาคเหนือทำให้เกิดน้ำท่วม ท่านจะเห็นว่าแม่น้ำปิงมีเขื่อนภูมิพล แม่น้ำปิงมีเขื่อนภูมิพลท่านประธานครับ น้ำเข้าอ่างเขื่อนภูมิพลในครั้งนี้ ๕,๐๐๖ ล้านกว่า ลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ของแม่น้ำน่านเข้าเขื่อนที่ ๓,๓๐๐ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร แล้วทางเขื่อนปล่อยมา เขื่อนภูมิพลปล่อยมา ๒,๗๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ ปล่อยมา ๒,๗๗๕ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ท่านประธานครับ มาดูแม่น้ำยม แม่น้ำนี้ครับ ไม่มีเขื่อนครับ เป็นแม่น้ำเดียวที่ไม่มีเขื่อน น้ำบ่ามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนมานี่ ครั้งเดียวครับ ๖,๖๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ๒ แม่น้ำใหญ่ ไม่ว่าเป็น แม่น้ำปิง แม่น้ำน่านเอามารวมกัน ยังไม่เท่ากับแม่น้ำยมแม่น้ำเดียว ในการที่น้ำท่วมในครั้งนี้เลย ฉะนั้นสาเหตุหลักมันเกิดมาจากแม่น้ำยมครับ ผมถึงบอกว่าในครั้งนี้เป็นโอกาสทองของ รัฐบาลที่ท่านจะต้องประกาศออกมาให้ชัดเจนว่าท่านจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นหรือไม่ เพราะว่าเมื่อประมาณสัก ๑๐ ปี พี่น้องในลุ่มแม่น้ำยมทั้งหมดก็พยายามเรียกร้องงบในการ สร้างเขื่อนอยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่มาถึงวันนี้ผมก็คิดว่าเป็นหมื่นล้านบาท ในเมื่องบ ไม่ว่าจะเป็นป้องกันค่าเสียหาย แล้วก็อุทกภัยอย่างบูรณาการตรงนี้ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือท่านจะกู้มาซึ่งตั้งคณะกรรมการมาดูแลในเรื่องนี้ ผมเองก็ฝากถึงคณะกรรมการว่า ทำอย่างไรจะแก้ปัญหาในลุ่มน้ำยมให้ได้ อันแรก โดยการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นได้หรือไม่ อันที่ ๒ ถ้าท่านไม่สร้าง ท่านจะทำในเรื่องของอ่างเก็บน้ำแม่ยมตอนบนตั้งแต่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ แล้วก็มาอ่างแม่ยมตอนล่าง ซึ่งอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยได้หรือไม่ อย่างน้อยถ้าท่านสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ยมตอนบน แล้วก็แม่ยมตอนล่างได้ มันก็จะเป็นการช่วย ชะลอปัญหาในเรื่องของแหล่งน้ำได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่สำคัญอันหนึ่งของแม่น้ำยม ก็คือในเรื่องของแม่น้ำที่ตื้นเขินและคับแคบ คดเคี้ยวมาก ทำอย่างไรจะให้รัฐบาลนั้นได้อนุมัติงบ ในการที่จะลอกแม่น้ำยมทั้งหมด แล้วมีแม่น้ำที่แยกสาขาไปด้านทิศตะวันออกและด้าน ทิศตะวันตกเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อระบายน้ำออกไปสู่แม่น้ำน่าน ไปสู่แม่น้ำปิง ทางด้าน ทิศตะวันตก สู่แม่น้ำน่านทางด้านทิศตะวันออกได้อีก อย่างนี้ครับถึงจะแก้ปัญหาแม่น้ำยมได้ อันนี้ก็ฝากกับทางประธานไปถึงกรรมาธิการ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาลในการที่ตั้งงบ ไว้เยอะ ๆ แต่ไม่สามารถที่จะไปบูรณาการในเรื่องของแหล่งน้ำได้ ผมพูดได้เลยครับว่า ถ้าหากว่าท่านไม่ได้แก้ ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ คนภาคกลาง ไม่มีทางครับ ทุกปีต่อไปนี้ ท่านก็จะถูกน้ำท่วมตลอดอย่างนี้ ผมเองได้พบกับกลุ่มผู้ถูกน้ำท่วมหลายท่านก็บ่นครับว่า หลังจากที่น้ำท่วมไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือว่าจังหวัดนนทบุรี ก็ได้มาอาศัยอยู่ในคอนโดฯ แล้วก็มาเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ก็หลายคน หลายครอบครัว บอกว่าไม่อยากกลับไปครับ เพราะว่าไม่มั่นใจรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วม ได้อีกไหม เพราะรัฐบาลยังไม่เคยประกาศออกมาที่ชัดเจนว่าจะช่วยหรือว่าจะแก้ปัญหาไม่ให้ เกิดน้ำท่วมได้อย่างไรนะครับ แล้วผมก็ถามต่อว่าถ้าเมื่อไม่อยากเข้าไปอยู่ทำไมไม่ขายเลย เขาก็บอกว่าไม่รู้จะไปขายใคร เพราะว่าแหล่งแถวนั้นต่อไปก็เป็นแหล่งที่น้ำท่วมตลอด ก็ทำให้ไม่มีคนซื้ออีก อย่างนี้ครับท่านประธานก็สร้างภาวะความพะวง แล้วก็ความเสียหาย เกิดมาอย่างต่อเนื่องอย่างนี้ ฉะนั้นผมเองก็ต้องฝากถึงทางรัฐบาลในการที่จะดูแล แล้วก็ หาโอกาสที่ประกาศเลยว่าจะดูแลอย่างบูรณาการ โดยการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือว่า จะดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ยมตอนบนและตอนล่าง

แล้วอีกอันหนึ่งซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในการใช้งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทอันนี้ ท่านประธานครับผมฝากถึงกรรมาธิการนะครับ เพราะผมเองนั้นในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยในการที่งบซึ่งมีหลายหน่วยงาน ตอนนี้รุมทึ้งมาที่งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะไปบอกว่าเยียวยาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ที่ผมรู้มานั้นขอเป็นโครงการ เล็ก ๆ หมด ไม่ได้สร้างแบบบูรณาการ แก้ไขอย่างบูรณาการ ต่อไปมันก็จะไปเกิดเรื่อง การทุจริต คอร์รัปชันกันอีก บางโครงการมี ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาทเอง มี ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเดียวเอง อย่างนี้เป็นต้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมฝากถึงทางรัฐบาลว่า ในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอย่ามัวเอาไปแจกแต่ผู้แทนราษฎรของท่านเลยครับ ในการ ที่จะไปหาเสียง หรือว่าผู้แทนราษฎรที่สอบตก อยากให้ท่านทำอย่างเป็นจริงเป็นจัง อย่างบูรณาการที่ท่านเขียนไว้ในงบประมาณนะครับ อันนี้ก็ฝากถึงทางท่านประธาน แล้วก็ ถึงทางคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ผมต้องขอบคุณต่อท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผมจะพยายามเรียงตามนี้นะครับ มีท่านต่อไปท่านอาคม แล้วก็ท่านบุญยอด ท่านคุณหมอสุกิจ แล้วก็ท่านวัชระ ท่านอภิรักษ์ ท่านธนา ท่านศุภชัย เชิญท่านอาคม เอ่งฉ้วน ครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อครับ ผมจะใช้เวลาไม่มากหรอก ท่านประธาน แต่จะเป็นปัญหาที่ผมจะถามกรรมาธิการเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้ากรรมาธิการ ตอบปัญหาของกระผมได้ ประชาชนทางบ้านที่ฟังถ่ายทอดโทรทัศน์อยู่ ถ่ายทอดวิทยุอยู่ ก็จะเกิดความมั่นใจต่อรัฐบาลด้วย ผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๔ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นงบกลางดังที่ท่านประธานก็ทราบดีว่ามันจะมีงบประมาณอยู่ ๔๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มี ๑๒ รายการ รายการอื่นผมไม่ติดใจ เพราะว่ามีรายละเอียดพอสมควร แต่รายการที่ ๒ (๒) ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท อันนี้ติดใจ จึงต้องการคำตอบ ที่ติดใจก็เพราะว่าประเทศไทยมีปัญหาอุทกภัยประชาชนเดือดร้อนกัน อย่างทั่วหน้า ไม่ว่าจะภาคใดในไหน โดยเฉพาะขณะนี้ในภาคใต้ เพราะฉะนั้นเชื่อว่ารัฐบาล จะเก็บภาษีไม่เข้าเป้า แล้วประกอบกับรัฐบาลได้ลดภาษีไปหลายอย่าง นอกจากเก็บภาษี ไม่เข้าเป้าแล้วยังลดภาษี ผมเชื่อว่าเงินจะเฟ้อ ประชาชนที่เป็นเกษตรกรขายผลผลิต ไม่ได้ตามราคาที่ต้องการ หรือไม่ได้ราคาสูง เพราะฉะนั้นปัญหาประเทศจึงเป็นเรื่องหนัก ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้ได้ รัฐบาลมีงบประมาณอยู่ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่า งบประมาณนี้ถ้าใช้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะช่วยรัฐบาลได้ทางหนึ่ง แต่จากการดูงบประมาณงบกลางที่รัฐบาลเสนอมานั้นท่านประธานครับ ผมได้กราบเรียน กับท่านทั้งหลายแล้วว่า ท่านประธานแล้วว่ามันไม่มีรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มีรายละเอียดอยู่เพียง ๔ ประการ ถ้าเราไปดูจากคำแถลงนโยบาย ของรัฐมนตรีเรื่องน้ำที่จริงประชาชนจะต้องคาดหวังได้ เพราะรัฐบาลได้แถลงไว้ชัด ในนโยบายเร่งด่วนข้อ ๑.๔ รัฐบาลแถลงว่าจะส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ และเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน วรรคนั้นยังไม่พอครับในวรรคหลังจะเกิดความหวัง โดยเร่งให้มีการบริหารจัดการน้ำในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพให้สามารถป้องกัน ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งได้ ท่านประธานครับ ถ้าดูจากนโยบายนี้แล้วจะเกิดความหวัง รัฐบาลเวลาแถลงนโยบายรัฐบาลก็จะเอาความตั้งใจมาแถลงต่อสภา นอกจาก คำแถลงนโยบายแล้วรัฐบาลยังมีคำมั่นสัญญากับประชาชนในช่วงหาเสียงด้วย เพราะฉะนั้น จึงได้เสียงมาจากประชาชน แต่ว่าพอมาจัดงบประมาณตรงกันข้ามงบกลางไม่เคยมีนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะใน (๒) ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาแก้ปัญหากรณีฟื้นฟู เยียวยาปัญหาอุทกภัยอย่างบูรณาการ แต่ไม่มีรายละเอียด ท่านประธานครับ เมื่อวาน ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้แจ้งกับสภาว่ามีเอกสารอยู่ ๒-๓ หน้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้บอกเลยว่ารัฐบาลจะไปทำถนนที่ไหน จะไปทำเขื่อนที่ไหน จะไปแก้ปัญหา เรื่องความมั่นอกมั่นใจให้กับประชาชนในเรื่องของการป้องกันอุทกภัยอย่างไร เพราะฉะนั้น วันนี้กรรมาธิการที่เคารพ ท่านประธานครับ จะต้องตอบต่อสภานี้ ไม่ใช่ตอบผม ตอบต่อสภานี้ นั่นก็คือตอบกับประชาชนว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านเอาเงินไปนี่ท่านไปแก้ปัญหา เรื่องอุทกภัยที่บอกว่าเยียวยาอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วผมก็ตามลงไปดูว่าในงบประมาณนั้นรัฐบาลได้ทำตาม คำมั่นสัญญาหรือไม่ เพราะว่าคำมั่นสัญญามันมี ๒ ส่วนผมบอกแล้ว

ส่วนที่หนึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่เป็นเรื่องของการแถลง เป็นเรื่องของการ ให้ความหวัง เป็นเรื่องของนโยบายของรัฐบาลเวลาไปหาเสียง

ส่วนที่ ๒ เป็นเอกสารดังที่ผมยกแล้ว ทั้ง ๒ ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ประชาชน เขาติดตามอยู่ แต่พอในงบประมาณไม่มี มีก็ไม่มีรายละเอียด ๑๒ รายการ มีแถลง รายละเอียดอยู่ ๔ รายการ ถ้าท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งท่านใดจะตอบผมนะครับ กรุณาอย่าตอบ ตามเอกสารที่สำนักงบประมาณได้เตรียมให้นะครับ เพราะนี่คือคำตอบที่สำนักงบประมาณ เตรียมให้กับกรรมาธิการมันมีอยู่ ๔ ข้อ ซึ่งไม่มีรายละเอียด ผมไม่มั่นใจ มีบอกว่า ๑. เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาไปทำอะไรไหมครับ จะเอาไปฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ อันนี้ประชาชนเขายังบ่นกันอยู่ คนละ ๕,๐๐๐ บาทยังได้ไม่ครบ เอาฟื้นฟูเยียวยา ให้แก่ภาคธุรกิจ อันนี้อุตสาหกรรมก็ยังบ่นอยู่ว่าที่รัฐบาลประกาศไปนั้นรัฐบาลจะมี งบประมาณไปทันเวลาหรือไม่ ผมเจอนายกสมาคมบ้านจัดสรร ผมถามว่าที่รัฐบาลแถลง ๆ มานี่ จะแก้ปัญหาพวกคุณได้หรือไม่ เขาบอกไม่มีทาง ท่านประธานนึกภาพสิครับว่าบ้านจัดสรร ที่อยู่ในระหว่างโครงการที่ยังขายไม่หมด แล้ววันนี้น้ำมันท่วมเต็มพื้นที่ปีนี้เขาจะขายบ้านได้หรือ คนที่จะมาซื้อบ้านจัดสรรเขาก็รู้ว่าบ้านโครงการนี้น้ำท่วม แต่ว่าที่รัฐบาลแถลงไปแล้วนั้น ไม่ได้แก้ปัญหาให้เขาได้เลย ไม่มีเงินทุนเพิ่มให้เขาใหม่ หรือว่ามีวิธีการอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแค่ประกาศว่าปีหน้าน้ำจะไม่ท่วม หรือถ้าท่วมจะท่วมน้อย

ข้อ ๓ ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน นี่พูดกันมากจะเอาเงินไปทำถนนที่ไหน จะเอาเงินไปทำชลประทานที่ไหนไม่พูดเลย

ข้อ ๔ ป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค น้ำประปา ไฟฟ้า ทั้งหลาย เขียนไว้แค่นี้ ๔ ข้อ ให้กรรมาธิการมาตอบพวกผม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น กรรมาธิการอย่าเอาเล่มนี้มาตอบ กรรมาธิการต้องถามให้ได้มากกว่านี้ เพราะพวกเรา ไว้วางใจให้ท่านไปทำหน้าที่แล้ว ถ้าท่านตอบมาแค่ ๔ ข้อนี้ท่านอย่าลุกขึ้นมา เพราะผม มีเอกสารที่ท่านจะตอบอยู่ในมือ นี่คือเอกสารที่กรรมาธิการจะตอบ ซึ่งสำนักงบประมาณ เตรียมไว้ให้ เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องการ ๔ ข้อนี้ ผมต้องการให้มากกว่านี้ ถ้าไม่สามารถตอบ ได้ผมจะตั้งคำถามต่อไปว่า ท่านประธานครับ เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายทั้งคำมั่นสัญญา รัฐบาลพูดไว้เยอะซึ่งเป็นความหวังของประชาชนในชาติ เช่น บอกว่ารัฐบาลจะทำเขื่อนลึก ลงไปในทะเลยาว ๓๐ กิโลเมตร อยู่ตรงไหนงบประมาณที่จะทำเขื่อนจากจังหวัดสมุทรสาครถึงจังหวัดสมุทรปราการ อยู่ตรงไหน ๓๐ กิโลเมตร รัฐบาลจะจัดตั้งงบพัฒนาศูนย์พึ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง ตั้งงบไปตรงไหนครับ หรือว่างบประมาณส่วนที่ยังไม่ชี้แจง ชี้แจงไว้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ อีก ๘๐,๐๐๐ จะทำในงบนี้ หรือเปล่า หรือกรณีที่บอกว่าจะทำที่พักพิงให้กับเด็กสำหรับคนที่ทำงานภาครัฐ และภาคเอกชน นี่คืองบประมาณงบกลางจะเอาไปทำใช่ไหม

และประการสุดท้ายนะครับที่อยากจะถามว่าคือจะดึงน้ำจากประเทศ เพื่อนบ้าน เช่นจากฮัจจี ประเทศพม่า หรือสาดสะงำ จากปรเทศกัมพูชา อย่างนี้นะครับ เป็นความหวัง เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะต้องแถลง และต้องชี้แจงไว้ในเอกสารงบประมาณ แต่มันไม่มี กรรมาธิการช่วยตอบผมหน่อยว่าทั้งหมดที่ผมยกมานี้รัฐบาลมีหรือไม่ หรือกรณี ที่บอกว่าจะเอางบประมาณมาดำเนินการในการลดราคาพลังงานจากบริษัทพลังงาน อันนี้ ความหวังของประชาชนมาก เพราะคนในชาติใช้พลังงานเยอะ ไม่มีงบประมาณส่วนไหนเลย ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมจะถามกรรมาธิการ เพราะว่าถ้ากรรมาธิการตอบผมได้ ผมมั่นใจว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้ใน (๒) นั้น ก็พอมีความหวัง แต่ถ้าตอบไม่ได้นะครับ ผมไม่อยากให้รัฐบาลเอางบกลางไปปู้ยี่ปู้ยำ เก็บภาษีก็ไม่เข้าเป้า งบกลางไม่ใช่งบต้มฉับฉ่าย งบกลางไม่ใช่แกงโฮะท่านประธาน ตั้งไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่บอกเลยว่าจะเอาไปทำ รายละเอียดอย่างไร ในสภานี้มันอาจจะไม่สามารถศึกษารายละเอียดได้ สภาจึงตั้ง กรรมาธิการไป ๔๐ กว่าวันให้ไปทำ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการต้องตอบผม และผมดูแล้วคนที่ จะตอบผมมีอยู่ ๗-๘ คนในนี้ วิรัช รัตนเศรษฐ ไม่ต้องตอบ เพราะถ้าตอบตามนี้ อย่าตอบ คนที่จะตอบได้อย่างน้อย ๆ ต้องรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มันถึงเกิดความมั่นใจให้กับประชาชนเจ้าของประเทศได้ ขอขอบพระคุณ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ในมาตรานี้ผมสงวนความเห็นที่จะปรับลดงบประมาณในเรื่องของงบกลางของนายกรัฐมนตรี ลงมาตรา ๔ มาตราเดียว ๔๒๐,๖๐๑ ล้านบาทครับ ต้องเรียนถามท่านก่อนนะครับว่า เช้านี้นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ที่ไหนครับ เมื่อวานก็ไม่ได้เข้าห้องประชุม งบประมาณแห่งนี้นะครับ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาของบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่อยู่ในห้องประชุมสภา ไม่ไปภาคใต้แม้ว่าจะมีน้ำท่วมรุนแรงหลายพื้นที่ เมื่อวานท่านทำอะไร แล้ววันนี้ท่านทำอะไรครับ ท่านประธานเองพูดกับสภาแห่งนี้ในวันแรก ท่านยังจำได้ไหมครับว่า ท่านมีความตั้งใจจะให้สภาแห่งนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ในฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านจะขอความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการที่จะ ให้ความร่วมมือกับสภา ท่านจำได้ไหมปีใหม่ที่ผ่านมา ท่านบอกกับสื่อมวลชนว่า ท่านจะทำให้ การพิจารณากฎหมายมีคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ผมคิดว่าท่านจำได้นะครับ คำว่า คุณภาพ นั่นก็ต้องแสดงถึงความตั้งใจ ความจริงใจของนายกรัฐมนตรีคนนี้ละครับที่จะต้องดูแล งบประมาณ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพียงคนเดียว งบประมาณงบกลางแห่งนี้ตามรัฐธรรมนูญ ผมอ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ การนำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณต้องมีเอกสารประกอบ ซึ่งรวมถึงประมาณการรายรับและวัตถุประสงค์ กิจกรรมแผนงานโครงการ ในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ผมอ่านข้าม ไปเลยนะครับว่า หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐได้โดยตรงให้จัดไว้ในรายการรายจ่ายงบกลาง โดยต้อง แสดงเหตุผลและความจำเป็นในการกำหนดงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นด้วยครับ เมื่อดูที่ งบกลาง ท่านประธานครับ อย่างที่หลายท่านได้พูดแล้วนะครับ มีทั้งหมด ๑๒ หมวด อย่างที่ว่า หลายท่านบอกไม่ติดใจ ผมติดใจบางหมวดครับท่านประธานครับ ผมไปทีละเรื่อง นะครับ ค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มเงิน เพิ่มการครองชีพชั่วคราวข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้าง ชั่วคราว พนักงานราชการและทหารกองประจำการ ๑๒,๘๐๐ ล้านบาท ถามไปยัง สำนักงบประมาณจริง ๆ ถามไปยังกรรมาธิการงบประมาณจริง ๆ ครับว่า งบแบบนี้ ตั้งอย่างนี้ทุกปี ทำไมมันไม่กลับไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมที่ชัดเจนละครับ เราไม่รู้หรือครับว่าเราจะมี ค่าใช้จ่ายในการปรับเพิ่มเงินเดือน เพิ่มเงิน เพิ่มการครองชีพ ตามนโยบายใหม่ของรัฐบาล ไปที่ไหนบ้าง ไปที่จำนวนเท่าไรบ้าง ทำไมต้องมาไว้ที่นายกรัฐมนตรี ๑๒,๘๐๐ ล้านบาทละครับ ผมเชื่อว่าถ้าเราพูดกันจริง ๆ ดูกันตรง ๆ มันไปได้นะครับ งบที่ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวผมมาพูดทีหลังนะครับ งบที่ ๓ และ ๔ ค่าใช้จ่ายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การเสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขของประเทศในต่างประเทศ ผมไม่ติดใจครับ ชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างที่เราเรียกกันว่าค่าเค ๒,๗๐๐ ล้านบาท งบนี้ไม่ติดใจ เพราะว่า เข้าใจได้ว่าค่าเคเป็นการชดเชยสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น น้ำมันแพง ค่าอุปกรณ์ก่อสร้างแพง หรืออะไรต่าง ๆ แล้วก็ตั้งไว้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเป็นจำนวนไม่มากนัก เงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็นยังมีอีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่นายกรัฐมนตรีถือครองไว้ ค่าใช้จ่าย หมวดที่ ๗ การรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งอย่างนี้ทุกปีนะครับ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมเข้าใจว่าปีที่แล้วก็ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข เดียวกัน ถูกไหมครับ แต่คำถามถามว่าทำไมเราไม่ไปไว้ในโรงพยาบาลไปเลยละครับ เรามี ประมาณการอยู่แล้วนี่ครับว่ามีข้าราชการ มีผู้มีสิทธิที่จะใช้สิทธิเบิกกับข้าราชการอยู่ที่ไหนบ้าง เราทำอย่างนี้กันมาทุกปีนะครับ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องมาตั้งให้งบกลาง เพราะมันมีที่ไปได้ครับ ต้องเรียนถามต่อท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการอีกด้วยว่า เราเคยตั้งคำถามกันไหมครับว่าทำไมต้องใช้เงินรักษาข้าราชการ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล มากถึง ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ข้าราชการไทยมีกี่คนครับ ถ้าผู้มีสิทธิเบิกทั้งข้าราชการ ทั้งข้าราชการเกษียณ ทั้งพ่อแม่ ทั้งลูก รวมแล้วสัก ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน คนหนึ่งหมื่นกว่าบาทครับ ถามว่าเราใช้จ่ายในการประกันสุขภาพให้กับประชาชนคนละเท่าไรต่อปีครับ ๒,๐๐๐ กว่าบาทครับ ประกันสังคมจ่ายเข้าใจว่าน้อยกว่านั้นอีกด้วย ผมเข้าใจว่าตัวเลขอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ บาทกว่า ๆ ถูกไหมครับ เราจ่ายให้ประชาชนคนละ ๒,๕๐๐ กว่าบาทต่อปี แต่เราจ่ายข้าราชการ ถ้าข้าราชการมี ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน มีสิทธิเบิกตรงนี้นะครับ ก็ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อปี ถ้ามีไม่ถึงก็แสดงว่าเราจ่ายมากกว่านั้น ถูกไหมครับ ให้ ๑๐ ล้านคนยัง ๖,๐๐๐ บาทเลยครับ ๖,๒๐๐ บาทต่อปีเลยครับ ทำไมข้าราชการถึงเจ็บป่วยหนักหนา ทำไมถึงได้รับการรักษา ที่ไม่เท่าเทียมกัน ทำไมได้รับเงินงบประมาณมากกว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องตั้งคำถาม ได้แล้วครับ แล้วเราไม่ควรจะมาไว้ในงบกลางตรงนี้ ค่าใช้จ่ายต่อไปเป็นเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ๑๐๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เราคำนวณกัน ไม่ได้จริง ๆ หรือ เราจึงต้องมาไว้ในงบกลาง เราตั้งคำถามกันได้หรือยังครับ เงินช่วยเหลือ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐอีก ๕,๒๐๐ ล้านบาท เงินสำรอง เงินสมทบ เงินชดเชยอีก ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินเลื่อนเงินเดือน เงินปรับวุฒิให้กับข้าราชการอีก ๘,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๘,๐๐๐ ล้านบาท กลม ๆ เลยครับ สมทบลูกจ้างประจำอีก ๗๖๕ ล้านบาท ผมคิดว่าหลายหมวดครับ ท่านประธานครับ ในงบกลางนี้เราควรจะต้องกลับมาพิจารณากันได้แล้วว่ามันไม่ควรจะอยู่ ในงบกลางอีกต่อไปนะครับ กลับมาที่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนะท่านประธานครับ ต้องเอา ๒ ตัวเลขนี้รวมกัน นายกรัฐมนตรี มีตัวเลขที่ยังไม่มีโครงการ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทหลังไม่มีอะไรเลย บอกว่าไว้ในอนาคตค่อยมาพูดกัน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทบอกว่าคือสิ่งที่จะชดเชยน้ำท่วม ถูกไหมครับ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ น้ำท่วมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนครับ เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนมาจนถึงเดือนนี้ ๕ เดือนเต็ม เกือบครึ่งปีครับ ผมจำได้ว่าน้ำท่วมมาแล้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับสื่อมวลชนไปเตะฟุตบอลช่วยน้ำท่วมครับ แต่มีนักการเมืองบางคนไปเตะฟุตบอลกับประเทศเพื่อนบ้านครับ จำได้ไหมครับ ตอนนั้น น้ำท่วมแล้วครับ แล้วเราหาเงินช่วยเหลือน้ำท่วมกันแล้วครับ ตั้งแต่วันนั้นครึ่งปีมาแล้วครับ คำถามจึงตามมาว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะใช้ในตรงนี้แผนงานโครงการเกิดอย่างไรบ้าง เมื่อวานนี้ผมก็ได้ยินว่าทางกรรมาธิการอธิบายว่าใช้จ่ายไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินออกไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขอรายละเอียดเลยครับว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ออกไปแล้วจากงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปที่ไหน อย่างไร กระจายกันอย่างชัดเจนหรือไม่ ให้ความสำคัญของโครงการต่าง ๆ อย่างที่จำเป็นต้องไป จริงหรือไม่ ท่านจ่ายไปแล้วครับ ท่านบอกว่าไม่มีหลักฐาน ไม่ได้หรอกครับ เรามีเวลาอีก ๒ วัน ๒ คืนนะครับ ผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีซึ่งชอบใช้เทคโนโลยีแล้วไม่มีคุณธรรม จริยธรรมในคำขวัญวันเด็กเลยนะครับ น่าจะเอาเทคโนโลยีมาใช้ได้ และเอาหลักฐานนี้มาให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะต้องตรวจสอบ งบประมาณของประชาชนได้นะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนต่าง ๆ ที่บอกมา ส่วนที่ เข้ากรรมาธิการมีอยู่ ๓ หมวด ตามมติ ครม. ๓ ครั้ง ครั้งแรก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครั้งที่ ๒ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ล้วนแล้วแต่ไม่มีรายละเอียดในการที่จะบอก ว่าไปอยู่พื้นที่ใด อาจจะบอกได้เพียงแค่ว่าจะไปอยู่กรมใด แต่ผมเชื่อว่าตัวเลขต่าง ๆ เป็นตัวเลขคร่าว ๆ จึงต้องการคำตอบอย่างแท้จริงนะครับ ท่านประธานและกรรมาธิการ กรุณาอย่าเลี่ยงที่จะตอบในสภาแห่งนี้ เพราะว่าเป็นตัวเลขที่มากตัวเลขต่าง ๆ เหล่านั้น และตัวเลขที่ยัง ไม่ปรากฏอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในหมวดนี้ท่านจะทำอะไร ผมขออนุญาตที่จะหยิบยกสิ่งที่เคยปรากฏ อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว เวลาเราพูดกันถึงงบกลางมีหลายคนก็ลุกขึ้นมาพูด และทวงถามรัฐบาลที่แล้วครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ จากแม่ฮ่องสอน บอกว่าเวลาขอตั้งงบมันต้องมี รายละเอียดของโครงการมาเสนอทั้งหมด แต่ตัวนี้มันไม่มีอะไร มันเหมือนกับเป็นการเขียน เรียกว่า แบลงก์เช็ค (Blank cheque) ท่านประธานครับให้เช็คเปล่า ๆ ไปให้นายกรัฐมนตรี คนเดียวที่จะใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ ดังนั้นผมจึงเห็นว่ามันมากเกินไป ผมใช้เหตุผลเดิมเลยครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ จากลำพูน บอกว่าตัวชี้วัดกรณีชดเชยสิ่งก่อสร้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเห็นเอกสารนะครับว่า ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านชดเชยให้กับ บริษัทใด มันผู้ใด รายใดบ้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท กว่าเราจะเก็บภาษีรีดนาทาเร้นราษฎร กว่าจะได้มาแต่ละบาท แต่ละสตางค์ แล้วท่านเอามาใช้อย่างนี้แล้วบอกว่าเอามาชดเชย สิ่งก่อสร้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่มีรายละเอียดในการชดเชย ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ผมทวงถามแบบนี้บ้างได้ไหมครับ ค่าเคที่เกิดขึ้น

คนต่อไปท่านประธานรู้จักดีครับ นายเจริญ จรรย์โกมล พูดไว้ปีที่แล้ว ไม่ทราบท่านยังจำได้อยู่หรือเปล่านะครับ ปัญหาที่ผมจะต้องถามทางกรรมาธิการว่าในกรณี อย่างนี้ได้เคยถามส่วนราชการที่มาชี้แจงไหม อันนี้ในกรณีใช้จ่ายเงินปีนี้ท่านตั้งไว้อีก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ในกรณีภัยพิบัติ ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ไหนบอกว่าไม่โกง นี่ละครับ การใช้จ่ายงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญในกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ท่านเห็นไหมครับ ท่านประธานก็ทราบไปซื้อถังน้ำ ไปอะไรต่าง ๆ นี่คือข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง จากจังหวัดชัยนาท ถ้าเขาตั้งแบบนี้บอกมา การตั้งงบประมาณประเภทนี้บอกได้เลยว่าประเทศนั้นเป็นประเทศที่ล้าหลัง ประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่เขาจะตั้งงบประมาณนี้เอาไว้มาก เชื่อว่า ในอนาคตจะตั้งมากกว่านี้

ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย จากสมุทรปราการ มาตรา ๓ ตั้งเอาไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระโดดขึ้นมาจากปีที่แล้ว ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ไปถึง ๒๑ กว่าเปอร์เซ็นต์ แค่นี้ ผมก็น๊อค (Knock) แล้วครับ ไม่ทราบว่าคิดได้อย่างไร งบประมาณเป็นเงินภาษีประชาชนไม่พอ กู้ วันนี้มาตรา ๔ งบกลาง กระผมเห็นมีการตั้งงบไว้ ๒๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอปรับลด ไป ๑๖.๐๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๔๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทครับ ผมใช้เหตุผลเหล่านี้บ้างได้ไหมครับ ที่ถามกับรัฐบาลชุดนี้ และคณะกรรมาธิการได้ถามครับว่ามีความจำเป็นอย่างไร มีหลักฐาน มีโครงการอย่างไรที่จะใช้ในงบประมาณปีนี้ ๕ เดือนผ่านมาแล้วไหนบอกว่า มีประสิทธิภาพ ผมยังจำได้นะครับ บางคนบอกว่ารัฐบาลที่แล้วนายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก รัฐมนตรีเป็นเด็ก ทำงานไม่เป็น หาเงินไม่เป็น ผมใช้คำเดียวกันครับ นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก ทำงานไม่เป็น กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้ ครม. ก็มีการคุยกันถึงพระราชกฤษฎีกา ใช่ไหมครับ อีก ๔ ฉบับ สร้างความสับสนให้กับสังคมไปทั่ว ตกลงว่าผ่าน ครม. หรือยัง หรือ จะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความก่อน ทำไมต้องกู้อีกละครับ ในเมื่อปรามาสคนอื่นเขาไว้ว่า ดีแต่กู้ เก่งแต่กู้ กู้มาโกง ผมใช้คำเดียวกันครับ ในการที่จะถามไปยังกรรมาธิการว่า กรรมาธิการถามประโยคต่าง ๆ เหล่านี้กับรัฐบาลนี้หรือไม่ ทำไมดีแต่กู้ ทำไมต้องออก พระราชกฤษฎีกาเงินกู้ ทำไมจะกู้มาโกง ทำไมไม่ประหยัด ทำไมไม่ใช้คุณธรรม จริยธรรม ทำไมไม่ใช้เศรษฐกิจพอเพียงที่จะแก้ไขปัญหา และเราจะฝากความหวังไว้ได้อย่างไร กับนายกรัฐมนตรีที่ไม่รับผิดชอบต่อสภาครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านพายัพ ก่อนครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้อง หารือท่านประธานไว้สั้น ๆ จะไม่ประท้วงหรอกครับ ในเวลาที่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาอภิปราย ในวาระงบประมาณวาระที่สองเป็นเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับกรรมาธิการ การที่ ท่านประธานปล่อยให้สมาชิก หรือท่านสมาชิกมีเจตนาจะพาดพิงบุคคลภายนอกบ่อยครั้ง เช่น ไปกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาร่วมประชุม นี่เป็นเรื่องของกรรมาธิการกับสภา ไปกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก พูดจาลักษณะเสียดสี เสียดแทงอย่างนี้ ผมว่าลักษณะอย่างนี้ต้องหารือกับทางท่านประธานว่ากรุณาเถอะครับอย่าทำอย่างนี้เลย แล้วเพื่อนสมาชิกก็กรุณาละเว้นอย่างนี้ด้วยครับ เพราะบรรยากาศกำลังดีเราก็อยากฟัง ข้อมูลดี ๆ จากท่านหลาย ๆ เรื่อง ถ้าท่านประธานและเพื่อนท่านสมาชิกจะพิจารณาเรื่องนี้ ในการอภิปรายด้วยก็จะเป็นประโยชน์ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านก่อแก้วหรือเปล่าครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง สักเล็กน้อยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายพาดพิงโดยท่านได้กล่าวว่าในขณะที่ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เตะฟุตบอลเพื่อการกุศลนั้น ได้มีการนักการเมือง บางท่านไปเตะบอลกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปเตะฟุตบอล กับผู้นำของประเทศกัมพูชา ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงและชี้แจงให้กับสังคมสักเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ พวกผมไปเตะฟุตบอลกับผู้นำของประเทศกัมพูชาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างมิตรประเทศ เนื่องจากว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นในสมัยรัฐบาลที่แล้วเรามีปัญหา กับประเทศเพื่อนบ้านรายรอบเลยครับ เราเองไม่มีใครคบ พวกผมเองช่วยได้ส่วนใดพวกผมเอง ก็พยายามช่วย พวกผมเลยจึงไปเตะฟุตบอลเพื่อสานสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ส่วนที่ ท่านบอกว่าพวกผมไม่ได้ช่วยเหลือน้ำท่วมนั้น ผมขอเรียนให้ทราบสักเล็กน้อยว่าก่อนไป ประเทศกัมพูชานั้นพวกผมเองได้เตะฟุตบอลหาเงินเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม นอกจากนี้พวกผมเอง ก็จัดคอนเสิร์ต (Concert) ช่วยเหลือน้ำท่วม ตัวผมเองก็ได้บริจาคเงินเดือน ส.ส. ๑ เดือน เพื่อไปช่วยเหลือน้ำท่วม แต่ตัวท่านพูดว่าเองผมไม่เห็นไปบริจาคอะไรเลย เพราะฉะนั้นการที่ กล่าวหาคนอื่นท่านต้องดูตัวเองด้วย อย่าให้คนอื่นมองว่าท่านนั้นมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ

ประการต่อมานะครับ ส.ส. หลายท่านจากฟากพวกผมที่ไปช่วยเหลือน้ำท่วม ก็ถูกพวกท่านเองยื่นถอดถอนเสียอีกนะครับ ขนาดช่วยเหลือคนที่ลำบากพวกท่านก็กลับมา เล่นงานเสียอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเองก็รู้สึกไม่ดีที่วันนี้ท่านกลับมากล่าวหาว่าพวกผมเองนั้น ไม่ช่วยเหลือน้ำท่วม ไม่เหมือนผู้นำของท่านที่ไปจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือน้ำท่วม ซึ่งมันไม่จริง ก็ขอเรียนมาให้สังคมได้รับทราบว่าข้อมูลนี้ไม่จริงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริง งบประมาณเป็นเรื่องของสมาชิกกับกรรมาธิการ ซึ่งขอความกรุณาด้วยนะครับในประเด็นที่มี การพาดพิงโดยไม่จำเป็น ท่านบุญยอดมีอะไรอีกครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมใช้สิทธิในการถูกพาดพิง อีกครั้งหนึ่งนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ประเด็นแรกนะครับ นายกรัฐมนตรีเป็น ส.ส. นายกรัฐมนตรีควรมาประชุม สภาครับ และทุกครั้งโดยธรรมเนียมปฏิบัตินายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่องบประมาณ ต้องชี้แจงต่อสมาชิกด้วยหลังจากที่มีการอภิปรายกัน และนี่เป็นพระราชบัญญัติสำคัญอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ เพราะเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน ๒,๓๘๐,๐๐๐ *ล้านบาท

ประเด็นที่ ๒ ผมไม่ได้พาดพิงท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ท่านก่อแก้วกับผมเคยเรียน ที่เดียวกันนะครับ ผมเรียนไม่จบหรอกครับท่านเก่งกว่าผมท่านเรียนจบ ผมไม่ได้พาดพิง ต่อท่านเลยและไม่ได้ทำให้ท่านเสียหาย ผมไม่ได้พูดถึงประเด็นอะไรต่าง ๆ ที่ท่านพูดมา และสิ่งที่ผมพูด ผมไม่ได้มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ผมเคยไปบริจาคที่ไหน อย่างไร ผมไม่อยาก อธิบายให้ท่านรู้หรอกครับ เพราะผมคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอท่านเกียรติ์อุดมครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุดรธานี กระผมขอประท้วงท่านที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ในข้อ ๖๑ พูดเสียดสี ขอให้ท่านได้ถอนคำว่า นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ที่มาเป็นผู้บริหารประเทศท่านนายกรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านถอนคำว่า นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก นะครับท่านประธาน ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอดครับ ขอถอนคำว่า นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก ด้วยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมอ้างอิงคำพูดของดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พูดหลายครั้งในสภาแห่งนี้ ท่านจะให้ผมทำอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ถอนครับ ถอนเถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ถอนเพราะว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นการพูดเสียดสี ถอนคำว่า นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อายุพอ ๆ กันในการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ขอให้ถอน เถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมไม่ได้เสียดสีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอย่าเถียง เลยครับ ถอนเถอะครับ เรื่องเล็กน้อย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ก็ท่านอธิบายสิว่าผมเสียดสี ตรงไหนละครับ ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้เสียดสี ผมอ้างอิงคำพูดของดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ในสมัยก่อนใช้คำนี้อยู่เป็นประจำ นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก ทำงานไม่เป็น หาเงินไม่เป็น เราได้ยินกันมาตลอดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนเถอะครับ ท่านอย่าแย้งเลยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธาน ๒ มาตรฐานไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเรื่อง เล็กน้อยจะได้ประชุม

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ก็เรื่องเล็กน้อยแล้วท่านมาให้ผมถอน ทำไมละครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอย่าเถียงเลยครับ ถอนเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ ถอนเถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ขานชื่ออีกครั้งหนึ่ง ผมถอนเพื่อให้ ประชาชนเห็นว่าประธานสภาในขณะนี้ทำงาน ๒ มาตรฐาน ผมถอนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านจบแล้วครับ พอแล้วกระมัง พอเถอะครับ ท่านประท้วงผมให้ถอน แล้วท่านก็ถอนแล้ว จบแล้วครับ พอเถอะครับ จะได้เดินหน้าต่อ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายจะต้อง ถอนด้วยมารยาทที่ดีนะครับ ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเกียรติ์อุดม

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ถอนก็ต้องถอนดี ๆ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเกียรติ์อุดม ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ไม่เป็นอะไร กล่าวหาผมไม่เป็นอะไรครับ ขอให้การประชุม ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เป็นอะไรครับ ไม่เป็นอะไรผมไม่ถือสาครับ เอาละครับ พอแล้วครับ พอแล้วกระมังครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องแสดงกิริยาท่าทางให้มีสุภาพเรียบร้อยครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ พอเถอะครับ พอเถอะครับ ขอบคุณครับ คุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตอนนี้เราพูดถึงมาตรา ๔ งบกลาง จุดสนใจของทุกคนก็อยู่เรื่องของ อุทกภัย แล้วก็ตอนนี้ก็เกิดอุทกภัยที่ภาคใต้ เมื่อคืนนี้เราเลิกกันดึกครับ แต่ผมก็ยังกลับไปทัน ที่จะดูข่าวภาคดึกของช่อง ๑๑ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า ท่านอยากจะลงไปเยี่ยมพี่น้องชาวภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย แต่ไปไม่ได้เพราะติดงบประมาณ ๓ วัน เพื่อนสมาชิกจะได้คลายสงสัยว่าเรื่องของงบประมาณนี้มันไม่ใช่ไม่เกี่ยวกับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็น ส.ส. คนหนึ่งครับ แต่ผมก็ต้องถาม แบบท่านบุญยอดว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปติดงบประมาณอยู่ที่ไหนละครับ เราพิจารณา งบประมาณกันอยู่ที่ห้องนี้ แล้วเมื่อวานทั้งวันผมก็อยู่เกือบตลอดเวลาก็ไม่เห็น ท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ขออภัยนะครับ อย่าไปแขวะท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ เอาเรื่องงบประมาณของเราดีกว่า ผมพยายามที่จะไม่ตัดบทนะครับ แล้วจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ตลอดเลยครับ เมื่อวาน ก็อยู่ทั้งวันเลยครับอยู่ตลอดเลย ท่านวิชาญมีอะไรครับ ประท้วงหรือเปล่าครับ เพราะท่าน กำลังอภิปรายอยู่ ชี้แจงเดี๋ยวค่อยชี้แจงครับ เดี๋ยวท่านกำลังอภิปรายอยู่ เดี๋ยวท่านใช้สิทธิ ชี้แจง ค่อยทีหลัง เชิญต่อเลยครับ เข้าประเด็นเลยนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

ได้ครับ ผมก็พูดแค่นี้ครับ ให้พี่น้อง ประชาชนได้รับฟังเท่านั้นไม่ได้แขวะเรื่องอะไรทั้งนั้นละครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อเถอะ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ 🔗

มาตรา ๔ ก็คือเรื่องของงบกลาง ถ้าพูดถึงงบกลางก็อย่างที่ท่านบุญยอดได้พูดเป็นงบที่ถูกจับตามองมาทุกยุคทุกสมัย เพราะว่า มันเป็นงบลอย ๆ ที่ตั้งใส่ไว้ในมือของนายกรัฐมนตรี บอกว่ามีวัตถุประสงค์แต่ไม่รู้เป้าหมาย ไม่รู้จำนวน และถ้ามีการเอาไปใช้นอกวัตถุประสงค์ที่กำหนดก็ตรวจสอบไม่ได้ ตรวจสอบยาก จึงเป็นงบที่เขาว่ากันว่ามีการทุจริตง่ายที่สุดนะครับ ดังนั้นปกติแล้วเพื่อแสดงถึงความโปร่งใส ในแต่ละรัฐบาลก็จะพยายามที่จะตั้งงบกลางไม่ให้มันมีจำนวนที่สูงเกินไป แต่ปีนี้ท่านประธาน ดูสิครับตั้งงบกลางไว้ ๔๒๐,๖๐๑ ล้านบาทในครั้งแรก ปรากฏว่าวันนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นอีก เป็น ๔๒๒,๒๑๑ ล้านบาทตัวเลขกลม ๆ นะครับ เพิ่มเข้าไปอีก ๑,๖๑๐ ล้านบาท เป็นจำนวนที่มากมาย มากกว่าหลาย ๆ ปีในช่วงนี้ที่ผ่านมานะครับ ผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้ขอปรับลดไป ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ จะขอพูดถึงงบเดียวครับ แล้วเป็นงบ ที่หลาย ๆ คนพูดมาแล้ว แต่ต้องพูด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คือเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ท่านแถมไปอีกคำหนึ่งว่า อย่างบูรณาการ ตั้งมา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดกันมาหลายคนแล้ว ผมจะมาเอาที่คำว่า บูรณาการ ก่อนครับ ก็เป็นคำพูดที่พูดกันตามสมัยนิยม ติดปาก แต่ที่ผ่านมาท่านก็พูดบ่อยครับ ตั้งแต่เกิดปัญหา อุทกภัยได้ยินเกือบทุกวันเลยบูรณาการ บูรณาการ แต่เป็นบูรณาการแบบสะเปะสะปะ ถ้าบูรณาการจริง ๆ นะครับ ประเทศชาติไม่ยับเยินถึงขนาดนี้หรอกครับ แต่นี่เป็นเพราะ ขาดประสบการณ์ แล้วก็ผิดพลาดเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับ เรื่องของภาวะผู้นำด้วยนะครับ อันนี้ที่นำมาซึ่งความเสียหายอย่างร้ายแรงที่สุด ในประวัติศาสตร์ของการเกิดอุทกภัยของประเทศไทย สมาชิกหลายท่านพูดไปแล้วว่า งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายละเอียดมาให้เราแค่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรารอคอย ตั้งแต่วันที่งบเข้าประมาณกลาง ๆ เดือนพฤศจิกายน หวังว่าหลังจากที่ใช้เวลาพิจารณา งบประมาณไปรัฐบาลคงจะมีความกระตือรือร้น เพราะว่าพี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนกัน อย่างเรียกว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้นะครับ คงจะต้องรีบไปเอารายละเอียดของ การใช้จ่ายมา เพราะเงินนี้มันต้องรีบใช้ แต่ก็ผิดหวังครับ มีรายละเอียดมาแค่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่า ๆ ล้านบาท ฉะนั้นต้องขอเรียกร้องครับ ว่าถ้าจะให้ผ่านงบนี้ไปได้นะครับ ต้องทำให้มันโปร่งใส ต้องทำให้มันละเอียดกว่านี้ ไม่ใช่ว่าอยู่ในมือท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านจะเอาไปใช้ที่ไหนก็ได้ ต้องพยายามบอกรายละเอียดให้กับพวกเราให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้นะครับ เมื่อวานก็ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ไม่เห็นมีการพูดเรื่องนี้กัน ตอนนี้หน่วยงานต่าง ๆ ก็ส่งกันมาเรื่อย ๆ ส่งกันมาแล้วก็น่าผิดหวังกันอีกครับ เหมือนงบธรรมดาทั่ว ๆ ไปดังที่ท่านผ่องศรีได้พูด เมื่อวานว่าบางเรื่อง บางงบ บางรายการทำท่าจะซ้ำซ้อนด้วย แล้วก็ส่วนใหญ่ก็เป็นงบจุกจิก ๆ ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไรครับ ความจริงเราก็อย่างที่ผมได้กราบเรียนได้ให้เวลามานาน พอสมควรแล้ว ก็ประมาณ ๒ เดือนก็ว่าได้ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแม้แต่ วันสองวันก็มีความหมายแต่ท่านดูเหมือนว่าจะเพิกเฉย เพราะฉะนั้นผมขอประณาม การกระทำแบบนี้นะครับ ในขณะที่เอาเงินเขามาใช้ก้อนใหญ่มหาศาลแต่ทำให้ประชาชน ได้แค่นี้เองหรือครับ ต่อไปต้องถือว่าเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของท่านก็คือ ผมอยากจะเสนอแนะ ว่าต้องระดมสรรพกำลังทั้งหลายที่ท่านจะมีได้ร่วมกันหาทางคิด ที่เขียนว่าป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ อย่าสักแต่ว่าเขียนให้มันสวยหรูครับต้องทำจริง ๆ ที่ดูแล้วก็ผิดหวังครับ แล้วดูเหมือนว่าตอนนี้พอเวลาผ่านไปน้ำลดคนไม่ค่อยจะโวยวาย อะไรกันมากรัฐบาลก็ลืมครับ เริ่มที่จะเพิกเฉยไม่ให้ความสนใจกับปัญหาที่ร้ายแรง ในประวัติศาสตร์ของประเทศอีกแล้ว กลับไปให้ความสนใจกับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรียกว่า ตอนนี้เรื่องช่วยคนเป็นล้านล้านคนจะขอหยุดไว้ก่อน ขอกลับไปช่วยคนคนเดียวก่อน เงินจำนวนขนาดนี้เป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เป็นแสนล้านบาท เป็นเงินของพี่น้องประชาชน ถึงวันนี้แล้วท่านต้องกล้าที่จะบอกพี่น้องประชาชนว่าหลังจากท่านขอเงินจำนวนนี้ไปใช้แล้ว ประชาชนจะได้อะไร อย่างน้อยที่สุดต้องรับประกันได้ว่าปีต่อไปอุทกภัยร้ายแรงจะต้องไม่เกิด แบบนี้อีกแล้วนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ คือผมสงสัยจริง ๆ เลย ผมนั่งพิจารณางบประมาณอยู่ ยังไม่รู้เลยครับว่าหน่วยงานไหนที่จะมารับหน้าที่เป็นแกนหลักในการที่จะเป็นศูนย์รวม แห่งที่ท่านเรียกว่าบูรณาการ เพราะบูรณาการท่านก็พูดไปอย่างนั้นล่ะ ถ้าดูความสามารถ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เขาเข้ามาชี้แจงในงบประมาณ ผมชื่นชม ผมว่าเขารู้เรื่องดี เขารู้ ปัญหาดี หน่วยงานแต่ละหน่วยงานของเขาเขาได้ศึกษาเรื่องของน้ำท่วม เรื่องของทางเดินน้ำ เรื่องของวิธีที่จะจัดการ แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่เฉพาะน้ำท่วมเมืองครับ น้ำยังท่วมปากเขาด้วย เขาพูดอะไรไม่ออกในตอนนั้น เพราะว่าอาจจะมีอำนาจบางอย่างไปปิดปากเขาไม่ให้เขามี โอกาสที่จะแสดงความคิดเห็น แล้วก็ตอนช่วงนั้นจะสังเกตว่ามีโปรเจคท์ (Project) รายวัน ผุดขึ้นมาทุกวันครับ ตอนนี้ปรากฏว่าหายไปหมดแล้ว ก็กลับไปสู่เรื่องเดิมอีกแล้วครับ ก็คือเริ่มที่จะมีความเฉยเมยเกิดขึ้น แล้วตอนนี้ครับท่านประธานเกิดปัญหาอุทกภัยภาคใต้ ก็ต้องมีความสำคัญเหมือนกัน จะเอาวลีเก่ามาใช้ที่ว่า ที่ไหนเลือกพวกเราเราจะดูแลก่อน ไม่ได้นะครับ ที่จริงแล้วผมก็แอบน้อยใจเหมือนกันที่ท่านบอกว่าไปภาคใต้ไม่ได้เพราะติด งบประมาณ ๓ วัน ความจริงแล้วอย่างที่ท่านสมาชิกพูดละครับว่าเป็นเรื่องของกรรมาธิการ กับสมาชิก แล้วคนที่พูดก็ไม่ใช่พวกผมนะครับ พวกข้างโน้นละครับ นายกรัฐมนตรีจะปลีกตัว ไปสักนิดหนึ่งให้พี่น้องชาวใต้เขาชื่นใจสักนิดหนึ่งก็ไม่มีครับ ๓ วันเต็ม ๆ ท่านบอกว่า ท่านติดงบประมาณ แต่ผมดูแล้วว่าท่านติดตรงไหน ท่านมาชี้แจงตรงไหน ยังไม่เห็น ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาชี้แจงงบประมาณตอบข้อข้องใจของสมาชิกแม้แต่น้อยครับ แต่อย่าลืมครับว่าเงินก้อนนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องไปช่วยคนภาคใต้ด้วยครับ เพราะคนภาคใต้ก็เป็นเจ้าของเงินก้อนนี้เหมือนกัน คนภาคใต้ ก็เสียภาษีก้อนนี้เหมือนกัน เอามาใช้ให้ท่านได้เอามา ซึ่งในโอกาสต่อไปผมก็ไม่รู้ว่า ท่านทำอะไร ท่านจะเอาเงินไปทำอะไร ท่านก็ยังไม่บอกให้ชัดเจน ขอถือโอกาสนี้ตัดงบ ๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พร้อมทั้งให้ท่านชี้แจงรายละเอียดมาให้มากกว่านี้ ให้มีโปรเจคท์อะไร ที่มันดีกว่าที่ท่านแจ้งมาสักนิดหนึ่ง อย่าให้พี่น้องประชาชนผิดหวังกับการมอบเงินก้อนนี้ ให้กับพวกท่านไปใช้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีวิทยา เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอกราบเรียนท่านประธาน พอดีผมได้ขออนุญาตไว้ว่าเราจะตอบสักขั้นตอนหนึ่งเนื่องจากว่า ได้รับฟังคำอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ จนกระทั่งถึงเช้านี้ แล้วก็ รู้สึกเนื้อหาตอนเช้านี้เริ่มจะมีความเข้มข้น ไม่ทราบว่าท่านจะเข้าใจตรงกันหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตพูดในส่วนของประเด็นในคำชี้แจงในส่วนของกรรมาธิการแล้วก็อีกซีกหนึ่ง ในฐานะที่เป็น ครม. ด้วย ก็อาจจะดูเสมือนว่าตอบเสียทีเดียว ก็อยากจะบอกท่านสมาชิก โดยเฉพาะผมได้จดประเด็นไว้ด้วยตัวเองหลายประเด็นมาก เริ่มตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ท่านสาทิตย์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ในกรณีของงบกลาง เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่มีการ อภิปรายนะครับว่าในรายละเอียดต่อมหาอุทกภัยดูเสมือนท่านตำหนิรัฐบาลในส่วนที่ เกี่ยวข้อง แต่กรรมาธิการเองโดยเฉพาะตัวกระผมเองได้ทำหน้าที่ในส่วนของการพิจารณา เรื่องงบกลางนะครับ ผมเรียนตามตรงว่าสมาชิก กรรมาธิการเองได้ตรวจสอบและซักถาม ประเด็นนี้ แล้วก็จัดความสำคัญไว้โดยเฉพาะเลยว่างบกลางขอพิจารณา ๑ วันเลย ขอกราบเรียนนะครับว่าในการพิจารณาในหลักเกณฑ์ที่ได้มีการตรวจสอบและมีการซักถาม ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรค จึงขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องของการใช้จ่ายเงิน ตลอดระยะเวลาในการพิจารณาใช้จ่ายงบกลาง ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าเป็นไปตามรายละเอียด ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจและด้านการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตนะครับ ๓ ส่วนนี้ว่า เป็นสิ่งที่ต้องตอบให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพราะว่าเนื้อหาสาระดูเสมือนว่าเป้าไม่ตรง หรือมีเป้า แต่ว่าวัตถุประสงค์ตรงแต่เป้าไม่ตรงนะครับ แต่ผมเรียนตามตรงว่าในส่วนนี้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภานาน ๆ จะทราบนะครับว่างบกลางมันมี รายละเอียดตามที่ท่านกล่าวได้ไม่ครบ เพราะถ้ามีรายละเอียดมากก็คืองบปกติล่ะครับ เพราะฉะนั้นงบกลางนี้คือส่วนหนึ่งที่รัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะใช้ไว้เป็นเครื่องมือ ในการขับเคลื่อน เพราะฉะนั้นคำชี้แจงของรัฐบาลชุดนี้สิ่งที่ได้รับคำชี้แจงที่ตรงกันก็คือว่า เพื่อเอาไปขับเคลื่อนเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจแล้วก็ด้านการฟื้นฟูคุณภาพ ชีวิต และบังเอิญว่าปีนี้มันเป็นปีที่เกิดมหาอุทกภัย งบกลางเลยต้องถูกใช้ ระหว่างพิจารณา ที่ผมตอบนี่หลายท่าน ระหว่างนั่งพิจารณาอยู่คือเดือนอะไรนะครับ เดือนสิงหาคม น้ำเริ่มท่วม เดือนกันยายน สิ้นปีงบประมาณปี ๒๕๕๔ รัฐบาลเขาไม่มีงบครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขาดำเนินการจ่ายไปก่อน ใช้ไปพลางก่อนก็คือตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขการใช้จ่าย งบประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่เขาได้มาชี้แจงกับกรรมาธิการ แล้วกรรมาธิการก็ซักถาม ว่าเงินส่วนนี้จะใช้อย่างไร ก็มีรายละเอียดส่งไปที่มือท่าน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนั้น เป็นรายละเอียดที่ใช้ไปพลางก่อน ขอกราบเรียนให้ทราบว่าท่านกรรมาธิการโดยเฉพาะ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นท่านอัญชลีก็ดี ผมขอบคุณท่านอภิปรายได้ชัดเจน และท่านรู้รายละเอียดของงบประมาณนะครับ ผมดูจากรายละเอียดที่ท่านซักถามเป็นรายละเอียดที่ค่อนข้างจะรู้นะครับ ก็คือเรียนให้ทราบว่า ในรายละเอียดส่งให้ท่านอยู่แล้วก็คือเป็นตรงกันที่กรรมาธิการได้ซักถามคือ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่มีรายละเอียด เพราะฉะนั้นที่เหลือนั้นก็มีกรอบของการพิจารณานะครับ กรรมาธิการเอง ก็ได้ซักถามชี้แจงให้ทราบว่ากรอบได้มีการอนุมัติไปตอนนี้ ๑๐๔,๑๑๒ ล้านบาทเศษนะครับ กรอบตัวนี้ก็ต้องไปผ่านในขั้นตอนของคณะกรรมการ กฟย. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาก็ต้อง มาผ่าน ครม. อันนี้คือรายละเอียดและวิธีการนะครับ ผมก็เรียนให้ทราบนะครับว่าในอดีต ที่ผ่านมาในฐานะที่ผมซีกหนึ่งก็เป็น ครม. ครม. สมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้อนุมัติจ่ายเงินให้กับ ครม. ในอดีตนะครับท่านประธาน ซึ่งได้ผ่านการพิจารณา ผมยกตัวอย่างนะครับ ดินโคลนถล่มพิจารณากันไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ๙๘๔.๔๕๕๔ ล้านบาท นี่พิจารณาสมัยท่านรัฐบาลนะครับ รัฐบาลหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่มาจ่ายในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อันนี้ก็ไปจากงบกลาง มันยิ่งตลกครับ ดูแล้ว มันค่อนข้างขัดกัน น่าจะจ่ายไปสมัยท่านอภิสิทธิ์เสร็จแล้ว แต่มาพิจารณาจ่ายในเดือนตุลาคมครับ นี่ยกตัวอย่าง นอกจากนั้นยังมีอีกหลายรายการครับ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย ครม. ชุดนี้จ่ายไปอีกประมาณ ๕,๕๔๒ ล้านบาท นี่คืองบกลางครับ งบที่จ่ายค่าอะไรครับ จ่ายให้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยกรณีพิเศษ ปี ๒๕๕๓ อันนี้ช้ายิ่งกว่าอีกนะครับ นี่คือขั้นตอนในส่วนรอยต่อของรัฐบาล อันนี้ก็เป็นปัญหาอุปสรรคหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า บางครั้ง มันทำอะไรไม่ได้อย่างที่ใจคิดหรอกครับ ยังมีไทยเข้มแข็งอีกครับที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องยืนยันนะครับ ไทยเข้มแข็งเป็นกฎหมายนะครับว่าผมเองก็เป็นคนอภิปรายคนหนึ่งนะครับ ที่จะต้องใช้เงิน ให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๕ เพราะระยะโครงการมีอย่างนั้น แต่ยกตัวอย่างจังหวัดภูเก็ต ของท่านอัญชลี ครม. ต้องรับรอง เพราะเห็นว่ามีความจำเป็น อย่างนี้มีทั้งแบบมีทั้งอะไร เรียบร้อย เงินมีนะครับ แต่ทำไมไม่ใช้ ล้วนแตกต่างกันในเรื่องของเหตุผล อันนี้ผมกราบเรียนท่านว่า อันนี้งบที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยสมัย ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันได้อนุมัติไว้ แต่มันต้องมาจ่ายในปีนี้ครับ เงินไม่มีครับ อันนี้เอาไปด้วยนะครับ เอาไปในส่วนหนึ่งของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเขาก็เสีย สัดส่วนนี้ไป อันนี้ผมขออนุญาตนำเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านบอกว่าทำไม ไม่โชว์ ผมด้วยความเคารพท่านบุญยอดครับ ถ้ามันโชว์หรือมีรายละเอียดนั้นเขาเรียกงบปกติ ทำไมไม่ไปตั้งในกระทรวง ทบวง กรม ทำไมมาโชว์อยู่ในงบกลาง ทำไมไม่อยู่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ทำไมไม่อยู่กระทรวงศึกษาธิการ ทำไมมาอยู่ในงบกลาง อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่ต้อง กราบเรียนครับ ถ้ามีรายละเอียด ครม. จะต้องไล่ไปอยู่ที่ ไม่ได้ว่าท่านนะครับ กราบเรียนชี้แจงว่าถ้ามันมีรายละเอียดจนครบเลย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เดือดร้อนแล้วครับ ทำไมมาตั้งไว้ในงบกลางละครับ เจตนาอะไรล้วงลูกหรือ อันนี้คือสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะตอบท่านกรรมาธิการ เพราะเราได้ซักถามเช่นเดียวกันนะครับ ผมก็ซีกหนึ่งของ ครม. ผมก็กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ถ้ามีรายละเอียดครบนี่สำนักงบประมาณ ก็ไม่น่าจะพิจารณามาอยู่ในงบกลางครับ ทำไมไม่ไปอยู่กระทรวงนั้น กระทรวงนี้ ต้นสังกัด ของเจ้าของเรื่อง เพราะฉะนั้นจะเห็นถึงเหตุของการตั้งงบกลางก็เพราะว่าเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ในกรณีที่กระทรวง ทบวง กรมใด ๆ นั้นไม่ได้ตั้งงบประมาณแล้วเกิดเหตุฉับพลัน เช่นอุทกภัย หรือมหาอุทกภัยดินโคลนถล่มหรือเกิดปัญหาเรื่องเศรษฐกิจก็สามารถเอาตรงนี้ไว้ใช้จ่าย แต่ถามว่าจะจ่ายไปอย่างไรนะครับ ท่านได้อภิปรายมาพอสมควรในรายละเอียด แต่ผมเรียนว่า ในคณะรัฐบาลชุดนี้นั้นเขาตั้งไว้ ๓ ประเด็นตามที่ผมได้นำเรียนก็คือว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทางอะไรต่าง ๆ ว่าไป ด้านเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรม ภาคอะไร ด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิตอย่างที่ท่านได้กล่าวนะครับว่าไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ด้านครัวเรือนต่อครัวเรือนที่กระผมนำเรียนนะครับว่า ติดปัญหาอุปสรรค ตอบท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ไปเลย และท่านสมาชิกอีกหลายท่านว่า กทม. สำรวจแล้ว ๖๒๑,๐๐๐ ครัวเรือน กทม. ยืนยันว่าตอนนี้จ่ายได้กับ ปภ. หน่วยงานก็คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน ที่ กทม. ยืนยัน และรัฐบาล ได้จ่ายเงินไปแล้ว ๗๐๐,๘๖๐,๐๐๐ บาท แต่ที่เหลือยังไม่ได้มีการยืนยัน นี่ก็คือความโปร่งใส เพราะนี่คือการยืนยันจ่ายมั่วก็ไม่ได้ครับ เดือดร้อนอีกนะครับ อันนี้ก็คือกราบเรียนให้ทราบว่า เราได้มีการซักถามว่าสิ่งเหล่านี้ดำเนินการอย่างไร สำหรับภาพรวมแล้วตามมติ ครม. ได้พิจารณาไปแล้ว ๒,๒๘๙,๕๖๒ ครัวเรือน จ่ายไป ๑๑,๔๔๗,๘๑๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เรียน ให้ทราบว่าในภาพรวมได้จัดสรรไปแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน คือพิจารณาผ่านตามมติ ครม. ไปแล้ว ๑๑,๔๔๗ ล้านบาทเศษ ได้จ่ายไปแล้ว ๑๐,๑๔๓ ล้านบาทเศษ อันนี้ที่ผ่านตามเกณฑ์ มีการตรวจสอบเรียบร้อย ธนาคารออมสินได้ดำเนินการในส่วนนี้ ก็มีรายละเอียดตามที่ผม ได้กราบเรียนว่าหลายท่านได้มีการอภิปราย ก็กราบเรียนนะครับไม่ว่าจะเป็นท่านอัญชลี ก็อยากจะให้มีรายละเอียดของเงื่อนไขไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรต่าง ๆ ก็ขออนุญาตถือตรงนี้ นะครับ ท่านอาคมก็เช่นกันว่าน่าจะมีรายละเอียด ก็คือผมได้นำเรียนแล้วว่ารายละเอียด ทั้ง ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีแน่นอน แล้วก็มีขั้นตอนในการพิจารณาตามที่ผมได้นำเรียน ท่านยุทธพงศ์ก็เป็นห่วงเรื่องความโปร่งใส เรื่องน้ำท่วมจังหวัดสงขลาจะได้เงินส่วนนี้หรือไม่ อย่างไร กราบเรียนนะครับว่างบกลางไม่ได้มีไว้สำหรับจังหวัดใด มีทุกพื้นที่ครับ ตามที่ผม ได้กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่ารัฐบาลตั้งงบกลาง ใครที่เป็นรัฐมนตรีมาก่อน ใครที่เป็น โดยเฉพาะ ฯพณฯ อดีตรัฐมนตรี ท่านสาทิตย์นี้ทราบดีว่าการใช้เครื่องมือนี้ เป็นอย่างไร ในอดีตที่ท่านทำงบผ่านงบกลางปี ก็เพราะว่าท่านมีรายละเอียดน้ำได้ท่วมไปแล้ว เสร็จแล้วท่านถ่ายรูป แต่สมัยนี้งบกลางระหว่างพิจารณาอยู่ก็พิจารณาอยู่ในน้ำครับ เพราะฉะนั้นผมก็รับรองได้ว่าถ้าทำขอมาก็ผิดปกติ เพราะฉะนั้นต้องมีขั้นตอนในการสำรวจ เมื่อรัฐบาลอนุมัติแค่กรอบแต่รายละเอียดต้องทำมาให้ชัด มีคณะกรรมการตามที่ผม ได้นำเรียน ผมคงจะตอบในส่วนนี้ให้เพื่อนสมาชิกหลายท่านว่ากรรมาธิการเองได้ซักถาม แล้วก็ตอบในซีกหนึ่งในฐานะรัฐมนตรีใน ครม. ชุดนี้ แล้วก็ได้รับมอบหมายให้ดูในเรื่องของ งบกลาง ตอบกับเพื่อนสมาชิกว่าในส่วนอื่น ๆ ของท่านนริศที่มีความห่วงใย ผมเรียนว่า ครม. สัญจรจะไปจังหวัดเชียงใหม่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะเป็นคนลงพื้นที่ ที่บ้านห้วยฮ่องไคร้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านฝากมาเดี๋ยวผมจดไว้ว่าท่านนริศมีความเป็นห่วง แล้วผมขอบคุณนะครับที่ท่านไปดำเนินการเรื่องของไม้พยุง ซึ่งเป็นไม้ที่หายาก ได้ติดตามข่าวอยู่ เพราะฉะนั้นในส่วนที่ท่านกล่าวว่ามีการปรับลดนั้น ผมคิดว่าปีนี้ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านอาจจะประสานท่านรัฐมนตรีได้ว่าท่าน มีความห่วงใยตรงนี้ว่าภาคเอกชนหรือใครที่มีโครงการ ปตท. ก็ดี การไฟฟ้าก็ดี ขอไปดูแล เรื่องโครงการพระราชดำริ อันนี้ผมคิดว่า ๑.๖ ล้านบาทอะไรต่าง ๆ ที่ท่านมีความห่วงใย ต่อรายละเอียดนั้นผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีท่านคงมีโครงการหรือมันเป็นอุปสรรคอะไร บางเรื่องจึงขอปรับลดนั้นผมคิดว่าในการตอบชี้แจงต่อกรรมาธิการนั้น เมื่อข้าราชการยินดีให้ตัด แสดงว่าเขาคงจะมีอุปสรรคอย่างใด แต่ผมไม่ได้เป็นอนุกรรมาธิการในการพิจารณาตรงนี้ ก็กราบเรียนท่านนริศว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะลงบ้านห้วยฮ่องไคร้เอง ซึ่งผมจะไป ครม. กัน ที่จังหวัดเชียงใหม่ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นะครับ

ของท่านสุกิจ ต่อกรณีอุทกภัยซึ่งผมไม่สบายใจของท่านสุกิจ ผมนับถือท่านมาก เราได้ไปลงพื้นที่ด้วยกันที่จังหวัดตรัง แต่ว่าความรู้สึกของท่านอาจจะเป็นความรู้สึก ณ ขณะหนึ่ง แต่ผมเรียนด้วยความเคารพว่าได้มีการสอบถามแล้วก็ในฐานะที่เป็น ครม. เองว่า วัตถุประสงค์แบบไม่มีเป้าหมายนั้นผมตอบไปแล้วชัดนะครับ ถ้ารายละเอียดของงบกลางมีรายละเอียดชัดเจนทุกเรื่องเป็นงบกลางไม่ได้ อันนั้นต้องเป็นงบปกติ อยู่ในกระทรวง เพราะฉะนั้นรัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องสร้างเครื่องมือขึ้นบริหารการจัดการ แต่ก็ต้องให้มาผ่านการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎร ผมยืนยันว่าการกระทำครั้งนี้ในเรื่องของ การขอรับสนับสนุนงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้น อยู่บนความชอบที่นำเสนอรายละเอียดให้กับสภาผู้แทนราษฎร ผมได้พิจารณาในส่วนนี้ ในฐานะกรรมาธิการ แล้วก็กราบเรียนท่านว่าอีกซีกหนึ่งในฐานะฝ่ายบริหารเพื่อที่การ พิจารณาในมาตราอื่น ๆ จะได้ดำเนินการไปได้ หากท่านมีความประสงค์ที่จะสอบถามเพิ่มเติม ผมก็ยินดีที่จะตอบ ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน ยุทธพงศ์ ท่านวิชาญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตใช้เวลาท่านประธานสั้น ๆ นะครับ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับ มาตรา ๔ เรื่องงบกลาง ผมขออนุญาตได้ชี้แจงใน (๒) เรื่องค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยแบบบูรณาการงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า งบประมาณดังกล่าวในการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการ ที่มีท่านสมาชิกได้บอกว่ามีรายละเอียดเพียง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมต้องเรียน ท่านประธานว่า รายละเอียดคือจะมีเพิ่มทุกสัปดาห์ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี สำนัก งบประมาณก็จะได้ผ่านเข้าคณะรัฐมนตรี แล้วรายละเอียดก็เพิ่ม ขณะนี้ต้องเรียนว่า คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติไปถึง ๑๐๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบ ไปแล้ว ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วขณะนี้สำนักงบประมาณก็ได้เร่งพิจารณา ที่ต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับว่า ในการพิจารณาจะต้องมีความรอบคอบเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ให้เกิดความ ซ้ำซ้อน แล้วก็เป็นเรื่องอุทกภัย ซึ่งมันก็ไม่เคยเกิดขึ้น แล้วก็การพิจารณาต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเรื่องนี้โดยรอบคอบและโปร่งใส

แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่มีการเป็นห่วงบอกว่าจะมีการนำเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มาแจกจ่ายให้กับ ส.ส. พรรครัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธานยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง นะครับ แล้วก็ไม่มี ส.ส. ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับตรงนี้ได้ ซึ่งตรงนี้ นำมาเพื่อเยียวยา ฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจริง ๆ

อีกอันหนึ่งที่เป็นคำถามบอกว่า กรณีใน (๖) เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ในขั้นกรรมาธิการก็ได้มีการซักถาม ผมเองก็เป็นกรรมาธิการ ผมก็ได้ซักถามครับ เรื่องนี้ผมต้องเรียนว่าทางกรรมาธิการเราได้ทำงานอย่างโปร่งใส อย่างเงินฉุกเฉินรายละเอียดคงไม่มี เพราะว่ามันยังไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุอะไร แม้กระทั่ง กระผมเองเป็น ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ในที่ประชุมผมก็ได้มีการซักถามบอกว่า มีการเบิกเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งที่ ๑ ๕๐ ล้านบาทของจังหวัดมหาสารคาม ครั้งที่ ๒ อีก ๔๖ ล้านบาทของจังหวัดมหาสารคาม ในช่วงที่จังหวัดมหาสารคามยังไม่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็มีการไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปทำถนนลูกรัง แล้วก็ไปทำ ถนนหินคลุกในพื้นที่ที่ผมก็ได้เรียนในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณว่า ยกตัวอย่างเช่น อำเภอนาดูนที่ไม่ได้ประกาศเป็นเขตอุทกภัยของจังหวัดมหาสารคามกลับมีงบประมาณตรงนี้ ไปลง ซึ่งการพิจารณาของกรรมาธิการเราก็ได้ตรวจสอบต่าง ๆ อย่างโปร่งใส ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมก็ได้ยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบแล้ว รวมทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามคนใหม่ที่เพิ่งเข้าไปรับตำแหน่งท่านก็ต้องเข้าไป ตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณในกรณีเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินของจังหวัดมหาสารคาม ให้โปร่งใส ซึ่งผมเองผมก็ยอมไม่ได้เหมือนกันที่จะให้ใครมาทุจริตกับงบประมาณ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิชาญ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับเมื่อครู่ มีเรื่องที่ยังค้างอยู่เรื่องหนึ่งครับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องการเพิ่มเติมในเรื่องของงบประมาณ ที่เกี่ยวข้องกับเงินชดเชยเพื่อใช้จ่ายในเรื่องของค่าก่อสร้างนะครับ ซึ่งในประเด็นนี้ทางผู้ถาม คุณนาทีเองก็เกรงว่างบประมาณดังกล่าวการจ่ายหรือการตั้งหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะในเรื่อง ของหลักเกณฑ์การขอค่าเคนั้นต้องเป็นสัญญาซึ่งมีการทำสัญญาและมีการผูกพันการปรับลด ค่าเค แล้วมีการทำในเรื่องของสูตรวิธีการคิดต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องเนื้อหารายละเอียดนั้น เป็นหลักเกณฑ์ซึ่งทางข้อระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีเองนั้นโดยสำนักงบประมาณ ได้ดำเนินการมาโดยตลอด ทีนี้ประเด็นสำคัญก็คือว่าในจำนวนเม็ดเงินปีที่แล้วตั้งไว้อยู่ ๒,๗๕๐ ล้านบาท ปีนี้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีการตั้งงบประมาณไว้นะครับ เรื่องที่ท่านเกรง ในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ก็คงไม่มีนะครับ ในเรื่องของงบประมาณดังกล่าว

ส่วนในเรื่องของงบซึ่งท่านบุญยอดเองบอกว่าค่าใช้จ่ายเรื่อง (๑) ค่าใช้จ่าย การปรับเพิ่มเงินค่าครองชีพ ในตรงนี้อยู่ในส่วนของงบกลาง ทำไมไม่เอาไปตั้งไว้ในหน่วยงานครับ ก็ขอเรียนว่าในส่วนนี้เป็นงบประมาณซึ่งจำเป็นที่จะต้องอยู่ในงบกลาง เพราะว่าในเรื่อง เนื้อหารายละเอียดของการควบคุมดูแลเงินต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นระเบียบที่จะต้องออก แล้วก็ ดูค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ถ้ามีการเพิ่มลดนะครับ เช่นเดียวกันกับในวงเล็บที่ท่านอ้างมาว่าในส่วน ของเงินที่ช่วยดูแลเรื่องของกรณีการเจ็บป่วยก็เหมือนกันครับว่าเป็นการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นเงินของข้าราชการที่ต้องตั้งไว้อยู่ในส่วนของการอุดหนุนหรือการเพิ่มเติมในส่วนต่าง ๆ นะครับ

ขออนุญาตเรียนสุดท้ายครับว่าผมไม่สบายใจนะครับ เพื่อนสมาชิกเอง เวลาอภิปรายเรื่องงบประมาณมักจะกล่าวไปถึงรัฐบาล ซึ่งจริง ๆ แล้วการตอบเป็นหน้าที่ของ กรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านเองไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ท่านเอง อยู่ในสภาแล้วก็เข้าออกอยู่ตลอด โดยเฉพาะเมื่อวานนี้มีการประชุม ครม. แล้วพวกเราเอง ในส่วนหนึ่งผมเข้าใจครับว่าท่านเองอาจจะเข้าใจว่านายกรัฐมนตรีควรจะมาฟัง แต่ท่าน นายกรัฐมนตรีเองก็มีภารกิจแล้วก็ฟังอยู่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่าน แล้วก็มีประเด็นต่าง ๆ ท่านก็ฝากให้กรรมาธิการช่วยชี้แจงเพิ่มเติม ผมเรียนว่าการสื่อสารอย่างนี้เป็นความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนและอาจจะเกิดปัญหากับผู้ฟังทางบ้าน โดยเฉพาะประชาชนคิดว่า นายกรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญหรือ ครม. ไม่ให้ความสำคัญในส่วนของงบประมาณ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีสัดส่วนซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้จัด มีท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีที่เป็นกรรมาธิการได้เข้ามาชี้แจงครับ ขออนุญาตนะครับว่าประเด็น ในเรื่องดังกล่าวนี้ผมขอความกรุณาว่าอย่าพาดพิงในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่านในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตใช้เวลาท่านประธาน สั้น ๆ ครับ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย จริง ๆ ก็มีรายละเอียดอยู่ในงบของ กระทรวง ทบวง กรมนะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายในมาตรา ๔ คือ งบกลาง ได้พูดถึงโครงการหนึ่งซึ่งมีความสำคัญครับ ถ้าไม่ชี้แจงผมคิดว่าสภาแห่งนี้และพวกเรา ในฐานะเป็นกรรมาธิการจะเสียหายมาก คือโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปรายเสมือนว่ากรรมาธิการได้ไปปรับลด งบประมาณของโครงการนี้ โดยข้อเท็จจริงผมกราบเรียนครับ โครงการนี้ได้ตั้งไว้ ในหลายหน่วยงานครับ เพราะเป็นโครงการที่สำคัญและมีลักษณะการทำงานที่บูรณาการกัน เป็นไปตามกลุ่มเป้าหมาย เพราะเน้นที่เด็กและเยาวชนแล้วก็ครอบครัวนะครับ เม็ดเงินที่ตั้ง รวมทั้งหมดนะครับ ๑๑ หน่วยงานที่อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๓๗,๓๔๕,๓๐๐ บาท อันนี้อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑๑ หน่วยงาน เม็ดเงินก็แยกกันไปนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็แยก ๆ กันไป ๑๑ หน่วยงาน รวมเม็ดเงิน ๓๗ ล้านบาทเศษ ตรงนี้ไม่มีการปรับลดครับ ในหน่วยงานอื่นที่สำคัญ ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น ในกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีเม็ดเงิน ทั้งหมด ๓๗๔ ล้านบาทเศษ ก็ไม่ได้มีการปรับลด อยู่ที่กรมอนามัย ๑๒๗ ล้านบาทเศษ ก็ไม่มี การปรับลด อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่มีการปรับลด วัตถุประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่านประธานครับ เป็นการจัดตั้งเพื่อเป็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ ต้องขออนุญาตใช้ ที่เขาเรียกกัน ทั่วไปคือ โครงการคนพันธุ์อาสร้างสายใยรักแห่งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และครู จำนวน ๑,๐๐๐ คน ตรงนี้ก็ไม่มีการปรับลด อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างที่ผม เรียนไปแล้ว ๑๑ หน่วยงาน สิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการเราได้ให้ความสำคัญ มีโครงการ ลักษณะแบบเดียวกันนี้ที่ตั้งไว้อีกหลายหน่วยงานที่เป็นโครงการสนองอันเนื่องมาจาก เสมือนโครงการพระราชดำริ ที่ได้สร้างความรัก ความผูกพันให้กับครอบครัว พวกนี้ กรรมาธิการถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องขออนุญาตชี้แจงท่านประธาน เราไม่ได้มีการปรับลด เม็ดเงินแต่อย่างใด กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ งบประมาณของเรามีทั้งหมด ๓๕ มาตรานะครับ แต่ตอนนี้พิจารณามาถึงมาตรา ๔ และวิป ๒ ฝ่ายตกลงกันจะใช้เวลา ๓ วัน ตั้งแต่ ๐๙.๓๐ น. ถึงเที่ยงคืนนะครับ แต่เนื่องจากเมื่อวาน ผมเห็นว่าเวลามันอาจจะไม่พอ เพราะเราอภิปรายแต่ละมาตราใช้เวลามาก ผมก็เลยคิดว่า เมื่อวานจะขยายไปถึงตีสาม แล้วถ้าวันนี้ยังมีปัญหาเช่นเดิมผมก็อาจจะต้องถึงสว่าง แต่ก็ ได้รับการประสานงานจากวิปทั้งสองฝ่ายมายืนยันหนักแน่นกับผมครับว่า ขอเป็น ๐๙.๓๐ น. ถึง ๖ ทุ่มเหมือนเดิม และจะบริหารเวลากันเองให้จบภายใน ๓ วัน เมื่อคืนก็เลยปิดตอนเที่ยง คืน แล้ววันนี้ก็อาจจะปิดเที่ยงคืนเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นความรับผิดชอบของวิป ทั้งสองฝ่ายนะครับ ที่จะต้องช่วยกันบริหารเวลาในการอภิปรายให้เป็นไปตามนี้และผมจะ ไม่ทักท้วงอะไรทั้งนั้น เป็นความรับผิดชอบของวิปที่จะต้องประสานเรื่องเวลานะครับเราจะ ประชุมกันถึงเที่ยงคืนทั้ง ๓ วัน แล้วก็ให้จบใน ๓ วันนี้นะครับ ต่อที่ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านนริศประท้วงหรือครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ขออนุญาตอาศัยพาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นไหนครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

จากการที่ท่านกรรมาธิการ นายแพทย์ชลน่าน ได้ตอบข้อซักถามที่กระผมได้อภิปรายเมื่อช่วงเช้าว่า โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ไม่มีการปรับลดนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมอภิปรายไป เมื่อเช้านี้เป็นจริงทุกประการ ก็คือที่จริงค่าใช้จ่ายโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนริศครับ มันก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ผมเสียหายสิครับ เพราะว่าท่านตอบว่า โครงการนี้ไม่มี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้จบสัก ๑ นาที

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ครับ เพราะว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ที่ตั้งไว้ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการปรับลด ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นโครงการที่ผมคิดว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวไม่เพียงแต่เป็นโครงการในทาง สังคมนะครับ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้เป็นโครงการที่ให้ครอบครัวได้ร่วมกัน ปลูกต้นไม้ ได้ร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนริศครับ ที่ท่านถามอยู่ในมาตราไหน

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

มาตรา ๑๓ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันยังไม่ถึงนี่ครับ นี่มาตรา ๔

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ไม่ใช่ครับ ผมอภิปรายไปช่วงมาตรา ๔ ว่า งบของโครงการพระราชดำริ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไร ให้กระชับ ท่านครับ ขออย่าเกิน ๑ นาที เชิญครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ครับ งบในโครงการพระราชดำริที่อยู่ใน มาตรา ๔ ไม่ปรับลดเลย แต่ว่าโครงการพระราชดำริเช่นเดียวกันที่อยู่ในกระทรวงอื่น ซึ่งทาง กรรมาธิการก็ตอบแล้วว่าในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นไม่ปรับลด แต่ผมชี้ให้เห็นว่า ที่ผมอภิปรายที่อยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการปรับลดไป ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาทจริงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ ท่านบุญยอดประท้วงใช่ไหมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ เลยครับ ที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาอธิบายนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอด ผมดูแล้วมันไม่มีอะไรเสียหาย แต่ไม่เป็นอะไรผมให้ท่าน ๑ นาที

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับท่านครับ คือ กรณีที่เราพูดกันถึงว่ามีรายละเอียดหรือไม่ ตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ผมคิดว่าเราก็พูดกันชัดแล้วนะครับ ว่าน่าจะมีรายละเอียดได้บ้าง เพราะสถานการณ์มันผ่านมาแล้ว ผมเข้าใจที่ท่านรัฐมนตรีวิทยา ได้อธิบายว่าถ้ามีรายละเอียดก็ต้องไปอยู่ในงบปกติสิ ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นเราจึง ขอเรียกร้องท่านอย่างไรครับท่านว่า จนกระทั่งวันนี้ก็ชัดแล้วนะครับว่าท่านเองก็มี ครม. ผ่านมาให้ ๓ ครั้งแล้ว ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขอทางกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้ไหมครับว่า เอา ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ในให้มันถูกที่ถูกทางเสีย แล้วของตัวงบกลางมันก็จะต้อง น้อยลงถูกไหมครับ แล้วคำถามที่เราถามต่ออีกแล้ว ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทหลังละ มีรายละเอียดแล้วหรือยังจนถึงวันนี้ เราถามกันที่วันนี้นะครับ นี่คือสิ่งที่เราเรียกร้องนะครับ ว่า จนถึงวันนี้เราเชื่อว่ามีรายละเอียดแล้ว ท่านควรจะต้องส่งรายละเอียดแผนงานหลักการ ต่าง ๆ มาให้กับสมาชิกได้ดู ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านเอามาให้เราได้ดูพิจารณาพร้อม ๆ กัน ก็จะผ่านในมาตรานี้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวครับ ท่านสาทิตย์มีอะไรครับ ท่านประท้วงด้วยหรือเปล่าครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้วก็ได้พูดหลายครั้ง ถึงตัวผม แล้วก็พูดถึงว่าผู้ที่เป็นอดีตรัฐมนตรีน่าที่จะเข้าใจนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สักเล็กน้อยครับ สักครึ่งนาทีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

สั้น ๆ เท่านั้นเองครับ คือผมเข้าใจดีครับ ท่านประธานว่าเรื่องงบกลางเป็นงบที่มีความจำเป็นต้องตั้ง บางเรื่องเป็นงบฉุกเฉิน มันมี ๑๒ รายการ รายการที่เขียนว่าเป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมเข้าใจ อันนี้เป็นงบกลางซึ่งตั้งไว้ ไม่รู้ภัยแล้งแมลงลงเมื่อไรที่รัฐบาลต้องใช้ แต่ที่ผม ถามคืองบกลางในรายการที่ ๒ ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมถามมีง่าย ๆ เท่านั้นเองครับว่า ท่านมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน บอกเวลาเสนอโครงการทั้ง ๓ แบบ ต้องมี แบบรูปรายการ ต้องมีการระบุผู้ได้รับประโยชน์และพื้นที่ชัดเจน กรรมาธิการก็ได้รับเอกสาร อันเดียวกับผมประมาณ ๑๐ แผ่น แต่ในเอกสารมันเขียนชัดในการอนุมัติวันที่ ๑๒ ธันวาคม โดยคณะรัฐมนตรี ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท มันมีตัวเลขอยู่แล้ว แต่ที่ผมถาม ผมยกตัวอย่างเช่น ของท่านกรมทางหลวง โครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางสายหลักโครงข่ายสำคัญ ๗๐๘ สายทาง ผมอยากจะถามว่า ๗๐๘ สายทางอยู่ไหน ของท่านวิทยากระทรวงสาธารณสุขท่านก็เขียนไว้ชัด นะครับ เวลาของบบอกว่าศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ๖ แห่ง ไปปรับปรุง สาธารณสุขจังหวัด อำเภอ ๒๕ แห่ง ศูนย์อนามัย ๑๑ แห่ง อย่างนี้ครับที่ผมถาม ฉะนั้นผมเข้าใจหลักการ ของงบกลางดี เพียงแต่ที่ผมถามก็คือว่าที่ ครม. อนุมัติไปวันที่ ๑๒ ธันวาคม อ้างถึงมติ ครม. ๒๒ พฤศจิกายน ต้องมีแบบรูปรายการชัด และพื้นที่ดำเนินการลงที่ไหน เขาถามรายละเอียด ตรงนี้ครับ แต่วันนี้ท่านตอบชัดขึ้นอีกนะครับ ท่านบอกไม่ให้อนุมัติเท่านี้หรอกครับ ท่านอนุมัติกรอบไปแล้วประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ที่จะถามต่อว่ารายละเอียดที่สภา เขาอยากจะทราบ ผมขอรายละเอียดไปเมื่อวานบอกว่าเอาแค่ ๒๐,๑๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ ท่านบอกอนุมัติใช้เงินไปแล้วประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีรายละเอียดให้สภาไหม ตรงนั้นที่จะมาบอกกับเราว่าไปลงในพื้นที่ตรงไหน เมื่อไร ประชาชนตรงไหนได้รับประโยชน์ อันนี้คือการดูแลเม็ดเงินภาษีของประชาชนครับ ผมเข้าใจหลักการงบกลางดีครับท่านวิทยาครับ แล้วที่ท่านบอกว่ารัฐบาลที่แล้วอนุมัติงบกลางไปแล้วเพิ่งมาจ่าย อันนี้ก็เป็นหลักการ งบประมาณทั่วไปเวลาอนุมัติเขาจะรู้ว่าต้องจ่ายอะไร แต่เมื่อพร้อมจะจ่ายเงินขออนุมัติ งวดเงินจ่ายไป อันนี้ก็ปกติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิทยา ขอกระชับ ๆ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

เพื่อความเข้าใจครับท่านประธาน เหมือนที่ท่านอธิบายมันเป็นเหตุและผลอยู่ในตัวนะครับ ก็ขอบคุณท่านสาทิตย์ ผมคิดว่า ท่านเข้าใจดีที่สุดนะครับ คืออนุมัติไปแล้วก็เพิ่งจะมาเกิดในสมัยนี้ ยิ่งหนักกว่าอีกครับ เพราะอนุมัติไปตั้งนานแล้ว ทำไมเพิ่งมาจ่าย แต่บังเอิญว่าเงินงบประมาณมันเพิ่งถูกจัดสรรขึ้น ในสมัยนี้ ก็กราบเรียนนะครับว่าเพราะฉะนั้นในส่วนที่ท่านกังวลว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีอะไร ผมเรียนให้ทราบว่าหลักการของ ครม. คืออนุมัติกรอบ เมื่อกรอบเสร็จก็ไปผ่าน คณะกรรมการ กฟย. ตัวนี้มันก็มีกรอบออกมา หลังจากมีกรอบเสร็จแล้ว ครม. อนุมัติกรอบ ก็ไปทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ตรงนั้นละครับถึงจะมีรายละเอียด ก็กราบเรียนให้ทราบ นะครับ ก็โปรดติดตามถึงจะมีรายละเอียด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเช่นด้านผลผลิตการเกษตรปศุสัตว์ ๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่อนุมัติกรอบไปแล้วดีเทล (Detail) เป็นอย่างไร รายละเอียดเป็นอย่างไร ก็จะต้องมี รายละเอียดส่งมาตามสิ่งที่ท่านได้ดำเนินการ ๒.๖ ล้านครัวเรือน ๑๓,๓๐๐ ล้านบาทอย่างนี้ เป็นต้น มันก็มีดีเทลของมัน มีรายละเอียดว่ากี่ครัวเรือน บ้านที่ไหน อย่างไร แล้วมีอื่น ๆ ผมไม่อยากให้เสียเวลา ก็กราบเรียนว่าถ้าอย่างไรผมคิดว่าในส่วนนี้ ครม. เขามีความชัดเจน ใน ๓ ด้าน ที่บอกคร่าว ๆ แล้วก็ต้องผ่านกรอบ เมื่อมีกรอบอนุมัติไปแล้ว แล้วก็ถ้าไปทำ ความตกลง หน่วยงานก็จะทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ตอนนั้นละครับจะมี รายละเอียดมาให้ ถ้าไม่มีมาให้สำนักงบประมาณก็โอนเงินเข้าไปไม่ได้ ก็เรียนให้ทราบนะครับ ก็กราบเรียนตรงนี้นะครับในส่วนของท่านบุญยอดท่านก็คงรับทราบดี คงไม่ต้องอธิบาย ขอกราบขอบพระคุณนะครับ เดี๋ยวเผื่อจะมีท่านอื่น เชิญครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อเลยนะครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคำแปรญัตติในมาตรานี้ไว้เพื่อที่จะ ปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องด้วยเหตุผลที่ผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ตั้ง งบประมาณให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้เกินความจำเป็นและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถ้ายังไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งออกนอกห้อง ท่านประธานครับ ถ้าลุกไปปัสสาวะไม่เป็นไรครับ แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่า ท่านไม่มีเวลาลงไปภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมในฐานะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระครับ ที่จริง ผมไม่อยากทักท้วงนะครับ ท่านอย่าไปแขวะเลยครับ เอาประเด็นงบประมาณ แขวะนิดแขวะหน่อยเดี๋ยวก็เป็นเรื่อง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมไม่ได้แขวะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอย่าแย้งเลยครับ ท่านว่าของท่านเถอะครับ ในเรื่องของงบประมาณ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

แล้วผมก็ไม่ได้แย้งท่าน ผมอยากจะ กราบเรียนท่านว่าที่สื่อมวลชนตั้งฉายาท่านไว้ว่า ฆ้อนปลอมตราดูไบ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ตกลง ท่านจะอภิปรายงบประมาณหรือเปล่านี่ เข้าประเด็นเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมกำลังจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่เห็นด้วยกับสื่อมวลชน ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเข้าประเด็น ของท่านเรื่องงบประมาณ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมเข้าประเด็นแน่นอนครับ แต่ท่านประธานก็ควรที่จะฟังสมาชิก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเข้าประเด็น ของท่านเรื่องงบประมาณ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ครับ ท่านประธานต้องฟังสมาชิก ได้แสดงความคิดเห็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเข้าประเด็น เรื่องงบประมาณ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านไม่ต้องพูดย้ำครับ ผมเข้าใจ ท่านต้องฟังสิครับ ท่านต้องฟังไม่ใช่ว่าสมาชิกพูดคำท่านพูดสอดขึ้นมาคำหนึ่ง ท่านเป็น ประธานต้องดำเนินการการประชุม ตามข้อบังคับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เข้าประเด็นของท่านเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ท่านจะโหวตเลยไหมครับ ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังสมาชิกพรรครัฐบาลอภิปราย ท่านปล่อยให้พูดออกไปไกล นอกห้องประชุม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรุณาเถอะครับ เข้าประเด็นเรื่องงบประมาณเลยครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมกำลังจะเข้าประเด็น ท่านก็พูดตัด ขึ้นมาทุกครั้ง ท่านประธานครับงบประมาณนี้มาจากอะไรครับ มาจากสัญญาที่ให้ไว้กับ ประชาชน นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะนำทุกนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนไปทำ อย่างเต็มที่อย่างดีที่สุด ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าไม่ให้ประชาชน ผิดหวัง แต่เมื่อดูในงบประมาณที่ท่านตั้งเอาไว้ ในงบค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ เป็นเงินถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปรากฏว่าไม่มีรายละเอียดให้กับพี่น้องประชาชนแม้แต่บรรทัดเดียว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยครับ ไม่อยากขัดนะครับ แต่ผมได้ยินคำพูดนี้เวียนไปเวียนมาอยู่ตลอดเลย ภายในครึ่งชั่วโมง ที่ผ่านมานี่นะครับ มันวกวนซ้ำซากครับ ท่านกระชับหน่อยครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ท่านประธาน

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธานครับ ข้อ ๘ ท่านประธานไม่รักษาความสงบเรียบร้อย เพราะว่าท่านไม่ให้โอกาส การอภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ ท่านเข้าใจคำว่า อภิปราย ไหมครับ มันจะต้องมี การโยงเรื่อง เท้าความ มันจะถึงจุดที่เขาต้องการจะพูดได้ นึกจะโพล่ง ๆ ออกไปได้อย่างไรครับ และท่านก็ใช้วิธีแบบนี้ เขาพูดคำ ท่านสอดคำจริง ๆ เลยครับ แล้วความสงบเรียบร้อยมันก็ ไม่เกิดกับสภา แล้วถ่ายทอดออกไปข้างนอกก็เสียภาพพจน์ของสภา เพราะฉะนั้น ท่านประธานใจเย็น ๆ หน่อยได้ไหมครับ อดทนนิดหนึ่งให้ท่านวัชระ ท่านพูดไม่นานหรอกครับ เชื่อผมเถอะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณหมอสุกิจครับ ท่านประท้วงผมข้อ ๘ ประธานมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้อยู่ใน ความสงบเรียบร้อย ผมกำลังทำตามข้อ ๘ ข้างล่างต่างหากที่ไม่ทำตามข้อ ๘ แล้วก็ พูดพยายามแขวะ ประชดประชันอะไรต่าง ๆ ผมก็ตัดประเด็นตามข้อบังคับ ไม่มีอะไรเลยครับ อย่าแย้งเลยครับ คุณหมอนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วละครับ นั่งเถอะครับ คุณหมอต้องนั่งครับ ท่านต้องนั่งครับ คุณหมอสุกิจครับ คุณหมอครับ นั่งครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านวัชระเชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ท่านประธานแสดงข้าวถุงอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ข้าวนี้ท่านประธานเพิ่งลุกไปสักครู่ ได้รับไป ๑๐,๐๐๐ ถุงครับ คือท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ เชิญผู้ประท้วง

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายครับ วันนี้เราอภิปรายเรื่องงบประมาณวาระที่สองครับ ท่านประธาน ผมนั่งฟังมา ๒ วันแล้วครับ พูดป้วนเปี้ยน ๆ อยู่กับที่ ซ้ำซาก แล้วก็พูด นอกประเด็นทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน ใช้เวทีสภานี้หาเสียง ที่จริงวาระเรื่องงบประมาณ เป็นวาระที่จะต้องนำเงินของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นภาษีออกไปดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งเดือดร้อนอย่างรุนแรงในวันนี้ ผมว่าขอให้ท่าน ส.ส. พูดในกรอบของงบประมาณเถอะครับ ขอให้ท่านใช้ข้อ ๘ ดำเนินการประชุมให้เรียบร้อยครับท่านประธานครับ ประท้วงกันไป ประท้วงกันมา เมื่อไรจะสิ้นสุดเสียทีครับ ใช้เวทีนี้ด่าคนอื่น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ เดี๋ยวท่านฟังประธานสิครับ ท่านบอกว่าท่านประธานที่เคารพ ท่านต้องฟังประธานด้วยครับ คืออย่างนี้ท่านประท้วงข้อ ๖๑ ถูกต้องนะครับ ว่าผู้กำลังอภิปราย อภิปรายวกเวียนซ้ำซาก เรื่องเดิมนะครับ ผมจะได้วินิจฉัยได้ถูก ถูกต้องไหมครับ คือท่านไม่บอกข้อ ผมเลยสรุปข้อให้ ว่าเป็นอย่างนั้นถูกต้องไหม

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

แล้วก็ข้าวสารถุงนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนี้ เป็นการโต้ตอบ ผมจะไม่ฟัง ผมจะวินิจฉัย เชิญท่านนั่งลง ท่านวัชระ เรากำลังอภิปราย ในวาระที่สอง มาตรา ๔ เมื่อวานนี้มาตรา ๓ วันนี้มาตรา ๔ ในงบกลาง ท่านจะปรับลดเท่าไร ท่านบอก แล้วก็อธิบายเหตุผลในการปรับลดว่าเหตุผลเพราะอะไร ปกติท่านวัชระก็ลำดับเรื่อง และเหตุผลนะครับ เอาที่ท่านตัด เหตุผลเพราะอะไร เพราะท่านจะต้องโน้มน้าวท่านสมาชิก ทั้งหลาย เพื่อที่จะให้สอดรับและสอดคล้องกับประเด็นของท่านในวาระที่เราจะต้องลงมติ ในแต่ละมาตรา เชิญท่านวัชระต่อ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ ผมเคารพคำวินิจฉัยของท่านประธาน และท่านประธาน ก็ได้ดำเนินการตามข้อบังคับของการประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผม ได้ยกถุงข้าวสารมานำแสดงต่อท่านประธานที่เคารพไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น เพราะผมสงสัยว่าข้าวสารซึ่งซื้อโดยกระทรวงพาณิชย์นั้นเป็นเงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนตามงบประมาณปี ๒๕๕๕ ตามมาตรานี้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ เพราะผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่ามีการแจกอย่างไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ได้ ท่านประธานครับ ถ้าดูในมาตรานี้ (๒)

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านประท้วงอะไรก่อนครับ ผมจะได้อธิบาย เชิญ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ผม วรชัย เหมะ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อวานก็พูดเรื่องงบภาษี ของประชาชนซื้อข้าวสารถุงนี้ ซื้อหลายรอบแล้วครับท่านประธานครับ แล้วพูดเรื่องนี้ หลายรอบแล้วครับ ว่าแจกไม่ทั่วถึง คำนี้เมื่อวานก็พูดครับ แล้วพูดทำไมครับ อภิปราย วาระที่สองครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ครับ ท่านฟังนิดหนึ่ง ผมกำลังนั่งฟังท่านวัชระที่จะขอปรับลดในงบประมาณ ในมาตรา ๔ ฟังอีกสักนิดหนึ่ง ถ้าผมฟังไม่ผิดก็คือท่านเป็นห่วงว่าการใช้จ่ายเงินกลัวจะไม่มี ประสิทธิภาพ ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง อดทนนิดหนึ่งว่าท่านอาจจะไม่มั่นใจว่า การบริหาร การจัดการ ของผู้เอาเงินไปใช้ อันนี้ท่านกำลังยกตัวอย่าง อย่างเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ท่านยกตัวอย่างจะจริงจะเท็จอย่างไร เดี๋ยว ทางกรรมาธิการเขาจะได้ตอบข้อซักถาม ข้อข้องใจว่าสิ่งที่กรรมาธิการไปพิจารณา ในมาตรา ๔ ได้สอบถามทางผู้บริหารและผู้มาชี้แจงหรือไม่ว่าการใช้จ่ายเงินที่ผ่านมา มันเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เดี๋ยวท่านชี้แจงประกอบยกตัวอย่างสั้น ๆ เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ที่ได้ชี้แจงแทนผม ท่านประธานครับ หรือแม้กระทั่งแผ่นพับ โบรชัวร์ (Brochure) ของนายกรัฐมนตรี แผ่นนี้ครับ ท่านประธานครับ ที่บอกว่าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย พ.ศ. ๒๕๕๔ พิมพ์ด้วยเงิน งบประมาณปี ๒๕๕๕ นี้ด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ แผ่นพับดังกล่าวนี้มีภาพ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ข้างหน้า แจกจ่ายให้กับ ส.ส. ทั้งสภา ปรากฏว่าไม่มี ส.ส. ท่านใดนำไป แจกจ่ายเลย กองอยู่ใต้บันได บริเวณช่องจดหมาย ท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าผมเสียดายเงินงบประมาณ แม้กระทั่งแผ่นพับ ที่ท่านพิมพ์แจกพี่น้องประชาชนในนามรัฐบาล ปรากฏว่าแม้แต่ ส.ส. รัฐบาลก็ยังไม่นำไปแจก ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครัฐบาล ได้อดใจฟัง ตั้งใจฟัง การอภิปราย ของฝ่ายค้าน เพราะในขณะที่ท่านเป็นฝ่ายค้าน ท่านอภิปรายกู้แล้วโกง กู้แล้วโกง กู้โกงโกง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง ขออนุญาตที่ขัด ใจเย็น ๆ นะครับ เอาเฉพาะในเนื้อหาเรา อย่าไป กระทบถึงเพื่อนสมาชิกอีกฝั่งหนึ่งเดี๋ยวจะไม่จบ เพราะว่าเราได้ตกลงกันกับทั้ง ๒ ฝ่ายอยู่แล้วว่า พรุ่งนี้จะต้องจบ เอาว่าที่ท่านกำลังลำดับแล้วก็จะยกตัวอย่าง แล้วก็เอาเอกสารประกอบการ อภิปรายของท่าน ท่านจึงตัดงบประมาณเพราะอะไร ขอความกรุณาอย่าไปกระทบกระทั่ง อีกฝั่งหนึ่ง เพราะผมเห็นคุณหมอเชิดชัยนั่งรอจะยกมือประท้วงอยู่แล้ว เอาเฉพาะของเรานะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ก็น่าจะยังอยู่นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนฟ้องพี่น้อง ประชาชนครับ และกราบเรียนไปยังท่านสื่อมวลชนที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านไปดูเถอะครับ เอกสารช่วยเหลือผู้ประสบภัยกองอยู่ที่ใต้ถุนบันไดสภาเต็มไปหมด ผมเสียดายงบประมาณ แผ่นดิน นี่คือเหตุผลที่ผมต้องปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะขนาดแผ่นพับ โบรฺชัวร์ ท่านพิมพ์มาแล้วยังไม่นำไปแจกจ่ายพ่อแม่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้บอกว่า มุ่งมั่นสร้างสุข สลายทุกข์ แต่ปรากฏว่าวิธีการในการสลายทุกข์รวบรวมอยู่ในโบรชัวร์นี้ ยังไม่นำไปแจกจ่ายกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน หมายความว่าอย่างไร ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นมา อภิปรายเพื่อขอปรับลดงบประมาณลง ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เป็นเด็กต่างจังหวัด ผมก็เป็นเด็กต่างจังหวัด ผมขึ้นรถไฟชั้น ๓ มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่มีที่นั่งครับ ขึ้นรถไฟชั้น ๓ ไม่มีที่นั่ง นั่งหน้าห้องน้ำ ในขณะนั้นไม่มีรถไฟฟรี ท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนี้มีมติจะไม่ต่อโครงการนี้ ผมเสียดาย เสียดายโครงการรถไฟฟรี ของพี่น้องประชาชน จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อกราบเรียนไปยังรัฐบาลว่าโครงการรถไฟฟรีของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งพี่น้อง ประชาชนขึ้นถึง ๓๐ ล้านคนต่อปี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระขอเตือนอีกครั้งหนึ่งนะครับ เอาเฉพาะที่ท่านตัดนี่นะครับ อันนี้อย่าไปถึงเรื่อง การบริหาร การจัดการของฝ่ายบริหาร ซึ่งเขาจะมี ไม่มี อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง เอาที่ท่านตัด ถ้าหมดแล้วเดี๋ยวท่านอดีตผู้ว่าราชการ กทม. จะถึงคิวท่าน ท่านมาตั้งแต่เช้าเห็นใจท่านอยู่ เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ และนี่คือ เหตุผลที่ผมปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ โครงการดี ๆ ของประชาชนท่านไม่ทำต่อ ผมขอเรียกร้องให้ท่านทำต่อทั้งรถไฟฟรีและรถเมล์ฟรีให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านจ่าประสิทธิ์ประท้วงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่ เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายนะครับ กระทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งข้อมูลนี้เมื่อวานนี้ ผู้อภิปรายก็พูดไปครั้งหนึ่งแล้ว เรื่องข้าวสารก็ถุงเดียวกันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พูดไม่จบเสียที ทั้งที่วาระวันนี้มันเป็นวาระที่สอง มาตรา ๔ เรื่องการปรับลดงบประมาณ มันไม่เกี่ยวกับ การบริหารประเทศเลยนะครับ มันไม่เกี่ยวกันเลย การเล่นการเมืองแบบนี้มันไม่ได้ใจประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านประท้วง ข้อ ๖๑ ว่าผู้อภิปรายวกวนซ้ำซาก ผมเตือนท่านแล้ว แต่ถ้าท่านออกนอกประเด็นผมจะไม่ให้พูด เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านปรับลดงบประมาณ ที่ท่านสงวนคำแปรญัตติไว้ ส่วนรัฐบาลจะบริหารการจัดการในเรื่องนโยบาย อันนั้น ท่านค่อยกระทู้ถามในวันพฤหัสบดีนะครับ ถ้าท่านออกนอกประเด็นผมจะไม่ให้พูด เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอภิปรายคนละมาตรา กับเมื่อวาน และผมสงสัยว่าเงินงบประมาณที่ท่านนำมาขอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไปซื้อข้าวสารแจกพี่น้องประชาชนแล้วไม่ทั่วถึง ผมย่อมมีสิทธิที่จะถาม ข้าวสารถุงหนึ่งท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ว่าเป็นถุงเดิมแต่เมื่อพี่น้องประชาชนไม่ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมมีสิทธิที่จะทวงถามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณ ท่านประธานครับ ในงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าจะฟื้นฟู จะป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ท่านจะฟื้นฟูตรงไหน ที่หนองแขม ถนนเพชรเกษม จากอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชไปจนถึงสาย ๔ อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรุงเทพมหานคร ถนนชำรุด ท่านประธานครับ ชำรุดถึงขนาดที่ว่าถ้าสตรีมีครรภ์แล้ว อาจจะเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ถนนอีกหลายสายในฝั่งธนบุรีไม่ว่าจะเป็นถนนกาญจนาภิเษก ถนนเพชรเกษม ซอย ๘๑ หรือถนนเลียบชายแดนเชื่อมระหว่างถนนเลียบคลองทวีวัฒนา กับซอยกระทุ่มล้ม ๒๒ ท่านประธานครับ ก็ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก ผมก็อยากจะ ทวงถามว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ท่านประธานครับ เมื่อไม่เห็นรายละเอียดและท่านของบประมาณโดยเขียนมาบรรทัดเดียวอย่างนี้ ไม่มี รายละเอียดใด ๆ ให้กับสมาชิก ผมย่อมมีสิทธิที่จะทักท้วง ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลนี้ บอกว่าจะสร้างสุขสลายทุกข์ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนี้กำลังจะเก็บค่ารถเมล์ ๖.๕๐ บาท ท่านประธานครับ ขนาดเงิน ๖.๕๐ บาท ยังจะเก็บจากพี่น้องประชาชนแล้วจะไว้วางใจ ได้อย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรากำลังอภิปรายเรื่องงบประมาณ ส่วนการบริหารของรัฐบาล ไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจนั้น เดี๋ยวอีก ๗ เดือน ค่อยว่ากันใหม่ เอาว่าที่ท่านตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะการบริหาร การจัดการของรัฐบาลเป็นอย่างไร ท่านจึงพยายามที่จะตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในขณะนี้ เอาเหตุผลนั้นก่อน เพราะผมนั่งฟังท่านกำลังจะไปเรื่องขออย่างนั้นขออย่างนี้ ในวาระที่สอง ท่านตัดอย่างไรท่านอธิบายความตรงนี้ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้ผมจึง ปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐบาลกำลังจะปล้นเงินจากกระเป๋าของประชาชน ในขณะ ที่มาขอเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ณ ที่นี้ เป็นเงินจำนวนถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และในมาตรานี้เป็นเงิน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษโดยประมาณ ท่านประธานครับ รัฐบาล บอกว่าจะฟื้นฟู

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านผู้ประท้วงครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กรุณาตรวจสอบก่อนว่า ดื่มสุรามาหรือเปล่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านอย่าเพิ่งพูด เดี๋ยวให้ประท้วงแต่อย่าเพิ่งนะ ท่านต้องถอนคำพูดนะเมื่อสักครู่ ท่านกล่าวหาเพื่อนสมาชิกอย่างรุนแรงในสภา ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างที่สุด

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ไม่เหมาะสม ผมก็ถอนครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ ถอนคำพูดไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ก็ผมบอกแล้วว่าถอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านผู้ประท้วงครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่จริง ผมก็อยากจะนั่งฟังผู้อภิปรายพูดเรื่องกรรมาธิการกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องการตัด งบประมาณ แต่ท่านก็มาพาดพิงถึงกระผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยกมือ แล้วยืนขึ้นท่านประท้วงอะไรก่อนนะครับ ส่วนที่ท่านกล่าวพาดพิงไม่ได้เสียหายผมนั่งฟังอยู่ แต่เมื่อสักครู่ที่เขากล่าวถึงท่านเขาถอนแล้ว เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ หาว่าผมเมานี่ ผมเสียหายนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนี้ หมายความว่า

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับผมไม่ได้พูดเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านวัชระ ผมยังไม่ให้ท่านพูด ท่านนั่งก่อน เดี๋ยวจึงจะอภิปรายต่อนั่งลงก่อน คือเมื่อสักครู่นี้ ผมฟัง อันนี้เป็นคำพูดที่ไม่สุภาพ ไม่เรียบร้อย เป็นการกล่าวหาท่าน แล้วก็ให้ถอน ท่านก็ถอนแล้ว ทีนี้ท่านยืนขึ้นและยกมือนะครับ ถือว่าท่านใช้สิทธิในการประท้วง ท่านประท้วงเรื่องอะไร เชิญ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๖๑ พูดเสียดสี แล้วก็วกวนเรื่องเดิม ผมนั่งฟังตั้งแต่เมื่อวานนี่ มาตราไหน ท่านก็พูดแต่เรื่องรถเมล์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ครับ เดี๋ยวครับท่านประท้วงข้อ ๖๑ ผมกำลังควบคุมกำกับอยู่ ถ้าท่านออกนอกจากที่ผมได้เตือนแล้ว ๒ ครั้ง ผมจะไม่ให้พูด ประเด็นนี้ยุติแล้วนะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

แล้วก็ประเด็นจะให้ผู้อภิปราย ได้ถอนคำพูดที่ว่า รัฐบาลปล้นเงินประชาชน อันนี้ร้ายแรงนะครับท่านประธาน รัฐบาล ปล้นเงินประชาชน อันนี้ร้ายแรงนะครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผม จะวินิจฉัย เชิญ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ต้องให้ถอนนะครับ ช่วยวินิจฉัย ด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านวัชระ ท่านถอนได้ไหมครับคำว่า ปล้นเงิน เดี๋ยวครับทีละท่านก่อน เชิญท่านวัชระ เดี๋ยวเราจะเดินได้ต่อไป ท่านกำลังอภิปรายอยู่ในกรอบอยู่ ธรรมดา ท่านอาจจะมีความรู้สึกซึ่งหวงแหนในเรื่องของการใช้จ่ายเงิน ท่านถอนคำนี้เถอะ แล้วเรา จะได้เดินหน้าต่อไปได้

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดความจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้คำว่า ปล้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มันผิดตามประมวลกฎหมายอาญา อันนี้ เป็นการใส่ความใส่ร้ายนะครับ ฉะนั้นข้อเท็จจริงจะปรากฏอย่างไร การบริหาร การจัดการ เป็นอย่างไร เรามีสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ดูแลกำกับในเรื่องนี้อยู่ การใช้คำพูดอย่างนี้ถือว่าเป็นการใช้คำพูดที่ใส่ร้ายเสียดสีเขานะครับ ให้ถอน ประธานสั่งให้ถอน จะเดินหน้าต่อไปได้ ท่านก็เป็นนักกฎหมาย ท่านก็รู้อยู่ เชิญถอนนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมพูดว่า รัฐบาลปล้นประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ประธาน วินิจฉัยแล้วให้ถอน ท่านจะถอนไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมพูดความจริง ในสภา ถ้าท่านประธานให้ถอน ผมก็จะถอน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถอน ใช่ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ถอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอภิปรายในประเด็นนี้ต่อไป

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ปฏิเสธท่านประธาน เมื่อท่านประธานให้ผมถอน ผมก็ถอน แม้ว่าพูดความจริงในสภา และกราบเรียน ท่านประธานว่าแม้แต่เงินแค่ ๖.๕๐ บาท ท่านยังจะเอาเงินจากกระเป๋าของประชาชน คนยากคนจน ๖.๕๐ บาท เป็นค่าอะไร ท่านอาจจะไม่ทราบ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เป็นค่าตั๋วรถเมล์ รถร้อน ๑ เที่ยว ๖.๕๐ บาท รัฐบาล ๖.๕๐ บาท ท่านประธานครับ ๖.๕๐ บาท

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีก เชิญท่านจ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ใช่ไหมครับเชิญ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายกระทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดอภิปราย วกวน ซ้ำซาก แล้วกล่าวหารัฐบาลว่า เป็นรัฐบาลที่ปล้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ผมกำลังควบคุมอยู่

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธาน นิดเดียว รัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ไม่ใช่รัฐบาลเผด็จการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ คือเข้าใจ ประชาชนเข้าใจ ทุกคนก็เข้าใจมาจากการเลือกตั้ง

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผมพูด เรื่องความจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว ผมควบคุมกำกับอยู่ นั่งลงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ไม่ใช่เรื่องจริงครับ รัฐบาล ประชาธิปไตยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใจเย็น ๆ ครับ เราต้องอดฟังครับ ต้องอดทนฟัง

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

งบประมาณนี้ เป็นการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๕ ยังไม่ได้ใช้เลย แม้แต่บาทเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว ทางกรรมาธิการเขาชี้แจงเองนะครับ ท่านนั่งลงนะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เดี๋ยวถ้าเกินเลย นอกจากที่ผมดูแลอยู่ ผมจะไม่ให้ท่านพูดนะครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญ ท่านอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ นะครับ ผมคิดว่า ท่านประธานใช้การวินิจฉัยที่อาจจะทำให้การทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรของคนส่วนใหญ่ ของท่านวัชระ เพชรทอง สะดุดหยุดลง ประเด็นที่ท่านวัชระได้อภิปรายแม้ว่าจะอภิปราย ต่อเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ แต่เป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศอยากรู้ และผมเชื่อ เป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าการที่ยกเลิกรถไฟฟรีทุกภาค ยกเลิกรถเมล์ฟรี ซึ่งกระทบปัญหาการครองชีพของพี่น้องประชาชนนั้นรัฐบาลมีเหตุผลอย่างไร เป็นโอกาส

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อ ๘ ว่าประธานวินิจฉัยไม่ถูกต้องใช่ไหมครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมถาม ประเด็นนี้ถูกนะครับ ผมจะวินิจฉัยประเด็นของท่านก่อนนะครับ ท่านนั่งลงเมื่อท่านประท้วงเสร็จ คราวนี้ประธานจะวินิจฉัย นั่งลง

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมยังพูดไม่เสร็จสิ้นกระบวนความครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมฟังเข้าใจแล้วนะครับ ไม่จำเป็นต้องเสร็จ ท่านนั่งลง

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลง ผมจะวินิจฉัยประเด็นของท่าน เมื่อมีท่านสมาชิกประท้วงแล้วก็อภิปราย คำวินิจฉัย ของประธานตามข้อบังคับนะครับ พวกเราก็ไปร่างกันมานะครับ ถือว่าเป็นเด็ดขาดนะครับ ถ้าเราเข้าใจง่ายคือเป็นข้อยุติว่าจะวินิจฉัยอย่างไรก็ถือว่าเป็นข้อที่สิ้นสุดยุติอย่างนั้นนะครับ คือสิ่งซึ่งท่านวัชระกำลังอภิปรายอยู่นี้ ผมนั่งฟังอยู่ ส่วนในมาตรา ๓ ที่ท่านพูดไปเมื่อวาน ก็เป็นเรื่องของเมื่อวาน แต่นี่ท่านกำลังขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลเพราะ ผมนั่งฟังอยู่นะครับ ว่าท่านกำลังยกตัวอย่างในการใช้จ่ายเงินที่ผ่านมา อันนี้เป็นเหตุผล ถ้าหากท่านอภิปรายไป นอกเหนือจากนี้ผมจะไม่ให้อภิปราย นี่ผมนั่งฟังอยู่ ประธานในฐานะประธานก็ทักท้วงบอกว่า ถ้าท่านนอกไปจากนี้ไม่ได้ ท่านสมาชิกกำลังประท้วงท่านอยู่ ท่านอภิปรายว่าการใช้จ่ายเงินที่ผ่าน มาเป็นอย่างไร ท่านก็พยายามหยิบยกตัวอย่างขึ้นมา ผมก็นั่งฟัง เอาสรุปนะครับ เชิญ นานแล้ว เดี๋ยวท่านอดีตผู้ว่าราชการ กทม. ท่านนั่งอยู่นานแล้วตั้งแต่เช้าเห็นใจท่านนะครับ แต่ทำไมโรงงานต่างชาติ ไม่ต้องเอ่ยชื่อว่าชาติไหนทำไมรัฐบาลลดภาษีนำเข้าไม่เก็บเลย แม้แต่บาทเดียว สูญเสียเงินภาษีอากรที่จะได้เก็บนับพัน นับหมื่นล้านบาท ท่านประธานครับ นี่คือความเหลื่อมล้ำ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ครับ ท่านประธานต้องดำเนินการควบคุมในการอภิปรายด้วยความเรียบร้อยครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าถ้าอภิปรายประเด็นเดิมท่านจะไม่ให้พูดครับ แต่นี่ประเด็นเดิม ซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ เมื่อวานก็พูดถึงเรื่องของเขตภาษีเจริญ วกวนอยู่ ๓ เขตแค่นั้นละครับ ท่านประธาน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศครับ ทำไมพูดเฉพาะ ๓ เขตภาษีเจริญ เท่านั้นครับ พี่น้องประชาชนที่เป็นชาวนาจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคกลาง ทำไมท่านไม่พูดครับ นี่พูดเฉพาะส่วนในพื้นที่ของตัวเองหรือเปล่าครับ ขอให้ท่าน ดำเนินการอภิปรายตามข้อ ๘ ครับท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมว่าไม่จบแน่ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรเชิญนั่งลงครับ เมื่อสักครู่ท่านวัชระ เพชรทอง กำลังยกตัวอย่างว่าการใช้จ่าย คือ ท่านเปรียบเทียบว่าจ่าย ๕,๐๐๐ บาท จ่าย ๓๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวกรรมาธิการท่านจะตอบเอง ว่าระเบียบเขาวางไว้อย่างไร แนวปฏิบัติเขาวางไว้อย่างไรเดี๋ยวกรรมาธิการเขาจะตอบ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงใช่ไหมครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ประท้วงท่านประธานข้อ ๘ ท่านประธานต้องควบคุมการประท้วงซึ่งเข้าข่ายลักษณะ ประท้วงวนเวียน ซ้ำซาก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลง เดี๋ยวมันเข้าตัวท่าน มันจะเข้าตัวท่านท่านนั่งลง ท่านวัชระผมให้อีก ๒ นาที เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอความกรุณาท่านประธานอย่าได้ใช้อำนาจเช่นนั้นเลยครับ ด้วยความเคารพ เพราะการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเอกสิทธิ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อ ๆ ผมให้เวลาตามสมควรนะครับ คงจะไม่ให้มากเพราะว่าท่านอื่นรออยู่

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

แล้วประเด็นผมจะไม่ซ้ำกับที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมนั้นเคารพท่านประธานแล้วเคารพการวินิจฉัย ท่านประธานครับ เมื่อผมดูการตั้งงบประมาณ ท่านของบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท มาขอ งบประมาณจากสภาแห่งนี้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่กลับจะมาเอาเงิน ๖.๕๐ บาท ผมสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ แล้วเมื่อ มาดูในงบเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นใน (๖) อีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับผมสงสัยว่าผู้ใหญ่บ้านอย่างผู้ใหญ่ดอเลาะ เซ็งมะสู ซึ่งอยู่หมู่ ๙ ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ซึ่งถูกขบวนการแบ่งแยกดินแดนใช้อาวุธสงคราม นานาชนิดยิงถล่มบ้าน เผารถ เผาบ้าน จะได้รับการเยียวยาช่วยเหลือด้วยหรือไม่ ท่านประธานครับ เพราะปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นปัญหาของพี่น้อง ประชาชน ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่าทั้งเงินฉุกเฉินจำเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เงินฟื้นฟูน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะตกถึงมือประชาชนสักเท่าไร ท่านประธานครับ ผมเข้าใจท่านประธานดีถ้าท่านประธานจะจับผิดสมาชิกท่านประธานก็นั่งจ้องหน้าสมาชิกเลย แต่ท่านประธานไม่จับผิดท่านประธานก็ทำโน่นทำนี่ไป ก็แล้วแต่ว่าสมาชิกฝ่ายไหนพูด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเวลาฝ่ายค้านพูดท่านประธานก็กรุณาปกติเหมือนกับ ฝ่ายรัฐบาลพูดเถอะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ ท่านจะอภิปรายหรือท่านจะกระทบกระทั่งเสียดสีประธานอย่างไรผมไม่ว่านะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ไม่บังอาจเสียดสีท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน อย่าเถียงครับ คือเรากำลังอภิปรายในวาระที่สองอยู่นะครับ หรือท่านหมดแล้วท่านก็จะ พยายามพูดต่อไปนี่นะครับ ท่านก็บอกสิครับว่าท่านตัดอย่างไร ส่วนประธานจะปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรเดี๋ยวผมดูเองนะครับ เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้จะนำประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ อีก ๓ ปีข้างหน้า ผมยังมองไม่ออกถึงทิศทางของรัฐบาลที่จะนำพาประเทศชาติของเราเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน เพราะอะไรครับ เพราะผมเกรงว่ารัฐบาลจะนำประเทศของเราเข้าสู่ ประเทศบางประเทศเท่านั้นเองและรัฐบาลได้พยายามที่จะโฆษณาบอกว่าปีนี้และปี ๒๕๕๕ คือปีนี้เป็นปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ จึงต้องตั้งงบประมาณ ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่าเงินดังกล่าวจะตกถึงมือพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ เพราะค่าแรงที่ท่านบอกว่า ๓๐๐ บาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่ให้ ท่านอภิปรายแล้ว เพราะว่าไม่อยู่ในมาตรา ๔ ที่เรากำลังพูดกันอยู่นะครับ เชิญท่านนั่งลง เชิญท่านอภิรักษ์ต่อครับ ไม่ให้อภิปรายแล้ว แล้วก็ขอถุงข้าวกับเอกสารที่ท่านยกขึ้นมานะครับ

(นายสมคิด เชื้อคง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงใครครับ เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี ความจริงผมจะใช้สิทธิพาดพิง นิดหน่อยครับ เพราะว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงเรื่องอะไร ผมยังไม่ทราบเลย

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้สิทธิพาดพิง เรื่องแผ่นพับว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ผมใช้สิทธิพาดพิงในนาม ส.ส. ของรัฐบาลครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านนั่งลงเดี๋ยวค่อยว่ากัน ท่านวัชระผมไม่ให้อภิปรายแล้ว นั่งลง แล้วขอถุงข้าวสาร กับเอกสารที่ประกอบการอภิปรายนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทุกท่าน ก็เคารพผมนะครับ ผมบอกให้ท่านนั่งลงไม่ให้อภิปราย ท่านต้องเคารพนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ ท่านอภิรักษ์พูด ท่านไม่ได้พูดในมาตรา ๔ ท่านพูดไปเรื่อย ผมนั่งฟังเหตุผล ผมจดประเด็น ของท่านอยู่ ผมใช้สิทธิไม่ให้ท่านอภิปราย ให้ท่านอื่น ท่านอภิรักษ์จะพูดไหมครับ อภิปรายไหม เดี๋ยวนะครับ ท่านขอใช้สิทธิท่านนั่งก่อน เดี๋ยวผมจะให้ทีละท่าน ไม่ให้พูดแล้วครับ ผมต้อง รักษาข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมให้โอกาสท่านมาเยอะ แล้วผมก็นั่งฟังท่านก็ไม่ได้เข้าประเด็น ในเรื่องของมาตรา ๔ ถ้าท่านอภิรักษ์ไม่ใช้สิทธิพูด ผมก็จะไปที่ท่านศุภชัย ใจสมุทร ผมให้นั่งลงครับ ท่านค่อยพูดมาตราอื่น ท่านเป็นนักกฎหมายท่านรู้ประเด็นนะครับ อดทนหน่อย

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ไม่มีปัญหาครับ ท่านประธานบอกว่า ให้พูดมาตราอื่นผมก็ยินดี แต่ท่านประธานเอาข้าวไปทำอะไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น วัตถุประกอบการอภิปรายนะครับ ถุงเดียวก็เอามาก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านจะอภิปราย ท่านก็ค่อยมาขอประธานไปใหม่นะครับ เอามาส่งเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวท่านนั่งลงนะครับ เดี๋ยวท่านอภิรักษ์รอสักพักหนึ่งนะครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงอะไร เชิญครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี ขอใช้สิทธิพาดพิงที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ขอเอ่ยนาม ท่านวัชระ เพชรทอง ที่บอกว่าแผ่นพับของที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทำ ไม่มี ส.ส. รัฐบาลคนใดนำไปแจกจ่าย ความจริงในส่วนพรรครัฐบาล ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ส่วนมากก็ได้นำไปแจกจ่าย เดี๋ยวพี่น้องประชาชนฟังท่านวัชระเดี๋ยวก็จะเกิดมีความรู้สึกว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลนั้นไม่ได้ไปทำงานอย่างนี้ ก็ชี้แจงเพื่อความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก ผมก็เห็นท่านประธานวิปรัฐบาลไปแจกที่จังหวัดนนทบุรีเหมือนกัน ที่บ้านผม เหมือนกัน เชิญท่านอภิรักษ์

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในมาตรา ๔ งบกลาง ซึ่งทางกรรมาธิการได้ปรับลดลงเหลือ ๔๒๐,๔๔๕ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้โดยข้อเท็จจริง ก็จะมีจำนวนงบประมาณที่สูงมากกว่างบประมาณปี ๒๕๕๔ ถึง ๕๘ เปอร์เซ็นต์ คือสูง มากกว่าถึง ๑๕๔,๖๘๒ ล้านบาท ประเด็นที่ผมจะอภิปรายแล้วก็ได้สงวนคำแปรญัตติ ที่จะตัดงบ ๕ เปอร์เซ็นต์ก็คืออยู่ในมาตรา ๔ งบกลาง วรรคสอง ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ซึ่งมีงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโดยข้อเท็จจริงเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายท่านได้อภิปรายว่าในงบนี้ ไม่มีรายละเอียดที่ทางกรรมาธิการโดยรัฐบาลได้ชี้แจง แม้ว่าทาง ครม. จะได้มีมติในการที่จะ อนุมัติงบประมาณในเรื่องของการเยียวยา ฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบหลายครั้ง แล้วก็ในช่วง ที่ผ่านมาทางนายกรัฐมนตรีเองก็ได้มีการกำชับให้แต่ละหน่วยงานได้ส่งรายละเอียดให้แล้วเสร็จ ภายใน ๔๕ วัน ซึ่งถ้าทางรัฐบาลจะได้เร่งสรุปรายละเอียดของงบประมาณก็จะช่วยในเรื่อง ของการอภิปรายงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบประมาณที่ไม่จำเป็นหรืองบประมาณ ที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงในแต่ละกลุ่ม จริงแล้วงบประมาณตรงนี้แบ่งเป็น ๔ ด้านด้วยกัน

ด้านที่ ๑ ก็คือการฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางด้านสังคม และคุณภาพชีวิต กับ

๒. ก็คืองบประมาณในเรื่องของการฟื้นฟู เยียวยาภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และเกษตรกรรม ซึ่งในงบ ๒ อันนี้ส่วนใหญ่จริง ๆ รัฐบาลสามารถที่จะสำรวจได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงบเยียวยาครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท งบในเรื่องของการซ่อมแซม บ้านเรือนที่อยู่อาศัย งบประมาณในเรื่องของการเยี่ยวยาพืชผลทางด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ไร่นา ประมง ปศุสัตว์ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในงบประมาณนี้ก็จะประกอบไปด้วยอีก ๒ ด้าน ก็คืองบในเรื่องของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะไปซ่อมแซมในเรื่องของถนนหนทาง ระบบไฟฟ้า ประปา โรงเรียน วัด มัสยิด ศาสนสถาน ประเด็นที่ผมได้แปรญัตติตัดงบ ๕ เปอร์เซ็นต์ในส่วนตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่รายละเอียด ของงบประมาณที่ทางรัฐบาลโดย ครม. ได้อนุมัติโดยรวมงบประมาณอาจจะอยู่ที่ประมาณ ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าตัวเลขล่าสุดใน ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้รายละเอียดผมไม่มี เพราะว่ากรรมาธิการไม่ได้ชี้แจง แล้วก็ใส่ไปในเอกสาร แต่ว่าผมจะพูดถึงในงบประมาณที่เหลือ ซึ่งไม่มีรายละเอียดเลยอยู่ที่งบประมาณ ๗๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในประเด็นงบประมาณ ๗๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทซึ่งประกอบไปด้วยส่วนที่มีความสำคัญก็คือการป้องกันแก้ไขปัญหา น้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ความหมายก็คือว่าเรากำลังอภิปรายงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ซึ่งผ่านมาแล้วอย่างน้อย ๓ เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ แล้วสิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในปีนี้ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง แล้วก็ที่เสียหายมาก ๆ ก็คือในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็จังหวัดนครปฐม แล้วก็ที่สำคัญในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางตอนเหนือในเขตหลักสี่ ดอนเมือง สายไหม บางเขน ในพื้นที่ ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีน้ำท่วมเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นตรงนี้เป็นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนรออยู่ว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ที่จะป้องกันความเสียหาย ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาได้อย่างไร แต่ว่ารัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ไม่มีรายละเอียดในเรื่องนี้ที่จะสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชน แม้ว่ารัฐบาลจะได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ก็คือคณะกรรมการ กยน. ที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ มีนักวิชาการหลายท่าน ที่มีประสบการณ์ในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วมที่ผ่านมาได้เคยเสนอแนวทางในเรื่องของการแก้ไข และป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่จะลดผลกระทบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียน ผ่านไปยังกรรมาธิการใน ๕ ประเด็นที่จะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในปีที่แล้ว และเรียกความ เชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนจากต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวที่โดยปกติก็จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยตลอดทั้งปี

ประเด็นที่ ๑ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงกรรมาธิการเพื่อที่จะได้ จัดสรรงบประมาณในงบ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราก็อาจจะเชื่อมโยงไปถึงงบประมาณ ในมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยตรง ประการที่ ๑ ก็คือ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจะมีคณะกรรมการ กยน. ที่ดูแลในเรื่องนี้อยู่ ประเด็น ที่สำคัญ ก็คือในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำที่การเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ซึ่งปีที่แล้วก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสภาแห่งนี้ถึงปริมาณน้ำ ในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอื่น ๆ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ทั้งในเรื่องของการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งในเรื่องของการทำนา และการปล่อยน้ำให้ สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสถานการณ์ฝนตก จากพายุดีเปรสชั่น (Depression) ต่าง ๆ ซึ่งปีที่แล้วก็มีถึง ๕ ลูก แล้วที่สำคัญก็คือสอดคล้อง กับในเรื่องของการพยากรณ์น้ำขึ้นน้ำลง โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ประเด็นตรงนี้ ก็จะมีความสำคัญที่ถ้าเราสามารถที่จะสรุปบทเรียนจากน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วให้เป็นบทเรียนว่า ในการเกิดอุทกภัยหรือมหาอุทกภัยในปีที่แล้ว มีน้ำท่วมในหมู่บ้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคกลางในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปริมณฑล เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในเรื่องของการระบายน้ำที่เราเรียกกันว่าพื้นที่ฟลัดเวย์ มีแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี ๒๕๓๘ ที่ได้มอบแนวทาง ให้กับสำนักงาน กปร. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการที่บริหาร จัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการพยากรณ์ เกี่ยวกับ เรื่องน้ำ เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ รวมถึงในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น ประเด็นตรงนี้ก็คือในเรื่องของการสรุปบทเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วที่ส่งผลกระทบทั้งในเรื่องความเสียหาย ทั้งทรัพย์สิน และชีวิตของพี่น้องประชาชน และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม มากกว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่ทางธนาคารโลกได้สรุปออกมาว่าจะมีวิธีการ อย่างไรที่จะบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จะระบายน้ำ ในทางพื้นที่ตะวันตก ในลุ่มแม่น้ำท่าจีน ในพื้นที่ด้านตะวันออก ในลุ่มแม่น้ำบางปะกง และในพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะไหลออกสู่อ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นที่สำคัญที่ถ้าทางคณะกรรมการ กยน. ได้สรุปบทเรียนจากปัญหา เมื่อปีที่แล้วก็จะได้ช่วยในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ และที่สำคัญก็คืองบประมาณ หลายเรื่องไม่สามารถที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แปลว่าตอนนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในปี ๒๕๕๕ ก็เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ภาคใต้ แต่ว่าอาจจะเกิดจาก สถานการณ์ฝนตกหนัก แล้วก็ความแตกต่างของสภาพภูมิประเทศก็จะแตกต่างจาก ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา หรือในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ว่า อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนที่ประสบมหาอุทกภัยในปีที่แล้วก็ยังรอคอยว่ารัฐบาลจะมี มาตรการอย่างไรที่จะออกมา มีการจัดสรรงบประมาณในลักษณะไหน ที่จะสร้างความมั่นใจ ว่าบ้านเรือน หมู่บ้าน ที่เขาอาศัยอยู่แล้วเสียหายในปีนี้ยังซ่อมแซมไม่เสร็จเลย เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ก็จะเข้าสู่หน้าฝนอีกแล้ว ถ้าเราดูช่วงระยะเวลาเดียวกัน ปีที่แล้วก็จะมีพายุดีเปรสชั่นนกเต็นที่เข้ามาในช่วงปลายเดือนมิถุนายนต่อเนื่องถึง ต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียงแค่ ๕ เดือน ตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับในเรื่องของการสรุปบทเรียน มีนักวิชาการหลายท่านที่ได้เสนอผ่านคณะกรรมการ กยน. ถึงแนวทางในเรื่องของการที่จะจัดหาพื้นที่ฟลัดเวย์ ที่เรียกกันว่าพื้นที่ระบายน้ำ ถ้าในกรณีที่มีน้ำท่วมขัง มีการระบายน้ำเป็นจำนวนมาก ทำอย่างไรที่จะระบายน้ำให้ออกสู่ พื้นที่ลุ่มแม่น้ำทั้ง ๓ ลุ่ม แล้วก็ระบายลงสู่อ่าวไทยได้เร็วที่สุด อันนี้ก็เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ รวมถึงในเรื่องของแผนบริหารจัดการลุ่มน้ำ ๒๕ ลุ่มน้ำ รวมถึงข้อเสนอแนะในเรื่องของแก้มลิงชุมชน ซึ่งก็เป็นแนวทางพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้มอบให้ในเรื่องของพื้นที่ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องหาพื้นที่ ขนาดใหญ่ หรือแม้แต่โครงการสร้างเขื่อน ซึ่งก็จะเป็นปัญหาในเรื่องของผลกระทบกับ สิ่งแวดล้อม หรือในเรื่องของการที่จะต้องหาพื้นที่ขนาดใหญ่ ก็คือแนวนโยบายในเรื่องของ การที่จะจัดหาแหล่งน้ำในพื้นที่ชุมชนขนาดเล็ก ๆ ให้พี่น้องในชุมชนสามารถที่จะบริหาร จัดการได้ อันนี้ก็จะเป็นประเด็นที่ ๑ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณตรงนี้ว่า กรรมาธิการหรือรัฐบาลจะมีแนวทางที่ชัดเจนที่จะสร้างความมั่นใจว่าระยะสั้นในปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ ภายในอีกประมาณ ๔-๕ เดือน รัฐบาลจะมีแนวทางในการลดผลกระทบในเรื่อง ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ที่จะเกี่ยวข้องโดยตรงและจะเป็นการวางแนวทางในกรอบระยะ การป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในระยะกลางและระยะยาว ก็คือแนวข้อเสนอแนะ ในเรื่องของการจัดระบบผังเมืองประเทศ จัดระบบผังเมืองในลักษณะที่เป็นกลุ่มพื้นที่ หรือกลุ่มจังหวัด แล้วที่สำคัญก็คือการกำหนดในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินว่าพื้นที่ไหน เห็นสมควรที่จะเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะไปปลูกบ้านเรือน มีหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งเราเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้นะครับ ว่าหลายพื้นที่เป็นพื้นที่รับน้ำ เป็นแก้มลิงซึ่งอยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ที่เมืองเอก ที่ลำลูกกา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี แล้วก็อีกหลายพื้นที่ในเขต ปริมณฑล เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะมีความสำคัญถ้าทางรัฐบาลโดยคณะกรรมการ กยน. สามารถที่จะกำหนดความชัดเจนของการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือแม้แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่รับน้ำอยู่ ในปีที่แล้ว จะมีการป้องกันแก้ไขปัญหาในปีนี้ได้อย่างไร พื้นที่ไหนจะกำหนดให้เป็นพื้นที่เขต เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจในเขตเมืองที่มีอยู่แล้ว หรือในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และนอกนิคมอุตสาหกรรม ๗ แห่งที่เกิดปัญหาในปีที่แล้ว ว่าจะมีแนวทางในการที่จะกำหนด พื้นที่เพื่อที่จะลดผลกระทบในเรื่องของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หรือแม้แต่ในพื้นที่ เกษตรกรรม ซึ่งก็ถือว่าเป็นพื้นที่หลักของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ว่าพื้นที่ไหน ถ้าจำเป็นที่จะต้องรับน้ำในอนาคตที่จะเกิดขึ้นอาจจะต้องมีมาตรการ แนวทางในการที่จะ ชดเชยเยียวยาให้แตกต่างจากการชดเชยเยียวยาที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว ซึ่งโดยปกติแม้ว้าจะมี การปรับการชดเชยเยียวยาจากความเสียหายไร่ละ ๖๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐ กว่าบาท แล้วปีที่แล้วรัฐบาลก็ปรับขึ้นมาเป็น ๒,๒๒๒ บาท แต่ว่าถ้าจะมีการกำหนดเป็นพื้นที่ที่จะรับ น้ำก็จะช่วยลดผลกระทบ ๒ ต่อของต้นทุนการไปปลูกข้าวแล้วเสียหายแล้วต้องมาชดเชย อีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นประเด็นในเรื่องที่ ๒ นะครับ ว่าถ้ามีการกำหนดพื้นที่ในเรื่องของ การใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความชัดเจน ภาคเอกชนก็ดี พี่น้องประชาชนก็จะทราบว่าที่อยู่ อาศัยบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรมที่ไปตั้ง แม้ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ก็จะได้รู้แน่ชัดว่าจะเป็นพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้ที่จะป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่จะไม่ให้เกิดขึ้น ในอนาคตต่อไป หรือแม้แต่ในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์โบราณสถานต่าง ๆ ปีที่ผ่านมา ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่โบราณสถาน แล้วที่สำคัญก็คือเป็นพื้นที่มรดกโลก แล้วที่สำคัญ มากกว่านั้นก็คือประเทศไทยเองได้เสนอให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่จะเสนอตัว เป็นเจ้าภาพในการที่จะจัดประชุมในปี ๒๐๒๐ ก็คือเวิลด์ เอ็กซ์โป (World Expo) ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วก็จะส่งผลกระทบ ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการในเรื่องของ การป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ชัดเจนในพื้นที่อนุรักษ์ของมรดกโลกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประเด็นที่ ๓ ที่มีความสำคัญโดยตรงก็คือในเรื่องของการรวบรวมบทเรียน จากปีที่แล้ว ในเรื่องของระบบข้อมูล ในเรื่องของการสื่อสาร การแจ้งเตือนภัยให้กับพี่น้อง ประชาชน จริง ๆ แล้วประเทศไทยเองได้มีการสร้างระบบในเรื่องของการแจ้งเตือนภัยตั้งแต่ การเกิดภัยพิบัติสึนามิในช่วงปลายปี ๒๕๔๗ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๔๘ มีการกำหนดในเรื่องของ ระบบการแจ้งเตือนภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแจ้งดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วก็เกิดขึ้น อย่างเช่น ที่บริเวณพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หรือแม้แต่ตอนนี้ก็เกิดขึ้น ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้าเรามีระบบข้อมูลที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของปริมาณน้ำฝนที่ตก ปริมาณน้ำในเขื่อน การแจ้งระบบเตือนภัยที่เชื่อมโยงกับระบบ การพยากรณ์อากาศ ระบบในเรื่องของการตรวจสอบปริมาณน้ำทะเลหนุน การแจ้งเตือน ในเรื่องของระบบที่อาจจะเกี่ยวข้องโดยตรง เช่น แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่มต่าง ๆ อันนี้ก็จะ ช่วยลดผลการสูญเสีย แล้วที่สำคัญก็คือการสรุปบทเรียนในปีที่แล้ว ว่าถ้ารัฐบาลมีระบบ การแจ้งเตือนภัยที่ดีก็จะแจ้งเตือนภัยให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดอย่างน้อย ใน ๗ นิคมอุตสาหกรรม ที่เขาจะมีมาตรการในเรื่องของการโยกย้ายอุปกรณ์เครื่องจักรต่าง ๆ แบบนี้ก็จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่การใช้กฎหมายเข้ามาช่วยในเรื่องของ การบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ อันนี้ก็จะเป็นประเด็นสำคัญที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนต่าง ๆ

มาตรการที่ ๔ ก็คือการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ ภาวะฉุกเฉิน ซึ่งเป็น บทเรียนที่สำคัญในการเกิดมหาอุทกภัยในปีที่แล้ว แต่ปัญหาหลักก็คือว่าภัยพิบัติต่าง ๆ ในอนาคตจะยิ่งเกิดมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากเรื่องน้ำท่วม อย่างเดียว แต่จะเป็นภัยพิบัติที่จะเกี่ยวข้องในหลายเรื่อง เช่น ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในเรื่อง ของการบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง ภัยพิบัติในเรื่องของแผ่นดินไหว ภัยพิบัติในเรื่องของ สึนามิ ในเรื่องของวาตภัย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นประเด็นที่สำคัญ ถ้าทางรัฐบาลจะได้มี การจัดสรรงบประมาณที่มีความชัดเจน มีโครงสร้างการจัดสรรองค์กรซึ่งทาง พรรคประชาธิปัตย์เองได้เคยเสนอในเรื่องของการจัดตั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ การบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ มีการรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่อง ของการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสื่อสารต่าง ๆ ที่จะช่วยในเรื่องของระบบ พยากรณ์ ระบบแจ้งเตือนภัย แล้วก็ที่สำคัญก็คือการบูรณาการอย่างที่การจัดสรร งบประมาณบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นการเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกันอุทกภัย อย่างบูรณาการ หมายความว่าในปีที่แล้วเราจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะมีการตั้ง หน่วยงาน ศปภ. ขึ้นมาเพื่อจะช่วยบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำ แต่เราก็จะเห็นปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นว่าไม่สามารถทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. อบต. เทศบาล หรือแม้แต่กรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับทางจังหวัดเอง ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ รวมไปถึงองค์กรภาคเอกชน รวมไปถึงอาสาสมัครจิตอาสา มูลนิธิต่าง ๆ หรือแม้แต่เหล่าทัพ ถ้าเรามีการบริหารจัดการ อย่างเป็นระบบ แม้ว่าจะมีปริมาณน้ำที่มากกว่าปกติในปีที่แล้ว ผลกระทบความเสียหาย หรือแม้แต่ความเสียหายในทรัพย์สินและชีวิตของพี่น้องประชาชนก็จะน้อยกว่านี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นมาตรการที่ ๔ ที่มีความสำคัญ ถ้าเราสามารถที่จะมีหน่วยงาน มีแผนงานที่ชัดเจน มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปสู่การบูรณาการขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องน้ำท่วมอย่างเดียว ก็จะเป็น ประโยชน์ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ที่สำคัญก็คือในเรื่องของ ความเชื่อมั่นขององค์กรธุรกิจหรือแม้แต่นักลงทุนจากต่างประเทศ

และประการสุดท้ายที่ผมอยากเสนอก็จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่รัฐบาลนี้ ได้ประกาศนโยบายในการนำประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ก็คือการสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจ นักลงทุน หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนในประชาคมอาเซียน ประเด็นที่มีความสำคัญก็คือรัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ กยอ. ที่มีท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรีวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน ได้มีการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ไม่มี รายละเอียดของแนวทางที่จะสร้างความเชื่อมั่นหรือการสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย มีการพูดถึงตัวเลขประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าก็ไม่ได้เชื่อมโยงกับงบประมาณ ที่จัดสรร ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในปีนี้ หรือแม้แต่งบกลางซึ่งพูดโดยตรงเกี่ยวกับในเรื่องของ การป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ประเด็นที่สำคัญตรงนี้ก็คือถ้ารัฐบาลจะได้มี รายละเอียด มีแผนงานที่ชัดเจนก็จะเรียกความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนว่าอย่างน้อย ในปี ๒๕๕๕ ซึ่งเหลือเวลาอีก ๔-๕ เดือน แล้วก็อย่างน้อยนักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งภาคเอกชนที่จะตัดสินใจในเรื่องของการโยกย้ายสถานประกอบการ โรงงานเพื่อที่จะ รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ก็จะเป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้อง ประชาชนและประเทศไทย เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔ วรรคสอง ผมจึงเสนอที่จะตัด งบประมาณและไม่สามารถที่จะให้การรับรองงบประมาณที่ทางรัฐบาลได้เสนอ แล้วก็ไม่ได้มี รายละเอียดแผนงานที่ชัดเจนในเรื่องของการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งในปี ๒๕๕๕ และการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านธนาครับ เดี๋ยวผมจะอ่านชื่อท่านสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติ เพราะท่านจะได้เตรียมตัว หลังจากท่านธนาแล้วจะเป็นท่านศุภชัย ใจสมุทร ท่านบุญดำรง ประเสริฐโสภา ท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย แล้วก็ท่านสาธิต ปิตุเตชะ นะครับ หลังจากนั้นก็จะขอให้ ท่านกรรมาธิการได้ตอบข้อซักถาม เดี๋ยวให้ท่านสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติก่อนได้ไหมครับ ค่อยตอบทีเดียวนะครับ เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การทำหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนได้ติดตามการทำหน้าที่ของสภาแห่งนี้ มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วก็หลายคนก็คงจะได้เห็นการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ส. ฝ่ายค้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้พูดจากันมากมายเลยครับ ท่านประธาน ตลอด ๒ วันที่ผ่านมา เราเดินหน้าเพียงแค่ ๒ มาตราคือมาตรา ๓ กับมาตรา ๔ ซึ่งกำลัง พิจารณา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือความห่วงใยของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนโดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้าน แน่นอนครับ การบริหารราชการแผ่นดิน ในระบอบรัฐสภานั้นเราถือเอาเสียงข้างมากในการที่จะนำพา ขับเคลื่อนขบวนการในการ ที่จะบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้แม้ทุกคำถามที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นซักถามไปยัง กรรมาธิการก็ดี แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นก็มาจากสัดส่วน ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็สะท้อนนัยถึงความเห็น ของรัฐบาลเช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า สมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตอย่างมาก ในมาตรา ๔ ที่เรียกว่า งบกลาง ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่สบายใจที่รัฐบาล แล้วก็โดยเฉพาะ กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ได้พิจารณางบกลางนี้อย่างไม่ละเอียดรอบคอบ และโดยเฉพาะ เมื่อได้ฟังการตอบข้อซักถามของกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดถูกต้องครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ ท่านบอกว่า ถ้าเป็นงบปกติ ตามหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะมี รายละเอียดปรากฏไว้ชัด แต่ถ้าเป็นงบที่ตั้งอยู่ในงบกลางก็จะมีเฉพาะกรอบวงเงิน จะไม่มีรายละเอียด ผมเห็นด้วยกับท่านครับว่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นถูกต้อง แต่นี่ละครับคือสิ่งที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงครับ เพราะงบกลางนั้นเป็นงบที่ตั้งเฉพาะกรอบวงเงิน เพราะฉะนั้นเป็นการยากในการที่จะตรวจสอบ กำกับ ดูแล ให้การบริหารราชการแผ่นดิน และงบประมาณเป็นไปได้โปร่งใส สิ่งที่ผมยกขึ้นมาที่จะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เมื่อตั้งไว้เป็นงบกลาง ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะมีการตั้ง งบประมาณในส่วนของงบกลางให้น้อยที่สุด เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นมีความโปร่งใสในการ ที่จะบริหารราชการแผ่นดิน เป็นโอกาสที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการทำหน้าที่ตรวจสอบ กันอย่างเต็มที่ มีอยู่ยุคหนึ่งครับ ผมจะไม่เอ่ยนาม เพื่อจะไม่ให้เกิดการประท้วง มีการตั้งงบกลาง อย่างมโหฬารเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติโดยไม่มีรายละเอียด ประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้นสภาผู้แทนราษฎรพูดกันชัดเจนครับว่า งบกลางส่วนนี้คือ งบผี แล้วเรามีความเป็นห่วงเป็นใยตลอดมา แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลถัดมา ๆ ก็มีการปรับลดเงิน งบกลางให้อยู่ในช่วงที่จะเป็นงบจำเป็น ฉุกเฉิน เร่งด่วนเท่านั้น มาในวันนี้รัฐบาลนี้ได้เสนองบกลาง เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือความห่วงใยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคน โดยเฉพาะผมเองที่จะต้องลุกขึ้นทักท้วงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า พวกเราทุกคน เป็นห่วงเป็นใย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า เงินงบกลางในส่วนของ รายการที่ ๒ ก่อนครับ ท่านประธาน ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และก็เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น อีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนรายการอื่นนั้นผมจะไม่ใช้เวลานี้ในการที่จะอภิปราย เพราะผม เชื่อว่าสมาชิกทุกคนได้ทำหน้าที่สะท้อนความเข้าใจและความเป็นห่วงไปยังท่านประธานสภา มาพอสมควรแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เมื่องบกลางเป็นงบที่มี เฉพาะกรอบ เพราะฉะนั้นเวลาใช้จ่ายมันจะง่ายกว่างบที่ไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ สิ่งที่ผมหยิบยกในรายการแรก คือรายการที่ ๒ ก็คือเงินค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธานครับว่า ถ้ารัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างมีระบบ อย่างมืออาชีพ นำเอาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาดูแลในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา รัฐบาลจะไม่ต้องตั้งเงินงบประมาณงบกลางถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนใน ปัจจุบันนี้ แต่เนื่องจากการบริหารจัดการที่รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำงานไปในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ พวกพ้องกลุ่มที่อยู่ใกล้ชิดเข้ามามีส่วนร่วม โดยหวังผลทางการเมือง หรือจะเป็นเพราะ ความไว้วางใจก็แล้วแต่ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนว่าได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ อย่างมากมาย ที่ผมต้องหยิบยกรายการที่ ๒ ขึ้นมา ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ตอนที่มี การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีการหยิบยกรายการเงิน ค่าอาหารสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผมจะยกเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมี การยกตัวอย่างกันอย่างมากมายว่ามีช่องทางที่ก่อให้เกิดการทุจริตและไม่สามารถที่จะ ดำเนินการตามงบประมาณที่ตั้งขอไว้ได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานครับบางเขตตั้งมา ข้าวกล่องวันละ ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ถ้าผมไม่มีประสบการณ์ในการดูแลช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยผมจะไม่ลุกขึ้นมาพูดครับท่านประธาน ในขณะที่เกิดอุทกภัย น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร พี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รวบรวมปัจจัย จากพี่น้องชาวใต้มาช่วยพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่ประสบอุทกภัย มีการเปิดครัวชาวใต้ ผมรับผิดชอบครัวชาวใต้ที่บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตดินแดง เขตจตุจักร แล้วก็ เขตห้วยขวาง ผมตั้งครัวชาวใต้อยู่บนสะพานข้ามคลองบางซื่อ หน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ๑๐ กว่าวันที่ผ่านในระหว่างการทำหน้าที่ ทำครัว แจกจ่ายอาหารส่งไปยังผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในพื้นที่จตุจักรก็ดี ลาดพร้าวก็ดี วังทองหลางก็ดี หรือแม้กระทั่งเลยไปบึงกุ่ม แล้วก็พื้นที่ที่มีการขอการสนับสนุนเข้ามา ผมมีบุคลากรไม่ต่ำกว่า ๕๐ คนต่อวัน ทำงานกันตั้งแต่เช้าถึงค่ำ มีจิตอาสาเข้ามาช่วยงานอยู่ตลอดเวลา มีการจัดส่ง อาหาร อุปกรณ์ในการทำครัวทุกอย่างมาช่วยเสริม ท่านเชื่อไหมครับกว่าจะทำได้ ๕,๐๐๐ กล่องต่อวันเลือดตาแทบกระเด็นครับ แทบจะไม่มีเวลาทำงานอย่างอื่นเลยครับ นอกจากนั้น ๕,๐๐๐ กล่องต่อวันเราใช้บุคลากรจำนวนมหาศาล และท่านประธานเชื่อไหมครับ ว่าการทำอาหารเสร็จแล้วเราต้องจัดส่งไปยังผู้ประสบอุทกภัย ในวันนั้นพื้นที่ถนนต่าง ๆ นั้น ก็ถูกจำกัดน้อยลงเพราะน้ำท่วม บางจุด บางแห่ง เราใช้เวลาในการส่งอาหารไปยังผู้ประสบ อุทกภัยไม่ต่ำกว่า ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ นั่นหมายถึงว่าเรามีเวลาในการทำอาหาร เวลาในการ จัดส่งอาหารไปยังผู้ประสบอุทกภัยเพื่อให้เขาได้รับประทานอาหารในเวลาเที่ยง และในเวลาเย็น เป็นเวลาที่จำกัดมาก ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปดูงบที่กรรมาธิการวิสามัญ ไปพิจารณาเบิกจ่ายเงินสำหรับทำอาหารกล่องเลี้ยงผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ชานเมือง และในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผมไม่สบายใจครับท่านประธานว่าในการตรวจสอบ ของท่านนั้นท่านใช้ความจริงจัง ใช้ความอุตสาหะในการตรวจสอบเงินแผ่นดิน เงินพี่น้อง ประชาชนอย่างละเอียดรอบคอบหรือไม่ อย่างไร ท่านเคยไปดูไหมครับว่าการที่คนจะมี อำนาจ มีการบริหารจัดการ ทำข้าวกล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กล่องต่อวันนั้นจะต้องใช้บุคลากร จะต้องใช้องคาพยพในการบริหารจัดการแค่ไหน แต่มีคนเพียงคนเดียวมาทำหน้าที่ เบิกจ่ายเงินงบประมาณส่วนนี้ไปแจกจ่ายกับพี่น้องประชาชน และในตอนน้ำท่วม ผมก็มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครที่อยู่รอบนอก เขตปริมณฑล ท่านประธานครับ ไม่มีพื้นที่ที่จะให้เขาตั้งครัวเลยครับ ที่จะทำครัวเลย ถ้าต้อง ทำอาหารกล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กล่องต่อวัน อย่างน้อยๆ ท่านต้องมีครัวแยกออกไปไม่ต่ำกว่า ๒๐ ครัวครับ ถึงจะบริหารจัดการส่งอาหารกล่องได้ ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง แต่ที่ผมผ่านมา ไม่เห็นมีครัวในพื้นที่น้ำท่วมแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ท่านจะสามารถจัดการ ทำอาหารกล่องส่งให้กับพี่น้องประชาชนวันละ ๑๐๐,๐๐๐ กล่องได้อย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันครับการที่จะบริหารจัดการในช่วงที่น้ำท่วม การสัญจรจากพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม ลงไปสู่พื้นที่ที่น้ำท่วมนั้นลำบากครับ ต้องใช้เรืออย่างเดียวครับ หรือไม่ก็รถทหาร ท่านไม่สามารถจัดส่งข้าวกล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ไปยังพี่น้องประชาชนตามเวลา อาหารเที่ยงและเย็นได้อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านได้ตรวจดูเรื่องนี้ ละเอียดรอบคอบแค่ไหน อย่างไร แน่นอนครับ มีสมาชิกในฐานะกรรมาธิการสามัญติดตาม งบประมาณก็คงจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เรา ได้ลุกขึ้นทำหน้าที่อภิปรายว่าเราไม่สบายใจเมื่อมีการตั้งงบกลางไว้โดยที่มีแค่กรอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนั้นทางราชการเห็นว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจำเป็น จะต้องได้รับอาหารจากทางราชการ ทำไมท่านไม่เรียกใช้หน่วยงานที่เขามีศักยภาพละครับ ในกรุงเทพมหานครท่านมีสำนักงานเขต ๕๐ เขต มีท่านผู้อำนวยการ มีกำลังพล มีความ พร้อมในการที่จะสนับสนุน มีเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถบริหารจัดการ ส่งอาหาร ข้าวปลาอาหาร ไปยังพี่น้องประชาชนได้ ๑๐๐,๐๐๐ กล่องเป็นเรื่องเล็กครับ แต่ท่านไม่ใช้ ท่านไม่ใช้ เจ้าหน้าที่บุคลากรของกรุงเทพมหานครแม้แต่เขตเดียว แต่ท่านไปเลือกใช้คนใกล้ชิด นี่คือ สิ่งที่ผมตั้งข้อทักท้วงไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านต้องรอบคอบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านเสนอมาว่าได้มีการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่อยู่ในมือผมครับท่านประธาน เงินงบประมาณส่วนนี้อยู่ในงบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือแม้จะมีรายการส่งมอบมาให้กับสมาชิกสภา เมื่อเช้าวันนี้ว่ามีการอนุมัติไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลุกขึ้น ซักถามว่ารายการ รายละเอียดในการที่จะอนุมัติมานั้นทำไมไม่ส่งมอบให้กับเพื่อนสมาชิก ได้ทราบ ยกตัวอย่างการปรับปรุงถนน ๗๐๐ กว่าสาย ท่านเขียนเฉพาะ ๗๐๐ กว่าสาย เพื่อนสมาชิกซักถามว่า ๗๐๐ กว่าสายอยู่ที่ไหน ชื่ออะไรบ้าง จะได้มีการตรวจสอบว่าทำกันจริง หรือเปล่า ก็ไม่มีการส่งให้ วันนี้มีการซ่อมแซมดูแลศูนย์บริการ อาคารต่าง ๆ ของศูนย์โรงพยาบาลสาธารณสุขจังหวัด สถาบันพระบรมราชชนก รายการต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นขอรายละเอียดจากท่านตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนบัดนี้ท่านก็ไม่ยอมส่งมอบให้ และนี่คือทำให้สิ่งที่สมาชิกของเราทุกคนมีความไม่สบายใจครับ เพราะงบกลางอย่างที่บอก ก็คือเป็นงบที่มีแต่กรอบ เวลาที่ท่านจะมอบหมายภารกิจให้ใครทำนั้นท่านสามารถทำได้ง่าย กว่างบปกติทั่วไป ซึ่งจะมีหน่วยงานที่จะรับผิดชอบบริหารจัดการเป็นส่วน ๆ นั่นคือสิ่งที่ผม กราบเรียนครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมีเงินงบประมาณที่ต้อง ใช้จ่ายไปสู่พี่น้องประชาชน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินนี้ถ้าเป็นเงินของท่านส่วนตัว ผมจะไม่ติดใจครับ วันนี้เงินส่วนตัวท่านท่านจะใช้จ่ายอย่างไร ไม่มีแบบแผนอย่างไร ผมไม่ติดใจ แต่วันนี้ท่านทำหน้าที่ในฐานะผู้นำรัฐบาล ท่านทำหน้าที่ในฐานะคนที่จะมาดูแล ปัญหาทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนทุกคนมีส่วนในเงินงบประมาณ แผ่นดินเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นหน้าที่อย่างหนึ่งของพวกเราก็คือจะต้องทำให้การบริหาร จัดการงบประมาณนั้นเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ เป็นไปโดยที่จะก่อให้เกิดความสุจริต ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันให้มากที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายให้กับ ประเทศหลายล้านล้านบาท วันนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่จะ สร้างความเสียหายต่อไปสมทบทุก ปี ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือความเชื่อมั่น ของนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะอยู่ อย่างมีความสุขว่าจะมีน้ำท่วมเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้รัฐบาล จะพยายามประชาสัมพันธ์บอกอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐบาลจะบูรณาการป้องกันปัญหาน้ำท่วม แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุน หรือในหมู่พี่น้องประชาชน สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือวันนี้รัฐบาล บอกอยู่ตลอดเวลาครับว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายการลงทุนออกนอกประเทศ แล้วเป็นอย่างไรละครับ หลังน้ำท่วมผ่านไปแล้วเราได้เห็นบริษัทต่างชาติหลายบริษัทประกาศปิดโรงงาน เคลื่อนย้าย ภาคการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว พม่า นี่คือแค่เริ่มต้น นะครับท่านประธาน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ถ้ารัฐบาลยังไม่มีความจริงใจ และทำแผนของการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร เราจะเสียภาคการลงทุนไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อถึงวันหนึ่งครับเราจะหมดโอกาสแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ให้กับ พี่น้องประชาชน วันนี้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมที่ภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าติดประชุมสภา ๓ วัน ผมไม่ติดใจท่านครับ เพราะว่าท่านอาจจะเห็นว่าภารกิจส่วนนี้สำคัญ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า การที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีเดินทางไปดูผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้ อย่างน้อย ๆ จะส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศไปแล้ว แต่ว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่ได้เลือกใช้ช่องทางนี้ในการที่จะ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและนักลงทุน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ภาษาที่เราพูดกันในอดีตที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าคิดครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเดียวลงไปก็ไม่ได้สร้างความคืบหน้าหรือสร้างภาพต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้นได้ ไม่อย่างนั้น ในอดีตเขาไม่เรียกกันหรอกครับว่า ช้างเหยียบงา พญาเหยียบเมือง ท่านอาจจะส่งรัฐมนตรี ท่านใดท่านหนึ่งไป แต่ความสำคัญไม่ได้มีผลเท่ากับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีท่านเดียวลงไป เพราะเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน มันจะมีภาคส่วนราชการต่าง ๆ ลงไปด้วย มันจะเกิดภาพของการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน อย่างน้อย ๆ ถ้าวันนี้ยังไม่มี รูปแบบที่ชัดเจน สร้างความเชื่อมั่น ประชาสัมพันธ์ให้คนต่าง ๆ ได้ทราบว่ารัฐบาลนี้ ให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างจริงจังแล้ว ในอนาคตเราไม่สามารถเป็นฮับทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเป็นผู้นำในการ ลงทุน ไม่สามารถเป็นผู้นำในการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศหรืออาเซียนได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ถ้านักลงทุนชาวต่างประเทศถามว่ามีพื้นที่ในประเทศไทย ส่วนไหนบ้างที่จะไม่เกิดน้ำท่วม ท่านตอบเขาได้ไหมครับ วันนี้ไม่มีครับ ไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานซึ่งว่าแล้งแล้ว เกิดน้ำท่วมตลอดครับ ภาคใต้วันนี้เกิดปัญหาน้ำท่วม รุนแรง และไม่ได้เกิดปีละครั้งแล้วนะครับ วันนี้เกิดปีละ ๒ ครั้ง ถ้าผมเป็นนักลงทุน ชาวต่างประเทศที่ต้องลงทุนเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะลงทุน ในประเทศไทยและไม่อยากให้มีปัญหาน้ำท่วม เพราะวันนี้บริษัทประกันภัยต่างชาติ ก็จำกัด เรื่องของการประกันภัยน้ำท่วมในประเทศไทย ไม่เฉพาะในประเทศไทยเองที่บริษัท ประกันภัยก็ตั้งเบี้ยประกันไว้อย่างสูงสำหรับการประกันภัยน้ำท่วม เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าไม่มี ความเชื่อมั่นให้เขา เป็นผมผมก็ไม่กล้ามาลงทุนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า สิ่งที่ผมได้อภิปรายทั้งหมดนั้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน วันนี้ปัญหาของการใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหาแห่งชาติแล้วครับ ท่านต้องให้ความสำคัญ และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจะติดตามการทำงาน การเบิกจ่ายงบประมาณและการดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ พี่น้องครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศุภชัย ใจสมุทร

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้ แปรญัตติโดยการขอตัดงบประมาณในมาตรา ๔ งบกลาง ใน (๒) เรื่องค่าใช้จ่ายในการ เยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการก็คือว่า โดยหลักการ การที่ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลสามารถที่จะนำเงินจากภาษีอากรของประชาชนไปใช้ได้จะต้อง ได้รับการอนุมัติจากสภา ซึ่งนั่นหมายถึงสภาซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงิน ในแต่ละกระทรวงในการ พิจารณาของกรรมาธิการจะมีการพิจารณากันอย่างละเอียดทุกบาททุกสตางค์ว่ารัฐบาลจะ นำเงินนั้นไปใช้อย่างไร คณะกรรมาธิการก็จะต้องตรวจสอบกันอย่างใกล้ชิด แต่เฉพาะ งบกลางกลับเป็นงบที่ท่านกรรมาธิการได้ละเลยในการที่จะเข้าไปหารายละเอียดว่ารัฐบาล จะนำเงินนี้ไปใช้อย่างไร มีรายละเอียดเข้ามาเพียงบางส่วน เมื่อเทียบกับเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีการตั้งงบกลางไว้ใน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งจำนวนนี้เป็นจำนวนมากมาย มหาศาล แต่ปรากฏว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านนำเสนอว่าจะนำไปใช้อะไรบ้างที่นำเสนอให้ กรรมาธิการและกรรมาธิการได้มีการพิจารณาอนุมัติให้มันเป็นจำนวนน้อยนิด ซึ่งผมคิดว่ามัน ผิดหลักการในการที่เราจะต้องให้สภาแห่งนี้ควรจะอนุมัติเงินนี้ให้กับรัฐบาลไป สิ่งที่อยากจะ เรียนกับท่านประธานก็คือว่าปีนี้งบกลางมีการตั้งงบประมาณไว้จำนวนถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คือปี ๒๕๕๔ ปีที่แล้วมีการตั้งไว้เพียง ๒๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมี ความแตกต่างมาก และเมื่อคณะกรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณลงไป ๑๕๖ ล้านบาท ครม. ก็ได้มีการตั้งงบเพิ่มขึ้นมาอีก สรุปก็คืองบกลางได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ หรือคิดเป็นประมาณ .๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้เป็นปริมาณซึ่งมันมีมากมาย ประเด็นที่ผม อยากจะกราบเรียนก็คือว่าการที่กรรมาธิการซึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้มอบหมายให้ท่าน ได้ไปทำหน้าที่ในการกลั่นกรองการใช้เงินของรัฐบาลที่รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารได้ขออนุมัติ ท่านไม่ได้มีการดำเนินการในการเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดอย่างที่ผมว่าไปเมื่อสักครู่ จริง ๆ แล้วในวาระที่หนึ่ง ผมเองหรือในสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายท่านก็ได้มีการอภิปราย และเห็นด้วยในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งเป็นภัยอันร้ายแรงที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา แล้วเราเห็นว่าการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ควรที่จะมีการปรับเปลี่ยน โดยมุ่งเน้นในการ ให้การช่วยเหลือฟื้นฟูกับประชาชน แต่สิ่งที่เราได้อภิปรายในวาระที่หนึ่งนั้นเราได้บอกว่า ภารกิจ พันธกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องของอุทกภัย รัฐบาลสามารถที่จะนำเงินนั้น ลงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละกระทรวงได้ แต่จนถึงวันนี้ปรากฏว่าท่านเองได้มีการตั้ง งบประมาณสำหรับ (๒) ในเรื่องนี้และเรื่องของการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยกลับมากระจุกอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเท่ากับว่ารัฐบาลเอง โดยคณะรัฐมนตรีมีอำนาจอนุมัติเงินที่ยังไม่เข้าสู่รายละเอียดในวาระนี้ที่กรรมาธิการ ได้พิจารณาอีกจำนวนนั้นมากมาย โดยที่ผู้แทนของเจ้าของเงินคือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการรับรู้ว่าเงินที่เหลือนี้ท่านจะนำไปใช้จ่ายอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมเห็นว่า มันจำเป็นที่จะต้องปรับ ผมเห็นว่าการอนุมัติงบกลางโดยคณะรัฐมนตรีนั้นไม่มีความถี่ถ้วน เพียงพอ และการตรวจสอบก็เป็นไปได้ยาก สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการ ท่านหนึ่งซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีด้วย ท่านบอกว่า ครม. ชุดนี้จะมีการสัญจรไป ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลบางรัฐบาลมี ครม. สัญจรที่เรียกว่าทัวร์นกขมิ้น ผมเกรงว่าคราวนี้จะมีทัวร์นกแก้วเข้าไป ในทัวร์นกขมิ้น มีการอนุมัติงบกลางนี่ละครับจำนวนมากมาย มีการไปขอกัน แล้วก็รัฐบาลชุดนั้น ก็มีการอนุมัติงบประมาณกันกลางเต็นท์ที่ไปนั่งกันอยู่เลย ผมเกรงว่าถึงเวลานี้เงินงบกลาง ที่ท่านมีอยู่นี่ละครับ ท่านก็จะพางบกลางไปดูตัวเลขไปด้วย ไปจังหวัดไหนอุทกภัยมากน้อย ไม่ทราบ แต่ท่านก็ใช้วิธีการอนุมัติงบกลางนี้ ซึ่งก็จะเป็นการหาเสียงหาคะแนน ซึ่งในที่สุดแล้ว ท่านอนุมัติไปเราเข้าใจครับว่าคงจะเป็นประโยชน์ แต่การขาดการตรวจสอบ จากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็จะเป็นปัญหาสำคัญ และในที่สุดมันก็ก่อให้เกิดความติฉิน นินทาได้ว่าท่านเองแทนที่จะนำเงินไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ท่านกลับที่จะนำเงินนั้นไป เพื่อให้มุ่งหาคะแนนเสียงในพื้นที่ ในพื้นที่ของ ส.ส. ที่ท่านมีอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก และโปรดระมัดระวังอย่าให้มันมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ใน (๒) เรื่องการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ผมยัง สงสัยว่าการเยียวยา ฟื้นฟูอาจจะใช่ แต่เรื่องของการป้องกันความเสียหายตรงนี้ ผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นภาระหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี แต่น่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงซึ่งมี ความรับผิดชอบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น หรือว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กรณีนี้น่าจะเป็นเรื่องของ การป้องกันโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งคำถามก็คือว่าจนถึงวันนี้ทำไมกรรมาธิการถึงไม่ได้ พิจารณาว่ามันมีหน่วยงานไหนที่มีหน้าที่ในการป้องกันอุทกภัย ดังนั้นงบกลางส่วนนี้ผมก็คิดว่า ควรที่จะต้องตัด ไม่สมควรที่จะมากระจุกอยู่ที่คณะรัฐมนตรี หรือให้อำนาจกับนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมยอมรับว่าอุทกภัยที่ผ่านมามันมีผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้วก็สังคม แทบทั้งประเทศแล้วละครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าภัยที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทยของเรามันเป็นภัย ที่จะเกิดขึ้นอย่างปกติ แต่ช่วงเวลา ๘ เดือนที่จะถึงนี่นะครับ ผมมั่นใจว่าเงินที่ท่านขอไว้ เฉพาะค่าใช้จ่ายในเรื่องเยียวยา ฟื้นฟู อย่างไร ๆ มันก็ไม่ได้มีจำนวนถึงขนาดที่ท่านจะใช้ได้ทัน ในช่วงเวลา ๘ เดือน แล้วเงินก็จะเหลือ คำถามก็คือเมื่อเงินเหลือแล้วถือว่าเป็นการใช้เงิน ที่เราเก็บมาจากภาษีประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ก็เป็นคำถามที่ผมต้องถาม คณะกรรมาธิการว่าสิ่งที่ท่านได้พิจารณานั้นได้คำนึงถึงกรอบเวลาที่มันมีสั้นลงเท่านี้หรือไม่ แล้วถามว่าถ้ามันใช้ไม่หมด มันก็แปลว่าเงินเป็นการใช้โดยไม่มีประสิทธิภาพ วันนี้ต้องยอมรับนะครับ ว่าปัญหาเรื่องของอุทกภัยที่มันเกิดขึ้นมา นั่นคือความล้มเหลว ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะบริหารน้ำให้มันเกิดความสมดุลกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่า น้ำในเขื่อน หรือการระบายน้ำ การวางแผนเปิด ปล่อยน้ำ การป้องกันน้ำต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหา ซึ่งปัญหาที่ตามมาในระยะปลายที่ศูนย์แก้ปัญหาของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านก็ไปแก้ ไม่ว่าเรื่องความขัดแย้งของมวลชนทั้งหลาย ก็ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความล้มเหลว สิ่งเหล่านั้นมันก่อให้เกิดเป็นผลกระทบ ซึ่งผมเชื่อว่า วันนี้ท่านประเมินได้แล้ว รวมถึงว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยที่ผ่านมา ในเรื่องของ การที่จะฟื้นฟูอะไรต่าง ๆ ผมก็มั่นใจว่าท่านน่าจะมีตัวเลขมาให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ซึ่งเมื่อท่านกรรมาธิการไม่ได้มีการพิจารณาให้มันละเอียด หรือคำนึงถึงตัวเลขที่ท่านได้อนุมัติ ไปด้วยวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นจำนวนที่มาก และท่านเห็นตัวเลขเพียงเล็กน้อย แล้วท่านอนุมัติไปให้ทั้งหมด ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นว่าท่านกรรมาธิการไม่ได้ดำเนินการ ให้สมกับที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มอบหมายให้ท่านไปทำหน้าที่ไปดูแลเงินของประชาชนว่า รัฐบาลควรจะนำเงินนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ อย่างสมบูรณ์ ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของอุทกภัยที่มันผ่านมา ผมว่าวันนี้สิ่งที่ รัฐบาลควรที่จะต้องเอาจริงเอาจัง ก็คือการให้ความสำคัญกับแผนบูรณาการเกี่ยวกับ เรื่องน้ำทั้งหมด บ้านเรามีทั้งน้ำแล้ง แล้วก็น้ำล้นก็คือน้ำท่วม แล้วก็แล้ง ท่านจะทำอย่างไร ให้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกปี ๆ สามารถที่จะบูรณาการในการที่จะจัดทำแผนให้มันเกิดมี ประสิทธิภาพ ถึงเวลาไหมครับว่าตอนนี้เรายังไม่มีกระทรวงน้ำ ถึงเวลาเราตั้งกระทรวงน้ำ เสียทีไหมครับ มาบริหารเรื่องน้ำโดยเฉพาะ เพราะวันนี้แน่นอนเหลือเกินครับว่าไม่กี่เดือน ข้างหน้าน้ำเหนือก็จะหลากลงมา และเรายังไม่ได้เตรียมรับ สิ่งที่ผมมองว่าวันนี้รัฐบาล ฝากความหวังไว้ให้กับท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร หรือดอกเตอร์โกร่งอยู่ท่านเดียว แต่ก็ยังไม่เห็นเลยว่าวันนี้จะขยับเขยื้อนอะไรกัน การปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาวิกฤติในเรื่องของยามน้ำแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภคอุปโภค การแก้ปัญหาเรื่องน้ำทางภาคการเกษตร อะไรต่าง ๆ หรือว่าเรื่องอุตสาหกรรม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะฉะนั้นวันนี้ เมื่อภัยพิบัติกำลังจะเข้ามาสู่ประเทศของเราเป็นปกติ ผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องดำเนินการก็คือเราจะทำอย่างไร ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ และไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่แก้ปัญหากันแบบเป็นรายเดือน เป็นรายปีว่าจะแก้กันเมื่อน้ำมา แล้วก็ค่อยแก้ แล้วจะบอกว่าเอาอยู่ ไม่เอาอยู่ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้มันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เกินไป วันนี้ถ้ารัฐบาลจะกู้เงินขึ้นมาเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาเรื่องของน้ำแล้ง น้ำล้นอะไรต่าง ๆ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่การตั้งงบประมาณ งบกลางเพื่อที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่เป็นซานตาคลอส ผมไม่แน่ใจว่าเพศเมียเขาเรียกซานตาคลอส ว่าอย่างไรนะครับ ก็คงอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ในที่สุดแล้วมันไม่มีประสิทธิภาพ พวกเรา สภาแห่งนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ในสมัยที่แล้ว ในรัฐบาลชุดที่แล้วการที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ มีการขออนุมัติงบกลางจากคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี ผมจำได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้น วันนี้รัฐบาลชุดนี้ผมเชื่อว่ามันก็คงจะเป็นกรณีเดียวกันก็คือ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็คงมีการของบประมาณจากงบกลางตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากกรรมาธิการว่าช่วยกำชับ บอกท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบท่านจะเจอกันเวลาไหนแล้วว่าช่วยดูแลเงินเหล่านี้ เรื่องของ การใช้จ่ายงบกลางให้มีประสิทธิภาพ และผมเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นถ้าท่านได้สามารถ ใช้จ่ายเงินกันอย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และถ้ามีโอกาสได้เห็นว่า ท่านใช้อะไรไปบ้างมาชี้แจงให้เราทราบด้วย ผมว่าในที่สุดแล้วการจัดงบประมาณ ในคราวต่อไปก็สามารถที่จะดำเนินการไปอย่างที่ว่านี้ก็ได้แต่ขอให้มันโปร่งใส เพราะที่ผ่านมา มันมีปัญหาเรื่องโปร่งใส ก็คงต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมขอตัดงบประมาณที่มีการตั้งไว้ สำหรับมาตรา ๔ งบกลาง (๒) จำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เหลือท่านสมาชิกที่ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ๖ ท่าน หลังจาก ๖ ท่านนี้เสร็จแล้ว ผมจะให้คณะกรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามและจะขอมติจากที่ประชุม ว่าจะเดินหน้าต่อไป มาตรา ๕ นะครับ มี ๖ ท่าน ประกอบไปด้วย ท่านแรก ท่านบุญดำรง ท่านที่ ๒ ท่านประเสริฐ ท่านที่ ๓ ท่านสาทิตย์ ท่านที่ ๔ ท่านวิลาศ แล้วก็ท่านสุรเชษฐ์ ท่านสมมุตินะครับ ๖ ท่าน แล้วก็เดี๋ยวท่านกรรมาธิการ ท่านหัวหน้าพรรค ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จะตอบใช่ไหมครับ เชิญท่านบุญดำรงครับ

นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้ขอแปรญัตติโดยขอปรับลดงบประมาณที่ตั้งไว้ตาม มาตรา ๔ (๕) เกี่ยวกับเงินชดเชยค่าแรงงานสิ่งก่อสร้าง งบประมาณที่ตั้งไว้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ผมขอปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ผมขอปรับลดมี ๒ ประการครับ ท่านประธาน

ประการแรก ผมไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์และรายละเอียดของเงินตาม (๕) นั้น กรรมาธิการได้พิจารณาไว้ให้ละเอียดหรือไม่ อย่างไร เพราะไม่มีรายละเอียดระบุว่า วัตถุประสงค์ทำอะไร

ประการที่ ๒ ผมไม่ทราบว่างบประมาณที่ตั้งไว้จะใช้กับกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งตามมาตรา ๔ (๖) เงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนั้น งบประมาณที่ตั้งไว้ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ขอปรับลดเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ผมขอปรับลดนั้น ท่านประธานครับ เพราะผมไม่ทราบว่าเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนั้นจัดทำไว้สำหรับกลุ่มเป้าหมายใด และไม่มีรายละเอียด อย่างชัดแจ้ง เป็นการตั้งวงเงินงบประมาณไว้อย่างไม่โปร่งใส ส่อพิรุธเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานขอปรับลดตามมาตรา ๔ (๖) อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ งบประมาณทั้ง ๒ วงเล็บนั้น (๕) และ (๖) ที่ผมขอปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอให้ท่านกรรมาธิการโอนไปยังกระทรวงแรงงานเพื่อจ่ายค่าแรงงานขั้นต่ำ วันละ ๓๐๐ บาท ให้แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีและจังหวัดอื่น ๆ ที่กำลัง รอคอยอยู่อย่างเท่าเทียมกันในเดือนเมษายนศกนี้ ขอขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐ อยู่ไหม เชิญท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในการตั้งงบประมาณไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท มีคนกล่าวว่าต้องไปกู้เงินมาเยอะแยะ กระผมเข้าใจว่างบประมาณปีนี้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี้นะครับ ถูกวางตัวเลขไว้ก่อนแล้วที่จะมีรัฐบาลนี้ ไม่ว่าใคร จะเป็นรัฐบาลก็แล้วแต่ เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทก็ต้องกู้ ปีนี้ที่จัดเก็บก็ได้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ต้องกู้ เพราะว่ามันถูกวางตัวเลขไว้แล้วนะครับ และสำคัญที่สุดก็คือ ปฏิทินเวลาทางการเมืองมันเคลื่อน วันนี้งบประมาณใช้ล่าช้ามา ๔ เดือน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การใช้งบประมาณล่าช้านี้นะครับ มันก็ทำให้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการที่จะพัฒนา ประเทศหรือแก้ไขวิกฤติต่าง ๆ มันก็เคลื่อนตามไปด้วย วันนี้เราเกิดวิกฤติใหญ่ อย่างไรก็แล้วแต่ในมาตรา ๔ งบกลางไปเก็บที่กระทรวงการคลัง ไปเก็บที่สำนักงบประมาณ ท่านนายกรัฐมนตรีมีอำนาจใช้ จะมอบหมายผ่านกระทรวงไหนใช้ก็ว่าตามความวิกฤติ อย่างไรก็แล้วแต่งบในมาตรา ๔ (๒) บอกใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ผมเข้าใจว่าการเยียวยา ฟื้นฟู คงต้องทำให้เต็มที่นะครับ แต่ว่า การป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการจะทำอย่างไร ก็ต้องว่ากันให้ดีครับ หรือมาตรา ๔ (๖) เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท งบ ๒ ตัวนี้ รวมกัน ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามีความเหมาะสมนะครับ ใครว่าไม่เหมาะสม อย่างไรก็แล้วแต่ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลต้องทำ การที่รัฐบาลต้องกันเงินมาอย่างที่ ไม่มีความเหมาะสมก็เพราะว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ที่ผม ได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ ๑.๕ ล้านล้านบาท หรือว่ามีผู้เสียชีวิตไป ๗๕๐ คนนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเงินเสียหาย ๑.๕ ล้านล้านบาท ถ้าเราจะอัดงบประมาณลงไปกระแทก เพื่อทำการฟื้นฟู เยียวยา หรือว่าแก้ไข หรือป้องกันอย่างไรก็แล้วแต่นี่ เม็ดเงินจำเป็นจะต้อง มีจำนวนมากพอ เข้าใจว่าถ้าเป็นต่างประเทศ น่าจะใช้ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ในการที่จะลงไป กระแทกกัน แต่นี่ถ้าท่านตั้งไว้ ๑.๘๖ ล้านล้านบาท เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มันเกิดอีกนะครับ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ความเหมาะสมมีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ วันนี้ความเชื่อมั่นซึ่งผมเข้าใจว่า ตัวแทนพี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้ยินนะครับ ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล บอกอยู่เสมอว่าความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่น และความเชื่อมั่น ทีนี้ผมก็ได้ยินความเชื่อมั่น ผมอยู่จังหวัดสมุทรปราการครับ ผู้ประกอบการก็บอกว่าอยากจะ ได้ยินจริง ๆ ว่ารัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะทำให้น้ำมันไม่ท่วมอีก ความเชื่อมั่นที่จะ ทำให้ต่างประเทศ หรือนักลงทุนจากต่างประเทศไม่ถอนการลงทุน และยังกล้าที่จะมาลงทุน ในประเทศของเรา เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถที่จะทำให้น้ำ มันไม่ท่วมได้อีก และความเชื่อมั่นไม่ใช่เฉพาะแค่นี้ครับ พี่น้องประชาชนภายในประเทศ ท่านประธานลองไปถามดูนะครับคนที่ถูกน้ำท่วมถามว่ากลัวน้ำท่วมไหมครับ ที่ผ่านมานะครับ เกิดความตื่นตระหนก ตื่นกลัว หวาดระแวง ในจังหวัดสมุทรปราการบ้านผมก็เหมือนกัน โรงงานอุตสาหกรรมบางโรงงานใช้เงินถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปสร้างสิ่งกีดขวางป้องกัน ไม่ให้น้ำมันท่วมโรงงาน แต่ว่าสุดท้ายเกิดผลอะไรครับ น้ำมันไม่ท่วมครับ แต่เกิดผลอะไร ตามมาทราบไหมครับ บางโรงงานครับใจแคบบอกเลยเงินปันผลประจำปี เงินโบนัส ต้องถูก ตัดลดไปด้วยนะครับ เพราะเอาเงินตรงนั้นมาซื้อกระสอบทราย มาสร้างเครื่องป้องกันไม่ให้ น้ำท่วมโรงงาน อย่างนี้ก็มีผลกระทบ แต่ว่าถ้าเราสามารถทำให้น้ำมันไม่ท่วมได้เลยผมว่า ก็ไม่ต้องใช้งบอะไรในการที่จะป้องกันน้ำท่วมใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นความตื่นตระหนก ความตื่นกลัวในการที่น้ำมันจะท่วม อันนี้ละครับ นี่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอีก ไม่ใช่ ของกระทรวงใดนะครับ ของรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านประเสริฐ ขอขัดจังหวะท่านนิดหนึ่ง ท่านขอปรับกี่เปอร์เซ็นต์นะในมาตรานี้

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เมื่อไรจะเริ่มขอตัดครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธาน ผมไม่พูด ว่าตัดกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าผมตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่นสิ ผมนั่งฟังอยู่ คือผมเป็นห่วง เพราะว่าผมนั่งฟังผมก็จดประเด็นท่านอยู่

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมขออนุญาตตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะเริ่ม ตอนไหนครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมจะขอตัดจาก ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑๘,๖๐๐ ล้านบาท ขอให้ช่วยนำส่วนนี้ ลงในการซ่อมบำรุงนะครับ เครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และสิ่งอำนวยความ สะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรปราการบ้านผม ซึ่งผม ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่าน้ำไม่ท่วมจังหวัดสมุทรปราการก็เลยจะไม่มีงบประมาณนี้ไปให้ ไม่ได้นะครับ เพราะจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ ๗,๐๐๐ โรงงาน ประเมินว่า ๖,๐๐๐ โรงงาน ถ้ามีมูลค่าเฉลี่ยในการตั้งโรงงาน ๓๐๐ ล้านบาท เอา ๖,๐๐๐ โรงงาน คูณ ๓๐๐ ล้านบาท เท่ากับ ๑.๘ ล้านล้านบาทครับท่านประธาน และวันนี้น้ำไม่ท่วม จังหวัดสมุทรปราการครับ เพราะว่าที่จังหวัดสมุทรปราการสูบน้ำ ระบายน้ำอย่างเดียว ไม่มีการกันน้ำเลย เพื่อเร่งให้น้ำไหลลงมาจนไม่ท่วม และเครื่องสูบน้ำเสียหาย เครื่องคว้านน้ำ สกรีน (Screen) นะครับ ในการที่จะกันผักตบชวา ขยะต่าง ๆ ทั้งหลายชำรุดเสียหาย และจะต้องมีการวางใหม่เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าในปีต่อไปที่น้ำจะท่วมจะท่วมหรือไม่ จะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะทำให้น้ำมันไม่ท่วม โดยเฉพาะที่สถานีสูบน้ำสำโรงเหนือ ซึ่งก็เหมือนกับที่พระโขนงครับ พระโขนงมี ๔๕ ตัว ๓ คิวต่อวินาที ๔๕ ตัว มีคลอง อุโมงค์ยักษ์ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คิวต่อวัน แล้วบอกว่าน้ำจะไม่ท่วม เฉพาะอุโมงค์ยักษ์ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ใช้ไปแล้ว สร้างแล้ว แต่น้ำเข้าเท่าไรครับ ๓.๕ ล้าน ก็ผมไปดูกับตา ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ๘,๕๐๐ ล้านบาท มี ๔ ตัว ๑๐๐ คิวต่อวินาที วันหนึ่งสูบได้ ๘,๖๔๐,๐๐๐ คิวต่อวัน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าผมอยากจะตัดเงินงบประมาณส่วนนี้ ปรับลดส่วนนี้เพื่อไปใช้ในการที่จะวางสถานีสูบน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะไม่ใช่ จังหวัดสมุทรปราการอย่างเดียวนะครับ ทุก ๆ จังหวัดนะครับ ตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะต้องสร้างสถานีสูบน้ำนะครับ เมื่อมีน้ำท่วมอยู่จังหวัดด้านบนน้ำยังไม่ลด จากแม่น้ำเจ้าพระยาเลยครับ จะมีสถานีสูบน้ำที่สามารถรองรับการระบายน้ำได้ ดูดน้ำ เร่งน้ำเข้ามาครับ เพื่อให้น้ำมันลดลง ไม่ให้น้ำก่อตัวสูงขึ้น นี่คือวิธีการหนึ่งที่สำคัญและเป็นหัวใจในการระบายน้ำไม่ให้น้ำท่วม ท่านประธานครับ เงินจำนวนนี้ ๑๘,๖๐๐ ล้านบาท ผมขอนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้การเยียวยา ผู้ประสบภัยได้ยินอยู่ตลอดเวลา ๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาทไม่พอนะครับ แล้วโดยเฉพาะ ผู้ที่เสียชีวิตจะทำอย่างไร วันนี้จริง ๆ ถ้าจะจ่ายกันจริง ๆ เคยถามเพื่อนผู้พิพากษา ถ้าให้ตัดสินเขาจะฟ้องรัฐบาล ถามว่าฟ้องรัฐบาลเขาเห็นว่าควรจะจ่ายไหม ศาลท่านตอบว่า ต้องจ่าย แต่ศาลจะตัดสินว่าอย่างไรไม่จ่ายครับเพราะรัฐบาลไม่มีเงิน นี่ก็คือความรับผิดชอบของศาล ตามดุลยพินิจ อย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธานสิ่งสำคัญที่สุดก็คืองบที่วางไว้ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ขอให้เราได้ใช้งบนี้อย่างบูรณาการจริง ๆ และแก้ไขปัญหาให้มันถูกทิศ เกาถูกที่คัน ทำไม ถึงไม่เอางบส่วนนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตนิดหนึ่ง คือขณะนี้ท่านกำลังขอปรับลดในหมวดรายการค่าใช้จ่ายฟื้นฟู เยียวยา แก้ไขที่รัฐบาลเสนอมา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็กรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนอีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านกำลังขอตัดใน ๒ รายการนี้ แต่ในเวลาเดียวกันท่านก็บอกว่าขอให้ไป ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ ผมก็เลยสงสัยว่าท่านจะขอหรือจะขอตัดอย่างไรนะครับ ถ้าตัดเหตุผล ๑ ๒ ๓ จะได้เดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าอภิปรายอย่างนี้ผมไม่รู้ว่ากรรมาธิการท่านจะตอบท่าน อย่างไร เพราะอันนี้เป็นวาระที่หนึ่งที่ท่านเสนอข้อแนะนำข้อห่วงใยไปนะครับ ขอความกรุณากระชับนิดหนึ่ง

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานเฉลียวฉลาด จริง ๆ แล้วผมอาจจะพูดแล้วทำให้เข้าใจผิดไปนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้ว งบประมาณถูกวางไว้หมดแล้ว ท่านก็ทราบว่าตรงนี้มันยังไม่มีแผนมาชัดเจน ไม่ครบ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเพียงแต่ขอว่าวันนี้ถึงผมขอเสนอตัดอย่างไรก็ไม่ได้ตัดหรอก แต่ผม ขอเพียงแต่ว่าเรารู้กันนะครับ เราผู้แทนราษฎรเราอยู่กันมานาน ผมเพียงแต่ขอว่ามีการใช้ งบประมาณส่วนนี้ขอให้เอาไปวางให้ถูกที่ถูกจุดแล้วมาสร้างความเชื่อมั่นมาแก้ไขปัญหา ไม่ให้น้ำมันท่วมได้ แล้วเยียวยาผู้คนได้ ผมขออย่างนี้แล้วผมยังชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณ ๘,๕๐๐ ล้านบาทสร้างสถานีสูบน้ำที่สุวรรณภูมิ ถามว่าได้อะไร ๘,๕๐๐ ล้านบาท จาก ๘,๖๔๐,๐๐๐ คิวต่อวัน ถ้าท่านให้ผม ๘,๕๐๐ ล้านบาท ผมสูบ ๒๔๐ ล้านคิวต่อวัน อย่างนี้ วันนี้รายละเอียดคงไม่ได้พูดมาก แต่ผมชี้ให้เห็นว่าการใช้งบประมาณอย่างบูรณาการ ที่ผมอยากจะตัดในหมวดนี้ ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วเฉพาะในตัวนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะตัดผมก็ขอเมื่อตัดแล้วอย่างไรงบก็ไปไหนไม่ได้ครับ อย่างไรงบประมาณก็ต้องถูกนำไปใช้ ถ้าปล่อยให้มันค้างท่อก็ไม่มีประโยชน์ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมเองด้วยความเป็นห่วงก็ไม่ได้มีอะไรครับ เพียงแต่ อยากจะบอกว่าเมื่อมีงบประมาณแล้วอยากจะขอให้ใช้ให้มันเกาถูกที่คัน ที่ไม่ควรใช้อย่าไปใช้มัน ขอตอกย้ำนะครับ ที่ไม่ควรใช้อย่าไปใช้มัน และที่ควรต้องใช้ อย่างจังหวัดสมุทรปราการ เฉพาะระบบอุตสาหกรรม ๑.๘ ล้านล้านบาทจะรับกันไหวไหมครับ แล้วอยู่ดี ๆ บอกว่า ปากน้ำน้ำมันไม่ท่วม มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นครับ น้ำมันท่วมแล้วเพียงแต่ยังไม่ยกตัวสูง มันถูกเรา ระบายก่อน แล้วก็ระบายตลอดเวลาจนน้ำมันไม่ท่วม แต่เมื่อเราเห็นเทคนิค เราเห็นความรู้ มีประสบการณ์อย่างนี้เราจึงบอกว่าควรจะต้องเพิ่มและซ่อมบำรุงและสร้างสถานีสูบน้ำเสริม กำลังให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมในปีต่อไป ผมอยากจะเสนออย่างนี้ อย่างไรก็แล้วแต่ ขอบคุณที่ท่านประธานได้เป็นห่วงในสิ่งที่ผมอธิบาย ผมขออนุญาตนะครับว่ารัฐบาล เวลาจะวางแผนวันนี้มีการนำเสนอแนวคิดหลายอย่าง การสร้างฟลัดเวย์ ซึ่งใช้เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านประเสริฐเอาอย่างนี้นะครับ ท่านเสนอแนะดีมากในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง บรรเทาปัญหาเรื่องน้ำท่วม ผมอยากจะให้ท่านทำเป็นกระทู้ถามในวันพฤหัสบดีหน้าได้ไหมครับ เพราะว่ารัฐบาลจะได้ตอบกับท่านตัวต่อตัว แล้วก็มีงบประมาณในการบริหารการจัดการ ดำเนินการหรือไม่อย่างไรนะครับ ดีไหมครับ ผมว่าข้อแนะนำของท่านดีมาก

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ

ผมชอบเลยนะครับ ท่านประธาน ให้ผมตั้งกระทู้ถามนะครับ ท่านประธานอนุญาตผมนะครับ กระทู้ถามสดนะครับ ผมขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะได้ไป ท่านสาธิตต่อ เพราะประเด็นของท่านมันต้องถามทางรัฐบาล อันนี้เรากำลังมาพูดถึงปรับลด งบประมาณในวาระที่สองในมาตรา ๔ ท่านก็แสดงข้อห่วงใย ตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อแนะนำ และอธิบายคำแนะนำของท่าน มันจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับในวาระที่สองขอให้ท่านไปกระทู้ถาม ดีไหมครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานอย่างนี้ ผมยอมให้ท่านประธาน แต่ท่านประธานรับปากผมในสภานี้แล้วนะครับ ทีนี้เพื่อน ๆ ก็บอก ถ้าท่านเห็นว่าดีนะครับ ท่านต้องให้ผมถามนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในวันพฤหัสบดีหน้า ก็จะมีการกระทู้ถามสดอยู่แล้ว แล้วก็มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนฟัง ท่านก็ใช้สัดส่วน ของฝ่ายรัฐบาล ๑ กระทู้ถามของท่านนะครับ ผมคิดว่าจะเดินหน้าได้ แล้วจะได้ชัดเจน คือ ท่านถามทางกรรมาธิการ กรรมาธิการท่านก็ได้พิจารณาไปแล้วบอกว่าเงินเยียวยา ฟื้นฟู บำบัด แล้วก็เงินที่เกี่ยวข้องกับฉุกเฉินและจำเป็น ท่านกรรมาธิการท่านตอบไปแล้วบอกว่า ถ้ารายการอย่างนี้มันไม่สามารถที่จะมีรูปแบบรายการหรือรายละเอียดของรายการได้ เพราะตั้งไว้เผื่อในอนาคตภายภาคหน้าจากการบริหารราชการแผ่นดินของผู้บริหารประเทศ เราก็ไม่รู้ว่าอะไรจะประสบ อะไรจะเกิดขึ้น ขณะนี้ภัยหนาวก็เข้ามา เดี๋ยวก็ภัยแล้งตามมา เดี๋ยวก็น้ำท่วม สิ่งเหล่านี้มันคาดการณ์ไม่ได้ แต่ที่ท่านห่วงใยก็คือว่าขณะนี้เขาสามารถใช้จ่าย ไปได้บางส่วนก็ตามพระราชบัญญัติวิธีบริหารงบประมาณปี ๒๕๐๒ และระเบียบปี ๒๕๔๘ และตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการ บริหารอยู่ พร้อมมติคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นในประเด็นที่ท่านพูดขอให้ไปพูดในเรื่องของการ กระทู้ถามดีไหมครับ เดี๋ยวท่านสาธิตนั่งอยู่ท่านจะได้ตัดงบประมาณเสียทีหนึ่ง ผมยังไม่เห็น ท่านสาธิตตัดสักทีหนึ่ง

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอสรุปนะครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมขอคณะกรรมาธิการ เงินตัวนี้ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอปรับลดจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการวางสถานีสูบน้ำตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปจนถึงจังหวัดนครสวรรค์เลย ส่วนจะ วางอย่างไรครับเดี๋ยวจะมีแผนกัน ต้องขอขอบคุณนะครับ ผมขอขอบคุณมากที่ได้ให้ผมได้ อภิปรายและให้ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดในสัปดาห์หน้า ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสาธิต หลังจากท่านสาธิตแล้ว ท่านกรรมาธิการชูวิทย์จะตอบ ๒ นาทีครับ และต่ออีก ๓ ท่าน แล้วก็ผมจะขอถามความเห็นของท่านสมาชิก ถ้าท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างไรก็จะได้ ลงมติต่อไป แล้วมาตรา ๕ เราจะเดินต่อไปได้ เชิญท่านสาธิตครับ ท่านจะตัดเท่าไร เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณงบกลางไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่รัฐบาลตั้งงบไว้ ๔๒๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้ไปปรับลดลง ๑๕๖ ล้านบาท แล้วก็แปรญัตติเพิ่มเข้ามาอีก ๑,๗๖๖ ล้านบาท ซึ่งถ้าดูตัวเลขแล้วก็ปรับลดแต่แปรญัตติเพิ่มมากขึ้น ผมอยากจะให้เหตุผล ในการที่จะตัดปรับลดงบประมาณงบกลางลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วย ๒ เหตุผลใหญ่ ๆ นะครับ

ประการแรกก็คือว่างบกลางที่ตั้งไว้มันไม่สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาล ได้ประกาศกับรัฐสภาแห่งนี้ไว้เมื่อเดือนสิงหาคม

ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพผมก็อยากจะขอเน้นเรื่อง วิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ต้องเน้นเรื่องวิสัยทัศน์ก็เพราะว่าคุณสมบัติของ งบกลางก็มีความชัดเจนเพราะว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้อภิปรายไปจำนวนมาก ว่างบกลางเป็นงบที่เปิดโอกาสและเป็นอำนาจเต็มของนายกรัฐมนตรีที่จะใช้อำนาจในการ ที่ใช้วินิจฉัยในการพิจารณาที่จะใช้งบกลางอย่างเต็มที่ ถึงแม้บางครั้งจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ก็ตามนะครับ ๒. ก็คือว่างบกลางนั้น ไม่จำเป็นต้องมีแผนงานนะครับ ที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ก็เพราะว่าสำหรับความยืดหยุ่น ในการ บริหารจัดการที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าต้องใช้การตัดสินใจที่การแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างทันท่วงที ผมจะขออภิปรายในประเด็นเรื่องวิสัยทัศน์ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมจะยกตัวอย่างกรณีที่เป็นปัญหา ในการใช้วิสัยทัศน์ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไปบ้างแล้วนะครับ แต่ผม จะพูดถึงปัญหามาบตาพุด ความจริงปัญหามาบตาพุดนี่ไม่ใช่เป็นปัญหาของในเชิงพื้นที่ ไม่ได้ เป็นปัญหาว่าพื้นที่นั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวกัน ๔ คน แต่ความจริงมาบตาพุดเป็นปัญหาเชิงความสมดุลของคน ๒-๓ กลุ่ม นั่นคือประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการแล้วก็ฝ่ายราชการ มาบตาพุดเป็นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เป็นปัญหา ความมั่นคง ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าถ้าวันหนึ่งมีคนโรคจิตคนหนึ่งบอกว่าจะเอาระเบิด ไปโยนที่โรงงานแห่งใดแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนี่ผมถือว่ามีความสั่นคลอน ทางความมั่นคงของประเทศ หรือถ้าโรงงานหรือผู้ประกอบการกิจการในมาบตาพุด ได้หยุดตัวลง เพราะว่าความไม่เห็นด้วยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อันนี้ก็จะก่อให้เกิด ปัญหาอย่างมากมายนะครับ วิสัยทัศน์ของการลงทุนในมาบตาพุดก็คือว่าทุกรัฐบาลนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนจะต้องไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้ จะต้องไปสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อม แล้วก็ทำให้ประชาชนในพื้นที่อยู่คู่กับโรงงานให้ได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เรื้อรัง ยืดเยื้อมาหลายสิบปีครับ แล้วก็ไม่เคยมีรัฐบาลไหนเข้าไปแก้ไข อย่างจริงจัง ถ้าเปรียบเทียบผมก็ต้องขออนุญาตเปรียบเทียบรัฐบาลชุดที่แล้ว ภายใต้การนำ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านก็ใช้งบกลางอันนี้ละครับเข้าไปแก้ไข ปัญหา เพราะว่าโดยคุณสมบัติของงบกลางมันสามารถที่จะไปอนุมัติแล้วก็ไปเยียวยา ไปใช้งาน ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที ผมขออนุญาตเล่าให้ท่านประธานฟังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุดมีปัญหาอะไรบ้าง ปัญหาสุขภาพครับ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ก็เจ็บป่วย ทิศทางที่เป็นมะเร็งก็เพิ่มมากขึ้น ไม่นับเจ็บป่วยธรรมดา ผื่นคัน ฝนที่เป็นกรด มีผลกระทบกับพืชสวนผลผลิตทางการเกษตร อันนี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่ว่าหัวใจสำคัญก็คือ เรื่องคุณภาพชีวิตของคนที่นั่น ผู้ประกอบการมีความสำคัญไหม ก็ต้องตอบว่ามีความสำคัญครับ เพราะว่าถ้าผู้ประกอบการหยุดกิจการผมเข้าใจว่ามีคนไปคิดตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวม ของมาบตาพุดนี่ถ้าตัวเลขคร่าว ๆ ก็เท่ากับ .๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีในประเทศนี้ มันมีสิ่งที่ ต้องทำหลายอย่าง ถ้ามิติในการแก้ไขปัญหาผมคิดว่าแก้น้ำท่วมนี่ยังทำง่ายกว่าแก้ปัญหา มาบตาพุด เพราะว่าแก้น้ำท่วมนี่เราก็มีประสบการณ์ครับ เราก็ทราบว่าปัญหามันคืออะไร จะระบายน้ำ จะหาทางน้ำลงทะเลอย่างไร แต่ว่าการแก้ไขปัญหามาบตาพุดมันไม่ได้ทำ เพียงแค่เอางบประมาณไปทำ แต่ว่าทำอย่างไรก็ได้ที่ให้ประชาชนเขารู้สึกว่ารัฐจริงใจ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีความเข้าใจคนในพื้นที่มากขึ้น และที่สำคัญทิศทางในการ ขับเคลื่อนนี่ก็ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันนะครับ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมก็คิดว่า อยากจะมีเงินเอาไปทุ่มและไปซื้อประชาชนให้ไว้ใจโรงงานในชั่วขณะหนึ่งก็ทำไม่ได้ครับ สิ่งที่ต้องทำก็คือว่าทำให้เขาเห็นว่าโรงงานมาอยู่ที่นั่นนี่เขาได้ประโยชน์อะไร และที่สำคัญนอกจากได้ประโยชน์อะไรแล้วจะต้องรับประกันกับเขาด้วยว่าโรงงานที่ไปตั้ง มันไม่มีมลพิษไปถึงลูกหลานเขา หรือตัวเขาเอง ครอบครัวเขาต้องเป็นโรคมะเร็งโดยได้รับ ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย ที่สำคัญถ้าเกิดมีการเจ็บป่วยจากควันพิษหรือสิ่งที่เกิดจากโรงงาน รัฐต้องไปดูแลเขาอย่างไร ต้องไปจัดการเขาอย่างไร ถ้ารัฐทำอย่างนี้ก็จะสร้างความเชื่อมั่นได้ และเหตุผลที่ผมขอตัดลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องวิสัยทัศน์ ผมมีตัวชี้วัดครับ

ตัวชี้วัดเรื่องแรกของผม ก็คือว่าตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ๔ เดือนเต็ม ท่านประธานครับ โครงการต่าง ๆ ที่ได้เดินไว้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ โครงการ ที่ไปสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับเขา มันยุติลง ผมไม่ทราบเหตุผล ถ้ารัฐบาลจะตอบว่าไปยุ่ง เรื่องแก้น้ำท่วมก็พอฟังได้ แต่ว่ามันมีหลายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่สามารถไปดำเนินการเข้าไป แก้ไขได้ครับ แต่ปรากฏว่าที่สอบถามมาทุกอย่างก็หยุดอยู่ สะดุดหยุดอยู่ และถามทิศทาง ที่ชัดเจนว่าจะเดินอย่างไร ก็ยังไม่พบทางสว่าง

ตัวชี้วัดอีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของกฎหมายครับ กฎหมายเมื่อวานนี้ เพื่อนสมาชิกท่านวิชัย ล้ำสุทธิ ก็ได้อภิปรายไปแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้ คือ ร่าง พ.ร.บ. องค์กรอิสระเพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต กฎหมายฉบับนี้ก็ผ่านการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ไปสู่วุฒิสมาชิก รอเพียงการยืนยันจากรัฐบาลว่า ถ้ายืนยันกฎหมายนี้ก็จะออกมาบังคับใช้ ถ้ากฎหมายบังคับใช้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คืออะไร คือ ความชัดเจนครับ ความชัดเจนที่พูดถึง ก็หมายความว่าผู้ประกอบการเขาก็มีช่องทางที่เขาจะเดิน หมายถึงว่าถ้าเป็นโรงงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง ก็ต้องมาใช้ช่องทางนี้ไปสู่องค์กรอิสระ ทำทั้งอีไอเอ อีไอเออย่างเดียวไม่ได้ ต้องไปเอชไอเอด้วย และต้องได้รับการยอมรับ จากประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการท่านก็ต้องการความชัดเจนว่าแล้วตกลงจะเดินตาม รัฐบาลชุดที่แล้วไหม เขาจะได้มาลงทุนเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้พื้นที่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ถูกน้ำท่วมเขาก็วิ่งที่จะไปหาพื้นที่ ก็คือภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี ที่ดินก็กำลังเป็นที่ต้องการของนักลงทุน แต่ว่ายังขาดความชัดเจนครับ สมมุติรัฐบาลจะตอบว่ามีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สอดคล้องและใกล้เคียงกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้มาใช้งานแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ชัดเพราะมันเป็นแค่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี มันยังไม่ชัด แต่ถ้าเป็นกฎหมายมันก็จะเดินได้ นักลงทุนเขาก็บอกว่า โอเคมันมีช่องทางชัดเจนแล้ว อันไหนที่เข้ากระทบ อันไหนที่ไม่ต้องกระทบ ก็ไปว่าตาม กฎหมายปกติธรรมดา เป็นผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมโดยปกติ ผมก็จะเรียน กับท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทำเป็นวิสัยทัศน์ครับ หลังจากที่ มีการฟ้องศาลปกครองโดยภาคประชาชนทำให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ ๗๖ โรงงาน ยุติการประกอบกิจการ พวกเราคนในประเทศนี้ สภาเราเดือดร้อน เดือดร้อนเพราะว่ารายได้ ที่จะเข้าประเทศ คนต้องตกงาน เราก็มาแก้ไขปัญหาในสภาแห่งนี้ละครับ ผมจำได้ สิ่งที่อดีต นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำ ก็คือว่าท่านตั้งท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ซึ่งขณะนั้น เป็นรองนายกรัฐมนตรีครับ ไปลงพื้นที่ทุกอาทิตย์ครับ ไปลงพื้นที่ทำอะไร ๑. ไปดูปัญหาว่า ที่ประชาชนเขาไม่ไว้ใจภาครัฐและที่ประชาชนเขาไม่พอใจผู้ประกอบการ เขาต้องการอะไร ก็ไปพบว่าเขาต้องการเรื่องคุณภาพชีวิต เขาต้องการเรื่องการศึกษา เขาต้องการ เรื่องน้ำประปา เพราะเขาไม่ไว้ใจว่าน้ำใต้ดินที่เขาบริโภคนี่มันจะมีวัตถุเจือปนหรือไม่ อย่างไร รัฐบาลชุดที่แล้ว ก็อนุมัติงบกลางนี่ครับ ผมจำได้ครับ อนุมัติงบกลางไปสร้างโรงพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาล เฉพาะทาง เขาเรียกศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์เขตร้อนครับ โรงพยาบาลเฉพาะทางนี้ มีหน้าที่ทำอะไร ก็มีหน้าที่ที่จะไปรับรักษาคนที่เจ็บป่วยจากพิษของโรงงานโดยเฉพาะ แล้วรัฐบาลชุดที่แล้วก็อนุมัติอัตราหมอและพยาบาลเพิ่มอีก ๒๓๐ อัตรา โดยท่านรัฐมนตรี วิทยา แก้วภราดัย นี่ละครับ และให้กรอบการบรรจุไว้ ๒ ปี อันนี้ก็ไปตอบคำถาม ไปแก้ไข ปัญหา น้ำประปาครับ ท่านประธาน ท่านเจริญครับ คนมาบตาพุด คนบ้านผม เวลาจะดื่มน้ำ ต้องใช้น้ำใต้ดินครับ ปรากฏว่ามีกระทรวงสาธารณสุขไปสำรวจปรากฏว่าพบสารปนเปื้อน ไม่ว่าจะเป็นแมงกานีส เหล็ก สังกะสีปนอยู่ในน้ำเกินมาตรฐาน แต่ว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ที่ว่า จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ รัฐด้วยกัน กระทรวงสาธารณสุขไปบอกว่ามีพิษ แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรมบอกว่าไม่มีพิษ ชาวบ้านก็เลยงงครับ เราก็ตัดปัญหาว่าทำอย่างไร ก็เอาน้ำประปาไปทำให้ทั่วถึง เขาก็ไม่ต้องบริโภคน้ำใต้ดินครับ เขาก็บริโภคน้ำประปาที่มี คุณภาพ สะอาด พิสูจน์ได้ว่าไม่มีสิ่งเจือปน ลูกหลานคนระยองไม่มีงานทำ หรือคนที่ทำงาน ในโรงงานเขาก็คิดว่าถ้ามีมหาวิทยาลัยไปอยู่ในระยองเขาก็ไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ สมมุติว่าจบที่นั่นแล้วทำงานในโรงงานเลยทุกอย่างก็ครบวงจร เอาคนที่มีความรู้ทางด้านวิศวะ ของโรงงานต่าง ๆ ไปสอนเขาในมหาวิทยาลัย รัฐบาลชุดที่แล้วก็อนุมัติเงินผ่านมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นวิทยาเขต ๑,๖๙๐ ล้านบาท แล้วก็ผ่านมาถึง รัฐบาลชุดนี้ ก็ต้องขอบคุณครับ พูดกันตรงไปตรงมาว่ารัฐบาลชุดนี้ ซึ่งก็จะผ่านในงบ ปี ๒๕๕๕ นี่ละครับ ไปเกิดมหาวิทยาลัยขึ้นที่ระยองแห่งแรก ซึ่งคนที่นั่นเรียกร้องกันมาเป็น เวลา ๓๐ ปี เพราะว่าจังหวัดจันทบุรีมีแล้ว จังหวัดชลบุรีมีแล้ว แต่จังหวัดระยองเมืองใหญ่ เศรษฐกิจดี รายได้ประชาชนต่อหัวอันดับหนึ่งของประเทศแต่ไม่มีมหาวิทยาลัย ปีหน้าก็จะมีแล้ว นี่คือวิสัยทัศน์ที่ผู้นำได้ทำเมื่อชุดที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ดำเนินการ ท่านอภิสิทธิ์เอง ท่านลงพื้นที่ครับ ผมจำได้ประมาณ ๓-๔ ครั้ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสาธิตครับ ผมนั่งฟังอยู่ ท่านพยายามเทียบเคียงเป็นเหตุผลประกอบการตัดของท่าน แต่เวลาท่านลำดับเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเป็นในเชิง ผมฟังดูนะครับ เหมือนกับอยากจะขอให้ใช้เงินงบกลางในกรณีฉุกเฉินจำเป็น เอาไปใช้จ่ายที่ในรายการ พวกมาบตาพุดต่าง ๆ ที่ผมฟังนี่ ผมอยากจะฟังว่าเหตุผลที่ท่านจะตัดนี่ ตัดอะไร ตัดอย่างไรนะครับ อันนี้ท่านกำลังเรียบเรียง แล้วก็เทียบเคียงอยู่กับเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตอนที่ท่านจะตัดนี่ ว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ท่านจะตัดอย่างไร เหตุผลที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยว่า การใช้จ่ายเงินจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงหรือไม่ เหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างไรนี่ ผมกำลังนั่งฟังอยู่ ท่านยังไม่ได้บอกว่าจะตัดเลยนะครับ ท่านเพียงแต่เอาเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมาก่อน แล้วตอนไหนที่ท่านจะเริ่มตัดลองอธิบายความ เพราะกรรมาธิการท่านนั่งฟังอยู่นี่ ท่านชูวิทย์มองหน้าผม ๒ ครั้งแล้ว แล้วท่านก็เขียนโน้ต (Note) ขึ้นมาบอกว่ายังไม่เห็น คำถามเลยนะครับ เอาเข้าคำถามเราหน่อยนะครับ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ผมเคารพท่านประธานมาก เพราะว่าท่านประธานทำหน้าที่บนที่นั่งอันนั้น ด้วยความเป็นกลางจริง ๆ แต่ว่าที่ท่านประธานวินิจฉัยนี้นะครับ ผมขอชี้แจงว่าผมกำลังจะ อภิปรายเรื่องประสิทธิภาพ ผมบอกไปแล้วครับ ว่าประสิทธิภาพของผมมี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือ เรื่องวิสัยทัศน์ และเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน วิสัยทัศน์ก็หมายความว่าถ้าให้เงินเยอะ แล้วไม่มีวิสัยทัศน์เงินก็ไม่เกิดประสิทธิภาพครับ ผมก็อธิบายอย่างนี้นะครับ ว่าผมยังไม่เห็น วิสัยทัศน์ของผู้นำในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมก็ให้เงินเยอะไม่ได้ ผมขออนุญาตอภิปรายต่อนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นความต้องการของคนมาบตาพุดหรือคนจังหวัดระยองก็คือ ความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เหนือจาก ๒ เรื่องนี้นั่นก็คือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมครับ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นได้ก็ไม่ได้เกิดจากผู้ประกอบการอย่างเดียว และไม่เกิดขึ้น จากราชการหรือว่ากระทรวง ทบวง กรมอย่างเดียวครับ เพราะว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ ควันในปล่องโรงงานปล่อยสีดำขึ้นมา อ่านค่ามาตรฐานได้ว่ามีซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) อยู่เกินมาตรฐาน แต่ถ้าชาวบ้านไม่เชื่อมันก็อยู่กันไม่ได้ เขาก็ทำไว้แล้วครับ ทั้งผู้ประกอบการเอง คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายที่มีการแต่งตั้งท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อานันท์ ปันยารชุน ไปดู เอา ๔ ฝ่ายมาดูพร้อมกัน ทั้งราชการ ทั้งรัฐบาล ทั้งเอกชน ทั้งผู้ประกอบการ มาดู แล้วไปกำหนดว่าควรจะทำอะไรบ้าง ขณะนี้เดินมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นจากแผนคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายก็คือเขาเรียกว่า โพรเทคชั่น สทริป (Protection strip) นั่นก็คือแนวกันชนระหว่างชาวบ้านกับโรงงานนะครับ สิ่งที่พูดเหล่านี้ ผมกำลังจะอธิบายกับท่านประธานว่าต้องเดินต่อครับ ไม่ว่าเป็นรัฐบาลไหนต้องเดินต่อ เพราะสิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่าและมันสำคัญเพราะมันเป็นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผมบอกว่ายังไม่เห็นวิสัยทัศน์เพราะว่า

๑. ก็คือไม่มีการขยับเขยื้อนและไม่มีการเดินต่อ ไม่มีการประชุม

๒. ก็คือว่ากฎหมายที่ต้องมาสร้างความชัดเจนก็ยังไม่มี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ต้องตัด จริง ๆ ผมตัดแค่ ๒ หัวข้อ มาตรา ๔ มีทั้งหมด ๑๒ วงเล็บครับ ผมตัด (๒) คือค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัย อันนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนสมาชิกพูดเยอะครับ แล้วก็ (๖) คือเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นก้อนนี้ครับ ตั้งไว้ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ สำรองใช้จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ก็เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี โดยตรงถูกไหมครับท่านประธาน ความจริงงบกลางจะใช้หมดภายในต้นปีก็ไม่ได้นะครับ เพราะต้องดูว่าประเทศเรามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการใช้เงินของงบกลางมันต้องมีประสบการณ์ มันต้องแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าและต้องมีวิสัยทัศน์ ผมก็ยืนยันว่าผมให้ไปหมดไม่ได้ ก็ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ อยากฝากกับท่านประธานว่าถ้าจะให้ผมลงมติเห็นด้วยและเห็นชอบในหลักการว่ามาบตาพุด ไม่ใช่ปัญหาเชิงพื้นที่ มาบตาพุดเป็นปัญหาของประเทศและปัญหาความมั่นคง ของประเทศชาติ ฝากท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าต้องมีวิสัยทัศน์ดีกว่านี้ครับ ในการที่จะไปเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ในมาบตาพุดซึ่งมีโครงการสำคัญที่ถูก ผมถือว่า ไม่มีประสิทธิภาพ และผมจะไปพูดต่อไปในมาตรา ๑๒ นั่นคือรถไฟฟ้าความเร็วสูงครับ รถไฟฟ้าความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ถึงระยองไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุผลทางการเมืองครับ เกิดขึ้นเพราะจุดคุ้มทุนและมีการศึกษาเสร็จเรียบร้อย ครม. อนุมัติแล้ว ถ้าผมจำวันที่ไม่ผิด วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ ครับ คนภาคตะวันออกดีใจกันหมดเลยครับ เพราะว่าจะเดินทาง จากจังหวัดระยอง จากจังหวัดชลบุรีมากรุงเทพมหานครใช้เวลา ๔๐ นาทีครับ แล้วก็มี การสำรวจเส้นทางเรียบร้อย ถ้าท่านประธานไม่เชื่อไปสอบถามสำนักงานเศรษฐกิจการคลังดูว่า เขาทำไว้ครบหมดแล้วครับ แต่ว่าการจัดงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ฉบับนี้กลายเป็นว่าไปศึกษาใหม่ ไปศึกษาเฉพาะเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรี แถมยังเปลี่ยนเส้นทางศึกษาไปกรุงเทพฯ- โคราช อันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ และกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และกรุงเทพฯ-หัวหิน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เป็นสิทธิที่รัฐบาลทำได้ แต่ทำไมไม่เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง หรือกรุงเทพฯ-มาบตาพุดครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เดินหน้าและให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้ มีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ มีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ของชาติ คือมาบตาพุด ผมก็จะลงมติให้ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ชี้แจง ฝากประเด็นที่ท่านถามด้วยนะครับ ท่านได้ ถามราชการที่มาชี้แจงไหมว่ามีรถไฟสายกรุงเทพฯ-พัทยา อะไรที่ท่านถาม มีด้วยไหม ท่านได้ถามไหม ในกรรมาธิการ เชิญท่านครับ ถ้าท่านไม่ได้ถามก็ให้ท่านกรรมาธิการท่านอื่นตอบ เชิญครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ งบต่าง ๆ ที่เรียกว่างบประมาณ แผ่นดิน บางคนก็เรียกว่า เงินแผ่นดิน บางคนเรียกเงินหลวง เงินประชาชน วันนี้เราถกกัน เรื่องงบกลาง ท่านประธานเชื่อไหมครับ ในส่วนนี้มีเงินที่เรียกว่าคอร์รัปชันอยู่ หรือควรจะ เรียกว่าเงินใต้โต๊ะ เงินเก๋าเจี๊ยะ เงินคอมมิชชัน (Commission) บางคนเอาเงินในนี้ไปไว้ ในตู้เสื้อผ้า ท่านประธานคงรู้ ผมเป็นกรรมาธิการครั้งแรก ผมมานั่งอยู่บนนี้ขนลุกไปหมด ท่านประธาน เพราะอยากจะนั่งฝั่งโน้นมากกว่า ท่านประธานครับ ผมพยายามเต็มที่ในฐานะ กรรมาธิการ พยายามเต็มที่แล้วก็รอบคอบ พยายามอย่างที่สุดในเวลาที่จำกัด ๔๐ กว่าวัน ที่ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ประชุมตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืน เช้ายันเที่ยงคืนทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ ไม่ได้พัก แต่ว่าไม่ใช่ว่ามาอวด มาบอกว่าทำงานหนัก เงินต่าง ๆ เหล่านี้เขาจำเป็น เป็นเงินหลวง ถ้าคนจีนเขาต้องเรียกว่า เงินกงสี เขาบอกว่าเงินกงสีมันไม่มีเถ้าแก่ตัวจริง ใครก็ใช้ที่นี่ เบิกที่นี่ เอาที่นี่ เป็นเงินที่ต้องใช้อย่างจำเป็น แล้วผมกับคณะกรรมาธิการทุกท่าน ก็พิจารณาอย่างรอบคอบเพราะว่ามันมีงบประมาณจำกัด งบกลางที่ถกกันอยู่นี้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มาตรา ๔ นี้ เราถกกันเถียงกันแทบตาย แล้วท่านจะทำอย่างไรละครับ เมื่องบประมาณมีจำกัด ผมก็ต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมก็พิจารณาดู เดี๋ยวผมจะ เปรียบเทียบให้ประธานเห็นว่าอะไรที่มันมีประสิทธิภาพและไม่มีประสิทธิภาพ ก็ยังมีครับ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ผมคิดแล้วคิดอีก ถกแล้วดูอีก ถกกันไปถกกันมา ผมพูดมากไปก็เลอะเทอะ เพราะท้ายสุดเงินงบประมาณนี้มันก็ต้องผ่าน แล้วก็เอาไปใช้ เอาไปกระตุ้น เอาไปอัดฉีด ก็แล้วแต่ แต่ที่ท่านบอกว่าค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกัน (๒) ในมาตรา ๔ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมดูครับ ท่านกรรมาธิการทุกท่าน ในนี้ก็ชี้แจงไว้ครับ เนื่องจาก เป็นรายการที่ตั้งไว้เยียวยา ฟื้นฟู ป้องกัน ถ้าไม่ให้เลยก็จะเอาเงินที่ไหน ไปฟื้นฟู ป้องกัน ไปทำถนน ไปซ่อมถนน กรรมาธิการไม่มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผมในฐานะฝ่ายค้าน ผมก็ต้อง ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เพราะเงินหลวง เงินแผ่นดิน และบางส่วนมันก็ตกไปเป็น เงินคอมมิชชัน เงินใต้โต๊ะ เป็นเงินตู้เสื้อผ้าอย่างที่ผมบอก พยายามเต็มที่ครับ แล้วก็ชี้แจง ไว้ด้วยว่าจะต้องเอาไปใช้ในภาคเกษตรกรรมที่ประสบอุทกภัย ใช้ในโครงสร้างตลอดจนระบบ สาธารณูปโภคต่าง ๆ เพราะถนนพังพินาศเสียหายไปหมด ภาคใต้วันนี้ก็เจออีก เงินเดือนผม มันก็เป็นเงินหลวง เงินที่ผมออกไปกินข้าวเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นเงินหลวง เงินพยาบาลก็เงินหลวง แต่ประธานครับ ดูที่นี่หน่อยเถอะครับ นี่ก็เงินหลวงครับ รถดับเพลิงที่เราไปสูญเสียอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินหลวงทั้งนั้นครับ แทนที่เราจะเอางบประมาณไปใช้อย่างมี ประสิทธิภาพ เราก็ต้องไปซื้อ แล้วเอารถไปจอดอยู่เฉย ๆ นี่มันเรียกว่า ใบเสร็จนะครับ ใบเสร็จเพราะอะไรครับ เพราะว่ามันมีหลักฐาน มันจอดเฉย ๆ อยู่ หลายปีแล้วไม่ได้ใช้ ผมเสียดายงบประมาณก้อนนี้มาก เราถกเราเถียงกันไป แล้วใช้งบประมาณอย่างมี ประสิทธิภาพไหม นี่ละครับที่จะเปรียบเทียบให้ท่านประธานเห็นว่า งบประมาณที่เราสูญเสียไป เอาไปจอด เอาไปซื้อ เอาไปค้างไว้ ถูกฝรั่งหลอกหรืออย่างไรก็แล้วแต่ มันต้องมี คนรับผิดชอบ มันจะไม่รับผิดชอบได้อย่างไรครับ แล้วถ้าเงินก้อนนี้รัฐบาลไม่เอาไป กทม. ไม่เอาไปซื้อรถดับเพลิง ก็เอาเงินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เอาเงินไปบริหารอย่างอื่นได้อีก ที่ท่านถก ท่านเถียงกันไว้ว่า บอกอ้ายนี่ไม่ควร อ้ายนั่นไม่ควร ผมบอกว่านี่มันชัดเสียยิ่งกว่าชัด นี่ก็ชัดครับ เอา ๒ แผ่นนี้พอครับ ไม่ต้องเยอะครับ อันนี้สูญเสียงบประมาณครับ อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า กทม. กทม. ๒ อาคารนี้ท่านเชื่อไหมครับ ท่านประธานสร้างมา ๒๐ ปีแล้วครับ งบประมาณเท่าไรครับ อันนี้ก็สูญเสียเหมือนกัน ผมกำลังเปรียบเทียบให้ท่านประธานเห็นว่าความสูญเสีย งบประมาณที่สูญเสียไปแทนที่จะ เอางบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ใช้หรอกครับ เพราะ ๒๐ ปี ๕ ผู้ว่าราชการ เปลี่ยนแบบแล้วเปลี่ยนแบบอีก เดี๋ยวเพิ่มกระจก เดี๋ยวลดกระจก เดี๋ยวเพิ่มโน่น เดี๋ยวลดนี่ เปลี่ยนผู้ว่าราชการทีก็เปลี่ยนแบบที เพราะมันมีคอมมิชชันนี่ละครับ ผมเชื่อว่าผู้ว่าราชการ สมัยหน้าก็เปลี่ยนแบบอีก มันสร้างไม่เสร็จหรอกครับ แล้วจะไปคุมใครได้ละครับ เพราะว่า สร้างตึกตัวเองยังสร้างไม่เสร็จเลยจะไปคุมตึกคนอื่นได้อย่างไร ยกตัวอย่าง ๒ อย่างง่าย ๆ ผมเป็นกรรมาธิการ ผมพยายามอย่างเต็มที่ พยายามที่จะใช้เงิน พยายามที่จะบริหารเงิน พยายามที่จะดูเงิน พยายามอย่างเต็มที่ แต่ท้ายที่สุดแล้วถ้าผมมีโอกาสข้อนี้ ถ้าผมมีโอกาส ที่จะไปติดตามเงินงบประมาณ ถ้าให้อำนาจผมไปติดตามเงินงบประมาณด้วยละครับ อันนี้ ละครับถูกต้อง เพราะอนุมัติงบไปแต่กรรมาธิการให้ แล้วเวลาไปติดตามจะให้ผมไปติดตาม ได้อย่างไรครับ เพราะเข้าไปอีลุ่ยฉุยแฉกอยู่ แทกอีหลีอีหลอ กะด้อกะเดี้ย เอาไปหมด ไปอีลุ่ยฉุยแฉก สนุกสนานเอาไปเลย ขนาดว่าเอาไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าเป็นร้อย ๆ ผมก็มีปัญญาอยู่แค่นี้ละครับ เวลาก็มีอยู่ ๔๐ กว่าวัน วันนี้ผมมาพูดในฐานะเป็นกรรมาธิการ ผมก็สงวนคำแปรญัตติไว้ด้วย วันนี้ผมชี้แจงได้แค่นี้เพราะว่าผมทำงานเต็มที่ ทำอย่างมีประสิทธิภาพทุกอย่าง รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ถกเถียงกันก็ไม่รู้ จะทำอย่างไร ผมก็จำเป็น เพราะเขาบอกว่าเขาจะต้องเอาไปพัฒนาถนนที่สูญเสีย เสียหายต่าง ๆ ก็ลองให้ผมไปติดตามดูสิครับ ให้ผมไปดูว่าใช้อะไรไป หลังจากนี้ใช้จริงหรือเปล่า ใช้อย่างไร ใช้มีประสิทธิภาพไหม ก็ไม่ได้ให้อำนาจตรงนั้นไว้ ให้ผมดูอนุมัติ อนุมัติไป เอกสารมาก็ปึ๊งหนึ่งดูยังไม่ทันครบเลย มากระทรวงใหม่อีกแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ พยักหน้าให้ผมจบใช่ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านได้ชี้แจงแล้วว่าท่านตรวจสอบ ได้ซักถามบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงการใช้จ่ายแล้ว แล้วก็ ด้วยความตั้งใจ แล้วก็ถ้าหากว่าผ่านไปแล้วท่านติดตามได้ในฐานะท่านเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการการตำรวจนะครับ เพราะท่านมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ อยู่แล้ว แล้วก็ สภาได้ออกกฎหมายคำสั่งเรียกให้ท่านแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านไปติดตามต่อ ขอบคุณมากครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออยู่ ๓ ท่าน ลำดับอย่างนี้นะครับ จะเป็นท่านวิลาศ แล้วก็ท่านสมมุติ แล้วก็ท่านสุรเชษฐ์ หลังจาก ๓ ท่านแล้วท่านกรรมาธิการจะตอบนะครับ แล้วจะถามที่ประชุมว่าท่านยังติดใจ กับคำสงวนคำแปรญัตติของท่าน หรือคำสงวนความเห็นของท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือไม่ ถ้าท่านยังติดใจก็จะขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นกับทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกับคำสงวนคำแปรญัตติ หรือคำสงวนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยต่อไปตามลำดับ อย่างนี้นะครับ เชิญท่านวิลาศครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมสงวน คำแปรญัตติขอตัดงบในมาตรา ๔ (๒) ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ผมเรียนท่านประธานในเบื้องต้นนะครับ ที่ผมตัด งบนี้ไม่ได้แปลว่าผมไม่เห็นความสำคัญของการบูรณาการ การฟื้นฟู ผมสนับสนุนครับ และอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำไป แต่ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่างบประมาณที่ดี มันต้องสนองตอบพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วก็ต้องได้คนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีความคิดที่จะไปทุจริตหรือโกง ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อตอนพิจารณางบประมาณ วาระแรกผมได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องถุงปลิดชีพ เกี่ยวกับเรื่องถุงปลิดชีพ แล้วก็ แสดงหลักฐานว่ามีการทุจริต ซึ่งตอนนั้นหลักฐานก็ยังไม่ลึกเท่าไร เดี๋ยวไปตอนงบ ปภ. แล้วก็ จะได้พูดรายละเอียดกันเรื่องถุงปลิดชีพ แต่ผมมีความวิตกกังวลว่ามันจะมีการทุจริตแล้วก็เชื่อว่าในช่วงที่น้ำท่วมนั่นทุกโครงการทุจริต แล้วกรรมาธิการที่นั่งกันอยู่ข้างบนหลายท่านวันที่ผมอภิปรายนั่นละครับ หลายท่านก็นั่งฟัง แล้วก็ซาบซึ้งในการทุจริต ผมไม่ทราบว่าท่านกรรมาธิการตอนที่ท่านพิจารณาท่านได้ตัดงบเผื่อโกง ไว้บ้างหรือยังครับ ที่ผมตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ไม่ได้ตัดงบเกี่ยวกับการฟื้นฟูนะครับ ผมตัดงบที่มันคิดว่าตรงนี้จะเอาไปทำทุจริต ไม่ได้ตัดเนื้องานเลยนะครับ อันนี้ส่วนเกิน เพราะผมเชื่อว่ามันมากกว่านี้ด้วยซ้ำไป เพราะเท่าที่ผมดูมานะครับ หลังจากที่เกิด มหาอุทกภัยนี่ ตรวจเข้าไปครับ แตะเข้าไปตรงไหนเจอหมด ไม่ว่าจะเป็นสุขาเคลื่อนที่ โทรศัพท์มือถือ กระดาษ เรือ ถุงปลิดชีพ สัพเพเหระซื้อเข้าไปเถอะครับ ถุงบิ๊กแบ็ก (Big bag) ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เลย เดี๋ยวจะต้องมีการบิ๊กแบ็กต่อไป วันนี้เอาเฉพาะบางเรื่องก่อน เดี๋ยวจะค่อย ๆ ทยอย ท่านประธานครับความจริงแล้วเมื่อตอนที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประชา ความจริงแล้วผมก็มีคิวที่จะอภิปราย ในวันนั้นด้วย ก็มีการประท้วงกันบ้าง พาดพิงบ้าง ประธานตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ก็ทำให้ เวลาเราค่อนข้างจำกัด เวลาจำกัดประกอบกับช่วงนั้นคุณแม่ผมเสีย ผมก็วิ่งเข้าวิ่งออก เพราะฉะนั้นพอเวลามันจำกัดผมก็ขอถอนตัว ผมขอถอนตัวเองครับ แต่ปรากฏว่าหลังจากวันนั้น ก็มีการพูดกันว่าผมไปเกี้ยเซี๊ยบ้าง ไปตกลงกันได้ แล้วก็ไม่อภิปราย อันนั้นไม่จริงครับ ก็พูดกันหนาหูเข้า เรื่องมันควรจะจบแล้วผมก็เลยต้องแถลงข่าว ที่แถลงข่าวก็ไม่ใช่อะไรครับ จะให้รู้กันเท่านั้นละว่าถ้ามันเกี้ยเซี๊ยจริงก็ไม่ควรจะเอามาเปิดเผย ก็เอาไปเปิดเผยกันย่อ ๆ เรื่องที่เปิดเผยก็คือว่า ศปภ. เขาไปซื้อเรืออยู่บิลหนึ่ง ๒,๕๐๐ ลำ ใน ๒,๕๐๐ ลำ เขาซื้อเรืออยู่ ๓ ประเภท

ประเภทที่ ๑ เป็นเรือพลาสติก ความจุ ๒-๓ คน ยาว ๗ ฟุต เขาซื้อราคา ๔,๕๐๐ บาท ขณะนั้นถ้าใครมีโอกาสลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนมันจะมีป้าย วางขายเรือไว้เต็มไปหมด เขาขายกันที่ลำละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท นั่นซื้อลำเดียว นี่ ศปภ. ไปซื้อ ๔,๕๐๐ บาท ผมก็ไปให้คนไปซื้อทีเดียว ๒๐ ลำ ไม่ได้ต่อราคาอะไรนะครับ ที่บริษัทไทยรุ่งเขาขาย ๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น แล้วถ้าไปเปิดในเว็บขณะนั้นนะครับ เรือพลาสติกไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท นี่ ๑,๐๐๐ ลำนะครับ

ประเภทที่ ๒ ที่เขาไปซื้อคือเรือไฟเบอร์กลาส (Fiber glass) ความยาว ๗ ฟุต เช่นกัน เขาซื้อราคา ๖,๐๐๐ บาทครับ ผมก็พยายามจะหาเรือราคา ๖,๐๐๐ บาท ไปเยี่ยมชาวบ้านก็ไปเจอที่ริมคลองราชมนตรี ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาสั่งซื้อเรือ มาจากมหาชัย ๓ ลำ ๆ ละ ๔,๓๕๐ บาทครับ ส่งจากมหาชัยบรรทุกรถลุยน้ำเข้าไปส่ง ๓ ลำ ๆ ละ ๔,๓๕๐ บาท แล้วก็ช่วงนั้นคนใน ศปภ. มีตาเสียบ้าง ไปเปิดเว็บดู ราคามันก็อยู่ ไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท ก็ปรากฏว่าไปซื้อกัน ๖,๐๐๐ บาท ก็แถลงเพื่อจะให้รู้กัน

ส่วนอีกประเภทหนึ่งเรือ ๑๐ ฟุต ผมไม่มีข้อมูล ผมก็ไม่ได้แถลง ตอนนี้ ประเด็นปัญหามันไม่ได้อยู่แค่ที่ว่าเรือนั้นราคามันแพง ผมไม่รู้ว่าที่มันแพงเพราะว่ามันมีคำว่า ศปภ. อยู่ด้วยหรือเปล่า ค่าตรงนั้นมัน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ค่าที่แพงจริง ๆ แล้วนี่ครับ ท่านประธาน ท่านประธานรู้ไหมครับว่าเรือที่มันซื้อ ๒,๕๐๐ ลำ เขาไปซื้อจากไหนครับ ไปซื้อจากโรงแรมรัชดา รีสอร์ท แอนด์ สปา ซอยรัชดาภิเษก ๓ ก็ไปซื้อเรือที่โรงแรม โรงแรมนี้ พวกวัยรุ่น รุ่นประธานน่าจะรู้จัก โรงแรมบารอน ท่านรู้จักไหมครับ เป็นโรงแรมม่านรูด อยู่แถวรัชดา เคยไปไหมครับ เดี๋ยวนี้เขาขายกิจการไปแล้วโรงแรมนี้นะครับ แล้วก็เปลี่ยนชื่อ เป็นรัชดา รีสอร์ท แอนด์ สปา ประกอบธุรกิจทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าถอดม่านออก ราคาค้างคืน ชั่วคราวยังเหมือนเดิมครับ ชั่วคราว ๔๕๐ บาท ๓ ชั่วโมง เขาไปซื้อเรือจากที่นี่ละครับ แล้วมันไม่แพงได้อย่างไร ผมแถลงข่าวเสร็จมันก็น่าจะจบ ผมแถลงเพื่อจะปกป้องตัวเองว่า ไม่ได้ไปฮั้วกับใคร นักข่าวสิครับ ต้องโทษนักข่าว ไปถามท่านรองนายกรัฐมนตรีประชา ว่าท่านไปซื้อเรือทำไม เพราะมันใช้งบ ศปภ. ท่านไปซื้อได้อย่างไร จากโรงแรมสปา แทนที่ท่าน จะตอบว่าเดี๋ยวจะไปสอบสวน ท่านไม่ตอบหรอกครับ ท่านบอกว่าถ้าคุณวิลาศมีใบเสร็จ ก็เอาใบเสร็จมาให้ดู ท่านยังคิดไม่ออกว่าซื้อเรือจากสปามันผิดมนุษย์มนาแล้ว ซื้ออย่างนี้แล้ว ถ้ายังคิดว่ามันไม่โกง มันไม่ได้แล้ว เป็นไปได้หรือครับ คนที่เคยเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พอเห็นทำอย่างนี้แล้วยังไม่คิดหรือว่ามันจะโกงกัน ผมยังไม่เชื่อนะที่เขาเรียกกันอินทรีย์อีสาน อินทรีย์ปีกหัก ไม่ใช่ครับ ก็ผมเป็นห่วงอย่างนี้ล่ะครับ ผมเป็นห่วงว่าการใช้งบประมาณครั้งนี้ ถ้าเกิดมีผู้บริหารคนอื่น ๆ คนที่ใช้งบเกี่ยวกับการฟื้นฟูไปคิดเหมือนกัน เอะอะอะไร ก็จะไปเรียกบิล เรียกใบเสร็จ อ้ายนี่ประเทศเจ๊ง ผมก็เลยต้องตัด นั่นคือเหตุผลที่ ๑ แล้วก็เพื่อแสดงว่ามันอาจจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก แล้วก็กลัวจะมาถามหา ใบเสร็จ ก่อนที่ผมจะอภิปรายครั้งนี้ละครับท่านประธาน ท่านคงเห็นนะครับเมื่อวานนี้ สื่อมวลชน ลงตามหนังสือพิมพ์ลงรูปเรือ บางคนมาบอกว่าผมไปเหาะอะไรอยู่บนเรือ ทีวี เขาออกเกือบทุกช่อง ที่พาไปไม่ได้อยากดังหรอกครับ เพียงแต่กลัวว่ามาถามหาใบเสร็จจากผมต่อ ที่พาไปดูก็คือว่าจะพูดถึงการใช้เงินโดยไม่ชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบเกี่ยวกับน้ำท่วมนี่ละครับ ผมพาสื่อมวลชนไปดู ท่านประธานครับ มีเรือขนาดจุ ๑๘ คนครับ ยาว ๕ เมตรเศษ เป็นเรือไฟเบอร์กลาสอยู่ ๗ ลำ แล้วก็เรืออะลูมิเนียม (Aluminum) อยู่อีก ๔ ลำ เรือใหญ่มากครับ วางอยู่กลางแดดกลางฝน อยู่ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าสื่อมวลชนก็ถ่ายกันพรึบพรับ ๆ แล้วก็สอบถามว่าอันนี้ มันไปให้ใครมา ก็ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นเรือที่ทาง ศปภ. เขามอบให้อดีตผู้สมัคร ส.ส. ท่านหนึ่งเอาไปแจก ปัญหามันก็มีอยู่ว่าที่ท่านมอบไปให้ไปแจกนะครับ ท่านมอบว่าในฐานะเป็นอะไรครับ ท่านมอบให้เรือทีหนึ่งเป็นร้อย ๆ ลำ ผมไม่ได้ติดใจนะครับว่าส่วนที่เอาไปช่วยน้ำท่วม ไปช่วย ชาวบ้าน มีจริงครับ แต่ ๑๑ ลำนี้ไม่ได้ใช้เลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็มีอีก ๖ ลำ ที่เป็นเรือขนาดเล็ก ก็ใหม่เอี่ยมไม่ได้โดนน้ำเลย เขาตะโกนเรียกหากันขอเรือ มันไปจอดนอนกอดไว้เฉย ๆ อย่างนั้นละ แล้วพอนักข่าวโทรศัพท์ไปถามว่าเรือนี่

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ท่านวิลาศมีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับผู้อภิปราย ผมประท้วง ท่านประธาน ข้อ ๘ ครับ ท่านต้องดำเนินการอภิปรายด้วยความเรียบร้อยครับ เรื่องที่ท่าน ผู้อภิปรายพูด ตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านประชาท่านได้พูดรอบหนึ่งแล้วครับ เรื่องนี้ เท่ากับพูดรอบสองครับ ซ้ำซากครับท่านประธาน ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ด้วยครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผม วินิจฉัยให้ท่านไม่ต้องออกความเห็น นั่งลงครับ คือท่านผู้อภิปรายเขาขอตัดงบประมาณ เหตุผล ผมนั่งฟังนะครับ เหตุผลเพราะการบริหารงานที่ผ่านมาแล้วความเข้าใจของท่านตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏกับท่านว่าการใช้จ่ายเงินที่ผ่านมาไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและมี ผลสัมฤทธิ์อย่างที่ตามวัตถุประสงค์ ท่านก็เลยอธิบายข้อเท็จจริงตามที่ท่านไปปรากฏเห็นว่า มีการซื้อเรือ โรงแรมอะไรต่าง ๆ ที่ท่านมาพาดพิงถึงประธานนะครับ แล้วก็รวมถึง ถุงอะไรไม่รู้นะครับ อันนี้เป็นเหตุผลที่ท่านขอปรับลดงบประมาณนะครับ แต่ท่านอาจจะ พูดช้าไปบ้างก็ตามสไตล์ (Style) ของแต่ละท่านนะครับ เดี๋ยวผมขอปรึกษาท่านวิลาศนิดหนึ่ง คือท่านไปใช้ถ้อยคำหนึ่ง ซึ่งเวลาบันทึกในชวเลขนี่นะครับ คนรุ่นต่อไปเขาจะต้องถาม เหมือนกันว่าคำว่า ถุงปลิดชีพ มันคืออะไร ท่านใช้เป็นถุงยังชีพได้ไหมครับ ส่วนท่านจะไปพูด ข้างนอกปลิดชีพเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เวลาบันทึกคนจะได้รู้ว่ามันคืออะไร พอดีมีเจ้าหน้าที่มา ผมก็สอบถามเจ้าหน้าที่เหมือนกันว่าเวลาอ่านจะเข้าใจว่าอย่างไรนะครับ ซึ่งมันเป็น ลักษณะเฉพาะข้อเท็จจริง ฉะนั้นผมขอความกรุณาอย่างนี้เวลาบันทึก เพราะจะต้องอ่านแล้ว เข้าใจ คือถุงยังชีพแล้วกันนะครับ ส่วนท่านจะไปพูดข้างนอกอีกเรื่องหนึ่ง สื่อมวลชนจะลง ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เราบันทึกในสภาขอให้เป็นอย่างนี้ เป็นที่เข้าใจกัน เชิญท่านวิลาศต่อครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณมากครับ คือท่านประธานครับ ถุงปลิดชีพเวลาตอนที่ผมอภิปราย ผมก็บอกว่าผมขออนุญาตเรียกถุงยังชีพเป็นถุงปลิดชีพ ผมเคยพูดไว้แล้วนะครับ

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมขอประท้วง ท่านประธานด้วยข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ คืออยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า เวลาผู้อภิปรายอภิปรายไปได้ตรงประเด็นแล้ว ขอให้ท่านประธานได้โปรดกรุณาใช้ดุลยพินิจด้วยว่า มีความพยายามจะประท้วงเพื่อทำลายสมาธิ เพื่อให้เสียสมาธิในการอภิปราย ทำให้ การอภิปรายไม่ต่อเนื่อง อยากจะกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่ามันเป็นแพทเทิร์น (Pattern) มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วมาวันนี้ด้วย ท่านก็ช่วยกรุณาบันทึกไว้ด้วย ข้อที่ ๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ท่านจุติครับ คือประธานไม่ทราบหรอกว่าท่านประท้วงจะประท้วงอะไรนะครับ ก็เหมือนกับเคยมีการประท้วงตอนไม่ไว้วางใจ แต่ครั้งหนึ่งขอประท้วงประธาน ประท้วงอะไร ประท้วงผู้กำลังประท้วงอย่างนี้ ประธานจะรู้ได้อย่างไรว่าใครจะประท้วงอย่างนี้ใช่ไหมครับ ฉะนั้นท่านที่ยืนขึ้นแล้วยกมือ ผมต้องถามเหมือนกับถามท่านนี่ละ ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาประท้วงอะไร ก็เป็นข้อบังคับ ที่เรากำหนดไว้อย่างนั้นนะครับ เดี๋ยวเชิญท่านวิลาศต่อนะครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ก็ขออนุญาตขอบคุณ ท่านผู้ประท้วงนะครับ ที่ทำให้ผมมีเวลาได้อ่านทบทวนว่าจะพูดอะไรต่อ ไม่ขัดจังหวะหรอกครับ ต้องถือโอกาสขอบคุณ เสียอย่างเดียวเท่านั้นละ ท่านไม่เคยนั่งฟังอะไรเลย รับจ้างมาประท้วง มืออาชีพ เพราะเมื่อครู่พูดแล้วว่ายังไม่เคย

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิลาศครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ว่าอย่างไรครับท่านประธาน

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิลาศหยุดเถอะครับ ท่านวรชัยเชิญครับ มีประท้วงแล้วครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ขอให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดว่า รับจ้างประท้วง ครับ ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. ที่พี่น้องประชาชนเลือกมาครับ ผมไม่ใช่เหมือน พรรคการเมืองบางพรรค

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่หรอกครับ ไม่ให้พูดหรอกครับ ท่านวรชัยนั่งเถอะครับ ไม่ต้องพาดพิงอีกครับ ผมรู้ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ ท่านนั่งลงครับ ท่านวิลาศครับที่ว่ารับจ้างประท้วง ผมว่าแรงไป ถอนเถอะครับท่าน จะได้อภิปรายต่อครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ยินดีครับท่านประธานครับ ทีนี้ผมต้องบอกท่านนิดหนึ่งครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิลาศ ท่านถอนแล้วก็ว่าเลย ไม่ต้องไปพาดพิงเดี๋ยวก็มีประท้วงอีก

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านไม่ได้ฟังเลย ท่านมาบอกว่า ผมพูดซ้ำ ประท้วงแบบนี้มันไม่รู้เรื่อง ต่อนะครับท่านประธานครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมครับว่าเราเป็น ข้อตกลงกัน เพราะว่าถ้ามีผู้อภิปรายขอให้เขาอภิปรายให้จบไปก่อน แล้วท่านค่อยเรียก ผู้ประท้วง ไม่อย่างนั้นการเรียกผู้ประท้วงระหว่างทางมันกลายเป็นว่ามันคุมไม่ได้ครับ เราเคยมี ข้อตกลงกันแบบนี้ไว้แล้วครับท่านประธาน ขอให้ผู้อภิปรายแต่ละคนเขาอภิปรายจบ เป็นชุด ๆ ไป แล้วจะมาประท้วง จะมาพาดพิงอะไรมาทีหลัง มาว่ากันรอบหลังครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้นะครับ การห้ามมันห้ามไม่ได้ แต่ว่าทุกฝ่ายถ้าจะให้การอภิปรายมันไปได้ไว ก็ขอร้องทุกฝ่ายว่าอย่าได้พาดพิง ถึงผู้อื่น ก็ช่วยกันประคับประคองก็แล้วกันครับ มาตรา ๔ ตั้งแต่เมื่อคืน ท่านบุญยอด ป่านนี้ ก็ยังไม่จบนะครับ อีกวันหนึ่งแล้วครับ ผมไม่รู้จะถึงค่ำหรือเปล่า เชิญท่านวิลาศครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมอยู่สภา มา ๒๐ กว่าปี ท่านเห็นไหมครับว่าผมไม่ได้ไปพาดพิงใคร

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจ่าประสิทธิ์ ไม่ได้ถึงอะไรท่านนะครับ ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มเลย ท่านอย่าประท้วงนะครับ พอแล้วครับ เดี๋ยว ๆ เขากำลังจะพูด ไม่มีอะไรพาดพิงท่านนะครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อครู่นี้ท่านประธานวินิจฉัยว่าให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดว่าเป็น ส.ส. รับจ้างมาประท้วง แล้วท่านก็วินิจฉัยไปแล้ว แต่ผู้อภิปรายยังไม่ได้ถอนคำพูดตรงนี้เลยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ ผมเข้าใจนะครับ ประหยัดเวลาท่านวิลาศถอนเถอะครับ แล้วก็จะได้ไวขึ้น

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ไม่ได้ฟังกันเลยหรือครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วไป นะครับ มันจะได้จบแล้วก็ต่อ ท่านพูดมีประโยชน์อยู่แล้ว

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อย ได้นั่งฟังครับ แล้วเอะอะอะไรก็จะยกมือให้เสียเวลาเพื่อน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิลาศครับ เมื่อครู่ท่านยังไม่ได้พูดว่า ถอน ผมก็ฟังอยู่

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ผมบอกว่าท่านประธาน บอกให้ผมถอนครับ แล้วอย่างนี้ยังไม่เรียกถอนอีกหรือครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพูดใหม่อีกที ท่านประสิทธิ์ฟัง ท่านวิลาศเชิญครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ผมก็ทำตามที่ท่านประธานบอก ยินดีครับ ถ้าอย่างนี้ก็คือถอนแล้ว หรือยังไม่รู้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิลาศเอาให้ชัด ๆ ไม่อย่างนั้นเขาประท้วงต่อเสียเวลาท่าน ถอนเถอะครับท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ถอนตามที่ท่านประธานบอก ชัดหรือยังครับ ถอนตามที่ท่านประธานบอก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจ่าประสิทธิ์ นั่งลงครับจะได้ไม่เสียเวลา มาตรา ๔ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วยังไม่ได้ไปไหน เชิญครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

มาเจอแต่คนแบบนี้มันจะ ไปไหนละท่านประธาน มันไม่ได้เกี่ยวเลย ผมไม่ได้ไปแขวะใครเลยแม้แต่นิดเดียว ก็ยกมือพูดอยู่ได้ ท่านประธานครับ ทีนี้เรือที่มันไปวางไว้เฉย ๆ นักข่าวเขาก็ไปถามว่าแล้วเรือนี้มาจอดไว้แล้ว ทำไมไม่แจก เขาก็บอกว่าเรือมันใหญ่เอาไปใช้ไม่สะดวก ก็พอฟังได้ครับ แต่ปรากฏว่าผมก็มี คำถามว่ารู้ว่ามันใหญ่แล้วไปเก็บไว้ทำไมละ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมจนกระทั่งถึงบัดนี้ น้ำท่วมจนลดแล้วก็ยังไม่เอาไปคืน แล้วก็บอกว่ากำลังรวบรวมจะเอาไปคืน ก็ถามต่อว่า แล้วถ้าผมไม่มาวันนี้จะไปคืนไหมครับ ก็เรืออีก ๒ ลำมันยังลอยน้ำอยู่เท้งเต้ง ๆ มันไม่ได้ รวบรวมตรงไหนเลย อยู่ในคลองบางจาก เหมือนกับเรือไม่มีเจ้าของใครจะไปลากเอาก็ไปลาก เหตุผลอย่างนี้ละครับท่านประธานมันต้องถามว่าต่อไปนี้เวลาเราจะให้ของใคร เงินนั้น มันเป็นเงินหลวง เวลาซื้อเวลาให้มันต้องมีการเซ็นรับว่าใครรับไป ใครมอบ แล้วก็เสร็จปั๊บ มันก็จะรวบรวมไปคืนเพราะมันมีบัญชีรับ-จ่าย แต่ปรากฏว่าวันนี้อยู่ดี ๆ ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้นเลย แล้วก็ไปถามว่าแล้วไปให้ใช้หลักเกณฑ์ทำไมถึงไปให้ ก็ตอบว่าเห็นว่าเป็นคนลงพื้นที่ เขาเห็น ว่า ส.ส. ส.ก. ส.ข. ที่เป็นอยู่มันไม่ได้ลงพื้นที่เลยก็เลยให้คนคนนี้ละครับ ผมก็ต้องถามต่อว่า คนที่มันบอกว่าลงพื้นที่เรื่อย ๆ ดันสอบตก มันแปลว่าอะไร แต่ละคนก็จะต้องมีเหตุผล เพราะฉะนั้นคนที่ใช้งบประมาณมันก็ต้องควบคุมดูแลอย่าไปทำในสิ่งที่มันผิดกฎหมาย แล้วก็ เห็นแก่พวกพ้องมากเกินไป ไม่มีเหตุผลหรอกครับว่าการที่ให้เรือไปแล้วให้ไปหาเสียง แล้วมันจะทำได้ มันจะสอบได้ ไม่จริงครับ ท่านประธานก็ลงสมัครมาหลายสมัย คนที่สอบได้ มันไม่ใช่อยู่ที่ว่าคนนั้นหาเสียงกันทั้งวันทั้งคืนมันต้องดูเบื้องหลังด้วย คนบางคนเป็นเจ้ามือหวย ไปลงสมัครมันจะได้ได้อย่างไรครับ ก็ตัวเองทำผิดกฎหมายแล้ว คนบางคนชีวิตนี้หากิน ด้วยการทำพระปลอมขายแล้วมันจะไปได้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ก็อยากจะให้ท่านประธาน รวมทั้งท่านกรรมาธิการได้รับทราบว่าการพิจารณางบประมาณ ท่านอย่าไปดูเฉพาะโครงการ โครงการมันสวยแล้วผมก็เห็นว่าดี แต่ท่านต้องดูด้วยว่า คนที่มันใช้ฝีมือขนาดไหน มีเจตนาจะทำอะไรที่เป็นผลประโยชน์กับประเทศชาติมากน้อยแค่ ไหน พฤติกรรมที่ว่าให้ไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบ เงินหลวงไม่ใช่เงินข้าจะเอาไปทำอะไร เรื่องของเขา อย่างนี้ละครับที่ผมจำเป็นต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เฉพาะส่วนที่ผมคิดว่า ถ้าให้ไปมันก็เอาไปโกง ความจริงผมคิดว่ามากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ผมตัดแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ได้กระทบพี่น้องประชาชนแต่ประการใดทั้งสิ้น ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ จังหวัดปัตตานี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะพูดผมขอเรียนกับท่านประธานแล้วก็ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน หากสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้มันเป็นความผิดพลาดก็ขออภัย แต่ถ้าหากว่า มันเป็นสิ่งที่ดีผมขอยกประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนในปัญหาต่าง ๆ วันนี้ผมได้มีโอกาสเข้ามาแปรญัตติในมาตรา ๔ ก็คืองบกลาง ในหัวข้อที่ ๒ คือค่าใช้จ่าย ในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ซึ่งงบประมาณ ที่ตั้งไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้ขอหัก ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อย ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้องตัดมันก็คงไม่มีอะไรต่างหรืออาจจะคล้ายคลึงกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่พูดมาในวันนี้ นั่นก็คือในเรื่องของรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนแล้วก็ยังไม่รู้แน่ว่าเหล่านี้ถ้าลงไป มันจะไปสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติมแล้วก่อให้เกิดปัญหาหรือไม่ หรือมันจะเป็นเงินซึ่งลงไปแล้ว ไม่ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งหมดทั้งปวงผมขอนำข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในการตัดงบประมาณในส่วนนี้ ท่านประธานครับ ผมมีบทบัญญัติซึ่งปรากฏในองค์การก็คือว่าในร่างกาย ประทานโทษนะครับ แท้จริงอัลเลาะห์มิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพของประชาชาติใดจนกว่าพวกเขาเปลี่ยนแปลง ของพวกเขาเอง ในพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกันก็คืออัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ท่านประธานครับ ทำไมผมต้องนำสิ่งเหล่านี้ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ความประสงค์ที่แท้จริง ก็คือต้องการให้มีระบบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น สุดท้ายคือประชาชน ประชาชน จะเป็นผู้ตัดสิน แล้วก็กำหนดทิศทางในเรื่องของการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด วันนี้งบกลางที่ได้ระบุในที่นี้ ซึ่งเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่อคติเสมอไปว่างบถึงแม้จะมีจำนวนมากในโลกนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในจำนวนเงินขนาดนี้ถ้าสมมุติว่าได้ใช้ไปในการแก้ปัญหาตามปัญหาที่มี อยู่จริง ถึงแม้ว่ามันจะกระจุกตัวหรือไม่ หรือกระจายก็ตามแต่มันก็ก่อให้เกิดประโยชน์ ก็เหมือนกับเรา มีลูก ๔-๕ คน แน่นอนครับความเป็นพ่อ เป็นแม่ มีความรักต่อลูกเท่าเทียมกัน แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราจะมาชั่งในเรื่องของงบเงินที่ลงให้กับลูก แน่นอนครับมันไม่เท่ากัน เพราะเราไปใส่ให้เขาตามความรู้สึกปัญหาที่เขามีอยู่ ณ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ วันนี้ ผมอยากจะเรียนกับท่านว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องของการใช้งบประมาณ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ก็ตามแต่ สิ่งนั้นก็คือหัวใจ หัวใจที่อิคลาส แปลความก็คือหัวใจที่มีความจริงใจ ตราบใดที่เรา มีหัวใจที่มีความจริงใจแน่นอนครับ ความยุติธรรมมันจะต้องเกิดขึ้น ถ้าเรามีความยุติธรรม แน่นอนงบประมาณเหล่านี้ก็จะไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องในพื้นที่ได้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอกท่านก็คือว่าวันนี้ในเรื่องของรายละเอียดมันไม่มี ผมอยากจะนำเสนอรายละเอียดในบางส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นมุมหนึ่ง ซึ่งอยู่ในระยะทาง ที่ไกลพอสมควรเกือบ ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร นั่นคือพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะระยะ ทางไกลในอดีตที่ผ่านมางบจะไม่ค่อยลงไปในพื้นที่ วันนี้งบที่ลงไปเพราะว่ามันมีเหตุการณ์ ความไม่สงบ แต่วันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะ ผมจะยกตัวอย่างในพื้นที่อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอทุ่งยางแดง ปัญหาของมันก็คือ ปัญหาอุทกภัยซึ่งเกิดขึ้นวันนี้ได้ลงสู่พื้นที่เหล่านี้ สาเหตุของปัญหาที่เราได้พบมาเกือบ ๑๐ ปี ก็คือปัญหาการสร้างเขื่อนส่งน้ำของกรมชลประทานในอดีต พื้นที่ตำบลสะกำ พื้นที่ตำบลลางา พื้นที่ตำบลมายอ พื้นที่ตำบลดูวา พื้นที่เหล่านี้ไม่เคยมีน้ำท่วมมาก่อนเลย แต่วันนี้ทุกปีจะมีแค่น้ำฝนลงมาแค่วันเดียว น้ำท่วม เต็มพื้นที่ นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นตัวงบตรงนี้ผมเชื่อแน่ว่าถ้าเอางบประมาณซึ่งเป็นงบกลาง ซึ่งมีจำนวนขนาดนี้เข้าไปแก้ไขมันจะต้องก่อเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาได้ยั่งยืนอย่างแน่นอน อีกอย่างหนึ่งมันโยงไปถึงเรื่องของนาร้าง ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดเกือบ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ตั้งแต่ตำบลเขาปูน ตำบลคลองใหม่ ตำบลกระโด ตำบลเมาะมาวี ตำบลในอำเภอมายอ ๑๐,๐๐๐ ไร่ โดยประมาณ สมัยก่อนพี่น้องในพื้นที่เหล่านี้สามารถทำนาได้ เขาสามารถที่จะเลี้ยงตัวเอง โดยใช้ข้าว ที่เขาเลี้ยงไปวัน ๆ หลายพื้นที่ต้องมาซื้อในพื้นที่เหล่านี้ แต่วันนี้ท่านประธานครับเขาจะต้อง ไปหาข้าวในพื้นที่ต่างจังหวัด สันติสุขจะเกิดขึ้นได้ก็มีหลักอยู่ด้วยกัน ๘-๙ อย่าง หนึ่งในนั้น ก็คือการสร้างเศรษฐกิจที่พอเพียง วันนี้ผมอยากจะเห็นการแก้ปัญหาถึงแม้ว่างบตรงนี้จะมา กระจุกอยู่ตรงนี้ก็ตามแต่ แต่ถ้าหากว่างบเหล่านี้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน ผมยินดีครับ ผมได้อธิบายในคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ หลายกระทรวงที่ผมดูโครงการเหล่านี้ไม่มีเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาเกือบ ๑๐ กว่าปี ไม่มีการบรรเทาปัญหาเหล่านี้ วันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าปัญหาเหล่านี้ คือปัญหาที่เป็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชน

อีกเรื่องหนึ่ง ผมดูงบประมาณทั้งหมดเมื่อครู่พี่น้อง ส.ส. ได้พูดในเรื่องของ งบประมาณการสร้างโรงพยาบาลเป็นที่ของผม จริง ๆ แล้วมันมีอีกหลายพื้นที่ซึ่งต้องการ การช่วยเหลือทางด้านสุขภาพ หรืออาจจะไม่ถึงโรงพยาบาล อาจจะเป็นแค่สถานีอนามัย เพราะพื้นที่ในตำบลลุโบะยิไร พื้นที่ทั้งหมดโดยข้อมูลพื้นฐานมีขนาดใหญ่เท่ากับอำเภอ ทุ่งยางแดง ในอำเภอทุ่งยางแดงมีโรงพยาบาล มีสถานีอนามัย ๔ โรง แต่ในขณะเดียวกัน ในตำบลลุโบะยิไรมีแค่ ๑ สถานีอนามัย นี่คือปัญหา ท่านประธานครับ วันนี้ผมคงจะไม่พูด ยืดยาวมาก เพราะว่าเวลาที่มีแค่ ๓ วัน สิ่งที่ผมสะท้อนตรงนี้คือความจริงใจจากตัวแทน ของพี่น้องชาวจังหวัดปัตตานี ขอฝากท่านประธานผ่านกรรมาธิการ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดเข้าไปดูแลในส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างเร่งด่วน ผมขอนำเรียนในเรื่องของ การตัดงบประมาณด้วยข้อเท็จจริง แล้วก็ที่ปรากฏในเรื่องราวที่ผมได้เล่าวันนี้ ผมขอตัด งบประมาณอยู่ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากว่าไม่โดนตัดก็ขอให้นำงบเหล่านี้มาสร้างให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ ทุกพื้นที่ที่มีปัญหา จริง ๆ ขอเรียนขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๔ งบกลาง ผมได้สงวนคำแปรปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลเนื่องจากว่างบกลางในการพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๕๕ นั้นโดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมสังเกตเห็นว่างบกลางปีนี้ถือว่าเป็นงบกลางที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ทุกรัฐบาล กำหนดงบประมาณจะไม่ให้ความสำคัญและจะไม่เน้นไปที่การใช้งบกลาง ส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นไปเรื่องของภารกิจของแต่ละกระทรวงหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะการจัดสรร หรือการจัดตั้งเป็นงบกลางนั้นก็คือกำหนดตัวเลขกลม ๆ เท่านั้นไม่มีรายละเอียด ยากต่อการที่จะ ตรวจสอบ และเราไม่สามารถที่จะประเมินผลถึงประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณนี้ด้วย ผมเห็นถึงความไม่จำเป็นตรงนี้จึงขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีกเหตุผลหนึ่งเนื่องจากว่า การจัดสรรงบประมาณปีนี้นอกจากเงื่อนไขของเวลาที่เรามีระยะเวลาในการที่จะบริหาร งบประมาณนั้นเหลือเวลาเพียงสั้น ๆ ไม่เกิน ๗ เดือนเท่านั้นเราก็จะเข้าสู่การพิจารณา งบประมาณของปี ๒๕๕๖ และครั้งนี้เราก็ทราบดีว่าการที่คณะรัฐมนตรีเข้าสู่การบริหาร ก็มาช่วงปลายปีงบประมาณแล้ว แล้วก็ทำให้เกิดการล่าช้า ปีนี้มกราคมกำลังพิจารณาอยู่ใน ชั้นของวาระที่สองและวาระที่สามเท่านั้น โดยปกติแล้วปีงบประมาณเราจะนับ วันที่ ๑ ตุลาคมของทุกปี ส่วนในเรื่องของรายรับของประเทศปีนี้เราก็คาดการณ์ว่าจะไม่ได้ ตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ จริง ๆ แล้วรัฐบาลก็ได้ประมาณการว่ารายได้จากการเก็บภาษี ของประเทศนั้นอยู่เพียงแค่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แต่รัฐบาลไม่ทราบด้วย ความจำเป็นหรือว่ามีความสำคัญเร่งด่วนอะไรที่จะต้องไปกู้เงินมาสมทบให้ได้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นส่วนต่างตัวนี้ซึ่งเป็นเงินกู้แล้วก็มาจัดสรรโดยที่บางโครงการนั้นคณะกรรมาธิการ ก็ได้ชี้แจงว่าเป็นโครงการที่จัดทำมาในสมัยรัฐบาลก่อน ผมคิดว่าถ้าหากรัฐบาลนี้พิจารณาแล้ว เห็นความสำคัญจากการพิจารณาของรัฐบาลที่แล้วผมคิดว่าก็เป็นผลงานของรัฐบาลนี้ เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าไปเห็นชอบ แต่ในขณะที่รัฐบาลที่แล้วบริหารนั้นไม่มีปัญหาที่ กระทบกับประเทศและพี่น้องประชาชนได้มากมายอย่างเช่นนี้ แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าภัย พิบัติที่เกิดขึ้นเราไม่เคยเรียกว่ามหาอุทกภัย แต่ครั้งนี้เรานิยมใช้คำว่า มหาอุทกภัย ซึ่งไม่เคย ปรากฏในประวัติศาสตร์ มีน้ำท่วมขังในเมืองหลวง เพราะฉะนั้นเราก็เห็นความจำเป็นว่าใน การที่จัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อเยียวยาหรือการแก้ไขปัญหานั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณ แต่ไม่ถึงขนาดว่าเราจะต้องไปกู้เงินเพื่อให้มีงบประมาณมีจำนวนมาก ผมคิดว่าในเงิน งบประมาณที่ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็สามารถบริหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ ใดที่ไม่ได้มีอยู่ในแผนงานหรือโครงการใดที่ไม่ใช่โครงการเร่งด่วนเราก็สามารถที่จะปรับลด เสียก่อน เพื่อที่จะเอาเม็ดเงินตัวนี้ไปใช้จ่ายในโครงการที่มีความสำคัญและเร่งด่วน แล้วค่อย ว่ากันปีหน้าไปสมทบอะไรที่ยังจะต้องเป็นโครงการต่อเนื่องเราก็ปฏิบัติไป เราก็ทำไป เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ การปรับลดครั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมได้ชี้แจงไปนั้น ซึ่งมีความเหมาะสมว่างบจำนวนมากแต่ก็มีระยะเวลาในการที่บริหารนั้นค่อนข้างที่จะ เหลือเวลาไม่มากนัก เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔ ซึ่งเป็นงบกลางที่ผมกำลังจะเรียนถึง คณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาเกี่ยวในเรื่องของงบกลางซึ่งปีนี้รัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณ ที่ผมได้พูดถึงว่าเป็นงบประมาณหรืองบกลางที่มากที่สุดของประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ก็ว่าได้ ถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็ไม่มีรายละเอียด ไม่มีแผนงานรองรับ ผมไม่ทราบว่า ตัวผมเองก็พยายามที่จะดูรายละเอียดว่าทางรัฐบาลนั้นได้เตรียมแผนงานอะไรบ้าง ผมไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการได้มีรายละเอียดรู้อะไรมากกว่าที่ผมรู้หรือไม่ ถ้าไม่มี กรรมาธิการได้พิจารณาอย่างไรถึงได้ผ่านงบกลางในการอนุมัติที่ไปเห็นชอบว่า ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าฝ่ายบริหารนำไปแล้วไม่มีการทุจริต มีประสิทธิภาพในการใช้จ่าย ไม่ทราบว่าท่านยึดอะไร เป็นหลัก ในโครงการและแผนงานต่าง ๆ ของงบกลางซึ่งมี ๑๒ รายการ ผมไม่ได้ติดใจทุกรายการ หรอกครับ บางรายการก็มีความเหมาะสม แต่ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือรายการในเรื่องของ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ในรายการที่ ๒ ซึ่งได้จัดสรรงบไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๒๐๐ ล้านบาท เงินเป็นแสนล้านบาท ท่านประธานครับไม่มีรายละเอียดเลย อย่างนี้จะไม่เปิดช่อง ไม่เปิดทางให้กับผู้บริหาร สามารถที่จะนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ตามที่ความต้องการของตัวเองต้องการ สิ่งที่ผม อยากจะพูดในวันนี้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ รัฐบาลนี้พยายามที่สุดที่จะเอางบประมาณจำนวนมาก ออกไปใช้ให้มากที่สุด อาจจะมีการเลือกตั้งใหม่หรืออย่างไร เพื่อการหาเสียงของรัฐบาล หรือไม่ ผมก็สามารถที่จะคิดไปล่วงหน้าได้เพราะเงินก้อนนี้ถ้าหลุดไปแล้วรัฐบาลนำไปใช้จ่าย อาจจะเอาประโยชน์ทางการเมืองก็เป็นไปได้นะครับ อันนี้ถือว่าความห่วงใยที่เราก็รู้อยู่แล้ว ว่าประเทศไทยในขณะนี้ประสบภาวะที่มันรุนแรง พี่น้องประชาชนกำลังรอความหวังที่จะ ได้รับการเยียวยา ที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ จากหน่วยงานราชการ แต่ถ้าหากว่า เราอนุมัติงบประมาณไปแล้วไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของภาษีอากร ผมถามท่านประธานว่าแล้วพี่น้องประชาชนจะมีความรู้สึกอย่างไรที่อยู่ในพื้นแผ่นดินนี้ เมื่อเขาประสบปัญหาไม่มีใครที่จะช่วยเหลือเขาได้ แต่ในขณะเดียวกันเวลารัฐบาลมีปัญหา ในการใช้เงิน ก็ต้องไปรีดนาทาเร้น ใครล่ะครับ ก็รายได้ของพี่น้องประชาชนอย่างไรล่ะ ภาษี อากรของพี่น้องประชาชนละครับ นี่ละครับที่ผมถึงได้ขอปรับลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะคิดว่าในส่วนของการจัดตั้งงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของงบกลางนั้น ผมคิดว่าความจำเป็นยังไม่พอกับเหตุผลที่รัฐบาลเสนอมา แล้วก็ข้อที่ ๒ เงินสำรองจ่ายเพื่อการฉุกเฉินหรือความจำเป็น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบวก ๒ ข้อที่เป็นแผนงานหรือโครงการ ที่รัฐบาลอยู่ในส่วนที่โครงการเร่งด่วนที่จะต้องกระทำในปีนี้ตามนโยบายของรัฐบาลนะครับ เอาเรื่องของ ๒ ข้อที่รัฐบาลกำหนดไว้คือค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับข้อที่ ๖ เงินสำรองจ่ายหรือกรณี ฉุกเฉินและจำเป็นอีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่รวม ๒ หัวข้อนี้ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่ง ของงบประจำหรือว่างบที่ต้องใช้จ่ายนะครับ ส่วนอื่นมีรายละเอียด มีแผนงานประจำปี อยู่แล้ว แต่ ๒ หัวข้อที่ผมได้เสนอไปนั้นไม่มีแผนงานและรายละเอียดที่พวกเราไม่สามารถ ที่จะเข้าไปตรวจสอบได้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้พี่น้องประชาชนนั้นก็รอโอกาสที่อยากจะ ให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณได้สร้างความหวังว่าท่านเข้าไป ทำหน้าที่กรองหรือการพิจารณางบประมาณก่อนที่จะให้ทางฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลนำไปใช้ จ่ายนะครับ ท่านได้ใช้เหตุผลโดยยึดเอาประชาชนเป็นหลักหรือไม่ วันนี้ประชาชน มีความต้องการที่จะได้รับการฟื้นฟูทั้งในการดูแลและอาชีพเศรษฐกิจ ในส่วนของ ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม แต่รัฐบาลกลับยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน แต่มี การซ้ำเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปล่อยให้ค่าครองชีพ ไม่ว่าเรื่องของค่าไฟ ค่าแก๊สได้เพิ่มขึ้น ทำให้ พี่น้องประชาชนได้รับความลำบากความเดือดร้อนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ พี่น้องประชาชนในภาคของคนจนที่ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟฟรี หรือการใช้ไฟฟ้าฟรี วันนี้ก็มีผลกระทบแล้ว เพราะโครงการนโยบายรถไฟฟ้าฟรีก็ถูกยกเลิก แล้วก็การใช้ไฟ ที่ไม่เกิน ๙๐ ยูนิต วันนี้รัฐบาลได้กำหนดไว้เพียง ๕๐ ยูนิตเท่านั้น ผมคิดว่าถ้าหากว่า ๕๐ ยูนิตนั้นบ้านใดมีตู้เย็นตัวเดียวเท่านั้นก็เกินแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ไม่ได้พึ่งประโยชน์จากการบริหารของรัฐบาลในครั้งนี้เลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายบริหารว่า ในส่วนงบกลางถ้าหากว่ารัฐบาล ได้รับมติเห็นชอบจากสภาแห่งนี้นะครับ นำเงินไปบริหาร ผมก็อยากจะฝากถึงปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดนราธิวาสที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเช่นเดียวกัน ไม่อยากให้ ความจำเป็นเร่งด่วนนั้นอยู่ในเฉพาะส่วนกลางหรืออยู่ในภาคอื่น ๆ นะครับ โดยเฉพาะ จังหวัดชายแดนใต้สุดของประเทศคือจังหวัดนราธิวาสนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหา อุทกภัยที่เป็นน้ำท่วมซ้ำซากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งริมแม่น้ำโก-ลก พี่น้องชุมชนริมแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีครับ เพราะชุมชน จะอยู่ต่ำนะครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลเห็นความสำคัญตรงนี้ไปยกพื้นที่ตรงนั้นให้สูงขึ้นหรือไม่ก็ใช้เขื่อนกั้นตลิ่งนะครับ แล้วก็พื้นที่ตรงนั้นเราสามารถที่จะปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายแดน เพราะว่าแม่น้ำโก-ลกนั้น อยู่ในเขตเทศบาล ฝั่งหนึ่งก็เป็นตลาดของเมืองสุไหงโก-ลก อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นเมือง หรือว่าเป็นตลาดของชุมชนรันเตาปันยัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่นอยู่ ๒ ฟากฝั่ง ถ้าหากว่าเราสามารถปรับปรุงภูมิทัศน์ ริมแม่น้ำโก-ลกตรงนั้น มันก็จะเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนราธิวาส อันนี้ก็จะเป็นรายได้ให้กับท้องถิ่น

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็เรื่องของปัญหาน้ำเซาะตลิ่งนะครับ ก็คือแม่น้ำสุไหงโก-ลก ต้นน้ำอยู่ที่อำเภอแว้ง ผ่านอำเภอสุไหงโก-ลก แล้วก็ไปสิ้นสุดที่อำเภอตากใบ ซึ่งเป็น ๓ อำเภอชายแดนของจังหวัดนราธิวาสที่มีลำแม่น้ำโก-ลก เป็นเส้นกั้นแดนระหว่างไทย และประเทศมาเลเซีย วันนี้ปัญหาก็คือว่ามีน้ำเซาะตลิ่งบางจุด แต่บางจุดนั้นก็ได้มี การสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีอีกช่วงหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ตำบลเกาะสะท้อน อันนี้ ส.ส. กูอาเซ็ม กูจินามิง ท่านก็ได้ฝากมาว่าตรงนั้นถ้าหากว่า ฝ่ายบริหารถ้าได้ยินหรือว่าได้รับคำเสนอของผมในวันนี้ ช่วยนำงบประมาณในส่วนของ งบกลาง ถ้าเข้าไปช่วยเหลือบางส่วนหรือก่อน ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

สุดท้ายท่านประธานครับ ก็อยากจะให้ในส่วนของงบกลางเช่นเดียวกัน ในเรื่องของการเยียวยา ช่วยเหลือพนักงาน ข้าราชการ ลูกจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วก็แขวงการทาง กลุ่มเหล่านี้เป็นลูกจ้างที่จะต้องเสี่ยง ที่จะต้องออกไปตรวจตราเส้นทาง หรือว่าอยู่ประจำที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ถ้าหากว่า สามารถที่จะพิจารณาได้ในส่วนของงบช่วยเหลือพนักงานลูกจ้างที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ตรงนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงนะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายที่ผมไม่เห็นด้วยกับ การปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบกลางนั้น ด้วยเหตุผลตามที่ผมได้เรียนไว้และอภิปราย ในวันนี้นะครับ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เหลือท่านชาดากับท่านกุลเดช เอาไปอภิปรายในรายมาตราได้ไหมครับ หารือทั้ง ๒ ท่านครับ ท่านกุลเดชว่าอย่างไรครับ เชิญครับ ตกลงท่านเอาอย่างไร จะอภิปรายต่อใช่ไหมครับ คืออย่างนี้มาตรา ๔ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผมทำหน้าที่จนวันนี้แล้ว ขอสั้น ๆ ก็แล้วกันนะครับ เชิญครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล อุทัยธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดอุทัยธานีครับ ก่อนอื่น ต้องขอประทานโทษท่านประธานที่ไม่ได้สามารถสนองความต้องการของท่านประธานได้ ผมเองค่อนข้างที่จะเห็นใจว่าระยะเวลาในการอภิปรายในครั้งนี้ค่อนข้างจะจำกัด แล้วก็ ในการใช้งบก็ค่อนข้างที่จะต้องเร่งด่วน แต่เนื่องจากมีความจำเป็นและมีความห่วงใยจริง ๆ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ในการใช้เงินของรัฐบาลนี้ ก็ขอใช้เวลากับสภานี้สั้น ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ทั้งกับพี่น้องประชาชนแล้วก็สภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ จำนวนทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากนะครับ กระผมเองได้ศึกษาในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณแล้ว เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ไม่ค่อยสอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศนะครับ แล้วก็ไม่ค่อยมีรายละเอียด ไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์เพราะเหตุใด อาจจะเป็นเพราะว่าเวลาน้อย หรือต้องการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อีกทั้งตรวจดูไม่เห็นประสิทธิภาพในการใช้เงิน โครงการใดที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ท่านก็ไม่ได้จัดลงไว้ โครงการใดที่ไม่มีความจำเป็นมากนัก ท่านกลับจัดลงเข้าไว้ นอกจากนี้แล้วร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ ไม่มีความสอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลเอง ประกอบกับด้วยความเป็นห่วง เป็นใยจริง ๆ ในการทุจริตในการใช้งบประมาณ เพราะเท่าที่ผ่านมา แม้กระทั่งงบที่ช่วยเหลือ น้ำท่วมไม่ว่าจะเป็นงบของรัฐบาล หรือ ศปภ. ก็ดี ท่านก็เห็นแล้วว่าในสื่อสารมวลชนก็พูดถึง การใช้งบอย่างมีเลศนัย มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งหลายคนได้พูดไปแล้ว แต่ก่อนที่จะลงลึก ไปกว่านี้ต้องขอบอกท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลนะครับ เนื่องจากผม เป็นผู้อภิปรายคนท้าย ๆ อาจจะไปซ้ำกับผู้อื่นบ้าง แต่รับรองว่าจะพยายามไม่ให้ผิดข้อบังคับ จะไม่วกวนซ้ำซากนะครับ ก็ขอให้ท่านช่วยนั่งฟังสักนิดหนึ่งอย่าเพิ่งลุกขึ้นมาประท้วงจะยิ่ง ทำให้เสียเวลามากขึ้นนะครับ ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายจริง ๆ แล้วผมเชื่อว่ายิ่งท่าน ทำมากเท่าไร พี่น้องประชาชนก็จะได้รับความดูแลมากขึ้นเท่านั้น แต่จำเป็นจริง ๆ ครับ ที่จะต้องขอปรับลด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบกลาง สาเหตุที่ผมขอปรับลดในงบกลาง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีปัญหาอย่างนี้ครับ ผมเองได้ดูในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีในมาตราอื่น ๆ จังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ครับ มีผู้แทน ๒ คน คนหนึ่งมาจากพรรคประชาธิปัตย์ อีกคนหนึ่งมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่มีพรรคใหญ่ ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเลย ซึ่งผมเองเป็นกังวลอย่างยิ่งครับ เพราะมันมีวลี ๆ หนึ่ง ที่อยู่ในหัวผมตลอดเวลาว่าจังหวัดไหนที่เลือกพรรคนั้นถึงจะได้รับการดูแล จังหวัดไหน ที่ไม่ได้เลือกก็จะได้รับการดูแลช้าหน่อย ยกตัวอย่างเช่น ข้าวสารที่ท่านเพื่อนผู้อภิปรายยกมา เป็นตัวอย่าง แล้วท่านประธานริบไปนี่ครับ ผมเองก็ได้รับครับ ผมเองก็ขอบคุณรัฐบาลนะครับ แต่จริง ๆ สิ่งที่จะต้องฝากท่านไว้ก็คือการได้รับของผมนี่รับช้า ผมต้องการรับเร็วตอนที่ พี่น้องประชาชนของผมถูกน้ำท่วม ตอนนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จำเป็นจะต้องเอา ถุงยังชีพไปดูแลพี่น้องประชาชน ผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านครับ ผมจัดถุงยังชีพดูแลพี่น้องประชาชนผมใน ๘ ตำบล ด้วยเงินส่วนตัวและเงินบริจาค จากพรรคพวกครับ ผมไม่ได้ใช้เงินรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว ก็ต้องเรียนท่านครับ นั่นละครับคือ งบกลางที่ไปดูแลพี่น้องประชาชนครับ ผมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมีหน้าที่ดูแล พี่น้องประชาชน ทำไมถึงไม่ถามผมบ้างละครับว่าพี่น้องประชาชนต้องการอะไร สะท้อนอะไร ผ่านผู้แทนราษฎรบ้าง แล้วจัดงบลงมาดูแลพี่น้องประชาชนโดยผ่าน ส.ส. โดยไม่เลือกว่า เป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลครับ ในครั้งนี้ก็เช่นกันครับ เท่าที่ดูในรายละเอียดในมาตราอื่น ในโครงสร้างพื้นฐาน จังหวัดอุทัยธานีได้รับงบประมาณค่อนข้างน้อยมากครับ จึงเป็นเหตุให้ผม เป็นกังวลว่าในงบกลาง ซึ่งโดยเฉพาะในรายการงบเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ท่านครับ บ้านผมจังหวัดอุทัยธานีมีน้ำท่วม ๘ ตำบลครับ ตั้งแต่ ตำบลสะแกกรัง ตำบลน้ำซึม เกาะเทโพ หาดทนง ท่าซุง อุทัยใหม่ หลุมเข้า ท่านครับ ท่านเชื่อไหมครับ แต่ทั้ง ๘ ตำบลนี้ มันรวมอยู่เป็นอำเภอเดียวครับ ในข่าวทั้งหมดตั้งแต่ น้ำท่วมตลอดมา พูดกันถึงว่าน้ำท่วมจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก เรื่อยมา จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานีติดจังหวัดนครสวรรค์ครับ อยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ กับจังหวัดชัยนาทครับ แต่พอถึงจังหวัดนครสวรรค์เสร็จเลยไปจังหวัดชัยนาทเลยครับ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเทพฯ จังหวัดอุทัยธานีไม่ทราบว่าหายไปไหน จากจอประเทศไทย แล้วอย่างที่ผมเคยนำเรียนกับเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในสภาแห่งนี้ครับ ผมนำรูปถ่ายของสภาพน้ำท่วมที่จังหวัดมาให้ดู น้ำท่วมเกือบถึง หอกระจายข่าวในหมู่บ้านครับ ระดับความลึก ๓ เมตร ๔ เมตร ๕ เมตรครับ ในเขตเทศบาล เมืองอุทัยธานีบอกได้เลยครับ เหลือถนนที่รถวิ่งได้อยู่สายเดียวครับ คือถนนที่เลียบเขาสะแกกรัง เท่านั้นเอง นอกนั้นท่วมทั้งหมด ได้รับความเสียหายอย่างมากมายมหาศาล ผมเอง อยากให้รัฐบาลหันไปดูแลจังหวัดของผมบ้าง จัดงบประมาณลงไปบ้าง อย่างที่บอกครับ งบกลางเป็นงบที่ไม่มีรายละเอียด ใช้ได้ตามอำเภอใจของรัฐบาล ของผู้บริหาร ท่านบอกว่า ๗๐๐ กว่าสายทางที่ต้องนำไปดูแลเยียวยา ผมไม่ทราบว่าสายทางพวกนี้ มีเส้นทางในจังหวัดอุทัยธานีบ้างหรือไม่นะครับ ในสายทางที่น้ำไม่ท่วม เป็นทางเลี่ยง ให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุทัยธานีออกมาสู่โลกภายนอกได้ก็ไม่ได้อยู่ในเขตน้ำท่วมครับ แต่วันนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับถนนลูกรังครับ เพราะว่าจำนวนปริมาณรถที่วิ่งใช้ถนนเส้นนี้ สายเดียววันหนึ่งเป็นพัน ๆ คัน รวมทั้งเป็นทางเลี่ยงให้รถที่จะไปจังหวัดนครสวรรค์ก็ต้องมา ทางนี้ครับ พี่น้องประชาชนจังหวัดอื่นก็ใช้ถนนหนทางในจังหวัดอุทัยธานีเป็นทางสัญจร ขึ้นสู่ภาคเหนือ ก็ต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับว่าผมเอง เป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่งในการใช้งบในครั้งนี้ครับ เพราะจากปัญหามหาอุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางครับ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทั้งในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงจังหวัดอุทัยธานีของผมนะครับ กรุงเทพมหานคร นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นี่ผ่านมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว จนข้ามปีแล้วครับ รัฐบาลต้องเร่ง สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนะครับ แต่ผมไม่ทราบว่า ณ ขณะนี้รัฐบาลประมวลความเสียหาย ไว้ได้ครบหมดหรือไม่ เพราะว่าปัญหาที่ท่านจะต้องดูต่อไปก็คือปัญหาที่เกิดอุทกภัยภาคใต้ ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ท่านครับ ก็อย่างที่บอกครับ มันจะมาจากอะไรก็ตาม แต่ผมเชื่อว่า ปัญหามหาอุทกภัยครั้งที่แล้วมันเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดอย่างมาก ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ไม่ว่าการบริหาร การประมาณการน้ำฝน น้ำท่า น้ำในเขื่อน หรือการระบายน้ำก็ดีครับ การวางแผนป้องกันน้ำก็ดี ไม่ว่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนการสร้างความขัดแย้งให้กับมวลชนที่อยู่ระหว่างคันกั้นน้ำ ๒ ฝั่ง รัฐบาลควรเร่ง ให้ความช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนรวมทั้ง สภาพจิตใจด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมากมาย มหาศาลนัก ผมเองอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้าไปฟื้นฟู เยียวยา ก็พยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้งบประมาณนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ให้เม็ดเงินตกลงไปจนถึงจังหวัดนะครับ พี่น้องประชาชนจะได้คลายความทุกข์ลงเสียทีครับ แต่ที่น่าเป็นห่วง ผมอยากรู้ว่ารัฐบาลนี้ ได้วางแผนการป้องกันระยะยาวไว้หรือไม่ ไม่ใช่ว่ายังใช้งบประมาณไม่เสร็จ อีก ๓-๔ เดือน ท่วมอีกแล้วครับ แล้วก็มีแนวโน้มเป็นอย่างยิ่งครับ งบขุดลอกก็ดี งบอะไรก็ดี ที่จะทำให้ ป้องกันน้ำท่วม ไม่ทราบว่าท่านได้วางแผนระยะยาวไว้หรือไม่ แต่เท่าที่ดูเห็นมีอยู่น้อยมากครับ สิ่งที่ผมอยากถามครับ การใช้งบประมาณ เป็นห่วงอย่างยิ่งในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าการจัดซื้อจัดจ้าง การซื้อของที่นำไปจ่ายแจกอย่างท่านวิลาศพูด เมื่อสักครู่นี้นะครับ วันนี้ผมอยากถามว่าเรือที่ ปภ. ก็ดี ที่ ศปภ. ก็ดีจัดซื้อไว้เมื่อปีที่แล้วครับ ขณะนี้น้ำแห้ง หมดแล้วทุกพื้นที่ในเขตภาคเหนือ ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เรือพวกนี้นำคืนแล้ว หรือไม่ ไปอยู่ที่ไหน ยังอยู่หรือไม่ ทำไมไม่ส่งไปช่วยพี่น้องประชาชนภาคใต้จะได้ไม่ต้อง ใช้งบเพิ่มครับ หรือท่านจำเป็นว่าจ่ายแล้วให้เลยนะครับ ปีหน้าท่วมใหม่จะได้ใช้งบใหม่ จะได้ ตั้งงบกันเพิ่มใหม่ จะได้มีเงินทอนใหม่ จะได้มีส่วนต่างใหม่ ก็ไม่อยากจะคิดอย่างนั้นหรอกนะครับ ท่านประธานครับ แต่ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ผมเองก็ขอบพระคุณท่านครับ ที่ท่านเหน็ดเหนื่อยกับการที่จะซักไซ้ไล่เรียง แต่มันเป็นความจำเป็นจริง ๆ ผมคิดว่าการปรับลด งบประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้นดูเหมือนมันมาก แต่จริง ๆ ผมเชื่อว่าเป็นการตัดแค่ไขมัน เท่านั้นล่ะครับท่านครับ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ ส่วนในรายละเอียดผมก็พยายามที่จะทำอย่างเร่งรัด รายละเอียดต่าง ๆ คงขอไปพูด ในมาตราอื่น ๆ ก็จะพยายามทำตามที่ท่านประธานขอร้องนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กรรมาธิการ 🔗

กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมได้ขอแปรญัตติ ตัดงบประมาณในมาตรา ๔ ในภาพรวม ยกเว้น (๓) และ (๔) งบประมาณที่ผมขอตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือจาก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดออก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัดออก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จริง ๆ ก็อยากจะมาบอกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมขอตัดออกมา ผมเชื่อและเคารพในความสามารถของ ครม. แล้วก็ความโปร่งใสในการ ทำงานของท่านนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากบอกก็คือว่า ที่ผ่านมาในเรื่องของ การฟื้นฟูและเยียวยาใน (๒) นั้น มันมีปัญหาในการทำงาน ที่ผมอยากจะบอกว่า กรณี ของ ศปภ. ได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้บุคคล ๓ คน รัฐมนตรี ๓ ท่านเป็นผู้ดำเนินการนั้น ผมเองก็คือขอตัดเงินจากส่วนนี้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เรียนท่านประธานที่เคารพว่า ผมเอง อยากจะพูดว่าในโครงการฟื้นฟูและเยียวยาแบบบูรณาการนั้น หลายคนในประเทศนี้ ที่ผ่านมาเรื่องปัญหาน้ำท่วม ต่างคนต่างมีความรู้ ต่างคนต่างมีความสามารถ พูดกันมากมาย ในเรื่องของโครงสร้างทางวิศวะ ก็คือทุกคนเก่งหมด จะต้องทำฟลัดเวย์ จะต้องทำอะไร ผมว่าสิ่งนี้ในปี ๒๕๓๘ นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พูดไว้หมดแล้วนะครับ เป็นเรื่อง ที่เราต้องทำ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอก็คือในเรื่องของโครงสร้างทางสังคม จากปัญหา อุทกภัยใหญ่นี้ ผมขอบอกว่าเราไม่แก้ปัญหาทางสังคมไม่ได้ วันนี้คนไทยทุกคนมีส่วนผิด ในเรื่องน้ำท่วม ปัญหาน้ำท่วมมันก็เกี่ยวข้องไปกับทุกเรื่อง ไม่ว่าการถมดิน ไม่ว่า การปลูกบ้าน ผมเรียนว่า พ.ร.บ. ที่สำคัญที่จะต้องเอามาใช้ยังไม่มีใครพูดถึง ก็คือ พ.ร.บ. ถมดิน ซึ่งมีส่วนสำคัญเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม การถมดิน ถมไปสูงเรื่อย เรามี พ.ร.บ. ถมดิน แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายลูกที่จะกำหนดในท้องถิ่นต่าง ๆ อันนี้ไม่มีใครพูดถึง แล้วอีกอย่างหนึ่ง ก็คือวันนี้เราต้องอยู่ในหลักสูตรการประพฤติตนที่ถูกต้องที่จะต้องอยู่ในหลักสูตร ของการเรียนการสอนแล้ว คนไทยทุกคนต้องมีสามัญสำนึกในเรื่องของการที่จะต่อสู้กับ อุทกภัย ก็คืออะไรครับ ใครรุกล้ำคลอง จะต้องถูกประณาม ไม่มีการทำตามอย่าง ที่ผ่านมา เวลามีบุคคลใดรุกล้ำคลอง อีกบุคคลหนึ่งก็จะไปสร้างให้เหนือกว่า มีความรู้สึกว่า ฉันเอาเปรียบสังคมได้ เอาเปรียบรัฐได้ เอาเปรียบสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้ กลายเป็นเรื่องฉันกำไร ผมว่าเรื่องต่าง ๆ พวกนี้จะต้องมีเกิดขึ้น แล้วก็สอนตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าพฤติกรรมที่ถูกต้อง คืออะไร การทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ หลายอย่างที่จะต้องเป็นบทเรียนที่เราจะให้สังคมไทย พลาดแล้วผ่านเลยไปโดยที่ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้คงไม่ได้ ผมเองคลุกคลีกับปัญหาน้ำท่วมมาหลายปีครับ เรียนว่ารู้และเข้าใจ ในเรื่องตรงนี้ผมอยากจะบอกกับผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านทางกรรมาธิการนะครับว่า วันนี้เราต้องมาทบทวน โดยเฉพาะ ศปภ. จะต้องมาทบทวนในเรื่องของการฟื้นฟู เยียวยา ต้องนำเงินงบประมาณที่ผมขอตัดนั้นไปสู่หลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับพี่น้องประชาชน มีแนวทางการปฏิบัติตน เป็นพลเมืองที่ดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ถ้าไม่อย่างนั้นปัญหาพวกนี้ ก็จะเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ และต่อไปในวันข้างหน้า ก็ขออนุญาตกราบเรียน แล้วก็ขออนุญาต ท่านประธานว่าขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะของกรรมาธิการงบประมาณปี ๒๕๕๕ ตามที่ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่าน ส.ส. กุลเดชจากพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ในเรื่องของการพัฒนาจังหวัดอุทัยธานีที่เป็นห่วงเป็นใยว่าไม่มีพรรคแกนนำอยู่ แต่อยากให้ท่านทราบไว้ด้วยว่าพรรคชาติไทยพัฒนานั้นอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล แล้วผม ก็เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่จัดสรรงบประมาณไปเฉพาะจังหวัดที่มี ส.ส. พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ผมเชื่อว่าผู้ที่ดูแลงบประมาณจะต้องดูแลทุกจังหวัดเท่าเทียมกันหมดตามปัญหา ความเดือดร้อน และโดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานีนะครับ ปีนี้ปัญหาป้องกันน้ำท่วมก็ได้รับ งบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมืองสร้างเขื่อนบริเวณตลาดสดเทศบาลแล้วก็บริเวณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ริมแม่น้ำสะแกกรังนะครับ

แล้วก็อีกข้อหนึ่ง ก็คือในเรื่องงบฟื้นฟูที่ท่านพูดถึงถนนสาย ๓๓๓ ก็คือ ถนนจากทางแยกสายเอเชียเข้าสู่จังหวัดอุทัยธานี ๑๖ กิโลเมตร ซึ่งถูกปัญหาน้ำท่วม รัฐบาล ได้ให้งบฟื้นฟูไปแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างการประกาศประกวดราคา ๘๐ ล้านบาทเพื่อพัฒนา แล้วก็แก้ไขปัญหาของจังหวัดอุทัยธานีเกี่ยวกับเรื่องของน้ำท่วม ก็จะชี้แจงให้ท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ได้ทราบนะครับ แล้วก็ในเล่มงบประมาณนั้นก็มีว่าจังหวัดอุทัยธานีได้อะไร ก็เรียนว่าก็ได้รับการห่วงใยจากรัฐบาลอย่างมากมาย ก็ต้องขอเรียนว่าไม่ต้องห่วงครับ เรื่องการพัฒนาจังหวัดอุทัยธานีนั้น ในฐานะ ส.ส. จังหวัดอุทัยธานี ผมรับผิดชอบอยู่แล้วครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีกรรมาธิการท่านใดจะตอบอีกไหมครับ ไม่มีใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นต้องขอมติ ที่ประชุมนะครับ ตามมาตรา ๔ มีท่านอื่นติดใจไหมครับ ไม่มีใช่ไหมครับ ไม่มีก็ไปมาตรา ๕ เชิญท่านเลขานุการ ท่านบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ คือประเด็นแรกนะครับ ท่านประธาน พวกเรางงว่าทำไมกรรมาธิการจึงไม่ตอบคำถามของสมาชิก คำถามมีมากมาย ตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้ครับ แล้วท่านจะไม่ตอบเลยหรือครับ ไม่อธิบายเลยหรือครับว่า สิ่งที่เราติดใจกันเยอะแยะมากมาย หลักฐานต่าง ๆ เป็นอย่างไร เนื้อหาโครงการต่าง ๆ ประสิทธิภาพในการใช้งานจะทำอย่างไร และแน่นอนครับพวกเราติดใจที่จะต้องลงมติครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการเขาจะตอบอยู่แล้วท่านบุญยอด

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า คือคำถาม ที่ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายมาส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นที่ซ้ำกันนะครับ ก็คือในเรื่องของ งบฟื้นฟู เยียวยาน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องไม่มีรายละเอียด ในกรณีเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ซึ่งทางกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงไปแล้วหลายรอบ ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่ซ้ำ ๆ กัน ทางกรรมาธิการก็เห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ของทางสภาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องชี้แจงซ้ำอีก แล้วส่วนรายละเอียดในมาตราอื่น ๆ ที่เรียง รายมาตรา ผมก็คิดว่าในโอกาสนั้นทางกรรมาธิการก็จะได้ใช้โอกาสนั้นชี้แจงรายละเอียด อีกต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจ เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการบางท่านแจ้งว่าได้เรียกขอเอกสารจากราชการซึ่งได้ จัดสรรงบภัยพิบัติแล้วก็มีโครงการที่แน่ชัด แน่นอนแล้ว เพื่อรายงานต่อสภา ก็มาถึงขณะนี้ ไม่ทราบกรรมาธิการเรียกได้มาบ้างหรือยังครับ คือมันท่วมไปหลายวันแล้วนะครับ แล้วก็ สรุปได้แล้วว่าต้องซ่อม ต้องแซม ต้องทำอะไรบ้าง ถ้ายังรายงานต่อสภาไม่ได้เลยก็เท่ากับ จะให้สภาเซ็นเช็คเปล่าไปให้อีกหรือเปล่าครับ ช่วยตอบหน่อยครับ มีเอกสารอะไรก็ส่งมาบ้าง นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านยุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ก็มีรายละเอียดการจัดสรรงบกลางในหมวดของ เงินสำรองจ่าย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รายละเอียดที่ได้ผ่านคณะรัฐมนตรีไป เป็นข้อมูล ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ซึ่งตรงนี้พร้อมอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะได้นำเอกสารไปมอบให้ท่านประธาน เพื่อท่านประธานจะได้มอบให้กับท่านสมาชิกไปศึกษาต่อไป ซึ่งเราก็มีอยู่ในรายละเอียดอยู่แล้ว ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า เรื่องนี้ที่เพื่อนสมาชิกติดใจนะครับ แล้วก็เอกสารนี้กรรมาธิการก็ควรจะให้สมาชิกได้รับทราบ ด้วย ไม่อย่างนั้นการแปรญัตติที่เพื่อนสมาชิกตัดลดงบประมาณไปมันก็ไม่ได้รับความกระจ่าง ครับ ขออนุญาตท่านประธานว่าช่วยแจกเอกสารดังกล่าวประกอบการตัดสินใจว่าพวกผม จะโหวตให้ผ่านหรือไม่ผ่านครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุทธพงศ์ เอกสาร ช่วยมอบให้ท่านวิทยาด้วยครับ ท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมคงเข้าใจ ว่าไม่ใช่ให้ผมนะครับ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดครับ มอบคณะกรรมาธิการเราไปเป็น ตัวแทนในการติดตามรายละเอียด เพราะฉะนั้นพวกผมที่อยู่ในห้องประชุมทั้งหมดควรจะได้ รับทราบครับ ผมทราบคนเดียวก็คงตัดสินใจแทนทั้งสภาไม่ได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ให้เขา ถ่ายเอกสารมอบให้ก็แล้วกันนะครับ ติดใจไหมครับ ไม่ติดใจผมไปมาตรา ๕ นะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๕ ท่านบุญยอดว่าอย่างไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมก็ได้บอกท่านประธานว่าอย่างไรก็ตาม ต้องขอให้มีการลงมตินะครับเพื่อที่จะให้ดูว่าสมาชิกจะยังคงเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่หรือไม่ หรือว่าจะเห็นกับกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มี ปัญหา แต่ผมจริง ๆ อยากให้มีการอภิปราย เพราะคนลงชื่อเยอะไม่เป็นอะไรครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตร แสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใด ยังไม่ได้เสียบบัตรครับ เชิญเสียบบัตรครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลคะแนนด้วยนะครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๑๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะเป็นการลงคะแนนนะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือตามที่ผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใด ยังไม่ใช้สิทธิ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการแก้ไข

เชิญมาตรา ๕ ครับท่านเลขาธิการ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน เจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตท่านประธานให้เหตุผลจากที่ผมได้ขออนุญาตปรับลดในมาตรา ๕ ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานดูให้ดีว่าในมาตรา ๕ เป็นมาตราที่มีความสำคัญ และผมเห็นบางส่วนที่ในการจัดทำงบประมาณจำเป็นที่จะต้องปรับลด เพื่อที่จะเอา งบประมาณเหล่านี้ไปใช้ในส่วนที่ผมเห็นว่ามันมีความสำคัญมากกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตท่านประธานดูในมาตรา ๕ ซึ่งมีทั้งหมด ๒๑ แผนงาน ที่ทางรัฐบาล ได้นำเสนอต่อกรรมาธิการงบประมาณ เพื่อที่จะขออนุมัติเงินงบประมาณจาก สภาผู้แทนราษฎร แต่ ๒๑ แผนงานที่กระผมขออนุญาตที่ปรับลด ๗ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ ความสำคัญในแผนงานที่ ๖ คือสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ โดยเฉพาะในการรักษา ความสงบภายในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ถ้าเราจะดูให้ดีครับว่าในการจัดทำแผนงานงบประมาณในเนื้อหาและรายละเอียดนั้น ถ้าเรา จะตามกันให้ดีว่ามันไม่มีแผนงานที่ชัดเจนในการที่จะวางกรอบนโยบายในการเสนอแนะ ต่อรัฐบาล สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือในกรณีที่เกิดเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงาน ข่าวกรองแห่งชาติได้เคยมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลก่อนที่ทำแผนงานเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล หรือไม่อย่างไร ผมดูในเนื้อหางบประมาณแล้วนี่นะครับท่านประธานที่เคารพครับ มันไม่มี เนื้อหาและรายละเอียดที่จะสามารถนำเสนอต่อรัฐบาลได้เลย หรือว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่มี แผนงาน เพียงแต่รู้จักในการที่จะจัดสรรของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ที่ผมบอกว่าผมไม่สามารถที่จะเห็นชอบและจำเป็นที่จะต้องปรับงบประมาณลง ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ แล้วพอย้อนมาดูในแผนงานงบประมาณที่ ๑๓ กองอำนวยการรักษาความสงบภายในราชอาณาจักร โดยเฉพาะแผนงานการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปีนี้ได้ของบไปทั้งหมด ๖,๑๐๐ ล้านบาท แต่ได้การจัดสรร งบประมาณจากคณะกรรมาธิการ ๖.๙ ล้านบาท เป็นเลขตัวกลม ๆ นะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ เราย้อนไปดูในเนื้อหาและสาระในการหารายละเอียด ของงบประมาณในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แผนงานที่รัฐบาลได้ขอเงิน งบประมาณเพื่อไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้มันเยอะมากครับท่านประธาน จนเป็นที่พูดว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ไปถึงปี ๒๕๕๔ ๘ ปี ภารกิจในการ ของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรไปทั้งหมด ๑.๔๕ แสนล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ นี่คือแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เอางบประมาณไปแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ตัวงบประมาณในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ไม่ใช่เป็นตัวกำหนดที่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นตัวชี้วัดที่จะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สงบ มันอยู่ที่นโยบาย ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวตั้ง ตัวงบประมาณ เป็นตัวขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา แต่ถ้ารัฐบาลขาดความชัดเจนอย่างในรัฐบาล ของคุณยิ่งลักษณ์ในขณะนี้ ทิศทางและแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไร้ทิศทางเลย แต่วันนี้ท่านมาของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเมื่อนโยบายไม่ชัดเจนกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎรนี้ผ่านงบประมาณ แล้วจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ พอไปดูในเนื้อหาและสาระในการจัดสรรงบประมาณของ กองอำนวยการรักษาความสงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ขอมา ๖,๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ การของบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องยอมรับนะครับว่า วันนี้จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่ง ในการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้คือกฎหมาย ศอ.บต. หรือศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่ออะไรครับ เพื่อไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พระราชบัญญัตินี้เป็นตัวกำหนด แต่ผมถามไปยังคณะกรรมาธิการว่าวันนี้การที่รัฐบาล ของบประมาณมายังที่สภา โดยทางคณะกรรมาธิการเป็นตัวที่กลั่นกรองในการทำงาน ของสภานี้ ท่านได้ถามไหมครับว่ากองอำนวยการรักษาความสงบภายในราชอาณาจักรได้ทำ งบประมาณให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ ศอ.บต. หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ที่กระผมจำเป็นต้องย้ำอยู่แต่เรื่องกฎหมายพระราชบัญญัติ ศอ.บต. นี้ครับ เพราะว่าการที่จะ ของบประมาณต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต. วันนี้นโยบายของรัฐบาล ของท่านยิ่งลักษณ์ที่ได้ทำไว้ โดยให้อำนาจกับทหารของบประมาณมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์กำลังจะไม่ใช้กฎหมาย ศอ.บต. ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เพราะกฎหมาย ศอ.บต. ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าการเมืองนำการทหารบวกด้วย การพัฒนา วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับแนวทางในการแก้ปัญหา โดยให้ กอ.รมน. เป็นตัวหลักในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยเป็นประวัติศาสตร์ที่เราจะต้องจารึกว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหาทั้งระบบนั้นมันมี ปัญหา เพราะว่าการใช้กองกำลังในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา ความหมายว่าในการขอ งบประมาณในปีนี้ของรัฐบาลผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการว่าท่านกำลังจะให้กองกำลัง ไปพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใช่หรือไม่ โดยให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้เป็นรอง ถ้าท่านไม่ได้ถามเรื่องนี้ ถ้า กอ.รมน. ไม่ได้ผ่านการประชุมของ ศอ.บต. ซึ่งมี คณะกรรมการยุทธศาสตร์อยู่ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการว่า ท่านกำลังของบประมาณจากสภาไปโดยผิดพระราชบัญญัติ ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำคัญที่สุดครับท่านประธาน ผมย้อนไปดูแล้ว ตามในเนื้อหาว่ารัฐบาลวันนี้ได้จัดสรรงบประมาณไปตามคำขอของ กอ.รมน. ผมมีเหตุผลอย่างนี้ครับ พอเวลาผมไปตามขึ้นมา ในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่มีการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล มีการ ประชุมศูนย์บูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเรียกว่า ศบก.จชต. เพื่อในการปรับโครงสร้าง ศอ.บต. ให้เป็นหน่วยงานระดับเดียวกับ กอ.รมน. ในความหมาย เนื้อหาสาระที่โครงสร้างของนโยบายของรัฐบาลต้องการทำ ณ วันนี้คือ ให้เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ใต้อาณัติการทำงานของ กอ.รมน. ถ้ารัฐบาลยังใช้งบประมาณและให้ความสำคัญกับกองกำลังในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อครับว่าในอนาคตภายใต้การนำของรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ วันนี้ต้องเกิดความล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนหน้านี้ เกิดความล้มเหลว ก่อนหน้านี้เคยมีข้อกล่าวหาว่ามีการใช้งบประมาณและเอางบประมาณ ไปซ่อนเงื่อนไว้กับฝ่ายกองกำลัง และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขาดการบูรณาการ นั่นเป็นที่มาของการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลภายใต้การนำท่านอภิสิทธิ์จะต้องออกกฎหมาย ศอ.บต. ไว้เพื่อให้มีการบูรณาการกระทั่งงบประมาณ กระทั่งการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา ในพื้นที่ วันนี้รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์กำลังแก้ไขปัญหาและไร้ทิศทางกับแนวทางในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ กองกำลังพวกผมไม่ได้มีอคติ อะไรนะครับ กองกำลังในพื้นที่จะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในระดับหนึ่ง ก็คือการควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีสถานการณ์หรือเหตุการณ์รุนแรงเท่านั้นเอง โดยเฉพาะพื้นที่ แคบ ๆ การแก้ไขทั้งระบบนี้จำเป็นที่จะต้องอาศัยกฎหมายของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้เข้าไปแก้ไข ท่านประธานลองนึกดูเถอะครับ การเสนอแนวทางอย่างนี้ ก็หมายถึงว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้การนำของรัฐบาลนี้กำลัง จะปรับโครงสร้างให้ ศอ.บต. เป็นส่วนแยกและอยู่ภายใต้การกำกับการดูแลของ กอ.รมน. ผมเตือนไปยังรัฐบาลผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการว่าการจัดสรรงบประมาณอย่างนี้ ท่านผิดพลาดอีก และจะทำให้เกิดปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้กระทั่ง การของบประมาณวันนี้ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้ทำถูกกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะ กระบวนการของ กอ.รมน. ไม่ได้ของบประมาณผ่านจาก ศอ.บต. ในขณะที่เรามีกฎหมาย ศอ.บต. อยู่ ท่านลองไปดูในมาตรา ๙ ของ ศอ.บต. สิครับ ท่านกรรมาธิการดูไหมครับ ท่านกรรมาธิการได้ซักถามในการประชุมของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านไปดูในกฎหมาย ศอ.บต. มาตรา ๙ ให้ ศอ.บต. มีอำนาจหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดังนี้ ผมให้ดูแค่ (๑) นะครับ (๑) บอกว่าการจัดทำยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้อง กับนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้สภาที่ปรึกษา การบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาให้ความเห็นก่อนที่คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความเห็นชอบ ผมถามว่าคณะกรรมาธิการ ได้ถาม กอ.รมน. ไหมครับ ที่ กอ.รมน. ของบไป ๖.๑ พันล้านบาทนี้นะครับ กอ.รมน. ได้ผ่าน ความเห็นชอบจาก ศอ.บต. หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านหมายถึงว่าถ้าสภานี้ให้ความเห็นชอบ นั่นคือ สภานี้กำลังทำผิดพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ท่านกรรมาธิการได้ถามไหมครับ หรือว่าใครขอมา กรรมาธิการมีสักแต่ให้ไม่มีการซักถามอย่างนั้นเลยหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ กระผมจำเป็นที่จะต้องนำเรียนอย่างนี้เพราะว่ามันมีปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่ง ก็มีการพูดถึงว่ามันแอบแฝงไปด้วยผลประโยชน์ มีอะไรแอบอยู่ข้างหลังของงบประมาณเลย ทำให้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สงบเสียที แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตนำเรียน ต่อท่านประธาน ต่อท่านสมาชิกว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าไปนึกคิดเลยครับว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้พยายามไปศึกษาในการออกกฎหมาย ศอ.บต. การออกกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นที่ยอมรับว่ามันมาจากกระบวนการในการ ทำกฎหมายจากทุกพรรคการเมืองโดยผ่านคณะกรรมาธิการ ถึงแม้จะออกกฎหมายในสมัย ของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ แต่ทุกพรรคการเมืองเป็นผู้ที่ทำกฎหมายและให้ความเห็นชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามีกฎหมาย วันก่อนเราบอกว่ามีการพูดถึงในสภา ผู้แทนราษฎรตลอดว่ามี ศอ.บต. ก็เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง เพราะไม่มีอำนาจ วันนี้รัฐบาล ของท่านยิ่งลักษณ์ได้มีการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ท่านกำลังจะยึด กระบองจาก ศอ.บต. กลับมาเป็นของตัวเอง โดยให้ฝ่ายทหาร ท่านประธานครับ คนที่อยู่ในระดับนโยบายต้องคิดเป็นในกรอบในการแก้ไขปัญหา อย่าไปคิด เพราะว่าเป็นกฎหมายที่ออกโดยพรรคประชาธิปัตย์แล้วมาเป็นรัฐบาล แล้วตัวเองก็รับไม่ได้ อย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรครับท่านประธาน ท่านประธานคงตอบไม่ได้เพราะว่าท่านประธาน ไม่ได้ไปนั่งในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เขาบอกว่านี่คือใช้นโยบายแบบเบาปัญญา กับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายเรื่องครับ ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการการทหารเคยมีการตรวจสอบเรื่องงบประมาณที่ออกจาก สภาผู้แทนราษฎรนี้ละครับ ที่มีการเอางบประมาณไปใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องอะไร เหาะสักอย่างนี้ละครับ ท่านประธานจำได้ไหมครับ ในพรรคของท่านสมัยที่ท่านเป็นฝ่ายค้าน ท่านตรวจสอบ วันนี้กระบวนการเหล่านี้ เนื้อหาและสาระในการที่จะของบประมาณ มีรายละเอียดมาให้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แลเห็นไหมครับ ไม่มีเลยนะครับ และสิ่งที่ สำคัญที่สุดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงมากที่สุดก็คือว่าการให้เงินงบประมาณโดยการ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร เมื่ออยู่ที่ฝ่าย กอ.รมน. แล้วสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถที่จะ ตรวจสอบได้ พอไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะอะไรครับ เพราะมันไม่มีในรายละเอียดที่มาเสนอ ต่อคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้แจ้งให้กับสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ นี่เป็นประเด็นนะครับท่านประธาน งบประมาณจังหวัดชายแดนภาคใต้ลงไปเยอะ แต่วันนี้ ผมนำเรียนอย่างนี้ครับ นำเรียนต่อท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่าวันนี้ผมอยากจะ เรียกร้อง ที่จริงอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าติดภารกิจไม่สามารถไปดูแลน้ำท่วม ในภาคใต้ได้ให้มานั่ง มารับฟังหน่อย ช่วยมานั่งในสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านก็บอกว่า ไม่เป็นอะไร อยู่ที่ไหนก็รับฟังได้ แต่ท่านมานั่งหน่อย มารับฟังปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วมาตอบหน่อยครับว่าท่านได้ทำโครงการ หลักการและเหตุผลเพื่อในการของบประมาณ ไปยังคณะกรรมาธิการนี้อย่างไร ท่านต้องมีเหตุมีผล ที่สำคัญที่สุดก็คือนโยบายวันนี้รัฐบาล ของท่านยิ่งลักษณ์กับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีทิศทาง นอกจาก ไม่มีทิศทางแล้วไม่เคยมีกรอบความคิดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย แม้กระทั่งคนที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ ท่านเคยพูดถึงแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไหมครับ ไม่เคยเลยครับ และจะมาของบประมาณ ไปแก้อะไรครับ คนที่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ไม่เคยมีกรอบความคิดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วปีนี้ยังมีหน้า มาของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรอีก จะไปถลุงกันอย่างนั้นหรือครับ ไปช่วยกันถลุง อย่างนั้นหรือครับ กรรมาธิการถามไหมครับ กรรมาธิการลองให้รายละเอียดไว้กับ สภาผู้แทนราษฎรหน่อย ท่านได้ซักถามไหมครับ ท่านต้องซักถามเพราะว่านี่คืองบประมาณ ของประชาชนเพื่อแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านกรรมาธิการ เคยถามอย่างที่ผมจะถามนี้ไหมครับ ถ้าท่านเคยถามในคณะกรรมาธิการแล้วก็ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องตอบ ท่านเคยถามไหมครับว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากใช้งบประมาณแล้ว ถ้าใช้การเมืองนำการทหารนี่จะสามารถลดงบประมาณลง อีกเยอะไหม กรรมาธิการเคยถามไหมครับ วันนี้อย่าคิดนะครับว่าเอางบประมาณ เอาเงิน เอาเม็ดเงิน เอาเงินภาษีพี่น้องประชาชนไปแก้ไขปัญหา อ้างว่าไปแก้ไขปัญหา ผมเคย ตรวจสอบในคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการภาคใต้ ท่านกรรมาธิการเคยสอบถาม เคยพบไหมครับว่างบประมาณของกองกำลังฝ่ายทหารใช้งบประมาณไม่เคยหมดสักปีครับ ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ค้างท่อ ท่านกรรมาธิการทราบไหมครับว่างบประมาณที่ผ่านจากสภาไปเมื่อปีที่แล้วก็ยังไม่สามารถ ที่จะเอาเงินงบประมาณนี้ไปแก้ไขและไปบูรณาการ ไปพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีเงิน เหลืออยู่อีก ท่านกรรมาธิการได้ใส่ใจเรื่องนี้ไหมครับ ได้ถามฝ่ายกองกำลังที่ของบประมาณ จากสภาไหมครับ นี่เป็นประเด็นที่พวกผมซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ และเป็นเหตุผลที่ผมจะต้องปรับลดงบประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้ฝากไปถึงทางคณะกรรมาธิการ ท่านเป็นคนที่ เริ่มต้นในการกระทำผิดพระราชบัญญัติองค์การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้างบประมาณของ กอ.รมน. ไม่ได้ผ่าน ศอ.บต. ถ้าท่านทำผิดวันนี้จะสามารถเอาเงินเหล่านี้ ไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ กรรมาธิการได้สอบถามไหมครับ ประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งคณะกรรมการซึ่งมี ความรับผิดชอบ เขาเรียกว่า คณะกรรมการในการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เคยมาขอพบนายกรัฐมนตรีเพื่อสอบถามความชัดเจนที่ทำเนียบรัฐบาลว่าแนวทางในการ แก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างที่ผมพูด นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ให้พบครับ ท่านประธาน นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลภายใต้การนำของรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ไม่ได้ใส่ใจ และไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเคยพูดในสภา ผู้แทนราษฎรว่าวันนี้ถึงแม้รัฐบาลไม่มี ส.ส. ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ในสัดส่วน ในรัฐบาลเป็นสมาชิกอยู่ แต่แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราซึ่งเป็น สมาชิกในพรรคฝ่ายค้านพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล วันนี้ไม่เคยมีที่รัฐบาลเคยมา สอบถามว่าแนวทางในการแก้ไข และทิศทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ควร จะเป็นอย่างไร ไม่ถามผู้แทนราษฎรก็ยังว่าครับ เพราะมีอคติใช่ไหม การแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้ามีอคติในระดับนโยบายถามว่าวันนี้คนที่อยู่ข้างล่าง ระดับปฏิบัติก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อีก ที่สำคัญที่สุดผมขออนุญาตสะท้อนปัญหานี้ ถึงกรรมาธิการ กรรมาธิการเคยถามเรื่องกรณีที่ผมพูดเมื่อสักครู่ไหมครับว่าการที่ กอ.รมน. นอกจากไม่ผ่านของคณะกรรมการในการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการ ของบประมาณไม่ผ่านการประชุมของ ศอ.บต. แล้ว ท่านเคยถามถึงว่าเวลามาของบประมาณ ความพึงพอใจของคนในพื้นที่กับการใช้จ่ายงบประมาณในพื้นที่คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาพอใจไหม เขาก็ไม่พอใจครับ ไม่พอใจเพราะว่าคนจังหวัดชายแดนภาคใต้รู้ครับว่า เงินส่วนหนึ่งที่ไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเพื่อเป้าหมายถลุงแล้วไม่สามารถตรวจสอบได้ และสภาผู้แทนราษฎรผ่านงบประมาณนี้ไปแล้วเราก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับว่าวันนี้ฝากไปถึงทางคณะกรรมาธิการตั้งเป็นข้อสังเกตเถอะครับว่า อย่าไปเปลี่ยนแปลง และอย่าไปให้อำนาจในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับฝ่าย กอ.รมน. ให้ยึดหลักกฎหมาย ศอ.บต. เพราะเรามีกฎหมายเฉพาะใน ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นการที่กระผมจำเป็นที่จะต้องปรับลดงบประมาณ ในมาตรา ๕ ไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่ต้องการเอาเงินเหล่านี้ไปพัฒนาในส่วนที่ดีมากกว่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทพไท เสนพงศ์ ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายตัดลดงบประมาณในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ได้ตั้ง งบประมาณในปี ๒๕๕๕ ในวงเงิน ๑,๖๐๘,๑๖๒,๙๐๐ บาท ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ปรับลด ๔๒,๗๖๐,๖๐๐ บาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๒.๖๖ ยังคงเหลืองบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ ๑,๕๖๕,๔๒๒,๓๐๐ บาท ผมอยากเรียนกับท่านประธานว่าการปรับลดงบประมาณ ของกรมประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมาธิการในอัตราส่วนที่ต่ำมากสำหรับ ๒.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงเห็นว่าภารกิจของกรมประชาสัมพันธ์ที่ตั้งงบประมาณไว้ และคณะกรรมาธิการได้ให้ เหตุผลในการปรับ ๒.๖๖ เปอร์เซ็นต์ว่ากรมประชาสัมพันธ์ได้รับงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ตามพันธกิจของหน่วยงานเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในการเสนอแนะนโยบายและให้คำปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาล และหน่วยงานราชการ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ทั้งนี้การจัดงบประมาณได้คำนึงถึงหลักความประหยัด ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการ ใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์สามารถดำเนินงานให้เป็นไปตามแนว การจัดสรรงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ ดังนั้นถ้าหากปรับลดงบประมาณ ลงอาจจะส่งผลเสียในเชิงนโยบายด้านประชาสัมพันธ์ของประเทศได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถ ปรับลดงบประมาณลงได้อีก ผมคิดว่าเหตุผลของคณะกรรมาธิการที่ให้ต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นครับท่านประธาน ผมจึงจำเป็นตัดลดงบประมาณ ของกรมประชาสัมพันธ์ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผล ที่ปรับลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้มีความรู้สึกว่าผมรังเกียจหรือไม่อยากให้กรมประชาสัมพันธ์ มีบทบาท แต่ผมเชื่อว่าศักยภาพของข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์มีศักยภาพเพียงพอ แต่ด้วยแนวนโยบายของรัฐบาลที่กำกับการบริหารสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ได้ให้นโยบายผิด ๆ ทำให้บทบาทการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ ไม่มีประสิทธิภาพ เหตุผลที่ปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ผมแยกประสิทธิภาพในการทำงาน ของกรมประชาสัมพันธ์ลง ๒ ส่วนครับท่านประธาน

ส่วนแรก บทบาทของกรมประชาสัมพันธ์ในประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานก็ทราบนะครับว่าหน่วยประชาสัมพันธ์เป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาล และเป็น การสื่อสารผลงานของรัฐบาล รวมถึงการเผยแพร่นโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ของประชาชน แต่ถ้าท่านประธานเห็นว่ากรมประชาสัมพันธ์มีอยู่ ๒ ส่วน คือสถานีวิทยุ โทรทัศน์ ช่อง ๑๑ กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยซึ่งอยู่ในการกำกับของ กรมประชาสัมพันธ์ ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่าประสิทธิภาพของการทำงาน ของทีวีช่อง ๑๑ ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร ประเทศได้มีการปรับผังรายการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่เปิด โอกาสให้คนที่เห็นต่างแสดงความคิดเห็นผ่านทีวีช่อง ๑๑ แม้แต่น้อย เข้ามาครั้งแรกท่าน ประธานได้เห็นว่าผังรายการของสำนักข่าวทีนิวส์ (T-NEWS) รายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ซึ่งถือว่าเป็นรายการที่ต่อต้านกับขบวนการล้มเจ้าอย่างเข้มแข็งที่สุดรายการหนึ่ง เมื่อรัฐบาล ชุดนี้เข้ามามีการเปลี่ยนแปลงทันทีครับท่านประธาน พยายามที่จะเบี่ยงเบียนประเด็น พยายามที่จะหารายการมาทดแทนเพื่อไม่ให้รายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึกออกอากาศได้ จะเห็นได้ชัดว่าทุกวันจันทร์จะมีรายการแปลก ๆ มาแทนรายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก โดยไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้นครับท่านประธาน ผมแปลกใจในบางวันจันทร์ไปเอาเทป การบันทึกเทปของงานประกวดธิดาส้มโอบางจังหวัดออกมา ซึ่งไม่มีสาระสำคัญที่จะออกมา ทดแทนรายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ได้เลย แม้กระทั่งบางวันจันทร์ก็เปลี่ยนเอารายการ สารคดีเกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางมาออกทดแทนซึ่งเป็นการปิดโอกาสที่ไม่ให้รายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ออกอากาศได้ รวมไปถึงรายการต่าง ๆ ถ้าหากว่าเป็นรายการที่ไม่สนับสนุน หรือเชียร์รัฐบาล เป็นรายการที่เห็นต่าง รัฐบาลชุดนี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อสัญญาให้กับรายการเหล่านั้น ท่านประธานก็คงทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการ ของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง รายการคลายปม รายการลงเอยอย่างไร ซึ่งเป็นรายการที่มี ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันที่หลากหลาย เท่านั้นไม่พอ ผมอยากจะชี้ ให้ท่านประธานเห็นว่ารายการกรณีของเวทีชาวบ้านซึ่งเป็นรายการที่อยู่กับช่อง ๑๑ มานับ ๒๐ ปี และเป็นสารคดีเกี่ยวกับชาวบ้านก็ถูกตัดออกไป ล้วนแล้วแต่เป็นทิศทาง แนวนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ทั้งสิ้นครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ได้ไปรับใช้รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ผมจึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณางบประมาณในการปรับลด โดยละเอียด เพราะแนวนโยบายในการให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ มีการเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็เป็นการเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบคนที่เห็นต่างทางการเมือง ยกให้ท่านประธาน เห็นนะครับว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา พื้นที่ข่าวของพวกผมของคนเห็นต่างทางการเมือง หายไปโดยสิ้นเชิง ผมประเมินคร่าว ๆ แล้วก็ไปดูตัวเลขที่เขาประเมินไว้ว่าในยุคที่รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล พวกผมใจกว้างที่จะให้คนที่เห็นต่างออกรายการทีวีช่อง ๑๑ โดยที่คิดพื้นที่ข่าวในตอนนั้นก็คือเราให้พื้นที่ข่าวถึง ๕๒ ต่อ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ทุกวันนี้ ในวันนี้ผมไปสำรวจดูแล้วก็ดูตัวเลขจะเห็นว่ารัฐบาลให้พื้นที่กับฝ่ายค้านเพียง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ต่อ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของรัฐบาล ผมคิดว่าค่อนข้างห่างไกลกันมากแล้วก็ไม่ให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายค้าน เป็นอย่างยิ่ง ผมวัดได้ดูจากกรณีของผมที่ผมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์แล้วก็แสดงความคิดเห็น ทางการเมือง เมื่อก่อนก็จะมี อย่างน้อยตัววิ่งที่ใต้จอทีวีช่อง ๑๑ จะเห็นอยู่ทุกวันทุกครั้ง ในขณะนี้พวกผมไม่เห็นเลยนะครับ ชื่อของผมไม่ปรากฏเลยในตัววิ่งของช่อง ๑๑ ในช่วง สถานการณ์น้ำท่วมท่านประธานครับ ได้ปรับผังรายการทั้งหมด ทำแบบเรียลลิตี้ โชว์ (Reality show) เลยท่านประธาน ให้ผู้สมัคร ส.ส. สอบตก ส.ส. ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง มาจัดรายการกันอย่างเต็มที่ พวกผมลงไปช่วยพื้นที่น้ำท่วม ต้องเรียนกับท่านประธานตรง ๆ ว่าผมไม่มีโอกาสได้ออกทีวีเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกทีวีครั้งเดียวครับ ครั้งไหนท่านประธานทราบไหมครับ ครั้งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรไปที่สนามบินดอนเมืองเพื่อไปพบกับนายกรัฐมนตรีและพูดคุย เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร วันนั้นได้ออกครับ หลังจากนั้น ไม่ได้ออกเลย พวกผมทำครัวชาวใต้ ๒๖ ครัว หมดเงินไป ๔๓ ล้านบาท ทำข้าวกล่องได้อีก ๔,๖๐๐,๐๐๐ กล่อง ใช้เวลา ๔๐ วัน พวกผมไม่ได้ออกเลย ไม่มีการกระจายข่าวหรือทำข่าว เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นภาคเอกชนได้ช่วยเหลือ เงินบริจาคที่ให้กับภาคอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลก็ไม่มีโอกาสได้ประชาสัมพันธ์ ได้ประกาศเกียรติคุณให้กับ ผู้มีอุปการคุณใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดท่านประธานครับ ผมก็อยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าการปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่ น้อยเสียด้วยซ้ำไป ถ้าท่านประธานดูในช่วงที่พวกผมเป็นรัฐบาล พวกผมใจกว้างพอที่จะ จัดผังรายการให้ทุกฝ่ายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ท่านประธานก็คงจะได้มี โอกาสได้ออกบ้าง และหลายท่านที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลในขณะนี้ก็ได้ออก เช่น เรามีรายการเวทีวิป เป็นการเปิดเวทีให้กับ ๒ ฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นทั้งวิปฝ่ายค้านและวิปฝ่ายรัฐบาล เป็นประจำ รายการฉีกกรอบ รายการคิดรอบด้าน และรายการอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชน หัวหน้ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้น ได้เปิดใจกว้างว่าถ้าหากว่าพรรคฝ่ายค้านมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเราก็พร้อมที่จะ เปิดเวทีทางสื่อของรัฐให้กับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ในขณะนั้น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรตลอดสมัยสภาไม่สามารถจะหาตำแหน่งนี้ได้ ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับ การโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นความสำคัญ ก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลนี้ควรจะใจกว้างด้วยซ้ำไปนะครับว่า เมื่อมีรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนก็ควรที่จะมีรายการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนด้วย ซึ่งผมเรียกร้องมาโดยตลอด รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ก็บ่ายเบี่ยงว่าไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติ ผมจึงทวนความจำในสภานี้ให้ท่านประธานได้ทราบว่า ได้เสนอไมตรีไปแล้ว แต่ว่าฝ่ายค้านในขณะนั้นไม่ตอบรับไมตรี แล้วก็ไม่สามารถที่จะ หาตัวผู้ที่จะมาจัดรายการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนได้ครับ นี่ครับ ท่านประธานเป็นเหตุผลที่ผมอยากจะเรียนว่าสำหรับการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ ที่กำกับดูแลสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ถ้ายังปล่อยไปแบบนี้ ผมเชื่อว่าพวกผมพื้นที่ข่าวนี่น้อยมาก นอกจากน้อยแล้วต้องเรียนกับท่านประธานครับว่า พวกผมไม่มีโอกาสได้พูดในข่าวสารของช่อง ๑๑ เลยแม้แต่น้อยนะครับ ถ้าเป็น ประเด็นข่าวสำคัญจะออกภาพพวกผมบ้างก็ได้แต่ทำปากพะงาบ ๆ เหมือนกับปลาเงินปลาทอง ในตู้แก้วอย่างนั้นท่านประธาน ไม่มีการปล่อยเสียงออกมาให้พวกผมได้พูดได้สื่อสาร กับพี่น้องประชาชนเลย ผมจึงจำเป็นว่างบประมาณจำนวน ๑,๕๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ มันมากเกินไปสำหรับการบริหารงานในแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมไม่โทษข้าราชการนะครับ ผมเห็นใจด้วยซ้ำไปสำหรับข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์ แต่ผมโทษนโยบายว่า ในขณะนี้ ได้มีการเข้าไปแทรกแซงจัดรายการตั้งแต่น้ำท่วมเป็นต้นมา วันนี้ได้ปรับผังรายการ เป็นอย่างไรครับท่านประธาน แว่นขยาย บาย จักรพันธุ์ รายการสุรนันทน์ ทูไนท์ จับกระแส กรองสถานการณ์ ล้วนแล้วแต่เป็นรายการการเมืองทั้งสิ้น แม้กระทั่งรายการประเภท สารคดี เช่น รายการรอยทางประวัติศาสตร์ ที่จัดโดยนักวิชาการ แต่ในบางช่วงบางตอน ถ้าท่านประธานติดตามท่านประธานจะเห็นนะครับ เป็นการพูดประวัติศาสตร์ในเชิง การดิสเครดิต (Discredit) พรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์โดยเอามุมลบ ของพรรคมาออกโดยอ้างว่าเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นการแอบแฝงในเรื่องการเมืองที่โจมตี คู่แข่งทางการเมืองทั้งสิ้นครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ผมตัดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่ายังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำไป สำหรับการจัดสรร งบประมาณในครั้งนี้ สำหรับบทบาทหนึ่งของกรมประชาสัมพันธ์ จากเหตุผล ของคณะกรรมาธิการให้ก็คือว่า กรมประชาสัมพันธ์จะต้องมีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ ในด้านต่างประเทศเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ผมอยากจะเรียน กับท่านประธานนะครับ อยากจะถามไปยังรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ อยากจะถามไปยัง คณะกรรมาธิการว่าได้สอบถามเรื่องนี้กับผู้ชี้แจงมากน้อยเพียงใดว่าได้มีภารกิจใด ในต่างประเทศบ้าง ได้ทำงานเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์ให้ประเทศมีภาพพจน์ที่ดีอย่างไรบ้าง ท่านประธานก็ทราบว่าในขณะนี้มีขบวนการในต่างประเทศ ในรูปแบบต่าง ๆ ดิสเครดิต ประเทศไทย ใส่ร้ายประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็มี ๑ คน ที่เป็นนักโทษหนีคดีอยู่ ได้ไปพูดใส่ร้ายเรื่องกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ในต่างประเทศ ผมก็ถามว่ากรมประชาสัมพันธ์ได้ให้ความรู้ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ภารกิจ ในต่างประเทศบ้างหรือไม่ วันนี้มีขบวนการคนไทยบางกลุ่มอยู่ในต่างประเทศเคลื่อนไหว ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นขบวนการล้มเจ้า ผมก็อยากจะถามว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำภารกิจชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมโลกได้เข้าใจหรือไม่ แม้กระทั่ง นักการทูตในโลกตะวันตกเคลื่อนไหวต่อต้านให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ รวมไปถึงการแสดงความเห็น การใช้ดุลยพินิจของศาลสถิตยุติธรรมของไทย ซึ่งเป็น กระบวนการยุติธรรมภายในประเทศถูกแทรกแซงจากนักการทูต ต้องถามว่า กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ชี้แจง สร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย ได้ทำหน้าที่ในเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานว่าด้วยภารกิจทั้งหมดของกรมประชาสัมพันธ์ที่ตั้งงบไว้ที่เหลืออยู่ ๑,๕๖๕,๔๐๒,๓๐๐ บาท มากเกินไปที่จะไปทำภารกิจที่เหลวไหลและล้มเหลวเหมือนกับ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เป็นแค่การหารือว่าตอนนี้ก็ประมาณ ๒๐ ท่าน ซีกรัฐบาลมีแค่ ๑ ท่าน ถ้าท่านจะให้ผมควบคุมเวลาไหม สัก ๑๐ นาที ถ้าไม่อย่างนั้นปล่อยอย่างนี้ผมว่า จน ๓-๔ ยาม วันนี้ก็คงไม่จบเฉพาะมาตรานี้ ท่านคิดเห็นอย่างไรครับ ผมถามนิดหนึ่งครับ เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานขอหารือว่าในกรณีอย่างเช่นนี้ จริง ๆ สิทธิของผู้สงวน คำแปรญัตติก็มีนะครับ แต่หารือท่านประธานได้ไหมว่าอย่างกรณีอย่างของผม ผมมีสงวนไว้ เกือบทุกมาตราแต่ผมจะให้ความร่วมมือท่านประธานว่าผมจะส่งสัญญาณท่านประธานว่าผมขอเน้น มาตราไหน แล้วผมก็จะละมาตราอื่น ๆ บางอัน เพื่อให้เวลามันอยู่ในกรอบได้ไหมครับ แล้วท่านสมาชิกอื่น ถ้าเผื่อทำอย่างนั้นก็อาจจะร่วมมือกันได้ดีครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสพูดนะครับ ถ้าดูตอนนี้ก็ซีกรัฐบาลมีท่านเดียว ทั้งหมดนี้ก็จะเป็น ซีกฝ่ายค้าน แต่ว่าถ้าสัก ๑๐ นาที ผมว่าจะได้พูดทั่วกัน แต่ว่าถ้าจำเป็นจะขอพิเศษผมก็ยินดีให้ แต่ว่าถ้าให้ครอบคลุมที่ตั้งไว้สัก ๑๐ นาทีนี้จะพอดีนะครับ เชิญท่านผุสดีว่าอย่างไรดีครับ หารือนะครับ หลาย ๆ ท่าน ท่านคิดอย่างไรครับ ท่านวิลาศว่าอย่างไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าท่านประธานไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะว่าจะมีมาตราบางมาตราเท่านั้นเองที่อาจจะมีสมาชิกที่สนใจมากนะครับ แล้วผมคิดว่า สมาชิกก็ยินดีให้ตั้งเวลาที่ ๑๐ นาทีไว้ก่อน แล้วก็ให้สมาชิกได้บริหารเวลากันเอง แต่ผมเชื่อว่า ในมาตราอื่น ๆ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงว่าทางฝ่ายค้านก็จะได้บริหารจัดการเวลาในโอกาสต่อไป ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นอันว่าเราตั้ง ๑๐ นาทีไว้ก่อน ถ้าจำเป็นก็ขอเพิ่มนะครับ อย่างนั้นผมเชิญท่านบุญเลิศ ไพรินทร์ ตามลำดับที่ยกมือมาก่อน ท่านชำนิครับ คืออย่างนี้ผมดูตามที่ขึ้นชื่อมาก่อน ที่ยกมือก่อน ผมจะให้ไปตามลำดับ ท่านสุรเชษฐ์ครับ คือเอาตามลำดับดีกว่าท่านมีชื่ออยู่แล้ว ผมดูแล้วผมจำได้ทุกคนครับ เดี๋ยวท่านบุญเลิศ แล้วท่านผุสดี แล้วท่านสุรเชษฐ์ แล้วท่านผ่องศรี เอาอย่างนี้ ตามนี้ดีกว่า เรียงมาตามนี้ ท่านจุติว่าอย่างไรครับท่านครับ เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เป็นดุลยพินิจท่านประธาน แต่ว่าผมในฐานะกรรมาธิการก็สงวนไว้เหมือนกัน ผมก็ต้อง ตามท่านผ่องศรีได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยินดีครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านบุญเลิศ ไพรินทร์ ก่อนนะครับ เชิญครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขอแปรญัตติไว้ในมาตรา ๕ (๑๐) และ (๑๒) ซึ่งเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ผมจะขอ กราบเรียนเสียทีเดียวเลยเพื่อให้ไม่ต้องพูดหลายครั้ง คือว่ามันต่อเนื่องกัน คือขอตัด งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ จริง ๆ แล้วผมเติบโตสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมา ๓๒ ปี เป็นข้าราชการระดับสูงที่นั่น ลาออกไปสมัคร ส.ว. เป็นสมาชิกวุฒิสภารุ่นแรก อยู่มา ๖ ปีครึ่ง เกินไป ๖ เดือน จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากจะไปแตะต้องสำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนซึ่งเป็นที่เจริญเติบโตก้าวหน้าของผม แต่ว่าสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนนี้ทำงานซ้ำซ้อนกันอยู่ แล้วอยากจะกราบเรียนย้อนไปนิดหนึ่งว่าเมื่อการปฏิรูประบบราชการปี พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้น จริง ๆ แล้วไม่ควรจะแยกสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการออกมาจาก สำนักงาน ก.พ. เลย แต่เนื่องจากอดีตเลขาธิการ ก.พ. คนหนึ่งต้องการจะใช้งบประมาณ งบเงินกู้ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท จากต่างประเทศเพื่อจะใช้ให้หมด ก็พยายามที่จะ แบ่งแยกหน่วยงานนี้ออกมา เพราะตัวเองเป็นเลขาธิการ ก.พ. มา ๖ ปีแล้ว อยู่ไม่ได้แล้วที่นั่น จะต้องไปหารังใหม่อยู่ ไปเป็นปลัดกระทรวงที่อื่นก็ได้ แต่ว่าอยากจะใช้งบปฏิรูประบบ ราชการที่เป็นเงินกู้ สามารถใช้อีลุ่ยฉุยแฉกได้ สามารถจะทุจริตคอร์รัปชันได้ เพราะฉะนั้น ก็สร้างรังใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นทำให้เกิดปัญหายุ่งยากอย่างมากในระบบราชการพลเรือน ของประเทศไทย ทุกกระทรวง ทบวง กรมในฝ่ายพลเรือน ยกเว้นกระทรวงกลาโหม ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนดูแลอยู่ แต่ว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ เขาบอกให้ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้น เขาให้มีหน้าที่ปรับโครงสร้างและระบบ แต่ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการก็ไปทำหน้าที่พัฒนาข้าราชการด้วย ไปสร้างระบบฟาสท์แทรค (Fast track) คือ ทางก้าวหน้าของช้างเผือกนอกระบบ ซึ่งเป็นการสร้างให้ระบบการพัฒนาข้าราชการที่วิปริต เกิดขึ้นในระบบราชการพลเรือนไทย การร่างฟาสท์แทรค หรือระบบช้างเผือกนั้นเขาต้อง สร้างจากข้าราชการที่เป็นอยู่ แล้วดูว่าคนไหนเก่ง คนไหนดี มีแววว่าจะเติบโตได้เร็ว สามารถ ที่จะเป็นที่พึ่งที่หวังของระบบราชการพลเรือนได้ เขาก็พยายามที่จะประเมินความสามารถ ศักยภาพ หรือสมรรถนะของข้าราชการเหล่านั้น แล้วพยายามผลักดันพัฒนาเขาให้เขา เจริญเติบโตก้าวหน้าตามศักยภาพของเขาและโตขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการนี้กลับไปรับคนใหม่เลยครับ ท่านประธานครับ แล้วทีนี้พอพัฒนาเสร็จกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เขาไม่รับนะครับ เขาบอกว่าอ้ายข้าวนอกนาจะมาอยู่ได้อย่างไร มาอยู่เพราะจบปริญญาโทมา กระโดดข้ามหัวไปอยู่ คนเขาจบปริญญาโทนี่ แต่เขาไม่ใช่พวกช้างเผือก แล้วพวกนี้จะเข้าไปแล้วเป็นนายพวกที่อยู่เดิมอยู่เลย ซึ่งมาทีหลัง นี่คือความผิดพลาดของการปฏิรูประบบราชการในปี ๒๕๔๕ ผมเอง ผมไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปครั้งนั้น ผมพูดกับนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ว่าผมไม่เห็นด้วย การปฏิรูปมันต้องเล็กลง จาก ๑๓ กระทรวง ๑ ทบวง ไปเป็น ๒๐ กระทรวง มันใหญ่เกินไป ผมชี้ให้เห็นว่าเมื่อปี ๒๕๔๔ ญี่ปุ่นเขาเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เขาปฏิรูประบบราชการ เขามี ๒๒ กระทรวง เขาลดเหลือ ๑๒ กระทรวง เขารวมงานเข้าไป เพราะว่าส่วนกลางนั้นจะต้อง เล็กลงอย่างมีคุณภาพ หมายความว่าให้ทำหน้าที่อยู่ในเรื่องของการกำหนดนโยบายและแผน การบริการทางวิชาการ บริการทรัพยากร การบริหารคือแมน (Man) มันนี่ (Money) แมททีเรียล (Material) แมทชีนเนอรี่ (Machinery) เทคโนโลยีทั้งหลาย และกำหนดกลไก ในการควบคุมติดตามประเมินผลให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนการอิมพลีเมนท์ (Implement) แผนและนโยบายนั้นให้เป็นจังหวัด ให้เป็นอำเภอ ให้เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การ บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาไป อย่าไปทำเอง ส่วนกลาง ไม่ควรจะทำเอง แต่ว่าประเทศไทยนั้นกลับหัวกลับหางครับ ทำทุกอย่างเลยในส่วนกลางนี้ เพราะฉะนั้นประชาชนจึงหมดที่พึ่งที่หวังครับ เรากระจายอำนาจก็กระจายไม่จริง องค์การ บริหารทั้งหลายที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง ยังมีนายอำเภอ ไปคุม อบต. มีผู้ว่าราชการจังหวัดไปคุมเทศบาล อบจ. คือส่วนกลางแบ่งอำนาจไปให้จังหวัด และอำเภอ จังหวัดและอำเภอก็ไปคุมท้องถิ่นอีกทีหนึ่ง มันไม่ได้กระจายครับท่านประธาน คือประเทศไทย มันเป็นเวรเป็นกรรมของประเทศไทยที่เรารู้แต่ไม่ทำ เพราะว่าผลประโยชน์ มันมากครับท่าน เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า คือเราไม่เห็นด้วยกับการที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมาพัฒนาคนด้วย พระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เขาบอกให้ ก.พ. ทำเรื่องตำแหน่ง ให้ ก.พ. ทำเรื่องพัฒนาคน แต่ว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเขาไม่ได้บอกให้ทำเกี่ยวกับเรื่องคนเลย แต่อยากทำใครจะทำไม แล้วผมก็โทษรัฐมนตรีที่คุมสำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการด้วยว่าไม่ได้ดูแลอะไรเลย ทำไมให้สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการทำงานซ้ำซ้อนกับ ก.พ. อยู่ ไม่ได้ดูเลยว่าอำนาจหน้าที่ ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการมันมีอะไรบ้าง และควรจะแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างไร ความจริงก็ไม่อยากจะตัด สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรอก เพราะเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้วที่จะต้อง พัฒนาคน แต่ที่ต้องตัดเพราะว่าไม่ยืนยัน ไม่ยืนหยัดที่จะบอกกับรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีที่คุม ก.พ. คุม ก.พ.ร. ว่าอย่าทำงานซ้ำซ้อนกัน อย่าเอางบประมาณไปอีลุ่ยฉุยแฉกพัฒนาคนซ้ำซ้อนกัน อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าสำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผมฝากท่านประธาน ไปด้วยว่า จะฝากไปยังรัฐบาลว่า ถ้าเป็นไปได้ก็รวมกันเสียดีกว่า จริง ๆ สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเป็นสำนักเดียว กองใหญ่ ๆ กองเดียวก็พอแล้ว นี่มันมีฐานะเป็นกรม เป็นนิติบุคคล มันใหญ่เกินความจำเป็น ไม่มีงานจะทำ ก็เลยมาแย่งงาน กันทำอย่างไรละ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลด้วยว่า ทำอย่างไรถึงจะให้เกิดความซ้ำซ้อนกันน้อยที่สุด อย่างกรมป่าไม้ กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตอนนี้ร้องกันระงมเลยครับ ทำงานลำบากครับ มันซ้ำซ้อน มันต้องพึ่งกันครับ พึ่งทั้งพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง พึ่งทั้งกระบวนการ นำพระราชบัญญัติไปปฏิบัติ ผมคุมดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีเด็กคนหนึ่งทำเรื่องป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะรวมกันดี หรือไม่รวมกันดี ผมก็บอกว่ามันควรจะรวม ถ้าไม่รวมผมจะไม่เซ็นให้ ถ้าคุณทำแบบกรมป่าไม้ ควรจะแยกกันอยู่ ผมไม่เซ็นหรอก ไม่จบหรอก ผมก็บอกไป ตอนนี้เซ็นให้ไปแล้ว เขาเสนอว่า ควรให้รวมกัน ทีนี้ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญเลิศครับ เกินไปเกือบ ๒ นาทีแล้วนะครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ฉะเชิงเทรา

หมดเวลาแล้วหรือครับ หมดเวลาเร็วจัง สรุปเลยว่าไม่เห็นด้วยกับมีงบประมาณซ้ำซ้อน ก็ให้ตัดสำนักงาน ก.พ. ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และสำนักงาน ก.พ.ร. ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ ผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก่อนนะคะว่า จริง ๆ ในบรรดากฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณา ดิฉันถือว่าร่างพระราชบัญญัติ เรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของแต่ละปีเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุด เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะร่วมกันอนุมัติเพื่อที่จะให้รัฐบาลนั้นไปใช้เงินงบประมาณ ที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งหมด น่าเสียดายที่เวลาของเราถูกจำกัด เพราะฉะนั้น จะต้องจำกัดตัวเองนะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๕ นี้ดิฉันขอแปรญัตติตัดลดงบประมาณของสำนักงานบริหารและพัฒนา องค์ความรู้ หรือที่เรียกว่า สบร. นี้ ลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานด้วยเหตุผลที่ดิฉันขออนุญาตปรับลดไปถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คืออย่างนี้ค่ะ หลัก ๆ เลยดิฉันไม่เชื่อว่าองค์การนี้จะลุกขึ้นดำเนินการได้อย่างคุ้มค่า กับเงินลงทุน แม้ว่าจะเป็นองค์การประเภทที่จะต้องไปให้บริการกับประชาชนก็แล้วแต่ องค์การนี้เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตั้งขึ้น โดยพระราชกฤษฎีกา เมื่อปี ๒๕๔๗ ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อจะลองดูนี่นะคะว่า ภารกิจหลัก ขององค์การนี้คืออะไร เขียนไว้ว่าจัดกระบวนการเรียนรู้สาธารณะผ่านแหล่งบริการ และนวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพตนเอง ให้พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่าง เข้มแข็ง สำหรับเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิฉันจะไม่พูดถึงนะคะ เพราะจะพูดถึงประเด็นนี้ ประเด็นเดียว ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานเลยนะคะว่า ประชาชนกลุ่มใด ที่เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของ สบร. ท่านประธานทราบไหมคะว่า แหล่งเรียนรู้ของ สบร. นี้นะคะ ในรายงานได้เขียนไว้ว่ามีทั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ มีทั้งสำนักอุทยานการเรียนรู้ มีทั้งสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ อยู่ที่ไหนคะ ท่านประธานคะ ศูนย์สร้างสรรค์ งานออกแบบอยู่ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม สำนักอุทยานการเรียนรู้อยู่ที่ไหนคะ ที่เวิลด์เทรดค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันก็เลยมีคำถามเสมอมาสำหรับ สบร. ว่าประชาชนกลุ่มใดที่จะเข้าถึง แหล่งเรียนรู้อันนี้ แล้วก็จะไปพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างไร ดิฉันเชื่อมั่นจริง ๆ ว่ากลุ่มประชากรที่ไปเดินที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรี่ยมก็ดี เซ็นทรัลเวิลด์ก็ดี เขามีศักยภาพของเขา โดยหลัก ๆ มีอยู่แล้ว และถ้าไม่ได้มีศักยภาพเขาไปทำสนุกสนานเรื่องอื่น ก็เลยไม่มั่นใจว่าตกลงประชาชนกลุ่มใด เพราะว่าในเป้าหมายก็ไม่ได้พูดถึงนะคะ

ทีนี้คำถามต่อไปก็ถามว่าแล้วองค์ความรู้อะไรคะที่ สบร. ได้ช่วยคิดค้นแล้วก็ ให้ประชาชน ดิฉันทราบว่าได้เขียนไว้เยอะค่ะ เรื่องโน้นเรื่องนี้ ต้องขอชมว่าใช้คำวาทกรรม สละสลวย แต่ต้องถามว่าจริง ๆ แล้วมันคืออะไร ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างอีกสักนิดหนึ่ง ได้ไหมคะ องค์ความรู้ของประชาชน แล้วก็เขียนต่อว่า เพื่อให้พร้อมเข้าสู่สังคม แห่งการเรียนรู้ วันนี้ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานเลยว่ามีอะไรเป็นตัวชี้บ่ง ว่าสังคมไทยนั้นเป็นสังคมแห่งปัญญา หรือว่าเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ตรงกันข้าม ท่านประธานคะ มีผู้คนไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ หรือผู้ที่ห่วงใยสังคมไทยได้วิพากษ์กันตลอดมา ว่าสังคมไทยนั้นไม่ใช่สังคมแห่งปัญญาเลย แล้วก็มีการเรียกร้องตลอดมาว่าให้ช่วยกันผลักดัน และร่วมมือร่วมใจกันทำให้สังคมไทยนั้นเป็นสังคมไทยแห่งการเรียนรู้จะได้ไหม เพราะอะไรคะ สังคมไทยนั้นขึ้นอยู่กับข่าวลือ สังคมไทยนั้นขึ้นอยู่กับเรื่องอื่น ๆ หมดเลย ยกเว้นการใช้ องค์ความรู้มาประกอบในการตัดสินใจ หรือใช้วิจารณญาณในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ปัจจุบัน เราถึงได้ยากลำบากอย่างไรคะว่า เราไม่เคยใช้ข้อมูลเลย เราจะไปตัดสินใจ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องน้ำท่วม เรื่องการเตรียมตัว เอาละภาระรับผิดชอบนั้นอยู่ที่ปัจเจกบุคคล แต่ปัจเจกบุคคลนั้นเมื่อมันไม่มีวิญญาณแห่งความใฝ่รู้ที่จะใช้เรื่องความรู้มาทำแล้วมันก็ไม่ได้ ประโยชน์อันใด ท่านประธานคะ สบร. บอกเลยว่าจะสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชน เพื่อจะเตรียมให้เข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ดิฉันคิดว่า สบร. ก็ต้องช่วยทำหลายเรื่องเลย ก็เลยไม่มั่นใจ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มาก็ยังมองไม่เห็น

สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันก็อยากจะบอกว่าในเรื่องของงบประมาณ ทีนี้ก่อนไป ถึงเรื่องงบประมาณท่านประธานคะ มีอีกเรื่องหนึ่ง สบร. เขียนไว้ว่า งานของเขาในรายงานก็ เป็นการนำต้นแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาการทางสมองแต่ละช่วงวัย หรือที่ภาษอังกฤษเขาใช้คำว่า เบรน เบส เลิร์นนิ่ง (Brain Based Learning) หรือบีบีแอล (BBL) ต้องขอประทานโทษที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่ว่าผู้คนที่เกี่ยวข้องและสนใจเรื่องนี้ ใช้คำย่อนี้เสมอมา แล้วก็เขียนไว้ว่าขยายผลในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ๙๓๔ แห่ง แล้วก็รวมกัน กับเทศบาลเพื่อจะเป็นโรงเรียนเทศบาลต้นแบบ ๒๕ แห่ง แล้วก็จะขยายไปอีก ๔๐๐ แห่ง แต่ถามว่าวันนี้แล้วเป็นอย่างไรคะ ไอคิวของเด็ก ๆ ทั้งหลายต้องขออนุญาตเรียนเลยว่า ผู้ที่ทรงคุณวุฒิได้ไปสำรวจไอคิวของประเทศครั้งยิ่งใหญ่ สำรวจตัวนักเรียน ตัวเด็ก ๆ เป็นหลายหมื่นคนก็พบว่าไอคิวอยู่ที่ ๙๘ ซึ่งมาตรฐานสากลในปัจจุบันคืออะไร คือ ๑๐๐ ไม่ใช่เก๋ไก๋อะไรนักหนานะคะ ๙๘ ท่านประธานคะ แล้วก็มีแนวโน้มจะลดลง ๆ เรื่อย ๆ แล้ว ถามว่า สบร. จะช่วยอะไรได้ตรงนี้คะ สำคัญที่สุดท่านประธานคะที่ทำให้ดิฉันไม่เชื่อมั่นว่า องค์การนี้จะดำเนินการไปได้อย่างคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชน เพราะว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ ในปีงบประมาณนะคะ สบร. ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ท่านประธานทราบไหมคะด้วย เหตุใดสภาผู้แทนราษฎรถึงไม่จัดสรรให้ เพราะว่ามีเงินเก็บอยู่ในกระเป๋าถึง ๑,๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็ยังของบประมาณทุกปี นี่คือลักษณะขององค์การมหาชน มาปีนี้ท่านประธานคะ มีการจัดสรรลดลงไปจากคำที่ขอเพียง ๑๐ ล้านบาท ก็คือเป็น ๓๖๑ ล้านบาท แต่ถ้าคิด ตัวเลขดูว่าเขาจัดสรรอย่างไรบ้าง จัดเป็นงบบุคลากรถึง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ค่าเช่าอาคาร หรือทรัพย์สินอีก ๒๔ เปอร์เซ็นต์ รวมกันเฉพาะ ๒ เรื่องนี้ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ถามว่า เงินงบประมาณที่เอาไปใช้ในการดำเนินการจริง ๆ เพื่อจะสร้างสรรค์องค์ความรู้ให้กับ ประชาชนนั้นมีเท่าไรกันคะ แม้ตระหนักว่าองค์การนี้เป็นเรื่องของการให้บริการประชาชน แต่ดิฉันคิดว่ามันไม่เป็นอย่างที่พูดนะคะ ทำอะไรคะ หรือในท้ายที่สุดแล้ว สบร. นั้น จะเป็นเรื่องของการสุขบริบูรณ์ คือว่าผู้ทำงานนั้นอยู่ในที่ที่สบาย เอ็มโพเรียม เซ็นทรัลเวิลด์ แล้วประชาชนกลุ่มไหนคะที่จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้เหล่านั้น ท่านประธานคะ หลายท่านเป็นห่วงพูดถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคม วันนี้การทำงาน ของ สบร. น่าจะยิ่งถ่างความเหลื่อมล้ำในสังคมให้มากขึ้นไปอีก ท่านประธานคะ ด้วยเหตุนี้ละค่ะ ดิฉันก็คิดว่าไม่คุ้มค่า ปีนี้เอง สบร. ก็มีเงินอยู่ในกระเป๋าถึง ๕๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันคิดว่า ขออนุญาตตัดไปเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะได้ทำให้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนนั้น จะได้ไปใช้ตรงอื่นให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผ่องศรีครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านยังท่านสมาชิกหลังจากที่ได้ฟังท่านสมาชิกได้ถามคำถามมายังกรรมาธิการหลายเรื่อง ดิฉันจะยังไม่ตอบนะคะ เพราะดิฉันเองก็เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่มีคำถามอยู่มากมาย เช่นกัน แล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบในขณะที่ทำหน้าที่กรรมาธิการนะคะ ดิฉันได้สงวนความเห็น ปรับลดงบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็เห็นว่าจากที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้เสนอ งบประมาณเข้ามาในงบประมาณรายจ่ายปีนี้ทั้งหมด ๒๒,๔๘๕ ล้านบาท กรรมาธิการก็ได้ ทำงานแล้วก็พิจารณาปรับลดในเสียงส่วนใหญ่ ปรับลดไปแล้ว ๓๖๑ ล้านบาท ก็เหลือ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรก็คือ ๒๒,๑๒๓ ล้านบาท ดิฉันเองเห็นว่ายังมีงบประมาณ บางส่วนแล้วก็ในเรื่องของประเด็นการบริหารจัดการที่น่าจะสามารถปรับลดงบประมาณ ลงได้อีก จึงได้สงวนความเห็นไว้ ดิฉันขออนุญาตชี้แจงในเวลาอันจำกัดนะคะ เนื่องจากว่า สำนักนายกรัฐมนตรี พอพูดถึงสำนักนายกรัฐมนตรีดิฉันเชื่อว่าคนทุกคนต้องมีความรู้สึก ตรงกันว่าที่นี่คือคำตอบสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ ถ้ารถตราสำนัก นายกรัฐมนตรีเดินทางไปที่ไหน หรือว่าใครมีปัญหาอะไร เดือดเนื้อร้อนใจทุกคนก็คิดว่า สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นที่พึ่งน่าจะคลี่คลายปัญหาทุกอย่างได้ เพราะนี่คือศูนย์รวมอำนาจ ของประเทศ ก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์แล้วก็พันธกิจของสำนักนายกรัฐมนตรีที่บอกไว้ว่า เป็นศูนย์กลางการติดตามแล้วก็การขับเคลื่อน การบริหารราชการแผ่นดินแบบมีส่วนร่วม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ดิฉันก็ยืนยันว่ากลไกของสำนักนายกรัฐมนตรี คือ การขับเคลื่อนประเทศนี้อย่างแท้จริง เพราะว่าประเทศเราจะสามารถเดินหน้าบริหาร ราชการแผ่นดินทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคแล้วก็ส่วนท้องถิ่น แล้วก็ทุกองค์กรจะต้อง ขับเคลื่อนเป็นหนึ่งเดียวกันมันถึงจะมีพลัง เพราะฉะนั้นสำนักนายกรัฐมนตรีจึงเป็นต้นแบบ ที่จะต้องทำให้ประเทศนี้เคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาเป็น รัฐบาลสำนักนายกรัฐมนตรีก็จะต้องทำหน้าที่อันนั้นอย่างมีธรรมาภิบาลด้วย เพราะท่าน เขียนไว้ในพันธกิจเลยนะคะว่าจะเป็นศูนย์กลางในการกำกับ ติดตาม ประสานงาน เร่งรัด ตรวจสอบการปฏิบัติราชการหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล นั่นหมายถึงว่า ทุก ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นการดูแลองค์กร คน แล้วก็งานแล้วก็งบประมาณ เนื่องจากว่า ในหน่วยงานของสำนักนายกรัฐมนตรีมีทั้งหมด ๒๑ หน่วยงาน ที่เป็นทั้งส่วนราชการ องค์การมหาชน แล้วก็เป็นหน่วยงานในกำกับ ดิฉันคงไม่มีเวลาลงไปในรายละเอียด เพราะว่า ท่านสมาชิกหลายคนก็ได้ตั้งข้อสังเกตไว้แล้ว ดิฉันขออนุญาตไปที่หัวใจสำคัญเลยนะคะ เพราะว่าวันนี้เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ แล้วก็คนที่เป็นกลไกหลักหน่วยงานหลักในการทำงบประมาณก็คือสำนัก งบประมาณ สำนักงบประมาณเรียกว่าเป็นต้นทางเลยนะคะ กว่าจะได้งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทออกมา สำนักงบประมาณคงไม่ใช่มาทำงานแค่ช่วงนี้ช่วงเดียว หลังจากจบงบประมาณในการพิจารณาวาระที่สองวาระที่สามแล้วท่านก็ต้องเริ่มเดินหน้า สำหรับงบประมาณปีต่อไปนะคะ ดิฉันด้วยความเคารพบุคลากรแล้วก็ศักยภาพของสำนัก งบประมาณ แต่ว่าถ้าหากว่าสำนักงบประมาณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็นำเอา ข้อสังเกตของสมาชิก นำเอาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการทุก ๆ ปีไปใช้ในการพิจารณา จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะทำให้เม็ดเงินงบประมาณได้ถูกใช้ไป อย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะว่าปีนี้คณะอนุกรรมาธิการจัดทำข้อสังเกตได้ให้ ข้อสังเกตในเรื่องของการบริหารงบประมาณไว้มากมายนะคะ ไม่มีเวลาที่จะไล่ให้ฟัง แต่จะ ให้เห็นว่าถ้าสำนักงบประมาณได้ยึดแนวทางนี้เราจะได้ลดการใช้จ่ายงบประมาณลงไปได้อีกด้วย

อันที่หนึ่งขอฝากไว้เป็นบางเรื่อง ก็คือเรื่องของการโอนเปลี่ยนแปลงรายจ่าย งบประมาณหลังจากที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว วันนี้หลังจากที่ทุกคนได้ให้ความ คิดเห็น เห็นชอบจะมีปรากฏรายการหรือไม่ก็ตาม ก็จะพบว่าจะมีหลายหน่วยงานที่มีการโยก เปลี่ยนแปลงงบประมาณ บางแห่ง บางหน่วยงานก็เปลี่ยนด้วยความจำเป็นนะคะ แต่ว่า บางหน่วยงานนั้นก็ไปเปลี่ยน เหมือนกับรู้ว่าขอแบบนี้มาไม่ได้ ก็ตั้งขอมาแบบหนึ่ง แต่พอถึง เมื่อผ่านไปแล้วก็ไปเปลี่ยนเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เราจะพบมากเลยว่าของบประมาณไปทำ โครงการเรื่องของ บางคนก็ฝึกอบรมสัมมนาหรือว่าเปลี่ยนไปเป็นซื้อรถอะไรอย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งเป็นคนละวัตถุประสงค์ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ดิฉันก็เน้นย้ำข้อสังเกตว่า เหล่านี้ ต้องเอามาใช้ในการตรวจสอบ นอกจากนั้นข้อสังเกตที่อยากจะฝากไว้เลยโดยเฉพาะประเทศเรา ประสบเผชิญหน้ากับอุทกภัยมาหลายปีติดต่อกัน ปัญหาหนึ่งก็คือหลังจากปีงบประมาณ ได้ผ่านสภาไปแล้วก็คือ ปกติก็จะต้องเป็นเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนนะคะที่เริ่มใช้ งบประมาณ ก็ยังเป็นช่วงของปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว แต่ปีนี้งบประมาณ ๒๕๕๕ ขอให้ สำนักงบประมาณได้ช่วยดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่างบประมาณจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร ก็คือ เดือนมกราคมนี้ แล้วก็ส่งไปที่สมาชิกวุฒิสภา กว่าจะมีผลบังคับใช้ ก็คือประมาณเดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม เม็ดเงินงบประมาณออกพอดี ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนเข้ามาพอดีนะคะ จะเห็น ว่างบประมาณทั้งหลายทั้งปวงของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กรมชลประทานหรืออะไรก็แล้วแต่ กระทรวงมหาดไทย ที่ต้องใช้งบในการลงทุนก่อสร้างต่าง ๆ ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคอีกนะคะว่า ฝนตกอีกแล้วทำงานไม่ได้ เดี๋ยวน้ำมาอีกแล้ว เพราะฉะนั้นก็ฝากสำนักงบประมาณนะคะว่า ปีนี้ก็คงจะต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่าเราเป็น งบประมาณปีผิดปกติ แล้วก็ต้องดูฤดูกาลด้วย ถ้าเป็นรอบฤดูอื่น ก็ขอฝากไว้ว่าทำอย่างไร ให้งบประมาณได้ถูกนำไปใช้ในช่วงที่งบก่อสร้างลงทุนให้ตรงกับช่วงฤดูแล้งเพื่อไม่ให้มีผล ต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ

นอกจากนั้นแล้วก็อยากจะฝากไว้อีก ๒-๓ ประเด็นสำหรับเรื่องงบประมาณ เรื่องของเงินนอกงบประมาณค่ะ เราพบว่ามีหลายหน่วยงานที่มีเม็ดเงินนอกงบประมาณ แล้วก็ใช้จ่ายอยู่ แล้วก็ไม่ได้มีการรายงานหรือว่ามีการแสดงแหล่งที่มาของรายรับต่าง ๆ นะคะ ทำให้บางครั้งงบประมาณของหน่วยงานนั้น ๆ ก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้เอง แต่ว่าไม่ได้ ถูกนำมาใช้ เหล่านี้ก็ขอให้ทางสำนักงบประมาณได้ดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนั้นแล้วเราพบว่าหลาย ๆ โครงการ ถ้าสำนักงบประมาณดูแลให้ดี ก็จะสามารถประหยัดงบประมาณลงได้อีก บางโครงการเสนอขอมาแล้วทำไม่ได้ค่ะ เพราะว่า ยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือว่าท้องถิ่นยังไม่ได้ผ่านการประชาคม ก็ตั้งงบไป ก็เบิกจ่ายไม่ได้ เหล่านี้ก็ขอฝากให้ช่วยดูแลด้วยในส่วนของสำนักงบประมาณ

อีกอันหนึ่งเลยที่คิดว่าถ้าสำนักงบประมาณทำได้ดีก็จะประหยัดงบประมาณได้ ก็คือเราจะพบว่าส่วนราชการบางแห่งขณะนี้ก็พยายามจะไปตั้งหน่วยงานในส่วนภูมิภาค ไปมีองค์กรในระดับจังหวัด ต้องไปตั้งสำนักงาน ไปใช้เงินลงทุนนะคะ ทั้ง ๆ ที่ความจำเป็น อาจจะไม่เพียงพอ มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะคะ ชัดเจนว่าให้ทบทวนตรวจสอบ ความจำเป็น แล้วก็ความคุ้มค่าในการจัดตั้งหน่วยงานราชการในส่วนภูมิภาค แล้วก็ขอให้ใช้ พื้นที่ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

นอกจากนั้นแล้วข้อห่วงใยมากที่สุดเลยว่า ถ้าเราได้ดูเม็ดเงินงบประมาณค่ะว่า แนวทางในการควบคุมรายจ่ายประจำของส่วนราชการเพิ่มมากขึ้นทุกปี ๆ นะคะ ถ้าสำนัก งบประมาณไม่ดูแลเรื่องนี้ให้ดีต่อไปเราจะไม่มีงบลงทุน งบดำเนินงานที่จะไปสร้างสรรค์ พัฒนาประเทศนี้ได้ ดิฉันก็นั่งคุยกับท่านกรรมาธิการอยู่ข้าง ๆ บอกว่า ประเทศอื่น ๆ งบรายจ่ายประจำเขาต้องคุมไว้ให้ได้ แม้แต่ท้องถิ่นเขายังต้องมีเลยว่า ห้ามมีรายจ่ายประจำ เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่ถ้าเราลงไปดูนะคะว่างบรายจ่ายประจำมากเลยนะคะ เป็นงบเงินเดือน บุคลากร แล้วก็ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันนี้ก็ขอฝากไว้ สำหรับตัวเม็ดเงิน งบประมาณของสำนักงบประมาณเอง ท่านขอไม่มาก ท่านขอมาแค่ ๕๔๖ ล้านบาท ๕๔๖ ล้านบาท ท่านมีแผนงานชัดเจนในการติดตามประเมินผล แล้วก็สะท้อนว่านโยบายของรัฐบาล ได้สัมฤทธิผลหรือไม่ ในตัวเม็ดเงินคิดว่าถ้าสำนักงบประมาณใช้เงินนิดเดียว แล้วทำงานได้จริง บรรลุเป้าหมายก็จะไม่ติดใจนะคะ แต่ก็ยังเห็นว่ายังมีจุดอ่อนที่สำนักงบประมาณจะต้องเอาไป ปรับปรุงนะคะ ในส่วนเรื่องของหน่วยงานอื่นของสำนักนายกรัฐมนตรี ดิฉันขออนุญาต กราบเรียนว่ายังมีบางหน่วยงาน อยากให้เพื่อนสมาชิกช่วยตอบสอบเพิ่มเติม ก็คือสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารเช่นกันนะคะ เพราะถ้าพูดถึง นายกรัฐมนตรี เลขานายกรัฐมนตรีก็จะเป็นหน่วยงานเดียวกันนะคะ หน่วยงานนี้มียอดเงิน ๒ รายการที่ฝากให้สมาชิกได้ช่วยกันดูแลตรวจสอบก็จะมียอดเงินราชการลับ ๓๗๗ ล้านบาท ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คงจะบอกว่าอาจจะตั้งเป็นธรรมเนียมประเพณีอะไรก็แล้วแต่ กรรมาธิการ ได้ตรวจสอบถามในที่ประชุมว่างบราชการลับ ๓๗๗ ล้านบาท ถ้าแตกยอดออกไปก็คือ ไปเป็น ๑๓ รายการ เป็นงบราชการลับของหน่วยงานต่าง ๆ อันนี้ก็ฝากไว้ ท่านประธานขอนิดหนึ่ง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะคะ เพื่อน ๆ สมาชิกจะได้ช่วยกันไปดูในรายละเอียดด้วยว่า พวกเราทำหน้าที่แล้ว แต่ว่าเสียงข้างน้อยก็ไม่สามารถทัดทานได้ มีโครงการพัฒนาเมือง ๙๐๐ ล้านบาทนะคะ โครงการพัฒนาเมือง ๙๐๐ ล้านบาท ตั้งอยู่ที่สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี อันนี้ดูในรายละเอียดโครงการก็มีอยู่ ๔-๕ แผ่น ๙๐๐ ล้านบาท บอกว่า จะเป็นโครงการปีนี้รัฐบาลยกเลิกชุมชนพอเพียงนะคะ ก็หันมาทำเอสเอ็มแอลก็คือหมู่บ้านที่จัดสรร งบประมาณให้ แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งก็เป็นเหตุผล ในเชิงบริหาร ดิฉันก็ไม่ได้ติดใจในประเด็นนั้น แต่ก็จะมีอีกชุมชนหนึ่งกลุ่มหนึ่ง ทั้งในเมือง แล้วก็เขตภูมิภาคที่ทางรัฐบาลเห็นว่าไม่เข้าลักษณะที่จะไปใช้เงินเอสเอ็มแอล ก็มาตั้งไว้ เป็นโครงการพัฒนาเมือง ๙๐๐ ล้านบาท รายละเอียดก็ยังไม่ชัดว่าจะเป็นหมู่บ้านลักษณะใด เพราะพูดดูเหมือนว่าจะมุ่งเน้นไปหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย แต่ก็พูด ยังไม่ชัดนะคะ อันนี้ก็ฝากให้ทุกคนได้ช่วยตรวจสอบ ดิฉันคิดว่าประเด็นนี้ถ้าช่วยกันดูแล ก็จะทำให้ประหยัดงบประมาณลงไปได้อีก นอกจากนั้นแล้วอีกหน่วยงานหนึ่งก็คือสำนักงาน พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดิฉันไม่เห็นว่าตอนนี้ขึ้นแผน ๑๑ นะคะ แผน ๑๑ ก็คือเราใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้ว ปีนี้ขึ้นแผนที่ ๑๑ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ ถามกับท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยนะคะ มีท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรคนใดได้รับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ อยู่ในมือ แล้วหรือไม่ เคยดูหรือไม่ว่าเข็มทิศประเทศไทยจะไปทิศทางใด เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เราอย่าไปหวังว่าประชาชนจะรู้ถ้าผู้แทนราษฎรไม่รู้ ก็ขอฝากเอาไว้ด้วยว่าท่านจะต้องเร่งเอา แผน ๑๑ มามอบให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนโครงการ แล้วก็งบประมาณให้รู้ว่าทิศทางของประเทศจะไปทางไหน เพราะงบประมาณจะได้ สอดคล้อง อีกย่อ ๆ อีก ๒ รายการ ก็คือเรื่องของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน องค์การมหาชนที่เป็นหน่วยงานใหม่เกิดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาในสมัยของรัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะเดินหน้านโยบายเรื่องของการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดิน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้กลับมา ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผ่องศรีครับ ท่านใช้สิทธิ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉันใช้สิทธิ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะคะ นิดเดียวค่ะ จะจบแล้วค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้กระชับ หน่อยครับ

สุดท้ายก็คงจะขอฝากเอาไว้ว่าเรื่องปัญหาที่ดินเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งเรื่อง โฉนดชุมชนที่รัฐบาลเดิมได้เริ่มต้นไว้แล้ว แล้วก็อยากจะต้องเดินหน้าเพื่อให้การแก้ปัญหา เรื่องของประชาชนได้ถึงประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ดิฉันในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่าแม้ว่าเราจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ก็ได้พยายามทำหน้าที่เต็มที่ แล้วก็ยืนยันว่าในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรีนี้ยังสามารถ ปรับลดงบประมาณได้อีกอย่างน้อย ๒ เปอร์เซ็นต์ค่ะ

ท่านสมาชิกครับ วันที่ ๒ แล้วนะครับ อยู่ที่มาตรา ๕ ทีนี้ยังเหลืออีก ๓๐ มาตรา ก็ฝากท่านประธานวิป ฝ่ายค้านและรัฐบาลครับ ท่านจุรินทร์ครับ ท่านอุดมเดชครับ ฝากช่วยประสาน กับท่านจุรินทร์ด้วยครับ แล้วตกลงจะเอาอย่างไรดี ๒ วัน ๕ มาตรา แล้วเหลืออีก ๓๐ มาตรา กะใช้วันเดียวเลยใช่ไหม ๓๐ มาตรา ท่านจุรินทร์เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประสานงานกันเป็นระยะครับ แล้วก็ ท่านประธานไม่ต้องกังวล เพราะว่าก็ตกลงกันแล้วว่าจะยุติได้ภายใน ๓ วันตามที่ได้ตกลงกันไว้ เพียงแต่ว่าบางมาตราอาจจะมีผู้อภิปรายมาก บางมาตราก็อาจจะน้อย แล้วก็คำนวณ ระยะเวลาแล้วก็จะเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ครับ ท่านประธานไม่ต้องกังวลนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านจุรินทร์ครับ ขอบคุณมากเลยครับ ท่านอุดมเดช เชิญครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร นนทบุรี

ท่านประธานครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร พรรคเพื่อไทยจากนนทบุรี จริง ๆ แล้วก็เป็นไปอย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวิป ฝ่ายค้าน ท่านจุรินทร์ได้กล่าวกับท่านประธานนะครับ ได้มีการตกลงกันเอาไว้แล้วว่า เราจะเริ่มประชุมกันเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาของทุกวัน แล้วก็จบลงที่เวลาเที่ยงคืนของทุกวัน เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าประชุมกัน ๓ วัน เราจะได้เวลาประมาณ ๔๓ ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งได้ หารือกันแล้วก็น่าจะเพียงพอ แล้วก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างที่ท่านประธานได้กังวลนะครับว่า เกรงว่าจะไม่ทัน เพราะว่าวันนี้ก็เป็นวันที่ ๒ แล้ว แล้วก็เพิ่งจะได้ ๕ มาตรา ผมก็ได้พยายาม หารือกับทางตัวแทนของวิปฝ่ายค้านอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางท่านจุรินทร์เองแล้วก็ตัวแทน วิปฝ่ายค้านส่วนใหญ่ก็ยืนยันนะครับว่าน่าจะจบได้ตามนั้น ผมก็กังวลเช่นเดียวกับ ท่านประธาน ก็ขออนุญาตให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมจะได้หายกังวล ก็จะให้ข้างล่างวิปทั้ง ๒ ฝ่ายประสานกัน ท่านอรรถพรมีอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะหารือกับท่านประธานให้ตรวจสอบนะครับว่าขณะนี้ การถ่ายทอดการพิจารณางบประมาณรายจ่ายฯ ในวาระที่สองยังได้มีการถ่ายทอดอยู่ทาง ช่อง ๑๑ หรือไม่ เท่าที่ผมทราบขณะนี้เป็นการถ่ายทอดกีฬาครับ และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ก็ไม่ได้ถ่ายทอดเช่นเดียวกัน ผมถือว่าการพิจารณางบประมาณรายจ่ายนั้นเป็นหัวใจ ของการบริหารประเทศ อยากให้ท่านประธานตรวจสอบ ถ้ามีการถ่ายทอดอย่างอื่นอยู่อย่างไร ก็ขอให้ท่านได้สั่งการขอความร่วมมือให้ถ่ายทอดการประชุม ณ สภาแห่งนี้ เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้เห็นการทำงานของผู้แทนราษฎรที่เขาเลือกเข้ามาครับ ท่านประธานโปรดตรวจสอบและสั่งการให้มีการถ่ายทอดสดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝาก ท่านเลขาธิการช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ และรายงานด้วยนะครับ ท่านขอในนาม ของกรรมาธิการชี้แจงใช่ไหมครับ เรื่องถ่ายทอดใช่ไหม เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ กรณีที่เพื่อนสมาชิกได้หารือเกี่ยวกับเรื่องว่าขณะนี้ไม่มี การถ่ายทอดนะครับ เรียนว่าเมื่อครู่ผมได้คุยกับท่านผู้อำนวยการทางกรมประชาสัมพันธ์ บอกว่าขณะนี้สมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จเปิดงานบีโอไอ (BOI) ซึ่งกำลังถ่ายทอดอยู่นะครับ ก็ได้รับแจ้งในขณะนี้เองครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เท่าที่ผมทราบในขณะนี้แล้วก็เปิดดู ทางโทรศัพท์ที่รับโทรทัศน์ได้นี่นะครับ ท่านประธานครับ เป็นกีฬา สพฐ. ที่สุพรรณบุรีครับ อันนี้ที่ถ่ายทอดสดอยู่ แต่ที่ได้รับรายงานก่อนหน้านั้น เวลา ๑๕.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา ช่อง ๑๑ ภูมิภาคตัดเข้ารายการภูมิภาคปกติครับ อย่างนี้หักหลังกันไหมครับ อย่างนี้ไม่ทำตาม ข้อตกลงที่เราเคยทำกันไว้ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเลยนะครับท่านประธาน ผมขอนับองค์ประชุมครับ หรือไม่ท่านจะพักการประชุมก่อนจนกว่าจะได้รับการถ่ายทอด เราก็ยินดีจะพิจารณากันต่อ ไม่อย่างนั้นผมขอนับองค์ประชุมนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอด อย่างนี้เดี๋ยวให้ฝ่ายเลขาธิการเขาตรวจสอบแล้วเขารายงานอีกทีนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขออนุญาตนะครับ พวกเราเด็กดี ใช้เทคโนโลยีนะครับ ท่านประธานให้กล้องจับดูก็ได้นะครับว่าตอนนี้ช่อง ๑๑ มีเชียร์ลีดเดอร์ (Cheerleader) เชียร์ลีดเดอร์นี้ไม่มาอะไรทั้งหลายแล้วละครับ กีฬาสุพรรณบุรีครับ จะให้พวกเราพูดกันว่าอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนี้ครับ ท่านบุญยอด ท่านจุติครับ อย่างนี้ครับท่านครับเดี๋ยวขอให้เขาตรวจสอบข้อเท็จจริง เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ผมเรียนนิดหนึ่งครับว่าเป็นการ ทำสัญญานะครับ ที่มีสัญญาว่าจะต้องดำเนินการถ่ายทอดในช่วงนี้ถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา เป็นข้อตกลงสัญญา ซึ่งเป็นสัญญาที่มีการลงนามแล้วก็เซ็นสัญญากันก่อนที่จะมีการนำ งบประมาณเข้าสู่สภาครับ ทีนี้สัญญามันเกิดขึ้นไปแล้ว แล้วก็มีการถ่ายทอดซ้อนกันในเวลา ก็คือตอนเสด็จที่บีโอไอ แล้วก็สลับกันครับ ขออนุญาตเรียนที่ประชุมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมเรียนท่านประธานนะครับว่า ในแง่ของเรื่องการตกลงกันในการประชุมเรื่องสำคัญ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออย่างนี้ ผมชี้แจงข้อเท็จจริงนิดหนึ่ง มันมีหนังสือจากท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม เรียนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนี้นะครับ แล้วก็มีข้อความมาเรื่อย ๆ จนมาถึง ท่อนสุดท้าย อนึ่ง ในวันพฤหัสบดีที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๓๐ นาฬิกา สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยมีภารกิจในการถ่ายทอดสดสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานบีโอไอแฟร์ (BOI Fair) ๒๐๑๑ ณ ศูนย์ประชุมและการแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี และเวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๓๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียน สพฐ. เกมส์ ๒๕๕๔ ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจะตัดกลับมาเสนอ ข่าวในพระราชสำนัก ตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐-๒๐.๓๐ นาฬิกา และหากเกิดเหตุการณ์สำคัญ ที่ประชาชนควรรับรู้ในกรณีเร่งด่วน จึงเรียนมาเพื่อทราบ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมเรียนท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ตามความเข้าใจของพวกเราทุกครั้ง เวลาเราประชุมนัดสำคัญจะมีเรื่องของข่าวพระราชสำนักพวกเราเข้าใจครับ เรื่องของ พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านแต่ละพระองค์ท่านนั้นพวกเราเข้าใจ แต่ผมคิดว่า อย่างเช่น การทำสัญญาจะทำสัญญากันอย่างไรก็ยกเว้นได้ ท้ายสัญญาทุกครั้งมีข้อยกเว้น ทั้งนั้นครับ ท่านจะอัดเทปให้เขาแล้วนำมาถ่ายทอดในตอนหลังก็ทำได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามนี้ช่อง ๑๑ ก็จะอ้างในการถ่ายทอดอะไรต่าง ๆ ก็ได้ ขณะนี้เรากำลังอยู่ใน มาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี ก็มีช่อง ๑๑ อยู่ด้วย กรมประชาสัมพันธ์จะปิดหูปิดตา ประชาชนหรืออย่างไรครับ ถ้าอย่างนั้นนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าข้อเสนอข้อแรกของผม ๑. เรายุติการประชุมก่อนจนกว่าสัญญาณถ่ายทอดจะกลับมาเราค่อยมาพูดกันต่อดีไหมครับ ๓ วันที่ผ่านมาเราก็ยกเลิกไป เราก็ประชุมกันจนถึงวันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็เป็น ๕ วันไป จนกว่าการที่จะอภิปรายกันทีละมาตรา ๆ ไปก็ว่ากันไป ๑๐ นาทีเราก็ขอยกเลิกเพราะว่า เราถูกหักหลังมาแล้ว พวกเราพูดไปเมื่อบ่าย ๓ โมงที่ผ่านมาเราไม่ได้รับการถ่ายทอดเลย ๑๐ นาที ต่าง ๆ เรายกเลิกไป ลำดับต่าง ๆ ตามที่เหมาะสมของสมาชิกที่จะต้องอภิปราย ในวาระที่สองตามกฎข้อบังคับว่ากันไปดีไหมครับ

เรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเมื่อสักครู่ผมก็พูดไปแล้วนะครับ จะได้ไม่เสียคำพูด ผมขอใช้เอกสิทธิ์ นับองค์ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรเชษฐ์ มีอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ โดยหลักแล้ว ท่านประธานจะต้องรับผิดชอบ เพราะทุกครั้งที่มีการประชุมมากี่สมัยแล้วนี่ ถ้าหากว่าจะมี การถ่ายทอดนะครับ นอกจากการประชุมสภาการถ่ายทอดสดนี่ ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุม ทราบก่อนว่าช่วงไหน เวลาไหน เราจะพัก เราไม่ถ่ายทอด แต่นี่ท่านประธานเองก็ไม่รู้ แล้วมาปกป้องแทนอีก ผมคิดว่าอย่างไรก็แล้วแต่สภาอันทรงเกียรติจะต้องเหนือสิ่งอื่นใด เพราะผลประโยชน์ของประเทศชาติอยู่ในสถานที่นี้ ประชาชนจะต้องรับทราบ ไม่ใช่เพลิดเพลินด้วยการชมกีฬา ท่านประธานจะตัดสินอย่างไร ผมคิดว่าประธานจะต้อง เป็นประมุขของสภาแห่งนี้อย่างทรงเกียรติ เพราะฉะนั้นมีเพื่อนสมาชิกเขายื่นขอ นับองค์ประชุมไว้แล้ว ไม่ทราบว่าท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอพัก การประชุมจนกว่าจะมีการถ่ายทอดครับ

พักประชุมเวลา ๑๗.๒๑ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๘.๓๘ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ ทางช่อง ๑๑ ส่งสัญญาณบอกว่าทันทีที่ผมขึ้นมานั่งก็จะถ่ายทอดทันที ก็หมายความว่าขณะนี้ ก็น่าจะมีการถ่ายทอดแล้วครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตดำเนินการต่อนะครับ เชิญ ท่านอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานอาจจะดูโทรทัศน์คนละช่องกับผมนะครับ เพราะจอทีวี ที่หน้าผมขณะนี้ก็ยังเป็นการถ่ายทอดกีฬาที่จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่นั่นเองครับ ฉะนั้น เราจะอภิปรายก็ต่อเมื่อมีการตัดภาพเข้ามาสู่ห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ งานกิจการของสภาผู้แทนราษฎร ภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้เราจะไม่ถ่ายทอดทางทีวีนะครับ แต่การพิจารณาต้องดำเนินไปครับ ท่านประธาน หรือท่านจะตีรวน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เดี๋ยวก็ มีปัญหา เอาละครับพอแล้วครับ พอเถอะครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ ไม่เป็นไรครับผมจะ รอสัญญาณเหมือนกัน ผมรอเหมือนท่านรอ ไม่เป็นไร เอาล่ะครับ พอเถอะครับ ท่านประสิทธิ์พอแล้วกระมังครับ ไม่มีอะไรนี่ครับ จะรอสัญญาณช่อง ๑๑ ถึงจะต่อนะครับ ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ หากถ้าจะทำงานและเพื่อรอการออกทีวีตอนนี้ได้ช่องเอเชียอัพเดท (Asia update) ออกให้อยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านขจิตรมีอะไร ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้ได้ประโยชน์ผมเสนอไม่ต้องรอสัญญาณหรอกครับ ตอนนี้ให้ฝ่ายค้านรอสัญญาณ แล้วฝ่ายรัฐบาลผมยินดีพูดโดยไม่ต้องออกทีวีครับ ก็ประชุม ไปเรื่อย ๆ ฝ่ายรัฐบาลก็พูดเสนอความเห็นไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สัญญาณมาแล้วครับ ต่อเลยนะครับ เมื่อสักครู่มีคนเสนอให้นับองค์ประชุม เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอทำความเข้าใจกับท่านประธานสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ เพื่อความเข้าใจร่วมกันของทั้งเพื่อนสมาชิกฟากรัฐบาลแล้วก็พรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่าความจริง ที่จำเป็นต้องมีการถ่ายทอดสดการประชุมเพราะว่าเป็นข้อตกลงกันทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็ ท่านประธานสภามอบหมายให้ท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล เป็นประธานในที่ประชุม ในช่วงระยะเวลาที่มีการตกลงกัน ข้อตกลงมี ๒ ข้อครับ ข้อ ๑ ก็คือเราจะดำเนินการให้มี การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๓ วัน และให้มีข้อยุติซึ่งก็เป็นข้อตกลงร่วมกันเหมือนที่กระผมได้ยืนยันเมื่อสักครู่ กับข้อ ๒ ก็คือจะมีการถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ โดยเฉพาะโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที (NBT) หรือช่อง ๑๑ ที่พวกเราเข้าใจกัน แต่ว่าเนื่องจากมีการตัดสัญญาณไปถ่ายทอดกีฬา แล้วก็ พวกเราไม่ได้รับทราบล่วงหน้ามาก่อน เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นปัญหาที่ทำให้เกิดปัญหา ในการอภิปรายขึ้นมาในขณะนี้นะครับ พวกเราพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ พรรคร่วมฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานเพราะฉะนั้นเพื่อความเข้าใจไม่ได้เป็นเรื่อง ของการตีรวนและเป็นเรื่องของความตั้งใจที่จะต้องการออกโทรทัศน์แต่เพียงอย่างเดียว เท่านั้น แต่นี่คือข้อตกลงร่วมกัน เพราะถ้าเรารักษาข้อตกลงร่วมกันการประชุมก็จะ เป็นไปด้วยดี แล้วก็ราบรื่นครับ ทุกอย่างก็เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็ตกลงตามนี้ครับ เมื่อสักครู่มีผู้เสนอนับองค์ประชุมขออนุญาตถอนนะครับ ท่านบุญยอดครับถอนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขออภัยครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผมไปให้สัมภาษณ์ทางวิทยุมานะครับ ผม บุญยอด พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมเลยไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ทำไมต้องให้ผมถอนครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีการถ่ายทอด ปกติแล้วครับ ควรต้องอภิปรายต่อ แล้วแต่นะครับ ไม่ถอนผมก็นับองค์ประชุม แต่ทีนี้ ไม่อยากให้เสียเวลา ถ้าถอนเราจะได้อภิปรายต่อ เวลามีน้อยครับ ถอนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ฉันทามติจากวิปฝ่ายค้าน คิดว่า ขอนับองค์ประชุมครับ เพื่อดูว่าการให้ความสำคัญต่อการประชุมร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญสมาชิก ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อนับองค์ประชุมครับ คุณหมอว่าอย่างไร เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะสมาชิก ด้วยความ เคารพท่านประธานผ่านมายังท่านสมาชิกท่านบุญยอดครับ ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลัง เป็นไปได้ด้วยดี อยากให้ท่านถอนญัตติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อะไรนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยัง ท่านบุญยอดอยากให้ท่านถอนญัตติที่จะขอนับองค์ประชุม เราจะได้ทำงานต่อเนื่อง ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วผมก็คิดว่าถ้าเราจะเช็กองค์ประชุมอย่างนี้ ซีกนี้ก็พร้อมครับ พร้อมตลอด จบคืนนี้ ก็ได้ครับ เอาไหมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ฝากไว้ด้วยความเคารพนะครับ ถอนนะครับ ญัตติ ว่าให้นับองค์ประชุม ไม่อย่างนั้นเราจะเสนอปิดอภิปรายแล้วก็โหวตมาตรานี้เลย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร กระผมเองเห็นว่าการประชุมที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลก็ได้พยายามอย่างยิ่ง อย่างที่ท่านประธาน บอกไปว่าฝ่ายค้านอภิปราย ๑๐ คน รัฐบาลมีแค่ ๑ คน ผมเองก็อยากจะอภิปรายสงวนไว้ เยอะแยะ แต่ก็ตัดเวลาโดยไม่รบกวนเวลาเพื่อนสมาชิก ท่านครับ เรื่องการถ่ายทอดช่อง ๑๑ หรือไม่ใช่ช่อง ๑๑ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อเป็นฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ไม่ใช่ไม่ถ่ายทอดนะครับ จอดำเลยครับ ใครก็รู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นในเวลานั้น วันนี้จอไม่ดำแต่มันมีกิจการอะไร หลาย ๆ อย่างซึ่งเราไม่อยากจะกล่าวถึง ผมคิดว่าถ้าสถานการณ์มันเดินไปได้ด้วยดีด้วยดี อย่างนี้รัฐบาลก็ได้ให้โอกาสฝ่ายค้านพูดมากที่สุดแล้ว เป็นไปได้ไหมครับเรารักษาบรรยากาศ อย่างนี้ต่อไป ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะใช้จำนวนเสียงมาหักกันอย่างนี้ด้วยใช้วิธีนับองค์ประชุม อย่างนี้ แน่นอนที่สุดครับฝ่ายรัฐบาลพร้อม พอพร้อมเสร็จท่านก็จะบอกว่าพวกมากลากไปอีกแล้ว ผมว่าเรื่องแค่ช่อง ๑๑ เป็นอะไรนี่ใครที่เคยทำไว้กับสภาแห่งนี้น่าจะจดจำไว้ได้ เราอภัยกันได้ ดังนั้นท่านประธานก็ได้ให้ความกรุณาทุกอย่าง ผมว่าเราหันมาสามัคคีไมตรีกันไม่ดีหรือ แล้วก็อภิปรายกันไป ก็อยากจะขอโอกาสอย่างนี้ครับ ให้ผู้ใหญ่ของฝ่ายค้านนึกถึงวันที่ ท่านปิดจอดำบ้าง วันที่พวกเราเป็นฝ่ายค้าน โดยหาสาเหตุไม่ได้ สาเหตุก็ข้าง ๆ คู ๆ ท่านประธานครับ จึงขอความกรุณาท่านประธานได้เป็นผู้ใหญ่สร้างบรรยากาศที่ดีต่อไป ด้วยการถอนการนับองค์ประชุมเสีย เพราะนับก็ครบอยู่แล้วท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ความจริง ก็อย่างที่ว่านะครับว่าเราก็ดำเนินการอภิปรายกันมาด้วยดี ความจริงแล้วต้องเรียนนะครับว่า ในอดีตนั้นการอภิปรายงบประมาณวาระที่สอง วาระที่สามนี่ไม่ได้เคยมีการถ่ายทอด การประชุมมาก่อน จนกระทั่งสมัยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ก็มีการถ่ายทอดสด จนถึงรัฐบาลที่พวกกระผมทำงานอยู่ก็มีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายค้านในขณะนั้นก็คือรัฐบาล ในขณะนี้ขอถ่ายทอดสดด้วย รัฐบาลในเวลานั้นโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็มีการสั่งการ ให้มีการถ่ายทอดสดดังที่เคยปฏิบัติมา และในการถ่ายทอดสดนั้นถ้าท่านประธานจำได้ ก็ไปด้วยดีไม่มีการที่จะไปตัดให้มีการจอดำอย่างที่มีการกล่าวหากัน เพราะการทำจอดำนั้น มันต้องปิดกันทั้งประเทศ ซึ่งมันทำไม่ได้หรอกครับ เพียงแต่ว่ามีเสียงในขณะนั้นบอกว่า สัญญาณไม่ดีบ้างอะไรบ้างก็มีการตรวจสอบกัน แล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ว่า ในบางที่เคเบิ้ลทีวี (Cable TV) อาจจะมีปัญหานั่นก็เป็นปัญหาของเคเบิ้ลทีวี เพราะฉะนั้นไม่มีการกลั่นแกล้ง หรอกนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วจะเกิดความเสียหายกันได้ เช่นเดียวกันกับการประชุมในนัดนี้ครับ เมื่อมีการถ่ายทอดติดกันมา ๒ รัฐบาล มาจนกระทั่งถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันทางวิป โดยท่านรองประธานสภาก็ไปตกลงกัน ก็มีการถ่ายทอดสดการประชุม เพียงแต่ก็เป็นไป อย่างที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านท่านจุรินทร์ก็บอกว่าพวกเราก็ไม่ทราบกันมาล่วงหน้าว่า จะมีการตัดสัญญาณถ่ายทอดไปถ่ายทอดเรื่องของกีฬา ความจริงถ้าจะมีการแจ้งกันล่วงหน้า ก็เป็นเรื่องที่คุยกันได้ครับ แต่ผมเข้าใจท่านประธานและเห็นความพยายามของท่านประธาน ที่อยากให้การประชุมเป็นไปด้วยดี ก็มีการพักการประชุมซึ่งต้องขอบคุณท่านประธานที่เข้าใจ การทำงานของพวกเรา ในเมื่อสัญญาณกลับมาแล้วการประชุมสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่เพื่อนสมาชิกซึ่งใช้เอกสิทธิ์ในการที่จะนับองค์ประชุมนั้น ผมเข้าใจว่าฝ่ายค้านเอง ในสมัยก่อนคือรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ หลายครั้งท่านก็เคยดำเนินการลักษณะเช่นนี้ พวกกระผม ก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ก็พยายามหาองค์ประชุมมาหลายครั้งก็ไม่ครบ ไม่ครบก็ไม่เป็นไรครับ เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล นี่คือคำที่ท่านใช้ตลอดมา เช่นเดียวกันครับถ้าหากว่ารัฐบาลมาครบ ท่านก็ดำเนินการประชุมต่อไปได้ พวกเราก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ เพียงแต่ว่าในการทำหน้าที่นั้น ท่านประธานครับ ที่บอกกับสภาว่าให้จบคืนนี้ก็ได้ เป็นการพูดในลักษณะที่เหมือนกับทำให้ การทำงานจะมีปัญหา ถ้าไม่เป็นไปตามที่ท่านขอ ผมคิดว่าท่านทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติเอาไว้แล้ว และเป็นการปฏิบัติตาม ข้อบังคับและเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากไม่สามารถจะกลบสิทธิ ที่มาจากรัฐธรรมนูญและข้อบังคับซึ่งเราดำเนินการได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลมั่นใจ อย่างที่ท่านบอกว่าองค์ประชุมท่านครบ ไม่ได้มีปัญหาเลยครับ แล้วพวกเราก็ไม่ได้ป่วน การประชุมที่มีการนับบ่อยครั้งอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต ถ้าหากว่านับแล้วครบ ไม่มีปัญหาครับ พวกเราก็ทำหน้าที่ต่อจนกระทั่งครบและยินดีปฏิบัติตามคำตกลงกันเอาไว้ ก็คือจบภายใน ๓ วันเพราะฉะนั้นเรียนยืนยันท่านประธานอีกครั้งว่าให้ดำเนินการไปเถอะครับ เมื่อครบก็ดำเนินการต่อครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. สุนัย ว่าการประชุมเราบรรยากาศก็ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ถอนนะครับ เราจะได้ดำเนินการต่อครับ ท่านบุญยอดว่าอย่างไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมขออนุญาตใช้เวลาครึ่งนาทีนะครับ

ประเด็นแรก นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ลุกขึ้นเพื่อขอให้ผมถอน ผมกำลังจะ ใจอ่อนแล้วนะครับ แต่หลังเสียงปรบมือและหลังเสียงโห่นี้ ผมไม่ถอนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอพัก ๑๐ นาที ครับ

พักประชุมเวลา ๑๗.๕๔ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๘.๐๒ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตต่อนะครับ ท่านนิพนธ์มีอะไรครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองก็อยู่ในสภามานานนะครับ คิดว่านานมากพอสมควร ผมไม่อยากเห็น บรรยากาศที่เกิดขึ้นในการประชุม ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาลนั้น เจตนารมณ์ ของเรานั้นคือมาทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นปัญหา ที่เกิดขึ้น ผมอยากให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วที่ผ่านมาตลอดเมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ก็ ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่มันจะต้องมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้น ผมอยากเห็นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านครับ เราทำงานกันด้วยเหตุด้วยผลนะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดจา เพื่อให้เกิดปัญหานั้นผมไม่อยากเห็นนะครับ ไม่อยากเห็นจริง ๆ ครับ เพราะสภาเรานั้น น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นมาตรฐานให้กับสภาอื่น ๆ ในประเทศไทยของเรา เพราะฉะนั้น ในวันนี้ผมเห็นว่าการขัดแย้งไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยเป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยกันได้ ผมเชื่อว่า ถ้าเราพูดกันด้วยเหตุผล ด้วยเจตนาที่ดีต่อกัน ผมคิดว่าทุกอย่างที่เกิดความขัดแย้งขึ้นมานั้น สามารถแก้ไขได้ ในเรื่องนี้เหมือนกันครับ ผมคิดว่าท่านบุญยอดเองเมื่อสักครู่นี้ก็คิด จะถอนอยู่แล้วที่ผมทราบมา ฟังก่อนสิครับ ถ้ามันโห่มันก็ไม่นั่นละครับ และไม่ควรจะโห่ แล้วที่ผมพูดด้วยเจตนาดี อยากเห็นการประชุมไปเรียบร้อย ไม่มีปัญหานะครับท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับ ผมก็ไม่อยากเห็นครับ พูดบอกว่าใช้เสียงข้างมากที่จะปิดอภิปรายอะไรต่าง ๆ เพราะเราก็รู้อยู่แล้วการพิจารณางบประมาณนั้นมันอภิปรายในวาระที่สองเป็นรายมาตรา เรียงลำดับมาตรา แล้วก็มีการแปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติไปตัดสิทธิเขาไม่ได้หรอกครับ ถ้าทำอย่างนั้นประวัติศาสตร์ในสภาเราจะเกิดขึ้นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่าไม่ควรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมได้พูดคุยกับท่านบุญยอดแล้ว บอกเพื่อให้ดำเนินการการพิจารณา งบประมาณไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ แล้วเพื่อให้ทั้ง ๒ ฝ่ายทำงานร่วมกันด้วยดี ท่านบุญยอดก็พร้อมที่จะถอน อันนี้ผมเรียนด้วยความจริงใจนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบละครับ ด้วยความเคารพครับว่า ถ้ามีอะไรกันอย่าใช้เสียงโห่ไม่ว่าฝ่ายไหนทั้งสิ้น ผมไม่อยากเห็นสภานี้ เกิดเสียงอย่างนี้ขึ้นมา เราพูดกันด้วยเหตุด้วยผลครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านผู้อาวุโสครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ที่จริงบรรยากาศมันมาดีโดยตลอดนะครับ แล้วผม ก็เห็นด้วยถ้ามีการนับองค์ประชุม แค่มีการนับองค์ประชุมมันจะเป็นเหตุให้บรรยากาศมันเสีย แน่นอนจากประสบการณ์ ผมก็พยายามไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่าย เพราะบรรยากาศมันดีมาโดยตลอด ก็ต้องขอบคุณท่านนิพนธ์นะครับ ไม่มีปัญหานะครับ ผมว่าต่อเลยดีไหมครับ ท่านบุญยอด ถอนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องเรียนทบทวนก่อนนะครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นจากการที่พวกเราเพิ่งได้ทราบว่าช่อง ๑๑ ไม่ได้ถ่ายทอดในระยะเวลาหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมยกประเด็นนี้เป็นประเด็นหลัก ก็ขอความกรุณาท่านประธานว่าอย่าให้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าหากว่ามีกรณีของการของดถ่ายทอดด้วยรายการอะไรก็ตาม ควรจะบอกสมาชิก เพราะว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ผมยืนยันอีกครั้งนะครับว่าเมื่อสักครู่ผมหันไปเห็นท่านคุณหมอ ชลน่าน ด้วยความเคารพ ท่านวิทยา บุรณศิริ ผมว่าท่านก็เห็นสายตาผมนะครับ ประเด็นแรก ผมอยากจะถอนอยู่แล้วนะครับ แต่ด้วยการที่ต้องเรียนต่อสมาชิกทุกคนนะครับว่า บรรยากาศของสภาในตอนหลัง การปรบมือ การโห่กันมันเกิดขึ้นหลายครั้งนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิเชษฐ์ นั่งเถอะครับท่าน บรรยากาศกำลังดี นั่งเถอะครับ ที่จริงอย่างนี้ครับท่านสมาชิกครับ ผมเชื่อว่า องค์ประชุมตอนนี้ครบ เพียงแต่ผมไม่อยากให้นับองค์ประชุม เพราะมันจะเป็นต้นเหตุ ของบรรยากาศมันจะเสีย จากประสบการณ์ผมมั่นใจอย่างนั้น แล้วผมก็ไม่อยากเห็นภาพนั้น เหมือนท่านนิพนธ์ครับ ท่านผู้อาวุโสได้พูด ก็ไม่อยากเห็นภาพนั้นเหมือนกัน ผมอยากเห็น ภาพบรรยากาศที่เราประชุมกันมาโดยดีมันดีโดยตลอด ท่านพิเชษฐ์พอเถอะครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ บรรยากาศมันดีแล้วครับ เข้าใจครับ บรรยากาศดีแล้ว ขอบคุณครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมเห็นแก่ผลประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนนะครับ และการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ผมขออนุญาตที่จะ ถอนการตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมเดินต่อเลยนะครับ ท่านอุดมเดชเชิญครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร นนทบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ อุดมเดช รัตนเสถียร พรรคเพื่อไทย เขตนนทบุรี ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ท่านประธาน ได้พยายามที่จะรักษาข้อตกลงที่ผมเองในฐานะวิปฝ่ายรัฐบาลได้ทำกับตัวแทนของวิป ฝ่ายค้านคือท่านจุรินทร์ ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้พยายามรักษาข้อตกลงอันนั้น เพราะจริง ๆ แล้ว ก็จะเป็นเหมือนที่เมื่อสักครู่ท่านบุญยอดเคยบอกว่าในเงื่อนไขที่พวกเราได้ตกลงกันไว้นั่นก็คือ การอภิปราย ๓ วัน เวลา ๐๙.๓๐-๒๔.๐๐ นาฬิกาของทุกวันแล้วก็จะสิ้นสุดลงโดยเวลา ประมาณ ๒๔.๐๐ นาฬิกาของวันศุกร์ แล้วก็มีอีกเงื่อนไขหนึ่งก็คือว่าเราก็จะให้มี การถ่ายทอด แต่วันที่เราได้มีการไปพูดคุยกันนั้นเป็นวันที่ ๒๙ ก่อนที่จะมีการหยุดในช่วงของ วันปีใหม่ แล้วเราก็เปิดมาแล้วเราก็มีการที่จะประชุมเลย แต่ครั้นทางช่อง ๑๑ เราก็ไม่รู้ว่ากระบวนการ ก่อนหน้านี้เขาได้ไปทำสัญญาอะไรกันเอาไว้บ้าง เพราะเราได้ตกลงกัน มีเงื่อนไขตกลงกัน โดยที่ไม่ได้ถามช่อง ๑๑ เขาก่อนเหมือนกัน ครั้นเมื่อมีเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าทางช่อง ๑๑ เอง ก็ไม่ได้มาบอกให้เราได้มาชี้แจงให้กับทางเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น กระบวนการในความผิดพลาดจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของใคร เพียงแต่ว่า เป็นประเด็นที่มันเป็นภายในเงื่อนไขเท่านั้น ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับที่ท่านพยายาม รักษาเงื่อนไขข้อตกลงอันนี้ แล้วผมก็เชื่อเหลือเกินว่าทางฝ่ายรัฐบาลเองก็จะรักษาเงื่อนไข ข้อตกลงอันนั้น นั่นก็คือเราพยายามที่จะพูดคุยกันภายใน ๓ วันกับการที่จะพิจารณา ในวาระที่สอง วาระที่สาม และผมก็ยังเชื่อมั่นว่าทางท่านประธานวิปฝ่ายค้าน คือท่านจุรินทร์เอง ก็ยังคงยืนยันในข้อตกลงเดิมคือพยายามให้จบภายใน ๓ วันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นปัญหามันเกิดนิดเดียวครับ ก็คือว่าพวกกระผมไม่ได้รับทราบแล้วก็ไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการถ่ายทอดสด ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างวิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาล แล้วก็ ท่านประธานเป็นประธานในที่ประชุมร่วมกัน ประเด็นอยู่ตรงนี้เท่านั้นละครับ ถ้าท่านประธานได้กรุณาแจ้งล่วงหน้าหรือแจ้งทันทีที่ทราบ หรือถ้าทางวิปรัฐบาลทราบ ได้กรุณาแจ้งให้กระผมและวิปฝ่ายค้านได้รับทราบประเด็นปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะอันนี้ ก็จะเป็นประเด็นที่เราจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาต่อไปเช่นทันทีที่ได้รับทราบ ท่านประธาน ต้องกรุณาแจ้งให้พวกเราทราบหรือทางวิปรัฐบาลก็กรุณาแจ้งให้ทราบเพื่อประสานงาน ร่วมกัน และการประชุมก็จะราบรื่นครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เป็นเรื่องที่ไม่มีเจตนานะครับ ผมเองก็เพิ่งทราบตอนเกิดเรื่องนี่ละครับ ก็ได้แจ้งให้สมาชิก ทราบพร้อม ๆ กัน ต่อนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอสงวนความเห็นในการขอตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี ๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ก็สืบเนื่องมาจากว่าในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีมีหน่วยงาน ซึ่งรับผิดชอบมากถึง ๒๑ หน่วยงาน แล้วถ้าหากว่าตรวจสอบในรายละเอียดแล้วในส่วนของ สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็ถือว่างบก็มาพอสมควรใน ๒๑ หน่วยงานด้วยกัน หลายหน่วยงานก็มีข้อสงสัย แล้วก็มี ข้อคิดเห็นซึ่งจะต้องผ่านไปถึงทางรัฐบาลด้วย เรื่องปัญหาในหน่วยงานซึ่งซ้ำซ้อนบ้าง หรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมเองจะได้พูดในบางหน่วยงานที่จะเป็นข้อสงสัย ในข้อคิดเห็น สอบถามไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็ฝากไปถึงทางรัฐบาล ในบางเรื่องบางอย่าง อย่างเช่นในเรื่องของข้อ ๑๘ ของสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ซึ่งมีองค์กร อยู่องค์กรหนึ่งก็คือองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็น องค์การมหาชน ซึ่งมีงบประมาณถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งบอกไว้เลยว่าเป็นพื้นที่พิเศษ ในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน แล้วมาอีกอันหนึ่งก็คือในข้อที่ ๑๗ ถ้าย้อนขึ้นไป จะเห็นว่าในสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นี่ก็เป็นองค์การมหาชน แล้วก็ บอกว่าเป็นแผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ๒ องค์กรนี้ถือว่าเป็นองค์กร ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว ฉะนั้นผมจึงจะได้ขออภิปรายเหตุผลในการที่ ปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า ในหน่วยงานราชการของเรานั้นนะครับ ซึ่งงานที่รับผิดชอบมันก็มีแล้วในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นี่ก็กระทรวงหนึ่ง ในเรื่องของดูการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน หรือว่าการท่องเที่ยว ในทั่วไป ทุกรูปแบบ หรือว่าแม้กระทั่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้วโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของ เช่น ถ้าหากว่า เป็นลักษณะประวัติศาสตร์ก็มีกระทรวงวัฒนธรรม ในเรื่องของการดูแลในเรื่องนี้อยู่ ผมเอง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ในหน่วยงานขององค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนเป็นอย่างไร ผมเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า การท่องเที่ยวของประเทศไทยเรา มันมีทั้ง ๓ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวทางด้านเชิงประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวทางด้าน เชิงวัฒนธรรมหรือท่องเที่ยวทางด้านธรรมชาติ ถ้าเที่ยวแบบธรรมชาตินั้นก็ไปที่ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางด้านทะเล ถ้าไปภาคเหนือก็เป็นเรื่องของภูเขา แต่ถ้าเป็น การท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์นั้น ก็เช่นในเรื่องของอุทยานประวัติศาสตร์ต่างๆ ซึ่งมีขึ้น มากมายของประเทศไทย อย่างเช่นถ้าไปทางภาคเหนือก็มีทางจังหวัดสุโขทัย หรือหน่วยงาน รับผิดชอบก็คือสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมนั้นเขาดูแลอยู่ หรือถ้าหากว่าไปทางภาคอีสาน ก็มีหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบก็คือสำนักงานศิลปากรอีกแห่งหนึ่ง ทางภาคอีสาน แล้วก็จะเป็นพวกปราสาทโบราณหรือว่าเทวาลัยโบราณ อย่างนี้เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดนครราชสีมา หรือในจังหวัดอื่น ๆ ทางภาคอีสานนั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านเชิงวัฒนธรรมก็มีมากมาย ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นก็พยายามที่ได้เปิดดูในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องขององค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บอกว่าการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเป็นองค์การมหาชนและขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ผมมีข้อสงสัยว่าแล้วมันไปสอดคล้องอย่างไรกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของการท่องเที่ยวอยู่เหมือนกัน แล้วยิ่งไปเปิดดูแล้ว มีงบประมาณถึง ๔๐๐ กว่าล้านบาท ในตรงนี้ ๔๐๐ กว่าล้านบาทด้วยกัน ใน ๔๐๐ กว่าล้านบาท ผมยกตัวอย่างเลยว่าไปมีงบอยู่เพียงประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาทในส่วนของที่ไปขึ้นตรงกับ สำนักงานศิลปากรที่ ๖ ไปทางซีกทางสุโขทัย แต่สำนักงานศิลปากรที่ ๖ ซึ่งรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดอุตรดิตถ์ ในสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ใน ๖ จังหวัดตรงนี้ ผมเรียนกับท่านประธาน ว่ามีมรดกโลกที่อยู่ในสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ถึง ๓ แห่งด้วยกันนะครับ มรดกโลกแห่งแรก ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มรดกโลกแห่งที่ ๒ ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มรดกโลกแห่งที่ ๓ ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร นี่เป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วผมว่า ในประเทศไทยในสำนักงานศิลปากรที่มีมรดกโลกถึง ๓ แห่ง ก็มีที่เดียวในแห่งนี้นะครับ นอกจากนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญก็คือใน ๖ จังหวัดนี้ก็มีในเรื่องของถนน เรียกว่าถนนอินโดจีน ซึ่งพาดผ่านมาจากจังหวัดตาก มาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านที่มาจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลกไปออกทางภาคอีสานไปจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วก็ไปสู่ประเทศลาว ซึ่งเป็นเส้นทางอินโดจีนเป็นทางเชื่อมทางด้านเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ไปจังหวัดเชียงราย ไปลงใต้ก็ช่าง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นถนนเส้นประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ขึ้นเป็นมหาราชนั้นถึง ๓ พระองค์อยู่ในเส้นทางนี้นะครับ ก็มาเริ่มตั้งแต่ ที่จังหวัดตากก็มีพระเจ้าตากสินมหาราช พอผ่านมาจังหวัดสุโขทัยก็มีพ่อขุนรามคำแหง มหาราช ถ้าผ่านต่อไปถึงจังหวัดพิษณุโลกก็มีพระนเรศวรมหาราช อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ในเรื่องของทางด้านประวัติศาสตร์ ฉะนั้นผมเองก็ต้องฝากไปถึงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องขององค์การมหาชนพัฒนาพื้นที่พิเศษแบบยั่งยืนในการที่ท่านเอางบลงไป ในการที่จะ ไปทำแผนแม่บทก็ช่าง ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานเข้าไปแล้วได้ประสานงานไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหรือคนในพื้นที่ในการที่จะมีส่วนร่วมในการ จัดทำเป็นแผนแม่บทในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งให้ตรงความต้องการต่อในพื้นที่ในชนบทนะครับ อันนี้ ผมเองก็ต้องฝากไปถึงทางองค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผมดูแล้วได้เช็กรายละเอียดท่านมีงบ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ตรงนี้ท่านจัดงบไปประมาณที่ ๑๐ ล้านบาทเศษเองนะครับ ผมไม่ทราบว่ามันเพียงพอหรือว่าการทำงานตรงนี้ซึ่งท่านจะให้เป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ได้อย่างไรนะครับ เพราะว่าทางด้านสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ตรงนี้ก็มีการท่องเที่ยว ทั้ง ๓ รูปแบบอยู่ในถิ่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเชิงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเชิงทางด้านธรรมชาติ ก็มีการท่องเที่ยวทั้ง ๓ รูปแบบอยู่ในสถานที่เดียวกัน แล้วอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งจัดไว้ในสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นี่ก็เป็นองค์การมหาชน ซึ่งไปขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่เหมือนกันนะครับ แล้วเขียน เพียงกว้าง ๆ เท่านั้นว่าในการจัดประชุมและนิทรรศการเป็นแผนงานเพิ่มรายได้ การท่องเที่ยว แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดนะครับว่าประชุมนิทรรศการและเป็นแผนงาน การท่องเที่ยวนั้นไปเป็นแผนงานซึ่งได้เป็นการท่องเที่ยวอย่างไร แต่ผมก็อยากจะฝากว่า ถ้าหากว่ามีการจัดประชุมและนิทรรศการอย่างนี้ ผมอยากจะบอกกับท่านประธานนะครับ ฝากไปถึงกับทางรัฐบาลและกรรมาธิการว่าถ้ามีการจัดประชุมในแต่ละรูปแบบนั้น อยากให้ ไปจัดที่ต่างจังหวัดเยอะ ๆ นะครับ หรือว่าไปจัดในท้องถิ่นซึ่งเขาสามารถที่จะให้เวลา พวกที่ไปจัดในการประชุมหรือว่าจัดนิทรรศการนั้นไปพร้อมกับเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ แล้วก็มีรายได้ไปลงสู่ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้าโอทอป (OTOP) อื่น ๆ หรือว่าศิลปะพื้นบ้านในอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้เป็นรายได้นั้นไปสู่ชนบทอย่างแท้จริงนะครับ อันนี้ผมเอง ก็ขออภิปรายขอตรวจสอบในเรื่องของมาตรา ๕ โดยการตัดงบในมาตรานี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมีหลายหน่วยงานที่เราเห็นถึงความสำคัญในการบริหาร แล้วก็การใช้งบประมาณที่จะให้มีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผมคงจะใช้เวลาไม่ยาวนัก สิ่งที่ผมอยากจะพูดในประเด็นของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ซึ่งมีแผนงานเกี่ยวกับในเรื่องของการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมอยากจะ เรียนฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ แล้วก็ฝากถึงรัฐบาลด้วยครับ ซึ่งมีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง ผมไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการนั้น แน่นอนครับก็คงจะไม่ทราบถึงรายละเอียด ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นการพิจารณางบประมาณ ลงไปนั้น เรามักจะพูดถึงตัวเม็ดเงินแล้วก็ภารกิจความจำเป็นเท่านั้น แต่โดยรายละเอียด ลึก ๆ แล้วเราไม่สามารถที่จะรู้ถึงว่าประสิทธิภาพในการใช้เม็ดเงินในการบริหารในพื้นที่ ๓ จังหวัด ซึ่งปัญหาความไม่สงบนั้นเกิดขึ้นมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบัน ยังไม่เห็นวี่แวว ว่าจะมีความสงบสุข แต่ข้อเท็จจริงนั้นปัญหาดังกล่าวก็จะเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของ ๓ จังหวัด ไม่ใช่ว่าทุกจังหวัดนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงมีเหตุการณ์ร้ายอย่างนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นพื้นที่ที่ใคร ๆ หรือนักท่องเที่ยวไม่อยากจะไป ผมเรียน ด้วยความสัตย์จริงว่า โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสของผมนั้นก็มีหลายพื้นที่ที่ไม่มีเหตุการณ์ เลวร้าย หรือว่ามีผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่อำเภอแว้ง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม อำเภอสุคิริน ซึ่งเป็นพื้นที่มีพี่น้องชาวภาคอีสานไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้ มาเป็นเวลาช้านานแล้ว แล้วก็ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็มีความปกติ ถึงแม้ว่าอำเภอสุไหงโก-ลก ผมเองเคยยื่นญัตติการระเบิดเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นมีมาตรการ ควบคุมการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามแล้วผมคิดว่าก็สามารถที่จะควบคุมได้ แต่ในบางพื้นที่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่ที่ชุมนุมของพวกเสือ ๆ ทั้งหลาย อาจจะเป็นเส้นทาง เสือผ่านอย่างนี้ ก็เป็นปกติในพื้นที่ต่าง ๆ ก็มี แต่ในลักษณะของกลุ่มอุดมการณ์ที่สังคมมักจะกล่าวถึงก็คือว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดน ผมก็ เชื่อว่ามี แต่ไม่ใช่ว่าเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นกลุ่มเหล่านั้น แน่นอนก็ไม่ใช่เป็นที่ต้องการ ของพี่น้องส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัด เราก็พยายามที่จะหามาตรการ วิธีการ ในการที่จะเยียวยา แก้ไข พัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นกลับมาสู่เป็นจังหวัดที่เทียบเท่า แล้วก็ ได้รับการพัฒนาเท่ากับจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วง เหลือเกินว่าแนวทางการแก้ปัญหาของพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารัฐบาล ไม่มีแนวนโยบายที่ชัดเจน ถ้าคิดว่าใครหรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่แจ้งมาอย่างไร ให้ปฏิบัติ อย่างไร ทางผู้บริหารหรือรัฐบาลนั้นดำเนินตามความต้องการของเจ้าหน้าที่แล้ว ความสงบ ในพื้นที่ดังกล่าวผมคิดว่าประชาชนจะไม่ได้รับ สิ่งที่ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ฝ่ายบริหารก็คือว่าวันนี้ผมทราบข่าวว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบความมั่นคง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดได้พยายามที่จะปรับเปลี่ยนการบริหารในพื้นที่ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กร ศอ.บต. เพราะสื่อมวลชนก็ได้เคยนำเสนอว่าทาง กอ.รมน. นั้นต้องการที่จะ ปรับเปลี่ยนเพื่อให้บูรณาการในการบริหารจัดการไปในทิศทางเดียวกัน อยากจะให้ ศอ.บต. ยุบตัวและให้คงไว้ ศบ.ชต. ให้อยู่ภายใต้กำกับของ กอ.รมน. โดยให้ตั้งชื่อย่อว่า กบ.ชต. หรือการบริหารบูรณาการของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าแนวคิดสิ่งเหล่านี้ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะเป็นโครงการทดลองในการบริหาร เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ปัญหา ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ ศอ.บต. ที่บริหารอยู่ในขณะนี้โดยการนำของเลขาธิการ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ซึ่งเป็นคำสั่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลชุดนี้เข้าไปรับผิดชอบบริหารและพัฒนา ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าไปในทางที่ดีแล้ว ผมสนับสนุน โดยเฉพาะ ท่านทวีนั้นแรก ๆ เราก็ไม่มั่นใจว่าท่านจะเข้าใจปัญหาในพื้นที่หรือไม่ เพราะท่านเป็นคน ในภาคกลางไม่ใช่คนในภูมิภาคนั้น แต่ในขณะนี้ดูจากการประสานงาน แล้วก็วางมาตรการ แนวทางในการบริหารนั้นท่านเก่งมาก ท่านไม่ได้เน้นในเรื่องของงบประมาณ แต่ท่านเน้น ในเรื่องของบุคคล บุคลากร ใช้คนเป็น ใช้คนเก่ง วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าการบริหารภายใต้ของ ศอ.บต. นั้น จะทำให้ความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ที่สังกัดหรืออยู่ในพื้นที่ ๕ จังหวัด หรือพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ตัวแทนองค์กรต่าง ๆ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมการเป็นที่ปรึกษาของคณะ ศอ.บต. นั้น ได้แสดงบทบาทได้อย่างเต็มที่ วันนี้เสียงพี่น้องประชาชนนั้นสามารถที่จะส่งเสียงให้กับทาง ศอ.บต. ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐ แล้วก็อยู่ภายใต้กำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง สามารถที่จะฟังเสียงจากประชาชนระดับล่างสุดถึงนายกรัฐมนตรี โดยตรงได้ทันที ผมคิดว่า ถ้าหากบริหารงานอย่างนี้นายกรัฐมนตรีก็จะได้ทราบข้อเท็จจริง ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นสุภาพสตรี แต่ถ้าหากว่าได้มีคนรอบข้าง คนเก่งเข้าไปบริหาร คนเก่งที่ได้รับมอบหมายผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ละที่จะแก้ไขได้ โดยเฉพาะปัญหา ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ นั้น ก็ไม่ใช่ใครหรอกครับ ก็พี่ชายของท่านเอง ยุคของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นี่ละได้ยุบ ศอ.บต. เป็นบทเรียนมาแล้ว ปัญหา ก็คาราคาซังจนถึง ณ วันนี้ แล้วมายุคของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยุบ ศอ.บต. อีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีเลย ผมคิดว่า ณ วันนี้ ศอ.บต. ยุคปัจจุบันที่เรามี พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้บังคับใช้แล้ว ผมคิดว่าไปในแนวทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการที่มีข้อเสนอที่ต้องการยุบ ศอ.บต. เป็น สบ.ชต. แค่เป็นหน่วยงานประสานจากเคยมีเลขาธิการ ศอ.บต. มาเป็น ผอ.ศอ.บต. ผมคิดว่าตรงนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง แล้วจะให้ตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. มาอยู่ส่วนกลาง แล้วจะเอาตำแหน่งของ ศอ.บต. มาอยู่ส่วนกลาง แล้วให้ สบ.ชต. ไปอยู่ภายใต้กำกับของ กบ.ชต. หรือคณะกรรมการบริหารชายแดนใต้ ผมคิดว่าจะสับสน เพราะ กอ.รมน. นั้น บริหารโดยทหาร ทหารจะเป็นผู้บริหาร ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ก็อยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ศอ.บต. ไม่ได้สังกัดกับสำนักนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ภายใต้กำกับของนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วน กอ.รมน. ก็เป็นหน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่อยู่ภายใต้กำกับของ นายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ผมคิดว่า ๒ หน่วยงานนี้ไม่ควรที่จะควบรวม เพราะฉะนั้นผมถึง ขออภิปรายเพื่อให้เห็นความสำคัญก่อนที่ผมจะได้อภิปราย จริง ๆ แล้วผมมีเนื้อหาที่จะ อภิปรายในงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีหลายประเด็น แต่มีเสียงเรียกร้องโทรศัพท์ เข้ามาไม่ว่าจะเป็นตัวแทนขององค์กรสื่อ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนขององค์กรทนายความ ไม่ว่า จะเป็นตัวแทนขององค์กรภาคประชาชนได้โทรศัพท์ฝากเข้ามาเป็นห่วงว่า ถ้าหากว่า รองนายกรัฐมนตรีโกวิท วัฒนะ เสนอเข้าสู่ ครม. สู่เข้าไปคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อไร ๓ จังหวัดพินาศแน่ พวกผมก็ต้องนำเสนอปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง ๆ ที่ ไม่ค่อยอยากจะพูด หลายท่านเห็นหน้าสุรเชษฐ์ แวอาแซ ทำไมจะมีปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเดียวหรือ ปัญหาอื่นไม่มีแล้วหรือ ปัญหาความไม่สงบเป็นปัญหาความเป็นความตาย ของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ เพราะฉะนั้นมันมีความสำคัญยิ่งยวด ที่ผมจะต้องนำปัญหาเหล่านี้ อะไรที่เป็นสิ่งที่จะก่อเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องของผมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมต้องนำเสนอ ผมต้องพูด เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการ แล้วก็ฝากไปถึงฝ่ายบริหารรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการนั้นผมเชื่อว่าช่วงการพิจารณางบประมาณเกี่ยวในเรื่องของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านก็คงได้มีการซักถาม และบังเอิญผมเองก็ได้เป็น คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมต้อง ขอขอบคุณโดยเฉพาะท่านประธานของผม ซึ่งเป็น ส.ส. เชียงใหม่ เขต ๙ ท่านสุรพล เกียรติไชยากร แม้กระทั่งว่าท่านเป็น ส.ส. ที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านมีโอกาสได้เข้าไป รับผิดชอบเป็นประธานพิจารณางบประมาณ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเกิดความเข้าใจ ท่านซาบซึ้ง ท่านได้ฝากบอกกับพวกผมว่าอย่างไรก็แล้วแต่การที่เรามีคนที่อยู่ในพื้นที่ เราต้องสนับสนุนในเรื่องงบประมาณลงไป หากว่าเรามีเงินแต่ไม่มีคน หรือคนใช้ไม่มีคุณภาพ มันก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์ ท่านก็ได้ฝากข้อสังเกตฝากข้อคิดให้กับหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เข้าไป นำเสนองบประมาณ ผมถือว่าท่านเป็นคนหนึ่ง วันนี้ท่านก็ปรารภกับพวกผมตลอดเลยว่า ท่านอยากจะลงไปสัมผัส ไปเห็นข้อเท็จจริง ผมอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญปีนี้ ท่านได้พิจารณาไปแล้ว ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ปีหน้าบางท่านอาจจะมีโอกาสไปเป็น กรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะให้ท่านลองไปศึกษา ไปดูข้อเท็จจริงว่างบประมาณ ที่ลงไปเยอะ ๆ ในพื้นที่จังหวัด ๕ ชายแดนภาคใต้ ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ทำไมเหตุการณ์ถึงไม่ลด ถ้าลดเพราะอะไร ผมไม่อยากให้การพิจารณางบประมาณสนับสนุน ในเรื่องของปัจจัยในเรื่องการต่อสู้ ไม่ใช่ไปสนับสนุนในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ อยากให้พูดถึงในเรื่องของความเป็นอยู่ วิถีชีวิต เศรษฐกิจให้เขาบ้าง ทำอย่างไรให้ ๓ จังหวัดเกิดการท่องเที่ยวพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบ ยังมีอีกหลายประเด็นท่านประธานครับที่ไม่เกี่ยวกับสำนักนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวก็มี กระทรวงกลาโหมผมก็จะต้องพูดอีกนะครับ ไม่ว่าในเรื่องของการใช้กฎหมาย กฎอัยการศึก หรือว่า พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็จะสรุปให้ท่านประธานว่าอยากจะเรียน ให้ท่านประธานฝากถึงนายกรัฐมนตรีกรณีที่จะยุบ ศอ.บต. เป็น ศบ.ชต. แล้วก็ควบกับ กอ.รมน. ให้เป็น กบ.ชต. อะไร ผมบอกเลิกคิดเสีย ให้คงไว้เหมือนเดิมละครับ พี่น้อง ประชาชนกำลังอ้าปากได้ ลืมตาได้ อย่าให้ต้องปิดตา แล้วก็ต้องมีน้ำตา แล้วก็ต้องมา เสียอกเสียใจกับการเสียชีวิตของพี่น้องของพวกผมอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาวาระที่สองเราพิจารณาในประเด็นที่สมาชิกขอตัด แล้วตัดด้วยเหตุผลอะไร อภิปรายให้สภาคล้อยตาม นี่คือกรอบในการอภิปรายนะครับ แต่หลายท่านอภิปราย เหมือนอยู่ในวาระที่หนึ่งนะครับ แต่ผมก็ไม่อยากทักท้วงให้เสียบรรยากาศ เพราะเมื่อครู่ ก็ได้คุยกันชัดเจนนะครับ ท่านจะควบคุมเรื่องเวลากันเอง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ให้อยู่ ในกรอบตรงนี้นะครับ แต่ผมจะไม่ทักท้วงให้เสียบรรยากาศนะครับ เพียงแต่ขอความกรุณา ให้มันอยู่ในกรอบตรงนี้เท่านั้นเอง ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเจตนาที่จะแปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๕ ของสำนักนายกรัฐมนตรี ๔ เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนเงิน ๒๒,๔๘๕ ล้านบาทเศษ ๔ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท เหตุผลของกระผมก็มีอยู่ว่ามีหน่วยงานบางหน่วยงานที่ไม่เหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ ของสำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานนั้นก็คือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ หน่วยงานนี้ตามที่ผมจะได้อ่านในเอกสาร งบประมาณนะครับ เป็นหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนภารกิจกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณไว้ถึง ๔๖๒ ล้านบาทเศษ และมีการลงรายละเอียด ในงบประมาณไว้ว่ามีการพัฒนาพื้นที่เกาะช้างก็ดี พัฒนาพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Night safari) ก็ดี ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรจากภาคใต้ไม่เห็นถึงภารกิจ ของหน่วยงานนี้ที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในภาคใต้ ซึ่งการพัฒนาการท่องเที่ยว ในภาคใต้ก็สมควรที่จะได้รับพิจารณาจากหน่วยงานนี้เช่นกัน หรือรัฐบาลนี้เช่นกัน การจัดสรรงบประมาณที่มากเกินความจำเป็นนี้แทนที่จะนำเอางบประมาณเหล่านี้ไปพัฒนา ในแหล่งท่องเที่ยวที่จำเป็น ในแหล่งท่องเที่ยวที่ควรที่จะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือให้ หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ให้หน่วยงานที่มีความเหมาะสมในการพัฒนา ท่านประธาน เชื่อหรือไม่ครับ งบประมาณทั้งหมดขององค์การมหาชนนี้ ถ้าได้รับการไปพัฒนา สู่การท่องเที่ยวที่แน่นอน ยั่งยืนแล้ว ผมคิดว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี มีความเชี่ยวชาญที่จะทำมากกว่า โดยไม่ต้องเพิ่มงบประมาณให้มากมาย หรืออาจจะ เป็นเพราะว่าองค์การมหาชนองค์การนี้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อรัฐบาลเมื่อครั้งอดีตที่มีความจำเป็น จะต้องจัดตั้งงบประมาณให้ จึงไม่กล้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก ในความเห็นของผม ผมถือว่างบประมาณขององค์การนี้เป็นการผลาญงบเสียมากกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกจังหวัดก็มีศักยภาพในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัด ทางภาคใต้ จังหวัดในซีกของอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดตรัง จังหวัดสตูลก็ดี เหมาะสมมากที่จะทุ่มเทงบประมาณไม่ว่าท่านจะไปพัฒนา ความยั่งยืนในส่วนไหน ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาท่าเทียบเรือ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการขนย้ายนักท่องเที่ยวจากแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งก็ยังเป็นอุปสรรคยังไม่ มีงบประมาณที่ได้รับลงไปเพื่อแก้ไขและเยียวยาปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น ถนนสายประธาน ถนนเพชรเกษมตั้งแต่จังหวัดพังงาไปกระบี่ไปจังหวัดตรังก็ยังไม่ได้รับการดูแลยังเป็นถนนที่มี ๒ ช่องจราจรมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากกับนักท่องเที่ยวซึ่งไม่มีความชำนาญในเส้นทาง รถไฟ ระบบรางก็ได้ยินถึงรถไฟความเร็วสูง ได้ยินถึงระบบรางคู่ แต่ในซีกฝั่งอันดามันที่มี การท่องเที่ยวขยายตัวไม่สามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยวไหลเข้ามาสู่จังหวัดต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ยังไม่เห็นมีโครงการในรัฐบาลของท่านเลย ทั้ง ๆ ที่ได้เตรียมการไว้แล้วในเส้นทาง ของเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) ก็ได้มีเตรียมระบบราง ระบบท่อไว้ อย่างชัดเจนแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นมีโครงการลักษณะนี้เกิดขึ้น ปัญหาเรื่องความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยวก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว ตำรวจ ท่องเที่ยวก็ดี สถานีตำรวจภูธรในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ดี ยังไม่มีการจัดตั้ง ยังไม่มีการให้ งบประมาณและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในกรณีที่เกิดเหตุต่าง ๆ ขึ้นมา อีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งกระทบกับความมั่นคง กระทบกับความยั่งยืนเป็นอย่างมากก็คือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ยิ่งทวีนับความรุนแรงมากยิ่งขึ้นของภาคใต้ทั้ง ๒ ฝั่งทำให้เสียพื้นที่ชายฝั่งทะเล อันเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ถูกน้ำทะเลกัดเซาะแต่ละปี ๆ กินพื้นที่ปีหนึ่งนับเป็นร้อยเป็นพันไร่เสียหายเป็นอย่างมากครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะ ฝากเรียนไปถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณ เรียนฝากท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลว่า ต้องเร่งแก้ไขเยียวยาปัญหาเหล่านี้ให้เด็ดขาด ให้ยั่งยืนในชายฝั่งทะเลภาคใต้อันดามันนะครับ โดยเฉพาะองค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้จัดงบประมาณไว้ถึง ๔๖๒ ล้านบาท ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ปัญหาที่ผมได้กล่าวมาในข้างต้นล้วนแต่เป็น ปัญหาที่รอการแก้ไขจากรัฐบาลทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับงบประมาณ ในส่วนนี้ ผมจึงจำเป็นต้องพูดและผมจึงจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณขององค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงปรับลดงบประมาณของสำนัก นายกรัฐมนตรี ๔ เปอร์เซ็นต์ และอยากจะฝากรัฐบาลว่าแม้ว่าทางฝั่งรัฐบาลจะไม่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. ในเขตพื้นที่ภาคใต้แต่อย่าลืมนะครับพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งอันดามันได้ทำรายได้จากการท่องเที่ยวมาสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ละปี ๆ นับหลายแสนล้านบาท และอยากติงไปถึงรัฐบาลว่าอย่าใช้นโยบายที่ได้พูดกัน อยู่ประจำว่าจังหวัดไหนเลือกจังหวัดนั้นได้รับการพัฒนาก่อน เพราะนั่นคือหลักการบริหาร ของคนที่ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย จึงอยากจะฝากทางรัฐบาลไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอสลับมาเป็น ฝ่ายรัฐบาลสักคนนะครับ แล้วค่อยตามด้วยท่านจุตินะครับ เชิญท่านศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นกระผมต้องขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งทราบว่ารัฐบาล เหลือเพียงผมคนเดียว นอกนั้นจะเป็นฝ่ายค้านหมด แล้วผมเองได้สงวนคำแปรญัตติไว้หลายมาตรา แต่ว่าจะไม่ใช้สิทธิในการอภิปราย จะขอใช้ เวลาตรงนี้อาจจะเกินเวลาไปบ้างนิดหน่อย แต่คิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากเลย และผม จะขออนุญาตใช้ พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วย ตามที่ได้รับอนุญาตไว้แล้วนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศรัณย์วุฒิครับ ผมจะอนุญาตสัก ๑๐-๒๐ นาที ทีนี้ฝ่ายค้านก็อภิปรายมาติดต่อกัน ๖-๗ ท่านก็คงไม่มีปัญหา ทีนี้ประเด็นว่าท่านบอกมีอยู่คนเดียว แต่รายชื่ออยู่ที่ผมมี ๒ คนนะครับ ก็คงไม่เป็นอะไรครับ ท่านก็ว่าของท่านไป เชิญครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

ไม่เป็นอะไรครับ คงอาจจะไปยื่นทีหลัง แล้วกระผมหวังให้ประเทศไทยจะตื่นสู่การเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ได้รับฟังคำอภิปรายของผม แล้ววันนี้ผมจะขออภิปรายในมาตรา ๕ ของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ๒ กรมคือ สำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณมีงบประมาณ ๕๔๖.๕ ล้านบาท และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมี ๕๑๔ ล้านบาท ทั้ง ๒ หน่วยงาน ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงอยากเพิ่มให้แต่เพิ่มไม่ได้ จริง ๆ ถามว่าทำไมอยากเพิ่มให้นะครับ ถ้าท่านลองฟังเหตุผลของผมดูแล้วดูสิว่ามันสมควรจะเพิ่มไหม ผมอยากเห็น ๒ หน่วยงานนี้ ได้ปรับปรุงเสียทีหนึ่ง ขอเริ่มพาวเวอร์พอยท์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายศรันต์วุฒิ ศรันย์เกตุ อุตรดิตถ์ 🔗

ท่านดูนะครับ วันนี้ผมจะขอเปิดโปง ขุมทรัพย์ของประเทศไทย ท่านประธานทราบไหมครับว่าประเทศไทยเรามีขุมทรัพย์มหาศาล ไปซุกซ่อนอยู่แล้วไม่ทำให้เกิดประโยชน์เลย แล้วขุมทรัพย์นี้ไปเกิดประโยชน์เฉพาะ กลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ท่านตามผมดูนะครับ ผมจะอภิปรายใน ๕ ส่วนด้วยกัน

ส่วนที่ ๑ ผมจะอภิปรายเรื่องของการบริหารจัดการเงินทั้งแผ่นดินว่าควรจะ บริหารจัดการอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ผมจะบอกถึงปัญหาและผลกระทบการพัฒนาที่ผ่านมา ๔๐-๕๐ ปี เราเดินหลงทางมาอย่างไร

ประการที่ ๓ ผมจะบอกถึงปัญหาเงินนอกงบประมาณที่มีการซุกซ่อน ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นไอ้โม่ง ไอ้เหลือบ วันนี้จะถูกเปิดโปงให้หมดเลย

ประการที่ ๔ ก็จะพูดถึงแนวทางการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ ถ้าเราจัดเข้าระบบได้จะเป็นอย่างไร

สุดท้ายจะพูดถึงผลสัมฤทธิ์และยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติแบบยั่งยืน ถ้าได้เงินส่วนนี้มาจะเกิดอะไรขึ้น

สไลด์ต่อไป ท่านดูการบริหารจัดการเงินทั้งแผ่นดินนะครับ เพื่อการพัฒนา ประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน อันนี้คือเดฟินิชั่น (Definition) ที่อยากจะบอก มาดูผลกระทบจากภายนอกประเทศนะครับ ผมจะไปเร็วนิดหนึ่งนะครับ ตั้งแต่วิกฤติ เศรษฐกิจโลกก็ดี ท่านดูยุโรปกำลังจะมีปัญหา สหรัฐอเมริกาก็ซวนเซ ขณะนี้อย่าคิดว่าจะไปหวังพึ่ง ประเทศจีนนะครับ ประเทศจีนเกิดโอเวอร์ ซัพพลาย (Over supply) นะครับท่านครับ นั่นแปลว่าการแข่งขันในการส่งออกของประเทศไทยจะสูญเสียอย่างมากเลย เราอาศัย การส่งออก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกนั้นมาจากอุตสาหกรรม ๑๙ เปอร์เซ็นต์มาจากภาคการเกษตร เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธานครับ และการเปลี่ยนแปลง ของธรรมชาติกำลังรุนแรงยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่จะต้องกระทบจากภายนอก การพัฒนาประเทศ แบบก้าวกระโดดของประเทศเพื่อนบ้านวันนี้ระวังนะครับ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม กำลังไล่ตามมาติด ๆ และโอกาสแซงเรามีสูงมาก ยิ่งมีข้อตกลงการค้า ไม่ว่าดับบลิวทีโอ (WTO) เอฟทีเอ (FTA) หรือว่าเออีซี (AEC) ที่กำลังจะมานั้น เราเตรียมพร้อมที่จะรับหรือยัง ขอเตือนสติคนไทยทั้งประเทศด้วยนะครับ ตื่นได้แล้วครับ และทุกประเทศกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เงื่อนไขกีดกันทางการค้าแบบลึกซึ้ง และซ่อนหลายมิติเราตามเขาไม่ทัน เราเปิดอ้าซ่าเลยครับ มีข้อตกลงแต่ละทีเสียเปรียบตลอด มาดูปัญหากระทบภายในประเทศนะครับ แผนพัฒนาทั้ง ๑๐ ฉบับ ๕๐ ปีที่ผ่านมาล้มเหลว พัฒนาไปพัฒนามา ยิ่งความจนความรวยเกิดแก๊ป (GAP) ยิ่งห่างยิ่งขึ้น ๆ เศรษฐกิจมุ่งเน้น แต่จีดีพี คนไทยมีความสุขไหมครับ สังคมไทยจะเอาแบบนี้หรือครับ ผมบอกว่ามองแล้ว สภาพัฒน์ให้มองถึงจีเอชพี (GHP) บ้างว่ามันจะเกิดความสุขที่แท้จริงกับประเทศไทยหรือเปล่า และยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติระยะยาว ๒๐-๓๐ ปี ไม่เคยพูดถึงเลย สภาพัฒน์มองแต่ ๕ ปี ผมถามว่าเทคโนโลยีอีก ๕ ปีข้างหน้าประเทศไทยจะไปอย่างไร การศึกษา ๕ ปีข้างหน้าไป อย่างไร คุณมองแค่นี้เองหรือครับสภาพัฒน์ ผมจึงต้องขอตัดงบคุณนะครับ แล้วผมอยากให้ คุณมองยาวกว่านั้น ๓๐ ปี ๒๐ ปีมองไปเลย คนอื่นเขามองกันแบบนี้แล้วไทยมัวแต่งมโข่งกัน อยู่ได้อย่างไร นี่ล่ะครับคือหน่วยงานที่ผมอยากจะชำแหละออกมาและมองให้ สอดคล้องกับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง เราต้องมีการทำบาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balance scorecard) ว่าจะพัฒนาประเทศไปอย่างไร ไม่ใช่เอียงกะเท่เร่ไปทางด้านแต่ เศรษฐกิจอย่างเดียวปล่อยให้สังคมล้มเหลวก็ไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น และวันนี้นะครับ ขาดงบประมาณหลายล้านล้านบาท เพื่อที่จะฟื้นฟูประเทศก็ดี เพื่อที่จะทำเมกะโปรเจกต์ (Magaproject) ก็ดี เราพูดกันมา มากมาย เดี๋ยวท่านดูนะครับ เมกะโปรเจกต์ใช้เวลาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้วครับ ผมจะชำแหละให้ ดูว่าทำไมถึงเกือบ ๑๐๐ ปีกว่าจะทำได้ และแผนงบประมาณที่ทำอยู่นั้นขาดยุทธศาสตร์เพื่อ กำหนดการบริหารทิศทางว่าจะไปอย่างไร ผมถามว่าสำนักงบประมาณเอาอะไรมาคิดในการ ทำงบประมาณ คุณตัดงบประมาณเขาอย่างไรเดี๋ยวจะชำแหละให้ดูนะครับ หน่วยงานของรัฐ ที่ควบคุมกำกับการดูแลการบริหารจัดการเงินของแผ่นดินถูกลดบทบาท บางหน่วยงานน่าจะ มีบทบาทในการตรวจสอบกลับไม่มี อำนาจไปตกอยู่เขาเรียก แก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ (Gang of six) เดี๋ยวจะแฉให้ดูว่าแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ คืออะไรนะครับ

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ความต้องการการลงทุนเรื่องเมกะโปรเจกต์นี่ เราต้องการเงินทุนอย่างน้อย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมดูในชาร์ท (Chart) เร็ว ๆ จะไม่เสียเวลา อธิบาย เรื่องฟื้นฟูภัยพิบัติก็ดี เรื่องเตรียมที่จะกอบกู้วิกฤติโลกที่กำลังทรุดก็ดีนี่ต้องใช้ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การจัดการทรัพยากรน้ำก็ต้องใช้เงินเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ พลังงานแห่งชาติท่านสนใจไหม หรือปล่อยให้สัมปทานต่างชาติมาฮุบไป คนไทยต้องใช้ ก๊าซธรรมชาติ ใช้น้ำมันที่ราคาแพง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นของประเทศเรา มันเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธาน บ้านนี้เมืองนี้บริหารกันอย่างไร และผมคิดว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาคราวนี้ คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้แน่นอน เพราะผมเคยได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณพูด และท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มีวิสัยทัศน์แบบเดียวกัน ผมมั่นใจว่าจะไปสู่การแก้ไข การศึกษาแห่งชาติจะเอาอย่างไร งบประมาณที่มีอยู่ไปสร้างวัตถุหรือว่าจะสร้างคุณภาพ ให้กับนักศึกษา นี่คือสิ่งที่ต้องจับตาดูนะครับ การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีวันนี้เราล้าหลังมาก ดูงบวิจัยสิครับดูไม่ได้เลย ผมจึงไม่อยากอภิปราย รวมทั้งหมดนี้เราต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการจะพัฒนา หนี้สาธารณะเรามีเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่ไปซุกไว้ต่างหากนะครับ รวมทั้งหมดเรามี ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทที่ต้องใช้เงิน แต่เงินลงทุน ที่มีอยู่ประจำปีที่เคยผ่านมาเรามีงบลงทุนเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ถ้าใช้งบตรงนี้ดูนะครับ เฉลี่ยออกมาต้องใช้เวลาอย่างต่ำ ๓๐ ปีจะมาพัฒนาอะไรกัน แล้วอย่าลืมนะครับว่าเงิน จะต้องใช้เพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นถ้าทวีคูณไปนี่จะต้องเป็น ๑๐๐ ปีกว่าจะพัฒนาประเทศชาติได้

สไลด์ต่อไปเลยครับอันนี้สำคัญครับ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศดูนะครับ ตื่นเถิดคนไทย ผมอยากจะบอกว่าวันนี้ผมพบเงินที่ซุกซ่อนไว้ก้อนโตเลย ๔.๕ ล้านล้านบาทต่อปี ซ่อนมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วมากกว่า ๕๐ ล้านล้านบาท วันนี้เอาออกมาเถอะครับเงินก้อนนี้ไปซุกไว้ได้ อย่างไรนะครับ เป็นของเล่นของใครเพียงบางกลุ่ม ที่ผมบอกว่าแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ นั่นละครับ ท่านดูนะครับผมไม่ได้เอามาลอย ๆ นะครับ ช่วยดูช่วยฉายมาที่ตัวผมนะครับ นี่คือเอกสารสำคัญ ที่บอกว่าเงิน ๔.๕ ล้านล้านบาทมาจากไหน นี่เป็นยุคตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี ๒๕๕๒ เป็นรายงานที่กรมบัญชีกลางทำส่งให้กระทรวงการคลัง ผมก็ไปได้มา

ดูต่อไปนะครับ ผมต้องขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันนี้นะครับ ท่านได้ปรารภว่า “เงินของแผ่นดินนั้นคือเงิน ของประชาชนทั้งชาติ” อันนี้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ปี ๒๕๔๒ เพราะไม่อย่างนั้นจะนึกว่า นายศรัณย์วุฒิพูดเอง

ท่านดูต่อไปนะครับ มาดูมาตรา ๑๗๐ นะครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ กำหนดว่าเงินนอกงบประมาณ ผมขออนุญาตอ่านนะครับสั้น ๆ นิดเดียว เงินรายได้ของ หน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้นทำรายงาน การรับและจ่ายให้เงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปีงบประมาณทุกปี และให้ คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ถามว่าตาม ป. อาญา มาตรา ๑๕๗ ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติโดยทุจริต ถามว่าเราเคยได้รับรายงานนี้ หรือยังครับ พวกเราทั้งสภาอาจจะต้องติดคุกนะครับถ้าเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ถ้ามีใครไปฟ้อง ขึ้นมา มาตรา ๑๗๐ ไม่เคยนำมาใช้เลยนะครับ

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ผมอยากจะทำอะไรกับเงินนอกงบประมาณ

ประการที่ ๑ ผมอยากจะรู้ว่ามีจำนวนเท่าไรที่แท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยมาเลย ผมอาจจะยื่นเป็นญัตติด่วนนะครับ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา ค้นออกมา ให้หมดเลยว่าเงินนอกงบประมาณใครไปซุกไว้ที่ไหน ผมต้องการรู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วต้องการเอาเงินตรงนี้เข้ามาในระบบเพื่อพัฒนาแผ่นดิน และต้องการไปพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มบุคคลใด และต้องการกำกับดูแลตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่อยากจะประกาศให้คนไทย ทั้งประเทศได้รับรู้ด้วย และปัญหาการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นครับ เรามีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ แต่มีก็จริง แต่ว่าไม่มีความชัดเจนเลย ไม่สามารถรวบรวมเงิน นอกงบประมาณได้ทั้งหมด แล้วก็ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ล้าหลังนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๐๒ แล้วก็ พ.ร.บ. เงินคงคลังปี ๒๔๙๑ และกฎหมายเฉพาะ สรุปว่าใช้จนทุกวันนี้ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าล้มเหลวอย่างไร

ดูสไลด์ต่อไปนะครับ เกิดช่องโหว่เลยนะครับ กฎหมายที่มีผลต่อแผ่นดินเกิด ช่องโหว่ ท่านดูทางซ้ายสีขาวพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ มาตรา ๔ มาตรา ๑๒ แล้วก็มาตรา ๑๓ ท่านดูนะครับ แล้วก็พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ตั้งแต่ สมัยท่านป๋วย อึ๊งภากรณ์ กี่ปีแล้ว ท่านดูนะครับ เงินแผ่นดินบางส่วนออกนอกระบบ เงินงบประมาณโดยขาดการรายงานและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ปล่อยให้ออกไปได้อย่างไร แล้วขาดการตรวจสอบ เกิดเงินสะสมนอกระบบอย่างมากมายทำให้ไม่สามารถล่วงรู้จำนวน เงินที่แท้จริงของแผ่นดิน ไม่สามารถบริหารจัดการภาพรวมเงินแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านดูนะครับ กฎหมายเฉพาะมีศรีธนญชัยด้วยนะครับ

ดูสไลด์ต่อไปนะครับ ข้ออ้างเทคนิคของกฎหมายศรีธนญชัย เขาบอกว่า ทั้งหมดนี้ผมขอทำเพื่อความคล่องตัวในการใช้งบนะครับ และผมก็ต้องพยายามสนอง นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลละครับ ท่านดูละครับ ในกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ครับ หน่วยงาน ที่ไม่ส่งงบเลยนะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านทราบไหมครับ วันนี้มีเงินอยู่เท่าไร การใช้เงินนอกงบประมาณโดยที่ไม่ต้องให้มีใครตรวจสอบได้เลย อย่างนี้ก็มี ปตท. ละครับ กสทช. ว่าอย่างไร กองทัพเป็นอย่างไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างไร มหาวิทยาลัย ต่าง ๆ เป็นอย่างไร องค์กรอิสระเป็นอย่างไร กองทุนต่าง ๆ มูลนิธิต่าง ๆ เป็นอย่างไร เงินมากมายก่ายกองไปซุกไว้ตรงนี้เลยนะครับ กราบเรียนว่าประเทศไทยเรายอมหรือครับ

ขอสไลด์ต่อไปเลยนะครับ มาดูรายงานการประเมินความรับผิดชอบนะครับ อันนี้สำคัญมากเลยนะครับ ผมไม่ได้กล่าวโดยลำพัง เดี๋ยวผมจะยื่นให้ประธานนะครับ นี่เป็นหนังสือของการสรุปจาก สตง. เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๑ สรุปน่าสนใจมากนะครับ บอกว่าการรวบรวมเงินนอกงบประมาณดำเนินการได้ยาก การรั่วไหลของเงิน นอกงบประมาณทั้งมาตรา ๔ มาตรา ๑๒ เงินคงคลัง พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒๔ วิธีการ งบประมาณ อะไรพวกนี้ สำหรับเงินนอกงบประมาณที่เป็นเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามมาตรา ๒๔ แห่ง พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ และ พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กลับไม่มีข้อกำหนดที่ละเอียดชัดเจน และรัดกุม เช่นเดียวกับเงินงบประมาณ นอกจากนี้บางหน่วยงานยังอ้างอาศัยเป็นช่องว่าง ในทางการเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีไปสู่อีกหน่วยงานอื่นหรือหน่วยหนึ่ง จะกลายเป็นเงินนอกงบประมาณไปโดยสิ้นเชิง นี่ละครับการเปิดช่องให้ทำแบบนี้

ขอสไลด์ต่อไป อันนี้สำคัญมาก ผมจะเปรียบเทียบระหว่างคู่ชกที่จะ ตรวจสอบเรื่องการคอร์รัปชั่นกับการที่จะเกิดการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ปีกด้านซ้ายสีดำนั่น ผมบอกว่านั่นคือ สตง. สตง. ทำตามระเบียบกฎเกณฑ์ มีคนทั้งหมด ๒,๗๐๐ คนทั้งหมด ต้องดูแล ๗๑,๖๕๘ หน่วยงาน ผมสมมุติว่าเอาละกระทรวงหนึ่ง หน่วยงานหนึ่ง มีการสั่งซื้อ แค่ ๑๐๐ เคส (Case) ต่อปี นั่นแปลว่าเขาต้องมีงานต้องตรวจสอบทั้งหมด ๗,๑๐๐,๐๐๐ กว่า เอาแค่ ๑๐๐ ต่อหน่วยงานนะครับ แปลว่า ๑ คน ต้องตรวจ ๒,๗๐๐ โครงการต่อปี แปลว่า วันหนึ่งต้องตรวจ ๙ โครงการเป็นไปได้ไหมครับ ขณะที่ปัจจุบันนี้ท่านดูนะครับว่าปีกทางขวา นี้คู่ต่อสู้เขาเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการบางส่วน กลุ่มผู้รับเหมา กลุ่มผู้มีอิทธิพล รวมทั้ง นักการเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมไม่ได้ว่านักการเมืองทุกคนนะครับ บางท่าน ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง สรุปเลย สตง. เป็นแค่ขนมจีนเปล่าเท่านั้นเอง แพ้ยับเยินครับ จะไปตรวจ คอร์รัปชั่นอะไรครับ ป.ป.ช. เองผมไม่อยากพูดถึง ท่านก็ทราบดีกันอยู่แล้ว

ขอสไลด์ต่อไปครับ เร็วนิดหนึ่งเวลามันเร่งแล้วนะครับ มาดูคณะกรรมการ ตรวจสอบเงินแผ่นดิน มีข้อเสนอแนะว่ารัฐธรรมนูญต้องมีบทบัญญัติที่ชัดเจนว่าจะต้องมีการ แก้ไขอย่างไร รัฐบาลต้องเร่งรัดการจัดกฎหมายและการเงินการคลัง เพื่อวางกรอบวินัย การเงินการคลัง เห็นไหมระบุชัดเจนเลย แต่ว่ามีหน่วยงานใดเอาไปปฏิบัติไหมครับ นี่ผิดมาตรา ๑๕๗ แล้วนะครับ

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ เหลืออีกนิดเดียวจะจบแล้วนะครับ มาดูโครงสร้างเงิน แห่งชาติสิครับ ประเทศไทยเราถนัดมองทางปีกขวาที่เป็นสีเหลืองที่บอกว่ายูส ออฟ ฟันด์ (Use of Fund) เรามีแต่ใช้เงินอย่างเดียวเลย แต่เราไม่เคยมองซอร์ส ออฟ ฟันด์ (Source of Fund) เลยว่าแหล่งเงินที่มามันจะเป็นอย่างไร เราพูดถึงการออมแห่งชาติแล้ววันนี้ มันล้มเหลวไหมครับ การออมแห่งชาติ การลงทุนแห่งชาติ ท่านเคยพูดถึงไหมครับ ท่านเคย พูดถึงแนชเชอรัล แอสเซท (Natural Asset) ไหมครับ คือทรัพย์สิน สินทรัพย์ของประเทศ ถ้าดูลูกศรไล่ลงมานะครับ แล้ว ๓ ลูกศรชี้ลงมา ทั้งหมดต้องไปสู่ยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ อย่างเป็นระบบและมีไดเรกชัน (Direction) เดียว แล้วผมขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณเลยนะครับ ท่านเคยมองว่าทรัพย์สินที่มีอยู่มหาศาลที่ไปซุกไว้ มันเหมือนเอาคนดี ๆ ไปเป็นคนพิการ แทนที่จะมาเกิดผลผลิต ผลิตภาพในประเทศกลับไม่เกิดเลย นี่เสียดาย ที่ท่านถูกปฏิวัติไปก่อนไม่อย่างนั้นเรื่องนี้อาจจะจบไปตั้งแต่ตอนช่วงนั้นแล้ว

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ คราวนี้ผมขอชำแหละสำนักงบประมาณนะครับ ผมใช้คำว่า ข้อห่วงใยในการจัดสรรงบประมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในที่นี้ ท่านฟังแล้วนี่ ผมคิดว่าท่านจะคิดอยู่ในใจว่าทำไมศรัณย์เอาออกมาตรงใจเหลือเกิน

อันที่ ๑ การพิจารณางบประมาณขาดการวางยุทธศาสตร์ชาติไปเชื่อแต่ สภาพัฒน์ แผนพัฒนา ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี แล้วเป็นอย่างไรครับ วันนี้ประเทศไทยล้าหลัง ขนาดไหน ท่านเคยเห็นไหมครับ ขาดแผนแม่บทของหน่วยงานและการจัดสรรงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับนโยบายและแผน ขาดหลักการในการพิจารณางบประมาณ ขาดประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเอง แล้วซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองมากเลยครับ นี่คือสำนักงบประมาณที่จัดทำงบมาทุกปี ๆ ขาดประสิทธิภาพในการพิจารณางบประมาณ ในชั้นกรรมาธิการ ผู้แทนราษฎรมีเวลาจำกัดครับ อ่านหนังสือ ๑,๐๐๐ หน้า ในเวลา ๕ นาที แล้วบอกโอเค นี่คือวิธีพิจารณางบประมาณนะครับ น่าตกใจไหมครับ ยังไม่พอนะครับ และขาดการกลั่นกรองและตรวจสอบอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะเอาเข้ามา ให้กรรมาธิการพิจารณา เอามาตั้งสูงเท่าโต๊ะอย่างนี้เลยนะครับ แล้วก็เข้าพิจารณาเลย นี่ละครับ วิธีของสำนักงบประมาณ ต้องเปลี่ยนแปลงนะครับ ไม่เปลี่ยนผมไม่ยอมนะครับ แล้วกรรมาธิการหลายท่านขาดความพร้อม นี่ผมใช้คำพูดที่สุภาพนะครับ ขาดความพร้อม จริง ๆ ผมอยากจะบอกว่าไม่มีความเข้าใจเลยยังพูดได้ ขาดระบบตัวช่วยในการกลั่นกรอง อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็รู้ว่าผู้แทนราษฎรมาจากไหน ทำไมไม่วางระบบที่จะช่วยให้เขามี ประสิทธิภาพในการกลั่นกรอง

ข้อห่วงใยต่อไปนะครับ สไลด์ต่อไปด่วนเลยนะครับ แล้วเวลาผ่าน งบประมาณ ผมขอข้ามอันที่ ๑ ไป ขาดการกำกับดูแลใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งตอนปลาย ๆ งบประมาณ แล้วก็ใช้วิธีพิเศษ นี่คือการกำกับเมื่อเงินหลุดออกไปแล้ว สำนัก งบประมาณมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารจัดการงบประมาณไม่เป็นไปตามเจตนา ที่อนุมัติ ขาดการถ่วงดุลดังนี้

๑. มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงรายการได้ ถ้าผมขอซื้อรถถัง ถึงเวลาผมไป เปลี่ยนเป็นรถเบนซ์ คุณจะว่าอย่างไร เพราะอำนาจอยู่ที่สำนักงบประมาณ ทำความตกลงกัน ได้นะครับ นี่ละที่คุณปล่อยให้ผู้แทนราษฎรนั่งประชุมกันแทบเป็นแทบตาย ๒ เดือน ๓ เดือน แล้วก็คิดว่าเงินที่อนุมัติไปต้องไปทำตามนั้น แต่ว่าแทนที่จะซื้อรถถังไปซื้อรถเบนซ์ แบบนี้คุณ ยอมหรือครับ มีการผูกพันงบประมาณแล้วก็มีการกำกับราคากลาง มีการกำกับค่าเคต่าง ๆ ท่านเห็นสมควรไหมที่ปล่อยให้สำนักงบประมาณทำอย่างนี้ต่อไป ผมคนหนึ่งละที่ไม่ยอม ผม อยากจะให้ปรับปรุงเสียที แล้วมาดูการเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนของภาครัฐ พูดแล้วติเขาก็ต้องมี วิธีเสนอทางแก้ด้วย ที่เราบอกว่างบลงทุนเหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ลดลงมาทุกที ๆ ผมจะ ทำให้เป็น ๕ เปอร์เซ็นต์

ท่านดูสไลด์ต่อไปเลยนะครับ ดูว่าจะทำอย่างไร ถ้าต้องการลงทุนเมกะ โปรเจกต์ต่าง ๆ ต้องใช้เงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พัฒนาประเทศไปสู่อะไรต่าง ๆ วันนี้เรามีอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลา ๓๐ ปีอย่างต่ำ

อันที่ ๑ ครับ ถ้าปรับประสิทธิภาพสำนักงบประมาณได้จะเพิ่มได้อย่างต่ำ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เงินลงทุนที่เคยเหลืออยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไหมครับ ถ้าปรับสำนักงบประมาณใหม่ แล้วเพิ่มเงินนอกงบประมาณเข้าไปจะเพิ่มได้ ไม่ต่ำกว่า ๕๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไหมครับ คนไทยทั้งประเทศ แล้วถ้าปรับงบประมาณใหม่ เพิ่มเงินนอกงบประมาณแล้วเพิ่มซอร์ส ออฟ ฟันด์ ก็คือแหล่งที่มาของเงินต้องมีวิธีการ จัดสรร ไม่ใช่มีแต่ใช้เงินอย่างเดียว อันนี้จะเพิ่มเป็นทวีคูณครับ

ดูสไลด์ต่อไปนะครับ ผลดีที่นำเงินนอกงบประมาณมาสู่ระบบจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเพิ่มเม็ดเงินเพียงพอในการบริหารจัดการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติที่เรา วางเอาไว้ระยะยาว ยุทธศาสตร์ชาติที่วางระยะยาวนี่ ผมบอกให้จุดแข็งของประเทศไทย มี ๓ อย่าง ไม่เชื่อลองมาทบทวน แล้วมาดีเฟนด์ (Defend) กับผมก็ได้

๑. ประเทศไทยเรามีความได้เปรียบทางด้านการเกษตร เป็นศูนย์กลางอาหารโลก ได้สบาย ๆ เน้นไปทางนี้เลย

๒. เรื่องการท่องเที่ยวก็ไม่แพ้ใคร เน้นไปเลยนะครับ ลงทุนไม่เท่าไร กำไรโขเลย

ประการสุดท้ายเลย เราจะต้องเป็นศูนย์กลางการบริการ เป็นศูนย์กลาง การคมนาคม ยังมีอีกหลายอย่างตามมา แล้ววันหลังจะชำแหละให้ดูว่ายุทธศาสตร์ชาติ คืออะไร และการแก้ภัยพิบัติก็ตาม เมกะโปรเจกต์ก็ดี เราจะสามารถใช้เงินตัวนี้ไปบริหาร จัดการได้ และพลังงานแห่งชาติผมบอกว่าจะต้องลงทุนเสียที สำรวจเองได้ไหม ใช้เงินสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ต้องทำ แต่ผลที่ออกมามันจะคุ้มค่ามาก ไปปล่อยให้สัมปทานต่างชาติ เข้ามาทำ ปล่อยได้อย่างไร เพิ่มสัดส่วนงบลงทุนจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ ลดการกู้หนี้ ก่อหนี้สาธารณะ ถ้าใช้วิธีผมเราไม่ต้องกู้เลยครับ ที่ฟังมานี่กู้นั่นตีกันไปตีกันมา ที่จริงเรามีเงินซุกซ่อนอยู่ทำไมไม่เอาออกมา แล้วจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะเราจะเจอเรื่องเอฟทีเอ เจอเออีซีที่กำลังจะเข้ามา แล้ววิกฤติเศรษฐกิจโลกกำลังจะเกิดขึ้น เอาเงินที่ไหนไปสู้เขา และอันนี้คือการสนับสนุนนโยบายการออมแห่งชาติด้วยครับ

ขอสไลด์ต่อไปครับ จะจบแล้วครับ แนวทางการบริหารเงินนอกงบประมาณ นะครับ ให้ผู้แทนราษฎรที่มีอยู่นี้ทั้งหมดเลย เราขึ้นมาแก้มาตรา ๑๗๐ เลย เอาให้ชัดเจนเลย ว่าต้องดึงเงินนอกงบประมาณเข้ามาในระบบ กฎหมายที่ล้าสมัยก็แก้ แล้วเราต้องประกาศ ยุทธศาสตร์ชาติ ผมสั้น ๆ เพราะเวลามันเร่งแล้ว

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ แต่ทั้งหมดนี้จะทำไม่ได้ถ้าขาดระบบที่เขาเรียกว่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็ม (International information system) ซึ่งเป็น ระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ ผมอยากเสนอโครงสร้างนี้ให้กระทรวงไอซีทีเอาไปทำเสียที ให้มันครอบหนึ่งเดียวในประเทศ ผมไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องของตัด งบประมาณคอมพิวเตอร์ ผมปวดหัวเลย มาแต่ละหน่วยงานกระจัดกระจายไปหมดเลย ซื้อเป็นชิ้นส่วนหมดเลย เศษเหล็กทั้งนั้นเลยครับ เปลืองอย่างมากเลย จัดระบบเสียทีเถอะครับ

ขอสไลด์ต่อไปครับ จะจบแล้วครับ ปัญหาการเข้าหาข้อมูลถึงความจริงนะครับ ทำไมเราไม่ถึงความจริงเสียที

๑. รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ขาดความชัดเจน ให้ดำเนินการได้

๒. รัฐบาลที่ผ่านมาหรือยังไม่มีรัฐบาลชุดใดที่ชี้ชัดว่าต้องเอาจริงกับมัน แต่ผม มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้เอาแน่

๓. โครงสร้างของกรมบัญชีกลางถูกตอน ไม่สอดคล้องกับบทบาทภารกิจเลย วันนี้อำนาจไปอยู่ที่สำนักงบประมาณหมดเลย มันจะต้องแบ่งกันสิครับ เรื่องของนโยบาย กับเรื่องของการบริหารและการตรวจสอบ อันนี้กรมบัญชีกลางก็บ้องแบ๊วอย่างเดียว เดี๋ยวจะ บอกให้ว่าบ้องแบ๊วอย่างไร ผมเอาโครงสร้างมาให้ดูเลยนะครับ แล้วโครงสร้างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ตอบสนองเลยนะครับ ขาดเน็ตเวิร์ก (Network) ในการเชื่อมโยงอย่างที่ผม กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ อันนี้ละครับที่ผมจะชำแหละกรมบัญชีกลางให้ดู ที่จริงจะชำแหละ สตง. ชำแหละสำนักงบประมาณ แต่เวลามีจำกัดมากเลย เอาแค่สั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็แล้วกัน ช่องซ้ายสุดสีดำนะครับ คือในอดีตเขาเรียกกรมบานชีกลาง บานนะครับ ไม่ใช่บัญ บาน ประกอบด้วยสำนักงบประมาณ แล้วก็มีกรมบัญชีกลาง แล้วก็มี สตง. มีอะไร อยู่ในนี้หมดเลยเบ็ดเสร็จ เขาเข้มแข็งมาก ดูแลได้หมด วันดีคืนดีจับเขาแยกแล้ว ปัจจุบันนี้ โครงสร้างตรงกลางแยกเลยนะครับ แต่ละส่วน ๆ เป็นอิสระหมด สตง. แทนที่จะช่วยตรวจให้ กรมบัญชีกลางเป็นว่าวลอยลิ่วไปเลย ไม่รู้ไปตรวจอะไรกันอยู่ แล้วมาดูโครงสร้าง ที่เป็นอนาคตนะครับ อันนี้ผมจะไม่อธิบาย แต่ว่าชี้ให้เห็นว่า เดี๋ยวผมจะส่งให้ประธานนะครับ ใครสนใจไปขอที่ประธาน สรุปนะครับผมไม่ต้องการให้ประเทศเราอยู่ใต้อิทธิพลของอำนาจมืด โดยเฉพาะแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ เดี๋ยวผมจะบอกว่าคือใครบ้าง ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบาย ของประเทศชาติ ในอดีตแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ คุมประเทศไทยมาตลอดเลย แต่มาช่วงหลัง ๆ นี้ ก็เริ่มมีบทบาทลดลงไป ประกอบด้วย ๑. สภาพัฒน์เป็นผู้วางแผน ยิ่งวางไป ๕๐ ปี ประเทศไทย จนลง จนลง แก็บ รวย จน ยิ่งห่าง ล้าหลังกว่าคนอื่นเขา มาดูสำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ จัดสรรอย่างไรครับ จนกระทั่งเราเหลือมาแบบนี้ มันรั่วไหลขนาดไหน มาดู ก.พ. จัดสรรกำลังคน จัดสรรอย่างไร คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความไปตีความมา แม้กระทั่ง พรรคประชาธิปัตย์ยังโดนยุบเลยตอนที่ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ใช่ไหมครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นใคร ท่านศึกษากฎหมายดี ๆ สิครับ ที่จริง มันไม่น่าจะถึงขั้นต้องยุบสภา แต่ว่าเป็นเรื่องการตีความกฎหมาย เห็นไหมครับพวกนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะยอมให้เป็นอย่างนั้นหรือครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลระบบ การเงิน แต่ในที่สุดไปสู้ค่าเงินจนเจ๊งกันหมดทั้งบ้านทั้งเมืองเลย แล้วเราปล่อยอย่างนี้ได้หรือครับ ขณะที่ สศก. สำนักงานเเศรษฐกิจการเกษตรก็เป็นผู้พยากรณ์เศรษฐกิจ แล้วทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ยุคท่านป๋วย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ แล้วนะครับ เก่ากึ๊กเลย วันนี้มันต้องชำแหละเสียที

สรุปการบริหารเงินงบประมาณมีข้อจำกัดและไม่บรรลุเป้าหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ที่กำหนดไว้ ทำให้เสียโอกาสและขาดประสิทธิภาพ ถ้าไม่สามารถแก้ไขควบคุมใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณอย่างเป็นระบบสู่งบประมาณแผ่นดินได้ ก็ส่งผลให้เม็ดเงินงบประมาณมีมากขึ้นในแต่ละปี ถ้าเราสามารถแก้ไขได้เม็ดเงินจะมีมากขึ้น และอยากให้สภานี้ตื่นเสียที ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าเสียโอกาสนี้นะครับ อย่าปล่อยให้ชาติเสียหาย ต่ อ ไ ป ท่านจะแก้หรือปล่อยอย่างนี้ แล้วแต่นะครับ ผมบอกไว้แล้วครับ บอกคนไทยทั้งประเทศแล้วว่า สิ่งนี้มันจะต้องแก้ ถ้าไม่แก้ก็ให้คนไทยตัดสินใจเอง และขอเชิญชวนเพื่อน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ นะครับ ผมจะร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ให้ได้ เพื่อจะเอาเงินนอกงบประมาณ เข้ามาในระบบให้ได้ เรื่องอื่น ๆ ผมยังไม่ได้สนใจอะไรเท่านี้

ขอสไลด์ต่อไปครับ เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้บาดเจ็บนะครับ ผมขออันเชิญ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันอีกครั้งหนึ่งนะครับ “เงินของเผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ” ท่านตรัสไว้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๒ ไปค้นมาแทบตาย

ขอสไลด์สุดท้ายเลยนะครับ ได้โปรดนะครับ ทุกคนดูสไลด์นี้แล้วได้โปรด เมตตาผมด้วยนะครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ผมอาจจะต้องเจออะไร และอาจจะบาดเจ็บ นะครับ แต่กราบเรียนว่าที่กล่าวมาทั้งหมดไม่มีเจตนาจะกล่าวว่าร้ายใครทั้งสิ้น เพียงต้องการ ชี้ให้เห็นว่าระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาและข้อกฎหมายที่มีอยู่เดิมมันล้าสมัยมาก ต้องแก้ไข เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน และลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศ ในอนาคตครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แทบไม่หายใจ เลยนะครับ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ แล้วตามด้วยท่านนิพนธ์ บุญญามณี

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ได้ ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ในชั้นกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ นี้ เป็นงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับทั้งหมดนะครับ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีความไม่ค่อยสบายใจในการตรวจสอบงบของมาตรา ๕ นี้ หลายประเด็นครับ

ประเด็นแรกครับ ตรวจสอบติดต่อมาหลายปี สิ่งที่มีความเป็นห่วงคือระบบ ธรรมาภิบาล ถามว่าทำไมถึงได้เป็นห่วง เพราะว่าสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ แจกรางวัลธรรมาภิบาลให้หน่วยงานอื่น ๆ ทุก ๆ ปี เป็นผู้แจกนะครับ เป็นผู้กำหนดกติกา สร้างมาตรฐานแล้วก็ให้รางวัลเขา แต่วันนี้ครับ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานอีกหลายหน่วยงานสอบตกธรรมาภิบาลเอง ถามว่าสอบตกอย่างไร ประการแรก ท่านประธาน สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๑ ในหน่วยงานในมาตรา ๕ นั้น มีพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมืองที่จะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งในมาตรา ๙ นั้นบอกว่า ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ผมไม่อ่านหมดหรอกครับ (๓) เป็นผู้ที่เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญด้วยความสุจริตใจ และ (๕) บอกว่าไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี ผมไปดู ท่านประธานครับ ทั้งในหนังสือพิมพ์ก็ลง ในเอกสารที่มีกัน ผมไม่สบายใจว่าจริง ๆ แล้ว สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็ตาม สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ตาม ได้ตรวจสอบ ประวัติของบุคคลที่แต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองก่อนมีการแต่งตั้งหรือไม่ อย่าลืมนะครับ สำนักนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นศูนย์อำนาจสูงสุด เป็นต้นแบบของธรรมาภิบาล เป็นผู้มอบ รางวัลธรรมาภิบาลให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แต่วันนี้ระบบธรรมาภิบาลนั้นล้มเหลว เละเทะ ถามว่า ล้มเหลว เละเทะอย่างไร นอกจากการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองแล้ว ผมจะ ประหยัดเวลา ศปภ. ครับ ท่านประธานครับ ศปภ. แต่งตั้งโดยคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้เห็นแล้วว่า ศปภ. นั้นเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์ปลอดประสิทธิภาพ เป็นสัญลักษณ์ ของความล้มเหลวในการบริหารน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการบริหาร ของบริจาค เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการบริหารทรัพย์สินของราชการ และเป็น สัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการบริหารทรัพยากรของรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชน ผมไปเจอครับ ท่านประธานครับ ซึ่งพยายามที่จะให้สำนักงบประมาณก็ตาม กรมบัญชีกลาง ก็ตาม ได้ช่วยติดตามว่ามีรถยนต์ที่ติดตราสำนักนายกรัฐมนตรี พ่นสี ศปภ. สีดำ แล้วก็เขียนว่า ๑๖/๒๕๕๔ ปรากฏว่าท่านประธานครับหาเท่าไรก็หาไม่เจอ ไม่มีครับ ไม่มีในบัญชีทรัพย์สินของ ศปภ. ไม่มีในบัญชีที่จัดซื้อ แล้วก็ผมขอบัญชีบริจาคจาก ศปภ. ไม่ได้รับครับ ในฐานะผู้ตรวจสอบ ต้องประกาศให้สภาทราบว่ากรรมาธิการนั้นต้องการตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่มีการบริจาคให้ ศปภ. นั้นมีอะไรบ้าง ไม่ได้รับครับ ขอว่ารูปถ่ายของรถยนต์ที่ใช้ในกิจการ ศปภ. ช่วยถ่ายรูป มาให้ทุกคัน ไม่ได้รับครับ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ผมจึงกล่าวบอกได้ว่าผมไม่อยากจะให้ งบประมาณสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเลย เพราะว่าคุณล้มเหลว เพียงแค่รถไม่กี่คันคุณยังหาสารบบคุณไม่ได้ แล้วนับประสาอะไร เงินงบประมาณอีกหลายพันล้านบาทที่คุณจะไปใช้ กองทุนอีกเป็นกี่หมื่นล้านบาทคุณจะไป ใช้ แล้วมันจะทำตรงไปตรงมาได้อย่างไร ทรัพย์สินราชการจะมีครบได้อย่างไร แถมท่าน มาประกาศว่าท่านเป็นคนที่ให้รางวัลธรรมาภิบาลทุก ๆ สิ้นปี ผมว่าหน่วยงานอื่นไม่ต้อง ไปรับหรอกครับ ถ้าแม่ปูเดินเกแล้วลูกปูก็ต้องเดินเกตามเพราะอ้างได้นะครับ แม่ปูยังไม่ทำตาม พื้นฐานของธรรมาภิบาลขั้นต้นเลยจะให้ลูกปูทำได้อย่างไร การที่ผมพูดอย่างนี้ผมเหมือนกับ เป็นการฟ้องท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ถ้าท่านกำลังฟังอยู่ว่าหน่วยงานที่ท่านดูนั้นมันมีปัญหา นอกจากนั้นแล้วท่านประธานครับ เพียงแค่รถยนต์เล็ก ๆ ผมถามว่าวันนี้การบริหารทรัพย์สิน ของราชการก็ตาม ของ ศปภ. ท่านประธานเห็นน้ำท่วมนะครับ เรือทั้งประเทศ ส่วนราชการ มีกัน ๔๑,๐๐๐ ลำนะครับ ๔๑,๐๐๐ ลำ แต่เรือขาดแคลนครับในยามน้ำท่วม เรือมันหายไปไหนหมดครับ ผมจึงไม่เชื่อเลยว่าทะเบียนทรัพย์สินที่ทำกันมันตรง ตามความเป็นจริงหรือไม่ ผมฝากกรรมาธิการสามัญไปติดตามเรื่องนี้ด้วยครับ เพราะว่า เงินหลายพันล้านบาทแน่นอนที่ซื้อของต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึงวันนี้ผมก็ยังคาใจว่า รถยนต์ ศปภ.มันหายไปไหน ทั้ง ๆ ที่มันมีวิ่งอยู่ในถนน วิ่งพาเอาของไปบริจาค แต่ว่า ศปภ. บอกหาไม่พบ ไม่มีในสารบบ หรือว่าจะเป็นรถยนต์เถื่อนครับ เพราะว่าไม่ใช่เถื่อนเฉย ๆ ติดไฟฉุกเฉินด้วย พ่นตราประทับสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย พ่นป้าย ศปภ. ด้วย มีเลขกำกับ ด้วย ๑๖/๒๕๕๔ แล้ว ศปภ. ก็เพิ่งตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ มันจะเละกันได้ขนาดนี้ หรือครับ นี่คือสิ่งที่ผมต้องฟ้องท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าลงมาดูเถอะครับมันล้มเหลว มันผิดพลาดมากมายขนาดไหน นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่า เป็นห่วงครับ เป็นห่วงและอยากจะเสนอแนะในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นตัวแทนของประเทศไทย ท่านประธานครับ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นมีพันธกิจ เป็นภารกิจตามกฎหมาย จัดตั้งหน่วยงาน (๕) ครับท่านประธาน ดำเนินงานพิธีการ และอำนวยการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ผู้นำประเทศ ใช้งบประมาณมากพอสมควร แต่ท่านนายกรัฐมนตรีถึงแม้จะไม่ใช่หัวหน้าพรรคผม แต่ก็เป็นนายกรัฐมนตรีของผม ของคนไทยทั้งประเทศเหมือนกัน ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นด้วยความสุจริตใจว่าสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นคงจะต้องไปปรับปรุงการดำเนินงานพิธีการ อำนวยการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศใหม่ ถ้าท่านประธานจะเห็นนะครับว่าวันที่สำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นจัดให้ผู้นำประเทศเราได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้สื่อข่าวระดับสุดยอดของโลกตามมาทำข่าว ยืนสัมภาษณ์ด้วยกัน ๓๒ นาที ไปดูวิดีโอ คลิป (Video clip) ผมอยากจะฝากบอกกับสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้เปลี่ยนวิธีการครับ ไม่ต้องอาย ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ เป็นศักดิ์ศรีมากกว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีพูดภาษาไทยครับ ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่เราไม่ต้องไปอายครับ ท่านประธานดูสิครับนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ประธานาธิบดี ฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประธานาธิบดีจีน นายกรัฐมนตรีจีน ทุกคนใช้ภาษาของตัวเอง เพราะมันมีรากภาษามาจากของเขา เราก็มีภาษาไทย แล้วไม่แปลกเลยในอดีตนายกรัฐมนตรี หลายคนก็ใช้ล่าม ไม่ใช่เรื่องอายครับ แล้วผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศด้วย ที่ถึงเวลามีอะไรผิดพลาดยังโทษล่ามได้ แต่ถ้าเผื่อปล่อยให้ท่านนายกรัฐมนตรีถ้าเผื่อไม่เก่งภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องอายครับ แต่ว่า ประเทศต้องไม่เสียประโยชน์ ถ้าท่านประธานไปดูนะครับสิ่งที่ในคลิป (Clip) นั้น ผมก็ ไม่อยากที่จะให้หลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต้องนำไปทบทวน อย่างยิ่ง ในการที่เขียนคำสุนทรพจน์ก็ตาม หรือกรอบในการตอบคำถามก็ตาม เป็นความ ล้มเหลวที่อยู่ในยูทูบ (YouTube) ๓๒ นาทีครับกรุณาไปดู นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติงานไปต่างประเทศนั้น ผมกราบเรียนว่าบางเรื่องก็ไม่เนียน เช่น ไปพบผู้นำฝ่ายค้านของพม่า ท่านไปดูเถอะครับ ผมไม่อยากจะจับผิด พอผมพูดมาก็หาว่า ผมจับผิด แต่ผมพูดตรงนี้เพราะผมต้องการให้เห็นว่าอยากจะให้เปลี่ยนวิธีการ ไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะเป็นคำนินทาของสื่อทั่วโลก ท่านประธานไปดูครับว่าในคำแถลงข่าวของกระทรวง การต่างประเทศของสหรัฐที่พิมพ์บทสนทนาคำสัมภาษณ์ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศ ของสหรัฐกับผู้นำประเทศไทยนั้นมีถึง ๑๔ จุดที่เขาเขียนว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือฟังไม่ชัด เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องแก้ไขเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของประเทศ นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะกราบเรียนว่ามีเรื่องของ กองทุนพัฒนาสตรีซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นตั้งขึ้นมา แล้วก็เป็นหน่วยงานที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าด้วยความไม่สบายใจอีกเช่นกันว่าสำนักงบประมาณนั้นไม่ได้ดูแล วิเคราะห์ให้มันเหมาะสม มีหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน ใช้งบประมาณซ้ำซ้อน ใช้ข้าราชการซ้ำซ้อน แล้วก็ในที่สุดทำแบบลวก ๆ ก็จะล้มเหลวสิ้นเปลืองงบประมาณ ซึ่งผมคิดว่าเพื่อนสมาชิก ของผมนั้นจะได้อภิปรายต่อ ๆ ไป แต่ผมยืนยันว่าวันนี้ขอให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ตาม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็ตามต้องกลับไปปรับปรุงเรื่องระบบธรรมาภิบาลครับ เรื่องทรัพย์สินราชการก็ตาม เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่คุณสมบัติไม่ถูกต้อง ที่คุณสมบัติไม่เหมาะสมทำให้ดีเสียครับ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านจะไม่สามารถเป็นต้นแบบของ ระบบธรรมาภิบาลของประเทศได้เลย ผมจึงขอปรับลดงบประมาณตามเหตุผลที่ผมกล่าวไว้ เบื้องต้นว่าธรรมาภิบาลนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา ๕ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี ครับ ท่านพลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ วาระที่สองมาตรา ๕ สำนักงานข่าว กรองแห่งชาติ ซึ่งผมขอตัดไว้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เนื่องจากสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ดำเนินการโดยไร้ประสิทธิภาพปล่อยให้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ฟักตัวถึง ๒๐ ปี แล้วนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้ผู้นำรัฐบาลในสมัยปี ๒๕๔๖-๒๕๔๙ เกิดปัญหามากมายนะครับ โดยเฉพาะการขัดแย้งระหว่างตำรวจกับทหาร ในเรื่องของการปล้นปืนถึง ๒ แม่ทัพ การยุบ ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ การให้ร้ายประเทศเพื่อนบ้านจากเหตุการณ์กรือเซะ ตากใบ สะบ้าย้อย และการอุ้มทนายสมชายและต่อเหตุการณ์ที่เรื่องยากที่จะเยียวยา ผมขอตัดงบประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยจำนวนเงิน ๒๘๐ ล้านบาท เอาไปช่วยในเรื่องเด็กกำพร้า เพราะทราบว่า รัฐบาลไม่ตั้งงบประมาณไว้ช่วยเหลือเด็กกำพร้าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เลยถ้าเป็นไปได้ ก็เอางบกลางไปช่วยเหลือเด็กกำพร้าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ คน ผมเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทราบว่างบประมาณในส่วนของ เด็กกำพร้าและหญิงหม้ายรัฐบาลไม่ได้จัดไว้เลย ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านบุญยอด มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน เชิญท่านวิรัตน์ ท่านมีอะไรครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เรวัต อารีรอบ ท่านประธานครับ ผมเองอยากให้ท่านประธานช่วยอ่านรายชื่อสมาชิกไว้ล่วงหน้า นิดหนึ่งท่านครับ เพื่อจะได้เตรียมตัว กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านวิรัตน์ แล้วก็ท่านบุญยอด ตามด้วยท่านชำนิ ท่านรัชฎาภรณ์ เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติ ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ของมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมมีความจำเป็นครับ เพราะเหตุว่าความจริง ถ้าท่านประธานและรัฐบาลหรือกรรมาธิการได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมานะครับ จะเห็นได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ ซึ่งเกิดจากการใช้นโยบายผิดพลาด ซึ่งผมจะไม่ลงลึกครับ ได้มีการปรับแก้มีทิศทาง ที่ชัดเจน สาระสำคัญอย่างแรก ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกคนยอมรับครับว่าปัญหาอยู่ที่การศึกษา เพราะฉะนั้นในการออกกฎหมาย ศอ.บต. ในภารกิจ ๑ ใน ๕ ประการของ ศอ.บต. คือ การศึกษาท่านประธาน ภารกิจการศึกษานั้นผมเน้นไปที่ปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน แค่นั้น ไม่พอครับ เกรงว่าในการดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ยังไม่พอ ในการทำ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ก็ยังได้บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนอีกทางหนึ่ง แปลว่าถ้าใน ๕ จังหวัดภาคใต้ท่านประธานครับ จะต้องมี ๒ หน่วยงานหลัก ๆ ก็คือ ศอ.บต. และกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่ผมกังวลที่สุดก็คือว่า ไม่เห็นรายละเอียดที่กระทรวงศึกษาธิการหรือกรรมาธิการได้ลงลึก เจาะลึกเข้าไป ในรายละเอียดว่าได้จัดสรรงบประมาณให้ปอเนาะ ฟัรดูอีน ตาดีกาแค่ไหน เพียงใด เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าในสมัยหนึ่ง ผมไม่บอก พ.ศ. อีก เดี๋ยวก็ไม่สบายใจ เอาว่ามีความตั้งใจที่จะยกเลิกปอเนาะ มีความตั้งใจ พยายามสั่ง พยายามสอนว่าปอเนาะ คือแหล่งซ่องสุม ผลที่ตามมาคืออะไรครับ คือเกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้ากรรมาธิการได้ซักถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ก็จะได้ทราบว่า สิ่งที่รัฐบาลที่แล้วได้ทำไปคือปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนนั้นจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการแก้ปัญหา ๕ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็ไม่ได้ลงลึก นอกจากนั้นครับ กรณีที่ พี่น้องประชาชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เครียดที่สุด กังวลที่สุด อึดอัดกับรัฐไทยที่สุด ก็คือความยุติธรรม ผมไทยพุทธครับ ผมหลวงพ่อทวดครับ แต่ว่าลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัด กับนายถาวร เสนเนียม เกือบทุกสัปดาห์ เขาอยากจะเห็นระบบการตัดสินความตามหลักศาสนา นั่นก็คือศาลอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก เรียกภาษาง่าย ๆ เรียกว่าศาลชารีอะห์ ได้มีการยกร่างเรื่องนี้ท่านประธานครับ ท่านจุฬาราชมนตรี ท่านปัจจุบัน ท่านอาศิส พิทักษ์คุมพล ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ช่วยลงไปดู ท่านตุลาการศาลปกครอง ท่านไพโรจน์ มินเด็น ช่วยกันดู พวกเรา สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันทำ อันนี้เสียดายอย่างยิ่งที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไม่ได้หยิบยกร่างกฎหมายนี้ขึ้นมา ทำให้ผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้จริงใจในการแก้ปัญหานี้ ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ยิ่งไปกว่านั้นครับ เมื่อไปดูภารกิจของ ศอ.บต. ๑ ในอีก ๕ เรื่อง ก็คือ การเยียวยา แม่หม้าย ลูกกำพร้า คนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ หรือผลกระทบข้างเคียง ไม่ได้มีการพูดคุย ไม่ได้มีการเตรียมการ ไม่ได้มีการเตรียมการ จัดการงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องราวอย่างจริงจังนะครับ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานครับ คนที่จะเป็นจุดร่วมจุดเชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับอำเภอ หมู่บ้านกับผู้มี อำนาจทางบ้านเมือง ก็คือบัณฑิตอาสา ปกติเราจะมีบัณฑิตอาสาซึ่งจบปริญญาตรี จบอาชีวะ ปวส. อยู่ทุกหมู่บ้านเป็นตัวเชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับอำเภอ หมู่บ้านกับจังหวัด บัณฑิตอาสา ได้มากไหมครับ ไม่มากครับ เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่เขาทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด ไม่มีเสาร์ ไม่มีอาทิตย์ ไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน เข้าออกได้โดยสะดวก ในขณะที่ตั้งแต่ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ตอนเย็นจนถึงประมาณ ๗ โมงเช้า ข้าราชการผมไม่เชื่อว่าจะไป ด้วยความ เคารพนะครับ ข้าราชการที่ดียังมี ข้าราชการที่มีความกล้ายังมี แต่โดยรวมไม่ไปหรอกครับ เพราะฉะนั้นใครละครับที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างพี่น้องในชุมชน พี่น้องในหมู่บ้าน กับข้าราชการในเมืองในอำเภอ ก็คือบัณฑิตอาสา ท่านก็ไม่ได้สนใจปล่อยทิ้งนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านจะปรับแนวนโยบาย ซึ่งเราพยายามเอาการเมืองนำการทหาร การทหารอย่างท่านแม่ทัพภาค ๔ ปัจจุบัน อย่างท่านเสธ. ที่ถูกย้ายไปแล้ว แม้ว่าเขาเป็น ทหารแต่เขาเอาการเมืองนำการทหาร แต่รัฐบาลนี้กำลังเอาการทหารไปนำ ผมเกรงว่า ๕,๐๐๐ ศพที่เสียชีวิตไปแล้ว กับ ๑๐,๐๐๐ ศพที่บาดเจ็บมันจะเพิ่มทวีคูณขึ้น เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนว่ากฎหมาย ศอ.บต. ซึ่งดีอยู่แล้ว เรามีตัวแทน ๔๙ คน มาจากผู้นำชุมชน มาจากตัวแทนท้องถิ่นใน ๕ จังหวัด จังหวัดละคน ผู้แทนท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาจากจังหวัดละคน ผู้แทนศาสนาพุทธจังหวัดละคน ผู้แทนศาสนาอิสลามจังหวัดละคน ผู้แทนศาสนาอื่น ๑ คน ครูปอเนาะ ผู้แทนผู้ประกอบการ รวมแล้ว ๔๔ คน บวกกับ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งอีก ๕ คน เป็น ๔๙ คน คนเหล่านี้เป็นตัวเชื่อม เพราะฉะนั้นท่านประธาน ดูได้ครับ ตัวเชื่อมระหว่างผู้นำก็มี ๔๙ คน ตัวเชื่อมระหว่างพื้นที่ก็มีบัณฑิตอาสา สิ่งทั้งหลาย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี แต่กรรมาธิการก็ไม่ได้ซักถาม รัฐบาลก็ไม่ได้สนใจ แล้วพยายามจัดนโยบาย จัดงบประมาณในลักษณะเช่นนี้ ผมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณของ กอ.รมน. เพื่อเอาไปดูแลบัณฑิตอาสา เพื่อเอาไปดูแลการเยียวยาของพี่น้อง แม่หม้าย ลูกกำพร้า ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณบุญยอด เชิญ บุญยอดไม่อยู่นะครับ ตัดไปนะครับ ท่านชำนิ เชิญ ไม่อยู่นะครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้อภิปราย ในมาตรานี้ก็เพราะว่าดิฉันจะอภิปรายว่าด้วยเรื่องกองทุนพัฒนาสตรี แต่ไม่ได้พูดถึงในตัวของ ที่จะปรับลดงบประมาณ เพียงแต่ว่าดิฉันพูดอภิปรายก็เพราะว่ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการระดับชาติอยู่ที่ สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วคณะกรรมการที่มาทั้งหลายนี่นะคะ ก็จะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ที่จริง กองทุนนี้ท่านประธาน เหมือนกับเป็นกองทุนเกี่ยวกับการเมืองล้วน ๆ เลย เพราะว่ารัฐมนตรี ที่มาเป็นคณะกรรมการก็จะไม่มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จริงแล้วถ้าอยู่ในพื้นที่ ที่ช่วยดูแลในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ทางด้านการเกษตรด้วย แต่ว่าพอเป็นรัฐมนตรี เป็นกรรมการ ก็จะไม่มีกรรมการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะมีกระทรวงอื่น ๆ ที่เป็นของ พรรคแกนนำรัฐบาลนี่นะคะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือกองทุนนี้ ที่จริงดิฉันห่วงใยเสมอมานะคะ ได้หารือในสภาไม่ต่ำกว่า ๓ หรือ ๔ ครั้ง ถึงการเคลื่อนไหวของกองทุนนี้ เพราะว่ากองทุนนี้ ไม่ได้วางแผนเอาไว้เลยในการที่จะตั้งกองทุนขึ้นมา เมื่อไปพบกลุ่มผู้หญิงตอนในช่วงหาเสียง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าจะให้เงินกองทุนจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท พูดไปแล้วก็จบ เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลท่านก็พยายามที่จะตั้ง เพียงแต่ว่ามันมีความสับสนแล้วมีคนเข้ามา วุ่นวายมาก ความที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้มีการที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาสตรี อย่างแท้จริง มันก็จะมีความหลากหลายแล้วก็เสนอเข้ามาก็เลยตั้งไม่ได้ จนกระทั่งระเบียบ ทุกวันนี้จะตั้งเป็นระเบียบหรือว่าจะออกโดยกฎหมาย สุดท้ายตอนนี้ก็ยังร่างระเบียบ ยังไม่เสร็จเลย แต่ว่าก็ตั้งงบประมาณเอาไว้บอกว่าจะให้ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ก็ให้แค่ ๒๐ ล้านบาท และปีหน้าค่อยเอา ๘๐ ล้านบาท ประชาชนก็นั่งรอฟัง แล้วไม่ทราบเลยนะคะ ว่าพี่น้องประชาชนจะทำอย่างไร จะให้พี่น้องประชาชนเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก็ไม่มี แล้วท่านก็ยังคิดเองหมดเลย ดิฉันเคยถามในฐานะที่ดิฉันเคยทำงานด้านองค์กรพัฒนาสตรี มาตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้มาเป็น ส.ส. นี่นะคะ ก็พยายามที่จะถามองค์กรต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งผู้ที่รับผิดชอบด้วย ก็ไม่มีใครตอบได้เลย แต่เมื่อกำลังสับสนอย่างนี้นี่ ดิฉันถือว่าทางรัฐบาลดิฉันเสนออยู่เรื่อยนี่นะคะ ดิฉันหารืออยู่ตลอดเวลา ในช่วงที่ผ่านมาว่าอยากจะให้รัฐบาลต้องกำกับให้ดี ท่านต้องพูดออกไปให้ชัดเจนว่าตอนนี้ ยังไม่เรียบร้อย ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไร ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ท่านต้องไม่ปล่อยให้การเมือง นอกระบบ เช่นชมรมเสียงสตรีออกไปเคลื่อนไหว ทุกวันนี้ดิฉันทราบว่าแม้กระทั่ง ส.ส. หญิงเอง ในพื้นที่ก็ยังบ่นกับดิฉันนะคะว่า เวลา ส.ส. เอาระเบียบของกองทุนพัฒนาสตรีออกไปพูด คร่าว ๆ ก็ยังมีสายของชมรมเสียงสตรีก็ยังบอกว่าหมู่บ้านหนึ่งจะได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อยู่เหมือนเดิม ซึ่งมันไม่จริงนะคะ เพราะว่าตอนนี้ที่ท่านกำหนดระเบียบเอาไว้ ท่านก็บอกว่า ท่านจะเอาเงิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไปไว้ที่ตำบลเป็นแหล่งทุนหมุนเวียน เป็นพื้นฐานพัฒนาไปสู่ การเป็นสถาบันการเงินชุมชน โดยมีผู้หญิงเป็นผู้มีบทบาทหลัก แล้วก็ต้องถามว่าท่านสรุป บทเรียนมากน้อยแค่ไหนในการที่จะตั้งสถาบันการเงินขึ้นมา เงิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเป็น เงินทุนหมุนเวียนตั้ง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงเงินทุนหมุนเวียนในพื้นที่มีไม่น้อย กองทุนหมู่บ้าน ที่ท่านใส่เงินเข้าไปอีกนี่นะคะ ก็เป็นสถาบันการเงินพัฒนาไปเป็นธนาคารในชุมชนเสียด้วยซ้ำไป ท่านจะให้มีสถาบันการเงินสักกี่แห่งในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละชุมชน ดิฉันก็ติงเอาไว้นะคะ เมื่อยังไม่เรียบร้อยก็เพื่อที่จะให้ท่านไปปรับเสีย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของกองทุนท่านจะลง ในระดับตำบลนี่นะคะ เพื่อส่งเสริมพัฒนาบทบาทศักยภาพของผู้หญิงสำหรับองค์กรต่าง ๆ แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของกองทุนลงไปในจังหวัดเพื่อส่งเสริมบทบาทผู้หญิงผ่านองค์กรต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา ดิฉันก็ต้องเรียนว่าฝากท่านไปยังรัฐบาลด้วยว่าการตั้งคณะกรรมการ ระดับชาติท่านตั้งไม่มีองค์กรภาคประชาชนเลย ท่านมีรัฐมนตรี ๔ คน แล้วก็มีกรรมการ โดยตำแหน่งซึ่งเป็นข้าราชการทั้งสิ้นอีก ๑๐ คน ผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรเอกชน ๑๕ คน แล้วก็นายกรัฐมนตรีตั้งอีก ๕ คน ข้อสำคัญกรรมการมีระดับตำบล ระดับจังหวัด และระดับชาติ ท่านบอกว่าต้องคำนึงถึงสัดส่วนหญิงชายใกล้เคียงกัน ดิฉันอภิปรายหลายครั้ง ในกฎหมายที่เข้าไปในสภาถ้ามีกรรมการเราก็จะเถียงกันเรื่องนี้ คำนึงถึงสัดส่วน คำนึงถึง การมีส่วนร่วมของหญิงชาย ดิฉันเรียนว่ามันไม่มีประโยชน์ กฎหมายหลายฉบับดิฉันพยายาม ที่จะเสนอว่าให้กำหนดว่าให้มีทั้งหญิงและชายจำนวนใกล้เคียงกัน ให้มี แปลว่า ต้องมี ไม่คำนึงถึงสัดส่วน อันนี้เป็นกฎหมายของผู้หญิงแท้ ๆ กองทุนพัฒนาสตรีแท้ ๆ ทำไมใช้คำว่า คำนึงถึง เพราะคำนึงถึงมันไม่ได้มีบทบังคับ ดิฉันฝากไปหน่อยนะคะ เพราะว่ามันจะเป็น ปัญหามากในการใช้งบประมาณของเรา แล้วกรรมการระดับตำบลมาจากประชาคมหมู่บ้าน ก็จริง แต่ว่าแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิให้กรรมการระดับจังหวัดเป็นคนตั้งผู้ทรงคุณวุฒิระดับตำบล แล้วพอกรรมการระดับจังหวัดมีผู้ทรงคุณวุฒิก็ให้กรรมการระดับชาติเป็นคนตั้ง ถ้าอย่างนี้ แปลว่ามันจะรวมศูนย์อำนาจขึ้นมาอยู่ที่ส่วนกลางหมดเลยใช่หรือไม่ แล้วก็อยากจะเรียนว่า ดิฉันห่วงใยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการใช้งบประมาณ ท่านมีรายละเอียดชี้แจง คณะกรรมาธิการว่างบประมาณที่จะใช้งบในการบริหารน่าเป็นห่วงมาก ดิฉันก็ฝากไปนะคะ ว่าท่านไปปรับได้ว่า ข้อแรก กิจกรรมของท่านจะประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ก็ได้ แต่กิจกรรมที่ท่านจะแถลงข่าวเปิดตัวและประชาสัมพันธ์ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรี ไม่ต้องออก ไม่ต้องไปจัดรณรงค์ขนาดนั้นหรอกค่ะ จะเอาคน มาจากทั่วประเทศ ๑,๕๐๐ คน เฉพาะค่าเดินทางจากภูมิภาค ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว แล้วก็ ยังจะมีค่าเอกสารประกอบการเปิดตัวอีกหัวละ ๗๐ บาท วัสดุการเปิดตัวอีก ๗๐ บาท เพราะฉะนั้นดิฉันเรียนว่ารณรงค์แล้วก็ออกทีวีอย่างเดียวก็พอแล้ว แล้วก็เอาไปรวมกันกับ กิจกรรม ๒.๒ การประชาสัมพันธ์ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรี อันแรกเปิดตัวหมดเงินไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่าทำเลยนะคะ เพราะว่าถึงบอกไปใช้เวลาไม่นานประชาชนก็ไม่มีวัน ที่จะรู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ไม่ทั่วถึง พอกิจกรรมที่ ๒ ประชาสัมพันธ์การจัดตั้งกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีก็เช่นเดียวกัน พอไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ อีก อย่างเช่น จะมีการลงทะเบียน สมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาสตรีต้องถามว่าใครทำ แล้วทำที่ไหน การจัดประชุมประชาคม เพื่อเลือกคณะกรรมการ ประชาคมแต่ละหมู่บ้านเพื่อเลือก ๑ คน ไปเป็นกรรมการระดับ ตำบล หมู่บ้านหนึ่งประชาคมแค่ ๔๐ คน ขอประทานโทษนะคะท่านประธาน ๔๐ คนนี่น้อยมาก แล้วก็ไม่หลากหลาย แล้วไม่ทั่วถึง ดิฉันถามเลยนะคะทราบจากท่านที่กำลังทำระเบียบนี้ ท่านบอกว่าในหมู่บ้านเราก็จะรื้อทิ้งหมดเลย โครงสร้างเดิมที่เป็น กพสม. กพสต กพสอ. ถึงขั้น กพสจ. โละทิ้งหมดเลย เพราะเราจะไม่เก็บโครงสร้างเดิมไว้ เราจะเปิดใหม่ ให้สมัครใหม่หมด ถ้าสมัครใหม่หมด ๑ หมู่บ้านรับรองมีผู้หญิงอยู่ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ถ้าเอาแค่ ๔๐ คน ไม่ได้หรอกค่ะท่านประธาน แล้วก็ท่านจะต้องเอาประชุมชี้แจง ที่จริงแล้ว ท่านต้องให้เขาฝึกทำโครงการ เพราะเขาต้องทำโครงการเข้ามาด้วย ทำทุกระดับ ระดับ หมู่บ้าน ระดับตำบล แล้วก็ระดับจังหวัด ต้องทำจังหวัดละหลายจุดถึงจะทำให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เขาจะได้ แต่สำคัญก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลจะต้อง ปรับโครงสร้างเสียใหม่ ที่มาที่ไปของคณะกรรมการเสียใหม่แล้วก็ใช้เงินเสียใหม่ด้วย ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ให้มากที่สุดไม่ใช่ทำแต่เฉพาะในแกนนำผู้หญิงอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งมันก็จะเหมือนเดิม มันก็จะไม่ใช่เรื่องใหม่เหมือนกัน แล้วก็กรุณาบอกพี่น้องประชาชนด้วยว่าสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนทุกคนมีสิทธิ ไม่ใช่ แต่เฉพาะสมาชิกชมรมเสียงสตรีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นความแตกแยกในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัด และในระดับชาติจะเกิดขึ้น ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สรุปแล้วท่านตัดกี่เปอร์เซ็นต์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ดิฉันไม่ได้ตัดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ดิฉันอยากจะให้ทำตามนโยบายที่บอกว่าจะให้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเห็น ท่านแปรญัตติไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

แล้วก็ใช้เงินนี้ให้เป็นประโยชน์ค่ะ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านอาคมเอาไว้ทีหลัง ท่านเอามาตราอื่นแล้วกัน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเสนอปรับลดงบประมาณของสำนัก นายกรัฐมนตรีไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ความจริงแล้วในสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นมีหน่วยงาน จำนวนมากครับ แล้วก็หลายหน่วยงานนั้นผมเองก็เคยทำงานร่วมกันกับบุคลากรหลายท่าน ซึ่งก็เห็นว่ามีความตั้งอกตั้งใจในการทำงาน แต่การเสนอปรับลดในครั้งนี้นั้น เป้าหมายจริง ๆ ก็เพื่อที่จะตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานในหลากหลายนโยบาย ผมเรียนท่านประธาน เบื้องต้นครับว่า สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งรวมไปด้วยหน่วยงานระดับที่จะต้องทำงานหลัก ๆ ของประเทศหลายหน่วยงานนั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็ดี สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีก็ดี รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ นั้นล้วนแล้วแต่มีความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น งบประมาณที่ได้รับในปีนี้นั้นสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับงบประมาณทั้งสิ้นอยู่ที่ ๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว ซึ่งได้อยู่ ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าฟังเช่นนี้ ก็คงจะดูเหมือนว่าอาจจะต้องมีการปรับเพิ่มเติมขึ้นให้ แต่เหตุผลที่จำเป็นจะต้องมีการ ตรวจสอบประสิทธิภาพนั้นมี ๒ เหตุผลครับ ในเหตุผลประการที่ ๑ จากการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกซึ่งเพิ่งนั่งลงไปสักครู่นี้ เราจะเห็นว่าบทบาทของสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น มีการปรับเปลี่ยนบางเรื่อง บางประการไปทำงานทางด้านการเมือง ในสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น มีบุคคลที่เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองหลายคนด้วยกัน บางคนนั้น ไปมีบทบาทในช่วงของสถานการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา ใช้ตำแหน่งที่ได้จากประจำสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและไปดำเนินการทางด้านการเมือง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องไปตรวจสอบ ในเชิงประสิทธิภาพของหน่วยงาน ซึ่งรับงบประมาณไปแล้วด้วย ถ้าหากไม่เหมาะสม ก็ควรจะต้องมีการจัดการ ความจริงนั้นในอดีต สำนักนายกรัฐมนตรีในยุคของรัฐบาลที่ผ่านมา ตั้งใจให้ตัวสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพราะประชาชน ส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหาทุกข์ยากเดือดร้อนก็จะมุ่งมาที่สำนักนายกรัฐมนตรีครับ มีหน่วยงาน รับเรื่องราวร้องทุกข์อยู่ที่นั่น สายโทรศัพท์ ๑๑๑๑ ก็ดี เว็บไซต์ก็ดี ตู้ ปณ. ก็ดี ก็เป็นที่ แก้ปัญหา ปัญหาใหญ่ที่สุดประการหนึ่งซึ่งคนร้องเรียนเข้ามานั้น ก็คือปัญหาเรื่องของที่ดินทำกิน ในยุครัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งมีการดำเนินการในเรื่องของนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดิน ทำกิน และตั้งให้เป็นหน่วยงานอยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้มีการตั้งงบประมาณให้ ๒ หน่วยงานนี้ในสำนักนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาที่จำเป็นจะต้องเข้าไป ตรวจสอบประสิทธิภาพก็เพราะว่าในงบประมาณที่ตั้งไปนั้น ปรากฏว่าการทำงานที่ต่อเนื่อง จากรัฐบาลชุดที่แล้วไม่มีการดำเนินการ ไม่มีความก้าวหน้า และกำลังสงสัยว่ารัฐบาล กำลังที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกนโยบายเหล่านั้นหรือไม่ รัฐบาลชุดที่แล้วเห็นว่า เรื่องปัญหาที่ดินทำกินเป็นเรื่องใหญ่ครับ เป็นหนึ่งในปัญหาความเหลื่อมล้ำมากที่สุด ของประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้วก็ยกร่างแนวนโยบาย เรื่องของโฉนดชุมชนครับ โฉนดชุมชนเป็นข้อเรียกร้องของภาคประชาชนในระยะเวลานาน หลายปีแล้วครับ รัฐบาลหลายชุดไม่เคยมีการดำเนินการให้พวกเขาเหล่านั้น โฉนดชุมชน เป็นการแก้ไขปัญหาคนซึ่งอยู่ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ และจัดสิทธิให้เขาเข้าไปทำกินได้ โดยรัฐเข้าไปรับรอง ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปจับกุม ไปดำเนินคดีเป็นปัญหาอย่างที่เกิดขึ้น ในปัจจุบัน ที่ดินยังคงเป็นของรัฐอยู่ และรัฐสามารถเข้าไปดำเนินการได้ ผมได้รับผิดชอบในขณะนั้นครับ ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดตั้งเป็นสำนักงาน โฉนดชุมชนขึ้นในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผมเรียนท่านประธานครับ วันนี้ ท่านตั้งงบประมาณให้ในปี ๒๕๕๕ ๑๘ ล้านบาท แต่ที่กระผมสงสัยก็คือว่า ๔ เดือนที่ผ่านมา ที่เป็นรัฐบาล การดำเนินงานเรื่องโฉนดชุมชนมีความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด เท่าที่ ผมทราบจากภาคประชาชนนั้นไม่มีความก้าวหน้าเลยครับ ถอยหน้าถอยหลังกันอยู่ ตลอดเวลา แล้วแถมการประชุมครั้งล่าสุดมีความคิดจะเปลี่ยนแปลงชื่อโฉนดชุมชนครับ จนคณะกรรมการที่มาจากภาคประชาชนเขาไม่เห็นด้วย ในที่สุดก็ยอมถอยไปยังใช้ชื่อ โฉนดชุมชนเหมือนเดิม เงิน ๑๘ ล้านบาท ที่ตั้งดูเหมือนว่าน้อยนิดนะครับ แต่ถ้าหากรัฐบาล เอาจริงครับ มีประสิทธิภาพในการทำงาน แล้วไม่คำนึงถึงเรื่องทางการเมืองว่าชื่อโฉนดชุมชน รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งจริง ๆ แล้วชื่อนั้นเป็นชื่อภาคประชาชนครับ วันนี้มีคนเสนอขอโฉนดชุมชน มาที่สำนักงานโฉนดชุมชนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น รวมทั้งสิ้น ๔๓๕ ชุมชน รวมเนื้อที่ ๒,๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นจำนวนครัวเรือนถึง ๖๒,๖๕๖ ครัวเรือน และประชากร ถึง ๒๔๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นชุมชนในภาคเหนือ ๒๙๓ ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๕๗ ชุมชน ภาคใต้ ๖๓ ชุมชน ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ๒๒ ชุมชน รัฐบาลชุดที่แล้ว อนุมัติไปแล้ว ๒ ที่ คือที่ชุมชนบ้านคลองโยงกับที่ชุมชนบ้านแม่อาวที่จังหวัดลำพูน ๔ เดือน มานี้ครับ ไม่มีการอนุมัติให้โฉนดชุมชนเพิ่มเติมเลยแม้แต่ชุมชนเดียว ในทั้ง ๔๐๐ กว่าชุมชนนี้ อย่างนี้ประสิทธิภาพในการทำงานเราจะให้งบประมาณเต็มที่ไปทำงานหรือครับ นี่คือประเด็นที่ต้องการความจริงใจจากฝ่ายการเมือง แล้วหลายที่ที่ไม่ให้โฉนดชุมชน เขาก็ให้ เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการกับเขาด้วย เช่นเดียวกันกับอีกกรณีหนึ่ง คือเรื่องกรณีธนาคารที่ดิน รัฐบาลเขียนไว้ในโยบายจะสนับสนุนนโยบายธนาคารที่ดิน ธนาคารที่ดินพูดกันมานาน ในประเทศไทย ตั้งแต่ยุคเมื่อปี ๒๕๒๐ กว่าครับ แต่ไม่มีใครทำให้เป็นจริงได้ จนรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ยุคคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอมาโดยท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คุณถาวร เสนเนียม กับผมช่วยกันทำ ที่สุดแล้วมีการประกาศ เป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเป็นองค์การมหาชน ประกาศ ในพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ ความจริงตั้งใจครับว่าธนาคารที่ดิน มีหน้าที่ ๓ อย่าง คือ

๑. จัดหาที่ดินโดยใช้เงินหลวงไปซื้อ แล้วก็เอาที่ดินเหล่านั้นมาจัดให้กับ คนยากจนได้อยู่อาศัยทำกินในรูปแบบโฉนดชุมชน หรือรูปแบบอื่น

ประการที่ ๒ ก็คือจะต้องมีกฎหมาย ๑ ฉบับ เรียกว่า กฎหมายภาษีทรัพย์สิน ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง เก็บเงินภาษีในอัตราก้าวหน้าจากเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วเอาเงินนั้นมาจัดตั้งเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อให้คนยากจนนั้นสามารถเข้าถึง แหล่งทุนได้ หรือเป็นเงินที่ไปซื้อที่ดินจัดให้กับคนยากคนจนได้ และ

อันที่ ๓ ก็มีหน้าที่รวบรวมที่ดินว่างเปล่าซึ่งหน่วยงานรัฐดูแลแล้วจัดให้กับ คนจน รัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธทั้งหมดเลยครับ ไม่เดินหน้าเลยครับ ๑. ในแง่ของ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งธนาคารที่ดินมันมาประกาศเอาช่วงตอนที่รัฐบาลชุดที่แล้วพ้นจาก ตำแหน่งเพราะมีการยุบสภาพอดี เดินหน้าต่อไม่ได้ครับ ในพระราชกฤษฎีกานี้ระบุไว้ว่า จะทำงานต่อได้ต้องมีกรรมการชั่วคราว และกรรมการชั่วคราวจะต้องถูกตั้งขึ้นโดยรัฐมนตรี เสนอให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ จากภาคประชาชน ๒ ครับ ผมไม่รู้ว่าเรื่องนี้เสนอตั้งหรือยังครับ ๔ เดือนแล้วนะครับ ผมทราบว่าเสนอไปแล้วถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอท่านนายกรัฐมนตรีแล้วไฉนไม่เซ็นครับ นอกจากนั้นรัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติเงินจากมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้งครับ

ครั้งแรกเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๔ ๑๖๗ ล้านบาท ให้ธนาคารที่ดินไปจัดซื้อ ที่ดินที่จังหวัดลำพูน เพื่อจัดที่ดินนั้นเป็นโฉนดชุมชนให้กับคนที่จังหวัดลำพูนครับ วันนี้ ก็ไม่เคลื่อนครับธนาคารที่ดิน

๒. ให้งบประมาณ โดยอนุมัติ ครม. วันที่ ๓ พฤษภาคมเช่นเดียวกัน ๑,๓๐๐ ล้านบาท ให้ กอ.รมน. ร่วมกับสำนักงานโฉนดชุมชนสำนักปลัดและให้ ส.ป.ก. ไปจัดซื้อที่ดินจาก บสท. จำนวน ๒๕ แปลงด้วยกัน มาจัดสรรให้คนยากจนเข้าไปอยู่อาศัย ในที่ดินทำกิน พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๕ ผมทราบข่าวเป็นการภายในว่าสำนัก งบประมาณบอก ๑,๓๐๐ ล้านบาท ไม่มีเงินให้มาแค่ ๖๙๐ ล้านบาท วันนี้ท่านตั้งมา ๗๐๐ กว่าล้านบาท ๖๙๐ ล้านบาท คือครึ่งหนึ่งของ ๑,๓๐๐ ล้านบาท กับอีก ๔๐ กว่าล้านบาท ไปจัดตั้ง ประเด็นคืออย่างนี้ครับว่าถ้าไม่เซ็นตั้งคณะกรรมการจะค้างรออะไรตั้ง ๔ เดือน ธนาคารที่ดินคนยากคนจนรอกันอยู่ทั้งประเทศ เงินก็พร้อมรัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติมาให้ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพที่ต้องตรวจสอบ ๒ เรื่องนี้เป็นการยืนยันเหมือนกันว่ารัฐบาลที่เคย ประกาศว่าจะดูแลเรื่องคนยากคนจน สร้างวาทกรรมไพร่ อำมาตย์ วันนี้ท่านได้เป็นรัฐบาล แล้วท่านจะดูแลคนยากจนเหล่านั้นอย่างไร ตัวนโยบาย ๒ ตัวนี้จะเป็นตัวที่อธิบายได้ เพราะกฎหมายภาษีทรัพย์สินที่ดินสิ่งปลูกสร้างท่านปฏิเสธไปแล้วครับ ท่านไม่เห็นด้วยกับ การเก็บภาษีก้าวหน้าให้กับเจ้าของที่ดินที่ร่ำรวยแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผมจึงเสนอ ปรับลดงบประมาณในส่วนสำนักนายกรัฐมนตรีและอยากที่จะให้มีการทบทวนโครงการนี้ โดยรัฐบาลน่าที่จะยืนยันและเดินหน้าต่อครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับเหลืออีกประมาณ ๓-๔ ท่านขอความกรุณาอย่างนี้นะครับ ในการอภิปรายอยากจะให้ท่านให้เหตุผลในการปรับลดนะครับ ถ้าผมจะใช้สิทธิ ใช้อำนาจ ของประธานในการที่จะกำกับดูแล ถ้าอภิปรายนอกเหนือจากวาระที่สองผมก็จะทักท้วง เพื่อที่จะให้การดำเนินการอภิปรายให้เป็นไปตามแบบอย่างของพวกเรา คือในวาระนี้ เป็นเรื่องของการปรับลด เหตุผลการปรับลดเพราะอะไร เดี๋ยวท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ต่อไปเป็นท่านจตุพร พรหมพันธุ์ แล้วก็ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ๒ ท่านก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะลำดับ ต่อไปทีละ ๒ ท่านเพื่อที่ท่านจะได้เตรียมตัวได้ เชิญท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายในมาตรา ๕ เพื่อจะตัดงบประมาณรายจ่ายของสำนัก นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ หน่วยงานแรกที่ผมจะได้แสดง ความเห็นตามแนวทางที่ท่านประธานเริ่มต้นมอบหมาย โดยเริ่มต้นผมเป็นตัวอย่างคนแรกว่า ทำไมจะต้องตัดงบของกรมประชาสัมพันธ์ ความจริงกรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับรัฐ มีศักยภาพโยงใยดีกว่าโทรทัศน์แทบทุกช่อง ก็ว่าได้ มีจุดออกอากาศในต่างจังหวัดในแต่ละภูมิภาคหลายจุด มีวิทยุหลายคลื่น หน้าที่ ของกรมประชาสัมพันธ์นั้นคือการทำหน้าที่ในการบอกกล่าวประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาล แต่ไม่ได้มีหน้าที่ในการปกป้องรัฐบาลโดยการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม ผมได้ฟัง จากเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายถึงกรมประชาสัมพันธ์ว่าการทำหน้าที่ของโทรทัศน์ที่พวกเรา เรียกติดปากว่าช่องหอยม่วง เรียกติดปากกรมประชาสัมพันธ์ว่ากรมกร๊วกบ้าง มีการบอกว่า เวลาทีมข่าวของฝ่ายรัฐบาลมีการออกข่าวโดยรายละเอียด ทีข่าวของพรรคฝ่ายค้าน แทบจะไม่ให้ออก แทบจะปิดให้เห็นภาพ แล้วทำปากพะงาบ ๆ ผมเองนะครับท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็มีความสงสัยว่ามันเป็นจริงอย่างนั้นหรือเปล่า กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งก็จะต้องมี หน้าที่ในการอธิบายความ ปรากฏว่ากรมประชาสัมพันธ์เองรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลนั้นไม่ได้อธิบายความว่ารายการข่าวของช่อง ๑๑ ในขณะนี้นั้นเป็นการทำข่าวของเอกชน ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีการต่อสัญญา ๒ ปีกัน ในวันไหน เราลงเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม มีการยุบสภาในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔ แต่ปรากฏว่ากรมประชาสัมพันธ์ไปต่อสัญญาให้กับบริษัทเอกชนในวันที่ ๓ พฤษภาคม ก่อนที่มีการยุบสภาเพียงแค่ ๖ วันเท่านั้น และสัญญานี้มีอายุถึง ๒ ปี ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าบริษัทที่ได้รับการสัมปทานไปนั้น เป็นบริษัทอะไร ไม่มีความลับอะไรครับ ชื่อบริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ชื่อ นายศุภกร เวชชาชีวะ ผมเรียนกับท่านประธานและบอกกล่าวไปยังรัฐมนตรีโดยคณะกรรมาธิการ ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ว่าให้ทำหน้าที่ในการรายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมา แต่นี่ มันสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ ถ้าจะบริหารประเทศและกำลังจะยุบสภา อย่าไปปฏิบัติหรือประพฤติตนเช่นนี้ นี่รัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีไม่มีอำนาจอะไรเลยนะครับ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่เขาทำอะไรได้ล่ะครับ ก่อนยุบสภา ๖ วัน ต่อสัมปทานให้เลย และข่าวเวลานี้ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับรัฐบาลเลย แต่เวลาที่เพื่อนสมาชิก พรรคฝ่ายค้านมาลุกขึ้นอภิปราย ดูเหมือนว่าช่อง ๑๑ ซึ่งทำหน้าที่ข่าว รายงานข่าว เป็นข่าว ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่แท้จริงเป็นของเอกชนและรัฐบาลชุดที่แล้วเป็นคนอนุมัติ อย่าว่าแต่ทิ้งทวนเลยครับ อ้ายนี่โยนทวนใส่เลยท่านประธาน อ้ายนี่เอาไว้ไม่ได้ต้องตัด งบประมาณครับท่านประธานที่เคารพ ทำอย่างนี้ได้อย่างไรครับ กรมประชาสัมพันธ์ เกิดมีความเสียหาย แล้วผมบอกไปยังอธิบดีคนปัจจุบันว่า บอกผ่านท่านประธานว่าลองไปดู สัญญาสิครับว่ากรมประชาสัมพันธ์ยังมีสิทธิที่จะดำเนินการอะไรได้หรือไม่ การรายงานข่าว เป็นอย่างไร ตรงไปตรงมาหรือไม่ ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพครับ มีการบอกว่า บางรายการว่าทำไมต้องมีการถอนกันออกไป ผมเรียนกับท่านประธานว่าโทรทัศน์ช่องนี้ ถูกใช้ในการปลุกระดมใส่ความคนกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ปรากฏว่ามันไม่มีผล เพราะใส่กันจนเสียชนิดที่คนเขาไม่เชื่อ แต่กรณีรายการดังกล่าวนั้น สัญญามันไปหมด แล้วผมเชื่อว่าก็มีอธิบดีคนใหม่มาไม่มีใครมีสติปัญญาโง่ ปัญญาอ่อนถึงขนาดว่าจะต้อง ไปต่ออายุสัมปทานให้กับรายการที่ปลุกระดมสร้างความเข้าใจผิด สร้างความแตกแยกให้กับ คนในชาติโดยเฉพาะเรื่องความจงรักภักดี ผมเรียนกับท่านประธานว่าช่อง ๑๑ จะต้อง ทำหน้าที่ในการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อประชาชน ๖๔ ล้านคน ไม่ใช่พิทักษ์ สถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อรัฐบาล แล้วไว้เพื่อทำลายบุคคลอื่นที่เป็นปฏิปักษ์ รัฐบาลชุดนี้ จะต้องไม่ปฏิบัติอย่างนั้น จะต้องให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นของพสกนิกรทุกคน ถ้าเป็น บรรยากาศอย่างนี้ ปัญหาเรื่องความแตกแยกภายในชาติจะลดลง ผมเองเห็นบรรยากาศมา ๓ ปี เปิดโทรทัศน์วันจันทร์ วันอังคาร เอาอีกแล้วเรื่องขบวนการล้มเจ้า ขบวนการล้มเจ้า โหมโดยผ่านทางโทรทัศน์ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่าท่านประธาน จำได้ไหมครับว่าในปีหนึ่งปี ๒๕๔๘ วันที่ ๔ ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัส และประชาชนดูการถ่ายทอดทั้งประเทศ บอกกับนายกรัฐมนตรีเวลานั้นว่าอย่าไปดำเนินคดี ดำเนินการอะไรกับคนที่มาหมิ่นพระองค์เพราะจะสร้างความเดือดร้อน ทรงแผ่ความเมตตา กันไป วันนี้มันไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมายครับ แต่มันอยู่ที่การใช้กฎหมาย มันอยู่ที่จะดำเนินการ มองศัตรูเมื่อตัวเองสู้กับศัตรูไม่ได้ก็ยัดเยียดข้อกล่าวหาดังเช่นที่ผ่านมาโดยอาศัย โทรทัศน์ช่องนี้ วันนี้รัฐบาลเปลี่ยน ผมเรียนกับท่านประธานว่าโทรทัศน์ช่องนี้ต้องไม่มีพฤติกรรมเหมือนกับ ๓ ปีที่ผ่านมา ถ้าเป็น อย่างนั้นยิ่งสร้างความเดือดร้อน ยิ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเรียนกับท่านประธานต่อไปนะครับว่า ประเด็นที่มันเป็นสาระสำคัญในวันนี้ก็คือว่า โทรทัศน์ของช่อง ๑๑ จะต้องทำหน้าที่ในการอธิบายความจริง นอกจากพัฒนาหน้าจอให้มัน มีความทันสมัยกันแล้ว แต่ต้องมีความเท่าทันในทุก ๆ ด้าน เพราะประชาชนเขาจะได้รู้เลยว่า ถ้าจะดูเนื้อหาที่แน่ชัดต้องไปเปิดที่ช่อง ๑๑ ไม่ใช่ว่ามีโทรทัศน์ช่องนี้เอาไว้กดรีโมท (Remote) ข้ามเหมือนกับช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่า หน่วยงานต่อไปของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ผมบอกว่าต้องตัดงบไปนั้นคือสำนักข่าวกรอง แห่งชาติ ผมเรียนไปยังผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ข้าราชการสำนัก ข่าวกรองแห่งชาติ ท่านต้องไม่ทำข่าวกรองเพื่อเข้าข้างรัฐบาล ท่านต้องทำข่าวกรอง อย่างตรงไปตรงมา ท่านต้องทำข่าวกรองว่าเวลาทำข่าวกรองกับคนที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล ท่านต้องรายงานความจริงอย่างตรงไปตรงมา เหมือนเวลานี้นะครับ มีการกล่าวหากันอย่างนี้ว่า มีการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นคอมมิวนิสต์หรือเปล่า ข่าวกรองแห่งชาติลงไป แล้วรายงาน ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา แถลงกันอย่างตรงไปตรงมา ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ แต่ถ้า สำนักข่าวกรองแห่งชาติมีหน้าที่ในการสอพลอรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดจะต้องมี อันพินาศย่อยยับเพราะเอาการข่าวที่ผิดมาจัดการและกระทำในสิ่งที่ผิด เพราะฉะนั้นสำนัก ข่าวกรองแห่งชาติภายใต้รัฐบาลนี้จะต้องเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่าคุณต้องเริ่มต้นใหม่แล้ว ถ้าปฏิบัติอย่างนี้ต่อไปประเทศชาติไปไม่ได้ แล้วรัฐบาลนี้ก็ไปไม่ได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือว่า คนที่เป็นรัฐบาลต้องทนที่จะฟังข่าวที่เป็นข่าวไม่ดีได้ คนเวลามีอำนาจ ถ้าสำนัก ข่าวกรองแห่งชาติทำหน้าที่สอพลอก็รายงานข่าวที่เป็นเท็จขึ้นมา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรีกำกับรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดกันนะครับ หน่วยงานต่อไปครับท่านประธานครับ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าท่านประธานอย่าซีเรียส (Serious) เรื่องเวลากับผมเล็กน้อยครับสั้น ๆ แต่ละหน่วยงาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กระชับ นิดหนึ่งครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

คนอื่นยาวกว่าผมมากมายในหมวดนี้ครับ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคนที่แล้ว นายถวิล เปลี่ยนสี ก่อนจะเป็น พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ในปัจจุบัน ก่อนที่พ้นจากตำแหน่งพูดสัจธรรมที่สุดว่า ขณะที่ตัวเองเป็นเลขานุการ ศอฉ. ซึ่งโครงสร้าง ศอฉ. เอาเลขาธิการ สมช. มาเป็นเลขานุการ โดยตำแหน่ง บอกสิ่งหนึ่งที่เป็นตราบาปติดตัว เป็นตราบาปของ ศอฉ. คือเรื่องผังล้มเจ้า ซึ่งไม่มีมูลความจริง เป็นเรื่องของฝ่ายยุทธการประเมินสถานการณ์ความเชื่อมโยงไม่เกี่ยวข้อง กับความจริงเลย นี่ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเป็นตราบาปของ ศอฉ. แต่ทว่าท่านประธาน ที่เคารพ หน่วยงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ นี่ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าประเมินสถานการณ์ ความมั่นคงของชาติที่ผิด เป็นหน่วยงานที่ไม่ใหญ่ครับ มีอำนาจมากมาย เลขาธิการ ซี ๑๑ ใหญ่โต แต่ว่าเป็นองค์กรที่สามารถกระชับองค์กรได้ ถ้าสภาความมั่นคงบริหารข้อเท็จจริง ให้ดำรงอยู่ การจัดการในการมองประชาชนผู้มาเรียกร้องประชาธิปไตยไม่จบลงด้วยการ เข่นฆ่านำพาสู่ความเสียหายอย่างย่อยยับดังเช่นทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานนี้จะต้องมี การสังคายนาปรับปรุงเช่นเดียวกัน ผมต้องการให้รัฐบาลประชาธิปไตยอยู่ได้ วันหนึ่ง ถ้าคุกเข่าเข้ามาเป็น หรือกลัวว่าใครจะทำอะไรไม่สามารถบริหารได้ เราจึงบอกว่า วันนี้จะต้องพูดความจริงกันว่าถ้าสำนักงานข่าวกรองสภาความั่นคงไม่ปรับปรุงให้เข้ากับ สถานการณ์ของความเป็นจริงแล้ว รัฐนาวาที่เป็นประชาธิปไตยนั้นจะไม่สามารถ นำพาฝ่าพ้นไปได้ เพราะฉะนั้นการตัดงบเพื่อให้ ๒ หน่วยงานนี้ได้ตั้งหลักตั้งสติ หน่วยงานต่อมาครับ สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา เวลานี้ประหลาดที่สุดครับ ท่านประธานที่เคารพ เวลาที่รัฐบาล ทำเรื่องปรึกษาหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บางเรื่องท่านประธานที่เคารพ หลายรัฐบาลไม่กล้าทำตามนะครับ กลัวจะต้องถูกขึ้น ถูกดำเนินคดีในศาลรัฐธรรมนูญ กลัวถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กลัวถูกร้องต่อ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นสถานะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นองค์กรมีสถานะ เป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลก็จะต้องตั้งหลักเช่นเดียวกันว่าคำปรึกษาความเห็น ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นจะเป็นภูมิคุ้มกัน จะเป็นภูมิต้านทานให้กับรัฐบาล อย่างไร เพราะฉะนั้นอ้ายความเชื่อมั่นอันนี้ละครับที่จะเป็นมือไม้ให้กับรัฐบาล ถ้าต่อไปนี้ว่า ถ้าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นแล้ว นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีปฏิบัติ แล้วไม่มีความผิด ถ้าเป็นอย่างนี้ถ้ามีความผิดผู้รับผิดชอบในองค์ประกอบของความผิดนั้น ต้องเป็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมไม่ต้องการเข้าไปในรายละเอียด แต่บอกว่า กอ.รมน. นั้น ณ วันนี้ท่านประธานที่เคารพผมได้เคยอธิบายความหลายครั้งว่าผมมีความเชื่อ เหมือนเชื่อได้ว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนเชื่อในหลายแห่งในประเทศนี้ก่อนหน้านี้ว่า หน่วยงานที่ทำหน้าที่ฝ่ายมั่นคง ไม่ต้องการให้ประเทศเกิดความมั่นคง เพราะถ้ามั่นคงแล้ว ไม่รู้เขาจะทำอะไร มันจึงกลายเป็นการเลี้ยงโรคไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น วันนี้ต้องพูดความจริงกันว่า เราจะเริ่มต้นให้เรื่องความมั่นคงได้จบลงไปไหม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบหัวใจกันไหม สิ่งที่สูญเสียต้องเยียวยาให้ครบกันไหม แต่ละฝ่ายยอมรับความผิดพลาดกันไหม ท่านประธาน คงจำผมได้ว่าเวลานี้ในสภาทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล พูดเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยอมรับว่าเราผ่านความล้มเหลวมาทั้งคู่ ถ้าผมทำสำเร็จแสดงว่าฝ่ายค้านไม่มีอะไรทำ พอฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล ถ้าทำสำเร็จเรื่องก็ไม่มาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในโลกความเป็นจริงนั้น ถ้าเรายอมรับความตั้งต้นกันอย่างนี้ เพื่อบอกว่าในซีกการเมืองยอมรับความจริงเสียเพื่อให้ บอกกับส่วนข้าราชการประจำที่เขาลงไปปฏิบัติหน้าที่ว่าต่อไปนี้เราจะปฏิบัติหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ไปสร้างเงื่อนไขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มิฉะนั้นไม่จบละ ท่านประธานที่เคารพ ที่นั่นมันโอเอซิส (Oasis) มันเป็นบ่อน้ำมัน งบประมาณนี่นะครับ วิธีการพิเศษทั้งนั้น วิธีคิดอันนี้จะทำให้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันไม่มีทางจะจบสิ้น แต่ถ้าทุกฝ่ายมันแบหัวใจกันหมด ฝ่ายค้านแบหัวใจ รัฐบาลแบหัวใจ หน่วยงานความมั่นคง ทั้งหมด ศอ.บต. ทุกอย่างลงมากางกันเลย ผู้นำเหล่าทัพมากางว่าปัญหาจริง ๆ คืออะไร ทะเลาะกันมาเกิดเหตุการณ์ขนาดนี้ เห็นตัวกันหมดแล้วท่านประธานว่าใครเป็นใคร อยู่ตรงไหนกันอย่างไร ร่วมมือกันได้ไหม เพราะจุดนั้นเป็นจุดที่เป็นปัญหาที่สุด และที่สำคัญ ประการต่อมา ก็คือว่าความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นและสิ่งที่น่าเป็นห่วง ความจริงแล้วเกี่ยวพันกับ ๒ กระทรวง แต่ว่าเอาเกี่ยวข้องตรงนี้ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็พูดชัดเจนแล้ว เรื่องปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกจะวินิจฉัย ผมเรียนกับท่านประธานว่าคนไทยต้องทำใจ เอาไว้ล่วงหน้า ถ้ามันเดินทางไปถึงเมื่อมีคำตัดสินของศาลโลก ชนะไม่เป็นอะไรครับ ถ้าแพ้ ใครรับผิดชอบ บอกความจริงกับคนไทยกันแล้วหรือยัง เวลานี้ผมคุยกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ แต่เกี่ยวข้องเรื่องความมั่นคงเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมาแล้วประเทศนี้ ไม่มีความมั่นคงแน่นอน ถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ ต้องเล่าความจริงให้กับคนไทยเขาทราบ ทุกขั้นตอน แต่ผมเองอ่านคำคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลกแล้ว ดูประสบการณ์การอ่าน การเห็นอะไรกันมานั้นย่อมทำนายอนาคตได้ ถ้ากรณีนี้เกิดขึ้นความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้น จากการเสียดินแดน จากการไปกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมานั้น ฝ่ายความมั่นคงเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร ชนะไม่มีปัญหาครับ แต่ผมเรียนว่า วันนี้ไม่มีใครกล้าเอาคอเป็นประกันว่าประเทศไทยจะชนะคดีในศาลโลก

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาครับ ๑๕ (๑) แผนงานสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง ซึ่งความจริงปีนี้ มีหลายหน่วยงานครับ ทุกเหล่าทัพก็มาตราถัดไป แต่ผมเรียนว่าในส่วนสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องทำเรื่องนี้ให้มันปรากฏ ต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ความไม่ยุติธรรม ความไม่เท่าเทียมที่มันเกิดขึ้น คนไทยนี่นะครับ ถ้ามันมีความรู้สึกเสมอกัน มันมีความรู้สึกยุติธรรม ท่านประธานเห็นคนไทยเชียร์มวยไหมครับ ลองว่าคนที่เราเชียร์ฝ่ายหนึ่ง เขาก็เตะอีกฝ่ายหนึ่งล้ม แล้วไปกระทืบซ้ำเลย คนไทยเขาไม่เอาด้วยแล้ว เพราะฉะนั้น การแก้ไขนั้นคือทำให้บ้านเมืองมีความเสมอกัน ผมก็ขอฝากแผนงานการสร้าง ความปรองดอง ความสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย และปฏิรูปการเมือง ทำให้เป็นจริงและเป็นรูปธรรม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ารูปธรรมอย่างไร เวลานี้คนก็มีความหวังว่า คณะกรรมาธิการชุดที่มีพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน จะทำให้ปรากฏ ปัญหาว่าแผนการ ของรัฐบาลจะประสานกับคณะกรรมาธิการชุดนี้กันอย่างไร ที่เชื่อมประสานทำให้ปรากฏ ความเป็นจริง คำว่า สมานฉันท์ เป็นคำโกหกไปแล้ว คำว่า ปรองดอง มันกำลังจะตามกันมาว่า เอาไว้พูดเอาไว้โกหกกันครับท่าน เพราะฉะนั้นผมเรียนกับท่านประธานว่าต้นเหตุ คือความเหลื่อมล้ำและความไม่ยุติธรรม

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ประเด็นสุดท้ายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นสุดท้ายแล้วนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นสุดท้ายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเคครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ แต่เป็นเรื่องที่คนไทยไม่รู้เรื่องกันเลย เวลานี้ ต้องอธิบายเลยว่าสถาบันการจัดการธนาคารที่ดินนั้น จะมีบทบาทลงไปจัดการแก้ไขปัญหา อย่างไรกันบ้าง หรือการบูรณาการปัญหาที่ดินทั้งระบบนั้นจะแก้ไขจัดการกันอย่างไร ธนาคารนี้จะมีบทบาทกันอย่างไร คนที่ไม่มีที่ทำกิน ที่เคยไปขึ้นทะเบียนคนจนในสมัยรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทักษิณนั้น จะไปจัดการแก้ไขปัญหาให้กับเขาอย่างไร คือมุมมองทั้งหมด ผมจึงเรียนว่าในส่วนสำนักนายกรัฐมนตรีที่อธิบายท่านประธานว่าต้องตัด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์นั้น เพื่อต้องการอธิบายเหตุผลว่าในแต่ละหน่วยงานต้องมีการปรับปรุงตัวให้สอดคล้องกับรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยเสียงเกินครึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาคม ท่านสุเทพประท้วงหรืออย่างไรครับ เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้ สิทธิพาดพิง เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายที่เพิ่งนั่งลงไปนั้นได้อภิปรายพาดพิงเสียดสีก่อให้เกิดความ เสียหายแก่กระผมและรัฐบาลในช่วงที่กระผมรับผิดชอบ ผมรักษามารยาทไม่ลุกขึ้นประท้วง ในตอนที่เขาอภิปราย เพราะประสงค์จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ประเด็นอะไรครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานไม่ได้ฟังจริง ๆ นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมฟังครับ ผมอยากจะทราบว่าประเด็นอะไร เพราะว่าท่านจะใช้สิทธิไม่นาน ประเด็นนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมจะทวนให้ฟังนะครับ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ที่จริงก็ไม่ได้บอกเหตุผลจริง ๆ หรอก ว่าจะตัดด้วยเรื่องใด แต่ว่า วกไปเพื่อที่จะหาเรื่องคนอื่น ตั้งแต่กรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวกรอง สภาความมั่นคง กอ.รมน. ถ้าท่านประธานตั้งใจฟังจริง ๆ ก็จะได้ยินที่เขาบอกว่าผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ตัดสินวินิจฉัยเหตุการณ์ผิดเพราะข้อมูลของข่าวกรองเป็นเท็จ เพราะประจบ สอพลอ อย่างนี้ผมเสียหายนะครับ ท่านประธานได้ยินตรงนี้หรือเปล่าครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ประเด็นอยู่ที่ว่าท่านขอตัดนี่ ท่านให้เหตุผลที่ผมบันทึกไว้ก็คือว่าการพิจารณาวินิจฉัย การนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อมูลความจริงที่จะเสนอต่อผู้บริหารนี่นะครับ เขาก็บอกว่า อยากจะให้ตรงไปตรงมานะครับ เขาไม่ได้พาดพิงถึงท่านในฐานะผู้บริหารนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

แล้วใครเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงที่เขาหมายถึงในคำอภิปราย ท่านประธานตอบแทนเขาได้หรือครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ประเด็นที่เขาอภิปราย เขากำลังนำเสนอประเด็นว่าเหตุผลที่เขาตัดเพราะการ บริหารการจัดการของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติก็ดี หรือสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ดีนี่นะครับ เนื่องจากการรายงานเข้าไป เขาไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงผู้บริหารในฐานะฝ่ายการเมืองนะครับ เขาพูดถึงว่าผู้บริหารภายใน เขาจึงขอปรับลด

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานไม่ได้ยินที่เขา กล่าวถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าหาก ว่ากล่าวถึงท่านเชิญท่านชี้แจงครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

เพราะว่าถ้าท่านประธานไม่ได้ยิน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แต่ผม ไม่ได้ยินว่าถึงรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมบันทึกไว้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ถ้าอย่างนั้นท่านประธานเอาเทป มาเปิด

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวสักครู่หนึ่ง ท่านมีอะไรครับ ท่านสุเทพกำลังขอใช้สิทธิพาดพิงว่าที่ท่านกล่าวถึงท่าน ให้ท่านสุเทพใช้สิทธิก่อนได้ไหมครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้บอกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านไม่ได้กล่าว ท่านบอกว่ารองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านกำลังกล่าว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ผมพูดหลักการในการรายงานข่าวว่า ถ้ารายงานให้กับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผมก็อธิบายความ โดยหลักการของหน่วยงาน สมช. ข่าวกรองแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ถ้าผม จะอภิปรายถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ ผมนั่งฟังอยู่แล้วผมก็บันทึกไว้ ท่านกำลังอธิบายเหตุผลในการตัดในรายการของ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติก็ดี กอ.รมน. ก็ดี แล้วก็หลายส่วนนะครับ ท่านก็กำลังอธิบาย ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ตาม เฉพาะเจ้าหน้าที่ ผมกำลังถามท่านสุเทพอยู่ว่า ถ้ามีการกล่าวถึงรองนายกรัฐมนตรีนี่ก็ต้องให้สิทธิท่าน แต่ผมนั่งฟัง มันไม่มี ผมกำลังอธิบาย กับท่านสุเทพว่ามันไม่มี เมื่อไม่มี ท่านก็ไม่ได้เสียหายนะครับ แต่ท่านสุเทพก็ทักท้วงขึ้นมา บอกว่ามันมี ผมก็จะให้ท่านสุเทพ ถ้ามีจริงท่านก็สามารถชี้แจงได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

คือท่านประธานครับ ท่านประธาน วินิจฉัยอย่างนั้นไม่ได้ คือผมไม่ได้พูดถึงนายสุเทพ เพราะว่าถ้าผมพูดถึงนายสุเทพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่านจตุพร ท่านไม่ได้พูดถึงชื่อท่านสุเทพนะครับ แล้วผมนั่งฟังก็ไม่มี อันนี้ ข้อเท็จจริง สามารถเปิดเทปได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

คือถ้าอย่างนั้นท่านประธานต้องให้ผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะ ไม่ให้ท่านมาโต้ตอบนะครับ เป็นสิ่งซึ่งผมจะต้องวินิจฉัยท่านสุเทพก่อนว่าท่านสุเทพขอใช้ สิทธิพาดพิงว่าท่านได้อภิปรายไปถึงท่านจริงหรือไม่ อย่างไร แล้วท่านเสียหายไหม ผมกำลังจะวินิจฉัยอยู่ว่าท่านจะเสียหายหรือไม่เสียหายก่อนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

แสดงว่าท่านประธานจะให้นายสุเทพ ใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานต้องให้ผมพูดใหม่ เพราะผมจะได้พาดพิงนายสุเทพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

การจะ ใช้สิทธิพาดพิงก็ต้องฟังท่านก่อน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ถ้าอย่างนั้นก็ย้อนกันใหม่ครับ ต้องตามลำดับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งครับ ใจเย็น ๆ ครับ สภาเราต้องอดทนหน่อย นั่งฟังกันหน่อยนะครับ เดี๋ยวนะครับท่านสุเทพ คือท่านสุเทพขอใช้สิทธิอ้างต่อที่ประชุม ที่ถามผมว่าเมื่อครู่มีการกล่าวถึงท่านในทางเสียหาย หรือไม่ ผมกำลังจะให้ท่านสุเทพอธิบายหน่อยว่าที่เขากล่าวถึงท่านเรื่องอะไร แล้วผมจะ วินิจฉัยว่าเสียหายหรือไม่ ผมจึงจะให้ใช้สิทธิในการอธิบายได้ เชิญ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ในประเด็นแรกครับ ท่านประธานครับ ผมยืนยันกับท่านประธาน เพราะท่านประธานอาจจะฟังไม่ทันว่า เขาได้กล่าวจริง ๆ ว่ารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้ตัดสินใจผิดตามข่าวกรองนั้น นี่เป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ ถ้าท่านประธานยังสงสัยอยู่ก็เอาเทปมาเปิดว่ามีข้อความที่ผมว่านี้ หรือไม่ ถ้าท่านประธานต้องการนะครับ ในประเด็นที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสุเทพ คืออย่างนี้ครับ ท่านจตุพร ให้ท่านอธิบายถึงสิทธิตามข้อบังคับท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยเอง คือท่านยังไม่เสร็จแล้วท่านก็ลุกขึ้นทักท้วง ลุกขึ้นทักท้วง มันวินิจฉัย ไม่ได้นะ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

เอามาเปิดเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเป็น อำนาจของประธาน ใจเย็น ๆ นะครับ เอาทีละข้อก่อนท่านกำลังอธิบายความอยู่ว่าท่านจะ ขอใช้สิทธิพาดพิงอะไรในข้อที่ ๑ เชิญข้อที่ ๒ ครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้อภิปรายไปถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เอ่ยชื่อนายถวิล เปลี่ยนศรี แล้วก็พูดว่านายถวิล เปลี่ยนศรี ได้เป็นคนออกมาพูดว่าผังล้มเจ้าไม่มีอยู่จริง ตรงนี้มันเจือสม กับกระบวนการที่เขาทำกันมา ๒-๓ วันนี้ครับ ที่ว่าจะเชิญผมไปสอบสวนเรื่องผังล้มเจ้า คนฟังทั้งประเทศ ฟังแล้วรู้เลยครับว่าเขาว่าผม แล้วก็ทำให้ผมเสียหาย ผมต้องขอสิทธิชี้แจง ๒ ประเด็นนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมวินิจฉัยประเด็นที่ ๒ ก่อนนะครับ

ประเด็นที่ท่านจตุพรพูดถึงเรื่องของการนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงเรื่อง ผังล้มเจ้า ถามว่าข้อเท็จจริงมีอยู่จริงไหมในการนำเสนอ มันมีอยู่จริง แต่ข้อเท็จจริง จะมีอยู่จริงจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ฉะนั้นประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวกับท่าน เพราะข้อเท็จจริงมันปรากฏตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ อันนั้นก็เป็นข้อเท็จจริง แต่จะเป็นความจริงหรือไม่ไม่ทราบ ฉะนั้นประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ถ้าประเด็นที่ ๒

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมถามท่านประธานนิดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฟังผมก่อนได้ไหมครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

วินิจฉัยอย่างนี้ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมจะวินิจฉัยประเด็นที่ ๑ ในประเด็นที่ ๑ ผมฟังท่านจตุพร แล้วผมบันทึกไว้ว่าในการบริหาร ที่ท่านตัดงบประมาณในครั้งนี้ท่านกล่าวถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่รักษาผลประโยชน์ ของส่วนราชการที่แท้จริง มีการนำเสนอในเรื่องของข่าวสาร แล้วก็ไม่รักษาผลประโยชน์ แล้วการบริหารการจัดการไม่เป็นธรรมนะครับ อันนี้คือสิ่งซึ่งผมนั่งฟัง แต่ถ้าหากว่า กล่าวพาดพิงถึงท่านในฐานะรองนายกรัฐมนตรีผมจะให้สิทธิท่าน แต่ผมขอเปิดเทปก่อน ได้ไหมครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

เชิญเลยครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวให้ท่านอาคมอภิปรายก่อน เดี๋ยวขอเปิดเทปนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอาคมครับ เจ้าหน้าที่ลองเปิดเทปดู

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ยิ่งดึกมันก็จะเริ่มมี สาระนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านอาคมพูดมีสาระทุกครั้งครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้เวลาไม่นานนะครับ เพราะว่าท่านประธานคงเห็นนะครับ แต่ว่ามาตรานี้ที่ผมต้องพูดเพราะว่ามันมี ความจำเป็นจริง ๆ ในมาตรา ๓ มาตรา ๔ ท่านประธานจะเห็นว่าผมขอคำตอบ จากกรรมาธิการ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ลากถูลู่ถูกังไปบ้าง แต่ว่าก็ไปได้ครับเพราะผมถือว่า เรามอบหน้าที่ให้เขาไปทำงานแล้ว แต่มาตรานี้ผมต้องขอคำตอบจริง ๆ โดยเฉพาะ กรรมาธิการที่ให้เกียรติมานั่งอยู่นี่ กรรมาธิการพงศกร อรรณนพพร หรือท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการโจ้จะร่วมด้วยก็ได้นะครับ ผมต้องการคำตอบอย่างนี้ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรีตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจะพูด เฉพาะสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งมีงบประมาณอยู่ ๓,๒๙๔ ล้านบาท มีแผนงาน ๓ แผนงานนะครับ ท่านประธานลองฟังดูนะครับ แผนงานเทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบัน พระมหากษัตริย์ ตลอดระยะเวลา ๕ เดือน ท่านประธานจะเห็นว่าผมอยากทราบ จากกรรมาธิการว่า ๕ เดือนที่ผ่านมายังมีคนจงใจพยายามจะหมิ่นสถาบันอยู่ แล้วเวลานี้ สผ ๕/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ ศันสนีย์ ๓๐๑/$ เขาอนุมัติของบประมาณมาอีก ๑,๕๕๘ ล้านบาท อันนี้ต้องขอคำตอบด้วยว่าท่านได้ซักไซ้ กับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่าจะมีมาตรการวางแผนอย่างไร ที่จะให้เรื่องเหล่านี้มันหมด หรือยุติลงไปได้

ในประการที่ ๒ แผนงานเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม อันนี้ กรรมาธิการช่วยอธิบายผมด้วยจะไปสร้างกันอย่างไรตั้ง ๙๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นประโยชน์ ผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ผมคิดว่ากรรมาธิการก็คงจะต้องปรับลดไปแล้ว

ในประการที่ ๓ อันนี้สำคัญมาก อันนี้ตัวบุคคลเลย ประสิทธิภาพการบริหาร ราชการแผ่นดิน ปกติท่านประธานครับผมไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะว่าเวลาคนขึ้นมาเป็น รัฐบาลก็ต้องตั้งคนเข้าไปช่วยงาน แต่ปรากฏว่าสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีตั้งคนเข้าไปทำหน้าที่เป็นข้าราชการการเมือง ประการแรก ผิดพระราชบัญญัติ ข้าราชการการเมือง เพราะในพระราชบัญญัติข้าราชการการเมืองมาตรา ๙ (๓) ต้องเลื่อมใส ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขโดยสุจริตใจ บางคนถูกข้อกล่าวหาว่า หมิ่นสถาบันก็ยังได้รับการแต่งตั้ง นี่คือคำสั่งแต่งตั้งลงนามโดยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวผมจะเอ่ยชื่อให้ดูสัก ๒-๓ คน ในประการที่ ๒ (๕) ต้องมีศีลธรรมอันดี และเมื่อเราจะตั้ง ใครดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งกินเงินเดือนคนละประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท เงินเดือนเหล่านี้เราพูดเสมอว่ามาจากภาษีอากรของประชาชน มาจากหยาดเหงื่อแรงงาน ของประชาชนที่จ่ายภาษี เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลจะตั้งคนผมเชื่อว่าคนในพรรครัฐบาลที่ดี ๆ ก็เยอะ ผมไม่อิจฉา แต่ว่าบุคคลที่ผมจะกล่าว ๒-๓ คนต่อไปนี้ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องแก้ไข กรรมาธิการจะต้องตอบผมว่าทำไมปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง กินเงินเดือนของประชาชนได้ ท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ ๒๔๕๗ เวลาเขาเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เวลานายอำเภอจะลงคำสั่ง ลงลายมือแต่งตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ประชาชนมาเลือกแล้ว เขาบอกให้ตรวจสอบคุณสมบัติก่อน เขาต้องไปตรวจสอบว่า เป็นผู้มีอิทธิพลไหม ค้าไม้เถื่อนไหม ค้ายาบ้าไหม หรือมีแนวโน้มไหม นายอำเภอถึงจะแต่งตั้ง นั่นขนาดประชาชนเลือกมาแล้วนะ ท่านประธานครับ เงินเดือนไม่ใช่บาท ๒ บาท เอาคนแรกก่อนท่านประธานครับ ผมพูดไม่ยาวแต่ว่าต้องการให้มีการแก้ไข ๑. ขอคำตอบ ๒. ถ้ารัฐบาลฟังผมแล้วเห็นว่ามันเป็นสาระรัฐบาลก็เปลี่ยนแปลงได้สั่งให้เขาออกไป หรือให้ เขาลาออกไปแล้วตั้งคนใหม่ อย่างนี้สภาก็เป็นประโยชน์ ไม่อย่างนั้นสภาก็มาเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีสาระอะไร ยิ่งเสียงข้างน้อยไม่ต้องคำนึงถึง อันนี้ก็ยิ่งไร้ประโยชน์ใหญ่ เพราะในระบอบประชาธิปไตยเสียงข้างมากปกครองประเทศ เสียงข้างน้อยควบคุมรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างคนแรกนะครับ เพราะไม่ได้อยู่ในสภา เพราะฉะนั้น ผมไม่เอ่ยชื่อ ว ครับท่านประธาน คนที่ชื่อ ว นี้ครับ เป็นตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กินเงินเดือน ๔๔,๓๑๐ บาท พี่น้องประชาชนที่เสียภาษีฟังไว้ด้วย มีเงินประจำตำแหน่ง ๔,๙๐๐ บาท บวกกันแล้วเกือบ ๕๐,๐๐๐ บาท โก้เลยครับ อยู่ในทำเนียบรัฐบาล เป็นเลขารัฐมนตรีของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ทำไมผมถึงยกคนนี้ครับ คนนี้ชื่อนาย ว ที่ผมยกเพราะว่าคนนี้ท่านประธานครับ ไม่ได้ ตรวจสอบคุณสมบัติเขาหรือ เพราะว่าก่อนหน้านั้นเขาถูกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สอบสวนว่าเขาเป็นสื่อมวลชน แล้วก็ไปติดสินบนสื่อด้วยกันเอง มีการลงข่าวแพร่ไปทั่ว เป็นที่รู้กัน ทำไมไม่สอบสวนครับ คน ๆ นี้ชื่อ ว แล้วก็สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติลงมติว่า มีมูล เพราะฉะนั้นคนที่จะมาดำรงตำแหน่งอยู่กับนายกรัฐมนตรีตั้งคนอย่างนี้มันมัวหมอง ผิด พ.ร.บ. ข้าราชการการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นมีการพูดกันไปว่า สื่อที่ไปตั้งในช่วงเลือกตั้งตั้งกันเยอะ รายละ ๒๐,๐๐๐ บาทก็มี ต่อมาก็บอกมากกว่านั้น

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาคมนิดหนึ่งครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ไม่ใช่นายนี้ครับ นายนี่ไม่ใช่ชื่อ ว ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร ท่านใช้สิทธิประท้วง เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ด้วยความเคารพ ท่านอาคมครับ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่จริง ๆ อยากให้ท่านพักหายใจก่อนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ ท่านอาคมท่านพูดอย่างนี้เป็นปกติมาเกือบ ๒๐ ปีแล้วผมรู้ครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ท่านกล่าวพาดพิงคนอื่น กรณีที่ท่านบอก ว ไม่เป็นอะไรหรอกครับ มันเป็น ตัวย่อครับ แต่ท่านบอกตำแหน่งชัดเจนสำนักนายกรัฐมนตรีมีไม่กี่คนหรอกครับท่านประธาน ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน ประท้วงอะไรครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ประท้วงว่าท่านพูดถึงบุคคล ภายนอกครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะได้ วินิจฉัยนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

เพราะว่า ว แม้ท่านจะใช้ตัวย่อ ครับท่านประธาน แต่ว่าตำแหน่งมันชัดเจนครับ ถ้าอย่างนั้นผมบอกรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง จ อย่างนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้วครับว่าเป็นใคร ท่านประธานขอให้ท่าน วินิจฉัย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็น อะไรเดี๋ยวผมจะวินิจฉัย คืออย่างนี้ครับท่านกำลังขอใช้สิทธิของท่านในการปรับลด งบประมาณในมาตรา ๕ ท่านก็พูดถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง ฉะนั้นผู้ที่จะดำรง ตำแหน่งท่านก็พยายามที่จะเทียบเคียงกันว่าการที่จะต้องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องเป็น ผู้ที่มีความสุจริตบริสุทธิ์ แต่บุคคลที่มีความมัวหมองในเรื่องของพฤติกรรมการกระทำนะครับ ท่านก็เปรียบเทียบว่าในลักษณะอย่างนี้ซึ่งท่านไม่ได้เอ่ยชื่อ เพราะเป็นบุคคลภายนอก ท่านก็อักษรย่อ ซึ่งเราก็ไม่ทราบ ในลักษณะอย่างนี้ท่านกำลังอธิบายเหตุผลว่าเหตุผลที่ท่าน ปรับลดไป เพราะท่านก็เห็นว่าการใช้จ่ายเงินเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนการแต่งตั้ง บุคคลเข้าสู่การดำรงตำแหน่งจะต้องพิจารณาให้ดีให้รอบคอบ อันนี้เป็นเหตุผลที่ท่าน กำลังเสนอตัดปรับลดงบประมาณ เชิญท่านอาคมต่อครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงบุคคลภายนอก เพราะว่าเขาไม่ได้มีโอกาสมาแก้ตัว แต่ไม่เป็นอะไรครับ เมื่อเพื่อนเขาต้องการ เขาชื่อนายวิม รุ่งวัฒนจินดา ผมรับผิดชอบครับท่านประธาน ผมรู้ว่า สภานี้ไม่คุ้มครองผม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงเชิญ ใจเย็น ๆ ครับ เชิญท่านประท้วงครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับผมก็ตกใจครับ ที่ท่านได้กรุณาเปิดเผยชื่อยิ่งอย่างนี้เสียหายท่านประธานครับ คนภายนอกครับ มันไม่ควรที่ จะมาพูดถึงเขาว่าเขาทำอะไรที่ไม่ชอบหรืออย่างไรอย่างนี้ท่านประธานครับ ท่านกรุณา วินิจฉัยด้วยครับ อย่าพาดพิงถึงคนอื่นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ ถ้าท่านประท้วงผู้กำลังอภิปรายขอให้ถอนนี่นะครับ ท่านไม่ประท้วงก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้า จะให้ผมให้ท่านขอถอนผมว่านะครับ ถ้าเสียหายจริงก็ให้ผู้ที่ถูกพาดพิงไปก็ใช้สิทธิในการที่จะ ดำเนินคดีคุณอาคม เอ่งฉ้วน ต่อไปเอาอย่างนั้นก็แล้วกันนะครับ ขอความกรุณาท่านอาคม ท่านเป็นผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี ขอความกรุณาถ้าไม่จำเป็นอย่าไปพูดถึงบุคคลภายนอกนะครับ เชิญต่อครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ก็ผมหลีกเลี่ยงตั้งแต่ต้นแล้ว ท่านประธานก็รู้ดี ท่านประธานเป็นนักกฎหมายผมอยู่ในสภานี้มา ๓๐ ปี แล้วก็ถูกฟ้องมา ประมาณ ๘ คดีครับ แต่แปลกครับ ศาลทุกศาลตัดสินว่าผมทำหน้าที่เพื่อประชาชน ศาลยก ทุกคดีครับ ท่านประธานครับผมพูดเรื่องนี้นี่เพราะผมเห็นว่ารัฐบาลเพิ่งเริ่มต้น ๔ เดือน ผมอยากให้รัฐบาลได้แก้ไข เพราะว่าสื่อมวลชนก็เป็นฐานันดรหนึ่งที่เป็นตัวแทน ของประชาชนเช่นเดียวกับพวกเราที่ชอบอ้างกันว่าเราเป็นตัวแทนของประชาชน ท่านจะ สบายใจหรือครับที่สื่อพาดหัวอย่างนี้ รัฐบาลไหนก็ตามผมว่ารัฐบาลที่ผมเคยเป็นรัฐบาล ผมก็ไม่ชอบใจ เขาพาดหัวอย่างไรครับ ตบรางวัลถ้วนหน้า ไพร่ยิ้มราบ ใส่สูทผูกไทอย่างนี้ มันก็ดีหรือครับท่านประธาน หรือว่าปูแทนคุณเสื้อแดงแต่งตั้งตลก นักร้อง เสวยสุข กินเงินเดือนหลวง ท่านประธานครับ แล้วอีกอันหนึ่งบอกว่า เปิดโปงข้าราชการการเมือง ต่างตอบแทน เสื้อแดงคนอกหัก นายทุนพรรค อย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า ในประเทศในระบอบประชาธิปไตยประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านอาคมใจเย็น ๆ ก่อนครับ มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวท่านอาคมนั่งก่อนนะครับ เป็นห่วง สุขภาพท่านด้วย เชิญครับ ท่านประท้วงเชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ท่านประธานครับ การอภิปรายในสภาของเราถ้าจะเอาเอกสารมาอ่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานก่อน โดยเฉพาะเอกสารที่จะกล่าวถึงพาดพิงบุคคลภายนอก แต่สำหรับท่านอาคม เอ่งฉ้วน นั้นผมขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ผมเห็นว่าการเป็นผู้ใหญ่ อาจจะเป็นไปได้ที่ท่านประธานก็เกรงอกเกรงใจก็เลยไม่ได้ติเตียน แต่ผมเองอยากจะให้ เป็นไปตามกติกา แล้วก็ขอให้พวกเราอย่าประท้วงท่านอาคมเลยเวลาท่านอภิปราย ท่านเครียด ท่านเคยเป็นลมในนี้ครับ ผมก็เกรงใจท่านครับ ให้ท่านได้อภิปรายต่อไป พวกเรา อย่าประท้วงท่านนะให้ท่านอภิปรายไปสบาย ๆ จะได้ไม่เครียด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัย ไม่ประท้วงท่านก็จะจบแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ครับ เชิญท่านอาคมอภิปรายต่อ ปกติท่านก็อยู่กรรมาธิการกับผมมาตลอดนะครับ ผมไม่ได้เกรงใจท่านนะครับ แต่เนื่องจากอยู่ด้วยกันมานาน

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ผมพยายามจะพูดให้ช้าลงหน่อยครับ เพื่อให้ท่านสุนัยได้สบายใจครับ ท่านเป็นห่วงกลัวผมจะเป็นอันตราย แต่ผมว่าให้ท่านดูแล สุขภาพตัวเองบ้าง ผมเห็นหัวขาวแล้ว บางทีมันก็อันตรายนะ ท่านไปเช็กบ้างเหมือนกันนะ เพื่อความปลอดภัยครับ ไม่รู้เป็นโรคอะไรหรือเปล่าครับท่านประธานครับ นี่ด้วยความหวังดีครับ รุ่นเดียวกัน รุ่นใกล้ ๆ กัน ท่านประธานครับ ผมเอ่ยชื่ออีกคนเดียวครับท่านประธาน คนนี้ หนักครับ มันมีข่าวใหญ่อยู่ข่าวหนึ่งท่านประธานครับ เอาความลับของทางราชการไปเปิดเผยเลย ถ่ายคลิปเลย คนนี้เป็นเลขานุการของอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีชื่ออยู่ในคำสั่ง ข้าราชการการเมืองของรัฐบาลนี้ด้วย ผมไม่เปิดเผยชื่อนะครับ แต่ว่าคนนี้เอาความลับของศาล ไปเปิดเผย แล้วตั้งเป็นเลขานุการของรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญกระทรวงหนึ่ง คือกระทรวง สาธารณสุข ถ้าคนนี้เคยเอาความลับของศาลไปเปิดเผยได้ แล้วจะเอาความลับของคนป่วย ในกระทรวงสาธารณสุขไปเปิดเผยไม่ได้หรือครับ คนนี้เป็นเอดส์ คนนั้นกำลังจะตาย มันมีโอกาสทำได้ครับ เพราะคนเหล่านี้มันมีพฤติกรรม ผมจึงตั้งใจว่านี่ละครับ ตั้งคนอย่างนี้ มาทำหน้าที่การเมืองในระดับสำคัญ มันเสียหาย ศาลก็ยังเอาเรื่องอยู่ แล้วปรากฏว่า แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ทั้งหมดทั้งสิ้น ทั้ง ๒ คนนี้ ผมคิดว่าก็เพียงพอแล้ว ที่ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานก็คงเข้าใจ แต่ว่าเที่ยวนี้ผมต้องการหวังผล เพราะมาตรา ๓ มาตรา ๔ ต้องการคำอธิบาย เพราะมอบกรรมาธิการให้เขาไปทำหน้าที่ แต่รอบนี้กรรมาธิการที่ผมเอ่ยชื่อตอบผมด้วยว่าเมื่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมา คุณถามเหมือนที่ผมถามไหม ถ้าถามแล้วเขาตอบว่าอย่างไร ถ้าตอบแล้วเป็นที่พอใจ ผมก็จะได้สบายใจ แต่ถ้าตอบแล้วมันไม่ได้เรื่องไม่เข้าท่า ผมคิดว่าคนแต่งตั้งปรับออกได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุเทพครับ เมื่อครู่ผมถามทางท่านเลขาธิการแล้วนะครับ ท่านเปิดเทปฟังหรือยังครับ ตัวท่านเอง ได้ฟังเทปหรือยัง เชิญครับ เจ้าหน้าที่เปิดเสียงให้ท่านหน่อย ท่านได้ฟังเทปหรือยังครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผมฟัง คำอภิปรายเขาเลย แล้วก็เพื่อน ๆ ผมที่อยู่ที่นี่ก็ได้ยิน คนที่ฟังวิทยุที่บ้านก็ได้ยิน บังเอิญ มีเฉพาะท่านประธานไม่ได้ยิน ผมก็เลยเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานให้เปิดเทปฟังสิครับ ว่าเขาพูดถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ ท่านประธานก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้ เจ้าหน้าที่เปิดเทป ผมก็รออยู่ว่าเปิดแล้วมีหรือไม่มีอย่างที่ผมว่าครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รอสักพักหนึ่งกำลังเปิดเสียงอยู่ เพราะว่าเมื่อครู่ได้ถามท่านเลขาธิการ แต่จะให้ ความเป็นธรรมท่าน แต่ผมนั่งฟังอยู่มันไม่มีนะครับ ไม่เป็นไรเดี๋ยวท่านรอแป๊บหนึ่ง ทางกรรมาธิการจะตอบท่านอาคมไหม

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมยินดีจะรอท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เสร็จแล้วเดี๋ยวผมจะเร่งรัดให้นะครับ ท่านนั่งก่อนครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมยังพูดไม่จบเลยท่านประธานครับ ยังมีประเด็นหนึ่งซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานวินิจฉัยว่าผมไม่เสียหาย แต่พอผมจะชี้แจงเหตุผล ท่านประธานก็บอกว่าท่านขอวินิจฉัยประเด็นที่ ๑ ก่อน ประเด็นที่ ๒ เป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายบอกว่านายถวิล เปลี่ยนสี ได้ออกมาบอกว่าเป็นตราบาป ของ ศอฉ. เรื่องผังล้มเจ้า เพราะผังล้มเจ้าไม่มีจริง คนทั้งประเทศไทยนี้ก็จะรู้ว่า ศอฉ. นั้น เป็นศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีผมเป็นผู้อำนวยการ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมให้ท่านประธานได้ตรวจสอบเปิดเทปอีกเช่นกันว่ามีหรือไม่ แล้วก็ผมยืนยันว่าผมเสียหาย ถ้าท่านประธานวินิจฉัยว่าผมไม่เสียหาย ผมรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานให้เขา เปิดเทปดูเสียคราวเดียว ผมจะได้มีโอกาสชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่งก่อน กรรมาธิการจะตอบท่านอาคมไหม เชิญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะ กรรมาธิการงบประมาณนะครับ ตามที่ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ท่านเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อนะครับ ท่านได้ถามเกี่ยวกับประเด็นการแต่งตั้งบุคคลเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองของสำนัก นายกรัฐมนตรีนะครับ ผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าในการประชุมในประเด็นดังกล่าว ทางกรรมาธิการก็ถือว่าการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองนะครับ ผมก็เชื่อว่าทางท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้พิจารณาอย่างดีแล้วว่ามีคุณสมบัติ ถึงแม้ว่าบางท่านอาจจะถูกกล่าวหาในพฤติกรรมที่อาจจะบอกว่ามีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่าง ๆ ผมก็เชื่อว่าก็เป็นเพียงข้อกล่าวหาคดีก็ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด ผมต้องเรียนกับท่านประธานครับว่า กรณีดังกล่าวก็เหมือนกับพรรคการเมืองที่กำลังถาม ผมเองก็ไม่เคยได้ซักถามนะครับ ก็คือ มีการกล่าวหานะครับ ผมก็ขออนุญาตได้เอ่ยว่าอย่างกรณีพรรคของท่าน ท่านก็ยังเอาบุคคล ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรับฟ้องแล้วในคดีทุจริต มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่กรณีดังกล่าวผมเองผมก็ไม่เคยที่จะละลาบละล้วง ผมก็ ถือว่าการแต่งตั้งหรือการเสนอใครมาเป็นผู้แทนราษฎรก็ได้พิจารณาดีแล้ว แล้วขณะนี้ คดีก็ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดนะครับ ผมก็ถือว่าทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แล้วก็การจะแต่งตั้งใคร ผมก็ถือว่าก็ต้องให้เกียรติ อย่างพรรคการเมืองของท่านได้แต่งตั้งบุคคลดังกล่าว มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ถือว่าพรรคการเมืองของท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ อย่าไปพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอาคมกำลังถามว่า การที่แต่งตั้งบุคคลคนที่ ๑ คนที่ ๒ ที่ท่านเอ่ยนะครับ ท่านไม่ได้บอกว่าผิดกฎหมายนะครับ ท่านบอกว่าความเหมาะสม ท่านได้ถามผู้มาชี้แจงไหมบอกว่าการแต่งตั้งอย่างนี้ คือ การแต่งตั้งอย่างนี้เป็นเรื่องของความเหมาะสมแล้วเขามีข้อปัญหากันอยู่นะครับ แล้วก็ ไม่มั่นใจว่าเมื่อเข้ามาสู่ดำรงตำแหน่งที่สำคัญข้อมูลความลับอะไรต่าง ๆ อาจจะไปเผยแพร่ หรือเปิดเผยไปได้ ท่านก็เลยไม่มั่นใจ ท่านจึงขอปรับลดงบประมาณ ท่านจึงถาม ทางกรรมาธิการว่าได้สอบถามประเด็นพวกนี้หรือไม่ เชิญครับ ขอความกรุณาอย่าไปพาดพิง ถึงทางพรรคเขา จะพิจารณาทำอย่างไรให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองแต่ละพรรคไป เอาเรื่องที่ท่านไปทำหน้าที่ เชิญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการงบประมาณ ผมก็กราบเรียนท่านประธานไปว่า ทางกรรมาธิการก็ถือว่าการทำหน้าที่ของท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาคน ท่านก็ได้พิจารณาอย่างดีแล้วว่าบุคคลนั้นมีความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการ เดี๋ยวคุณหมอสุรวิทย์ก่อนครับ ทีละท่านครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กรรมาธิการ ผมกราบเรียนเสริมที่ท่านยุทธพงศ์ได้ชี้แจง ตามที่ท่านอาคมได้กล่าวถึงนะครับ ก่อนอื่นผมขอบคุณครับท่านอาคมที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ในเรื่องของการทำงานของรัฐบาลในการคัดเลือกผู้ที่เข้ามาทำงาน แต่ผมยืนยันว่า ในผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการแต่งตั้งไม่ว่าจะเป็นในกระทรวงสาธารณสุขที่ท่านกล่าวถึง หรือในสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เราพยายามดูว่า ใครจะสามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่นั้นได้ผลดีกับประเทศชาติบ้านเมือง ที่ท่านกล่าวถึง ชื่อคุณวิม รุ่งวัฒนจินดา นั้นก็เป็นเหมือนที่ท่านยุทธพงศ์ได้กราบเรียนว่าท่านเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ แล้วคุณวิมเองนั้นขณะนี้ก็ยังถือว่า เป็นผู้ที่บริสุทธิ์ ถึงแม้ข่าวคราวเราก็ดูครับว่าข่าวจากหนังสือพิมพ์บ้าง ข่าวที่การใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องธรรมดา ดีขนาดไหนก็มีคนใส่ร้ายป้ายสี แต่จากการ ปฏิบัติงานของคุณวิมในระยะที่ผ่านมาในฐานะเลขานุการของรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่เลขานุการผมนะครับ คุณวิมได้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสมกับ ที่ได้การรับรองว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่เลขานุการ รัฐมนตรีอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกราบเรียนให้ท่านอาคมได้สบายใจนะครับ

ส่วนอีกท่านหนึ่งก็คือที่ท่านพูดถึงเลขานุการรัฐมนตรีในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านไม่เอ่ยชื่อ ผมก็จะไม่เอ่ยชื่อเช่นเดียวกัน แต่ก็กราบเรียนว่าจากการที่ผมเอง ผมเป็นหมอถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่กระทรวงสาธารณสุข แต่ผมก็ติดตามดูว่าเลขานุการ ของรัฐมนตรีแต่ละท่านนั้นเป็นอย่างไร ผลงานเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ติดตามดูผมเห็นว่า เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ได้ปฏิบัติ หน้าที่ได้ผลเป็นที่น่าชมเชยแล้วว่าเป็นผลดี เรื่องที่จะเป็นห่วงว่าข่าวคราวต่าง ๆ ก็กราบเรียนท่านอาคมว่าไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะว่าเลขานุการแต่ละท่านนั้นในขณะนี้ ไม่ได้มีครับที่ว่าจะไปทำให้ความลับ ความอะไรต่าง ๆ รั่วไหล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลขานุการรัฐมนตรีไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับคนไข้นะครับ ก็ทำหน้าที่ในกระทรวงเท่านั้นเอง ถึงแม้จะอย่างไรก็ตามผมก็ยังยืนยันว่าเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขทุกคน ที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสม แล้วก็เรื่องที่จะทำให้ ความลับรั่วไหล ไม่มีเด็ดขาดครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการพงศกรครับ ให้ตอบในคราวเดียวกัน เชิญครับ

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ที่มีความเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็ต้องกราบเรียนนะครับว่า มาตรา ๙ (๓) ของท่านนั้น ส่วนราชการทุกส่วนที่เราเรียกมา กรรมาธิการเรียกมาชี้แจงเราก็ซักถามกันทุกจุดว่า งบประมาณในการแต่งตั้งบุคคลนั้นเป็นอย่างไร แบบไหน อย่างไร แล้วก็มาถูกต้องหรือไม่ ต้องเรียนท่านเพื่อความสบายใจนะครับว่าอย่าเป็นห่วงแทนรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ก่อนที่จะเฟ้นคนเข้ามาช่วยในการที่จะบริหารราชการแผ่นดินนั้นเฟ้นแล้วเฟ้นอีกครับ ท่านอาคมครับ ขอบคุณในความเป็นห่วงของท่าน แล้วก็ต้องเรียนว่าส่วนราชการที่มาชี้แจงนั้น เขาก็ตรวจสอบคุณสมบัติของแต่ละท่านครบถ้วนสมบูรณ์ ตามที่ท่านได้กล่าวชื่อมานั้น เราก็ถือว่าอยู่สภาด้วยกันมานาน หลังจากการประชุมงบประมาณผ่านไปท่านก็รอรับ หมายศาล อันนี้ก็ถือว่าในฐานะพวกกัน เพราะฉะนั้นการกล่าวถึงบุคคลที่ ๓ ซึ่งเราก็ทราบกันดี มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับของพวกเรา เราก็พูดกันไว้ ตลอดว่าอย่ากล่าวถึงบุคคลที่ ๓ เพราะฉะนั้นครั้งนี้ท่านกล้าในการที่จะกล่าวชื่อออกมานั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นนิมิตหมายใหม่ทางการเมืองของพวกเรา และการประชุมงบประมาณ ผมก็ต้องเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่าเราไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีฝ่ายรัฐบาล เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ๒ ชื่อที่ท่านกล่าวถึงนั้นพวกเรามั่นใจว่าเป็นคนดี และสื่อต่าง ๆ ที่ออกไปนั้นไม่ใช่เป็นเครื่องที่ชี้ขาดว่าเขาเป็นคนแบบไหน อย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญยิ่ง พวกเราที่เข้ามานั้นมีมารยาททางการเมือง และทุกคนก็พร้อมในการที่จะบริหารราชการ แผ่นดิน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาคม

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านประธานครับ สภายังไม่ทันปิดเลยครับ หมายศาลออกแล้วชักจะเก่งไปใหญ่แล้วครับ เขาไม่ได้พูดถึงตัวเองสักหน่อย เขาพูดถึงคนอื่น คนอื่นเขายังไม่เดือดร้อน เขาอาจจะไม่ฟ้องผมก็ได้ แต่ถ้าฟ้องดีครับจะได้ไปพิสูจน์กันในศาล ท่านประธานครับ ผมถามว่าได้สอบถามเจ้าหน้าที่คือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่กรรมาธิการ ๓ ท่านที่ขึ้นมาพูดไม่ได้ถามปลัดกระทรวงแต่ตอบเองหมด คิดว่าอย่างนั้น คิดว่าอย่างนี้ คิดว่ารัฐบาลตัวเองดี อันนี้คนละเรื่องครับ ผมไม่ได้ถามพวกคุณอย่างนั้น

ประการที่ ๒ ถ้าสมมุติท่านประธานเอาอย่างนี้นะครับ ท่านประธานก็รู้ว่า ชื่อผมมันแปลว่าเวทมนต์คาถา อาคม แปลว่า เวทมนต์คาถา และการพูดเท็จในสภาไม่เจริญ จำไว้คนที่อยู่ในสภานี้ถ้าพูดเท็จและบิดเบือนมันมีอันเป็นไปและสอบตก ผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าถ้าผมสามารถไปหาสื่อมวลชนที่ถูกซื้อมาได้มายืนยันกับท่านรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านต้องปลดให้ผมนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการเชิญครับ กรรมาธิการชี้แจงก่อน

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ พงศกร อรรณนพพร ในฐานะกรรมาธิการ จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียนว่าเราอยากพูดในเรื่อง ของงบประมาณ ไม่ใช่ที่ผมกล่าวถึงหมายศาลนั้นเราก็พูดกันมาโดยตลอดว่าสิ่งที่เราจะต้อง กล่าวถึงบุคคลที่ ๓ ได้นั้นท่านคนที่กล่าวก็ต้องรับผิดชอบเอง แล้วสิ่งที่เราจะต้องถามกันนั้น ท่านก็พยายามที่จะถามให้เกิดความรู้สึกในการที่จะมีการประท้วง แล้วก็จะได้ออกทีวีกัน อันนี้เราพูดกันตรง ๆ ในฐานะที่เราอยู่สภากันมานาน แต่ผมต้องชี้แจงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธานไม่เป็นอะไรครับ ก็ขออนุญาตที่จะต้องกล่าวให้จบก่อนแล้วท่านประท้วง ก็ประท้วงไป แล้วต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าสิ่งที่ท่านอาคมถามถึง บุคคล ๒ ท่าน จุดหมายจุดต้องการของท่านคืออะไรเราก็พอทราบกัน แต่เราขอยืนยันว่าสิ่งที่ ท่านถามว่าเอาปลัดมาชี้แจงไหม แล้วการแต่งตั้งบุคคลพวกนี้เป็นตามศีลธรรมอันดีไหม บุคคลพวกนี้ที่เข้ามารับตำแหน่งนั้นมีการตรวจสอบคุณสมบัติหรือยัง เราก็ตอบแทนท่านว่า เราตรวจสอบคุณสมบัติดีแล้ว คุณหมอสุรวิทย์เองท่านก็ตอบในฐานะกรรมาธิการว่า ตรวจสอบดีทั้งหมดแล้วเราถึงแต่งตั้งบุคคลพวกนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรียนชี้แจงอีกครั้ง เรียนยืนยันว่าเราตรวจสอบครบถ้วน แล้วก็มีคุณสมบัติพร้อมในการที่จะ บริหารราชการแผ่นดินครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง ท่านไม่ได้ประท้วง เชิญคุณอรรถพรก่อน ท่านประท้วง

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านกรรมาธิการที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ชื่ออะไรผมไม่เคยได้ยินครับ ท่านได้ทำ ชี้แจงเกินกว่าหน้าที่และกรอบที่ท่านได้รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านประท้วงอะไร มันไม่มีนะชี้แจงเกิน บอกให้ชัดเลยท่านประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ผมกำลังอธิบายเหตุผลที่ผมประท้วงครับ ผมกำลังอธิบายบอกว่าท่านผู้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ไม่ดีครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไร ข้อไหนก่อน ถ้าท่านบอกก่อนสิครับ พอท่านยกมือแล้วก็ ผมประท้วงแล้วอธิบาย มันไม่ได้นะครับ คือมันมีหลักเกณฑ์กันอยู่ในการปฏิบัตินะครับ การที่จะประท้วง ท่านใช้สิทธิถูกแล้วละยืนขึ้นยกมือ แล้วคราวนี้ผมจะถามท่าน ผมจะ วินิจฉัยเพราะว่ามีท่านโฆษกรอที่จะถามคณะกรรมาธิการอยู่ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานพูดยาวมากเลยนะครับ ผมประท้วงข้อที่ ๖๑ เสียดสีครับ นอกประเด็น ฟุ่มเฟือย ท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้ อภิปรายเกินกว่ากรอบหน้าที่ เกินกว่าคำถามที่ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ได้ถามว่าท่านได้ ตรวจสอบในคณะกรรมาธิการหรือไม่ถึงคุณสมบัติของคน ๒ คนนั้นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม ที่จะมีตำแหน่งทางการเมืองได้ถามหรือไม่ในคณะกรรมาธิการ ท่านไม่ได้ถามครับ ท่านชี้แจง ประหนึ่งเป็นรัฐมนตรีเสียเอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็น อะไรครับ ผมทราบแล้วประเด็นที่ท่านประท้วง ข้อ ๖๑ นะ นั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ประเด็นของท่าน มันไม่มีที่จะบอกว่าต้องอธิบายให้ทั้งหมดนะครับ เอาเฉพาะประเด็น ที่ท่านประท้วง แล้วผมเข้าใจแล้วท่านนั่งลง ผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่าน เข้าใจครับ ผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่าน ท่านนั่งลงก่อนครับเพื่อความเรียบร้อยนะครับ ขอบคุณมาก เชิญนั่งลงก่อนเดี๋ยวผมจะชี้แจงประเด็นของท่านก่อน วินิจฉัยประเด็นของท่าน นั่งลงก่อนนะครับ ในประเด็นที่ท่านได้ประท้วง แล้วก็ประท้วงกรรมาธิการที่ชี้แจงในประเด็นคำถาม ของท่านอาคม อันนั้นเป็นเรื่องของการตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการที่มีต่อท่านสมาชิก อันนั้นก็เป็นไปตามภาระหน้าที่ เชิญท่านโฆษกครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้ สิทธิพาดพิงที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ท่านเทพไทนิดเดียว เดี๋ยวให้ท่านเทพไทเสร็จก่อนแล้วค่อยใช้สิทธิได้ไหมครับ ทีละท่าน ๆ ถ้าท่านเทพไทพูดปั๊บท่านยกมือมันก็ขาดตอนกันนะครับ ให้ท่านใช้สิทธิ ท่านอธิบายท่านใช้ สิทธิอะไร

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ ขอสิทธิที่ถูกพาดพิงทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหายกรณีที่คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ได้พูดถึง พรรคประชาธิปัตย์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้นำคนที่ถูกศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องมาลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะ เรียนนะครับว่าบุคคลที่คุณยุทธพงศ์กล่าวถึงวันที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คัดเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคไม่ได้มีคดีความนะครับ ไม่มีใครคาดคิดก่อนว่าจะมีคดีความว่าศาลประทับ รับฟ้องหรือไม่ เหมือนกับกรณีของคุณยุทธพงศ์ที่เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่เคย คิดว่าคุณยุทธพงศ์จะเป็นคนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคุณยุทธพงศ์วันที่มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะเรียนนะครับว่าผมไม่ได้ติดใจที่ท่านมาพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้รับ ความเสียหาย เพราะวันที่ท่านจะเป็น ส.ส. พรรคอื่นเขาไม่รับและมาอาศัยใบบุญครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ ท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ เชิญท่านประท้วงอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมประท้วงท่านประธานข้อ ๘ ขอให้ท่านอย่าปล่อยให้ มีการประท้วงอย่างนี้เลยครับ ควบคุมการอภิปรายให้เรียบร้อยครับท่านประธาน เรื่องนี้ ไม่ต้องพูดถึงกันครับ รัฐบาลที่แล้วนี่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันจะ เข้าอีกแบบหนึ่งแล้วครับ ท่านบอกว่าไม่ให้ประท้วงแบบนี้ เดี๋ยวประท้วงกันไปประท้วงกันมา ใจเย็นครับ นั่งลงครับ ไม่เอาละครับ อย่างนี้ไม่เอาละครับ ไม่อนุญาตครับ ท่านไม่ได้ประท้วง เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวรอสักพักหนึ่งเมื่อสักครู่นี้มีท่านสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ไปเปิดเทป ฟังอยู่นะครับ ในช่วงที่กำลังรออยู่ เดี๋ยวขอเชิญท่านวัชระ เพชรทอง ช่วยกรุณากระชับนิดหนึ่ง นะครับ ผมอยากให้ประเด็นนี้ได้ต่อเนื่อง ถ้าเกี่ยวข้องกันจริงท่านจะได้ต่อเนื่องกัน เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายปรับลดในมาตรานี้ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าโดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์ที่ซึ่ง เพื่อนสมาชิกบางท่านก็กล่าวหาสถานีโทรทัศน์ของทางราชการช่องนี้ว่าเป็นหอยม่วง เป็นช่องหอยม่วง แต่สถานีโทรทัศน์บางช่อง ชาวบ้านก็บอกว่าเป็นช่องคางคก ท่านประธานครับ มีการกล่าวหาเปรียบเทียบ เปรียบเปรยสถานีโทรทัศน์ไปต่าง ๆ นานา ในลักษณะของสัตว์ นั่นก็เป็นทัศนะของแต่ละบุคคล ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผลที่ผมปรับลดนั้น เพราะว่าผมได้อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของการอบรม สัมมนาประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เป็นประธาน ท่านประธานครับ เราได้อภิปรายกันในอนุกรรมาธิการ ได้ถามตัวแทน จากกรมประชาสัมพันธ์ว่ากรมของท่านมีนโยบายอย่างไรในการที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง สถาบันพระมหากษัตริย์ กรมของท่านมีนโยบายอย่างไรในเรื่องที่มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรมของท่านจะให้เวลาฝ่ายค้านในสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุอย่างเป็นธรรมได้อย่างไร ทั้งหลายทั้งปวงได้ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สามารถที่จะเป็นพยานได้ แต่บัดนี้ยังไม่มีคำตอบ ท่านประธานครับ เมื่อยังไม่มีคำตอบ ก็เป็นเหตุผลที่ผมต้องการที่จะปรับลดงบประมาณในกรมนี้ ทั้ง ๆ ที่ในการพิจารณา งบประมาณของกรม ๆ นี้ ผมได้เห็นถึงความสำคัญของกรมประชาสัมพันธ์ในการเผยแพร่ ข่าวสารข้อมูลของรัฐบาล ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ตาม และผมคนหนึ่งที่ได้อภิปราย ในอนุกรรมาธิการคืองบจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้กับกรมประชาสัมพันธ์อีกด้วย ท่านประธานครับ แต่ที่ผมขออนุญาตปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เพราะผมต้องการ ให้กรม ๆ นี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน อย่าเป็นกระบอกเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเหมือนกับที่ผ่านมา ท่านประธานครับ กรมประชาสัมพันธ์ได้ถอดรายการของท่านอาจารย์ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นี่ก็เป็น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า กรม ๆ นี้มีการเมืองเข้าไปแทรกแซงและไม่มีความเป็นธรรม ผมต้องการให้การจัดรายการของกรมประชาสัมพันธ์มีความเป็นธรรม มีความเป็นกลางมากขึ้น ท่านประธานครับ และเมื่อได้เห็นผังรายการในปัจจุบันก็ได้เห็นการที่มีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรครัฐบาลบางท่านไปจัดรายการ นั่นก็หมายความว่าไม่เป็นธรรม และเป็นการชี้นำ พ่อแม่พี่น้องประชาชน นอกจากกรมประชาสัมพันธ์ท่านประธานครับ อยากให้ท่านประธาน ไปดูที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนี้มีการตั้งงบประมาณที่จะรวมสุนทรพจน์ ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยงบประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พิมพ์เป็นหนังสือ ประมาณ ๒,๐๐๐ ชุดเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ใช้งบจำนวนถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ ท้วงติงว่ามากเกินไป และปรากฏว่าสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ยังได้แต่งตั้งบุคคล ที่เผาบ้านเผาเมืองมามีตำแหน่งทางการเมือง กินเงินเดือนภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการบางกระทรวง มีบุคคลที่โดนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาเป็นผู้ช่วย เลขานุการรัฐมนตรีบางกระทรวง โดยการแต่งตั้งของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับทั้ง ๆ ที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมืองได้ระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนั้นต้องเลื่อมใสในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขตามรัฐธรรมนูญด้วยความสุจริตใจ และไม่เป็น ผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ทราบว่าการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ลุกขึ้นยืนยันอย่างมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนดี แต่ที่ผมจะยกตัวอย่างนี้ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ต้องวิตกว่าผมจะกล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอก เพราะผมจะไม่เอ่ยชื่อ แต่จะบอกว่าตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นมีเงินเดือนถึง ๒๕,๔๑๐ บาท และมีเงินประจำตำแหน่ง ๒,๘๕๐ บาท รวมตำแหน่งนี้เงินเดือนเดือนละ ๒๘,๒๖๐ บาท คิดเป็นค่าจ้างรายวันวันละ ๙๖๒ บาทต่อวัน มากกว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศไว้ ๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ มีคดีก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง ได้เงินเดือนถึงเดือนละ ๒๘,๒๖๐ บาท และปรากฏว่าคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ บางกระทรวงนั้นมีเงินเดือนรวมถึง ๕๗,๒๕๐ บาท หรือวันละ ๑,๙๐๘ บาท ท่านประธานครับ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพยังแต่งตั้งให้กินเงินเดือนวันละเกือบ ๒,๐๐๐ บาท มากกว่าค่าจ้าง แรงงานขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศไว้วันละ ๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในคดีหมิ่น พระบรมเดชานุภาพในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญที่ยืนก่อนครับ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ จริง ๆ แล้วตั้งแต่เปิดสภามาไม่เคยลุกขึ้นมาประท้วงสักครั้งหนึ่ง แล้วก็ไม่มีความตั้งใจที่จะประท้วงผู้กำลังอภิปรายครับ แต่ว่าบังเอิญผมกลัวว่าคนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่จะเข้าใจผิดว่าที่สำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการก็ดี หรือผู้ช่วยเลขานุการก็ดีนั้นเป็นคนที่ยังถูกดำเนินคดีอยู่ จริง ๆ แล้วผมเคยประท้วง เมื่อปี ๒๕๔๗ นะครับ ประเภทความดีใส่ตัวความชั่วให้คนอื่น วันนี้มันน่าจะหมดเวลาแล้วครับ ผมฟังดูการเสียดสี การใส่ร้ายคนอื่น

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานถามสิครับว่าเขาประท้วง ข้อบังคับอะไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านครูมานิตย์ ท่านฟังประธานพูดก่อนครับ ท่านวัชระท่านไม่มีหน้าที่ที่จะต้องมาพูดสวน ขณะที่เขากำลังประท้วงอยู่ ท่านหลายครั้งแล้วนะครับ ท่านก็เป็นนักกฎหมาย คือในสภา เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างอย่างท่านสุเทพท่านฟังแล้วท่านขอใช้สิทธิ ตอนหลัง ทีนี้ท่านฟังเพื่อนเขาก่อนสิครับว่าเขาใช้สิทธิประท้วงอะไรนะครับ แล้วท่านก็ไม่มี หน้าที่ที่จะต้องคอยมาสอดแทรกในการที่ผมกำลังฟังอยู่นะครับ ท่านนั่งลงนะครับ เดี๋ยวผม จะให้ท่านประท้วงก่อนครับ แล้วผมจะให้ท่านพูดต่อ ท่านนั่งลงก่อน เชิญผู้ประท้วงครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ขอบคุณท่านประธานมากครับ ที่ได้ตักเตือน จริง ๆ ผมบอกข้อไปแล้ว และผมก็เป็นนักการเมืองรุ่นพี่เขาอีกครับ ผมอยู่ในสภานี้ มาก่อน ผมก็ต้องรู้กฎ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ครับขอความกรุณาอย่าต่อล้อต่อเถียงกัน คือท่านประท้วง ประท้วงในข้ออะไร แล้วท่านอธิบายความนิดหนึ่งผมจะได้วิเคราะห์

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมได้บอกไปแล้วท่านประธาน แต่ว่า กลัวเขาไม่รู้ แล้วเขามาสอนผมนี่ผมรับไม่ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านจะประท้วงประธานหรือประท้วงผู้ที่กำลังอภิปรายครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ประท้วงผู้ที่กำลังอภิปรายเมื่อสักครู่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ว่าอย่างไรครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมประท้วงข้อ ๖๑ ประธานครับ ที่พูดจาเสียดสีบุคคลผู้อื่นที่บอกว่า สำนักนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งบุคคลเผาบ้านเผาเมือง อย่างโน้นอย่างนี้ก็ว่ากันไป พี่อาคมที่ผมเคารพก็ว่าไปแล้วรอบหนึ่งผมก็นั่งฟังอยู่ ด้วยความสงบใจถือว่าเป็นรุ่นพี่ ซึ่งข้อเท็จจริงวันนี้ยังไม่ได้ตัดสินแม้แต่ศาล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจ แล้วครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยประเด็นของท่านนะครับ ท่านครูมานิตย์นั่งลงก่อนครับ เพื่อที่จะให้เป็นรูปแบบที่นั่นหน่อยครับ เชิญนั่งลง ผมจะวินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน ท่านขอใช้สิทธิในการประท้วงว่าผู้อภิปรายเสียดสี ใส่ร้ายนะครับ ผมขอความกรุณา ท่านผู้อภิปรายการที่ไปกล่าวถึงบุคคลภายนอกถึงแม้ว่าจะไม่เปิดเผยแต่เป็นที่สันนิษฐาน ได้ว่ามันตำแหน่งอะไร แล้วขณะนี้คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ฉะนั้นท่านวัชระเองก็เป็นนักกฎหมายเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่นเขาทั่วไป คือ ไม่จำเป็นอย่าไปพูดถึงบุคคลอื่น เอาประเด็นที่ท่านตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วผมจะได้ ไปประเด็นท่านสุเทพนะครับ เพราะว่าจะได้ต่อเนื่องกันได้นะครับ เชิญท่านวัชระครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยว ครับ มีผู้ประท้วงอยู่ เชิญครับ ท่านวัชระนั่งก่อน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ถ้าสภาแห่งนี้ ปล่อยให้มีการกล่าวหาใส่ร้ายในที่ประชุมสภา เพียงแค่คนถูกดำเนินคดี ถ้าใช้มาตรฐาน เดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะถูกดำเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นเดียวกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ครับ ท่านจตุพรครับ คือเอาเฉพาะประเด็นที่ท่านวัชระพูดก่อนนะครับ ถ้าท่านวัชระพูดแล้ว ผิดข้อบังคับ ท่านก็ประท้วงนะครับ แต่ในการประท้วงก็จะไปเปรียบเทียบถึงบุคคลอื่นผมว่า ยังไม่เหมาะสมเพราะว่าเอาเฉพาะประเด็นที่ท่านประท้วงแล้วประธานจะวินิจฉัยเองนะครับ เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ คือการพูด แบบไม่รับผิดชอบ ไม่เป็นลูกผู้ชายระบุชื่อมาครับ กลัวอะไรล่ะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงข้อ ๖๑ ใช่ไหม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ประท้วงข้อ ๖๑ คือหมายความว่า คดียังไม่ได้ถึงที่สุด เพียงแค่การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษก็เหมือนคดีนายอภิสิทธิ์นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ได้ไหมครับ ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อน เดี๋ยวก็ประท้วงกันนะครับ เดี๋ยวท่าน นั่งก่อนนะ เดี๋ยวครับ ผมวินิจฉัยประเด็นท่านจตุพรก่อน ถ้ายังไม่วินิจฉัยท่านประท้วงคนนี้ ประท้วงมันก็ไม่จบ เอาทีละท่าน ท่านนั่งก่อนครับ เดี๋ยวจะให้ประท้วง

เมื่อสักครู่มีท่านครูมานิตย์ได้ประท้วงคุณวัชระ เพชรทอง ผมก็ได้ทักท้วง ท่านวัชระแล้วบอกว่าการใส่ความคนอื่นทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงตามกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อน ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อันนี้ประเด็นนี้ที่ผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ผมก็ได้ทักท้วงและตักเตือน ท่านวัชระแล้วว่าต่อไปถ้าไม่จำเป็นอย่าไปพูดถึงบุคคลภายนอกในคดีต่าง ๆ เชิญท่านอรรถพร

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้อภิปรายคือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ข้อ ๖๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านใช้สิทธิประท้วง

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ครับ ผมก็ประท้วงท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วผม วินิจฉัยแล้วก็จบแล้ว มันก็ไม่มีอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านกล่าวหาว่าหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ คือ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ครับ ผมไม่ให้พูดแล้ว เอาเฉพาะประเด็นที่ประท้วงก่อนนะครับ ท่านก็พยายาม ยกตัวอย่าง ผมไม่ให้ยกตัวอย่างเพราะจะไปเปรียบเทียบบุคคลอื่นไม่ได้ เอาเฉพาะประเด็นที่ ประท้วง ฉะนั้นผมไม่ให้ท่านประท้วงประเด็นนี้นะครับ ผมจะให้ท่านวัชระอภิปรายต่อ เชิญท่านวัชระ ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญท่านวัชระ จะใช้สิทธิไหมครับ เชิญท่านวัชระต่อครับ ถ้าท่านวัชระไม่ใช้สิทธิก็ถือว่าท่านพอใจในประเด็นเท่านี้ ผมจะได้วินิจฉัยท่านสุเทพต่อนะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ มีผู้ประท้วงอยู่ครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผม ชี้แจงไปแล้ว วินิจฉัยไปแล้ว พอแล้วนะครับ เชิญท่านต่อครับ ท่านจะใช้สิทธิไหมครับ ในประเด็นของท่านสุเทพยังค้างอยู่นะครับ ท่านจะพูดไหมครับ ถือว่าท่านสละสิทธินะครับ ผมขอวินิจฉัยท่านสุเทพต่อนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมพูดครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ประท้วงข้อไหนครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ ท่านประธานเมื่อสักครู่นี้การวินิจฉัยของท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านประท้วงผมข้ออะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

มีผู้ประท้วงครับ ท่านประธานต้องให้ สิทธิประท้วงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมให้ สิทธิแล้ว แล้วผมวินิจฉัยไปแล้วครับ ผมถามว่าท่านประท้วงผมเรื่องอะไรครับ ข้อไหนครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมประท้วงท่านประธานข้อ ๘ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ว่าอย่างไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับครับ เมื่อสักครู่นี้คุณอรรถพรได้ขึ้นประท้วง ท่านประธานไม่ได้ฟังครับ แล้วท่านประธานก็ปิดไมค์ แล้วท่านประธานก็บอกว่าอย่างนี้ท่านประธานวินิจฉัยแล้วท่านประธานฟังหรือยังครับ ท่านประธานตอบผมสิครับ ฟังหรือยัง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพูดเสร็จ หรือยังครับ ผมจะได้วินิจฉัยครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ถ้ายังไม่ฟังผมคิดว่าท่านประธานต้องฟัง ท่านอรรถพรประท้วงก่อน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เสร็จหรือยังครับ ข้อไหนครับที่ท่านประท้วงผมข้อไหน

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมเข้าใจแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงผมข้อไหนครับ ท่านไม่ใช่ลุกขึ้นแล้วมาแนะนำประธาน ผมถามท่าน ท่านบอกว่าท่านประท้วงนะ ท่านประท้วงข้อไหนครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

เมื่อสักครู่ผมบอกข้อ ๘ ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานได้ยินไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฉะนั้น ผมจะวินิจฉัยนะครับ เชิญท่านนั่งลง ข้อ ๘ นะครับ ประธานต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ท่านก็บอกข้อ ๘ ผมก็ได้รักษาความสงบเรียบร้อยแล้วให้เป็นไปตามระเบียบอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านวัชระต่อ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้อภิปราย ถึงการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน การที่ได้แต่งตั้งบุคคลที่ผมเห็นว่าไม่เหมาะสมมาดำรง ตำแหน่ง ท่านประธานครับ และผมได้ยกตัวอย่างให้เห็นว่าเงินเดือนแต่ละตำแหน่งนั้น มีมากมายมหาศาล ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี เงินเดือนเดือนละ ๔๔,๑๑๐ บาท ตกวันละ ๑,๔๗๐ บาท ท่านประธานครับไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๐,๐๐๐ บาท ล้วนแต่เป็นเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากจะถามคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านได้สอบถามหรือไม่กับหน่วยราชการ ที่รับผิดชอบว่ามีการแต่งตั้งบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้นั้นเป็นที่ค้างคาใจของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ และอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้มีการพิจารณากันก็คือสำนักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติหรือ สมช. ท่านประธานครับ ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ก็นั่งเป็นประธาน ผมได้ถามตัวแทนจาก สมช. ว่า ท่านครับ กรณีระเบิดที่จับได้ที่ลาดกระบังนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตัวแทนจาก สมช. พูดเสียงดังฟังชัดว่าเป็นระเบิดที่ไม่มีดินระเบิด และไม่สามารถระเบิดได้ เป็นระเบิดที่ไม่มีดินระเบิดและไม่สามารถระเบิดได้ ท่านประธานครับ นั่นก็แสดงว่าไม่ใช่ระเบิดจริง ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ก็นั่งเป็นประธานอยู่ ผมจึงได้รับทราบ ข้อมูลจากสภาความมั่นคงแห่งชาติว่ามันเป็นระเบิดปลอม ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น การมาของบประมาณจากหน่วยราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีการปรับลดงบประมาณลงนั้น ผมก็ไม่ทราบว่าปรับลดลงเพราะเหตุที่เปิดเผยว่า เป็นระเบิดปลอมหรือไม่ อย่างไร นอกจากนี้ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านประธานครับ ปรากฏว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการจัดโครงการที่จะอบรม ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและข้าราชการระดับสูงในการที่จะอบรมเรื่องการเขียน กฎหมาย ซึ่งเป็นเพราะขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งเป็นอดีตประธาน คณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ในปีก่อนโน้นได้ฝากสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเอาไว้ ให้จัดโครงการอบรมในลักษณะนี้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ได้จัดขึ้นและมีวิทยากรมาบรรยาย ปรากฏว่ามีการตั้งงบวิทยากร ชั่วโมงละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับตรงนี้ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว และพวกเราซึ่งเป็นคณะอนุกรรมาธิการก็ได้ปรับลดงบประมาณของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาลงให้จ่ายอัตราชั่วโมงตามเท่าที่สำนักงบประมาณกำหนด เหลือเพียง แค่ชั่วโมงละ ๑,๒๐๐ บาท ซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณให้กับแผ่นดิน และสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเองก็ได้ยอมรับปรับลดงบประมาณในส่วนของค่าตอบแทนวิทยากร แม้ว่าจะเป็นอาจารย์กฎหมายระดับสูงก็ตาม ท่านประธานครับ โดยรวมแล้วที่ผมได้อภิปราย ถึงมาตรา ๕ ในการขออนุญาตปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เพราะผมไม่เชื่อมั่นว่าเม็ดเงิน จะตกไปถึงพี่น้องประชาชน จะเป็นโครงการที่มีประโยชน์และสอดคล้องกับการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ผมจึงขอปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุเทพครับ เมื่อครู่ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งเทปมานะครับ แล้วก็มีท่าน ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ ไปเปิดนะครับ ได้สอบถามทางท่านรองเลขาธิการสภานะครับ เดี๋ยวจริงเท็จอย่างไร ท่านทักท้วงผมนะครับ ข้อเท็จจริงมีการอภิปรายกันอย่างนี้นะครับ พอสรุปได้อย่างนี้ว่า ท่านจตุพรกำลังอธิบายเหตุผลในการปรับลดว่าทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ บอกว่าการที่ได้ ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ทำนองว่าไม่เป็นความจริงแล้วไปรายงานต่อผู้บังคับบัญชานี่ทำให้ ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาวินิจฉัยที่ผิดพลาดนะครับ ผมก็ถามต่อไปว่าที่ทางเจ้าหน้าที่ที่มา รายงานถามว่า ผู้บังคับบัญชาในที่นี้ที่เป็นประโยคต่อเนื่องและเชื่อมกันคือ ศปภ. เมื่อครู่ ผมก็ถามทางท่านรองเลขาธิการว่า ศปภ. นี่ชื่อเต็มชื่ออะไร แล้วก็ใครมีอำนาจหน้าที่อะไรนะครับ แต่ถ้าเป็น ศปภ. ที่ท่านดำรงตำแหน่งอยู่ ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าท่านจะขอใช้สิทธิ พาดพิงได้หรือไม่นะครับ การที่เจ้าหน้าที่ไปรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วก็ทำให้ผู้บังคับบัญชา ท่านนำเสนอว่าเอาข้อมูลข้อเท็จจริงก่อนนะครับ ส่วนข้อเท็จจริงนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่นั้นอีกประเด็นหนึ่ง เพราะฉะนั้นทำให้ ผู้บังคับบัญชาเข้าใจผิดได้ ประเด็นนี้ผมได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ว่า ศปภ. นี่ใคร ถ้าไม่ผิด ท่านทักท้วงผมก่อนนะครับ ใช่ท่านหรือไม่ก่อนนะครับ เอาประเด็นนี้ก่อนนะครับ ผมจะได้ วินิจฉัยต่อไป ศอฉ. หรือ ศปภ. ครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานจะให้ผมพูดได้ หรือยังครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้แล้วครับ เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานช่วยกรุณาบอกด้วย นะครับว่ารองเลขาธิการที่ไปรายงานเมื่อสักครู่นี้ชื่ออะไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวิจักขณ์ครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

โอเค ผมจะได้เอาเทปไปพูดกับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีเทป อยู่นี้ครับ แล้วก็มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ไป

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้ว ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์รายงานท่านหรือยัง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

อยู่ในกระดาษนี้แล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

สิ่งที่รายงานนี้ไม่ตรงกับ ที่ท่านประธานอ้างว่ารองเลขาธิการรายงานท่าน คำในเทปนั้นบอกว่า นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการ สมช. ซึ่งเป็นเลขานุการ ศอฉ. โดยตำแหน่งนะครับ ไม่ใช่คำอื่นครับ ศอฉ. ชัดเจน อยู่ในเทปนะครับ ทีนี้มันมี ๒ ตอน ผมเรียนท่านประธานแล้วตอนที่อ้างถึงนายถวิล เปลี่ยนสี ไปบอกว่านายถวิลออกมาให้สัมภาษณ์ มาพูดเองว่าเป็นตราบาปของ ศอฉ. คำนี้อีกนะครับ เป็นตราบาปของ ศอฉ. เรื่องผังล้มเจ้า เพราะผังล้มเจ้าไม่มีอยู่จริง นี่คือข้อความในเทป ถ้าท่านรองเลขาธิการไปรายงานท่านประธานผิดจากนี้ ท่านรองเลขาธิการก็ต้องรับผิดชอบ เพราะว่าเทปนี้เปลี่ยนไม่ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนะครับท่านสุเทพครับ ประเด็นที่เขาจะไปรายงานนี้ว่าผังล้มเจ้านี่

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ตกลงท่านประธานจะให้ผมพูด หรือท่านประธานจะชวนผมเถียง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฟัง ประธานนะ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานก็ต้องฟังผมก่อนสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ประเด็นที่ผมถามท่านว่ามันตรงกันจริงหรือไม่นี่นะครับ ก็คือว่าทางเลขานุการ สมช. ไปรายงานผู้บังคับบัญชาทำให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้ว การไปรายงานที่เขากำลังที่จะขอ ปรับลดงบประมาณเขาไม่เชื่อมั่นและไม่ไว้ใจในกรณีผู้ปฏิบัติงานแล้วไปรายงาน ผู้บังคับบัญชา ทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้ ประเด็นนี้ถูกต้องไหมครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ไม่ถูกต้องครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคราวนี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ทีนี้ท่านประธานก็ให้ผมพูดสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมจะต้องให้ท่านทักท้วงก่อนเพราะเรื่องนี้เปิดเทปกันฟัง เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ที่ท่านประธานพูดนั้น

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงหรือครับ ท่านประท้วงใช่ไหม เดี๋ยวครับท่านสุเทพอย่าเพิ่ง เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอประท้วงท่านประธานที่มีความอดทนสูงมาก ท่านประธานครับ ตามข้อ ๘ นี้ ท่านจำเป็น ที่จะต้องควบคุมการประชุมให้อยู่ในระเบียบเรียบร้อย ผมเองเห็นว่าการประชุมวันนี้ ท่านประธานได้ให้ความกรุณาหลายเรื่องอยากจะชมท่านประธานอยู่ เมื่อสักครู่ที่คุณจตุพร พูดก็ทีหนึ่งแล้ว ท่านก็ปิดไมโครโฟนไม่ให้พูดถึงบุคคลที่เป็นหัวหน้าพรรค เมื่อสักครู่นี้ ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ดุท่านประธานเลยครับ ตกลง ท่านจะฟังผมหรือท่านจะเถียงผม ผมว่าบรรยากาศอย่างนี้ไม่ดีครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ท่านสุเทพซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของสภาอย่าทำเป็นต้นแบบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานผมประท้วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสุนัยนั่งลงก่อน ไม่เป็นอะไรครับ เอาอย่างนี้นะครับ ท่านต้องประท้วงอย่างนี้ก่อนนะครับ ท่านประท้วงข้อไหน เรื่องอะไร ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ แต่ถ้ามาแนะนำผมจะไม่ให้ท่าน ประท้วงนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ข้อ ๘ อย่างที่ผมบอกไปแล้ว การใช้ ภาษาอย่างนี้ไม่เหมาะ แต่ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าท่านสุเทพนี่เป็นผู้ใหญ่เรื่องอย่างนี้ ไม่ต้องไปเปิดอะไรมาก ก็ในเมื่อท่านสุเทพอยากจะแสดงความเห็น ก็ให้ท่านแสดงความเห็น เสียเถอะครับ แต่ถ้าจะมีปัญหาเดี๋ยวผมจะพาดพิง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ ท่านไม่ได้ประท้วงผมนะ ใจเย็น ๆ ครับ นั่งลงก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่นิดเดียวครับ เดี๋ยวท่านค่อยอภิปราย ท่านมีคิวอยู่แล้ว มีชื่ออยู่แล้ว ผมกำลังนั่นกับท่านสุเทพอยู่ครับ ใจเย็น ๆ ครับ เอาทีละท่านก่อน ท่านนั่งลงก่อนครับ ขณะนี้ผมกำลังจะวินิจฉัยในประเด็น ที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ขอใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านเสียหายนะครับ เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อน ได้ไหมครับ นี่ท่านประท้วง คือยังไม่มีอะไรเลย กำลังจะวินิจฉัยกันอยู่ คนนั้นประท้วง คนนี้ประท้วง มันก็ไม่จบนะครับ ผมขอความกรุณานั่งลงก่อนได้ไหม ผู้ประท้วง ได้ไหมครับ ผมจะได้วินิจฉัยของท่านสุเทพก่อน เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านนั่งลงก่อนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ผมจะได้วินิจฉัยในประเด็นของท่านสุเทพก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวค่อยประท้วง เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านสุเทพก่อนได้ไหม เดี๋ยวนะท่านสุเทพให้เรียบร้อยก่อน ใจเย็น ๆ ครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ไม่มีปัญหาครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอนุญาตให้ท่านสุเทพชี้แจงในประเด็นที่ท่านว่าพาดพิง เชิญ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ เผอิญ ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาหลายปี เมื่อสักครู่คุณสุนัยลุกขึ้นมาบอกว่าผมทำตัวไม่เหมาะสม ไปดุท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ก่อน เพราะว่าการบันทึกไว้ในรายงาน การประชุมจะทำให้ผมเสียหาย ผมไม่ได้ดุท่านประธานครับ แต่ว่าไมค์ที่ผมพูดมันปิด ๆ เปิด ๆ ผมก็ต้องบอกกับท่านประธานว่า ตกลงท่านประธานจะให้ผมพูด หรือท่านประธาน จะชวนผมเถียงกันก็ต้องชี้แจงครับ เพราะท่านประธานเป็นคนอนุญาตให้ผมชี้แจง มีเท่านี้ ทีนี้ผมจะชี้แจงท่านประธานครับ คำถามที่ท่านประธานถามผมก็คือว่า ที่ท่านประธานสรุป เมื่อสักครู่นี้ถูกต้องไหม ผมก็เรียนท่านประธานว่าไม่ถูกต้อง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ครับ ท่านสุเทพครับ ผมอนุญาตให้ท่าน ท่านบอกว่าประเด็นที่พาดพิงอะไร แล้วท่านอธิบาย ตามสิทธิของท่านนะครับ เชิญครับ นั่งลงครับ ให้ท่านใช้สิทธิก่อนสิครับ ใจเย็น ๆ ครับ อย่างนั้นเดี๋ยวท่านสุเทพท่านก็พูดไม่จบ เดี๋ยวคนนั้นก็ประท้วง คนนี้ประท้วง ใจเย็น ๆ ครับ ถ้าประท้วงผมให้นะครับ ถ้าขอพูดนิดเดี๋ยวไม่ให้นะครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขัดจังหวะ นิดเดียวครับ ประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ท่านประธาน ไม่ได้ควบคุมการประชุมด้วยประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วง ข้อ ๘ แล้วเสนอต่อท่านประธานครับ เถียงกันด้วยประเด็นว่าท่านพูดอย่างนี้ คนนั้นพูดอย่างนี้ ท่านประธานให้เจ้าหน้าที่ห้องโสตเปิดเทปที่ท่านจตุพรพูดอีกครั้งให้ฟังกันสิครับ เมื่อครู่ ผมนั่งฟังนี่ไม่เกิน ๒ นาทีครับ ที่เถียงกันนี่มันเสียเวลากว่า ๒ นาที

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็น อะไรครับ ผมให้สิทธิท่านแล้ว เชิญท่านสุเทพ เชิญท่านผู้ประท้วง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ เช่นเดียวกันนะครับ ให้ท่านประธาน วางตัวเป็นกลางด้วย ท่านประธานสั่งให้ไปตรวจบันทึกครับ แต่ว่าช้ามากผลยังไม่ออก ผมลงไปข้างล่างได้แล้วนะครับ ข้อความในชวเลขที่ได้มีการพูดพาดพิงถึงนะครับ เป็นข้อความครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ผมไม่เป็นกลางตรงไหนครับ ท่านประท้วงผมในข้อ ๘ บอกว่าผมไม่เป็นกลาง ใช่ไหมครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

นี่อย่างไรครับ ผมกำลังจะเล่า อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมให้ ท่านสุเทพใช้สิทธิแล้วนี่ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ก็ผมกำลังจะเล่า ท่านประธานก็ฟังสิครับ ว่าไม่เป็นกลางตรงไหนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ผมจะให้ท่านสุเทพใช้สิทธิต่อไปครับ เชิญ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ผมปฏิบัติหน้าที่ของผมด้วยความเป็นกลาง เชิญท่านนั่งลงครับ เชิญท่านสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ เพื่อให้ ท่านประธานได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผมก็เรียนกับท่านประธานว่า คำที่เขาพูดนี่นะครับ เขานี่ก็คือ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่อภิปรายนี่นะครับ บอกว่านายถวิล เปลี่ยนสี เป็นเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นเลขานุการ ศอฉ. โครงสร้างของ ศอฉ. เอาเลขาธิการ สมช. มาเป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง บอกสิ่งหนึ่งที่เป็นตราบาปติดตัว เป็นตราบาปของ ศอฉ. ซึ่งไม่มีมูลความจริง เป็นเรื่องของฝ่ายยุทธการ ประเมินสถานการณ์ ทำความเชื่อมโยง ไม่เกี่ยวกับความจริงเลย นี่ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเป็นตราบาปของ ศอฉ. แล้วก็ว่าต่อไป เนื้อหาที่ว่านั้นก็คือว่าผังล้มเจ้าไม่มีจริง เป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม ผมอยากจะ ชี้แจงท่านประธานนิดเดียวครับว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงที่เจ้าหน้าที่เขาได้รวบรวมเอามา รายงานหลังจากที่ได้มีการสืบสวนสอบสวนมาระดับหนึ่งแล้ว แล้วมารายงานใน ศอฉ. ผมเป็น ผอ. ศอฉ. เรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่มีการรายงาน ไม่ได้ มีการกลั่นแกล้งใคร ไม่ได้มาประจบสอพลออะไรผม แล้วก็เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กัน ตามกระบวนการยุติธรรม วันนี้ผมก็ให้สัมภาษณ์ไปแล้วเรื่องนี้ที่เกี่ยวข้องกับกรมสอบสวน คดีพิเศษ ผมไม่เอามาพูดตรงนี้ ผมชี้แจงเท่านี้ในประเด็นนี้

ในประเด็นแรกที่ท่านประธานให้ไปเปิดเทปครับ คือคุณจตุพรก็บอกว่า สำนักข่าวกรองแห่งชาติไม่เอาความจริงไปรายงาน ไปรายงานเพื่อเอาใจ เพราะว่ารัฐบาล ไม่อยากฟังความจริง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบตัดสินใจผิดพลาดเพราะข้อมูลที่ไม่จริง จะมีข้อสร้อยอย่างไรก็ตาม แต่ว่า มีข้อสำคัญที่ผมต้องชี้แจงว่าผมตัดสินใจผิดพลาดในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผมก็จะเรียนต่อท่านประธานว่าผมไม่ได้ตัดสินใจอะไรผิดพลาด ทั้งหมดได้ตรวจสอบ โดยข้าราชการซึ่งทำหน้าที่ตรงไปตรงมาชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการก่อการร้าย ไม่ว่าเรื่องของ คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เราได้ดำเนินการตามนั้น คุณจตุพรจะพอใจผมหรือไม่พอใจผม หรือพอใจใคร ไม่พอใจใครนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงที่ผมรวบรวมมาได้ เป็นอย่างนั้น และที่คุณจตุพรเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายนั้นเป็นเรื่องจริง ผมก็เก็บสำนวน หลักฐานไว้ทั้งหมด วันนี้ฝ่ายท่านมามีอำนาจในรัฐบาล จะพลิกแพลงอย่างไรก็แล้วแต่ ผมยืนยันกับท่านประธานว่าผมจะพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ต่อไป ก็จะเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ นะครับ เหลืออยู่มีท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แล้วก็ท่านสุนัย ๒ ท่านนะครับ เชิญท่านสุนัยก่อน แล้วท่านอภิชาต

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ครับ ท่านจตุพรครับ ผมฟังดูท่านสุเทพได้พูดถึงข้อเท็จจริงในการรายงาน ของเจ้าพนักงานที่รับผิดชอบในภาระหน้าที่การงานนะครับ แล้วท่านก็ยืนยันบอกว่า ได้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริงนะครับ ประเด็นนี้ไม่มีที่พาดพิงและเสียหายนะครับ เพราะว่า มีการกล่าวหาและท่านก็ชี้แจงประเด็นของท่านไปแล้วนะครับ ที่ท่านบอกว่าจะใช้สิทธิพาดพิง พาดพิงอย่างไรครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยว่าจะให้ใช้สิทธิหรือไม่ก่อน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเรียนกับท่านประธานนะครับ ความจริง ที่ ส.ส. จิรายุเสนอท่านประธานเพื่อให้มีการเปิดเทปการอภิปรายของกระผมนั้น เพื่อจะเห็นว่า ผมพูดอยู่ใน ๒ บริบท แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พยายามเชื่อมโยงว่าเป็นบริบทเดียว ท่านประธานฟังผมก่อนนะครับ

ประเด็นแรกก็คือว่าผมพูดเรื่องหน่วยงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ พูดถึง สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติว่าต่อไปนี้ต้องรายงานข่าวที่เป็นจริง อย่าสอพลอรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะตัดสินใจผิดพลาดได้ถ้าได้รับข้อมูลอันเป็นเท็จ อย่าเสนอข้อมูลเพื่อที่จะเอาใจ นี่ประเด็นที่ ๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ ท่านจตุพร ท่านฟังก่อนนะครับ คือใจเย็น ๆ นะครับ ผมขออธิบายอย่างนี้ เมื่อท่านจตุพร ได้อภิปรายไป แล้วผมก็ให้ใช้สิทธิพาดพิงท่านสุเทพ ท่านสุเทพท่านก็ชี้แจงแล้วว่าในขณะนั้น ท่านมีหน้าที่อะไรนะครับ การจะสั่งการ การจะปฏิบัติหน้าที่อย่างไรท่านก็ยืนยันแล้วบอกว่า ท่านมีความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่มารายงานถูกต้องแล้ว ส่วนที่ท่านจะไปพูดในการปรับลด บอกว่าจะไม่เป็นความจริงอย่างไร อันนี้ต่างคนต่างอธิบายความแล้ว ประเด็นนี้ท่านจึง ไม่สามารถใช้สิทธิพาดพิงได้ เชิญประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าจะใช้สิทธิพาดพิงอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นเรื่องผังล้มเจ้า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ครับ ผังล้มเจ้านะครับ ท่านจตุพรครับ คือข้อเท็จจริงที่ผมอธิบายให้ท่านฟังแล้วก็ หลายท่าน คือในรายการนี้มันมีการปรากฏต่อสื่อสาธารณะจริงว่ามีผังล้มเจ้า แต่ในข้อเท็จจริงนี้จะเป็นความจริงหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง แต่ใครบุคคลใดที่มีส่วนถูกดำเนินคดี ในขณะนั้น อันนั้นก็ต้องไปว่ากันในทางกฎหมายนะครับ ฉะนั้นในประเด็นนี้ที่บอกว่า ผังล้มเจ้า ผมจึงบอกว่ามันเป็นเรื่องของความเห็นของแต่ละฝ่ายอย่างที่ว่า ฉะนั้นฝ่ายหนึ่ง ก็บอกเชื่อจริง ฝ่ายหนึ่งบอกไม่มีจริง ฉะนั้นผมจึงบอกว่าข้อเท็จจริงมีอยู่จริง แต่จะเป็น ความจริงหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ท่านเข้าใจนะครับ เชิญท่านต่อนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานท่านฟังผมให้จบนิดหนึ่ง นะครับ เพราะว่าเป็นประเด็นของการพาดพิงกัน นายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นคนไปสัมภาษณ์ ลงมติชนและผมเองก็ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ข้อความที่ผม พูดทั้งหมดว่าผังล้มเจ้าไม่มีจริงเป็นตราบาปของ ศอฉ. เป็นคำสัมภาษณ์ของนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขา สมช. ในฐานะเลขา ศอฉ. เหมือนกัน ท่านประธานฟังผมนิดเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ อย่างนี้ ถ้าโต้อย่างนี้เดี๋ยวท่านสุเทพก็ต้องลุกมาใช้สิทธิอีก คืออย่างนี้ท่านจตุพรครับ ถึงท่าน จะไปบอกว่าท่านถวิลจะเป็นอย่างไร รายงานอย่างไร ท่านสุเทพท่านชี้แจงไปเรียบร้อยแล้ว บอกว่าอันนั้นคือเป็นการที่เขาเชื่ออย่างนั้น ส่วนในความเป็นจริงจะเป็นหรือไม่ไม่ทราบ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ (บัญชีรายชื่อ) ผมจะเอาตามท่านประธาน ท่านประธานฟังผมนิดเดียว

ฉะนั้น ผมจะไม่ให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับ เรื่องนี้มันจบลงอย่างนี้ ท่านประธาน พวกกระผมไปแจ้งความดำเนินคดีนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ที่กองปราบปรามอยู่แล้วเรื่องผังล้มเจ้า ไปพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรมต่อไป ขอบคุณ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการอยู่แล้ว เป็นเรื่องซึ่งท่านจะต้องไปต่อสู้คดี ท่านสุนัยเชิญครับ แล้วก็ท่านอภิชาตต่อนะครับ เชิญ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตใช้เวลาอภิปรายทั้ง ๆ ที่พยายาม ที่จะไม่อภิปราย แต่สำหรับเรื่องงบของกรมประชาสัมพันธ์นี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ ที่จะได้ให้บทเรียนกันว่าสังคมเรานี้จะไปสู่การปรองดองได้ไหม การสื่อสารสำคัญที่สุดครับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่แม้ที่จะให้เปิดเทป ผมได้ประท้วง เมื่อสักครู่นี้ว่าขอประทานโทษเอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพ ท่านสุเทพเป็นผู้ใหญ่ การพูดของท่านนั้นมันเป็นเรื่องสำคัญเพราะท่านอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ก็อยากให้ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัย เอาอย่างนี้ครับ คือเมื่อสักครู่นี้ท่านสุเทพท่านก็พูดธรรมดาปกติก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีปัญหา ขอให้เข้าประเด็นนะครับ เดี๋ยวถ้าเราพูดกันไปวันนี้ผมคาดว่าที่เคยคุยกับท่านจุรินทร์ ไว้ตอนเที่ยงคืน มันอาจจะไปจนถึงตีสาม ตีสี่นะครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

บังเอิญยังไม่จบสิ้นกระแสความ ผมกำลังจะชมท่านประธานว่าที่ท่านได้ให้โอกาสพูดเสีย แต่แม้ถ้าท่านไม่ให้พูดผมจะขึ้นมา กล่าวพาดพิงเพื่อให้ท่านได้พูด แต่เมื่อท่านพูดเสร็จแล้วก็โอเคครับไม่มีพาดพิงกัน แต่ท่านประธานอาจจะมองว่าถ้าให้พูดเสียแล้วเดี๋ยวมันจะยาว แต่ปัญหามันมีความขัดแย้งจริง ทางสังคม ยากที่จะปิดบัง ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะพูดถึงในเรื่องของ กรมประชาสัมพันธ์ตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมเห็นว่าถูกตัดมาแล้วรอบหนึ่งแต่ยังไม่พอ อยากจะตัดอีก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโหวต แล้วก็ตัดไม่ได้ แต่ก่อนจะถึงตรงนั้นผมอยากให้ บรรยากาศสภาเราแสดงความเป็นมิตรกันในการอภิปรายกัน ถ้าจะกระทบกระเทือนกันบ้าง ก็เป็นการหยอกล้อกัน เหมือนอย่างที่ท่านอาคม เอ่งฉ้วน หยอกล้อผมว่าหัวผมหงอก หรือสงสัยจะป่วยกระมัง ผมก็อยากจะกราบเรียนเสียให้จบสิ้นเสียทีว่าคำถามเรื่องหัวหงอกนั้น มาจากไหน เป็นเรื่องสำคัญมากครับเรื่องหัว ผมก็ทำไฮไลท์ (Highlight) ฉีดสารเร่งสี เหมือนคนอื่นครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสุนัย เชิญท่านบุญยอดประท้วงครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมดูในรายชื่อของผู้แปรญัตติ กรมประชาสัมพันธ์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีชื่อของนายสุนัย จุลพงศธร ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัย อ่านผิดมาตราหรือเปล่าครับ ท่านดูนิดหนึ่ง เอาท่านอภิชาตก่อนได้ไหมครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ขอโทษครับ ผมจบดอกเตอร์ครับ เล่ม ๑ ตอนที่ ๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ดูผิดเล่ม หรือเปล่าครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

น้องถ้าจะผิดพลาดพี่ก็ไม่ว่านะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ ท่านพูด

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เปิดดูหน้า ๑๓๑ สิน้องเอ้ย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

คืออย่าอคติว่าถ้าสุนัยปั๊บจะประท้วง ทันที ดูหน้า ๑๓๑ สิ ชื่อสุนัยอ่านไม่ออกหรือ แหม แค่จะเอ่ยชื่อก็จะประท้วงแล้ว ท่านประธาน อะไรกันนี่ ท่านครับ ผมกำลังจะบอกว่าเราเป็นมิตรกัน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ผมต้องพูดเรื่องนี้ จะนำเรื่องเข้าสู่เรื่องกรมประชาสัมพันธ์ แล้วไม่ต้อง มาหยอกล้อผมอีกแล้วครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงเชิญท่าน ท่านประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เรียนดอกเตอร์ครับ หน้า ๑๓๑ อยู่ในหมวด ของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินองค์กรมหาชน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ดูหน้าอื่นอีกได้ครับ มันอยู่ ในมาตรา ๕ ผมเหมารวมทั้งมาตราครับท่าน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

เขาแยกเป็นกรม ๆ ครับ ท่านประธาน ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณครับ ผมยืนยันครับ ไม่มีชื่อของนายสุนัย จุลพงศธร ผมดูเองในการแปรญัตติ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

แต่มีการแก้ไขไหมท่านประธาน ๒ ชั้นไหม อะไรกันนี่ ผมอุตส่าห์สงวนไม่อภิปรายเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ท่านสงวนไว้ตามเอกสารที่ปรากฏนะครับ ท่านอยู่ลำดับที่ ๑๔๐ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม แกล้งหยอกหน่อยเดียวว่าหน้านั้นเลยเปิดผิดเลย อะไรกันมีอารมณ์ขันกันบ้างเถอะครับ ท่านประธาน ท่านอาคมก็มาหาว่าผมหัวหงอก ผมทำสารเร่งสีให้เป็นสีขาว ให้เหมือนกับคน ที่พรรคของคนที่ประท้วงผมเคารพ แต่ผมไม่เคารพคนนั้น และท่านก็ไม่ต้องมาเคารพผม ท่านครับ ในขณะเดียวกันผมอาจจะบอกได้ว่าคุณอาคมใส่หมวกกันน็อกเข้ามาประชุม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ คือขอความกรุณาเอาเนื้อหาเราได้ไหมครับ เดี๋ยวกระทบกระทั่งกันไปจะไม่จบนะครับ ขอความกรุณาใจเย็น ๆ นะครับ เชิญต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมกำลังจะนำเข้าสู่ เรื่องกรมประชาสัมพันธ์ว่าเพราะเราใช้วิธีคิดอย่างนี้ครับ ไปบริหารกรมประชาสัมพันธ์ พยายามจะมองอีกฝ่ายหนึ่งไม่ถูก แล้วก็ป้ายสีเขา ๆ ดังนั้นกรมประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมาจึงมี รอยบาปมาก กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำหน้าที่อย่างที่ไม่ถูกต้องนี้มานานกว่า ๔๐ ปีแล้วครับ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ จึงถูกเผากรมประชาสัมพันธ์ คนที่ร่วมเผากับผมก็หลายคนในนี้ ไม่เห็นบอก ว่าเผาบ้านเผาเมืองเลย ไปเผากรมประชาสัมพันธ์ สมัยนั้นเขาเรียกกรมกร๊วก ท่านครับ ผมขอเถอะครับ อภิปรายต่อไปนี้กรมประชาสัมพันธ์เมื่อพรรคเพื่อไทย พรรครัฐบาลนี้ มาเป็นแล้วอย่าให้ข่าวด้านเดียว ที่ผ่านมานี้ให้ข่าวด้านเดียวเลยครับ แม้กระทั่งการอภิปรายในสภาครับ พอสุนัยเป็นฝ่ายค้าน อภิปรายจอดำเลย ผมก็ประท้วงว่าจอดำได้อย่างไร ขอประทานโทษมีรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ไม่เอ่ยชื่อไม่จำเป็นไม่เอ่ยชื่อกันออกมาบอกว่าคนเสื้อแดงไปเผาสถานีส่งสัญญาณที่จังหวัด ทางอีสาน ข้อเท็จจริงปรากฏว่าทางเหนือก็ดำอีกเหมือนกัน ผมก็เลยบอกได้นะวันนั้นว่า ตกลงมันเผากันทั้งประเทศหรืออย่างไร กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำหน้าที่ที่ไม่ถูกต้องเป็นกลาง ไม่เป็นกลางนี้จริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านครับ จนกระทั่งนาทีสุดท้ายเปลี่ยนรัฐบาลแล้วครับ รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ได้ประกาศว่าได้รับเลือกตั้งไว้วางใจจากประชาชนแล้ว แต่ กรมประชาสัมพันธ์โดยช่อง ๑๑ ยังด่านายกรัฐมนตรี ว่าที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จนวันสุดท้ายของการเกษียณอายุราชการวันที่ ๓๐ กันยายน ทีแรกผมมันอะไรกันนักหนา ผมเพิ่งมาได้ทราบจากคุณจตุพรจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่จริงต้องมาแก้ครับว่าคนที่เข้าไปรับ ประโยชน์จากกรมประชาสัมพันธ์และจัดรายการต่าง ๆ นั้นคือ บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) นี่ผมไม่รู้นะ ผมอ้างจากคุณจตุพร ผมก็ไม่เห็นเอกสารครับ แต่เขาบอกว่า ชื่อผู้จัดการ ผู้ลงนามชื่อนายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งประท้วง ท่านครับ เวชชาชีวะ นามสกุลนี่ไม่ได้ใหญ่มากเท่าไรกระมังครับ ใช่ญาติท่านอภิสิทธิ์หรือเปล่า พูดกันตรง ๆ เลย แต่จุลพงศธรไม่มีแน่ในนั้น ท่านประธานครับเป็นไปได้ไหมครับที่มี การต่อสัญญา ครั้งที่ ๒ ฟังให้ดีนะครับ มีอ้างอิงนะครับ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม อยากให้แจ้ง จริง ๆ เสียว่าบริษัทนี้ได้รับการต่อสัญญาก่อนที่จะมีการยุบสภา ก่อนที่ท่านจะหมด จากอำนาจของรัฐบาล ก็ด้วยเหตุนี้กระมังครับ การโจมตีจึงเป็นไปอย่างหนาแน่นมาก คนที่ โจมตีคนหนึ่งเป็นเพื่อนของผมครับ รักกันมานานเต็มที ดันมาเป็น ส.ว. ผมบอกเพื่อนเอ๊ย เราก็รู้จักกันตั้งแต่ก่อนผมรู้จักทักษิณนะ ทำไมเพื่อนถึงได้มาล่อกันอย่างนี้ อีกคนหนึ่ง ก็ไม่เอ่ยชื่อท่านละครับ เป็นอดีต ส.ว. เหมือนกัน ออกในรายการ ช่อง ๑๑ นี่ละครับ โจมตี คนนั้น โจมตีเพื่อนนักการเมือง โจมตีผู้คนเป็นเรื่องเป็นราวเป็นคุ้งเป็นแควไปหมด แล้ววันนี้ พอไม่ได้รับต่อสัญญา ไม่ได้อยู่ในที่จะจัดรายการได้ เห็นเขาว่าไปจัดรายการอยู่ใน

(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ท่านสุรเชษฐ์ใช่ไหมครับ เชิญท่านสุรเชษฐ์

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ก็จะเรียนถามท่านประธานว่าเกรงใจ ดอกเตอร์สุนัยมากหรือ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ เดี๋ยวท่านประท้วงหรือท่านอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ผมประท้วงท่านประธานนี่ล่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างไรครับ ข้อไหนครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ข้อ ๖๑ ข้อ ๘ เข้าทั้งนั้น ผมถาม ท่านประธานเห็นนั่งฟังเสียเพลิน อย่าเกรงใจดอกเตอร์สุนัยมากหรือ ปล่อยให้อภิปรายไป นอกประเด็นถึงขนาดนี้ เมื่อวานกับผมทักเหลือเกิน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วง ข้อ ๖๑ ข้อ ๘ ใช่ไหมครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ครับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลง ผมจะวินิจฉัยครับ ท่านสุนัยกำลังอธิบายถึงเหตุผลในการที่ปรับลดในรายการของมาตรา ๕ ว่าการบริหารงานของหน่วยงานราชการที่ของบประมาณว่าการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต หรือไม่ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ท่านก็บอกว่าเวลาเข้ามาก็กล่าวหาอีกฝั่งหนึ่ง ท่านจึงบอกว่า การใช้จ่ายงบประมาณอย่างนี้สมควรที่จะต้องถูกปรับลด ผมไม่ได้เพลินนะครับ แล้วเรา ก็ได้คุยกันแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะไประหว่างการอภิปรายไปประท้วง แล้วไปยับยั้งอะไรของท่าน เพราะแต่ละท่านก็ประมาณ ๑๐ นาที อดทนนิดหนึ่ง ท่านก็เหลืออยู่ประมาณ ๒ นาทีกว่า ๆ เชิญท่านสุนัยต่อ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ หักที่สุรเชษฐ์แย่งผม ออกโทรทัศน์ไปหรือยังครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่า เชิญครับ อย่าไปถึงท่านสุรเชษฐ์เลยครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านครับ คือเรื่องบางเรื่องมันยัง ไม่เป็นผลสรุปทางกฎหมาย แต่ปรากฏว่าทางกรมประชาสัมพันธ์เอาข่าวไปออกเสมือนหนึ่งว่า มีกฎหมาย ศาลตัดสินลงโทษแล้วเช่นนั้นทีเดียว ผมอยากจะให้เพื่อนฝ่ายค้านและเพื่อน ฝ่ายรัฐบาลที่เราจะดูแลกรมประชาสัมพันธ์ร่วมกันพยายามให้กรมประชาสัมพันธ์เขาเป็นกลาง ในการให้ข้อมูลเถิด ที่ผ่านมาไม่ได้ให้ข้อมูล ไม่ได้ยอมรับความเป็นจริงตามข้อเท็จจริง เรื่องการข่าวครับท่านประธานครับ ข่าวที่ลง ๆ มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ผมก็ไม่อยาก ไปปรักปรำว่าใครบางคนไปฆ่าใครบางคนที่เป็นเพื่อน ส.ส. กัน แต่ในขณะเดียวกันท่านก็บอกว่า คนนั้นผิดอย่างนี้แล้ว คนนี้กระทำผิดเพราะเอาความลับไปเปิดเผย ผมว่าถ้าเรายังตั้งหลัก อยู่บนอย่างนี้นะครับ ใครเข้าไปบริหารกรมประชาสัมพันธ์ก็จะให้กรมประชาสัมพันธ์ทำอย่างนั้น และในที่สุดเกิดขึ้นเรื่อย ปัญหามันก็เกิดอย่างนี้ครับ ผมจึงต้องนำเสนอว่าที่ต้องตัด อย่างกรณีที่ผังล้มเจ้า ท่านครับ ข้อเท็จจริงยุติแล้วในศาลครับ เนื่องจากมีคนคนหนึ่งถูกระบุ ในผังล้มเจ้า ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านคืออาจารย์สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ฟ้อง พันเอก สรรเสริญ ปรากฏว่ามีการสารภาพกันแล้วว่าผังล้มเจ้านั้นไม่เป็นจริงใครจะเชื่อก็เชื่อ ศาลมีคำพิพากษาตามยอม มันยุติไปแล้ว อย่างนี้กรมประชาสัมพันธ์ก็ไม่เอาออกครับ คำพิพากษานี้น่าจะมีมาก่อนแล้ว ก่อนที่จะถึงวันนี้ ผมถึงบอกว่าท่านประธานครับ เรื่องนี้ผม เคยกล่าวในที่ประชุมนี้ว่า คำว่า ผังล้มเจ้า ขบวนการล้มเจ้าเราไม่ควรพูด ขอประทานโทษ กราบคารวะอีกครั้งหนึ่ง ไม่ควรพูดเลย ผมได้เคยขอร้องพูดในสภานี้แล้วครับ ขอประทานโทษ แป๊บเดียวครับท่าน เดี๋ยวจะลงเลย ตอนนั้นผมจำได้ว่าขอร้องท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพว่าท่านครับอย่าพูดคำนี้เลยครับ แค่พูดก็ไม่เป็นมงคลต่อแผ่นดินแล้ว คำว่า ขบวนการกับความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมันคนละความหมายเลยครับ ความผิด ตามมาตรา ๑๑๒ เป็นเรื่องของปัจเจก ใครกระทำต่อพระองค์ท่านอันเป็นการไม่บังควร ก็ถูกดำเนินคดีไป แต่คำว่าขบวนการนี้มันหมายถึงว่าเป็นการกระทำต่อสถาบันเสมือนหนึ่งว่า มีการกระทำอะไรที่ไม่เหมาะสมจึงเกิดขบวนการ ซึ่งผมไม่อยากให้พูดเลยครับ แต่ปรากฏว่า ผมขอในสภาแห่งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ก็ยังทำหน้าที่กล่าวอย่างนี้ตลอดไป แล้วเป็นอย่างไร ละครับ บ้านเมืองก็ขยายความขัดแย้งกันไปยกใหญ่ท่านประธานครับ ดังนั้นเรื่องนี้ ที่ผมกราบเรียนขออนุญาตที่จะมาพูดตรงนี้ว่า อะไรที่มันยังไม่ได้เป็นข้อยุติ กรมประชาสัมพันธ์จะไปเป็นผู้พิพากษาทางสังคมไม่ได้ แล้ววันนี้ก็ขอเถอะครับรัฐบาลใหม่แล้ว กรมประชาสัมพันธ์ก็ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง อย่าไปตำหนิฝ่ายค้านเขาโดยไม่ถูกต้อง อย่างกรณีที่เพื่อน ส.ส. คนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าไปยิงคนตาย กรณีอย่างนี้ก็เหมือนกัน อย่าเพิ่งไปปรักปรำเขา แม้ข่าวจะลง คนนั้นจะเชื่อเข้าสภาเราก็ต้องพิจารณาอย่างเป็นธรรม ว่าศาลยังไม่ได้ตัดสิน เหมือนกันครับในสภาของเรานี่ใส่ความกันแหลกลาญทั้ง ๆ ที่ยังไม่มี ข้อยุติ ด้วยเหตุนี้เองครับท่านครับ แต่เราพูดแค่นี้ปัจเจกไม่เป็นไร แต่ถ้ากรมประชาสัมพันธ์นั้น มีฐานะเป็นกระบอกเสียงของรัฐ พูดไปทีมันดังไปหมดทั่วประเทศ เกิดความเข้าใจผิดกัน ด้วยเหตุนี้ครับท่านประธานต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน จริง ๆ ผมอยากจะนำเสนอ ให้เห็นความเป็นจริงว่า กรมประชาสัมพันธ์นั้นได้ทำหน้าที่บกพร่องมากในอดีตที่ผ่านมา แต่ว่าทำไมถึงบกพร่องก็ไม่อยากจะตำหนิท่าน เพราะคนใช้อำนาจสะท้อนออกอยู่ในสภานี้ อย่างไรละครับ ดังนั้นถ้าให้ผมได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแล กรมประชาสัมพันธ์จะทำให้ดีครับท่านครับ ขอบคุณท่าน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ พอแล้วครับ ท่านสาทิตย์ครับ ประท้วงหรือครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้มีการอภิปราย ท่านใช้คำอย่างนี้ครับว่า ตอนที่ท่านอภิปรายจอดับ แล้วก็มีรัฐมนตรีคนหนึ่งอย่าให้เอ่ยชื่อเลยท่านว่าอย่างนั้นนะครับ ลุกขึ้นตอบว่า เพราะสถานีขอนแก่นถูกเผา เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผมดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกรมประชมสัมพันธ์ ความจริงผมตอบมา ครั้งหนึ่งแล้ว ขออนุญาตท่านประธานชี้แจงในประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดถึงเรื่องของสัญญาของบริษัทที่ไปทำข่าวให้กับ กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ คือบริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) นี้มีการประมูลในสมัยที่กระผมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ชี้แจงก็จะเสียหาย ผมชี้แจงสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาสั้น ๆ นะครับ ไม่ต้องพาดพิงอย่างอื่นอีกนะครับ ขอให้จบ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ประการที่ ๑ ก็คือกรณีที่ในตอนนั้น มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นในประเทศ มีการชุมนุมหลายที่ แล้วก็มีการไปบุกไปเผา สถานที่ราชการ ทั้งที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ที่จังหวัดขอนแก่น ในสภา มีการอภิปราย สมาชิกลุกขึ้นซักถามว่าทำไมในเขตบริเวณจังหวัดขอนแก่นจึงไม่มีสัญญาณ ในการถ่ายทอดของช่อง ๑๑ ผมก็สอบถามท่านผู้อำนวยการกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ ท่านก็ตอบว่าเป็นเพราะสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ที่ขอนแก่นนั้นถูกเผา บริเวณนั้นไม่มี ส่วนที่อื่นทั่วประเทศนั้นยังคงถ่ายทอดตามปกติ เพราะปกติแล้วถ้าช่อง ๑๑ จอดำ ก็เหมือน ทีวีช่องอื่นครับ ก็จะกลายเป็นประเด็นที่หนังสือพิมพ์จะต้องมีการหยิบมาเสนอข่าวครึกโครม ใหญ่โต เพราะฉะนั้นเรื่องจอดำนั้นจึงไม่มี ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ และรัฐบาลก็ไม่เคย มีการสั่งการไปกระทำเช่นที่ว่านั้น เพราะเราต้องให้เกียรติคนทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะเขาเป็นข้าราชการ มีความเป็นสถาบันและหลายคนก็ทำหน้าที่ในตำแหน่งของเขา อย่างดี

ในประการที่ ๒ ท่านพูดถึงการต่อสัญญาบริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เสมือนกับว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ท่านพูดถึงบุคคลภายนอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย ให้เขาชี้แจงให้จบก่อนครับ ท่านสุนัย ให้เขาพูดให้จบ แล้วผมจะให้ท่านพูดครับ เชิญนั่งลงก่อนครับท่านสุนัย เอาให้จบเพราะว่าประเด็นที่ ๒ อีกนิดเดียว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านบอกว่าต่อสัญญาก่อนยุบสภา เพียง ๖ วัน การที่มีบริษัทเข้าไปทำข่าวในช่อง ๑๑ มีการประมูลนะครับ บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ประมูลก่อนหน้านั้น แล้วแข่งกัน ๓ บริษัท บริษัทที่ประมูลไม่ได้ปัจจุบัน ไปทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งเป็นช่องหนึ่งที่มีคนนิยมสูงมาก แต่ผลประโยชน์ตอบแทน ก็น้อย และเรื่องนี้มาไม่ถึงรัฐมนตรีครับ ส่วนกรณีที่มีการต่อสัญญา เมื่อมีการหมดสัญญาลง เป็นหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์ที่เขาจะต่อไม่ต่อ เหมือนกับท่านมาเป็นรัฐบาลครับ บางรายการท่านก็ไม่ต่อ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ท่านก็ต้องชี้แจงกันไป ส่วนที่บอกว่ามีนามสกุล เวชชาชีวะเสมือนกับพยายามพาดพิงมาถึงท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรืออย่างไร ในพรรคท่านก็มีคุณสุรนันท์ เวชชาชีวะ ก็เห็นสัมภาษณ์ท่านนายกรัฐมนตรีออกทุกวันเสาร์ อยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้ผมชี้แจงท่านประธานเพื่อความเข้าใจ แล้วท่าน ก็ต้องพูดให้ความเป็นธรรมกับกรมประชาสัมพันธ์เขาด้วย ที่ท่านบอกว่าทำหน้าที่บกพร่อง อะไรก็แล้วแต่ ฝ่ายการเมืองมีส่วนสำคัญนะครับ ที่สำคัญก็คือถ้าสถานีโทรทัศน์เสนอข่าว ตรงไปตรงมาถูกต้อง กลับไปดูทีวีดาวเทียมที่ท่านออกอยู่ด้วยครับ กระทั่งน้ำในเขื่อน ยังบิดเบือนเลย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเฉพาะที่ท่านชี้แจงพอแล้วครับ ไม่ต้องไปพาดพิงช่องอื่นเขา ท่านสุนัย มีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมอยากให้ บรรยากาศในสภาเราพยายามเกรงใจกันแล้วไม่เอ่ยชื่อกันนะครับ จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรมาก นิดหน่อยก็ไม่ต้องมาประท้วงหรอกครับ แล้วไม่ต้องมาตวัดกลับ ท่านครับ ผมไม่ได้พาดพิง ท่านผู้นี้เลย ผมพูดถึงท่านอภิสิทธิ์ ทำไมท่านอภิสิทธิ์ไม่กล้ามาตอบเองล่ะ ถ้าจะพาดพิง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ท่านสุนัย เดี๋ยวก็จะต่อกันไปยาวละครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับท่านสุนัย ท่านเอาประเด็น ที่ท่านเสียหาย ที่ไม่เสียหายตอบโต้อย่างนี้ก็ปล่อยให้ทะเลาะกันนะครับ เชิญครับ ผมไม่อนุญาตให้ไปกล่าวถึงประเด็นอื่น ที่ท่านเสียหายก็แล้วกัน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เกิดมาผมไม่ชอบทะเลาะกับคนครับ แล้วก็ไม่เคยทะเลาะกับใคร แต่ผมกำลังพูดท่านไม่ให้พูด ตรงนั้นผมก็ไม่พูด แต่ผม กำลังจะบอกว่าสิ่งที่ผมพูดไม่เกินความจริง เพราะคนที่อยู่ในกรมประชาสัมพันธ์เข้าไป รับสัมปทานโจมตีเพื่อน ส.ส. คนทั้งบ้านทั้งเมือง ถ้ากรมประชาสัมพันธ์ทำดีจริงบ้านเมือง ไม่แตกแยกขนาดนี้ท่านครับ ๒ คนนั้นมีคนหนึ่งเป็นเพื่อนของผมสนิทกันมาก คุณวันชัย สอนศิริ เป็น ส.ว. อีกคนหนึ่ง คุณเจิมศักดิ์ ได้ทราบจากคุณไพโรจน์ ผมก็ไม่ได้ดูหรอกครับ ตอนนี้ไปทำงานอยู่บลูสกาย (Blue sky) แล้วครับ ใช่พวกเดียวกันไหมละครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะอภิปรายตามกติกาของท่านประธานคนที่แล้วที่ว่าต้องการ จะให้พูดในประเด็นของการปรับลดงบประมาณอย่างเคร่งครัด แล้วก็ต้องการจะสอบถาม ไปถึงคณะกรรมาธิการถึงเหตุผลของการปรับลด และไม่ปรับลด ตามที่ผมได้สงวน คำแปรญัตติไว้ ในสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีงบประมาณอยู่ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ผมได้เสนอขอปรับลดไป ๑ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมาธิการไปปรับลด ๓๖๑ ล้านบาท เทียบเปอร์เซ็นต์เท่าไรผมยังคิดไม่ทัน แต่มีหลายประเด็นที่ผมคิดว่าการปรับลดงบประมาณ ในส่วนสำนักนายกรัฐมนตรียังไม่ตรงกับความจำเป็นของสถานการณ์บ้านเมือง ผมจะขอ อภิปรายใน ๓ หน่วยงาน คือ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสภา ความมั่นคงแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้มีการพูดถึงกรมประชาสัมพันธ์ค่อนข้าง กว้างขวาง และดูเหมือนว่ากรมประชาสัมพันธ์จะตกเป็นผู้ร้ายในสายตาของคนจำนวนมาก ที่เห็นว่าการทำหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์นั้นไม่ถูกใจตัวเอง สื่อในกรมประชาสัมพันธ์ ไม่สนองตอบกับความคิด กับความรู้สึกของตัวเอง ท่านประธานครับ ในการอภิปราย ในวาระที่หนึ่งเรื่องงบประมาณ เรื่องกรมประชาสัมพันธ์นั้น ผมเองก็มีความเห็นเหมือนกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เห็นว่าบทบาทของกรมประชาสัมพันธ์ในฐานะผู้กำกับควบคุมดูแล สื่อของรัฐยังไม่ทำหน้าที่ได้อย่างชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ เมื่อผมมาเห็น ในคำรายงานการตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ยิ่งต้องขอเรียนเป็นเบื้องต้นว่าชื่นชม ที่ท่านได้หยิบประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา นั่นก็คือเห็นว่ากรมประชาสัมพันธ์ควรมีมาตรการ ตรวจสอบดูแล โดยใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อกำกับดูแลการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ ทั้งทางสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ให้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอย่างเที่ยงตรง มีการจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และมีหน่วยเฝ้าระวังการใช้สื่อที่สร้าง ความแตกแยก นี่เป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งมีนัยที่สำคัญมาก ผมเห็นด้วย ร้อยเปอร์เซ็นต์ และยังมีความเห็นอีกว่ากรมประชาสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งผมได้สงวน คำแปรญัตติปรับลดงบประมาณไป ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยความไม่สบายใจ นอกเหนือจากที่ คณะกรรมาธิการได้สรุปในข้อสังเกตแล้วก็คือ กรมประชาสัมพันธ์ไม่ได้พัฒนาบุคลากรของ ตัวเองให้ทันกับการแข่งขันในตลาดข่าวสารเสรีที่มีการพัฒนาเทคโนโลยี มีการพัฒนา ทางด้านทุนอย่างกว้างขวาง กรมประชาสัมพันธ์ไม่ได้เป็นแบบอย่างในการดำรงไว้ ซึ่งมาตรฐานทางวิชาชีพและมาตรฐานทางจริยธรรมให้เป็นที่ปรากฏในวงการสื่อสารมวลชน ซ้ำร้ายกรมประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะสื่อมวลชนในสังกัดไม่มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ ตามมาตรา ๔๖ ของรัฐธรรมนูญ ผมตั้งประเด็นเหล่านี้ไว้เพื่อที่จะมาอภิปราย แล้วก็ คำขอแปรญัตติเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ได้ต้องการที่จะไปทำร้ายกรมประชาสัมพันธ์ เพราะทราบดีนะครับ กรมประชาสัมพันธ์นั้นได้งบประมาณเพิ่มขึ้น คำของบประมาณ ของกรมประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นปีละ ๒๐๐ ล้านบาท ล่าสุดคำของบประมาณ ของกรมประชาสัมพันธ์ก็คือ ๑,๖๐๘ ล้านบาท เพิ่มจากปี ๒๕๕๔ ๑,๔๓๗ ล้านบาท เขาเอาไปทำอะไรครับ ต้องเรียนกับท่านเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับหน่วยงานอย่างนี้ ในคำของบประมาณเขาเป็นองค์กรหลักด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนแห่งชาติ เพื่อพัฒนาประเทศ การรักษาความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ มีพันธกิจ หลายด้าน โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์นโยบายและการดำเนินงานของรัฐสู่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งในและต่างประเทศ และสะท้อนปัญหาของประชาชนสู่รัฐบาล นี่คือบทบาทที่มี ความสำคัญอย่างมาก ผมไม่แน่ใจว่าในการพิจารณาปรับลดงบประมาณของ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาถึงประเด็นเหล่านี้หรือไม่ เพราะว่ากรมประชาสัมพันธ์ ถูกปรับลดงบประมาณไปในหลายรายการ ซึ่งผมคิดว่ามีความจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น การไป ปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำนักข่าวกรองแห่งชาติที่ตั้งไว้ ๑๗,๙๐๐,๐๐๐ บาท ไปปรับลด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าการปรับลด ด้วยตัวเลขกลม ๆ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั้นจะเป็นการปรับลดอย่างมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป นี่ก็เป็นคำถามที่คณะกรรมาธิการจะต้องชี้แจงกับสภาแห่งนี้ด้วย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มีความสำคัญมาก ปัจจุบันนี้ความน่าเชื่อถือของข่าวสารที่ออกไปจากประเทศของเรา มีความน่าเชื่อที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าจะรับข่าวสารจากไหน แต่สำนักข่าวกลางของชาติเรา ไม่ได้มีการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างแท้จริง บทบาทของสำนักข่าวกรองแห่งชาติในอนาคต หากได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริงแล้วผมเชื่อมั่นว่าประเทศของเราจะมีภาพลักษณ์ที่ดี ในสายตาของต่างประเทศ ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างแท้จริง คณะกรรมาธิการ ไปปรับลด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร คณะกรรมาธิการไปปรับลด ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งไว้ ๕๓ ล้านบาท ปรับลดไป ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท งบก้อนนี้ผมเข้าใจว่าเอาไปใช้ในการปรับปรุงสถานีโทรทัศน์ ที่ถูกเผา ถามว่าถ้าไม่มีเงินก้อนนี้ไปใช้ ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต ๕ จังหวัดขอนแก่น ที่ถูกทำลายไปจะเอาเงินที่ไหน ไปตัดทำไมครับ ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์นโยบาย เร่งด่วนและภาวะวิกฤติ ตั้งไว้ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งผมเองก็สงสัยเหมือนกัน สงสัย ในประสิทธิภาพในตอนต้นว่าเมื่อประเทศเผชิญกับปัญหาภาวะวิกฤติทั้งการเมือง ล่าสุด ก็ภัยพิบัติทางธรรมชาติ กรมประชาสัมพันธ์ได้แสดงบทบาทในการประชาสัมพันธ์ในภาวะ วิกฤติเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลแค่ไหน เราก็เห็นชัดว่ามีความล้มเหลวอย่างมากในช่วงที่เกิด อุทกภัย ข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์แทบจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชนเลย ยิ่งกรมประชาสัมพันธ์ถูกบังคับให้ต้องถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารจาก ศปภ. แต่เพียงด้านเดียวด้วยซ้ำ แล้วยิ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้พี่น้องประชาชนยิ่งเพิ่มความไม่เชื่อมั่นมากขึ้นเท่านั้น ในภาวะวิกฤติจำเป็นที่จะต้องมีสื่อสารมวลชนของรัฐที่ให้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมาและเป็นเอกภาพ การตั้งงบประมาณในเรื่องของการประชาสัมพันธ์นโยบายเร่งด่วนและภาวะวิกฤตินี้ จึงมีความจำเป็น ตั้งไว้ ๒๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการไปปรับลด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กลม ๆ เลย เหมือนกับมีการต่อรองว่าคุณขอ ๒๐ ล้านบาท เอา ๑๕ ล้านบาทแล้วกัน ถามว่าตัด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตัดของเขาทำไม การประชาสัมพันธ์ ในภาวะเร่งด่วน ในภาวะวิกฤติไม่มีความจำเป็นใช่ไหมสำหรับประเทศนี้ คณะกรรมาธิการ ต้องตอบคำถามกระผมในเรื่องนี้ด้วย ที่ผ่านมาเราพยายามที่จะกล่าวโทษกรมประชาสัมพันธ์ ตลอดละครับ ทุกยุคทุกสมัยถ้าข้อมูลข่าวสารออกไปจากกรมประชาสัมพันธ์ไม่ถูกใจนิดเดียว ท่านก็ไม่พอใจ แต่ลองย้อนกลับไปดูเถอะครับในยุคที่ท่านเองเป็นรัฐบาลข้อมูลข่าวสาร ด้านเดียว รายการโทรทัศน์ที่กล่าวหาฝ่ายอื่น คนอื่นอยู่ตลอดเวลาท่านก็พอใจ นี่คือ ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งคณะกรรมาธิการควรจะตอบคำถามอันนี้

ส่วนที่ ๒ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในคำของบประมาณก็พูดไว้ชัดว่าพันธกิจ ของเขาก็คือการพัฒนาบุคลากรการข่าวให้เป็นมาตรฐานและเป็นมืออาชีพ เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตจะด้วยความรู้หรือไม่รู้ หรือไม่ถูกใจนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่งาน ของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อภัยคุกคามของประเทศมีความ สลับซับซ้อนมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ งานของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเขาไม่ได้จำกัด อยู่เพียงแค่การเป็นหน่วยข่าวมารายงานรัฐบาลเหมือนกับงานที่สันติบาลทำ รายงาน ผู้บังคับบัญชา แต่ความครอบคลุมรอบด้านของงานข่าวกรองแห่งชาติในฐานะที่เป็น หน่วยงานหลัก หน่วยงานสำคัญที่สุดของประเทศจำเป็นที่จะต้องใช้บุคลากร ใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีการสื่อสารที่กว้างขวางขึ้น ภัยคุกคามที่เกิดกับประเทศของเราไม่ได้เพียงแต่ เรื่องของภัยคุกคามทางด้านการทหารเท่านั้น ภัยคุกคามทางด้านการก่อการร้ายข้ามชาติ ภัยคุกคามทางด้านพลังงาน ภัยคุกคามทางด้านยาเสพติดต่าง ๆ มากมายจำเป็นที่จะต้อง ใช้คน ใช้เครื่องมือจำนวนมาก ในคำขอของสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้ขอในงบรายจ่ายอื่น เรื่องค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบงานสารสนเทศด้านการข่าวกรอง ขอไป ๙,๘๑๑,๐๐๐ บาท ซึ่งผมก็คิดว่าน้อยไปด้วยซ้ำ กรรมาธิการไปตัดลดเสียอีก ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มันรายการ อะไร ไปตัดลดเขาทำไมต้องชี้แจงด้วย งานสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติต้องเรียน กับท่านประธานนะครับ ทุกเรื่องควรจะอยู่ในสายตาของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สามารถ วิเคราะห์ สามารถนำเสนอกับรัฐบาลได้ เป็นประโยชน์กับรัฐบาลโดยตรง นายกรัฐมนตรี จะเชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี แต่บทบาทของข้าราชการประจำ อย่างสำนักข่าวกรองแห่งชาติต้องให้บทบาทเขา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โทษนะครับ ท่านอภิชาตเกินไป ๒ นาทีกว่า เมื่อสักครู่ผมขอให้ท่านสุนัยอยู่ในเวลานะครับท่าน ต้องมาตรฐานเดียวกัน ท่านสรุปด้วยนะครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเด็นตลอดเวลา อยู่ในเรื่องของการปรับลดงบประมาณไม่มีนอกเรื่อง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ครับ เอาในเวลาสิครับ เมื่อสักครู่ดอกเตอร์สุนัยผมก็ให้เกินเท่ากันเดี๋ยวจะว่าผมลำเอียงครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ในงานของสำนักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านประธานครับ ค่าใช้จ่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ความมั่นคงของชาติในรูปแบบใหม่ ซึ่งผมได้เรียนกับท่านประธานแล้วว่าปัญหาความมั่นคง ของชาติ ซึ่งมีภัยคุกคามที่มีความกว้างขวางหลากหลายมากขึ้นเป็นความจำเป็นที่หน่วยงาน ทางด้านความมั่นคงจะต้องเข้าไปดูแล เข้าไปศึกษา เข้าไปรับมือกับมัน ท่านประธานครับ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ของบประมาณในเรื่องของค่าใช้จ่าย ป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติในรูปแบบใหม่ ขอไป ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท คณะกรรมาธิการก็ไปปรับลดอีก ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไปปรับลดอะไรเขา ได้ซักถามเขา ไหมครับว่าเขาเห็นถึงความจำเป็น เห็นถึงความสำคัญของภัยคุกคามที่เป็นปัญหาความมั่นคง ของชาติในรูปแบบใหม่หรือไม่ เหล่านี้เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการจะต้องตอบ และในมาตราอื่น ๆ ซึ่งถ้าคณะกรรมาธิการเข้าไปปรับลดผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องตอบ คำถามอย่างตรงไปตรงมา และมีเหตุมีผลด้วย ผมใช้เวลากับท่านประธานในมาตรานี้ เพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ครับ เชิญท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะอภิปรายสั้นที่สุดเพื่อที่จะ สงวนเวลาให้กรรมาธิการได้ตอบ เพราะว่าผมไม่อยากให้พิธีกรรมในสภาแห่งนี้กลายเป็นว่า ถามคำถามมากมายสุดท้ายกรรมาธิการไม่ต้องตอบแล้วก็ผ่านกันไปนะครับ

ประเด็นแรก ในสิ่งที่ผมขอปรับลดอยู่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็คือว่าผมอยากจะพูดถึง สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนะครับ สิ่งที่ผมเห็นแล้วก็งง ๆ นะครับท่านประธาน เพราะว่าอยู่ในคณะกรรมาธิการด้วยกัน แผนงานสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน ๓๐๑ ล้านบาท มีข้อตกลงกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วนะครับ ท่านอธิบายว่านี่เป็นงบฝาก งบฝากไว้ก็น่าจะไปจัดอยู่ในกระทรวง อยู่ในกรม กองที่ถูกต้อง ซึ่งท่านก็ยอมรับนะครับ แล้วก็บอกว่าให้ไปอยู่ในกรมที่ถูกต้องได้เกี่ยวกับเรื่องของโอทอป แต่สุดท้ายงบก็กลับมาอยู่ที่สำนักปลัดอยู่ดีงบฝากตรงนี้ที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ครับ ท่านประธาน ว่าจะกลายเป็นเรื่องบุญคุณที่กรม กระทรวงต่าง ๆ ต้องวิ่งมาของบ จากอีกกระทรวงหนึ่งนะครับ ซึ่งได้ตั้งงบเอาไว้ ผมก็ขอเพียงแค่ว่าปีนี้ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปนะครับ แต่ผมคิดว่าหลักการ หลักคิดมันต้องถูกต้อง งบฝากไม่ควรจะต้องมาฝากไว้อีกแล้ว ไปอยู่ตรงไหนก็ไปอยู่ตรงนั้น จะได้มีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างดียิ่ง

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของสำนักงบประมาณโดยตรงนะครับ สิ่งที่ผมต้อง ขออนุญาตที่จะต้องขอทางสำนักงบประมาณ ซึ่งผมก็ได้เรียนท่านผู้อำนวยการไปแล้ว ส่วนหนึ่ง ก็คือว่าผมคิดว่าความโปร่งใสของการที่เราจะพูดถึงงบประมาณ และประชาชน ผู้เสียภาษีต้องรู้นะครับ ควรจะบรรจุโครงการต่าง ๆ แยกเป็นจังหวัด แยกเป็นอำเภอ แยกเป็นโครงการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ เช่น ทำเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Program computer) นะครับ แล้วก็สามารถที่จะเสิร์ช (Search) ทางอินเทอร์เน็ตได้ คนแม่ฮ่องสอน คนที่อยู่จังหวัดสงขลา อยู่จังหวัดปัตตานี สามารถดูได้ว่าปีนี้เขาได้ งบประมาณอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง ขุดลอกคูคลองไปถึงไหน จะป้องกันน้ำท่วมได้หรือไม่ ก็ขอให้ท่านได้ช่วยกรุณาพัฒนาโครงการระบบของการเข้าถึงข้อมูล

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ผมขอไปจากสำนักงบประมาณแล้วไม่ได้ ก็คือเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงของบรรดาข้าราชการทั้งหลาย ตั้งแต่ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่าง ๆ รองอธิบดี องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ ประชาชนน่าจะมีสิทธิรู้ครับท่านประธานว่าข้าราชการจน จริงหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้วข้าราชการมีทั้งเงินเดือน มีทั้งเบี้ยประชุม มีทั้งเงินตอบแทน ค่าพาหนะ มีการไปนั่งในหน่วยงานอื่น ๆ แล้วก็ได้เบี้ยเลี้ยงตามมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นข้อมูลตรงที่ประชาชนต้องเปิดเผยกับเขา เขาสามารถตรวจสอบได้ว่าใครมีเงินเท่าไรกันแน่ ในแต่ละปี ผมอยากจะขอให้เปิดเผยต่อไปซึ่งผมก็ไม่ได้ข้อมูลนี้นะครับ

ประเด็นต่อไปนะครับ ผมไปที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ผมขอ ต่อสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็คือว่าอยากให้ท่านปฏิบัติแผนงานเทิดทูนพิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งท่านได้ไป ๑,๕๕๘ ล้านบาทนะครับ ประเด็นนี้ เราก็ถามนะครับว่าท่านจะดูแลเรื่องของการพิทักษ์เทิดทูนรักษาสถาบันอย่างไรบ้าง การที่มี คนโพสต์ (Post) ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่หลังปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ทำไมถึงจัดการไม่ได้ ทำไมจัดการช้ากว่าคนที่โพสต์ข้อความหมิ่นนายกรัฐมนตรี แล้วจับตัวได้ภายใน ๒ วัน ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น จะมีประสิทธิภาพในการควบคุมดูแลเรื่องนี้ อย่างไร เพราะว่าเราทุกคนเชื่อ แล้วรักษาสถาบันว่าสถาบันนั้นเป็นสถาบันสูงสุด ซึ่งควร แก่การเคารพ และไม่สามารถจะไปหมิ่นประมาทหรือไปพูดถึงเรื่องที่ไม่ดีได้ ต้องขออนุญาต นะครับว่าทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น คนที่ไปโพสต์ อยู่ในเฟซบุ๊กของนายกรัฐมนตรี แล้วลงพระบรมฉายาลักษณ์ผิดนี่นะครับ ตกลงเป็นใครครับ ตอนแรกบอกว่า เป็นออร์กาไนเซอร์ตอนหลังบอกว่าเป็นน้องยู้ ตกลงอย่างไรครับ แล้วรับจ้างหรือเปล่า หรือทำอย่างไร เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้สุดท้ายก็ปกปิดแล้วก็เงียบเฉยไปในสังคม แล้วไม่ได้ ถูกอธิบายออกมาว่าการทำงานที่ผิดพลาดอย่างนั้นถูกลงโทษอย่างไร

ประเด็นต่อไปผมสุดท้ายที่กรมประชาสัมพันธ์ครับท่านประธานครับ กรมประชาสัมพันธ์ผมขออนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์กรุณาทำความรู้ให้กับคนที่เข้าใจ เรื่องจอดับผิดสักหน่อยนะครับว่า จอดับได้มันมีกี่กรณี ผมเชื่อว่าคนที่รับโทรทัศน์โดยการใช้ จานดาวเทียมบางวันก็รู้นะครับถ้าฝนตกภาพมันก็ไม่ชัดภาพมันก็หายไปเขาก็รู้ได้นะครับ คนที่รับจากเคเบิ้ลทีวี เคเบิ้ลถูกตัดสัญญาณบ้างหรือทำอะไรต่าง ๆ หรือมีปัญหาของเคเบิ้ลเอง จอมันก็ดับได้นะครับ หรือโทรทัศน์ธรรมดาที่รับจากทางอากาศบางวันสัญญาณมันอาจจะ หายไป มีปัญหาสถานีไฟไหม้อย่างนี้นะครับ จอมันดับได้ มันมีหลากหลายเหตุการณ์ คนบางคน คนนั้นเขาจะได้รู้เสียทีว่าจอดับมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง กรมประชาสัมพันธ์ช่วยทำมาให้หน่อย นะครับ สิ่งที่ผมเห็นด้วยกับสมาชิกบางท่านที่บอกว่ากรมประชาสัมพันธ์ควรจะทำรายการ ที่เป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลแล้วไม่ไปโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ อย่าทำรายการในประเภทความไม่จริงเมื่อวันนั้นกลับมาอีก อย่าไปเอา ๓ เกลอ ๔ เกลอ กลับมาจัดรายการอีกอย่างนี้ถูกต้องครับ แล้วอย่ามาโจมตีฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามอีก อันนี้ ผมสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ส่วนการที่จะต้องถูกทดสอบของกรมประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ช่อง ๑๑ ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาผมคิดว่าคนในกรมประชาสัมพันธ์ถ้าทำใจเป็นกลาง คงจะยอมรับนะครับว่าเราสู้กับไทยพีบีเอสไม่ได้ คนเปลี่ยนไปดูไทยพีบีเอส เพราะว่า มีนักวิชาการพูดความจริง สะท้อนความจริงในเรื่องน้ำท่วมให้เราฟังเราจึงได้ไปดู บางคน อาจจะเปลี่ยนไปดูสรยุทธ ช่อง ๓ เพราะว่าเช้าตื่นมาเรารู้ว่าน้ำท่วมถึงไหนแล้ว สถานการณ์ เมื่อคืนต่าง ๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีโก๊ะตี๋ไปดูด้วยอะไรอย่างนี้ แต่ทำไมคนไม่ดู กรมประชาสัมพันธ์ ไม่ดูช่อง ๑๑ ละครับ ผมหวังว่าคนในกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งยังมี จิตวิญญาณของการเป็นสื่อมวลชนอยู่จะได้ลุกขึ้นมาทำรายการใหม่ ๆ รายการที่น่าสนใจ และเป็นรายการที่คนอยากจะดู และเป็นข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง

สุดท้ายที่ผมต้องการขอก็คือว่ามีรายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชน รายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชนกรุณาตรวจละเอียดหน่อยนะครับอย่าให้นายกรัฐมนตรี พูดผิดอีก เช่น หญ้าแฝก หญ้าแพรก เดือนพฤศจิกาคม อย่างนี้มันไม่ควรพลาดนะครับ ล่าสุด ก็มีนะครับคนกรุงเทพมหานครไม่ต้องห่วงน้ำท่วมเพราะว่าเรามีเขื่อนคอ-นก-รีตแล้ว เอาไปถามเด็ก ๆ วันเสาร์นี้ก็ได้นะครับ เขื่อนคอ-นก-รีตจริง ๆ ต้องอ่านอย่างไร

แล้วก็สุดท้ายของสุดท้ายก็คือรายการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชนควรต้องมี แล้วนะครับ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลอยู่น่าจะใจกว้างแม้ว่า จะถูกถอดถอนก็ตามนะครับ ท่านคงจะใจกว้างว่าผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ เป็นตำแหน่งที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง แล้วก็ถือว่า เป็นการให้โอกาสในการที่พี่น้องประชาชนจะได้ข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งตามสังคม ประชาธิปไตยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ กรรมาธิการครับ ท่านไหนจะตอบครับ ๓ ท่าน เชิญท่านวิชาญก่อนครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบคำถาม ของสมาชิกซึ่งยังติดใจสงสัยในเรื่องของการสอบถามข้อซักถามต่าง ๆ ที่กรรมาธิการเองนั้น ได้มีการซักถามในประเด็นต่าง ๆ นะครับ แล้วก็มีบางประเด็นเองซึ่งจำเป็นที่จะต้องหา คำตอบในคำอภิปรายบางอย่างที่ท่านเองได้ยกตัวอย่างขึ้นมา ซึ่งผมเองคงจะต้องอ่านตาม เอกสารขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพราะว่าเป็นเอกสารของทางสำนักงบประมาณ ได้นำมาให้

ส่วนในเรื่องต่อไปนะครับ เป็นเรื่องของการจัดทำผังรายการซึ่งท่านบอกว่า ในสมัยที่ท่านเองเป็นรัฐบาลได้แบ่งช่วงเวลาให้กับทางฝ่ายค้านก็คือฝ่ายทางผมปัจจุบัน ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าการจัดทำ ผังรายการของ ช่อง ๑๑ ได้แบ่งรายการออกเป็นข่าวและบริการสาธารณะ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว ๑๑ เปอร์เซ็นต์ นโยบายของรัฐ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ สาระ และความรู้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ กีฬาบันเทิงและวัฒนธรรม ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของรายการ อาเซียน ๒ เปอร์เซ็นต์ และส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนว่า ที่ท่านได้แบ่งแยกออกว่ามีสัดส่วน ๗๐ : ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้นได้เรียนถามทางสถานีโทรทัศน์แล้ว นะครับว่าไม่ได้มีการจัดประเมินผังรายการอย่างที่ท่านว่าว่ามีจำนวน ๗๐ : ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไร

อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของท่านวิรัตน์ได้สอบถามว่าในเรื่องของทางภาคใต้ เขามี พ.ร.บ. ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะต้องนำมาสู่สภา คือกฎหมายว่าด้วยศาสนาอิสลามในเรื่อง ของภาษีมรดกหรือทางศัพท์ว่าในส่วนของกฎหมายฉบับนี้ ท่านบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ ความสำคัญสนใจ ผมเรียนว่าในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เอง ยังอยู่ใน กระบวนการที่ไม่ได้นำเข้าแล้วก็มีการปรับปรุงกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ในคณะกรรมการ กฤษฎีกา เรื่องกฎหมายมรดกดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เองก็ยังไม่ได้หยิบขึ้นมาจริงครับ แต่ก็เป็นส่วนซึ่งกำลังปรับปรุงกันอยู่

อีกส่วนหนึ่งนะครับในเรื่องของท่านจุติ เรื่องนี้ท่านบอกว่าเรือ ศปภ. จัดไปถึง ๔๐,๐๐๐ ลำ ผมได้สอบถามแล้วว่าเรือจริง ๆ มีอยู่ ๒๓,๘๐๕ ลำนะครับ แล้วก็มีรายการเรือ ที่เป็น ๒ ที่นั่งอีกจำนวน ๑๗,๐๐๐ ลำนะครับ แล้วก็มีส่วนที่ท่านถามต่อไปว่ามีรถที่ตีตรา คำว่า ศปภ. แล้วก็มีตราของสำนักนายกรัฐมนตรีติดเข้าไป ท่านอ้างว่า ๑๖/๒๕๕๔ ผมเรียนว่า ในรายการดังกล่าวเรื่องรถนั้นไม่ได้มีการจัดซื้อแต่อย่างใด มีแต่รายการเรือและรายการ รถพยาบาล ๖ ล้อพร้อมอุปกรณ์ ๔ คันในวงเงิน ๒๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นสถาบันแพทย์ฉุกเฉิน เท่านั้นเองครับ

ส่วนในเรื่องของการบังคับใช้ เรื่องพระราชบัญญัติการจัดตั้งสถาบัน ในปี ๒๕๕๔ ซึ่งคุณสาทิตย์ถามนะครับว่ารัฐบาลได้มีการจัดตั้งผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมา แล้วได้ ดำเนินการไปถึงไหน ในรัฐบาลชุดนี้ทำไมไม่ดำเนินการตอบ ในขณะนี้เรื่องดังกล่าว อยู่ในระหว่างการตรวจสอบประวัติที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ เมื่อได้คณะกรรมการ ในวาระแรกแล้วจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เพื่อคณะกรรมการบริหารจะได้ดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการต่อไป ก็คงขออนุญาตตอบ ในรายการประเด็นที่เป็นส่วนของคำถามที่สำคัญ

แล้วก็มีส่วนสุดท้ายที่โฉนดชุมชน ซึ่งผมขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของ โฉนดชุมชนที่ท่านอ้างว่าไม่มีการดำเนินการของท่านสาทิตย์ ขอเรียนว่ามีการดำเนินการ มาโดยตลอด แต่โพรเซส (Process) ของงาน ต้องยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการ ให้แล้วเสร็จได้ในช่วง ๑ เดือนหรือ ๒ เดือน แต่เป็นการดำเนินการตรวจสอบโฉนดที่ดิน และการออกโฉนดที่ดินนั้นใช้เวลา รัฐบาลเองก็รับเรื่องเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ๑๐ รายการ ที่มีการร้องเรียนและเพิ่มเติมขึ้นมาครับ ขออนุญาตชี้แจงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทพไทครับ ผมให้เขาชี้แจงก่อนดีไหมครับ แล้วค่อยมีอะไรซักถาม เชิญท่านสุรวิทย์ครับ ท่านสุรวิทย์ ท่านสุรพล และหมอชลน่านครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กรรมาธิการ ผมตอบสั้น ๆ เสริมท่านวิชาญครับว่าในเรื่องของ กรมประชาสัมพันธ์นั้น ในปัจจุบันมีประชาชนสนใจชมมากขึ้น เรทติ้ง (Rating) ดีขึ้น เพราะว่าในปัจจุบันนั้นมีความเป็นกลาง มีการเสนอข่าวสารที่สร้างสรรค์มากขึ้นตามนโยบาย ของรัฐบาล แล้วก็ได้ยึดมั่นในเรื่องของสื่อ ในเรื่องของจรรยาบรรณของสื่อมวลชน การที่มี หลายท่านได้กล่าวหาว่า ช่อง ๑๑ กลั่นแกล้งรายการต่าง ๆ ซึ่งมีการถอดถอนไปซึ่งอันนี้ ผมเรียนว่าในช่อง ๑๑ นั้นไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใด ๆ แล้วก็เป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องรายการของท่านอาจารย์สัญญาซึ่งขออภัยที่เอยนามนะครับ ของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผมเรียนว่ารายการนี้เป็นไปตามที่ท่านวิชาญได้ชี้แจง เพราะว่า สัญญาของรายการนั้นสิ้นสุดลง และมีผู้ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากว่าไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นกลาง ซึ่งเรามองแล้ว ซึ่งคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาแล้วว่ารายการใหม่ ที่เข้ามานั้นจะเป็นรายการที่สร้างสรรค์กว่าและมีความเป็นกลางมากกว่า เป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนมากกว่านะครับ

สำหรับเรื่องโฉนดชุมชนนั้น ขอเพิ่มเติมอีกว่าขณะนี้ก็ยังมีการดำเนินการ อย่างต่อเนื่องนะครับ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วก็มีการประชุมในเรื่องของโฉนดชุมชน ได้มอบหมายให้ไปตรวจสอบปัญหาในพื้นที่เพิ่มเติม รวมถึงการแก้ไขในเรื่องของกฎหมาย ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโฉนดชุมชนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้และเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง แล้วก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการใช้โฉนดชุมชนในการ แก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของการครอบครองที่ดินของรัฐ ขอกราบเรียนเพิ่มเติมสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสุรพล เกียรติไชยากร ครับ

นายสุรพล เกียรติไชยากร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขออนุญาตตอบข้อห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง และท่านฮอชาลีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ขออนุญาตเอ่ยนาม ในข้อห่วงใยงบประมาณของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้งหมด ๑๖,๒๗๗,๕๘๐,๐๐๐ บาท กราบเรียนว่างบประมาณทั้งหมดหน่วยงานที่ใช้งบประมาณมากที่สุดก็คือกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ๖๑,๐๐๐ ล้านบาทตัวเลขกลม ๆ นะครับ ส่วนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. ๑,๔๒๒ ล้านบาท ซึ่งทั้ง ๒ หน่วยงานนั้นคณะอนุกรรมาธิการได้ปรับลดไปทั้งหมด ๒๙๐ ล้านบาท เหตุผล ที่ปรับลดเนื่องจากว่าไม่ตรงกับกิจกรรมและภารกิจของงาน ส่วนงบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการ คณะอนุกรรมาธิการไม่ได้ปรับลดครับ เพราะว่าเราต้องการให้ การศึกษานั้นมุ่งเน้นสร้างคน สร้างชาติเพื่อการพัฒนาไปสู่ความสงบสุขความร่มเย็น ของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสนี้กระผมต้องขอกราบขอบคุณท่านรองประธาน สุรเชษฐ์ แวอาแซ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และสตูล ที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รวมทั้ง การนำงบประมาณไปสู่แนวทางการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ อำนาจหน้าที่เพื่อหน่วยงานสนองต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนสู่ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อนำภาคใต้ให้สู่ความสงบสุข กระผมขออนุญาตกราบเรียนครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านชลน่าน ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบชี้แจง เพื่อนสมาชิกนะครับ ในคำถามที่ตรงกับประเด็นที่ผมเองได้มีส่วนได้รับมอบจากทุกท่าน ไปทำหน้าที่ ได้รับโอกาสให้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเกี่ยวกับงบรายจ่ายอื่น นะครับ มีประเด็นงบรายจ่ายอื่นที่เพื่อนสมาชิกถามและตรงประเด็นที่ได้ทำหน้าที่นะครับ ต้องขอบคุณท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ถามเรื่องของการปรับลดงบของกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๒ รายการ ถามเหตุผลว่าทำไมถึงปรับลดในหมวด รายจ่ายอื่น ผมกราบเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ ในมาตรา ๕ ถ้าท่านสังเกต จะมีตัวหนังสือสีดำขีดเส้นใต้ แล้วใต้ตรงนั้นจะมีวงเล็บสีแดงอยู่เกือบทุกรายการ ใน ๒๑ หน่วยงาน ที่อยู่ในมาตรา ๕ นั่นหมายความว่าพวกเราในฐานะกรรมาธิการที่ได้รับ มอบจากทุกท่านไปนะครับ งบประมาณที่ตั้งมาแต่แรกเราเห็นว่ายังไม่เหมาะสม สมควร ที่จะปรับลดเอางบประมาณไปใช้ประโยชน์ได้ ก็เลยออกมาเป็นตัวเลขตัวใหม่นะครับ คือ ตัวเลขสีดำแล้วขีดเส้นใต้ นั่นคือสิ่งที่เราได้ปรับลดไป เช่นเดียวกันของกรมประชาสัมพันธ์ ท่านสงสัยว่าทำไมไปปรับลดหมวดรายจ่ายอื่น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ นโยบายเร่งด่วนและภาวะวิกฤติของรัฐบาล หมวดรายจ่ายข้อ ๒ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ๔ รายการ ปรับลดไปทั้งหมด ๔ รายการ เป็นเม็ดเงินรวมทั้งหมด ๒๓ ล้านบาทเศษ จากเม็ดเงินทั้งหมด ๑๕๘ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละก็ไม่มากมายนัก เหตุผลที่ปรับลด ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ คณะกรรมาธิการได้มอบหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการที่จะพิจารณาในรายการรายละเอียด คำนึงถึงความสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล คำนึงถึงการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดของหน่วยงานที่รับงบประมาณไป ไม่กระทบ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เป็นประเด็นที่เราได้ตั้งคำถาม ได้สอบถาม เราจะเน้นประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญ ซ้ำซ้อน กระทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์จริงหรือไม่ และที่สำคัญระยะเวลาที่ใช้เม็ดเงินก็คือ ประมาณ ๘ เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป รายการบางรายการตั้งไว้ทั้งปีนะครับ ไม่สามารถที่จะใช้เม็ดเงินปีที่จะทดรองจ่ายไปก่อนหรือจ่ายไปพลางก่อนตามงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ได้ บางรายการมันทำไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องรอเม็ดเงินปี ๒๕๕๕ จริง ๆ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็ใช้ประกอบกันในการพิจารณาปรับลดบนพื้นฐานของความเห็นพ้องต้องกัน ของหน่วยที่รับงบประมาณเหล่านั้น อันนี้คือเหตุผลที่ผมจะกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติใน ๒ กรณีนี้นะครับ

ประเด็นต่อไปครับ ไม่ชี้แจงแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นการทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ของคณะกรรมาธิการ เพราะมีเพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจในหน่วยงานนี้ค่อนข้างมากนะครับ คือหน่วยงานที่เราใช้คำว่าเป็นองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษแบบยั่งยืนนะครับ ตัวย่อ คือ อพท. ครับ หน่วยงานนี้กรรมาธิการได้ทำหน้าที่แทนท่านว่าทำไมหน่วยงานนี้ถึงตั้งขึ้นมาได้ ตั้งขึ้นมาเพราะอะไร แล้วทำไมมีพื้นที่พัฒนาเฉพาะ ๕ จังหวัด ๕ จังหวัดที่ประกาศเขตพื้นที่ไป ก็มีจังหวัดตราด จังหวัดเชียงใหม่ พัทยาที่จังหวัดชลบุรีแล้วก็เกาะช้างเกี่ยวเนื่องกัน จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดกำแพงเพชรนี่เกี่ยวเนื่องกัน แล้วก็จังหวัดสุดท้ายที่เพิ่งประกาศไป ก็คือจังหวัดเลยนะครับ จังหวัดเหล่านี้ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี ที่จะให้องค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเข้าไปดำเนินการนะครับ มีอยู่ ๕ จังหวัดเท่านั้นเองครับ ไม่มีภาคใต้ เราก็สนใจว่าทำไมถึงไม่มี คำตอบครับ ไม่ได้เกิดจากการเมือง หรือไม่เกิดจาก ความเป็น ส.ส. หรือไม่เป็น ส.ส. หน่วยงานนี้ตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้ง องค์การมหาชน ปี ๒๕๔๒ มีพระราชกฤษฎีกาขึ้นมารองรับเมื่อปี ๒๕๔๖ จริงอยู่ครับว่า เกิดในยุครัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ พระราชกฤษฎีกานะครับ แต่พระราชบัญญัติ เกิดปี ๒๕๔๒ เมื่อตั้งขึ้นมาแล้วจังหวัดไหน พื้นที่ใด ควรจะได้รับการประกาศครับ ขึ้นอยู่กับ การมีส่วนร่วมของพื้นที่ ของชุมชนท้องถิ่นนั้น ๆ บนพื้นฐานการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมรับ ประโยชน์ ถ้าชุมชน ถ้าพื้นที่ไม่เห็นด้วย มีการต่อต้าน มีการขัดขืน เขาจะไม่นำเข้าสู่การให้ ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อไม่มีมติ ครม. ออกมาประกาศเป็นพื้นที่พิเศษนะครับ เราอยากให้เขาไปพัฒนาอย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเขาต้องทำตามกฎหมาย อันนี้ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงนะครับ หน่วยงานนี้ก็พิจารณาแล้วก็มีการปรับลดไปพอสมควร ตามลักษณะเนื้องานที่ไม่กระทบกับงานของเขา แล้วหน่วยงานก็สามารถรับได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าบางหน่วยนี่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายไป บนคำอภิปรายก็มีคำตอบของตัวเอง ขอบคุณท่านบุญยอดที่ให้ข้อสังเกต

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของหน่วยงานที่จัดตั้งงบประมาณ คือปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี เรื่องของโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ตั้งไว้ ๓๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ๓๐๑ ล้านบาทครับ กรรมาธิการไปปรับลดในส่วนที่เป็นงบดำเนินงานไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เหลืออยู่ ๓๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ทำไมตั้งอยู่ตรงนี้ ต้องกราบเรียนครับ กรรมาธิการ ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปเปลี่ยนรายการให้ไปอยู่กระทรวง ทบวง กรม ขณะที่เขาทำคำขอมา ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ข้อสังเกตของท่านว่าจะไปอยู่กับ หน่วยงานอื่นในปีต่อไปนั้นก็เป็นข้อสังเกตนะครับ ผมก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ แต่เท่าที่ดูภารกิจเป็นหน่วยงานที่เป็นแกนกลางในการที่จะทำ ผมยกตัวอย่างเช่น ทำโอทอป ซิตี้ (OTOP City) ทำในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการเคลื่อนที่ต่าง ๆ สำหรับ การแสดงสินค้าที่เป็นสินค้าเด่นของงานหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ อันนี้เป็นตัวอย่าง มีแผนงานทั้งหมด ๒๐ แผนงาน ซึ่งผมได้สำเนารายละเอียดให้ท่านบุญยอดไปเมื่อครั้ง ประชุมงบประมาณ อันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมตอบสั้น ๆ ครับ กราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์ไพโรจน์ แล้วก็ท่านเทพไทครับ

นายไพโรจน์ ตันบรรจง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ ตันบรรจง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอชี้แจงข้อซักถาม ของคณะกรรมาธิการพร้อมทั้งสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อสังเกต แล้วก็ให้ซักถามมา เกี่ยวกับเรื่องการปรับลดงบประมาณของหน่วยงานครั้งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย กรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วก็สำนักข่าวกรองแห่งชาติ โดยเฉพาะอยากจะตอบข้อซักถามของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เกี่ยวกับเรื่องการปรับลด งบประมาณของระบบไอซีทีของกรมประชาสัมพันธ์ เรามีหลักเกณฑ์ในการปรับลด ของกรมประชาสัมพันธ์ทางด้านไอซีทีไว้อยู่ ๓ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือ

๑. เราจะพิจารณาแล้วว่ามาตรฐานของการปรับลดของเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ เราจะยึดหลักเกณฑ์และราคาของกระทรวงไอซีทีเป็นหลัก นี่ประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ในการจัดงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ในครั้งนี้ทุกท่านทราบดีแล้วครับ ว่าเรามีระยะเวลาที่จะใช้งบประมาณเพียง ๗ เดือน เราก็จะปรับเวลาตามที่ให้ใช้ ซึ่งจะสอดคล้องไปถึง

ในประเด็นที่ ๓ อย่างเช่น เรื่องค่าบำรุงรักษาของวัสดุภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะดูการใช้จ่ายงบประมาณจากปีที่ผ่านมาของหน่วยงานต่าง ๆ เราจะยึดหลัก ตรงหน่วยงานที่เบิกใช้ในปีที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์นะครับ

ดังนั้นผมอยากจะให้รายละเอียดไปถึงท่านอภิชาตที่ท่านได้ซักถามมา ยกตัวอย่างเช่น ของกรมประชาสัมพันธ์มีอยู่ ๒ หมวด ที่เราได้ปรับลดลงนะครับ โดยปรับลด ตามเกณฑ์ราคามาตรฐานของกระทรวงไอซีที ก็คือคอมพิวเตอร์ วัสดุภัณฑ์นี่เราปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในการปรับลดในครั้งนี้ เราได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงาน แล้วก็ได้ให้ หน่วยงานชี้แจงมาถึงการเบิกเงินงบประมาณ แล้วก็ไม่มีผลกระทบกับการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในข้อที่ ๒ ของกรมประชาสัมพันธ์ มีหมวดครุภัณฑ์ เมื่อครู่ ท่านถามมาว่าไปปรับลดทำไมนะครับ ในหมวดของครุภัณฑ์นี้ทางกรมประชาสัมพันธ์ ได้ซื้อไว้เมื่อปี ๒๕๕๓ โดยใช้ฟอร์เร็กซ์ (Forex) นะครับ คือเอกซ์เชนจ์ เรท (Exchange rate) อัตราแลกเปลี่ยน ในขณะนั้นใช้อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ ๓๕ บาทต่อ ๑ ยูเอสดอลลาร์ แล้วเราก็ได้ชี้แจงกันไป แล้วตกลงกันว่าเราควรจะมาใช้เอกซ์เชนจ์ เรท หรือว่าค่าอัตราแลกเปลี่ยนครับ ยูเอสดอลลาร์ในราคาปัจจุบันให้ลดลงมาเหลือ ๓๑ บาทต่อยูเอสดอลลาร์ ก็ปรับลงมาอีก ๘,๔๔๐,๐๐๐ บาท จาก ๔๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๓๑ ล้านบาทครับ และในส่วนของสำนัก ข่าวกรองแห่งชาติก็ปรับลดไปตามเกณฑ์ของกระทรวงไอซีทีอยู่แล้วครับ ๒๐๐ ล้านบาท เราปรับลงมา ๑๐ ล้านบาท ก็คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ดังนั้นผมก็อยากจะขอชี้แจง ให้ท่านประธานสภาแล้วก็ผ่านไปทางท่านสมาชิก ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้รับทราบนะครับ ส่วนสำนักข่าวกรองแห่งชาติเราไม่ได้ปรับลดเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทพไท มีอะไรครับ เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตท่านประธาน ชี้แจงสั้น ๆ นะครับ เพื่อความเข้าใจตรงกันกับคำชี้แจงของท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กรณีผังรายการของสำนักข่าวทีนิวส์ซึ่งท่านชี้แจงว่า รายการดังกล่าวกำลังจะหมดสัญญาแล้วก็ทางกรมประชาสัมพันธ์ก็ไม่ต่อ ซึ่งผมอยากจะเรียน ข้อเท็จจริงนิดหนึ่งนะครับว่าจริง ๆ แล้วถ้าท่านประธานจำได้ก็คือว่า

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทพไทครับ ท่านสุนัยมีอะไร เชิญครับท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ ท่านเทพไทเป็นน้องชายผมเลย แต่ผมอยากจะถามท่านประธานว่าท่านบอกว่าอภิปรายจบแล้ว ทีนี้จะใช้สิทธิอะไรครับ ประท้วงก็ไม่ใช่ ชี้แจงกรรมาธิการหรืออะไรสักอย่างหนึ่ง ผมว่า ท่านประธานวินิจฉัยหน่อย ไม่อย่างนั้นไม่มีจบครับ แต่ถ้าจะกรุณาให้พูดก็ยินดีนะครับ ผมไม่ว่า แต่ท่านประธานวินิจฉัยก่อน น้องชายผมเขาจะได้พูดได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คือ อย่างนี้ท่านสุนัยครับ เมื่อครู่ผมให้กรรมาธิการได้ชี้แจงตามที่ท่านสมาชิกได้ถามไว้ ในเมื่อ สมาชิกได้ฟังของกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว ที่ติดใจผมก็ยังให้อธิบายได้ว่าติดใจตรงไหน เพื่อจะได้กระจ่างแจ้งแล้วผมจะได้ลงมตินะครับ เชิญท่านแป๊บเดียวนะครับ ท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะทำความเข้าใจนิดเดียวก็คือว่าสำนักข่าวทีนิวส์ได้หมดสัญญาจริงตามที่ชี้แจงครับ แต่ว่าหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้ได้เข้าบริหารประเทศ แต่ว่าสัญญาของสำนักข่าวทีนิวส์ยังไม่หมด ประมาณ ๓-๔-๕ สัปดาห์ ระหว่างนั้นกรมประชาสัมพันธ์ก็ได้เอารายการอื่นมาทดแทน ทุกครั้ง เช่น เอารายการประกวดธิดาส้มโอของชัยนาทมาแทน รายการเสวนามาแทน รายการเพาะเห็ดฟางสารคดีมาแทน จนถึงครั้งสุดท้ายโดยข้อสัญญาของทีนิวส์กับช่อง ๑๑ นั้นก็คือว่าจะเปลี่ยนรายการก็ต้องแจ้งให้ทางสำนักข่าวทีนิวส์ทราบก่อน ๒๔ ชั่วโมง มีอยู่ ๑ ครั้งแจ้งทันที เอารายการออกทันที เปลี่ยนทันที ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ก็กำลังฟ้องร้อง อยู่ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนนะครับว่าผมเข้าใจว่าหมดสัญญาแล้วก็เป็นสิทธิ ที่ไม่ต่อก็ได้ แต่ว่ากรรมมันเป็นเครื่องชี้เจตนา เห็นจาก ๕-๖ ครั้ง เขาพยายามที่จะปิดปาก สำนักข่าวทีนิวส์ ไม่ให้สำนักข่าวทีนิวส์ออกรายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก เพราะฉะนั้น จึงทำความเข้าใจกับท่านกรรมาธิการว่าก็อาจจะคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงบางประการ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะถาม ท่านกรรมาธิการเหมือนกันว่า ทีนิวส์ ช่องนี้หรือเปล่าที่ใส่ร้ายป้ายสีผู้คนทั้งบ้านทั้งเมือง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวไม่จบ คืออย่างนี้ เมื่อครู่ที่ผมเพิ่งออกไปท่านเทพไทเขาอภิปรายประเด็นนี้ไว้ ผมจึงอนุญาต เพราะเขาเคยถามเรื่องนี้ เขาพูดเรื่องนี้ ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่จบครับท่าน ผมไม่อนุญาตท่านครับ ถ้าอย่างนี้ไม่ได้ครับ ท่านอย่าไปอย่างนั้นไม่ถูกครับท่าน ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ คือเมื่อเช้าผมฟังอยู่ เขาอภิปรายประเด็นนี้ ผมฟังอยู่ว่าติดใจอยู่ ผมว่าติดใจก็ให้พูด ก็ใช้เวลา ๒-๓ นาที แต่ว่าท่านจะเอาอย่างนี้ก็ถ้าอย่างนั้นทุกคนในสภา ก็พูดหมดครับ ท่านจะต่อไหมครับ พอแล้วครับท่าน พอแล้วครับ ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ เมื่อครู่เขาอภิปรายเรื่องนี้อยู่ ผมฟังอยู่นะครับ เพราะคนทำหน้าที่ประธานต้องฟังทุกคน ที่อภิปราย ผมก็ฟังอยู่ว่าเขาอภิปรายเรื่องนี้อยู่ ผมก็ฟังอยู่ว่ายังติดใจอยู่ใช่ไหม เขายกมือ ก่อนที่กรรมาธิการจะชี้แจง ท่านฟังดี ๆ นะครับ ผมไม่ได้เข้าข้างเขา เพราะว่าก่อนครั้งแรก เข้ามา มายกมือ ผมก็บอกขอก่อนนะ ขอให้กรรมาธิการได้ชี้แจงก่อน ถ้าชี้แจงแล้วเป็นที่เขา เข้าใจ ผมก็พอประเด็นนั้น ผมว่ารอก่อนนะครับ รอก่อนนะครับ จนกรรมาธิการได้ชี้แจงหมด ยังติดใจก็ถาม ก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรครับท่าน ไม่มีอะไรจริง ๆ ขอมตินะครับ เชิญครับ สมาชิกที่อยู่ข้างนอก เชิญเข้าห้องประชุมครับ ท่านอภิชาตมีอะไรครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อคำชี้แจงของคณะกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้ผมต้องกราบขอบพระคุณมากนะครับ แต่ว่า คำชี้แจงของท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ที่พูดถึงเรื่องการยกเลิกบริษัทผู้ร่วมผลิต รายการ ต้องเรียนว่าทางกรมประชาสัมพันธ์สามารถยกเลิกเมื่อใดก็ได้ ไม่ใช่ว่าไม่ต่อสัญญา หรือว่าถูกร้องว่าอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ว่ากรมประชาสัมพันธ์มีสิทธิที่จะยกเลิกเมื่อใดก็ได้ ซึ่งก็นำมาซึ่งความสงสัยนะครับว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจ ผมจะไปมาตรา ๖ นะครับ มีท่านใดติดใจหรือไม่ครับ เชิญครับ ท่านบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าคำอภิปรายของสมาชิก ก็มีจำนวนมาก แล้วก็มีหลายกรม หลายส่วน ก็ขออนุญาตที่จะต้องขอมติครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ได้โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เชิญเสียบบัตรและแสดงตนได้แล้วครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๑๕ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปเป็นการลงมติในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการแก้ไข โดยกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติ คำแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผล คะแนนด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๕ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าเห็นตามกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ

เชิญมาตรา ๖ ครับเลขาธิการ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ กระทรวงกลาโหม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย เหมะ ครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติปรับลด งบประมาณกองทัพบก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ผมนั้นวันนี้ที่ปรับลดผมไม่ได้ ปรับลดในเรื่องของเบี้ยเลี้ยง แล้วก็สวัสดิการของทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องเอกราช ของประเทศครับ ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศชาติกำลังเดือดร้อนอย่างสาหัสสากรรจ์ ภั ยพิบัติของประเทศในครั้งนี้มันรุนแรงมากที่สุด พี่น้องประชาชนไม่ว่าในกรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัดทุกอาชีพครับท่านประธานครับ จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากรัฐบาล อย่างเต็มที่ วันนี้เราจะเห็นแล้วว่าความเดือดร้อนนั้นมีทั่วทั้งประเทศ วันนี้ปักษ์ใต้ก็น้ำท่วมครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเงินที่จะเอามาใช้ในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ นั้น ผมว่าชะลอ ไปก่อนได้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่าเราต้องนำเงินมาใช้ในการดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนก่อน ในสังคมโลกวันนี้ท่านประธาน เราไม่ได้สู้ด้วยอาวุธ เราไม่ได้สู้ ด้วยกองกำลังครับ เราสู้ด้วยปัญญา เราทำสงครามเศรษฐกิจครับ เราไม่ได้ทำสงครามด้วยอาวุธ เพราะฉะนั้นอาวุธยังไม่มีความจำเป็นในการที่จะซื้อในตอนนี้ครับท่านประธาน เราจะเห็นว่า ในยุคที่ผ่านมานั้นรัฐบาลที่แล้วได้อนุมัติในการซื้ออาวุธ ซื้อเรือเหาะ ท่านประธาน ก็เห็นแล้วครับว่าซื้อเรือเหาะได้ครึ่งเดียวครับ ท่านเห็นหรือยังครับว่าซื้อเรือเหาะได้เรือครับ เรือเหาะเหาะไม่ได้ครับท่านประธาน ซื้อรถถังวันนี้รถถังวิ่งได้หรือยังครับ มีการตรวจสอบรับ อย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง เพราะฉะนั้นกองทัพบกผมรู้ครับว่าวันนี้สิ่งที่จะต้องเอามาในการ พัฒนากองทัพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ยุทโธปกรณ์นั้นท่านประธานครับ ในสมัยที่ผ่านมานั้น เราเห็นว่าใช้รถถัง ใช้กระสุนปืน ใช้ปืนหลายขนาดครับ เอามาในการปราบปราม พี่น้องประชาชน สลายผู้ชุมนุมในวันนั้น เราจะเห็นว่ารถถังถูกผู้ชุมนุมในวันนั้นบุกเข้ามา แล้วก็มีการที่สกัดรถถัง แล้วก็มีการถอดสลักต่าง ๆ ออกไป เพราะฉะนั้นวันนี้ผมว่าผมทราบครับว่า จำเป็นจะต้องนำเงินเหล่านี้มาในการซื้ออาวุธมาเพิ่มเติม ผมว่าอย่าเพิ่งได้ไหมครับ ท่านประธานครับ วันนี้ในชายแดนของเราก็ไม่มีสงครามแล้ว โลกมนุษย์ใบนี้ก็ไม่มีสงครามแล้ว ไม่มีการรบแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้นำเงินของกองทัพบกเอามาช่วยพลทหารที่ได้รับ ความเดือดร้อน ครอบครัวทหารที่ถูกกระทบน้ำท่วมครับท่านประธาน ขอให้ชะลอในการ ซื้ออาวุธไว้ก่อน ถ้าเรานำเงินมาซื้ออาวุธในตอนนี้ก็เท่ากับว่าไม่ให้ความสำคัญ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ท่านประธานสภาที่เคารพที่สถานการณ์ปักษ์ใต้ ก็เหมือนกันครับ เราจะเห็นว่าในสมัยที่มีพรรคคอมมิวนิสต์อยู่การต่อสู้ด้วยอาวุธนั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครับ ต้องเอาปัญหาที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนดูแล พี่น้องประชาชนให้คนไทยได้รับความยุติธรรมเท่านั้นที่เรียกว่า เอานโยบายการเมือง นำการทหาร เพราะฉะนั้นกองทัพบกควรปรับลดงบประมาณในการซื้อยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยนี้ท่านประธานครับ ท่านเห็นหรือยังครับว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นท่านใช้กองทัพ แต่ว่าใช้คนละเรื่องครับ ในยุคนี้ท่านใช้กองทัพในการช่วยเหลือคน ใช้ยุทโธปกรณ์ เช่น รถเอามาช่วยพี่น้องประชาชนรับคนช่วยน้ำท่วม กำลังกองทัพบกท่านประธานครับ ในวันนี้นั้น เอามาทำสิ่งที่แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าทำนบกั้นน้ำ ทหารจากจับอาวุธมาจับเรือครับ จับรถเพื่อที่จะช่วยคนครับ ไม่ได้จับรถถังเหมือนสมัยที่ผ่านมา สมัยที่ผ่านมานั้นกองทัพท่านครับ กองทัพเอามาแก้ปัญหาโดยการที่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องตาย ๙๑ ศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน สิ่งเหล่านี้ความแตกต่างในสมัยนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน เพราะฉะนั้น งบประมาณขอให้ช่วยตัดงบกองทัพในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ครับ ขอให้ เอางบประมาณส่วนนี้มาช่วยคน ช่วยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนใช้เงินเหล่านี้ มาช่วยกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อนดีกว่าครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เราจะเห็นแล้วว่า สถานการณ์ถ้าปล่อยให้มีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มนั้น ผมว่าพี่น้องประชาชนนั้นจะถูก มองว่ารัฐบาลนี้ใช้อาวุธไปรบกับใคร เราไม่ต้องการแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมขอตัดงบของกองทัพบก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เอามาช่วยกำลังพลทหาร เอามาช่วย พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน สุรสาลครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นนั้นจะขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ สักเล็กน้อยไม่เกิน ๔-๕ นาที กระทรวงกลาโหมนั้นตั้งงบประมาณ เอาไว้โดยประมาณตัวเลขอยู่ที่ประมาณสัก ๑๖๗,๔๔๖ กว่าล้านบาทเล็กน้อย คณะอนุกรรมาธิการปรับลดไปประมาณ ๘๙๖ กว่าล้านบาท ต่อมาก็มีการแปรญัตติ เพิ่มเติมขึ้นมาอยู่ที่ได้เพิ่มไปอีกประมาณ ๒,๑๑๘ กว่าล้านบาทนะครับ รวมเบ็ดเสร็จ กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณทั้งสิ้นในขณะนี้อยู่ที่ ๑๖๘,๖๖๗ ล้านกว่าบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณที่เคยขอตั้งไว้ในครั้งแรก ท่านประธานที่เคารพครับ เราตระหนักดีนะครับ เราทราบดีนะครับว่า ภายใต้รัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นได้ประกาศชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของ นโยบายที่จะสร้างความปรองดองให้กับผู้คนในประเทศนี้ แล้วก็ประกาศชัดเจนที่จะใช้หลัก ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่โดยรอบประเทศเรา เพราะฉะนั้น ภายใต้หลักการที่ผมได้เรียนมาให้ทราบข้างต้นนี้ จึงเห็นว่างบประมาณที่กระทรวงกลาโหม ได้รับนั้นสมควรจะได้รับการปรับลดลง จึงขออนุญาตที่จะปรับลดงบประมาณของ กระทรวงกลาโหมเฉพาะในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในส่วนของ กองบัญชาการกองทัพไทย ในส่วนของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งทั้ง ๕ หน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงกลาโหมนี้มีงบประมาณรวมกันอยู่ประมาณ ๑๖๗,๑๖๕ ล้านบาทกว่า ๆ เล็กน้อย ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น อยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ซึ่งอาจดูมาก แต่เมื่อเทียบกับฐานคืองบประมาณทั้งหมดแล้ว อยู่ที่ประมาณเล็กน้อยเท่านั้นเองครับไม่มากนัก ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่า งบประมาณจำนวนนี้ถ้าปรับลดแล้วควรจะไปที่ไหน ผมขออนุญาตนำเรียนว่าสถานการณ์ ในขณะนี้ประเทศเรานั้นประสบกับปัญหามหาอุทกภัยเป็นที่ทราบกันดี สมควรที่จะใช้เงิน หรือมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมาก กับอีกประการหนึ่งนั้นเรื่องของการศึกษา กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นงบประมาณนี้ถ้าสามารถปรับลดได้ ขออนุญาตเสนอว่าควรนำไปจัดสรรเพิ่มเติมให้กับสถาบันการศึกษาทั้งหลาย เช่น สถาบันการศึกษาสังกัด สพฐ. สถาบันการอาชีวศึกษา การศึกษานอกโรงเรียน หรือสถาบัน สังกัด สกอ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งหลาย ๔๐ แห่ง มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลทั้งหลาย เพื่อให้สถาบันเหล่านี้นำงบประมาณเหล่านี้ไปใช้ในการ เตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่อาเซียนในปี ๒๕๕๘ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ ควรจัดเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของการสร้างองค์ความรู้ใหม่ เรื่องของการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยผ่านกระบวนการของการวิจัย ยกตัวอย่างเช่น จัดเพิ่มเติมให้กับ สกว. หรือ สวทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยในกลุ่มวิจัย ๙ แห่ง ซึ่งผมทราบมาว่างบประมาณในส่วนของการที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยทั้ง ๙ แห่งนี้ถูกปรับลดไป จำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบให้ไม่สามารถพัฒนาหรืองบประมาณไม่เพียงพอที่จะ นำพามหาวิทยาลัยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยได้อย่างสมบูรณ์ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ผมได้นำเรียนมานั้น จึงขออนุญาตที่จะปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงกลาโหม โดยปรับลดงบประมาณในส่วนของหน่วยงานในกำกับ จำนวน ๕ หน่วยงานที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ลงเป็นจำนวน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนคำแปรญัตติตัด ปรับลดงบ ๕ เปอร์เซ็นต์ในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในกำกับ โดยที่กระทรวงกลาโหมนั้นมีหน่วยงานในกำกับทั้งสิ้น ๗ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม กรมราชองครักษ์ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สาเหตุที่กระผมได้เสนอขอปรับลด ดังกล่าวนั้นก็ด้วยเห็นว่าคณะกรรมาธิการได้ไปทำหน้าที่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ก็เชื่อว่าได้มีการเชิญตัวแทนของกระทรวงกลาโหมมาชี้แจง ถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณที่สภากำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ ความจริงกระผมต้องเรียนท่านประธานว่ากระผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ การทหารของสภาผู้แทนราษฎร แล้วได้เห็นถึงความสำคัญของงบประมาณในแต่ละปีว่า จะมีผลอย่างไรต่อความเข้มแข็งของกระทรวงกลาโหม ของกองทัพไทย และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในแต่ละปีเรามีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้ง มีการจัดซื้อชิ้นส่วนเพื่อการซ่อมแซมบำรุงเพื่อความพร้อมรบของแสนยานุภาพของประเทศไทย แต่จะกล่าวได้ว่าหลายสิบปีที่ผ่านมาเราอยู่ในภาวะที่พึ่งพาการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ จากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ในขณะเดียวกันอาเซียนเองได้มีการพัฒนาไปสู่ ความเป็นประชาคมความมั่นคงแห่งอาเซียนเป็น ๑ ใน ๓ เสาหลักของการเป็นประชาคม อาเซียน ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีก ๒ ปี ๑๑ เดือนข้างหน้า นอกเหนือจากการมีประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ตรงนี้เองคือโอกาสที่ ๑๐ ประเทศอาเซียนนั้นได้มีความร่วมมือในเรื่องของความมั่นคงร่วมกัน มีการประชุม ร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของ ๑๐ ประเทศอาเซียน มันเริ่มมีแนวทางของการสร้าง ยุทธศาสตร์ร่วมของอาเซียน มีการพูดถึงการแบ่งภาระความรับผิดชอบในการสร้าง แสนยานุภาพและการป้องกันตนเองร่วมกันของอาเซียน ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าย้อนดูจะเห็นว่างบประมาณที่ใช้จ่ายแต่ละปีนั้นเรายังให้ ความสำคัญน้อยมากต่อการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เรียกว่าดีเฟนซ์ อินดัสทรี (Defense industry) ท่านประธานเชื่อไหมครับ เหตุผลที่ผมได้เสนอปรับลด เพราะว่าต้องการกระตุ้นเตือนเพื่อนำงบส่วนหนึ่งของการที่จะต้องพึ่งพาการเสียเงินในการ ซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยต่าง ๆ จากต่างประเทศมาสู่การปรับเปลี่ยน งบประมาณ ซึ่งหวังว่ากรรมาธิการจะมีคำตอบ เพราะเชื่อว่าท่านจะได้มีการซักถาม ต่อกระทรวงกลาโหมในประเด็นที่ผมได้ตั้งคำถามต่อท่าน ปีที่ผ่านมาตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ประเทศมาเลเซีย ถ้าใครไปลังกาวีก็จะพบว่ามีการจัดงานที่เรียกว่า ลิมา ทู เธาซัน อีเลฟเวน (LIMA 2011) จัด ๒ ปีต่อครั้งหรือว่าลังกาวี อินเตอร์เนชั่นแนล มาริไทม์ แอนด์ แอโรสเปซ (Langkawi International Maritime and Aerospace) นั่นเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริม อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของมาเลเซีย ถามผมว่าเพิ่งเริ่มต้นหรือไม่ ไม่ใช่ เริ่มมาตั้งแต่ ปี ๑๙๙๗ หรือ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา จนกระทั่งขณะนี้อาจกล่าวได้ว่าการขับเคลื่อนในการ ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทำให้มาเลเซียเริ่มที่จะไม่ใช่แต่เพียงงดการพึ่งพา การนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศเท่านั้น แต่มีอีกส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ในการผลิตชิ้นส่วนอาวุธทั้งการต่อเรือและเครื่องบินรบ และรวมไปถึงการได้ถ่ายทอด เทคโนโลยีภายใต้นโยบายที่ว่า ออฟเซต โพลิซี (Offset policy) ก็คือนโยบายในการที่จะให้มี การชดเชยให้กับประเทศมาเลเซีย กรณีที่ประเทศมาเลเซียซื้ออาวุธ เช่น เครื่องบินรบมิก จากรัสเซียภายใต้นโยบายออฟเซต โพลิซี คือการชดเชยด้วยการต้องมีการถ่ายทอด เทคโนโลยีทางด้านของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในการผลิตชิ้นส่วนบางชิ้นส่วน จนขณะนี้มาเลเซียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนในการผลิต เครื่องบินรบ แล้วได้ตั้งนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขึ้น มีบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น ฮันนี่เวลล์ หรือว่าบริษัทอย่าง จี หรือแม้แต่บริษัททางพลเรือนอย่าง แอร์บัส โบอิ้ง เพราะว่า เทคโนโลยีในการผลิต ยกตัวอย่างเช่น เครื่องบินรบกับเครื่องบินพลเรือนนั้นมีพื้นฐาน ที่ใกล้เคียงกันมาก

(นายวิเชียร ขาวขำ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิเชียรประท้วงหรือครับ อลงกรณ์รอสักครู่ครับ เชิญครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ผม วิเชียร ขาวขำ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ด้วยความเป็นจริง ผมไม่อยากรบกวนเวลา แต่ว่าเรื่องที่ท่านอภิปรายนั้นมีประโยชน์มากมายต่อสภาแห่งนี้ แต่ว่าด้วยข้อบังคับการอภิปรายในวาระที่สองเราจะต้องชี้ให้เห็นว่ามาตรานี้ปรับลดอย่างไร กรรมาธิการไม่ปรับลด แล้วเราเห็นแตกต่างจากกรรมาธิการอย่างไร เสนออย่างไรอย่างนั้น นี่เป็นการอภิปรายวาระที่หนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เวลาก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ถ้าอภิปรายอย่างนี้มันก็อภิปรายเป็นตัวอย่างกันหมดทุกคน เพราะฉะนั้นผมให้ประธาน วินิจฉัยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ เขาอยู่ในเวลา ๑๐ นาที ท่านอลงกรณ์พยายามเข้าสู่ จะตัดอย่างไรก็แล้วกันนะครับ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านผู้ที่ประท้วงนะครับ

(นายวิเชียร ขาวขำ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน วิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า ท่านประธานวินิจฉัยอย่างนี้ไม่ได้ครับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สอง เรื่องการพิจารณางบประมาณ ท่านประธานจะปล่อยให้มีการอภิปรายวาระที่หนึ่งอีกไม่ได้ จะอยู่ในเวลาของตัวเองก็ตาม เพราะฉะนั้นการพิจารณางบประมาณวาระที่หนึ่งว่ากันไปแล้ว รายละเอียดแบบนี้ว่าไปแล้ว แต่วันนี้วาระที่สองต้องชี้ให้เห็นท่านจะตัดอย่างไร กรรมาธิการ ไม่ตัด ตัวท่านติดใจอย่างไร เหตุผลอะไร มันต้องอย่างนี้ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านวิเชียรนั่งลงครับ ท่านอลงกรณ์ก็พยายามเข้าที่สมาชิกอยากให้พูดถึงจะตัดตรงไหน อย่างไร ก็มีส่วนครับ พยายามเข้าสู่วาระเลยนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ความจริง ถ้าท่านผู้ประท้วงจะได้ฟังอย่างตั้งใจจะรู้ว่านี่คือการอภิปรายในวาระที่สองครับ ไม่ใช่ วาระที่หนึ่ง ผมอยู่ในสภามา ๒๐ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกัน ประเทศ ท่านอาจจะไม่ได้อ่านงบประมาณอย่างละเอียด เพราะว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปราย ในมาตรานี้ แต่ผมตั้งใจครับ ผมกำลังโน้มน้าวกรรมาธิการเสียงข้างมากให้เห็นพ้องกับผม ในการตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมจึงยกตัวอย่างแล้วก็เห็นว่าสิ่งที่เราไม่ได้ทำ แต่สิ่งที่ เป็นโอกาสของเราในความร่วมมือในอาเซียนแล้วกำลังจะเกิดขึ้นในอีกเร็ว ๆ นี้ครับ รวมทั้ง การที่ประเทศที่อยู่พรมแดนติดเราเขาทำอะไรบ้าง โลกทัศน์เราต้องกว้างนะครับ ไม่ใช่ อ่านเป็นรายบรรทัดแล้วก็ท้วงติงโดยขาดความเข้าใจ ดังนั้นผมถึงบอกว่าในแผนงาน เสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านทราบว่ากระทรวงกลาโหม

(นายวิเชียร ขาวขำ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน วิเชียรว่าอย่างไรครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ แล้ว ผมก็เคารพผู้อภิปรายนะครับ แต่ผมท้วงติงท่านประธานเรื่องหลักการในการอภิปราย ในวาระที่สองผมยืนยันว่าผมอยู่ในสภาก่อนผู้อภิปรายครับ ผมเป็น ส.ส. ก่อน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอาละครับ ผมเข้าใจครับ พอดีเหลือเวลาแค่ ๓ นาที ผมก็อยากจะให้จบตามนั้นนะครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

ผู้อภิปรายพูดจาเสียดสี บอกว่า ผมยังไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดู ไม่ตั้งใจอภิปรายมาตรานี้ ไม่ใช่ครับ ผมใส่ชื่อไปแล้วท่านประธาน แล้วผมจะอภิปรายให้เห็นว่าหลักการในการอภิปรายวาระที่สองนี่เป็นอย่างไรครับ ผมอยู่สภาก่อนผู้อภิปรายครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นอะไรครับ ท่านสรุปเลยนะครับ เพราะเรามีเวลาแค่ ๓ นาที เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ต้องหักเวลา ที่มีการประท้วงนะครับ ผมยังคิดว่ายังอยู่ ๔ นาทีครับ ท่านประธานครับ ในหน่วยงาน ของกระทรวงกลาโหมคือสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศนะครับ ที่ผมต้องโน้มน้าว เพราะว่าเรายังไม่เห็นความก้าวหน้าอย่างสำคัญของการจัดงบประมาณครั้งนี้ในการที่จะ พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทั้งที่เห็นตัวอย่างอยู่แล้วว่าอาเซียนนั้น กำลังมีความร่วมมือในการเป็นประชาคมความมั่นคงอาเซียน ๑ ใน ๓ เสาหลักครับ หรือว่า ในเรื่องของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพราะฉะนั้นตรงส่วนนี้ที่อยากจะให้กรรมาธิการ ได้ตอบว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย จะปรับลด หรือว่าจะยืนตามที่ได้เสนอเข้ามาสู่สภา ในวาระที่สอง

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในเรื่องของการขอปรับลดในส่วนกองทัพเรือ ความจริง กองทัพเรือของเรานั้นได้มีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันน่านน้ำ รวมทั้งหน่วยนาวิกโยธิน ที่ป้องกันพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะแนวรอยตะเข็บกับเพื่อนบ้าน แต่ผมไม่เห็นด้วยเลย ที่กองทัพเรือจะจัดงบประมาณในการไปซ่อมเฮลิคอปเตอร์ครับ ผมจึงเสนอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรละครับ ไม่เห็นด้วยที่ปล่อยให้กัมพูชายิงจนกระทั่งเกิดความเสียหายกับเฮลิคอปเตอร์ ของเราทั้งที่บินอยู่ในดินแดนของเราที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ปีที่ผ่านมานี้ครับ เราต้องแยกแยะนะครับระหว่างความเป็นมิตรประเทศ ความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับการเคารพ เอกราช บูรณภาพแห่งดินแดนและเกียรติศักดิ์ศรีของประเทศไทย ท่านประธานครับ ขณะที่ เครื่องบินของกองทัพเรือเราบินเพื่อที่จะไปเนิน ๓๒๖ อยู่ในเขตสันปันน้ำของเราเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยในการส่งเสบียงกำลังบำรุง แต่ปรากฏว่าถูกระดมยิง เดชะบุญไม่ตกทั้งที่ โดนยิงใบโรเตอร์ (Rotor) ใหญ่ เสียหายหลายล้าน มาร่อนลงฉุกเฉิน กองทัพเรือ และกระทรวงกลาโหมได้มีท่าทีขอให้มีการประท้วง น่าเสียดายครับกระทรวง การต่างประเทศของเรา รัฐบาลของเรากลับนิ่งเฉย สิ่งที่กองทัพเรือก็คงจะเหตุผลเดียวกับผม นั่นละครับ คือใครก่อให้เกิดความเสียหายต้องชดใช้ค่าเสียหาย ได้เสนอมาครับ แต่ปรากฏว่า รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการใด ๆ ไม่ทราบคณะกรรมาธิการได้ซักถามประเด็นนี้ไหมว่า เราจะใช้งบประมาณจากภาษีของคนไทยแต่ละบาทแต่ละสตางค์ไปจ่ายค่าเสียหาย แทนประเทศกัมพูชาอย่างนั้นหรือ เกรงใจอะไรกันนักหนาหรือครับ ถ้าเราไม่แยกออก ระหว่างศักดิ์ศรี บูรณภาพแห่งดินแดน เอกราชของเรา จะด้วยวาระซ่อนเร้นที่เขามีพูดถึง เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล แม้แต่ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศเดินทางไปเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ก็ไม่มีการยื่นประท้วงใด ๆ กระทรวง การต่างประเทศได้มีการทำหนังสือไปครับ แต่หนังสือนั้นไม่มีการประท้วงเลยครับ ส่งไป เพียงแต่บอกว่าขอความร่วมมือให้มีการสอบสวน สอบสวนอะไรครับ ในเมื่อกระทรวง การต่างประเทศ รัฐบาลกัมพูชาประกาศออกมาเลยว่าเราเป็นฝ่ายรุกล้ำ รุกรานเขา ทั้งที่เขา เป็นฝ่ายยิงเรา เพราะอย่างนี้ละครับที่ผมเห็นอกเห็นใจทางกระทรวงกลาโหม แล้วก็กองทัพเรือ แต่ไม่ต้องการที่จะให้งบประมาณไปจ่ายค่าเสียหายแทนประเทศกัมพูชา ตรงนี้คณะกรรมาธิการต้องมีคำตอบนะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นแนวปฏิบัติว่าต่อไป พรมแดนของเรา ๗๙๘ กิโลเมตรที่ตลอดแนวประเทศกัมพูชาหรือแนวเพื่อนบ้านทั้งหมด ถ้าเราไม่แยกแยะระหว่างการปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านที่ดี ไม่ใช่เราจะเป็นม้าอารีหรือเป็นพี่ใหญ่ใจดี แล้วปล่อยให้เขามารังแก มาทำร้ายคนของเรา หรือว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ของเรา โดยไม่รับผิดชอบ แม้แต่คำขอโทษก็ไม่มีเลย อย่างนี้ไม่ถูกต้อง แล้วก็น่าเสียใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเราไปถึงประเทศกัมพูชา ไปพบฮอ นำฮง ไม่พูดเรื่องนี้ครับ ไม่มีการเรียกร้องขอให้แสดงการขอโทษหรือชดใช้ค่าเสียหายจำนวน หลายล้านบาท นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่างบประมาณนี้จะต้องใช้ในการ ไปซ่อมแซมเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกประเทศกัมพูชายิงอย่างนั้นหรือ นี่คือเหตุผลตรงไปตรงมาครับ เราต้องการคำตอบว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้ต่อทางกระทรวงกลาโหม ต่อกองทัพเรือมากน้อยอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ของพรรคเพื่อไทย สำหรับมาตรา ๖ เรื่องของงบประมาณกองทัพนี้ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า ต้องขอรบกวนเวลาสักนิดหนึ่ง เพราะว่าไม่ใช่ที่จะเพิ่งอภิปรายในสมัยนี้ ผมจำความได้ว่า ตั้งแต่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เฝ้าดูเรื่องนี้ การเฝ้าดูเรื่องงบประมาณ กระทรวงกลาโหมโดยเฉพาะในวาระที่สองซึ่งผมจะพูดรูปธรรมของการตัด ไม่ใช่เรื่องรังเกียจ กองทัพ ไม่ใช่เรื่องไม่ชอบกองทัพ แต่งบประมาณของกองทัพมันมีภาวะการเดินคู่ขนานกัน ระหว่างโครงสร้างทางการเมืองกับปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่านประธานครับ ท่านกรุณาดูนะครับว่าในประเทศที่ล้าหลังด้อยพัฒนางบประมาณการทหารจะสูงมาก เพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ แต่เนื้อแท้คือความมั่นคงของกลุ่มอำนาจกลุ่มหนึ่งในรัฐนั้น แล้วสุดท้ายจบลงอย่างไรครับ กรณีของลิเบียจบลงด้วยการเกิดจลาจลและการพังทลายของรัฐ หลาย ๆ รัฐได้พังทลายไปแล้ว จากภาวการณ์ของตั้งงบประมาณกองทัพไว้สูงมาก บางรัฐกำลังใกล้จะพังทลาย ผมไม่อยาก ให้รัฐนั้นเป็นรัฐไทยครับ ท่านประธานครับ ในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่านมาถ้าเราดูเรื่องโครงสร้างของ งบประมาณกองทัพมีความแตกต่างชัดเจนที่สุดเมื่อประชาธิปไตยเต็มใบ นั่นคือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีการเลือกตั้งอย่างครบถ้วน ประชาชนมีสิทธิเต็มที่ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คนที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ชื่อทักษิณ ชินวัตร วันนั้นชัดเจน ที่สุดครับ งบประมาณกระทรวงกลาโหมอยู่ในกรอบที่รัดกุมพอดีประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนั่นเป็นปีแรกของรัฐประเทศไทยที่ประชาชนได้รับคุณภาพชีวิตจากส่วนแบ่งงบประมาณ ของความมั่นคงไปสู่ความมั่นคงที่เป็นจริงคือคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำไมทักษิณจึงมี อำนาจเต็มในการทำเช่นนั้นละครับ ก็เพราะนั่นคือประชาธิปไตยแท้ ๆ ที่ประชาชน มอบอำนาจให้ แต่ในโครงสร้างอดีตตั้งแต่ จอมพล ถนอม ในอดีตที่โครงสร้างอำนาจรัฐทหาร ครอบงำโครงสร้างทางการเมืองนั้น งบประมาณกระทรวงกลาโหมจะมีอัตราสูงกว่าเขาหมด ดังนั้นสิ่งที่ผมจะต้องพูดนี้จึงเป็นเรื่องที่เราต้องการเห็นความสงบ เราต้องการเห็นการพัฒนา เราต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่านครับ ก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะได้อีกหรือเปล่าว่า การพูดถึงงบกระทรวงกลาโหมนั้นจะเกิดความเข้าใจผิดและนำถูกไปบิดเบือน แต่พิสูจน์แล้วว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าเราทุ่มงบไปในด้านการทหารมากก็แน่นอนที่สุดคุณภาพชีวิตของคนจะลดลง ทันที ท่านครับ ดูภาวะความเป็นจริงในช่วงระยะเวลา ๓๐ ปีที่ผ่านมาสิครับหลังจากจบสิ้น สงครามเวียดนาม โลกเกิดภาวการณ์ใหม่ เกิดนิว ออร์เดอร์ (New order) เกิดโลกาภิวัตน์ เกิดการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ หลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่าถ้าตัดลดงบประมาณส่วนนี้ลง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะสูงขึ้นทันที ความเจริญคุณภาพชีวิตของประชาชน จะสูงขึ้นทันที และสวัสดิการจะถูกจัดขึ้นได้ รักษาฟรี เรียนฟรี คุณภาพชีวิต รักษาฟรี ในโรงพยาบาลมีคุณภาพชีวิต ยาดี ๆ เกิดขึ้นทันที ท่านครับ ดูงบประมาณกระทรวงกลาโหม ในช่วง ๓๐ ปีสิครับว่าส่วนใหญ่อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เราให้งบประมาณไปนี้เอาไปป้องกัน ประเทศหรือเอามาทำรัฐประหารครับ การตายของประชาชนวันนี้ก็เห็นชัด ผมจึงเป็นห่วงที่สุด โดยเฉพาะงบประมาณ ๓ ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนที่ ๑ คืองบซื้ออาวุธ ซื้อเครื่องบิน ซื้อรถถัง ก้อนที่ ๒ เห็นรูปธรรมชัดเจน ตั้งกรมทหารราบที่ ๗ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งกรมทหารม้า ยานเกราะที่ ๓ ที่จังหวัดขอนแก่น ท่านครับ ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้จนถึงวันนี้ถามใคร ก็ไม่ตอบ ถามว่าถ้าจะตั้งกันอย่างนี้จริง ๆ เอาไปภาคใต้สิครับ จังหวัดเชียงใหม่มีศึกเหนือเสือใต้ ที่ไหนครับ อีสานมีศึกเหนือเสือใต้ที่ไหน มีแต่ไปตั้งทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเขาระแวง เหตุการณ์ทางการเมืองในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามันเกิด ความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง ซึ่งเราจะต้องพยายามประนีประนอม แต่ไม่ใช่ เอาอาวุธมาพยายามสร้างการประนีประนอม คนที่ค่อนข้างงจะมีความคิดเห็นแตกต่าง จากการใช้อาวุธฆ่าประชาชนมากที่สุดอยู่ภาคเหนือและภาคอีสานครับ แปลกที่สุดครับ ดังนั้นวันนี้ผมจึงกราบเรียนว่าเราต้องใช้กรอบความคิดใหม่ในเรื่องนี้ นั่นคือกรอบความคิด ของรัฐสมัยใหม่ที่บางรัฐพยายามจะลดกำลังอาวุธลงเพื่อจะเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในทาง สร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ผมได้ทราบข่าวมาว่าประเทศนิวซีแลนด์กำลังหาทางขายเรือรบ และขายเครื่องบิน และจะใช้กระบวนการสร้างความมั่นคงร่วมกับออสเตรเลียลดค่าใช้จ่ายลง และจะเอาเงินส่วนนั้นมาใช้ในคุณภาพชีวิต ผมเห็นใจมากครับ วันนี้รัฐบาลที่เป็นอยู่นี้อยู่ในภาวการณ์ที่อึดอัดที่สุดที่ผมรู้ เพราะโครงสร้างรัฐที่เป็นจริงวันนี้ ยังมีอำนาจแฝงของกองทัพดำรงอยู่ ทำให้ตัดงบอันนี้ได้ยากมาก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า ที่ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเข้าข้างนะครับ ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านอยากดูคุณภาพชีวิตของประชาชนไหมครับ ผมได้ไปเปิดปราศรัยชี้แจงกับพี่น้องประชาชนในช่วงหาเสียงก็ดี ก่อนหาเสียงก็ดี ว่าพี่น้องครับ วันนี้ถ้าอยากจะรู้ว่าคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นอย่างไร ให้ไปดูโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทุกแห่งครับ ให้ไปดูห้องอนาถาวันนี้ไม่มีเตียงจะนอนครับ เกือบทุกจังหวัดคนต้องออกมานอน เรี่ยราดตามทางเดินครับ ทำไมคุณภาพชีวิตของประชาชนนอนคล้าย ๆ สัตว์ประเภทหนึ่งละครับ แล้วคนเหล่านั้นคือใคร คนเหล่านั้นไม่มีห้องพิเศษ คนเหล่านั้นคือพ่อแม่พลทหาร นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้น้อยทั้งนั้น ถ้าเราตัดแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๗๖ จังหวัดคิดง่าย ๆ เพิ่มให้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท สร้างตึกดูแลคนไข้ครับ สร้างตึกดูแลคนไข้เท่านั้นเองละครับ ๗,๖๐๐ ล้านบาท ผมยังเปรียบเทียบหลาย ๆ ครั้งว่าเครื่องบินกริพเพน (Gripen) ลำหนึ่ง ประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ๑ ลำได้ ๒๔ ตึก ตึกละ ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าจะให้ครบ ๗๖ จังหวัด ๓ ลำครึ่งครับ แค่เครื่องบิน ๓ ลำครึ่งเท่านั้นละครับ ได้ตึกครบถ้วน เพิ่มโรงพยาบาลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขไปเลย ขอวิงวอนอีกครั้งหนึ่งถ้าแม้วันนี้ตัดไม่ได้ ท่านกรรมาธิการครับ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ผมเข้าใจว่าสถานการณ์ทางการเมือง เป็นอย่างไร แต่ต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่าถ้าเราลดการซื้ออาวุธลงแค่เครื่องบิน ๓ ลำครึ่ง เราจะได้ตึกเพิ่มขึ้นทันทีครับ ตึกพักโรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกแห่ง แห่งละ ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐ ชั้นครับ ชั้นละ ๑๐ ล้านบาท เครื่องไม้เครื่องมือครบหมด ผมไปหาเสียงที่ไหนประชาชน ปรบมือหมด ผมบอกว่าถ้าผมได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วจะขอตัดงบตัวนี้ ขอ ๓ ลำครึ่งครับ จะไปเพิ่มโรงพยาบาลให้ทุกแห่ง แต่ว่า ๓ ลำครึ่งมันเสียเศษเลยขอ ๔ ลำ ส่วนอีกครึ่งลำจัดเพิ่มลงไปให้ตามโรงพยาบาลอำเภอครับ เขาปรบมือหมด อันนี้คือการแสดง ให้เห็นว่าประชาชนเข้าใจโครงสร้างงบประมาณแล้ว แต่รัฐวันนี้มาสะท้อนให้เห็นถึง โครงสร้างเชิงอำนาจว่าไม่กล้าแตะต้อง แต่ก็ยังดีครับ ดีกว่าโครงสร้างงบประมาณเดิม ที่รัฐบาลก่อนตั้งไว้อยู่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณขาดนิดหน่อย นี่ยังตัด ลงมาได้บ้างเหลือ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ก็ยังเป็นโครงสร้างที่น่าเป็นห่วง ถ้าเราไม่ดูแล เรื่องนี้ท่านประธานครับ ในอนาคตความรุนแรงอาจจะเกิดขึ้นได้ ดูโครงสร้างเหล่านี้แล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐที่มีความมั่นคงนั้นต้องทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องการดูแล เรื่องสาธารณสุข ผมจึงขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนนี้และนำไปเพิ่มให้แก่กระทรวง สาธารณสุขของท่านวิทยา แล้วเอาไปสร้างโรงพยาบาลทุกจังหวัดในประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีครับ เชิญท่านเหวงครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมแปรญัตติให้ปรับลดงบประมาณ กระทรวงกลาโหมจำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานให้ชัดเจนก่อนนะครับว่า ผมเห็นความสำคัญของกองทัพต่อประเทศนะครับ เรายังต้องมีกองทัพ แล้วเรายังต้องพัฒนา กองทัพของเราให้มีประสิทธิภาพ มีความทันสมัย แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าจินตนาการ หรือจินตภาพของกองทัพในขณะนี้ของโลกก็คือว่า น้อยแต่ยอดเยี่ยมครับ ไม่ใช่ขยายตัวแล้วบวมไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือ ผมยืนยันว่าเราต้องมีกองทัพ แต่กองทัพของเราต้องน้อยแต่ยอดเยี่ยม

ประการที่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะตัดท่านประธานจะได้เห็นว่าผมไม่ได้พูด นอกประเด็นนะครับ ไม่ได้พูดนอกวาระ ก็คือว่าผมอยากจะตัดตรงบริเวณงบที่ไปใช้ในการซื้อ อาวุธ คือผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๕ ปีที่ผ่านมาภายหลังการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผมเห็นการซื้ออาวุธของกองทัพแล้วผมไม่สบายใจนะครับ ผมไม่ได้ตำหนิกำลังพล ในกองทัพ แต่ผมตำหนิผู้บังคับบัญชาบางท่าน ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะซื้ออาวุธ ด้วยความปรารถนาที่จะให้กองทัพแข็งแรงขึ้นจริงหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ปืนเอ็ม ๑๖ กับปืนทาโว ท่านประธานครับ ปืนทาโวเป็นปืนที่เขาวิจัยขึ้นเพื่อใช้ในทะเลทรายครับ ในประเทศตะวันออกกลาง แต่ประเทศเราไม่มีทะเลทรายแล้วคุณไปซื้อปืนทาโวมาทำไม ประเทศไทยเราคุ้นเคยกับการใช้ปืนเอ็ม ๑๖ มาเป็นเวลา ๓๐-๔๐ ปี ขออนุญาต ด้วยความเคารพนะครับ นับตั้งแต่สงครามเวียดนามเป็นต้นมาเพราะอเมริกันเอาอาวุธ เอ็ม ๑๖ และปืนเอ็ม ๑๖ ลูกกระสุนปืนมาให้เราเป็นจำนวนมหาศาล แล้วก็คนในกองทัพ ของเรามีความคุ้นเคยกับการใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ทุกคนตั้งแต่พลทหารขึ้นไปจนนายทหาร เพราะฉะนั้นซ่อมสร้างได้เอง กระทั่งผมยังคิดเลยนะครับท่านประธานว่าต่อไปนี้เราควร จะต้องคิดที่จะผลิตในประเทศไทยได้ไหมครับอาวุธที่จำเป็นบางประการ อาทิเช่นปืนเอ็ม ๑๖ หรือว่ากระสุนปืนเอ็ม ๑๖ เป็นต้น เราจะได้ลดค่าใช้จ่ายในการที่ไปซื้อมาจากต่างประเทศ นี่เป็นตัวอย่างแรกที่กราบเรียนท่านประธานให้เห็นว่าการตัดสินใจไปซื้อปืนทาโวมาทั้ง ๆ ที่ แพงกว่าเอ็ม ๑๖ หลายเท่า ๓ หรือ ๔ หรือ ๕ เท่า ผมไม่ทราบว่ามีการคอร์รัปชันโกงกิน หรือเปล่า แต่ตรงนี้เห็นชัดเลยนะครับว่าถ้าเราไม่จำเป็นต้องไปซื้อปืนทาโว เพราะเอ็ม ๑๖ มันใช้งานได้อยู่แล้ว ประเทศเราไม่ใช่เป็นประเทศที่อยู่ในทะเลทราย ไปซื้อทาโวมาทำไมครับ แล้วทาโวเขาดีไซน์ (Design) ในการรบในเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่สบายใจว่า การเพิ่มสมรรถนะให้กองทัพท่านเพิ่มเพื่อไปรบกับข้าศึกต่างชาติหรือต้องการมาฆ่าประชาชน ในประเทศหรือเปล่า ผมไม่ทราบครับ เพราะผมคิดว่ากองทัพไม่ควรจะมีจินตนาการ หรือมีจินตภาพว่าประชาชนภายในประเทศเป็นศัตรู ไม่ได้เป็นอันขาดนะครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นแรก ผมยกตัวอย่างบางข้อ อย่างเช่นเราทำผิดไปแล้วผมยืนยันกับท่านประธานว่า ผมคิดว่าผิด ก็คือการตัดสินใจไปซื้อกริพเพน กริพเพนเขาดีไซน์ขึ้นมาเพื่อที่จะสามารถขึ้นลง บนซูเปอร์ไฮเวย์ได้ ขออนุญาตนะครับประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ตอนนั้นมันมีศึกสงคราม ระหว่างค่ายสังคมนิยมกับค่ายประชาธิปไตยแล้วก็สแกนดิเนเวียอยู่ใกล้กับรัสเซีย หรือสหภาพโซเวียต ดังนั้นถ้าหากว่าเกิดเรื่องขึ้นปุ๊บมาสหภาพโซเวียตสามารถส่งมิก แล้วก็ ซุคฮอย ซู ถล่มประเทศสแกนดิเนเวียสนามบินทุกอันเจ๊งหมดเลย ดังนั้นเขาตั้งใจในการที่จะ ผลิตเครื่องบินที่สามารถบินได้จากซูเปอร์ไฮเวย์ครับ แล้วประเทศไทยมีความจำเป็นในการ ซื้อกริพเพนหรือเปล่าครับ เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียวก็สามารถตอบได้ว่าไม่ควรซื้อกริพเพน เป็นอันขาด เพราะเรื่องที่ตามมาอีกเยอะแยะก็คือว่านักบินไทยไม่คุ้นกับการบินกริพเพน คุณต้องส่งนักบินในการที่จะไปฝึก แล้วคุณฝึกได้กี่คนเขาสามารถที่จะประกันฝึกให้คุณได้กี่ปี แล้วหลังจากนั้นคุณจะฝึกได้เท่าไร เพราะว่านักบินไทยคุ้นเคยในการบินเอฟ ๑๖ กระทั่งซ่อม สร้างเอฟ ๑๖ ได้ตัวเองด้วยซ้ำ แต่กริพเพนคุณต้องไปจ้างเขาทั้งหมด แล้วอะไหล่ทั้งหมด คุณต้องซื้อจากเขานะครับ ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ๕ ปีที่ผ่านมา เราเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนเลยว่าการซื้ออาวุธในนั้นน่าสงสัยว่าซื้ออาวุธที่ไม่เหมาะในการที่จะ พัฒนาให้กองทัพของเรามีประสิทธิภาพ แต่มีเจตจำนงซ้อนเร้นในการที่จะได้คอมมิชชัน หรือเปล่าครับ อย่างเรือเหาะนะครับ ท่านประธานอธิบายเสียดิบดีเหาะไปเพื่อที่จะส่องดูซิว่า ขออนุญาตด้วยความเคารพนะครับ ผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ ท่านประธานครับ แค่เด็กประถมที่คิดออกก็บอกได้ว่าซื้อนี่ผิดครับ คุณจะใช้เรดาร์ชนิดไหนในการจับคนที่อยู่ บนภาคพื้นดินได้ แล้วคุณจะแยกได้อย่างไรระหว่างชาวบ้านที่ไปกรีดยางในเวลาตีสอง กับผู้ก่อการร้ายหรือผู้ก่อความไม่สงบ กระทั่งเรดาร์ที่เขาจับก็คือจับรังสีความร้อน จากร่างกาย แล้วคุณแยกได้อย่างไรว่ารังสีความร้อนร่างกายที่ปรากฏภาพที่คุณจับจาก เรือเหาะของคุณมันแตกต่างระหว่างคนกับควาย หรือกับวัว หรือกับเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่อยู่ในป่าได้อย่างไร จุดที่ปรากฏอยู่บนเรดาร์ที่คุณถ่ายภาพจากเรือเหาะได้มันแยกไม่ออก ระหว่างสัตว์เลือดอุ่นที่อยู่ในป่ากับคนนะครับ หรือถ้าหากคุณแยกออก ถ้าคุณเก่งถึงขนาดที่ แยกออกคุณแยกได้อย่างไรระหว่างประชาชนที่ไปกรีดยางกับพวกที่คิดก่อการไม่สงบ ในภาคใต้ คิดแค่นี้ก็รู้แล้วนะครับว่าในอดีตที่ผ่านมาการซื้ออาวุธของกองทัพเต็มไปด้วย เรื่องน่าสงสัย น่าแคลงใจ เป็นเรื่องสกปรกครับท่านประธาน ดังนั้นผมถึงกราบเรียน ท่านประธาน นี่คือเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องตัดลงไปงบที่ซื้ออาวุธ แต่งบ ในการพัฒนากองทัพอย่างอื่นนี่ผมสนับสนุน แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า งบ ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผมอยากให้ท่านประธานตัดเอาไปพัฒนากองทัพสิครับ กองทัพของผม หมายถึงกำลังพลทั่วทั้งกองทัพ พัฒนาอะไรท่านประธาน

ประการที่ ๑ ก็คือพัฒนานายทหารทุกคนให้สำนึกรู้ว่าระบอบที่เหมาะ กับประเทศไทยก็คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยผ่าน ระบบรัฐสภานี้ละครับ มีแต่ระบอบนี้เท่านั้นเองที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ประเทศไทย เพราะมีตัวอย่างทั่วโลกแล้วครับ ประเทศญี่ปุ่นไม่มีอะไรดีกว่าเราเท่าไร ด้วยความเคารพนะครับ อันนี้คือทัศนะส่วนตัวของผม เปรียบเทียบกันแล้วผมคิดว่าประเทศไทยมีปัจจัยที่ดีไม่ต่ำกว่า ประเทศญี่ปุ่นเลย แล้วเราทำไมล้าหลังประเทศญี่ปุ่นครับ เพราะว่าประเทศไทย มีการยึดอำนาจโดยทหารเผด็จการบางคน เพราะฉะนั้นงบที่ตัดไป อันที่ ๑ ไปเปลี่ยน อุดมการณ์ความคิดของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายว่าต่อไปนี้เลิกยึดอำนาจได้แล้ว ข้อที่ ๑ เลิกยึดอำนาจแล้วครับ และข้อที่ ๒ ก็คือว่าอย่าใช้กองทัพมาแก้ปัญหาทางการเมือง เป็นอันขาดครับ เพราะการใช้กองทัพมาแก้ปัญหาทางการเมืองผิดอย่างรุนแรง นี่จึงเป็นที่มา ของการสังหารประชาชนเมื่อเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาก็คือว่าใช้หลักการในการ แก้ปัญหาผิดครับ ก็คือว่าใช้อาวุธมาแก้ปัญหาทางการเมือง คนในกองทัพควรจะต้องได้รับ การอบรมตั้งแต่ระดับนายจนไปถึงระดับพล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าพลทหาร หรือในกองทัพเอง ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ นายทหารในกองทัพ ด้วยความเคารพและนี่เป็นทัศนะส่วนตัวของผม ท่านอาจจะไม่ฟังผมก็ได้ คำสั่งของรัฐบาลที่ผิดกฎหมายผมคิดว่าท่านมีความชอบธรรมในการปฏิเสธ สมมุติ มีรัฐบาล ก. สั่งให้นายทหารในกองทัพไปยิงประชาชน ๒ มือเปล่าด้วยอาวุธสงคราม ผมว่า ทหารในกองทัพมีสิทธิที่จะปฏิเสธรัฐบาลชุดนั้นว่าข้าพเจ้าไม่สามารถยิงประชาชนของ ข้าพเจ้าด้วยอาวุธของประชาชนได้ ทำไมไม่เอางบก้อนนี้ไปพัฒนาทัศนคติของผู้นำในกองทัพครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นเวลามันน้อยเต็มแก่แล้ว และผมเห็นพี่น้องของเรา เพื่อนสมาชิก ของเราเหนื่อยเต็มแก่ ผมขออนุญาตที่ยุติการอภิปรายของผมเพียงแค่นี้ก่อน แต่ผมยืนยันนะครับว่า ผมต้องการให้กองทัพไทยแข็งแรง แข็งแกร่ง เพราะมีความจำเป็นในการที่จะรักษาระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องปกป้องราชบัลลังก์ ต้องระวัง ศึกเสือเหนือใต้ที่ลุกมาจากต่างแดน แต่ผมต้องการให้กองทัพน้อยแต่ยอดเยี่ยม และผม อยากให้กองทัพเริ่มจากอาวุธที่มีอยู่ เช่น ถ้าคุณอยากจะซื้ออาวุธ ผมว่าขณะนี้ปืนเอ็ม ๑๖ คงมีเหลือพอแล้วครับ คุณมีกระสุนมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ นัดมายิงประชาชนกลางถนน ได้อย่างไร แปลว่ามีกระสุนเหลือพอในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นในการที่จะ ซื้อเพิ่ม แล้วถ้าหากว่าคุณอยากจะซื้อเพิ่ม ซื้อไลน์ (Line) เก่าครับ ไม่ใช่เปลี่ยนไลน์ไปเลย เปลี่ยนไลน์ใหม่มีปัญหาเยอะแยะครับ อะไหล่มาจากไหน แล้วช่างซ่อมจะมาจากไหน แล้วคนที่ฝึกให้ใช้ได้อย่างดีมาจากไหน รวมทั้งเรื่องเรือดำน้ำ ทัศนะส่วนตัวของผม อ่าวไทย เล็กนิดเดียวและตื้นเขิน อันนี้เป็นทัศนะส่วนตัวของผมนะครับ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะว่า เราสามารถที่จะพัฒนาเอฟ ๑๖ อัพเกรด (Upgrade) ขึ้นมา โดยติดเรดาร์พิเศษสามารถที่จะ ส่องตรวจการเหนืออ่าวไทยได้ทั้งหมด รวมทั้งทะเลฝั่งอันดามันด้วย เป็นต้น ทำไม ไม่อัพเกรดเอฟ ๑๖ ครับ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นว่าเราควรจะต้องตัดงบของกระทรวงกลาโหมจากส่วนที่จะไปซื้ออาวุธ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไปอบรมกำลังพลในกองทัพ แล้วก็หากจะซื้ออาวุธเพิ่มเติมควรจะพัฒนาจากอาวุธ ที่มีอยู่เดิมของเรา แล้วถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนนะครับว่าเราสามารถที่จะคิดวิธีการผลิตอาวุธที่มันเหมาะสมกับประเทศไทยขึ้นมาได้ หรือเปล่า และหากว่าขยายออกไปก็คือร่วมมือกับชาติอาเซียนในการผลิตอาวุธได้หรือเปล่านะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิเชียร ขาวขำ ๓ นาทีนะครับ

นายวิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขำ ขออนุญาตท่านประธานปรับลดงบประมาณของกองทัพอากาศซึ่งได้ตั้งไว้ ๓๑,๙๙๙ ล้านบาท แต่หลังจากการพิจารณางบประมาณแล้วทั้งคณะอนุกรรมาธิการ ทั้งคณะกรรมาธิการได้ปรับลดลง แล้วผลปรากฏว่ากองทัพอากาศได้แปรญัตติเพิ่มเข้ามา แล้วได้เพิ่มอีก ๑๗๔ ล้านบาทจากยอดเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมโดยเฉพาะ กองทัพอากาศนั้น ทุกคนก็ได้พูดถึงเรื่องการซื้อฝูงบินกริพเพน ฝูงบินกริพเพนนี้ซื้อ ๔ ลำ อนุกรรมาธิการได้ขอปรับลดลง ๑ ลำ ทางกองทัพอากาศไม่ยอมเขาอธิบายว่ามันต้องบินเป็นคู่ ๆ ถ้าอย่างนั้นอนุกรรมาธิการเขาขอปรับลดลง ตัดลง ๒ ลำ ให้เหลือคู่เดียวเขาก็ไม่ยอม เขาบอกว่าฝูงบินต้องเป็น ๔ ลำ สุดท้ายก็ปรับลดไม่ได้สักลำ เอาละครับ เมื่อปรับลดไม่ได้แล้ว เราก็ขอปรับลดลูกปืนที่ยิงจากเครื่องบินกริพเพนสู่พื้น ลูกหนึ่ง ๕๐ ล้านบาทครับ เขาขอซื้อ ๔ ลูก เราขอปรับลดลง ๒ ลูกเหลือ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ วันนี้เหตุผลหนึ่งที่เหมือนท่านสุนัย เหตุผลหนึ่งคือวันนี้เราไม่มีสงครามระหว่างประเทศ เพื่อนบ้านก็ตาม ภายในประเทศก็ตาม เมื่อเราไม่มีแล้วประการสำคัญวันนี้เราเจออุทกภัย ครั้งใหญ่มาก เราจึงจำเป็นต้องการงบประมาณส่วนนี้ ผมขอเสนอปรับลดลง ๒๐๐ ล้านบาท ท่านกรรมาธิการครับ ผมขอเสนอเป็นคำแปรญัตติเลยว่าขอปรับลดลง ๒๐๐ ล้านบาท เฉพาะลูกปืนที่ยิงจากกริพเพนลงสู่พื้น ๔ ลูก ลูกละ ๕๐ ล้านบาทนี่ ขอปรับลดทั้งหมดเลย ๒๐๐ ล้านบาทแค่นี้ ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดเห็นด้วยกับผมก็ยกมือสนับสนุน และปรับลงตัดออกไป ๒๐๐ ล้านบาท ซื้อลูกปืนยิงจากอากาศจากฝูงบินกริพเพนสู่พื้น เขาบอกว่าเป็นลูกปืนขนาดใหญ่ที่ยิงรถถัง แล้วรถถังหงายท้องได้เลย ยิ่งอธิบายอย่างนี้ ยิ่งไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะเราไม่มีรถถังหรือข้าศึก อย่างข้าศึกถ้าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่ รถถังเขาไม่ทันสมัยขนาดที่เราต้องใช้ลูกปืนขนาดลูกละ ๕๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ๔ ลูกนี่ ๒๐๐ ล้านบาท ผมขอเสนอปรับลดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๖ กรรมาธิการไม่มีอะไรใช่ไหมครับ ท่านบุญยอดติดใจไหมครับ ไม่ติดใจจะไปมาตรา ๗ แล้วนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าประชาชนเขาอยากเห็นนะครับว่า คนที่ลุกขึ้นมาอภิปรายนี่จะลงมติอย่างไร ผมขอให้ลงมติครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ตอบคุณน้อง คนเมื่อครู่นี้หน่อย ยังรู้จักสุนัยน้อยไปเดี๋ยวจะกดให้ดูครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเชิดชัยครับ ท่านสุนัยไม่ต้องตอบครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบ ท่านบุญยอด ไม่เอาแล้วครับ ผมให้ท่านเชิดชัยครับ ๓ นาที ไม่ให้ตอบแล้วครับ ผมบอกไม่ให้ตอบแล้ว ไม่อนุญาตนะครับ ให้กรรมาธิการ จะตอบให้กรรมาธิการตอบ ท่านตอบไม่ได้ เชิญท่านเชิดชัย ผมให้เวลา ๓ นาทีนะครับ เพราะว่าต้องการเที่ยงคืนครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมต้องขออภิปรายครับ เพราะอะไรครับ ผมไม่ได้ลงทุกกระทรวงนะครับ แต่ผมลงเฉพาะ กองทัพบกด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ต้องขอสงวนคำแปรญัตตินะครับ เพราะว่า ที่จังหวัดขอนแก่นจะมีกองพลรถม้า จังหวัดขอนแก่นนี่ก็เป็นเมืองสงบนะครับ แล้วอยู่ ๆ ก็ไปตั้งกองพลรถม้าขึ้นมานี่มีเหตุผลอะไรครับ แล้วก็เปลืองเงินนะครับ ท่านประธานครับ ผมมีพี่น้องเป็นทหารเหมือนกันนะครับ ผมไม่ได้เกลียดทหารนะครับ ผมชอบทหาร แล้วก็ ทหารนี่ความจริงต้องอยู่ที่ชายแดน แล้วทำไมทหารเดี๋ยวนี้ผมดูนะครับ แนวโน้มทหาร มันเข้ามาอยู่กลางเมืองเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็ปฏิวัติครับ ๑๔ ตุลา ผมจะจำได้ติดตานะครับ ทหารยิงประชาชนนะครับ แล้วผมไม่ค่อยอยากยุ่งกับทหารครับ แล้วทหารนี้ก็เป็นยอด แห่งการเปลืองนะครับท่านประธาน มีแต่ประเทศด้อยพัฒนาแค่นั้นเองครับที่ทำให้กองทัพ ใหญ่โตนะครับ ประเทศไทยนี่ประเทศไม่ใหญ่นะครับ เล็ก ๆ มันต้องคิดสัดส่วนทหารใหม่ละครับ ให้เป็นกองทัพที่จิ๋วแต่แจ๋ว ใช้ไฮ เทคโนโลยี (High technology) นะครับ ที่ผมอยากจะปรับลดนี่ เพราะว่าที่ผ่านมากองทัพไปซื้อแต่อาวุธซึ่งเรียกว่าไม่อัพเดท (Update) ล้าสมัย แล้วก็ สิ้นเปลืองซื้อไม่ครบ เพื่อนสมาชิกก็พูดไปแล้วว่าเช่น ไปซื้อเรือเหาะไม่ได้ รถถังก็ประกอบไม่ดีนะครับ ท่านประธาน ผมของบประมาณสร้างศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ๑,๐๐๐ ล้านบาทยังไม่เท่า เครื่องบินเลยครับ แล้วเป็นอย่างไรครับ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ตอนนี้ช่วยคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจ ทั้งภาคอีสานนะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยว่าจะไม่ต้องพูดถึงเรื่องกองทัพ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมขอลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมี กองทัพที่ใหญ่โต เอาเงินส่วนที่ปรับลดนี่ไปสร้างโรงพยาบาล ไปสร้างมหาวิทยาลัย ไปพัฒนาการใช้อาวุธใหม่ ๆ ของประเทศไทยไปในทางที่ดี แล้วไปพัฒนาความเป็นอยู่ของ ทหารดีกว่าครับ ท่านประธานครับ ผมไม่มีอคติกับทหาร แต่ผมอยากให้ทหารมีจิตใจ เป็นทหารของประชาชน ไม่ใช่เอะอะไปพิทักษ์อะไร ซึ่งอ้างขึ้นมาไม่ได้นะครับ เพราะทหาร กินภาษีอากรของราษฎรนะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากเห็นทหารที่ไปฆ่าประชาชน กลางเมืองหลวงนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็อับอายไปทั่วโลก แล้วเรื่องเหล่านี้ ที่คิดว่าเราจะเป็นอารยประเทศ เขาไม่ทำกันครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้อง ประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปเป็นการลงมติในมาตรา ๖ กระทรวงกลาโหม ซึ่งมีการแก้ไข โดยมีคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ ถ้าเรียบร้อยผมขอผลคะแนนด้วยนะครับ ผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๓๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าผลลงคะแนนมีมติเห็นควรไว้ตามร่างกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

ต่อไปเป็นมาตรา ๗ เชิญเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ กระทรวงการคลัง มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ วันนี้ได้พิจารณามาพอสมควรแล้วครับ ขอเลื่อนการประชุมไปพรุ่งนี้ครับ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกานะครับ เลื่อนมาครึ่งชั่วโมง เป็น ๐๙.๐๐ นาฬิกาวันพรุ่งนี้นะครับ

พักประชุมเวลา ๐๐.๐๔ นาฬิกา

ของวันศุกร์ที่ ๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๐๓ นาฬิกา

ของวันศุกร์ที่ ๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๗ เชิญท่านณัฎฐพล ทีปสุวรรณ เดี๋ยวท่านณัฏฐพลนั่งแป๊บหนึ่ง ท่านวิปฝ่ายค้านเชิญ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตขอให้ท่านประธานได้ กรุณาตรวจสอบการถ่ายทอดสดก่อนนะครับ แล้วก็ได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุมว่าขณะนี้ ถ่ายทอดสดหรือยังครับ เพราะว่าข้อตกลงก็คือเราอภิปราย ๓ วัน แล้วก็มีการถ่ายทอดตลอด ทั้ง ๓ วันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ่ายทอดอยู่นะครับ เชิญท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ท่านสมาชิกขอแปรญัตติไว้ เชิญ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมก็ได้ขอใช้เวลาไม่มากในการที่จะขอปรับลด งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ในมาตรา ๗ ของกระทรวงการคลัง ผมขอปรับลดลง ๘ เปอร์เซ็นต์ครับ โดยที่จะให้เหตุผลหลัก ๆ ๒ ข้อ

ข้อที่ ๑ คือเรื่องของระยะเวลาในการใช้จ่ายงบประมาณซึ่งจะเหลือแค่ ๗-๘ เดือนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่ให้เสียเวลาสภาในการพูดถึง เรื่องระยะเวลาการใช้จ่ายงบประมาณนะครับ

ข้อที่ ๒ คือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เหมาะสม ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะทําให้เกิดความไม่โปร่งใสหรือขาดธรรมาภิบาลได้

ท่านประธานครับ กระทรวงการคลังเป็นเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศ เป็นกระทรวงที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนในเรื่องของนโยบายการเงินการคลัง รวมถึงความแข็งแกร่งของสถานะการเงินของประเทศ ถ้าหากกระทรวงการคลังขาดเสถียรภาพ หรือมีคนตั้งข้อสงสัยในเรื่องของความโปร่งใส ในเรื่องของธรรมาภิบาล ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้อื่นโดยมิบังควรแล้ว ความมั่นคงทางการเงินการคลัง ของกระทรวงการคลังของประเทศ และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนก็จะหายไปด้วย ท่านประธานครับ ทําไมผมถึงต้องตัดงบประมาณของกระทรวงการคลังลง ๘ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลก็คล้าย ๆ กับที่ท่านอาคม ขออภัยที่เอ่ยนาม ถามท่านกรรมาธิการเมื่อวานเกี่ยวกับ บุคคล ๒ คนที่ได้รับตําแหน่งและอาจจะมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ และเงินเดือน ซึ่งได้มีการพูดถึงในมาตรา ๕ ของสํานักนายกรัฐมนตรี ตัวอย่างที่ผมจะพูดถึง เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นในรัฐวิสาหกิจนะครับ เพราะว่ากระทรวงการคลังมีหน้าที่ดูแลโดยตรง ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่รับผิดชอบดูแล ในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าของรัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐาน สําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่แก้ไขเพิ่มเติมในปี ๒๕๕๐ มาตรา ๕ (๓) กล่าวว่า กรรมการของรัฐวิสาหกิจต้องมีคุณวุฒิและประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ ท่านประธานครับ บริษัท การท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้มีการแต่งตั้งบุคคลที่มีประวัติและพฤติกรรมคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เป็นกรรมการอิสระและกรรมการธรรมาภิบาล ท่านประธานคงจะพอจําได้นะครับว่า เรื่องของประธาน นปช. ของจังหวัดจังหวัดหนึ่ง เป็นผู้ส่งอีเมล (E-mail) คุกคามผู้สื่อข่าว โทรทัศน์แห่งหนึ่ง เพราะว่าไม่พอใจที่นักข่าวท่านนั้นถามคําถามท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ท่านผู้นั้นไปไหนแล้วครับ นั่งอยู่บนบอร์ดของ ทอท. อย่างนี้ถ้าเราไม่เรียกว่าเป็น การเอื้อประโยชน์ให้กันหรือตอบแทนกัน ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรแล้วครับท่านประธาน การตอบแทนกัน รู้จักกัน อาจจะไม่มีปัญหา ถ้าหากบุคคลเหล่านั้น บุคคลผู้นั้นมีคุณสมบัติ ที่เหมาะสม แต่ผมเข้าไปดูประวัติแล้วครับ ของกรรมการ ทอท. ท่านนี้ไม่มีประสบการณ์ ด้านการบิน การเงิน หรือการทําธุรกิจขนาดใหญ่เลย อย่างนี้เราต้องเรียกว่าไม่ตรง หรือสถานะไม่เหมาะสมกับหน้าที่ตําแหน่งการงาน จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ขององค์กรมหาชนซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ขนาดนี้ นี่เรายังไม่พูดถึงการเสี่ยงต่อ การผิดกฎหมาย หรือผลประโยชน์ที่พรรคพวกตัวเองอาจจะได้ ผมกังวลครับท่านประธาน ถ้าหากมีการบริหารจัดการแบบนี้ ความเชื่อมั่นในองค์กรใหญ่ ๆ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ จะขาดหายไปจากพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็พูดในวันแถลงนโยบาย เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ว่าจะยึดหลักความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลที่เป็นสากล เป็นการใช้ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประเทศโดยตรง ผมคิดว่าการแต่งตั้งแบบนี้ไม่ตรงกับเป้าหมาย ที่สําคัญกว่านั้นครับท่านประธาน มีการพูดถึง การเปิดเสรีให้สื่อ ไม่คุกคามสื่อ แต่การสนับสนุนผู้ที่มีพฤติกรรมข่มขู่หรือปองร้ายสื่อมวลชน ผมคิดว่าเป็นการคุกคามสื่อทางอ้อม ท่านประธานครับ อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมไม่มีความมั่นใจ ในการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนของมาตรานี้ เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงไทยซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ แน่นอนครับ กระทรวงการคลัง ท่านประธานทราบไหมครับเป็นตําแหน่งอะไร ตําแหน่งกรรมการบริหาร ซึ่งมีแค่ ๕ ท่าน ตําแหน่งกรรมการของธนาคาร ตําแหน่งนี้เป็นตําแหน่งที่สําคัญมาก เพราะว่า เป็นตําแหน่งที่ต้องอนุมัติเงินกู้ของธนาคาร บุคคลผู้นี้อายุน้อยกว่าผมอีกครับ ท่านประธาน ผมไม่อยากจะพูดถึงเรื่องอายุ เพราะว่าท่านก็อาจจะพูดว่านายกรัฐมนตรีก็อาจจะอายุไม่มาก แต่ผมติดใจครับในเรื่องของคุณสมบัติ ในเรื่องของประสบการณ์ทํางาน ที่จะมานั่ง ในตําแหน่งผู้บริหารสําคัญตรงนี้ ประสบการณ์เคยทํางานอยู่บริษัท เทเลคอม แห่งหนึ่ง ซึ่งเราก็คงรู้จักกันดีนะครับ ผมก็ต้องตั้งคําถามว่านี่คือการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือไม่ เหมือนกับท่านแรกที่ผมตั้งคําถาม ทําให้ผมไม่มีความมั่นใจในการบริหารจัดการของ กระทรวงการคลัง ผู้บริหารที่เข้าไปเป็นกรรมการบริหารของธนาคารกรุงไทยต้องรับนโยบาย ของแบงก์ชาติ นโยบายแบงก์ชาติได้มีการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อให้ธนาคารไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน แต่ ณ ขณะนี้หลังจากที่แบงก์ชาติได้มีนโยบายปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายน ยังไม่ลดเลยครับ ยังอยู่ที่ ๗.๒๕ เอ็มแอลอาร์ (MLR) ๗.๒๕ จนถึง ปัจจุบัน ซึ่ง ๗.๒๕ อยู่มาตั้งแต่ ๒๗ สิงหาคม ท่านประธานครับ ผมหวังว่าในการแต่งตั้ง ผู้บริหาร ๒ ท่านนี้คงไม่มีผลกระทบอะไรกับ ๒ องค์กรนี้ เพราะถ้าหากมี นี่คือการโจรกรรม ทางด้านธุรกิจ หรือคอร์เปอเรท เฟช (Corporate Fetch) หรือ คอร์เปอเรท เอสพิอะนาด (Corporate Espionage) ผลประโยชน์อยู่ที่ใคร ผมไม่อยากคิดหรอกครับว่าท่านกรรมาธิการ จะไม่ได้เข้ามาดูแลในส่วนตรงนี้ อยากให้ท่านกรรมาธิการได้มีการตรวจสอบเหมือนกับ ที่กระทรวงอื่น ๆ ความไม่เหมาะสมอันนี้อาจจะมีที่อื่นอีก ทําให้ผมไม่มีความมั่นใจเลย และต้องขอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลังลง ๘ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชุมพล จุลใส

นายชุมพล จุลใส ชุมพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองนั้นขอปรับลดกระทรวงการคลังในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ปรับลดไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจตั้งงบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทครับ น้อย แต่ผมต้องปรับลดลงอีกครับ เหตุผลอะไรครับ ท่านประธาน ปฏิเสธไม่ได้ครับ รัฐบาลต้องตอบให้ชัดนะครับว่ารัฐบาลนี้ได้แถลงนโยบายว่าจะต่อต้าน การทุจริตทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจที่เป็นธนาคารของรัฐ ในพันธกิจข้อที่ ๒ ของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมีพันธกิจที่กํากับดูแลติดตามพัฒนารัฐวิสาหกิจ ให้สอดคล้องกับนโยบายกฎหมาย และมาตรการที่เกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาวิสาหกิจ ท่านประธานครับ นี่คือธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐานที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นธนาคารของรัฐต้องรักษาธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ รัฐวิสาหกิจเสนอโดยกระทรวงการคลัง อนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี ต้องตั้งผู้มีความรู้ความสามารถไปพัฒนาและเพิ่มมูลค่ารัฐวิสาหกิจให้เป็นเครื่องมือของรัฐ ในการพัฒนาประเทศ แต่ปรากฏว่ามีรัฐวิสาหกิจบางแห่ง บางที่ ตั้งคณะกรรมการเพื่อเป็น เครื่องมือของนักการเมืองในการพัฒนาพรรคมากกว่าพัฒนาประเทศชาติ ผมยกตัวอย่าง กรณีของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) ครับท่านประธาน เรื่องนี้ในอดีตคดียังอยู่ใน ป.ป.ช. อยู่เลยครับ เรื่องเกี่ยวกับ การออกเงินกู้ให้กับประเทศพม่า มีผู้บริหารบางคนมีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธานครับ วันนี้วงจรประวัติศาสตร์เก่า ๆ กําลังจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะอะไรครับ ตัวอย่างกรณี ล่าสุดที่ผมไปค้นคว้าไปดูมา รัฐบาลจะทําการท้าทายความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินของรัฐ เป็นอย่างยิ่ง กรณีอนุมัติให้กับอดีต ส.ส. ท่านหนึ่ง เป็น ส.ส. สอบตกของฝ่ายรัฐบาลด้วยครับ ผมสมมุติชื่อย่อเป็นนาย จ ก็แล้วกันนะครับท่านประธาน เป็นกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออก และนําเข้าแห่งประเทศไทย นี่เป็นการแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นการวางคนผิดฝาผิดตัว แต่ก็ไม่แปลกใจหรอกครับ รัฐบาลนี้วางคนผิดฝาผิดตัวมาตลอด เป็นการนํานักการเมือง มาเป็นกรรมการธนาคาร มาเป็นบอร์ด (Board) ธนาคาร ซึ่งธนาคารนี้เป็นธนาคารที่ต้อง สนับสนุนการทํามาหารายได้เข้าประเทศ ผมอยากเรียนถามคณะกรรมาธิการว่าได้มีการ สอบถามเรื่องนี้บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง น่าจะเป็นผู้รู้เรื่องดีนะครับ เพราะนาย จ นั้น นอกจากไม่มีความรู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแล้ว ยังอาจจะถูกมองว่าขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการของกระทรวงการคลังอีกด้วย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจปี พ.ศ. ๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๕ (๗) ที่ว่าต้องไม่เป็นกรรมการพรรคการเมือง หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และอาจผิดกฎหมายเอ็กซิมแบงก์โดยตรง ที่ได้ห้าม นักการเมืองเข้าเป็นกรรมการ เพราะไม่ต้องการให้เข้าไปแทรกแซงมีผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างความเสียหายให้กับธนาคาร ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเป็นกังวลใจ สิ่งที่ผมไม่สบายใจ รัฐบาลนี้จัดสรรงบประมาณอาศัยช่วงชุลมุน น้ําท่วม แต่งตั้งคนของตัวเองเข้าอยู่ในบอร์ดต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงหลักคุณธรรม หลักธรรมาภิบาล อันนี้ผมเลยขอปรับลดงบประมาณลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ผมมีความกังวลใจในอีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องของกรมสรรพากร ผมเป็นกังวลใจอย่างไรครับ ณ วันนี้ท่านประธานก็เห็นว่า เกิดเหตุน้ําท่วม ผู้ประสบภัยมากมาย บางคนก็มีร้านอาหาร บางคนก็มีธุรกิจ ธุรกิจต่าง ๆ เสียหายยับเยิน ผมอยากนําเรียนท่านประธานนะครับว่าช่วยบอกกรมสรรพากรเบา ๆ หน่อย ในการไล่เก็บ ไล่บี้ภาษีพี่น้องประชาชน อย่างเช่นตัวอย่างกรณีล่าสุดที่จังหวัดชุมพร ที่น้ําท่วมนี่ครับท่านประธาน น้ํามาเร็ว ไปเร็ว จนรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ที่ประกาศว่าจะไปภาคใต้ ผมไม่เป็นกังวลใจหรอกครับว่าท่านจะไปหรือไม่ไป แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมต้องการคืองบประมาณที่จัดลงไปในพื้นที่ครับ ผมกังวลใจอย่างไรครับท่านประธาน ผมกังวลใจในช่วงยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง เคยมีอดีตผู้นํารัฐบาล ได้ประกาศว่าจะพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือกพรรคของตัวเองก่อน ผมกลัวว่าจะมี ๒ มาตรฐาน เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนบ้านผมก็เสียภาษีอากร เสียภาษีให้กับรัฐ ณ วันนี้จังหวัดชุมพร ที่น้ําท่วมมีความเสียหาย มาเร็วไปเร็ว สิ่งหนึ่งที่ผมต้องการให้กระทรวงการคลังบอกว่า เงินเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท ที่ทําในสมัยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นท่านจะจ่าย ให้พร้อมกับที่กรุงเทพมหานครไหม ที่ภาคกลางไหม เพราะว่าผมสอบถามผมไปติดตามดูแล ที่กรุงเทพมหานครก็ยังไม่ค่อยได้เลย แล้วก็มีหลักเกณฑ์ที่ยุ่งยาก มีหลักเกณฑ์ที่สลับซับซ้อน ผมดีใจครับ รัฐบาลประกาศมาตรการออกมามากมายว่าจะช่วยอย่างโน้นอย่างนี้ครับ แต่ผมไม่เห็นจับต้องได้เลยครับ ในงบประมาณต่าง ๆ ที่ลงไปนั้นช้ามากท่านประธานครับ ในส่วนของน้ําท่วมเที่ยวนี้ ในส่วนของจังหวัดชุมพรบ้านผมนั้น ผมต้องขอขอบคุณองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ครับท่านประธาน อย่างน้อยเทศบาล อบต. อบจ. นี่ครับ เป็นหน่วยงานแรกเลย เป็นหน่วยงานแรกที่ลงไปดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมไม่เห็น หน่วยงานอื่นเลย แล้วก็อย่างน้อยผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ได้ลงไปพื้นที่จังหวัดชุมพรเป็นคนแรก ไปดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมไม่เห็นผู้นําของรัฐบาลลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ หลักธรรมาภิบาล ตรงนี้ผมอยากนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าช่วยจัดสรร งบประมาณให้อย่างเป็นธรรมด้วย อย่าเลือกปฏิบัติ อย่าคิดว่าพี่น้องคนภาคใต้ไม่ได้เลือก พรรครัฐบาลท่านจะไม่พัฒนา การทําหน้าที่ต่าง ๆ อย่า ๒ มาตรฐาน ต้องเป็นมาตรฐาน เดียวกันครับ ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรณ์เชิญครับ ขอเชิญท่านกรรมาธิการวิสามัญขึ้นบนบัลลังก์เพื่อตอบข้อซักถาม ของท่านสมาชิกครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เชิญท่านกรณ์ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มอภิปรายในมาตรา ๗ งบประมาณของกระทรวงการคลัง ผมต้องขอความร่วมมือ จากท่านประธานเล็กน้อย ตอนนี้เราเข้าสู่การพิจารณางบประมาณรายกระทรวงแล้ว ซึ่งผมเข้าใจดีนะครับว่าการอภิปรายงบประมาณในวาระที่สองเป็นงานของฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก็เป็นการอภิปรายตั้งข้อซักถาม ข้อสังเกตระหว่างเพื่อนสมาชิกกับเพื่อนสมาชิก ที่เป็นกรรมาธิการได้เราได้มอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ประเพณีก็คือ เมื่อเราพูดถึงงบรายกระทรวง รัฐมนตรีว่าการของแต่ละกระทรวงก็ควรที่จะให้เกียรติ ต่อสภาในการที่จะมารับฟังข้อสังเกต ข้อเสนอแนะและคําวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกด้วย ในกรณีของกระทรวงการคลังแล้วก็เรื่องของกระทรวงอื่น ๆ ที่อยู่ในหมวดของกระทรวง เศรษฐกิจ ตรงนี้ยิ่งน่าจะมีความสําคัญแล้วก็โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทั้ง ๒ ท่าน เป็นกรรมาธิการด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ในขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานอันดับแรก แต่ทั้ง ๒ ท่านไม่ปรากฏนั่งอยู่ในตําแหน่งของกรรมาธิการ ไม่ได้มาทํางานในฐานะกรรมาธิการในสภา ณ วันนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ที่ภาพปรากฏข่าวไปให้กับพี่น้องประชาชนเห็นอยู่ทั้งวันทั้งคืนแทบจะไม่เคยปรากฏ มีรัฐมนตรีมารับฟังข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกเลย เพราะฉะนั้น ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับช่วยประสานไปสู่คณะรัฐมนตรีขอให้มาให้เกียรติ เพื่อนสมาชิกในการฟังคําอภิปรายด้วยนะครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านกรณ์ คือผมเองเมื่อก่อนประชุมได้เชิญเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาบอกว่า ขณะนี้ทางสภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๕๕ อยู่ ฉะนั้นขอให้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีทุกท่านที่แต่ละกระทรวง อย่างที่ท่านแนะนํานะครับ ขอความกรุณาให้มานั่งฟังเพื่อข้อแนะนํา ข้อทักท้วง ข้อติติงของท่านสมาชิกด้วยความเป็นห่วง ได้ย้ําตั้งแต่วันแรก แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มา ๒ วันแล้ว ผมก็สังเกตอยู่บอกว่า ขอความกรุณารัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ก็ขอความกรุณามานั่งฟังด้วย เดี๋ยวผมประสานไปที่ท่านประธานกับรองประธาน เดี๋ยวให้ฝ่ายเลขาธิการรีบมานะครับ เชิญท่านต่อครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ บทบาทหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับว่า มีบทบาทที่สําคัญมากที่สุดกระทรวงหนึ่ง ในการที่จะดูแลเศรษฐกิจของประเทศ แต่ถ้าผมจะ แยกส่วนบทบาทหน้าที่ของกระทรวงการคลัง คิดว่าผมคงจะแยกออกมาเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจของประเทศ ในระดับมหภาค การดูแลให้มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับที่พอเหมาะ แล้วก็ การดูแลให้เศรษฐกิจประเทศของเรามีความมั่นคง นั่นเป็นภาระหน้าที่ที่พี่น้องประชาชน โดยทั่วไปจะเข้าใจว่าเป็นบทบาทหน้าที่หลักของทางกระทรวงการคลัง แต่บทบาทหน้าที่ของ กระทรวงการคลังอีกบทบาทหนึ่ง ซึ่งนับวันก็จะมีความสําคัญมากยิ่งขึ้น ก็คือการใช้เครื่องมือ และเครื่องไม้ของกระทรวงการคลังเองนั้นในการดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเอง กระทรวงการคลังมีเครื่องมือมากมายที่สามารถที่จะใช้ในการเข้าไปช่วยเรื่องของการดูแล ค่าครองชีพ เรื่องของการเสริมรายได้ เรื่องของการดูแลความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงิน ของพี่น้องประชาชนลงไปถึงระดับรากหญ้านะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของงบประมาณ ของกระทรวงการคลัง ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ทางรัฐบาลได้ขอมาในปีนี้ ผมได้ขอเสนอตัดลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เป็นเพราะผมคิดว่ากระทรวงการคลังควรที่ได้รับการจัดสรรเม็ดเงิน งบประมาณน้อยลง ตรงกันข้ามครับ ผมสนับสนุนให้มีการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ ให้เพียงพอ เพื่อกระทรวงการคลังจะได้ไปปฏิบัติหน้าที่และภารกิจสําคัญในทั้ง ๒ หมวด แต่การจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงการคลังในครั้งนี้ ไม่ได้มีการจัดสรรที่มีประสิทธิภาพ และตรงต่อความต้องการของประเทศและพี่น้องประชาชน ผมก็จะพูดโดยสังเขป แต่จะหยิบยก ประเด็น ๖ ประเด็นที่ผมคิดว่าควรที่จะมีการปรับปรุงโดยคณะกรรมาธิการเพื่อให้การจัดสรร เม็ดเงินงบประมาณที่จํากัดอยู่แล้วส่งประสิทธิผลมากขึ้นต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบัน

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาพูดถึงก็คือการจัดสรรเม็ดเงิน งบประมาณก้อนใหญ่ในส่วนของ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทของกระทรวงการคลังโดยรวม ในการบริหารหนี้ เรื่องนี้ผมได้พูดถึงไปแล้วในวันแรกของการอภิปรายในระดับหนึ่งนะครับ แต่วันนี้ผมอยากที่จะมีคําถามอีกครั้งหนึ่งต่อคณะกรรมาธิการ เพราะยังไม่ได้มีคําตอบ ที่ชัดเจนต่อคําถามที่ตั้งไว้ว่าด้วยเหตุผลใดการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณในการบริหาร หนี้สาธารณะของรัฐบาลจึงได้มีการจํากัดส่วนที่จัดสรรงบไว้เพื่อชําระเงินต้นไว้น้อยมาก ถึงเกือบที่จะไม่ได้จัดเลย โดยปกติในอดีตที่ผ่านมาเราจะมีการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ เพื่อการบริหารหนี้ในจํานวนที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเพื่อที่จะส่งผลต่อการลดปริมาณ หนี้สาธารณะลง เมื่อปี ๒๕๕๔ เราได้จัดเม็ดเงินงบประมาณในการบริหารหนี้โดยรวม ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประจําปีบวกกับงบกลาง ซึ่งมีส่วนในการนําไปชําระดอกเบี้ย ๑๗๘,๐๐๐ ล้านบาท และที่สําคัญมีส่วนในการชําระเงินต้น ก็คือคืนเงินต้นนั่นเองของรัฐบาล ๕๒,๔๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ก็ไม่แตกต่างกันมากครับ มีการจัดงบประมาณเพื่อชําระ ดอกเบี้ยประมาณ ๑๕๘,๐๐๐ ล้านบาท และจัดสรรเม็ดเงินเพื่อชําระเงินต้นอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นงบประมาณที่พรรคของท่านได้เป็นผู้จัดทํา ต่อมา พรรคของผมมาเป็นผู้บริหาร ก็ได้มีการจัดตั้งงบเพื่อชําระเงินต้นถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปีนี้ปี ๒๕๕๕ หลังจากที่ผมก็ได้อภิปรายไปว่าพรรคแกนนํารัฐบาลคือพรรคเพื่อไทย ได้เคยทักท้วงว่าทําไมเราถึงไม่ได้ให้ความสําคัญกับการชําระหนี้ ได้พูดด้วยความภาคภูมิใจ ทุกครั้งที่มีโอกาสว่าตนเองเคยชําระหนี้ไอเอ็มเอฟ ก่อนกําหนดต่าง ๆ นานา แต่พอมาถึงวันนี้ มีอํานาจในฐานะฝ่ายบริหาร กลับจัดตั้งเม็ดเงินงบประมาณเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ เทียบกับ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทปีที่แล้ว จัดตั้งเพียงแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาท เพื่อชําระเงินต้น ที่เป็นภาระหนี้ของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ก็เป็นคําถามนะครับที่ผมคิดว่าควรจะต้องมีคําตอบ และคําอธิบายที่ชัดเจน แล้วก็โดยเฉพาะถ้าท่านรองประธานคณะกรรมาธิการที่สวมหมวกอีกใบหนึ่งในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะกรุณามารับฟังแล้วก็มาชี้แจงผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนที่จะทําความเข้าใจกับแนวความคิดของกรรมาธิการ แนวความคิด ของทางรัฐบาลในเรื่องนี้ และโดยเฉพาะนะครับท่านประธานใครเปิดหน้าหนังสือพิมพ์มา หลาย ๆ วันที่ผ่านมาก็จะเห็นข่าวเรื่องเดียวครับ ก็คือเรื่องของการพยายามที่จะกู้เงินเพิ่มเติม โดยรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยการออก พ.ร.ก. ๓ ฉบับ ๔ ฉบับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประเด็นว่าถ้าหนี้ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่สามารถที่จะจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพื่อแบกรับภาระหนี้ หรือชดใช้หนี้ได้ แล้วท่านยังคิดจะเพิ่มหนี้สาธารณะอีกนับล้านล้านบาท ท่านจะเอาเงินที่ไหน มาชําระเงินที่จะเป็นหนี้ของพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอให้ มีความชัดเจนครับ เดินต่อไปข้างหน้าประชาชนจะได้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าท่านจะ บริหารความเสี่ยงของพี่น้องประชาชน บริหารความเสี่ยงของประเทศชาติอย่างไร นั่นก็คือ ในส่วนของงบประมาณที่ได้จัดสรรให้กับสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะซึ่งเป็นหน่วยงาน สําคัญหน่วยหนึ่งของทางกระทรวงการคลัง

ประเด็นที่ ๒ ยังเรื่องหนี้อยู่ครับ แต่คราวนี้เป็นเรื่องของหนี้ภาคครัวเรือน หนี้ของประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนเอง ณ วันนี้แนวโน้มโอกาสของชาวรากหญ้าที่จะ เข้าถึงการบริการของธนาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่ธนาคารที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงการคลัง ก็ยังเข้าถึงด้วยความยากลําบาก ดังนั้นก็ยังปฏิเสธไม่ได้ครับว่าความจําเป็นในการพึ่งพา นายทุน การกู้ยืมหนี้นอกระบบยังมีอยู่เหมือนเดิม โดยเฉพาะหลังจากเกิดมหาอุทกภัย ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนมีความต้องการเร่งด่วนในการเข้าถึงแหล่งเงินก็ไม่มีที่พึ่งครับ สุดท้ายก็ต้องไปหานายทุน ต้องไปกู้ยืมเสียอัตราดอกเบี้ยเดือนละ ๑๐ บาท เดือนละ ๒๐ บาท ก็ต้องยอม เพราะรอคอยการช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ได้ ที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลังก็ได้ มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนระดับครัวเรือนโดยเฉพาะ ในสมัยรัฐบาลที่แล้วได้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ที่เราเรียกว่า สถาบันพัฒนาระบบ การเงินภาคประชาชน เป้าหมายวัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินให้พี่น้อง ประชาชนทุกระดับ ยากจนแค่ไหนยิ่งต้องช่วย สามารถที่จะกู้ยืมเงินจากธนาคารที่เป็น ธนาคารของรัฐได้ด้วยเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นวันนี้ผมต้อง ขออนุญาตถามทางกรรมาธิการว่าท่านได้มีการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให้หน่วยงานนี้ และให้ภารกิจนี้ของกระทรวงการคลังอย่างไร ท่านได้ถามทางรัฐบาลและท่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังหรือไม่ว่าท่านมีนโยบายอย่างไรในการที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน เพราะประชาชนรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในเรื่องนี้ พรรคของท่านได้เคยหาเสียงไว้ว่า ถ้าชนะเลือกตั้งจะพักหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทให้กับประชาชนทุกคน จนถึงทุกวันนี้ยังไม่เกิดขึ้น นโยบายของท่านในเรื่องนี้ที่ผ่านมาที่ประกาศมาให้ประชาชนได้รับทราบก็มีเพียงแค่ การพักหนี้ให้กับลูกค้าของ ธ.ก.ส. ซึ่งก็เป็นลูกค้าที่มีหนี้เสียแล้วเท่านั้น ส่วนพี่น้องประชาชน อีกจํานวนนับล้านคนที่มีหนี้มูลค่ามากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้รับฟังนโยบายของท่าน ในช่วงหาเสียงว่าท่านจะพักหนี้ให้กับเขา ณ วันนี้ยังไม่มีความชัดเจน สุดท้ายแล้วท่านได้ จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณในการที่จะช่วยเหลือลดภาระหนี้นอกระบบ หนี้ภาคครัวเรือน หนี้ของพี่น้องประชาชนอย่างไร หรือไม่

ประเด็นที่ ๓ ก็ยังเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนอยู่ครับ ท่านประธาน เรื่องของอนาคตของประชาชนระดับรากหญ้าอีกครั้งหนึ่งต้องขออภัยนะครับ ๓ เรื่องที่พูดมานี่อย่างน้อย ๒ เรื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพี่น้องประชาชน ระดับรากหญ้า ซึ่งอาจจะมีคําถามว่าทําไมถึงเป็นภารกิจของกระทรวงการคลัง แต่เราก็ได้ แสดงให้เห็นแล้วนะครับว่าผู้ที่มีอํานาจ ผู้ที่มีเครื่องมือในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างจริงจังและโดยตรงก็คือกระทรวงการคลังนั่นเอง แต่ดูเหมือนว่ากระทรวงการคลังในยุคนี้ รัฐบาลชุดนี้กลับเมินหน้าที่และโอกาสในการที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เรื่องของบํานาญประชาชนครับ เป็นเรื่องที่รัฐบาลที่แล้วก็ได้ให้ความสําคัญ แล้วผมไม่อยาก ที่จะพูดถึงรัฐบาลที่แล้วเท่านั้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราได้ร่วมมือกันในสภาแห่งนี้ออกพระราชบัญญัติ ออกกฎหมายมา เพื่อคุ้มครองสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนประมาณ ๓๐ ล้านคน ที่เป็นผู้ใช้แรงงานอิสระ เป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนา เป็นพ่อค้าแม่ค้า แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้มีนายจ้าง ไม่ได้มีรัฐบาลคอยช่วยดูแลสมทบเบี้ยสมาชิกประกันสังคม ไม่มีหลักประกันในชีวิต เจ็บไข้ก็ไม่มีใครมาช่วย ในวัยชราคิดจะพักจากการทํางานเหมือนกับพวกเราข้าราชการ หรือลูกจ้างบริษัทก็ไม่สามารถทําได้ เพราะไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคม ไม่มีหลักประกัน ในชีวิตในวัยชรา เราจึงได้ช่วยกันออกแบบกองทุนขึ้นมาที่เราเรียกว่า กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนออมเงินโดยที่มีรัฐบาลคอยสมทบเงินออมให้ สุดท้ายเงินในกองทุนนี้ก็จะแปรกลับมาเป็นบําเหน็จบํานาญให้กับพี่น้องประชาชนตลอดจน ถึงเขาสิ้นชีวิต เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นผลงานไม่ใช่ของรัฐบาลที่แล้วเพียง เท่านั้น แต่เป็นผลงานของสภาแห่งนี้ ผมจําได้ดีครับวันที่เราได้ลงมติทั้งในวาระแรก วาระที่สองและวาระที่สามในส่วนของพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาตินั้นเป็นหนึ่ง ในการลงคะแนนเสียงในรัฐบาลที่แล้ว ในสภาที่แล้วที่เพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคลงคะแนนF ตรงกันก็คือเห็นชอบทั้งในหลักการและในรายละเอียด แต่พอมาเอาเข้าจริงรัฐบาลชุดนี้กลับ ถ้าผมขออนุญาตพูดตามตรง คือไม่แสดงความจริงใจต่อการนําภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ฉบับนี้ไปสู่การปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ๓๐ กว่าล้านคนที่เป็นผู้ยากผู้จน เพราะรัฐบาลเดิมทีไม่ได้ตั้งงบประมาณให้กับกองทุนการออมแห่งชาติเลยทั้ง ๆ ที่ร่าง งบประมาณนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งกองทุนนี้รอรับการเปิดบริการให้กับพี่น้อง ประชาชนในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ นี้ถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถูกตัดออกหมดเป็น ๐ จนกระทั่งมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาในการประชุมคณะกรรมาธิการ งบประมาณ ขอให้ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายนะครับ จัดสรรเม็ดเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทให้เพียงพอต่อการเตรียมการให้กองทุนสามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้ และสุดท้ายท่านก็ได้จัดสรรงบประมาณ ๒๒๕ ล้านบาท ซึ่งเพื่อนสมาชิกผมได้อภิปรายไปแล้ว ตั้งแต่วันแรก เราเชื่อว่าการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ ๒๒๕ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่กฎหมายระบุไว้ ชัดเจนว่าจะต้องจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให้กับกองทุนนี้เป็นเงินประเดิมถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นการทําที่ผิดกฎหมาย ผมอยากให้ทางกรรมาธิการ ยังมีเวลาครับที่จะทบทวนในประเด็นนี้ ผมไม่อยากให้ท่านเดินไปสู่อนาคตข้างหน้า มีพี่น้องประชาชนที่ยากจนเลือกท่านมา เลือกผมมา กล่าวหารัฐบาลว่าไม่มีความจริงใจในการที่จะดูแลทุกข์สุขและสวัสดิการของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ทําไมเรื่องนี้ที่เป็นประโยชน์ของประชาชนล้วน ๆ ท่านกลับไม่ให้ความสําคัญ ไม่จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ อันนี้ยังนอกเหนือจากการกระทําที่เรามั่นใจว่าขัดต่อกฎหมาย อีกต่างหาก มาตรา ๖๖ ของบทเฉพาะกาลพระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า ในวาระเริ่มแรกให้รัฐบาลจัดสรรเงินเข้าบัญชีกองกลางตามมาตรา ๔๖ (๓) เป็นจํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุน ในขณะที่ในมาตรา ๖๗ ก็ใช้คําเดียวกันนะครับว่า ในวาระเริ่มแรกให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประกอบด้วย ตําแหน่งผู้ใหญ่ในระบบราชการต่าง ๆ นานา ซึ่งได้มีการจัดตั้งแล้ว เพราะคําว่า ในวาระเริ่มแรก ก็คือในจุดเริ่มต้นที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ เขียนไว้ด้วยครับท้ายมาตรา ๖๗ ว่าให้ดําเนินการ ภายใน ๙๐ วัน หลังจากพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ นี่คือสาเหตุที่กระทรวงการคลัง เขาก็เร่งที่จะจัดตั้งคณะกรรมการ ตอนนี้รออย่างเดียว คือรอการแต่งตั้งผู้ที่จะมาดํารงตําแหน่ง เลขาธิการของกองทุน ซึ่งทางคณะกรรมการชุดนี้ก็ได้เสนอชื่อให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังแล้ว แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ในการแต่งตั้งเลขาธิการ นี่เหลืออีกเพียง ๕ เดือนครับท่านประธานก่อนที่ประชาชนจะต้อง มีสิทธิในการที่จะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก เริ่มที่จะออมเงินผ่านกองทุนในบัญชีของตนเอง และรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องเริ่มสมทบเงินออมของพี่น้องประชาชน วันนี้ยังไม่มีเลขาธิการกองทุนเลย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทําอะไรอยู่ครับ ทําไมเรื่องนี้ถึงไม่ให้ความสําคัญ ทางคณะกรรมาธิการได้ตั้งคําถามนี้กับท่านแล้วหรือไม่ ได้ตั้งคําถามกับท่านแล้วหรือไม่ว่าทําไมเม็ดเงินงบประมาณถึงจัดสรรให้ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด ทําไมจัดสรรให้เพียงแค่ ๒๒๕ ล้านบาท ผมขอเปรียบเทียบกับงานของกระทรวงการคลังเอง มีนโยบายรัฐบาลเรื่องของรถคันแรก ซึ่งก็เป็นนโยบายที่เอาละครับ มีผู้ได้รับประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่คนยากคนจนแน่นอน ถามว่ารัฐบาลจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพื่อดําเนินโครงการ ทํางานประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการนี้โครงการเดียวเท่าไร ๑๐๐ ล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่ง ของงบประมาณทั้งหมดที่จัดให้กับการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งต้องรวมการลงทุน ในระบบไอทีน่าจะมีมูลค่าเกือบพันล้านบาท การจัดสํานักงาน การว่าจ้างผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ให้รับรู้ถึงสิทธิของการเข้ามาเป็นสมาชิกของกองทุนนี้ เรื่องรถคันแรกต้องประชาสัมพันธ์ ให้คนรู้กี่คนครับ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนอย่างมาก เรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ ต้องประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องชาวรากหญ้าได้รับรู้ถึงสิทธิของตนเองถึง ๓๐ ล้านคน จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณแค่ ๒๒๕ ล้านบาท ตรงนี้คณะกรรมาธิการต้องชี้แจงว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลังได้ชี้แจงให้คําตอบกับท่านไว้อย่างไรท่านถึงได้ยินยอม ที่จะนําเสนอการขอจัดสรรงบประมาณเพียงเท่านี้

ประเด็นที่ ๔ ที่เป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในส่วนของกระทรวงการคลัง ที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาถามคณะกรรมาธิการก็คือในส่วนของกรมธนารักษ์ คืออย่างนี้ครับ เดิมทีเราก็อยากที่จะเห็นกรมธนารักษ์ได้รับการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพียงพอ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความสําคัญสําคัญมากต่ออนาคตของประเทศหน้าที่หนึ่ง หน้าที่นั้นก็คือการรวบรวมรายละเอียดโฉนดที่ดินทั่วประเทศลงในระบบดิจิตอล (Digital) เพื่อที่จะนํามาใช้เป็นข้อมูลในการที่จะประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ และคาดว่าถึงแม้มีการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพียงพอกรมธนารักษ์ก็คงจะต้องใช้เวลา อย่างน้อย ๒-๓ ปี ในการปฏิบัติหน้าที่นี้เพื่อให้มีความพร้อมในการที่จะเดินหน้าไปสู่ การที่ประเทศเราจะมีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่ควรจะมี รัฐบาลที่แล้วก็ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นําเข้ามาบรรจุเป็นวาระในสภา ที่น่าเสียก็คือรัฐบาลพรรคเพื่อไทย รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ปฏิเสธที่จะสานต่อการขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาชนคนไทย โดยเฉพาะ คนยากคนจนที่ไม่มีที่ทํากินของตนเองได้มีโอกาสในการที่จะมีระบบการจัดเก็บภาษี และโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความเป็นธรรม ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนต้องแบกรับภาระ การเสียภาษี แต่เศรษฐีนักตุนที่ดินกลับไม่มีภาระหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษีในส่วนที่ดินของตนเอง หรือทรัพย์สินของตนเองแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราได้หวังว่าเราจะทํางานร่วมกัน ในสภาแห่งนี้ในการที่จะแก้ไขปรับโครงสร้างให้สังคมไทยมีความเสมอภาค มีมาตรฐานเดียว ตามที่ทุกคนต้องการที่จะเห็น แต่ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธ ตรงนี้ผมก็ยังหวังว่าสุดท้ายแล้ว รัฐบาลจะนําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็อยากที่จะมีคําถามต่อคณะกรรมาธิการว่า ท่านได้มีคําถามกับรัฐบาลแล้วหรือยังว่ารัฐบาลจะเดินหน้าในการสร้างความเสมอภาค ทางสังคมด้วยการสนับสนุนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ และถ้าคิดจะทําทําไมไม่จัดสรร เม็ดเงินงบประมาณให้กรมธนารักษ์เริ่มทําการบ้านที่จะต้องทําเลย เมื่อเรามีพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้จะได้เดินหน้าสู่การจัดเก็บจริง ไม่ต้องรอให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ มาเก็บข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้ผมมั่นใจว่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็น หน้าที่โดยตรงของกระทรวงการคลังจะส่งผลต่อความแตกต่างการพัฒนาความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนที่ยากไร้พี่น้องประชาชนระดับรากหญ้าได้อย่างมาก

อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ผมจะไม่รบกวนเวลาของสภาอีกมากเกินเรื่อง ที่กระทรวงการคลังมีบทบาทหน้าที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าตามนโยบายของทางรัฐบาล ที่ดีนะครับ มีมาตรการและมีนโยบายมากมายออกมาช่วยเหลือทั้งพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ประกอบการที่ประสบภัยน้ําท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพื่อนสมาชิกของผม หลายท่านก็ได้ทวงเรื่องของเบี้ยต่าง ๆ ที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่า จะเป็น ๒๐,๐๐๐ บาทจะเป็น ๕,๐๐๐ บาท ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะขับเคลื่อน และติดตาม

แต่นโยบายเพื่อช่วยผู้ประกอบการทางด้านภาษี รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี ก็ได้ออกมามากมาย กรรมาธิการได้ตั้งคําถามกับทางรัฐบาลหรือไม่ว่ารัฐบาลได้ติดตาม ให้นโยบายเหล่านั้นมีการนําไปสู่การปฏิบัติหรือไม่ ที่ผ่านมาก็มีข่าวปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าเดิมทีก็เกรงใจทางรัฐบาล ตอนนี้เริ่มอึดอัดเริ่มที่จะแสดงความอึดอัด ออกผ่านสื่อมาร้องเรียนกับทางพวกเราที่เป็นฝ่ายค้าน ก็มีผ่านกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ก็มีว่า ที่ผ่านมารัฐบาล ถ้าขอใช้คําพูดนี้นะครับ ก็คือดีแต่พูดตามนโยบายบอกว่าจะมีสิทธิพิเศษทางภาษี การนําเข้าสินค้าทุน สามารถที่จะนํารถบางประเภทเข้ามาขายโดยปลอดภาษีได้ สามารถที่จะ นํามูลค่าความเสียหายเครื่องจักรไปหักลดหย่อนภาษีได้ แต่เอาเข้าจริงจนถึงวันนี้ทําไม่ได้ สักเรื่องครับ ท่านก็คงจะทราบดีว่านโยบายเหล่านี้นอกจากเป็นมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ต้องมีประกาศกระทรวงจากกรมต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ ประสาน ไม่ได้ปรึกษากับกรมเหล่านี้ว่านโยบายของรัฐบาลนั้นอาจจะขัดต่อหลักกฎหมาย ของแต่ละกรมหรือไม่ แต่จนถึงทุกวันนี้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถที่จะได้ประโยชน์ จากนโยบายต่าง ๆ ทางภาษีเหล่านี้เลย ท่านได้ตั้งคําถามกับกรมสรรพากรไหมครับ กรมศุลกากรไหมครับ แม้แต่กรมสรรพสามิตไหมครับว่าปัญหาคืออะไร มีปัญหาทางด้าน การจัดสรรงบประมาณหรือไม่ ทําให้เขาไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลได้ ผู้ประกอบการเขาเดือดร้อน และเขารออยู่นอกจากนั้นรัฐบาลก็ได้มีนโยบายว่าให้ธนาคาร ในสังกัดของกระทรวงการคลังนั้นปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่เดือดร้อนเพิ่มเติม ขอให้ไปดู ท่านกรรมาธิการว่าสุดท้ายแล้วนี่ ผู้ที่เขาต้องการเงินเขาสามารถกู้ยืมเงินผ่านธนาคาร ของรัฐตามนโยบายของรัฐบาลได้หรือไม่ ผมบอกได้เลยว่าถ้าได้ ก็คือเพียงแค่บริษัทใหญ่ ๆ ที่ยังพอมีหลักประกัน แต่บริษัทห้างร้านขนาดเล็ก ขนาดกลางที่ได้รับความเดือดร้อนหลายกรณี มากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ด้วยซ้ําไปไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินตามนโยบายของรัฐบาลได้ สาเหตุหลักก็เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณครับ ท่านทราบดีอยู่แล้ว ท่านที่เป็นกรรมาธิการว่านโยบายจะเดินไปได้ต้องมีเงินสนับสนุน ประเด็นปัญหาก็คือว่า รัฐบาลมีนโยบายให้กับธนาคารปล่อยกู้ แต่สุดท้ายแล้วตามประเพณีพึงปฏิบัติ รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยความเสียหายให้กับธนาคารของรัฐเหล่านี้ด้วย หรือที่เรียกว่าบัญชีพีเอสเอ (PSA) Public Service Account แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้แต่พูด บอกว่ามีนโยบายไปปล่อยกู้ให้หน่อย แต่สุดท้ายไม่ได้จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให้ธนาคาร เขาสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้าเสียหายขึ้นมาผู้บริหารก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงแค่ ต่อรัฐบาลครับ ต่อ สตง. ต่อ ป.ป.ช. อีกมากมายประสบการณ์เขามี เขาไม่กล้าทําครับ ถ้าไม่มี มติ ครม. สนับสนุนด้วยเม็ดเงินงบประมาณที่ชัดเจน ก็เป็นคําถามอีกให้กับกรรมาธิการว่า ท่านได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คิดจะจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพื่อที่จะทําให้นโยบายเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ อย่างไร

ส่วนประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๖ ก็คือบทบาทของทางกระทรวงการคลัง ในการดูแลเรื่องของค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ตรงนี้เป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานที่สําคัญ อีกหน่วยงานหนึ่งคือ สคร. สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้เริ่มที่จะปรับลดสิทธิของพี่น้องประชาชนตามนโยบายที่หลายรัฐบาลทํากันมา ต่อเนื่องในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน เรื่องของค่าไฟ รัฐบาลก็อ้างผิด อ้างว่าจะลดสิทธิ การใช้ไฟฟรีลงมาจาก ๙๐ หน่วยต่อครัวเรือนต่อเดือน ลงมาเหลือ ๕๐ หน่วยต่อครัวเรือน ต่อเดือน เพราะต้องการที่จะประหยัดงบประมาณ รู้ทั้งรู้หรือไม่รู้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลที่แล้ว ได้จัดสรรใหม่แล้วว่าการให้พี่น้องประชาชนที่ยากจนมีโอกาสได้ใช้ไฟฟรีนั้นไม่ได้เป็นภาระ ต่องบประมาณแต่อย่างใด แต่เราเพียงไปเพิ่มค่าไฟให้กับผู้ใช้ไฟรายใหญ่เพียงเล็กน้อย ก็สามารถที่จะนําเม็ดเงินที่ประหยัดส่วนนั้นมาใช้ในการที่จะจัดให้กับพี่น้องประชาชน ๙,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนมีโอกาสได้ใช้ไฟฟรีได้ แต่ท่านอุ้มนายทุนขนาดใหญ่ด้วยการลดค่าไฟ เพียงเล็กน้อยให้กับเขา ทําให้พี่น้องประชาชนที่ยากจนถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ต้องเสียสิทธิในการที่ใช้ไฟฟรี ท่านได้ถามคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคลังหรือไม่ว่าถ้าอย่างนั้นทําไมไม่คิดที่จะจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพื่อรัฐบาล จะสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ ถ้าท่านอ้างว่าเศรษฐกิจดีแล้วพี่น้องประชาชน ไม่เดือดร้อนแล้ว ผมก็ถามครับว่าท่านได้ไปลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมจะอภิปรายในหมวดของกระทรวงพาณิชย์พูดเรื่องของค่าครองชีพ ชัดเจนครับว่า ณ วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ถ้าถามเขาว่าเขาเดือดร้อนเรื่องอะไรมากที่สุด เรื่องของแพงครับ เหมือนเดิมครับ ผมกล้าพูดว่าค่าครองชีพวันนี้ของพี่น้องประชาชนสูงกว่า เมื่อวันที่เราออกนโยบายร่วมกันมาในการที่ลดค่าครองชีพให้กับประชาชนด้วยซ้ําไป แต่ท่านไม่ให้ความสําคัญ กลางเดือนนี้ท่านคิดจะยกเลิกเรื่องของรถเมล์ฟรีอีก ท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เคยเปรียบเทียบไว้นะครับว่า นโยบายรถยนต์ฟรี รถคันแรกฟรีของท่านนั้น ถ้าท่านกรุณายกเลิกเอาเม็ดเงินส่วนนั้นมาใช้ ทําอย่างอื่นเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจริง ท่านสามารถที่จะนําเม็ดเงินงบประมาณ เดียวกันมารองรับนโยบายรถเมล์และรถไฟฟรีให้กับพี่น้องประชาชนที่ยากจนนับล้านคน ได้ถึง ๗ ปีเต็ม ๆ ท่านกรรมาธิการได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไหมครับว่า การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณของกระทรวงการคลังในลักษณะนี้เป็นธรรมแล้วหรือยัง ผมก็มีเพียงแค่ ๖ ประเด็นนี้นะครับ

ผมมีข้อสังเกตข้อหนึ่งจากการติดตามการทํางานของกระทรวงการคลัง แล้วก็การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณโดยรวม ซึ่งผมหวังว่าท่านกรรมาธิการก็จะสื่อ และช่วยให้กับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทั้ง ๒ ท่านในการปฏิบัติหน้าที่ คือท่านรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผมกังวลว่าท่านอาจจะคิดในเชิงหลักการ ในเชิงทฤษฎี ในเชิงวิชาการ ไม่ได้ลงไปสัมผัสถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยตรง แต่เพื่อนสมาชิกในพรรคของท่านและโดยเฉพาะกรรมาธิการที่ปฏิบัติหน้าที่ทุก ๆ ท่าน เป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมทราบดีว่าทุก ๆ ท่านรับรู้ถึงความเดือดร้อนและความต้องการ ของพี่น้องประชาชนโดยตรง ผมก็หวังว่าท่านจะใช้ความรู้และประสบการณ์ของท่าน ในการที่จะเอาความจริงไปรายงานกับท่านผู้เป็นท่านรองนายกรัฐมนตรีดูแลเศรษฐกิจ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อที่ท่านจะได้ปรับนโยบายการบริหาร งบประมาณเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นกว่าที่ได้จัดทํามา ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอวรงค์นะครับ หลังจากคุณหมอวรงค์แล้วก็จะเป็นท่านสุชาติ ธาดาธํารงเวช แล้วก็จะให้ท่านกรรมาธิการตอบข้อซักถาม ผมจะขอลงมตินะครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีประเด็น ที่จะตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง และอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ ผมเชื่อว่ามันมีหลายประเด็นมากที่ถ้าคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาแล้ว คณะกรรมาธิการก็คงจะพิจารณาตัดหรืออาจจะตัดมากกว่าที่ผมคิด เพราะว่าวันนี้ กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะ สคร. คือสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานนี้มีหน้าที่ดูแลในเชิงนโยบายการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจในสังกัด ที่กระทรวงการคลังจะต้องดูแล แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่ารัฐวิสาหกิจหน่วยงานหนึ่ง ที่ชื่อว่า อคส. หรือชื่อว่าองค์การคลังสินค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลนโยบายใหญ่ ของรัฐบาล นั่นคือนโยบายโครงการจํานําข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือก ๑๕,๐๐๐ บาท หรือข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น อคส. ที่ สคร. ของกระทรวงการคลังดูแล ท่านต้องดูแลหน่วยงานนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะการแต่งตั้งตําแหน่งผู้บริหารระดับสูง ของ อคส. ท่านประธานทราบไหมว่ากลายเป็นว่าคนที่ดูแลสํานักงานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในการแต่งตั้ง ผอ.อคส. เพราะว่าหลายคนแปลกใจว่าคนที่เกี่ยวข้องกับดาบยิ้ม ไอ้ปี๊ด ไอ้ปื๊ดอะไร ทําไมเข้ามาเกี่ยวข้อง ในตําแหน่ง ผอ.อคส. แล้วคนที่ดูแลสํานักงานนี้กลับให้สัมภาษณ์ว่าสังคมกังขาถึงความเหมาะสม ในการแต่งตั้งตําแหน่ง ผอ.อคส. แต่เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นต้นสังกัดจะต้อง แสดงความรับผิดชอบ เท่ากับว่าผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่จะต้องดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหมดกลับปฏิเสธความรับผิดชอบ ผมจึงจําเป็นต้องตัดงบประมาณ อย่างน้อยสะท้อนให้เห็นว่าท่านต้องดูแลหน่วยงานพวกนี้อย่างดี ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเท้าความนิดหนึ่งจะได้เห็นภาพว่าตําแหน่ง ผอ.อคส. ที่ สคร. ของกระทรวงการคลัง ดูแลมันสําคัญอย่างไร อคส. จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยองค์การคลังสินค้าปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ภารกิจในการรับผิดชอบของ อคส. จะดูแล ๔ อย่าง อย่างที่ ๑ ดูแลสินค้าเกษตร อย่างที่ ๒ ดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างที่ ๓ ดูแลเรื่องคลังสินค้าและตอนหลังมีการพัฒนา เรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ก็ให้ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ เป็นอย่างที่ ๔ ดังนั้นคนที่จะต้องมาเป็น ผอ.อคส. จะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงและจะต้องมีความรู้ความสามารถใน ๔ ประเด็น ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะยกตัวอย่างถึงความเข้มงวดในอดีตที่ผ่านมา ถ้าผมเท้าความไป เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ สมัยนั้นกฎเกณฑ์ในการตั้งตําแหน่ง ผอ.อคส. วางกฎค่อนข้างจะเข้มงวด เช่นในปี ๒๕๔๔ เขียนไว้ว่าคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่งต้องมีความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจ ที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภค บริโภคไม่น้อยกว่า ๕ ปี ย้ําเลยนะครับ ดังนั้นคนที่จะมา ดํารงตําแหน่ง ผอ. ระดับนี้ท่านจะต้องมีความรู้ในเรื่องนี้ทําหน้าที่นี้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี และประเด็นที่สําคัญในอดีตปี ๒๕๔๔ เขียนไว้ชัดเจนว่าคนที่จะสมัครเข้าสู่ตําแหน่ง ผอ.อคส. จะต้องอยู่ในตําแหน่งผู้บริหารด้วย เท่ากับบังคับมาเลยว่าตําแหน่งนี้สําคัญมากนอกจาก ๕ ปีแล้วยังต้องเป็นผู้บริหารด้วย ท่านประธานดูต่อนะครับ ผมขอก้าวกระโดดไปในปี ๒๕๕๓ จริงอยู่ในช่วงประมาณสัก ๙ ปีหรือ ๑๐ ปีที่ผ่านมาพัฒนาการของ อคส. ก็มีการเปลี่ยนแปลง การที่จะคัดสรรคนเข้าสู่ตําแหน่ง ผอ.อคส. นั้นกฎเกณฑ์ก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาเพราะว่า สังคมเปลี่ยนไป ในปี ๒๕๕๓ คือเดือนมีนาคม เมื่อมีการสรรหาตําแหน่งผู้อํานวยการ องค์การคลังสินค้าได้กําหนดหลักเกณฑ์ดังนี้ กําหนดไว้ว่าคนที่จะสรรหาเข้าสู่ตําแหน่ง ผอ.อคส. ต้องมีความรู้ใน ๔ ประเด็นคือ ๑. มีความรู้เรื่องคลังสินค้า ๒.มีความรู้เรื่องโลจิสติกส์ ๓. มีความรู้เรื่องสินค้าเกษตร และ ๔. มีความรู้เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค และยังกําหนดไว้ว่า จะต้องประกอบกิจการที่ต่อเนื่องเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ไม่น้อยกว่า ๒ ปี ซึ่งลดความเข้มงวดจาก ๕ ปีเหลือ ๒ ปี อันนี้เราไม่ว่ากันและในเงื่อนไขย่อยที่กําหนดไว้ว่า

๑. ถ้าเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชนจะต้องดํารงตําแหน่งระดับสูงไม่ต่ํากว่า รองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้น ชัดเจนนะครับท่านประธานว่าเขาต้องการผู้บริหาร ถ้าคนคนนี้อยู่บริษัทเอกชนใหญ่ ๆ จะต้องดํารงตําแหน่งไม่น้อยกว่ารองผู้บริหารระดับสูง และบริหารองค์กรไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ล้านบาท อันนี้คือกรณีที่มาจากเอกชน

๒. กรณีที่มาจากส่วนราชการหรือรัฐกําหนดไว้ชัดเจนว่าต้องดํารงตําแหน่ง ไม่ต่ํากว่าระดับ ๙ ไม่น้อยกว่า ๒ ปีก็คือรองอธิบดีหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ก็ชัดเจน ต้องเป็นผู้บริหาร

๓. กรณีที่เป็นพนักงานขององค์การคลังสินค้าเองหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจอื่น ต้องดํารงตําแหน่งไม่น้อยกว่ารองผู้บริหารสูงสุดและมีอายุงานไม่น้อยกว่า ๒ ปี เท่ากับว่า โดยหลักการคนที่จะมาดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้า ถ้ามาจากเอกชน ก็ต้องเป็นเบอร์ ๒ มาจากราชการก็ต้องตําแหน่งรองอธิบดีขึ้นไป มาจากรัฐวิสาหกิจ ก็ต้องดํารงตําแหน่งรองผู้บริหารระดับสูงก็คือเบอร์ ๒

และยังมีข้อ ๔ อีกข้อหนึ่งครับท่านประธาน ข้อนี้เป็นข้อที่เปิดให้กับนักวิชาการ กําหนดไว้ว่าจะต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ด้านบริหารเกี่ยวกับ ๑. คลังสินค้า ๒. โลจิสติกส์ ๓. สินค้าเกษตร และ ๔. สินค้าอุปโภคและบริโภค และต้องมีผลงานวิชาการหรืองานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง เท่ากับว่าข้อที่ ๔ เอาอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ได้ที่มีความรู้ ๔ เรื่องนี้และจะมีงาน วิชาการหรืองานวิจัย อันนี้คือเกณฑ์ของปี ๒๕๕๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏเกณฑ์ของ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ หลังจากมีการเปลี่ยนรัฐบาล ผมเชื่อว่าท่าน ผอ.อคส. คนเก่าก็คงลาออกไปเพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แล้วย้ํากับท่านประธานนะครับว่า อคส. เป็นองค์กรหลักดูแลโครงการจํานําข้าว งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่น้อยครับท่านประธาน ดังนั้นคนที่มาอยู่ตําแหน่งนี้ ถ้าท่านใช้เกณฑ์เดิมเราก็จะเฉย ๆ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการสรรหาได้เปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ ได้เพิ่มเกณฑ์ข้อที่ ๕ ขึ้นมา คุณสมบัติเฉพาะตัว ๔ ข้อเหมือนเดิมครับ ๑. บอกว่ามีความรู้ เกี่ยวกับคลังสินค้า ๒. มีความรู้เกี่ยวกับโลจิสติกส์ ๓. มีความรู้เกี่ยวกับสินค้าเกษตร ๔. มีความรู้เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค อันนี้โอเค แต่เพิ่มข้อที่ ๕ มีความรู้เกี่ยวกับ เครื่องมือเครื่องจักรกลการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ คําถามถามว่าเครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รถไถนา รถแทรกเตอร์ มันเป็นปัญหาของเกษตรกรคําถาม ถามว่าวันนี้เรื่องเครื่องมือเครื่องจักรกลการเกษตรมันเป็นวิกฤติของประเทศหรือที่จะต้อง กําหนดให้คนบริหารองค์กรภายใต้วงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะต้องมีความรู้เรื่องเครื่องมือ เครื่องจักรกลทางการเกษตร อยากจะย้ํากับท่านประธานครับ คุณสมบัติข้อนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะต้องรู้ ๔ เรื่องแรก ก็เท่ากับว่าคนคนนี้เข้ามาไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ได้ พอรู้จักรถไถนา สักหน่อยหนึ่งเพราะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องจักรกลทางการเกษตร รู้จักรถอีแต๋นก็ได้ครับ เพราะเกี่ยวข้องกับการบรรทุกสินค้าทางการเกษตร คล้าย ๆ กับว่าเติมคําว่า เกษตร เข้าไป แล้วจะมาหลอกลวงตบตาประชาชนได้ แค่นั้นยังไม่พอนะครับ นอกจากขยายเงื่อนไขต่าง ๆ ให้กว้างขึ้นแล้ว ยังขยายรายละเอียดปลีกย่อยเข้าไปอีก เมื่อสักครู่ผมเรียนกับท่านประธานว่า โดยหลักการของ ผอ.อคส. นอกจากว่าจะต้องเป็นภาคเอกชนต้องเป็นเบอร์ ๒ ราชการ จะต้องเป็นรองอธิบดี ถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจก็ต้องเป็นเบอร์ ๒ ถ้าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ต้อง มีผลงานวิจัยหรืองานวิชาการ แต่ปรากฏว่าการแก้ไขในกรณีของภาคเอกชนแทนที่จะเขียนว่า จะต้องดํารงตําแหน่งผู้บริหารระดับสูงไม่ต่ํากว่ารองผู้บริหารระดับสูง เติมคําว่า หรือ ฟังนะครับท่านประธาน เติมคําว่า หรือเป็นกรรมการ หรือเป็นที่ปรึกษาองค์กรนั้น ผมถามท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ตําแหน่งบริหารกับตําแหน่งกรรมการ หรือตําแหน่งที่ปรึกษาองค์กร มันคนละเรื่องครับ คนที่เป็นที่ปรึกษาองค์กร อย่างผมอาจจะ เป็นที่ปรึกษาองค์กรปีหนึ่งเขาอาจจะนัดประชุม ๑ ครั้งหรือ ๒ ครั้ง คนเป็นคณะกรรมการบริษัท ปีหนึ่งเขาอาจจะประชุมสัก ๖ ครั้ง เท่ากับว่าขณะนี้ อคส. เองกําลังมีการขยายเงื่อนไข คือผมเชื่อว่าเขารู้แล้วว่าเขาจะเอาใคร นอกจากล็อกตัวบุคคลไว้แล้ว ขณะนี้เกณฑ์เดิมที่มีอยู่ ทําให้คนคนนี้เข้าไม่ได้ ก็ต้องมีการขยายเงื่อนไขเข้าไปอีก ๒ ข้อเพื่อให้คนคนนี้เข้ามาได้ เงื่อนไขที่มีการขยายข้อแรกเนื่องจากว่าคนคนนี้ไม่รู้เรื่องคลังสินค้า รู้แต่เรื่องดาบยิ้ม ไม่รู้เรื่องโลจิสติกส์ ไม่รู้เรื่องสินค้าเกษตร ไม่รู้เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค แต่พอรู้เรื่องรถไถนาครับ ก็คือเพิ่มเติมคําว่าเครื่องมือเครื่องจักรกลทางการเกษตรเข้ามา เพื่อให้คนคนนี้เข้าได้ นอกจากนั้นแล้วบังเอิญคนคนนี้ไม่ใช่นักบริหารครับ ไม่ใช่เบอร์ ๒ ขององค์กรของเอกชน ไม่ใช่รองอธิบดี ไม่ใช่เบอร์ ๒ ของรัฐวิสาหกิจ และบังเอิญก็ไม่ใช่อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีผลงานวิจัยออกมาด้วย ทําอย่างไรได้ท่านประธาน ก็ต้องขยายกฎเกณฑ์ว่าเป็นกรรมการ หรือเป็นที่ปรึกษา ผมจึงอยากจะย้ํากับท่านประธานนะครับว่าการสร้างเงื่อนไข หรือการสร้างกฎเกณฑ์อย่างนี้มันเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบสินค้าเกษตรของประเทศ ขณะนี้รัฐบาลกําลังประกาศนโยบายจํานําข้าวภายใต้โครงการ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และขณะนี้ อคส. เป็นหน่วยงานหลักที่จะต้องเข้ามาดูแลในโครงการจํานําข้าว มันถึงไม่แปลกครับท่านประธานว่าโครงการจํานําข้าวของรัฐบาลชุดนี้ ๓ เดือนผ่านไป ถึงล้มเหลวอย่างสิ้นดี ผมอยากจะเรียกร้องเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งว่าเท่าที่ได้มีการตรวจสอบ คร่าว ๆ อยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการและจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการตรวจสอบ คนที่มาดํารงตําแหน่งนี้ ลําพังผมเองตรวจสอบนอกจากประเด็นต่าง ๆ ที่ผมกล่าวแล้ว เอาแค่การเป็นกรรมการหรือการเป็นที่ปรึกษา จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท และการยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าญาติของคนคนนี้ ที่คนคนนี้อ้างว่าเป็นกรรมการก็ตรวจสอบไม่มีรายชื่อ ๓ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ผอ. ท่านนี้ อย่างเช่น บริษัทถาวรยนต์ ปี ๒๕๕๓ มีรายได้แค่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท บริษัท หจก. หนองคายเจริญยนต์ ปี ๒๕๕๓ มีรายได้ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท หจก. เล้งมอเตอร์ ปี ๒๕๕๓ มีรายได้ ๒๓ ล้านบาท ซึ่งไม่ถึง ๒๐๐ ล้านบาท แล้วก็จากการตรวจสอบการจะไปอ้างอิงถึงบริษัทที่แตกลายสินค้า เป็นบริษัทพวกเครื่องจักรกลทางการเกษตร ซึ่งผมไม่มั่นใจว่าการเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นกรรมการ จะเป็นการอุปโลกน์ทําหนังสือรับรองขึ้นมาหรือไม่ อยากจะเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการ ให้ซักถาม สคร. ที่ต้องดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหมดเพื่อให้เกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะวงเงิน ก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้โครงการจํานําที่จะต้องดูแลเกษตรกร ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดอกเตอร์สุชาติ ธาดาธํารงเวช

นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมมีความประสงค์ ที่จะขอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลังที่ตั้งไว้ประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เพื่อให้กระทรวงการคลังได้นําเงินเหล่านี้ไปใช้ในรายการอื่นที่จะปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ ของประเทศให้ดีขึ้น กระทรวงการคลังก็มีภาระหน้าที่ดูแลระบบเศรษฐกิจส่วนรวม แล้วก็มีหน้าที่ในการจัดหารายได้เพื่อมาดูแลค่าใช้จ่ายของรัฐบาล กระผมมีข้อเสนอแนะ ประมาณ ๗ ประการนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็จะนําเรียนดังต่อไปนี้

ประการแรก เรื่องของการบริหารหนี้ของภาครัฐบาล มีหนี้ตัวหนึ่งที่เราทราบกันดี เมื่อประมาณ ๑๔ ปีที่แล้วที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าการล้มละลายของระบบการเงินของชาติ ในช่วงนั้นก็มีธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้าไปต่อสู้กับการเก็งกําไรค่าเงินบาทแล้วก็ เกิดความไม่เชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงินของประเทศ มีการค้ําประกันเงินฝากเงินให้กู้ ของสิ่งที่เรียกว่า ๕๖ สถาบันการเงิน เป็นบริษัท เขาเรียกว่า ไฟแนนซ์ แอนด์ ซิเคียวริตี้ คอมพานี (Finance and security company) บริษัทการเงินซึ่งไม่ใช่ธนาคาร แล้วก็มีการล้มลงไปมากมาย ทําให้กองทุนฟื้นฟูในขณะนั้นไปกู้ยืมเงินมาในนามภาครัฐแล้วก็เป็นหนี้มากมาย จากนั้นก็ยังมีการไป ค้ําประกันเงินฝากของประชาชนในธนาคารของคนไทยและสาขาธนาคารต่างประเทศทั้งหมด เงินฝากและเงินให้กู้นะครับ บางแห่งก็ได้ล้มไปก็ได้ไปเพิ่มทุนไปใช้หนี้แทน หนี้ในช่วงนั้น จึงเกิดขึ้นประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งแทบจะไม่มีทรัพย์สินมาค้ําหรือยึดมาได้เลย หนี้จํานวนนั้นได้ถูกโอนมาเป็นหนี้ของกระทรวงการคลังโดยคาดหวังว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะชําระเงินต้นให้ แต่ปรากฏว่าธนาคารแห่งประเทศไทยแทบไม่ได้ชําระเงินต้นเลยครับ แต่รัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในส่วนนี้ปีละประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินภาษีประชาชน นี่คือตัวเลขที่อยู่ในเอกสารว่าทําไมกระทรวงการคลังต้องจ่ายหนี้ ปีใหม่นี้ก็คือประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นดอกเบี้ยทั้งนั้น ไม่ได้จ่ายเงินต้น เพราะฉะนั้น ผมก็ค่อนข้างที่จะเห็นด้วยที่มีข่าวในช่วงนี้ที่รัฐบาลต้องการจะแก้ไขปัญหาหนี้ที่เรียกว่า หนี้กองทุนฟื้นฟู วันนี้ก็เหลืออยู่ ๑.๑๔ ล้านล้านบาทนะครับ โดยการให้เห็นชัดเจนว่าหนี้ช่วงนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าภาครัฐโดยกองทุนฟื้นฟูไปอุ้ม ภาคสถาบันการเงินไว้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าจะเป็นไปได้ก็คือว่าวันนี้สถาบันการเงินแข็งแรงแล้ว น่าที่จะกลับมาดูมาแลปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๑๔ ปีที่แล้ว แล้วก็ช่วยกันดูแลหนี้ส่วนนี้ จะได้ไม่เป็นภาระของประชาชน

ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของการบริหารประเทศ ผมมีความเชื่อว่าทั้งรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง แล้วก็ธนาคารแห่งประเทศไทยควรเปลี่ยนเป้าหมายการบริหารประเทศ จากการที่กลัวเงินเฟ้อมาเป็นการดูแลพี่น้องประชาชนที่ยากจน ก็มีศัพท์ทางวิชาการนะครับ ขอให้รัฐบาลตั้งเป้าหมายในเรื่องความเจริญเติบโตของประเทศมากกว่าเป้าหมาย เรื่องของการคุมอัตราเงินเฟ้อ เรียกว่า โกรธ์ ทาร์เกทติ้ง (Growth targeting) มากกว่า อินเฟลชัน ทาร์เกทติ้ง (Inflation targeting) ซึ่งเรื่องนี้สามารถที่จะแยกแยะบทบาทหน้าที่ได้ เช่น กระทรวงการคลังควรทําหน้าที่ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หลายประเทศก็ทําอย่างนี้ครับ ในประเทศญี่ปุ่น กระทรวงการคลังดูแลอัตราแลกเปลี่ยนนะครับ ตอนนี้เพื่อไม่ให้มีปัญหาว่า จะถูกใช้ดุลยพินิจโดนกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ก็จะเสนอว่าจริง ๆ แล้วก็กําหนดเป็น กฎเกณฑ์ที่ผมเคยเสนอไปแล้ว เรียกว่า บาสเก็ต ออฟ เคอร์เรนซี (Basket of currency) ที่อภิปรายในวาระแรก โดยมีเงินสกุลอ่อนกับสกุลแข็งเท่า ๆ กัน ก็มีกฎเกณฑ์แน่นอนนะครับ ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่เงินสหรัฐอเมริกาอ่อนค่าลง เงินบาทก็จะได้ไม่แข็งค่ามากมาย จนทําร้าย ปริมาณการส่งออกของชาติซึ่งเป็นสินค้ามาจากคนยากคนจนทั้งสิ้น นอกจากจํานวนปริมาณ ที่จะขายได้ก็น้อยลงแล้ว ได้เงินดอลลาร์ (Dollar) มาก็ยังแลกเป็นเงินบาทได้น้อยลงด้วย

ประการที่ ๓ จะขอเวลาท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ ประการที่ ๓ เรื่อง ทางเลือก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตครับอาจารย์ เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ผมก็ฟังข้อ ๑ ข้อ ๒ แล้ว เดี๋ยวท่านข้อ ๓ คืออย่างนี้ท่านอาจารย์สุชาติไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ แต่ท่านก็มีสิทธิพูดในฐานะกรรมาธิการ มีการแก้ไขนะครับ ขออีกสัก ๒-๓ นาที

นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช บัญชีรายชื่อ

ดังนั้นก็จะสรุปให้สั้นนะครับ ก็คือเรื่องทางเลือกระหว่างการซื้ออาวุธกับค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาและสาธารณสุข จริง ๆ แล้วในช่วงนี้ถ้าเป็นไปได้ก็ลดการซื้ออาวุธลงเพื่อให้มีโรงพยาบาล มีโรงเรียน มีอุปกรณ์การศึกษาที่ดีขึ้น

ประการที่ ๔ เรื่องนี้ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทางฝ่ายค้าน ได้พูดถึงเรื่องกองทุนเงินออมแห่งชาติ อันนี้ผมก็ค่อนข้างที่จะเห็นด้วย แต่ชื่อมันไม่ค่อยจะตรง ดังนั้นถ้าเรามีตั้งเป็นกองทุนบํานาญประชาชน อันนี้ก็คงจะช่วยกันผลักดันได้นะครับ กองทุนบํานาญประชาชนก็มีในประเทศที่พัฒนาแล้วโดยทั่วไป อย่างในสหรัฐอเมริกาก็เรียก โซเชียล ซีเคียวริตี้ (Social Security) เช่นเดียวกัน เรื่องของภาษีทรัพย์สินที่รัฐบาลที่แล้ว ได้สอบถาม ความจริงแล้วอันนี้เป็นเป้าหมายของเราเลย ที่ต้องการให้คนยากคนจนเข้าถึง แหล่งเงินทุน เข้าถึงที่ดิน ดังนั้นอันนี้ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ได้ลืมหรอกครับ บังเอิญไปโดน น้ําท่วมเสียมาก ก็เลยยังไม่ได้ทําสิ่งเหล่านี้

เรื่องของการดูแลประชาชนในประการที่ ๕ เรื่องเงิน ๕,๐๐๐ บาทก็ดี เรื่องรถเมล์ รถไฟฟรี เรื่องค่าไฟ ความจริงแล้วอันนี้เป็นข้อเสนอของพวกกระผมเองครับ ๕,๐๐๐ บาท ก็เสนอในรัฐบาลที่แล้วที่ท่านนําไปทํา เรื่องรถเมล์ รถไฟฟรี เรื่องค่าไฟ เสนอในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก็ได้นําไปทํา ผมเชื่อว่าคงไม่ได้มีการเลิกหรอกครับ พี่น้องประชาชน คงจะมีการดูแลกันต่อไป

๒ เรื่องสุดท้ายนะครับ คือถ้าพลิกดูในเอกสารงบประมาณแล้วก็จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันเรามีองค์กรมหาชนเพิ่มขึ้นมากมาย ก็อยากฝากให้รัฐบาลไปดูแลว่าองค์กรมหาชน อันไหนที่ตั้งขึ้นมาแล้วมีข้อจํากัด ไม่ได้บรรลุเป้าประสงค์ก็อยากให้ปรับเปลี่ยน ให้เลิกลดกันลงบ้าง เพราะเข้าใจว่าเงินเดือนของผู้อํานวยการองค์กรมหาชนเหล่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ทั้งนั้นละครับ เช่นเดียวกันมีกองทุนและรัฐวิสาหกิจก็ของบประมาณมาทุกปีในท้าย ๆ ของหน้าการปรับลด ก็ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยากจะให้รัฐบาลไปพิจารณาดูว่ากองทุนไหน เหมาะสมอย่างไร แล้วรัฐวิสาหกิจที่ขอเงินอยู่เป็นประจํานี่เมื่อไรจะมีตัวดัชนีวัดค่า แล้วก็สามารถดูแลตัวเองได้

ข้อสุดท้ายครับท่านประธาน ผมลงชนบทก็มีข้าราชการบํานาญจํานวนมาก มาสอบถามว่าเวลาปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการนี่ขึ้นเงินบํานาญด้วยไหม ก็ได้เคยถามไป ทางกรมบัญชีกลางเขาก็บอกว่าไปติดอยู่ที่กฎหมาย เขาก็เลยเสนอเป็นเงินเพิ่มไป นี่คือคําพูด ของเขานะครับ ก็ฝากท่านรองประธานคนที่หนึ่งไปดูด้วยว่าถ้ามันติดกฎหมาย เวลาที่เรา ขึ้นเงินเดือนข้าราชการปกติแล้ว ข้าราชการบํานาญก็เป็นผู้ที่ได้ทําประโยชน์ให้กับ ประเทศชาติมานาน ก็ควรไปปรับกฎหมายส่วนนั้นให้ขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการวิชาญตอบ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ มีสมาชิกที่ยังติดใจสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งผมเองจะตอบในส่วนหนึ่ง แล้วเดี๋ยวท่านกรรมาธิการท่านอื่นจะขึ้นมาตอบในส่วนต่อไป แต่ถ้ายังติดใจหรือสงสัย ก็สามารถที่จะสอบถามเพิ่มเติมได้

ท่านแรกนะครับ ท่านณัฏฐพลนี่ได้บอกกล่าวว่าได้มีการขอปรับลด เนื่องจากว่าในส่วนของกระทรวงการคลังที่กํากับการดูแลในรัฐวิสาหกิจ แล้วก็มีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้ง แล้วลงไปลึกในรายละเอียดของคุณสมบัติต่าง ๆ ของผู้ที่จะเข้ามา ดํารงตําแหน่งในหน่วยงานต่าง ๆ เช่นท่านยกตัวอย่างในส่วนของการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย หรือในส่วนของการพูดว่าบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าไปทํางานแล้วมีการเข้าไปข้องเกี่ยว ยุ่งเกี่ยวกับการคุกคามสื่อนะครับ

ประการแรก ผมเรียนว่ากรรมาธิการเองก็ให้หน่วยงาน อย่างการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยก็มีการเชิญเขามา เพราะว่าเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้รับเงินในการอุดหนุนเงิน แล้วก็มีการพูดคุยกันครับว่าในส่วนนี้มีหน้าที่ มีการดูแลในเรื่องของหน่วยงานท่านอย่างไร ส่วนเรื่องของตัวองค์กรที่เกี่ยวกับบุคคล หรือการสรรหาตัวบุคคลนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ซึ่งเป็นระเบียบวิธีการที่ปฏิบัติกันอยู่ ส่วนในเนื้อหาที่ท่านบอกว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร กรรมาธิการเองคงไม่ได้ไปก้าวล่วงหรอกครับ เพราะเป็นอํานาจหน้าที่ของหน่วยงาน การเข้าไปก้าวล่วงนี่ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แล้วในลักษณะของ การที่จะเข้าไปพาดพิงว่าบุคคลดังกล่าวนั้นมีข้อมูลอะไรยิ่งไม่ได้ เพียงแต่อาจจะมีใครติดใจ แต่วันนั้นก็ไม่ได้ติดใจถึงตัวบุคคลแต่อย่างไร ก็ไม่ได้มีประเด็นที่กรรมาธิการจะซักถาม เพียงแต่ถามในรายละเอียดของการทํางานของหน่วยงานของท่านเท่านั้นเอง

ส่วนการตั้งตัวแทนบริหาร ๕ ท่านที่เกี่ยวกับเรื่องของธนาคารกรุงไทยนะครับ ผมเรียนตรง ๆ ว่าธนาคารกรุงไทยนั้นเป็นธนาคารของกระทรวงการคลังที่กระทรวงการคลัง กํากับการดูแลก็จริง แต่หน่วยงานของกระทรวงการคลังนั้นก็เป็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งมีอิสระ ในตัวเองในการบริหาร ดังนั้นในเรื่องของการที่จะไปสอบถามในรายละเอียดนะครับ กรรมาธิการไม่ได้เรียกเขามาชี้แจง เพราะว่ามีหน่วยงานหลายหน่วยงานเองที่ไม่ได้รับ เงินอุดหนุน แต่รับแนวทางนโยบาย ถ้ารัฐบาลเองมีนโยบายอะไรที่จะต้องใช้ธนาคารในการ ปล่อยสินเชื่อ ในการระดมเงินฝาก เงินออม หรือในส่วนต่าง ๆ ที่จะเป็นการสนับสนุน โครงการต่าง ๆ รัฐบาลเองก็จะดําเนินการในเรื่องของวิธีการ แล้วก็เป็นไปตามระบบ และระเบียบต่าง ๆ นะครับ ผมเรียนชี้แจงท่านสมาชิกว่าที่ท่านกล่าวถึงเรื่องความเหมาะสม ในตัวบุคคล เรื่องการพิจารณาต่าง ๆ เหล่านี้ คณะกรรมาธิการเองไม่ได้สอบลึกลงไป เพราะไม่มีหน้าที่ไปสอบถามในตัวบุคคล แต่บางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณนั้น เราสอบถาม เพราะว่าเป็นประเด็นในการพิจารณาเรื่องงบประมาณนะครับ ที่ท่านมาอ่านถึง ตัวบุคคลจะต้องมีคุณสมบัติในการดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ผมเข้าใจครับ แต่ถ้ามีปัญหา ท่านสมาชิกเองก็สามารถที่จะร้องเรียน หรือส่งเรื่องต่าง ๆ นั้นให้กับหน่วยงานหรือองค์กร หรือรัฐมนตรีที่กํากับการดูแลในส่วนนั้นได้พิจารณา ในประการแรกนะครับ

ท่านต่อไปนะครับ ท่านชุมพล ท่านชุมพลบอกว่าคล้าย ๆ กันละครับ ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่กํากับการดูแล ท่านยกตัวอย่างในการตั้งเอ็กซิมแบงก์ว่า เป็นธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า ส่งเสริมในส่วนนี้ ถามว่าทําไมหาคนที่เหมือนกับว่า ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดําเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้วก็อาจจะเกิดในเรื่องของปัญหา ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งผมก็เรียนว่าในเรื่องของการกําหนดอย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องของวิธีการ การสรรหาตัวบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดํารงตําแหน่งในการทําหน้าที่ กลุ่มเหล่านี้ เป็นการเสนอตัว จะเป็นผู้บริหารต่าง ๆ ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นหน่วยงานอิสระ แล้วก็ เป็นหน่วยงานที่กํากับการดูแล ผมคิดว่าถ้าเขาไม่สามารถที่จะดําเนินการหรือทํางานได้ มันก็มีการประเมิน นอกจากมีการประเมินแล้วยังมีรายงานต่าง ๆ แต่ละปีที่นําเสนอเข้าสู่ สภานะครับ ท่านเองอาจจะต้องเป็นส่วนหนึ่งที่รู้เรื่องปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านก็สามารถ ที่จะสอบถาม ซักถามถึงรายงานต่าง ๆ ที่เป็นรายงานที่เข้าประจําทุกปี อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งผมเองนั้นในฐานะกรรมาธิการคงไม่ได้ไปล้วงลึกในรายละเอียดว่าเขาทําอะไรบ้าง มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ทําไมไม่ตั้งคนโน้นคนนี้ แล้วก็ยังบอกว่ารู้ไหมว่าเป็น ส.ส. สอบตก ผมก็ยังไม่ทราบครับ เพิ่งทราบจากท่านว่าเป็น ส.ส. สอบตกแล้วก็เอาเข้ามาดํารงตําแหน่ง ในส่วนของการทําหน้าที่ ตรวจสอบคุณสมบัติหรือเปล่า อันนี้ไม่ทราบจริง ๆ ครับ เพราะว่า กรรมาธิการเองก็คงไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปสอบถามในเรื่องประเด็นดังกล่าว แล้วก็ หน่วยงานนี้ เอ็กซิมแบงก์ ในวันที่มีการพิจารณาในส่วนของคณะกรรมาธิการเองก็ไม่ได้ มีการถูกนําเสนอเข้ามาเพื่อที่จะสอบถามในเรื่องของประเด็นเรื่องของคุณสมบัตินะครับ เพียงแต่สอบถามในเรื่องของรายละเอียดเท่านั้นเองครับ ก็เรียนชี้แจงให้ท่านทราบครับ ส่วนท่านอภิปรายในสภา สภาก็มีการบันทึกแล้วก็คงจะได้ยินไปถึงท่านรัฐมนตรี ซึ่งผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีเองไม่ได้อยู่ตรงนี้นะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านนั่งอยู่ตรงนี้ ท่านเองก็รับทราบในเรื่องของประเด็นปัญหาตรงนี้ ก็ไปดําเนินการตามที่ท่านได้มีการ อภิปรายไปนะครับ

ท่านที่ ๓ นะครับ ผมคงตอบในส่วนหนึ่ง ท่านกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านมองภาพรวมของประเทศ คือทุกคนเอง อาจจะมีมุมมองในเรื่องของการบริหารประเทศ ส่วนกรรมาธิการเองก็เป็นเพียงแต่ ไปสอบถามเรื่องของการใช้จ่ายเงิน เรื่องของการคืนเงินคงคลังที่ท่านถามว่าทําไมคืนเงินแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเดี๋ยวในส่วนหนึ่งท่านรัฐมนตรีเองก็คงจะตอบว่าเงินทั้งหมดที่เป็นหนี้ทําไมไม่รีบเร่ง ในการชําระ แล้วทําไมใช้จ่ายเงินแค่นี้ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งจะต้องไปดูในรายละเอียด แต่ผมเองก็คงจะขออนุญาตที่จะตอบในส่วนที่น่าจะซักถาม ตอบได้

ประการที่ ๓ คือในเรื่องของการจัดตั้งกองทุนเงินออม ซึ่งท่านบอกว่า เป็นกองทุนซึ่งเกิดมาแล้วแล้วได้มีการดําเนินการ แต่เงินที่ประเดิม ๑,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมให้แค่ ๒๒๕ ล้านบาท แล้วเป็นเสียงข้างน้อยที่เป็นผู้เสนอ ไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่เสียงข้างน้อย ข้างมาก ผมเมื่อวานนี้วันแรกก็มีการชี้แจงไปแล้ว แล้วก็ไม่ได้ผิดข้อกฎหมาย แต่เรียนว่า ในการที่จะนําเข้าเสนองบประมาณส่วนหนึ่งมันต้องผ่านในเรื่องของงบประมาณแล้วรัฐบาล ก็เป็นคนตั้ง ช่วงเทอมที่ตั้งในสมัยรัฐบาลท่านเองเป็นคนพิจารณาเข้ามาก่อน แต่ในส่วนต้น ไม่ได้มีการตั้ง เพราะว่าคณะกรรมการที่เกิดจากเงินกองทุนดังกล่าวมันยังไม่สมบูรณ์ เพราะต้องไปตรวจเช็กคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามา พอตรวจเช็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงจะไปตั้งดําเนินการผู้อํานวยการ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นขั้นตอน ก็ได้นําเรียนไปแล้ว เบื้องต้น ทีนี้ประการสําคัญก็คือว่าหน่วยงานดังกล่าวเมื่อมีการเกิด เงินประเดิมมันอยู่ในส่วน ของ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่มันก็มีเงินที่จะต้องใช้ไปก่อนซึ่งมีการตั้งขอเข้ามาโดยหน่วยงาน ๒๕๐ ล้านบาท เขาก็ไม่ได้ติดใจครับในเรื่องประการดังกล่าว เรื่องข้อกฎหมายก็มีการชี้แจงไป เมื่อวานนี้แล้ว ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้ก็คงไม่ได้มีข้อโต้แย้งใด ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ตรงนี้มันติดขัดหรือเปล่า มันอาจจะเกิดปัญหาหรือเปล่า แต่ถ้ามันไม่พอจริง ๆ เงินที่จะขอ ให้กับองค์กรก็ขอเข้ามาในส่วนของงบกลางซึ่งก็ถือปฏิบัติได้ เพราะว่าในรายละเอียดของ ข้อกฎหมายเองนั้นก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องให้เต็มตามจํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เรียนชี้แจง ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะเป็นห่วงวิตกเหมือนกัน เพราะว่าสภาแห่งนี้เมื่อผ่านกฎหมายแล้ว ทุกคนเองก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน จะส่งไปตีความหรืออย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่เราก็ได้ พยายามที่จะซักถาม สอบถามหน่วยงานที่มาชี้แจง รวมถึงถามข้อระเบียบต่าง ๆ ในส่วนของ คณะกรรมการกฤษฎีกาให้เรียบร้อยแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพที่ท่านอ้างและกล่าวถึงว่า ในเรื่องของรถเมล์ฟรีและท่านก็ไปเทียบกับนโยบายในเรื่องของรถคันแรก จริง ๆ เรื่องรถคันแรก มันเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่จะต้องทํา เพราะว่าเป็นแนวทางที่หาเสียงไป แต่ถ้าบอกว่า ไปเปรียบเทียบบอกว่ายกเลิกรถคันแรก แล้วก็บอกว่าเอาไปคงไว้ใช้จ่ายเงินเรื่องรถเมล์ฟรี หรือว่ารถไฟฟรีถึง ๗ ปี นั่นก็เป็นมุมมองความคิดเห็นของท่านอดีตรัฐมนตรีนะครับ คงไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ท่าน แต่รัฐบาลชุดนี้ก็คงจะมองในเรื่องนโยบายเป็นหลักเหมือนกัน ส่วนที่กรรมาธิการเองไม่ได้ซักถามโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องทําไมต้องยกเลิกรถเมล์ฟรี เพียงแต่ ถามว่ามีอะไรที่ช่วยเหลือประชาชนในกระทรวงการคลัง มีอะไรที่เป็นเรื่องนโยบายเท่านั้นเอง ก็มีการตอบกันครับว่ามีอะไรที่จะต้องทํา แต่การทํานั้นมันขึ้นอยู่กับเทอมของรัฐบาล เพราะว่ารัฐบาลเองในส่วนของกระทรวงการคลังเขาก็ต้องดูนโยบาย เข้ามาถึงบางนโยบาย ทําเลยครับ เช่น ลดในเรื่องของภาษีน้ํามันเห็นไหมครับ อันนี้ลดทันทีเลย ในเรื่องของการ จํานําข้าว ตอนนี้ก็เริ่มทําแล้วครับการจํานําข้าว หรือเรื่องของการดูเรื่องการปล่อยเงินกู้ เรื่องของกองทุนต่าง ๆ ที่ทําได้ แต่ส่วนนี้มันก็คงไม่ได้มีการพูดถึงในเนื้อหาสาระรายละเอียด แต่ผมในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ในส่วนของรัฐบาล ชุดที่มีการดําเนินการนโยบายเรื่อง ๖ เดือน ๖ มาตรการ สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านกําหนดเรื่องการช่วยเหลือ ไม่ว่ามาตรการเรื่องไฟ เรื่องน้ํา เรื่องรถเมล์ฟรี หรือรถไฟฟรี ผมเรียนว่าตรงนี้มันไม่ใช่ในส่วนของการดําเนินการในเรื่องของนโยบายแต่เป็นนโยบาย ที่ต่อเนื่อง รัฐบาลท่านเองก็ยังใช้อยู่ในเรื่องของนโยบายตรงนี้ในขณะที่ท่านบริหารประเทศ แต่วันนี้เมื่องบประมาณมันหมด มันจบลง ผมก็คิดว่าในส่วนของการดําเนินการตามวิธีการ งบประมาณหน่วยงานหมดแล้ว เขาไม่ได้ทํารายละเอียดส่งหรือเสนอเพิ่มเติมเข้ามา ในส่วนของหน่วยงาน ก็ยังไม่ได้มีการดําเนินการอย่างไร แต่ถ้ามีความจําเป็นเห็นว่า ประชาชนในยามนี้ยังมีความเดือดร้อนจําเป็น ผมคิดว่ารัฐบาลเองก็คงจะเอามาตรการต่าง ๆ ที่เคยทํามาเอามาทบทวนแล้วก็จัดสรรงบประมาณลงไป ก็เป็นไปได้ครับ เพราะขณะนี้ ในบางส่วนบางสิ่งที่เคยทําให้มันก็เป็นแนวทางนโยบายตามสภาพความเป็นจริงของแต่ละสภาพ ที่เกิดขึ้น แล้วก็แต่ละรัฐบาลที่มีแนวทางนโยบายก็คงไม่มีผลกระทบใด ๆ ก็ต้องขออนุญาต ตอบในส่วนต่าง ๆ

ส่วนหมอวรงค์พูดเรื่องผู้อํานวยการ อคส. ผมก็เรียนว่าเรื่องคุณสมบัติต่าง ๆ ท่านบอกว่าจะต้องมีคุณสมบัติในเรื่องของการดู การบริหารจัดการในเรื่องของอํานาจหน้าที่ว่า ไปดูแลอุปโภคบริโภค เรื่องคุมคลังสินค้า เรื่องโลจิสติกส์ แล้วก็ถามบอกว่าคนที่มีความรู้ ความสามารถจะต้องมีความรู้หลากหลาย แล้วก็รวมถึงท่านบอกว่าแม้กระทั่งเรื่องเครื่องจักรกล ทางการเกษตร ผมคิดว่าเป็นเรื่องของคุณสมบัติต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องของตัวบุคคล ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้กรรมาธิการเองคงไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงกับทางสมาชิก ที่ติดใจนะครับ

ขอเรียนว่าที่เมื่อกี้นี้ผมอ้างกฎหมายนิดหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีกรณ์ ในมาตรา ๖๖ ในวาระเริ่มแรกให้รัฐบาลจัดสรรเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง มาตรา ๔๖ (๓) เป็นจํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนเขาเขียนระบุไว้เท่านั้นเอง แต่บอกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่จําเป็นที่จะต้องให้ทั้งก้อน เพราะว่าขณะเดียวกัน หน่วยงานองค์กรเองที่เขาประสงค์ที่อยากจะจัดตั้งเพราะเป็นหน่วยงานใหม่ตาม พ.ร.บ. ที่ท่านบอกแล้ว เพราะรัฐบาลตอนนั้นท่านเป็นคนเสนอเข้ามาเราก็จัดทําให้ แต่ส่วนที่ยังขาด หรืออย่างไรไม่มีผลกระทบเพราะสอบถาม แต่เรื่องข้อกฎหมายก็ได้มีการสอบถามไป ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ไม่ได้มีความผิดหรือในส่วนต่าง ๆ แต่ถ้ามีความจําเป็นที่จะเป็น การดําเนินการเบื้องต้นถ้าไม่พอก็ร้องขอเข้ามา ให้มันมีจํานวนที่เพิ่มมากขึ้นได้ โดยองค์กร ร้องผ่านเข้ามาทาง ครม. เองก็อาจจะพิจารณาโดยเอางบกลางเข้าไปดูสนับสนุน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการตอบครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมจะขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานสั้น ๆ สัก ๒-๓ ประเด็น กรณีที่จะไม่ให้ซ้ําซ้อนกับท่านกรรมาธิการท่านอื่นที่ได้ตอบไปแล้วตั้งแต่ เมื่อวานแล้วก็เมื่อสักครู่นี้ ต่อประเด็นที่ท่านกรรมาธิการได้มีการอภิปรายไปเมื่อสักครู่ โดยเฉพาะในเรื่องของกระทรวงการคลัง

ประเด็นแรก อยากจะขออนุญาตเรียนข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่ท่านสมาชิก ได้มีการอภิปรายไปถึงเรื่องของโครงการตามนโยบายของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของรถยนต์คันแรกที่ได้มีมติโดย ครม. ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ต่อประเด็นนี้กระผมได้เคยมาเรียนชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งว่าการตั้ง งบประมาณในปี ๒๕๕๕ นั้น ทางกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้ขอตั้งงบประมาณสําหรับโครงการรถยนต์คันแรก เอาไว้เพียง ๑๐๐ ล้านบาทเท่านั้น กรณีที่มีการออกไปพูดในทํานองที่ว่าทําไมไม่เอาเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภาวะเดือดร้อนทั้งจากกรณี น้ําท่วมหรือกรณีมีการยกเลิกเรื่องรถเมล์ฟรี ซึ่งอาจจะใช้ได้เป็นจํานวนหลาย ๆ ปี ก็ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงว่าการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๕ สําหรับโครงการรถยนต์ คันแรกนั้นตั้งไว้เพียง ๑๐๐ ล้านบาท และในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีการพิจารณา ปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ลงไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นงบประมาณสําหรับโครงการนี้ ที่ได้รับมอบแล้วก็ได้รับจัดสรรจะเหลือเพียง ๙๕ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในการปรับปรุง ระบบไอทีของหน่วยงานของรัฐ ๓ หน่วยงานด้วยกัน กล่าวคือกรมการขนส่งทางบก กรมสรรพสามิตและกรมบัญชีกลางเพื่อที่จะพัฒนาระบบไอทีของทั้ง ๓ กรมนั้นให้มีการ เชื่อมโยงกัน ให้เป็นมาตรฐานแล้วก็ให้มีแบบฟอร์มเดียวกัน เพื่อที่การดําเนินการตรวจสอบ ข้อมูลสําหรับผู้ที่จะมาแจ้งความจํานงเข้าโครงการซื้อรถยนต์คันแรกนั้นจะได้มีความถูกต้อง ตรงกัน ไม่มีความคลาดเคลื่อน นั่นประเด็นที่ ๑ ส่วนงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จะมีการไปขอตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ซึ่งยังไม่มีการพิจารณาในเวลานี้ และการขอ ตั้งงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป้าหมายก็เพื่อที่จะรองรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ในโครงการ รถยนต์คันแรกของรัฐบาลจํานวนถึง ๕๐๐,๐๐๐ คันด้วยกัน

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการจัดการเรื่องหนี้นอกระบบหรือการออกมาตรการ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้มีรายได้น้อย แล้วก็เป็นลูกหนี้รายย่อยที่มีอยู่ในสถาบัน การเงินของรัฐทั้ง ๖ แห่งด้วยกัน กล่าวคือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลาม รวมไปถึงหน่วยงานที่เป็น สถาบันการเงินของรัฐอีก ๒ แห่ง โครงการนี้รัฐบาลได้มีการนําเรื่องเสนอต่อ ครม. แล้วก็ ได้รับการอนุมัติให้เริ่มโครงการมาแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ซึ่งก็บังเอิญว่า เป็นการอนุมัติโครงการในช่วงที่ประเทศกําลังประสบภาวะมหาอุทกภัยจากน้ําท่วม ดังนั้น ประชาชนที่เป็นผู้กู้รายย่อยแล้วก็มีปัญหาในการชําระหนี้คืนกับสถาบันการเงินของรัฐนั้น จึงอาจจะยังไม่มีความสะดวกที่จะไปติดต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ดังนั้นโครงการนี้จึงอาจจะ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่กระผมเชื่อมั่นว่าจากนี้เป็นต้นไปหลังจากที่สภาวะประเทศ เข้าสู่ปกติแล้วพี่น้องประชาชนที่เป็นลูกหนี้รายย่อยกับสถาบันการเงินที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คงจะได้มีการติดต่อกับสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อทําการขอพักหนี้จํานวนไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามที่มีการประกาศเป็นนโยบายต่อไป

ส่วนกรณีการดูแลเรื่องหนี้นอกระบบนั้น ในขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการ งบประมาณได้มีการจัดสรรงบประมาณอนุมัติไป ๑๘ ล้านบาท สําหรับการจัดตั้งสํานักงาน นโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ซึ่งก็จะไปเชื่อมโยงและสอดคล้องต่อเนื่อง กับโครงการที่รัฐบาลของท่านได้ประกาศออกไปแล้ว กรณีที่ลูกหนี้ที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้ ของสถาบันการเงิน นั่นหมายถึงลูกหนี้นอกระบบ กรณีนี้คณะกรรมาธิการได้แปรญัตติเพิ่ม งบประมาณให้กับโครงการเอสเอ็มแอลของรัฐบาล โดยโครงการนี้จะมีคณะกรรมการ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเป็นผู้ดูแลและบริหาร จากเดิมที่ได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินไว้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้เพิ่มวงเงินให้อีก ๔,๕๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น เงินทั้งสิ้น ๑๐,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจะได้นําวงเงินดังกล่าวหลังจากผ่านวาระที่สอง วาระที่สาม และผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาเรียบร้อยแล้วเพื่อจะไปดําเนินการส่งเข้าสู่ ระบบต่อไปในอนาคตให้ลงถึงหมู่บ้านต่าง ๆ และผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบสามารถที่จะเข้าไป ขอกู้ยืมเงินได้

ประเด็นเรื่องของการใช้มาตรการทางภาษีช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากน้ําท่วมนั้น หน่วยงานของกระทรวงการคลังทั้ง ๓ หน่วยงาน กล่าวคือกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ซึ่งในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถามกรรมาธิการไป เมื่อสักพักหนึ่ง คือเรื่องของมาตรการของกรมศุลกากรที่จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทําการค้า ผู้ที่ทําการอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่น้ําท่วม กรณีที่จะได้รับ การยกเว้นอากรขาเข้าในด้านของชิ้นส่วนหรืออะไหล่ยานยนต์ หรือรถประกอบสําเร็จรูป หรือรวมไปถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่โรงงานอุตสาหกรรมเหล่านั้นได้รับผลกระทบ จะกราบเรียนว่าในเรื่องนี้ทางกรมศุลกากรได้ออกมาตรการและนําเสนอ ครม. เพื่อให้ได้รับ การอนุมัติ แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเยียวยาขึ้นมาคณะหนึ่งเรียกว่า กฟย. ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่บูรณาการการแก้ไขและมาตรการต่าง ๆ ไว้ในแหล่งเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน ดังนั้นเรื่องที่กรมศุลกากรได้นําเสนอในมาตรการดังกล่าว จึงต้องไปผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฟื้นฟูและเยียวยา ซึ่งขอกราบเรียนว่า ได้มีการพิจารณาและผ่านกระบวนการทั้งหมดครบถ้วนสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว และเมื่อวันพุธที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีก็ได้นําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาและได้อนุมัติในหลักการ ของมาตรการดังกล่าว เมื่อวานนี้เรื่องดังกล่าวก็ได้นําเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อลงนาม และจะนําไปประกาศลงไปราชกิจจานุเบกษาต่อไปในบ่ายวันนี้ ซึ่งก็จะทําให้ มีผลย้อนหลังไปตามประกาศก็คือตั้งแต่วันที่มีน้ําท่วมเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการก็มั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะดูแลเรื่องนี้ให้สมบูรณ์เสร็จสิ้นโดยไม่ให้มีปัญหาต่อไป

ในส่วนของกรมสรรพากรนั้นก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้มีการเสนอ เรื่องผ่านคณะกรรมการฟื้นฟูและเยียวยา แล้วก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แล้วก็ได้รับการอนุมัติแล้ว กรณีที่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม ทั้งเรื่องของบ้าน อสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ ให้สามารถนําค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหรือรถยนต์ไปหัก ลดหย่อนในการคืนภาษีบุคคลธรรมดาได้ ซึ่งสําหรับค่าซ่อมบ้านนั้นสามารถนําไปหัก ลดหย่อนได้ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับรถยนต์สามารถนําไปหักลดหย่อนได้ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท ส่วนกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน ค่าซ่อมแซมอาจจะมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของตัวรถ เพราะเนื่องจากว่ารถยนต์อาจจะเก่า ทางกรมสรรพสามิตก็ได้นําเสนอโครงการซึ่งก็ได้รับ การอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปแล้วเช่นเดียวกัน โดยได้เพิ่มเติมเงื่อนไขให้ครอบคลุมไปถึง ผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ที่เสียหายจากน้ําท่วมให้ได้เข้าโครงการรถยนต์คันแรก แต่มีเงื่อนไขว่า รถยนต์ที่เสียหายนั้นจะต้องนําไปทําลายหรือทิ้ง แล้วก็มีการยกเลิกการใช้กับกรมการขนส่งทางบก กรณีนี้จะไม่มีส่วนกระทบกับเรื่องของงบประมาณแต่อย่างใด ก็ขออนุญาตกราบเรียน ๓-๔ ประเด็นย่อ ๆ เพื่อให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาของท่านต่อไป ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะเป็นการลงมติในมาตราที่ ๗ ของกระทรวงการคลัง ซึ่งได้มีการแก้ไขแล้วนะครับ โดยที่มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ ฉะนั้นจะต้องลงมติ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านกรณ์ มีอะไรครับ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ขออนุญาตท่านประธานเล็กน้อยนะครับ พอดีถ้าจะมีการลงมติ ก็อยากที่จะให้ท่านรองประธาน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้มีโอกาสได้สร้างความกระจ่าง ให้กับเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะสมาชิกฝ่ายค้าน เพราะว่ามีประเด็นคําถามที่มีความสําคัญ ต่อการพิจารณางบประมาณของกระทรวงการคลังที่ท่านยังไม่ได้ให้คําตอบกับเรา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ เมื่อสักครู่ท่านให้คําชี้แจงให้กับผู้ประกอบการ ว่าประกาศกระทรวงกําลังจะออก ประกาศลงพระราชกิจจานุเบกษา หลังจากที่ได้มีนโยบาย ประกาศออกมาโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็จะเป็นกําลังใจให้ผู้ประกอบการในการที่จะต่อสู้ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยที่ผ่านมา แต่ท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบประเด็น ที่เกี่ยวกับเรื่องของการตั้งงบชําระหนี้นะครับ เพราะประเด็นนี้ต้องถือว่าประเด็นใหญ่ งบประมาณของกระทรวงการคลังทั้งหมด ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเต็ม ๆ มีไว้ให้กับสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ประเด็นที่ทางกระผมเองได้ตั้งคําถาม ต่อทางกรรมาธิการแล้วผมขออนุญาตถามท่านในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังด้วย ก็คือด้วยเหตุใดท่านถึงสามารถที่จะจัดสรรเม็ดเงินเพื่อชดใช้เงินต้นได้ เพียงแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ในอดีตที่ผ่านมาแม้แต่ในปีงบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่พรรคของท่านก็ได้ทักท้วงรัฐบาลสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนําว่าทําไมถึงไม่ได้ มีการชดใช้เงินต้นมากกว่านี้ ในปีนั้นเราก็ได้ตั้งงบชดใช้เงินต้นไว้ถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมกันระหว่างงบกลางกับงบประจําปี แล้วในปี ๒๕๕๓ ในงบประจําปีเองเราก็ได้ตั้งงบชดใช้ เงินต้นไว้ถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในปีที่ท่านมาบริหารจัดการท่านได้แก้กรอบงบประมาณ แล้วก็เสนอเม็ดเงินงบประมาณที่จะมีไว้เพื่อใช้คืนเงินต้นเพียงแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ที่ผมกังวลก็เพราะว่าท่านมีแผนอีกต่างหากที่จะเสนอพระราชกําหนดกู้ยืมเพิ่มเติม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านกรณ์ ทางกรรมาธิการจะตอบไหมครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตรวบรวมคําถาม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือประเด็นนี้ท่านถามไว้แล้วแต่กรรมาธิการยังไม่ตอบ กรรมาธิการจะตอบไหม

นายกรณ์ จาติกวณิช บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน จะกรุณา ผมจะรวบรวมถามทีเดียวมีอีก ๑ คําถามครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อนุญาตแล้วครับ ทางกรรมาธิการจะตอบไหมครับ เพราะท่านถามไปแล้วผมจดประเด็นว่า เรื่องการตั้งงบประมาณในการชําระหนี้ไว้ที่ลดลงไปนี่เพราะอะไร กรรมาธิการจะตอบไหมครับ เชิญครับ เชิญกรรมาธิการตอบครับ ท่านกรณ์นั่งลงก่อนครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ต่อประเด็นที่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสมาชิก จากพรรคฝ่ายค้านได้กรุณาถามต่อกรณีที่การตั้งงบประมาณเพื่อชําระคืนต้นเงินกู้ เหตุใด จึงมีส่วนที่ลดลงเหลืออยู่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในประเด็นนี้ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในปีงบประมาณที่ผ่าน ๆ มานั้นมีเงินกู้ที่ครบกําหนดชําระในปีงบประมาณแต่ละปีนั้น เป็นจํานวนมากกว่าครับ ดังนั้นในปีที่ผ่าน ๆ มานั้นรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะต้องจัดสรรงบประมาณ เพื่อคืนต้นเงินกู้ กล่าวคือในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ชําระคืนในส่วนของกระทรวงการคลัง ประมาณ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท และชําระคืนในส่วนของรัฐวิสาหกิจประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ชําระคืนต้นเงินของกระทรวงการคลังประมาณ ๑๐,๓๐๐ ล้านบาท ชําระคืนต้น ของรัฐวิสาหกิจประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๕๕ ตั้งไว้ในส่วนของ กระทรวงการคลังเพียง ๑,๓๗๘ ล้านบาท แต่ในส่วนของการชําระคืนเงินต้นของรัฐวิสาหกิจ ตั้งไว้ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้ารวม ๒ ตัวนั้นก็รวมแล้วประมาณ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เป็นงบประมาณส่วนที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่าปี ๒๕๕๔ ตั้งเอาไว้ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในปีนี้ถ้าจะนับรวมทั้ง ๒ ส่วนแล้วนี่ งบประมาณในการตั้งงบชําระคืนต้นเงินกู้ทั้งของรัฐวิสาหกิจ และของกระทรวงการคลัง มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกแสดงตนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ กดแสดงตนก่อนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๖ ท่านนะครับ

ผมจะขอถามมติอย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรคงไว้ตามร่าง ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลลงคะแนน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๕๐ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก

ต่อไปเป็นมาตรา ๘ เชิญเลขาธิการอ่านมาตรา ๘

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปมาตรา ๘ กระทรวงการต่างประเทศ มีกรรมาธิการ สงวนความเห็น และมีสมาชิกขอสงวนคําแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในมาตรา ๘ เดี๋ยวผมจะอ่านชื่อท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ท่านแรก ท่านชื่นชอบ คงอุดม ท่านที่ ๒ ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านที่ ๓ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่านที่ ๔ ท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญท่านชื่นชอบ คงอุดม ครับ

นายชื่นชอบ คงอุดม กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศผมก็ได้ขอเสนอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณเดิมในวาระที่หนึ่งของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จากเดิมที่ ๗,๕๘๐ ล้านบาทเศษ ตอนนี้ได้ผ่านอยู่ใน ชั้นกรรมาธิการแล้วก็อยู่ในวาระที่สองได้ถูกปรับขึ้นเป็น ๗,๗๓๓ ล้านบาทเศษ ซึ่งในส่วนนี้ ตัวกระผมเองก็รู้สึกไม่มั่นใจในการบริหารจัดการของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศมีพันธกิจที่ต้องทําให้กับประเทศไทย ส่วนหนึ่งก็คือการให้ ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกี่ยวกับการดําเนินงานเชิงรุกด้านการต่างประเทศของไทยที่เป็นประโยชน์แห่งชาติ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้รับทราบ และส่งเสริม ภาพลักษณ์ในเชิงบวกของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ซึ่งในส่วนนี้เองที่ผมไม่มั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศได้กระทําแล้ว แล้วประสบความสําเร็จจริงหรือเปล่า เพราะว่า เหตุการณ์หนึ่งที่ผมได้พูดไปเมื่ออยู่ในวาระที่หนึ่ง เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา ก็คือเหตุการณ์ การปราบปรามยาเสพติดที่ส่งผลให้เกิดการวิสามัญมีลูกเรือชาวจีนที่อําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตรงช่วงรอยต่อของเขตแดนลาว พม่า แล้วก็ไทย ที่สามเหลี่ยมทองคํา มีลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด ๑๓ ราย ช่วงกลางเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ ซึ่งตอนนั้นวันแรกที่จับกุมได้ก็มีการจัดฉาก ท่านประธานครับ ก็มีลูกเรือเสียชีวิต ๑ ท่าน ในลักษณะที่มีปืนอยู่ ต่อสู้เจ้าหน้าที่ แต่อีก ๒ วันถัดมาก็มีการพบศพลูกเรืออีก ๒ รายด้วยกัน ซึ่งเป็นเรือชาวจีนอีก ๒ ลําด้วยกัน ซึ่งทั้ง ๒ ลํานี้ผมว่าก็สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับ ทางการจีนกับประเทศไทยว่านโยบายการปราบปรามยาเสพติด นโยบายต่าง ๆ ของประเทศไทย อย่างการปราบปรามยาเสพติดใช้ความรุนแรงเกินไปหรือเปล่า ซึ่งในส่วนนี้ก็ส่งผลแน่นอน กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนก็มีการปิดด่านเป็นเวลา ๒ เดือน ที่ผ่านมา ณ วันนี้เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคมที่ผ่านมานี้เพิ่งเปิดนะครับ ก็ส่งความเสียหายให้กับ ทางด้านเศรษฐกิจธุรกิจ อย่างปี ๒๕๕๓ การนําเข้า ๑,๐๕๘ ล้านบาท การส่งออกตรงด่านนี้ ๕,๖๓๐ ล้านบาท แต่ไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๔ ก่อนที่จะถูกปิดด่านก็นําเข้า ๗๓๖ ล้านบาท ส่งออก ๔,๙๘๒ ล้านบาท ตรงนี้ก็ชัดเจนว่าส่งผลแน่นอนกับเศรษฐกิจธุรกิจนําเข้าส่งออก ความสัมพันธ์อันดีของไทยกับจีน ส่วนนี้ผมว่าก็ยังไม่เท่าไรถ้าเทียบกับภาพลักษณ์ แล้วก็สิ่งที่ กระทรวงการต่างประเทศจะต้องนําเสนอภาพลักษณ์ที่ดีในเชิงรุก เป็นบวก เป็นประโยชน์ กับประเทศชาติให้กับชาติอื่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องตอบคําถาม แล้วรัฐบาลไทยก็ต้องตอบคําถามด้วยว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกหรือเปล่า แล้วจะสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาคมโลกอีกหรือเปล่ากับการปราบปราม ยาเสพติดที่รุนแรงจนส่งผลให้กับประเทศไทยในลักษณะนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วประเทศไทย ของเราถือว่าจริง ๆ ไม่ใช่แหล่งผลิต ที่ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่ใช่ผู้ผลิต แต่เป็นทางผ่านของ ขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดการขายยาเสพติดในประเทศไทยด้วย ซึ่งกระทรวง การต่างประเทศจริง ๆ แล้วมีพันธกิจหนึ่งที่ชัดเจน ก็คือต้องมีการบูรณาการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งตรงนี้เองแน่นอนก็ต้องบูรณาการ กับ ป.ป.ส. บูรณาการกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการปราบปรามยาเสพติด แต่ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งที่กระทรวงการต่างประเทศทําได้และผมว่าถ้าทําได้ดี จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาเลย ก็คือการที่ป้องปราม เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านพม่า เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็น แหล่งผลิตทําให้การผลิตไม่ส่งผ่านมายังประเทศไทยหรือส่งผ่านมาก็เป็นจํานวนน้อย เพราะถึงแม้ท่านจะปราบปรามได้เยอะขนาดไหน เป็นหมื่นเป็นแสนล้านเม็ด หรือเป็น แล้วผมเชื่อว่าท่านมีความสามารถอย่างอื่นอีก ถ้าท่านทําได้ดีอย่างที่ท่านทําหนังสือ พาสปอร์ต ผมเชื่อว่าท่านสามารถทํางานให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน และผมก็เชื่อ ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นะครับว่า ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ถ้าทํางานเพื่อคนไทยทุก ๆ คน อย่างตั้งใจจริง ๆ ไม่ได้ทํางานเพื่อคนคนเดียว ท่านได้เป็นรัฐมนตรีอีกหลายสมัยแน่นอนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านองอาจขอให้ถามกรรมาธิการนะครับ เชิญท่านองอาจครับ แล้วก็ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านกษิตจะขอเป็นท่านสุดท้าย แล้วเดี๋ยวผมให้กรรมาธิการตอบ ลงมติ เชิญครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้คําแนะนําว่าผมต้องอภิปรายกับ ท่านกรรมาธิการนะครับ ผมคงไม่สามารถอภิปรายกับท่านรัฐมนตรีได้ เพราะท่านรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็มีเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ซึ่งตอนที่เขาพูดถึง กระทรวงการคลังท่านก็ไม่อยู่ แต่พอพูดถึงกระทรวงการต่างประเทศท่านก็เดินเข้ามา ไม่ทราบว่าท่านประสงค์จะไปอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศหรือเปล่านะครับ อย่างไรก็ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมได้ขอตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอาไว้ การตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงการต่างประเทศนั้นคงไม่ได้มีเหตุผลเพราะว่าข้าราชการ ที่ทํางานที่กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงการต่างประเทศมีปัญหาในการทํางาน ในทางตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าพวกเราทราบกันดีนะครับว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้น เป็นสถานที่ราชการแห่งหนึ่งที่มีข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถในการทํางาน มีคุณสมบัติ ที่เหมาะสมในการทํางานสูงแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นกระทรวงที่ข้าราชการมีวินัย ในการทํางาน มีกรอบการทํางานที่น่าชื่นชม มีวัตรปฏิบัติ ระเบียบวิธีทางการทูตที่เหมาะสม เป็นที่ชื่นชมของข้าราชการกระทรวงอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการของกระทรวง การต่างประเทศเท่านั้น แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาประมาณ ๒ ไตรมาสที่ผ่านมา หรือประมาณครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ท่านประธานคงจะเห็นว่าการทํางานที่กระทรวง การต่างประเทศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงไปเพราะข้าราชการ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปเพราะว่ามีการนํานโยบายจากฝ่ายการเมืองเข้าไปก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงหลายด้านด้วยกัน วันนี้ผมมีความจําเป็นที่จะต้องสอบถามท่านกรรมาธิการ นะครับว่าได้มีการสอบถามกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องต่าง ๆ ที่ผมจะอภิปรายดังต่อไปนี้ หรือไม่ อย่างไร ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าใน ๒ ไตรมาสที่ผ่านมานั้นกระทรวงการต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าฝ่ายการเมืองคือผู้ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างมาก โดยมีข้าราชการบางส่วนที่อาจจะพร้อมที่จะรับใช้ ฝ่ายการเมือง โดยสามารถทํางานที่อาจจะขัดต่อระเบียบ หรืองานในภาระหน้าที่ที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสมหลายประการ ท่านประธานครับ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ที่ผ่านมานั้น ผมมองเห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศพยายามที่จะทํางานอยู่ ๓ ประการ ด้วยกัน

ประการแรก ก็คือการทําเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว

ประการที่ ๒ ก็คือมีการส่งสัญญาณว่าอาจจะมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดขึ้นจากผู้มีอํานาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ประการที่ ๓ ก็คือเรื่องของการปกป้องรักษาอธิปไตยเหนือดินแดนของไทย

ประการแรกในเรื่องของเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียวนั้น ท่านประธาน ก็คงทราบดีว่าทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาลไม่นานเรื่องของความพยายามในการที่จะผลักดัน ให้มีการออกวีซ่า (VISA) ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยก็เกิดขึ้น และเริ่มเดิมทีนั้น มีความพยายามบอกว่าเป็นเรื่องของประเทศที่จะออกวีซ่าเองเป็นผู้กําหนด แต่เมื่อ เรื่องปรากฏขึ้นมาปรากฏว่าโฆษกของรัฐบาลของประเทศที่ออกวีซ่าเพื่ออนุญาตเข้าเมืองนั้น ก็ออกมายอมรับว่าเกิดขึ้นจากการขอร้องหรือผลักดันในส่วนของรัฐบาลไทย และผมอยากจะเรียนคณะกรรมาธิการว่าขณะนี้ภาระหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนหนึ่งก็กําลังพยายามในการที่จะผลักดันให้มีการออกวีซ่าให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี ของไทยท่านนี้ ในการที่จะเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษอยู่ในขณะนี้ ผมไม่ทราบว่านี่คือภาระหน้าที่เพื่อคนคนเดียว หรือเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ พันธกิจที่ให้ไว้ในเอกสารงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศที่เสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ นอกเหนือจากเรื่องของการออกดวงตราหนังสือเดินทางเพื่อเข้าประเทศใดประเทศหนึ่ง ที่เรียกว่า วีซ่า แล้วนี่ เรื่องหนังสือเดินทางครับท่านประธาน ผมเคยยื่นกระทู้ถามที่นี่ไปแล้ว ผมคงไม่พูดในรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่ผมเองอยากจะชี้ให้เห็นว่าการถกเถียงในเรื่องว่า ปฏิบัติตามระเบียบหรือไม่นั้นผมคิดว่าขณะนี้กระบวนการกําลังเดินไปสู่การยื่นถอดถอน ก็คงไปว่ากันตามกระบวนการนี้ครับ เพราะแน่นอนที่สุดครับ กระทรวงการต่างประเทศ โดยการผลักดันของฝ่ายการเมืองอาจจะบอกว่าสามารถดําเนินการได้ตามระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ผมยังเรียนยืนยันพรรคประชาธิปัตย์และกระผมยังเรียน ยืนยันว่าไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะขัดต่อระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ เท่ากับ เป็นการทําลายนิติรัฐ นิติธรรมของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างยิ่งครับ ผมคงไม่ต้องบอก ท่านประธานคงทราบดีครับว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นถูกศาลตัดสินให้จําคุกแล้วท่าน ก็ไม่ได้เข้ามาจองจําในคุกเหมือนกับผู้ถูกตัดสินคดีโดยทั่วไป ท่านใช้จังหวะที่จะเดินทาง ขออนุญาตศาลในการเดินทางออกไปนอกประเทศ และเมื่อศาลได้ตัดสินออกมาแล้ว ท่านก็ไม่เดินทางกลับเข้ามารับโทษนั้นเลย ขณะเดียวกันท่านก็มีคดีอีกหลายคดีที่รออยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนว่าถ้าเราสามารถใช้วิธีการเช่นนี้ได้โดยไม่ต้องไป ดูระเบียบใด ๆ เลยก็ตาม ใครก็ตามที่มีคดีอยู่ในศาลแล้ววันหนึ่งรู้ว่าศาลกําลังจะตัดสินคดี ก็ไปขออนุญาตต่อศาลบอกว่าขอเดินทางออกไปนอกประเทศ ศาลท่านอาจจะเห็นว่า บุคคลคนนั้นไม่น่าที่จะหลบหนีคําตัดสินแล้วก็เดินทางออกไปนอกประเทศ ท่านอนุญาตให้ไป ท่านหวังว่าวันหนึ่งจะกลับมาแล้วบุคคลคนนั้นไม่กลับมา แน่นอนที่สุดครับหนังสือเดินทาง ที่เขามีอยู่นั้นเขาก็ใช้อยู่ในต่างประเทศจนกระทั่งหมดอายุหนังสือเดินทางในประเทศที่เขา หลบหนีไปอยู่ แต่วันหนึ่งเมื่อหนังสือเดินทางนั้นหมดอายุลงไม่สามารถใช้ต่อไปได้ ถ้าเขายัง อยู่ในประเทศนั้นอยู่เขาก็จะอยู่ในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมืองเพราะไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง ที่จะแสดงว่าเขาสามารถอยู่ในประเทศนั้นได้ แล้วถ้านักโทษในลักษณะนี้สามารถทํา เหมือนอย่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทําได้ นักโทษในลักษณะนี้ก็ไปขอหนังสือเดินทาง จากสถานทูตไปประเทศต่าง ๆ หรือประเทศที่เขาไปพํานักอยู่ในขณะนั้นได้เขาก็จะสามารถ ไม่ใช่เฉพาะอยู่ในประเทศนั้นเท่านั้น เขาก็สามารถเดินทางไปประเทศอื่น ๆ ได้ตามปกติ แล้วก็อาจจะอยู่ไปจนกระทั่งหมดอายุความแล้วก็ค่อยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ผมว่าถ้าสามารถทําเช่นนี้ได้มันถูกต้องตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมหรือไม่ ผมคิดว่าแค่เฉพาะ สามัญสํานึกตรงนี้ก็มองเห็นอยู่แล้วว่าไม่น่าจะถูกต้องเหมาะสม แต่ปรากฏว่าสิ่งเหล่านี้ ก็เกิดขึ้นในกระทรวงการต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา ผมจึงอยากเรียนถามท่านกรรมาธิการว่า ท่านได้สอบถามเรื่องนี้หรือไม่ในช่วงของการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้

ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน มีความข้องใจสงสัยกัน พอสมควรในเรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะเกือบทุกครั้งก่อนหน้าที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปในหลาย ๆ ประเทศในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางไปในประเทศเหล่านั้นเกือบทุกประเทศ แน่นอนครับมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ท่านทําไมต้องเดินทางไปก่อนหน้าที่นายกรัฐมนตรีจะไป บางครั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไปพบปะกันหรือเปล่าระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน แต่ผู้คนก็ไม่ได้ไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากไปกว่านั้น จนกระทั่งการเดินทางล่าสุด ของท่านนายกรัฐมนตรีในการเดินทางไปประเทศพม่า ปรากฏว่าอดีตนายกรัฐมนตรีออกมา ให้สัมภาษณ์ชัดเจนครับว่าได้ไปดําเนินการจัดการให้ได้มีการพบปะกับผู้นําระดับสูง ของประเทศพม่า มีโอกาสพบปะกับผู้นําฝ่ายค้านของประเทศพม่า ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นผมอยากจะกราบเรียนว่าทําให้ผู้คนมีความสงสัยว่า เริ่มที่จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นมาในประเทศนี้และอีกหลาย ๆ ประเทศก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะในประเทศพม่าเอง ท่านประธานคงทราบดีว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งมีความสัมพันธ์ ฉันท์พี่น้องกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนั้นมีคดีค้างอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในขณะนี้ก็คือเรื่องการอนุมัติเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย หรือเรียกว่า เอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลพม่าเพื่อนําไปซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมจากบริษัทในเครือ ของตนเอง แล้วก็ทําให้มีปัญหาทั้งในประเทศพม่าและในประเทศไทยก็คือท่านถูกคดีความ อย่างที่ผมกําลังบอก ผมถามว่าท่านกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้หรือไม่ จึงไม่แปลกใจครับ ว่าผู้คนอาจจะมีความสงสัยในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนที่กําลังจะเกิดขึ้นที่ประเทศ เพื่อนบ้านของเราและอีกหลาย ๆ ประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไป นี่คือสิ่งที่เป็น ประการที่ ๒ เท่าที่ผมอยากจะสอบถามว่ากรรมาธิการดําเนินการอย่างไรบ้างในเรื่องเหล่านี้

ประการที่ ๓ เรื่องการปกป้องรักษาอธิปไตยเหนือดินแดนของไทย คือเรื่องสุดท้ายที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติในวันนี้ ก็คือกรณีทหารกัมพูชายิงเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ ๒๑๒ ของกองกําลังจันทบุรี-ตราด กองทัพเรือบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจันทบุรี-ตราด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการปกป้องรักษาอธิปไตยเหนือดินแดนของไทย อย่างไร หลังจากเกิดเหตุกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมสรุปสั้น ๆ หลังจากนั้นทหารของทั้ง ๒ ประเทศที่อยู่แนวชายแดนได้มีการประชุมกัน ผมมีชื่อว่า ใครประชุมกับใคร อย่างไร รายละเอียดมีพอสมควร ผู้เข้าร่วมประชุมมีใครบ้าง อย่างไร แต่ผมคงไม่ต้องบอก ณ ที่นี้ แต่ผลการประชุมออกมาไม่มีอะไรชัดเจน แต่ฝ่ายไทยได้ออกมา ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยทั่วไปว่าฝ่ายกัมพูชาได้ยอมรับและขอโทษที่กองกําลังทหาร ของฝ่ายกัมพูชาประมาทจนทําให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ขอโทษที่ทําเกินกว่าเหตุ นี่คือคํากล่าวอ้างของทางฝ่ายไทยที่ไปเข้าร่วมประชุมว่าฝ่ายกัมพูชายอมรับและขอโทษ ที่กองกําลังทหารฝ่ายกัมพูชาประมาทจนทําให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวและขอโทษ ที่ทําเกินกว่าเหตุ ผ่านการประชุมมาเพียงไม่กี่วันครับ ตอนออกมาบอกนั้นประชาชนคนไทย ก็รับฟังแล้วก็คิดว่านั่นคือการยอมรับของทางฝ่ายกัมพูชา ท่านประธานครับ ผ่านมาไม่กี่วัน อะไรเกิดขึ้นครับ นายฮอ นําฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนเป็นลักษณะการแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการท่านนี้บอกว่า ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ ๒๑๒ ของกองทัพเรือไทย บริเวณกองกําลังจันทบุรี-ตราด ที่ผ่านมาว่าเป็นเพราะเฮลิคอปเตอร์ของ กองทัพเรือไทยบินรุกล้ําดินแดนกัมพูชาจึงจําเป็นต้องยิงเพื่อเตือน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากกราบเรียนว่าที่ผ่านมาเราก็เฝ้าติดตามดูว่ากระทรวงการต่างประเทศ นอกเหนือจาก จะออกมาบอกว่าเป็นเรื่องของการเข้าใจผิดแล้วได้มีการดําเนินการอย่างไรหรือไม่ ปรากฏว่าไม่ได้มีการดําเนินการอะไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนสอบถามก็คือว่า ทางกรรมาธิการได้มีการสอบถามกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ว่าได้มีการ ดําเนินการอะไร เพราะเราจะเห็นชัดเจนว่า ๓ ประการที่ผมบอกเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณควรจะได้มีการดําเนินการสอบถามเพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติให้ เป็นไปตามวิสัยทัศน์พันธกิจและปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลจึงเขียนไว้ ชัดเจนในเรื่องของการปฏิบัติให้เป็นไปตามภารกิจและนโยบายสําคัญดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ในกรอบทวิภาคี ความร่วมมือ ระหว่างประเทศไทยในกรอบพหุภาคี การบริการด้านการต่างประเทศ รวมถึงการบริการ ด้านการกงสุลและการสร้างความสัมพันธ์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าการดําเนินการต่าง ๆ อย่างที่ผม ได้หยิบยกมานี้ ผมคิดว่าทางกรรมาธิการพิจารณางบประมาณควรจะได้มีการดําเนินการ และผมเชื่อมั่นว่าหลังจากการดําเนินการพิจารณางบประมาณนี้ผ่านไปแล้ว พฤติกรรม หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เข้าข่ายลักษณะ ๓ ประการที่ผมได้บอกไปแล้ว ก็คือ ๑. การทํา เพื่อคนคนเดียว ๒. เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และ ๓. เรื่องของการปกป้องรักษา อธิปไตยเหนือดินแดนของไทยนั้นน่าจะสามารถปฏิบัติได้ดีกว่าเดิม ก็ฝากท่านประธานไว้ ในครั้งนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเทพไท แล้วก็ท่านกษิต แล้วก็ท่านรัฐมนตรีขอตอบ ผมจะให้กรรมาธิการชี้แจงต่อไป เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายปรับลดงบประมาณ มาตรา ๘ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ผมได้เสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงการต่างประเทศได้ตั้งงบไว้ ๗,๗๓๓ ล้านบาทเศษ เมื่อปรับลดจากกรรมาธิการแล้ว แล้วก็เทียบกับปี ๒๕๕๔ ก็ยังได้รับเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับกระทรวงการต่างประเทศมากกว่าในครั้งที่แล้ว การจัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศได้มีอยู่ ๒ ภารกิจ นั่นก็คือจัดสรรเพื่อไว้ใช้จ่ายสําหรับงบประจํา กับส่วนที่ ๒ ก็คือจัดตามภารกิจและนโยบายสําคัญของรัฐบาล ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในหลายข้อ แต่ที่ผมอยากขออภิปรายตัดลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีประเด็นอยู่ ๔ ประเด็นที่เห็นว่าไม่ควรที่จะให้งบประมาณไปตามที่คณะกรรมาธิการ และรัฐบาลได้จัดสรรไว้

ประเด็นแรกที่ควรจะตัดลดก็คือเรื่องของกรมการกงสุล ผมอยากจะเรียนว่า กรมการกงสุลไม่ควรที่จะได้งบประมาณตามที่คณะกรรมาธิการได้จัดสรรให้ ที่ขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เพราะกรมการกงสุลไม่พูดความจริงกับประชาชน ทั้ง ๆ ที่เป็นหน่วยงานราชการ เป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ กรณีไหนครับท่านประธานครับ กรณีการออกพาสปอร์ตให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมอยากจะเรียนว่าการออกพาสปอร์ตให้กับพันตํารวจโท ทักษิณ เป็นเรื่องของผู้ร้ายปากแข็ง เป็นการจับโจรได้คาหนังคาเขา จึงออกมายอมรับ ผมอยากจะ ทบทวนกับท่านประธานก็คือเรื่องนี้มีการพูดถึงการคืนพาสปอร์ตให้กับพันตํารวจโท ทักษิณ เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าจะมอบให้เป็น ของขวัญคริสต์มาสบ้าง จะมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่บ้าง แต่ความมาแตกก็ตอนที่มีผู้หวังดี ในกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการกงสุลก็ออกมาให้ความจริงว่า ได้ออกพาสปอร์ตให้กับพันตํารวจโท ทักษิณ ไปแล้ว เมื่อจับได้คาหนังคาเขา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็ออกมายอมรับว่าได้ออกให้เมื่อวันที่ ๒๖ และพันตํารวจโท ทักษิณ ได้ขอเมื่อวันที่ ๒๕ ซึ่งรวดเร็วเป็นพิเศษ ระยะทางจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ไปถึงประเทศดูไบ ผมอยากจะเรียนนะครับว่าเรื่องนี้กรมการกงสุลมีความผิดอยู่ ๒ ข้อที่ผมไม่สามารถที่จะให้งบประมาณตามที่ขอได้

เรื่องแรกก็คือเรื่องการโกหกหลอกลวงประชาชน ก็อยากถามกรรมาธิการว่า ไม่ได้ถามกรมการกงสุลว่าทําไมไม่พูดความจริงกับประชาชน เพราะคําพระบอกว่าคนโกหก ไม่ทําชั่วไม่มี เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือของข้าราชการประจําที่ทํานอกสั่งหรืออย่างไร

ส่วนที่ ๒ เป็นการออกระเบียบ ออกพาสปอร์ตให้กับพันตํารวจโท ทักษิณ ผิดระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอ้างว่า เมื่อรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยกเลิกตามระเบียบ ข้อ ๒๓ (๗) ว่าเป็นคนอันตราย ตัวเองคิดว่าไม่อันตรายก็ออกให้ ซึ่งต้องไปดูข้อบังคับหรือข้อระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ข้อ ๒๑ (๒) (๓) (๔) ด้วย นั่นก็คือว่าการจะออกให้คนที่มีหมายจับต้องโทษคดีอาญา หนีคดี นี่เขาห้าม แต่ว่าข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศอาจจะเก่งภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศโดยไม่เก่งภาษาไทยเลย อ่านข้อบังคับไม่ครบถ้วน เลยออกพาสปอร์ตให้กับพันตํารวจโท ทักษิณ ก็อยากจะถาม ท่านประธานนะครับว่าในกรณีเช่นนี้ถ้าหากว่ากรมการกงสุลดําเนินการเช่นนี้ผมยังทราบว่า มีนักโทษหนีคดีอยู่อีกหลายท่านนะครับ แล้วก็เป็นบุคคลสําคัญของประเทศไทยด้วยซ้ําไป เพียงแต่ว่าไม่สําคัญเท่ากับพันตํารวจโท ทักษิณ ถ้าคนเหล่านี้จะออกมาขอ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงทั้งท่านประธานและท่านผู้อภิปราย ถ้าจะอภิปรายอย่างนี้มันเสมือนหนึ่ง เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้ถามเลยว่าตกลง จะตัดเพราะอะไร คุณองอาจยังจับประเด็นอยู่ครับว่ากรรมาธิการถามหรือเปล่า คุณน้องเทพไท นี่ไม่อิงเลยครับ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็จะขออภิปรายด้วยครับถ้าอย่างนั้น ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอวินิจฉัยนะครับ ประเด็นที่ท่านเทพไทขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านอธิบายเหตุผลข้อแรกว่า ท่านบอกว่าเมื่อใช้จ่ายเงินไปแล้วนะครับ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกรมการกงสุล ท่านบอกว่าเวลาปฏิบัติหน้าที่จะต้องพูดในข้อเท็จจริง แต่ผมฟังอันนั้นเป็นเรื่องข้อเท็จจริง แต่ความจริงจะเป็นอย่างที่ท่านพูดหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวกรรมาธิการท่านจะตอบ อันนี้หมายถึงว่าท่านกําลังอภิปรายถึงประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของราชการท่านจึงไม่อยาก ให้ใช้จ่ายเงิน

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านกําลังอธิบายเหตุผลในการตัดก็คือว่าข้าราชการ ของกรมการกงสุลบอกว่าทําผิดระเบียบ ทีนี้ทางฝ่ายกรรมาธิการท่านก็ต้องมีหน้าที่ชี้แจงต่อไป แต่ขอเตือนท่านเทพไทนิดหนึ่ง ถ้าเป็นบุคคลภายนอก ถึงแม้บุคคลภายนอกจะเป็นเหตุผล ประกอบในการอธิบายในการตัดของท่าน ท่านพยายามอย่าไปกล่าวถึงบุคคลภายนอก ไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะข้อบังคับเขียนไว้เท่าที่จําเป็น ฉะนั้นผมขอเตือนท่านครั้งแรกนะครับ เชิญท่านอภิปรายต่อครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมจะปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของท่านประธาน โดยจะไม่อ้างถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จําเป็น และจะกล่าวอ้างถึงชื่อแค่นักโทษชาย ผมจะไม่เอ่ยชื่อนะครับ แค่นั้นพอ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องกระทรวงการต่างประเทศไม่รักษาอธิปไตยของชาติ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ที่เหนือ .๓๒๙ ของเกาะกง มีการยิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ ยิงวันที่ ๑๕ วันที่ ๑๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ผมไม่ทราบว่าเป็นข้าราชการชงข้อมูลให้หรือว่าโดยจิตสํานึกของท่านเอง ถ้าข้าราชการชงข้อมูลให้ผมจะต้องตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ก็บอกว่าเป็น การเข้าใจผิด แต่พอวันที่ ๑๗ เว็บไซต์ของกัมพูชาลงคําสัมภาษณ์ของนายเตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาบอกว่าไทยละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเทพไทครับ ขออนุญาตขัดจังหวะนิดหนึ่ง เมื่อกี้ท่านองอาจพูดไปแล้ว แล้วก็ตอบไปแล้ว เอาประเด็นอื่นได้ไหมครับ เราจะประหยัดเวลาไว้นะครับ ท่านองอาจถามไปแล้วประเด็นนี้ เดี๋ยวรอตอบทีเดียวนะครับ เดี๋ยวมันจะซ้ํากัน เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

เรื่องเดียวกันนะครับท่าน แต่ว่า มันคนละประเด็น คนละมุมนะครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการที่เตีย บันห์ ออกมาพูดแล้วก็ ฮอ นําฮง ออกมาพูด แต่ว่าของไทยไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ ผมอยากจะเรียนว่าการดําเนินการการทูตแบบนี้ เขาเรียกว่าการดําเนินการทูตแบบเกรงใจ แบบลูกไล่ประเทศเพื่อนบ้าน ผมให้งบประมาณไปไม่ได้ครับ ผมจําเป็นต้องตัดครับ เพราะฉะนั้นการรักษาอธิปไตยของแผ่นดินไทยเป็นเรื่องสําคัญ ถ้าหากว่ารัฐบาลไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคิดที่จะเออออห่อหมก หรือเกรงใจประเทศเพื่อนบ้าน ผมคิดว่าต้องกลับไปเป็นรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องนี้ผมจําเป็นต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ครับ

ประเด็นที่ ๓ กระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีบทบาท ในต่างประเทศทั้งการทูตทั้งหมด ผมอยากจะถามว่ากรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องแผนงาน ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีขบวนการล้มเจ้าในต่างประเทศหรือไม่ อันนี้เป็น เรื่องสําคัญครับท่านประธาน เพราะอะไร เพราะกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่สามารถที่จะเอาผิดคนที่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ในต่างประเทศได้ มีขบวนการล้มเจ้าทั้งชาวต่างประเทศและชาวไทยในต่างประเทศจํานวนมาก ผมไม่อยากจะ ยกตัวอย่างนะครับ เพราะท่านประธานบอกว่าไม่ควรจะเอ่ยชื่อ แต่ว่าเขาเป็นนักโทษอยู่ อย่างน้อยเป็นอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑ ท่าน อย่างน้อยเป็นอดีตรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพวกท่าน ๑ ท่าน ยังเคลื่อนไหวอยู่ และยังมี ส.ส. ของพรรคท่านไปเคลื่อนไหว ในต่างประเทศจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง กฎหมายทําอะไรไม่ได้ เอาผิดไม่ได้ อาศัยช่องว่าง ของกฎหมาย ผมถามว่ากระทรวงการต่างประเทศได้มีมาตรการอะไรกับขบวนการล้มเจ้า ในต่างประเทศหรือไม่ กรรมาธิการได้ถามบ้างหรือเปล่า ผมจึงจําเป็นจะต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์

ประเด็นที่ ๔ เรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายกําลังผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวให้ร้ายว่า ส.ส. พรรค ของท่านประธาน ท่านประธานเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ตัวผมเอง ก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าวางแผนล้มเจ้า ตรงนี้ผมเสียหาย และผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยหลายท่านก็เสียหาย ให้ท่านประธาน วินิจฉัยของผู้อภิปรายด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงเพราะว่าผู้อภิปรายใส่ความใช่ไหมครับ หรือท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงที่ท่าน ผู้อภิปรายกําลังกล่าวหาสมาชิกของพรรคเพื่อไทยไปดําเนินการต่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะ ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ท่านจะประท้วงหรือขอใช้สิทธิครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมขอใช้สิทธิการประท้วง ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ถ้าท่านขอใช้สิทธิให้ท่านผู้อภิปรายเสร็จก่อนว่าข้อเท็จจริงจะเป็นความจริงหรือไม่ ผมขอเตือน เป็นครั้งที่ ๒ ว่าถ้าบางครั้งเป็นความเห็นของผู้อภิปราย แต่ในความเป็นจริงจะเป็นจริงหรือไม่ ผมไม่อยากให้ท่านพูด เพราะว่าเวลากระทบกันมาเดี๋ยวพรรคเพื่อไทยทั้งหมดก็จะลุกขึ้น ฉะนั้นถ้าไม่จําเป็นอย่ากระทบ เหมือนกับผมเตือนท่านกรรมาธิการเมื่อวานนี้ในเรื่องที่ท่าน ตอบเสร็จ ท่านก็อ้างถึงพรรคประชาธิปัตย์ส่งคนซึ่งมีคุณสมบัติ ซึ่งท่านได้อภิปรายไป ผมว่า อันนั้นเป็นเรื่องสิทธิของพรรคประชาธิปัตย์ที่เขาจะส่งใครลงสมัครผู้แทนราษฎร แต่ในฐานะ กรรมาธิการก็ตอบเท่าที่กรรมาธิการนะครับ ผมขอเตือนท่านไว้นะครับ เพราะไม่อยาก บรรยากาศดีอยู่แล้วเช้านี้ เดี๋ยวท่านพาดพิงไป เดี๋ยวท่านสมาชิกก็ขอใช้สิทธิ เดี๋ยวท่านค่อย ขอใช้สิทธิหลังจากผู้อภิปรายเสร็จก่อนนะครับ เชิญนั่งลงครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอสุกิจมีอะไรครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธานเมื่อสักครู่เขาบอกว่าเขา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เอาที่มันเข้าข้อบังคับหน่อยครับ ถ้าท่านประท้วงข้อวินิจฉัยของผมมันไม่เข้า ข้อบังคับ นั่งลงครับ คือเมื่อวานนี้ก็เหมือนกันผมก็ให้ท่านเทพไทเป็นผู้ชี้แจงเหมือนกับ กรรมาธิการพูดนะครับ ผมจึงไม่อยากให้บรรยากาศนี้ต่อล้อต่อเถียงกัน ท่านลําดับเหตุผล ผมฟังอยู่ ถ้าท่านบอกว่าอย่างที่พูดเมื่อกี้ผมไม่ให้นะครับ ท่านนั่งลง แล้วเดี๋ยวท่านเทพไทต่อ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

ท่านผิดข้อ ๘ ครับ เรื่องของการ รักษาความเรียบร้อยในการประชุม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เขาเรียบร้อยอยู่แล้วครับ ไม่มีอะไรไม่เรียบร้อย เขาก็ทักท้วงตามสิทธิอยู่แล้วครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เรียบร้อยได้ อย่างไร ถ้าท่านวินิจฉัยผิด เพราะเขาบอกว่าเขาประท้วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ผมถามเขาบอกว่าเขาประท้วงแล้วก็ขอใช้สิทธิพาดพิงด้วย ผมก็วินิจฉัย ข้อประท้วงเสร็จนะครับ ส่วนพาดพิงผมก็บอกว่าให้ผู้อภิปรายเสร็จก่อน นั่งลงครับ ผมวินิจฉัยยุติแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ จะได้อภิปรายต่อ วินิจฉัยเสร็จแล้วครับ นั่งลงครับ เชิญท่านเทพไท

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนว่าผมก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงเมื่อท่านประธานบอกว่าไม่เอ่ยชื่อ ผมก็ไม่เอ่ยชื่อ แล้วก็ไม่เอ่ยพรรคด้วยครับ แต่เมื่อท่านประธานบอกอย่างนั้นผมก็ไม่เป็นอะไร ผมก็เลี่ยงว่า เป็นสมาชิกคนหนึ่งก็แล้วกันเป็นที่ทราบ แต่ว่าท่านประธานก็พยายามที่จะชี้นําให้เขาใช้สิทธิ พาดพิง ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานว่าผมพูดพยายามเลี่ยงตามท่านประธานแนะนํา ทุกอย่างนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นที่ทราบว่าเป็นใคร กรรมาธิการได้สอบถามกระทรวง การต่างประเทศหรือไม่ ด้วยเวลาที่จํากัดครับท่านประธาน

ประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็นที่ ๔ เรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมคิดว่ารัฐบาลคุยโม้โอ้อวดอยู่ตลอดเวลาว่าประสบความสําเร็จในการสร้างความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านโดยมีตัวช่วยจํานวนมาก ผมยกเรื่องเดียวเรื่องกรณีที่ผู้นําประเทศไทย ไปเยือนประเทศพม่า มีนักโทษชายคนหนึ่งบอกว่าเป็นฝีมือของตัวเองสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ นักข่าวถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีบอกว่าไปเองไม่มีใครมาช่วยเหลือประสานงาน ขาดอีกไม่กี่ชั่วโมงโฆษกรัฐบาลบอกว่าเป็นธรรมดาของพี่น้องที่ห่วงใยกัน ข้อเท็จจริง มันคืออะไรครับ เราจะตั้งทูตพิเศษโดยนักโทษชายที่หนีคดีเป็นทูตพิเศษตัวแทนของประเทศไทย อย่างนั้นหรือท่านประธาน ผมคิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์อันดับต้น ๆ ของโลกถ้าเป็นอย่างนี้ จริง ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าถ้ารัฐบาลต้องการที่จะสร้างความสัมพันธไมตรีกับ เพื่อนบ้านในต่างประเทศโดยให้นักโทษชายคนหนึ่ง ผมจะเชิญกินเนสบุ๊ก (Guinness Book) มาจดสถิติเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็คือว่ารัฐบาลไทยสิ้นคนดีในกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งไม่ควรที่จะให้งบประมาณไปด้วยซ้ําไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๗๗๓ ล้านบาท ผมคิดว่าไม่กระทบ ต่อการทํางานของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะวันนี้กระทรวงการต่างประเทศมีตัวช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นแค่ผู้ช่วย ถ้าหากว่างบไม่พอที่จะดําเนิน นโยบายในการต่างประเทศ ผมคิดว่างบที่ผมปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๗๓ ล้านบาท ก็ต้องไปเบิกกับทูตพิเศษที่กําลังทําการทูตอยู่ในประเทศดูไบ เพราะภารกิจของกระทรวง การต่างประเทศทําเพื่อนักโทษชายคนเดียวจริง ๆ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านเทพไทครับ ท่านพยายามอย่าเสียดสีคนอื่นเขานะครับ เอาเฉพาะเนื้อหา สาระนะครับ จบแล้วนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

เนื้อหาหรือครับ นี่เนื้อหาทั้งนั้น แล้วผมก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดชื่อ แล้วผมจะไปสมมุติชื่อนายอะไรถ้าไม่ใช่นักโทษชาย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าด้วยเหตุผลทั้งหมดผมก็ขอเสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงการต่างประเทศครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญพาดพิง เดี๋ยวเอาผู้ขอใช้สิทธิพาดพิงก่อน ท่านประท้วงเดี๋ยว เชิญจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ เอาเฉพาะประเด็นที่เขาพาดพิงท่าน ไม่เอาประเด็นอื่น ถ้าประเด็นอื่นผมจะไม่ให้พูด

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมย้ําชัดว่าผมอยู่พรรคเพื่อไทย ผู้อภิปรายที่ได้อภิปรายในสภาไปเมื่อกี้นี้ กล่าวให้ร้ายว่ามีสมาชิก ส.ส. ในพรรคเพื่อไทย คือคําว่า พรรคของท่าน ท่านประธานก็คือ สมาชิกพรรคเพื่อไทย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ผมให้สิทธิท่านแล้ว ท่านบอกว่าพาดพิง ท่านเสียหายอย่างไร ท่านอธิบายว่า ท่านไม่ได้ปฏิบัติ ท่านไม่ได้ทํา ท่านก็พูดไปนะครับ ข้อเท็จจริงมันจะได้ยุติกันแล้วก็จะได้จบ แล้วก็อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะได้อภิปรายต่อ เชิญครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานผมกําลังจะชี้แจง ให้ท่าน ท่านลําดับเหตุการณ์อยู่นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้าลําดับเหตุการณ์ ผมจะไม่ให้ลําดับนะครับ ท่านต้องชี้แจงว่าที่ท่านขอใช้สิทธิ ตามข้อบังคับท่านเสียหายอย่างไร ท่านอธิบายว่าข้อเท็จจริงมันไม่เป็นอย่างที่เขากล่าวหา หรืออย่างไรท่านก็ว่ากันไป เชิญ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมเสียหาย เนื่องจากผมเอง ก็เป็นสมาชิก ส.ส. พรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง แล้วมากล่าวหาว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปวางแผน ล้มเจ้าในต่างประเทศ ตรงนี้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และผมเชื่อว่าสมาชิก พรรคเพื่อไทยอีกหลายท่านก็เสียหายเหมือนกัน ตรงนี้ท่านประธานต้องให้ผู้อภิปราย ถอนคําพูดตรงนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อกี้ ท่านได้ประท้วง ผมก็ได้ตักเตือนผู้อภิปรายแล้ว ท่านก็ได้ปฏิบัติตามที่ผมพูด แล้วก็ผมถึง ถามท่านต่อว่าท่านขอใช้สิทธิด้วยใช่ไหม ท่านบอกขอใช้สิทธิ ถ้าท่านขอใช้สิทธิ ที่ท่านเทพไท อภิปรายไปเกี่ยวข้องกับเรื่องสมาชิกของพรรคที่มีการไปเคลื่อนไหวแล้วก็มีพฤติกรรม เหมือนกับกระทําความผิดกฎหมายต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ท่านในฐานะ เป็นสมาชิกพรรค ถ้าท่านบอกว่าผมไม่มีการเคลื่อนไหวหรืออะไร หรือว่าไม่ได้ทํา ท่านก็ชี้แจงไป ประชาชนขณะนี้ท่านฟังอยู่นะครับ ถ้าท่านไม่ได้เคลื่อนไหวก็แสดงว่าคนพูด พูดไม่เป็นความจริง เดี๋ยวประชาชนท่านพิจารณาเอง ฉะนั้นประเด็นของท่าน ท่านจะเอา อย่างไร ถ้าท่านไม่ขอใช้สิทธิ ผมจะไม่ให้พูดนะครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

โอเคครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ตัวผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ไป กระทําอย่างที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายกล่าวให้ร้ายนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เท่านั้นเองนะครับ เชิญนั่งลงได้ครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน กษิต ภิรมย์ ครับ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อครับ ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ครับ ผมเองขอให้ท่านประธานนั้นได้ควบคุมการอภิปรายให้อยู่ในประเด็นนะครับ อย่าให้มีการใส่ร้ายป้ายสีที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เมื่อกี้ท่านผู้อภิปราย ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่ว่าท่านองอาจหรือคุณเทพไทนะครับ ผมเองก็ไม่อยากประท้วงขัดจังหวะการอภิปรายของ ทั้ง ๒ ท่าน แต่ฟังเนื้อหาที่ทั้ง ๒ ท่านได้อภิปรายนั้น ไม่ว่าในการพูดจาบอกว่านักโทษชาย การทําเพื่อคนคนเดียว การช่วยเหลือคุณทักษิณนั้นขัดหลักนิติธรรม นิติรัฐ ท่านประธานครับ เรื่องนี้สังคมไทยก็รู้ดีนะครับว่าการจัดการกับคุณทักษิณ ชินวัตร นั้นเป็นการจัดการ ด้วยขบวนการเผด็จการเพื่อทําลายคนคนเดียวและเพื่อพรรคการเมืองพรรคเดียว นั่นคือ เพื่อพรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงผม ข้อ ๘ นะครับ ผมก็ได้ควบคุมแล้ว ผมก็ทักท้วงท่าน ท่านก็ได้ปฏิบัติแล้วนะครับ ทุกอย่างก็อยู่ในความเรียบร้อยนะครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ผมเพียงอยากจะเรียนให้ท่านประธาน ได้ทราบเหตุผลว่าผมประท้วงท่านด้วยเหตุผลอะไร ด้วยเนื้อหาอย่างไรเท่านั้นเองครับ ผมอยากให้ท่านควบคุมการอภิปรายให้ผู้อภิปรายนั้นได้พูดจาอยู่ในประเด็นเรื่องงบประมาณ เป็นหลักครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเค ได้ครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอกล่าวผ่านท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการ งบประมาณนะครับ ข้อสังเกตบางประการเพื่อจะนําไปสู่ข้อเสนอของผมที่อยากจะให้ ตัดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ ดูจากงบประมาณโดยองค์รวม ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นก็ไม่ได้ผิดไปจากงบประมาณของปีที่แล้ว ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มีเพิ่มนิดหน่อย ดังที่เพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. เทพไท ได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ ซึ่งสะท้อนว่าจะมีการดําเนินการที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วมาสู่ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มีการต่อเนื่องของการดําเนินการเมื่อปีที่แล้ว ไปสู่ในปีนี้ ๒๕๕๕ ก็เป็นความต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล ในอดีตมีประเด็นปัญหาต่าง ๆ ก็ดูจะเป็นการพูดที่ไม่ค่อยจะเป็นความจริงนัก อันนี้ก็อยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการว่าเป็นเรื่องของการต่อเนื่องที่สําคัญ แล้วก็เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย แล้วก็การดําเนินการในการต่างประเทศของเรานั้น ก็ทําทั้งในเรื่องของทวิภาคี เรื่องของภูมิภาค แล้วก็เรื่องของพหุภาคีในกรอบของสหประชาชาติ แล้วก็ด้วยประเด็นนี้ผมก็อยากจะขอย้ําผ่านท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการนะครับว่า บทบาทภาระหน้าที่อันสําคัญยิ่งของกระทรวงการต่างประเทศ ก็คือการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ของต่างประเทศต่อประเทศไทย แล้วก็ในแง่กลับ กระทรวงการต่างประเทศก็มีหน้าที่ในการ ที่จะสะท้อนความเป็นไปภายในประเทศไทยไปสู่ชาวโลกให้เขาได้รับทราบ แต่ว่าประเด็น ปัญหาที่ผมอยากจะขอให้ทางกรรมาธิการได้สอบถามกระทรวงการต่างประเทศในการ ใช้งบประมาณกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาทให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่นั้น ก็คือว่าต่างประเทศ เขาว่าอย่างไร เท่าที่ผมทราบนั้นต่างประเทศโดยเฉพาะคณะทูตที่นี่ องค์การสหประชาชาติ วงการธุรกิจต่างประเทศที่นี่เขามีความอึดอัดใจเกี่ยวกับความเป็นไปในการดําเนินนโยบาย และมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย เขามีความสับสนเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นกระทรวง การต่างประเทศจะต้องทําหน้าที่ในการที่จะสะท้อนความรู้สึกของต่างประเทศมาสู่รัฐบาล เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้อง แล้วมีการใช้งบประมาณโดยองค์รวม ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น อย่างเต็มที่ รวมทั้งการใช้งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มที่ด้วยประสิทธิภาพ แล้วก็สะท้อนกับความจริงแล้วก็ภาระหน้าที่อันสําคัญต่อประเทศชาติ ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ต่างชาติยังกังวลอยู่ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันก็ดี เรื่องของกฎหมายหมิ่นก็ดี ต่าง ๆ เหล่านี้ เกี่ยวกับบทบาทของอดีตนายกรัฐมนตรีก็ดี มันมีความสับสนเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลนี้จะเอาอย่างไรแน่ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความโปร่งใส ก็อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการให้เน้นกับกระทรวงการต่างประเทศ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเป็นกระจกสะท้อนความเป็นไปของไทยสู่โลกและจากโลก สู่ประเทศ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะขอกล่าวเป็นเชิงแนะต่อคณะกรรมาธิการ ก็คือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทยจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี จะเป็น กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสํานักงานส่งเสริมการลงทุนก็ดี กระทรวงพาณิชย์ผ่านทาง กรมส่งเสริมการค้าก็ดี โดยองค์รวมทั้งหมดนี้มีหน้าที่ในการที่จะต้องส่งเสริมภาพลักษณ์ แล้วก็ภาพพจน์ของประเทศไทย ขอใช้คําภาษาอังกฤษ เขาใช้คําว่า โปรโมชั่น ออฟ ไทยแลนด์ (Promotion of Thailand) เพราะฉะนั้นการประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศในการชี้แจงในการส่งเสริมประเทศไทยนั้นมีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่ง และถ้าเผื่อมีการประสานงานที่ดีนะครับ ท่านประธานครับ ขอย้ําไปที่คณะกรรมาธิการก็จะ มีการลดค่าใช้จ่ายถ้าเกิดมีการประสานงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา แล้วก็ไปใช้งบประมาณกัน อย่างฟุ่มเฟือยหรือโดยที่ซ้ําซ้อน ไม่จําเป็น ก็ขอเน้นประเด็นนี้ครับ ถ้าเผื่อมีการประสานงาน การส่งเสริมประเทศไทยในต่างประเทศกันอย่างจริงจัง เราจะตัดทอนงบประมาณแล้วก็ นํางบประมาณที่เหลือนั้นไปพัฒนาประเด็นปัญหาทางด้านสังคมของประเทศไทยได้มาก ยิ่งขึ้นด้วย

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่พี่น้องประชาชนชาวไทยในต่างประเทศเขาเรียกร้องมา แล้วกระทรวงการต่างประเทศยังทําไม่เสร็จเสียที ก็คือการที่จะให้เขามีโอกาสในการที่จะทํา บัตรประชาชน แล้วก็ต่อบัตรประชาชน เหมือนกับที่เขาสามารถที่จะต่อหนังสือเดินทางได้ ในต่างประเทศ เรื่องนี้ก็คั่งค้างมา ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ประชาชนชาวไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ก็ขอเร่งรัดมา คิดว่างบประมาณที่มีอยู่ของกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะที่กรมการกงสุลนั้น สามารถที่จะอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวไทยในต่างประเทศได้

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าการส่งเสริมประเทศไทยนั้น แล้วก็การดูแล คนไทยในต่างประเทศ ตอนนี้มีคนไทยไปจาริกแสวงบุญที่ประเทศอินเดียกันอย่างมาก ก็อยากจะให้กระทรวงการต่างประเทศมีการบริหารจัดการดูแลคนไทยให้ดีกว่านี้ ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็กระทรวงวัฒนธรรมเป็นการเฉพาะ อันนี้ก็ไปขอให้เร่ง ให้มีการดําเนินการอย่างจริงจัง เป็นเรื่องที่คั่งค้างมาจากรัฐบาลที่แล้ว

ส่วนประเด็นสุดท้ายก็คือเนื้อเรื่องที่ทําไมผมอยากจะขอเสนอตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ ก็ด้วยเหตุผลอย่างที่เมื่อกี้นี้ ท่านเพื่อน ส.ส. ของผมท่านเทพไทได้กล่าวไว้ อยู่ดี ๆ ก็มีการใช้อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็นายกรัฐมนตรีของเราเพื่อทํางาน ในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน ก็มุ่งในเรื่องของการทํางานหนังสือเดินทาง เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไปตัดการเดินทางใด ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะไม่มีความจําเป็นเขาอยากจะทํางานอยู่ ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะที่กรมการกงสุลแล้วก็ออกหนังสือเดินทางให้กับนักโทษมากกว่า ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับท่านครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมคงจะขอ ใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงโดยผู้อภิปราย ทั้งท่านองอาจ ท่านเทพไทที่ทําให้เกิดความเสียหาย เพราะว่าท่านได้พาดพิงผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จนทําให้ ประชาชนอาจจะเข้าใจผิดว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตัวกระผมและท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มีความบกพร่อง ผมคงจะไม่ไปแตะเรื่องงบประมาณซึ่งเป็นหน้าที่ของทาง กรรมาธิการงบประมาณคงจะชี้แจงที่ท่านขอตัดในส่วนนั้น

เรื่องแรก เรื่องที่ผมไม่ค่อยสบายใจคือท่านองอาจมักจะพูดว่ารัฐบาลชุดนี้ หรือผมทําเพื่อคนคนเดียว ผมอยากจะกราบเรียนว่าอย่างน้อยผมก็ทําดีกว่ารัฐบาลที่แล้ว ที่ตามล่าคนคนเดียวจนเกิดความขัดแย้งไปทั่วโลก

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่บอกว่าทุกครั้งที่รัฐบาลเดินทางไปประเทศต่าง ๆ โดยท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือน ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณจะเดินทางไปก่อน ยกตัวอย่าง อย่างประเทศพม่า ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านเดินทางไป ทุกประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว พม่า จีน ทุกประเทศ เพราะว่า ท่านมีเพื่อน ท่านไม่ใช่เป็นคนที่ไร้เพื่อน เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความสัมพันธ์ ของรัฐบาลชุดนี้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะว่ารัฐบาลชุดที่แล้วเวลาไปไหนผมมักจะได้ยิน คํากล่าวจากผู้นําประเทศเขาบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเขากับรัฐบาลชุดที่แล้ว เย็นชาเหมือนน้ําแข็ง ผมไม่อยากได้ยินสิ่งเหล่านี้ครับ แล้วก็ไปชวนเขาทะเลาะไปหมด อย่างนี้ไม่ใช่ครับ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมไปทําหน้าที่ ผมต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ไปพูดเอาเรื่องกับเขาจนเป็นปากเสียงกัน บางเรื่องอดทนได้ จําเป็นต้องอดทนเพื่อประเทศชาติ อย่างวันนี้ท่านประธาน ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ไทย-ลาว ไทย-พม่า ดีมาก การค้าขายระหว่างประเทศตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นมากกว่า สมัยรัฐบาลที่แล้ว พูดภาษาดีแต่เปิดด่านไม่ได้ นายสุรพงษ์พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งแต่เปิดด่านได้ ด่านแม่สอด เรื่องอย่างนี้อยากจะฝากไว้ครับ แล้วเรื่องกรณียิง ฮ. ที่ว่าประเทศกัมพูชายิง ฮ. แล้วผมไม่ทําอะไร ผมบอกว่าเกิดความเข้าใจผิด เรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนมันเป็นเรื่อง ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกัมพูชานั้นดีขึ้น แล้วก็ทุกอย่างได้ดําเนินการตามขั้นตอน ผมเข้าใจครับท่านองอาจเคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านอาจจะเรียนรู้วิธีทํางานของกระทรวงการต่างประเทศสมัยที่ท่านเป็นเลขานุการ มันไม่ได้ แตกต่างจากสมัยนี้หรอกครับ กระทรวงการต่างประเทศเขามีขั้นตอนในการดําเนินงาน ของเขาอย่างมีกฎ มีเกณฑ์ มีระเบียบนะครับ หลังจากที่มีการยิง ฮ. ขึ้นมาก็มีความเข้าใจผิด เกิดขึ้น ทางทหารได้ได้พูดคุยกัน แล้วก็ฝ่ายทางทหารของไทยได้มีหนังสือถึงฝ่ายทหาร ของกัมพูชาขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หนังสือออกไปเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ สําหรับกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เพียงแต่ผมไม่พูดให้มันเป็นข่าว แต่พวกท่านพยายามพูดเพื่อให้เกิดความแตกแยก ให้ไทยกับกัมพูชาต้องรบกันเหมือนสมัยท่าน มันไม่ถูก เพื่อนบ้านกันมันต้องรักกัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เราได้มีหนังสือครับ กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ท่านฟังให้ดีนะครับ ได้มีหนังสือ ถึง สอช. สํานักงานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจําประเทศไทยเพื่อประท้วงเกี่ยวกับ เหตุการณ์ทหารกัมพูชายิงใส่ ฮ. กองทัพเรือไทย หนังสือของ กต. นะครับ ประท้วงฝ่ายกัมพูชา ในระดับรัฐบาลรวมถึงเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และแจ้งให้ฝ่ายไทยทราบในโอกาสแรก โดยได้สั่งการให้ สอช. สํานักงานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ จัดส่งสําเนาดังกล่าวให้กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่ง สอช. ณ กรุงพนมเปญ ได้ดําเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ท่านจะพูดอะไร ท่านศึกษาให้ดีก่อนครับ ท่านบอกว่ามีสายพันธุ์ใหม่อยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่ขอข้อมูลจากคนนั้นล่ะ เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว ปากมีไว้พูดในสิ่งที่ดีครับ ไม่ใช่พูดในสิ่งที่ทําความแตกแยก ท่านประธานครับ มันต้องรู้จักวิธีการพูด ท่านก็เคยเป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านอาจจะอยู่ไม่นานเพราะมีประเด็น เรื่องอื่นที่ท่านต้องลาออก อย่าให้พูดต่อนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องกรณีที่ท่านเทพไทกล่าวหาว่ากระทรวง การต่างประเทศโกหกประชาชนเรื่องพาสพอร์ต ผมอยากจะถามครับว่าสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านพูดถึงเรื่อง พันตํารวจโท ทักษิณ อยู่ในบัญชีดํา บัญชีแดงของตํารวจสากล หรืออินเตอร์ โพลล์ (Interpol) ในที่สุดพอผมมาเป็นรัฐมนตรี ไม่มีครับ แล้วเรื่องโกหกไหม ท่านอาศัยพระ คําพระมาบอกธรรมะ ธรรมโม ท่านระวังเถอะครับกรรมจะตามทัน กรรมสมัยนี้มันติดจรวด ผมยอมรับครับว่าพรรคฝ่ายค้านท่านพูดเก่ง ท่านพูดแบบที่ท่านอภิปรายเป็นการดึงศึกเข้าบ้าน ทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านไปหมด ท่านไม่มีมิตรกับใครเลยครับ ไปไหนก็มีแต่คนตําหนิ รัฐบาลที่แล้ว ผมอยากจะฝากไว้นะครับ

แล้วเรื่องพาสปอร์ต เรื่องการขอพาสปอร์ตของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมยืนยันครับว่าผมได้ยกเลิกคําสั่งของท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามข้อ ๒๓ (๗) ที่รัฐบาลนี้เห็นว่าการเดินทางไปไหนมาไหนของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ในต่างประเทศไม่ได้ทําความเสียหายแก่ประเทศไทย สําหรับขั้นตอนการออกหนังเดินทาง ชนิดธรรมดาเป็นเรื่องของกรมการกงสุลที่จะต้องดําเนินการตามขั้นตอนของราชการต่อไปครับ ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว ไม่อยากให้ท่านหยิบยกเรื่องนี้มาพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องเพื่อจะ พูดในการถ่ายทอดสดไปถึงพี่น้องประชาชน ถ้าท่านอยากจะพูดให้ชัดเจนท่านอภิปราย ไม่ไว้วางใจผมเลย เมื่อไรก็ได้ครับ พร้อมที่จะตอบให้ท่านครับ ด้วยความเคารพนะครับท่าน พร้อมเลยนะครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจผมได้เลย และจะฝากไว้ด้วยตั้งแต่นี้ไปขอให้ท่านระมัดระวังในการพูด ระหว่างประเทศ ท่านพูดถึงประเทศต่าง ๆ มันจะเกิดความแตกแยก วันนี้ประเทศไทยเราดีแล้ว ผมพยายามจะนําพาประเทศไปพร้อม ๆ กับ ๑๐ ประเทศที่เป็นอาเซียนด้วยกัน ก้าวไป พร้อม ๆ กัน เจริญไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต้องการที่จะเป็นผู้นําอาเซียนหรอกครับ ประเทศไทย เรามีดีอะไรสังคมโลกเขารู้ เราทําตัวให้เราดีที่สุด ไม่คุยโอ้อวด ไม่ไปโป้ปดมดเท็จกับเขา มีความจริงใจ พูดจริงกับเขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ คืองบประมาณที่ได้มาจากคณะกรรมาธิการ อาจจะมากกว่ารัฐบาลที่แล้ว แต่เนื่องจากรัฐบาลนี้ต้องการสร้างความสัมพันธ์ เขาเรียกว่า ซอฟท์ ดิโพลเมซี่ (Soft diplomacy) ผมไปเรียนมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศน่ะซอฟท์ ดิโพลเมซี่ ใช้งบประมาณครับ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ไปช่วยเหลือประเทศที่ด้อยกว่าเรา เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยทั้งนั้น ประเทศไทยมีจิตใจ โอบอ้อมอารี คนไทยมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ประชาชนต่างชาติเขาอยากมาเที่ยวเมืองไทย วันนี้เรามัวแต่ทะเลาะกันแล้วประเทศชาติได้อะไร ผมฝากไว้แค่นี้ละครับ เลิกทะเลาะกันเสียที พูดกันที่สร้างสรรค์ครับ ประชาชนฟังการอภิปรายวันนี้เขาจะได้ชื่นใจกับสภาแห่งนี้ที่อนุมัติ งบประมาณเพื่อการพัฒนาบ้านเมืองครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้กรรมาธิการเขาตอบก่อนได้ไหมครับ ให้ตอบแล้วเดี๋ยวท่านค่อยรอบ ๒ ดีกว่า เพราะจะได้จบในประเด็นของแต่ละท่าน ๆ ไป เดี๋ยวนะครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศมีประเด็นอะไรอยู่ครับ เดี๋ยวผมจะได้ถามแต่ละท่านก่อน เพราะว่า ยังมีผู้อภิปรายอีก ๑ ท่าน

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่อภิปรายเรื่องงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศไปก็ด้วยความระมัดระวังแล้วก็ฉันท์มิตรนะครับ คือท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ ขอเอ่ยนามนะครับ อยู่ในตําแหน่งมาก็ ๔-๕ เดือนแล้ว และกระผม ได้พูดในสภาหลายครั้งว่าก่อนที่ผมจะพ้นจากตําแหน่งก็ได้ทําบันทึกถึงปลัดกระทรวง การต่างประเทศเพื่อจะได้นําความกราบเรียนท่านรัฐมนตรีคนใหม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศ ในยุคที่ผมรับตําแหน่งอยู่นั้นได้ทําอะไรบ้าง แล้วเมื่อสักครู่นี้ในการอภิปรายงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ผมก็ได้บอกว่างบประมาณมันมีความใกล้เคียงกัน คือ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพราะฉะนั้นจะต้องมีความต่อเนื่อง แล้วการที่ท่านรัฐมนตรีมาพูด ซ้ํา ๆ ซาก ๆ เหมือนตอนที่ยังเป็นฝ่ายค้านอยู่ อยู่ตรงนี้นะครับว่าเราดําเนินนโยบาย มีประเด็นปัญหาอะไรต่าง ๆ ก็เหมือนกับว่าท่านอยู่มา ๕-๖ เดือน ท่านยังไม่รู้เรื่องว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ทําอะไร คือท่านฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว ภาษาไทยด้วย แล้วท่านคงจะอ่านไม่เข้าใจด้วย แล้วก็เลิกพูดเสียทีเรื่องภาษาอังกฤษหรือว่า ใครจะเกิดที่ไหนมาอย่างไร เพราะว่าท่านจบพีเอชดี (Ph.D.) จากอเมริกา ท่านเขียนธีสิส (Thesis) ของท่านเป็นภาษาไทยหรืออย่างไรครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับดอกเตอร์สุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ขอประทานโทษครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน แต่ว่าท่านประธานหมายถึงว่า โดยตําแหน่งนะครับ ท่านเพิ่งเข้ามา เดี๋ยวท่านจะแปลกใจผมเพิ่งมานั่งแล้วประท้วงอะไรผม ผมประท้วงโดยตําแหน่ง คือผมประท้วงไปว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๘ การควบคุมการประชุมก็ดี วันนี้เราประชุมกันในเรื่องของงบประมาณที่จะต้องพูดกันในประเด็นกับกรรมาธิการ แต่ว่า เริ่มเปิดมาเราก็ปล่อยให้มีการพูดเสมือนหนึ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศกระทบไปถึงอีกบุคคลหนึ่ง ผมก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้แล้วละก็ มันก็จะเกิดเหตุอย่างนี้ละครับ ดังนั้นผลที่อดีตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กําลังพูดนี้เป็นผลแห่งกรรมที่กระทํามาก่อน ผมจึงอยากให้ท่านประธานลองดูเถอะครับ พิจารณาควบคุม เพราะผมก็จะขออภิปรายอยู่เหมือนกันในเรื่องของการแปรญัตติเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านครับ เอาอย่างนี้นะครับ ขอให้ทุกฝ่ายเอาในประเด็น ใครพาดพิงใครก็พยายาม ยังเพิ่งมาตรา ๘ ตั้ง ๓๕ มาตรา ท่านคิดดูก็แล้วกันครับ เรามีเวลาเหลือแค่คืนนี้มันจะไม่ทัน เชิญท่านจุติก่อนนะครับ เอาประเด็นที่ถูกพาดพิงนะครับ ถ้าอย่างไรก็พยายามหน่อยครับ อย่าให้มีการตอบโต้กัน

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมไม่ใช่ พาดพิงครับ ผมอภิปรายเพราะผมสงวนคําแปรญัตติไว้ในฐานะกรรมาธิการครับ ให้ท่านอื่นก่อน ก็ได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิพาดพิงจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยทําให้ผมเสียหาย โดยอ้างบอกว่าที่ผมพูดเป็นเรื่องโกหกและกรรมจะตามทัน ผมอยากจะเรียนนะครับว่า ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทําให้ผมเข้าใจผิดไปหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานะความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาประเด็นที่ท่านเสียหาย ถ้าจะให้ตอบโต้กันก็จะไม่จบหรอกครับ เพื่อให้การประชุมเรา เดินหน้าขอความกรุณาเอาเฉพาะท่านเสียหายพอ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ก็คือว่า ผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง สิ่งที่ท่านบอกว่ากรรมจะตามสนองผม ผมคิดว่า ท่านต้องไปบอกคนอื่น บอกคนที่ท่านรับใช้ เพราะคําพระบอกว่า กัมมุนา วัตตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นที่เข้าใจสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เชิญท่านจตุพร พรหมพันธุ์ เลยครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย ในมาตรา ๘ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการต่างประเทศ โดยผมได้เสนอตัด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนไปยังท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ความจริงแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ความจริงเป็นคนโชคดีมากครับ แค่บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ตรงกันข้ามกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่แล้วนั้นจะเป็นคนที่ ประสบความสําเร็จที่สุด ถ้ากระทรวงการต่างประเทศสมัยที่ผ่านมาไปทางซ้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปัจจุบันไปทางขวา ทําตรงกันข้ามกลายเป็นสิ่งที่ถูก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพรสักครู่ครับ ท่านจตุพรครับแป๊บเดียวครับ ขอเอาในเรื่องของงบประมาณครับ ผมไม่อยากให้มีการอภิปรายทั้ง ๒ ฝ่ายเดี๋ยวจะทะเลาะกันครับ ขอความกรุณาครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ผมอยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผมเองก็วิตก แล้วไม่ใช่เฉพาะผม ฝ่ายความมั่นคงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ก็มีความหวั่นวิตกในสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่จะมีการระบุว่าศาลโลกจะพิพากษาในกรณีที่ทางการ กัมพูชายื่นตีความกรณีปราสาทพระวิหารนั้นที่จะมีผลในเดือนกุมภาพันธ์ กระทรวง การต่างประเทศจะต้องบอกความจริงกับประชาชนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอผลและให้ประชาชน เกิดช็อกว่าประเทศไทยนับตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ต้องมาเสียดินแดนซ้ําอีกรอบหนึ่ง กระทรวง การต่างประเทศมีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ความเป็นจริงว่าอะไรที่เกิดขึ้น แล้วผมรู้ว่า พวกผมจะโชคร้าย เพราะจะเสียดินแดนในวันที่พวกผมเป็นรัฐบาล

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพรครับมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับที่ท่านต้องควบคุมการอภิปรายของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ให้อยู่ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการแปรญัตติงบประมาณในวาระที่สองปรับลดอย่างไร กี่เปอร์เซ็นต์ เงินเท่าไร ด้วยเหตุผลอย่างไร ไม่ใช่การอภิปรายในวาระที่หนึ่ง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมเข้าใจเมื่อสักครู่ผมก็ได้เตือน เอาอย่างนี้นะครับทุกท่าน เพื่อให้การพิจารณางบประมาณ ผ่านไปได้ขอเอาเฉพาะในเรื่องของงบประมาณนี้นะครับ ถ้าย้อนกันไปย้อนกันมาจะทะเลาะกัน ทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ผมจะไม่อนุญาตทั้ง ๒ ฝ่าย เชิญท่านจตุพรเลยครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ผมเสนอให้ตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้พูด ความจริงเลยว่าประเทศไทยจะรองรับสถานการณ์ที่รัฐบาลชุดที่แล้วไปก่อเหตุจนกระทั่ง ไปเข้าทางกัมพูชา ผมเรียนกับท่านประธานว่านับตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ทุกนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่จอมพล สฤษดิ์ เป็นต้นมา ที่เขาไม่กล้ายื่นอุทธรณ์ต่อศาลโลกเพราะเขากลัว เสียดินแดนซ้ํา ใครจึงไม่กล้าที่จะนําเรื่องใด ๆ ใช้มาเป็นเหตุ แต่ปรากฏว่าพอเป็นเหตุ ที่มันวิวัฒนาการสะสมครับท่านประธาน ที่รัฐมนตรีชี้แจงในขณะนี้ เรื่องกรณีเฮลิคอปเตอร์ ที่เกาะกง ผมเปรียบเทียบว่าสมัยผมอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยที่ผ่านมา ซึ่งมันจะเป็นจุดรวม ของการสะสมปัญหา เกิดการปะทะกัน ๙ ครั้ง กองกําลังสุรนารีทําเรื่องมาที่กระทรวง การต่างประเทศเพื่อให้ประท้วง แต่ปรากฏว่าเวลานั้นความที่ประเทศไทยเอารัฐมนตรี ที่ทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านมา กําลังไปปะเหลาะประเทศเพื่อนบ้าน กําลังไปอธิบายว่า กุ๊ย แปลว่าหัวใจราชสีห์ ไลอ้อน ฮาร์ท (Lion heart)

(นายกษิต ภิรมย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพร การอภิปรายจะไปลําบาก มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านกษิตครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ครับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะบอก เพื่อน ส.ส. ทั้งหลาย การพูดซ้ํา ๆ ซาก ๆ ไม่จบไม่สิ้น ชวนทะเลาะ ในขณะเดียวกันก็มา เสแสร้งว่าอยากจะปรองดอง มาปรองดองหาสวรรค์วิมานอะไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนั้น ไม่ได้นะครับท่าน เดี๋ยวก็จะมีการประท้วงกันวุ่นวาย ไม่ได้ท่านกษิตครับ คืออย่างนี้ ผมว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่นะครับ คําเมื่อกี้ผมว่าถอนนะครับ เดี๋ยวผมจะควบคุมให้ได้ ท่านต้องถอนคํานี้ ก่อนครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ขอถอนครับ แต่ก็เพื่อความปรองดอง ทั้งหลาย ผมคิดว่าอะไรที่ผ่านไปแล้ว แล้วก็ได้มีการชี้แจงกันหลายครั้งหลายคราวแล้ว มันก็ควรจะยุติครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นการกล่าวโทษกันไปกันมา คือในกรณีประเด็น ปัญหากับกัมพูชานั้น เพราะว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นไม่ได้ไปตามใจ ท่านฮุนเซ็น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ เอาละครับ เรื่องที่จะไปพาดพิงต่างประเทศ ผมไม่อนุญาต เพราะว่าการถ่ายทอดทั่วไป ท่านครับ เดี๋ยวผมจะควบคุมเอง ท่านกษิตครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวจะตอบโต้กัน ขอบคุณ ที่ท่านประท้วงครับ ท่านนั่งลงนะครับ ท่านจตุพรครับ เพื่อให้บรรยากาศในการประชุม มันเดินหน้า อะไรที่จะไปพาดพิงรัฐบาลชุดเดิมให้เกิดการตอบโต้จะทําให้เสียเวลา ผมขออนุญาตท่านนะครับ กรุณาเอาเรื่องงบประมาณ ขอบคุณครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพท่านประธานครับ นี่กระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่พูดเรื่องต่างประเทศแล้วจะพูดเรื่องในประเทศหรือครับ แต่ว่ารับรองจะไม่เป็นปัญหา แต่ผมเล่าให้ฟังว่าที่ผมจะต้องตัดงบประมาณกระทรวง การต่างประเทศ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์นั้น เพราะจากกรณีศาลโลกที่จะวินิจฉัย ตามที่ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าจะเดือนกุมภาพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศเวลานี้ยังไม่ได้ ตั้งรับที่จะอธิบายความจริงกับประชาชนเลยว่าแต่ละเรื่องได้มีวิวัฒนาการกันอย่างไร ท่านประธานลองนึกสิครับว่าถ้าประชาชนอยู่ดี ๆ ศาลโลกพิพากษาตัดสินว่าไทยต้องเสีย ดินแดนอีก ประชาชนเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร แต่ถ้าประชาชนเขาได้ซึมซับกันว่ามันมีอะไร เกิดขึ้นในประเทศก่อนหน้านี้ แล้วรัฐบาลชุดนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศมานั่งในขณะที่เรื่องนี้เดินไปถึงไหนแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ต้องอธิบายเรื่องนี้กับคนไทยทุกระยะว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานลองไปดูสิครับ การคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก คนที่อ่านภาษาคนรู้เรื่องรู้ทันทีว่าประเทศไทยเสียเปรียบ แต่เวลานี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ทําหน้าที่ในการอธิบาย แต่ผมเรียนไปยัง ท่านประธานว่าผมต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศเล่นการเมืองหน้าเดียว อย่าเล่น การเมือง ๒ หน้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเล่นการเมือง ๒ หน้ากับประเทศเพื่อนบ้านใครเขาจะไม่คบด้วย สัมภาษณ์สื่อปราศรัย อภิปรายในสภา ในประเทศไทยดุร้ายกับประเทศเพื่อนบ้าน ลับหลังมุดไปกินข้าวเจรจา เอาผลประโยชน์ทับซ้อนในพื้นที่ทางทะเลอย่างนี้ อ้ายนี่เขาเรียกว่ามนุษย์พันธุ์ไหนครับ ผมเป็นคนไทยผมอับอายนะ สันดานของคนไทยชั้นเดียวไม่ใช่เจ้าเล่ห์เพทุบาย เพราะฉะนั้น เราเป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ แต่ละประเทศเขาเกรงใจประเทศไทยทั้งนั้น แต่เราทําตัวกระจอก จนกระทั่งน้องมันไม่เกรงใจพี่ มียุคใดสมัยใดบ้างที่เราปล่อยให้กระทรวงการต่างประเทศ ไปเพาะศัตรูเต็มไปหมด นี่ผมโชคดีว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไป ประเทศกัมพูชาได้ มีเหตุประท้วงพูดคุยปรับการเจรจา ไม่ทะเลาะให้ก่อสึกสงครามกันต่อ เดินทางไปประเทศพม่าได้ ท่านประธานลองนึกดูสิครับ ลองถอยไป ๓ ปีที่แล้วสิครับ กว่าจะเข้าประเทศพม่าได้เจอพม่ารําขวานใส่อยู่อย่างนี้ เพราะเขาแสดงความรังเกียจ ไปสอนประชาธิปไตยให้กับเขา เขาแทบจะอ้วกใส่ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเวลานี้ ทัศนคติกับประเทศเพื่อนบ้านไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศลาวครับประท่าน

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพร หยุดสักครู่ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

คู่กัดนี่ครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กลัวเชื้อสุนัขบ้าติดอยู่นี่ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ด้วยความเกรงใจท่านประธาน แต่ผมอยาก ให้ท่านประธานได้ควบคุมตามแนวที่ท่านประธานได้วางเอาไว้ ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งวันนี้หน้าดําเป็นพิเศษ ลางไม่ค่อยดีเลยครับ ได้อภิปรายเกินเลยกว่าการแปรญัตติ ตัดลดงบประมาณเป็นอย่างมาก ท่านประธานต้องควบคุมเพื่อบรรยากาศของสภาแห่งนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพร ท่านเหลืออีก ๓ นาทีเองครับ กรุณาเอาเรื่องงบประมาณนะท่านจตุพร เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

นี่ท่านประธาน ผมต้องการตัดงบ กระทรวงการต่างประเทศ แล้วผมต้องการบอกกับคนไทยทั้งประเทศว่าอะไรกําลังจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของความเป็นความตายของประเทศไทย ท่านประธานลอง ดูสิครับว่าผมฝากรัฐมนตรีคนปัจจุบันด้วยว่าประเทศลาวขนาดไปสร้างสนามกีฬาให้กับเขา ไปพูดจนประเทศลาวโกรธ ประเทศลาวเครียด ทะเลาะกันไปหมด เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า เวลานี้กระทรวงการต่างประเทศต้องเปลี่ยนทัศนคติทางการทูต การข้ามไม่พ้นอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณทําให้ทัศนคติทางการทูตประเทศไทยนั้น ใครดีกับนายกรัฐมนตรีทักษิณประเทศไทย จะเล่นบทนางอิจฉาทันที ทะเลาะเขาไปหมด ตบตีกับประเทศเพื่อนบ้านไปหมด อันนี้ละครับ ที่ทําให้ประเทศไทยดําเนินนโยบายทางการทูตล้มเหลว ทัศนคติของเอกอัครราชทูต ต้องเปลี่ยนใหม่ครับ ต้องสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต ต้องเป็นทูตทางการค้าให้ได้ครับ แล้วต้องมองมิตรประเทศอย่างกับมิตร ไม่ได้มองว่าจะต้องดีกับรัฐบาลของข้าพเจ้า อย่าไป ดีกับคนโน้น ถ้าดีกับคนโน้นต้องรบกับข้าพเจ้า เอาประเทศไปเดิมพันแบบนั้นไม่ได้

ประเด็นต่อมาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการไปพูดที่ต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศคนที่แล้ว ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ก็ได้ไปพูดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าดีเอสไอไม่ดําเนินคดีเหมือนกับกรณีอื่นเท่านั้นเอง อดีตนายกรัฐมนตรี บางคนก็เคยสัมภาษณ์ในนิตยสารต่างประเทศไม่แตกต่างกันครับ แต่มาตรฐานการดําเนินคดี แตกต่างกัน เวลาที่พวกท่านลุกขึ้นอภิปรายนั้นท่านจําได้แต่เรื่องของคนอื่น แต่สมองที่จํา เรื่องของตัวเองลบเลือนหายไปเลย

ประเด็นที่สําคัญต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ก็คือกระทรวงการต่างประเทศ ยุคนี้จะต้องไม่เกิดกรณีซ้ําเหมือนกับเครื่องบินพระที่นั่งที่ประเทศเยอรมัน ความจริงต้องจับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประหารชีวิตเลย เรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่ได้ นี่มันเป็น หน้าตาของประเทศไทย เป็นหน้าตาของคนไทย เป็นหน้าตาของพสกนิกร อย่าให้เหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นเหมือนกับช่วงที่ผ่านมาอีก

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ วันนี้ต้องพูดกันเสียทีว่ากระทรวง การต่างประเทศจะจัดการเรื่องคน ๒ สัญชาติอย่างไร ให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไหมครับ ในคน ๒ สัญชาติ ให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไหม หรือจะบริหารการจัดการ พูดให้ชัดเจน สมมุติว่าต่อไปนี้คนไทยจะต้องเลือกสัญชาติเดียวหรือเปล่า

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพ สั้น ๆ ครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ที่อธิบายความทั้งหมดเพื่อต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศวันนี้ทําหน้าที่เป็นตัวเชื่อม เป็นสะพานเชื่อม วันนี้ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากประเทศเพื่อนบ้านมากมาย ประเทศกัมพูชา ประชาชนน้อย ที่กว้างใหญ่ไพศาล เวลานี้สิงคโปร์ไปทําธุรกิจ ประเทศมาเลเซียทําธุรกิจ ประเทศอินโดนีเซียนี้ข้ามฟากเข้ามาทําธุรกิจ ประเทศไทยไปทะเลาะกับเขา พี่น้องเพื่อนบ้าน ประเทศลาว ประเทศพม่าเราได้เปรียบดุลการค้ากับเขาทั้งสิ้น แต่ว่าประเทศไทยนั้น กลับเอานโยบายทางการเมืองที่มีอคติต่อคนคนเดียวทําลายให้ประเทศย่อยยับกันไปหมด เพราะฉะนั้นขอเรียนฝากไปยังกรรมาธิการบอกไปยังกระทรวงการต่างประเทศว่า ถ้าได้งบประมาณขนาดนี้แล้วยังไม่สามารถทําผลงานที่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลชุดที่แล้ว ท่านไม่ควรจะได้รับงบประมาณ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายนะครับว่า กระทรวงการต่างประเทศจะต้องรีบทําความจริงกับประชาชน เรื่องที่สําคัญที่สุดคือสิ่งที่ จะเป็นคําพิพากษาของศาลโลก เพื่อไม่ให้คนไทยได้ช็อกว่าอะไรเกิดขึ้นกับประเทศไทย แล้วใครที่ไปทําให้ประเทศไทยเสียดินแดน คนคนนั้นต้องรับผิดชอบ คนคนนั้นจะเดิน อยู่ในโลกแห่งศิวิไลซ์อันนี้โดยไม่รับผิดชอบไม่ได้ เพราะนี่จะเป็นการเสียดินแดนชนิดที่เรา ไม่เคยเสียเลย เพราะฉะนั้นผมฝากเรียนกับท่านประธานว่ากระทรวงการต่างประเทศ ต้องบอกกับคนไทยเพราะจะได้รักษาหัวใจของคนไทยเอาไว้ ที่สําคัญถ้าเราไม่อธิบายความ ท้ายที่สุดผลร้ายจะตกขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้เสียเอง วันนี้เรามารับเคราะห์เหมือนกับการรับน้ํา เหมือนกับการเคยรับหนี้มา ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งผมได้ขอปรับลด แต่วันนี้หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศออกไปแล้วผมมีความรู้สึกว่า ผมได้ปรับลดน้อยไปด้วยซ้ําไป ถามว่าที่ผมต้องการปรับลดนั้นเพราะอะไรครับ มันชัดเจน อยู่ในตัวมันเองว่าเอกสารที่เสนอให้กับคณะกรรมาธิการนั้น กระทรวงการต่างประเทศ บอกชัดเจนว่าวิสัยทัศน์จะเป็นองค์กรหลักในการเสริมสร้างสถานะและบทบาทของไทย ในเวทีระหว่างประเทศอย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันนี้ต้องถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างสถานะและบทบาทของไทยในเวทีต่างประเทศอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีหรือไม่ นั่นคือคําถาม

นอกจากนั้นแล้วในพันธกิจ ข้อ ๖ ของกระทรวงการต่างประเทศระบุไว้ชัดเลยว่า จะให้ความรู้ ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความรู้ ความเข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้รับทราบ และส่งเสริม ภาพลักษณ์ในเชิงบวกของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ข้อนี้กระทรวงการต่างประเทศ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ท่านประธานครับ ผมนี้เป็นคนไทยที่น้อยใจมาก วันหนึ่งตื่นเช้าขึ้นมา อ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (Bangkokpost) เดอะ เนชั่น (The Nation) คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติบังอาจมาบอกคนไทยว่ากฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ต้องแก้ไขลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ถ้าเพื่อนกันก็ต้องบอกว่า เสือก แต่ถ้าภาษาทางการทูตบอกว่า อย่าก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศ เป็นกฎหมายอาญาภายในประเทศ บุคคลธรรมดา ยังมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มกัน แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์จะมีไม่ได้หรือ แต่สิ่งเหล่านี้ ผมอยากจะถามว่ากระทรวงการต่างประเทศมันหายหัวกันไปไหนหมด ไม่เคยออกมาตอบโต้ให้คนไทยได้รู้เลย ให้ต่างประเทศได้เคารพในสิทธิของคนไทยเลยว่า ความมั่นคงของรัฐ เรื่องของพระมหากษัตริย์อยู่ในหมวดของความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่เรื่อง ของหมิ่นประมาท วันนี้กระทรวงการต่างประเทศกําลังสูญเสียจิตสํานึกของความรับรู้ผิดชอบ ชั่วดี ลืมกําพืดหมดแล้ว ลืมจริง ๆ ว่าหน้าที่ที่กินเงินเดือนภาษีประชาชน พันธกิจประกาศไว้ ต้องไปสร้างความเข้าใจให้คนในโลกเขารับรู้ แล้วเขาออกมาทับถม ไม่มีการแก้ตัวในสื่อเลย หมายความว่าอย่างไรครับ ยอมรับในความเห็นหรือครับ หรือว่าเป็นแผนงานสอดรับกันมา เพื่อมากดดันให้คนไทยนั้นต้องแก้กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ผมเห็นแล้วผมน้อยใจมาก ในฐานะที่เคยเป็นคนที่สนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศมาตลอด วันนี้ไม่ได้รักษาศักดิ์ศรี ของคนไทย แล้วถ้าบอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือบิดาของคนไทย แล้วให้คนมาลบหลู่ บิดาของคนไทย มันจะเหลืออะไรครับ วิสัยทัศน์บอกว่าจะดําเนินการในเวทีระหว่างประเทศ ให้มีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันนี้กระทรวงการต่างประเทศต้องแยกแยะนะครับ อย่าสับสน อย่าสําลักเรื่องธุรกิจมาก จนไม่สามารถแยกออกระหว่างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอธิปไตย ของประเทศ มันคนละเรื่องกัน ถ้าเพื่อนคบกันแล้ว เพื่อนเอาเปรียบแล้ว เพื่อนให้ประโยชน์แล้ว เพื่อนขอเอาตีนลูบหน้าทีหนึ่ง ยอมเขา มันไม่ใช่เพื่อนครับ มันไม่ใช่ครับ เขาให้ประโยชน์มา ยอมกินน้ําใต้ศอกเขา ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เพื่อนครับ ฉะนั้นวันนี้ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่จะต้อง ตักเตือน ขอตัดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศนั้นเพราะต้องการเตือนสติครับ เอกอัครราชทูตทุกคนก่อนไปต่างประเทศนั้นต้องไปกราบบังคมทูลลาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย แล้ววันนี้ไปกินเงินเดือนอยู่โน้น ต่างประเทศ ทําอะไรที่จะปกป้องศักดิ์ศรีคนไทยบ้างครับ ทําอะไรให้คนไทยเขารู้ได้บ้างว่า กินข้าวแดงแกงร้อนแล้วไม่กินบนเรือนแล้วถ่ายบนหลังคา เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ สําหรับคนไทยทั้งประเทศที่ปล่อยให้ต่างชาติมาก้าวก่ายในกิจการของคนไทย ก้าวก่ายในการ ออกกฎหมายของคนไทยแล้วบอกว่านี่ผิด นี่ผิดกับหลักสากล ทุกชาติมีวัฒนธรรมเหมือนกัน ผมบอกให้ครับ คนที่คนไทยต้องขอบคุณมากที่สุดคือคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เขียนออกมา แสดงความเห็นปกป้องเรื่องมาตรา ๑๑๒ มีคนคนเดียว แล้วผมก็รู้ว่านี่เป็นนโยบายรัฐบาล นายกรัฐมนตรีก็ประกาศบอกว่าไม่แก้ มาตรา ๑๑๒ รองนายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่าไม่แก้ มาตรา ๑๑๒ ธงมันชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่แก้ แต่กระทรวงการต่างประเทศอมอะไรไว้ครับ อมอะไรถึงได้พูดไม่ได้ นโยบายรัฐบาลชัดเจนที่สุด ธงออกมาชัดเจนที่สุด นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจนั้นมันมีได้ หายไปได้ แต่อธิปไตยของประเทศต้องรักษาอยู่ครับ เรื่องที่ยิง ฮ. ของทหารไทยไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ครับ ถ้าท่านดูจริง ๆ แล้ว หลังจากเกิดเหตุไม่กี่วัน ฮอ นําฮง ต้องรีบออกมาสัมภาษณ์บอกว่า ที่ยิงเพราะว่าเครื่องบิน ฮ. ของไทยนั้นไปล้ําเขตเขา เขาเตรียมตัวที่จะเคลม (Claim) แล้วว่า นี่พื้นที่ทับซ้อนอันนี้เป็นเขตเขา เขาถึงได้ยิง ทําอะไรครับ ได้แค่จดหมายไปถามครับ กลัวเขา จะยกเลิกธุรกิจที่ให้ทําหรือครับ กลัวเขาจะยกเลิกสัมปทานที่ให้หรือครับ มันไม่ใช่ครับ ประเทศไทยไม่ใช่เมืองขี้ข้าใคร ชื่อไทยมันก็บอกอยู่แล้วว่าไม่เคยเป็นขี้ข้าใคร แต่วันนี้กําลัง จะยอมหรือครับ เพื่อสัมปทานเล็ก ๆ น้อย ๆ ธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ทําเป็นไม่เห็น ทําเป็นไม่รับรู้ ตรงนี้ต่างหากละครับที่จะทําให้ประเทศไทยนั้นในอนาคตสูญเสีย ดินแดน คําโบราณก็บอกแล้วครับ เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนมันก็กันเอาไว้กิน วันนี้ท่านต้องตอบมาสิครับว่าถ้าบอกว่าคบกันแบบเพื่อน โอ้ยการค้ามันดี ให้เขาเผาสถานทูต อีกรอบไหมครับ แล้วยกมือไหว้บอกเผาอีกสิ แต่ขอให้ประธานสักงานหนึ่งเถอะ จะอย่างนั้นใช่ไหมครับ ให้เขาบุกเข้ามาในประเทศไทยอีก ล้ําอธิปไตยมาแล้ว ไปห้ามทหารไทยใช่ไหมครับว่าอย่าโอเวอร์ รีแอ็คท์ (Over react) อย่าทําเกินกว่าเหตุ แล้วจะมีทหารไทย มีกองทัพไว้ทําไม ถ้ามีอย่างนี้ไม่ต้องมีกองทัพก็ได้ ถ้าการเมืองจะทํากันแบบนี้ ประเทศไทยไม่ได้มีไว้ขาย ไม่มีส่วนตัดขายครับ ประเทศไทยนั้น แบ่งแยกไม่ได้ครับ แล้วในรัฐธรรมนูญก็บอกแล้วว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยจะให้ใคร ละเมิดไม่ได้ แล้ววันนี้กระทรวงการต่างประเทศทําอะไรอยู่ครับ โฆษกก็มี ปลัดกระทรวงก็มี รัฐมนตรีก็มี หายหัวหมดเลย กินเงินเดือนไม่ทํางานตามหน้าที่มันน่าจะเอาเงินคืนให้หมด

(นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุติ หยุดสักครู่หนึ่งครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ออกนอกประเด็น ขอให้ท่าน วินิจฉัยด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุติ คืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ผมได้เตือนท่านจตุพรขอให้เอาเรื่องงบประมาณ แต่ก็พยายามหน่อย ถ้าหากว่าปล่อยให้ทะเลาะกันก็จะไปไม่รอดครับ พยายามอยู่ในประเด็น

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ น้องนี้อยู่ใน อนุกรรมาธิการเดียวกับผม ผมไม่ถือครับเพราะว่าเขาไม่ค่อยเข้าใจ แต่สิ่งที่ผมพูดก็คือว่า กําลังจะถามว่าคนกินเงินเดือนหลวงแล้วไม่ทํางานให้คุ้มค่าเงินเดือนเขาเรียกว่าเปลืองข้าวสุก จะเอาเงินคืนนะครับ ปรับลดงบประมาณนะครับ ทํางานไม่คุ้มค่า เมืองไทยต้องมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ก็พูดไว้แล้วในเอกสารที่ส่งมาให้สภาดูแล้วทําไม่ได้แม้แต่ตัวอักษรเดียว พันธกิจก็ล้มเหลวแล้วจะเอาเงินไปทําไม กระทรวงการต่างประเทศมีไว้ให้ไปทําการตลาด ไม่ใช่ไปขายประเทศไทยครับ ผมจึงขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ตามที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมอวรงค์ มีอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ คือใช้สิทธิพาดพิง กรณีที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวหาไปยังรัฐบาลที่แล้ว ก็คือรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นการทํานายล่วงหน้าว่าเดือนกุมภาพันธ์นี้ศาลโลก จะมีคําพิพากษา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ไม่เกี่ยวกับท่านนะ ไม่เกี่ยวกับหมอวรงค์ครับ ไม่เกี่ยว ไม่พาดพิง ไม่มีอะไรให้ท่านเสียหาย สักอย่างครับ คือเอาอย่างนี้เพื่อให้เกิดความสงบ กรุณาประท้วงอยู่ในกรอบ ผมให้ความเป็นธรรม ทุกฝ่าย แต่ว่าถ้าจะพูดแทรกทีเดียวหลาย ๆ ท่านนั้นผมไม่อนุญาตนะครับ เอาประเด็น ที่ท่านเสียหาย ท่านอื่นผมไม่ให้พูด ให้เขาประท้วงก่อนให้ผมวินิจฉัย ให้ผมฟังก่อนครับ ท่านสุนัยนั่งลงก่อนครับ กรุณานั่งลง คืออย่างนี้เขายกมือประท้วงแต่ผมฟังยังไม่หมด ท่านก็กรุณาให้ผมได้ฟังก่อนครับ ถ้าให้ทุกคนได้ประท้วงทุกฝ่ายก็ไม่สามารถจะฟังได้ ให้ผมวินิจฉัยได้ ท่านกรุณานั่งลงครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกําลังจะกล่าวหาว่าท่านจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวหาใส่ร้ายรัฐบาลที่แล้วคือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ผมฟังแล้วผมเจ็บใจ ครับท่านประธานเพราะว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาประเด็น ที่ว่าท่านก็แก้มา ถ้าท่านถูกเสียหายก็ว่ามา

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็น ที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กล่าวว่าการเสียดินแดนถ้าหากเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เขากล่าวว่าเป็นผลพวงจากรัฐบาลที่แล้ว และผมก็จะชี้แจงว่ามันไม่ใช่ ที่ผมต้องการจะชี้แจง เนื่องจากอย่างนี้ว่าปัญหา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ คุณหมอวรงค์ครับเรื่องที่กล่าวยังไม่เกิดขึ้นจริงเพราะอยู่ในศาล ผมว่าประชาชนฟังอยู่ แต่ว่า ท่านก็อย่าอภิปราย เดี๋ยวก็ตอบโต้ทางโน้นผมว่าอภิปรายไปไม่ได้แล้ว คือเรื่องมันอยู่ในศาล ผมว่าให้ศาลตัดสิน คืออย่างนี้ท่านให้ผมวินิจฉัยเรื่องอยู่ในศาลผมฟังอยู่ ถ้าไม่จริงคุณจตุพร เสียหายเอง ผมก็ฟังอยู่นะครับ คือเริ่มมาตั้งแต่ต้นผมฟังอยู่ว่าถ้าเสียหายไม่จริงคุณจตุพร ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ดีแล้วครับที่ท่านไม่ประท้วง เอาสั้น ๆ นะครับ แป๊บเดียวเท่านั้น ไปพาดพิงผู้อื่นผมไม่ยอมหรอกครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมเรียนชี้แจงท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ปัญหาไทย-กัมพูชา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพร เดี๋ยวผมให้เขาชี้แจงก่อนครับ แป๊บเดียว นั่งลงก่อนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ไม่ได้เกี่ยวกับเขา จะบอกพาดพิงใคร ท่านประธานฟังผมก่อนสิ ไม่ได้เกี่ยวกับนายวรงค์เลย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวผมให้ท่านพูด ท่านนั่งก่อน ให้เขาว่าให้จบก่อนนะครับ เดี๋ยวยังไม่จบเขาก็จะแคลงใจ ท่านนั่งลงก่อน เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเกรงขบวนการที่เรียกว่าเอาดีใส่ตัวแล้วก็เอาชั่วใส่คนอื่น ผมอยากจะพูดอย่างนี้นะครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวก็จะมี การประท้วงวุ่นวายท่าน คุณหมอครับ พยายามช่วยกันให้ประคับประคองการประชุมสภา ให้มันผ่านไปได้ก็แล้วกัน เอาพอดีนะครับ พอไปกระทบกระทั่งกันก็ไม่จบหรอกครับ ทุกคน ก็พูดเป็นหมด ผมว่ามันก็จะไม่จบครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดโทรทัศน์ ผมเกรงว่าประชาชนเข้าใจผิด คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ปัญหาไทย-กัมพูชา รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ใช้การเจรจาระบบทวิภาคีคือใช้เจบีซี (JBC) มาโดยตลอดครับ ท่านประธานคงจําได้นะครับว่าเราไม่ต้องการให้หน่วยงานที่ ๓ ศาลโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง เราจึงนําเสนอผ่านสภาแห่งนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์ครับ ก็มีประท้วงกันเยอะแยะ ผมว่าพอแล้วครับ เป็นที่เข้าใจ ผมเข้าใจ คืออย่างนี้ครับ ถ้าประท้วงกันทั้ง ๒ ฝ่าย ทุกคนจะพูดหมดก็ไปไม่ได้ละครับ เอาอย่างนี้ ผมขออนุญาตให้หมอวรงค์ ท่านอื่นรอก่อนครับ ถ้าท่านจะพูดพร้อมกันไม่ได้ ท่านรอสักครู่ หมอวรงค์ผมให้ ๑ นาที ท่านพิเชษฐ์นั่งลง ให้เขาพูดให้จบก่อน เดี๋ยวจะให้คุณจตุพร ท่านพิเชษฐ์นั่งลง เดี๋ยวจะให้ท่านจตุพรพูด ผมรับปากท่านจตุพรไว้แล้ว ผมรู้ ท่านไม่ใช่คู่กรณี ท่านนั่งลง เดี๋ยวจะให้ท่านจตุพร อย่าอภิปรายแทนท่านจตุพรเลยนะครับ ท่านพิเชษฐ์เชื่อผม นั่งลง ให้เขาพูด ผมจะให้ ๑ นาที ท่านนั่งลงเถอะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะประชุมไม่ได้ครับ ท่านก็ให้โอกาสผมพยายามจะควบคุมการประชุมนะครับ เชิญครับ ผมให้ ๑ นาที

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเท้าความ สั้น ๆ ว่าอดีตที่ผ่านมารัฐบาลที่แล้วภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องการใช้หลักเจบีซี ย้ํานะครับ จาก เอ็มโอยู (MOU) ปี ๒๕๔๓ ในการเจรจาระหว่าง ตัวแทนไทยกับกัมพูชาในกรณีเขตแดน เราเคยขอหลักการผ่านที่ประชุมรัฐสภาเพื่อขอ กรอบเจบีซีไปเจรจาต่อ แต่พวกท่านให้ความร่วมมือไหมครับ ไม่ได้ให้ความร่วมมือเลยครับ แล้วสุดท้ายเป็นปัญหาเกิดขึ้นมา กัมพูชาจึงร้องไปที่ศาลโลก ผลของการพิพากษาในขั้นต้น การคุ้มครองชั่วคราวเราได้เปรียบครับ ไม่ใช่ว่าเราเสียเปรียบ ที่ว่าเราได้เปรียบเนื่องจากว่า คําพิพากษาบ่งบอกว่าทั้ง ๒ ประเทศต้องถอนทหารเหมือนกันทั้ง ๒ ฝ่าย ประเทศกัมพูชา ต้องการให้เราถอนทหารฝ่ายเดียว ฝ่ายเขาไม่ต้องถอน แต่สุดท้ายศาลโลกให้ถอนทหาร ทั้ง ๒ ฝ่าย ผมจึงอยากจะบอกว่าความรับผิดชอบของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา รับผิดชอบ ณ จุดจบตรงที่คําพิพากษาคุ้มครองชั่วคราว หลังจากนี้ไปแล้วเป็นหน้าที่ของท่าน ต้องต่อสู้ ถ้าเสียดินแดนท่านต้องรับผิดชอบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ นะครับ เดี๋ยวก็จะมีทะเลาะเบาะแว้งกันแล้วไม่ได้ ผมปิดไมค์แล้วนะครับ ท่านไม่ต้องประท้วง เรื่องนี้ ประเด็นนี้ผมให้เขาปิดไมค์แล้ว คืออย่างนี้ ท่านจตุพรเชิญครับ เอาสั้น ๆ นะครับ อย่าได้พาดพิงกันอีก เอาเฉพาะใครที่เสียหาย ไม่อย่างนั้นผมขออนุญาต

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประเด็นที่เป็น สาระสําคัญก็คือผมได้เคยอภิปรายเรื่องนี้ตามลําดับ คนที่ออกมาพูดว่าศาลโลกจะพิพากษา ในเดือนกุมภาพันธ์เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าศาลโลก จะพิจารณาเมื่อไร ผมจึงอภิปรายตัดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะให้ทําหน้าที่ในการที่จะให้คนไทยได้รับทราบข้อเท็จจริงตามลําดับ กรณีที่สมาชิก จังหวัดพิษณุโลกได้พยายามอธิบายนั้น เหตุการณ์ที่เป็นเหตุให้เรื่องนี้เข้าสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่เวลาผ่านไปเกือบ ๕๐ ปี มีนับ ๑๐ กว่านายกรัฐมนตรี ทุกคนที่จะหลีกเลี่ยงข้อพิพาท ถามว่าการเกิดการประทะจนกลายเป็นเหตุเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลใด นี่เป็นสาเหตุทําให้ เขายื่นไปยังศาลโลก การอ่านเรื่องการคุ้มครองชั่วคราว คนโง่ที่สุด

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ พอเข้าใจแล้วครับ ท่านจตุพรเรื่องนี้เป็นที่ทราบทั้ง ๒ ฝ่าย คือถ้าแรงไปก็จะไม่จบครับท่าน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ฟังผมให้จบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาสั้น ๆ นะครับ อย่าไปพาดพิงท่านอื่น ผมไม่อนุญาต

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

เรื่องนี้ท่านประธานที่เคารพ มันไม่ใช่เป็นเรื่องว่าเราจะเสร็จเร็ว อภิปรายเป็นไปด้วยความรวดเร็วแล้วไม่เป็นปัญหา แต่เป็นเรื่องของดินแดนของชาติบ้านเมืองที่เราพูดเลยว่านับตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมา ประเทศไทยจะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว ที่สู้กันที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็พูดประเด็นนี้กันอยู่ไม่ใช่หรือ คนที่ไปก่อเหตุ รัฐบาลที่ไปก่อเหตุคุณจะรับผิดชอบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ผมว่าพอแล้ว เป็นที่เข้าใจแล้วครับ พอแล้วครับท่านจตุพรพอสมควรแล้วครับ คืออย่างนี้ ผมก็ให้คนที่ยกมือก่อน มีท่านกษิตอีกท่านหนึ่งนะครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาตให้ท่าน ท่านสุนัย นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาตทีละท่านครับ มีคุณหมอเหวงอีก ผมไม่สามารถอนุญาต ให้พูดทีละ ๓ ท่านได้ ทีละท่านครับ ท่านนั่งลงก่อน กรุณาเถอะครับคุณหมอเดี๋ยวผมจะให้พูด เชิญท่านกษิตสั้น ๆ นะครับ พาดพิงกระทบกระทั่งใครผมไม่ยอมนะครับ เดี๋ยวการอภิปราย ไม่เดินหน้าครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อฟังแล้วก็เคารพท่านประธานครับ ผมขอพูด ประโยคเดียวครับท่านประธาน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาถ้าเผื่อเรายกออกมา เป็นบางช่วงบางตอนก็จะมีการกล่าวหากันว่าใครผิดใครถูก ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับว่า ถ้าเผื่อเรามีเวลาสัก ๑ วัน ๒ วัน แล้วเราก็เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับไทย-กัมพูชา มาว่ากัน ในสภาแล้วก็ถ่ายทอดเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศ ๖๕ ล้านคนจะได้รู้ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ นั้น จนถึงวันนี้ อะไรที่มันได้เกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นเรื่องของการกล่าวหากันว่าใครผิดใครถูก มันก็เป็นในสภาวะของการตลาดนะครับ อันนี้เราไม่ควรจะให้สภาเป็นตลาด เราอยากให้เป็น สภาที่ทรงเกียรติ เรามาพูดกันด้วยเหตุด้วยผล เป็นอย่างนี้จะดีกว่าครับ เราจะได้รู้ความเห็น ทั้งหมดเลย แล้วในส่วนที่เกี่ยวกับศาลโลกที่เราต้องไปนั้นมันเป็นกฎเกณฑ์ของศาลโลกครับ อยู่ในธรรมนูญของเขา เมื่อกัมพูชาเขาไปฟ้องเราก็ต้องไปครับ ด้วยความจําเป็น ไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลใด ๆ ก็ตาม ของไทยก็ต้องไป มันเป็นภาระหน้าที่ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดีครับ ชี้แจงโดยไม่พาดพิงผู้อื่น

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญ ดอกเตอร์สุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านผู้เป็นประธานในข้อ ๘ ที่ผมพยายามอยากจะให้การประชุมมันราบรื่น เพราะผมก็เข้าคิวการอภิปรายไว้ การใช้สิทธิพาดพิงที่มันกว้างเกินไปนี่มันไม่ได้ครับ คุณจตุพร ไปพาดพิงในเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว คนที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ถ้าเขาเป็นแค่สมาชิกอย่างเดียว พาดพิงได้นี่ผมว่าไม่จบ ผมอยากจะกราบเรียนเท่านั้นครับท่านประธาน การประชุมจะได้ รวบรัดเข้าครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ที่ท่านตักเตือนผม ขอบคุณครับ ดีมากครับ

(นายเหวง โตจิราการ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอเหวง เชิญครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ ครับ คือผมเองก็อยากให้การประชุมของเราเป็นไปด้วยความราบรื่น และสร้างสรรค์ แล้วเป็นไปตามกติกาที่ท่านประธานได้วางไว้ นี่เป็นการพิจารณาวาระที่สอง ไม่ควรจะไปพิจารณาในลักษณะแบบวาระที่หนึ่ง แต่ท่านประธานได้วางมาตรฐานบางอย่าง ไว้ที่ผมไม่สบายใจ แล้วทําให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านใช้มาตรฐานที่ท่านประธานวางไว้ ข้ามพรมแดนที่เขาไม่ควรจะข้าม คือท่านประธานอนุญาตให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมา ในกรณีของการพาดพิงถึงรัฐบาลที่แล้ว และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ท่านเมื่อสักครู่นี้ก็ กล่าวหาว่าเหตุผลที่กัมพูชายื่นเรื่องไปที่ศาลโลกนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าพรรคของพวกเรานี่ พรรคเพื่อไทยนะครับไม่ได้ปฏิบัติไปตามเอ็มโอยู ๒๕๔๓

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ คุณหมอ ท่านประธานผมได้ตามข้อ ๘ ให้ผมวินิจฉัย แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิอภิปรายนะครับ ท่านประท้วง ข้อ ๘ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านนั่งลงก่อนครับ ให้ผมวินิจฉัยก่อนครับว่า ผมผิดอย่างไร แต่ว่าอภิปรายไม่ได้ ท่านจะประท้วงก็ประท้วงได้ครับ ผมให้สิทธิท่านประท้วง แต่ท่านจะอภิปรายไม่ได้เลยครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกําลังจะบอกว่า ท่านประธานได้สร้างบรรทัดฐานขึ้นแล้วครับ ก็คือเวลาพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ปั๊บ หรือว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาปั๊บ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีสิทธิในการที่จะอภิปรายหรือว่า ใช้สิทธิพาดพิงได้ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็ต้องขอยึดเอาบรรทัดฐานของท่านประธานนี้เป็นหลัก ในการพิจารณาด้วยเช่นกัน ดังนั้นท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในเมื่อเขากล่าวหามาว่าพวกเรา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ ไม่ได้ครับคุณหมอ คุณหมอใช้สิทธิประท้วงผมนะประท้วงได้ในข้อ ๘ คุณหมอต้องนั่ง ให้ผมวินิจฉัยก่อน คืออย่างนี้การที่ทําหน้าที่ประธานในเมื่อสมาชิกขอประท้วงผมก็เปิดโอกาส ให้ทุกพรรคครับ ผมไม่ยืนข้างใครทั้งนั้น ผมก็ใช้ดุลยพินิจว่ามีการประท้วง ผมต้องให้โอกาสเขา ถามว่าประท้วงเรื่องอะไร แล้วผมถึงวินิจฉัย ผมไม่ได้ไปปล่อยให้โอกาสใครอภิปรายต่อจากนั้น ท่านกรุณาเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นผมยึดข้อ ๘ ตามที่ท่าน ขอบคุณคุณหมอเหวงครับ ผมจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชี้แจง เอาประเด็นที่ท่านเสียหายนะครับ แต่ว่าอภิปรายไม่ได้ เพราะว่าเดี๋ยวจะให้ฝ่ายกรรมาธิการเขาตอบ เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดแล้วทําให้เกิด ความเสียหายต่อกระผมและรัฐบาลในการบริหารงานนะครับ ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นการพูดเรื่อง งบประมาณ แต่เพื่อนสมาชิกได้ยกประเด็นขึ้นว่าเรื่องการเสียดินแดนรัฐบาลนี้ก็ควรจะ รับผิดชอบทั้งหมด เพราะรัฐบาลที่แล้วจะรับผิดชอบแค่ช่วงที่ถึงมาตรการชั่วคราวที่ออกโดย ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ผมว่าเรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อความเข้าใจนิดหนึ่งว่า รัฐบาลชุดนี้โดยกระผมได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ทีมงานที่ต่อสู้ในชั้นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ใช้ทีมงานชุดเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ดําเนินการไว้ ทนายความต่าง ๆ ก็ใช้ชุดเดิม เพียงแต่ เปลี่ยนท่านรัฐมนตรีกษิตเป็นตัวกระผมเท่านั้นเอง การต่อสู้ทั้งหลายทั้งปวงนี้มีการเตรียมการ มีการดําเนินการรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดจากอดีตถึงปัจจุบัน เพื่อนําเสนอในการต่อสู้ ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ผมเห็นด้วยครับกับท่านรัฐมนตรีกษิตที่เสนอว่าเราควรจะ เอาเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายในสภาอย่างกว้างขวาง เพื่อที่ให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบ ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมเห็นด้วย เดี๋ยวผมจะเสนอรัฐบาลดูว่าจะทําอย่างไรได้

กรณีท่านจุติได้กล่าวพาดพิงว่าข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ กินเงินเดือนไม่ทําอะไรในกรณีมาตรา ๑๑๒ ซึ่งปรากฏว่ามีการปล่อยให้เกิดการลบหลู่ สถาบันเบื้องสูง ซึ่งปรากฏว่าท่านก็พูดเองว่ามีท่าน มีท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นคนที่เขียนตอบโต้ อยู่ท่านเดียว ก็อยากจะถามพวกท่านเหมือนกันว่าแล้วทําไมพวกท่านก็นิ่งเฉย แต่ผมก็ยินดี ที่รับฟังคําแนะนําของท่าน

เรื่องสุดท้ายประเด็นสุดท้ายที่ท่านพาดพิงมาโดยตลอดว่าการไปต่างประเทศ ของพวกผมและรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างกรณีที่ไปประเทศกัมพูชา ก็อย่างน้อย ผมไม่ได้ลักลอบหรือแอบไป ไปกินแกงเลียง เอาอย่างนี้ครับท่านประธาน ถ้าฝ่ายค้านท่านจุติ ตรวจสอบพบว่าผมหรือท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อน ผมจะเรียนกับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณว่ายินดียกทุกอย่างให้ท่าน แต่ถ้าหากท่านไม่มีหลักฐานหรือว่า ตรวจสอบไม่เจอ ตั้งแต่นี้ไปอยากให้ท่านหาอะไรมาปิดปากไว้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรพงษ์ครับ ผมว่าเดี๋ยวจะมีการประท้วงวุ่นวาย ประชุมต่อไปไม่ได้ ทุกท่านเป็นผู้ใหญ่ ทั้งนั้นอยู่ในนี้ อดีตรัฐมนตรีก็เยอะ เชิญท่านจุติก่อนครับ เดี๋ยวมาท่านสุนัย ถึงคิวท่านแล้ว เชิญท่านจุติ แป๊บเดียวนะครับ ไม่ให้พาดพิงนะครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าท่านเป็นรัฐบาล ท่านมีหน้าที่ปกป้อง ตามหน้าที่ ท่านกินเงินเดือนอย่างนั้นนะครับ เป็นหน้าที่ท่าน ส่วนเรื่องที่เอาอะไรมาปิดปากผม คงไม่มีอะไรปิดปากผมได้นะครับ ท่านก็รู้ เราถูกฟ้องมาด้วยกัน แล้วผมวันนี้ผมก็ยังดําเนิน กิจกรรมอุดมการณ์ผมเหมือนเดิม แต่อะไรปิดปากท่านผมไม่ทราบครับ ท่านเปลี่ยนไปครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ผลจากการที่เราอภิปรายงบประมาณแต่เป็นเสมือนไม่ไว้วางใจนี่ มันจึงเกิดความวุ่นวายไปหมด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของการตัดงบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ครับ ขอให้ท่านสุนัยเป็นตัวอย่างเที่ยวนี้น่าจะดีครับ ขอบคุณครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องการตัดงบนี้ ผู้ที่น่าชื่นชมคนหนึ่งในการอภิปรายคือพรรคประชาธิปัตย์ ท่านพูดมาสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งคือ ท่านพยายามไม่เอ่ยชื่อเลย เช่น ใช้คําว่านักโทษหนีคดี อะไรอย่างนี้ ผมฟังดูแล้วว่าถ้าเราใช้ วิธีอย่างนี้ ผมก็จะใช้วิธีเดียวกัน ผมจะพูดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สุวรรณภูมิครับ รัฐมนตรีคนหนึ่งที่น่าชื่นชมมากครับ เสมอต้นเสมอปลายครับ เป็นรัฐมนตรี ก็แหมก้าวร้าวดีเหลือเกิน มาเป็นฝ่ายค้านก็ยังใช้คําผรุสวาสว่าแล้วจะปรองดองหาสวรรค์ วิมานอะไรอย่างนี้ ก็แสดงว่าท่านเสมอต้นเสมอปลาย แต่เพื่อนผมคนหนึ่งสิครับ ไม่เสมอต้น เสมอปลาย ตอนเป็นรัฐมนตรีก็เรียบร้อยดี พอมาเป็นฝ่ายค้านอภิปรายรุนแรงเหลือเกิน ขอประทานโทษ ท่านจุติครับ เพื่อนกัน ผมเองคิดอย่างนี้ว่าการที่เราพูดอย่างนี้มา ๕ ปีแล้ว โจมตีท่านทักษิณมา ๕ ปีแล้ว โจมตีมาไม่หยุดไม่หย่อนแล้วก็แพ้เลือกตั้งทุกที แพ้เลือกตั้งทุกที

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย ผมว่าเอาเรื่องงบประมาณ เดี๋ยวทางโน้นก็ประท้วง ก็ไปไหนไม่ได้ เมื่อกี้ท่านขึ้นต้นได้ดี นะครับ ผมพยายามฟังท่านอยู่

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ 🔗

อีกนิดเดียวท่านครับ มันหมายถึง มติมหาชนเขามีแล้ว ดังนั้นวันนี้เมื่อกระบวนการจัดงบประมาณอย่างนี้เกิดขึ้นมานี่ เราก็ควร จะต้องเข้าตามทํานองครองธรรมแห่งกฎระเบียบของสภา ท่านประธานครับ ตามกฎระเบียบ ก็แปลก ถ้าแปรญัตติไม่ตัดงบประมาณไม่ได้ จะขอเพิ่มงบประมาณห้ามแปรญัตติ ผมก็ต้องตัด แต่กราบเรียนท่านประธานว่ากระทรวงการต่างประเทศที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งท่านบอกว่า กระทรวงการต่างประเทศนี้ดีเหลือเกิน เพิ่งมาเปลี่ยนแปลงเมื่อ ๖ เดือนที่แล้วนี่ ท่านครับ ผมได้เดินทางไปพบกับท่านทูตหลายประเทศ นั่งประชุมปรึกษาหารือกันร่วมกับประชาชน ถึงปัญหาต่าง ๆ วันนี้ถ้าว่ากันจริง ๆ แล้วต้องเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงการต่างประเทศ ด้วยซ้ําไป แต่จะเพิ่มอย่างไรละครับ ก็จะขอตัดส่วนหนึ่งแล้วเอาไปให้อีกส่วนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อ คนไทยในต่างประเทศลงทะเบียนอยู่ประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ไม่ลงทะเบียนออกไป โดยผิดกฎหมายบ้าง ออกไปทํางานในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย แต่ส่งเงินเข้ามา โดยชอบด้วยกฎหมาย คือเงินนี่ชอบด้วยกฎหมายครับ เราก็ต้องดูแลเขา วันนี้จริง ๆ ผมเชื่อว่า คนไทยในต่างประเทศที่อยู่กันจริง ๆ มากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนครับ แต่ท่านรู้ไหมครับ เวลามีปัญหาต่าง ๆ ในกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องดูแลประชาชนที่เกิดปัญหาต่าง ๆ ทั่วโลกนี่นะครับ มีงบประมาณดูแลปัญหาของประชาชน ๒๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ ๒๐ ล้านบาทนี่ไม่ใช่ประเทศเดียวนะ เอาทั้งโลกเลยครับ ทั้งปีนี่ ดังนั้นผมก็เชื่อมั่นว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ในสถานทูตหลายแห่งก็ไม่พอ ดังนั้นการที่จะขอตัดงบประมาณเพื่อจะไปเพิ่ม ส่วนนั้นไปช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ เขายากจนจากประเทศไทย ไม่มีทางออกจึงดิ้นรนไปอยู่ต่างประเทศ พออยู่ต่างประเทศปรากฏว่าเกิดปัญหางบไม่พอ ดังนั้นที่ผ่านมาการต่างประเทศที่ดีนี้ เราสร้างทูตซีอีโอ (CEO) ไปดูแลเรื่องการค้า การขาย ได้สะตุ้งสตางค์มาก็ไปเป็นงบประมาณได้เยอะขึ้น แต่ ๒ ปีที่ผ่านมาเขาบอกว่าทูตซีอีโอไม่ได้ ทําทูตการค้า แต่กลายเป็นทูตซีอีโอเป็นทูตตามล่าครับ ข้อเท็จจริงจริง ๆ เป็นอย่างนี้ครับ ทูตเขาก็เล่าให้ฟัง เขาก็อึดอัดใจครับ ตามล่าแต่คนคนเดียว ดังนั้นผมว่าวันนี้ถ้าเราจะทะเลาะ ก็ทะเลาะเสียในบ้านเถอะครับ อย่าให้ทูตเขาไปสร้างการทะเลาะเบาะแว้งในต่างประเทศ ทําให้เสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนเข้าใจดีแล้ว ถึงเกิดผลการเลือกตั้งอย่างนี้ครับ

ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนอีกอันหนึ่งว่าที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง พยายามที่จะกล่าวหาว่าในเรื่องขององค์กรระหว่างประเทศทําการวิพากษ์วิจารณ์ มาตรา ๑๑๒ แล้วเจ้าหน้าที่ไปอยู่ไหน ฟังสักนิดเถอะครับ เราลองใช้ทัศนะการมองแบบ ๒ ด้านดู วันนี้เราต้องอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง เรามองหน่อยไหมครับว่าในสมัยท่านทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง มีใครละเมิด มาตรา ๑๑๒ ไหม มาตรา ๑๑๒ เคยเป็นประเด็นไหม มาตรา ๑๑๒ ยืนยันว่ามีคดีสูงขึ้นมาก เป็นผลมาจาก การบริหารของรัฐบาลที่แล้วที่ทําให้เกิดภาวะการแตกแยกและมีการใช้อํานาจโดยไม่ชอบ โดยใช้กฎหมาย มาตรา ๑๑๒ เป็นเครื่องมือ มันจะเกิดภาวะระส่ําระสาย ผมอยากจะ กราบเรียนเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการ ผมเชื่อมั่นว่าท่านกรรมาธิการ ได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างดีแล้วว่ามันเป็นผลมาจากการกระทําอย่างนี้ จึงมีการเพิ่มงบประมาณ ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศเขา

อีกอันหนึ่งที่เราถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลาครับ เรื่องพาสปอร์ต ท่านครับ กรรมาธิการการต่างประเทศจะตอบอย่างไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่าท่านต้องรู้ เข้าใจเรื่องเหล่านี้ ที่ผมจะกราบเรียนท่านผ่านทางท่านประธานสภา ท่านครับ เราคนไทยด้วยกัน เหตุการณ์ ที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด ท่านพันตํารวจโท ทักษิณมีความผิดที่ถูกกล่าวหาตลอดเวลา พูดกันให้ชัด ๆ สิครับ เซ็นรับรองสําเนาถูกต้องบัตรประชาชนให้ภรรยาไปซื้อที่ดินเท่านั้น ลองเปรียบเทียบกับนายกรัฐมนตรีคนอื่นไหมครับ จอมพล ถนอม สมัยรัฐบาล ๑๔ ตุลา ฆ่าประชาชน หลังจากนั้นใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีครับ พรรคประชาธิปัตย์ ไปยึด พาสปอร์ตเขาไหม ไม่มี ตามล่า จอมพล ถนอมไหม จอมพล ประภาสไหม ไม่มี พฤษภาทมิฬ หลังจากนั้นใครขึ้นมาเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์อีก ยึดพาสปอร์ต พลเอก สุจินดา คราประยูรไหม ไม่มี อะไรกับทักษิณหนักหนาละครับ ดังนั้นอันนี้เป็น ๒ ทัศนะครับ ท่านประธานระหว่างทัศนะที่เราจะมองผลประโยชน์แห่งรัฐเป็นสําคัญ หรือจะใช้ผลประโยชน์ ทําลายคู่แข่งเป็นสําคัญ ท่านครับ อะไรที่จะปรองดองกันได้เราก็ควรจะเริ่มต้นกันเสียทีเถิด ไม่อย่างนั้นอยู่อย่างนี้ไปไม่ได้หรอกครับ เช่นเดียวกันครับ ทักษิณไปพม่า นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ไปอีก ความเป็นจริงในเรื่องนี้ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะมองผลประโยชน์แห่งรัฐ เป็นที่ตั้งหรือผลประโยชน์แห่งการทําลายคู่แข่ง

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย กรุณาหยุดสักครู่ครับ เชิญครับ ท่านจุติประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

เดี๋ยวผมคอยให้ท่านสุนัยจบก่อนก็ได้ครับ ผมจะได้ชี้แจงทีเดียว ไม่ได้เป็นการตอบโต้ครับ แต่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงครับท่านประธาน ไม่อยากให้อย่างนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ชี้แจง ไม่ได้ ท่านต้องใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญท่านสุนัยต่อเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เคารพกันครับ อยากจะให้ท่านได้ แสดงตัวหลาย ๆ ครั้ง จะได้พูดถึงชื่อท่าน แต่คนอื่นผมไม่พูดถึงเลยเห็นไหมครับ เพราะว่า ผมรักแต่คุณจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว หลังจากไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วอย่าเครียด

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ครับ ท่านประธานได้ปล่อยให้ท่านสุนัยอภิปราย เปิดการแสดงนานพอแล้วครับ ท่านต้องควบคุมว่าท่านอภิปรายในฐานะอะไร มันเกี่ยวข้อง กับงบประมาณตรงไหน และที่สําคัญท่านประธานครับ ท่านสุนัยดํารงฐานะเป็นประธาน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ การแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นั้นมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิ ของสภาแห่งนี้ ท่านต้องไม่ทําตัวเป็นโฆษกของนักโทษ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ท่านครับ เดี๋ยวท่านอย่าไปพูดอย่างนั้น เดี๋ยวก็จะเลยเถิดครับ ผมปิดไมค์ คืออย่างนี้ครับ ผมก็ได้บอกท่านสุนัยแล้วครับว่าพยายามพูดถึงเรื่องงบประมาณ ผมก็เตือนทุกท่านที่พูด ไม่ว่าฝ่ายไหน ท่านก็เข้าใจครับ ท่านสุนัยก็ใช้เวลาไปเกือบ ๘ นาทีแล้ว อีกนิดเดียวก็จบแล้ว เชิญท่านสุนัยต่อครับ เอาเรื่องงบประมาณ กรุณาอย่าได้พาดพิงถึงบุคคลอื่น พอแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ผมวนเวียนอยู่กับ ท่านกรรมาธิการงบประมาณนะครับ สิ่งหนึ่งซึ่งท่านจะต้องตอบเราและผมเชื่อว่าท่านเข้าใจ ท่านครับ การทูตสมัยใหม่เขาใช้ผลประโยชน์แห่งรัฐเป็นที่ตั้ง ขยายทุนของประเทศนั้น ๆ ไป เขาไม่ได้ทําลายคู่แข่งทางการเมืองเป็นที่ตั้ง วันที่จอร์จ บุช ได้เป็นประธานาธิบดี คลินตัน ไม่ได้เป็น เขายังเดินทําหน้าที่ไปเป็นทูตทางการค้านอกระบบ ใช้เครดิตกู้ดวิลล์ (Credit Good will) ของเขาไปขยายตลาดในญี่ปุ่น ในจีน เขาทํากันอย่างนี้ เศรษฐกิจเขาถึงเจริญเติบโต ประเทศไทยเรื่องนี้ผมก็อยากจะให้เข้าใจชัด ๆ เสียทีเถอะครับ การเป็นฝ่ายค้าน ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่ว่าเกาะสภาแล้วล่อรัฐบาลตลอดเวลา พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นฝ่ายค้าน เป็นระดับผู้นํา แต่ได้พากลุ่มทุนไปลงทุนเรื่องพลังงานในประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้เมืองไทยที่มีเขื่อน มีไฟฟ้าเข้ามาจากต่างประเทศ มีพลังงาน เป็นผลมาจากการที่ใช้ เครดิตจากนโยบายที่ประเทศเพื่อนบ้านเชื่อถือ แปรสนามรบเป็นสนามการค้า ไปเจรจา พากลุ่มทุนในประเทศไทยไปลงทุนในต่างประเทศ กําไรทั้งหมด พลังงานทั้งหมดก็กลับมา รับใช้ประเทศเรา เลิกเสียทีเถอะครับ วันนี้ผมจะยินดีมากถ้าเกิดว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พากลุ่มทุนในประเทศไทยในฐานะฝ่ายค้าน มีเครดิตประเทศไหน พากลุ่มทุนในประเทศไทย ไปขยายทุนเลย ไปทําธุรกิจในต่างประเทศ แล้วเอาเงินกลับประเทศ ดีครับ ตรงจุดนี้เอง ที่ผมคิดว่าเลิกพูดเรื่องนี้เสียที ที่เราจะพยายามใช้ทฤษฎีการมองแบบเอาผลประโยชน์ โดยทําลายคู่แข่งทางการเมือง จงใช้ผลประโยชน์แห่งรัฐเป็นที่ตั้ง และใช้หลักการขยายทุน ของรัฐไทยให้กว้างขวางออกไปแล้วก็นําผลประโยชน์กลับมาครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่า ท่านกรรมาธิการการต่างประเทศน่าจะเข้าใจ ดังนั้นท่านประธานครับ จบเสียทีเถอะครับ ที่พูดเรื่องพาสปอร์ต ท่านเคยเป็นรัฐบาลไม่เห็นตามพาสปอร์ต จอมพล ถนอมเลย ไม่ยึดเลย ท่านเคยเป็นรัฐบาลทําไมไม่ยึดพาสปอร์ตของ พลเอก สุจินดา คราประยูร ที่ฆ่าประชาชนล่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ หมดเวลาแล้วครับ พอแล้วครับ เอาละครับท่าน ผมให้โอกาสแล้วครับ หมดเวลาแล้ว ผมว่า ต้องพูดในทางที่ไม่ให้กระทบกระทั่งกันนะครับท่าน เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

อีกคําเดียวครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยินดีครับ ท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ แล้วถ้าเผื่อไม่ชี้แจงก็จะเสียหาย เพราะว่าผมเป็นหนึ่ง ในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมาสุดท้าย แต่ว่ากราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าในกรณีของที่ยกตัวอย่างมาว่ารัฐบาลนั้นทําไมเลือกปฏิบัติ ไม่ตามจับ ไม่ถอด พาสปอร์ตคนนั้นคนนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลชุดที่แล้วต้องทําตามกฎหมายครับ เพราะว่าสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี จอมพล ถนอมก็ตาม พลเอก สุจินดาก็ตาม ไม่ได้มีคดี ที่ศาลพิพากษา มีโทษ แล้วก็ไม่ได้หนีไปไหน อยู่ในประเทศไทย ส่วนท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อีกท่านหนึ่งก็มีคดีที่ศาลพิพากษาแล้วก็เดินทางไปต่างประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มีหน้าที่ ต้องทําตามกฎหมาย นั่นข้อที่ ๑ ไม่ได้เลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ

ส่วนข้อที่ ๒ ที่บอกว่าทําไมท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ไปทํา เหมือนกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จอร์จ บุช ไม่ได้เป็นตําแหน่งแล้ว ไปเปิดตลาด ก็อยากจะให้ความเข้าใจที่ตรงกันครับ จริง ๆ แล้วที่เขาไปเขาเป็นประธานของกองทุน ที่ลงทุนเกี่ยวกับเรื่องพลังงานแล้วเขาได้รับเชิญไป เพราะว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มทุนใหญ่ที่ดูแล เรื่องพลังงานของโลก เขาจึงเดินทางไปแล้วไปมีสถานะ เพราะว่าบริษัทล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) นั้นช่วยให้ไป ประเทศไทยไม่มีระบบนั้นนะครับ ก็เลยกราบเรียนให้ทราบว่า มันคนละระบบกัน แล้วข้อมูลต้องให้พร้อมมากกว่านั้น เพราะว่าประธานาธิบดีจอร์จ บุช นั้น ไปเพราะว่าเป็นกลุ่มทุนที่เดินทางไปทําธุรกิจ แล้วก็นอกจากนั้นแล้วสวมหมวกหลายใบ คืออดีตประธานาธิบดีไปรับเลคเชอร์ก็มีสิทธิที่จะไป ในขณะเดียวกันเขามีเป้าหมายทางธุรกิจ ที่เขาเป็นประธานอยู่ ขอบพระคุณครับ ส่วนท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้ทําธุรกิจอะไร แล้วก็ไม่ได้เป็น ประธานของกลุ่มทุนใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ คุณหมอวรงค์มีอะไรครับ ผมให้ท่านจุติดีกว่า เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

ส่วนมาตรา ๑๑๒ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ บันทึกไว้ว่าที่ผมพูดนั้นเพราะผมเป็นคนที่เวลาสาบานตนแล้ว จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็ทํา ทั้งปฏิบัติด้วยกายและจิตใจ วิญญาณครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมอวรงค์ มีอะไรครับ ประท้วงหรืออะไรครับ ท่านพาดพิงเรื่องอะไร ไม่มีใครพูดถึงท่านเลยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมใช้สิทธิอภิปรายครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเป็นผู้แปรญัตติท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิเป็นผู้อภิปรายในการปรับลดงบประมาณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ทางพรรคท่านไม่ได้แจ้งชื่อมาครับ เมื่อกี้วิปได้บอกไว้ว่าต้องผ่านวิปก่อน ผมอนุญาตแล้ว แต่ผมอนุญาตท่านสัก ๕ นาทีครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีความจําเป็นที่ต้องเรียนกับท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการเพื่อตัดลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่เชื่อในศักยภาพ ของรัฐมนตรี ผมไม่เชื่อจริง ๆ ในการที่จะดูแลผลประโยชน์ของประเทศ เพราะผมเกรงว่า งบประมาณที่ให้ไปจะทําให้เกิดความสูญเสียกับประเทศ ผมจึงจําเป็นต้องตัดลดงบประมาณ ผมจะเล่าให้กับท่านประธานฟัง เพราะผมพยายามดูท่านรัฐมนตรีท่านนี้ในการทําความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน และผมก็เชื่อว่าต่างประเทศให้เกิดความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้ทําหน้าที่ตรงนี้ แต่เพื่อนสมาชิกในสภายังเข้าใจผิด ยังมีการกล่าวหา รัฐบาลที่แล้ว กล่าวหาท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าไปสร้างความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา ผมเล่าให้ท่านประธานฟังว่าอดีตที่ผ่านมากัมพูชากับไทยเขาคบกันฉันท์พี่ฉันท์น้อง ฉันท์เพื่อนบ้านที่รักกันมาตลอด การใช้เจบีซีจากเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ที่มีการลงนามร่วมกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แม้แต่รัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณก็ใช้เจบีซีเช่นกัน ก็เท่ากับว่า กระบวนการเจบีซีเป็นกระบวนการเพื่อนบ้านคุยกัน เราบ้านติดกันเราคุยกัน ๒ คน คนอื่น อย่ามายุ่ง เพราะเราก็จะรู้ว่าตรงไหนเราจะผ่อนปรนกันได้ ทุกอย่างก็ราบรื่นกันมาตลอด แต่ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าวันดีคืนดีที่ทางกัมพูชาเขาเหิมเกริมมันต้องมีเหตุมีผล อยู่ ๆ เขาจะมาเหิมเกริมกับเรามันเป็นไปไม่ได้ ก็เพราะว่าคนของเราบางคนไปมีผลประโยชน์ กับเขาหรือเปล่าที่ผมถาม แต่อย่างน้อยมีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ๑ คน ไปเซ็นเอ็มโอยูกับทางกัมพูชาเขา และให้เขาเอาปราสาทพระวิหารไปขึ้นมรดกโลก ประเทศเดียว ผมว่าตรงนี้คือที่มาท่านประธานครับ เราต้องเท้าความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เพราะว่าประชาชนคนไทยรับข่าวสารเยอะ บางครั้งจะลืม ประมาณปี ๒๕๕๑ ถ้าผมจําไม่ผิด มีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ๑ คนไปเซ็นเอ็มโอยูกับทางกัมพูชาเพื่อจะให้ ทางกัมพูชาเอาปราสาทพระวิหารขึ้นมรดกโลกประเทศเดียว ตรงนี้มันจึงเป็นปัญหา เมื่อวันที่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นรัฐบาล มาเป็นนายกรัฐมนตรี ปัญหานี้หลังจากทุกคนรับทราบ ทุกคนไม่พอใจ ผมจําได้ว่ามีการฟ้องร้องไปที่ศาลปกครอง ศาลก็มีคําพิพากษาว่าให้การเซ็น เอ็มโอยูนั้นเป็นโมฆะ ใช้ผลไม่ได้ ไม่มีผลบังคับใช้ ถามอกเขาอกเราผมเชื่อว่าเขมรเอง ก็ไม่พอใจครับ ดังนั้นผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าปัญหาของไทยของกัมพูชาที่เกิดขึ้นเป็นผล เพราะว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมานั้นปกป้องประโยชน์ประเทศไทย ลองท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกท่านฮุนเซนที่รักท่านต้องการอะไรเต็มที่ไปเลย ผมขอน้ํามัน ตรงนี้นะ รับรองทุกอย่างก็แฮปปี้ (Happy) กันดี แต่ผมเชื่อว่าท่านอภิสิทธิ์รัฐบาลที่ผ่านมา ปกป้องประโยชน์

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับ ท่านดอกเตอร์สุนัยประท้วง เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นนี้ มาใส่ร้ายป้ายสีเขาง่าย ๆ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านไม่ต้องไปว่าเขา ท่านประท้วงอะไรก็บอกผม แต่ว่าไม่ต้องไปว่าเขา อันนี้ผมไม่อนุญาต เอาอย่างนี้คุณหมอครับ เมื่อกี้ผมก็เตือนทุกคนว่าเอาเรื่องงบประมาณ ถ้าย้อนอดีตไปก็ทะเลาะกันอย่างนี้อีก ๓ วันก็ไม่จบเรื่องปราสาทพระวิหาร เอาเรื่องงบประมาณ เพราะผมได้วินิจฉัยไปหลายท่านแล้ว กรุณาได้ช่วยกันประคับประคองการประชุมงบประมาณ นะท่าน ขอบคุณครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมจะพยายามให้มันกระชับแล้วกันครับท่านประธาน แต่อย่างน้อยเพื่อเป็นการเตือนเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมและคณะกรรมาธิการว่าท่านได้ ทําหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ ท่านได้สอบถามผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศไหมว่าที่มาที่ไป ของเรื่องเหล่านี้ ที่เราไม่รู้อนาคตในเดือนกุมภาพันธ์จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยนั้น ท่านได้ซักถามไหมครับ เขาได้ชี้แจงให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบไหม เพราะผมเชื่อว่า ดูแววตาของแต่ละท่าน ท่านไม่ได้ถามครับ ผมจึงต้องการจะชี้แจงให้กับคณะกรรมาธิการ เผื่อท่านเปลี่ยนใจจะได้ตัดลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศลง เพราะถ้าท่าน รับรู้ว่าอดีตที่ผ่านมาเราเกือบจะเสียปราสาทพระวิหารแบบทันทีทันใดเลย ถ้าเอ็มโอยูฉบับนั้น ถ้าศาลของเราไม่มีคําพิพากษาออกมา แต่ผมย้ํานะครับท่านประธาน อย่างน้อยเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยึดแนวทางที่ถูกต้อง และผมก็เชื่อว่าแนวทางนี้เป็นแนวทาง ที่ถูกต้องจริง ๆ คือเพื่อนบ้าน บ้านติดกันตีกัน มีความไม่เข้าใจกัน เรามาเจรจากันทุกอย่าง ก็จะจบ และผมว่าทุกอย่างมันราบรื่นดี แต่มันเกิดกระแสบ่างช่างยุขึ้นมาทําให้เรากับกัมพูชา กัมพูชาก็เหิมเกริมครับ เพราะเขาไม่ได้ดั่งใจครับ เราก็ไม่ตามใจเขา เนื่องจากว่าท่านอภิสิทธิ์ ปกป้องประโยชน์ของประเทศ จุดนี้เองมันจึงเป็นที่มาถึงความขัดแย้งชายแดนมาตลอด แล้วก็เมื่อสักครู่ได้มีการพาดพิงไปแล้วว่าสุดท้ายเขมรเขาก็ยกเรื่องไปร้องที่ศาลโลก รัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์ท่านมีการย้ําชัดเจนเลยว่าต้องการทวิภาคี ทวิ แปลว่า ๒ คือ ๒ ประเทศคุยกัน ไม่ต้องการให้ที่อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านย้ํานักย้ําหนา ผมจําได้เนื่องจากผมเป็นคณะกรรมาธิการ เจบีซี เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาหลายครั้ง แล้วมีปัญหาหลายครั้ง และท่านอภิสิทธิ์เอง ก็พยายามบอกอยู่เสมอว่าเจบีซีน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เราไม่ต้องการให้ประเทศที่ ๓ ระบบอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเกี่ยวข้องขึ้นมาแล้วมีปัญหาทีหลังจะมาโทษรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ไม่ได้ สุดท้ายเขมรก็ฟ้องศาลโลกเราก็ต้องต่อสู้ตามกระบวนการ เพราะท่านรัฐมนตรีกษิต ก็บอกแล้วว่าเขามีสิทธิที่จะฟ้อง เมื่อเขาฟ้องไปแล้วเราก็ต้องไปเจรจา แต่ดีใจท่านประธานครับ ที่คณะกรรมการที่ทางรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ตั้งขึ้นมาทําให้ประเทศเราไม่ได้สูญเสีย เรามีกําไร ตามที่ผมกราบเรียนไว้แล้วนะครับ ผมต้องย้ําว่าพ้นคําพิพากษาในขั้นต้นก็คือ การคุ้มครองชั่วคราวเรามีกําไร ย้ําตรงประเด็นที่ว่าเขมรต้องการให้เราถอนทหารออก แต่ศาลโลกบอกเอ็งต้องถอนทั้ง ๒ ฝ่าย ถือว่าเรามีกําไรเกินเป้าหมาย และหลังจากนั้นไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ต้องทําหน้าที่ตรงนี้ต่อไปเพื่อชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ในประเด็นเหล่านี้ แต่จุดที่ผมกังวลครับท่านประธาน คํากล่าวของเพื่อนสมาชิกบางท่าน ผมนึกถึงเรื่องน้ําท่วม ขนาดที่ท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นรัฐบาลมา ๕ เดือน ยังมีการกล่าวย้อนไป ในอดีตว่าปัญหาน้ําท่วมนี้เกิดจากอดีตที่ผ่านมา ผมก็กังวลว่าเดี๋ยวเกิดถ้าคําพิพากษาออกมา สาธุ อย่าให้เป็นอย่างนี้นะครับ ถ้าเราไม่เสียดินแดนก็ดีใจด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าเราเสียดินแดน ผมกลัวว่าจะมีการกล่าวหาย้อนไปที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพราะเมื่อสักครู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านก็พูด ท่านบอกท่านเข้ามาท่านทําหน้าที่รับไม้ต่อ ท่านก็ใช้ทนายชุดเดิม ทีมงานชุดเดิม อะไรชุดเดิม อย่างนี้เป็นการปัดความรับผิดชอบครับ ก็เท่ากับว่าผมเรียนตรง ๆ นะรัฐมนตรีทุกคน ข้าราชการก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้ามีปัญหา อะไรเกิดขึ้นก็โทษท่านอภิสิทธิ์คนเดียวสิครับ ดังนั้นภาวะผู้นําที่เกิดขึ้นของรัฐมนตรีท่านนี้ สมควรต้องตัดงบประมาณทั้งกระทรวงนะครับ ท่านต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ ท่านลงนามรับหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่ว่าโยนความผิด ไปที่รัฐบาลชุดอื่น และจุดที่ผมกังวลท่านประธานครับ แล้วต้องตําหนิรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศอย่างรุนแรงที่ต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพราะว่า สังคมไทยเป็นสังคมข่าวลือ คนบางคนจงใจจุดประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้คนสามารถ เข้าใจผิดได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอดีตที่ผ่านมา แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ มันเกิดจาก ฝีมือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ที่มือไม่ถึงครับ จึงกราบเรียนกับ ท่านประธาน ผมจึงจําเป็นต้องตัดลดงบประมาณตามที่ผมกราบเรียนไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเรวัต อารีรอบ กรรมาธิการ

นายเรวัต อารีรอบ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ มาตรานี้ผมไม่อภิปรายครับ ผมจะอภิปราย มาตรา ๙ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอดี ผมเห็นชื่อขึ้นในจอ เชิญท่าน

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะกรรมาธิการ ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณมีหน้าที่ ในการตรวจสอบเรื่องงบประมาณ แล้วก็เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ เรื่องนโยบายต่าง ๆ ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ทางกรรมาธิการงบประมาณ แล้วก็ได้ย้ําในขณะที่พิจารณางบประมาณในขั้นกรรมาธิการว่า ให้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กระทรวง การต่างประเทศ ประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอมติ นะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ

กรุณาช่วย ตามสมาชิกข้างนอก ผมกดออดแต่ออดไม่ดังครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า วันนี้มีคณะกรรมาธิการหลายคณะประชุมทั้งตึก ๒ ด้วย แล้วก็อยู่ตึก ๓ หลายชั้น ขอให้ ท่านประธานช่วยกดออดยาว ๆ ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมพยายามกด ตอนนี้รู้สึกว่าออดจะเสียนะครับ กดก็ไม่ดัง ช่วยตามสมาชิกหน่อยครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิก ประจําที่ครับ ท่านพิษณุกําลังตามเพื่อนอยู่นะครับ ออดเสียครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตร แสดงตนครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้ว ส่งผลคะแนนด้วยนะครับ มีสมาชิกเข้าประชุมอยู่ ๓๐๖ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม นะครับ

ต่อไปเป็นการลงมติตามมาตรา ๘ นะครับ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีการแก้ไข โดยมีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อย ส่งพร้อมคะแนนเลยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๘ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าผลของการลงคะแนน ของสมาชิกให้คงไว้ตามร่างเดิมของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก

เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๙

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ๔ นาทีครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้แปรญัตติในมาตรา ๙ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งได้รับ งบประมาณ ๓,๖๗๗ ล้านบาท ดิฉันขอปรับลดลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาได้กระจายงบประมาณในส่วนที่จําเป็น แล้วสิ่งหนึ่งที่เป็นเควสชั่นมาร์ค (Question mark) ซึ่งอยู่ในหัวใจของดิฉันก็คือว่าจะมีข่าวว่ามีเด็กที่ต้องการไปประกวดวงโยธวาทิต ที่ต่างประเทศแต่ไม่มีเงินไปประกวด จนกระทั่งเอกชนนั้นได้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเป็นคําถามว่า กรมพลศึกษานั้นมีโครงการมหกรรมจัดการแสดงและประกวดสุดยอดวงโยธวาทิตหรือไม่ อย่างไร ด้วยเหตุใดทางกระทรวงนี้ถึงนิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ การเพิ่มประสิทธิภาพของกระทรวงตามวัตถุประสงค์ของกระทรวง ตามข้อสังเกตที่ดิฉัน จะกราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อที่จะให้ได้รับการพัฒนา ตามมาตรฐานนั้น ตามวัตถุประสงค์ แหล่งท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ที่จะ เชื่อมโยงความโด่งดังการโปรโมทของท้องถิ่นและหน่วยงานเอกชนเป็นเกือบทั้งสิ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเมืองปาย เมืองเชียงคาน จังหวัดเลยจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ มามากมาย เป็นที่น่าประทับใจมากค่ะ แต่ถามถึงการดูแลการประสานงานกับชุมชนของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนั้นมีน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทางของการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยนั้นไม่มีเลยค่ะ การดูแลเบื้องต้นในการบริการประชาชนผู้มาท่องเที่ยวนั้น ดิฉันไม่เห็นมีจาก ททท. เลยนะคะ ดิฉันไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ก็เห็นแต่รูปสวย ๆ ของท่าน ส.ส. คนสวยของจังหวัดเลยก็พอจะเข้าใจว่ามาถึงเชียงคานแล้ว เพราะฉะนั้นการประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุนบุคลากร ชุมชน หน่วยงานจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นนั้นก็ไม่ปรากฏ ในความรู้สึกของดิฉันนะคะ หลายพื้นที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเทศกาลต่าง ๆ ของพัทยา ก็จะเป็นความสามารถ โดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้คนในพื้นที่ ที่เขามีศักยภาพในการทํางาน ในการดูแลพื้นที่ เช่นเดียวกับหัวหิน เพลินวานเป็นสิ่งที่ ททท. จะต้องเข้าไปดูแลสนับสนุนให้มากขึ้นกว่านี้ค่ะ ท่านประธานคะ สิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาน่าจะให้การสนับสนุน ก็คือในเรื่องบุคลากรให้มีการสร้างระบบฐานข้อมูล แหล่งท่องเที่ยว แล้วก็สนับสนุนต่อการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ดิฉันยกตัวอย่างง่าย ๆ ในจังหวัดมหาสารคามซึ่งเป็นพื้นที่พุทธมณฑลอีสาน มีพระธาตุนาดูน มีสะดืออีสาน มีบ้านแพง ซึ่งเป็นสมารท์ วิลเลจ (Smart village) เราสามารถทําการท่องเที่ยวเป็นวันเดย์ทัวร์ (One day tour) หรือฮาฟท์เดย์ทัวร์ (Haft day tour) แต่เมื่อดิฉันในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรนั้นก็ได้เข้าไปหารือกับเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยว ประจําจังหวัดมหาสารคาม ก็ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่นั้นยังไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการ ท่องเที่ยว ในเรื่องการดูแลในพื้นที่ท่องเที่ยว ไม่มีความพร้อม เพราะฉะนั้นดิฉันอยากขอฝาก ไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สิ่งที่อยากจะฝากอีกประการหนึ่งนะคะว่าในเรื่องมัคคุเทศก์ว่าคุณภาพ ของมัคคุเทศก์เดิม ๆ จะมีการผลิตมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ในสมัยก่อนที่เรียน ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกันนั้นก็จะมีความเข้าใจซาบซึ้งในศิลปวัฒนธรรมที่จะมีการถ่ายทอด ให้กับนักท่องเที่ยวให้มีความเข้าใจถึงอารยธรรมของประเทศไทย แล้วที่สําคัญที่ดิฉันไม่สบายใจ ก็คือดิฉันเห็นมัคคุเทศก์ต่างประเทศได้เข้าไปให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากว่า เราขาดแคลนบุคลากรทางด้านภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษารัสเซีย ภาษาสเปน ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาเกาหลี จะทําให้มัคคุเทศก์ของต่างชาตินั้นมาให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ถูกต้อง ก็พากย์วัด พากย์วังไม่ถูกไม่เข้าใจในเรื่องอะไรต่าง ๆ

และประการสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะฝากในเรื่องการหลอกลวง นักท่องเที่ยวให้ไปซื้อจิวเวลรี่ (Jewelry) ที่บริษัททัวร์ต่าง ๆ ที่จะมีคอนแทรค (Contract) กับร้านจิวเวลรี่มากมาย ซึ่งทําให้นักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง ท่านประธานทราบไหมคะว่า เขาให้ค่าเปอร์เซ็นต์ ค่านายหน้านั้นถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วถามว่าคุณภาพของจิวเวลรี่นั้น มันมีมากน้อยเพียงใด แล้ว ททท. นั้นได้ออกใบการันตีให้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้ ททท. เข้าไปตรวจสอบคุณภาพ มีอุปกรณ์ มีบุคลากรเข้ามาดูแลให้ความยุติธรรมกับนักท่องเที่ยว สร้างความประทับใจและน่าเชื่อถือให้กับประเทศเราด้วยนะคะ ททท. เองก็ควรทํางาน ในเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณก็ควรจะให้ความร่วมมือกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยให้มากขึ้น รวมถึงในเรื่องกีฬาที่จะส่งเสริมให้กีฬาพัฒนาคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนลงในพื้นที่ในชนบทให้มากขึ้นด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเรวัตครับ

นายเรวัต อารีรอบ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนคําแปรญัตติเพื่อปรับลดในมาตรา ๙ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ จากยอด ๖,๗๕๔,๒๕๓,๒๐๐ บาท ปรับเพื่ออะไรท่านประธานครับ ปรับไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์เพื่อทําห้องน้ําในแหล่งท่องเที่ยว ที่จังหวัดภูเก็ต ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขาดความเอาใจใส่และการดูแลอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ หากผมไม่ได้ปรับลดและอภิปรายในมาตรานี้ของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ก็เปรียบเสมือนกับผมไม่ใช่เป็นตัวแทนของชาวภูเก็ต พร้อมกับคุณอัญชลีเมื่อวาน ได้อภิปรายเรื่องงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านไปดูงบประมาณได้เลย ไม่ว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๔ ในปี ๒๕๕๕ ที่จะใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ ไม่มีงบในการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว แม้กระทั่งดูแลนักท่องเที่ยวแม้แต่บาทเดียว ที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาที่ส่งไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ใช่งบการลงทุนนะครับ เป็นงบประจําที่ต้องไป ดูแลข้าราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต นอกเหนือจากนั้น ผมเองยืนยันคําเดิม เช่นเดิม ผมพูดอย่างไรในห้องกรรมาธิการ ผมก็พูดอย่างนั้นในวันนี้ ที่สภา เพราะผมเรียกร้องให้กับคนภูเก็ต แต่อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ไม่ใช่เฉพาะคนภูเก็ต อย่างเดียว หรือจังหวัดภูเก็ตอย่างเดียว รัฐบาลต้องดูแลจังหวัดที่ผลิตรายได้ให้กับรัฐบาล ไม่ว่าภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรีก็ตาม ผมเล่าให้ท่านประธานฟังครับว่าตอนที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเข้ามาชี้แจงงบประมาณ ผมบอกตรงไปตรงมาว่าผมนอนไม่หลับครับ นอนไม่หลับ จริงๆ ท่านฟังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาแถลงนโยบายอย่างนี้ท่านครับ วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายและบริหารจัดการการท่องเที่ยว ให้มีเอกภาพ มีระบบและเชื่อมโยงทั้งในระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคแห่งเอเชีย สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้เกิดความสมดุลยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ ท่านประธานเห็นไหมครับ บอกไว้เลยว่าทั้งระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น แล้วพันธกิจ เขาบอกว่าจะส่งเสริม สนับสนุนการบริหารการจัดการการตลาดและการท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศสูงสุด ท่านครับ ระดับปลัดกระทรวงมานั่ง บอกวิสัยทัศน์อย่างนี้ มาพูดเรื่องพันธกิจอย่างนี้ ผมเป็นผู้แทนของคนภูเก็ต ผมเชื่อไหม เชื่อครับ แต่สุดท้ายงบปี ๒๕๕๕ มีอะไรบ้างครับ ไม่มีแม้กระทั่งบาทเดียว วันนี้ผมจําเป็น ต้องขึ้นอภิปรายในเรื่องของมาตรา ๙ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้เพื่อให้เป็น แนวทางคณะกรรมาธิการ สํานักงบประมาณ รัฐบาลต้องทําในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ว่าจะพัฒนาจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดที่ผลิตรายได้ให้กับรัฐบาลใช้เพื่อดูแลคน ทั้งประเทศไว้อย่างไร นอกเหนือจากที่ผมบอกไปแล้ว ที่ผมบอกแล้วว่าผมนอนไม่หลับ แล้วผมก็ต้องใช้คําเดิม พูดอย่างไรในห้องกรรมาธิการก็พูดอย่างนั้น ท่านครับ ถามได้เลยว่า ที่ผมตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ไป ผมพูดอย่างตรงไปตรงมาจากใจจริง ผมประชดครับ ประชด ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ไปทําห้องน้ํา ท่านไปที่หาดป่าตอง ท่านไปที่แหลมพรหมเทพ ท่านไปหาดราไวย์ ท่านไปทุกหาดหลายหาด ผมถามได้เลยว่าเวลานักท่องเที่ยวจะเข้าบริการห้องน้ํา ไม่มีครับ จะต้องไปซื้อของ จะต้องไปนั่งทานอาหารแล้วถึงจะเข้าห้องน้ํา หรือไม่อย่างนั้นจะต้องเสียเงิน เข้าห้องน้ํา อายเขาไหมครับ นักท่องเที่ยวมาที่บ้านผมแต่ละปี แต่ละเดือน เฉลี่ยสรุปแล้ว ปีหนึ่งประมาณเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน สิ่งไหนที่ผมบอกว่าดีผมต้องชื่นชม สิ่งไหนที่ผมบอก ไม่ดีผมก็ต้องติติงเป็นธรรมดา ผมยกตัวอย่างเช่นรัฐบาลชุดที่แล้วที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดสรรตั้งงบเรื่องศูนย์ประชุมนานาชาติที่จังหวัดภูเก็ต อย่างนี้ผมต้องขอขอบคุณ ทางกระทรวงการคลัง ผมทราบข่าวมาเมื่อเช้านี้ก่อนที่ผมจะพูดนี้ ผมทราบข่าวว่า ทางกระทรวงการคลังดําเนินการต่อ ถูกต้องแล้วครับ เพราะท่านอย่าลืมว่าในนักท่องเที่ยว กลุ่มไมซ์ (MICE) เวลาเขาจะมากัน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน ในจังหวัดบ้านผมหรือจังหวัดอื่น ๆ แทบจะไม่มีห้องประชุมใหญ่ ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลยครับ ที่กรุงเทพมหานคร มีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมจําได้ตอนนั้นทางรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ มีคนหลายคน มีคนหลายกลุ่มบอกว่าทําไมไม่โยกงบจากจังหวัดเชียงใหม่เอามาไว้ ที่จังหวัดภูเก็ต ท่านอภิสิทธิ์พูดอย่างไรครับ จังหวัดเชียงใหม่ก็คือจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย คนเชียงใหม่ก็คือคนไทย เราไม่ทําครับ ผมบอกแล้วว่าสิ่งไหนที่ดีผมต้องชื่นชม สิ่งไหนไม่ดี ผมก็ต้องติติงเป็นธรรมดา นอกเหนือจากนั้นผมจะเล่าให้ท่านฟังต่อครับว่าในกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาว่านอกเหนือจากไม่ดูแลแหล่งท่องเที่ยว ไม่ส่งงบประมาณไปฟื้นฟู ท่านเชื่อไหมครับว่าเรื่องนี้เพิ่งเกิดเมื่อประมาณสัก ๒ อาทิตย์ เวลานักท่องเที่ยวมาจาก ประเทศอิสราเอล เหมือนกับท่านประธาน เหมือนท่านกรรมาธิการก็ดีครับ เวลาท่านไป ต่างประเทศ ท่านไปดูงานจะมีคนไทยไปด้วย เขาเรียกว่าเป็นหัวหน้าของกลุ่มที่เป็นไกด์ (Guide) ไทยไป เช่นเดียวกันครับ ประเทศอิสราเอลเป็นตลาดใหม่ที่มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ท่านเชื่อไหมครับเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําอย่างไร ไปจับเขาหาว่า เขามาเป็นไกด์ ทั้ง ๆ ที่เขามีไกด์คนไทย จ้างคนไทยอยู่แล้ว เพราะว่าคนไทยพูดภาษา อิสราเอลไม่ได้ งานไม่ทํา ทําแต่เรื่อง งบประมาณยังไม่ส่ง ยังมาสร้างภาพลบให้เสียอีก ทางประเทศอิสราเอลบอกแล้วว่าถ้าหากปัญหาอย่างนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต่อไปแขก ของประเทศอิสราเอล จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพมหานครจะยกเลิกครับ ผมเองในฐานะเป็นตัวแทนของคนภูเก็ต ในฐานะปวงชนชาวไทยก็ต้องบอกทางกรรมาธิการ บอกไปยังรัฐบาล บอกไปยังสํานักงบประมาณ ต่อไปนี้การจัดงบประมาณต้องให้ดูด้วยครับ อย่าไปมองว่าจังหวัดไหนที่มีประชากรน้อย ต้องมองถึงประชากรแฝง นักท่องเที่ยว จังหวัด ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ผมกล้าพูดได้เลยจังหวัดภูเก็ตสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลแต่ละปี นํามาใช้พัฒนาเมือง พัฒนาคน รวมถึงเงินเดือนราชการปีละเป็นแสนล้านบาท ถ้าผมไม่พูด วันนี้ผมกลับบ้านไม่ได้ครับ ผมตอบโจทย์ไม่ได้เลยว่าทําไมผมในฐานะตัวแทนของคนภูเก็ต เขาเลือกผมมาแล้ว และผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ถ้าผมไม่พูดเลยคงไม่ได้ครับ ผมต้องฝากสํานักงบประมาณ ฝากรัฐบาล ฝากคณะกรรมาธิการไปคิด เราในฐานะคนไทยด้วยกันจะปรองดองด้วยกันแล้วต้องพัฒนา อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าจังหวัดหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง จังหวัดหนึ่งอีกอย่างหนึ่งไม่ได้ครับ

ท่านครับต่อไป ท่านเชื่อหรือไม่เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว หมอกจากประเทศอินโดนีเซีย พัดมาเรื่อย เข้าประเทศสิงคโปร์ เข้าประเทศมาเลเซีย เข้าประเทศอินโดนีเซีย เรากลับกันครับ ณ วันนั้นถ้าประเทศไทยมีหมอกควันที่เกิดจากควันไฟเหมือนไฟป่าที่ประเทศอินโดนีเซีย ณ วันนั้นประเทศไทยเป็นอย่างไร รู้ไหมครับ ประเทศเพื่อนบ้านเอาเราตายเลยครับ แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําอะไรอยู่ ไม่ทําอะไรเลยครับ ไม่เตือนแม้กระทั่งว่า เข้าไปที่ประเทศอินโดนีเซียไม่ปลอดภัยในเรื่องควันไฟที่เกิดจากไฟป่านี่ครับ ไม่หรอกครับ

แล้วในปี ๒๕๕๒ ก็ดี ปี ๒๕๕๓ ก็ดี ความคิดต่างทางการเมือง ไม่ว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดง รวมทั้งน้ําท่วมในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทําอะไรบ้างครับ ประชาสัมพันธ์ อย่างไรบ้างครับ ผมบอกท่านตรงไปตรงมาในที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าเพื่อนบ้านในเอเชีย ที่เป็นคู่แข่งของจังหวัดภูเก็ตก็ดี คู่แข่งของประเทศสิงคโปร์ก็ดี คู่แข่งของกรุงเทพมหานครก็ดี ปากพูดอย่างหนึ่งแต่มือถือมีดอยู่ครับ ผมรู้ดีครับ แต่ผมไม่อยากให้เอ่ยว่าประเทศนั้น เป็นประเทศไหน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องทํางานให้หนักมากกว่านี้ ผมจึงปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๕ นาที เชิญครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะ กรรมาธิการ วันนี้ผมได้ขอแปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้ ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ในงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จริง ๆ แล้วปีนี้ได้เพิ่มขึ้นครับ ผมดีใจที่งบประมาณกระทรวงนี้ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นแล้ว ซึ่งผมจะเรียนว่าในปัจจุบันนี้เรามีปัญหาทางด้านสังคมมากพอสมควร โดยเฉพาะเยาวชน เรามีแต่การที่จะต้องไปปราบปราม ต้องไปตามแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา เรื่องของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเป็นการสร้างเยาวชน เป็นการป้องกัน ผมคิดว่าการที่กระทรวงนี้ มีนโยบายในการที่จะสร้างสนามกีฬาทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกชุมชน ทุกอําเภอ ทุกจังหวัดนี้ เป็นเรื่องที่เดินมาถูกต้องแล้ว ผมเองคลุกคลีอยู่กับการกีฬา รู้ปัญหาว่าในปัจจุบันนี้การแก้ไข ปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ทุกคนนั้นต้องให้ความร่วมมือ หรือที่เรียกว่าเป็นวาระแห่งชาติ การสร้างสนามกีฬา การสนับสนุนให้เยาวชนนั้นได้มีโอกาส เล่นกีฬาเป็นการป้องกันปัญหาสังคมที่ดี และในปัจจุบันนี้เรื่องของกีฬาในประเทศเรานั้น เป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียง แล้วก็เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนในการที่จะเดินเจริญรอยตาม เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาประเทศ ในขณะนี้ซึ่งกระผมเองนั้นมีเวลาเพียงแค่ ๕ นาที ก็อยากจะไปพูดถึงเรื่องของการสนับสนุนฟุตบอลลีก (Football League) ในประเทศ ซึ่งปัจจุบันนี้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ของบประมาณผ่านกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬามาที่กรรมาธิการซึ่งมีการถกเถียงกันมากมาย และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ หลายท่านนั้นมีกิจกรรมเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในประเทศไทยหลายท่านด้วยกัน ซึ่งประสบปัญหาในเรื่องของการสนับสนุนจากภาครัฐบาล ในปัจจุบันนี้ท่านทั้งหลายคงจะ เห็นว่าการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทยนั้นขณะนี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นเรือนหมื่น ไม่น่าเชื่อว่าในดิวิชั่น ๒ (Division 2) นั้น ในแต่ละจังหวัดนั้นจะมีผู้เข้าชมเป็นหมื่น ๆ คน ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับนักกีฬา เป็นการปลุกกระแสให้เยาวชนนั้นหันมาเล่นกีฬา ปลุกกระแสคนดูใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อันนี้คงประจักษ์ต่อสายตาพี่น้องประชาชนอย่างมาก ในขณะนี้นักกีฬาของแต่ละทีม มีการตื่นตัว มีการซื้อตัวกัน นักกีฬาที่เป็นคนไทยในปัจจุบันนี้เงินเดือนเป็นแสน ๆ บาท บางคนถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทด้วยซ้ําไป มีรถ มีบ้าน มีรถป้ายแดง มีบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นอาชีพ ที่ผิดไปกับสมัยก่อนนี้เป็นอย่างมาก ฉะนั้นขณะนี้เยาวชนได้เห็นว่าถ้าเขาได้มีโอกาส เล่นฟุตบอลแล้วเขาก็จะมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ แต่กลับตรงกันข้ามกับรัฐบาลซึ่งไม่ค่อย ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แล้วก็ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ท่านคงจะเห็นว่ามีเรื่องของ สตง. และการที่เข้าไปตรวจสอบการใช้เงินของสมาคมกีฬาของแต่ละจังหวัดในการสนับสนุน ฟุตบอลดิวิชั่น ๒ ก็ดี ดิวิชั่น ๑ (Division 1) หรือว่าไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก (Thailand Premier League) ก็ดี ซึ่งมีผลกระทบกับการให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผมเองก็อยากจะฝากไว้ว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ที่ผมตัดนั้นประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท นํามาช่วยสนับสนุนให้การจัดการ แข่งขันกีฬาหรือผู้ทําทีมฟุตบอลแต่ละทีมนั้นมีกําลังในการที่สนับสนุนส่งเสริม

อีกประเด็นหนึ่ง ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ คือเรื่องมาตรการทางด้านภาษี เมื่อก่อนนี้ได้มีมาตรการที่จะให้สปอนเซอร์ โรงงาน ห้างร้านต่าง ๆ ได้นําไปลดหย่อนภาษีได้ ทราบว่าเลิกยกเลิกไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๑ ขณะนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลนั้นได้มีนโยบาย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้ภาคเอกชนนั้นเข้ามาสนับสนุนกีฬาให้มากขึ้น ผมก็คงจะขอตัด งบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ๕ นาทีครับ

นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ลําปาง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทยครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมเองอยากจะเรียนว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับ การจัดหารายได้ของประเทศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมมาดูในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รวมทั้งวิสัยทัศน์และพันธกิจของกระทรวงแล้วผมมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงเอง ไม่ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับการสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวเท่าที่ควร ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าการที่ประเทศไทยนั้นเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย จนสุดท้ายเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย วันนี้เองกรรมาธิการที่เบื้องต้นได้ปรับลดลงแล้ว ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าในบางเรื่องหรือวิสัยทัศน์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น ไม่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้ปรับเพิ่มเข้ามา ผมเองจริง ๆ แล้วที่ขอปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

ในส่วนของกรมการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นกรมที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ผมเห็นต่างนิดหนึ่งครับกับวิสัยทัศน์ของกรมก็คือกรมเอง จะไปเน้นหนักในแหล่งท่องเที่ยวอย่างจังหวัดใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดที่มีความสําคัญ ต่อการท่องเที่ยวแต่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับจังหวัดเล็ก ๆ วันนี้เราจะเห็นว่าบางจังหวัด ที่มีแหล่งท่องเที่ยวแต่ไม่ได้มีความสําคัญ ทางกระทรวงก็ไม่ได้ให้ความสําคัญหรือไม่ได้ ให้การจัดสรรงบประมาณ นอกจากนี้แล้วนอกจากไม่ให้ความสําคัญแล้วยังไม่ได้ ให้งบประมาณเขาอีก ผมอยากจะเรียนว่าอย่างเช่นในจังหวัดของผมนั้นได้มีการอนุมัติ งบประมาณในปี ๒๕๕๔ ไปแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่เข้าใจว่ากระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาได้เอาเงินงบประมาณที่ได้อนุมัติไปแล้วเอาไปทําอะไร เพราะผมได้รับทราบ จากทางจังหวัด จากทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่างบประมาณตัวนี้ไม่ทราบว่าหายไปไหน ไม่รู้ว่าโยกไปที่ไหน ก็เลยอยากจะเรียนกับทางท่านประธานว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในจังหวัดเล็ก ๆ ผมอยากจะเรียนอย่างเช่นจังหวัดลําปาง ของกระผมนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ และอยากจะเชิญชวนด้วยสําหรับพี่น้องประชาชน ที่จะเดินทางไปทางจังหวัดเชียงใหม่ก็ดี เดินทางไปจังหวัดเชียงรายก็ดี อยากจะขอให้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้ศึกษาใหม่ ได้ค้นพบใหม่ ก็คือแหล่งมนุษย์โบราณดึกดําบรรพ์ของอําเภอเกาะคา กับมีนักธรณีวิทยาก็ไปศึกษาแล้วก็หายไปแล้วก็ไม่เคยได้รับงบประมาณเลย ผมเองอยากจะ เรียนต่อไปครับว่าในส่วนของอําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปางที่เขาเรียกว่า แกรนด์แคนยอน (Grand canyon) หรือแผ่นดินหวิด อันนี้ก็ถูกโยกงบประมาณไป เขาจะเอาไปปรับภูมิทัศน์ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถดําเนินการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนว่านอกจากนี้แล้ว ในส่วนของอําเภอสบปราบก็ดีก็มีอุทยานแห่งชาติดอยจงที่เราจะต้องช่วยกันสนับสนุนพัฒนา กระทรวงก็ไม่ได้ให้ความสําคัญผมอยากจะเรียนต่อไปในส่วนของการพัฒนาทางด้านประเพณี วัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเป็นแม่งานในการจัด ไม่ใช่ให้ ท้องถิ่นอย่างเดียว มีงานประเพณีที่ไหน หมู่บ้านที่ไหน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเข้าไปร่วมมือร่วมกันจัด ไม่ใช่ปล่อยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับภาระหน้าที่อย่างเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากเวลาผมน้อยผมจะพูดในภาพรวม อยากจะเรียนว่า ในส่วนของงบประมาณในการสนับสนุนฟุตบอลหรือที่เราเรียกกันว่าสโมสร ซึ่งถือว่าอยากจะ ให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและทางรัฐบาลได้ลองพิจารณาดูว่าจะสามารถให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดําเนินการในการสนับสนุนงบประมาณให้กับสโมสรฟุตบอล ของที่มีแต่ละจังหวัดได้หรือไม่ อย่างไร หรือว่าในข้อกฎหมายเราสามารถที่จะแก้ไขว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ดี อบต. ก็ดี เทศบาลก็ดี สามารถสนับสนุนในส่วนของงบประมาณสนับสนุนของสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ ได้ อันนี้ผมก็อยากจะขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ก็คงขอขอบคุณเพราะมีเวลาเพียงเท่านี้ ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านวุฒิพงษ์ ท่านณรงค์ ท่านกันตวรรณ ท่านสมบูรณ์ เชิญท่านวุฒิพงศ์ก่อนครับ เชิญครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวาระที่สองขั้นแปรญัตติ ผมเองได้ยื่นสงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๙ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เดิมทีผมไม่อยากตัดลดงบประมาณ กระทรวงนี้นะครับ เพราะเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะเป็นการเรียกนักท่องเที่ยวเพิ่มรายได้ ให้กับประเทศไทย แต่ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการสามัญประจําสภาอยู่ที่กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับฟังคําชี้แจงจากส่วนราชการต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค แนวทางที่ไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินงบประมาณ แล้วก็ความต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ กระทรวง ทบวง กรม ผมจึงมีแนวคิดที่จะตัดงบประมาณของกระทรวงนี้เพื่อที่จะเพิ่มเติม ในส่วนที่จําเป็น ในส่วนที่เป็นความต้องการของพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานีต่อไป ด้วยเหตุผลดังนี้ท่านประธานครับ แรกเริ่มเดิมทีกระทรวงนี้ได้รับงบ ๖,๗๕๔ ล้านบาท ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาใหม่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผมเชื่อว่ามากกว่าทุกปีตั้งแต่ตั้งเป็น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามา ๑๒,๐๖๔ ล้านบาท ทําอะไรบ้างครับ ทําได้หลาย ๆ อย่าง ปฏิเสธไม่ได้ครับ ทุกคนชอบไปเที่ยว ทุกคนจะมีความสุขถ้าดูกีฬาแล้วทีมที่เราเชียร์ได้รับ ชัยชนะ เพราะฉะนั้นในวงเงิน ๑๐,๒๐๐ ล้านบาท ผมได้ดูตัวเลขในเล่มงบประมาณ เบื้องต้น ผมเห็นว่างบดังกล่าวมีการกระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัดในเขตของพื้นที่ภาคกลาง เราต้องเห็นว่า ประเทศไทยมีอยู่หลายภาค ภาคเหนือ วัฒนธรรมล้านนา ภาคใต้ ทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ภาคตะวันออก ผลไม้อร่อย เมืองพัทยาและอ่าวไทย ภาคกลาง วิถีชีวิตลุ่มน้ําเจ้าพระยา และภาคอีสานของกระผมครับ ลุ่มแม่น้ําวิถีชีวิต โขง ชี มูล ลําเซบก ลําเซบาย รวมทั้งมีประเพณี ๒๒ คลอง ๑๔ และเป็นประตูสู่อินโดจีน ซึ่งต้องมีการเตรียม ความพร้อมในปี ๒๕๕๘ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างผมจึงอยาก ให้งบประมาณได้กระจาย ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ มันจะมีทั้งส่วนของการกีฬา แล้วก็มีส่วนของ การท่องเที่ยว ผมขอเริ่มจากส่วนกีฬาก่อนนะครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ไม่ว่าจะ เป็นกรมพลศึกษา สถาบันการพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ กองทุนที่สนับสนุนเกี่ยวกับวงการทางด้านการกีฬา หลาย ๆ อย่างครับ แนวทางต่าง ๆ นโยบายท่านได้เขียนไว้ในเอกสารขาวคาดน้ําเงินเล่มนี้ครับ เหตุผลโดยสรุปย่อหน้า ๑๓ ในเรื่องของการพัฒนากีฬาและนันทนาการ ท่านได้ตั้งวงเงินไว้ที่ ๗,๖๐๐ ล้านบาท อันนี้เบื้องต้น มุ่งเน้นให้ประชาชนได้ร่วมถึงกิจกรรมนันทนาการและเสริมทักษะสู่ความเป็นเลิศ ระดับนานาชาติ เรามีทั้งกีฬาระดับนักเรียน ประชาชน เยาวชนระดับประเทศ ระดับซีเกมส์ ระดับอาเซียน ระดับเอเชีย และระดับโลก โดยความคาดหวังครับ เม็ดเงินเหล่านี้เราคาดหวังว่า จะให้เรามีนักมวยไทยเก่ง ๆ บัวขาว ป. ประมุข ได้แชมป์ เราอยากได้เจ้าเหรียญทองซีเกมส์ เราได้แชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ ฟุตบอลหญิงเรายังได้แชมป์ระดับเอเชียและที่สําคัญที่สุด เป้าหมายฟุตบอลไทยเราจะต้องได้ไปฟุตบอลโลก อันนี้เราพูดมากันทุกยุคทุกสมัยครับ ด้วยวงเงินงบประมาณ วงเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ครับ ผมเองก็อยากให้เป็นจริง ไม่อยากให้เป็นความฝัน ถึงแม้ใครคิดว่าเป็นความฝันก็อยากให้ฝันนี้เป็นจริง ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไปเชียร์ทีมชาติไทยแทบทุกนัดในการแข่งขันฟุตบอลโลก ไม่ว่าไทยกับโอมาน ไทยกับ ซาอุดีอาระเบีย และล่าสุดไทยกับประเทศออสเตรเลียที่สนามศุภชลาศัย โดยมีความมุ่งหวัง ตั้งใจครับว่าอยากให้ประเทศไทยประสบความสําเร็จในเวทีระดับโลก ได้เหรียญทองโอลิมปิก หรืออะไรก็แล้วแต่ตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ รวมทั้งแนวทางกองทุนต่าง ๆ ที่ท่านได้วาง เอาไว้ครับ ยกตัวอย่างกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กองทุนกีฬามวย กองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ เป้าหมายพันธกิจ ภารกิจชัดเจนเหมือนกันครับ สนับสนุนด้านฟัน (Fund) เป็นเลิศ ดูแลสวัสดิการนักกีฬาทุกอย่างครับ แต่ว่าล่าสุดได้มีเหตุการณ์ที่ยังไม่ชัดเจนเกิดขึ้นมา เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนก็คงจะได้พูดเป็นคนต่อไป เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับเงินสนับสนุน ฟุตบอลลีกภูมิภาคหรือว่าลีกดิวิชั่น ๒ ที่มีปัญหาอุปสรรค แล้วทาง กกท. ทางสมาคมได้มาชี้แจง ตรงนี้ก็เป็นปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ครับ รวมทั้งล่าสุดครับท่านประธาน กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เป็นกองทุนที่จะต้องดูแลสวัสดิการนักกีฬาต่าง ๆ ชมรมต่าง ๆ เราได้สนับสนุนเงินงบประมาณ ให้กับนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียง ผมได้รับข้อมูลจากผู้จัดการฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย ท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู มาบอกว่าทีมฟุตซอลหญิง ทีมฟุตซอลชายได้แชมป์ซีเกมส์มา แต่กองทุนตรงนี้ ยังไม่ได้ดูแลสวัสดิการนักกีฬาฟุตซอลทีมชาติเท่าที่ควร มิหนําซ้ําครับ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาในส่วนตรงนี้ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับการกีฬาแห่งประเทศไทย เราได้เป็นแชมป์ซีเกมส์ เราได้ติดทีมระดับโลก และล่าสุดเราได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ครับ โดยการเริ่มต้นของท่านสามารถ มะลูลีม สมาคมฟุตบอลหลาย ๆ ฝ่ายที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการในครั้งนั้น ครั้งนี้ท่านประธานธเนศ เครือรัตน์ รับช่วงต่อก็ต้องขอขอบคุณครับ ใครทําดีผมก็ต้อง ขอบคุณครับ เพื่อที่จะให้กิจกรรมนี้สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพียงแต่ว่าหลาย ๆ ภาคส่วน สํานักงบประมาณ การกีฬา กทม. รัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังหาบทสรุป ที่ได้ไม่ลงตัว ท่านธเนศก็พยายามประสานให้ แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่จะเป็นภาพลักษณ์หน้าตา ของประเทศไทยในคณะกรรมาธิการชุดนี้มาโดนตัดงบประมาณครับ งบประมาณก่อสร้าง สนามฟุตซอลนานาชาติ ๔๐๒ ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อม คณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ตัดลง ๔๐๑ ล้านบาท เหลือไว้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ ตัดไป ๔๐๑ ล้านบาท ด้วยเหตุผลกลใดหรือว่าจะประสบความสําเร็จหรือไม่ ก็ยังไม่ทราบอนาคต เพราะว่า ต้องสอบถามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนต่อไปในฐานะของกรรมาธิการ ตรงนี้จึงมีข้อสังเกต และความห่วงใยในการที่จะดูแลงบประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

ท้ายที่สุดครับ ท่านคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานที่เพิ่มรายได้ ให้กับประเทศไทยเป็นกอบเป็นกํา แล้วปีนี้ก็เป็นปีมหัศจรรย์ ประเทศไทยมหัศจรรย์ ไทยแลนด์ที่เป็นภาพลักษณ์เพื่อที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทย งบกลาง คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร ก็ได้อภิปรายหลักการเหตุผลโดยส่วนใหญ่ไปแล้ว ผมดีใจครับ ในงบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เล็งเห็นความสําคัญของทุกจังหวัดโดยเท่าเทียมกัน ดีใจแทนพี่น้องจังหวัดเชียงใหม่มีศูนย์ประชุมนานาชาติที่ทันสมัย ดีใจแทนชาวจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับงบประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท สร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ แต่ผมเสียใจแทนพี่น้อง ชาวจังหวัดอุบลราชธานีครับ ภาคเหนือมีแล้ว ภาคใต้มีแล้ว จังหวัดอุบลราชธานีก็เป็น เมืองใหญ่ ประตูสู่อินโดจีนอีสานตอนล่าง ทั้ง ๆ ที่มีโครงการที่จะเป็นเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์ประชุมนานาชาติ คือโครงการวนอุทยานบึงบัว สถานที่ก่อสร้างคือตําบลหนองขอน อําเภอเมือง ออกจากจังหวัดอุบลราชธานีมาทางอําเภอเขื่องใน รูปแบบเป็นศูนย์ประชุม นานาชาติ ห้องประชุมขนาด ๒๐๐-๓๐๐ คน และมีหอเทียนยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รูปแบบ คล้าย ๆ กับหอไอเฟล (Eiffel) เป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยว เป็นศูนย์รวมพิพิธภัณฑ์บัว เป็นศูนย์รวมปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นมติจังหวัดร่วมกับทางส่วนราชการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้นําท้องถิ่น รวมทั้ง ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานีด้วยกันหลายคน ขออนุญาต ยกตัวอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ทางพรรคเพื่อไทย ท่าน ส.ส. สมคิด ท่าน ส.ส. พิสิษฐ์ แล้วก็ท่าน ส.ส. ชูวิทย์ กุ่ย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ของเราเห็นชอบด้วยครับ ประชุมพร้อมกันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ท่านวิฑูรย์เอง ผมเอง วุฒิพงษ์ นามบุตร ก็เห็นชอบ พร้อมกัน รวมทั้งกับปราชญ์นักวิชาการต่าง ๆ ทวงถามผมมาเป็นระยะ ๆ ตรงนี้ครับ ยังไม่ได้งบประมาณสนับสนุนเลย มีแต่โครงการ มีแต่ได้รับงบเบื้องต้นจากงบจังหวัด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจะปรับเพิ่ม แปรญัตติเพิ่มอย่างไรนั้น ก็ต้องขอความอนุเคราะห์จากทางกรรมาธิการให้ความสําคัญ ตรงจุดนี้ด้วย แล้วก็เสียใจแทนพี่น้องจังหวัดอุบลราชธานีอีกอย่างหนึ่งครับ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทางหอการค้าเขาพยายามผลักดันให้เกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว ถนน ๔ ช่องจราจร จากพิบูลมังสาหารไปที่ช่องเม็ก ๑,๓๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการชุดนี้ได้ตัดลงอีก เหตุผลไม่ทราบ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นพิบูลมังสาหารอยู่เขตท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย ที่นั่งอยู่ตรงนี้ และเขตของน้องแนน บุณย์ธิดา สมชัย ที่นั่งอยู่ตรงนี้ โดยตัดไป ๑๗๐ ล้านบาท ด้วยเหตุผล กลใดอีกไม่ทราบครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นเส้นทางเศรษฐกิจสู่อินโดจีน

และสุดท้ายท่านประธานครับ ผมขออีกนิดหนึ่งประเด็นของผมมีเรื่องที่เกี่ยวข้อง แล้วก็สอดคล้องกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณ ขณะนี้ที่จะเป็นเส้นทางส่งเสริมเศรษฐกิจ อาเซียน โครงการรถไฟจากคุณหมิงมาที่เวียงจันทน์ได้เริ่มทําการก่อสร้าง แต่โครงการรถไฟ ความเร็วสูงในประเทศไทยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร-เชียงใหม่ ผมเสียดายแทนพี่น้อง อีสานครับ น่าจะเชื่อมต่อจากเวียงจันทน์-หนองคาย เข้าสู่กรุงเทพมหานคร หรือจะเชื่อมต่อมา ที่จังหวัดระยองต่อก็ได้ เพราะเมื่อวานท่านสาธิตอภิปรายว่าเหตุผลที่สร้างจังหวัดระยอง เพราะเหตุผลคือจุดคุ้มทุน ไม่ใช่เหตุผลทางด้านการเมืองครับ ถ้าเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายอย่างนี้ การขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ําลึกสู่ลาว สู่จีน ออกไปจังหวัดอุบลราชธานีสู่เวียงจันทน์ ดานัง ทะเลจีนใต้ ก็จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น เสียดายจริง ๆ ผมได้พูดเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้ง แล้วก็คิดว่าเพื่อน ส.ส. พรรคเพื่อไทยในภาคอีสานก็อยากได้เช่นเดียวกัน คนที่บอกกับผม เป็นการส่วนตัวครับ ท่าน ส.ส. หนวดงาม นามสมคิด บาลไธสง ส.ส. จังหวัดหนองคาย ประธานจีเอ็มเอส (GMS) ไปดูงานด้วยกันที่ประเทศลาว ประเทศจีน ประเทศเวียดนาม ก็ต้องการเหมือนกันครับ ก็อยากให้ท่านยืนยันในตรงนี้ว่าต้องการ บอกเลยครับ ช่วยกันบอก ก็จะเป็นผลงานของพวกท่านแล้วก็เป็นอานิสงส์ ผลประโยชน์ที่ได้ก็คือพี่น้องประชาชน คนอีสานของพวกเรา มีอีกหลาย ๆ อย่างครับ เกรงใจพี่น้องประชาชน เกรงใจเพื่อน ส.ส. ด้วยกันครับ งบประมาณต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีจะมีโครงการเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว อีกเยอะแยะ ส่วนมากจะเป็นใหญ่ ๆ ครับ ผมขออีกครึ่งนาทีครับ หนุมานยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด ในโลกก็อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอม่วงสามสิบ ต้นเทียนยักษ์ก็อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีโครงการที่จะสร้างเมล็ดข้าวเปลือกยักษ์ที่ตําบลขี้เหล็ก อําเภอเมือง ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน

แล้วก็ท้ายที่สุดครับ ท่านได้สนับสนุนการท่องเที่ยวไหว้พระ ๙ วัดใน ๑ วัน วัดต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีล้วนแล้วแต่มีความศักดิ์สิทธิ์ครับ เม็ดเงินงบประมาณ ทุกบาททุกสตางค์มีความจําเป็น รวมทั้งสวนสาธารณะหนองเขื่องในซึ่งได้เห็นชอบอนุมัติ หลักการเกี่ยวกับส่งเสริมการท่องเที่ยวไปแล้ว แต่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาโดนปรับลด งบประมาณไม่ได้รับการก่อสร้าง เที่ยวนี้ผมหวังว่าหน่วยงานไหนก็ช่างครับ ช่วยเสริมเพิ่มเติม ให้เป็นรูปธรรมเพื่อพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อพี่น้องชาวอีสานและเพื่อผลประโยชน์ สูงสุดในเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมให้เวลาเกิน มา ๓ นาทีแล้วครับ ก็ต้องขอความกรุณานะครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

ผมจึงขอเสนอแปรญัตติตัดลด งบประมาณ มาตรา ๙ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาลงอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไปใช้ในสิ่งที่ เป็นประโยชน์ต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านณรงค์ ดูดิง ครับ กรุณารักษาเวลานะครับ เมื่อสักครู่ก็เอ่ยถึงท่านสมคิดเลยเผื่อให้ ๓ นาที

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมรู้สึก ภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่สามารถเข้ามาร่วมพิจารณางบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ที่จะนํามาใช้ ในการบริหารประเทศของเรานะครับ วันนี้ผมได้รับโอกาสมาพูดคุยอภิปรายในมาตรา ๙ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งผมถือว่าเป็นกระทรวงหนึ่ง ที่มีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากระทรวงอื่น ๆ เนื่องจากว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น เป็นกระทรวงที่สําคัญยิ่งนํารายได้เข้าประเทศนะครับ แล้วเขาเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นกระทรวงที่เป็นการลงทุนที่น้อยที่สุด แล้วก็ได้ประโยชน์ มากที่สุด ท่านก็เรียกว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก็ย่อมชี้ให้เห็นแล้วว่ามีแต่ได้กับได้นะครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้ตั้งงบประมาณไว้เบื้องต้นนั้นแค่ ๖,๗๕๔ ล้านบาทเศษ เท่านั้นเอง แต่ก็ยินดีที่กระทรวงนี้ได้รับการปรับลดงบประมาณแล้วก็ปรับขึ้นได้ถึงจํานวน ๑๐,๒๖๔ ล้านบาทเศษ ซึ่งหลายกระทรวงนั้นจะเห็นว่าจะถูกปรับลดแล้วก็ลดลง นี่ปรับลดแล้ว ปรับให้ขึ้นนะครับ ก็น่ายินดี ท่านประธานครับ พูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว ผมได้เสนอแปรญัตติ ในมาตรานี้ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่กระทบอะไรกับกระทรวงมากนัก เนื่องจากว่าได้ ปรับลดเพิ่มขึ้นอีกมากมาย กระทรวงนี้แม้จะเห็นว่าเป็นกระทรวงเล็ก ๆ ก็เริ่มต้นด้วย งบประมาณของสํานักปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมี ๓ แผนงาน

แผนงานแรก ที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นก็คือแผนงานแก้ไขปัญหา และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เห็นด้วยครับ ผมในฐานะที่เป็น ส.ส. จังหวัดยะลา เป็น ส.ส. คนหนึ่งที่เป็นลูกหลานของพี่น้องชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มต้นก็พูดถึง ในการที่ใช้งบประมาณเพื่อจะแก้ไขปัญหาภาคใต้อันเป็นปัญหาที่คาราคาซังมายาวนาน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ป่านนี้นับไปแล้วก็ ๗ ปี ๘ ปี ๙ ปีเข้าไปแล้วนะครับ แต่กระทรวงนี้ พยายามที่จะมามีบทบาทในการเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงกลาโหม หรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมคิดว่าการกีฬา ก็มีความสําคัญในการแก้ปัญหา เพราะปัญหาภาคใต้นั้นเป็นปัญหาที่พูดได้ว่ายาเสพติดนั้น เป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว ทุกวันนี้เราจะเห็นตามหนังสือพิมพ์ เยาวชนของเราต้องติดยาเสพติด งอมแงมเป็นจํานวนมาก ถ้าคิดเปอร์เซ็นต์แล้วเขาบอกว่าไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของเยาวชนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติ เด็กซึ่งเป็นเยาวชนของชาติที่จะเป็นพลังต่อไปในอนาคต ที่จะแบกรับภาระความรับผิดชอบที่จะเป็นประชาชนคนไทย ในอนาคตจะต้องตกเป็นเหยื่อ ของยาเสพติด เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยในการที่กระทรวงนี้ได้ตั้งเป็นข้อแรกในแผนงานเลย ว่าแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทีนี้จะแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าต้องติดตามดูกันต่อไป ส่วนจะพัฒนามากน้อยแค่ไหนก็เช่นกัน แต่เท่าที่ผ่านมานั้น การพัฒนาในการท่องเที่ยวนั้นยังมีน้อย การพัฒนาทางด้านการกีฬาก็ยังมีน้อย เหตุนี้เอง ผมถึงได้ปรับลดงบประมาณไปก่อน ๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าทําดีปีหน้าผมอาจจะมีโอกาส ขอเพิ่มงบประมาณ อย่างเช่นท่านกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วได้เพิ่มงบประมาณให้กับ กระทรวงนี้นะครับ

แผนงานที่ ๒ แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ผมได้พูดแล้วเมื่อสักครู่นี้ว่า กระทรวงนี้นั้นเป็นกระทรวงที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติมาก เป็นอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ฉะนั้นกระทรวงนี้ก็ได้กําหนดเป็นแผนที่ ๒ แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นของสํานักปลัดกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นของกรมพลศึกษาก็ได้กําหนด ข้อ ๑ แล้วว่าเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวนะครับ เป็นแผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นของกรมการท่องเที่ยวก็ตั้งไว้ข้อ ๑ แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว อันนี้เป็นที่ยืนยันเลยว่าการท่องเที่ยวนั้นสร้างรายได้ ให้กับประเทศอย่างแน่นอนนะครับ ฉะนั้นผมถึงอยากจะเรียนกับท่านประธานเพื่อเรียนไปยัง รัฐบาลว่าไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมหรือการพัฒนาการท่องเที่ยวนั้นได้ทําไปเต็มสตีม (Steam) เพียงพอหรือยัง หรือว่ายังมีส่วนไหนที่จะต้องเพิ่มเติมอีกครับ ผมอยากจะนําพาท่านประธานไป กับผมเพื่อไปดูการท่องเที่ยวนะครับ นอกจากการท่องเที่ยวที่เป็นอยู่ในกรุงเทพมหานครแล้ว อยากจะพาท่านทั้งหลายไปยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะไปภาคใต้ครับ แต่ก่อนที่จะไปภาคใต้ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าวันนี้เรามี ททท. สํานักงาน การท่องเที่ยว เรามีหน่วยงาน เรามีตํารวจท่องเที่ยวดูแลอยู่ แต่ท่านทราบไหม ยังมีปัญหา และอุปสรรค ยังสร้างปัญหาอุปสรรคให้กับนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ผมพูดถึง นะครับ เนื่องจากผมนั้นคลุกคลีอยู่กับนักธุรกิจ นักลงทุนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครนี้ มาก่อนนะครับ ผมเป็นทนายความ เป็นที่ปรึกษาอยู่หลายบริษัทแถว ๆ ถนนสุขุมวิทนะครับ ท่านทราบไหมว่ามีบางคนแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ บางคนเป็นเจ้าหน้าที่จริงพยายามไป หาเศษหาน้อย กดดัน สร้างปัญหากับนักท่องเที่ยวมากต่อมากนะครับ บางรายก็ถูกจับได้ แต่น้อยนักที่นักท่องเที่ยวจะร้องเรียน เขากลัวถึงอิทธิพลต่าง ๆ สิ่งนี้ผมอยากจะฝากครับ อย่าให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น แต่เรื่องอย่างนี้ผมรับฟังจากเพื่อนฝูงที่ทําธุรกิจว่ายังมีอยู่ครับ ยังมีอยู่แถว ๆ นานาครับ ผมอยากจะให้ท่านได้ไปดู ไปเงียบ ๆ ไม่ต้องใช้รถหวอไปนะครับ ไปเงียบ ๆ แล้วไปดูตามโรงแรมเกรซ โรงแรมอื่น ๆ หลายที่ จะมีนักขูดรีด นักท่องเที่ยว ที่มาจากตะวันออกกลางส่วนใหญ่จะเป็นเหยื่อครับ แล้วเขาก็กลับไปเล่าในบ้านของเขาว่า เมืองไทย บางกอกอย่ามาเลย มาแล้วมีปัญหา เรื่องที่ผมเล่านี้ผมประสบมาเองครับ ท่านครับ ผมอยากจะนําท่านประธานไปยังภาคใต้เนื่องจากว่าการท่องเที่ยว วัตถุประสงค์บอกว่า เพื่อจะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แก้ปัญหาและพัฒนาครับ เพราะฉะนั้นผมจะพาท่าน ไปยังภาคใต้ครับ ท่านเริ่มต้นโดยการนั่งเครื่องบินจากสุวรรณภูมิไปยังหาดใหญ่แล้วท่านจะ เห็นถึงความงดงาม ความน่าท่องเที่ยวมากมาย จังหวัดสงขลา ไม่ว่าจะผ่านจังหวัดสงขลา ไปยังจังหวัดปัตตานีและเข้าจังหวัดยะลาไปยังอําเภอเบตงครับ อําเภอเบตงมีที่ดินมากมาย มีพื้นที่มากมายที่ท่านจะได้ส่งเสริมเพื่อท่องเที่ยวแล้วก็เป็นสถานที่มากมายที่สวยงาม ไม่ยิ่งหย่อน ไม่น้อยไปกว่าจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ครับ เรามีสวนดอกไม้เมืองหนาว เรามีบ่อน้ําพุร้อน เรามีอุโมงค์โจรจีนคอมมิวนิสต์ เรามีอะไรที่ได้ดูหลาย ๆ อย่างที่หาโอกาส ดูที่อื่นไม่ได้ ผมอยากจะเรียนท่านเพื่อที่ท่านประธานบอกไปยังรัฐบาลช่วยส่งเสริมสนับสนุน การท่องเที่ยว โดยเฉพาะอําเภอเบตงไม่กระทบกับเหตุการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น วันนี้ด้วยเหตุที่ว่า ผมยังไม่ได้รับความมั่นใจเพียงพอในการที่จะพัฒนาและแก้ไข พร้อมจะฟื้นฟูเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว ผมจึงขอปรับลดงบประมาณในส่วนของการท่องเที่ยว ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากกระผมได้แปรญัตติขอตัดลดงบประมาณของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาไปร้อยละ ๕ ครับ ผมเคยได้อภิปรายไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนครับว่า ประเทศไทยนี้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว แต่วันนี้ก็อย่าให้สวยเพียงแค่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ บ้านเมืองสกปรกดูไม่ได้ วันนี้ท่านดูรอบ ๆ กรุงเทพมหานคร บ้านเมืองดูไม่ได้จริง ๆ ครับ จริง ๆ แล้วกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจากงบประมาณประจําปี ๒.๓๘ ล้านล้านบาท รัฐบาลมาให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยเฉพาะให้กับกรมพลศึกษาที่มีหน้าที่ดูแล เรื่องสุขภาพพี่น้องประชาชน แล้วก็สิทธิของเยาวชนในการที่จะเรียนรู้เรื่องกีฬา ท่านทราบไหมว่า เขาให้ไปเท่าไร ๑,๖๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน คิดเป็นเงินถ้าเกิดเรามีเงินอยู่ในกระเป๋า ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้ไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีเงินในกระเป๋า ๑๐๐ บาท ให้ไปกับ เรื่องกีฬา เรื่องการพัฒนาสุขภาพให้ไป ๕ สตางค์ ผมเห็นใจท่านรัฐมนตรีมากนะครับ ท่านได้เงินไปแค่ ๕ สตางค์ ในการไปพัฒนาสุขภาพของพี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วน่าจะ อภิปรายเพิ่มงบประมาณ แต่เหตุผลที่ผมต้องตัดงบประมาณกระทรวงนี้มีอยู่ ๒ เหตุผลครับ

๑. ก็คือการบริหารงบประมาณไม่เป็นธรรม ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลนําเสนอ งบประมาณเข้ามาสู่สภายึดถือรูปแบบของใครมา นโยบายที่ไม่เลือกพรรค ไม่พัฒนาจังหวัดนั้น ยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่มีความเป็นธรรมเลย ทั้ง ๆ ที่น้ําท่วมที่ผ่านมาผมก็มองว่าประเทศไทย เราเริ่มเป็นธรรมแล้วนะ ท่วมกันทุกแห่ง พื้นที่พรรคไหนก็แล้วแต่ท่วมกันหมด วันนี้ลงไป ภาคใต้แล้วครับ เสียดายท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไป ท่านบอกว่ามีงานที่สภา ท่านประธาน คงทราบนะครับ พื้นที่ภาคใต้ คนภาคใต้เสียภาษีให้รัฐจํานวนมหาศาลเช่นเดียวกัน มากกว่า หลายภาคของประเทศด้วย แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าการบริหารงบประมาณนั้น ไม่มีความเป็นธรรมเลย มีการกระจุกอยู่ตลอดเวลา ไม่กระจาย เรื่องกีฬาเป็นเรื่องของ สุขภาพของคนครับ เพราะฉะนั้นการบริหารงบประมาณจึงจําเป็นต้องมีความเป็นธรรม ผมจะชี้แจงให้ท่านทราบ

เรื่องที่ ๒ ก็คือผมไม่แน่ใจว่าท่านผู้นํารัฐบาลบริหารงานเพื่อประเทศ หรือบริหารงานการเมือง ถ้าเกิดเป็นงานของพรรคร่วมท่านกล้าเข้าไปแตะไหม เมื่อเห็นว่า งบประมาณมันไม่กระจายตัวท่านกล้าเข้าไปแตะไหม หรือคิดว่าถ้าเกิดเข้าไปแตะ ทําให้พรรคร่วมไม่เกิดความสบายใจ อาจจะทําให้รัฐบาลวงแตกได้ หรือคิดว่าอันนี้เป็นเรื่อง ของข้าวใครข้าวมัน สํารับใครสํารับมัน ใครกินของใคร ใครกินของมัน ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่ผมต้องขอตัดงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมจะเน้นหนัก ก็คือเรื่องของกีฬาครับ ท่านประธานดู

เรื่องแรกที่ผมจะพูดก็คือเรื่องสนามกีฬาครับ ถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการ ที่จะพัฒนาคน เพราะว่าสนามกีฬาจะเป็นสถานที่ให้พี่น้องมีโอกาสได้ออกกําลังกาย อย่างถูกต้องแล้วก็ปลอดภัย มีสนามกีฬาหลายระดับครับ ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ตําบล หมู่บ้าน บางรัฐบาลใช้ลานกีฬาเพื่อสําหรับเป็นสถานที่ออกกําลังกาย ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านมาดูที่งบประมาณ ผมอยากให้ ท่านประธานดูที่รายละเอียดของงบประมาณ เล่มที่ ๒ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอําเภอ ปีนี้เราได้ทั้งหมด ๒๑ แห่ง ผมต้องลงในรายละเอียดครับ โครงการสร้างสนามกีฬาอําเภอ จังหวัดสุพรรณบุรี อําเภอสองพี่น้อง ๑ แห่ง ๒๔ ล้านบาท สร้างสนามกีฬาอําเภอ จังหวัดสุพรรณบุรี อําเภออู่ทอง ๑ แห่ง ๒๔ ล้านบาท จังหวัดสุพรรณบุรี อําเภอเดิมบางนางบวช ๑ แห่ง ๒๔ ล้านบาท จังหวัดอุทัยธานี ๑ แห่ง ๒๔ ล้านบาท จังหวัดอุทัยธานี อําเภอห้วยคต ๒๔ ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอเดชอุดม ๒๔ ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอน้ํายืน ๒๔ ล้านบาท จังหวัดศรีสะเกษ อําเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสตูล จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพิจิตร จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดราชบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ท่านประธานเห็นไหมครับ มีที่ภาคใต้ที่จังหวัดสตูล โชคดีมี ส.ส. พรรคที่ดูแลกระทรวงนี้ ท่านกรรมาธิการเคยดูไหมครับ ท่านเคยสอบถามไหมครับว่าที่จังหวัดอื่น เอ๊ะ เขาจําเป็นจะต้องมีสนามกีฬาไหม สนามกีฬา เดี๋ยวนี้มันเป็นบ่อเกิด แม้ว่าในเรื่องของการสร้างสุขภาพ อีกอย่างหนึ่งก็คือการป้องกันอันตราย จากการแข่งขันกีฬา ท่านเห็นไหมครับบางจังหวัดไม่มีสนามกีฬา ไม่มีอัฒจันทร์ ไม่มีรั้วรอบ ขอบชิด ผู้ชมสามารถลงไปทําร้ายนักกีฬา ลงไปทําร้ายผู้ฝึกสอนได้ ลงไปทําร้ายผู้ตัดสินได้ นี่คือจุดบอดของกีฬา เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีวันนี้ท่านอยู่ ท่านครับ ท่านให้กระจาย เพื่อความเป็นธรรม คนกีฬาเป็นคนมีน้ําใจ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้จักการขอโทษ วันนี้เราทําไม่ถูก เราขอโทษ นี่คือคนกีฬา วันนี้ผมเพียงแต่เรียนท่านว่างบมันไม่เป็นธรรมครับ วันใดวันหนึ่ง ที่ท่านมีโอกาสบริหารประเทศโดยเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เช่น ในปีหน้าท่านกระจายไปครับ ให้มีความเป็นธรรม บางจังหวัดท่านเชื่อไหมครับว่ายังไม่มีสนามกีฬาของจังหวัดเลย ไม่มีความภาคภูมิใจเลย วันนี้ กกท. ประกาศว่าจะให้จังหวัดนั้นเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ จังหวัดนี้ทําไม่ได้ครับ เหตุผลเพราะไม่มีสนามกีฬาเป็นของจังหวัด บางจังหวัดแข่งฟุตบอล ดิวิชั่น ๒ ไม่ได้ เหตุผลเพราะว่าไม่มีอัฒจันทร์ผู้ชม คนไปยืนดูเหมือนกับคนดูไก่ชนเลยครับ ผมเรียนท่านประธาน นี่คือที่ผมต้องตัด จะพูดถึงพื้นที่นิดหนึ่ง อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีท่านไปถามสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ท่านไปถาม กกท. ท่านไปถามกรมพลศึกษา ที่อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีการแข่งขันฟุตบอลตําบล แต่คนไปชม เป็นพันคนต่อนัด ท่านลองให้งบประมาณทําอัฒจันทร์ให้เขาดูสิครับ คนเขาจะได้มีความสุข นี่ผมยกตัวอย่าง ถ้าพูดถึงเรื่องพื้นที่

เรื่องที่ ๒ ที่จะพูดถึงก็คือเรื่องบุคลากรครับ ท่านประธานเราเคยเป็นเจ้าซีเกมส์ เราเคยได้เหรียญจากโอลิมปิกนะครับ เราเคยได้อันดับสูง ๆ ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ผมยกตัวอย่างนิดเดียวก็คือเรื่องของโอลิมปิก ท่านประธานจําได้ไหมครับว่าเราได้เหรียญ กีฬาโอลิมปิกอะไรบ้าง ๑. มวยสากลสมัครเล่น ๒. เทควันโด ๓. ยกน้ําหนัก ท่านรู้ไหม บุคลากรที่นักกีฬากว่าจะถึงจุดสุดยอดได้ ส่วนสําคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือโคช (Coach) ครับ หรือผู้ฝึกสอน ท่านประธานดูทั้ง ๓ กีฬานี้ครับ เป็นโคชนําเข้าทั้งนั้น มวยสากลเราได้โคช คิวบามา เทควันโดเราได้โคชเกาหลีมา ยกน้ําหนักเราได้โคชจีนมา ท่านประธานครับ วันนี้เมื่อโคชหายไปกีฬาเราจะเริ่มลดที่เราจะได้เหรียญ ท่านต้องสร้างโคชไทยละครับ วันนี้ต้องสร้างบุคลากรที่เป็นโคชของคนไทยที่เก่ง ๆ ขึ้นมา บางทีเราไปจ้างโคชฟุตบอลมา ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ชาญวิทย์ ผลชีวิน ข้าราชการของท่านรัฐมนตรีอยู่กรมพลศึกษา เก่งระดับเอเชีย แต่ว่าบางทีมันก็ยากครับ เนื่องจากเส้นทางการเมืองของกีฬามันก็คล้าย ๆ กัน เราสร้างจากไหนครับท่านประธาน ก็คือสร้างจากครู ท่านกรรมาธิการจะต้องมีแนวคิดให้กับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าวันนี้คุณต้องสร้างโคช สร้างจากไหนครับ ผมบอกแล้วว่า สร้างจากครูพลศึกษา โรงเรียนของประเทศไทยมี ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีครูพลศึกษาที่สอนกีฬาให้กับเด็กได้รู้พื้นฐานมีเท่าไรครับ สํารวจมาแล้วมี ๑๒,๐๐๐ โรงเท่านั้น อีก ๑๘,๐๐๐ โรงไม่มีครูพลศึกษา นักเรียนใช้อุปกรณ์ เป็นจุดศูนย์กลางมีลูกฟุตบอลลูกหนึ่งโยนไปกลางสนาม เด็กไปเล่นกันเอง เด็กไม่เคยรู้เลยว่า ทักษะที่จะเตะฟุตบอล วางเท้า เกร็งข้อ งอเข่า เหวี่ยงสะโพกทําอย่างไร ทําไม่เป็น ทําไม ท่านไม่คิดครับ เงินเพียงแค่กี่ร้อยล้านบาทที่จะจ้างโคชหรือจ้างครูพลศึกษา เราไม่ทํา เสียดายครับ เงินงบกลางที่ท่านไม่มีรายละเอียดท่านตัดมาให้กับครูพลศึกษาบรรจุไว้ ทุกโรงเรียนดูสิครับ แล้วผมรับรองว่ากีฬาของไทยจะก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ วันนี้เราเริ่มถอยหลัง

ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวเรื่องความเป็นเลิศ มันเป็นหน้าตาของประเทศ ถ้าประเทศไทยได้ชักธงชาติขึ้นไปสู่ยอดธงของกีฬา ผมพูดถึงโอลิมปิกเลยครับ ของโอลิมปิก เราก็ภาคภูมิใจ ท่านเห็นไหมครับเดี๋ยวนี้เราทําท่าแล้วจากเจ้าซีเกมส์ ทําท่าจะร่วงกันไปเรื่อย เราก็บอกว่าเขาโกง เราผิดนี่ครับ ผมบอกแล้วว่าเราสร้างโคชเราก็เอาจากนอกเข้ามา เราสร้างนักกีฬาเราไม่ได้สร้างจากพื้นฐาน เราหยิบที่ยอดเขามา วันนี้ต้องจ้างแล้วครูพลศึกษา แล้วท่านทราบไหมครับนักกีฬานักเรียนที่ท่านประธานอาจจะเคยเป็นนักกีฬานักเรียนตอนนี้ ได้เบี้ยเลี้ยงนักกีฬาครับ ท่านประธานครับ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ๒๕๐ บาท น้อยกว่า ค่าแรงงานขั้นต่ําของพม่าเสียอีก นักกีฬาระดับประเทศนะครับ วันที่ ๒๓ นี้จะไปแข่งขัน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านทราบไหมครับว่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้บางทียังไม่พอค่ารถเลยครับ ผมขอฝากนิดเดียวก็คือกีฬาอาชีพ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ วันนี้ฟุตบอลดิวิชั่นทั้งหลายสร้างรายได้ แล้วก็เป็นทีมนิยม ท่านประธานครับ การสร้างทีมแต่ละทีมใช้เงินหลายล้านบาทได้จากไหนครับ ได้จากการไปขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลปรากฏว่าขณะนี้ สตง. กําลังเข้าไปตรวจสอบ การใช้เงินไม่ได้ ผู้ทําทีมไปไหนครับ ต้องไปหาสปอนเซอร์ ท่านประธานทราบไหมครับว่า บางทีมไปขอสปอนเซอร์ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าท่านต้องทําให้คนจังหวัดของท่านนั้น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดนี้เพิ่มขึ้นแล้วเราจึงจะให้เงินท่านไปบํารุงทีม ท่านอยากได้ไหมครับ ที่จังหวัดพะเยาผมจะติดต่อให้ นี่คือผิดหลักการ เราทําวิธีไหนครับ คณะกรรมาธิการคราวที่แล้ว ก็เลยขอให้ใช้กองทุนพัฒนากีฬาชาติ เอามา ๑๐๐ ล้านบาท ส่งไปให้กับจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งฟุตบอลดิวิชั่น ๒ ทีมละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปีที่แล้วเขาได้คนละ ได้จากกองทุนร้อยล้านบาท ครับท่านรัฐมนตรี ผลปรากฏเขาแบ่งไปให้จังหวัดเท่าไรครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐ กว่าจังหวัด ใช้ไปเท่าไรครับ ๓๐ กว่าล้านบาท ที่เหลือไปไหน ท่านไปตามดูครับ วันนี้เราขอกลับมา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือขอมา ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่คือวงจรที่ทําไมคนทํากีฬา ถึงเบื่อไม่อยากจะเข้าไป เพราะเหตุผลเปลืองตัว วันนี้ท่านจะต้องตั้งงบแล้วเพื่อพัฒนากีฬา โดยเฉพาะกีฬาอาชีพ สั้น ๆ นิดเดียวครับ นักกีฬาคนพิการหลายเดือนที่แล้วเขาตกตึก นักกีฬา เนื่องจากเขาไม่มีหอพักนักกีฬาคนพิการ คนตาบอดเดินไปตกตึก เขาของบมา สร้างท่านสร้างให้เขาสักตึกสิครับ เป็นของคนพิการของประเทศไทย มีศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการ ผมเชื่อว่าท่านทําให้ความสุขเกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาปกติ หรือนักกีฬาคนพิการ และโอกาสสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือโรงเรียนกีฬาจังหวัดปทุมธานีครับ ประเทศไทยมีโรงเรียนกีฬาทั้งหมด ๑๑ แห่ง ตามนโยบายตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เราจะตั้ง ๑๒ แห่งเพื่อให้มีความเสมอภาคและเป็นโอกาสของเด็กไทยทุกคน ที่จังหวัดปทุมธานี เป็นเขตการศึกษาพื้นที่ ๑ เดิมของกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ยังไม่มีโรงเรียนกีฬาเลยครับ ท่านตั้งเถอะครับ อย่าคิดว่าเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยหรือเป็นพื้นที่ของใคร แต่อย่างน้อย นี่คือโอกาสของเด็กไทย วันนี้ประเทศไทยมีสถิติโลกเยอะครับ เช่น ทําอาหาร ๔๐๐,๐๐๐ กล่อง ต่อวันได้ เราสามารถคืนพาสปอร์ตให้กับนักโทษภายในวันเดียวได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ครับ เกินมา ๔ นาที ที่ให้โอกาสเพราะถือว่าท่านเชี่ยวชาญเรื่องนี้นะครับ พอแล้วครับ ผมจะได้เชิญท่านอื่นครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ขอบคุณครับ ขอให้เราได้เป็นแชมป์ (Champ) ฟุตบอลโลกครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเปล่งมณีครับ ๕ นาที

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้นะคะดิฉันขอสงวนคําแปรญัตติ ตัดลดงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในมาตรา ๙ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ สาเหตุที่ดิฉันขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะขอนําเงิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้ผลักดันไปยังแหล่งท่องเที่ยวให้กับบางพื้นที่ในบางจังหวัดที่ได้รับเงินในการ สนับสนุนการท่องเที่ยวหรือไม่ได้รับเลย ในส่วนนี้ดิฉันเป็นคนจังหวัดเลย ถ้าไม่ได้พูดถึง การท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด แล้วก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจมาหลาย ๆ ปีงบประมาณแล้ว ซึ่งในจังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวมาก คําขวัญของคนจังหวัดเลย ทะเล แห่งภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดูค่ะ แต่งบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาลงไปสู่จังหวัดเลยนี้น้อยมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วเงินงบประมาณแต่ละปี ๆ ที่ประเทศไทย เราได้รับส่วนมากก็จะได้มาจากนักท่องเที่ยว ไม่ว่าคนในประเทศหรือต่างประเทศ เป็นรายได้หลัก ของประเทศไทย แต่งบประมาณของกระทรวงนี้ได้ ๑. ก็คือได้น้อย ๒. เวลาได้งบประมาณ ก็กระจุกตัว ไปทุ่ม ไปสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้กับบางจังหวัด โดยที่ทําให้จังหวัดที่น่าจะสนับสนุน รู้สึกเหลียวมองแล้วก็น้อยใจในส่วนนี้ค่ะ และบางสิ่ง บางครั้ง บางหน การท่องเที่ยว ททท. ได้สนับสนุนงบประมาณมาก็แบบกระท่อนกระแท่น ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง ก็เหมือนปีนี้ใจดีก็ให้ ปีหน้าไม่อยากให้ ก็ทําให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวนี้มันเป็นไปแบบไม่เป็นระบบ ไม่แน่นอน ตัวดิฉันก็อยากพูดถึงในตัวจังหวัดเลยซึ่งมีศักยภาพมาก ไม่ว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวไปมาก รถติดยาวเป็นกิโลเมตรก็มีนะคะ เป็นเวลา ๒-๓ ชั่วโมง ปีใหม่ที่ผ่านมาคือที่อําเภอเชียงคาน แล้วก็ภูเรือ ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวมากมาย ตอนนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอีก คือภูลมโล คําขวัญของเขาว่า เที่ยวหนึ่งภู ดูได้สามจังหวัด ไม่ว่าภูที่จังหวัดเลยหรือว่า ที่จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิษณุโลก เช่นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็ภูทับเบิก ถ้าจังหวัดพิษณุโลก ก็ภูหินร่องกล้า ภูขี้เถ้า ภูแผงม้า ภูทับเบิก จังหวัดเลยก็คือภูลมโล ซึ่งภูลมโลนี้มีความสําคัญ คือมีพญาเสือโคร่ง กลางเดือนนี้ถ้าพี่น้อง ส.ส. หรือพี่น้องคนไทยได้ไปเที่ยวจะเห็น ดอกซากุระในประเทศไทยที่ภูลมโลนี้ ก็อยากให้ทาง ททท. ช่วยกันสนับสนุน บุกเบิกให้ได้ มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่เป็นสิ่งสําคัญ และอีกสิ่งหนึ่งที่จะมีขึ้นในจังหวัดเลย ดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดเลยอยากจะให้เกิดขึ้น พี่น้องในจังหวัดเลยและในภูมิภาคนั้นไม่ว่าจังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก อยากให้มีก็คือกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ซึ่งสามารถที่จะสร้างรายได้เศรษฐกิจให้กับพี่น้อง ประชาชนคนในจังหวัดเลย ไม่ว่าแต่พี่น้องในอําเภอภูกระดึงเท่านั้น ทุกภูมิภาคอยู่บริเวณรอบ ๆ จังหวัดเลยก็จะได้ตรงนี้นะคะ กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงนี้มีการพิจารณามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ นี่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้วค่ะ รวมแล้วประมาณ ๒๘ ปีแล้วยังไม่ได้เกิดขึ้นเลย มีการพิจารณาเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา เขาได้ใช้เสาไฟฟ้าประมาณ ๑๖ ต้น เสียพื้นที่ของอุทยานแค่ ๓ ไร่กว่า ใช้งบประมาณแค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ๒๘ ปีผ่านมา ป่านนี้เทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงนะคะ ดิฉันว่า ก็จะใช้เสาที่จะใช้ปักให้กระเช้าขึ้นไปก็อาจจะไม่ถึง ๑๐ ต้น พื้นที่ในการวางเสานี้จาก ๓ ไร่ อาจจะเหลือประมาณไม่ถึง ๑ ไร่ก็ได้นะคะ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือการเสียงบประมาณ ในการสร้างมันอาจจะเป็น ๕๐๐ ล้านบาท ๖๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาท ถ้าเรายังช้าอยู่นะคะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่ากระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงนี้ก็จะช่วยคนที่ค่อนข้างสูงอายุ คนพิการ เด็กเล็กที่ไปกับครอบครัวอยากจะขึ้นไปดูผาหล่มสักว่าสวยงามขนาดไหนเวลาพระอาทิตย์ตก เวลาขึ้น ความงดงามอยู่ตรงไหน ความหนาวเย็นจะสัมผัสได้อย่างไร ในสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าจะ ช่วยกันสนับสนุนนะคะ

แต่ส่วนหนึ่งที่ดิฉันอยากจะพูดถึงการกีฬาเช่นเดียวกัน ตัวดิฉันเศร้าใจเหลือเกิน เวลามีงานกีฬาไม่ว่าทางเอเซียของเรา กีฬาอาเซียน หรือว่าไปแข่งระดับโลกก็รู้สึกว่าการกีฬา เราถดถอยนิดหนึ่ง ไม่ว่าเรื่องมวยที่เราโดดเด่นมาก ๆ กลายเป็นว่าเรากลับไปแพ้แล้วก็อยาก ให้ส่งเสริมมาก ๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาอยากให้เราส่งเสริมด้านนี้ เพราะว่าการเจ็บป่วยของนักกีฬาหรือการที่จะต้องพิการ ไม่ควรพิการก็พิการ ก็อยากให้ การสนับสนุนวิทยาศาสตร์การกีฬานี้นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญ กรรมาธิการ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ตอบเพื่อนสมาชิกเท่าที่ได้รับคําถามแล้วก็พอที่จะสรุปได้นะครับ ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงแล้วก็เน้นไปเรื่องมัคคุเทศก์ ขออนุญาตเรียนว่า ในเรื่องนี้กรรมาธิการเองก็มีความใส่ใจ แต่เรื่องของวิธีการซึ่งจะต้องนําสู่รายละเอียดเกี่ยวกับ เรื่องการอบรมมัคคุเทศก์หรือการทําความเข้าใจ หรือแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่อง ซึ่งทางกระทรวงเองหรือทางกรมการท่องเที่ยวคงจะต้องลงไปดูในรายละเอียด รวมถึงในเรื่อง ของตํารวจท่องเที่ยวที่จะต้องคอยดูนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เข้ามาในประเทศแล้วเกิดปัญหา เกี่ยวกับทัวร์ต่าง ๆ ที่ทําให้เกิดปัญหานะครับ

ท่านที่ ๒ คุณเรวัต อารีรอบ ปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านเองพยายามพูดถึง เรื่องของปัญหาในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในส่วนของภูเก็ตว่าทํารายได้ให้กับจังหวัดมาก แต่การลงไปดูในเรื่องของรายละเอียดการของบประมาณ การจัดสรรงบประมาณมีจํานวนน้อย ขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าเนื่องจากในส่วนราชการเองไม่ได้มีการตั้งงบประมาณเข้ามา แต่ทาง ครม. เองเห็นว่าจะมีนโยบายที่จะทําให้เพิ่มศักยภาพในเรื่องของพื้นฐานเกี่ยวกับ เรื่องการท่องเที่ยวนะครับ แล้วก็เป็นการกระจายรายได้ลงไปสู่จังหวัดใกล้เคียงจึงได้ทําแผน แล้วปีนี้งบประมาณก็ได้มีการทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ในเรื่องของการจัดการท่องเที่ยว จากกรมท่องเที่ยวโดยจัดสรรเงินเพื่อมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ต ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากโครงการดังกล่าวนี่จะเป็นโครงการนําร่องแล้วก็สามารถที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับนักท่องเที่ยวได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องฝากมันมีปัญหาอยู่ทุกเมือง ในส่วนของ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็มักจะมีพวกมิจฉาชีพหรือกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์รายได้ ในส่วนนี้ทางจังหวัดภูเก็ตเองก็มีเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวที่ถูกรังแกหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้นโยบายของทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเอง ก็จะลงไปดูแลนะครับ

ส่วนในเรื่องต่อไปครับ คนที่ ๓ คุณพันธุ์ศักดิ์ได้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกีฬา ท่านเองเป็นห่วงเรื่องกีฬาแล้วก็บอกว่ามีการจัดทําเรื่องกีฬานั้นน้อยมาก มีเงินอุดหนุนน้อย ก็มีการสนับสนุนในปีนี้นะครับ อันนี้ก็คงจะตอบพร้อมกับท่านสมบูรณ์ไปเลยในข้อนี้ที่คล้ายกัน มีการสนับสนุนการแข่งขัน ฟุตบอลดิวิชั่น ๒ กลุ่มจังหวัดทั้งหมด ๗๖ จังหวัด จะมีการอุดหนุนเงินเพื่อการส่งเสริมกีฬา ด้านอาชีพนี้จํานวน ๑๐๐ ล้านบาท ในปีนี้ครับ แล้วก็มีการสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก และฟุตบอลดิวิชั่น ๒ จากงบประมาณที่เคยได้รับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นส่วนของการเพิ่มเติมในงบประมาณในปีนี้

คุณจรัสฤทธิ์ก็พูดในเรื่องของการกีฬาเหมือนกันนะครับ ก็คงคล้ายคลึงกัน เพราะว่าแต่ละกรม แต่ละกองต่าง ๆ ก็มีงบประมาณที่จํากัด แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณทุกปี ปีนี้งบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพิ่มขึ้นจากกรอบเดิมประมาณเกือบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ก็คงคล้าย ๆ กันนะครับ

คุณวุฒิพงษ์ก็เหมือนกันนะครับ แหล่งท่องเที่ยวคอมเพล็กซ์ (Complex) ที่จะจัดทําขึ้นมาก็เป็นกลุ่มงาน คุณสมบูรณ์พูดถึงเรื่องของงบประมาณ ปีนี้งบประมาณที่จัดได้ ท่านเทียบเคียง ผมยินดีด้วยนะครับ ปีที่แล้วจังหวัดตรังได้รับงบประมาณที่ทําอัฒจันทร์ ๔๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ นี้ได้รับงบประมาณอีก ๔๐ ล้านบาทเป็นโรงยิม (Gym) นะครับ ส่วนเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ที่ท่านเป็นห่วงผมได้ชี้แจงไปแล้วนะครับในส่วนงบประมาณ รายได้ต่าง ๆ ที่ท่านบอกกระจุกตัวหรือไม่กระจายในเรื่องของเม็ดเงินงบประมาณก็เป็นเรื่องของสัดส่วน ต่าง ๆ แต่ละจังหวัดที่มีการพิจารณาถึงความจําเป็นในส่วนต่าง ๆ ก็ได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ

เรื่องคนตาบอดพลัดตกตึกนะครับ นักกีฬา ทีนี้ก็มีการจัดทําศูนย์ที่เป็นแผน รายละเอียดไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย ก็ให้คนที่จะไปฝึกในการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ที่ เป็นกีฬาผู้พิการหรือกีฬาตาบอดผู้พิการก็ไปฝึกที่ศูนย์ฝึกที่มวกเหล็กซึ่งมีความพร้อมอยู่ใน ขณะนี้นะครับ ก็คงไม่มีอะไรนะครับ

ทางคุณณรงค์ก็บอกว่าเกี่ยวกับเรื่องทางใต้ ทางใต้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้อง มีการส่งเสริมเรื่องกีฬาควบคู่กันไป แต่งบประมาณทางใต้ก็ได้เยอะมากกว่าจังหวัดอื่น ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ก็คงจะมีการเพิ่มเติมอย่างที่ท่านว่าถ้ามีความจําเป็น มีจังหวัดอุทัยธานี ท่านกรรมาธิการที่ยังค้างอยู่ ท่านประธานขออนุญาตอีกท่านหนึ่งที่จะตอบ ก่อนที่จะไปถึง นะครับ

คุณเปล่งมณีพูดถึงเรื่องจังหวัดเลย ภูกระดึง หรือในส่วนต่าง ๆ ก็มีนโยบาย ที่จะทําในสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านพูดถึง แต่ก็คงจะต้องได้รับความชัดเจนเกี่ยวข้องกับเรื่องรูปแบบ แล้วก็ประชาชนที่จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของวิธีการที่จะนําเม็ดเงินงบประมาณลงไป พร้อมในเรื่องของสถานที่และการปรับปรุงครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึงจังหวัดอุทัยธานีว่าได้มีสนามกีฬา ก็เรียนให้ท่านทราบนะครับว่า จังหวัดอุทัยธานีไม่เคยเป็นเจ้าภาพแข่งขันกีฬาชนิดใดเลย เป็นจังหวัดที่อยู่ในความหลงลืมมานาน แล้วก็เรามีโปรแกรมที่จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเขต หรือกีฬาแห่งชาติในจังหวัดอุทัยธานี ผมขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เอ่ยถึง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าถ้าคิดจากคนไทย ๖๐ ล้านคน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้งบประมาณไป ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท และได้แปรญัตติเพิ่มไปอีกประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจาก ๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็คนละ ๑๐๐ บาท ดูแลทั้งท่องเที่ยวและกีฬา คณะกรรมาธิการได้แปรญัตติ เพิ่มไปอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่ถึงคนละ ๒๐๐ บาท ผมเข้าใจในสภาพของการท่องเที่ยวนั้น มันกว้าง ประเทศไทยเราต้องถือว่าเป็นอันซีน (UNSEEN) ทุกจังหวัดมีสิ่งที่น่าจะต้องส่งเสริม ทั้งนั้นนะครับ แต่ก็เรียนให้ทราบว่างบประมาณนั้นยังน้อยนิด ถ้าเทียบกับด้านอื่น ๆ ก็เรียนไว้ เพียงเท่านี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ มีใครติดใจไหม ถ้าไม่มีผมไปมาตรา ๑๐ เลยครับ เชิญท่านเลขาธิการ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ

นายอิสสระ สมชัย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่ามาตรา ๙ เมื่อสักครู่ไม่มีการลงมติหรือครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่ ประธานถามว่ามีใครติดใจไหม ไม่มี ก็ถือว่าเห็นชอบ ก็เท่ากับเป็นการลงมติก็เลยมามาตรา ๑๐ ครับ เชิญท่านเลยครับ

นายอิสสระ สมชัย บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมขอแปรญัตติ งบประมาณในกระทรวงนี้ไปร้อยละ ๑๐ จากเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๑๐,๒๔๐ ล้านบาท ถูกปรับลดลงไปเหลือ ๑๐,๒๐๑ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งได้รับงบประมาณทั้งหมด ๙,๗๕๖ ล้านบาท เท่ากับว่าได้เพิ่มจากปีที่ผ่านมา ทั้งหมด ๔๔๕ ล้านบาท ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมขอปรับลดลงร้อยละ ๑๐ นั้น กระผม มีเหตุผลที่จะขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเนื่องจากว่า ยังมีแผนงานหลายแผนงานได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ผมคิดว่าค่อนข้างจะน้อย ทั้ง ๆ ที่กระทรวงนี้เป็นกระทรวงซึ่งดูแลงานด้านสังคมมาโดยตลอด ท่านประธานครับ แผนงานที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญแต่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณค่อนข้างจะน้อย ก็กราบเรียนให้ทราบ ได้แก่ แผนงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กระผมเป็นห่วง สถานการณ์เรื่องการค้ามนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยเราในปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งก็อยากจะ กราบเรียนครับว่าเนื่องจากได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐค่อนข้างจะน้อย ทั้ง ๆ ที่ปัญหาการค้ามนุษย์มีค่อนข้างจะมากและเป็นปัญหาสากลแล้วเวลานี้ ประเทศไทย เราถูกปรับลดระดับที่เขาเรียกว่า วอชลิสท์ (Watch List) จัดระดับการเฝ้าระวังเรื่องค้ามนุษย์ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ เขาจัดอยู่ในระดับเทียร์ (Tier) ๒.๕ ๒ ปีซ้อนแล้ว ถ้าในปี ๒๕๕๕ ถูกปรับลดลงไปอีกเราก็จะเหลืออยู่ในระดับ ๓ ถือว่าเป็นระดับที่แย่ที่สุด ระดับเฝ้าระวัง ที่ว่าแบ่งเป็น ๓ ระดับ คือระดับเทียร์ ๑ เทียร์ ๒ แล้วก็เทียร์ ๓

เทียร์ ๑ นั้นหมายความว่าในประเทศนั้นได้ดําเนินการมาตรการเรื่องค้ามนุษย์ อย่างจริงจังและได้ผลเขาจัดอยู่ในระดับเทียร์ ๑

ส่วนเทียร์ ๒ นั้นเป็นการพยายามในการที่จะดําเนินงานป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ แต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นว่าดีก็จะอยู่ในระดับ ๒

ส่วนระดับ ๓ นั้นถือว่าไม่เอาไหนเลย ของเราอยู่ในระดับ ๒.๕ ก็อยู่ในระหว่าง ไม่เอาไหนเลยกับอยู่ในระหว่างที่มีความพยายาม อุปสรรคและปัญหาส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องงบประมาณ ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการประชุมคณะกรรมการ คปม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แห่งชาติ ซึ่งได้มีนโยบายว่าเราจะดําเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง เนื่องจากว่าเราถูกจับตามอง โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเขาจะให้สถานทูตเขา ประจําประเทศนั้น ๆ รายงานสถานการณ์เรื่องการค้ามนุษย์ในประเทศ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตของประเทศสหรัฐอเมริกาเขาตั้งอยู่ เขาเรียกว่าทํา ทริป รีพอร์ท (Trip Report) เสนอต่อรัฐบาลของเขา แล้วจะรายงานออกมาเป็นวอชลิสท์ อย่างผมบอกว่า เป็น ๑ ๒ ๓ ท่านประธานครับ ในการประชุม คปม. ก็เรียนให้ทราบว่ามันมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวง พม. กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษา กระทรวงสาธารณสุข อัยการสูงสุด สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เหล่านี้เป็นต้นร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยได้มีมติว่าให้แต่ละ หน่วยงานนั้นตั้งงบประมาณเพื่อมาดําเนินการโครงการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และให้มีการทํางานกันอย่างบูรณาการ ผมทราบว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ก็ได้ให้ความเห็นชอบ แต่ครั้นเสนองบประมาณเข้าสู่สํานักงบประมาณกลับบอกว่าตัดออกนะครับ ให้กลับไปใช้ งบปกติ ก็เป็นอันว่าแทนที่จะได้รับงบประมาณทํางานร่วมกันอย่างบูรณาการก็ได้รับ เพียงเล็กน้อย จึงทําให้ไม่สามารถดําเนินหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ได้ ผมมีความวิตกว่าปี ๒๕๕๕ นั้น เราจะไปอยู่ในอันดับ ๓ ซึ่งมันจะมีผลกระทบหลายด้านครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าระหว่างประเทศเขาจะให้ความสําคัญเรื่องนี้มากนะครับ จึงเห็นว่า กรรมาธิการน่าจะเพิ่มเงินงบประมาณส่วนนี้เข้ามาให้เขามาก ๆ เขาจะได้มีการไปทํางาน ด้านนี้ นั่นคือเรื่องการค้ามนุษย์นะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๒ นะครับ ก็เป็นงบเกี่ยวกับสํานักงานปลัดกระทรวงเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ก็เรียนให้ ทราบว่าในปี ๒๕๕๔ ได้รับงบประมาณ ๑๙๖ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๕๕ กรรมาธิการตัดออกไป เหลือเพียง ๑๗๙ ล้านบาท เท่ากับว่าเงินลดลงไปอีกครับ ลดลงไปอีก ๑๗ ล้านบาท ก็ขอเรียนให้ทราบว่าไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ท่านไม่ให้ความสําคัญเรื่องอย่างนี้ หรืออย่างไรนะครับ

เรื่องที่ ๒ สํานักงานปลัดกระทรวงเกี่ยวกับงบประมาณก่อสร้างที่ทําการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติโครงการก่อสร้างอาคารที่ทําการสํานักงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ได้อนุมัติงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ไว้ ๑๓๑ ล้านบาท และในปีนี้ได้มีการตั้งจ่ายไว้อีก ๗๘ ล้านบาท ปรากฏว่าจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ๑๓๑ ล้านบาท ผมเคยอภิปรายในวาระที่ ๑ ไว้แล้ว ๑๓๑ ล้านบาทนั้น จนบัดนี้ผมได้ทราบว่าได้มีการประกวดราคาหาผู้รับจ้างโดยระบบวิธี เขาเรียกว่าอีออกชันใช่ไหมครับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เคาะราคาเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ตอนนั้นรัฐบาลชุดนี้มาเป็นรัฐบาลแล้ว รู้ตัวผู้ชนะการประกวดราคาแล้วนะครับ เขาก็เสนอไป ตามลําดับขั้น เดี๋ยวนี้ผลการประกวดราคาอยู่ในห้องรัฐมนตรีครับ ท่านจะเซ็นอนุมัติก็ไม่เซ็น จะเสนอต่อยกเลิกก็ไม่เสนอต่อ ก็เลยอยากจะทราบว่าท่านอยากจะสร้างหรือไม่อยากสร้าง ถ้าไม่อยากสร้างก็ทําเรื่องขอยกเลิกไปเสีย เดี๋ยวนี้ข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เขาไม่มีสํานักงานกระทรวงเลย เขารอว่าเมื่อไรทางรัฐบาล จะดําเนินการให้ ถ้าหากว่าจะแช่อยู่อย่างนั้นผมขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเรียกเรื่องนี้ ขึ้นไปเลยครับ หรือท่านไม่ได้มอบอํานาจให้ใครไปลงนาม ให้ท่านเรียกเรื่องนี้ขึ้นไปครับ ไปลงนาม แล้วมอบหมายให้ผู้รับจ้างเขาดําเนินการก่อสร้างเสีย หรือถ้าหากเห็นว่ามันไม่มี ความสําคัญก็ทําเรื่องยกเลิกไปเลยครับ ท่านจะมาตัดปีนี้ ๘๗ ล้านบาท ท่านตัดงบประมาณ ออกไปเท่าไรครับ ตัดออกไป ๗๐ ล้านบาท เหลือไว้ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ นั้น ๑๐ ล้านบาท เหลือไว้ทําไมครับ จะทําอะไรก็ไม่ได้ เลยอยากจะถามกรรมาธิการว่ากรณีอนุมัติเงินงบประมาณ ให้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้วไม่ดําเนินการ ในปี ๒๕๕๕ ยังอนุมัติเงินงบประมาณไปอีก อย่างนั้น มันจะมีประโยชน์อะไร อยากจะถามแล้วก็อยากจะฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีกระทรวงนี้ท่านไม่ยอมลงนาม ท่านนายกรัฐมนตรีเอาไปทําเองเถอะครับ ข้าราชการเขาอยากได้อาคารกระทรวง หรือถ้าเห็นว่าไม่มีความจําเป็นก็ขอให้ยกเลิกไปได้ เลยนะครับ

ในส่วนต่อมาที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเหตุผลในการที่ขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็คือที่สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ทราบว่าทางรัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญเรื่องคนพิการมากน้อยเพียงใด แต่ถ้ามาอ่าน ในนโยบายของรัฐบาลที่เขียนไว้ในข้อ ๔.๓.๕ นโยบายรัฐบาลทั้งเล่มนี้มีกล่าวถึงคนพิการ อยู่เพียง ๓ ครั้ง เขียนไว้ในนโยบาย ข้อ ๔.๓.๕ บอกว่าพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ วัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ วัยบรรลุนิติภาวะ วัยชรา และผู้พิการ บอกว่า จะสนับสนุนโครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการเพื่อดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีแค่นี้ครับที่เกี่ยวกับคนพิการทั้งเล่มนี้ ผมอยากกราบเรียนว่า ในนโยบายรัฐบาลนั้นท่านก็ไม่ได้กล่าวถึงจริง ๆ ครับ ท่านให้ความสําคัญเฉพาะเรื่องเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ โดยที่จริงแล้วรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุครบถ้วนทุกคน ได้รับเดือนละ ๕๐๐ บาท ในปี ๒๕๕๕ ก็ได้รับเพิ่มขึ้นโดยรัฐบาลนี้ให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ลักษณะเป็นขั้นบันได ผมก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ท่านได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ แต่ก็อย่าลืมว่าส่วน ๕๐๐ บาทเบื้องต้นนั้นเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ทําไว้ นอกจาก เรื่องคนสูงอายุแล้ว เรื่องคนพิการก็เช่นเดียวกันครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ ให้คนพิการมีทั้งหมดเวลานี้ ๑,๑๘๙,๐๐๐ คน มีอยู่ทั่วประเทศและเป็นคนพิการ ซึ่งมีสมุดประจําตัวคนพิการจะต้องได้รับเดือนละ ๕๐๐ บาท ผมไม่เข้าใจว่าทําไม ในเมื่อให้เบี้ยยังชีพคนพิการเดือนละ ๕๐๐ บาท เป็นขั้นบันได ๖๐ ปี ได้ ๕๐๐ บาท ๗๐ ปี ได้ ๖๐๐ บาท เป็นขั้นบันไดขึ้นไป แล้วกรณีคนพิการนั้น ท่านประธานครับ อยากจะฝาก ท่านคณะกรรมาธิการว่าอยากจะให้ติงไปยังรัฐบาลหน่อยว่าให้เป็นขั้นบันไดเหมือนกับ ผู้สูงอายุจะเป็นไปได้ไหม เพราะคนพิการว่าที่จริงแล้วเขามีความลําบากค่อนข้างจะมาก โดยปัจจุบันนี้คนพิการทั้งหมดในปี ๒๕๕๓ มี ๘๕๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๔ มี ๑,๑๒๐,๐๐๐ คน และในปี ๒๕๕๕ มีอยู่ ๑,๑๙๘,๐๐๐ คน เป็นคนพิการซึ่งมีสมุดประจําตัวคนพิการ ถ้าหากว่า คนพิการไม่มีสมุดประจําตัวคนพิการจะไม่ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ และนอกจากนั้นแล้ว ในการดูแลคนพิการผมกราบเรียนให้ทราบว่าคนพิการมีหลายประเภทครับ พิการทางร่างกาย พิการทางสมอง พิการทางการได้ยิน มีอยู่หลายประเภท ในระหว่างที่ผมเคยไปบริหารงาน ที่กระทรวงนี้ผมได้สํารวจว่าคนพิการทางร่างกายที่ไม่สามารถจะมีเงินไปซื้อรถโยก รถเข็น ให้กับตนเองได้นั้นมีอยู่จํานวนทั้งหมดเท่าไรทราบไหมครับ ๔๕,๐๐๐ คน ๔๕,๐๐๐ คน รัฐบาลได้ให้ทางสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติของกระทรวงนั้น ได้ตั้งเงินงบประมาณไปซื้อรถโยก รถเข็นให้กับคนพิการ ปีนี้ขอบคุณครับได้เพิ่มมาอีกหน่อย ปีที่ผ่านมาได้ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปีนี้ได้ ๑๐ ล้านบาทครับ เงินจํานวน ๑๐ ล้านบาทนั้น ไปซื้อรถโยก รถเข็นให้คนพิการยังไม่ครบหรอกครับ ในระหว่างที่ผมเป็นรัฐมนตรีที่นั่น ผมได้ทําการรณรงค์ขอรับบริจาคเพื่อต้องการอยากจะให้คนพิการ ๔๕,๐๐๐ คนนั้น ได้มีรถโยก รถเข็นเป็นของตนเอง ปรากฏว่าในปีนั้นผมขอรับบริจาคได้เงินมาซื้อรถโยก รถเข็นได้ทั้งหมด ๑๐,๐๐๐ คัน ยังเหลืออีก ๓๐,๐๐๐ กว่าคัน ความจริงแล้วเงินจํานวน ที่จะมาซื้อรถโยก รถเข็นนั้นก็ไม่ได้มากมาย รถโยกนั้นคันละ ๔,๕๐๐ บาท รถเข็นนั้นคันละ ๔,๐๐๐ บาท นี่ซื้อจากเอกชน แต่ถ้าให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาดําเนินการก่อสร้างให้ จัดสร้างให้ ราคาคันละ ๓,๐๐๐ บาท ได้ถูกไปอีกเยอะ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าจะเห็นความสําคัญ ของคนพิการซึ่งเขาไม่สามารถจะมีเงินมาซื้อรถโยก รถเข็นเป็นของตนเองได้ ใช้เงินเพียง ๑๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ที่ผมขอปรับลดนั้นก็เพื่ออยากจะได้เงินเหล่านี้มาซื้อรถโยก รถเข็นให้คนพิการซึ่งพิการทางร่างกาย

ส่วนการพิการทางสายตานั้น คนพิการทางสายตาคงไม่มีความสามารถที่จะ ไปมีสุนัขเดินนําหน้านะครับ เพราะไม่มีปัจจัยเงิน อย่าว่าแต่สุนัขเลยครับแม้กระทั่งไม้เท้า ความจริงไม้เท้าราคาอันละ ๑,๐๐๐ กว่าบาทครับ ผมก็เคยเสนอโครงการนี้ไว้ที่กระทรวงว่า ถ้าหากว่าทางรัฐบาลจะสนับสนุนหาสิ่งเหล่านี้ให้คนพิการก็จะได้ประโยชน์ และอย่างน้อย ๆ คนพิการจํานวน ๓๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นก็จะได้รับอุปกรณ์เหล่านี้สําหรับไปเป็นพาหนะ ในการเดินทางไปมาต่าง ๆ นะครับ

นอกจากนั้นแล้วท่านประธานครับ ในกรมส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ในส่วนนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่ายังมีเงินเกี่ยวกับ เรื่องเด็กและเยาวชน ท่านประธานที่เคารพครับ เด็กและเยาวชนนั้นผมขอกราบเรียนว่า เป็นเด็กและเยาวชนซึ่งตั้งขึ้นเรียกว่า สภาเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคมนะครับ แล้วปรากฏว่าในทางกระทรวงเสนอขอเงินงบประมาณสนับสนุน ให้กับสภาเด็กและเยาวชนระดับตําบลทั้งหมด ๗,๒๕๕ แห่ง เป็นเงินแห่งละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมดแล้วจะเป็นเงิน ๑๔๕ ล้านบาท ปรากฏว่าถูกตัดหมด ทําไมผมจึงอยากจะให้ สภาเด็กและเยาวชนระดับตําบลนั้นได้เงินแห่งละ ๒๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากว่าเด็กเหล่านี้ ส่วนหนึ่งหลังจากจบมัธยมแล้วไปเรียนหนังสือต่อ อีกส่วนหนึ่งนั้นก็อยู่ที่หมู่บ้าน ในส่วนที่อยู่ หมู่บ้านก็ดีไปเรียนหนังสือต่อก็ดี บางส่วนก็ไปคบเด็กที่ไม่ดีนํายาเสพติดมาสู่ครอบครัว มาสู่ชุมชน ผมคิดว่าการที่มีสภาเด็กและเยาวชนขึ้นในทุกตําบลนั้นเราสามารถที่จะให้ เด็กเหล่านี้มาเป็นผู้นําชุมชนในด้านเด็ก เด็กเขารู้ปัญหาของเขาดี และในการแก้ไขปัญหา เขาก็จะมีวิธีการแก้ของเขาหากว่าเราจัดที่ให้เขาได้ทํางาน เด็กเขาพูดเสมอว่าปัญหาของเด็กนั้น เกิดขึ้นเขารู้ดีว่าเกิดจากอะไร แต่ผู้ใหญ่ไม่เคยถามเขาเลยว่าปัญหาเด็กทั้งหมดเกิดจากอะไร ผู้ใหญ่คิดเองหมดและการจะแก้ไขปัญหาให้กับเด็กนั้นผู้ใหญ่ก็คิดเองอีก ไม่ได้บอกเลยว่า ถ้าเป็นเด็กจะแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดอย่างไร จะแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งมั่วสุมอย่างไร จะแก้ไขปัญหาเรื่องเด็กวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควรนั้นเขาจะแก้อย่างไร ถ้าสมมุติว่า เรามีงบประมาณให้เขา อบต. หนึ่งตั้งสภาเด็กและเยาวชนขึ้น ๑ แห่ง ให้เงินงบประมาณเขา ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท ผมเชื่อว่าเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนั้นจะเป็นประโยชน์กับเด็กและเยาวชน ในการแก้ไขปัญหาและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่า เป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งที่จะดําเนินการ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดที่กระผมอภิปรายมา ขอกราบเรียนว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ผมต้องการอยากจะให้ปรับลดลงไปร้อยละ ๑๐ เพื่อจะนําเงิน ส่วนที่ผมปรับลดนั้นมาดําเนินการในหน่วยงานในแผนงานซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ เป็นปัญหาสําคัญอย่างยิ่ง จึงขอกราบเรียนต่อประธานสภาว่านี่คือเหตุผลที่ผมเสนอขอให้ ปรับลดเงินงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านกรรมาธิการ ท่านพงศกรครับ

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่าน ส.ส. อิสสระ สมชัย ซึ่งท่านเป็นอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย และได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการสร้างกระทรวงว่าในปี ๒๕๕๔ ท่านได้ตั้งงบประมาณไว้แล้ว ก็ได้ทําในระบบอีออกชันเป็นที่เรียบร้อย และปี ๒๕๕๕ ในงบปีนี้นั้นตั้งงบผูกพันต่อเนื่องมาอีก เป็นจํานวนเงิน ๘๗ ล้านบาท ทางกรรมาธิการก็ได้พิจารณากันพอสมควร แล้วก็มีการอนุมัติเงิน ในการที่จะผูกพันมาให้ท่านแต่ได้เช็กดูแล้วว่าเงินในปี ๒๕๕๔ นั้นท่านยังไม่ได้ใช้สักบาท ทางกรรมาธิการก็เลยขอทางปลัดกระทรวงบอกว่าทางกรรมาธิการไม่ได้ติดอกติดใจอะไร แต่ถ้าเอาไปใช้ปีนี้เหลือเวลาในการก่อสร้างอีก ๗-๘ เดือน ก็คงจะสร้างไม่ทัน เงินในปี ๒๕๕๔ ยังไม่ใช้ไม่หมด จึงขอท่านไว้ว่าส่วนนั้นก็เหลือไว้อีกสัก ๑๐ ล้านบาท ท่านก็บอกว่า เพื่อช่วยเหลือน้ําท่วมก็ไม่ได้ติดอกติดใจอะไร จึงกราบเรียนท่านอิสสระ สมชัย เพื่อทราบ

ในส่วนของคนพิการนั้นเราก็ไม่ได้ปรับลดอะไรลงมาเลย เราปรับลดเฉพาะ ในส่วนของครุภัณฑ์ บางส่วนที่มีความจําเป็นน้อยที่สุด ซึ่งงบประมาณในสํานักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาตินั้นได้ตั้งไว้ ๑๙๘ ล้านบาท เราตัดลดลงแค่ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท

และอีกส่วนหนึ่งก็คือสํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งตั้งไว้ ๖๔๓ ล้านบาท เราก็ปรับลดลงแค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนในการปรับลดนั้นก็ไม่มีผลกระทบ ต่อการทํางานของสํานักงานนั้น ๆ จึงกราบเรียนเพื่อนสมาชิกเพื่อทราบครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านใดติดใจ นะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ เชิญครับ

นางโสภา กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตั้งงบประมาณไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ดิฉันมีความสงสัยอยู่ว่ากระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่ดูแลเรื่องความเดือดร้อนของมนุษย์ ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทําไมค่าของมนุษย์ของประเทศไทยซึ่งมีประมาณ ๖๕ ล้านคน มีเงินงบประมาณ แค่นี้หรือ แต่ที่ดิฉันขอแปรญัตติงบประมาณกระทรวงนี้ไว้เพราะต้องการสะท้อนความรู้สึกว่า มนุษย์ในฐานะของตัวแทนปวงชนชาวไทย สตรีจะมีค่าใช้จ่ายมากมาย แต่งบประมาณ ทําไมมีน้อยนิด ผู้ยากไร้ก็ไม่มีใครดูแล ผู้สูงอายุ ผู้อนาถา ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปดูแลสํารวจให้แท้จริง เบี้ยผู้สูงอายุรัฐบาลสมัยท่านชวน เป็นผู้ริเริ่ม พอรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ก็เพิ่มให้ ๒๐๐ บาท และได้ครบทุกคน รัฐบาลนี้ใช้เป็น ขั้นบันได ดิฉันขอให้ย้อนหลังเริ่มปีงบประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ที่เสียชีวิตได้แค่ ๒,๐๐๐ บาท ดิฉันอยากขอให้ได้ ๕,๐๐๐ บาท เพราะ ๒,๐๐๐ บาท ทําอะไรก็ไม่ได้ ที่ผ่านมาเบิกก็ยาก จะต้องไปเบิกที่จังหวัด ดิฉันคิดว่าขอให้ไปรับที่ อบต. ได้ไหม ขอให้ท่านสั่งการเพื่อความคล่องตัวของลูกหลานผู้สูงอายุ ขอขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือว่าฝากนะครับ ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ กระผมขออนุญาตผ่านไปที่มาตรา ๑๑ ครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านพายัพ ปั้นเกตุ เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผม ได้ขอสงวนคําแปรญัตติในส่วนของกรมชลประทานไว้ ซึ่งมีการปรับลดงบประมาณทั้งหมด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีเหตุผลที่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงกรรมาธิการงบประมาณ ทุก ๆ ท่านด้วยว่าเหตุผลที่เราจําเป็นต้องตัดลดงบประมาณของกรมชลประทานมาก ๆ นี้ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นกรมชลประทานได้ประสบความล้มเหลวในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ําของทั้งประเทศที่เรียกทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันน้ําท่วม ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของภัยแล้ง เราจะเห็นอย่างชัดเจนครับว่าในขณะนี้นั้นพอน้ําแห้งปุ๊บปรากฏว่า น้ําแล้งทันที ถ้าวันนี้กรมชลประทานซึ่งตั้งมาเป็นเวลา ๑๐๐ ปีนี่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ําของประเทศอย่างแท้จริง ก็จะต้องมีการบริหาร จัดการน้ําของประเทศในยามที่น้ําท่วมก็สามารถป้องกันได้ ในยามที่น้ําจะแล้งก็สามารถ ผันน้ําเอาไปสู่ไร่นาเกษตรกรได้ แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชน คาดหวังว่ากรมชลประทานจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้ กลับกลายเป็นว่า กรมชลประทานได้เป็นตัวที่ทําให้ประชาชนผิดหวังในการบริหารจัดการน้ําของประเทศ เป็นอย่างยิ่ง ผมเองเป็นคนหนึ่งครับท่านประธานที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการของ คณะกรรมาธิการงบประมาณ มีท่านศักดาเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ผมเองก็เป็น รองประธานอยู่ด้วย ได้เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดแล้วเห็นได้ชัดเจนว่าแผนงานของ กรมชลประทานไม่มีสิ่งใดที่ระบุโดยชัดเจนว่ามีแผนงานในการบริหารจัดการน้ําของประเทศ อย่างเป็นระบบ สังเกตจากการตั้งงบประมาณในบริหารจัดการน้ํายังมีความซ้ําซ้อน ในหลายพื้นที่ มีการกระจุกตัวในหลายจังหวัด ในบางจังหวัดและบางภาค ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ชลประทานในขณะนี้นั้นมีการกระจุกตัวในพื้นที่ภาคกลางค่อนข้างสูง แต่การที่คนภาคกลาง จะหวังว่าจะพึ่งการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทานเพื่อนําไปสู่ไร่นาเกษตรกรกลับไม่ได้ เป็นที่หวังอย่างที่เราตั้งใจไว้ กลับทําให้บางพื้นที่มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม บางพื้นที่มีปัญหา เรื่องน้ําแล้งตามมา ในทํานองเดียวกันเราดูพื้นที่ภาคอีสาน พื้นที่ที่ทํานาข้าว พื้นที่ที่ปลูก ข้าวหอมมะลิหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแถบทุ่งกุลาร้องไห้ ปรากฏพื้นที่ดังกล่าวเหล่านี้น้ําแล้ง ดูเปอร์เซ็นต์การเพิ่มจํานวนพื้นที่ชลประทาน ปรากฏว่าพื้นที่ชลประทานในภาคอีสานไม่ได้ เพิ่มเป็นอัตราส่วนที่ชัดเจน กลับทุ่มงบประมาณจํานวนนี้ไปบางพื้นที่ โดยไม่มีเหตุผล แห่งความจําเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากความซ้ําซ้อนความกระจุกตัวแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานเองซึ่งต้องยอมรับนะครับท่านประธาน ฝากไปทางท่านกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานต้องบอกว่าเขามีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ แต่มันเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้เจ้าหน้าที่ชลประทาน ไม่สามารถใช้ความรู้ ความสามารถของตนเองในการบริหารจัดการน้ําของประเทศให้เป็น ระบบได้ ทําให้ประชาชนที่มีความคาดหวังว่ากรมชลประทานจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศกลับเป็นที่พึ่งไม่ได้ ท่านประธานอาจได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตรงนี้ ค่อนข้างมาก พูดแม้กระทั่งว่าเอากระทรวงเกษตรและสหกรณ์คืนมาให้พรรคการเมืองหลัก ของเขาเลยได้ไหม คืนมาให้พรรคเพื่อไทยดูแลเลยได้ไหม นี่เป็นภาพสะท้อนของประชาชน ที่มีต่อกรมชลประทาน พูดแม้กระทั่งว่าถ้าอย่างนั้นแล้วก็ถ้าเอาคืนมาไม่ได้ เอากรมชลประทาน มาให้กรมทรัพยากรน้ําดูแลได้ไหม ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็น คนดูแลได้ไหม นี่ละครับคือภาพของการไม่ยอมรับในการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน ที่มีต่อสายตาของพี่น้องประชาชนและคนที่เป็นตัวแทนภาคประชาชนในขณะนี้ และถ้าจะ อย่างนี้ต่อไปก็ไม่ได้เป็นที่พึ่งอะไรให้กับการบริหารจัดการน้ําของประเทศเลย วันนี้รัฐบาลได้ ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า กยน. เข้ามาบริหารจัดการน้ําทั้งประเทศ เพราะว่าเมื่อไปดูงบประมาณในรายละเอียดของแต่ละโครงการแล้วจะเห็นได้ว่าพูดซ้ําซ้อน ก็ซ้ําตรงนั้นละ พูดว่ากระจุกตัวก็กระจุกตรงนั้นละ เห็นอยู่ชัดเจน ไม่ต้องระบุพื้นที่ ไม่ต้องระบุจังหวัด เห็นกันไปหมด ทําแต่การสนองความต้องการของบุคคลเพียงบางคน โดยไม่สนองความต้องการของประเทศ เอาใจแต่บางคน แต่ไม่เอาใจประชาชน ประเทศชาติ จึงประสบปัญหาอย่างทุกวันนี้ในเรื่องของอุทกภัยและภัยแล้งที่ตามมา ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องการเมือง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการงบประมาณท่านได้ไปคุยบ้างไหม ไปถามเขาบ้างไหม ว่า จัดการงบประมาณอย่างไร มีแผนยุทธศาสตร์อะไรบ้าง ที่สนองตอบต่อปัญหาของประเทศ ท่านได้ถามเรื่องนี้ไหมครับ แล้วทําไมที่ตัดมาตัดมาจิบเดียว ทั้ง ๆ ที่มีปัญหามากมาย แทนที่จะตัดเพิ่มขึ้นแล้วเอามาบริหารจัดการน้ําให้ดีมากยิ่งขึ้นกลับไม่ได้ทําตรงนี้ เมื่อถามว่า มีแผนหลักใด ๆ บ้างไหม แผนหลักที่จะระบายน้ําในยามหน้าน้ํานี้ทําอย่างไร ปรากฏว่า ไปดูในแผนงบประมาณประจําปี ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปทางท่านกรรมาธิการ เกิดอะไรขึ้นครับ ไม่มีโครงการที่เรียกว่าระบายน้ําอย่างเร่งด่วนในเวลาที่มีอุทกภัยเลย คลองบายพาส (Bypass) ขนาดใหญ่ที่จะเร่งระบายน้ําจากพื้นที่ต้นน้ํา ไม่ว่าจะต้นน้ําปิง วัง ยม น่าน หรือบริเวณเขื่อนเจ้าพระยาที่จะเร่งระบายน้ําออกสู่ทะเล ไม่มีเอกสารงบประมาณ ตรงนี้ให้เราได้แลเห็น ทําไมไม่ทําอย่างนี้ละครับ ท่านกรรมาธิการครับ นี่คือสิ่งที่เราเห็นอยู่ ประจักษ์ว่าไม่ทํา พูดกันมาหลายครั้งหลายหนแล้วครับ บอกว่าจะมีแผนในการเร่งระบายน้ํา ไหนละบายพาส โครงการศึกษาอยู่ไหน เมื่อก่อนตั้งกันจังเลย ทุกหน่วยงานว่าตั้งโครงการ ศึกษา ๆ ศึกษาโน่นศึกษานี่ ไม่เห็นมีในกรมชลประทานว่าจะศึกษาเรื่องการเร่งระบายน้ํา ออกสู่ทะเลละครับ ไม่มี ไม่มีให้แลเห็น นอกจากนั้นไหนละเจ้าพระยา ๒ ที่หวังว่า จะมีโครงการนี้เพื่อเร่งระบายน้ํา กลับไม่มีตรงนี้ ผมจึงจําเป็นท่านประธาน ในเวลา ๘ นาทีนี้ ก็ยืนยันกับท่านประธานว่าผมเสนอตัดงบประมาณของกรมชลประทาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๘ นาที แล้วที่เหลือมีท่านชินวรณ์ ท่านอรรถพร ท่านสุชิน ท่านฉัตรพันธ์ ท่านยุพราช ท่านละ ๑๐ นาที เชิญท่านวราภรณ์ครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ จากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ดิฉันได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๑๑ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันได้ขอเสนอให้ มีการปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีสาเหตุค่ะท่านประธาน เพราะจากที่ดิฉัน ได้ดูในรายละเอียดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ดิฉันเห็นว่างบประมาณ ดังกล่าวเกินความจําเป็นค่ะ เพราะโครงการที่สําคัญและมีความจําเป็นในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ําท่วมหรือภัยแล้ง ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกรมชลประทานกลับไม่ได้มีการ ดูแลอย่างจริงจัง จะเห็นได้จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดนครสวรรค์ของดิฉัน ท่านประธานทราบอยู่ว่าจังหวัดนครสวรรค์เป็นที่รองรับน้ํา แม่น้ําสายสําคัญถึง ๔ สาย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน ได้ไหลมา บรรจบกันที่ตําบลปากน้ําโพที่เขาเรียกแม่น้ํา ๒ สี และเรียกกันว่าเป็นแม่น้ําเจ้าพระยา ท่านประธานทราบไหมคะว่าสถิติสูงสุดน้ําที่ผ่านแม่น้ําเจ้าพระยามีถึง ๕,๖๘๕ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที พอเกิดอุทกภัยน้ําท่วมถึงสร้างความเสียหายให้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ หรือด้านจิตใจของประชาชน ดิฉันจึงได้ขอเสนอปรับลดงบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะนําไปจัดทําโครงการที่เป็นการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมและภัยแล้งซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในส่วนที่ ๑ ดิฉันขอเสนอให้มีการทําโครงการเขื่อนแม่วงก์ ท่านประธานทราบไหมว่า ในปี ๒๕๑๑ ปัจจุบันนี้ปี ๒๕๕๔ แล้วนะคะ ผ่านมา ๔๔ ปี ส.ส. และชาวพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ ได้ร้องขอให้กรมชลประทานพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ําแม่วงก์ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ในฤดูฝนและแก้ไขปัญหาเวลาขาดแคลนน้ําในฤดูแล้ง แล้วเมื่อปี ๒๕๑๓ ทางกรมชลประทาน และไจก้า (JICA) ได้มีการสํารวจความเหมาะสมของการพัฒนาลุ่มน้ําที่สําคัญ แล้วผลสรุป ออกมาว่าเขื่อนแม่วงก์มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถรองรับน้ําได้จากทางตอนเหนือ ไม่ว่าจะเป็นน้ําจากจังหวัดตาก จังหวัดกําแพงเพชร ถึง ๒๕๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วเกิดประโยชน์ กับพื้นที่ชลประทานถึง ๒๙๑,๙๐๐ ไร่เชียวค่ะ แต่จากความเหมาะสมความพร้อม ไม่ว่าจะ เป็นชาวบ้านหรือพื้นที่ปรากฏว่าสิ่งที่ขาดมา ๔๔ ปี คือไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันจึงขอเสนอให้มีการเริ่มนําโครงการนี้จากการ ตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไปช่วยทําในส่วนนี้

สําหรับส่วนที่ ๒ ท่านประธานคะ ที่จังหวัดนครสวรรค์มีสถานที่ท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติที่สําคัญคือบึงบอระเพ็ดและมีชื่อเสียงอย่างมาก ถือว่าเป็น แหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ําจืดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครสวรรค์และในประเทศไทย ท่านประธาน ทราบไหมคะว่าบึงบอระเพ็ดมีพื้นที่ถึง ๑๓๒,๗๓๗ ไร่ ถ้าเราเปรียบเทียบกับบึงฉวาก แล้วมีพื้นที่บึงรับน้ําเพียง ๒,๗๐๐ ไร่ ต่างกัน ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ เห็นไหมคะ แต่ทําไมงบประมาณ ที่จะจัดสรรมาให้กับบึงบอระเพ็ดซึ่งปัจจุบันนี้ตื้นเขินมาก ไม่ได้รับการดูแล เพราะถ้าบึงบอระเพ็ด ได้รับการดูแล มีการขุดลอกก็จะไม่เกิดปัญหาการบุกรุกที่ทํากินของราษฎรจะเป็นแก้มลิง ในการรองรับน้ําเวลาเกิดอุทกภัย จะเป็นพื้นที่แหล่งน้ําที่สําคัญสําหรับราษฎร ไม่ว่าจะจังหวัด ดิฉันเองหรือจังหวัดใกล้เคียง แต่ทําไมพื้นที่ต่างกันถึง ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ กลับได้รับการดูแล น้อยกว่าพื้นที่ ๒,๗๐๐ ไร่ อันนี้เป็นความน้อยใจนะคะ เพราะว่าจังหวัดนครสวรรค์มีชื่อเสียง มากมายหลายด้าน แต่ก็ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ดิฉันไม่ได้หมายถึงจังหวัดนครสวรรค์ที่เดียวนะคะ ถ้าการปรับลดงบประมาณที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ๗,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าจะจัดสรรไปทําเขื่อนแก่งเสือเต้น ดิฉันก็เห็นดีด้วย เพราะทุกภาคส่วนตอนนี้มองเห็นตรงกันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเข้ามาแก้ไข ปัญหาน้ําท่วมและภัยแล้งอย่างจริงจัง สิ่งที่ดิฉันพูดมานี้ดิฉันได้ดูจากการปรับลดงบประมาณ เพราะดิฉันเห็นว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงแม้ปรับลดแล้ว ท่านประธาน ดูในสาระสําคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานตั้งงบประมาณ ที่ปรับลดแล้วถึง ๔๒,๙๑๙ ล้านบาทโดยประมาณ ถ้าไปดูจากรายละเอียดผลผลิตเขียนไว้ ดูดีมากค่ะว่าเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการโดยแบ่งเป็นด้าน ๆ

ด้านแรก เป็นการจัดการน้ําชลประทาน ตั้งไว้ถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท

ด้านที่ ๒ เป็นการจัดหาแหล่งน้ําและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตั้งไว้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท

ด้านที่ ๓ เป็นการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ํา ตั้งไว้ ๕,๑๙๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานทราบไหมคะว่าไม่มีเลยสักโครงการที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพราะอุทกภัยที่เกิดขึ้นที่เป็นข่าวดังเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม เริ่มต้นจากจังหวัดนครสวรรค์ ดิฉันไม่อยากให้ปีต่อไปที่จะถึงนี้จังหวัดนครสวรรค์จะเป็นต้นน้ําที่ไปสร้างความเสียหายให้กับ จังหวัดชัยนาท จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่จังหวัดใกล้เคียง ดิฉันจึงอยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เริ่มเข้ามา ดูแลอย่างจริงจัง ดิฉันและชาวจังหวัดนครสวรรค์จะติดตามดูแผนงานของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในปีต่อ ๆ ไปว่า เมื่อไรจะเริ่มเข้ามาดูแลคนจังหวัดนครสวรรค์เสียที อย่าให้พวกเรารู้สึกน้อยใจ หรือถ้าท่านทําไม่ได้ ดิฉันก็อยากจะฝากท่านให้ดูว่าโครงการเขื่อนแม่วงก์เสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์น้ํา ของท่านนายกรัฐมนตรีได้ไหม หรือโครงการขุดลอกบึงบอระเพ็ดเสนอให้กับกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ไหม ดิฉันไม่อยากให้ดิฉันและคนจังหวัดนครสวรรค์ รู้สึกว่าสาเหตุเกิดจากไม่มี ส.ส. ของบางพรรคหรือเปล่า ทําให้เราไม่ได้รับการเหลียวแล หรือการดูแลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีสมาชิกเพิ่มชื่อ มาหลายท่านนะครับ ผมหารือว่าควรจะท่านละ ๘ นาทีจะเหมาะไหมครับ ขอตามนี้นะครับ ท่านละ ๘ นาที เพราะเพิ่มชื่อมาหลายท่าน เชิญท่านอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเสนอความเห็นว่าน่าจะเป็นท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้น ไม่เป็นอะไร ท่านละ ๑๐ นาทีครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านชินวรณ์เลยครับ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกํากับไว้ ร้อยละ ๕ ครับ ท่านประธานครับ ความจริงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกํากับได้ ขอตั้งงบประมาณไว้ ๗๖,๗๒๑ ล้านบาท คณะกรรมาธิการไปปรับลด ๒,๙๗๘ ล้านบาท และได้มีการขอปรับเพิ่มเข้ามาในชั้นของการพิจารณาของกรรมาธิการ ๑,๒๗๑ ล้านบาท ก็ทําให้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีทั้งหมด ๗๗,๙๙๓ ล้านบาท ซึ่งผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการค่อนข้างจะไม่ได้ ให้ความสนใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่เพื่อนสมาชิกในสภานี้ ได้พูดไปก่อนหน้าผมว่ามีเสียงเรียกร้องที่จะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องดูแล ด้วยพรรคการเมืองใหญ่หรือไม่ หรือมีเสียงเหมือนเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง เพราะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไม่ได้สนใจถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรอย่างแท้จริง จึงนําไปสู่การ ที่ไม่ได้รับการดูแลและเหมือนบางท่านก็ขึ้นมาพูดว่ากระทรวงนี้ก็เหมือนกระทรวงลูกเลี้ยงไป ซึ่งทั้งหมดนี้ผมก็ไม่ขอวิจารณ์นะครับ ในเชิงของการบริหารกระทรวง เพราะผมคิดว่าคําพูด ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะเป็นหลักฐานต่อไปในอนาคตว่า ใครทํากรรมอันใดไว้ก็จะได้รับผลกรรมนั้นเอง แต่ท่านประธานครับ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า ผมได้มีการขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เมื่อมาดูคณะกรรมาธิการ พิจารณาในชั้นของการปรับเพิ่มปรากฏว่าน้อยกว่าที่ท่านปรับลดลงไป อันนี้เป็นตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่ง ท่านปรับลดลงไป ๒,๙๗๘ ล้านบาท แต่เวลาปรับเพิ่มเข้ามาปรับเพิ่มให้เพียง ๑,๒๗๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าพี่น้องในภาคเกษตรในปัจจุบันนี้ มีอยู่ประมาณ ๒๔,๔๘๐,๐๐๐ คน ซึ่งแน่นอนว่าพี่น้องภาคเกษตรกรลดลงจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ฉบับที่ ๘ ๓๕ ล้านคน ในขณะนี้เรากําลังจะเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑๑ พี่น้องภาคเกษตรกรลดลงเหลือประมาณ ๒๔ ล้านคน ประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนประชากรทั้งหมด แต่เรามีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธานว่าพี่น้อง ภาคเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่ก็จะมีวัยเป็นผู้สูงอายุ ๖๕ ปีขึ้น รัฐบาลก็ต้องให้ความสนใจ เป็นพิเศษว่าเราจะดูแลพี่น้องภาคเกษตรกรกลุ่มนี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร แต่ในทางกลับกันครับท่านประธาน ถ้าเรามาดูรายได้ภาคเกษตรเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เรามีรายได้ขยายตัวขึ้นมาตามลําดับ โดยเฉพาะในช่วงปี ๒๕๕๓ ถึง ปี ๒๕๕๔ มีรายได้ จากภาคเกษตรขยายตัวขึ้นมาถึงร้อยละ ๑๒ สามารถทํารายได้ให้กับประเทศทั้งหมดปีละ ๘ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะไม่สนใจภาคเกษตรไม่ได้ครับ เพราะว่าภาคเกษตรนั้น เป็นหัวใจสําคัญ เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นแหล่งอาหารของประเทศ และเป็นแหล่งอาหาร ของโลกครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาเราก็ทราบกันอยู่ดีครับว่าประเทศของเราได้ประสบ กับปัญหาอุทกภัย คือปัญหาในเรื่องของน้ําท่วม ๖๔ จังหวัด ทําให้เราต้องประสบกับคน ที่ต้องว่างงานถึง ๙๐๐,๐๐๐ คน เราต้องมีปัญหาเรื่องความเสียหายที่เกิดจากน้ําท่วมถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท และทําให้ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเราลดลง ๒ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ภาคเกษตรกรเป็นภาคที่น่าเห็นใจที่สุด วันนี้ผมไม่แน่ใจครับ ในเวลาที่จํากัดนี้ว่า ทางกรรมาธิการได้มีการซักถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็น หลัก ๆ อย่างนี้หรือไม่ครับ ผมอยากจะได้คําตอบจากคณะกรรมาธิการ เพราะไม่สามารถ ที่จะลงรายละเอียดได้

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าคณะกรรมาธิการได้มีการซักถาม ไหมครับว่านโยบายเร่งด่วนที่สําคัญที่ไปสนองตอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่ผมกราบเรียนแล้ว ทั้งปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นและปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องอุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้น สร้างความเสียหายและสร้างความอ่อนแอให้กับภาคเกษตรซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศ ของเรา นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้บอกว่าจะส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ มันก็น่าแปลกใจครับ เพื่อนสมาชิกในสภานี้บอกว่าที่จังหวัดนครสวรรค์มีปัญหาแหล่งน้ํา ขนาดใหญ่ที่ได้มีบรรจุไว้ในแผน ขาดการบริหารจัดการ ไม่มีการเพิ่มงบประมาณลงไป เพื่อมาดูแลในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องทั้ง ๙ โครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสียัด โครงการเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดําริ โครงการกิ่วคอหมา โครงการเขื่อนลําปาว โครงการพัฒนาลุ่มน้ําตาปี-พุมดวง จังหวัดสุราษฎรธานี โครงการผันน้ําจากพื้นที่จังหวัด จันทบุรีไปยังแหล่งเก็บกักน้ําจังหวัดระยอง ทั้งหมดนี้เราไม่ได้เห็นตัวเลขที่มีความชัดเจนนะ ครับ กรรมาธิการได้มีการซักถามไหมครับว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแผนในการ บริหารจัดการน้ํา โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการที่เกี่ยวข้องกับโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ตามที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว และแน่นอนที่สุดปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ต่อเนื่องจากปัญหาน้ําท่วม ที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของฟลัดเวย์ มาดูแลในเรื่องของการดําเนินการที่จะต้องให้มีแหล่ง ในการเก็บกักน้ําและระบายน้ํา ซึ่งจะเป็นแหล่งในการจัดหาแหล่งน้ําและเพิ่มพื้นที่ชลประทานด้วย แต่เรามาดูตัวเลขกรมชลประทานถูกปรับลดไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่หรือครับที่ท่านบอกว่า จะต้องดูแลปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ท่านจะต้องดูแลปัญหาของคนยากคนจน ท่านจะทํา เพื่อคนชั้นล่างสุดที่ท่านเรียกว่า ไพร่ แต่วันนี้นโยบายของรัฐบาล งบประมาณที่ออกมาเป็น เรื่องของคนรวย เป็นเรื่องของคนที่มีโอกาสสูงกว่า ไม่ว่าบ้านหลังแรก ไม่ว่ารถยนต์คันแรก แต่เมื่อมาดูภาคเกษตรน่าใจหายมากครับ เอาเฉพาะในเรื่องของนโยบายเร่งด่วนเรื่องแรก ที่ผมกราบเรียนไป

เรื่องที่ ๒ โครงการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ไปดูแผนงานในแต่ละกรมได้เลยครับ มีแผนงาน พัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แผนงานนี้ ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้วที่จะเข้าไปดูแลพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เขา ได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขาสามารถยืนบนขาตัวเองได้ และให้เขาพร้อมที่จะ อยู่ในพาหุวัฒนธรรมที่อยู่อย่างสันติต่อไป แต่เมื่อรัฐบาลไม่ได้เข้าไปดูแล และในทางกลับกัน กลับไปให้ความสําคัญกับเรื่องของการไปดําเนินการที่จะควบคุมในการที่จะปราบปรามมากกว่า ดูแลในการที่จะส่งเสริมให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ผมดูได้จากงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อยู่ในกรมต่าง ๆ นี่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ผมอยากเรียนถามกรรมาธิการนะครับว่าปีนี้ทําไม ไปปรับลดลงในหลายกรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ

เรื่องเร่งด่วนเรื่องที่ ๓ คือเรื่องยกระดับราคาสินค้าเกษตรครับท่านประธาน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้มีนโยบายไว้ชัดเจนว่าจะยกระดับราคาสินค้าเกษตร ท่านใช้คําว่า จะกระชากราคาสินค้าบริโภคให้ลดลง เพิ่มราคาสินค้าเกษตรของพี่น้องให้สูงขึ้น ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกในสภา ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านกรณ์ได้ชี้แจง ได้อภิปราย ตอนเช้าว่าในวันนี้ภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ําลงครับ เรื่องแรก คือเรื่องข้าว ท่านมีโครงการว่าโครงการรับจํานําข้าวเปลือกปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ แล้ววันนี้ เป็นอย่างไรครับ วันนี้หนังสือพิมพ์ลง คุณยรรยง พวงราช ออกมาพูดว่าการรับจํานําข้าว ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และปัญหาเหล่านี้ก็จะกระทบกับพี่น้องประชาชน เรื่องข้าว เป็นอย่างไรครับท่านประธานครับ กรรมาธิการที่เกษตรต้องไปดูแลครับ

เรื่องยางพาราครับ ผมไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้เลยครับ เรื่องยางพาราเราส่งเสริม ให้มีการปลูกยางพาราพันธุ์ดี ในปีงบประมาณนี้ตั้งไว้ ๑.๗๔ ล้านไร่ แล้วก็มีการส่งเสริม ในเรื่องของพี่น้องประชาชน พี่น้องภาคเกษตรชาวสวนยางพาราให้ได้มีการพัฒนาเพื่อให้ มีความรู้เกี่ยวกับสวนยางพาราแล้วก็เพิ่มมูลค่า เพิ่มราคายางพาราให้กับพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนถามผ่านมาทางกรรมาธิการครับว่าวันนี้กิโลกรัมละเท่าไร ลดลงครึ่งหนึ่งครับ จากราคาที่รัฐบาลที่ผ่านมา แต่ว่ารัฐบาลก็ยังไม่มีการตั้งแม้แต่คณะกรรมการนโยบาย ยางธรรมชาติ ปัญหาราคายางพาราอาจจะเกิดปัญหาส่วนหนึ่งจากเศรษฐกิจในยูโร โซน ปัญหาเศรษฐกิจของจีน แต่วันนี้ในภาคบริหารจัดการของรัฐบาลไม่ได้มีการแก้ไข ปรับปรุงให้สูงขึ้นครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอีก ๒ นาที ให้เวลาของเพื่อนสมาชิก ในส่วนของฝ่ายค้านได้เลยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมนิดเดียว เท่านั้นเองว่าในส่วนของผลไม้ไทยทั้งหมดก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องชัดเจน ทั้งเรื่องกาแฟ สับปะรด ไม้ผล กล้วยไม้ มะพร้าว ประมง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการที่จะต้องดําเนินการในการ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนภาคการเกษตร ๒๔ ล้านคน ที่ผมกราบเรียนไปแล้วได้มีรายได้ที่สูงขึ้น นั่นคือการที่รัฐบาลต้องเชื่อมต่ออย่างชัดเจนครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือในภาคที่เราลงมาดูถึงกระบวนการที่กระทบกับ พี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วในภาคของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องดูแลจริง ๆ เพื่อให้ถึงกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ต้องมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาระบบตลาด เพื่อสินค้าเกษตรและอาหาร ต้องมาดูแลในเรื่องของการดําเนินการในการที่จะขาย สินค้าเกษตรในระหว่างประเทศ ต้องมาดูแลในเรื่องมาตรฐานของอาหาร ถ้าเราต้องการ ให้ประเทศไทยเป็นครัวโลกอย่างแท้จริง แต่ทั้งหมดนี้หลายคนมาบอกกับผมว่าในขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เหมือนตายแล้ว มันจึงน่าแปลกใจครับว่าคนที่รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องออกมาทําให้เห็นว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงหลักที่เราจะต้องมาดูแล

และประการสุดท้ายครับ คือในเรื่องของปัจจัยการผลิตครับ วันนี้ผมยังไม่เห็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือคณะกรรมาธิการได้มีการพูดถึงตั้งแต่ในชั้นของการพิจารณาแล้ว ไม่ว่าการจัดที่ทํากินให้กับเกษตรกร การจัดการเรื่องคุณภาพดิน ตลอดถึงการดําเนินการ ในเรื่องของการฟื้นฟูป้องกันการชะล้างดินพื้นที่เฉพาะ การกําหนดเขตส่งเสริมการผลิต

เรื่องสุดท้าย ที่ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานครับ คือเรื่องที่เรา จะต้องส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรครับ ท่านประธานคงจําได้ นะครับว่าเราได้มีการผ่านพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รัฐบาลที่แล้วได้ผลักดันให้ มีสภาการเกษตรกรแห่งชาติขึ้นมาเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีส่วนสําคัญในการกําหนด นโยบายในการร่วมคิดกับรัฐบาลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องคุณภาพชีวิตของพี่น้อง เกษตรกร แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ในขณะนี้ก็มีการเลือกตั้งตัวแทนของเกษตรกรแห่งชาติ ในระดับจังหวัดแล้วนะครับ แต่ว่าในระดับประเทศในขณะนี้ยังไม่มีการดําเนินการหรือเร่งรัดให้มีการดําเนินการในการจัดตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้องค์ประกอบของสภาเกษตรนั้นเสร็จเป็นที่เรียบร้อยและสามารถดําเนินการได้ ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการได้ถามเรื่องนี้ไหมครับ และได้ดําเนินการอย่างไรครับ ผมอยากได้คําตอบของคณะกรรมาธิการครับ ถ้าคณะกรรมาธิการตอบไม่ชัดเจนหรือไม่ตอบ ผมขอสงวนสิทธิที่จะได้ลุกขึ้นมาทวงถาม แล้วก็ยืนยันที่จะต้องลงมติในมาตรานี้ต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอรรถพร พลบุตร ครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสครับ ผมขอใช้เวลาของนาทีแรกที่จะขออนุญาตประธาน ได้แจ้งถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของผม คือพื้นที่ บริเวณก้นอ่าว ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดเพชรบุรี ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างยิ่งจากมหาอุทกภัยที่น้ําจืดและมีภาวะจํานวนมหาศาลได้ไหลลงไปในก้นอ่าว และสร้างความเสียหายกับพี่น้องชาวประมงชายฝั่งทุกประเภทอย่างรุนแรงในขณะนี้ ซึ่ง ส.ส. ครรชิต ทับสุวรรณ แห่งจังหวัดสมุทรสาคร ส.ส. นิติรัฐ สุนทรวร ก็ต่อสู้เรื่องนี้ อย่างเต็มที่ หัวชนฝา ขอสื่อตรงนี้ผ่านท่านประธานสภาให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตท่านประธานแปรญัตติในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งตั้งงบประมาณเอาไว้ ๗๗,๙๙๓ ล้านบาท เนื่องจากเวลาที่จํากัดครับ ผมขอเฉพาะเจาะจงลงไปที่สํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาตินะครับ ซึ่งตั้งงบประมาณเอาไว้ ๒๐,๒๔๓ ล้านบาท ขอปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และขอนําเสนอข้อมูล เพื่อประกอบเป็นคําถามไปยังคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าได้มีการตรวจสอบพิจารณา การดําเนินงานของสํานักงานแห่งนี้ว่าได้มีการปกปักษ์รักษาประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ได้ครบถ้วนบริบูรณ์หรือไม่ อย่างไร ข้อมูลที่ผมจะนํามาประกอบการตั้งประเด็นคําถาม ของคณะกรรมาธิการตั้งอยู่ตรงนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการ นี่คือเกลือป่นซึ่งเป็นเกลือที่เกิดจากท้องทะเลของจังหวัดเพชรบุรี ของแม่กลอง ของมหาชัย และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าเกลือที่เราเห็นอยู่ในมือของผม ขณะนี้บางช่วงเวลาเกลือเหล่านี้มีราคาสูงกว่าลูกรังนิดเดียวครับ แม้กระทั่งในช่วงเวลา ที่เกลือราคาสูงสุด คือเกวียนละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ก็แพงกว่าลูกรังที่ถมถนนไม่กี่สิบสตางค์ หรอกครับ โศกนาฏกรรมแห่งชีวิตชะตากรรมอนาคตของชาวนาเกลือ ๔ จังหวัดอยู่ใน สิ่งที่เรียกว่า เกลือป่นเหล่านี้ครับ ท่านประธานรู้ไหมครับแม้ว่าเราจะต้องเผชิญกับปัญหา ความไม่แน่นอนของราคา ปัญหาน้ําท่วม ปัญหาการเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง จนมีการตกขาว ต้องเอาเกลือไปจํานําเพื่อเอาเงินมาหมุนเวียนหล่อเลี้ยงนาเกลือให้ดํารงต่อไป แต่สิ่งเหล่านั้น เราก็ต่อสู้ด้วยลําแข้ง ด้วยหัวใจที่ทรหดของเราเอง เราก็สู้มาอย่างนี้นานนับร้อยปีครับ แล้วก็หล่อเลี้ยงชีวิตคนมาเป็นหมื่นชีวิตในพื้นที่ ๔ จังหวัด แต่วันดีคืนดีมันมีบางเรื่องบางราว ที่ผมจะต้องตั้งคําถามถึงคณะกรรมาธิการให้ตอบคําถามว่าได้ตรวจสอบถึงเรื่องเหล่านี้ หรือไม่ ตัวอย่างแรกครับ เมื่อ ๒ ปีที่แล้วอยู่ดี ๆ เกลือทะเลถูกสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปลี่ยนแปลงสถานะเป็นอุตสาหกรรม บอกว่าการทํานาเกลือเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งมันดูเหมือน ไม่มีอะไรครับ แต่ผลจากตรงนั้นทําให้พี่น้องชาวนาเกลือใน ๔ จังหวัด จังหวัดเพชรบุรี แม่กลอง มหาชัย กรุงเทพมหานคร ชลบุรีบางส่วนเขาขาดสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ในโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร หรือ คชก. ซึ่งผมอภิปรายตรงนี้หลายครั้ง แต่โชคดีครับ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์คือ ท่านธีระ วงศ์สมุทร ในขณะนั้น และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เล็งเห็นถึงน้ําตาของนาเกลือ แล้วร่วมกันผลักดันจนนาเกลือได้กลับคืนมาเป็นเกษตรกร อีกครั้งหนึ่ง มีสิทธิบริบูรณ์เหมือนเกษตรกรทุกคนในประเทศนี้ แต่เรื่องยังไม่จบหรอกครับ นั่นแค่หนังตัวอย่างแต่ของจริงที่มันเกิดขึ้นถ้าผมพูดตรงนี้ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการ คงจะต้องไปตรวจสอบ แล้วก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนงบประมาณในส่วนของสํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติ ท่านเชื่อไหมครับว่าเมื่อประมาณเดือนกันยายนที่ผ่านมาได้มีการกําหนดมาตรฐานเกลือป่น โดยหน่วยงานซึ่งเรียกกันว่าสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สนอ. ท่านประธานและคณะกรรมาธิการเชื่อไหมครับว่าเกลือป่นที่เรารับประทานประกอบอาหาร มาเป็น ๑๐๐ ปี ถูกพิสูจน์ออกมาว่าไม่มาตรฐานครับ เขาบอกมันเค็มไม่มาตรฐานครับ หลักฐานอยู่ในมือผมนี่ครับ นี่คือร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกลือโซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride) ลงไปในรายละเอียดนิดเดียวครับ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกลือป่น ท่านเชื่อไหมครับว่าเขากําหนดมาตรฐานเกลือป่นซึ่งก็คือเกลือทะเลและเกลือสินเธาว์ จากภาคอีสาน เขากําหนดมาตรฐานต้องมีความเค็มร้อยละ ๙๖ ในขณะที่เกลือทะเลพิสูจน์ กี่ครั้งกี่หน ๑๐ ปี ๑๐๐ ปีก็มีความเค็มอยู่ไม่เกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นสารซึ่งมีคุณค่าทางอาหารอีก ๒๒ ชนิด ซึ่งเราก็บริโภคกันมาอย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติ ทั่วทั้งประเทศ ไม่มาตรฐานนะครับ ไม่มีสิทธิได้รับ สมอ. ครับ แต่เกลือที่ได้รับประโยชน์ จากตรงนี้เป็นเกลือสินเธาว์ที่เกิดจากบริษัทยักษ์ใหญ่ครับ เพราะเขาเค็มกว่า เข้มข้นกว่า เขาได้ประโยชน์ เขาได้ สมอ. ครับ เกลือทะเลไม่มีสิทธิได้รับ สมอ. จากคณะกรรมการชุดนี้ น่าตลกครับ แต่มันไม่ขําหรอกครับถ้าเราค้นลงไปว่าคณะกรรมการชุดนี้มันมาจากไหนครับ แล้วเราจะเห็นคําตอบทั้งหมด คณะกรรมการชุดนี้เขาเรียกคณะกรรมการวิชาการคณะที่ ๖๓ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกลือป่น ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ กรมอนามัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อย. อะไรต่าง ๆ นานา ในองค์ประกอบเป็นคณะกรรมการ แต่มันน่าแปลกใจตรงไหนรู้ไหมครับ คณะกรรมการ ๓ คน ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทเอกชนเข้ามาพิจารณามาตรฐาน สมอ. เกลือป่น มี ๓ บริษัท ผมไม่เอ่ยชื่อว่า บริษัทอะไรบ้าง เพราะว่าเดี๋ยวจะเกิดการพาดพิงเสียหายกับบุคคลภายนอก แต่ประเด็น มันอยู่ตรงว่า ๓ บริษัทที่มีชื่อเป็นคณะกรรมการพิจารณา สมอ. เกลือป่นมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เกลือสินเธาว์ทั้งสิ้นครับ ไม่มีตัวแทนบริษัทเกลือทะเลแม้แต่บริษัทเดียวเข้าไปกําหนด มาตรฐานตรงนี้ นักมวย ๒ คนชกกันนะครับ แต่นักมวยฝ่ายหนึ่งที่กําลังมากกว่า เงินมากกว่า เป็นกรรมการในตัวเองด้วย แล้วชาวทะเลจะเหลืออะไรครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าโยงไปถึงการที่ผลักดัน ให้เกลือทะเลกลายเป็นอุตสาหกรรมเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ที่เราต่อสู้จนกลับคืนมาเป็นเกษตรกร ผมเชื่อว่ามันหนังเรื่องเดียวกันเลยครับ ผู้กํากับคนเดียวกันเลย แล้วหนังเรื่องนี้ชาวนาเกลือ ถูกผลัก ถูกไล่ไปจนมุมอยู่ซอกมุมแห่งความล่มสลายทั้งสิ้น ไม่เป็นธรรม รังแกกันเกินไปครับ เอาเปรียบกันเกินไปครับ ผมจึงขอให้ท่านคณะกรรมาธิการงบประมาณได้มีการตรวจสอบว่า สํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรกรและอาหารแห่งชาติได้ทําหน้าที่ของตนเองในการปกปักษ์ รักษาประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากคนจนหรือไม่ อย่างไร หรือจะตรวจสอบ เพิ่มเติมเมื่อถึงมาตราของกระทรวงอุตสาหกรรมว่า สมอ. ทําสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทุกวันนี้มาตรฐานนี้ยังไม่ประกาศใช้นะครับ ระดมความเห็นของทุกฝ่ายเพื่อจะประกาศใช้ แต่ถ้าไม่มีการคัดค้านทบทวนก็ประกาศใช้ และนั่นคือความหายนะอย่างยิ่งของพี่น้องชาวนา เกลือทะเลในมือผมนี่ครับ ผมจึงอภิปรายวันนี้เพื่อแสดงความคัดค้าน และขอเชิญชวนวิงวอน ให้คณะกรรมาธิการงบประมาณช่วยคัดค้านร่วมกับผม ร่วมกับพี่น้องชาวนาเกลือทะเล จังหวัดเพชรบุรี แม่กลอง มหาชัย กรุงเทพมหานครบางส่วน ส.ส. นิติรัฐนั่งตรงนี้ ส.ส. ครรชิตอยู่ตรงนั้นร่วมกันต่อสู้ ท่านกรรมาธิการครับ ผมได้ทําหน้าที่ผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวทะเล พี่น้องชาวนาเกลือเสร็จสิ้นกระบวนความในวาระที่สอง จากนี้ไปเป็นภาระหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เป็นภาระหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะใช้กระบวนการทางงบประมาณและเพื่อต่อสู้คัดค้าน อย่าให้ใครมาขึงพืดชะตากรรมของคนนาเกลือทั้งประเทศ อย่าให้ความไม่เป็นธรรมของ บริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งมีความแนบชิดกับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มและผูกขาดตลาดเกลือสินเธาว์ มาชั่วนาตาปีมารุกรานชาวนาเกลือทะเลอีกต่อไป ผมขออนุญาตนําเกลือทะเลเหล่านี้ มอบให้คณะกรรมาธิการเพื่อที่จะนําไปช่วยกันปกปักษ์รักษาชะตากรรมของพี่น้องชาวทะเล แล้วเราจะต่อสู้ในเรื่องนี้จนถึงที่สุด กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสุชีน เอ่งฉ้วน ครับ

นายสุชีน เอ่งฉ้วน กระบี่ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ กระผม ได้เสนอตัดงบประมาณในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเนื่องจาก งบประมาณในส่วนนี้ไม่สนองความต้องการ แล้วก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของยางพารานะครับ

ประการที่ ๑ คือปัจจุบันนี้ราคายางพารา เมื่อเช้านี้ไปสํารวจมา ไปตรวจสอบมา เหลือกิโลกรัมละ ๘๗ บาทสําหรับยางแผ่น แล้วก็เหลือ ๗๙ บาทสําหรับน้ํายางพารา นั่นหมายถึงว่าราคายางที่ตกต่ําไป ราคาในขณะวันนี้ต่างจากเมื่อปีที่แล้ว ปีที่แล้ววันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ถือว่าเป็นวันดีของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราเพราะว่าได้ ยางพาราสูงที่สุดตั้งแต่เคยมีมาหรือขายได้กิโลกรัมละ ๑๘๕ บาท เฉลี่ยแล้ว ปีที่แล้วทั้งปี พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราขายยางพาราได้ไม่ต่ํากว่า ๑๕๐ บาท ปัจจุบันนี้เหลือไม่ถึง ๑๐๐ บาท แล้วพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพารามีอยู่ทั้งหมด ๑๔ ล้านไร่ ปีหนึ่งมีผลผลิต สําหรับยางพาราในประเทศไทยถึง ๓.๒ ล้านตัน ผมถามว่างบประมาณฉบับนี้ได้ช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้างไหม มีงบประมาณในส่วนไหนบ้างที่ไปดูแลพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางพารา รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ปีที่แล้วได้เงินจากเกษตรกรชาวสวนยางพารา เพื่อมาใช้ในระบบเศรษฐกิจถึง ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในรัฐบาลของท่านที่ว่าจะกระชาก เศรษฐกิจครับ นี่ท่านกระชากอย่างไรครับหายไปแล้ว ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เพราะว่า ยางพาราท่านนี่ราคาตกไปต่ํากว่า ๕๐ บาทต่อกิโลกรัมเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยปีที่แล้ว นี่ถ้าปล่อยให้ท่านบริหารประเทศไป ๒ ปีนี่เงินของเกษตรกรพี่น้องชาวสวนยางพารา ไม่หายไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือครับ อยากฝากท่านกรรมาธิการถามทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ด้วยนะครับ ท่านอาจจะบอกว่ายางพาราราคาตกต่ํามีสาเหตุมาจากเศรษฐกิจ ของยุโรป มีปัญหามาจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกา จริงครับ ๒ อย่างนี้ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ก็โดนเหมือนกับรัฐบาลท่านนะครับ แต่ว่ารัฐบาลท่านนี่หนักกว่าอีก ถ้ารัฐบาลท่านนี่โดนในเรื่องของประเทศญี่ปุ่นนี่โดนสึนามิก็เลยหยุดชะลอกําลังการผลิต หยุดการสั่งซื้อยางพาราจากประเทศไทย รัฐบาลของท่านนี่โดนมากกว่ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของวิกฤตการณ์น้ํา น้ําที่ท่วมนิคมอุตสาหกรรมทําให้ภาคการผลิตรถยนต์ ในประเทศไทยนี่ชะลอลง การใช้ยางพาราในประเทศไทยนี่ก็น้อยลง นั่นก็เป็นเรื่อง ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็รัฐบาลนี้จะต้องเป็นภาระเพื่อที่จะไปดูแลพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางพารา

ประการที่ ๒ อยากจะบอกคณะกรรมาธิการงบประมาณชุดนี้ว่าได้ถาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บ้างหรือเปล่าว่ามีนโยบาย มีแผนงานอะไรที่จะมาดูแล เมื่อเวลาที่ยางราคาตกต่ํา วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒ เดือนที่ผ่านมานี่อยู่ ๆ น้ํายางสดหล่น ลงไปเหลือกิโลกรัมละ ๕๕ บาท นี่เพราะอะไร แล้วถ้ามันหล่นลงไป ๕๕ บาทแล้วนี่มีวิธีการไหน หรือว่ามีมาตรการอะไรบ้างที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

สําหรับปาล์มน้ํามันครับ ปาล์มน้ํามันก็เหมือนกับยางพารา ต้นปีที่แล้ว เราได้ขายปาล์มน้ํามันกันในกิโลกรัมละ ๗ บาท ๘ บาท ราคาวันนี้เหลืออยู่ที่ ๔.๕๐ บาท ๕ บาท หายไปกิโลกรัมละ ๒ บาท อยากจะถามท่านว่าปาล์มน้ํามันที่เป็นพืชทดแทน หรือพืชพลังงานทดแทนท่านได้สนับสนุนไหม งบประมาณชุดนี้ได้สนับสนุนพืชพลังงาน ทดแทนไปบ้างไหม นําปาล์มน้ํามันมาทําเป็นไบโอดีเซลหรือเปล่า น้ํามันไบโอดีเซล บี ๒ (B2) บี ๓ (B3) บี ๕ (B5) หายไปไหน ได้รับการสนับสนุนบ้างไหม สําหรับเรื่องปาล์มน้ํามันครับ

ประการที่ ๓ ที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ก็คือว่ารัฐบาลชุดนี้มีนโยบาย แก้ไขปัญหาเรื่องยางพาราและปาล์มน้ํามันอย่างไร คณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ ที่ได้เคยตั้งไว้ได้เคยมีการประชุมกันไหม สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ที่ยางพารากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ๑๙๐ บาท ๑๕๐ บาทโดยเฉลี่ย เพราะอะไร เพราะว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพในขณะนั้นไปนั่งทําหน้าที่ดูแลคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ มีท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปนั่งเป็นประธานดูแลคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ ทําให้ ทั้งยางพารา ทําให้ทั้งราคาปาล์มน้ํามันเมื่อปีที่แล้วมีราคาสูง รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์โดนวิกฤติ เข้าไปแค่ ๒ ข้ออย่างที่ผมกล่าว ของท่านนี่โดนเข้าไป ๔ ข้อ ท่านจะต้องขยันมากกว่า รัฐบาลชุดที่แล้วถึง ๒ เท่านะครับ เพราะโดนมากกว่า

อีกประการหนึ่งครับ ยางพาราสามารถแก้ไขปัญหาได้ อย่างรัฐบาลชุดที่แล้ว วิธีการทําอย่างไรครับ เราก็รู้อยู่ว่ายางพารามีอยู่ใน ๓ ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ท่านเคยส่งใครไหมที่ไปคุยกับ ๓ ประเทศนี้ว่าเราจะ ไม่ขายยางพาราตัดราคากัน ทั้ง ๓ ประเทศนี้จะขายยางพาราเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๔ เหรียญ หรือประมาณ ๑๒๐ บาท ท่านได้ทําหรือเปล่า นั่นคือประการที่ ๑ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา รัฐบาลชุดนี้ได้ทําไปไหม

อีกแนวทางหนึ่งนะครับ เรื่องของการเก็บยางพาราเราก็รู้อยู่แล้วว่าในขณะนี้ ความต้องการยางพาราในตลาดโลกลดลง เราไปคุยกันได้ไหมว่า ๓ ประเทศนี้ ไทยจะเก็บ ยางพาราไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน มาเลเซียจะเก็บไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน อินโดนีเซียจะเก็บไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้า ๓ ประเทศนี้รวมตัวกันเก็บประเทศละ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ยางพาราในตลาด ก็จะหายไปแล้ว ๙๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อยางพาราหายไปราคามันก็จะสูงขึ้นเอง นี่เป็นมาตรการหนึ่ง ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทําไว้ แต่พอมาถึงรัฐบาลชุดนี้หายหมดเลย มาตรการเหล่านี้หายหมดเลย ตั้งแต่ประธานคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการนโยบาย ปาล์มแห่งชาติ ท่านยังไม่ได้ตั้งเลย พอไม่ได้ตั้งก็ไม่ได้ทํางานนะครับ ข้าราชการเขาก็รออยู่ รอพร้อมที่จะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา หรือว่าในเรื่องของน้ํายางพาราเราก็รู้ว่าครั้งที่แล้ว ประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์น้ําท่วม ถนนหนทางชํารุดทรุดโทรมไปหลายสาย มันมีนะครับ มันมีเรื่องของการวิจัยว่าเอาน้ํายางพาราผสมลงไปในยางมะตอยทําถนนทําให้ถนนมีอายุการ ใช้งานนานขึ้น เรื่องเหล่านี้รัฐบาลได้สนับสนุนบ้างหรือเปล่า หรือในเรื่องของพืชพลังงานอย่างที่ ผมกล่าวมาแล้ว น้ํามันปาล์มถ้าเอามาผสมแล้วก็เอามาสนับสนุนใช้ในไทย ทางฝั่งอาหรับ เขาบอกว่าเขามีทองคําดําก็คือน้ํามันดิบ ของไทยผมก็บอกว่ามี เราปลูกทองคําได้ ปลูกได้ด้วยการปลูกปาล์มน้ํามันนี่ละครับ เกษตรกรก็ได้ผลประโยชน์นําปาล์มน้ํามันที่ขายมา ผลิตเป็นน้ํามันลงไปเติมในไบโอดีเซล บี ๕ ก็คือเติมไป ๕ เปอร์เซ็นต์ บี ๑๐ (B10) ก็เติมไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปควรจะมีการขยับจากบี ๕ เป็น บี ๑๐ นะครับ รัฐบาลชุดนี้ได้สนับสนุน หรือเปล่าครับ ผมจะฝากคณะกรรมาธิการไปถามหน่อยว่าบี ๕ ของผมหายไปไหนแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะคิดดูครับว่าถ้าเกษตรกรปลูกผู้ที่เติมน้ํามันดีเซลใช้รถในประเทศไทย ก็ได้ใช้น้ํามันในราคาถูก ประเทศไทยก็สามารถที่จะประหยัดดุลการค้าที่จะซื้อน้ํามันมาได้ ปีหนึ่งก็ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท นี่ในเรื่องของบี ๕ สมัยหนึ่ง ๔-๕ ปีที่แล้ว ผมได้เห็นว่า รถในโครงการพระราชดําริที่ใช้ในสวนจิตรลดาแปะสติ๊กเกอร์ (Sticker) ข้างรถว่ารถคันนี้ ใช้น้ํามันปาล์ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายถึงบี ๑๐๐ (B100) นี่คือ สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทําไว้สําหรับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ํามัน พูดง่าย ๆ ว่าสามารถเอาน้ํามันปาล์มที่ปลูกในประเทศไทยเติมลงในรถยนต์ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ นี่ก็เป็นเรื่องของพลังงานที่เราควรจะต้องมาตระหนักกันไว้นะครับว่าอนาคตน้ํามันต้องราคา สูงขึ้นเรื่อยอยู่แล้ว และเรามีปาล์มน้ํามันอยู่ในประเทศ เราไม่สนับสนุน เราไม่วิจัยหรือครับ ที่เอามาเติมเพื่อทดแทนพลังงานดีเซลที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย

สุดท้ายอยากจะฝากรัฐบาลไว้ว่ามีโอกาสแล้วไม่ทํา ระวังนะครับ วันหนึ่ง ท่านจะต้องมานั่งเสียใจ วันที่คนไทยบอกว่าหมดเวลาแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอแปรญัตติโดยขอตัดลดงบประมาณมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ผมมีเหตุผลดังนี้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ผมได้ฟังคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้แถลงนโยบายโดยบอกว่านโยบายเร่งด่วน ปีแรกที่จะทําให้สําเร็จในเรื่องที่สําคัญเรื่องหนึ่งนั้น คือเรื่องที่เกี่ยวกับเกษตรกรซึ่งเป็นบุคคล ส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ท่านบอกว่าท่านจะสนับสนุนภาคการเกษตรด้วยการก่อสร้างระบบ ชลประทาน จัดสร้างคลองส่งน้ําขนาดเล็กเข้าสู่ไร่นาและขยายเขตการสูบน้ํา รวมทั้งจะให้ เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่เมื่อผมได้มาพิจารณาดูรายละเอียดในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แล้ว บอกตรง ๆ ครับ น้อยใจ เสียใจ หดหู่ใจ เพราะผมเป็นผู้แทนราษฎร เป็นลูกชาวนาครับท่านประธาน ผมไม่อายที่จะบอกว่าเป็น ลูกเกษตรกร เป็นลูกชาวนาที่ทุกท่านบอกว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นบุคคลที่สําคัญ ทุกครั้งที่หาเสียงก็พูดแบบนี้ แต่เวลาจัดทํางบประมาณแล้วไม่รู้ว่ามองไม่เห็นความสําคัญเลย โดยเฉพาะเกษตรกรชาวจังหวัดกาญจนบุรีบ้านผมซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีเขื่อนใหญ่อยู่ ๒ เขื่อน ภาพมันขัดกันใช่ไหมครับ จังหวัดกาญจนบุรีมีเขื่อนใหญ่ ๒ เขื่อน ส่งน้ําไปหล่อเลี้ยงหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครปฐม จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร รวมทั้งน้ําประปาที่เราใช้ใน กทม. ก็มาจากจังหวัดกาญจนบุรี แต่ประชาชน ของจังหวัดบ้านผม ไม่ว่าจะเป็นอําเภอท่าม่วง อําเภอพนมทวน อําเภอด่านมะขามเตี้ย อําเภอห้วยกระเจานั้น ๒๐-๓๐ ปีมาแล้วที่การทํานานั้นชีวิตเกษตรกรบ้านผมต้องปลูกข้าว เลี่ยงน้ําท่วม หว่านข้าวแห้งเพื่อรอฝน ต้องอาศัยน้ําฝนเพียงอย่างเดียว หากแต่ว่า เมื่อปี ๒๕๕๔ ได้รับพระเมตตาโครงการพระราชดําริจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พวกเราชาวเกษตรกรชาวนาถึงพอเห็นแสงสว่าง ท่านได้ไปริเริ่มทําโครงการชลประทาน จังหวัดกาญจนบุรี อําเภอพนมทวนขึ้น ท่านเริ่มทําแล้วครับ แต่ไม่มีคนสานต่อ หลาย ๆ โครงการ ที่ผมไปตรวจดูว่าที่พระองค์ท่านได้ดําริไว้ในร่างงบประมาณฉบับนี้จะมีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น ฝายทดน้ําชุกกระเพรา ตําบลกลอนโด ฝายทดน้ําบ้านท่าพยอม ตําบลด่านมะขามเตี้ย โครงการพัฒนาลุ่มน้ําลําเพลินอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอบ่อพลอยไม่มีเลยครับ นี่แสดงว่ากรรมาธิการและรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ให้ความสําคัญ แก่เกษตรกรเลยครับ ท่านครับ แต่เมื่อผมไปดูในรายละเอียดงบประมาณที่ท่านบรรจุไว้ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุเชื้อเพลิง ๕๐๐ ล้านบาท ค่าสัมมนาฝึกอบรม ๓๐๐ ล้านบาท เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ๔๐๐ ล้านบาท ค่าสํารวจออกแบบ ค่าที่ปรึกษา รวมแล้วอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท บรรจุได้ครับ คลองส่งน้ําขนาดเล็กให้เกษตรกร ๒๐-๓๐ ล้านบาท ทําไมมีไม่ได้ครับ นี่หรือครับเกษตรกรที่รัฐบาลให้ความสําคัญว่าเป็นผู้ที่สําคัญในประเทศนี้ สําคัญแบบนี้หรือครับ ฝากไปบอกคณะกรรมาธิการไว้ด้วยนะครับ ฝากไปบอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ถ้าท่านจะสัมมนาและอบรมผมฝากหัวข้อไว้ด้วยครับ อบรมในหัวข้อการช่วยเหลือเกษตรกรภาคปฏิบัติครับ ฝากไปด้วยครับ ท่านประธานครับ ทุก ๆ ปีเกษตรกรบ้านผมเมื่อรอฝนแล้วฝนไม่ตกคลองผ่านหน้าบ้านครับ ใช้น้ําไม่ได้ครับ ผ่านไปจังหวัดใกล้ ๆ จังหวัดกาญจนบุรีอย่างนี้นะครับ จังหวัดกาญจนบุรีก็อยู่ติดกับ จังหวัดสุพรรณบุรีนี่ละครับ น่าเสียใจไหมครับ เวลาติดต่อกรมชลประทานบอกว่าขอสนับสนุน วัสดุเชื้อเพลิงเขาบอกว่าไม่มีงบประมาณ เวลาสถานีสูบน้ําด้วยพลังไฟฟ้าเสียหายเขาก็บอกว่า ไม่มีงบประมาณซ่อมแซม สูบน้ําแต่ละครั้ง ๑ เดือนสูบได้ ๑๐ วัน เสีย ๒๐ วัน แล้วอย่างนี้ ความหวังของเกษตรกรจะอยู่แบบไหน ที่ผมบ่นอย่างนี้เพราะว่าเป็นอย่างนี้มา ๒๐-๓๐ ปี ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้พูดบอกว่ารัฐบาลมีนโยบายบอกจะให้ เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตอนนี้เข้าถึงจริง ๆ ครับ แหล่งเงินทุนสถาบันไหนทราบไหมครับ ท่านกรรมาธิการ หมวกกันน็อกครับ ผมว่าต่อไปเกษตรกรทั่วประเทศจะเข้าถึงครับ แหล่งเงินทุนประเภทหมวกกันน็อกนี้ เพราะว่าไม่มีผลผลิตจะไปขาย ยิ่งรัฐบาลชุดนี้มาใช้ ระบบจํานําข้าว ผมเข้าใจดีว่าหลายพื้นที่อาจจะได้รับประโยชน์จากโครงการรับจํานําข้าว แต่อีกหลายพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่เขาไม่มีบุญวาสนาเพราะว่าที่นาที่ไร่ของเขา อยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง เวลาฝนตกน้ําก็บ่าท่วม เวลาขาดฝนก็ไม่มีน้ําที่จะทํานา ถามว่า จะเอารายได้ที่ไหนครับ ถามว่าคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไรครับ จริง ๆ แล้วผม อยากจะบอกฝากผ่านท่านกรรมาธิการไว้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือว่า เป็นกระทรวงที่ใหญ่ ภาระความรับผิดชอบของท่านต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรหลายแสนคน ในประเทศนี้ ท่านต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะว่าถ้าท่านดูแลเกษตรกรดีเกษตรกร สามารถปลูกผลผลิตได้ตามฤดูกาล มีพืชผลจําหน่าย รัฐบาลจะสามารถลดค่าใช้จ่าย อีกหลาย ๆ กระทรวงลงได้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข หรือแม้แต่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะการขาดรายได้การไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรย่อมนํามาซึ่งสุขภาพที่ย่ําแย่ ย่อมนํามาซึ่งคดีอาชญากรรมเพราะคนไม่มีรายได้ ท่านประธานครับ ผมขอฝากกรรมาธิการ ไว้ว่าท่านยังมีเวลาครับ ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรรมาธิการจะได้โปรดเห็นใจ พี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีช่วยปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เสนอแนะให้เกษตรกร ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ชาวไร่ ชาวนา ชาวตําบลหนองขาว ชาวอําเภอพนมทวนได้หลุดพ้น จากวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีน้ําทํานามากว่า ๓๐ ปี ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง ด้วยเหตุผลที่ผม กล่าวมานี้ผมจึงขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้เป็นวันสําคัญที่สภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทยได้เฝ้าติดตามและสนใจว่าสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในสภาแห่งนี้จะมีการพิจารณางบประมาณที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชนและเอาเงิน ในอนาคตของประเทศมาใช้อย่างคุ้มค่า ทั่วถึงและเป็นธรรมหรือไม่ การแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนได้อย่างถูกต้อง ถูกจุด ตรงประเด็นหรือไม่ เกาถูกที่คันหรือไม่ รักษาโรคถูกหรือไม่ โรคไม่มีเงินครับ โรคคนยากคนจน โรคของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ หากวันนี้ผม ยุพราช บัวอินทร์ ไม่ได้อภิปรายก็คงจะเสียโอกาสเพราะจังหวัดเพชรบูรณ์ บ้านผมนั้นเป็นจังหวัดที่มีรายได้หลักมาจากภาคเกษตร มาตรา ๑๑ ว่าด้วยงบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกํากับได้ตั้งงบประมาณ ไว้ที่ ๗๖,๗๒๑ ล้านบาทเศษ ผมได้ยื่นแปรญัตติตัดงบประมาณดังกล่าวลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผลประกอบดังนี้ครับ

ประการที่ ๑ การจัดงบประมาณค่อนข้างกระจุกตัว ไม่ได้มีการกระจายไปยัง พื้นที่ที่มีความต้องการในปัจจัยพื้นฐานสําหรับการเพาะปลูกทําการเกษตรเลย พื้นที่ใดได้แล้ว ก็ได้ซ้ําอยู่อย่างนั้นครับ มีอีกหลาย ๆ พื้นที่ที่ต้องการงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก็ถูกทอดทิ้งอย่างไม่เป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ งบของกรมชลประทาน ได้วางงบประมาณไว้ที่ ๔๒,๙๑๙ ล้านบาทเศษ แต่ก็ไม่ทั่วถึงเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมจะขออภิปรายต่อกรณีของจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เพาะปลูกทําการเกษตร และต้องการการชลประทานที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ขอยกตัวอย่างดังนี้ครับ ในพื้นที่ของตําบลบ้านเนิน อําเภอหล่มเก่าเขตเทือกเขาภูแผงม้าติดต่อกับภูน้ําก้อ ภูน้ําก้อหลายท่านคงทราบ และเคยได้ยินข่าวครับ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาพี่น้องของผมสูญเสียจากน้ําท่วมดินโคลนถล่ม เสียชีวิตไป ๑๐๐ กว่าท่าน ท่านประธานครับเทือกเขานี้หากมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําภูโปด ใช้งบประมาณประมาณ ๒๖๐ ล้านบาทเท่านั้นเองครับ แต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องที่ เพาะปลูกทําการเกษตรมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ไร่ใน ๓ ตําบล อันได้แก่ ตําบลบ้านเนิน ตําบลนาเกาะ และตําบลวังบาล ท่านประธานครับ นอกจากจะได้รับผลประโยชน์ทางการเกษตรโดยตรง แล้วยังเป็นปราการป้องกันน้ําท่วม ป้องกันดินโคลนถล่มเพื่อพี่น้องที่อยู่ทั้ง ๓-๔ ตําบลนั้น ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งยังอ่างเก็บน้ําภูโปดหากสร้างแล้วจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญเพราะอยู่บริเวณทางขึ้นภูทับเบิก ยอดภูที่สูงที่สุดและสวยที่สุด ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ ยังมีอ่างเก็บน้ําห้วยน้ําไคร้ ตําบลนาซํา ซึ่งใช้ งบประมาณประมาณ ๕๐ ล้านบาทที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตําบลนาซํา ตําบลหินฮาว ได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้ง ๒ จุดซึ่งมีความจําเป็นพื้นฐานของเกษตรกรของพี่น้องประชาชน ๔ ตําบล ๕ ตําบล แต่ก็ไม่ได้รับงบประมาณในการดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นกรมพัฒนาที่ดินซึ่งได้วางงบประมาณ ๔,๒๔๗ ล้านบาทเศษ แต่ก็มิได้มีการบูรณาการการจัดการพัฒนาแหล่งน้ําหรือที่ดิน อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ผมขอยกตัวอย่างอย่างนี้ท่านประธานครับ ที่อําเภอน้ําหนาวมีพื้นที่ ทั้งสิ้น ๖๒๐ ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วย ๔ ตําบล ๓๐ หมู่บ้าน พื้นที่ของ อําเภอน้ําหนาวมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญและเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดที่สําคัญ ของประเทศไทยแห่งหนึ่ง แต่ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ อําเภอน้ําหนาวทั้งอําเภอไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน ไม่มีโฉนดแม้แต่ใบเดียว นี่คือปัญหา ที่ผมจําเป็นจะต้องตัดลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการ ที่เป็นความจําเป็นพื้นฐานสําหรับการประกอบอาชีพของพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ยังไม่ได้รับ การยืนยันหรือจัดงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลย จึงเป็นเหตุผลประการที่ ๑ ที่ผมจําเป็นต้องตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง

ประการที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลทอดทิ้งเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด วันนี้เกิดสุญญากาศทางนโยบายทางการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องข้าวโพด ไม่มีนโยบายใดประกันความเสี่ยงให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลย วันนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ําท่วม น้ําแล้ง จากโรคพืชและโรคแมลง ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องผู้ปลูกข้าวโพดในจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้ปลูกข้าวโพดทั่วประเทศไทย แต่มิได้รับการเหลียวแลการดูแลจากรัฐบาลนี้เลย ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงกับพี่น้องผู้ปลูกข้าวโพดชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ครับ เกิดขึ้นที่อําเภอน้ําหนาว เมื่อ ๓ เดือนก่อน มีปริมาณน้ําฝนที่ตกเป็นปริมาณมากและชุกอย่างต่อเนื่อง จึงทําให้เกิด เชื้อโรคราเขม่าดําหรือสมัท (Smut) ขึ้น พื้นที่เสียหายนับหมื่นไร่ แต่ปัจจุบันนี้ก่อนหน้านี้ ประมาณ ๑ ชั่วโมง ผมได้ตรวจสอบข้อมูลจากเกษตรอําเภอน้ําหนาวว่ามีหน่วยงานจาก รัฐบาลหรือมีตัวแทนเข้ามาดูแลให้พี่น้องประชาชนผู้ปลูกข้าวโพดหรือไม่ ได้รับคําตอบว่าไม่มี ท่านประธานครับ วันนี้ไม่มีวี่แววความช่วยเหลือจากรัฐบาล เอาไม่อยู่แล้วครับท่านประธาน วันนี้เอาไม่อยู่

ประการที่ ๓ ประการสุดท้าย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาล ได้ยัดเยียดโครงการจํานําข้าวให้กับชาวนาโดยไม่ฟังเสียงสะท้อนจากชาวนาเลยว่ามันยุ่งยาก มันลําบากและมันไม่จริง ไม่จริงอย่างไรครับ ชาวนาเข้าใจว่าข้าวเปลือกที่พี่น้องชาวไร่ชาวนา ปลูกนั้นสามารถจํานําได้ทุกเมล็ดและสามารถจํานําได้เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาทเป็นอย่างต่ํา ท่านประธานครับ แล้วแท้จริงทําได้หรือไม่ครับ ทําไม่ได้ครับ วันนี้ไหนจะตัดความชื้น ไหนจะตัดสิ่งเจือปน ไหนจะตัดน้ําหนัก แล้วก็ตัด ๆ ๆ จนพี่น้องชาวไร่ชาวนาบ้านผม ได้ตัดพ้อมาว่าโดนทั้งตัด โดนทั้งต้ม จนซ้อย จนล้อย หมดแล้วครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผมขอตั้งข้อสังเกตและอยากให้พวกเรา สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านร่วมกันตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้เป็นเพียงเพิ่งเริ่มกระบวนการเริ่มต้น ของการจํานําเท่านั้นแต่ก็มีจุดรั่วไหลเป็นจํานวนมาก ดังนั้นวันนี้แม้จะมีเป็นเพียงการเริ่มต้น ก็ยังมีเหลือบริ้นที่คอยสูบเลือดชาวไร่ ชาวนากระดูกสันหลังของชาติผู้ปลูกข้าวให้เรากิน ต่อจากนี้จะมีพวกปลิงควายที่คอยจะจ้องสูบผลประโยชน์ของประเทศจากนโยบายจํานําข้าว นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ผม นายยุพราช บัวอินทร์ จําเป็นที่จะต้องปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนคร มาฉิม เมื่อครู่เห็นแวบครับ ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผมขอเป็นท่านสุดท้าย นะครับ ท่านชูกัน กุลวงษา ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาต อภิปรายเพื่อแปรญัตติตัดงบประมาณในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๗๗,๙๙๓.๐๗๖ ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว ๒,๓๘๓ กว่าล้านบาท ผมขออนุญาตอภิปราย ในส่วนของกรมชลประทานซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งตัวกระผมนั้นอยู่ในพื้นที่ จังหวัดน้ําท่วม คือจังหวัดสุโขทัย บริเวณลุ่มน้ํายม ซึ่งกรมชลประทานนั้นซึ่งเป็นกรมหลัก ซึ่งเป็นกรมที่จะต้องมีพันธกิจในการบริหารจัดการน้ําอย่างยั่งยืน ซึ่งตั้งงบประมาณไว้อยู่ที่ ๔๓,๒๙๗.๘๖ ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วเช่นกันครับท่านประธาน สูงกว่าปีที่แล้วถึง ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งกรมชลประทานนั้น ผมก็ขอปรับลดอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน โดยเหตุผลที่ต้องปรับลดดังที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปราย แปรญัตติ ปรับลดมาแล้วนะครับ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้แถลงประกอบงบประมาณในหัวข้อ ยุทธศาสตร์ที่ ๑.๔ เรื่องการส่งเสริม การบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการโดยจะเพิ่มปริมาณ กักเก็บน้ําขยายพื้นที่กรมชลประทาน ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ และจะทําโครงการขนาดใหญ่ถึง ๑๒ โครงการ ขนาดกลางอีก ๖๓ โครงการ ซึ่งเป็นพันธกิจหลักใหญ่ของกรมชลประทาน ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา ซึ่งคําแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้แถลงต่อสภาอันทรงเกียรติ ในช่วงที่วิกฤติน้ําท่วม โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัยนั้นมีปัญหาน้ําท่วมมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งการบริหารจัดการน้ํานั้นตามคําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายนั้นเป็นพันธกิจหลัก ของกรมชลประทานนะครับ ซึ่งผมขออนุญาตได้ชี้แจงหลักสําคัญอยู่ คือ ๑. พัฒนาแหล่งน้ํา ตามศักยภาพของลุ่มน้ําอย่างสมดุล ๒. บริหารจัดการน้ําอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม และยั่งยืน ๓. ดําเนินการป้องกันและบรรเทาอันเกิดจากภัยที่เกิดจากน้ําซึ่งเป็นพันธกิจหลัก ของกรมชลประทาน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่ผมได้พยายามตรวจดูงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ แล้ว ก็ปรากฏว่าโครงการต่าง ๆ ตามที่ทางรัฐบาลหรือทางกรมชลประทาน ได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณมาเพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ํายม ซึ่งเริ่มแต่จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัยบ้านผม จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ที่ประสบมหาอุทกภัยซึ่งท่านทั้งหลายคงทราบดี ท่านประธาน คงทราบดีแล้วนะครับว่าเหตุที่แม่น้ํายมนั้นไม่มีเขื่อน น้ําจึงได้ไหลบ่าลงมาร่วมกับแม่น้ําเจ้าพระยา ร่วมกับแม่น้ําป่าสัก แม่น้ําปิง จนให้เกิดมหาอุทกภัยแต่ปรากฏว่ากรมชลประทานนั้น ได้จัดสรรงบประมาณตามโครงการเดิม ๆ เป็นโครงการซึ่งทางกรมชลประทานนั้นไม่ได้มุ่ง ที่จะแก้ไขโครงการใหญ่ ๆ ผมอยากจะสอบถามไปยังกรรมาธิการว่าโครงการหลักที่มุ่งเน้น ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวลุ่มน้ํายม และอีกหลาย ๆ ลุ่มน้ําตามยุทธศาสตร์ ไม่ปรากฏ เลยนะครับ ผมตรวจดูเป็นงบผูกพัน เป็นงบที่ได้ใช้งบประมาณมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ โครงการ ใหม่ ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนของจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย หลาย ๆ โครงการที่ทางจังหวัดสุโขทัยได้เสนอโครงการเข้ามาโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหา เรื่องการขุดลอกคลองแม่รําพันก็ดี ลอกแม่น้ํายม ซึ่งมีสภาพที่ตื้นเขิน ไม่สามารถรองรับ น้ําไหลหลากมาจากต้นน้ําที่อําเภอสอง จังหวัดแพร่ได้ ที่อําเภอเชียงม่วนจากจังหวัดพะเยาได้ ผมจึงขอตัดงบประมาณในส่วนของกรมชลประทาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชูกัน กุลวงษา เชิญ

นายชูกัน กุลวงษา นครพนม 🔗

กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กระผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม สําหรับ ในการอภิปรายในวาระที่สอง วาระที่สามนั้น เกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นั้น ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งงบประมาณไว้ ๗๗,๙๙๓ ล้านบาทโดยประมาณ นะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นซึ่งเป็นกระทรวงที่หัวใจหลักของพี่น้องชาวไร่ชาวนา ตรงนี้ผมดูทั้งหมดก็มีอยู่ ๑๐ กว่ากรมกองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ส่วนที่สําคัญ ไม่สําคัญบ้าง อันนั้นส่วนที่สําคัญมาก ๆ ผมก็ไม่ขอปรับลด ส่วนที่ขอปรับลดก็คือเกี่ยวกับ กรมพัฒนาที่ดินนะครับ เพราะว่ากรมพัฒนาที่ดินนั้นเป็นกรมที่หลายคนก็บอกว่า มีความสําคัญ แต่ว่าชาวไร่ชาวนาส่วนมากก็บอกว่าความสําคัญนั้นยังไม่เพียงพอในการที่จะ ปฏิบัติงานของกรมพัฒนาที่ดิน เพราะฉะนั้นผมจึงขอปรับลดในส่วนนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเป็นกระทรวงหลักของรัฐบาล เป็นกระทรวงหลัก ของพี่น้องประชาชนชาวไร่ชาวนาคาดหวังไว้ตลอดเวลา เพราะว่าชีวิตของคนไทยนั้น ส่วนมากจะเป็นชีวิตชาวไร่ชาวนา เกษตรกรเสียส่วนมาก เพราะฉะนั้นในกระทรวงนี้จึงเป็น กระทรวงที่ต้องพิจารณากันอย่างละเอียด สําหรับชาวไร่ชาวนานั้น ส่วนมากก็จะคอยฝน ที่มาจากฟ้าถึงจะได้ทํานานะครับ ปีไหนฝนดีชาวนาก็ดีด้วย ปีไหนฝนไม่ดีชาวนาก็ไม่ได้รับข้าว อย่างปีนี้ชีวิตชาวนาภาคอีสานนั้นก็รู้สึกว่าประทับใจในตัวรัฐบาลที่มีการจํานําข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ในราคาเกวียนละ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่บางส่วนนั้นก็ไม่ประทับใจเพราะว่าตอนที่ พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ว่าข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวที่ ๑ ของประเทศไทยนั้นจะต้อง ได้รับประกันราคาหรือว่าจํานําข้าว และรับการจํานําในราคาเกวียนละ ๒๐,๐๐๐ บาทนั้น บางคนก็เข้าใจว่าจะได้จริง ๆ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่พอมีการรับจํานําจริง ๆ แล้วก็มีขั้นตอน มากมายนะครับ ซึ่งทําให้ชาวนานั้นต้องอึดอัดใจในการที่จะนําข้าวไปจํานําบ้าง บางคน ก็ตัดสินใจขายให้พ่อค้าบ้างนะครับ อันนี้ก็จึงเป็นชีวิตของชาวนา แต่ถึงอย่างไรก็ยังได้ราคา เกวียนหนึ่งก็ไม่ต่ํากว่า ๑๖,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ บาทก็ยังดี เพราะว่าปีหน้านั้นก็ฝากทาง ท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ปรับปรุงในการที่รับจํานําข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ นั้นในกติกาหรือว่า กฎเกณฑ์หลักการต่าง ๆ นั้นให้ดีกับพี่น้องชาวไร่ชาวนาด้วย ปีนี้ชาวนาภาคอีสานนั้นได้ราคาข้าว แต่ชาวนาที่ถูกน้ําท่วมเดี๋ยวนี้เขาก็ยังมีปัญหาเพราะว่าชาวนานั้นเดือดร้อนก็เป็นทุกข์ ของผู้แทนราษฎร ก็เป็นทุกข์ของรัฐบาล ทําไมถึงเดือดร้อนเพราะว่าชาวนานั้นเดือน ๖ ก็รอฝนตกจากฟ้า ปีไหนฝนดีก็ได้ทํานาตามฤดูกาล ปีไหนฝนไม่ดีก็ทํานาไม่เป็นไปตามฤดูกาล นอกจากทุกข์ฝนไม่ตกแล้วยังทุกข์ราคาปุ๋ย ซึ่งชาวนานั้นเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าไปทางไหนก็บ่น บอกว่าราคาปุ๋ยมันแพง ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยตรงนี้ นอกจากนั้น ก็ยังบอกว่าเดี๋ยวนี้ชาวนาเขารอการเยียวยาเรื่องน้ําท่วมที่รัฐบาลบอกว่าจะชดเชยค่าน้ําท่วม ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท ชาวนาจังหวัดนครพนมของกระผมนั้นรอแล้วรออีกก็ยังไม่ได้ครับ ตอนนี้ กลับไปเมื่อไรออกงานไปไหนมาไหนเขาก็ถามผู้แทนราษฎรบอกว่าไหนล่ะเมื่อไรจะจ่าย จ่ายวันไหน ผมก็บอกว่าผมก็จะถามท่านประธานถามรัฐบาลให้ ตรงนี้เป็นปัญหาหนัก ในขณะนี้เกือบทั่วทั้งประเทศนะครับว่าวันไหนรัฐบาลจะจ่ายค่าชดเชย ค่าเยียวยาชาวนา ที่ถูกน้ําท่วม เพราะหัวอกชาวนานั้นเราอยู่ได้ก็เพราะเขา เรามาอยู่ตรงนี้ได้ เราเป็นรัฐบาลได้ ก็เพราะชาวนานะครับ เพราะฉะนั้นตัวอื่น ๆ นั้นอย่าไปพึ่งหวังมากนัก เพราะชาวนานั้น มีความจริงจังและมีความจริงใจให้กับรัฐบาล ให้กับทางท่านประธานด้วย และผู้แทนราษฎรด้วย เพราะฉะนั้นผมก็ขอฝากท่านประธานไปยังทางรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะแล้วคลองส่งน้ําต่าง ๆ สถานีสูบน้ําต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ มันเสียหายแล้วไม่มีใครดูแล เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ่ายโอน ให้กับ อบต. ถ่ายโอนให้กับเทศบาล มันเสียแล้วเทศบาลก็ไม่มีงบ อบต. ก็ไม่มีงบ บอกว่า ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเป็นผู้ดูแล แล้วใครเป็นคนดูแล เจ้าของประเทศคือชาวนา ต้องทนทุกข์ทรมานไปนานเท่าไร ถึงจะไปซ่อมไปทําให้เขานะครับ อันนี้ก็ขอฝากทางท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้วยครับ สําหรับผมก็ขอฝากท่านประธานเพียงแค่นี้ก่อนครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็ต้องช่วยกันให้จบจะได้มีสตางค์จ่ายนะครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ครับ ๕ นาที ใช่ไหมครับ

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงเป็นคนสุดท้ายที่จะอภิปรายในเรื่องของ งบประมาณในวาระที่สองในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปีที่แล้วท่านประธานครับ ผมได้รับโอกาสให้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ แล้วก็มีตําแหน่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาเรื่องแหล่งน้ํา ซึ่งแยกออกมาจากคณะอนุกรรมาธิการที่ดินและก่อสร้าง ท่านประธาน ระบบราชการของไทยนั้นหลายท่านก็ได้พูดถึงเรื่องนี้กันเยอะว่ามีความซ้ําซ้อนในเรื่องของ การจัดการน้ํา ดังจะได้เห็นจากที่เกิดภาวะวิกฤติเรื่องน้ําท่วมซ้ําแล้วซ้ําเล่า ล่าสุดท่านประธาน ผมเดินทางไปจังหวัดชุมพรเพื่อไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่ประสบกับปัญหาน้ําท่วมที่ อําเภอหลังสวน อําเภอทุ่งตะโก และอีกหลาย ๆ อําเภอในโซนล่างของจังหวัดชุมพร ก็พบว่า การบริหารจัดการน้ํานั้นมีปัญหาในเรื่องของความซ้ําซ้อนของหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน ท่านประธานหวนไปดูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เรามีกรมชลประทานเป็นกรมใหญ่ มีงบประมาณเยอะ กรมพัฒนาที่ดินรองลงมา สํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมก็ยังมี การตั้งงบประมาณในเรื่องของแหล่งน้ําไว้อีก ถ้าเราจะดูภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน ท่านประธานครับ ไม่ได้มีภารกิจเรื่องน้ําเลยถ้าดูตามชื่อของกรมนะครับ แต่ว่ามีงบประมาณ ที่จัดการในเรื่องแหล่งน้ําเพื่อพี่น้องเกษตรกรนี้เยอะพอสมควร ปีนี้ตั้งไว้ถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมต้องเรียนท่านประธานว่าบางอันก็เป็นประโยชน์ บางอันก็ไม่เป็นประโยชน์ อย่างเช่น เรื่องบ่อน้ําตื้น ซึ่งให้พี่น้องประชาชนไปสมทบการจ่ายเงินในการขุดบ่อน้ํา หรือการสร้างฝาย ขนาดเล็กในที่ดินของพี่น้องเกษตรกร สิ่งเหล่านี้มีปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการมาก โดยเฉพาะภาคใต้ของผมครับ ท่านประธานอาจจะคิดว่าภาคอีสาน ภาคเหนือ เป็นภาคที่แห้งแล้ง ต้องการน้ํา จริงอยู่ครับ ภาคใต้ก็ไม่น้อยในเรื่องของการขาดแหล่งน้ํา ความบกพร่อง ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งผมถือว่าภารกิจนอกจากจะไม่ตรงแล้วท่าน ยังได้ตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อพัฒนาแหล่งน้ําในที่ดินซึ่งไม่ตรงกับภารกิจอย่างชัดเจน ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ําก็ยังมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยครับ กรมโยธาธิการ และผังเมือง การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง หรือแม้กระทั่งสํานักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย ซึ่งอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ยังมีงบประมาณ พิจารณาในเรื่องแหล่งน้ําอีก มันสับสน มันมั่วกันไปหมดครับ ท่านประธานครับ เมื่อไรเราถึง จะปรับปรุงและบูรณาการในเรื่องน้ํา การตั้งกระทรวงน้ําผมเห็นด้วย ท่านประธานครับ ขณะนี้น้ําท่วมก็มี ภัยแล้งก็มี ซึ่งมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอีกแล้ว ซ้ําแล้วซ้ําอีกนะครับ เราเสียงบประมาณแผ่นดินไปเยอะจากการทํานุบํารุง ปรับปรุง ซ่อมแซม ถนนหนทาง ซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวกับแหล่งน้ํามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นในขณะนี้ผมคิดว่า กรมพัฒนาที่ดินซึ่งผมได้สงวนคําแปรญัตติปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่สมควรที่จะ นํางบประมาณแผ่นดินไปทําในเรื่องแหล่งน้ํา แต่สมควรที่จะพัฒนาเฉพาะคุณภาพของดิน ในการบํารุงดินเท่านั้น ในอดีตที่ผ่านมากรมนี้มีการทุจริตในการซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วครับ ท่านประธานครับ ซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วเพื่อไปปลูกและฝังกลบ ซึ่งยากแก่การตรวจสอบว่าท่านใช้ เมล็ดพันธุ์ครบถ้วนถูกต้องไหม ฝังกลบไปครบถ้วนไหม ขณะนี้ในเรื่องแหล่งน้ําผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับจึงขอปรับลดในส่วนของกรมพัฒนาที่ดินลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอท่านสุดท้าย ครับ ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ๕ นาทีนะครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายว่า จะส่งเสริมคุณภาพผลผลิตของเกษตรกร จะแก้ปัญหาเกี่ยวกับชลประทาน จะแก้ปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้ง ซึ่งในงบประมาณปีนี้ผมได้แปรญัตติตัดไว้ เพราะว่าไม่ตรงตามจุดประสงค์ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่าง กรมชลประทานซึ่งได้รับงบประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่จะไปแก้ปัญหาเรื่องอุทกภัย แต่ปัญหาภัยแล้งไม่ค่อยมี โครงสร้างพื้นฐานหรือแก้ปัญหาเพิ่มเติม โดยเฉพาะผมจะพูดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของผม ซึ่งเวลาผมพูดในสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะหัวเราะว่าที่อื่นเกิดอุทกภัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกิดภัยแล้ง ๓-๔ ปี ติดต่อกันแล้ว กรมชลประทานก็ยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะใน ๓-๔ อําเภอล่างของ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ยาว ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ทิศตะวันตกติดเขาตะนาวศรี ทิศตะวันออกติดอ่าวไทยทุกอําเภอ เพราะฉะนั้นปัญหา เรื่องแหล่งน้ําจะเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งกรมชลประทาน ผมคิดว่าน่าจะไปส่งเสริมหรือไปสร้าง อ่างเก็บน้ําใหญ่ ๆ ซึ่งมีอยู่แล้ว หรือที่ยังไม่มีให้มันมีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงขอให้ กรมชลประทานเข้าไปศึกษา ดูแลและแก้ปัญหาเกี่ยวกับภัยแล้งด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องศัตรูแมลงมะพร้าว ผมพูดอยู่ตลอด ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี พื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียงไม่ต่ํากว่า ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ กรมส่งเสริมวิชาการเกษตรมีงบประมาณประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ กรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีงบประมาณประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ยังแก้ปัญหาเกี่ยวกับศัตรูแมลงมะพร้าว ไม่ได้เลย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โยนไปให้จังหวัดอย่างเดียวเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งศัตรู แมลงมะพร้าวเกิดทั่วประเทศแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมฝากกรรมาธิการด้วย ไม่ทราบว่า ได้ถามกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรบ้างหรือเปล่า ว่าท่านแก้ปัญหาศัตรู แมลงมะพร้าวของพี่น้องทั้งประเทศหรือเปล่า ท่านจะเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ท่านจะสร้างชลประทาน ท่านจะส่งเสริมผลผลิตให้ดีขึ้น ท่านจะส่งเสริมคุณภาพให้เกษตรกร มีดีอยู่ดีขึ้น แต่ในงบประมาณของท่านไม่ตรงตามที่ท่านแถลงนโยบายเอาไว้เลย ศัตรูแมลงมะพร้าว ท่านประธานที่เคารพ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ส.ส. บางท่านแซวผม ว่าผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทําไมต้นมะพร้าวมันเหลืองทั้งหมดแล้ว นี่เหตุผลที่ผมต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อแก้ปัญหา สะท้อนไปที่กรรมาธิการว่าได้ถามรัฐบาล หรือถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือเปล่า โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรว่าจะแก้ไขปัญหาไม่ใช่มะพร้าว ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างเดียวนะครับ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง หรือทางใต้ หรือหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งท่าน ส.ส. ก็ได้บอกว่า ปัญหาเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านกรรมาธิการต้องถามกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตรว่าปีนี้ งบประมาณที่ตั้งเอาไว้นี้ไปแก้ปัญหาแบบบูรณาการหรือเปล่า หรือจะให้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท มันก็ไม่ทั่ว เพราะเป็นศัตรูแมลงมะพร้าว ออกจากกลุ่มนี้ไปกลุ่มนั้น จากกลุ่มนั้นไปกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นท่านต้องทําโครงการแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรก็ต้องเข้มงวด ในการลักลอบ หรือการนํามะพร้าวต่างประเทศเข้ามา เพราะศัตรูพวกนี้มันเข้ามาตามพืชผล ต่าง ๆ ที่เรานําเข้ามาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากกรรมาธิการว่าปัญหาที่เกิด ขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าด้านชลประทาน ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านภัยแล้ง ด้านวิชาการ การแก้ปัญหาศัตรูอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าศัตรูมะพร้าว หรือศัตรูหลาย ๆ ตัวของพืช ผมว่าต้องให้ความเข้มงวด ให้ความเข้มแข็งและติดตามอย่างจริงจังผมจึงอภิปราย ตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังกล่าวข้างต้นขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรนะครับ ไม่มีท่านใดติดใจ ผมขออนุญาตผ่านเลยนะครับ กรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ

นายศักดา คงเพชร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผม ศักดา คงเพชร ส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ได้รับมอบหมายจากทางคณะให้พิจารณางบประมาณเรื่องน้ํา เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการแหล่งน้ํา ซึ่งเรื่องแหล่งน้ํานั้นก็เข้าใจหัวอกของพวกเราทุกคนในฐานะ ที่เป็นผู้แทนราษฎรด้วยกัน เวลาพี่น้องราษฎรเดือดร้อน ไม่ว่าปัญหาภัยแล้ง น้ําท่วม แต่อย่างไรก็ตามงบก็ยังไม่เพียงพอในการที่จะไปแก้ไขปัญหา ทางกรรมาธิการนั้นก็มีหน้าที่ ที่จะไปดูในการปรับลดงบประมาณในส่วนที่เป็นไขมันหรือในส่วนที่ไม่สามารถไปดําเนินการ ให้ทันในปีงบประมาณนะครับ ในส่วนงบประมาณของกรมชลประทานนั้น เพราะว่าส่วนใหญ่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายนั้นก็จะเน้นถามเรื่องของการกระจายงบประมาณ แล้วก็งบประมาณของกรมชลประทานเป็นหลัก ก็ขอเรียนท่านทั้งหลายว่าผมจะแบ่ง ตัวเลขให้ท่านดูคร่าว ๆ ว่าอย่างภาคเหนือจะได้รับงบประมาณของกรมชลประทาน ไปที่เป็นงบลงทุน ๕,๔๘๕ ล้านบาทเศษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับงบประมาณไป ๕,๒๓๒ ล้านบาทเศษ ภาคตะวันออกได้รับงบประมาณไป ๖,๗๔๘ ล้านบาทเศษ ภาคกลาง ได้รับงบประมาณ ๖,๐๔๘ ล้านบาทเศษ ภาคตะวันตกได้รับงบประมาณ ๑,๘๑๘ ล้านบาทเศษ ภาคใต้ ๔,๒๘๔ ล้านบาทเศษ สําหรับจังหวัดท็อป ๔ (Top 4) ที่ได้รับงบประมาณ ๔ อันดับ ที่มีตัวเลขสูง ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นอยู่ในภาคตะวันออก ๓ จังหวัด จังหวัดที่ได้รับ งบประมาณของกรมชลประทานทําเรื่องน้ํามากที่สุด อันดับ ๑ คือจังหวัดชลบุรี ๒,๓๐๐ ล้านบาทเศษ ก็จะไปทําเรื่องเขื่อน เรื่องอ่างเก็บน้ํา เพราะว่าจังหวัดชลบุรี ก็ขาดแคลนน้ํา เพราะว่ามีแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเยอะครับ จังหวัดปราจีนบุรี ได้อันดับที่ ๒ ได้รับงบประมาณไป ๑,๙๔๙ ล้านบาทเศษ อันดับที่ ๓ คือจังหวัดจันทบุรี ได้รับงบประมาณไป ๑,๔๘๐ ล้านบาท อันดับที่ ๔ จังหวัดสมุทรปราการ ๑,๔๑๒ ล้านบาทเศษ ทางคณะอนุกรรมาธิการที่ทําเรื่องน้ํานั้นก็ดูอย่างรอบคอบในการพิจารณางบประมาณที่จะ แก้ไขปัญหานะครับ

สําหรับเรื่องแหล่งน้ําที่ทางท่านสมาชิกกลัวการซ้ําซ้อนนั้นก็ได้ให้ทาง สํานักงบประมาณได้ตรวจสอบ ๓ รอบว่าแต่ละกรม แต่ละหน่วยที่มีงบประมาณเรื่องน้ํานั้น ไปมีโครงการที่ซ้ําซ้อนกันไหม หลังจากตรวจสอบ ๓ รอบก็มีโครงการ ๑ โครงการที่ซ้ําซ้อน ก็ให้ปรับลดออกไปครับ

ส่วนกรมพัฒนาที่ดินนั้นที่เกี่ยวกับน้ําก็จะมีสระในไร่นา ๒๐,๐๐๐ บ่อ คําขอของราษฎร ของพี่น้องประชาชนที่ขอมาประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบ่อครับ ทางกรรมาธิการก็ไม่ปรับลดเนื่องจากว่าจะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ก็ขอชี้แจงเรื่องงบของกรมชลประทานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงท่านสุดท้าย นะครับ ท่านนคร มาฉิม สัก ๕ นาทีไหวไหมท่าน โอเค

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติ ขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ร้อยละ ๑๐ ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ จึงขออนุญาตที่จะใช้สิทธิ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน เมื่อสักครู่พอดีผมติดภารกิจ เรื่องคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ จึงขออนุญาตที่จะอภิปรายประกอบเหตุผลในการขอปรับลด งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายปีที่ผ่านมาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อันที่จริงแล้วสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ถ้าตราบใดที่ยังไม่มีการวางระบบในการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศให้เป็นวาระแห่งชาติ หรือเป็นยุทธศาสตร์ของ ประเทศแล้ว แน่นอนครับ อุทกภัยที่เกิดขึ้นปีนี้ถือว่าวิกฤติแล้วก็เป็นบทเรียน ปีต่อไป มันอาจจะเบากว่านี้หรือว่าถ้าโชคร้ายอาจจะหนักว่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จะให้คงสถานะความเสี่ยงภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศอยู่แบบนี้ต่อไปอีก หรือครับ ถึงเวลาหรือยังที่ผมอยากจะสอบถามคณะกรรมาธิการงบประมาณผ่าน ท่านประธานไปว่า ท่านได้เชิญให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ทั้งประเทศ มานั่งคุยกัน มาเสวนากัน มาวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้อง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีระบบที่ประสานเป็นโครงข่ายโยงใย ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ ปลายน้ําหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าขืนปล่อยให้ภาวการณ์เป็นไปแบบนี้ และไม่คิดในเชิงโครงสร้าง ในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อวางรากฐานอย่างเข้มแข็งยั่งยืน ให้กับประเทศ ไม่มีวันที่จะแก้ไขปัญหาหรอกครับ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา งบปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้าง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้าง เกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้าง ที่ทุ่มเทไปกับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แต่ไร้ระบบ ไร้ทิศทาง และจัดสรรงบประมาณไปตามผู้ที่มีอํานาจ กํากับดูแลกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา โดยที่ไม่คํานึงถึงเหตุผล ตั้งแต่ต้นน้ําไปว่า พูดกันง่าย ๆ ในเวลาที่จํากัด ท่านประธานครับ การบริหารจัดการน้ําจะต้องไม่ยึดถืออํานาจ ทางการเมืองเป็นที่ตั้ง แต่จะต้องเอากายภาพของประเทศเป็นที่ตั้ง ต้นน้ําอยู่ที่ไหนครับ ห้วย หนอง คลอง บึง อยู่ที่ไหนบ้าง ต้องทํา ยกตัวอย่างที่บ้านผมนิดหนึ่ง โชคดีเหลือเกินที่ ๒ ปีที่ผ่านมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานเขื่อนแควน้อยบํารุงแดนเกิดขึ้น ที่อําเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก น้ําท่วม เหมือนกันแต่น้อยลง แต่เหนือเขื่อนแควน้อยขึ้นไป เหนือเขื่อนสิริกิติ์ขึ้นไป ที่เป็นลุ่มน้ํา สาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ําแควน้อย ลุ่มน้ําคาน ลุ่มน้ําเขม็น ลุ่มน้ําบ่อพาด ยังขาด การบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ํา เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่คณะกรรมาธิการขอคําชี้แจง นิดหนึ่งครับ ถ้าท่านไม่มีส่วนขับเคลื่อนผลักดันให้เรื่องน้ําเป็นวาระแห่งชาติ ประเทศไม่พ้นจากวิกฤติแน่ ผมต้องการที่จะให้สภาแห่งนี้เป็นผู้กําหนดยุทธศาสตร์ ของประเทศ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าเขาชงมาอย่างไร เขาพิจารณาปรับลดแบบนี้ ได้เท่านี้แล้ว จัดสรรปันส่วนไปตามหน่วยต่าง ๆ ตามบุคคลต่าง ๆ เป็นที่พึงพอใจ แล้วก็มาหยวน ๆ กัน ผมบอกว่ามันไม่ใช่ทางออกครับ ทางออกจะต้อง ตั้งธงเลยว่านับจากนี้ไป ปีหน้าน้ําจะไม่ท่วมซ้ําซาก น้ําจะไม่แล้งซ้ําซาก ๓ ปีข้างหน้า แผนยุทธศาสตร์น้ําจะต้องเป็นเห็นเป็นรูปร่าง ๑๐ ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นจุดแข็งที่สุด ในการผลิตอาหารป้อนให้กับสังคมโลก ยุทธศาสตร์ด้านนี้ท่านเคยคิดไหมครับ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่สภาพัฒน์ ตั้งแต่รัฐบาล สํานักงบประมาณ รวมไปถึงสภาแห่งนี้ ต้องมาจบที่นี่ เพราะที่นี่คือศูนย์รวมของปัญหาความเดือดร้อน และสะท้อนความต้องการที่แท้จริง ของคนไทยทั้งประเทศ แต่ถ้าเกิดว่าท่านไม่มีระบบคิดแบบนี้ ผมว่าอีก ๑๐ ปีก็ยังล้มเหลว ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ไม่มีท่านใดติดใจ ผมขออนุญาตผ่านนะครับ เชิญครับ

นายศักดา คงเพชร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ศักดา คงเพชร ส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยนะครับ ตามที่ท่านสมาชิกได้แสดง ความเป็นห่วงเป็นใยนั้น ทางกรรมาธิการได้เชิญนักวิชาการหลายท่าน ไม่ว่าท่านรอยล หรือหลายท่านมาในการพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบ แล้วก็ได้มีข้อสังเกตว่าควรที่จะทําแผนแม่บทเรื่องแผนที่น้ําให้ชัดเจน และมีเขื่อนทั้งหมดเท่าไร ว่าจะกักเก็บเท่าไร และระบายน้ําช่วงไหน อย่างไร แล้วก็ทางน้ําที่มีตะกอนตื้นเขินตรงไหนบ้าง ต้องให้หน่วยงานที่เรามีศักยภาพ อย่างเช่น กองทัพเรือใช้เรือที่มีเขาเรียกตัววัดระดับในลําน้ํา แม่น้ําต่าง ๆ ๒๕ ลุ่มน้ําด้วยว่ามันมีตะกอนตรงไหนตื้นเขินที่จะต้องลอกตะกอน และต้องทํา แผนแม่บทให้ชัดเจน และมีข้อสรุปว่าถ้างบประมาณมันจําเป็นเร่งด่วนที่ไม่เพียงพอควรที่จะ ให้รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารในการหาเงินนอกงบประมาณมาดําเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนตามสภาพแต่ละพื้นที่ เพราะว่าแต่ละพื้นที่นั้นมีสภาพที่แตกต่างกัน เราไล่เป็นลุ่มน้ําเลย อย่างภาคใต้ ภาคเหนือ ลุ่มน้ําต่าง ๆ หรือว่าภาคอีสานเราก็ไล่เป็นลุ่มน้ํา แล้วก็มีข้อเสนอแนะให้ทางกรมต่าง ๆ ไม่ว่ากรมชลประทาน กรมที่เกี่ยวข้อง กรมเจ้าท่า หรือว่ากรมทรัพยากรน้ําที่แบ่งภารกิจกันให้ชัดเจน แล้วก็ในการทํางานนั้นจะต้องทําตาม แผนแม่บทและกําหนดให้ชัดเจนว่าจะต้องทําอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าไร แล้วก็ให้เดินตามแผน อันนี้ทางกรรมาธิการแต่ละท่านที่มาจากพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น เราก็มีความห่วงใยที่ไม่แตกต่างกัน ผมเชื่อมั่นว่าผู้แทนราษฎรทุกท่านเวลาลงพื้นที่โดยเฉพาะผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัดนั้น เรารับทราบปัญหา แต่ด้วยข้อจํากัดในหลาย ๆ เรื่อง ฉะนั้นวันนี้ไม่ว่าพรรคใดหรือใคร ขึ้นมาเป็นรัฐบาลท่านจะต้องมีแผนแม่บทมีแผนที่น้ําในการที่จะเดินไปข้างหน้า ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะโลกก็ห่วง ๒ เรื่อง ไม่ว่าเรื่องอาหารและพลังงาน ถ้าประเทศไทยวางผังดีวางแผนดี ๆ อนาคตข้างหน้าของพี่น้องคนไทยไม่มีคําว่า ยากจน แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราทั้งหลายนั้นหรือว่านักวิชาการ หรือฝ่ายบริหาร และฝ่ายข้าราชการ ในการที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตผ่านนะครับ ไม่มีท่านใดติดใจขออนุญาตผ่าน เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ กระทรวงคมนาคม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุชาติ ชมกลิ่น ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชิญครับ

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมได้ปรับลดกระทรวงคมนาคมไว้อยู่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ตั้งงบประมาณไว้อยู่ ๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ประมาณเอาตัวเลขกลม ๆ ๘๐,๐๐๐ สองแปดสิบหก ๑,๖๐๐ ล้านบาท ทําไมเอาไปไหนครับ ไม่ได้เอาไปไหนครับท่านประธาน ผมมีเหตุผล เหตุผลสืบเนื่องมาจากในพื้นที่ของผมมีถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝาง สร้างมาสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แล้วครับท่านประธาน วันนี้ยังเป็น ๒ ช่องจราจรอยู่ แต่โชคดีที่มีท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร สร้างไปอยู่ ๕๕ กิโลเมตรครับท่านประธาน ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๙๕ กิโลเมตร สร้างเหมือนกัน เมื่อปี ๒๕๕๑ ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สร้างอยู่ ๙ กิโลเมตร ตั้งแต่ กม ที่ ๖๓-๗๒ ที่อําเภอเชียงดาวครับท่านประธาน วันนี้ยังไม่เสร็จครับ ทําแล้วทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ และที่เหลืออีกประมาณ ๗๐ กว่ากิโลเมตรยังไม่ได้สร้างยังเป็น ๒ ช่องจราจร ผมมีความจําเป็นที่จะต้องปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ได้เงินหนึ่งก้อนก็ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อจะได้เอาไปไหนครับ เอาไปให้กระทรวงคมนาคมนั่นละครับ เพื่อจะได้ไปสร้างถนนเส้นนี้ ให้สําเร็จครับ เพราะอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อกี้นี้นะครับว่ามันผ่านมาแล้วตั้งแต่ สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ๕๐ กว่าปีแล้วท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีความจําเป็น ที่จะขอปรับลดในกระทรวงนี้ แล้วก็จะเอาไปเพิ่มให้กระทรวงคมนาคมนี้ละครับ เพื่อจะได้ เอาไปทําถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝาง ผมขอตอกย้ํานะครับ ฝากทางคณะกรรมาธิการนะครับช่วยดูให้ผมหน่อยครับ เพราะผมอ่านดูแล้วมันไม่มี ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝางอยู่เลยท่านประธานครับ วันนี้ต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการไว้ล่วงหน้า ช่วยดูให้ผมหน่อยครับ ให้ทําให้สําเร็จ ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี่ละครับ ขอให้ทําสําเร็จในสมัยนี้ละครับ อย่าให้พี่น้องฝาง แม่อาย ไชยปราการ ผมต้องมาเดินขบวนเรียกร้องเพื่อจะขอสร้าง ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝางนี่ละครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุชาติ ชมกลิ่น แล้วตามด้วยท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ครับ

นายสุชาติ ชมกลิ่น ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสุชาติ ชมกลิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ก่อนอื่นผมขอสงวนความคิดเห็นตัดงบประมาณ มาตรา ๑๒ ของกระทรวงคมนาคมไว้ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์เหมือนกับท่านเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นะครับ ประมาณ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเองนั้นก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ผมเองนั้นได้ดูงบประมาณ ทุกกรม ทุกทบวง ทุกกระทรวง ซึ่งทุกกระทรวง ทุกกรมนั้นก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ครอบคลุม นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลอยู่แล้วนะครับ แต่ผมเองนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ขออภิปรายหรือพูดในเรื่องของงบประมาณของกระทรวงคมนาคม เพราะผมเองนั้น ก็เป็นผู้แทนราษฎรของชาวจังหวัดชลบุรี และสิ่งที่ผมได้รับข้อมูลจากพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรี อยู่เป็นประจํา ก็คือเส้นทางคมนาคมที่พี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีต้องใช้ไปทํางานในนิคมอมตะ ในส่วนของอําเภอเมือง อําเภอพานทอง จังหวัดชลบุรีครับ ภายในนิคมอมตะนั้นมีพี่น้อง ชาวจังหวัดชลบุรีนั้นทํางานอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คน ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน รถนั้นได้ติดเป็นชั่วโมงนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่ากระผมนั้นในฐานะของ ผู้แทนราษฎรชาวจังหวัดชลบุรีนั้นก็ได้ปรึกษาหารือกับทางหน่วยงานแบบเชิงบูรณาการ กับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งท่านเคยเป็นอดีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และวันนี้ได้กลับมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีก็ได้ มีแผนโครงการศึกษาโครงข่ายคมนาคมซึ่งที่จะแก้ปัญหานี้อยู่แล้วก็ได้คุยกับท่านผู้บริหาร ที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่าง ขอเอ่ยนามท่านวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้เล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ ก็ทําเป็นบทสรุปออกมานะครับว่าคือมีทางที่เป็นไปได้ก็คือว่า ทางมอเตอร์เวย์ ที่จะต้องทําทางเชื่อมเข้านิคมอมตะ จะทําให้ผู้ที่สัญจรไปมาทางเส้นสุขประยูรนั้น หรือรถบรรทุกต่าง ๆ ที่จะต้องผ่านเส้นนั้นได้หลีกเลี่ยงเส้นจราจรที่เป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ผมเองที่ผ่านมานั้นผมได้เห็นปัญหาตอนที่จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ขนาดชั่วคราวนะครับท่านประธาน รถติดเป็นชั่วโมงในจังหวัดชลบุรีในช่วงอําเภอเมือง ผมเชื่อนะครับว่าถ้าไม่มีการคุยกันหรือแก้ปัญหากันผมเชื่อว่าในส่วนของอําเภอเมือง อําเภอพานทองนั้นจะต้องมีปัญหาไม่น้อยกว่ากรุงเทพมหานคร ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ผมขอเท้าความถึงจังหวัดชลบุรีนั้น ทางจังหวัดชลบุรีนั้นเป็นเมืองที่ทํารายได้ให้กับประเทศไทยนั้น อยู่ในระดับต้น ๆ แต่ที่ผมพูดในวันนี้นะครับ ไม่ใช่ว่าผมจะมาเอาเปรียบเพื่อนสมาชิก จังหวัดอื่นนะครับ แต่ที่ผมพูดในวันนี้คือ ผมกําลังพูดถึงงบประมาณต่าง ๆ ของ กระทรวงคมนาคม ที่ลงมาจังหวัดชลบุรีนั้นน้อยมากครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานสัก ๒-๓ ประเด็นนะครับท่านครับ อยากจะให้ทางท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้สั่งงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แขวงการทางต่าง ๆ ได้ประชุมหารือกัน แล้วแผนการที่เชื่อมถนนมอเตอร์เวย์ เข้าสู่อมตะโดยตรงนั้นอยู่ในมือผมแล้วนะครับ แล้วผมก็อยากฝากให้บรรจุเข้าไปในแผนของกรมทางหลวงในปีหน้าเพื่อที่แก้ปัญหา งบประมาณที่ใช้ก็ประมาณ ๘๐๐ กว่าล้านบาทเองท่านประธานครับ ซึ่งการลงทุนก่อสร้างนั้น อยู่ระยะเวลาแค่ ๒ ปี ผมเชื่อนะครับว่างบประมาณประมาณ ๘๔๐ ล้านบาทจะทําให้พี่น้อง ชาวจังหวัดชลบุรีนั้นมีการสัญจรไปมาสะดวกสบายขึ้นนะครับ และตามแยกต่าง ๆ นะครับ อย่างเช่นแยกของเทศบาลตําบลดอนหัวฬ่อนั้น ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตามแยกต่าง ๆ นั้น ผมอยากจะให้ศึกษาออกแบบในการที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของรถติดตามแยกต่าง ๆ ผมขอฝากท่านประธานเพียงสั้น ๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ มีผู้แสดงความจํานงที่จะอภิปรายหลายท่าน ผมหารือพวกเรานะครับ ขอสัก ๕ นาทีได้ไหมครับ ถ้าไม่ไหวจะเกินบ้างก็ไม่เป็นอะไร เราตั้งไว้ ๕ นาทีก่อนดีไหมครับ เฉพาะบางท่านครับ ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นอะไร ท่านมีอะไรครับ

นายเรวัต อารีรอบ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เรวัต อารีรอบ ผมต้องการให้ท่านประธานช่วยอ่านรายชื่อเพื่อจะได้บอกคนอื่นให้เตรียมตัวครับ ท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ตกลงขอเป็น ๕ นาทีก่อนนะครับ ถ้าไม่ไหวก็ค่อยว่ากัน เกินบ้างก็ไม่เป็นไรนะครับ ก็มีท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ท่านเรวัต อารีรอบ และท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ท่านนริศา ท่านยุพราช ท่านสราวุธ ท่านสาคร บุณย์ธิดา ท่านณรงค์ ท่านศรีสมร โอเคนะครับ ท่านชูวิทย์ขอ ๓ นาที เชิญครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ พร้อมกับคลิปวิดีโอ วันนี้ผมอยู่ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ พร้อมกับผมก็เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอตัดลดงบกระทรวงคมนาคม ๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานจะเห็นว่าผมอยู่ใน ๒ สถานะ แต่อย่างไรก็ดีผมต้องปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศชาติ ทุกครั้งที่ผมเป็นกรรมาธิการนั่งประชุม เมื่อถึงคราวของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็จะมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด มาชี้แจง ข้อมูลที่ข้าราชการต่าง ๆ เหล่านั้นชี้แจงจะต้องถูกต้องเป็นจริง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ทั้งของกระทรวงคมนาคมก็เช่นกัน ผมได้สอบถามผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยมีที่ดินอยู่มากมายในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ผมได้สอบถามว่าในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะในถนนรัชดาภิเษก การรถไฟแห่งประเทศไทยเคยอนุญาตให้สถานที่อโคจร อบายมุขไปตั้งอยู่ในสถานที่การรถไฟ แห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยเคยอนุญาตให้ไหม เหตุที่ผมต้องถามอย่างนั้น เพราะว่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นเป็นที่ดินที่ได้รับพระราชทาน เป็นที่ดินหลวง การจะเอาที่ดินหลวงไปให้เขาเปิดสถานที่อโคจร ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน ไม่ว่าจะเป็น สถานบริการต่าง ๆ การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องทราบ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ข้าราชการ เช่นผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทยจะชี้แจงต้องถูกต้องเป็นธรรม เพราะอะไรครับท่านประธาน ผมจําเป็นต้องเอาข้อมูลมาที่นี้เพื่อมาชี้แจงให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ บางท่านสอบถามว่า กรรมาธิการได้สอบถามหรือเปล่าประเด็นนี้ ผมได้สอบถาม แต่ข้อมูลที่ผมได้มันเป็นข้อมูล ที่ไม่ตรงครับ คลิปวิดีโอชุดนี้จะแสดงให้เห็นว่าผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ได้ชี้แจง ข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา ซึ่งข้อมูลที่ผมได้รับเมื่อข้อมูลผิด ผมก็เอามาชี้แจงท่านแบบผิด ๆ ลองดูนะครับว่าผมสอบถามท่านผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านชื่อยุทธนา ทัพเจริญ ว่าในที่ดินของท่าน ซึ่งเป็นที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยตลอดเส้นทางถนนรัชดาภิเษก เคยอนุญาตให้สถานบริการต่าง ๆ ไปใช้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือไม่ ขอเจ้าหน้าที่ เปิดคลิปวิดีโอ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ศรัทธาครับท่าน กระทรวงคมนาคม มีปัญหาเรื่องศรัทธา ปลัดกระทรวงคมนาคมก็เคยมีปัญหาเรื่องศรัทธา ซึ่งยังเป็นที่คลางแคลง ของสังคม ศรัทธาทําให้พวกกระผมไม่เชื่อถือ เมื่อพวกกระผมไม่เชื่อถือ ผมก็ต้องซักถามมากขึ้น ต้องได้ข้อมูลถูกต้อง เพราะผมต้องนํามาชี้แจงท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลาย ไม่ได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง เขาบอกว่าไม่เคยแม้นแต่ที่ที่เดียว ไม่เคยแม้นแต่ราย ๆ เดียว ปัญหาก็คือว่าท่านพูดไม่ตรง ท่านโกหก ผมได้ข้อมูลไม่ตรงไม่โกหกมาผมก็เอามาแจ้งท่านว่า เป็นข้อมูลแบบนี้ เมื่อท่านมาเชื่อผม ผมก็ไปฟังคนมาชี้แจง คนมาชี้แจงก็ต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีของข้าราชการ คําว่า ข้าราชการ คือข้าของราชการ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และจะต้อง ไม่พูดโกหก โดยเฉพาะเมื่อมาชี้แจงอยู่ในงบประมาณ ผมจําเป็นต้องเรียนท่านประธาน ให้ทราบว่าข้อมูลที่ผมได้มาเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ เมื่อได้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ผมก็มารายงานแบบเท็จ ๆ แล้วจะทําอย่างไรละครับ เพราะว่าอย่างผมถามง่าย ๆ อย่างนี้ แล้วเราจะไปเชื่อได้อย่างไรครับ ว่าคนที่เป็นระดับผู้ว่าการแท้ ๆ ยังพูดไม่ตรงข้อเท็จจริง แล้วคนที่เป็นอธิบดีจะพูดจริงไหม คนที่เป็นปลัดกระทรวงจะพูดจริงหรือเปล่า ก็ต้องซักถาม มากขึ้น ในขณะที่ซักถามมากขึ้น เวลามีอยู่แค่ ๔๐ กว่าวัน ผมก็ไปถามอะไรมากไม่ได้ เพราะว่ามาถึงปุ๊บ ๆ มาชี้แจงพูด ๆ ไปก็ไป ยังดูไม่ทันยังพลิกหน้าไม่ทันเลยครับ เปลี่ยนกระทรวงแล้ว ผมเลยขออนุญาตชี้แจงให้ท่านประธานได้ทราบสั้น ๆ เพราะไม่อยากจะกินเวลาเยอะว่าผมมีคลิปวิดีโอมาแสดงให้ดูว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งได้ข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ตรง ผมก็มั่นใจว่าในข้อมูลบางอย่างในนี้ ก็อาจจะไม่ตรง แต่ทําอะไรไม่ได้ครับ มันแล้ว ๆ ไป มันทําแบบนี้ ผมก็มารายงานแบบผิด ๆ ก็ขอให้ท่านได้พิจารณาเอาเอง เลยขอตัดลดงบของกระทรวงคมนาคม ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอดีตปลัดกระทรวงที่มีปัญหาที่บ้านถูกโจรกรรม แล้วได้เงินที่โจรบอกว่า เอาไปได้เยอะกว่าที่เจ้าของบ้านบอก ศรัทธาเราก็ไม่เชื่อ เขาจะพูดอย่างไรเราก็ไม่เชื่อ เขาทํางานเราก็ไม่เชื่อ แล้วกระทรวงนี้งบประมาณก็เยอะ ช่องว่างต่าง ๆ ก็มีเยอะ ก็อยากจะ ให้ท่านได้พิจารณาว่ากระทรวงนี้ผมขอตัดลบงบ ๒ เปอร์เซ็นต์ ตัดไปเถอะครับ เพราะว่า ดูสิครับแม้แต่ผู้ว่าการยังพูดโกหกเลย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศรีสมร ขออนุญาตก่อนนะครับ แล้วค่อยตามด้วยท่านเรวัตครับ เชิญท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ๕ นาทีครับ

นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอแปรญัตติตัดงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในมาตรา ๑๒ กระทรวงคมนาคมไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันจะอ่านวิสัยทัศน์ของกรมทางหลวง มีอยู่ว่ามุ่งมั่น เสริมสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคม สนองตอบต่อความต้องการของผู้ใช้ทาง ดิฉันขอเน้นคุณค่าต่อเศรษฐกิจ สนองต่อผู้ใช้ทางค่ะ

วิสัยทัศน์ของกรมทางหลวงชนบท มีอยู่ว่าเพิ่มคุณค่า ต่อเติมโครงข่ายทาง ให้สมบูรณ์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นว่าการบริหารของทั้ง ๒ กรมนี้ยังไม่สนองตอบต่อผู้ใช้ทางหลวงเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ ที่ได้ตั้งงบประมาณของกรมทางหลวงไว้ กรมทางหลวงตั้งไว้ ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรมทางหลวงชนบท ตั้งไว้ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันอยากจะถามท่านประธานไปยัง กรรมาธิการว่าได้ตั้งงบประมาณของทั้ง ๒ กรมนี้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีบ้างหรือไม่นะคะ ที่ดิฉันได้ตรวจดูตามแผนงานแล้วก็โครงการไม่มีสักโครงการเดียวเลยที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่ผ่านมา งบประมาณในการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีมีน้อยมาก ไม่เคยได้ก่อสร้าง เพื่อคุณค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจ เป็นจังหวัดที่ เศรษฐกิจมีทั้งธุรกิจโรงงานน้ําตาล ธุรกิจการท่องเที่ยวและอนาคตข้างหน้าจะต้องเปิดประตู สู่ตะวันตกจังหวัดกาญจนบุรี สู่ทวาย ประเทศพม่า ที่จะต้องใช้เส้นทางหลวงอย่างมีคุณภาพ แล้วก็ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอเน้นโครงการในอนาคต จังหวัดกาญจนบุรี-ทวาย จะเปิดประตูตะวันตกนะคะ ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มต้นจากรัฐบาลที่แล้ว จากรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้เซ็นสัญญากับประเทศพม่าเอาไว้เมื่อปี ๒๕๕๓ เซ็ท (Set) แรกที่จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๘ ซึ่งขณะนี้ได้ก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ดิฉันจึงขอพูดในขณะนี้รัฐบาลชุดนี้กําลังจะสวมรอย สวมรอยว่า จะเป็นผลงานของรัฐบาลชุดนี้ที่เป็นผลงานในลักษณะว่าโครงการทวาย-กาญจนบุรี จะเป็นผลงาน ของพรรครัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันไม่ว่าอะไร ถ้ารัฐบาลชุดนี้ว่าจะเป็นผลงาน ของท่าน แต่ทําไมรัฐบาลชุดนี้ไม่ตั้งงบประมาณเพื่อรองรับโครงการดังกล่าว รัฐบาลที่แล้ว ได้ตั้งโครงการ ได้วางโครงการถนนสายมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เพื่อรองรับ โครงการนี้ แล้วรัฐบาลชุดนี้ทําไมไม่ตั้งล่ะคะ หายไปไหนค่ะ มีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ทําไม ไม่ตั้งโครงการนี้ไว้เพื่อรองรับกาญจนบุรีเปิดประตูตะวันตกสู่ทวาย โครงการนี้ดิฉันไม่แน่ใจ นะคะว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีความจริงใจที่จะสานต่อโครงการนี้จริง ๆ ดิฉันเชื่อว่าโครงการนี้ จะต้องรองรับประชาคมอาเซียนด้วยนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันก็เลยไม่มั่นใจว่า กระทรวงคมนาคมหรือกรมทางหลวงแผ่นดินที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชน อย่างแท้จริง ที่ผ่านมาจังหวัดกาญจนบุรีไม่เคยมีโครงการก่อสร้างถนนเป็นการก่อสร้างเลย ที่ผ่านมามีแต่ว่าซ่อมแซมตลอดเวลา มีถนนสายหนึ่งที่ดิฉันจะชี้ให้เห็นนะคะว่า ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากอําเภอเมืองไปถึงทองผาภูมิ ที่ดิฉันเห็นที่ผ่านมามีแต่เอา ลาดยางไปราดทับอย่างเดียว ซึ่งถนนดังกล่าวก็ยังเป็นถนนที่สภาพยังดีอยู่นะคะ แต่ว่าทําไป เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณเท่านั้นนะคะ และอีกเส้นหนึ่งที่ดิฉันเคยหารือในสภานะคะ จากอําเภอทองผาภูมิไปถึงอําเภอสังขละบุรี ที่มีระยะทางถึง ๗๐ กว่ากิโลเมตร ช่องทางจราจรมีเพียง ๖-๗ เมตร ทําไมรัฐบาลชุดนี้ ไม่เล็งเห็นความจําเป็นหรือความสําคัญของทางเส้นนี้นะคะ เพราะว่าที่ดิฉันได้อภิปราย หรือหารือในสภาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยนะคะ แล้วก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณในปีนี้ด้วย ดิฉันจึงขอให้ท่านประธานแล้วก็ฝากไปถึงกรรมาธิการช่วยสอบถามรัฐบาลว่าทําไมถึงไม่คิด จะปรับปรุงแล้วก็ก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวให้เป็นถนนที่ใช้การเพื่อรองรับเศรษฐกิจ แล้วก็ การท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี ดิฉันจึงไม่มั่นใจว่ากรมทางหลวงชนบท แล้วก็กรมทางหลวง จะมีประสิทธิภาพที่จะใช้งบประมาณ ดิฉันก็ให้เหตุผลว่ากรณีนี้ที่จะขอตัดงบประมาณไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะก่อสร้างถนนดังกล่าวค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านเรวัต อารีรอบ ครับ

นายเรวัต อารีรอบ กรรมาธิการ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนคําแปรญัตติปรับลดของกระทรวงคมนาคมไว้ที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวนเงินที่ได้รับจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ๘๓,๓๑๐ ล้านบาทเศษ ท่านปลัดกระทรวงได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการบอกว่าวิสัยทัศน์ของกระทรวงคมนาคม มุ่งสู่ขนส่งที่ยั่งยืน ท่านครับ กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่มีความสําคัญกระทรวงหนึ่ง ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดูแลทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าภาคส่วนของการเกษตร ภาคส่วน อุตสาหกรรม ภาคส่วนของการศึกษา แรงงาน สิ่งที่สําคัญครับ คือภาคส่วนอุตสาหกรรมของ การท่องเที่ยว ผมบอกได้เลยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นการ ลงทุนที่น้อยที่สุด แต่ผลประโยชน์ของชาติได้รับมากที่สุด ผมเองต้องบอกไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการและรัฐบาลว่าต้องลงทุนครับ ไม่ว่าภาคเหนือที่จังหวัดลําพูน ภาคกลาง อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ภาคอีสานจังหวัดอุบลราชธานีหรือหนองบัวลําภู กลับมาภาคใต้ ไม่ว่าสงขลา พังงา ภูเก็ต กระบี่ ทุกจุดล้วนแล้วแต่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง รัฐต้องลงทุน ที่ผมพูดถึงส่วนภาคอุตสาหกรรม ส่วนจังหวัดภูเก็ตนะครับ มีปัญหาอยู่ในเรื่องของการจราจร ปัญหาเรื่องรถติด ความสุขของคนภูเก็ตลดน้อยลง พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัด ภูเก็ต สิ่งที่น่าสําคัญ สิ่งที่น่าเห็นใจมากที่สุด ถ้าท่านประธานและกรรมาธิการได้ไปเห็นสภาพ เวลาประมาณหกโมงเช้า สี่โมงเย็น สงสารเด็กนักเรียนที่มากับผู้ปกครองต้องตื่นตั้งแต่ ตอนเช้า ตอนเย็นกว่าจะกลับบ้านได้เกือบจะดึกแล้วครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สําคัญ ผมต้องมาเรียกร้องเช่นเดียวกัน ต้องการให้กระทรวงคมนาคมเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องของกระทรวงคมนาคมที่ผมได้ปรับลดในของกรมทางหลวงในยอด ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ไปอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าจะนําเงินเหล่านี้มาออกแบบส่วนที่มีปัญหาในเรื่องของ เส้นจราจรในจังหวัดภูเก็ต ยกตัวอย่างเช่นถนนสายหลักมีถนนเส้นเดียวครับ จากสนามบินภูเก็ต เข้ามาตัวเมืองคือถนนเทพกษัตริย์ตรี วันไหนที่เกิดปัญหาเรื่องอุบัติเหตุวันนั้นจะมีปัญหา หรือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในบางครั้งก็ยังเคยมี เราไม่มีถนนสํารองเลยครับ ผมคิดว่า ที่ผมปรับลดไป ๑ เปอร์เซ็นต์ของกรมทางหลวงเพื่อจะออกแบบถนนสายเส้นรอง ส่วนของ กรมทางหลวงชนบทได้งบประมาณไป ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดไปอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะมาออกแบบในเรื่องของถนนเขาเรียกว่าบริเวณสายหลักด้านใต้ บริเวณคลองเกาะผี ทําไมผมต้องพูดถึงเรื่องบริเวณสายหลัก ถนนสายหลักด้านใต้บริเวณคลองเกาะผี เพราะว่า ถนนเส้นนี้ออกจากถนนศักดิเดชเพื่อไปยังโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ในแต่ละวัน ๆ มีผู้ปกครองที่ไปส่งนักเรียนที่เรียนโรงเรียนนี้ ๓,๐๐๐ กว่าคน และเป็นสิ่งสําคัญที่คนที่มาจาก ด้านใต้สุดของเกาะจังหวัดภูเก็ตไม่ต้องเข้ามาตัวเมืองครับ เลี้ยวขวากลับไปที่โรงเรียนที่ เฉลิมพระเกียรติได้เลย

สุดท้ายครับ ผมเองก็ต้องขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม สํานักงบประมาณ ที่ได้เห็นความสําคัญในเรื่องของสี่แยกไทยนาน ผมได้ดูตลอดเวลาตอนที่ผมนั่งอยู่ใน คณะกรรมาธิการ กลัวครับ กลัวจะตัดงบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ที่เป็นทางลอดอุโมงค์ ที่ทํามา ออกแบบมาเมื่อสมัยของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร สมัยนั้นที่เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ช่วยกันผลักดัน กราบเรียนท่านประธานสภาไปยัง สํานักงบประมาณอีกครั้งในฐานะท่านรอง ผอ. นั่งอยู่ที่นี่ ท่านครับ เวลาท่านจัดงบประมาณ ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศท่านอย่ามองถึงประชากรอย่างเดียว ไม่ได้ครับ มิได้เด็ดขาด ผมเป็นคนต่อสู้ทุกกระทรวงเวลาเข้ามาที่สํานักงบประมาณ ผมบอกว่าให้ท่านมองถึง ประชากรแฝง นักท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสําคัญมาก เป็นสิ่งที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง วันนี้โชคดีของคนภูเก็ตได้สี่แยกไทยนานไปเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอครับ ในถนนเส้นนี้ยังขาดอยู่ที่สี่แยกถนนโลตัสครับ สํานักงบประมาณครับ ท่านกรรมาธิการครับ ท่านจะต้องออกแบบต่อเพื่อจะทําให้คนภูเก็ตมีความสุขมากยิ่งขึ้นบ กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสามารถ ๕ นาทีครับ

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เวลาของผม ๑๐ นาทีครับ ผมได้ตกลงกับประธานวิปฝ่ายค้านแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผมเห็นว่ากระทรวงคมนาคมมีความสามารถพอที่จะหารายได้ บางส่วนด้วยตนเอง เช่นการพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดนัดจตุจักร ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคมที่ผ่านมาทางกระทรวงคมนาคมโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เข้าบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรแทนกรุงเทพมหานคร ผมได้ตรวจสอบงบประมาณ ของกระทรวงคมนาคมแล้วไม่พบว่าได้มีการจัดเตรียมงบประมาณสําหรับการบริหาร ตลาดนัดจตุจักรไว้เลย จึงมีความห่วงใยว่าจะสามารถให้การบริการแก่พ่อค้าแม่ขาย รวมทั้งผู้บริโภคได้ดีแค่ไหน อันที่จริงถ้ากระทรวงคมนาคมต้องการหารายได้มาชดเชย ภาระหนี้สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และมาจุนเจือการเดินรถไฟที่ขาดทุนมากทุกปี กระทรวงคมนาคมไม่ควรมองเฉพาะตลาดนัดจตุจักร ซึ่งมีเนื้อที่เพียง ๖๘ ไร่เท่านั้น เพราะรายได้จากตลาดนัดจตุจักรจะไม่เพียงพอกับการกอบกู้รถไฟไทยอย่างแน่ แต่ควร มองกว้างให้ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธิน ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางถึง ๒,๓๒๕ ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและยังมีที่ว่างอีกเป็นจํานวนมาก ท่านประธานครับ ภาระหน้าที่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยประกอบด้วยงาน ๓ ส่วน คือ ๑. เดินรถไฟ ๒. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ ๓. บริหารทรัพย์สิน การบริหารตลาดนัดจตุจักร ถือเป็นการบริหารทรัพย์สิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น การพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธิน ก็ถือเป็นการบริหารทรัพย์สิน ถ้าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีศักยภาพจริงก็จะสามารถ หารายได้มาชดเชย มาล้างหนี้สะสมของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แน่ ยิ่งไปกว่านั้น จะสามารถมีทุนในการกอบกู้ ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการของรถไฟไทย ได้เป็นอย่างดี รถไฟไทยจะสะอาด ตรงเวลาและรวดเร็วโอกาสที่จะมีรถไฟความเร็วสูง ก็จะอยู่แค่เอื้อม ถึงเวลานั้นผู้โดยสารรถไฟก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ๆ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมามีการวางแผนพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธินให้เป็นศูนย์กลาง การคมนาคมขนส่ง ซึ่งผู้โดยสารสามารถเลือกใช้ระบบขนส่งได้หลายระบบ เพื่อให้เห็นภาพ แนวทางของการพัฒนากระผมขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิปวิดีโอ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ โสตทัศนศึกษาครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ประกอบด้วย ๔ องค์ประกอบ ได้แก่

๑. อาคารสับเปลี่ยนถ่ายเทการขนส่งมวลชน

๒. อาคารสถานีรถไฟกลางของการรถไฟแห่งประเทศไทย

๓. อาคารที่จอดรถในลักษณะจอดแล้วจร

๔. อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสาร

ท่านประธานครับ อาคารสับเปลี่ยนถ่ายเทการขนส่งมวลชนทําหน้าที่ อํานวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ผู้โดยสารสามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยอาศัยรถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) รถไฟความเร็วสูง รถไฟ รฟท. และรถ บขส. อีกทั้งภายในอาคารในโครงการยังมีสถานีรถไฟฟ้ารางเดียว หรือโมโนเรล (Monorail) และยังมีสถานีเช็กอิน (Check in) เพื่อการเดินทางทางอากาศ ในเมือง มีรถไฟฟ้ารับผู้โดยสารไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วย

ท่านประธานครับ สถานีกลางของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นอาคาร ที่ออกแบบเพื่อรองรับการขยายตัวของการเดินทางทางรถไฟในอนาคต และถูกกําหนดให้ เป็นสถานีรถไฟกลางแห่งใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ท่านประธานครับ อาคารที่จอดรถทําหน้าที่ในการให้บริการผู้ใช้ระบบขนส่ง ของศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง เมื่อจอดรถแล้วสามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบขนส่งมวลชนต่อไป ในลักษณะจอดแล้วจร อาคารนี้สามารถเดินทางเข้าออกโดยใช้ระบบทางด่วน

ท่านประธานครับ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นอาคารที่ผสมผสาน ประโยชน์ใช้สอยหลากหลายประเภทเข้าไว้ด้วยกัน โดยเชื่อมต่อกับอาคารอื่นในศูนย์กลาง คมนาคมขนส่ง ทําให้ผู้โดยสารรถ บขส. มีความสะดวกและรวดเร็วในการเปลี่ยนไปใช้ระบบ ขนส่งอื่น นอกจากนี้ในโครงการยังมีการเตรียมพื้นที่สําหรับรองรับรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับเมืองหลักในภูมิภาค รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากพื้นที่ย่านพหลโยธินมีพื้นที่กว้างขวางมาก โดยมีพื้นที่ถึง ๒,๓๒๕ ไร่ การสัญจรภายในโครงการจําเป็นต้องใช้ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้รถไฟฟ้ารางเดียวหรือโมโนเรล มีระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร มีสถานี ๑๗ สถานี

ท่านประธานครับ มาถึงเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน นั่นก็คือ เรื่องตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดจตุจักรเป็นที่นิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทําให้เนื้อที่ ๖๘ ไร่ มีความแออัดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย มีปัญหาการจราจร รถติด ที่จอดรถ ไม่เพียงพอ กระทรวงคมนาคมควรพิจารณาขยายพื้นที่ตลาดให้มีขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม โดยรวมพื้นที่แปลงที่ ๕ จํานวนเนื้อที่ ๔๘ ไร่ และแปลงที่ ๖ จํานวน ๕๕ ไร่ เท่ากับพื้นที่ แปลงที่ ๗ หรือตลาดนัดจตุจักรในปัจจุบันจํานวน ๖๘ ไร่ ก็จะได้พื้นที่ถึง ๑๗๑ ไร่ มีขนาดใหญ่ เพียงพอ อาจทําเป็นตลาด ๒ ชั้นในบางพื้นที่ พร้อมทั้งมีที่จอดรถใต้ดินเพื่ออํานวยความสะดวก ให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขาย ท่านประธานครับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดรถไฟสายแรกระหว่างสถานีกรุงเทพฯ กับสถานีอยุธยา ระยะทาง ๗๑ กิโลเมตร เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๓๙ ในขณะที่ในเวลานั้นหลายประเทศ ยังไม่มีรถไฟ ดังนั้นในวันที่ ๒๖ มีนาคมที่จะถึงนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีอายุครบ ๑๑๖ ปี แต่เป็น ๑๑๖ ปีที่ขมขื่น เพราะการพัฒนารถไฟไทยยังไปไม่ถึงไหน ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เป็นภาพลักษณ์ของรถไฟไทย ที่ยากจะลบเลือนจากความทรงจําของผู้ใช้บริการ ถึงเวลาแล้วครับท่านประธานที่ต้องผ่าตัด รถไฟไทย ถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องทําให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสใช้รถไฟความเร็วสูง ท่านประธานครับ การหารายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อมาจุนเจือการเดินรถไฟ เป็นหนทางหนึ่งที่จะยกระดับคุณภาพรถไฟไทยสู่มาตรฐานสากล ผมขอเสนอแนะ ให้กระทรวงคมนาคมจัดตั้งบริษัทลูกหรือบริษัทบริหารทรัพย์สิน รฟท. จํากัด ขึ้นมาเพื่อบริหาร เพื่อพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธินซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางถึง ๒,๓๒๕ ไร่ อย่าคิดแค่เพียงหารายได้ จากการให้เช่าแผงค้าในตลาดนัดจตุจักรเท่านั้น ต้องคิดให้ไกลกว่านั้น ให้เกิดประโยชน์ ที่แท้จริงต่อรถไฟไทยหรือต่อประเทศชาติโดยส่วนรวม ท่านประธานครับ พี่น้องคนไทย ทุกคนอยากเห็นรถไฟไทยมีความก้าวหน้าและทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศ ผมหวังว่า ในโอกาสที่เรามีผู้นําที่ผ่านประสบการณ์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาเป็นอย่างดีคงไม่ทําให้ พี่น้องคนไทยผิดหวัง รีบลงมือเสียแต่วันนี้เถอะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนริศาครับ

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขอปรับลดงบประมาณของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมลง ๗ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่าดิฉันดูแล้วว่าการจัดงบประมาณนั้น ไม่ได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ซึ่งท่านได้ตั้งไว้ ในวิสัยทัศน์ของกรมทางหลวงเขียนไว้ชัดเจนว่า มุ่งมั่นพัฒนาระบบทางหลวงตามมาตรฐานสากลเพื่อส่งเสริมคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคม ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ทาง และนอกจากนั้นในพันธกิจท่านได้เขียนไว้ในข้อ ๑ เลยค่ะว่าพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในเชิงบูรณาการเพื่อตอบสนองวาระแห่งชาติและ ยุทธศาสตร์รายพื้นที่โดยดําเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหมด สาเหตุที่ดิฉันต้องปรับลดงบประมาณเพราะว่าเมื่อกรมทางหลวงมาจัดงบประมาณ จริง ๆ แล้วท่านกลับไม่ได้จัดตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ท่านได้บอกไว้ในกรมของท่าน แต่ท่านกลับมาจัดสรรงบประมาณอย่างไม่เป็นธรรมเลือกปฏิบัติและ ๒ มาตรฐาน ดิฉันจะขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างการจัดงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ ให้ท่านได้ยกมาดูเป็นตัวอย่างนะคะ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๓ ซึ่งเป็นตอนที่ต่อเขต จากเทศบาลนครศรีธรรมราชไปยังต่อเขตเทศบาลปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างอําเภอเมืองไปยังอําเภอปากพนัง ถนนเส้นนี้ไม่เฉพาะ ไปอําเภอปากพนังเท่านั้นยังสามารถที่จะเชื่อมไปยังอําเภอเชียรใหญ่ อําเภอหัวไทร และสามารถที่จะเดินทางไปจังหวัดสงขลาได้อีกด้วย ถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยงาน ราชการต่าง ๆ หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นศาลเยาวชน และครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในอําเภอปากพนัง ทั้งโรงเรียนมัธยม และโรงเรียนประถมมากกว่า ๒๐ โรงเรียน นอกจากนั้นบริเวณเหล่านี้ บริเวณนี้เป็นบริเวณ ซึ่งเราเรียกกันว่าลุ่มน้ําปากพนัง ณ บริเวณนี้นั้นคนนครศรีธรรมราชได้รับโครงการพัฒนา ลุ่มน้ําปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพลิกฟื้น ให้พวกเราชาวนครศรีธรรมราชจากพื้นที่นาร้างเป็นพื้นที่ปลูกปาล์ม เป็นพื้นที่ปลูกนาข้าว เป็นพื้นที่ที่ปลูกผักสามารถส่งออกได้แล้วก็ส่งไปขายยังจังหวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในบริเวณนี้ พื้นที่การเพาะปลูกของเราทั้งหมดมีมากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านเขียน ในภารกิจว่าจะส่งเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจ ตรงนี้ค่ะท่านประธาน การที่ท่านปลูกพืช ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ไม่ว่าจะผัก พ่อค้าที่เข้ามาซื้อถ้าเกิดว่าเข้ามาได้ง่าย เข้ามาสะดวกเขาก็จะ ให้ราคากับเกษตรกรนั้นดี แต่ถ้าถนนหนทางลําบากติดขัด การที่เข้ามาซื้อเขาก็จะเลือกว่าเขาควรจะเข้ามาซื้อ หรือไม่ เข้ามาแล้วก็จะกดราคาอย่างน้อยก็ตกไปกิโลกรัมละ ๑ บาท ๒ บาทแน่นอนนะคะ อันนี้เอามาเป็นกดราคาเกษตรกร นอกจากนี้แล้วท่านประธานคะ ถนนเส้นนี้ต้องเรียนว่า เป็นถนนที่มีความยาวถึง ๒๗ กิโลเมตร ณ ขณะนี้ถนนเส้นนี้ต้องบอกว่าเล็กมากแล้วก็แคบ ไม่มีไหล่ทาง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้องประชาชนซึ่งใช้ถนนเส้นนี้สัญจรไปมาประสบอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ถ้าท่านประธานอยู่ในพื้นที่ก็จะพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการใช้ถนนเส้นนี้เป็นประจํา เกือบทุกเดือนนะคะ ท่าน ส.ส. วิทยา แก้วภราดัย ซึ่งท่านเป็น ส.ส. ประจําพื้นที่อําเภอปากพนัง ได้มีการสํารวจถนนเส้นนี้และให้ออกแบบเป็นถนน ๔ เลน มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ถ้าท่านประธาน ลองดู ณ ขณะนี้จนถึงเวลานี้ ใช้เวลาถึง ๑๐ ปี ถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนน ๒ เลนอยู่นั่นเอง เมื่อดิฉันได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนี้ก็ได้ขออนุญาตทางกรมทางหลวง ถ้าเกิดท่านขยายเป็นถนน ๔ เลนไม่ได้ ท่านทําเป็นขยายในช่วงของชุมชนก่อนได้ไหม เพราะจะต้องบอกว่าถนนเส้นนี้ผ่านชุมชนหลายชุมชน อย่างที่บอกค่ะ ผ่านทั้งโรงเรียน ผ่านทั้งตลาด ผ่านทั้งย่านชุมชน พี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทางกรมทางหลวง ก็จะแจ้งกลับมาว่าไม่สามารถที่จะขยายในเขตชุมชนได้ เนื่องจากถนนเส้นนี้จะขยายเป็น ถนน ๔ เลน ไม่ใช่ขอไปครั้งเดียวนะคะท่านประธาน ขอไปหลายครั้งในช่วงที่ดิฉันยังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนี้ อย่างน้อย ๕ ปี และถึงวันนี้ถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนน ๒ เลน เหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อตอนที่ท่านเข้ามารับตําแหน่งเป็นรัฐบาล ภายใต้การนําของรัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดิฉันก็ได้ทําจดหมายอีกครั้งหนึ่งไปถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวง ท่านจัดงบมาให้ดิฉัน ๓๒ ล้านบาท ต้องเรียนท่านประธานค่ะว่าถนนเส้นนี้ความยาวถึง ๒๗ กิโลเมตร ท่านจัดสรรงบประมาณมาให้ดิฉันเพียง ๑.๕ กิโลเมตร งบประมาณของถนนเส้นนี้ ทั้งหมด ๕๕๐ ล้านบาท ท่านจัดสรรมาเพียง ๓๒ ล้านบาท ท่านประธานลองคํานวณดูค่ะ ดิฉันลองคํานวณคร่าว ๆ ดู ถนนเส้นนี้กว่าจะเสร็จเป็นถนน ๔ เลน จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง ๒๐ ปี ถนนเส้นนี้ไม่ได้มีงบประมาณผูกพันนะคะท่านประธาน ให้มา ๓๒ ล้านบาท ดิฉันขออนุญาต ถามไปยังกรรมาธิการทุกท่านที่ท่านร่วมพิจารณาว่าท่านได้ถามไหมคะว่าถนนเส้นนี้ จะก่อสร้างใช้เวลากี่ปีถึงจะเสร็จในระยะเวลาเมื่อไร แล้วทําไมท่านไม่บอกให้กรมทางหลวง ได้ตั้งงบประมาณก้อนนี้เป็นงบผูกพัน คนนครศรีธรรมราชจะมีความมั่นใจอย่างไรว่าจะได้รับ การจัดสรรอีกในปีหน้า ดิฉันก็มาดูในหนังสือการจัดงบประมาณ ก็เห็นว่าไม่ใช่ว่าท่านจะไม่ได้ มีงบประมาณผูกพันในถนนเส้นอื่น ๆ เลยนะคะ ท่านก็มีผูกพันไปถนนหลายเส้น แต่ไม่ขอยกตัวอย่างค่ะ เพราะว่าการยกตัวอย่างก็จะทําให้เกิดการแตกแยก แต่ในฐานะที่ ท่านเป็นกรรมาธิการหรือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านสามารถเปิดไปดูได้นะคะว่า ท่านมีการตั้งงบผูกพันจริง ๆ การจัดงบประมาณแบบนี้ค่ะท่านประธานคะ ดิฉันมาคิดถึงว่า งบประมาณเส้นนี้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ มีการเลือกตั้งใหม่ ท่านทักษิณ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นท่านก็ประกาศเลยนะคะว่าใครที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย ท่านก็จะไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ ถึง ณ ขณะนี้ถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนน ๒ เลน ดิฉันก็มั่นใจนะคะว่าถนนท่านยังจะยืนยันในนโยบายเดิมไหมคะว่าถ้าเกิดว่าใครไม่เลือก พรรคของท่านในสมัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ท่านก็จะไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ การจัดสรร งบประมาณแบบนี้ดิฉันถือว่าเป็นการที่ไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติและ ๒ มาตรฐาน เพราะว่า คนทางใต้ทั้งหมด ๑๔ จังหวัดเสียภาษี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ หมดเวลาแล้วนะครับ

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช

ดิฉันได้ ๑๐ นาทีค่ะ ท่านประธาน เราเสียภาษีรองจากกรุงเทพมหานครและภาคกลาง แต่วันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช กลับได้รับการจัดสรรในเรื่องของถนนหนทางน้อย ไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอตัดลด งบประมาณนะคะท่านประธาน เพื่อที่จะกระตุ้นให้รัฐบาลได้เห็นว่าท่านจะต้องจัดงบประมาณ ตามความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะจัดสรรตามใครที่เลือกพรรคการเมือง ของท่านหรือไม่เลือกค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวท่านต่อไป ผมขอทําความเข้าใจนิดหนึ่ง ขอท่านละ ๕ นาทีนะครับ แต่ในช่วงติดพันไป ผมก็จะพยายามคุมเวลา แล้วก็ผมจะพยายามไม่ทักท้วงท่านนะครับ เพราะว่าจะเสียจังหวะ ในการอภิปรายของท่าน

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วงครับ เจ้าหน้าที่ดูให้หน่อย

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ครับ กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายกระทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปราย ใส่ร้ายว่าถ้าไม่เลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ถ้าไม่เลือกพรรคเพื่อไทย หรืออดีตที่ผ่านมา กล่าวหาว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หาเสียง ถ้าใครไม่เลือกพรรคไทยรักไทยจะไม่มี การสร้างถนนในเขตพื้นที่ให้ ตรงนี้ผู้อภิปรายได้อภิปรายให้ร้าย ไม่มีหรอกครับ ที่พรรคการเมืองจะหาเสียงด้วยวิธีการแบบนี้ เราอาสามาทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เสร็จแล้วนะครับ ผมจะได้วินิจฉัย

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

นิดเดียวท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่าน ประท้วงนะครับ ไม่ใช่เป็นการอภิปรายนะครับ ผมจะได้วินิจฉัย

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมขอประท้วงผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวให้ร้ายทําให้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แล้วก็คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย แล้วก็อดีตพรรคไทยรักไทยได้รับความเสียหาย ให้ประธานวินิจฉัย ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลง เดี๋ยวถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเขาเสียหาย เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเองนะครับ คือท่านอภิปรายไปท่านก็เป็นห่วงว่าทางท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทางภาคใต้ ท่านก็กลัวจะไม่ได้รับงบประมาณจากการก่อสร้างหรือการบํารุงดูแลในถนนหนทาง แต่จากการเปิดในงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นะครับ งบประมาณก็กระจายกันไปทุกภาคส่วนอยู่แล้ว อันนี้เป็นข้อห่วงใยของท่าน ท่านก็ได้ แสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะสะท้อนให้กับทางกรรมาธิการนะครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการ ค่อยตอบนะครับ เดี๋ยวผมจะเชิญท่านยุพราช เชิญครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ เรื่องที่ท่านประธานบอกว่าในส่วนของ มาตรา ๑๒ นี้พรรคประชาธิปัตย์จะได้ผู้อภิปรายคนละ ๕ นาที จริง ๆ แล้วของทาง พรรคประชาธิปัตย์ได้แจ้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะว่าเรายืนที่คนละ ๑๐ นาทีท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมจะไล่ชื่อก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านทักท้วงดูนะ ต่อไปจะมีท่านยุพราช ท่านสราวุธ ท่านสาคร ท่านกําลังพูดอยู่ท่านบุณย์ธิดา สมชัย แล้วก็ท่านณรงค์ สุดท้ายจะเป็น ท่านกรรมาธิการคือท่านวิฑูรย์ นามบุตร ถูกนะ เดี๋ยวครับท่านกรรมาธิการผมกําลังคุย กับทางวิปฝ่ายค้านเขาอยู่ เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าจะตกลงท่านละ ๕ นาทีนะครับ แต่ขาดเกินนิดหน่อยก็ดูตามความเหมาะสม

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธาน คืออย่างนี้ค่ะ เพราะว่าในตอนที่ตกลงเอาไว้คือเรายืนไว้ที่ ๑๐ นาทีทุกท่านค่ะ เราก็ไม่ได้แจ้งเลยนะคะว่า จะเป็น ๕ นาทีหรือว่าจะเป็นเท่าไรนะคะท่านประธาน เพราะว่าทุกท่านก็พรรคประชาธิปัตย์ ต่อจากนี้คือ ๑๐ นาทีค่ะท่านประธาน ท่านละ ๑๐ นาทีค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเคครับ เชิญนั่งลง ท่านประท้วงหรือชี้แจงครับ ให้จบก่อนได้ไหมครับ

นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

๑ นาทีเท่านั้นเองครับ เพราะว่า ข้อกล่าวหาค่อนข้างรุนแรงครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ยุทธพงษ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ คือตามที่ท่าน ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ท่านได้อภิปรายบอกว่าการจัดสรรงบประมาณของกรมทางหลวงไม่เป็นธรรม แล้วก็เลือกเฉพาะเจาะจงว่าเป็นบางพื้นที่ที่เลือกพรรครัฐบาล ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าในสมัยรัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมาธิการก็ได้สอบถามเรื่องนี้จากกรมทางหลวงว่าการจัดสรรงบประมาณ ได้กระจายอย่างทั่วถึงแล้วก็เป็นธรรมหรือไม่ ทางกรมทางหลวงก็ได้ชี้แจงบอกว่าในการ จัดสรรงบประมาณต่าง ๆ ได้กระจายในทั่วทุกภาคของประเทศอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง แล้วผมก็เรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. ท่านไปดูเลยว่าในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การจัดสรรเป็นธรรม ไม่เหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมานะครับ ผมยกตัวอย่างเลย ในรัฐบาล ที่ผ่านมาท่านไปดูในหนังสืองบประมาณเลยนะครับ มีถนนอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีของ กรมทางหลวง มีถนนเส้นหนึ่งอยู่รอบอําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นถนนรอบเมือง นะครับ มีมูลค่า ๓๐๐ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ไม่ใช่รัฐบาลยิ่งลักษณ์แน่นอน มีถนนทางหลวงแผ่นดินอีกเส้นหนึ่งจากถนนอําเภอเขื่องใน จากจังหวัดอุบลราชธานีไปจังหวัดยโสธร มูลค่าเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ใช้สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ เพราะว่าเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี่แสดงให้เห็นว่าการจัดสรรในสมัยของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่าได้ให้ความเป็นธรรม แล้วก็กระจายอย่างทั่วถึงครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านยุพราชครับ เดี๋ยวครับ ข้างหลังท่านยืนอะไรครับ ท่านยุพราชใช่ไหมครับ ท่านวิทยา

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มันไม่มีชื่อท่านวิทยาเลยพาดพิง

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านฟังมาตลอดก็จะมีชื่อผม ปรากฏครับ ตั้งแต่คุณนริศาอภิปรายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ นาน ๆ ท่านได้พูดที เชิญเลยครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านเกิดผมอําเภอปากพนัง และผมก็เคยเป็น ส.ส. ที่นั่นมานานครับ แล้วก็เรื่องถนนเส้นนี้ที่คุณนริศาพูด ก็พูดกันมานาน แล้วก่อนที่จะถึงงบประมาณฉบับนี้เข้าผมก็เคยโทรศัพท์หารือกับท่านอธิบดีกรมทางหลวง เพราะว่าถนนเส้นนี้จริง ๆ สํารวจออกแบบไว้เกือบ ๑๐ ปี แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการดําเนินการ ๒ ปีที่แล้วมีข่าวว่ากรมทางหลวงตั้งงบประมาณไว้ ๗๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อทําถนน ๔ เลน เส้นนี้ เนื่องจากเป็นถนนสายหลักไปสู่พระตําหนักของพระเจ้าอยู่หัวด้วย เราก็ได้ทราบข่าว ท่านยุทธพงษ์ครับ ถนนเส้นนี้ไปทางอีสานเสียเมื่อปีที่แล้วนะครับ พอปีนี้ผมก็หารือ ท่านอธิบดีซึ่งท่านเกษียณอายุไปเดือนกันยายนนี้ ก่อนท่านเกษียณท่านก็บอกผมว่า ตั้งงบประมาณไว้ ๕๐๐ ล้านบาทจะตัดถนน ๔ ช่องจราจรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปอําเภอปากพนังไปยังพระตําหนักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรากฏว่าหายไปครับ ท่านยุทธพงษ์ ฉะนั้นถ้าอย่างไรก็ช่วยตามด้วยครับ กรรมาธิการไปตามด้วย แล้วผมบอกได้เลย ออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชออกไป ๔ อําเภอทั้ง ๔ ทิศ มีอยู่อําเภอเดียวที่ไม่มีถนน ๔ ช่องจราจร คือเส้นทางนี้ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการถ้าเป็นไปได้ผมก็ทวงกลับด้วยครับ มิฉะนั้นแล้วท่านจะบอกว่าท่านกระจายเป็นธรรม ไม่จริงครับ เพราะอดีตอธิบดีรับปากกับผม แล้วก็ยืนยันว่ามี มาถึงเวลาเข้าเอาจริงไม่มีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยุพราช

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมดีใจครับ วันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาเข้าร่วมประชุมกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแม้จะเป็นวันที่ ๓ แล้วก็ตาม เพราะท่านจะได้ทราบถึงข้อมูลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน ได้กลั่นกรองมายัง สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมขออนุญาตสงวนคําแปรญัตติมาตรา ๑๒ ว่าด้วยงบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านได้วางไว้ที่ ๘๘,๘๕๒ ล้านบาทเศษ โดยมีเหตุผล ประกอบดังนี้ครับ

ประการที่ ๑ ท่านมิได้กระจายงบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งกรณีถนน ที่ถูกน้ําท่วมและน้ําไม่ท่วม ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต่อกรณีถนนที่เสียหายจากน้ําท่วม วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และทางกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ที่ท่านได้ประสานงบดูแลพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดเพชรบูรณ์ อันได้แก่ อําเภอหล่มเก่า อําเภอหล่มสัก และอําเภอน้ําหนาว โดยประสานงบช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเขตละประมาณ ๓๐ ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ อําเภอ แม้จะไม่มากนักครับ แต่ว่า ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้แทนพี่น้องประชาชน และหวังว่าผมและประชาชน จะไม่ถูกหลอกจากงบดังกล่าว เพราะหากท่านมิได้จัดงบดังกล่าวช่วยเหลือประชาชนจริง ๆ แล้ว ผมในฐานะผู้แทนของราษฎร ผมไม่ยอมเด็ดขาดครับ และหากท่านเลือกดูแลเฉพาะพื้นที่ ของ ส.ส. ซีกรัฐบาลถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะวันนี้รัฐบาลมีภาระหน้าที่ รับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีถนน อีกหลายเส้นทางที่ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างดังต่อไปนี้ โดยจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เฉพาะในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ยังไม่ได้รับการดูแลหรือจัดสรรงบประมาณจากงบประมาณ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ในครั้งนี้

เส้นทางที่ ๑ ถนนทางเข้าเส้นน้ําหนาว-วังกวาง ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ถนนพังยับเยิน ขอย้ําว่ายับเยินจริง ๆ ท่านให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบได้

เส้นทางที่ ๒ ถนนเส้นยุทธศาสตร์จังหวัดเพชรบูรณ์ ถนนเส้นวังบาล-ภูทับเบิก ซึ่งเป็นถนนที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการสัญจรไปมาในช่วงวันที่ ๓๐ วันที่ ๓๑ และวันที่ ๑ ที่ผ่านมา จํานวนรถประมาณ ๖,๐๐๐ คันต่อวัน ถนนเส้นนี้ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร เรายังขาดจุดพักรถ เรายังขาดราวกั้นแผงเหล็ก เรายังขาดป้ายบอกทาง ป้ายบอกถึงจุดที่ ควรระวังของผู้ขับขี่ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นยังมีถนนเส้นภูทับเบิก-นาสะอุ้ง ซึ่งเป็น ถนนดินโคลน ถนนดินเหนียวระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ซึ่งผมเคยหารือในสภาแห่งนี้แล้วว่า ประชาชนบ้านนาสะอุ้งได้เดินเท้ามาเลือกพวกเราเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร เดินเท้า ๑๒ กิโลเมตรครับ แต่วันนี้รัฐบาลชุดนี้ก็ยังไม่เห็นความลําบากของพี่น้องประชาชน ที่เดินเท้าเลือกพวกเราเข้ามาในสภา นอกจากนั้นยังมีถนนเส้นตัดกลอย น้ําหนาว โคกมน ซึ่งไม่มีวัสดุคลุมดินกันดินสไลด์ (Slide) ในช่วงฤดูฝน ท่านประธานครับ นั่นคือเหตุผล ประการที่ ๑ ที่ผมขอตัดงบของกระทรวงคมนาคมไว้ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์

ประการที่ ๒ ประการสุดท้าย ผมจะใช้เวลาไม่มากครับ กระทรวงคมนาคม ท่านมิได้มีวิสัยทัศน์ในการนําทรัพยากรที่เรามีอยู่นํามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกรณี สนามบินจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ได้สร้างมาแล้วตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ วันที่ ๘ เมษายน สมัยนั้นท่านจรัส พั้วช่วย ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านได้มีวิสัยทัศน์ กว้างไกลครับ ได้ก่อสร้างสนามบินจังหวัดเพชรบูรณ์ให้พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ สนามบินแห่งนี้มีพื้นที่ ๔,๑๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ รองจากสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานครับ ความยาวรันเวย์ (Run Way) นั้น ยาวถึง ๒,๑๐๐ เมตร กว้าง ๔๕ เมตร มีห้องพักผู้โดยสารขาเข้า ขาออกที่สะดวกสบาย มีอาคาร รับส่งวิทยุ มีบ้านพักเจ้าหน้าที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ ๕๐๐ คน ในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ปัจจุบันนี้สนามบินจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ปิดตัวลง ผมเห็นว่ากระทรวงคมนาคม ควรให้ความสําคัญต่อทรัพยากรที่เรามีอยู่และนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะจังหวัดเพชรบูรณ์นั้น นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญหลายแห่ง เช่น น้ําหนาว เขาค้อ ภูทับเบิก และอีกหลาย ๆ พื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืช ที่สําคัญ โดยเฉพาะพืชที่เป็นอาหารของประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ถือว่าเป็นครัว ของประเทศก็ย่อมได้ วันนี้หากรัฐบาลสนใจและเอาใจใส่อย่างจริงจัง ว่าสนามบินนี้ควรใช้ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดโดยการสร้างฮับ หรือสร้างคลังสินค้าซึ่งเป็นสินค้าเกษตร สินค้าพืชผักปลอดสารพิษ เราสามารถเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร จังหวัดเพชรบูรณ์สามารถเพิ่มรายได้ให้ประเทศไทยในอนาคตต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ สนามบินนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๖๐๐ กว่าล้านบาทครับ เสียดายครับท่านประธาน วันนี้ท่านจรัส พั้วช่วย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านได้จากไปแล้วครับ แต่วิสัยทัศน์ของท่านยังคงอยู่ ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากครับ มากกว่ารัฐมนตรีบางท่านที่ดูแลกระทรวงนี้และยังมีชีวิตอยู่ ขอกราบขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่จะพูดลําดับต่อไป ผมขอความกรุณาอย่างนี้นะครับว่าท่านเสนอเหตุผลในการ ขอตัดหรือปรับลดงบประมาณที่ท่านสงวนคําแปรญัตติไว้ว่าเหตุผลเพราะอะไร ผมไม่อยาก ขัดจังหวะหลายท่าน ส่วนมากท่านก็จะตั้งข้อสังเกต ข้อแนะนํา ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของวาระที่หนึ่ง ที่เราได้อภิปรายมาแล้ว อันนี้เป็นวาระที่สอง ถ้าท่านกระชับนิดหนึ่งแล้วก็เอาสาระที่เราคุยกัน ในวาระที่สอง ผมว่าการปฏิบัติหน้าที่ของท่านสมาชิกทั้งหลายจะได้เห็นถึงการขอปรับลด แล้วก็ข้อแนะนํา ข้อสังเกตต่าง ๆ ท่านกรรมาธิการได้ร่างไว้ แล้วก็ท่านจะได้ตรวจดูในตอนที่ เราจะลงมติเพื่อที่จะส่งไปให้รัฐบาลพิจารณาดําเนินการต่อไป อันนี้ผมขอความกรุณา ขอความร่วมมือนะครับ เชิญท่านสราวุธ อ่อนละมัย นะครับ

นายสราวุธ อ่อนละมัย ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสราวุธ อ่อนละมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๑๒ ของกระทรวงคมนาคม ขอปรับลดลง ๓ เปอร์เซ็นต์ จะขออภิปรายประกอบในส่วนของกรมเจ้าท่าครับ ท่านประธานครับ งบประมาณในส่วนของ กรมเจ้าท่าซึ่งผมเองได้ศึกษา ได้ตรวจสอบปรากฏว่าจะเน้นไปในเรื่องของระบบขนส่งหรือว่า โลจิสติกส์ แต่ปัญหาในส่วนของจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดริมทะเล จะมีปัญหาทุกปีในเรื่องของคลื่นกัดเซาะชายฝั่งทะเล อย่าลืมนะครับว่าทะเลบ้านเรา มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมืองพัทยา จังหวัดระยอง ทุกปีชายหาดเหล่านี้ที่อยู่ในทุกจังหวัดซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลําดับต้น ๆ ของโลกได้ถูกคลื่นพัดพาชายหาดที่มีความสวยงามหายไปในแต่ละปีหลายสิบตารางกิโลเมตร ในส่วนนี้ทางกรมเจ้าท่าเองรับผิดชอบ ผมเองเห็นว่าการที่เราเน้นไปในเรื่องของระบบขนส่ง ก็ดีครับ แต่อยากจะให้มาพัฒนาในระบบการดํารงคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวประมงด้วย ของนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งถ้าเราไม่รีบทําตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตอีกไม่กี่ปีเราจะไม่มีชายหาด ให้ได้เดินเล่น เราจะไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ทําชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศ

ประเด็นที่ ๑ นะครับ โดยเฉพาะเมื่อปลายปีต่อเนื่องมาถึงต้นปีเป็นช่วงปีใหม่ ริมชายฝั่งทะเลของจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลายจังหวัดที่อยู่ริมทะเลได้เกิด คลื่นลมแรง ซึ่งปีนี้ถือว่าแรงที่สุด ก่อให้เกิดความเสียหายมากครับ และตรงนี้ทําให้เห็นว่า ทางกระทรวงคมนาคมซึ่งกํากับดูแลกรมเจ้าท่าไม่ได้ให้ความใส่ใจเท่าที่ควรจะเป็น เพราะปัญหาเหล่านี้เกิดสะสมมาทุกปีครับ ก็เป็นแต่เพียงว่าให้ทางจังหวัดลงไปดูแลสํารวจ ความเสียหายแล้วก็รายงาน แต่ชายฝั่งที่เราสูญเสียไปทุกปีละครับ มันไม่มีทางที่จะเพิ่มขึ้นได้ มีแต่ลดลง ๆ ฝากไว้ด้วยครับว่าทางกระทรวงคมนาคมซึ่งกํากับดูแลกรมเจ้าท่า ควรจะเน้น ในเรื่องของการรักษาไว้ซึ่งชายฝั่งทะเล รักษาไว้ซึ่งคุณภาพของพี่น้องประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ ริมชายฝั่งทะเล

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเรื่องของพี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงได้รับความเดือดร้อน มันเป็นปัญหาเกี่ยวเนื่องกัน เวลาหน้าคลื่น หน้าลม ทรายที่มากับคลื่นก็จะมาทับถม ปากคลองร่องน้ําที่พี่น้องชาวประมงนําเรือออกไปหาทรัพยากรสัตว์น้ํามาเพื่อดํารงชีพ มาเพื่อก่อให้เกิดรายได้ พอถึงฤดูคลื่นลมแรงทรายมันก็มาทับมาถมแล้วก็ทําให้พี่น้อง เดือดร้อนเรือก็ออกไม่ได้ พอเรือออกไม่ได้ก็ต้องเรี่ยไรเงินแล้วก็ไปจ้างรถแบคโฮให้มา ขุดร่องน้ําให้เพื่อที่จะออกไปประกอบอาชีพ ซึ่งปัญหาตรงนี้ก็เหมือนกันครับ ทุกปีเป็นแบบนี้ ทุกปี แล้วผมเองก็ได้รับการร้องเรียนทุกปีครับ ก็ประสานไปยังกรมเจ้าท่า ทางกรมเจ้าท่า ก็บอกว่าตอนนี้เรือไม่อยู่ ผมว่าเหล่านี้อุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือที่จําเป็นมันมีน้อย ท่านก็ซื้อเพิ่มได้ไหมครับ เพราะว่าปัญหาเหล่านี้คูคลองตื้นเขินทุกจังหวัดที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล เป็นเหมือนกันหมด

และอีกประการหนึ่งในเรื่องของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพี่น้องที่อาศัยอยู่ ริมชายฝั่งทะเล จริง ๆ แล้วถ้าเราได้ลองไปดูสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประมงพื้นบ้าน จริง ๆ พื้นที่ที่เขาจะประกอบอาชีพหาสัตว์น้ําปัจจุบันนี้เริ่มมีน้อยลงแล้วครับ เพราะว่าไม่ได้ รับความร่วมมือ ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากกรมเจ้าท่าเลยครับ เนื่องจากกรณีปัญหาเกี่ยวกับ ข้อพิพาทในเรื่องของที่ดิน ตรงนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ ส่วนในเรื่องของปัญหาเรือที่เขาเรียกว่า เรือดูดทรายที่ในแต่ละปีทางกรมเจ้าท่าเองน่าจะมีแผนรองรับว่า ในช่วงฤดูนี้ทางชายฝั่งทะเล ไม่ว่าจะเป็นอ่าวไทยหรืออันดามันสมควรที่เรือจะอยู่ตรงไหนก่อน แล้วก็ทําแผนไปเลยครับ มันจะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาแบบนี้ อยากจะฝากไว้ด้วยในส่วนตรงนี้ โดยเฉพาะในเรื่อง ของชายหาดนะครับ ผมอยากเห็นชายหาดที่สวยงามให้ยังคงอยู่ อยากเห็นนักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยว เพราะว่าเป็นรายได้ให้กับรัฐบาล เป็นรายได้ให้กับท้องถิ่น เป็นรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นท่านสาคร เกี่ยวข้อง เชิญครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในงบประมาณของมาตรา ๑๒ ว่าด้วยงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ผมได้ศึกษาแล้วก็ได้ดูถึงรายละเอียด ปรากฏว่ามีงบประมาณอยู่ถึง ๘๘,๘๕๒ ล้านบาทเศษ ผมได้มีเจตนาที่จะแปรญัตติปรับลดงบประมาณลง ๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินร่วม ๒,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กระทรวงคมนาคมโดยแท้จริงแล้วเป็นกระทรวงที่มีความสําคัญกับ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะวิถีชีวิตที่แท้จริงเราก็หลีกเลี่ยง ไม่ได้เลยที่จะต้องใช้เส้นทางคมนาคม ประโยชน์ในเรื่องของคมนาคมไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของทางน้ํา ทางบก ทางอากาศ และตลอดจนระบบราง ท่านประธานครับ ที่ผมปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่าผมเห็นว่าบางหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมยังจัดงบประมาณ ไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร และจะปรับลดงบประมาณบางหน่วยงานเพื่อไปเพิ่ม หรือเพื่อจะไปให้บางหน่วยงาน ในกระทรวงคมนาคมได้มีงบประมาณที่จะไปดูแลพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สํานักงานปลัดในกระทรวงคมนาคมที่มีงบไม่สามารถที่จะตอบสนองกับความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้ ถ้าได้ไปปรับเพิ่มหรือแปรญัตติไปเป็นของกรมอื่นในกระทรวงคมนาคม น่าจะมีประโยชน์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่รอการแก้ไขและการพัฒนาอยู่ อย่างเช่น การพัฒนาในระบบราง อย่างเช่น การพัฒนาในระบบของการเดินเรือหรือการขนส่งทางน้ํา ท่านประธานครับ ขอยกตัวอย่างในจังหวัดแถบจังหวัดของผม จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระนอง ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่ายังไม่มีระบบรางเลย ยังมีความต้องการการคมนาคมขนส่งในระบบรางหรือระบบรถไฟเพื่อให้พี่น้องได้ประโยชน์ ในการขนส่งสินค้าทางการเกษตร ในการขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากซีกฝั่งทะเลตะวันออก จากฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราชสู่ทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการงบประมาณคณะนี้ ที่เห็นควรจะเร่งกําหนดแผนบริหารการจัดการ การขนส่งทางน้ํา การขนส่งทางระบบรางเพื่อช่วยลดต้นทุนในด้านการขนส่งให้กับพี่น้อง และผู้ประกอบการ จะก่อให้เกิดผลดีกับประชาชนจะได้ทําให้สินค้าราคาต่ําลงและ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พี่น้องครับ ท่านประธานครับ รถไฟระบบรางก็สามารถจะทําส่งเชื่อมต่อสู่สนามบินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินกระบี่ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินภูเก็ต เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะจัด งบประมาณให้ได้ในระดับที่มากพอสมควร โดยเฉพาะปัญหาของเส้นทางการจราจร ในจังหวัดของผมที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ปัญหาเส้นทางการสัญจรอันเป็นเส้นทางประธาน อันเป็นถนนเพชรเกษมเป็นถนนหมายเลข ๔ ไม่ว่าจากจังหวัดกระบี่สู่จังหวัดพังงา หรือจังหวัดกระบี่สู่จังหวัดตรังก็ยังไม่ได้รับการพัฒนายังเป็น ๒ ช่องจราจร ยังไม่ได้รับ การขยายเพื่อที่จะเป็น ๔ ช่องจราจร ทั้งที่เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะ เป็นการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของพี่น้องประชาชนมีความหนาแน่นเป็นอย่างมาก และได้รับการรอคอยมานานหลายสิบปี ก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการบอกไปสู่ทาง คณะรัฐบาลหรือทางกระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบประมาณส่วนนี้ไว้ด้วย เส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งก็คือเส้นทาง ๔๐๓๔ ถนนกระบี่-เขาทองที่เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นหาดอ่าวนาง หาดไร่เลย์ หาดคลองม่วง ตลอดจนเส้นทางสู่พระตําหนักของ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุง ไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็นถนน ที่ควรจะเป็นรองรับสู่ความหนาแน่น รองรับสู่ความเจริญที่เกิดขึ้นมาในทุก ๆ ครั้ง

เส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งก็คือเส้นทาง ๔๐๓๕ เส้นทางอ่าวลึก-ปลายพระยา ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยของนักท่องเที่ยวก็ดี ของผู้ที่สัญจรไปมาก็ดีเพราะเป็นเส้นทางที่ขนย้าย สินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชปาล์มน้ํามัน ไม่ว่าจะเป็นพืชยางพาราหรือพืชอื่น ๆ ท่านประธานครับ ปัญหาอีกหลายปัญหาที่จังหวัดกระบี่ของเรายังมีความต้องการ แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากทางรัฐบาล กระผมก็เลยถือโอกาสนี้ปรับลดงบประมาณ บางส่วนของกระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะไปพัฒนาในส่วนที่ผมคิดว่าจะสร้างประโยชน์ ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน

อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะขอร้องไปทางคณะกรรมาธิการว่าท่านได้สอบถาม หรือไม่ว่าทางกรมเจ้าท่า ได้ดําเนินการพัฒนาเส้นทางขนส่งทางน้ําได้แค่ไหน จังหวัดทาง ริมชายฝั่งทะเลไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ทั้ง ๒ ฝั่ง ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตกยังต้องการท่าเทียบเรือชายฝั่ง ยังต้องการท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว ท่าเทียบเรือเพื่อการประมง การขุดลอกร่องน้ํา ต่าง ๆ ที่ตื้นเขินตามฤดูกาล อุปกรณ์ก็ยังไม่ค่อยครบ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ผมก็ได้ประสานไปทางกรมเจ้าท่า เครื่องไม้เครื่องมือก็ยังไม่ทันสมัย ผมคิดว่าระบบการขนส่งทางน้ํา เราไม่ต้องดูแลบํารุงรักษามากนัก เพราะเป็นเส้นทางสายน้ําริมทะเลอยู่แล้ว เราน่าจะไปลงทุน เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เราก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์ต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจ ไปสู่การท่องเที่ยว ได้อย่างดี ผมก็จึงเรียนฝากท่านกรรมาธิการไปยังรัฐบาลด้วย สุดท้ายนี้ขอขอบคุณไปยัง กรมทางหลวงชนบทที่ได้อนุมัติโครงการสะพานข้ามเกาะลันตาน้อยไปสู่เกาะลันตาใหญ่ ที่พี่น้องชาวเกาะลันตาซึ่งเสียเปรียบ ซึ่งมีความต้องการเป็นอย่างมากได้รับโครงการอันนี้ ซึ่งเป็นงบประมาณที่พอสมควร กระผมจึงขอกราบเรียนคณะกรรมาธิการและขอปรับลด งบประมาณของกระทรวงคมนาคมลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล และด้วยความต้องการ ของพี่น้องประชาชนที่ฝากมาขอ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุณย์ธิดา สมชัย เชิญครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติในการปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมเอาไว้ที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ มีเหตุผลดังต่อไปนี้ท่านประธาน ท่านประธานคะ ดิฉันได้เปิดดูในหลาย ๆ หน้า ของมาตรา ๑๒ นี้ ดิฉันเห็นว่ายังมีอีกหลายส่วนท่านประธานที่เราจะต้องมาดูกันใหม่ ท่านประธาน เพราะอะไรคะ เพราะว่าดิฉันมาดูแล้วหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดก่อนหน้านี้ค่ะ หรือแม้กระทั่งท่านรัฐมนตรีเองพูดว่าในปี ๒๕๕๘ เราต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างนั้นอย่างนี้ มีถึงบางท่านก็ออกมาบอกว่า เราต้องเตรียมความพร้อมโดยให้เด็กนักเรียนพูดภาษาอังกฤษอาทิตย์ละ ๑ วัน อย่างนี้ท่านประธาน แต่ว่าดิฉันพอมาดูในของกระทรวงคมนาคม ดิฉันเห็นอย่างนี้ค่ะ โครงการพัฒนาโครงข่าย ทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ท่านประธานคะ ถนนเส้นนี้นะคะท่านประธานเป็นถนน ซึ่งเชื่อมโยงสามารถออกไปได้ทั้งหมด ๓ ประเทศท่านประธาน ไม่ใช่เป็นเพราะว่าหลายท่าน อาจจะบอกว่าเป็นเพราะว่าเริ่มต้นที่เขตพื้นที่ดิฉันหรือเปล่า ไม่ใช่ค่ะท่านประธาน ถึงแม้จะเริ่มต้น จากพื้นที่ดิฉันก็จริง แต่ได้สร้างเสร็จแล้วก็ผ่านพื้นที่ดิฉันไปเรียบร้อยแล้วค่ะ เพียงแต่ดิฉัน เป็นห่วงว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนสายเศรษฐกิจ ถนนเส้นพิบูลมังสาหารถึงตําบลช่องเม็ก อําเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ถนนเส้นนี้เราสามารถเดินทางออกไปถึงที่เมืองปากเซ ออกไปถึงโฮจิมินห์ซิตีที่ประเทศเวียดนามท่านประธาน หลาย ๆ ท่านอาจจะนึกไม่ถึงค่ะว่า เส้นนั้นมันเชื่อม ๓ ประเทศได้อย่างไร ท่านประธานคะ มีหลาย ๆ ท่านที่ใช้ถนนเส้นนี้ เป็นเส้นทางเศรษฐกิจ เส้นทางสายเศรษฐกิจในการค้าขายระหว่างประเทศต่อกัน และดิฉัน เห็นว่ามีการปรับลดงบประมาณไปถึงเกือบ ๑๘๐ ล้านบาท และยังมีอีกหลายโครงการของ กระทรวงคมนาคมที่ไม่ยอมปรับลดเลย หรือว่ามีบางส่วนที่ไม่โดนปรับลดไปแม้แต่นิดเดียว ดิฉันเลยมีความสงสัยไม่ทราบว่าท่านกรรมาธิการได้สอบถามด้วยหรือเปล่าว่า ๑. ในการที่ เราจะเตรียมความพร้อมเข้ากับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนท่านประธาน อย่างน้อย ๆ เราต้องพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ในเขตปากเซ ต่อเข้ามาทาง ช่องเม็กจังหวัดอุบลราชธานีมีพี่น้องจากประเทศเวียดนาม จากประเทศลาวได้เข้ามาซื้อ สินค้า ได้เข้ามาเที่ยว ได้ใช้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นเศรษฐกิจมูลค่าเงินเป็นพัน ๆ ล้านบาท หลาย ๆ ท่านอาจจะบอกว่าถนนเส้นนี้ถึงแม้จะออกไปก็จริงมันก็มีงบประมาณต่อเนื่องผูกพัน ไปอยู่แล้ว รออีกหน่อยได้ไหม ท่านประธานคะ นอกจากถนนเส้นนี้จะมีความสําคัญทางด้าน เศรษฐกิจระหว่าง ๓ ประเทศแล้ว ถนนเส้นนี้ค่ะยังเป็นถนนสายสําคัญอีกเส้นหนึ่งที่เป็นถนนสายที่พระบรมวงศานุวงศ์ ใช้เสด็จพระราชดําเนินแปรพระราชฐานทุกปีค่ะท่านประธาน และถนนเส้นนี้ต้องบอกว่า ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีได้รอมานานเป็นหลายสิบปีแล้วค่ะท่านประธาน ถึงขณะนี้แล้ว เราก็ยังไม่สามารถจะทําถนน ๔ เลนเชื่อมไปยังประเทศลาวได้ ขณะนี้ค่ะท่านประธาน ประเทศลาวเขาทําถนนทีหลังเราค่ะ แต่จะ ๔ เลนเกือบหมดทุกเมืองที่เขาเชื่อมต่อหากันแล้ว ท่านประธาน ดิฉันจึงอยากจะมองว่าในโครงการบางโครงการของกระทรวงคมนาคมสามารถรอได้ สามารถรอในปีต่อไปได้ หรือเราจะมีงบซึ่งดิฉันว่ากระทรวงคมนาคมมีงบสูงมาก หลาย ๆ ที่ ดิฉันก็เห็น สะพานข้ามแม่น้ําโขงก็โดนตัดลดงบประมาณลงไป และแต่ละที่เป็นที่เชื่อมโยง ทางเศรษฐกิจระหว่างประชาคมอาเซียนทั้งนั้น ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะมองว่าถนน หรือว่าสะพาน หรือว่าทางคมนาคมในแต่ละพื้นที่มีความสําคัญในอนาคตที่มีแต่หลาย ๆ ท่าน พูดกันค่ะว่าเราต้องก้าวเข้าสู่อาเซียน เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่า ในเมื่อเส้นทางสายเศรษฐกิจที่สําคัญ เรายังไม่เห็นความสําคัญ และเราจะพร้อมได้อย่างไร สมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยรัฐบาลที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ริเริ่มโครงการ รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก แต่ถึงขณะนี้ค่ะ สายอีสานไปถึงไหนคะ กรุงเทพฯ-โคราชก็ยังไม่มีงบประมาณด้วยนะคะ มีเพียงแค่ค่าจ้างในการศึกษาเท่านั้น สายใต้ที่พี่น้องชาวใต้จะมองไปถึงสุไหงโก-ลก ตอนนี้ ก็ถึงสุดแค่หัวหินค่ะท่านประธาน แล้วอย่างนี้เราจะเชื่อมต่อเครือข่ายคมนาคม กับประเทศที่เราจะเข้าร่วมอาเซียนได้อย่างไรคะ หลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่าเรามีสนามบิน ที่สวยงาม สนามบินที่ใหญ่ที่ทุกท่านภูมิใจกัน หลาย ๆ ท่านยังมองว่า ทุกคนก็บินมาได้นี่ ทําไมต้องไปหวังพึ่งกับทางรถไฟ ทําไมต้องไปหวังพึ่งกับทางรถยนต์ ยังมีอีกหลายท่านค่ะ ที่บอกว่าการเดินทางโดยรถไฟหรือการเดินทางโดยรถยนต์นั้นประหยัดเวลามากกว่า การเดินทางโดยเครื่องบินท่านประธาน การเดินทางเครื่องบินต้องไปรอขึ้นเครื่องต่างประเทศ อย่างน้อย ๓ ชั่วโมง ท่านประธานคะ พี่น้องที่อยู่ทางปากเซจะเดินทางข้ามมาอุบลราชธานี อย่างนี้ ถ้าสมมุติถนนไม่ดี เขาทําอย่างไรท่านประธาน จะให้เขาไปนั่งเครื่องบินหรือคะ ท่านประธาน ระยะทางมันแค่ ๑๐๐ กิโลเมตรแค่นั้นเอง ถ้าเราทําถนนดี ๆ ท่านประธาน จะบอกว่ากําลังการซื้อสายเศรษฐกิจเส้นนั้นเป็นเส้นที่ต้องบอกว่ามีการใช้ที่พลุกพล่านมาก ท่านประธานถ้าท่านได้เห็นในช่วงวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ธรรมดานี่ค่ะ เราจะเห็นเลยค่ะทะเบียนรถมาจากประเทศลาวบ้าง ทะเบียนรถมาจากประเทศเวียดนามบ้าง มาใช้เส้นทางนี้ค่ะ พี่น้องชาวลาว พี่น้องชาวเวียดนามเข้ามาซื้อของ เข้ามาจับจ่ายใช้สอย ในประเทศไทยของเรา เป็นการเพิ่มรายได้ เป็นการเพิ่มเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในชุมชนได้อีกค่ะ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงมีความเห็นไว้ว่า ในการปรับลดงบประมาณของดิฉัน ไม่ได้ตัดเพื่อเอาไปไว้กองกลางหรือตัดทิ้งไปเลย เพียงแต่ว่าอยากให้ท่านตัดในส่วนที่ท่านมองว่า อาจจะรอได้อีกหรืออาจจะยังไม่จําเป็น เข้าไปเพิ่มในส่วนที่เราจะต้องก้าวเดินเข้าไป เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียนท่านประธาน ดิฉันก็หวังว่าถนน รถไฟหลาย ๆ สาย ที่ได้เริ่มโครงการมาแล้ว เราจะได้เริ่มดําเนินต่อไป ดิฉันเสียใจและเสียดายนะคะท่านประธาน ถ้าเกิดว่าทางจีนได้ทํารถไฟสายความเร็วสูงจากคุนมิงลงมาที่ประเทศลาวแล้วเราก็ไม่มีรถไฟ ความเร็วสูงที่ว่าเราได้ตั้งโครงการไว้ว่าเราจากกรุงเทพฯ-หนองคายไปรองรับ นั่งความเร็วสูง มาถึงประเทศลาวค่ะท่านประธาน แล้วก็มานั่งรถไฟสายหวานเย็นของเราจากหนองคาย มาถึงกรุงเทพมหานครอย่างนี้หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าเส้นทางสายนี้คงจะไม่มีใครเข้ามาใช้ บริการค่ะ ดิฉันก็หวังว่าสิ่งที่ตัดลดไปแล้วนั้น เราควรจะไปทําในเส้นที่มีความจําเป็นและ เส้นที่ทําให้เรามีความพร้อมในการที่จะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน มีความพร้อม ที่ทําให้เราได้ไปมาหาสู่กับประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้ง่ายกว่าเดิมค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านทนายณรงค์ ดูดิง มีโน้ต บอกว่าให้ท่าน ๗ นาที

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายในมาตรา ๑๒ เรื่องงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ผมได้แปรญัตติไว้ ๒-๓ เรื่องนะครับ ๑. กรมเจ้าท่า ๒. กรมการขนส่งทางบก ๓. กรมการบินพาณิชย์ ๔. กรมทางหลวง เนื่องจากว่ากรมทางหลวงนั้น มีบทบาทสําคัญเป็นอันดับหนึ่งก็ว่าได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องสัญจรทางถนน กรมทางหลวงเป็นกรมที่กุมชะตาชีวิตของประชาชน จะทําให้ประชาชนนั้นเกิดความปลอดภัย ในการเดินทางหรือจะได้รับอันตรายก็กรมทางหลวงจะต้องมีส่วนสําคัญในการที่จะกําหนดชะตา ของประชาชน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเนื่องจากว่าในพื้นที่จังหวัดยะลานั้น อําเภอเบตงเป็นอําเภอที่อยู่ไกลที่สุดนะครับ จากจังหวัดยะลาไปถึงอําเภอเบตงนั้น ใช้ระยะทาง ๑๔๐ กิโลเมตร หรือระยะเวลาถึงเกือบ ๒ ชั่วโมง เส้นทางนี้เป็นเส้นทาง ๔๑๐ ซึ่งก่อนจะถึงอําเภอเบตงนั้นจะต้องผ่านอําเภอกรงปินัง อําเภอบันนังสตา อําเภอธารโต และอําเภอเบตง ความสําคัญของถนนแห่งนี้มี ๒ ประการครับท่านประธาน ๑. ถนนแห่งนี้ เป็นถนนที่เขาเรียกว่าเป็นถนนทางเศรษฐกิจที่สําคัญนะครับ เนื่องจากว่าอําเภอเบตงก็ดี อําเภอบันนังสตาก็ดี อําเภอธารโตก็ดี อําเภอกรงปินังก็ดี นอกจากขนส่งเรื่องยางพารา และประชาชนส่วนใหญ่ปลูกผลไม้ ลองกอง เป็นที่เลื่องลือของอําเภอเบตง อําเภอบันนังสตา อําเภอธารโต และอําเภอกรงปินัง จะต้องขนส่งจากอําเภอเหล่านี้มายังจังหวัดยะลา ใช้ระยะทางถึง ๑๔๐ กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีทุเรียน ซึ่งปีนี้ที่ผ่านมาทุเรียนของอําเภอเบตง อําเภอบันนังสตา อําเภอธารโตนั้นทําให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างมาก ได้รับราคาแพง เกษตรกรก็รวยไปตาม ๆ กันนะครับ ซึ่งราคาดีนะครับที่ผ่านมา แต่ว่าถนนหนทางสิครับ นอกจากทุเรียนก็ยังมีผลไม้แล้วก็ผลไม้ที่เป็นเงาะ เป็นละไม เป็นอะไรต่าง ๆ ท่านประธานครับ แต่ว่าเส้นทางนี้ก็ยังเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวนะครับ ขึ้นภูเขาปีนภูเขาถ้ารถไม่ดีหรือสภาพ ของรถไม่ดีนั่นไปไม่ได้ นอกจากนั้นแล้วยังไม่เพียงพอนะครับ หน้าพื้นของถนนยังขรุขระ ไม่เคยมีความเรียบร้อยเลย นอกจากนั้นแล้วถนนแห่งนี้ยังเป็น ๒ เลนเอง คือไปกลับเท่านั้นเอง ไม่เป็น ๔ เลนอย่างที่เขาเรียกร้องในที่อื่น ๆ ที่มีมาแล้ว แต่อําเภอเบตง คนอําเภอเบตง คนบันนังสตา คนธารโต คนกรงปินังไม่ได้ลิ้มรสเรื่องถนน ๔ เลนเลย ทั้ง ๆ ที่เสียภาษีและเป็น ประชาชนของประเทศไทยเหมือนกับคนอื่นเช่นกัน นี่ผมอยากจะเน้นกับทางประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการ แล้วก็ไปยังรัฐบาลเพื่อได้ดูเรื่องนี้ด้วยนะครับ ผมทราบว่า ถนนสายทางหลวง ๔๑๐ นั้นได้มีงบประมาณ ได้มีการอนุมัติมานานแล้วเรื่องขยายเส้นทาง ขยายเส้นทาง ๒ ลักษณะ ๑. ลักษณะที่เป็นภูเขาที่เป็นคดเคี้ยวแล้วก็ภูเขาสูงนั้นอนุมัติ ให้มีการขยายแล้วก็มีการเวนคืนบ้านของประชาชนที่อยู่ในริมถนนแห่งนั้น

ประการที่ ๒ ก็คือถ้าหากผ่านในที่ชุมชนนั้นจะต้องให้มี ๔ เลน เกิดขึ้น และอนาคตจะต้องเป็น ๔ เลนทั้งหมด แต่ว่าเหตุใดถึงล่าช้านะครับ เหตุใดยังถึงได้ล่าช้า ทุกวันนี้ยังไปไม่ถึงไหน อยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้คํานึงถึงเรื่องเหล่านี้แล้วก็ ได้ดําเนินการเพื่อให้ประชาชนนั้นได้รับบริการที่เท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ เส้นทาง ยะลา-เบตง นั้นไม่ได้หมายความว่าเฉพาะชาวอําเภอเบตง คนที่ใช้ประโยชน์ในเส้นทางนั้น ไม่ใช่เฉพาะ ๔ อําเภอ อําเภอยะหาที่อยู่ในส่วนของตําบลปะแตต้องวิ่งผ่านมายังอําเภอบันนังสตา และเข้าไปจังหวัดยะลา ถ้าจะไปเบตงก็ผ่านไปเบตง นอกจากนั้นชาวมาเลเซียที่เดินทางมาจากรัฐเปรัคของมาเลเซีย ก็เวลาจะเข้ามาที่ตัวเมืองยะลาหรือจะไปที่หาดใหญ่คนที่อยู่ทางรัฐเปรัค รัฐเคดาห์บางส่วน ก็ยังมาทางถนนสายยะลา-เบตง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการงบประมาณเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อให้ได้ผลักดันอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว เบตงเป็นเมืองการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวถ้าหากทําให้คล่องตัวแล้วจะมีนักท่องเที่ยว มากมายที่เข้าไปยังเบตง และนักท่องเที่ยวที่มาจากสิงคโปร์ มาจากมาเลเซียก็จะเข้ามายังเบตง ท่านประธานครับสิ่งนี้ผมอยากจะฝากในส่วนของกรมทางหลวง เหตุนี้ผมจึงเห็นว่ากรมทางหลวง แม้ว่าจะมีความจําเป็นก็ยังทํางานไม่ได้เต็มสูบ ดังนั้นผมจึงขอตัดลดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ

ส่วนที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนไปถึงกรมการบินพลเรือน กรมการบินพลเรือนนั้นอยากจะให้ผลักดันในเรื่องสายการบินของเบตง รัฐบาลที่แล้ว ได้อนุมัติแล้วให้มีการจัดสร้างสนามบินเบตง แต่ว่าขณะนี้ยังไปไม่ถึงไหน เนื่องจากว่า งบประมาณยังขาดอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมอยากฝากไปยังกระทรวงคมนาคม แล้วก็ กรมการบินพาณิชย์ช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วย เพื่อที่อําเภอเบตงจะเป็นอําเภอที่มีนักท่องเที่ยว จากที่อื่น ๆ ได้เข้าไปยังเบตง แล้วก็ไปลิ้มรสอาหารอร่อยที่เบตงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิฑูรย์เนื่องจากท่านใช้เวลาเยอะ ขอท่านนี้ก่อน ท่านพงศ์เวช ๕ นาที แล้วก็ท่านอภิชาต ๓ นาที แล้วก็ท่านวิฑูรย์จะได้จบทีเดียว แล้วก็กรรมาธิการจะได้ตอบ เชิญท่านพงศ์เวช ๕ นาทีนะครับ

นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ผมขออภิปรายตัดงบประมาณกระทรวงคมนาคม มาตรา ๑๒ และหน่วยงานในสังกัด ๘ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ผมจะขอตัดงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ๘ เปอร์เซ็นต์นั้น ด้วยที่ผมได้เห็นการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงบางกรมไม่เป็นไปตาม วิสัยทัศน์ของกระทรวง ในระยะเวลาสั้น ๆ ผมขออนุญาตชี้ให้เห็นสัก ๑ เส้นทาง นั่นก็คือเส้นทางจันทบุรี-สระแก้ว ซึ่งปัจจุบันนั้นเป็นทาง ๒ เลน มีผู้ใช้สัญจรไปมามากมาย ในสมัยรัฐบาลที่แล้วของพรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นความสําคัญของคนที่ใช้เส้นทางนี้ จึงได้อนุมัติงบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมาดูในเล่มงบประมาณก็ไม่มีเส้นทางนี้ ที่ต่อเชื่อมไป เพราะฉะนั้นประโยชน์ก็คงจะไม่เกิดได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าการทํางานนั้น มันต้องทําตั้งแต่ต้นจนถึงปลาย เส้นนี้เป็นเส้นที่คนใช้หนาแน่น เป็นเส้นทางที่ใช้ขนสินค้า ทางการเกษตร แล้วก็เชื่อมระหว่างภาคอีสานสู่ภาคตะวันออก และยังเชื่อมไปยังต่างประเทศ อย่างเช่นกัมพูชา และยังเป็นประโยชน์คือว่าพี่น้องที่เดินทางจากกรุงเทพมหานคร หรือจาก ภาคตะวันออกไปทางภาคอีสานนั้น ถ้าเส้นทางนี้เป็นทาง ๔ เลน ก็จะแบ่งเบาภาระ ผู้คนสัญจรที่หนาแน่นในเส้นทางอื่นไปสู่ทางภาคอีสานโดยเส้นทางนี้ได้ ผมเองก็จึงเห็นว่า การจัดสรรงบประมาณนั้นกระทรวงคมนาคมนั้นไม่ได้เล็งเห็นความสําคัญของเส้นที่สําคัญ จริง ๆ ผมอยากเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านปลัด อธิบดี ตลอดจน ท่านกรรมาธิการงบประมาณอยากให้ลองไปใช้เส้นทางนี้ดู ท่านจะได้ทราบว่าเส้นทางนี้ มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่อง

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปคณะกรรมาธิการ ว่าเหตุผลที่ผมต้องตัดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมได้เห็นกระทรวงคมนาคมนั้น เป็นกระทรวงที่ใหญ่ เป็นกระทรวงที่ได้งบประมาณอยู่อันดับต้น ๆ ของทุกปีงบประมาณ แต่ด้วยการที่เราได้ใช้เส้นทางสัญจรในชีวิตประจําวันนั้นส่วนใหญ่จะเห็นว่าขรุขระ เป็นหลุมบ่อ เป็นคลื่นก่อสร้างได้แป๊บเดียวก็พัง เป็นอันตรายต่อผู้ที่ใช้สัญจรไปมา ไม่ทราบว่า ทางคณะกรรมาธิการได้สอบถามไปทางกระทรวงหรือไม่ว่าเป็นเหตุอะไรถึงได้เป็นลักษณะ อย่างนี้มาโดยตลอด ไม่ทราบว่าเป็นความผิดพลาดของด้านวิศวกรรมหรือเป็นเกี่ยวกับ ความผิดพลาดของผู้คุมการก่อสร้างหรือจะโยนความผิดให้กับผู้ใช้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม เพราะฉะนั้นผมจึงได้อภิปราย ผ่านท่านประธานสภาไปยังคณะกรรมาธิการตลอดจนกระทรวงคมนาคมว่าสิ่งเหล่านี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับกระทรวงคมนาคม เพราะสิ่งหนึ่งที่เราหรือผมเองนั้นได้เจอกับผู้คน ต่างชาติที่มาเที่ยวจังหวัดจันทบุรี มาเที่ยวจังหวัดตราด เขาถามว่าทําไมทางบ้านประเทศคุณ มันถึงได้ขรุขระอย่างนี้ อยากเรียนเชิญกรรมาธิการลองขับรถไปตั้งแต่อําเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ไปถึงอําเภอแกลง หลุมบ่ออันตรายมากทั้งไปทั้งกลับ มีการปะแล้วก็ปะอีก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราตอบคนต่างประเทศไม่ได้ เพราะว่าวันนี้มีผู้คนต่างชาติมาเที่ยวบ้านเรา มากมายเขาบอกว่าทางชนบทหรือโลคอลโรด (Local Road) ของเขานั้นเรียบกว่าทางหลวงแผ่นดิน ของเราอีกนะครับ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็คือบางรายการก่อสร้างนั้นผมว่าแพงเกินไป อย่างเช่นยูเทิร์น (U turn) ท่านสร้างได้นิดเดียว ใช้ ๕๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเอาระยะทางของยูเทิร์นมารวบรวมเป็นกิโลเมตรผมว่า หมดหลายสิบล้านบาท ก็ขอฝากท่านคณะกรรมาธิการช่วยสอบถามทางกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมก็ขอใช้เวลาสั้น ๆ ด้วยเหตุผล ๓ ประการ ที่ได้กล่าวไว้แล้ว ตัดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมลง ๘ เปอร์เซ็นต์ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๓ นาทีนะครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอใช้เวลา ๓ นาที ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการอภิปราย ปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ซึ่งตั้งไว้ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงคมนาคม ผมเสนอปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธานครับ ต้องขอชื่นชมกับคณะกรรมาธิการ ที่ตั้งข้อสังเกตเป็นข้อแรกไว้ก็คือให้กระทรวงคมนาคมควรจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม และทั่วถึงทุกภูมิภาค นี่เป็นประเด็นที่สําคัญที่สุดที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้พยายามลุกขึ้นอภิปราย เพื่อที่จะทวงถามเรื่องความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณ ภาคใต้เป็นภาคที่เสียภาษี ให้กับประเทศนี้เป็นลําดับที่ ๓ แต่ว่าสูญเสียโอกาสในการพัฒนา สูญเสียโอกาสในการได้รับ การกระจายงบประมาณทางด้านคมนาคมลงไปในพื้นที่มากที่สุด เราเสียโอกาสในการ ปรับปรุงถนนหนทางและก่อสร้างเส้นทางต่าง ๆ มาเป็นเวลายาวนาน เพราะฉะนั้น ข้อเรียกร้องเรื่องนี้เราจําเป็นที่จะต้องพูดทุกครั้งที่ได้มีโอกาสอภิปราย ในกระทรวงคมนาคม ที่ผมเสนอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพื่อที่จะตั้งข้อสังเกตในงบประมาณของ ๓ หน่วยงาน ก็คือ ๑. กรมการบินพลเรือน ผมเสนอปรับไป ๓ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ๓ อย่าง

เรื่องที่ ๑ กรมการบินพลเรือนมีหน้าที่ในการดูแลสนามบินในส่วนภูมิภาค แต่ปรากฏว่ามีการปฏิบัติงานที่ค่อนข้างหย่อนยาน และมีสภาพปัญหาที่ทําให้เกิดความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนผู้โดยสารจํานวนมากว่าไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง และไม่ได้รับความปลอดภัยในระหว่างที่อยู่บริเวณสนามบิน ซึ่งเรื่องนี้หลายหน่วยงาน พยายามที่จะปรับปรุง ทางกรมการบินพลเรือนเองก็พยายามที่จะปรับปรุง แต่ว่าสภาพที่เห็นอยู่ เราก็เห็นว่าสนามบินหลายแห่งยังไม่น่าที่จะปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องของการก่อการร้าย ในเรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสาร

เรื่องที่ ๒ กรมการบินพลเรือนปล่อยให้สนามบินนครศรีธรรมราชถูกน้ําท่วมใหญ่ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ก่อให้เกิดความเสียหายมากนะครับเป็นสนามบินแห่งแรกของ ประเทศไทยที่ถูกน้ําท่วม เปลี่ยนจากสนามบินปกติกลายเป็นสนามบินน้ํา สนามบิน นครศรีธรรมราชเป็นจุดเชื่อมโยงของนักเดินทาง นักท่องเที่ยวจํานวนมากในระยะหลังนี้ นะครับ ฝรั่งที่เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน ก็ใช้สนามบินนครศรีธรรมราช เพื่อเดินทางต่อไป ภาพลักษณ์ที่ทําให้เกิดน้ําท่วมสนามบินก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

เรื่องที่ ๓ ก็คือว่ากรมการบินพลเรือนไม่ได้มีบทบาทในการสนับสนุน การขยายตัวของธุรกิจการบินในประเทศนี้ ซึ่งท่านประธานก็ทราบว่าการบินเป็นธุรกิจ ที่มีความสําคัญและเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดนะครับ ก็อยากจะฝากไว้

ผมขอตั้งข้อสังเกตนิดเดียวว่าของกรมการบินพลเรือนนี้ คณะกรรมาธิการ ไปปรับลดใน ๙ รายการ ในหมวดครุภัณฑ์อื่น ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์รวดนะครับ แล้วก็ในเรื่องของ ค่าซ่อมบํารุงทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน ถนนภายในท่าอากาศยานตามวาระ ท่าอากาศยาน ๓ แห่ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกันนะครับ ขอทราบเหตุผลว่าทําไมท่านไปตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์รวดใน ๙ รายการนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรายการที่เป็นประโยชน์ในการ ปรับปรุงสนามบินในส่วนภูมิภาค

หน่วยงานที่ ๒ ท่านประธานนิดเดียว กรมทางหลวง ผมได้เสนอปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ คณะกรรมาธิการไปปรับลดรายการหนึ่งซึ่งมีความสําคัญมาก ก็คือ ถนนสายแยกทางหลวงหมายเลข ๔๐๓ บรรจบทางหลวง หมายเลข ๔๐๑ แยกศาลาบางปู ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ ๘๙,๓๕๒,๐๐๐ บาท ไปปรับลดเสีย ๑๘ ล้านบาท หรือประมาณ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ถนนเส้นนี้คือถนน ๔ เลนที่จะผ่านสนามบินนครศรีธรรมราช ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ตั้งงบประมาณมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ผูกพันเรื่อยมา จนกระทั่งบัดนี้ถนนเส้นนี้ ก็ยังอยู่ในระหว่างก่อสร้างขลุกขลักเรื่อยมาเนื่องจากเกิดปัญหาอุทกภัยน้ําท่วม แล้วระยะหลังสุด ผมไปเดินสํารวจดู ถนนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถูกน้ําพัดพาเสียหายรุนแรงมาก การไปตัดลด งบประมาณอีก ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของปีนี้ ของงบประมาณของถนนสายนี้ยิ่งทําให้เกิดปัญหา ในการก่อสร้างถนนสายนี้อีก ก็ขอคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการด้วยว่าไปปรับลดงบประมาณ ถนนเส้นนี้ทําไม สุดท้ายนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่า พอแล้วท่านบอก ๓ นาทีนี่ท่านเกินไป ๒ นาทีแล้ว เดี๋ยวท่านวิฑูรย์ต่อนะครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ๑๐ นาทีครับท่านวิฑูรย์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย

นายวิฑูรย์ นามบุตร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ผมได้สงวนความเห็นจาก ๓๕ มาตรา จํานวน ๓๐ มาตรา ท่านประธาน แต่ผมจะอภิปรายเพียง ๒ มาตราเท่านั้น มาตรานี้ขออนุญาตท่านประธานได้เรียนกับวิป ๑๕ นาที เพื่อเป็นประโยชน์ที่สุด แล้วก็จะไม่ทําอะไรให้ท่านประธานลําบากใจ

ประการแรก ขออนุญาตชี้แจงในฐานะกรรมาธิการอย่าเพิ่งจับเวลานะครับ ท่านสมาชิก บุณย์ธิดา สมชัย ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร และท่านอภิชาต ได้ถามเกี่ยวกับถนน สายพิบูล-ช่องเม็ก ซึ่งเป็นถนนที่สอดรับไปประเทศลาว ไปปากเซ แล้วไปสู่นาดังของประเทศเวียดนาม ว่ามีรายการปรับลดงบประมาณจํานวน ๑๗๐ ล้านบาทจริงหรือไม่

และท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้ถามถึงเรื่องถนน ๔๐๓ ต่อเนื่องถนน ๔๐๑ แยกศาลาบางปู จังหวัดนครศรีธรรมราชว่ามีการปรับลด ๑๘ ล้านบาท หรือประมาณ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมในฐานะกรรมาธิการและ อนุกรรมาธิการไม่ได้ปรับ ไม่ได้ตัดโครงการ ๒ โครงการนี้ แต่เนื่องจาก ๒ โครงการนี้ มีแผนงานที่ล่าช้า พูดง่าย ๆ ก็คืองวดงานล่าช้า เราไปให้กรมทางหลวงไปพิจารณาครับว่า โครงการใดที่งวดงานไม่ทัน เบิกจ่ายไม่ทันก็ไปปรับลด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าไปตัดโครงการ อย่าไปตัดรายการให้โครงการทั้ง ๒ โครงการ คือพิบูลมังสาหาร-ช่องเม็ก หรือโครงการ แยกศาลาบางปูเดินหน้าต่อไป ไม่มีการตัดงบประมาณครับ เพียงแต่เป็นการขยับงวดออกไป เนื่องจากเบิกจ่ายเงินไม่ทันเท่านั้นครับ

ประการต่อมา ขออนุญาตเรียนชี้แจงที่ท่านกรรมาธิการจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านยุทธพงศ์ได้อธิบายครับ ท่านอธิบายถูกต้องครับ แต่ไม่ครบถ้วนครับ เดี๋ยวพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดอุบลราชธานีจะเสียใจ ท่านบอกว่าสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ได้รับงบประมาณ ๔ ช่องจราจรจากจังหวัดอุบลราชธานีไปอําเภอเขื่องใน และจากอําเภอเขื่องในไปจังหวัดยโสธร จํานวนงบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน ที่จริงช่วงพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลมีการกระจายงบประมาณไปทุกภาคครับ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมทั้งพี่น้อง ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยทอดทิ้ง จังหวัดอุบลราชธานีตอนที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลไม่มีเฉพาะอุบลราชธานี-เขื่องในครับ มีอุบลราชธานี-พิบูลมังสาหาร-ช่องเม็ก งบประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท มีถนน ๔ ช่องจราจรจากอุบลราชธานี ม่วงสามสิบ อํานาจเจริญ ตอนแรก ๓๑๐ ล้านบาท ตอนที่ ๒ ๓๓๐ ล้านบาท ยังมีจาก ๔ เลน อุบลราชธานี-เหล่าเสือโก้ก-ตระการพืชผลอีก ๔๘๐ ล้านบาท และอุบลราชธานี-เขื่องใน-ยโสธร ที่ท่านกรรมาธิการยุทธพงศ์พูด ๒๐๐ ล้านบาท ไม่จริงครับ มีหลายตอนครับ ตอนแรกที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้ ๓๓๐ ล้านบาท ตอนที่ ๒ ๑๕๐ ล้านบาท ตอนที่ ๓ ๑๗๙ ล้านบาท และตอนที่ ๔ กําลังดําเนินการก่อสร้างในขณะนี้ ๔๘๐ ล้านบาท แต่ยังขาดอีกหลายตอนครับ

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ ผมเห็นเวลา ข้างหน้ามันนิ่งอยู่ที่ ๔๔ นานแล้ว มันไม่เดินเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

เวลามันไม่วิ่ง ผมจะประท้วงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไร ท่านยืนขึ้นยกมือท่านประท้วงอะไร

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

หารือครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อะไรนะครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ขอหารือท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หารือ ไม่ได้ครับ กําลังอภิปรายกันอยู่นะครับ นั่งลงครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

เวลาไม่เดินครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมควบคุมการอภิปรายเอง เชิญท่านวิฑูรย์

นายวิฑูรย์ นามบุตร กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ดังนั้น ถนน ๔ เลนช่วงนี้เป็น ๔ เลนที่เรียกว่า สายแจ้งสนิทครับ มันยังเหลือขาดอีกช่วงหนึ่งตอนนี้ คือช่วงจังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม มันยังไม่ครบ ๔ เลนตลอดสายครับ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทําถนน ๔ เลน ไปถึงจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ไม่ขัดข้องครับจะเป็นประโยชน์สําหรับพี่น้องชาวอีสาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อไปผมจะอภิปรายผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ ศักดิ์สิทธิ์ครับ และอยากให้การทํางานของกรรมาธิการเกิดเป็นมรรคเป็นผลโดยแท้จริง ท่านประธานครับผมจะพูดอยู่ ๓ ประเด็นก็คือ

ประเด็นแรก ปรากฏว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปในปี ๒๕๕๔ งบประมาณเบิกจ่าย ไม่ทันครับ มีงบค้างท่อ แผนงานโดยรวมของกระทรวงหลายกระทรวงอาจจะอยู่ที่ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่ายประจํา งบรายจ่ายลงทุนกระทรวงต่าง ๆ จะอยู่ที่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น กระทรวงคมนาคมก็เช่นกันครับ งบรายจ่ายประจํา เบิกจ่ายได้ครบแต่งบลงทุนเบิกได้ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าต่ํากว่าเป้าหมาย ทั้ง ๆ ที่ ปี ๒๕๕๔ เรามีปฏิทินการทํางาน ๑๒ เดือน จากวันที่ ๑ ตุลาคมถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ท่านประธานครับ ลักษณะเดียวกันหลายหน่วยงานก็จะเกิดขึ้น หน่วยงานบางหน่วยงาน น่าเสียดายอย่างกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. ใช้งบลงทุนไป ๕๔ เปอร์เซ็นต์ อาชีวศึกษา ใช้งบไปเพียง ๑๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทําอย่างไรปีนี้เรามีเวลาทํางานประมาณ ๘ เดือน กระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงอื่นจะใช้จ่ายเงินงบประมาณได้ทันตามกําหนดที่สภาอนุมัติไป เราไม่ต้องการเร่งรัดโดยไม่ให้มีประสิทธิภาพ แต่ละหน่วยงานแต่ละกระทรวงต้องไป บริหารจัดการแล้วครับ พวกเราในกรรมาธิการถึงได้บอกว่าในการพิจารณางบปี ๒๕๕๖ ถ้าหน่วยงานไหนใช้เงินได้ต่ํากว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เราจะพิจารณาเรื่องการปรับลดงบประมาณ หน่วยงานนั้น ๆ เป็นกรณีพิเศษ อย่างปีนี้ท่านประธานกรรมาธิการวิรัช รัตนเศรษฐ ได้ทําเป็นตัวอย่างไว้แล้วในส่วนของงบท้องถิ่น ท่านประธานครับ แต่โอกาสที่จะเกิดเป็นจริงได้ มันยากครับ ๑๒ เดือนใช้จ่ายงบลงทุนไปได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บางหน่วยงานใช้ได้ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ผมกราบเรียน แต่ปี ๒๕๕๕ ๘ เดือนเรานับเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แต่ท่านครับเวลาทํางานที่แท้จริงจะเหลือแค่ ๕ เดือนเพราะเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนเข้าสู่ฤดูฝนแล้วทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ดังนั้นโอกาสที่หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคมจะใช้งาน จะใช้งบให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ในปีนี้ยากมาก ถ้าไม่มีการเตรียมการ ถ้าไม่มีการวางแผน ถ้าไม่มีการดําเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็ว ฝากหน่วยงานต่าง ๆ ไปพิจารณาด้วย

ประการที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเรื่องภารกิจและผลผลิต ของกระทรวง กระทรวงคมนาคมมีหน่วยงานใหญ่ ๆ ที่ได้รับงบประมาณอยู่ ๔ หน่วยงานครับ กรมทางหลวงอันดับ ๑ กรมทางหลวงชนบทอันดับ ๒ กรมเจ้าท่าอันดับ ๓ ถ้างบประมาณ ก็การรถไฟแห่งประเทศไทยอันดับ ๔ แต่ถ้ารวมเงินนอกงบประมาณและเงินกู้การรถไฟ แห่งประเทศไทยอันดับ ๑ ท่านประธานครับหน่วยงานหลัก ๆ ของกระทรวงคมนาคม ท่านครับ ขอให้อยู่บนโลกของความเป็นจริงกันครับ กรมทางหลวงจะกระจายและ จัดงบประมาณในการซ่อม การสร้างถนนสายหลักอย่างไรขอให้แผนงานชัด แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ ท่านประธานเองเป็นคนที่ มีบทบาทสูงมากในช่วงของการปรับเปลี่ยนกระทรวง ทบวง กรม ที่จะมีการยุบกรมทางหลวงชนบท พวกผมเองและ ส.ส. เราในสภายังมีความเห็นว่ากรมทางหลวงชนบทยังเป็นหน่วยงาน ที่จะดํารงคงต่อไป เพราะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของกรมทางหลวงชนบทยังเป็นที่คาดหวัง ของประชาชนในชนบทอีกมาก กรมทางหลวงชนบทมีผลผลิตหลายรายการครับ ที่น่าจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสะท้อนปัญหาของชาวชนบทโดยแท้จริงครับ งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทปรากฏว่าไปก่อสร้างถนนในชนบทได้เพียง ๖๐๐ กิโลเมตรครับ ๖๐๐ กิโลเมตรประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นรายการผูกพันและอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นจํานวนไม่น้อยเป็นโครงการซึ่งไปทําบริเวณปริมณฑล ไปทําบริเวณเมืองหลักเมืองใหญ่ ซึ่งไม่น่าจะเป็นหน้าที่ เป็นภารกิจโดยตรงของกรมทางหลวงชนบท เพราะฉะนั้นปีต่อไป อยากจะให้กรมทางหลวงชนบทปรับแผนงานโครงการให้มันสอดคล้องกับความต้องการของ พี่น้องประชาชนในชนบทไม่อยากจะให้มีสภาพพี่น้องประชาชนเอาต้นข้าวมาปลูกบนถนน เพื่อประชดประชัน เพราะถนนในชนบทหลายแห่งทุกวันนี้ขาดการเหลียวแลไม่ได้ซ่อม ไม่ได้สร้างยังมีอีกเป็นจํานวนหลายพันกิโลเมตร

ประการต่อมาที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าต้องทบทวนเรื่องภารกิจ ถ่ายโอน กรมทางหลวงชนบทไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปทําถนนในเมืองท่องเที่ยวครับ ควรจะถ่ายโอนถนนเหล่านี้ให้กับเมืองท่องเที่ยวเขาไป เพราะเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่า เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา เมืองเหล่านี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีงบประมาณเพียงพอ ยกถนนเหล่านี้ล่ะครับไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาจะปรับปรุงถนนของเขา เขาจะปรับปรุงเรื่องไฟฟ้า แสงสว่าง เขาจะทําแบบจังหวัดภูเก็ต แบบจังหวัดพังงา ไฟฟ้าบนถนน ของกรมทางหลวง ทางหลวงชนบทเขาก็ไปทําเป็นรูปกินรีหรือที่จังหวัดขอนแก่น เขาไปทําเป็น รูปบ้องไฟ ทําเป็นรูปไดโนเสาร์ ลักษณะเป็นเมืองท่องเที่ยวไปด้วย แต่ตราบใดที่ยังเป็นของ ทางหลวงชนบท ตราบใดที่ยังเป็นของกรมทางหลวง จะไปติดไฟฟ้าไม่ได้หรอกครับ ทําได้เฉพาะกิ่งเดี่ยว กิ่งคู่ แบบโค้ง ๆ ของกรมทางหลวงที่เราเห็นทั่ว ๆ ครับ ของท้องถิ่น จะมาทําก็ทําไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท แต่ขณะเดียวกันท่านประธานครับ เรื่องการถ่ายโอนบางเรื่อง กรมทางหลวงชนบทโอนไปให้ อบต. ถนนหลายสายสร้างเสร็จโอนไปให้ อบต. พอโอนไปแล้วเป็นอย่างไรครับ ปรากฏว่า เสียหายมา อบต. ไม่มีงบซ่อมบํารุงรักษา งบที่จะสร้างต่อไม่ต้องพูดอีกแล้วครับ ดังนั้น กรมทางหลวงชนบทต้องเอางานพวกนี้คืนมาทําครับ โครงการสะพานขนาดเล็กไม่ใช่สะพาน ข้ามแม่น้ําใหญ่ โครงการสะพาน ๓๐ เมตร ๕๐ เมตรจะให้ท้องถิ่นทํา จะให้ อบต. ทํา เขาไม่มีงบครับ อบต. แต่ละอบต. มีงบอยู่สัก ๑๐ กว่าล้านบาท แต่ก็เป็นงบรายจ่ายประจําไปแล้ว ๑๐ กว่าล้านบาท มีงบลงทุน อบต. ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท จะมาทํา โครงการพื้นฐานเหล่านี้ทําไม่ได้

สุดท้ายท่านประธานครับ สิ่งที่เราพิจารณากันในกรรมาธิการและผมอยากจะ ให้เกิดเป็นจริงมากก็คือรายการจ้างที่ปรึกษา ท่านครับ ไม่เฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอื่น ๆ ก็มีรายการจ้างที่ปรึกษาเยอะมาก การจ้างที่ปรึกษา แต่ละโครงการ บางโครงการจ้างที่ปรึกษาอยู่ ๕ ที่ปรึกษา ๑. จ้างที่ปรึกษาสํารวจผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หลังจากศึกษาสิ่งแวดล้อมเสร็จ ๒. จ้างที่ปรึกษาสํารวจความเหมาะสม ๓. จ้างที่ปรึกษาออกแบบ หลังจากนั้นไม่พอครับ อย่างการรถไฟแห่งประเทศไทยจ้างที่ปรึกษา ซ้ํามาก ซ้อนมาก โครงการโครงการเดียวมีรายการจ้างที่ปรึกษาวนเวียนซ้ําซากอย่างนั้นครับ หลังจากจ้างที่ปรึกษาสํารวจออกแบบเสร็จครับ ท่านก็มาจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษา ความเหมาะสม ท่านครับ อะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราครับ ผมไม่อยากจะให้ข้าราชการ เป็นง่อยครับ ข้าราชการของกระทรวงคมนาคม ข้าราชการของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้เขาพร้อมที่จะทํางานแต่ผมเชื่อว่า ฝ่ายบริหารต้องการจ้างบริษัทที่ปรึกษาเสียมากกว่า หลังจากจ้างที่ปรึกษาทบทวน ผลการศึกษาความเหมาะสม เช่น สายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ รถไฟ เช่น สายสุวรรณภูมิ ไปจังหวัดชลบุรี ไปเมืองพัทยา ทําไมต้องไปทบทวนอีกล่ะครับ มันจบแล้ว มันต้องเดินหน้า ต่อไปได้แล้ว และการรถไฟแห่งประเทศไทยมีจ้างที่ปรึกษาพิเศษซ้อนพิเศษอีก หลังจาก ที่ปรึกษา ๓ ๔ ๕ รายการที่ผมพูดมา จ้างที่ปรึกษาทําอะไรครับ จ้างที่ปรึกษาจัดทําเอกสาร ประกวดราคา ท่านครับ ทําไมหน่วยงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เคยจัด ไม่เคย ประกวดราคาหรือครับ ทําไมต้องจ้างที่ปรึกษามาจัดซื้อจัดจ้างประกวดราคาต่างๆ เหล่านี้ ผมไม่ลงรายละเอียดหรอกครับ หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย บางสายจ้างสํารวจซ้ํา จ้างสํารวจความเหมาะสมซ้อน อย่างเช่น จากกรุงเทพฯ ไปโคราช ไม่ต้องจ้างศึกษาอีกแล้ว ผลการศึกษามีหมดแล้วครับ ถามว่าจะจ้างสํารวจความเหมาะสม เหมาะสมเรื่องอะไรล่ะครับ เขตการรถไฟเขาก็มีเขตการรถไฟชัดเจนอยู่แล้วครับ ก็มันเหมาะสมอยู่แล้วละครับ ไม่มีใคร ในประเทศนี้หรอกครับว่าทําเรื่องนี้มันไม่เหมาะสม มันเหมาะสมละครับ เพียงแต่ว่ารัฐบาล มีงบประมาณมีโครงการจะไปดําเนินการหรือไม่ครับ ทําถึงจังหวัดหนองคายได้ไหมละครับ ทําถึงจังหวัดอุบลราชธานีได้ไหมละครับ จังหวัดเชียงใหม่รถไฟความเร็วสูงนี่ไม่มีงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในแถลงนโยบายของรัฐบาล ท่านครับ จะมีผลสํารวจ ผลศึกษาไปเรื่อย ๆ และผมก็เชื่อว่าหลายรายการจะไม่เกิดขึ้น จะมีเฉพาะกระดาษ เฉพาะหนังสือ ผลการศึกษา รายงานให้ท่านประธานได้ทราบ

สุดท้ายครับผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณางบประมาณของ กรรมาธิการนั้นบางครั้งมันก็ไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงได้หรอกครับ เพราะแท้จริงแล้ว คนที่จะมีบทบาท คนที่มีอํานาจจริง ๆ ก็คือสํานักงบประมาณครับ ดังนั้นอยากจะให้ สํานักงบประมาณปรับทัศนะ ปรับเรื่องผลผลิต ปรับรายการบางรายการ ไม่จําเป็นหรอกครับว่า รายการนี้ผลผลิตนี้ ปี ๒๕๕๔ ได้แค่นี้ ปี ๒๕๕๕ เพิ่มมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๖ เพิ่มมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนั้นบางรายการที่จําเป็นสําคัญของหน่วยงานเขา ไม่ได้เพิ่มครับ ก็อยากฝากท่านประธานกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย แล้วฝากไปยัง คณะกรรมาธิการชุดต่อไปในการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ ท่านกรรมาธิการตอบนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการจากจังหวัดมหาสารคามก่อนนะครับ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง เดี๋ยวค่อยตอบภายหลัง

นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะ กรรมาธิการงบประมาณ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ เนื่องจากว่า ถูกพาดพิงจากท่านวิฑูรย์ นามบุตร คือผมเองได้ชี้แจงในนามกรรมาธิการ เนื่องจากว่า ท่าน ส.ส. นริศา อดิเทพวรพันธุ์ จังหวัดนครศรีธรรมราชบอกว่าการจัดงบประมาณในรัฐบาล ชุดปัจจุบันไม่เป็นธรรมนะครับ แต่ผมก็บอกว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลชุดปัจจุบันจัดงบประมาณ อย่างเป็นธรรมและทั่วถึงนะครับ แล้วผมก็เปรียบเทียบกับรัฐบาลที่แล้ว ทีนี้ผมเองก็ไม่ได้ เอ่ยอะไรถึงท่านหรอก เพียงแต่ว่าผมพูดถึงอําเภอเขื่องใน เพราะว่าตอนแรกนี่ก็เรียน ท่านประธานว่าผมก็ไม่อยากเอ่ย เพราะว่าเดี๋ยวมันจะเสียบรรยากาศในการประชุม แล้วจะเสียเวลาท่านประธานนะครับ เผอิญว่าท่านวิฑูรย์ท่านก็ได้มาพูดถึงนะครับ ทีนี้ท่านประธานครับ คราวนี้ท่านก็บอกว่าผมนี่ข้อมูลไม่ถูกต้อง คราวนี้ผมก็จะเสียหาย ก็ในประเด็นที่ผมจะเสียหายผมก็ขออนุญาตได้ชี้แจงท่านประธานครับ คือในหนังสือเล่มขาว คาดแดง หน้า ๑๔๔ ใน (๒๐) บอกว่าก่อสร้างถนนสายอุบลราชธานีถึงยโสธร ตอน ๒ แต่ (ปรับปรุงทางหลวงเฉพาะบริเวณรอบอําเภอเขื่องใน) ระยะทาง ๕.๙ กิโลเมตร งบประมาณทั้งสิ้น ๑๕๐ ล้านบาท คราวนี้อําเภอเขื่องในสําคัญอย่างไรครับท่าน ไม่ได้เป็น อําเภออะไร เป็นอําเภอทางผ่านจากจังหวัดยโสธรที่จะเข้าไปจังหวัดอุบลราชธานี แต่ว่า เอางบไปปรับปรุงทางหลวงซึ่งเป็น ๔ เลนอยู่แล้วเอาไปปรับปรุงอีก ๑๕๐ ล้านบาท

แล้วอีกอันหนึ่งนะครับ ที่ผมบอกว่ามันมีอีกเส้นหนึ่งก็คือจากอําเภอเขื่องใน ไปจังหวัดยโสธร งบประมาณ ๔๘๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณทั้ง ๒ รายการนี่เริ่มต้น ปี ๒๕๕๔ ก็คือสมัยรัฐบาลที่แล้ว ผูกพันปี ๒๕๕๕ ไปสิ้นสุดปี ๒๕๕๖ ก็เพียงแต่ว่าผมจะบอกว่า ที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณผมว่ามันไม่เป็นธรรมแล้วก็ไม่ได้อย่างทั่วถึง คือผมไปดูที่ว่า คืออําเภอเขื่องในกลายเป็นจุดศูนย์กลาง แทนที่ว่าจะเอาจังหวัดอุบลราชธานีออกมา กลายเป็นว่าคุณไปทําถนนที่อําเภอเขื่องใน แล้วก็ต่อจากอําเภอเขื่องในไปจังหวัดยโสธร ซึ่งผมเห็นว่าตรงนี้ที่ท่านวิทยา แก้วภราดัย บอกว่ามีการไปโยกงบไปดึงงบกัน ผมก็เลยสงสัยว่า มันจะใช่โครงการนี้หรือเปล่านะครับ อย่างไรฝากท่านวิทยาไปตรวจสอบดูนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพงศกร เดี๋ยวให้จบทีละท่านก่อนได้ไหมครับ ท่านวิทยาเดี๋ยวรอให้ท่านกรรมาธิการ ชี้แจงนะครับ คือเวลาชี้แจงขอให้ตอบในประเด็นที่ท่านถามนะครับ เดี๋ยวพอไปถึงท่านวิทยา ท่านต้องพูดทุกครั้งนะครับท่านนั่งอยู่ เชิญท่านพงศกรก่อนครับ

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านที่ได้สอบถาม ในส่วนมาตรา ๑๒ กระทรวงคมนาคม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๑๐ กว่าท่านนั้น ส่วนใหญ่ก็จะสอบถามเรื่องกรมทางหลวงแล้วก็กรมทางหลวงชนบท ซึ่งผมขออนุญาตเวลาสั้น ๆ ในการที่จะตอบคําถามนะครับ

ท่านแรก ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ซึ่งท่านได้ถามว่าในปี ๒๕๕๕ นี้ รัฐบาลทําไมไม่ได้จัดงบของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ลงจังหวัดกาญจนบุรีเลย นี่คือคําถามของท่านนะครับ แล้วก็ทางหลวงพิเศษระหว่างสายบางใหญ่ถึงบ้านโป่ง จังหวัดกาญจนบุรีว่ามีการเสนอตั้งงบประมาณหรือไม่ ต้องขออนุญาตเรียนตอบกับ ท่านศรีสมรว่าจริง ๆ แล้วจังหวัดกาญจนบุรีทางกรรมาธิการก็ได้พิจารณางบประมาณ แล้วทางรัฐบาลเองก็ได้จัดสรรงบประมาณมาลงเป็นจํานวนเงินตั้ง ๒๓๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงานบํารุงทาง ๓ สาย ๕๕ ล้านบาท ก่อสร้างทางอีก ๓ สาย ๑๔๓ ล้านบาท ขยายทางจราจรอีก ๒ สาย ๓๑ ล้านบาท นี่คือกรมทางหลวง ต้องเรียนท่านศรีสมรนะครับ รัฐบาลนี้ก็กระจายงบประมาณไปทุกจังหวัด ทุกอําเภอ สําหรับ ทช. เอง กรมทางหลวงชนบท ก็ได้จัดถนนกิจกรรมโครงข่ายเพื่อการท่องเที่ยวเป็นจํานวนเงิน ๑๐๐ ล้านบาท แล้วก็ กิจกรรมบํารุงรักษาโครงข่ายของทางกรมหลวงชนบท บํารุงทาง ๔๐๐๔ ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ๒๒ ล้านบาท แล้วก็สาย ๔๐๔๑๕ อําเภอศรีสวัสดิ์ หนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรีอีก ๑๓.๗ ล้านบาท เพราะฉะนั้นต้องเรียนท่านว่าทางรัฐบาลก็ได้กระจาย งบประมาณด้วยความเป็นธรรม

ส่วนทางหลวงที่ท่านถามถึงบางใหญ่-บ้านโป่ง-จังหวัดกาญจนบุรี ตอนนี้กําลัง อยู่ในขั้นตอนของพีพีพี (PPP) คือโครงการที่มีลักษณะให้เอกชนร่วมลงทุนนะครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ

สําหรับท่าน ส.ส. เรวัต อารีรอบ ท่านเองก็เป็นอนุกรรมาธิการอยู่ด้วยกัน ท่านก็เฝ้าถนนของท่านของจังหวัดภูเก็ต ของท่านเองก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากทางรัฐบาล ทางกรรมาธิการเองก็ไม่ได้ปรับลดอะไรเลย ก็ต้องดีใจแทนพี่น้องจังหวัดภูเก็ตที่ท่านเรวัต อารีรอบ ท่านก็เฝ้าของท่านมาโดยตลอด

สําหรับท่าน ส.ส. สามารถ ราชพลสิทธิ์ ซึ่งท่านได้สอบถามเกี่ยวกับถนน ในส่วนของสวนจตุจักรนะครับ ต้องเรียนว่าทางกรรมาธิการไม่ได้มีการพิจารณาเนื่องจากว่า ไม่มีการนําเสนอเข้ามา ถ้ามีการนําเสนอเข้ามาทางกรรมาธิการเองก็คงจะได้ดู ต้องเรียน ท่านนะครับ

สําหรับท่าน ส.ส. นริศา อดิเทพวรพันธุ์ ก็ต้องเรียนว่าก็มีท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ก็เป็นกรรมาธิการ ก็ดูแลถนนในส่วนของจังหวัดของท่านไม่ให้ขาด ไม่ให้เหลือ ก็ได้จัดสรรงบประมาณลงไปเช่นเดียวกัน แล้วก็ทางรัฐบาลเองก็จัดสรรด้วยความเป็นธรรม คําถามของท่านทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๓ สายนครศรีธรรมราชต่อเขตเทศบาลปากพนัง จัดสรรให้เพียง ๑.๕ กิโลเมตร ในวงเงิน ๓๒ ล้านบาท ซึ่งความจริงมี ๒๗ กิโลเมตร และจะเสร็จปีไหน ต้องกราบเรียนชี้แจงท่าน ส.ส. นริศา อดิเทพวรพันธุ์ ซึ่งเมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย ท่านก็ได้สอบถามเพิ่มเติมมานะครับ ต้องเรียนว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ในวงเงินทั้งสิ้น ๔๔๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๙๕ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณ ผมถือว่าได้รับการจัดสรรเป็นลําดับ ต้น ๆ ของจังหวัดที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นจํานวนมาก แล้วก็ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้เสนอตั้งงบประมาณสายทางหลวงที่ท่านได้สอบถามมาดังกล่าว ๑.๕ กิโลเมตร เป็นวงเงิน ๓๒ ล้านบาท เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้เส้นทางนั้น แต่เนื่องจาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแบบก่อสร้าง เมื่อปรับปรุงแบบก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะเสนอ จัดสรรงบประมาณ ผมสอบถามทางกระทรวงคมนาคม จึงเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ ท่านเพื่อทราบนะครับ จริง ๆ ถนนสายนี้ไม่สามารถที่จะสร้างทาง ๔ ช่องทางจราจรได้ จาก ๒ เป็น ๔ เนื่องจากว่าการใช้รถนั้นแค่ ๗,๘๐๐ คันต่อวันเท่านั้น แต่ก็ขาดอีกไม่เยอะ แต่กรมทางหลวงตามมาตรฐานจริง ๆ ต้อง ๘,๐๐๐ คันเป็นอย่างต่ํา แต่ทางกรมทางหลวง ก็ยืนยันว่าหลังจากปรับเปลี่ยนแบบเรียบร้อยแล้วก็จะนําเสนองบประมาณให้ท่าน อันนี้คือ ส่วนหนึ่งที่ได้สอบถามเพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิดความสบายใจ

สําหรับท่านยุพราช บัวอินทร์ ส.ส. เพชรบูรณ์ ซึ่งท่านก็ให้ความเป็นห่วงเป็นใย สอบถามเรื่องสนามบินภูเก็ต ก็ต้องเรียนว่าท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ท่านก็อยู่ในอนุกรรมาธิการ ก็ได้พูดเรื่องนี้แล้วก็ได้ติติง แล้วตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งคิดว่าจังหวัดเพชรบูรณ์ก็คงจะได้รับการพัฒนา ตามที่ท่านได้นําเสนอมาเกี่ยวกับความเป็นห่วงใยกับการใช้สนามบินของจังหวัดเพชรบูรณ์

สําหรับท่านสราวุธ อ่อนละมัย ท่านก็มีความเป็นห่วงเป็นใยว่าเนื่องจากตอนนี้ ลมแรง คลื่นทะเลแรงกลัวชายฝั่งหายไปทุกปี ท่านก็ฝากความเป็นห่วงเป็นใย เพราะถือว่า จังหวัดของท่านก็เป็นจังหวัดในการท่องเที่ยว ทางรัฐบาลเองก็มั่นใจนะครับ ผมมั่นใจว่าท่านเอง ก็จัดสรรงบประมาณมาทุกปี ซึ่งกรมเจ้าท่าเองตามที่ได้ทราบข่าว พวกเราก็ได้สอบถามกันไป ในช่วงระหว่างพิจารณางบประมาณอยู่ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการ สอบถามไปทาง ส่วนผู้บริหารเองก็ลงไปดูแลให้นะครับ

สําหรับท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ของจังหวัดกระบี่ ซึ่งกระทรวงคมนาคม ท่านอยากให้มีการขนส่งในระบบรางก็คือรถไฟ เพราะจังหวัดของท่านไม่มีขนส่งทางรถไฟ อันนี้ก็จะนําส่งต่อไปให้ เพราะว่าทางกรรมาธิการของพวกเราจะพิจารณาตามที่กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่านําเสนอมา เราก็จะสอบถามว่างบประมาณที่ท่านเสนอมานั้น ใช้ประโยชน์ได้สูงสุดหรือไม่ แล้วส่วนไหนที่เราดูแล้วมันไม่เป็นประโยชน์เราก็จะขอปรับลดไป

สําหรับท่าน ส.ส. บุณย์ธิดา ท่านวิฑูรย์ นามบุตร ก็ได้ตอบแทนไปแล้วนะครับ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าในส่วนของกระทรวงคมนาคมโดยการจัดสรร ของรัฐบาล

อีกท่านหนึ่งครับ ท่านพงศ์เวช เวชชาชีวะ ท่านเองก็ได้สอบถาม เมื่อสักครู่นี้ ท่านได้ยกมือกลัวไม่ได้ตอบของท่านนะครับ ก็คือเส้นทางจันทบุรี-สระแก้ว ผมคิดว่าในส่วนนี้ ในส่วนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็คงรับเรื่องของท่านไป ก็ยินดีแทนจังหวัดที่ท่านพงศ์เวชได้กล่าวถึง นะครับ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว อันนี้ก็ต้องเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ ว่าทางกรรมาธิการ ของเราในส่วนของอนุกรรมาธิการนั้นก็พิจารณาให้เงินที่เข้ามาสู่ส่วนของเราและการปรับลดนั้น ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด ในส่วนไหนที่เราคิดว่ามันเป็นประโยชน์อยู่แล้ว เราก็ไม่พยายามปรับลด แล้วก็ให้ใช้งบประมาณในส่วนที่เหลืออีก ๘ เดือนนี้ให้ดีที่สุด แล้วก็ไม่ให้เงินค้างท่อเพื่อเศรษฐกิจ จะได้หมุน แล้วเงินก็จะได้หมุนหลายรอบต่อไปในแต่ละครั้ง จึงเรียนเพื่อนสมาชิกเพื่อทราบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิทยา

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กลัวจะเข้าใจกัน คลาดเคลื่อนนะครับ ขออนุญาตใช้สิทธิที่พาดพิงที่ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ได้กล่าวว่า ถนนที่หายไปจากปากพนังให้ไปตามทวงกันเอาเอง ท่านก็เป็นคนหนุ่มนะครับ แล้วก็เป็นมือปราบ คอร์รัปชัน แล้วก็เป็นกรรมาธิการ แล้วผมเข้าใจว่าท่านยังเป็นกรรมาธิการอีกหลายสมัยนะครับ ผมก็คิดว่าเป็นหน้าที่ของท่านช่วยดูให้ผมหน่อยครับ แล้วก็เปรียบเทียบดู อย่าไปไกลถึง จังหวัดอุบลราชธานี เพราะจังหวัดมหาสารคามกับเส้นทางจังหวัดนครศรีธรรมราช-ปากพนัง นี่ท่านว่าง ๆ ก็แวะไปดูนะครับว่าท่านควรจะให้ความเป็นธรรมอย่างไรบ้าง

อันที่ ๒ ที่คณะกรรมาธิการชี้แจงว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ถนน ๔ ช่องจราจร ไปทั้งหมด ๔๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านประธานสภาไปยังกรรมาธิการดังนี้ ถนน ๔ ช่องจราจรที่พูดถึงเป็นถนน ๔ ช่องจราจรเชื่อมระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา เป็นถนน ๔ ช่องจราจรระยะที่ ๒ อนุมัติตั้งแต่ สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ครับ ปี ๒๕๓๗ ท่านนึกดูครับ อนุมัติแผนตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ปีนี้ยังทําไม่เสร็จครับ แล้วที่ท่านให้ข้อมูลว่าถนนจากนครศรีธรรมราชไปปากพนัง การจราจร ๗,๐๐๐ กว่าคันต่อวัน ผมคิดว่าท่านต้องเรียกอธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่มาถามดูแล้วครับ แล้วให้เขตการทางไปช่วยถามกันดูด้วยครับ คือถ้ายังยืนยัน ๗,๐๐๐ กว่าคันต่อวันนี่ ผมคิดว่า เขตการทางนครศรีธรรมราชมีปัญหาแล้วครับ เริ่มพูดไม่จริงแล้วครับ ถนนเส้นทางดังกล่าวครับ ท่านประธาน ขออนุญาตขยายความครับ คือถนนที่ไปจากจังหวัดนครศรีธรรมราชปลายทาง สุดท้ายเลี้ยวซ้ายไปแหลมตะลุมพุก ก่อนไปถึงแหลมตะลุมพุกผ่านศูนย์ราชการ ผ่านศาลเด็ก ผ่านวิทยาลัย ผ่านโรงเรียนอู่ต่อเรือ ผ่านพระตําหนัก ผ่านท่าเทียบเรือประมง ผ่านการคมนาคมทางเรือ ผ่านใจกลางทั้งหมดครับ ยังไม่ได้ทําครับ แล้วปลายทางเส้นนี้ ก็ไปเชื่อมต่อ แล้วก็เป็นเส้นทางที่มีปัญหามากที่สุด ถนนไปเชื่อมต่อ คือถนนที่มีการกัดเซาะ ชายฝั่งทะเลสูงสุดคือถนนเชื่อมระหว่างอําเภอปากพนังกับอําเภอหัวไทร เมื่อวานซืนครับ เดี๋ยวผมจะได้อภิปรายต่อครับ มีท่านรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีลงไป ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็ขออนุญาตน้อยใจนิดหนึ่งครับ เกิดปัญหาวิกฤติ ขึ้นในทางภาคใต้ ผมยืนยันครับ ท่านไปเยี่ยม คนใต้ยินดีต้อนรับครับ ไม่มีตีนตบ มือตบหรือ ยกป้ายรับท่านแน่ครับ แต่ปรากฏว่าจนถึงวันนี้รัฐมนตรีที่เดินทางไปดูแล ไปเสนอโครงการแปลก ๆ ไว้ที่แหลมตะลุมพุก เดี๋ยวจะมี ส.ส. ที่นั่นเขาจะอภิปรายให้ฟังว่าถ้าไม่มีประสบการณ์ก็อย่าไปเที่ยว เสนออะไรเพ้อเจ้อ เพราะฉะนั้นฝากท่านยุทธพงศ์นะครับ ฝากคณะกรรมาธิการด้วยครับ ข้อที่ท่านชี้แจงกับผมว่าถนนเส้นนี้ให้ผมไปตาม หน้าที่ท่านครับ ตามให้ผมครับ เพราะผมเชื่อว่า คนหนุ่มแบบท่านแล้วก็เป็นคนที่ค้นหาข้อเท็จจริงมาโดยตลอด ไปดูความเป็นธรรมว่าภาคใต้ ได้รับความเป็นธรรมในการกระจายงบประมาณหรือเปล่าครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ในมาตรา ๑๒ กระทรวงคมนาคมมีคณะกรรมาธิการสงวนความเห็นแล้วก็ผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมอยากจะขอปรึกษาเรียนถามท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ และผู้ที่แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติว่าจะติดใจลงมติไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมจะถือว่า ที่ประชุมนี้เห็นชอบกับร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดติดใจ นะครับ มีไหมครับ ท่านวิทยาเชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ผมติดใจครับ เพราะว่าการกระจายงบ ยังไม่เป็นธรรมจริง ๆ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจนะครับ ผมจะขอมตินะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติในมาตรา ๑๒ ของกระทรวงคมนาคม ต่อไปครับ ก่อนที่จะลงมติในมาตรา ๑๒ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเสียบบัตรแล้วก็กดแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในมาตรา ๑๒ ขอเชิญกดในช่องแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ เหลือท่านใดอีกไหมครับ เจ้าหน้าที่ดูแลท่านอภิวันท์หน่อย เสียบบัตร หรือยังก็ไม่รู้ เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๒ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม

ผมจะขอถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ท่านใดเห็นควรคงไว้ตามร่างของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนน ท่านสมาชิกเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๔ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติไว้ ๑๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ

ต่อไปเป็นมาตรา ๑๓ เชิญท่านเลขาธิการอ่าน

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในมาตรา ๑๓ อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านอนุรักษ์ บุญศล ก่อน ๘ นาทีครับ แล้วก็หลังจากนั้น จะเป็นของทางพรรคประชาธิปัตย์อย่างนี้นะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ผมขออ่าน ลําดับตามนี้นะครับ ท่านแรกขอเป็นท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๘ นาที ท่านที่ ๒ ท่านนริศา ๘ นาที ท่านที่ ๓ ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๘ นาทีนะครับ ท่านที่ ๔ ท่านบุญเลิศ ไพรินทร์ ๘ นาที แล้วก็สุดท้ายท่านนริศ ขํานุรักษ์ ๘ นาที แล้วก็จะให้กรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามจะได้ลงมติ ต่อไป เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ ๘ นาที เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ กรุณาอยู่ในความสงบ ด้วยนะครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านอนุรักษ์ ท่านพิเชษฐมีอะไรไหมครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ วิปได้ส่งรายชื่อผม อภิปราย ๒๐ นาทีสําหรับกระทรวงนี้ครับตั้งแต่แรก ซึ่งท่านประธานก็รับทราบไปแล้วตกหล่น อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้ขอ ใช้สิทธิใช่ไหมครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ใช่ครับ ในฐานะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้เสร็จ ในรอบนี้ก่อนเดี๋ยวจะประสานอีกทีหนึ่ง ให้เสร็จของท่านสมาชิกที่ขอสงวนคําแปรญัตติ ไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวกรรมาธิการค่อย ๆ พูดก็ได้นะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ขอบพระคุณท่านประธานที่เมตตาค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ น่าจะเริ่มด้วย กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นก่อนนะครับ ไมใช่มีสมาชิกผู้สงวนคําแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ทางวิปฝ่ายค้านได้ส่งชื่อมา ๕ ท่าน แต่ถ้าท่านพิเชษฐจะขอใช้สิทธินะครับ ผมจะให้ท่านพูดก่อน หรือท่านจะพูดสุดท้ายหลังจากท่านนริศ เชิญท่านพิเชษฐก่อนเลยได้ไหมครับ พร้อมไหมครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ครับ ถ้าท่านสุภาพสตรีผู้กําลังยืนอยู่ ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าท่านอยากอภิปรายก่อนผมก็ให้ท่านอภิปรายก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมจะอภิปราย ต่อเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ ผมจะขอลําดับอย่างนี้นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ขอท่านพิเชษฐ ท่านสุดท้ายได้ไหมครับ หรือท่านจะก่อนหลังจากที่ท่านอนุรักษ์เสร็จแล้วเป็นท่านเลยไหมครับ หรือจะท่านต่อจากท่านนริศ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ผมต่อท่านอนุรักษ์เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเคได้ครับ ขอบคุณมาก เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานที่เมตตาค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการงบประมาณปีนี้นะคะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน เป็นเงินประมาณ ๗๐ ล้านบาทแค่นั้นเองค่ะ จากทั้งหมด ๑,๓๗๙,๗๓๙,๐๐๐ บาท ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วได้ ๗๐ ล้านบาทนั้นท่านประธานทราบไหมคะว่า ท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการ ทุกท่านค่ะว่าดิฉันต้องการไปทําอะไรบ้าง ดิฉันเอากลับมาให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาล ทั้ง ๗๐ ล้านบาทนะคะ ไม่ถึงอีกนิดหน่อยแค่นั้นเอง เพราะอะไรละคะ เพราะว่าดิฉันทราบข้อมูล จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วค่ะท่านประธานว่ากรมทรัพยากรน้ําบาดาล ได้ขุดเจาะสํารวจแหล่งน้ําขนาดใหญ่โดยการขุดเจาะน้ําบาดาลลึก ๑๖๐ เมตร แล้วก็ทดลองสูบ ๔ วัน ๔ คืน จนน้ําขึ้นมาเป็นปกติขึ้นมาบนพื้นผิวดินได้ปกติแล้วจะได้ปริมาณน้ํา ๓๐๐,๐๐๐ ลิตร ต่อ ๑ ชั่วโมงท่านประธานคะ ได้เยอะขนาดนั้นเฉลี่ยออกมาแล้วได้ ๓๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อ ๑ ชั่วโมง ทีนี้นั้นดิฉันคิดไปถึงพี่น้องประชาชนคนรากหญ้าที่ทําการเกษตรท่านประธานคะ เพราะว่านอกเขตชลประทานนั้น ท่านประธานก็ทราบดีอยู่แล้วว่าแล้งค่ะ โดยเฉพาะภาคอีสาน แล้ง ๗ เดือน หลังจากทํานาแล้วตอนนี้หน้าหนาว หนาวจับขั้วหัวใจ ก่อนที่ดิฉันจะมาประชุม งบประมาณนี้บ้านดิฉันที่จังหวัดสกลนครหนาว ๙ องศา แล้วก็แล้งด้วย เวลาแล้งพี่น้องประชาชน บ้านดิฉันจะปลูกผักไว้กินเองปลอดสารพิษ ท่านประธานคะ คะน้าจะหวานกรอบอร่อยมากเลย ทีเดียว ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันต้องการให้พี่น้องที่อยู่นอกเขตชลประทานทั้งประเทศไม่ได้เจาะจงไปที่ ภาคอีสานอย่างเดียวด้วยความเป็นธรรม บอกว่าถ้ารัฐบาลแล้วจะเข้าข้างกันเหมือนที่ท่าน ผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านอภิปรายบอกว่า รัฐบาลนั้นจะเอนเอียงมาที่ฝ่ายรัฐบาลด้วยกัน ด้วยการไปทําอะไรให้กันและกันอยู่ตลอดเวลานั้นไม่จริงหรอกคะ ดูหน้าตาท่านนายกรัฐมนตรีสิคะ หน้าตามีเมตตาใจก็ยิ่งเอื้ออารี ดังนั้นแล้วดิฉันว่าจัดการให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาลที่ดิฉัน ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ ล้านบาท ขุดเจาะน้ํา อาจจะสงสัยต่อไปว่าจะไปขุดเจาะตรงไหนบ้าง ข้อมูลมีเรียบร้อย ๓๕๑ ล้านไร่ สํารวจไว้เรียบร้อยแล้วรอแต่เงินงบประมาณ นอกเขตชลประทาน ถ้าได้น้ําบ่อบาดาลขนาดใหญ่ที่นําร่องอยู่ที่โคราชแล้วเป็นแห่งแรก ที่เจาะแล้ว ๑ ชั่วโมง จะได้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ลิตร ท่านประธานที่เคารพคะ ๓๕๑ ล้านไร่ ที่นอกเขตชลประทาน จะทําให้เกิดผลผลิตทางการเกษตรมากมายมหาศาล คิดอย่างนี้ค่ะท่านประธานคิดง่าย ๆ แบบลูกชาวไร่ ชาวนาที่ยากจน ดิฉันเป็นตัวแทนของความยากจนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่า มาจากลูกชาวไร่ ชาวนา บอกไม่อายเลยทีเดียว ด้วยความภาคภูมิใจว่าขอบคุณที่ได้เกิดเป็น กระดูกสันหลังของชาติและได้เป็นตัวแทนของพี่น้อง วันนี้ดิฉันขอน้ําเพื่อให้พี่น้องบ้านดิฉัน ได้ทํานา การทํานา ๑ ไร่ใช้น้ําประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ลิตรแค่นั้นเองค่ะ ๑ ไร่ต่อ ๗๐๐,๐๐๐ ลิตร ท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการ ๑๒๐ วัน จะได้ผลผลิตประมาณ ๘๐-๑๐๐ ถังต่อ ๑ ไร่ ถ้าเอาไปขายทั้งหมดที่เอามาแล้วจะได้เงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ ท่านประธาน ถ้าขุดเจาะน้ําบาดาลขนาดใหญ่นอกเขตชลประทานที่ไม่มีห้วย หนอง คลอง บึงเลย โดยเฉพาะภาคอีสานบ้านดิฉัน และโดยเฉพาะลงไปที่จังหวัดสกลนคร และโดยเฉพาะ ลงไปที่อําเภอสว่างแดนดินจะทํานําร่องก่อนก็ไม่ว่าอะไรค่ะ ท่านประธานคะ ๓๕๑ ล้านไร่ ถ้าทําได้ภายใน ๕ ปี ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาทที่เล่าให้ฟังมาแล้วที่อภิปรายมาแล้ว จะได้เงินอยู่ ๓,๕๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีได้ขนาดนั้น ความยากจนก็จะหมดไปจากประเทศไทย ดิฉันต้องการมากกว่านี้อีก ต้องการที่จะให้รัฐบาลทําเขื่อนให้ ดิฉันขอตัดงบประมาณ ในส่วนที่อบรมสัมมนาทั้งหมดที่ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันตัดไปปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓ ปี ดิฉันจะได้เขื่อนที่ต้นแม่น้ําสงครามราคา ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับเขื่อนเชี่ยวหลาน ของจีนเลย มันต้องคิดกันขนาดนี้ท่านประธานคะ มันถึงจะทําให้ประเทศชาติรอด ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว การกระจายงบประมาณเหมือนการละลายทรัพย์ เหมือนตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา หยิบตรงนั้นนิด หยิบตรงนี้หน่อย แล้วไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งบประมาณปีหน้าก็เข้ามาใหม่ อีก ๕ เดือน ก็เข้ามาอีกแล้ว อ้างทั้งนั้นเลย โครงการไหนบ้างที่ไม่อ้างพี่น้องประชาชน อ้างทั้งนั้นเลยค่ะ จะกี่โครงการ กี่แผนงาน กี่กลยุทธ์ กี่เทคนิคอ้างพี่น้องประชาชนทั้งนั้นเลย แต่พี่น้องประชาชน บ้านดิฉันก็ยังเฉกเช่นเดิมเสมอมาเหมือน ๕๐ ปีที่แล้วเคยยากจนข้นแค้นไม่มีน้ําทํานา โดยเฉพาะอีสาน ดังนั้นแล้วดิฉันจึงขอปรับลดในกระทรวงนี้ และของบประมาณในการอบรม สัมมนา เงินรายจ่ายอื่น ๆ นั้นที่มีถึง ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ดิฉันขอ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เลยค่ะ สร้างเขื่อนที่ต้นแม่น้ําสงคราม แล้วก็แม่น้ําสงครามนั้นยาว ๔๒๐ กิโลเมตร กินพื้นที่ไป ๔ จังหวัดเลยทีเดียว คือจังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันจึงตัดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุการณ์ที่ดิฉันเล่ามาทั้งหมด ทั้งมวลเพื่อจะไปกระจายนั้นเขาเรียกว่า การละลายทรัพย์กับงบประมาณก็จะไม่มีเกิดขึ้น ไม่ต้องอ้างพี่น้องที่ยากจนของดิฉัน พี่น้องที่ยากจนของดิฉันก็เสียเงินภาษีเหมือนกันนะคะ เสียภาษีค่าไร่ค่านา สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ๗ เปอร์เซ็นต์เหมือนกันหมดทั้งประเทศเท่ากัน กับคนร่ํารวยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ดิฉันตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เงินเกือบ ๗๐ ล้านบาท อยากให้พัฒนาเรื่องน้ํานอกเขตชลประทานทั้งประเทศ โดยเฉพาะอีสาน โดยเฉพาะ จังหวัดสกลนคร และโดยเฉพาะอําเภอสว่างแดนดิน โดยถ้ามีสิ่งเหล่านี้แล้วโครงการต่าง ๆ ที่เอาธงเข้ามาเพื่อเป็นตรายางให้เขากลับไปใช้เงินจะได้ไม่แอบอ้างประชาชนค่ะท่านประธานคะ โครงการต่าง ๆ นั้นอ้างถึงความลึกซึ้งกับประชาชนน่ายลยิ่ง งบประมาณเสนอสภาน่าให้เป็นจริง แต่ทุกสิ่งคือรากหญ้าหม่นบนงบประมาณ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่จริงสกลนคร ไม่ได้หนาวจังหวัดเดียว จังหวัดชัยภูมิของท่านปาริชาติ ชาลีเครือ ก็หนาวด้วยนั่งอยู่ใกล้ ๆ เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๘ นาทีนะครับท่านครับ เดี๋ยวท่านอนุรักษ์ไว้สุดท้าย เพราะท่าน ต้องมีชาร์จ และท่านต้องใช้เวลาพอสมควร ท่านสมบูรณ์ก่อน ๓ วันยังไม่ได้ยินเสียงท่านสมบูรณ์เลย ขอท่านสมบูรณ์ก่อนเชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ช่วง ๓ โมงวันนี้ผมเพิ่งอภิปรายถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ ได้ปรับลด งบประมาณเรื่องงบประมาณที่มันไม่เป็นธรรมครับ สําหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตปรับลดงบประมาณลงไปทั้งหมด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกันครับ ร้อยละ ๑๐ เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เป็นที่เข้าใจว่า เป็นกระทรวงที่พยายามรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรของประเทศของเราให้อยู่ยั่งยืน นะครับ จังหวัดตรังของผมเช่นเดียวกันครับท่านประธาน เป็นจังหวัดที่พี่น้องประชาชนชาวไทย นักท่องเที่ยวทั้งหลายได้ให้การยกย่องว่าเป็นเมืองแห่งธรรมชาติ มีต้นไม้ร่มรื่น มีชายหาด ที่สวยงามนะครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีชวนท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่สนใจ เรื่องธรรมชาติมากได้ให้หน่วยงานพี่น้องประชาชนชาวตรังของเราได้รักธรรมชาติโดยการ ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ว่างเปล่า รวมถึงริมถนนหนทางเพื่อความร่มรื่น แน่นอนครับท่านประธานครับ ถึงแม้การรักษาธรรมชาติเพียงใดก็แล้วแต่เมื่อมีความเจริญเข้าไปสู่พื้นที่ก็ย่อมมีการทําลายบ้าง เราจะกินอาหารเพื่อให้ร่างกายเราเจริญเติบโตเราก็จําเป็นที่จะต้องจ่ายเงินซื้ออาหาร ทํานองเดียวกันครับ มีโครงการหลายโครงการที่เข้าไปสู่พื้นที่จังหวัดตรัง แต่ติดอยู่ในเรื่องปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่อุทยานครับ และอุทยานที่สําคัญก็คืออุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นพื้นที่คลุมพื้นที่ทั้งทะเล ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวไทยไม่ได้อยู่เพียงแค่ ในตัวเมืองหรืออยู่เพียงแค่ชนบทในป่า มีพี่น้องประชาชนชาวไทยส่วนหนึ่งครับมีที่อยู่อาศัย ทํามาหากินอยู่บนเกาะ ที่จังหวัดตรังมีอยู่ ๔๖ เกาะครับ แต่ว่ามีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ จํานวน ๓ เกาะด้วยกัน ก็คือเกาะมุกซึ่งมีถ้ํามรกตที่สวยงาม เกาะลิบงซึ่งรอบ ๆ ก็มีปลาพะยูน ที่ทุกท่านรู้จัก แล้วก็เกาะสุกร พี่น้องชาวเกาะทั้ง ๓ เกาะของผมมีโอกาสได้มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ท่านเคยได้ขยายการจําหน่ายไฟฟ้าด้วยระบบปั่นไฟ หมายถึงว่าติดเครื่องยนต์ดีเซล เสร็จแล้วก็กระจายไฟให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้วันละ ไม่กี่ชั่วโมงครับท่านประธาน ป่านนี้ครับ ขณะนี้พี่น้องประชาชนที่ใช้ไฟปั่นถูกดับไฟแล้วครับ พี่น้องต้องอาศัยแสงเทียนหรือบางคนก็อาจจะต้องไปซื้อเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กมาปั่นไฟกันเอง ท่านประธานครับ แต่แน่นอนครับประเทศชาติก็ต้องมีการพัฒนาขึ้น รัฐบาลได้อนุมัติ งบประมาณสําหรับการขยายการจําหน่ายไฟฟ้าด้วยระบบเคเบิ้ลใต้น้ําครับ เนื่องจาก ไม่สามารถที่จะปักเสาระหว่างชายฝั่งไปที่เกาะทั้ง ๓ เกาะได้ก็เลยใช้ระบบเคเบิ้ลใต้น้ํา ก็คือเคเบิ้ลลงไปอยู่ใต้ท้องทะเล ต่ํากว่าพื้นทะเลประมาณ ๑.๕๐ เมตร ซึ่งไม่กระทบกับ สิ่งแวดล้อมใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ปัญหาครับท่านประธาน โครงการที่เราได้รับไปตั้งแต่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ด้วยงบประมาณประมาณ ๓๓๘ ล้านบาทครับท่านประธาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขาก็ดําเนินการทุกอย่าง ที่เกาะมุกได้ ๑๓๘ ล้านบาท เกาะลิบงได้ ๑๐๐ ล้านบาท เกาะสุกรได้ ๑๐๐ ล้านบาท รวมถึงได้รับงบประมาณในการขยายไฟตามเกาะต่าง ๆ ท่านประธาน คงเข้าใจนะครับว่าเมื่อสายเคเบิ้ลลงไปเสร็จแล้วพอถึงพื้นที่เกาะเขาก็ต้องปักเสาพาดสาย เพื่อกระจายให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ไฟฟ้า เกาะมุกก็ได้รับงบประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เกาะลิบงก็ได้รับงบประมาณประมาณ ๑๕ ล้านบาทเศษ เกาะสุกรก็ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ท่านประธานครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทําตามระเบียบทุกอย่าง การขออนุญาตทั้งองค์การ บริหารส่วนตําบลเกาะลิบง เรื่องการขอใช้พื้นที่ตั้งเสาเคเบิ้ล ขออนุญาตกรมประมงเนื่องจาก เป็นพื้นที่ในการทําประมงของพี่น้องประชาชน ขอกรมเจ้าท่า ขอกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื่องจากเป็นพื้นที่อุทยาน ขอเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ทําทุกอย่างครับ ได้รับการอนุมัติทั้งสิ้น แต่สุดท้ายครับท่านประธานมาติดกับอยู่นิดเดียว ก็คือกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชยังไม่อนุญาต ให้ใช้พื้นที่ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนบ้านผมทั้ง ๓ เกาะครับ ได้รับงบประมาณ แต่ขณะนี้ท่านประธานทราบไหมครับ ไม่สามารถที่จะเดินไฟฟ้าได้ ๒๔ ชั่วโมงตามที่พี่น้องประชาชน ต้องการ เหตุผลแค่นิดเดียวครับ เนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแจ้งว่า จะต้องมีการสํารวจธรรมชาติหรือระบบควบคุมอีไอเอครับ ขณะเดียวกันรัฐบาลที่แล้ว เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ก็ได้ยกเว้นมติ ครม. ดังกล่าว ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ครับถึงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ผมฝากท่านประธานถึงทางกรรมาธิการได้แจ้งถึงรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เสียหาย ทําลายธรรมชาติใด ๆ ทั้งสิ้น ไฟฟ้า พี่น้องประชาชนของผมจะได้ใช้ตลอดเวลา ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้เขาอยากดู ถ่ายทอดการอภิปรายเรื่องงบประมาณวาระที่สองเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากติดขัดตรงนี้ แค่นั้นเองนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผมเห็นด้วยครับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชหรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะไปตรวจจับ ป้องกันป่า บางคนนักการเมืองบางคนเอาพื้นที่ป่ามาเป็นรีสอร์ท (Resort) ส่วนตัว บางคนก็ไปสร้าง คฤหาสน์ส่วนตัวเต็มไปหมดครับ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ที่ไหนก็แล้วแต่ บางคนนักการเมืองไปบุกรุกสร้างเป็นสวนยางพารา เพราะเห็นว่าราคายางพาราสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ มันขึ้นสูงนักนะครับ สุดท้ายก็ไปบุกป่า แล้วก็นําความเสียหาย พอเกิดอุทกภัยดินถล่ม เนื่องจากยางพาราเป็นยางที่รากแก้วมันสั้น ทําให้ดินสไลด์ลงมาได้ง่ายนะครับ ท่านบุกเลยครับ แต่สิ่งไหนที่มันเป็นประโยชน์ก็ขอความกรุณาจากท่านด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ครับ ๘ นาที

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนที่ดิฉันจะอภิปรายต้องขออนุญาตท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วในวิปเราตกลงกันไว้ ๑๐ นาที ดิฉันคิดว่าคงพูดไม่ถึง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดดิฉัน อภิปรายแล้วอย่างไรท่านประธานก็กรุณาให้ดิฉันอภิปรายจนจบนะคะ อย่าเพิ่งตัดนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดิฉันคิดว่าการจัดสรรงบประมาณไม่ได้สะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคะที่ตําบลแหลมตะลุมพุก อําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถ้าเอ่ยชื่อแหลมตะลุมพุก ในวันนี้ดิฉันคิดว่าไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนนะคะ แหลมตะลุมพุกนี้โด่งดังมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ที่มีวาตภัยครั้งใหญ่ แต่ ณ ขณะนี้สิ่งที่แหลมตะลุมพุก ของอําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชประสบก็คือเรื่องที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ที่นั่น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่ ๒ และหมู่ ๓ เนื่องจากเกิดคลื่นซัดเข้ามา ยังบ้านเรือน แล้วทําให้บ้านเรือนเสียหาย ณ ขณะนี้มีประชาชนที่จะต้องอพยพออกจาก บริเวณนั้น โดยในความหมายว่าไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป จํานวน ๑๗ ครอบครัว หลังคาเรือน อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากเรียนท่านประธานให้ทราบ ถามว่าการกัดเซาะของ แหลมตะลุมพุกนี้หรือเหตุการณ์ที่เกิดคลื่นซัดเข้ามาในบ้านของพี่น้องประชาชน เพิ่งเกิดหรือ ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่ค่ะ เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นมาซ้ําแล้วซ้ําเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปีนี้ปีเดียวเกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ นั่นก็แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมา สืบเนื่องตลอดเวลา ท่านประธานคะ หลายท่านอาจจะบอกว่าแล้วทําไมในขณะนี้ถึงมามีปัญหา ก่อนหน้านี้มันมีชายชาดหาดนะคะ แต่ว่าเนื่องจากการกัดเซาะของคลื่นที่แหลมตะลุมพุกนั้น ต้องเรียกว่าอยู่ในระยะของความรุนแรง ก็คือมากกว่า ๕ เมตรต่อปี ณ ขณะนี้บริเวณที่เป็น หาดทรายทั้งหมดได้ถูกกัดเซาะไปเรียบร้อยแล้ว ขยับเข้ามาจนถึงบ้านเรือน ถ้าท่านประธานเห็น ในหนังสือพิมพ์ ท่านประธานจะเห็นว่าถนนคอนกรีตซึ่งเป็นถนนที่เลียบหมู่บ้าน เลียบชายทะเลนั้นวันนี้ได้แตกหักพังเนื่องจากการกัดเซาะของคลื่น และเมื่อท่านประธาน ไปที่แหลมตะลุมพุกด้วยตนเองท่านประธานจะเห็นแล้วก็จะแปลกใจว่าทําไมมีต้นมะพร้าว งอกอยู่ในทะเล นั่นก็คืออาณาเขตเดิมของแหลมตะลุมพุกที่เป็นชายหาดให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้ทํามาหากิน ได้เอาเรือมาจอด แต่ ณ ขณะนี้ต้องบอกว่าไม่มีบริเวณเหล่านั้นให้พี่น้องประชาชน อีกแล้ว ปัญหาของแหลมตะลุมพุกได้รับการหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีท่าน ส.ส. วิทยา แก้วภราดัย เป็น ส.ส. เขต ได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ ให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพิจารณาเพื่อที่จะดูว่าจะสามารถให้พี่น้องประชาชนนั้นเข้าไปอาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ได้หรือไม่นะคะ หลังจากนั้นก็มีการยุบสภา แล้วก็เรื่องราวก็ได้สืบเนื่องมายังรัฐบาลนี้นะคะ ดิฉันต้องเรียนท่านประธานว่าตรงนี้เป็นปัญหาที่สําคัญจริง ๆ เร่งด่วนจริง ๆ วันก่อนดิฉันได้มีโอกาสพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียนท่าน ๒ ครั้ง ซึ่ง ณ ขณะนี้ต้องขอบคุณที่ท่านเข้ามารับฟัง ท่านบอกว่าท่านเป็นคนหนุ่ม ทํางานเร็ว เป็นวัยรุ่น เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้รีบดําเนินการนําเรื่องนี้ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอยกเว้นมติ ครม. ในเรื่องของการยกเลิกเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้เป็นเขตป่าสงวน ให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเข้าไปอยู่อาศัยในบริเวณนั้นได้ ณ ขณะนี้เรื่องจาก จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ทําเรื่องแล้วเสร็จ ใช้พื้นที่ทั้งหมด ๑๓๓ ไร่ จะมีประชาชนที่จะ เข้าไปอยู่ในบริเวณนี้ประมาณ ๖๐๐ ครัวเรือน สิ่งที่ดิฉันอยากจะอภิปรายในวันนี้ค่ะ ทุกท่านที่ลงไปในบริเวณแหลมตะลุมพุก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านฐานิสร์ เทียนทอง ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปในนามของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกท่านไปค่ะ และทุกท่านก็รับว่าจะนําปัญหากลับมาแก้ไขให้พี่น้องประชาชน แต่เมื่อดิฉันมาดู ในงบประมาณของปี ๒๕๕๕ สิ่งที่แปลกใจท่านประธาน ดิฉันไม่เห็นว่ามีการจัดงบประมาณ เตรียมไว้สําหรับพี่น้องประชาชนชุมชนใหม่ที่จะเกิดขึ้นที่แหลมตะลุมพุก อย่างที่ดิฉันได้เรียน บริเวณที่พี่น้องตรงนี้ได้รับการจัดสรรเป็นบริเวณของป่าชายเลน ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า พื้นของป่าทั้งหมดจะเป็นน้ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนน้ําตรงที่ได้รับการจัดสรรสูงเป็นเมตร นั่นก็หมายถึงพี่น้องประชาชนจะต้องตั้งบ้านเรือนแบบมีใต้ถุน ดิฉันมีแบบค่ะท่านประธาน ที่ทางจังหวัดได้ออกแบบมาเรียบร้อยแล้ว ทุกบ้านจะต้องมีใต้ถุนสูงและเชื่อมทางเดินต่อกันด้วย ถนนคอนกรีต จะอยู่เป็นชุมชนใหญ่ ๖๐๐ หลังคาเรือนด้วยกัน สิ่งที่ไม่เห็นในวันนี้ก็คือ

๑. ฝากถามท่านกรรมาธิการงบประมาณทุกท่าน ท่านได้ถามไหมคะว่า งบประมาณส่วนนี้จะมาจากที่ไหน เมื่อไรที่ชาวแหลมตะลุมพุกจะได้รับการจัดสรร งบประมาณจํานวนนี้ เพื่อที่จะให้เขาสามารถเข้าไปอยู่อาศัยในบริเวณที่ได้รับการจัดสรร จากรัฐบาลได้ สิ่งที่ดิฉันเน้นย้ําตรงนี้ก็เพราะว่าถึงแม้ว่าท่านจะผ่านมติ ครม. ยกเว้น เขตอุทยานแห่งชาติแล้วก็ตาม เป็นเขตป่าสงวนให้พี่น้องประชาชนเข้าไปอาศัยอยู่ แต่จริง ๆ แล้ว ในความเป็นจริงเขาไม่สามารถอาศัยได้ ถ้าท่านไม่ได้มีการจัดในเรื่องของงบประมาณอย่างที่ ดิฉันได้เรียน

นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น น้ําประปา และที่สําคัญที่สุดพี่น้องเหล่านี้ตั้งอยู่ในป่าชายเลนซึ่งติดกับผืนป่าแห่งใหญ่ ที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบําบัดน้ําเสียที่ พี่น้องประชาชนเหล่านี้จะใช้จะต้องมีด้วยเช่นเดียวกันนะคะ อันนี้ดิฉันก็ต้องขอเรียนถาม ท่านกรรมาธิการว่าท่านได้จัดสรรงบประมาณส่วนนี้ไว้ที่ไหน

สุดท้ายค่ะ ที่ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ได้ลงไปในนามของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ไปสัญญากับชาวบ้านที่นั่นว่าสิ่งที่ชาวบ้านที่นั่นจะได้ อันนี้ก็ผ่านทางรายการของช่อง ๓ ท่านสัญญาว่า

๑. ได้ที่ดิน ได้รับการจัดสรรที่ดินแน่นอน

๒. จะมีการสร้างบ้านให้พี่น้องประชาชนด้วย

๓. จะมีการสร้างเขื่อน

๔. จะมีในเรื่องของท่าจอดเรือ

ตรงนี้ค่ะดิฉันก็ฝากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการทุกท่านนะคะว่า บริเวณนี้ท่านจะเอางบประมาณจากที่ไหนมาให้พี่น้องประชาชนในการสร้างบ้านเรือน ๖๐๐ หลังคาเรือน ในการที่จะสร้างเขื่อนกันคลื่น ในการที่จะสร้างท่าเรือ ดิฉันต้องเรียนนะคะ เผื่อในกรณีที่เพื่อให้คนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับแหลมตะลุมพุกได้ทราบนะคะ การหาปลาของพี่น้อง ในแหลมตะลุมพุกนั้นเป็นการหาปลาด้วยเรือขนาดเล็กค่ะ เป็นเรือหางยาวเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้องประชาชนเมื่อหาปลาเสร็จแล้วเขาก็จะลากเรือขึ้นมาอยู่ บนหาดแล้วก็เอาปลาออกจากเรือเพื่อไปขาย การที่ท่านสร้างเขื่อนกันคลื่นก็จะทําให้เกิด ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการทํามาหากิน ซึ่งดิฉันก็ต้องเรียนว่าที่ผ่านมา ในสมัยของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มีการเสนอตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ ณ ขณะนั้นพี่น้องประชาชนปฏิเสธ เนื่องจากว่าทําให้เขาหากินได้ลําบากขึ้น เพราะไม่มี ที่จอดเรือ ตรงนี้ดิฉันก็ต้องขอเรียนถามท่านปลอดประสพนะคะว่าการที่ท่านไปพูดนั้น งบประมาณจะมาจากที่ไหน เมื่อไรที่จะได้งบประมาณเหล่านี้ สําหรับดิฉันในนามของตัวแทนของพี่น้องชาวแหลมตะลุมพุกต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านว่าวันนี้ปัญหาของพี่น้องชาวแหลมตะลุมพุกนั้น เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก บริเวณแหลมตะลุมพุกเป็นเขตอุทยาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้แม้กระทั่ง ๑๗ หลังคาเรือนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเลย วันนี้ต้องไปตั้งบ้านเรือน อยู่ข้างถนน ถ้าท่านสามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จได้โดยเร็ว ให้เขาสามารถเข้าไปอยู่ในบ้าน ที่อบอุ่น ที่มั่นคง ที่ปลอดภัยได้โดยเร็วก็จะถือว่าเป็นการที่ท่านให้ความสําคัญกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ดิฉันคิดว่าท่านคงแก้ปัญหานี้ให้ได้โดยเร็วอย่าให้ประชาชนชาวแหลมตะลุมพุก ได้รับแต่ถุงยังชีพและปล่อยให้ปัญหานี้ได้อยู่กับชาวแหลมตะลุมพุกตลอดไป ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปราย ตัดงบประมาณในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เหตุผลหลักก็คือในส่วนของกรมทรัพยากรน้ํา ซึ่งตั้งงบประมาณไว้อยู่ที่ ๖,๔๗๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นได้ตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด ๒๔,๖๑๑.๑๙๗ ล้านบาท ถ้าเทียบกับปี ๒๕๕๔ ก็ยังมากกว่าอยู่ประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผลที่ผมต้องตัดงบประมาณในส่วนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรน้ํานั้นก็เนื่องจากว่ากรมทรัพยากรน้ํานั้น ได้มีวิสัยทัศน์โดยบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการเป็นระบบลุ่มน้ํา โดยการมีส่วนร่วม จากทุกภาคอย่างมีประสิทธิภาพเป็นธรรมและยั่งยืนนั้น ซึ่งพันธกิจหลักนั้นก็ถือว่าเป็นองค์กรหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์กรที่จะต้องจัดทํานโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการ เป็นระบบลุ่มน้ํา ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ายุทธศาสตร์ของกรมทรัพยากรน้ํานั้น ได้วางยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาโดยการพัฒนาแหล่งน้ํา ผมได้ดูงบประมาณแล้ว งบประมาณในส่วนของผลผลิตการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ําและการบริหารจัดการน้ํานั้น ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ถึง ๕,๐๘๘ ล้านบาทเศษนั้น แล้วก็ได้ตั้งโครงการในส่วนของโครงการ อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ํา ซึ่งเกินกว่า ๑๐ ล้านบาทนั้นถึง ๒๘๖ รายการ ผมก็มีความเชื่อมั่นว่า ยุทธศาสตร์ของกรมทรัพยากรน้ํานั้นได้กระจายไปทุกลุ่มน้ํา แต่โครงการดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว ในส่วนของจังหวัดสุโขทัยได้งบประมาณมาเป็นบางส่วน ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ํา หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นได้จัดสรรงบประมาณในลักษณะ เป็นรายหัวของประชากร ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าความต้องการที่พัฒนา แหล่งน้ําในส่วนของแต่ละลุ่มน้ํานั้นแตกต่างกัน ซึ่งผมเป็นคนจังหวัดสุโขทัยซึ่งอยู่ในลุ่มน้ํายม เป็นลุ่มน้ําซึ่งไม่มีเขื่อน ไร้เขื่อนมาหลายสิบปี การพัฒนาแหล่งน้ําในส่วนของ บริเวณลุ่มน้ํายมนั้นจึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดสรรงบประมาณลงไป แต่ปรากฏว่า ทางกรมทรัพยากรน้ํานั้นได้จัดสรรงบประมาณแบบกระจายไปตามลุ่มน้ํา ซึ่งบางลุ่มน้ํานั้น มีการพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะงบประมาณที่ตั้งไว้ใน ๒๘๖ รายการ เกินกว่า ๑๐ ล้านบาทนั้น ผมอ่านโครงการแล้วว่าเป็นโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ํา ซึ่งผมเคยเห็นในการพัฒนา เพียงแต่ทางผู้รับเหมาได้ไปใช้แบคโฮในการไปขุดบริเวณข้างตลิ่ง ไม่ได้มีการพัฒนาแหล่งน้ําโดยแท้จริง ผมจึงขออนุญาตต่อท่านประธานว่าได้ฝากไปยัง คณะกรรมาธิการว่าถ้าหากว่ามีการปรับลดนั้นก็ขอให้ปรับลดใน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของ กรมทรัพยากรน้ํา ผมมีเรื่องเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญเลิศ ไพรินทร์ ครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็จะมองภาพรวมด้านสิ่งแวดล้อม จะพูดถึงเฉพาะบางกรมในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในมาตรา ๑๓ (๒) กรมควบคุมมลพิษ แล้วก็ (๘) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (๑๐) สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรา ๑๗ (๘) กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ซึ่งกระผมได้ขอตัดงบประมาณทั้ง ๔ หน่วยงาน หน่วยงานละ ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

กรมควบคุมมลพิษ ปัญหาก็คือไม่สามารถควบคุมมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการศึกษาวิจัยของนักวิจัยอย่างน้อย ๗ ท่านที่ผมอ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นักวิจัย ๗ ท่านนั้นบอกว่าชี้ให้เห็นว่ามลพิษในนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดสูงกว่ามาตรฐานสากล ๒-๓ เท่า สูงกว่ามาตรฐานสากลครับ แล้วได้ก่อให้เกิด โรคร้ายแรงแก่ประชาชนใน ๒๕ ชุมชน ได้แก่ มะเร็งปอด หรือมะเร็งในหลอดลม ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เป็นต้น มีการลักลอบขนขยะไปทิ้งในที่ต่าง ๆ เราได้ยินได้ฟังตลอด เนื่องจากผมทําธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องการจํากัดขยะอยู่ด้วย ก็เลยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก พวกที่ฝังกลบทั้งหลายไม่ได้กลบกันจริงจัง เอาไปทิ้งหลังภูเขาบ้าง ริมแม่น้ําบ้าง ลงแม่น้ํา ลงทะเลบ้าง มีการฝังกลบไม่ถูกสุขลักษณะ มีการกองขยะไว้บนพื้นดินเป็นจํานวนมากทั่วประเทศ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วแทบทุก อบต. แทบทุกเทศบาล

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปัญหาก็คือไม่มีผลงานการส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมในเชิงประจักษ์ ซึ่งสังเกตได้จากความไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษของ กรมควบคุมมลพิษดังที่กล่าวแล้ว ถ้ากรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมดี เก่ง มันเป็นเรื่องของ การป้องกัน คือให้ความรู้แก่สังคม ประชาชน และผู้ประกอบการว่าพิษภัยของการละเลย ไม่ควบคุมมลพิษอย่างแท้จริงนี้ มันจะก่อให้เกิดปัญหาแก่สุขภาพอนามัยของประชาชน และสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ํา ลม อากาศที่ว่า เพราะฉะนั้นกรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมก็ควรจะต้องได้รับการเยียวยา ต้องปรับปรุง ต้องพัฒนากันอย่างขนานใหญ่ ถ้าทํางานอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ควรจะตัดงบประมาณให้มากกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป

ประการที่ ๓ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาก็คือนโยบายและแผนไม่ทันสมัยเลยครับท่านประธาน ไม่ครอบคลุมสาระสําคัญ ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ขยะในเชิงอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ในยุโรป เขาเอาขยะไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เอาไปเผาไหม้ในโรงปูนซีเมนต์ ประเทศไทย มีโรงปูนซีเมนต์ตั้ง ๖ แห่งทั่วประเทศ เขาอยากซื้อขยะจาก กทม. ซื้อขยะจากเทศบาล อบต. ทั้งหลาย แต่พวกนี้ไม่ขาย ไม่ขายเพราะอะไรครับ จ้างครับ จ้างแล้วมันคงจะได้คอมมิชชัน กระมังครับท่านประธานที่เคารพ เขาซื้อไม่ขาย แต่ว่าจ้าง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ากรุงเทพมหานคร ปีหนึ่ง วันหนึ่งมีขยะเท่าไร ตามสถิติของเอไอที (AIT) วิทยานิพนธ์ของเอไอทีเป็นภาษาอังกฤษ อ่านมาทั้งคืนเมื่อคืน รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง กรุงเทพมหานครและ อปท. อื่น ๆ ทั่วประเทศปัญหา ก็คือมีขยะมากมายมหาศาล เอาเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๓๙ มี ๘,๐๐๐ ตันต่อวัน ปี ๒๕๔๓ มี ๙,๓๐๐ ตันต่อวัน คาดการณ์ว่าปี ๒๕๕๘ จะมี ๑๘,๐๐๐ ตันต่อวัน กรุงเทพมหานคร แทนที่จะขายให้โรงงานปูนซีเมนต์ทั้ง ๖ แห่ง แล้วก็หน่วยผลิตพลังงานเพาเวอร์ โปรดิวเซอร์ (Power producer) หรือพวกอินดัสเตรียล บอยเลอร์ (Industrial Boiler) พวกต้มทั้งหลาย ไม่ขายครับ จ้างครับ จ้างบริษัทไปขน ฝั่งโน้นก็กลุ่มหนึ่ง ฝั่งนี้ก็กลุ่มหนึ่งแบ่งผลประโยชน์กันไป ปีหนึ่งสถิติเมื่อปี ๒๕๕๐ เขาบอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศทั้ง ๔ รูปแบบ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ คือกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาต้องใช้ งบประมาณเพื่อจ้างการกําจัดขยะสถิติปี ๒๕๕๐ ๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรุณาสรุป นะครับ เพราะเกินเวลาท่านแล้วนะครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ฉะเชิงเทรา

หมดเวลาหรือยังครับ ยังนะ ผมดูอยู่นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดแล้วครับ นาฬิกาเตือนแล้วครับ ท่านเกินไปนาทีครึ่งครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ฉะเชิงเทรา

เพราะว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง คือให้ประเมินอีไอเอ เอชไอเอ คือประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางสุขภาพ แต่ว่าไม่ได้ทํากันอย่างจริงจัง ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ อย่างจริงจัง ขาดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองไม่เห็นอนาคตอันใกล้และไกลว่ายุโรปเขาใช้ขยะในเชิงอุตสาหกรรมมานานแล้ว แต่ประเทศไทยยังอยู่เลย ไม่มีโรงงานที่จะทําอาร์ดีเอฟ รีฟิวซ์ เดอร์ไลท์ ฟิวเอิล (RDF= Refuse Derived Fuel) ก็คือการที่ได้เชื้อเพลิงหรือได้พลังงานมาจากขยะนะครับ ด้วยเหตุนี้จึงขอตัดงบประมาณทั้ง ๔ หน่วยงาน หน่วยละ ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็เป็นเหตุผล ที่อยากจะกราบเรียนไว้แค่นี้ เพื่อประหยัดเวลา ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนริศ หรือท่านนครก่อนครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายปรับลด งบประมาณในมาตรา ๑๓ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่า เป็นการตั้งงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์และไม่สะท้อนการแก้ปัญหาทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมจึงขออนุญาตที่จะตั้งคําถามกับกรรมาธิการครับว่า ในวันที่ท่านพิจารณามาตรา ๑๓ นั้นท่านได้ซักถามเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องว่าโจทย์พื้นที่ป่า ที่ท่านเอามาเป็นโจทย์ในการแก้ไขปัญหาใช้โจทย์อะไร จํานวนพื้นที่เท่าไร ใช้จํานวนพื้นที่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งประเทศเหมือนในวันที่ตั้งกรม หรือใช้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติหรือเกณฑ์มาตรฐานสากล หรือใช้พื้นที่ป่าแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออยู่ในขณะนี้นะครับ ป่าประเทศเราเหลือแค่เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โจทย์ที่ท่านเอามาคิด เพื่อจัดสรรงบประมาณเป็นโจทย์ตัวเลขจํานวนพื้นที่เท่าไร ผมกราบเรียนว่าขณะนี้พื้นที่ป่า ในประเทศถูกยึดครองจนเหลือเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ยึดครองทําพื้นที่อาศัยทําชุมชน ทําโรงงานอุตสาหกรรม ยึดครองพื้นที่ทําเรือกสวนไร่นาซึ่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเพิ่งตอบไปเมื่อวานว่ามีมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ และมีรีสอร์ทกว่า ๑,๐๐๐ แห่ง ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่าขอให้งบประมาณที่เหลือจากผมปรับลดไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอให้ได้ใช้เต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยยึดเอากฎหมายนี้เป็นหลักและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้ายึดพื้นที่คืนจากรีสอร์ท จากแปลงเรือกสวนไร่นาแล้วให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ด้วยเพราะผม ไม่เชื่อว่ารีสอร์ทเกิดขึ้นได้ขนาดนี้ ขนาดที่เห็นอยู่โดยเจ้าหน้าที่ไม่ละเว้นการปฏิบัติโดยไม่มี เจ้าหน้าที่ไม่เรียกรับประโยชน์ ไม่มีทางเป็นไปได้ ผมจึงให้กระทรวงช่วยดําเนินการให้ความเป็นธรรม ทุกฝ่ายยึดของเอกชนกลับพร้อมกับเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน ทําให้หมด เลยนะครับทั้ง ๑,๐๐๐ รีสอร์ท หลายพันรีสอร์ททําให้หมดเลยแม้ว่าบางรีสอร์ทไม่มีจอโทรทัศน์ ไปออกก็ตาม

เรื่องที่ ๒ ทางกรรมาธิการได้สอบถามและทราบข้อเท็จจริงว่าขณะนี้พันธุ์ไม้ มีค่าบางชนิดถูกลักลอบตัดฟันใกล้สูญพันธุ์แล้วครับ ไม่ว่าชิงชัน ไม่ว่าประดู่ และไม้หลุมพอ ในภาคใต้ และโดยเฉพาะไม้พะยูงในภาคอีสาน ขบวนการไม้พะยูงใหญ่โตมากผมไม่ต้องอธิบาย เพราะว่าขณะนี้เป็นข่าวอึกทึกคึกโครม ผมเป็นคนเอามาพูดในสภาแห่งนี้เป็นคนแรก ผมถาม กรรมาธิการว่าเมื่อขบวนการใหญ่โตมีกองกําลังชายแดนท่านตัดงบประมาณที่เขาขอแปรญัตติ เพิ่มซื้อปืนให้เขาทําไมครับ กับ ๒. ท่านตัดงบประมาณของกรมศุลกากรที่ซื้อเครื่องเอกซเรย์ ที่ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เพราะเขาลักลอบออกต่างประเทศผ่านตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น กรรมาธิการไปตัดเครื่องเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์ตัดทําไมครับ ท่านมีเหตุผลอะไร

เรื่องถัดมาสอบถามว่าท่านทราบสภาพป่า ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุทยานในเรื่อง ของการฟื้นฟูมากน้อยแค่ไหน ท่านประธานผมขออนุญาตที่จะฉายสไลด์สักรูป ๒ รูปซึ่งผม ได้ขออนุญาตไว้แล้วนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือภาพป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นสวนยางพารา เราตั้งงบประมาณไปดูแลพื้นที่ป่าผืนนี้ ตั้งไปทุกปี แต่ว่าพื้นที่ป่าสงวนกลายมาเป็นสวนยางพารา แล้วจับกุมไม่เคยได้ตัวผู้กระทําผิดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพนี้เป็นภาพสวนป่าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไปปลูกใช้งบประมาณในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติของภาคเอกชน ในสมัยท่านชวน หลีกภัยนายกรัฐมนตรีได้ทําโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคนดําเนินการในช่วงนั้น ได้ป่าจากภาคเอกชนมา ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ที่ปลูกโดยภาคเอกชนปลูกจริงครับ ได้ผลในระยะเริ่มต้นแต่ว่าหลังจากนั้น กรมอุทยานแห่งชาติแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ปล่อยให้มีการบุกรุกตัดไม้ทั้งหมด

ภาพต่อไปครับ อันนี้ครับ ภาพนี้เป็นของ ปตท. ปตท. เจ้าใหญ่ที่สุด ปลูก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นข้าวโพดหมดข้างหลัง ใช้งบประมาณในการดูแลรักษาป่า แล้วก็ละเลย ป่าถูกถาง เอกชนมาปลูก ปล่อยให้เอกชนถาง ปล่อยให้ถูกบุกรุกในป่าของเอกชน ที่ร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ แปลงนี้ยังมาเบิกเงินค่าซ่อมบํารุงอยู่อีก ๑๐ ปี ไม่มีป่าสักต้นหนึ่ง แล้วถูกบุกรุก และเบิกเงินค่าบํารุง ๑๐ ปี ปีละ ๕๐๐ บาทต่อไร่ได้อย่างไรครับ ผมจึงขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าขอให้รัฐมนตรี ขอให้ ป.ป.ช. ขอให้ สตง. และทางกรรมาธิการ ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ผมด้วยครับ ป่าที่เอกชนเข้ามาช่วยถูกบุกหมด แล้วไปเบิกเงินบํารุงรักษาป่า ที่ไม่มีป่าแม้แต่ต้นเดียวนะครับ ฝากกรรมาธิการไว้ด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ เรื่องแนวเขตป่า เรื่องนี้สําคัญที่สุดครับ ปัญหาสภาพป่า นี่เบิกเงินค่าบํารุงป่าทุกปีนะครับ เบิกของ ปตท. เป็นล้านไร่นะครับ แนวเขตป่า เป็นเรื่องสําคัญที่สุด ถ้าแนวเขตป่าไม่จบนี้ปัญหาป่าไม้ไม่มีวันจบครับ ผมถามกรรมาธิการว่า ท่านปรับลดค่าใช้จ่ายในการจัดทําแนวเขตการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรณี ปรับลดทําไม ถ้าปรับลดโครงการเร่งรัดจัดทําแนวเขตในพื้นที่อนุรักษ์ ปรับลดทําไม รู้ทั้งรู้ว่าถ้าปัญหาแนวเขต ไม่ยุติ ปัญหาอื่นไม่ยุติ แล้วปรับลดทําไม ท่านปรับลดค่าใช้จ่ายในการจัดทําแผนข้อมูลที่ดิน ปรับทําไม ท่านปรับลดสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินซึ่งจะเป็นหน่วยงานใหม่ที่จะมา แก้ไขปัญหาที่ดิน ท่านปรับลดทําไม สุดท้ายงบประมาณที่ท่านอนุมัติไป งบหมอกควันไฟป่า ที่กําลังจะอนุมัติไป ท่านครับ อย่าไปทําอีกเลยเพราะว่ากว่าเงินจะไปถึงประมาณเดือนมีนาคม เข้าหน้าฝนแล้วครับ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมทําไม่ได้แล้วแนวกันไฟ อย่าไปทําเลยครับ ท่านอนุมัติไปแล้ว ผมจึงขออนุญาตได้ปรับลดงบประมาณเพราะว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล มีเรื่องทุจริตและไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขออนุญาตปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สําหรับมาตรา ๑๓ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของทางราชการ เพื่อเป็นเงื่อนไขให้ผมได้อภิปรายในวันนี้ และเพื่อดําเนินให้มีการดําเนินการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ ในประเทศวันนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมเสนอขอปรับลด งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ทั้งสิ้นร้อยละ ๕ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงในรายละเอียด เหตุผลประกอบการขอปรับลด ผมขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าในขณะที่ท่านพิจารณา แทนสภาอยู่นั้น ท่านได้เชิญให้รัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้มาชี้แจงความคืบหน้า ๓ เรื่องดังต่อไปนี้หรือไม่ แล้วก็ชี้แจงว่าอย่างไร

เรื่องที่ ๑ การจัดทําแนวเขตที่ดินหรือการรีเชฟ (Reshape) การตรวจสอบ แนวเขตที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติและอื่น ๆ ได้มีการ ชี้แจงจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนและจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่จะพิสูจน์แนวเขตในการทํากินเพื่อที่จะเป็นฐานในการแบ่งระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทํากิน ที่ไร่ ที่นา ที่สวน ที่เขตป่าทับคนอยู่ เพื่อดําเนินการขับเคลื่อนกระบวนการไปสู่การให้สิทธิ กับราษฎรกับประชาชนที่ถูกป่าทับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ การยกเลิกเพิกถอนเขตที่ดินที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย ที่ไร่ ที่นา ที่สวนของประชาชนที่อยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งในหลักการแนวคิด ในเชิงอนุรักษ์ในสมัยก่อนในขณะที่ร่างกฎหมายหรือตรากฎหมายป่าไม้ กฎหมายอนุรักษ์ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาตินั้นจํานวนประชากร จํานวนคนไทยในขณะนั้นยังมีจํานวนน้อยครับ ๒๐-๓๐ ล้านคน ทุกที่เป็นป่า แต่ในสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันท่านประธานครับ คนอยู่ในป่า และป่าเข้ามาทับคนมากมายเหลือเกินทําให้ประชาชนขาดสิทธิอันพึงมีพึงได้ ทําให้ประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศที่แท้จริงถูกละเมิดสิทธิโดยการถูกกล่าวหาจากหน่วยงานของรัฐ มาโดยตลอดว่าถูกบุกรุกเป็นผู้ทําลายป่า ซึ่งผมบอกว่าไม่จริง เพราะประเทศทั้งประเทศ ถ้าไม่มีคนมันจะเป็นประเทศได้อย่างไรครับ แต่ในเมื่อมีคนเขาเป็นเจ้าของประเทศ รัฐต่างหากล่ะปล่อยให้สภาพเป็นพื้นที่ เป็นชุมชน เป็นวัด เป็นโรงเรียน เป็นอําเภอ เป็นเทศบาล เป็นเรือกสวนไร่นา จนหมดสภาพป่าไปทั้งหมดหลายสิบปีเป็นหลายชั่วอายุคน แล้วก็มี ทําไมรัฐไม่เคารพในสิทธิที่ควรจะให้กับประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ เรื่องนี้ ท่านได้สอบถามทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไหมว่าจะดําเนินกระบวนการ เรื่องนี้อย่างไร เพื่อให้รัฐเคารพในสิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ ถ้าสอบถาม มีกระบวนการในการเดินเข้าไปสู่การเพิกถอนเขตป่าที่มันทับคนอยู่ในแต่ละพื้นที่อย่างไร ท่านได้ซักถามแทนสภาแห่งนี้หรือไม่

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมในตัวของท่านว่าท่านเป็นคน ที่มาจากชาวบ้านจริง รู้จักสภาพของพื้นที่ปัญหาและมีวิสัยทัศน์คนหนึ่งในการที่จะวางระบบ ในการบริหารจัดการน้ําในส่วนที่ท่านรับผิดชอบตั้งแต่ต้นน้ํา แต่ปัญหาเนื่องจากว่า เราไปสร้างกฎเกณฑ์หรือกติกาผูกมัดตนเองไม่ให้มีการขับเคลื่อนในการพัฒนา ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ และผมกําลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ก็คือแหล่งต้นน้ําต่าง ๆ ในลุ่มน้ํา สาขาแควน้อย ลุ่มน้ําภาค ลุ่มน้ําคาน ลุ่มน้ําเขมรในเขตพื้นที่ก่อนที่จะไหลรวมกันมาเป็น ลุ่มน้ําแควน้อยแล้วก็มาเป็นลุ่มน้ําหลักก็คือแม่น้ําน่าน ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถามว่า ห้วยพริกขิงของตําบลนครชุม อําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีงบประมาณที่เตรียมในการ ดําเนินการก่อสร้างประมาณ ๒๓๐ ล้านบาท กรมชลประทานก็บอกว่าพร้อมที่จะสร้าง ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สุดท้ายแล้วกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบอกว่า ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ ยังไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ขับเคลื่อน เรื่องนี้เข้ามาสู่การพิจารณานี้อีก ผมเลยบอกว่าอันนี้คือการเชื่อมโยง การขาดเอกภาพ การขาดการบูรณาการของหน่วยงานของรัฐ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ และถ้าเกิดว่าตัวท่านรัฐมนตรีพร้อมที่จะชี้แจงเรื่องนี้ในการขออนุญาตใช้พื้นที่เขื่อนกักเก็บน้ํา ขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่อยู่ในเขตป่าไม้ เขตอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ขอเถอะครับ ให้ความร่วมมือและมาบูรณาการเรื่องน้ํา ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริงเพื่อแก้ไขอย่างยั่งยืนและมั่นคง ประชาชนรอคําตอบ และเรียกร้องมายาวนานมากแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๑๓ มีท่านใดติดใจไหมครับ เชิญครับ

นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะ กรรมาธิการนะครับ ตามที่ได้มีท่านสมาชิกได้ให้ความสําคัญแล้วก็ได้มีการซักถาม กรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๑๓ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ากรณีที่มีการปรับลดงบประมาณเกี่ยวกับ การดูแลป่า แล้วก็เรื่องหมอกควันในการที่จะจัดการกับปัญหาหมอกควันต่าง ๆ ผมต้องเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าคือกรรมาธิการเราที่ได้มีการปรับลดงบประมาณไป ก็เนื่องจากว่า เราดูระยะเวลาที่จะใช้งบประมาณก็เหลืออีกเพียง ๘ เดือน เราก็ปรับให้เหมาะสม กับระยะเวลาของการใช้งบประมาณ แล้วเราก็ได้กําชับทั้งทางท่านอธิบดีกรมป่าไม้ แล้วก็ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เกี่ยวกับเรื่องการบุกรุกรีสอร์ทต่าง ๆ ก็บอกว่า ให้ท่านดูแลให้ทั่วถึง แล้วก็บอกเลย ผมจําได้ บอกว่าท่านอย่าไปทําแต่วังน้ําเขียวที่เดียว ที่ไหนรุกป่าต่าง ๆ เอาให้มันทั่วถึง แล้วก็ให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่าไปกลั่นแกล้งใคร ก็ได้เรียนไปแล้วนะครับ แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านกรรมาธิการท่านวิรัชท่านเป็นห่วง เกี่ยวกับ เรื่องกรมทรัพยากรน้ํา เรื่องอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ํานะครับ ก็ขอเรียนผ่านประธานว่า กรมทรัพยากรน้ําในงบประมาณปี ๒๕๕๕ งบประมาณส่วนใหญ่ ก็คือไปทําแหล่งน้ํา ขนาดกลางถึงแหล่งน้ําขนาดใหญ่ ก็คือมากกว่า ๑๐ ล้านบาทขึ้นไป แหล่งน้ําขนาดเล็ก ก็ไม่ได้มีในงบประมาณฉบับนี้ ก็คือภารกิจตรงนี้หมดไป ทางกรรมาธิการเรายังเป็นห่วง ด้วยซ้ําไปว่าแหล่งน้ําขนาดเล็ก ๆ ในชนบทต่อไปไม่รู้ว่าใครที่จะมาดูแล ถ้าจะปล่อยให้ ท้องถิ่นก็คงจะไม่เพียงพอหรือดูแลได้ไม่ทั่วถึง แล้วก็ขอเรียนกับท่านประธานว่า ทางกรรมาธิการเราในงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราก็ได้พยายามที่จะปรับลดงบประมาณแล้วก็ได้เน้นในเรื่องของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และป่าไม้ให้ยั่งยืน แล้วก็ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุกิจ มีอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับมาตรานี้มีผู้แปรญัตติหลายท่านติดใจครับ อยากให้มีการลงมติครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีปัญหาครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ท่านสมาชิกกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนน นะครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๗ ท่านนะครับ

ต่อไปเป็นการลงมติในมาตรา ๑๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการแก้ไข โดยมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผลคะแนน เลยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ

เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๑๔ ครับ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญปีนี้ค่อนข้างที่จะวิกฤติ จากที่เราเคย ใช้เวลาพิจารณากันถึงมากกว่า ๖๐ วัน แต่ปีนี้รัฐบาลประสงค์ที่จะให้จบภายใน ๔๔ วัน แล้วก็พวกผมเองในฐานะกรรมาธิการฝ่ายค้านก็พยายามให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุด จนในที่สุดเราก็สามารถจบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้ เมื่อวันที่ ๒๔ เพื่อให้จัดพิมพ์เอกสาร และเข้าสภาได้ทันในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ในท่ามกลางความเร่งรัดดังกล่าวนี้ ผมก็จะกราบเรียนกับกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลว่าถึงแม้จะต้องเร่งรัดในเรื่องเวลา แต่พวกผม ขอทําหน้าที่พิจารณาให้รอบคอบครบถ้วนทุกประเด็น ไม่อยากให้กรรมาธิการปีนี้ผ่านพ้นไป โดยมีข้อบกพร่อง ผมได้สงวนความเห็นที่จะปรับลดงบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ไว้เกือบทุกมาตรา แต่มาถึงสภาเนื่องจากข้อจํากัดในเรื่องเวลาก็พยายามให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยไม่อภิปราย นอกจากวันแรกที่ผมอภิปรายไปได้สัก ๕ นาทีก็เนื่องจากสุขภาพป่วยก็เลยต้องหยุดมา จนถึงวันนี้ แต่เนื่องจากเมื่อคืนมีเพื่อนผมจากจังหวัดกระบี่ คือท่าน ส.ส. อาคม เอ่งฉ้วน ได้ถามกรรมาธิการอยู่ ๒ ประเด็น ในขณะที่พิจารณางบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีว่า

๑. การบรรจุข้าราชการการเมืองสํานักนายกรัฐมนตรีมีการพิจารณาคุณสมบัติ ให้รอบคอบถี่ถ้วนถึงทุกตัวบุคคลหรือยัง ทําไมปล่อยให้บางคนที่มีความไม่เหมาะสมเข้ามานั่ง ในตําแหน่งข้าราชการการเมืองกินเงินเดือน และ

๒. ได้ถามถึงพฤติกรรมการจาบจ้วงต่อสถาบันอย่างรุนแรง ทั้งที่ปรากฏ ในเว็บไซต์และที่ปรากฏในซีดีตัดต่อ และเอกสารกับพฤติกรรมที่แสดงทั่วไป คณะกรรมาธิการ ได้ตอบเพียงประเด็นเดียวครับ ในเรื่องของการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง แต่ส่วนในเรื่อง พฤติกรรมที่น่ารังเกียจแล้วก็ทําให้ประชาชนชาวไทยเจ็บปวดอย่างยิ่งทั่วประเทศขณะนี้ คือเรื่องการล่วงบังอาจจาบจ้วงต่อสถาบันของผู้ที่เคารพ ผู้ที่สถิตอยู่เหนือหัวท่านประธาน ผู้ที่ทรงสถิตอยู่ต่อหน้าพวกเราทุกท่าน ยิ่งนับวันจะก้าวร้าวรุนแรงมากยิ่งขึ้นทุกวัน ท่านประธานที่เคารพ ผมเลยจําเป็น ผมรอมา ๒ วัน ก็ไม่เห็นมีกรรมาธิการท่านใดตอบ เสมือนหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการเราไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้ แต่แท้จริงผมได้อภิปรายพูดถึงเรื่องนี้ ด้วยความกังวลในหน่วยงานที่เกี่ยวกับงานเทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ถึง ๘ หน่วยงาน เช่น ที่กรมราชองครักษ์ ผมได้พูดว่างานของกรมราชองครักษ์ไม่ใช่เพียงแค่ ถวายความปลอดภัยพระเจ้าอยู่หัว แต่บางอย่างที่เกิดขึ้นแก่องค์พระเจ้าอยู่หัวของเรา ในบางประการในการจาบจ้วง บังอาจ หมิ่นประมาท กล่าวคําอาฆาต หน้าที่กรมราชองครักษ์ จะต้องดูแลด้วย ก็ได้คํารับปากที่ไม่เต็มคํานัก มาถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หลายคนเห็นว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานสําคัญที่ปล่อยให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น ผมเห็นใจท่านปลัดกระทรวงผู้มาชี้แจงและไม่กล่าวว่าเป็นความผิดของท่านหรอกครับ ก็เห็นว่าท่านได้พยายามแล้ว แต่ท่านก็ได้ตอบว่ามีข้อจํากัดในบางประการ ไม่สามารถทํางาน ในการที่ป้องกันพระองค์ได้เต็มที่ มาถึงกระทรวงมหาดไทย ถึงกรมราชทัณฑ์ ถึงสํานักนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งถึงสํานักเลขาธิการการอุดมศึกษาแห่งชาติ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมพูดทุกกระทรวงครับ รวมเวลาที่ผมพูดในเรื่องเหล่านี้ไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมงใน ๘ หน่วยงานนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมพูดในนี้ในฐานะที่เป็นพสกนิกรชาวไทย ผมไม่ได้มีความจงรักภักดีมากเกินกว่า พวกเราทุกคนครับ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนจงรักภักดี แต่ในแผ่นดินนี้ ในช่วง ๔-๕ ปีนี้มีสิ่งที่ ไม่บังควรเกิดขึ้นที่เราเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากคดีที่นางคนหนึ่งที่ถูกศาลตัดสินจําคุก ๑๘ ปี และไอ้อีกคนหนึ่งที่ถูกศาลตัดสินจําคุก ๒๐ ปี คดีถึงที่สุดแล้ว ด้วยคํากล่าวหมิ่นประมาท จาบจ้วงกล่าวคําอาฆาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งอันนี้ ชัดเจนโดยคําพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็น ขบวนการที่ขยายไปเรื่อยครับ ท่านประธานครับ ที่ผมเรียกว่า ขบวนการ มันไม่ใช่กระทํา ด้วยคน ๒ คน มันยิ่งลุกลามมากขึ้นทุกวัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ แม้กระทั่งสถานีวิทยุที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประเทศสวีเดน ที่บางประเทศ สถานีเครือข่ายวิทยุ ตามชนบทหลาย ๆ แห่งของเรามันบังอาจมากขึ้นทุกวันด้วยนรกจกเปรตกลุ่มหนึ่งที่ทํากับ พระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเกิดทันในแผ่นดินรัชกาลที่ ๘ ครับ แต่ผมยังเด็กเกินไปที่จะจําอะไรได้ ผมมาจําความได้ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เด็กผมรู้ว่าทุกย่างก้าวที่ผมเหยียบย่างไปมันคือแผ่นดินไทย และแผ่นดินไทย เรามีพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินที่ผมประจักษ์ตลอดมาในช่วง ๖๐ กว่าปีนี้ประเทศไทย เรามีบุญญาธิการครับ เรามีบุญที่เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงด้วยทศพิธราชธรรม ทรงตรากตรํา ทรงมีพระมหากรุณา ทรงวิริยะอุตสาหะ ทรงกระทําทุกประการเพื่อพสกนิกร เห็นภาพท่านขึ้นเขา ลงน้ํา ข้ามห้วย ไต่สะพานไม้ ข้ามโขดหิน ลุยโคลนเพื่อทํานุบํารุงไพร่ฟ้า ข้าแผ่นดิน จนแม้กระทั่งเหน็ดเหนื่อย ทรุดกายลงนั่งพิงรถจิ๊บพระที่นั่ง ทรงอ่านแผนที่ เพื่อปวงประชาชนที่เป็นไพร่ฟ้าประชาชนของพระองค์ แต่วันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเกิดมันได้เกิดขึ้น ในแผ่นดินนี้ทั่วไปกว้างขวางมากขึ้นทุกที ๆ จนครั้งหนึ่งบนเวทีการชุมนุม มีผู้ขึ้นไปกล่าวบนเวทีว่า วันนี้ถ้าไม่มีพวกเราพระเจ้าอยู่หัวไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว ท่านประธานครับ ผมเจ็บปวดมากกับคํานี้ ผมเชื่อว่าพสกนิกรทุกคนยังถวายความจงรักภักดี เรายังรู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่พึ่งของเรา แต่เมื่อมีผู้กระทํากับพระองค์ท่านขนาดนี้ ใครเป็นที่พึ่งบ้างละครับ ในการที่จะดูแลไม่ให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ผมถามคนของกรมราชองครักษ์ก็ไม่ได้คําตอบ ไอซีที ก็ไม่ได้คําตอบ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ที่ครั้งหนึ่งผู้อํานวยการสํานักข่าวกรองได้พูดถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานนี้ว่า แม้กระทั่งกลางคืน ใครนอนฝันว่าอย่างไรเขาก็ยังรู้ได้เลย ผมถามในสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ในฐานะที่ดูแลความมั่นคง พระมหากษัตริย์เราเป็นองค์ประกอบสําคัญของความมั่นคงของประเทศชาติ ณ ขณะนี้หรือไม่ ก็ไม่มีคําตอบที่ชัดเจน ผมถามสํานักข่าวกรองแห่งชาติว่า ด้วยประสิทธิภาพที่เขาเคยพูดถึง ตลอดเวลา ทําไมไม่รู้เลยหรือว่าใครที่อยู่ขบวนการเหล่านี้ ทําไมมาปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ทั่วประเทศโดยสํานักข่าวกรองแห่งชาติไม่มีข้อมูลในการที่จะกําจัดสิ่งเหล่านี้หรือ ผมถามสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าสิ่งที่ติดอยู่บนหมวกท่านคือตราแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดิน ของเรา ผมบอกว่ามหาพิชัยมงกุฎที่สวมอยู่บนบ่าที่ท่านภาคภูมิใจ ผมถามกระทรวงมหาดไทยว่า ความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของท่านที่อ้างอยู่ตลอดเวลา วันนี้พวกเรา ทําอะไรกันบ้างในขณะที่เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้กับบ้านเมือง ทุกคนก็ได้แต่อ้ําอึ้งครับ ผมยังไม่จํานนครับ ผมยังเชื่อว่านอกจากกลุ่มที่ไปพูดบนเวทีดังกล่าวนี้ ยังมีคนที่หวังที่จะมี ความจงรักภักดียึดมั่นไม่น้อยกว่าพวกเราทุกคน ผมไม่อยากเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต่อไป ในบ้านเมือง ผมพยายามที่จะหาที่พึ่งว่าจะมีใครสักคนหนึ่ง หรือใครสักกลุ่มหนึ่ง ข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไหนสักกลุ่มหนึ่ง จะรวมพลังกันขึ้นมาเพื่อกําจัดพวกนรกจกเปรตนี้ ออกไปจากผืนแผ่นดินไทย ที่จาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัวเราอย่างหยาบช้าสามานย์ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เพียงแค่ในเว็บไซต์ครับ ท่านประธานเปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์สิครับ เว็บไซต์บางเว็บไซต์ กดเข้าไปในยูทูบ (Youtube) ท่านจะเห็นคอลัมน์ที่หมิ่นประมาท จาบจ้วงอย่างรุนแรงทั้งภาพ ทั้งข้อความที่หยาบช้าสามานย์อย่างยิ่ง แล้วก็ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกวัน นั่นคือหน้าที่ของไอซีที กระทรวงที่เรากําลังพูดถึง การแจกซีดีตัดต่อ การแจกซีดีเถื่อนไปยังกลุ่มแม่ค้าผู้ไม่สามารถ มีดุลยพินิจในการที่จะไตร่ตรองว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง การที่ไปประกาศป่าว ออกข่าวเท็จ ในทั่วหมู่บ้านในชนบท ชักชวนให้ประชาชนปลดพระบรมสาทิสลักษณ์ลงมา แล้วเอารูปคนอื่น ขึ้นไปแทนอย่างนี้ ขบวนการมันกว้างขึ้นทุกวันครับ กว้างขึ้นจนผมคิดว่าวันนี้ผมถ้าจะวิงวอนว่า ขอที่พึ่งให้พระเจ้าอยู่หัวของเราบ้าง วันหนึ่งเมื่อทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี ขณะที่เฉลิมฉลองกัน กษัตริย์ทั่วโลกมาประเทศไทย วันนั้นเราเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงทานพระกรพยุงพระวรกายแล้ว หลายคนร้องไห้ หลายคนเสียใจ แต่ต่อมาอีก ๓-๔ ปีพระองค์ทรงดําเนินไม่ได้ครับ ต้องประทับรถเข็น หลายคนก็ร้องไห้ หลายคนก็เสียใจ

๔๘๒/๑ แต่เราจะเอาเพียงแค่ร้องไห้เสียใจอย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ ความจงรักภักดีไม่ใช่แสดงออก ด้วยการเปล่งวาจาทรงพระเจริญแค่นั้นละครับ ไม่ใช่แสดงออกด้วยทุ่มงบประมาณไปสร้างพิธีกรรม อะไรต่าง ๆ แต่ความสํานึกบทบาทหน้าที่และความตั้งใจจริงที่จะทําอะไรถวายพระองค์ท่าน พระองค์ท่านไม่แย้มพระโอษฐ์เลยครับ ใครจะหมิ่นประมาทท่านอย่างไร จาบจ้วงอย่างไร ท่านถือว่านั่นคือพสกนิกรไม่เคยมีปริปากสักคําเดียวกับสิ่งเหล่านี้ แต่คนเหล่านี้ยิ่งชะล่าใจ ยิ่งทะนงองอาจขึ้นมาเรื่อย ๆ และหลายคนที่มีข้อหาในการที่จ้วงหยาบช้าต่อพระองค์กําลัง จะได้ผลตอบแทนที่ดีจากบางส่วนของราชการ ผมไม่ได้หมายถึงใครครับ อย่างน้อยที่สุดกรมราชทัณฑ์ ในการดูแลของกระทรวงยุติธรรม กําลังจะตกแต่งเรือนจําแห่งใหม่ที่ควบคุมขังพิเศษที่ โรงเรียนพลตํารวจหลักสี่ ทาสีใหม่ปรับปรุงห้องขังใหม่ สร้างห้องน้ํา ตกแต่งห้องนันทนาการ ให้ออกกําลัง ขยายห้องเพื่อไม่ให้แออัด เพื่อต้อนรับนายและนางที่ต้องโทษจําคุก ๑๘ ปี และ ๒๐ ปี คดีถึงที่สุดเหล่านี้ นี่หรือครับข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่หรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมบางหน่วยงาน นี่หรือลูกมหาดไทยทั้งหลายปล่อยให้ มีการแจกซีดีเถื่อนกันอยู่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองอย่างนี้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่พูด ว่าคณะกรรมาธิการเราให้ความสําคัญ เราได้พูดแล้ว เราได้พยายามหาที่พึ่งหาที่กําจัดสิ่งชั่วช้า อุบาทว์เหล่านี้จากแผ่นดิน แต่ไม่มีท่านกรรมาธิการท่านใดตอบ จนกระทั่งบัดนี้ ผมจึงจําเป็นต้องพูด ผมไปถ่ายเทปที่ผมพูดเอาไว้ทั้งหมดเกือบ ๔ ชั่วโมงใน ๘ หน่วยงาน แต่ผมไม่ใช่ว่าผมจะจงรักภักดีให้ความสําคัญเรื่องนี้ยิ่งกว่าใคร ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน เหมือนกัน พวกเราทุกคนตระหนักในความสําคัญ แต่ใครบ้างละครับที่จะทําอะไร ในสิ่งเหล่านี้เพื่อพระองค์ กองทัพไทยมีพระองค์เป็นจอมทัพ ทําอย่างไรที่ปล่อยให้จาบจ้วง องค์จอมทัพไทยอย่างหยาบช้ารุนแรงเท่านั้น ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่เห็นข้อความ หรือครับ ที่ไอ้คนหนึ่งที่เรียกว่า อากง พยายามยกย่องตัวเองด้วยสมญานามเห็นว่า เป็นผู้อาวุโส ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเลขานุการส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรีข้อความ หยาบช้าอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขออภัยที่ผมจะต้องยกตัวอย่างที่ชัดเจน ท่านประธาน กดเข้าไปในเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ยังเห็น ข้อความว่า จุด จุด จุด ผมไม่บังอาจจะพูด จุด จุด จุด บรรลัยชาติไทยเจริญ ข้อความเช่นนี้ให้อยู่ในเว็บไซต์เราได้อย่างไรตั้งกี่เดือน กระทรวงไอซีที ทําอะไรกับสิ่งเหล่านี้บ้าง เมื่อถึงสํานักเลขาธิการการอุดมศึกษา ท่านอธิการบดีแต่ละท่าน ได้มาพูดถึงความเป็นเลิศในเรื่องไอทีของสถาบัน ได้มาพูดถึงความเป็นอัจฉริยะทั้งอาจารย์ และลูกศิษย์ทั้งหลายในเรื่องไอที พูดถึงความสามารถ

(นายทองดี มนิสสาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ มีคนประท้วงครับ เชิญท่านทองดีครับ มีอะไรครับ

นายทองดี มนิสสาร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบัน หรือสิ่งที่จงรักภักดีสูงสุด ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เสียดสีหรือไม่ควรกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าไม่จําเป็น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเคารพท่านผู้อาวุโสแต่ในห้องกรรมาธิการฟลอร์ (Floor) ใหญ่ พูด ๕ ชั่วโมงก็พูดเรื่องเดียวนี่ละครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานวินิจฉัยด้วยว่า ในส่วนที่ว่าแจกซีดีน้ําท่วมหรือว่าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทําให้ไม่ดีนั้น ๔ เดือนหรือ ๓ เดือน ที่ผ่านมา มีความผิดหรือว่ามีซีดีเว็บหนึ่งมากเพียงใด แล้ว ๒ ปี ๗ เดือนที่ผ่านมามีผู้จับ ผู้ต้องหาได้กี่คนกี่รายแล้ว ขอบคุณมากครับ โปรดวินิจฉัยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ท่านทองดีครับ ในข้อ ๖๑ ว่ามิควรกล่าวโดยไม่จําเป็น ท่านพิเชษฐก็เป็นผู้อาวุโสท่านก็พิจารณาดู ก็แล้วกันว่า ถ้าไม่จําเป็น ในข้อ ๖๑ นะครับว่าไม่ควรกล่าวโดยไม่จําเป็น ท่านพิเชษฐก็เป็นผู้อาวุโส ท่านก็พิจารณาดูก็แล้วกันครับว่าถ้าไม่จําเป็นก็ไม่ควรจะกล่าวถึง แล้วท่านกรุณาเข้าสู่งบประมาณ จะจัดอย่างไรอันนี้สําคัญกว่านะครับ เชิญพูดต่อครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมได้ตัดงบประมาณ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวนี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยงาน เพราะถือว่าหน่วยงานเหล่านี้ บกพร่องในแผนงานเทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมถือว่าหน่วยงาน ๘ หน่วยงานที่ผมพูดถึงนี้บกพร่องจริง ๆ ที่ทําให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยต่อ พระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา ผมกับผู้ประท้วงเมื่อกี้อาจจะมีความรู้สึกแตกต่างกัน ท่านอาจจะ เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดา เฉย ๆ ไม่เป็นอะไร แต่ผมรู้สึกว่าผมทนรับไม่ได้ ผมเกิดมาบนแผ่นดินนี้ เหยียบย่ําบนแผ่นดินที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ผมทนไม่ได้ที่ใครทํากับพระเจ้าแผ่นดินของผมเช่นนี้ และ ณ วันนี้ที่ผมพูดท่านก็รับรองว่าผมพยายามจะให้ผมไปหาที่พึ่งที่ไหนอีกละครับ ๘ หน่วยทั้งหมดนี่ที่ผมพยายามขอร้องวิงวอนให้เขาเห็นใจและให้เขาออกมาเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้ได้ยินว่ารองนายกรัฐมนตรีขณะนี้ท่านหนึ่งพยายามที่จะบูรณาการที่จะทํางานนี้ ด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายผมขอบคุณและเอาใจช่วยว่าให้ท่านทําให้สําเร็จ ไม่ใช่ไพร่ฟ้า ประชานิกรชาวไทยบนแผ่นดินนี้ต้องทนกับพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่กระผม ทนไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพทุกครั้งที่ผมพูดในห้องงบประมาณก็จะมีผู้นี้ละครับ กรรมาธิการผู้นี้คัดค้าน ผมเรียนว่าผมไม่ได้หมายถึงเขาหรือหมายถึงใคร แต่ผมรู้สึกเจ็บร้อน ขณะที่เขาอาจจะไม่รู้สึกเจ็บร้อน และรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาหรือเป็นเรื่องตลก ท่านประธานครับ ผมไม่มีเสียงมากกว่านี้แล้ว แต่ขอถือว่าต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ที่อยู่เหนือผมนี่ต่อหน้าผม ต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ที่อยู่เหนือท่านประธานนี่ละครับ ในโอกาสครบ ๘๔ ปี ย่างเข้า ๘๕ ปี ของพระองค์ในปีมหามงคลเรามาช่วยกันเรื่องนี้สักทีหนึ่งได้ไหมครับ ผมถึงขอว่าอธิการบดีทั้งหลาย นักศึกษา นิสิตทั้งหลายที่เป็นเลิศในเรื่องไอที ที่เป็นเลิศในเรื่องวิทยาการ ทําไมประเทศไทยเรา ไม่มีใครสกัดเรื่องเหล่านี้ได้หรือครับ ทําไมสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีพระมหาพิชัยมงกุฎ อยู่บนบ่า มีตราแผ่นดินอยู่บนหน้าหมวก ทําไมยังปล่อยมีการแจกซีดีตัดต่อ มีการจาบจ้วง อย่างตรง ๆ อย่างหยาบช้าสามานย์ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ควรพูดไหมครับ สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องสําคัญไหมครับ ผมถึงบอกผมไม่ได้ตัดงบประมาณเพื่อแผนงานเทิดทูนพิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ผมขอตัดงบประมาณหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอันนี้ เพราะผมทนไม่ได้ เพราะนั่นคือพระเจ้าแผ่นดินของผม และคือพระเจ้าแผ่นดินของ พวกเราทุกคน และเราเป็นแผ่นดินเดียวที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงวิริยะ ทรงบุญญาธิการ ทรงพระมหากรุณาธิคุณ ทรงอะไรทุกอย่างที่ปกป้องแผ่นดินเรา วันนี้ผมไม่อยากปล่อยให้ สิ่งเหล่านี้ผ่านพ้นไป โดยไม่มีการพูดในสภา และไม่อยากให้เข้าใจว่ากรรมาธิการปีนี้ ชุดนี้ ๖๓ คน ไม่ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ อย่างน้อยก็มีพยานเมื่อกี้ลุกขึ้นมาพูดแล้วหรือครับว่า ผมพูดในห้องงบประมาณมาร่วม ๔ ชั่วโมง สําหรับ ๘ หน่วยงานเพื่อเรื่องเหล่านี้ และหวังว่า สิ่งที่พูดดังกล่าวนี้จะเป็นแรงส่วนหนึ่งที่กระตุ้นเตือน จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้มีการ เอาจริงเอาจังกันเสียทีหนึ่ง อย่าให้ความชั่วร้าย อย่าให้พวกนรกจกเปรต ย้ายที่ขังจาก เรือนจําไปอยู่ที่ที่สุขสบายดีกว่า จะสร้างคุกเพื่อนักการเมืองเพื่อใครผมไม่ว่า แต่ผมทนไม่ได้ ที่จะสร้างคุกใหม่เพื่อผู้ที่ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดในข้อหาจาบจ้วง กล่าวคําอาฆาตพระราชินี ที่สนามหลวง ส่งข้อความอาฆาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางเอสเอ็มเอส (SMS) แบบข้อความสั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมปรารถนาจะให้เกิดขึ้นจากการพูดครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อีกท่านเดียว พอนะครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนริศ ยกมือก่อน

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

ผมสงวนคําแปรญัตติ ขอสั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมสงวนไว้ครับ ปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะกรรมาธิการนะครับ คือผมได้สงวนคําแปรญัตติในส่วนของกระทรวงไอซีทีขอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ ๓ เหตุผลที่ผมสงวนไว้ ทั้งที่ผมเองก็เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็เนื่องจากว่ากรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งขึ้นกับกระทรวงไอซีทีมีโครงการอยู่โครงการหนึ่ง ก็คือในเรื่องเรดาร์ (Radar) ตรวจอากาศ ซึ่งจะไปติดตั้งที่จังหวัดชัยนาทและจังหวัดพิษณุโลก มูลค่าโครงการประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท อยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ผูกพันไปถึงปี ๒๕๕๖ ซึ่งเรดาร์ตรงนี้ มีความจําเป็น เพราะว่าใช้ในการเตือนภัย แล้วก็มันเป็นช่องลมที่ อย่างจังหวัดพิษณุโลก ก็คือเหนือตอนล่าง จังหวัดชัยนาทก็คือภาคกลางตอนบน ซึ่ง ๒ จังหวัดนี้เป็นพื้นที่ เกิดมหาอุทกภัยน้ําท่วมอย่างรุนแรง โครงการนี้ก็ได้ดําเนินการแล้วเสร็จ มีการประกวดราคา เป็นที่เรียบร้อย สํานักงบประมาณก็ได้เห็นชอบราคาไปตั้งแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ คราวนี้กรมอุตุนิยมวิทยาก็เป็นนิติบุคคล แต่โครงการเกิน ๑๐๐ ล้านบาท ทางกรมไม่สามารถ ดําเนินการเซ็นสัญญาเองได้ ก็ต้องส่งให้ท่านปลัดกระทรวงไอซีทีเพื่อส่งต่อให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการเป็นคนดําเนินการต่อ แต่จนถึงขณะนี้ ณ วันนี้ เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที แล้วก็เป็นเหตุให้ตอนที่งบประมาณของกรมอุตุนิยมวิทยา เข้ามาที่กรรมาธิการ ก็ถูกกรรมาธิการปรับลดงบประมาณไป เนื่องจากว่าดําเนินการล่าช้า ผมเองเห็นว่าการดําเนินการของปลัดกระทรวงไอซีทีมีความล่าช้า จึงเป็นเหตุให้ต้องปรับลด งบประมาณลงร้อยละ ๓ นะครับ แล้วก็ขอทวงถามด้วยนะครับ เพราะว่าโครงการดังกล่าว เป็นโครงการสําคัญ แล้วก็ขณะนี้เดี๋ยวอีกไม่นาน เดี๋ยวฤดูฝนก็จะเข้ามาอีกก็จะต้องเร่งรีบ เพื่อดําเนินการป้องกันปัญหาอุทกภัยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอชื่นชมทางท่านผู้อาวุโส ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล นะครับ ผมเป็นกรรมาธิการอยู่กับท่านด้วย ท่านได้พูดถึงเรื่องการปกป้องสถาบัน ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ท่านก็จะพูดเรื่องเว็บหมิ่นสถาบัน ซึ่งกรรมาธิการทุกท่าน ก็เห็นตรงกับท่าน ว่าทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงจะต้องให้ความสําคัญและติดตาม เรื่องนี้อย่างจริงจัง เราได้ฟังการให้ถ้อยคําชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่าน ผบ.ตร. ท่าน พลตํารวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ได้ให้คํามั่น คํายืนยันว่าดําเนินการเรื่องนี้ อย่างจริงจัง และทําในทางลับ ผมติดตามการอภิปรายของท่านพิเชษฐเรื่องนี้ด้วยความชื่นชม จริง ๆ เพราะท่านติดตามเรื่องนี้จากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ท่านก็พูดเรื่องนี้ ตลอดนะครับ ทีนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์ ผมก็ได้สอบถามทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถึงเรื่องการปรับปรุงที่คุมขังนักโทษ ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็แจ้งว่าได้ดําเนินการ ตามคําแนะนําของ คอป. ซึ่งมีท่านคณิต ณ นคร ในฐานะประธาน คอป. ได้ให้ข้อเสนอแนะมา แต่ผู้ที่จะไปถูกคุมขังตรงนั้นหรือไม่ ยังไม่ได้มีการดําเนินการว่าจะมีการแยกใครไปที่นั่น อย่างไร อย่างไรก็ตามผู้ที่ต้องคําพิพากษาคดีถึงที่สุดในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่มีสิทธิ ที่จะไปอยู่ตรงนั้นครับ ก็ต้องอยู่ในเรือนจําของกรมราชทัณฑ์ตามปกติ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องเว็บหมิ่นสถาบันนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน รวมทั้งรัฐบาลทุกรัฐบาล ที่ผ่านมา ผมได้ติดตามเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณของการที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ ไม่เฉพาะเรื่องเว็บ เรื่องอื่น ๆ ก็เช่นกัน ทุกรัฐบาลให้ความสําคัญกับการปกป้องสถาบัน วันนี้มีการรับประทานอาหารกลางวันของ หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคในเรื่องของการปรองดองแห่งชาติ มีหัวข้อหนึ่งที่หยิบยกขึ้นมา และเกี่ยวข้องกับที่ท่านพิเชษฐได้อภิปราย นั่นก็คือมาตรา ๑๑๒ หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ว่าจะมีการดําเนินการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือจะมีการแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะไม่มีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับมาตรานี้โดยเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคได้พูดในที่รับประทานอาหารกลางวัน บังเอิญผมเป็น เลขานุการของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในเรื่องนี้เลยได้รับฟังอยู่ด้วย ก็อยากจะเรียนกับทางท่านเพื่อนสมาชิกว่ากรรมาธิการ เมื่อรับภาระจากสภาซึ่งแต่งตั้งพวกเราเข้าไปแล้วก็ได้ไปติดตามเรื่องนี้ให้ความสําคัญกับเรื่องที่ ท่านพิเชษฐได้เสนอแนะต่อที่ประชุม ขอกราบเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบว่ากรรมาธิการได้ ติดตามเรื่องนี้และให้ความสําคัญอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ มีอะไรครับ ผมไม่ให้อภิปรายนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ไม่อภิปรายครับ ผมขอขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการชวลิต และผมขอขอบพระคุณไปยังประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ความปรองดองแห่งชาติที่ท่านพูดถึง ผมอยากให้เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ ไม่ใช่คดีหมิ่นพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวของเราและต้องปล่อยให้พระองค์ท่านส่งตัวแทนไปแจ้งความร้องทุกข์มันไม่ใช่ละครับ ประเทศไทยเราไม่เคยมีประเพณีเช่นนี้ แต่เดิมต้องเก็บไปตัดหัวขั้วแห้งนะครับ คนเหล่านี้ ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง ผมได้พยายามย้ําถามท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่ารายชื่อ ที่ปรากฏตามหนังสือพิมพ์ว่าจะเอา ๒ คนนี้ อ้ายและอีคนนี้ไปขังที่นั่น แยกเอาไว้ที่นั่น เป็นความจริงไหม ท่านก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ ท่านก็บอกว่าก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ท่านไม่ได้ปฏิเสธเลย ผมพยายามถามย้ําท่านก็ไม่ปฏิเสธ สุดท้ายต้องขอบพระคุณอาจารย์ดอกเตอร์คณิต ณ นคร ที่ได้กรุณามาให้ข้อมูลตามกฎหมายที่ชัดเจนว่าสําหรับคนที่จะแยกเอาไปขังในที่พิเศษนั้น ถ้าเป็นนักโทษเด็ดขาดแล้ว คดีถึงที่สุดแล้ว ต้องไม่มีข้อแตกต่างกับนักโทษธรรมดา ต้องขังด้วยกัน นอกจากผู้ที่ต้องคดีที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ผมก็ขอฝากความขอบพระคุณ ไปถึงอาจารย์คณิต สิ่งที่ผมพยายามพูดในห้องงบประมาณมันสะท้อนตอบออกไปข้างนอกครับ หลาย ๆ กลุ่มก็เริ่มขมีขมันเริ่มเอาใจใส่โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้กรุณา เอาจริงเอาจัง เมื่อสิ่งที่ผมพูดในห้อง ท่านประธานครับ ผมปรารถนาเพียงแค่นี้ละครับ ผมไม่ปรารถนา ที่จะแสดงว่าผมจงรักภักดีกว่าใคร เชื่อว่าทุกคนจงรักภักดี แต่ผมก็เหมือนพวกเราทุกคน ที่รู้สึกเจ็บช้ําน้ําใจ แต่ไม่พูดหรือไม่อยากจะพูด

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านสมาชิกอยู่นอกห้องครับ จะต้องลงมติแล้วครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมหารือท่านประธานนะครับว่า ทางฝ่ายค้าน ไม่มีใครติดใจที่จะให้ลงมติในมาตรานี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอขอบพระคุณ อย่างสูงครับท่านบุญยอด ขอให้ทุกมาตราก็แล้วกัน ขอบคุณมาก เชิญท่านเลขาธิการครับ สรุปก็ไม่มีใครติดใจนะครับ มาตรา ๑๔ ไม่มีใครติดใจครับ เห็นชอบรับตามเสียงข้างมากนะครับ ก็มาตรา ๑๕ เลยครับท่านเลขาธิการ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๑๕ ใช่ไหมครับ มีท่านภิรพล ๗ นาทีครับ เชิญครับ

นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้ขอแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ในมาตรา ๑๕ ในส่วนของกระทรวงพลังงานนั้น ผมได้ขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงพลังงาน ทั้งสิ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๑,๙๙๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ ความจริงแล้วผมไม่อยากจะตัดงบประมาณในกระทรวงนี้ กลับกันผมอยากจะให้งบประมาณ ของกระทรวงพลังงานได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน แต่ที่ผมจําเป็นต้องปรับลดก็เนื่องมาจากว่าผมไม่มั่นใจในการบริหารงาน ของกระทรวงพลังงาน เพราะว่ากระทรวงพลังงานไม่สามารถดําเนินนโยบายตามที่รัฐบาล ได้แถลงไว้ นั่นคือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากราคาน้ํามันเชื้อเพลิง และการกํากับราคา พลังงานให้เหมาะสมเป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ปรับกองทุนน้ํามันให้รักษาเสถียรภาพราคา ชดเชยน้ํามันเฉพาะกลุ่มส่งเสริมการใช้เอ็นจีวีในภาคขนส่ง ส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ท่านประธานครับ จากนโยบายที่ผมได้กล่าวไว้ ผมยังไม่เห็นว่ากระทรวงพลังงาน จะสามารถดําเนินนโยบายตามที่แถลงไว้ได้ และไม่ได้ทําตามที่รับปากไว้กับพี่น้องประชาชน เริ่มตั้งแต่สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนว่าจะยกเลิกกองทุนน้ํามันเพื่อกระชากค่าครองชีพ แต่ทําไปทํามาทําได้เพียงแค่ชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ซึ่งการชะลอการเก็บเงิน เข้ากองทุนน้ํามันนั้น ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะสามารถกระชากค่าครองชีพลงได้ กลับกันเป็นการกระชาก ค่าครองชีพขึ้นมากกว่า ข้าวของแพงขึ้น หมูแพงขึ้น ที่สําคัญแพงกว่าในยุคท่านอภิสิทธิ์อีกต่างหาก ท่านประธานครับ ไม่เพียงไม่สามารถกระชากค่าครองชีพลงได้ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน กระทรวงพลังงานยังจะซ้ําเติมพี่น้องประชาชนอีก โดยได้ประกาศจะเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน โดยจะทยอยปรับเพิ่มอัตราเงินเข้ากองทุนน้ํามันของน้ํามันเบนซินและของแก๊สโซฮอล์เดือนละ ๑ บาท ในขณะที่น้ํามันดีเซลปรับเพิ่มอัตราเข้ากองทุนน้ํามัน ๖๐ สตางค์ต่อลิตร ซึ่งจะเริ่มเก็บ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ ไม่เพียงแค่เก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเท่านั้น รัฐบาลยังจะปรับขึ้น ราคาเอ็นจีวีอีกด้วย ท่านประธานครับ การดําเนินนโยบายเช่นนี้ส่งผลให้นิสัยการใช้พลังงานทดแทน เปลี่ยนไป เนื่องจากเป็นการแทรกแซงกลไกราคาดังกล่าวในช่วงเวลาสั้น ๆ ทําให้เกิดการบิดเบือน พฤติกรรมของผู้บริโภค ประชาชนหันกลับไปใช้น้ํามันดีเซลหรือเบนซินแทนการใช้น้ํามันไบโอดีเซล หรือแก๊สโซฮอล์ ซึ่งทําให้มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อเกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานทดแทน เช่น ปาล์มน้ํามันราคาตกต่ําลงไปมาก ที่สําคัญการดําเนินนโยบายเช่นนี้ทําให้ฐานะกองทุนน้ํามัน สิ้นปี ๒๕๕๔ มีสถานะติดลบถึง ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้รัฐบาลต้องมีแผนกู้เงินเพื่อเสริม สภาพคล่องให้กับกองทุนน้ํามันเป็นจํานวนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งจะทําให้เป็นภาระกับ พี่น้องประชาชนอีกด้วย ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ดีแต่กู้ รัฐบาลของท่านกู้แล้วดีกับพี่น้องประชาชนอย่างไรท่านประธานครับ จากการศึกษารายงาน ของคณะกรรมาธิการงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ของกระทรวงพลังงานถูกปรับลดทั้งสิ้น ประมาณ ๑๔๓ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๗.๒ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณในกระทรวงนี้ ซึ่งน้อยกว่าที่ผมขอปรับลดอยู่ ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผมขอเรียนถามคณะกรรมาธิการ งบประมาณผ่านประธานสภาว่าท่านได้สอบถามกระทรวงพลังงานแล้วหรือไม่ว่างบประมาณ ที่ท่านได้ปรับลดนั้นกระทรวงพลังงานซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญยิ่งต่อราคาพลังงาน ในประเทศ จะสามารถนํางบประมาณจํานวนนี้ไปใช้ให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้วางไว้ และเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และที่สําคัญหากกระทรวงพลังงานดําเนินการเก็บเงิน เข้ากองทุนน้ํามันและขึ้นราคาเอ็นจีวีแล้วประชาชนจะไม่เดือดร้อน ค่าครองชีพจะไม่สูงขึ้นไปกว่านี้ ค่าขนส่งจะไม่แพงขึ้น ขอให้คณะกรรมาธิการงบประมาณช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอานิก เชิญครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการบอกกล่าว จากวิปว่าได้ถึง ๑๐ นาที แต่ดิฉันจะพยายามให้เร็วที่สุดนะคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ของท่าน ๑๐ นาทีครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่าน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอแปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวงพลังงานลง ๓ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคณะกรรมาธิการได้ตัดไปกว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ดิฉันคิดว่ายังไม่ถูกจุดค่ะ แล้วก็ยังมี การใช้งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ได้แถลงไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น การส่งเสริม น้ํามันแก๊สโซฮอล์ดูเหมือนว่าการบริหารเรื่องนี้จะทําไปแก้ไป แล้วตอนนี้ก็ยังแก้ไม่สําเร็จ นะคะ เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารได้มีการปรับโครงสร้างราคาทําให้การใช้เอทานอล ซึ่งเป็นผลผลิตส่วนใหญ่จากมันสําปะหลังทําให้ยอดขายตรงนี้ตกลงไปถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านลิตรต่อวัน ท่านก็ได้พยายามแก้ไข แล้วก็ดีขึ้น แต่ว่ายังไม่ดีพอ ในเดือนธันวาคมก็ยังตกต่ํากว่าที่เคยเป็นอยู่ถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เป็นเพราะว่าผู้ใช้รถ จํานวนมากเขารู้ว่าแก๊สโซฮอล์ค่าความร้อนจะต่ํา แต่ว่าท่านปรับโครงสร้างทําให้ความแตกต่าง กับเบนซินลดน้อยลงไปก็เลยขาดแรงจูงใจที่จะใช้แก๊สโซฮอล์ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ราคามันสําปะหลัง ที่คนอีสานได้ขายจากไร่สูงกว่านี้มาก คือบางครั้งได้ถึง ๓ บาทกว่ากิโลกรัม แต่ว่าตั้งแต่ มีการปรับโครงสร้างราคาน้ํามันแก๊สโซฮอล์ของรัฐบาลนี้ราคามันสําปะหลังก็ตกต่ําลงไป บางทีแค่บาทกว่าต่อกิโลกรัมในช่วงนี้ บางครั้งโรงงานบางแห่งก็หยุดรับซื้อด้วยทําให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขาดทุนมาก เพราะว่านอกจากราคาต่ําแล้วเขาก็ยังไม่สามารถได้รับเงินส่วนต่างเนื่องจาก ท่านได้ยกเลิกนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปเสียแล้ว ท่านประธานคะ โครงสร้างราคาน้ํามันที่ได้กล่าวถึงนี้ทําผ่านกลไกของกองทุนน้ํามัน ซึ่งเงินของ กองทุนน้ํามันนี้จะบริหารโดยสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ใช้งบประมาณเกือบ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งถูกตัดไปบ้าง แต่ว่าความจริงแล้วดิฉันว่าสมควรพิจารณาว่าเราจําเป็นจะต้องมีหน่วยงานนี้หรือไม่ หากว่ากองทุนน้ํามันถูกใช้ในการรักษาเสถียรภาพของราคาและรัฐบาลมีนโยบายพลังงาน ที่จะให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างที่ท่านได้แถลงไว้ต่อรัฐสภากองทุนก็ไม่ควร จะต้องมีหนี้สินคงค้าง แล้วก็ไม่จําเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานเฉพาะเพื่อจะบริหารหนี้สินเหล่านี้ เราก็จะประหยัดงบประมาณได้ในส่วนนี้ อันนี้ก็เป็นหลักการนะคะ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ดูเหมือนจะมีแนวโน้ม แนวปฏิบัติ ๒ ทางที่ขัดกันเองที่ดิฉันสังเกตเห็นนะคะ ทางหนึ่งท่านได้เริ่ม ทยอยปรับราคาเอ็นจีวี แล้วก็แอลพีจีขึ้น ซึ่งถ้าสําเร็จก็จะเป็นไปตามนโยบายที่ท่านแถลง แล้วกองทุนก็จะมีโอกาสที่เข้าสู่ความสมดุลไม่มีหนี้สินคงค้างได้ แต่ว่าตรงนี้ปัจจุบัน ก็ดูเหมือนว่าจะมีอุปสรรคมากมาย ผู้ที่ควรจะอยู่ในระบบบัตรเครดิตพลังงาน ๖๐,๐๐๐ กว่าราย ก็มีคนสมัครแค่ไม่ถึงครึ่ง แล้วนอกจากนี้ก็จะมีแท็กซี่แอลพีจีที่ไม่อยู่ในโครงการนี้ ซึ่งเขาก็จะ ถูกบีบคั้นมากถ้าเผื่อรัฐบาลยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกจะยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร การที่เขาถูกบีบคั้นค่าครองชีพอาจจะทําให้เขาไปทําสิ่งที่ไม่เหมาะ ได้แก่ การยักย้ายถ่ายเท ก๊าซแอลพีจีจากถัง ซึ่งใช้ในภาคครัวเรือน เพราะว่าราคายังไม่ขึ้นเอาไปใช้ในรถยนต์ อันนี้นอกจากผิดกฎหมายแล้วก็ยังเป็นอันตรายมาก อันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิต เพราะว่า ไม่มีอุปกรณ์ที่ปลอดภัยที่มีมาตรฐานสําหรับการถ่ายเทอันนี้ มันจะทําให้เกิดการรั่วได้ง่าย แล้วรั่วแล้วเมื่อมีการจุดประกายนิดเดียวก็สามารถระเบิดได้ ยกตัวอย่างกรณีเมื่อหลายปีก่อนหลายท่านอาจจะจําได้ว่ามีร้านสุกี้ที่เกิดแก๊สรั่ว ถึงแม้จะไม่ได้มาจาก การถ่ายเท แต่การที่ก๊าซแอลพีจีรั่วสะสมเอาไว้เพราะว่าก๊าซพอเพียงแค่คนมากดออดหน้าบ้าน ก็เกิดระเบิด เกิดไฟไหม้ เสียหายมากมาย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องรีบไปแก้ไข โดยด่วน แล้วก็ในระหว่างที่แผนงานของท่านยังไม่ตอบโจทย์ ยังไม่แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ดิฉันคิดว่า ท่านน่าจะต่อรอง น่าจะสั่งให้ ปตท. ปรับปรุงเครือข่าย ขยายเครือข่ายสถานีเอ็นจีวีให้มี ให้ทั่วถึง ให้มีซัพพลาย ให้เพียงพอเพื่อว่าผู้ใช้เอ็นจีวีจะได้ไม่ต้องวิ่งหา แล้วก็เข้าคิวรอ เป็นชั่วโมง ๆ อันนี้จะทําให้ผู้ใช้เข้ามาร่วมโครงการบัตรเครดิตของท่านได้มากขึ้นค่ะ แล้วก็จะ ช่วยเป็นแรงจูงใจให้คนที่ใช้แอลพีจีเปลี่ยนหันมาใช้เอ็นจีวี ซึ่งก็จะดีกว่าสําหรับระบบเศรษฐกิจ ของประเทศ ท่านประธานคะ แนวโน้มในการปฏิบัติเกี่ยวกับกองทุนน้ํามันก็จะมีอีกด้านหนึ่ง ของรัฐบาลชุดนี้ก็คือการใช้กองทุนเป็นเครื่องมือทางการเมือง แล้วมันก็จะก่อให้เกิดหนี้สินพอกพูนขึ้น อย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต เราเคยมีหนี้น้ํามันถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ซึ่งตอนนั้นก็เลยทําให้มีการตั้งสํานักงานนี้ขึ้นมาเพื่อจะออกตราสารกู้ เป็นตราสารกู้ ระยะยาวด้วย ท่านชอบกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ดีแต่กู้ แต่ถ้าเผื่อท่านประธานได้ฟังที่ฝ่ายค้าน อภิปรายข้อเท็จจริงด้านการคลังแล้ว แล้วก็มาดูเรื่องกองทุนน้ํามัน แนวโน้มที่ดิฉันเรียนเมื่อกี้ ก็จะพบว่าใครกันแน่ที่ดีแต่กู้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ตรึงราคาดีเซลไว้ที่ ๓๐ บาทต่อลิตร เพื่อต้าน เงินเฟ้อแล้วก็ปกป้องค่าครองชีพ แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝืนกลไกตลาดแต่ก็เป็นการทํา อย่างที่มีวินัย มีความรับผิดชอบ เพราะว่ากองทุนตอนนั้นยังสามารถรับภาระได้ สถานะของ กองทุนก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภายใต้รัฐบาลนี้เป็นบวก ๑,๓๐๐ ล้านบาทบวก แต่พอ รัฐบาลท่านเข้ามาก็มีการลด แลก แจก แถม เทกองทุนจนหมดหน้าตักทําให้กองทุนสะสมหนี้ตอนนี้ ถึงลบ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แล้วยังมีข่าวอีกว่าอาจจะให้ปั๊มน้ํามันที่ถูกน้ําท่วมกู้เงินทั้ง ๆ ที่กองทุนเองก็ยังติดลบ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าแทนที่จะให้กองทุนน้ํามันก่อหนี้สะสม รัฐบาลควรจะจัดสรรงบประมาณเพื่อจะช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ําท่วมอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา มันจะเป็นการยกธรรมาภิบาลในภาครัฐของเรา แล้วจะช่วยให้ประเทศไทย เข้มแข็งพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงเปิดสู่เศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ด้วยค่ะ งบประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงการคลัง จริง ๆ แล้วถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับ กองทุนต่าง ๆ เทียบกับขนาดของรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่โตมโหฬารอย่าง ปตท. ที่กระทรวงพลังงาน กํากับดูแลอยู่ งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นเพียงเหมือนยอดเล็ก ๆ ที่มองเห็นของ ภูเขาน้ําแข็งมหึมาใต้น้ํา ใต้น้ํานี้ยากต่อการเห็น เห็นแล้วก็ไม่รู้เพราะว่าไม่โปร่งใส ยากต่อการตรวจสอบ หรือตรวจสอบแล้วก็อาจควบคุมไม่ได้ ยากยิ่งกว่างบกลางที่ได้อภิปรายกันเยอะแยะด้วยนะคะ โครงการหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เสนอใน พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้แล้วก็ถูกตัดออกไป ๑๔๔ ล้านบาท ของกระทรวงพลังงานนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถนําไปใช้จ่ายได้ผ่านช่องทางหรือขุมทรัพย์เหล่านี้ ในส่วนของกองทุนขุมทรัพย์ที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นกองทุนอนุรักษ์ ซึ่งสถานะล่าสุดของ กองทุนนี้ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือสถานะก่อนที่จะมีการจัดสรร ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทมา เพื่อจะช่วยฟื้นฟูน้ําท่วม ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นการจัดทําแจกคูปองส่วนลดสําหรับการซื้อเครื่องไฟฟ้า ประสิทธิภาพสูง ตรงนี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมงบประชาสัมพันธ์ถึง ๒๐๐ ล้านบาท ส่วนอีกครึ่งหนึ่งยังไม่เปิดเผยว่าจะจัดสรรอย่างไร ดิฉันก็สังเกตว่างบประชาสัมพันธ์สูงมาก เหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะต้องครอบคลุม ๒๐ กว่าจังหวัดก็ตาม นอกจากนี้ยังน่าเป็นห่วงว่า ผู้มีรายได้น้อยแล้วก็ธุรกิจขนาดเล็กอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการคูปองส่วนนี้ ดังจะเห็นจากการที่เริ่มมีการประท้วงปิดถนนตั้งแต่เมื่อวานนี้ อันนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่กระทรวงพลังงานคงจะต้องทําไปแก้ไปค่ะ ที่ผ่านมาการบริหารกองทุนต่าง ๆ มีความคล่องตัว สําหรับฝ่ายบริหาร ก็เลยทําให้ผลลัพธ์ของการบริหารออกมา จะดีจะเลวก็จะขึ้นอยู่กับ ตัวผู้บริหาร กราบเรียนท่านประธานนะคะว่าช่วงนี้ประชาชนเป็นห่วงค่ะ เนื่องจากเหตุการณ์น้ําท่วม ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่เฉพาะบางท่าน บางคนในพรรครัฐบาลทําให้ประชาชนแคลงใจ มีหลายเรื่องที่ส่อไปในทางทุจริตตามที่ได้มีการอภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเป็นการปกป้องเกียรติยศของท่านรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันก็เรียนเสนอว่าน่าจะมีการออกระเบียบ ให้การใช้เงินนอกระบบเหล่านี้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ค่ะ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีการตั้งงบไว้ ๒๐๖ ล้านบาท ก็ได้ถูกตัดไปบ้าง รวมถึงเรื่องการศึกษาเพื่อเตรียมท่าทีการเจรจา ระหว่างรัฐต่อรัฐ แล้วก็การสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนค่ะ แต่ว่าตัดหรือไม่ตัด ดิฉันก็คิดว่า อาจจะไม่มีผลต่อการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศกัมพูชา เนื่องมาจากว่า กรอบเจรจาได้ถูกกําหนดไว้แล้วตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณให้เป็นบันทึกความเข้าใจ ปี ๒๕๔๔ หรือเอ็มโอยู ๒๕๔๔ อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไว้เมื่อคราวอภิปราย นโยบายรัฐบาล กรอบเจรจาอันนี้อาจจะทําให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล เพราะว่ามีความเสี่ยงของผลประโยชน์ทับซ้อน ผลประโยชน์ขัดแย้งค่ะ เป็นที่กล่าวขานกัน นะคะว่าผู้มีอํานาจสูงสุดเหนือแกนนํารัฐบาลมีบริษัทที่ถือสัมปทานปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อน ในส่วนของกัมพูชา แล้วก็ท่านยังมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับผู้นํากัมพูชาด้วย อันนี้จะทําให้ ประชาชนหลาย ๆ ล้านคนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการแล้วก็ผลลัพธ์ของการเจรจา ดิฉันได้เสนอให้ตัดงบประมาณกระทรวงพลังงาน ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีบางส่วนที่ไม่จําเป็น แล้วก็มีหลายส่วนที่สามารถไปใช้เงินในกองทุนและรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกํากับได้ แต่ว่าดิฉัน อยากจะให้นําสิ่งเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในระบบมากกว่าเพื่อความโปร่งใสนะคะ ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่กระทรวงพลังงาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ กรุณาสรุปได้แล้วครับ ผมให้โอกาสเกินมา ๒ นาทีแล้วครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ บัญชีรายชื่อ

สรุปเลยคะว่าถึงเวลาแล้วที่ กระทรวงพลังงานจะจัดการกับขุมทรัพย์ซึ่งเป็นทั้งกองทุนและรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกํากับ ให้มีกรอบ มีเกณฑ์การปฏิบัติงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพุทธิพงษ์ ๑๓ นาทีครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ติดตามการทํางานของ กรรมาธิการได้ชี้แจงอย่างละเอียดนะครับ แต่ผมมีเรื่องที่อยู่ในมาตรา ๑๕ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ กระทรวงพลังงาน และผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อจากนี้ไปหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่น้องที่ประสบอุทกภัยทั้งประเทศนะครับ ที่อาจจะรู้สึกผิดหวังกับการบริหารและนโยบาย ของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ จริง ๆ ก็เห็นใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่าผมเห็นครับว่ามีแนวทางที่ไม่พูดคงไม่ได้ แล้วก็อยากจะสอบถามทางกรรมาธิการว่า ท่านได้สอบถามทางกระทรวงพลังงานหรือไม่กับนโยบายอยู่ ๒-๓ เรื่องใหญ่ ๆ ซึ่งกระทบ โดยตรงกับผู้ประสบภัย เป็นเรื่องที่ดีครับที่เราเห็นว่าทางกระทรวงพลังงานได้คิดนโยบาย ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากผู้ที่ประสบภัยน้ําท่วม แล้วก็ได้มีการเรียกประชุม วางนโยบายโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ แล้วก็มีกระทรวงพลังงานเป็นฝ่ายเลขานุการมีการออกนโยบายที่จะจัดมหกรรมที่ให้พี่น้องประชาชน ได้มาจับจ่ายใช้สอยของในราคาที่ถูก แล้วก็มีการวางแนวทางที่จะออกเป็นคูปองเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคา ที่สมเหตุสมผล แล้วก็ช่วยประหยัดให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยเกือบทั้งประเทศ เมื่อติดตามไปแบบนั้นวันนี้ก็เห็นอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับว่ามีการปิดถนนไม่ว่าจะเป็นมหาชัย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสายเอเชีย ผมก็สงสัยครับว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ อย่างไร แล้วท่านกรรมาธิการได้มีโอกาสได้สอบถามบ้างหรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า แนวทางหลังจากที่ทางกระทรวงพลังงานได้ออกเป็นคูปอง ผมมีความลําบากใจมากว่าจะใช้ ชื่อคูปองอันนี้ว่าอะไร ก็ไปขอเขามาดูว่าคูปองอันนี้ที่เขาได้กันแล้วก็ต้องไปต่อคิวยาว ๗-๘ ชั่วโมงเพื่อจะได้มาซึ่งคูปองเล่มนี้มีมูลค่า ๒,๐๐๐ บาท ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคูปอง ๒,๐๐๐ บาท ที่ได้กันไปทั่วทุกจังหวัดพี่น้องประชาชนเป็นลมเป็นแล้งกันไปครับที่ต้องไปต่อคิว เพื่อจะรับคูปองอันนี้ หลักฐานเอกสารก็มีสําเนาทะเบียนบ้านแล้วก็บัตรประชาชน ให้ครอบครัวละ ๑ เล่มมีมูลค่า ๒,๐๐๐ บาท หลังจากที่เขาได้ไปพี่น้องประชาชนก็รีบเอาไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์ในการที่จะไปซื้อของเข้ามาทดแทนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ําท่วม ไป เหตุที่เกิดขึ้นจากการที่มีม็อบตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ในหลายเส้นทาง ก็คือว่าพี่น้อง ประชาชนเข้าใจว่า ๒,๐๐๐ บาท สามารถที่จะเอาคูปองไปใช้แล้วช่วยประหยัดเขาจริง ๆ ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้นครับ แต่ปรากฏว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อให้ หลาย ๆ ท่านได้เข้าใจได้ง่าย พัดลม ๑ เครื่องราคา ๑,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนก็เดินเข้าไป ก็คิดว่าจะฉีกไปใช้ได้สัก ๑๐ ใบก็จะได้พัดลมมาทดแทนของเก่าที่น้ําท่วม ปรากฏเขาบอกว่า ไม่ใช่ครับ คูปองอันนี้เป็นคูปองส่วนลดไม่ได้เป็นคูปองที่สามารถใช้แลกแทนราคาเงินได้ แล้วที่สําคัญต่อ ๑ เครื่อง ๑,๐๐๐ บาท พัดลม ๑ ตัว ใช้ได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือใช้ได้ ๒๐๐ บาทก็คือ ๒ ใบครับ พี่น้องประชาชนต้องควักสตางค์เพิ่มอีก ๘๐๐ บาทเพื่อจะซื้อพัดลม อันนั้นมา ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ๑ เล่ม ช่วยพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน เอาล่ะครับไม่เป็นไรเมื่อพี่น้องประชาชนบอกว่าจะต้องจ่ายเงินก็ไม่เป็นไรก็ไปซื้อครับ เจ้ากรรมอีกครับ ไปถึงในร้านที่จะไปซื้อ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการปิดหนีหมดครับ เพราะของที่เตรียมไว้มีแค่จํานวนจํากัด ก็พูดง่าย ๆ ก็เอาของที่จะโละสต็อกเอามาวางไว้ บางร้านก็มี ๒ ชิ้นบ้าง ๓ ชิ้นบ้าง เอาไปพร้อมยินดีที่จะจ่ายเงินเพราะคิดว่าเอามาแล้ว อย่างไรก็ต้องซื้อของเข้าบ้าน ร้านที่เข้าร่วมโครงการปิดหนีอีกครับ ก็ซื้อไม่ได้อีก หรือบางร้าน บอกว่าขายไปแล้วมี ๓ ชิ้น เข้าร่วมโครงการทั้งร้านมี ๓ ชิ้น หม้อหุงข้าวมีอยู่ ๓ ลูก ก็ใช้ได้ แค่นั้นครับ ท้ายที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับ น่าเศร้าใจที่สุดมีคนกลุ่มหนึ่งไปตั้งโต๊ะรับซื้อคูปอง เล่มนี้ครับ ในมูลค่า ๓๐๐ บาทหรือ ๔๐๐ บาท ผมถามว่าแนวทางของกระทรวงพลังงาน วันนี้จะมาของบประมาณ ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาทจะให้ได้อย่างไรครับ เขาตั้งโต๊ะรับซื้อ ๓๐๐-๔๐๐ บาทต่อเล่ม ท่านทํามา ๑,๐๐๐,๐๐๐ เล่ม ตีกลม ๆ ก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านที่เดือดร้อน พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจริง ๆ ได้จริง ๆ ครอบครัวละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ผมถามว่าแล้วอีก ๑,๗๐๐ บาท ๑,๖๐๐ บาทที่เหลือใครได้ครับ หรือถ้าตัวเลขกลม ๆ จาก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ตั้งไว้ ๑,๗๐๐ ล้านบาทหรือ ๑,๖๐๐ ล้านบาทไปอยู่ในกระเป๋าใคร พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่วันนี้แล้วประสบอุทกภัยน้ําท่วมแล้วถือคูปองนี้จะได้ทราบอย่างไร ว่าการที่ท่านเสียสิทธิตรงนี้ไปหรือบางท่านไม่ได้ไปรับเสียด้วยซ้ํา แต่คูปองอันนี้สามารถ นําไปเบิกสตางค์ได้ ๒,๐๐๐ บาทต่อเล่มครับ ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้ที่นําไปซื้อเล่มของท่านไป ๓๐๐ บาทเขาไปเบิก ๒,๐๐๐ ครับ มีส่วนต่างอยู่ ๑,๗๐๐ บาท ๑,๖๐๐ บาท ผมถามว่าเงินตรงนี้ ท่านเบิกไปเพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนยังไปซ้ําเติมเขาอีกหรือครับนโยบายของท่าน แล้วผมมีความจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องตัดงบประมาณของท่าน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อยากจะมากกว่านี้ด้วยซ้ําครับ เพราะอะไรทราบไหมครับว่าเงินที่มาเข้าร่วมโครงการ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางกระทรวงพลังงานใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานซึ่งเป็นเงินที่ได้มา จากการเก็บเงินของพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับที่ไปเติมน้ํามัน ๑ ลิตรเก็บหักเข้ากองทุน อนุรักษ์พลังงาน ๗ สตางค์ ทุกคนนะครับไม่ว่าจะเติมดีเซล เบนซิน ท่านจะอะไรก็ตาม ท่านเติมน้ํามัน ๑ ลิตร ๗ สตางค์เข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่านั่นคือเงินประชาชน ผมไม่ว่าหรอกครับถ้าท่านจะเอาเงินกองทุนที่เก็บมาจาก พี่น้องประชาชนไปใช้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบกับมหาอุทกภัยครั้งนี้ แต่นี่ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเข้ากระเป๋าประชาชนจริง ๆ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปไหนครับ แล้วผมก็ไปถามอีกครับว่า แล้วเวลาผู้ประกอบการที่เขาได้ใบนี้ไปจากที่ไปซื้อแล้ว เขาไปเบิกกับกองทุนอย่างไร เขาบอกเขามีคูปองตามที่ส่วนลดพร้อมกับใบเสร็จ ๑ ใบ ผมถามว่าใบเสร็จถ้าผู้ประกอบการไม่ซื่อสัตย์จริง ๆ ก็ออกเองได้ครับ จะเป็นเครื่องไฟฟ้า อะไรก็ได้ ก็แนบส่วนลดนี้ไป คูปองฉบับนี้ไป ก็ได้เงิน ๒,๐๐๐ บาท ผมก็อยากให้พี่น้อง ประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านและเป็นผู้ประสบอุทกภัยว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ ที่ท่านมาตอกย้ํา มาซ้ําเติมกับพี่น้องประชาชนของเราที่ประสบกับมหาอุทกภัยในครั้งนี้

อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมก็ตามไปอีกครับเพื่อจะให้ท่านเห็นว่าสิ่งที่เรามาอภิปรายนั้น เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง มีตารางแสดงว่าสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ อันนี้ผมขออนุญาตบอกเลยก็ได้ พอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย ขออนุญาตท่านประธานนะครับ จังหวัดสมุทรสาครครับ เขียนไว้เลยในตารางว่าตู้เย็นขนาด ๕.๙ คิว ใช้ได้ต่อหน่วยไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาทก็หมายถึงว่า ๑๒ ใบครับ (ถ้ามีของ) กับ ๒. เครื่องปรับอากาศ ๑ เครื่อง ใช้ได้ ๑ เล่ม ๒,๐๐๐ บาท ถ้ามีของ เช่นกัน เตาแก๊ส หม้อหุงข้าว หม้อหุงข้าวไฟฟ้าใช้ได้ ๒ ใบครับ ๒๐๐ บาท ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า นอกเหนือจากเขียนข้อกําหนดให้ยากแล้วเขาหาซื้อไม่ได้จริง ๆ ครับ เกิดการปิดร้านหนี อย่างที่ผมบอก สินค้าที่มาวางไว้ก็มีจํานวนจํากัด แถมระยะเวลาก็มีอยู่เพียง ๒-๓ วัน ที่สําคัญที่สุดถ้าเป็นคนกรุงเทพมหานคร น่าสงสารที่สุดครับ เปิดเฉพาะมหกรรมในครั้งนี้ ของรัฐบาล แค่ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้าไบเทคเท่านั้นครับ ทุกคนได้ใบนี้ก็ต้องมะรุมมะตุ้มวิ่งไปที่ ไบเทคแล้วมีเวลาจํากัดว่าไม่กี่วัน หมดแล้วหมดเลย ถ้าเป็นในต่างจังหวัดก็ไปรับคูปองนี้ได้ที่ ศาลากลางจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ไปซื้อกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการครับ แล้วถ้าร้านค้าปิดอย่างที่ผมบอกก็ใช้ไม่ได้ครับ ก็เลยเกิดช่องว่างในการซื้อคูปองฉบับนี้ครับ แล้วที่สําคัญที่สุดครับ ผมก็ไม่อยากจะพูดนะครับ แต่มีความจําเป็นจริง ๆ เพราะเดี๋ยวหาว่า ผมจะพูดเองนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านเพิ่งให้สัมภาษณ์ไป เมื่อไม่กี่วันมานี้ เมื่อวานนี้ครับว่าท่านจะทําแบบนี้อีกในวันที่ ๒๑ ถึง ๓๐ ต้อนรับตรุษจีน ให้กับพี่น้องประชาชน ยังไม่พอใช่ไหมครับ วันนี้ม็อบปิด ๒ ถนนยังไม่พอใช่ไหมครับ แล้วตรุษจีนจะทํา ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าจะมีของมาขายหรือเปล่า แล้วพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเป็นล้าน ๆ ครัวเรือนจะได้ใช้สักกี่ครัวเรือน วันนี้ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ พี่น้องประชาชนที่แวะมานี้ล่ะครับแล้วก็โทรศัพท์เข้ามาด้วยจากจังหวัดลพบุรี เขาฝากถามผม ให้ถามผ่านไปยังรัฐบาลด้วยครับ แล้วก็ฝากถามไปยังกรรมาธิการว่าได้ถามหรือเปล่าว่า ทําโครงการนี้มาทําไม ทํามาเพื่อใคร ใครได้ประโยชน์ แค่นี้ยังหลอกกันไม่พอใช่ไหม นี่เป็นความจริงนะครับ จริง ๆ มีคลิปเสียงด้วย แต่ผมก็เกรงว่าจะไปรบกวนเวลาของสภาแห่งนี้ มากเกินไป ผมถึงถามอย่างไรครับว่าสิ่งที่ผมนํามาอภิปรายในวันนี้ในหมวดของกระทรวงพลังงาน ในครั้งนี้ ท่านมาขออีก ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมรับไม่ได้แล้วไม่ไว้ใจจริง ๆ ครับ ว่าท่านจะบริหารงบประมาณนี้ได้อย่างครอบคลุมสมบูรณ์ และผมเรียนอีกครั้งว่าผมไม่ได้ติดใจนะครับถ้าท่านจะคิดนโยบายดี ๆ ออกมาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ทําเลยครับ รีบทําด้วย แต่ขอให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นของพี่น้องประชาชน ได้กลับไปช่วยพี่น้องที่เดือดร้อนอยู่วันนี้จริง ๆ และผมเชื่อว่าระหว่างที่ผมอภิปรายนี้แล้วมีคนนั่ง ฟังหรือดูอยู่ทางบ้านนะครับ ผมเชื่อว่าเขาจะนึกถึง เพราะผมเห็นข่าวโทรทัศน์ครับทุกจังหวัดไป รับคูปองนี่คิวยาวเป็นกิโลเมตรครับ เป็นลมเป็นแล้งกันเลยครับ แล้วเขาจะได้รู้อย่างไรครับ เงินนี้เป็นเงินของใคร แล้ววันนี้มันหายไปอยู่ที่ใคร เขาใช้ไปได้กี่ใบ แต่สิ่งที่เหลือที่ใช้ไม่ได้ กระทรวงพลังงานได้เตรียมงบประมาณไว้ให้คนที่สามารถเอาใบนี้ไปแลกแล้ว ไม่ถึงครับ ประชาชนที่เดือดร้อนไม่ถึง แล้วผมเตือนนะครับว่าท่านบอกว่าท่านจะทําอีกให้เป็นของขวัญ ในวันตรุษจีนนี่ผมไม่แน่ใจครับว่าเป็นของขวัญของใคร ท่านกรรมาธิการได้ถามไหมครับว่า เป็นของขวัญให้กับผู้ประกอบการบางคน คนบางกลุ่มที่ไปรับซื้อเขาเป็นเล่ม ๆ หรือไม่ และผมเรียนไม่ใช่เพราะเป็นฝ่ายค้านนะครับ ผมเชื่อว่า ส.ส. รัฐบาลอีกหลายท่านครับ ที่ลองกลับไปถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่ท่านเองว่าเจอแบบนี้หรือไม่ แล้วท่านก็ลองไป รายงานรัฐบาลและรัฐมนตรีของท่านครับว่ามันจริง สิ่งที่ผมพูดนั้นเอามาจากข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งนั้นครับ มันจําเป็นครับท่านประธาน วันนี้ที่ผมจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องตัดลด งบประมาณของกระทรวงพลังงานลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขอฝากสุดท้ายว่าเลิกเถอะครับ วิธีแนวทางการหาเสียงหรือการทําประชานิยมที่มีแต่คําหลอกลวง มีแต่การทําแก้บน วันนี้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมามากพอแล้ว ขอให้ท่านช่วยพิจารณานะครับ แล้วถ้ากรรมาธิการท่านตอบได้ ยินดีครับ อยากทราบว่าโครงการนี้ใช้เงินกองทุน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเงินหลักจากกระทรวง พลังงานก็กรุณาหน่อยนะครับ พี่น้องประชาชนก็จะได้ทราบว่าที่เขามาปิดถนนกันมันเป็นจริง อย่างที่ผมพูดหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ในหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการ จะขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจในเรื่องของการดําเนินนโยบายในเรื่องของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ผ่านท่านประธานสภานะครับ ในช่วงที่ได้เกิดมหาอุทกภัย มีพี่น้องประชาชนจํานวนไม่น้อยนะครับ ที่ประสบกับปัญหาอุทกภัยจนกระทั่งบ้านได้รับความเสียหาย และอุปกรณ์ไฟฟ้าก็ได้รับความเสียหาย จากการสํารวจก็พบว่าพี่น้องประชาชนจํานวนมากได้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ ซึ่งก็มีการซื้อหา มานานแล้ว แล้วก็เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งมีประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้าไม่สูงนัก ในช่วงหลายปี ที่ผ่านมารัฐบาลในหลายยุคหลายสมัยนะครับได้สนับสนุนให้มีการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่สามารถประหยัดพลังงานได้ แล้วได้แสดงสัญลักษณ์การประหยัดพลังงานด้วยเครื่องหมาย หมายเลข ๕ กองทุนอนุรักษ์พลังงานได้มองเห็นว่าถ้าหากว่ามีการดําเนินการสนับสนุน ให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่แทนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ถ้าหากว่า ท่านตัดสินใจซื้อเครื่องไฟฟ้าที่มีราคาถูกและมีประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้าต่ํา ก็จะเป็นเรื่อง น่าเสียดาย เพราะว่าจะต้องมีการผลิตไฟฟ้าเป็นจํานวนมากเพื่อป้อนการใช้เครื่องไฟฟ้า ดังกล่าว ดังนั้นแนวทางที่ได้จัดทําขึ้นก็คือสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจเลือกซื้อ เครื่องไฟฟ้าที่มีความสามารถในการประหยัดไฟสูงที่สุด หมายเลข ๕ การที่ผู้ซื้อได้ตัดสินใจซื้อ เครื่องไฟฟ้า หมายเลข ๕ รัฐบาลได้เพียงแต่ขอให้ท่านได้แสดงหลักฐานว่าท่านเป็นผู้ประสบภัย แล้วก็ขอคูปองในการได้รับส่วนลดร้อยละ ๒๐ เพื่อที่จะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หมายเลข ๕ นั้นนะครับ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตเรียนว่าท่านสมาชิกอาจจะมีความเข้าใจผิดว่า เป็นการผลิตคูปองที่มีการกําหนดจํานวนเงินโดยที่ผู้ที่ได้รับคูปองสามารถที่จะนําเงินดังกล่าว ไปเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เต็มจํานวน ความจริงแล้วก็คือเมื่อผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แสดงความตั้งใจที่จะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เบอร์ ๕ นะครับ จากศูนย์แสดงสินค้าใน กรุงเทพมหานครซึ่งก็ตรงครับ ที่ศูนย์การค้าไบเทค หรือในจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้ดําเนินการให้ ครอบคลุม โดยที่ได้จัดพื้นที่ไว้ที่ศาลากลางจังหวัดและหรือร้านค้าที่ได้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งท่านสมาชิก ได้แสดงความกังวล ผมก็หวังว่าไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่าร้านค้าเหล่านั้นเป็นผู้ที่ไม่สุจริต ทางรัฐบาลเองก็ได้ตระหนักถึงความรอบคอบในการดําเนินการในเรื่องนี้นะครับ จึงได้ทํางาน ร่วมกันกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและการคัดเลือกร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ก็เป็นร้านค้าซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ร่วมทํางานกับหอการค้าจังหวัด ซึ่งทุกท่าน ก็คงทราบดีว่าหอการค้าไทยหรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยนั้นได้เป็นหัวหอก ในเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ดังนั้นร้านค้าที่ท่านได้เลือกเข้ามาร่วมกับการติดตาม ตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงมีความมั่นใจว่าการที่ท่านได้แสดงใบเสร็จที่มีการซื้อสินค้า ดังกล่าวเป็นการขายสินค้าจริง แล้วก็การส่งมอบสินค้าต่าง ๆ รัฐบาลเองก็สามารถตรวจสอบ ได้ว่าการออกสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้น เครื่องไฟฟ้าที่ประหยัดไฟเบอร์ ๕ นั้นเป็นยี่ห้ออะไร ผลิตขึ้นมาจริงหรือไม่ จากโรงงานอะไร เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียนรับไปที่จะไปตรวจตรา ให้เข้มงวดอย่างที่ได้ตั้งใจไว้เดิม แล้วก็การดําเนินการตรงนี้ได้มีพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ที่ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ ๕ ได้รับส่วนลดร้อยละ ๒๐ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ ของกองทุนประหยัดพลังงานอยู่แล้ว ท่านคงจําได้เมื่อหลายปีก่อนกองทุนนี้ได้ทําหน้าที่ที่ดี เนื่องจากมีการเสนอหลอดไฟชนิดที่เรียกว่าเป็นหลอดตะเกียบ แล้วก็ได้ใช้เงินในส่วนนี้ ในการสนับสนุนให้สามารถที่จะจําหน่ายหลอดตะเกียบได้ในราคาที่ถูก ในขณะที่ยอดการผลิต หลอดตะเกียบนั้นยังมีระดับที่ไม่สูงนัก ต้นทุนการผลิตก็อาจจะอยู่ในระดับที่สูง ปัจจุบันการใช้ หลอดไฟฟ้าได้ใช้หลอดไฟฟ้าชนิดที่ประหยัดไฟกันอย่างกว้างขวางแล้ว หน้าที่ของ กองทุนอนุรักษ์พลังงานจึงไม่ต้องสนับสนุนเรื่องของการช่วยในเรื่องของราคาหลอดไฟฟ้า แบบตะเกียบหรือหลอดประหยัดไฟอีกนะครับ ดังนั้นการดําเนินงานตรงนี้ที่ท่านบอกว่า เพียงไม่กี่วันก็เป็นเรื่องที่ดําเนินการเป็นการชั่วคราวนะครับ เพราะว่าในช่วงที่พื้นที่ต่าง ๆ น้ําได้เริ่มลดลงแล้ว พี่น้องจะตัดสินใจซื้อเครื่องไฟฟ้าต่าง ๆ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึง ตู้เย็นก็ดี หรือพัดลมก็ดี สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งจําเป็นซึ่งพี่น้องประชาชนก็จะต้องตัดสินใจซื้อกัน ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจซื้อ รัฐบาลก็ได้รีบตัดสินใจว่าอยากจะใช้วิธีชักจูงให้ท่านสามารถ ที่จะประหยัดด้วยการที่ซื้อเครื่องไฟฟ้าเบอร์ ๕ ซึ่งโดยปกติแล้วราคาก่อนมีส่วนลด ก็จะมีราคาสูงกว่าเครื่องไฟฟ้าที่มีระดับการประหยัดไฟที่ต่ํากว่า ดังนั้นก็ถือโอกาสนี้ ที่ได้กราบเรียนชี้แจงให้ท่านได้ทราบ ในขณะเดียวกันประเด็นซึ่งท่านผู้อภิปรายในช่วงก่อนหน้านี้ ได้พูดถึงเรื่องของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงในการที่ได้ดําเนินการ รัฐบาลเองก็ได้ดําเนินการ ในส่วนนี้สอดคล้องกับนโยบายที่ได้ประกาศไว้ทุกประการ การลดเงินเข้ากองทุนหรือชะลอเงิน เข้ากองทุนก็เป็นการดําเนินการไปตามที่ได้แถลงไว้ อย่างไรก็ตามผมถือว่าในขณะนี้ยังเป็น หน้าที่ระหว่างท่านสมาชิกกับกรรมาธิการ ผมจึงเพียงแต่ขออนุญาตเรียนให้ท่านได้โปรด เข้าใจว่าในส่วนที่รัฐบาลได้ดําเนินการนั้นก็เป็นไปตามความปรารถนาดีที่มีต่อพี่น้องประชาชน ด้วยเกรงว่าถ้าหากว่าไม่ลุกขึ้นยืนชี้แจงแล้วอาจจะนําไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนขยายวง ต่อไปจนน่าเสียดายนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก มาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงาน มีท่านใดติดใจอีกไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมขอถือว่าผ่านนะครับ ท่านบุญยอดขอบคุณมากครับ ไปมาตรา ๑๖ เลยครับ เชิญท่านเลขาธิการ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวรงค์ เลยครับ คืออย่างนี้คุณหมอวรงค์ ๑๐ นาทีนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก พอดีผมเรียนกับ ท่านประธานวิปไว้เรียบร้อยแล้วว่าเนื่องจากประเด็นที่ผมอภิปรายจะมีสาระค่อนข้างจะต้อง ทําความเข้าใจเยอะ ผมจะใช้เวลาที่มากกว่าที่ทางวิปได้กําหนดไว้ ซึ่งทางท่านประธาน ได้อนุญาตไว้แล้ว จึงเรียนท่านประธานให้ทราบเข้าใจตรงกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ขออนุญาตท่านประธานเกี่ยวกับการนําวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายเพื่อมาเรียน ให้กับเพื่อนสมาชิกแล้วก็พี่น้องประชาชนให้ได้เห็น สิ่งที่อยู่ในมือผมนี้คือข้าวครับท่านประธาน ซึ่งเป็นผลผลิตของพี่น้องชาวนา แล้วท่านประธาน คงทราบดีนะครับ ว่าชีวิตของพี่น้องชาวนาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายทํานาปลูกข้าวเลี้ยง พี่น้องประชาชนคนไทยมาตลอดชีวิต แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสิ่งหนึ่งของพี่น้องชาวนาคือ ความยากความจนครับ ช่วงที่พวกผมหาเสียงในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ผมมักจะพูดอยู่เสมอว่า ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดินครับ ถ้าพี่น้องชาวนาได้รับการดูแล พี่น้องชาวนา มีสตางค์มากขึ้น ประเทศจะเจริญขึ้น แน่นอนครับ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นรัฐบาล เรามีวิธีคิดที่ต่างกันในการดูแลพี่น้องชาวนาครับ ผมจําได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่มีการหาเสียงเลือกตั้งนี่ ต่างฝ่ายต่างเสนอนโยบายซึ่งไม่แปลกครับ พรรคประชาธิปัตย์ ก็เสนอนโยบายโครงการประกันรายได้ หรือชาวบ้านเรียกว่าเงินส่วนต่าง พรรคเพื่อไทย ก็เสนอนโยบายโครงการจํานํา ซึ่งที่เรียกว่าโครงการจํานํา ๑๕,๐๐๐ บาท เฉพาะข้าวเปลือก แล้วถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตเพื่อเตือนความทรงจําครับ ขอให้ กล้องได้โคลส (Close) เข้ามานิดหนึ่งครับ ให้เกษตรกรมีบัตรเครดิต รับจํานําข้าวเปลือกเจ้า ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้เราก็ไม่ว่ากันครับ แล้วผมก็เชื่อว่า มันก็เป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจครับ ถ้าผมเป็นพี่น้องชาวนาที่ไม่มีประสบการณ์อะไร ผมก็ตื่นตาตื่นใจ ที่มีความรู้สึกท้าทายความรู้สึกมาก ว่าวันนี้ชีวิตเราจะดีขึ้น เราจะได้เงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ภาคอีสานเราจะได้เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าช่วงที่มาเป็นรัฐบาล มีการท้วงติงเยอะ พรรคฝ่ายค้านท้วงติงรัฐบาล ทั้ง ป.ป.ช. ทั้ง สตง. แม้แต่อาจารย์ดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร หลาย ๆ หน่วยงานท้วงติงรัฐบาลในโครงการจํานําข้าว แล้วถ้าท่านจําได้นี่ ในช่วง ที่มีการถกกัน มีการสํารวจความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์สถาบันชั้นนําของประเทศ ประมาณ ๗๖ สถาบัน เขาบอกว่าโครงการที่น่าเป็นห่วงที่สุด ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล คือโครงการจํานําข้าวครับ วันนั้นผมจําได้ว่าพวกผมออกมาท้วงติงรัฐบาลเช่นกัน ก่อนวันที่ ๗ ตุลาคม จุดที่เราท้วงติงคือเรากังวลว่าโครงการนี้จะล้มเหลว ที่บอกว่าล้มเหลวก็คือว่า เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทจะไม่ถึงมือพี่น้องชาวนา โรงสีจะมีการทุจริต พ่อค้าส่งออกมีปัญหา แน่นอน เพราะว่าต้นทุนข้าวสูงขึ้น แต่ปรากฏว่าวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดีใจมากครับ ที่ท่านอยู่ในที่นี้ที่รับฟังความคิดเห็นของพวกเรา ท่านได้ออกมาพูดว่าท่านท้า ท่านบอกว่า โครงการนี้ถ้าทําให้ขาดทุนมากกว่าโครงการประกันรายได้ ท่านจะรับผิดชอบ ผมว่า ท่านเข้าใจผิดครับ ผมเรียนท่านตรง ๆ นะครับ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรครับ ผมคลุกคลีกับประชาชน วิธีคิดของท่านกับพวกเราต่างกัน ท่านมาจาก ภาคเอกชน ท่านเป็นพ่อค้าครับ วิธีคิดของพ่อค้าคือแม็กซิไมซ์ โพรฟิท (Maximize Profit) หรือคิดกําไรสูงสุด ดังนั้นสิ่งที่ท่านคิดขณะนี้ท่านคิดอย่างไรก็แล้วแต่ให้ตัวเลขได้มีกําไรสูงสุด ซึ่งต่างกับพวกเรา วิธีคิดของเราคือทําอย่างไร ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีครับ ถ้ารัฐบาลจะต้อง จ่ายเงินสักก้อนหนึ่ง แล้วเงินก็ถึงพี่น้องชาวนาทุกหลังคาเรือนเรายอมจ่าย ขอให้โครงการนี้ ยั่งยืนครับ ดังนั้นผมเรียกร้องให้ท่านเปลี่ยนวิธีคิดด้วยนะครับ ลําพังท่านจะเอากําไรขาดทุน มาใช้คิดในระบบราชการอย่างเดียวไม่ได้ครับ เท่ากับท่านเจ๊งเลยนะครับ ท่านต้องคิดด้วยว่า ทําอย่างไร จะให้เกิดความยั่งยืน ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี เราเปิดโอกาสให้รัฐบาลทําหน้าที่ อย่างเต็มที่ครับ ผมท้าเลยนะ ถ้าท่านไปตรวจสอบคําแถลงข่าวของทางซีก พรรคประชาธิปัตย์ในโครงการจํานําข้าวของรัฐบาล เราจะโหมออกมาเยอะหน่อยในช่วง ประมาณปลายเดือนกันยายนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม เพราะวันที่ ๗ ตุลาคม รัฐบาล เริ่มโครงการ หลังจากนั้นแล้วเราแสดงความเห็นเป็นระยะ ๆ และเราก็เงียบไปประมาณ ๒ เดือนกว่าเกือบ ๓ เดือน เราเพิ่งเริ่มมาแสดงความเห็นหลังจากที่ประมาณ ปลายเดือนธันวาคมครับ แล้วก็เพื่อเอามาพูดสิ่งเหล่านี้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการครับ วันนี้ผมพูดได้เต็มปากว่าท่านแพ้พวกผมครับ ผมพูดอย่างเต็มปากด้วยความมั่นใจเลย นโยบายข้าวของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แพ้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทีมข้าวท่านแพ้พวกผมครับ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ เดี๋ยวท่านฟังต่อไปนะครับ เพราะว่าผมมีข้อมูลเชิงประจักษ์ มีตัวเลขที่ชี้ให้เห็น แต่ก่อนที่จะ ลงรายละเอียดและกล้าย้ําว่าท่านแพ้พวกเรา และบอกกับพี่น้องทั้งหมดเลยครับ เพราะว่าบังเอิญช่วงที่ท่านเริ่มโครงการจํานําข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๒๐,๐๐๐ บาท พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนโครงการจํานําข้าว เราเปิดศูนย์โครงการ จํานําข้าว มีพี่น้องประชาชนโทรศัพท์ให้ข้อมูลเราเยอะมาก ไม่ว่าจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดตาก จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ แม้แต่กรุงเทพฯ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดปราจีนบุรี รวมไปถึง จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดหนองคาย แล้วก็โคราช นี่คือข้อมูลที่เราได้รับมา และข้อมูล ผมย้ํานะครับว่าทุกข้อมูลเป็นข้อมูลที่เราสัมภาษณ์ตรงครับ เหมือนเป็นการทําวิจัยเชิงลึก แล้วก็หลายพื้นที่เราลงพื้นที่ ผมถึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าพี่น้องใจเย็น ๆ สิ่งที่พี่น้อง ต้องการก็คือการกลับมาของโครงการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ผมบอกไม่เป็นอะไร วันนี้เขาเป็นรัฐบาลให้เขาทําให้เต็มที่ก่อน แล้วผมจะเอาปัญหามาเสนอให้ เผื่อเขาทําได้ดีขึ้น ผมก็พูดอย่างเต็มปากเช่นกันว่าถ้าพี่น้องได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ทุกบ้านจริง ได้ทุกคนจริง ได้ทุกครัวเรือนจริง อีสานได้ ๒๐,๐๐๐ บาททุกคน ทุกครัวเรือนจริง ไม่เป็นอะไรครับ ให้ท่านเป็นรัฐบาล ผมเป็นฝ่ายค้าน ผมก็แฮปปี้ เพราะประชาชนมีเงินเยอะขึ้น แล้วผมก็เชื่อว่า ประชาชนจะอยู่ดีกินดีมากขึ้น แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ครับ เพราะวันนี้เงินส่วนหนึ่งหรือเงินส่วนใหญ่ อาจจะไปอยู่ในพ่อค้าคนกลาง หรือแม้แต่ไปอยู่ในมือนักการเมือง ผมจึงกล้าพูดว่าท่านแพ้ พวกผมครับ แล้วผมบอกพี่น้องย้ํานะครับ ใจเย็น ๆ รอวันที่พรรคประชาธิปัตย์กลับมาครับ โครงการประกันรายได้จะกลับมาดูแลพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง ผมเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ที่ผ่านมานั้นเราเคยสู้กัน ผมเชื่อว่าช่วงเวลานี้พี่น้องประชาชนคงติดตาม ผมขอทําความเข้าใจ ในเชิงวิชาการนิดหนึ่ง สมัยพรรคประชาธิปัตย์ทําโครงการประกันรายได้ หลักคิดของ พรรคประชาธิปัตย์ก็คือพี่น้องทํานามีต้นทุนเท่าไรคูณกําไรไว้ให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมก็ มักจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าพี่น้องครับผมภูมิใจมาก ชีวิตของผมเกิดมาเพิ่งจะมีรัฐบาลชุดนี้ คือชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ให้หลักประกันกับพี่น้องชาวนาว่า ต่อไปนี้พี่น้องชาวไร่ และชาวนาทําไร่ ทํานาแล้วมีกําไร แต่เวลามาเจอนโยบาย ๑๕,๐๐๐ บาท เราก็โอเคครับ เพราะถือว่ามันท้าทายความรู้สึกของพี่น้อง พี่น้องอยู่เฉย ๆ ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ประกันรายได้ อาจจะประมาณสัก ๑๒,๐๐๐ บาท หรือ ๑๓,๐๐๐ บาท วันนี้มา ๑๕,๐๐๐ บาท ตัวเลข มันต่างกัน แต่ผมก็บอกอย่าลืมนะโครงการจํานําเราทํามาเยอะแล้ว เราทํามาหลายครั้งแล้ว เงินมันไม่ถึงพวกเรา ผมขอทําความเข้าใจเพิ่มเติมว่าวันนี้รัฐบาลทําโครงการจํานํา ผมอยากให้ พี่น้องนึกถึงเราเอาทองไปจํานํา เราต้องมีทอง ทองก็ต้องเข้าที่โรงรับจํานํา วันใดเราไม่มีทองไป โรงรับจํานําเราไม่ได้สตางค์ แต่ถ้าวันใดเรามีทองน้ําหนักมากขึ้น ไปโรงรับจํานําเราได้สตางค์ กลับมามากขึ้น รัฐบาลทําโครงการจํานําข้าวก็คือพี่น้องจะต้องมีข้าว และได้ข้าวนั้นไปที่ โรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล ในที่นี่ก็คือโรงสี เพราะรัฐบาลไม่สามารถเปิดโรงรับจํานําข้าวได้

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ คุณวรงค์แป๊บหนึ่งครับ จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์มีอะไรครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปรายวันนี้ เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณว่าผู้อภิปรายจะตัดลดกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ตั้งแต่ฟังมานี่ ยังไม่พูดเรื่องงบประมาณเลย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านจ่าประสิทธิ์ผมเข้าใจแล้วครับ ท่านพอแล้วครับ ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมคิดว่าหมอวรงค์ เขาคงจะบอกเหตุผลแล้วจะตัดนะครับ บรรยากาศไปได้ดีแล้วครับ คงจะจบตอนเที่ยงคืนได้ นะครับ เชิญหมอวรงค์ครับ พอแล้วครับท่านจ่าประสิทธิ์ ผมวินิจฉัยถือเป็นเด็ดขาดแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เดี๋ยวฟังเขาก่อนครับ เพราะเพิ่งเริ่มต้น ยังมีเวลาอีกหลายนาที ท่านนั่งลงก่อนครับ เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากว่าการตัดลดงบประมาณ ของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ แล้วผมก็เชื่อว่ามันมีเหตุผลที่อย่าว่าแต่พวกเรา พรรคประชาธิปัตย์ เผลอ ๆ เพื่อน ๆ จากสมาชิกซีกฝั่งรัฐบาลก็อยากจะตัดตามด้วย แล้วฟังดีไม่ดี ฟังไปฟังมาแค่ตัดอย่างเดียวไม่พออาจจะต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีด้วยครับท่านประธาน ผมเรียนต่ออย่างนี้นะครับว่าเมื่อกี้ผมปูความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนเข้าใจโครงการ ประกันรายได้ที่เกิดขึ้น หลักคิดง่าย ๆ มีต้นทุน แถมกําไร ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลรับผิดชอบ เงินถึงมือพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือน วันนี้รัฐบาลมาทําโครงการจํานํา โครงการจํานํา ต้องมีของไปโรงรับจํานํา โรงรับจํานําข้าวของรัฐบาลในที่นี้คือโรงสี เพราะรัฐบาลไม่สามารถ ไปเปิดโรงรับจํานําได้ทุกจังหวัด จึงต้องเอาโรงสีมาเข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล โรงสีจึงแปรสภาพ จากโรงสีแปรสภาพเป็นโรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ นี่คือโครงการจํานําข้าว วันดีคืนดีน้ําท่วม ภัยแล้ง แมลงลง ไม่มีข้าว ชาวนาไม่มีรายได้เลย สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของโครงการจํานํา แต่แค่นั้นยังไม่พอท่านประธานครับ ผมกําลังจะชี้ให้ท่านประธานเห็นภาพเนื่องจากว่าเรื่องข้าวมันยาก ผมศึกษาเรื่องข้าวมานาน พอสมควรครับเพื่อให้พี่น้องประชาชนตลอดจนเพื่อนสมาชิกเวลาตามรัฐบาลชุดนี้จะได้ตาม อย่างเป็นระบบ ผมขออนุญาตอภิปรายเป็น ๓ ระบบครับ ชุดที่ ๑ เป็นเรื่องข้าวจาก มือชาวนาที่เกี่ยว นี่คือข้าวจริง ๆ ที่เกี่ยว ขนไปโรงรับจํานําข้าวรัฐบาล นี่คือส่วนที่ ๑ ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นคือการทุจริต พี่น้องชาวนาไม่ได้เงินตามนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้ ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาทพี่น้องไม่ได้ มีการตุกติกหรือมีการโกงเกิดขึ้น นี่คือพาร์ท (Part) ที่ ๑

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วง เรื่องอะไรครับ ไม่หรอกครับ ข้อ ๖๑ เมื่อสักครู่นี้ผมได้วินิจฉัยแล้วท่าน ผมได้วินิจฉัย ข้อ ๖๑ ไปแล้ว ท่านต้องประท้วงข้อใหม่ ข้อนี้ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ว่ามา

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานได้ปล่อยให้ผู้อภิปรายนอกประเด็น ผู้อภิปรายกําลังแถลงนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นอะไรครับในเวลาของเขา ให้ผมวินิจฉัยครับ ผมควบคุมอยู่ ผมคิดว่าผมควบคุมไปได้ดี นะครับท่าน อย่าประท้วงเลยครับ ผมจะทําเวลาให้ได้ดีที่สุดแล้วครับ ท่านนั่งฟังนะครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกําลังจะชี้ให้กับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิก ได้คล้อยตามผมว่าโครงการจํานํานั้นล้มเหลว ผมจําเป็นต้องตัดงบประมาณไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ดีไม่ดีฟังไปฟังมาอาจจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีก็ได้ ฟังผมต่อนะครับ คําว่า ล้มเหลว เนื่องจากว่าเรื่องข้าวมันเป็นเรื่องที่ถ้าเข้าใจเชิงระบบมันยาก ถ้าพูดถึงจํานํา อย่างเดียวพี่น้องชาวนาไปจํานําอย่างเดียวเข้าใจผิว ๆ เผิน ๆ มันง่าย แต่เราระดับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องตามเชิงระบบ ผมเลยอยากจะชี้ให้เห็นภาพว่าถ้าเราจะ เข้าใจข้าวเชิงระบบของประเทศ เราควรจะรู้เรื่องอะไรบ้าง ผมจึงขออนุญาตประธานอธิบาย ไปยังพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ทํานาหรือพี่น้องที่อยู่ในเมืองจะได้เห็นภาพว่าวันนี้ พี่น้องชาวนาเจอปัญหาอะไร และเพื่อให้เกิดความเห็นภาพจินตนาการของข้าวระบบ ประเทศไทยทั้งหมด ผมจึงแบ่งระบบข้าวประเทศแบ่งเป็น ๓ ภาค ภาคที่ ๑ หรือตอนที่ ๑ คือตอนที่ข้าวจากมือชาวนาไปถึงมือโรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล นั่นคือโรงสี ช้า ๆ นะครับ นี่คือตอนที่ ๑ ซึ่งเดี๋ยวผมลงรายละเอียด แล้วท่านฟังแล้ว ท่านจะต้องตัดงบประมาณตามผม แน่นอน ภาคที่ ๒ ข้าว เมื่อโรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล คือโรงสี สีแปรสภาพไปเก็บในไซโลกลาง นี่คือภาคที่ ๒ และภาคที่ ๓ ข้าวที่อยู่ในไซโลกลางที่เก็บเป็นข้าวสาร เมื่อมีการประมูล ออกมาส่งออกไปขายต่างประเทศหรือแปรสภาพเป็นข้าวขายในประเทศ เราลงรายละเอียด ๓ ตอนนี้นะครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเห็นภาพทั้งสิ้น ผมจะขออนุญาตย้อนนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมพูดถึงตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ ผมจะย้อนตอนที่ ๓ ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๑ เนื่องจากว่าตอนที่ ๑ มันคือหัวใจครับ เพราะคือเป้าหมายของพี่น้องชาวนา ที่ต้องได้เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน และ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียนถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ จากรัฐบาล อันนั้นมีรายละเอียดเยอะหน่อย ในกรณีส่งออก เราเคยท้วงติงรัฐบาลแล้วว่า ตามธรรมดาต้นทุนมันสูง ต้นทุนข้าวมันสูงขึ้น อดีตที่ผ่านมาข้าวราคาตลาดประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท เราส่งออกได้ เป็นที่พอใจถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับต้น ๆ ของโลก วันดีคืนดี ราคาข้าวขึ้นมาเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต้นทุนมันแพงขึ้น ก็ได้รับการท้วงติงว่าเมื่อต้นทุนแพงขึ้น การส่งออกจะมีปัญหา ผมจําได้ว่าวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจท่านก็บอกว่า อย่างน้อยเราก็ต้องภูมิใจของที่เราส่งออกมันแพงขึ้น มันอาจจะส่งออกได้น้อยลงสักหน่อย แต่เราได้เงินมากขึ้น ผมทวนใหม่นะครับ ท่านคงจําได้ในช่วงประมาณต้นเดือนตุลาคม ที่โครงการจํานําจะเริ่มต้นขึ้นมีการท้วงติง บอกว่าต้นทุนข้าวในประเทศสูงขึ้นพ่อค้าส่งออก เราจะไปแข่งเขาได้อย่างไร เพราะว่าต้นทุนเรามันแพง ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ท่านก็บอกว่า ก็ไม่เป็นอะไร ก็ไม่แปลกส่งออกลดลงนิดหน่อยแต่ราคามันสูงขึ้นเราจะได้ มีกําไรมากขึ้นก็ไม่เห็นแปลกอะไร ซึ่งมันฟังแล้วดูดี วันนั้นพวกเราฝ่ายค้านเราก็เฉย ๆ เพราะเราต้องการให้เวลามันพิสูจน์ เวลาผ่านไป ๓ เดือนขณะนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทําผิด พวกผมถูกครับ ผมจําได้ว่าวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ถ้าคนไม่ได้ตามรายละเอียดทั้งหมด ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ออกมาแถลงว่าปีนี้คาดว่าเราจะส่งออกข้าวได้ ๑๐.๕ ล้านตัน ถือว่าเป็นสถิติที่สูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถ้าท่านลองดูในช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการที่ชื่อว่า ไทยแลนด์ ไลซ์ คอนเวนชั่น ๒๐๑๑ ( Thailand rice convention 2011) เขียนไว้ว่า มหัศจรรย์ข้าวไทยส่งออกปีนี้ ๑๔ ล้านตัน คนเขาประเมิน ตอนกลางปีที่ผ่านมาว่าเราจะส่งออกข้าวได้ ๑๔ ล้านตัน แต่เราไม่ว่ากันกําลังจะชี้ให้เห็นว่า วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ออกมาแถลงเราส่งออกข้าวได้ ๑๐.๕ ล้านตัน ที่สูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีการพูดเลยว่าโครงการจํานําไม่เป็นอุปสรรค ต่อการส่งออกข้าว แต่ในข้อเท็จจริงถ้าฟังทั้งหมดแล้วมันไม่ใช่ ท่านประธานครับ ในช่วง เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน แล้วก็เดือนธันวาคมเป็นช่วงที่โครงการจํานําเริ่มต้น ปรากฏว่า ตัวเลขการส่งออกข้าวเราติดลบมาตลอด เดือนตุลาคมเราเคยส่งออกข้าวได้ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ แต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเราส่งออกข้าวได้ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน หายไป ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เดือนพฤศจิกายนของปีก่อนตัวเลขการส่งออกข้าวเรา ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ปรากฏว่าเดือนพฤศจิกายนปีนี้เราส่งออกข้าวได้ประมาณ ๔๗๐,๐๐๐ ตัน แล้วเดือนธันวาคมล่าสุดท่านประธาน โดยปกติแล้วปีที่แล้วเราส่งออกข้าวได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ปีนี้เราส่งออกข้าวได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ตันติดลบไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสิ่งที่ท่านพูดตรรกของท่านผิด พวกเราถูกต้อง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับ คุณหมอต้องสรุปแล้วครับ วิปให้มา ๑๐ นาที แต่ว่าผมก็ให้รางวัลคุณหมอไป ๖ นาที ท่านต้องสรุปแล้วครับ ท่านก็พูดได้ดีแต่ว่าเวลาเราไม่พอ ผมตั้งใจฟังท่านมากนะครับ ท่านสังเกตผมตั้งใจฟังท่านมากผมก็อยากรู้ว่าจะต้องตัดอย่างไร แล้วก็มีปัญหาอย่างไร แต่ว่า เวลาที่วิปให้มาแค่ ๑๐ นาที แต่ว่าผมให้โอกาสท่านเกินไป ๖ นาที ท่านต้องสรุปแล้ว ขอบคุณครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้ว เรื่องส่งออกผมปูแค่นี้เอง กําลังจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าวิธีคิดของรัฐบาลผิด วันนี้ การส่งออกมันมีปัญหามันติดลบมาตลอดในช่วง ๓ เดือนที่โครงการจํานําเกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ขณะนี้ยังเกิดปัญหาการร้องเรียนการประมูลข้าวไปที่ประเทศอินโดนีเซีย ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แทนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ท่านจะให้ความเป็นธรรมกับสมาคมผู้ส่งออก หรือตัวแทนที่เขาไปร้องเรียนกับท่าน แต่ผมเห็นท่านให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าผู้ส่งออก ต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อนโยบายรัฐบาล ผมไม่เข้าใจครับ อันนี้ท่านไปเคลียร์เองครับ แต่ท่านต้องมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ส่งออกทุกคน เพราะคําพูดของท่านที่ให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการต่าง ๆ มันฟังไม่ขึ้นท่านบอกว่าเป็นคําสั่งออเดอร์ (Order) จากประเทศอินโดนีเซีย ต้องการเฉพาะลูกค้ารายพวกนี้ ท่านเอาหลักฐานมาโชว์เขาสิเขาจะได้สบายใจ และทีโออาร์ ต่าง ๆ การประกาศต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจนก็จบไป แต่คําสัมภาษณ์ของท่านมันไม่ได้อธิบาย เรื่องพวกนี้ ดังนั้นเฉพาะเรื่องส่งออกมันล้มเหลวเพียงพอที่ผมจะต้องตัดงบประมาณ

ประเด็นถัดมาก็คือประเด็นตอนที่ ๒ ก็คือประเด็นเรื่องโรงสีสีข้าวแล้วเก็บไป ในสต๊อก (Stock) หรือโกดัง และท่านประธานควรจะทราบหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าว ผมก็แถลงข่าวครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วงครับ ผมคิดว่าหมอจะสรุปแล้วครับ หมอสรุปได้แล้วครับ คืออย่างนี้ท่านบุญยอดวิปเขาให้มาคนละ ๑๐ นาทีแต่ผมก็ให้โอกาสครับ ให้โอกาสหมอ เพิ่มไปอีก ๖-๗ นาทีครับ ก็ถือว่าให้เกียรติกัน เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนของผมเองยังเหลือ ๓ มาตรา ที่ได้อยู่ในชื่อที่ส่งวิปแล้ว ผมขออนุญาตให้เวลาของผมไปที่คุณหมอวรงค์ ผมคิดว่าเรื่องข้าว เป็นเรื่องที่ต้องอธิบาย แล้วก็ไม่ได้ฟังเหตุฟังผลกันเราจะเข้าใจได้อย่างไร ขออนุญาต ทางฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับให้เวลาพวกเราหน่อยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมให้เวลา แต่ว่าหมอก็ต้องสรุปนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ ท่านประธานเห็นใจผม สักนิดหนึ่งครับ ผมเก็บข้อมูลมา ๓ เดือน บางวันไม่ได้ทําอะไรเลยนั่งรถไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ เก็บข้อมูลมาได้แค่นี้ เวลา ๓ เดือน แต่ผมว่ามันเป็นหัวใจสําคัญและมันจะเป็นประโยชน์กับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีในการปรับปรุงนะ ตอนที่ ๒ คือตอนโรงสีสีข้าวไปเก็บไว้ในไซโลกลาง วันนี้ท่านอ่านหนังสือพิมพ์ก็เห็นแล้วนี่ครับ เอาง่าย ๆ เฉพาะ เซอร์เวย์เยอร์ (Surveyor) โรงสีปกติปฏิบัติตามหน้าที่ทุกอย่าง ๗ บาทครับท่านประธาน เรียกเก็บกระสอบละ ๗ บาท หลายจังหวัดโทรศัพท์มาร้องครับว่าขณะนี้เซอร์เวย์เยอร์เก็บแล้ว ๗ บาท โดยที่ทําดีทุกอย่าง ตามขั้นตอน แต่ข้อมูลที่เราได้รับคือจังหวัดไหนที่เอาข้าวมีการผสม มีการผสมข้าว หรือเอา กระสอบเก่า เพราะท่านกําหนดให้ใช้กระสอบใหม่ท่านทราบใช่ไหมครับ กระสอบใหม่ท่านหักไว้ ๕๐ บาท บางแห่งเขาเอากระสอบเก่ามากลับหน้าใหม่แล้วพ่นสีใหม่ก็อาจจะ ถูกเรียกเก็บจากเซอร์เวย์เยอร์กระสอบหนึ่ง ๓๐-๔๐ บาท ถ้าเอาข้าวเก่าที่ประมูลจากท่านมา แล้วมาผสมอาจจะเก็บแพงนิดหนึ่งครับ แล้วเราก็ได้รับการท้วงติงจากโรงสีดี ๆ ที่บอกผมมา ให้มาบอกพวกท่านว่าสิ่งที่ท่านเปิดประมูลข้าวแล้วบอกว่าข้าวไร้คุณภาพ ประมูลในราคาถูก ๆ มันไม่ใช่ มันไม่ใช่วิธีการเก็บแล้วเก็บข้าว แล้วก็ทําให้ข้าวมันเสีย แต่จริง ๆ แล้วข้าวมันเสียมา หลายวันที่เขาเก็บในไซโลครับ นี่คือข้อสังเกตที่ทางโรงสีเขาให้ข้อมูลมา และจุดที่สําคัญ อีกจุดหนึ่งคือเกี่ยวกับโรงสีคือวันนี้อีสานเพื่อนผม ส.ส. เพื่อนผมหลายคนอีสานผลผลิต ข้าวนาปีมันเยอะ แล้วสถานที่รับจํานํามันน้อย ท่านก็เปิดโอกาสให้โรงสีในพื้นที่ภาคกลาง ไปร่วมรับจํานํานอกเขตพื้นที่ในพื้นที่ภาคอีสาน ท่านทราบแล้วนะครับว่าวันนี้มีการเรียกเก็บเงินแล้ว เกวียนละ ๑๕๐ บาท แต่จ่ายก่อนล่วงหน้า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ย้ํานะครับ โรงสีใดในพื้นที่ ภาคกลางจะไปเปิดจุดรับจํานํานอกเขตในพื้นที่ภาคอีสานจ่ายเงินใต้โต๊ะทันที ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงินสด แต่จะต้องจ่ายในภาพรวมว่าตันละ ๑๕๐ บาท ผมมีเอกสารอยู่ ๑ ชิ้นครับ บังเอิญ เรื่องนี้เพื่อนจากซีกรัฐบาลก็คงได้เห็นเพราะมีการพูดคุยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา อันนี้คือหนังสือที่สํานักงานการค้าภายในจังหวัด พระนครศรีอยุธยาได้ทําถึงประธานชมรมโรงสีข้าวว่าโรงสีใดที่มีความพร้อมที่จะไปร่วม รับจํานําข้าวนอกเขตพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ปรากฏว่ามีโรงสีลงชื่อมาทั้งหมด ประมาณ ขออนุญาตนะครับ ๑๘ โรงสี ท่านประธานครับ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ให้สมาคมโรงสีเขาคัดเลือกคนที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขพวกนี้ก็ได้รับการดูแล ปรากฏว่า ผ่านไปเป็นเดือนไม่ได้รับการตอบสนอง สุดท้ายมีรายหนึ่งไปจ่ายเงินใต้โต๊ะทุกอย่างก็อนุมัติ ผมก็เลยถือโอกาสร้องเรียนกับท่านครับ ในขั้นตอนขั้นที่ ๒ เป็นขั้นตอนที่ทุจริตสูงมาก และเงินพวกนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลจะอยู่ในมือพ่อค้าครับ ไม่ถึงมือชาวนาครับ แต่หัวใจที่สําคัญที่สุดคือข้าวของชาวนาที่มาถึงโรงสี ตรงนี้คือหัวใจครับ เพราะถ้า ท่านสามารถทําเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถึงมือชาวนาทุกบ้านจบเลยครับ ผมให้ท่าน เป็นรัฐบาลตลอดชีวิต แต่ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าปัญหาของชาวนาก็คือการโกงครับ ชาวนา เราถูกโกงและปัญหาที่ถูกโกงที่เป็นพื้นที่สุดผมจะสรุปเฉพาะประเด็นการโกงประมาณ ๔ รูปแบบ พร้อมกับเอกสารที่ชี้ให้เห็น วิธีการโกงที่โกงอันดับหนึ่งคือการโกงความชื้น ผมขออนุญาตท่านประธานครับ นี่คือเครื่องวัดความชื้นมาตรฐานแล้วถ้าใครไม่เข้าใจ ไม่ได้ศึกษาเรื่องข้าวก็จะไม่ทราบว่าเครื่องวัดความชื้นมีหลายรูปแบบ เครื่องวัดความชื้น ที่กระทรวงพาณิชย์รับรองนั้นจะวัดได้แค่ ๓ อย่าง อย่างเครื่องรุ่นนี้ผมลงทุนซื้อไปวัดให้ ชาวนาบ้านผม เครื่องละ ๒๖,๐๐๐ บาท จะวัดได้แค่ ๓ อย่าง คือข้าวเปลือก ข้าวจ้าว แล้วก็ข้าวกล้อง แต่ประเภทบางอย่างเราวัดได้ ๗ ชนิด อย่างนั้นมันโกงชาวบ้าน เพราะฉะนั้น โรงรับจํานําของรัฐบาลต้องเอารุ่นนี้มาวัดให้กับชาวนา เพราะถ้าเอารุ่นอื่นโกงที ๓ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ มันไม่โกงแบบธรรมดา แต่ถ้าโกงแบบมีเทคนิคอาจจะโกงทีถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมมีตัวอย่างชี้ให้ท่านเห็น ผมจะขออนุญาต ที่ผมจะต้องทําให้ท่านดูอย่างนี้เนื่องจากว่าผมกําลังจะชี้ให้ท่านเห็นว่า เดี๋ยวจะมีคําตอบครับ ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาไม่ถึง ๑ นาทีครับ ง่าย ๆ ครับวิธีการ วัดความชื้น จริง ๆ แล้วเขาก็แนะนําว่ามันควรจะใช้กระบวย แต่เนื่องจากผมต้องการ ความรวดเร็ว แค่นี้เองครับ แล้วเอาอันนี้ปาด จบแล้วครับท่านประธานครับ แล้วเอามาวางให้กับ โทษนะครับท่านประธาน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ แป๊บหนึ่งนะครับหมอวรงค์ครับ ท่านพิเชษฐ์ว่าอย่างไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมจําเป็นต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานครับ ท่านประธาน ๒ มาตรฐาน ๑. ท่านเกรงใจผู้อภิปราย ท่านให้เวลาเพิ่มอีก ๑๑ นาที นี่คือข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ วันนี้เป็นเรื่องของงบประมาณไม่ใช่เรื่องไม่ไว้วางใจ ถ้าท่านคิดว่ามีการโกงกิน มีการคอร์รัปชัน ขอให้ยื่นกระทู้ถามสดนะครับ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยแล้วก็ควบคุมการประชุมด้วย เพราะเราเหลือ ๒ ชั่วโมง ได้ ๑๖ มาตรา ยังเหลืออีกหลายมาตรานะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ครับฟังครับ ผมวินิจฉัย ผมไม่ได้ ๒ มาตรฐานนะครับ ทุกคนที่เห็นผมขึ้นมา ทําหน้าที่ผมไม่มีไว้ใครทั้งนั้นนะครับ แต่ที่ได้เวลาเพราะว่าคุณบุญยอดยอมให้ตัดเวลา ของส่วนของเขาออก ผมก็จัดตามนี้ ผมบันทึกไว้หมดนะครับ เวลากี่นาที ๒๑ นาทีเป็นของ ท่านบุญยอด อีก ๓ มาตราต้องตัดออกไป อันนี้ไม่มี ๒ มาตรฐานนะท่านพิเชษฐ์ครับ เพราะถ้าประท้วงบ่อยผมจะให้เขาจบแล้ว หมอวรงค์ก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ก็ต้องหยุดละครับ ผมพยายามทําให้ไวที่สุดเพื่อให้จบในเวลา ถ้าหากว่าประท้วงบ่อยอย่างนี้ก็ไม่ใช่ ผมไม่มี ๒ มาตรฐาน ท่านไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ผมวินิจฉัยขอให้จบภายใน ๒ นาทีก็แล้วกันนะครับ หมอวรงค์ เพราะว่าเดี๋ยวจะมีประท้วงทางนี้ต่อ ท่านได้เวลาไป ที่เหลือก็หักจากท่านบุญยอด ไปตามนั้นนะครับ หักเวลานะครับ ผมไม่ได้ให้เผื่อนะครับ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ ไม่แล้วครับ ให้ผมวินิจฉัยเด็ดขาดแล้วครับ เพราะจะได้ทําเวลา ท่านก็บอกให้ไว ๆ ถ้ามีประท้วงอย่างนี้ ก็ไม่ไปไหนหรอกครับ หมอวรงค์ผมให้เวลา ๒ นาทีนะครับ จะได้จบครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิของผมนะ ท่านประธาน ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าขณะนี้ผมวัดความชื้นเสร็จแล้ว ใช้เวลาแค่ประมาณ ๑ นาที สิ่งที่ผมจะบอกกับทางรัฐบาลก็คือว่า การวัดความชื้นมันง่ายแค่นี้เองท่านประธานครับ แต่ทําไมต้องปล่อยให้พี่น้องชาวนาถูกโกงความชื้นครับ ขนาดผมเอามาวัดในสภายังวัดได้เลย ยังมองเห็นเลย แต่ผมถามพี่น้องชาวนาบ้านผมไม่มีใครได้เห็นวิธีการวัดความชื้น แล้วท่านประธานทราบไหมครับว่า ความชื้น ๑ เปอร์เซ็นต์มีค่า ๑๕ กิโลกรัม ถ้าถูกโกง ความชื้นไป ๑ เปอร์เซ็นต์ถูกโกงไป ๑๕ กิโลกรัม ถ้าถูกโกงความชื้นไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ข้าว ๑ เกวียนจะถูกโกงไป ๗๕ กิโลกรัม แล้วชาวนาคนหนึ่งสมมุติว่ามีข้าว ๑๐ เกวียน ถูกโกงไป ๗๕๐ กิโลกรัม เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ อย่างต่ํา ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ที่ชาวนาถูกโกงจากโรงรับจํานําของรัฐบาลครับ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าเอกสาร ที่ออกมาสุดท้ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเซ็นหมดครับ ผมจึงอยากจะบอกกับท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้องเอาจริงเอาจังครับ ไม่อย่างนั้นชาวนาไม่ได้สตางค์ครับ ผมอยากจะย้ําว่า การวัดความชื้นเป็นการวัดที่ง่ายมาก ในสภายังวัดได้ แต่ทําไมชาวนาไม่มีโอกาสได้เห็น การวัดความชื้น แล้วผมต้องเรียกร้องท่าน ส.ส. รัฐบาลด้วย เราต้องช่วยกันดูแลโรงรับจํานํา รัฐบาลโกงชาวบ้านครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดีมากครับ พอแล้วครับคุณหมอวรงค์ครับ ผมถือว่าประโยชน์ ก็พอจะเข้าใจแล้วครับ พอแล้วครับคุณหมอ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ประเด็นอยู่ที่จะชี้ ไม่อย่างนั้นชาวนา จะเสียประโยชน์มาก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสรุปเลยครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเข้าใจเรื่องเครื่องวัดความชื้น ฟังดูก็เข้าใจนะครับท่าน สรุปเลยครับ เพราะว่า ท่านนริศก็มาพยักหน้ากับผม ๒ รอบแล้วครับคุณหมอ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมกําลังจะเอา เอกสารที่ชี้ให้เห็นว่านี่คือหลักฐานที่ชาวนาถูกโกงเขามาร้องเรียนพวกผม รูปแบบนี้เป็นการโกง แบบจงใจโกงชาวนา คําว่า จงใจโกงชาวนาคือ อยู่ ๆ ไปแล้วเขาเอาข้าวไป ๑๔,๑๑๐ กิโลกรัม หรือ ๑๔ ตัน ไป ๆ มา ๆ ปรากฏว่าลงข้าวเสร็จ โรงสีบอกว่าให้ ๙,๐๐๐ บาท ท่านเห็นไหมครับ ๙,๐๐๐ บาท สุดท้ายได้เงิน ๑๒๖,๘๐๐ บาท ปรากฏว่าเวลาชาวนาจะออกสตางค์จะต้องมี ใบประทวน ท่านดูใบประทวนครับ นี่คือใบประทวน เขาหักความชื้นไป ๓๕.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวนาคนนี้เขาบอกว่าเขาไปขอวัดความชื้นที่โรงสีใกล้บ้านเขา เนื่องจากเขาจะต้องข้ามไปอีก อําเภอหนึ่ง ความชื้นจากบ้านเขา ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ถูกหักไป ๓๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขตรงนี้ครับ ๓๕.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มันน่าเจ็บใจอย่างนี้ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าบางครั้งโรงรับจํานํา ของรัฐบาลเขาจะทําตัวเลขข้างล่างที่เป็นตัวเลขรวมที่ชาวนาไปขึ้นเงิน ธ.ก.ส. ให้เป็นตัวเลข ตรงกัน คือประมาณ ๑๒๖,๐๐๐ กว่าบาท ทําตัวเลขให้ตรงกัน เมื่อทําตัวเลขตรงกันปุ๊บเวลา การคูณน้ําหนักสุทธิหักความชื้นแล้วคูณจํานวนเงิน มันคูณมันเกิน ก็เลยหักน้ําหนักสุทธิไป ๒ ตันกว่า เท่ากับอันนี้คือการโกงแบบหน้าด้าน ๆ ท่านประธาน แล้วผมอยากจะเรียกร้อง ไปยังรัฐบาลนะครับ ท่านต้องหาทางคืนเงินให้เขานะ เพราะอันนี้คือหลักฐานที่โกงชาวนา แบบจับได้แบบมีหลักฐาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ครับ ท่านคุณหมอครับเอาเอกสารนั้นมาให้ผม เดี๋ยวผมจะตามเรื่องนี้ให้ จะเอาคืนให้ จะตามให้ท่านครับ ๒๕ นาทีแล้วพอแล้วครับ เดี๋ยวจะมีประท้วงอีก เดี๋ยวผมวินิจฉัยแล้วคนอื่นเขาว่าไม่มาตรฐานท่าน สรุปแล้วนะครับ พอแล้วครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้ ก็แล้วกันครับว่านี่คือรูปแบบการโกงอีกรูปแบบหนึ่งเป็นการโกงที่เรียกว่าเป็นการสมยอม ระหว่างชาวนากับโรงสี หลักง่าย ๆ ก็คือว่าเงินที่ควรจะได้คือ ๑๕๐,๐๐๐ บาท แต่ตัวเลข ใบประทวนทํามา ๑๗๐,๐๐๐ บาท โกงประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท น้ําหนักข้าวเพิ่มมา ประมาณ ๒ ตัน เป็นการโกงแบบสมรู้ร่วมยอมกัน เพราะน้ําหนักข้าวมันโผล่ขึ้นมาได้อย่างไร ก็ไม่รู้ ฐานหนึ่ง แต่มาตัวเลขทําใบประทวนมีอีกตัวเลขหนึ่ง โกงเข้ามาประมาณ ๒,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ประมาณ ๒ ตัน และสุดท้ายก็คือเป็นการโกงอีกรูปแบบหนึ่ง คือโกงแบบว่าไม่รู้เห็นเป็นใจ ชาวนาไม่รู้เรื่อง ตัวเองเอาข้าวไปขายได้ ๑๐ ตันกว่า ควรจะได้เงินประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ บาท วันดีคืนดีมีเงินมาเข้าบัญชี ๒๕๗,๐๐๐ บาท แล้วปรากฏว่าอีกวันหนึ่งมีคนมาทวงเงิน ให้ถอนเงินตัวนี้ให้กับโรงสี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวขอเอกสารให้ผม ผมจะตรวจสอบ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมกําลังสรุปนะ ท่านประธานกระชับมาก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ มีประท้วง จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไม่ประท้วงแล้วครับ พอแล้วครับ ผมจะให้ไปท่านอื่น

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมสรุปนะท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ คุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกําลังจะชี้ว่านี่คือบทสรุปว่า โครงการจํานําของรัฐบาลล้มเหลวครับ ทําให้ผมคิดว่าไม่ควรที่จะต้องให้ความไว้วางใจในการ จัดสรรงบประมาณ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ท่านประธานครับจะให้ผมไปเป็นที่ปรึกษายังได้นะครับ ผมจะแนะนําว่าวิธีอะไรก็แล้วแต่ที่จะทําให้ชาวนาได้เงิน แล้วก็เงินถึงมือชาวนามากที่สุด

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ คุณหมอครับ เชิญท่านประเสริฐละครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงสําคัญที่เกี่ยวกับ เรื่องปากท้องของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพของประชาชน แล้วก็เกี่ยวกับราคาผลผลิต ของเกษตรกร เกี่ยวกับเรื่องการส่งออกของประเทศด้วยซ้ําไปนะครับ ผมตั้งข้อสังเกตของ งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้ครับว่างบประมาณฉบับนี้ใช้แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง ของประชาชนได้จริงหรือไม่ครับ ผมเห็นว่าแก้ไม่ได้จริงครับ ผมจึงขอแปรญัตติปรับลด งบประมาณลง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราดีใจครับที่ได้คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง มารับหน้าที่สําคัญ ๆ ในรัฐบาลนี้ถึง ๔ ตําแหน่งครับ ตําแหน่งที่ ๑ ท่านเป็นหัวหน้า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ตําแหน่งที่ ๒ ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี ตําแหน่งที่ ๓ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตําแหน่งที่ ๔ ที่เรากําลังประชุมหารือกันอยู่นี่ละครับ เป็นประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณปี ๒๕๕๕ ครับ ท่านประธานครับ มีอยู่วันหนึ่งครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง นี่ละครับ พูดเรื่องเศรษฐกิจปี ๒๕๕๕ ว่าจะมีการ ขยายตัว ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็ให้เหตุผลว่ามีการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรแล้วก็จะมีการเพิ่ม ค่าจ้างขั้นต่ําครับ แล้วก็การส่งออกก็จะขยายตัวได้ดีนะครับ แล้วท่านก็อธิบายความต่อว่า ทั้งหมดที่ทําก็คือเพื่อสร้างกําลังซื้อในประเทศ แล้วก็ส่งเสริมการกระจายรายได้ สร้างเสถียรภาพด้านราคาสินค้าครับ ทันทีที่ท่านออกมาพูดเรื่องขยายตัว ๗ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองครับ ไม่มีใครเห็นตามท่านครับ และไม่มีใครเห็นเหมือนกับท่านรองนายกรัฐมนตรี คนนี้นะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัทจัดอันดับภาคเอกชนมีแต่เห็นต่างครับ และมีแต่เห็นต่ํากว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี มีแต่ให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ํากว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ทั้งสิ้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะพูดอยู่ในกรอบเรื่องการเพิ่มรายได้ เกษตรกร และการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ํา และสร้างเสถียรภาพด้านราคาสินค้าครับ

ในประการที่ ๑ เรื่องการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า ท่านจะทําอย่างไรครับ เพราะเท่าที่เห็นก็คงมีแต่ราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นเพราะมาจากการรับจํานํา แพงของรัฐบาลครับ แต่ก็แปลกครับ ในขณะที่รัฐบาลรับจํานําข้าวแพง รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ๑๐ ล้านตัน ทําไปทํามายังไม่ได้ครึ่งเลยครับ ได้เพียง ๔.๗ ล้านตัน สินค้าการเกษตรอย่างอื่น แย่หมดครับ นมโคขายไม่ออกครับ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ๑๙๕ ฟาร์ม ต้องเอานมมาเทที่ หน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี มันสําปะหลังราคาต้นปี ๓.๕๐ บาท ราคาปลายปีเหลือ ๒.๕๐ บาท ราคาลดลงครับ ราคาปาล์มต้นปี ๑๐-๑๒ บาท ราคาปลายปี ๔.๕๐-๕ บาท ราคาก็ลดลงอีกครับ ยางพารายิ่งลดหนักครับ ต้นปี ๒๕๕๔ ราคา ๑๕๐ บาท ๑๖๐ บาท ราคาปลายปีอยู่ที่ ๘๐-๙๐ บาท ถั่วเขียวก็ลด กระเทียมก็ลด หอมแดงก็ลด ผมยังไม่เข้าใจครับว่า รายได้ของเกษตรกรที่ตกต่ําแทบทุกตัว อย่างนี้คงไม่เรียกว่า การเพิ่มรายได้ของเกษตรกรนะครับ เราคงต้องเรียกว่า การลดรายได้ของเกษตรกร

เรื่องที่ ๒ เรื่องการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ํา ก็ยังงงครับว่าท่านจะทําอย่างไร เพราะค่าจ้างขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ทําทันทีและทําพร้อมกันทั่วประเทศยังก้องยังดังอยู่ในหูของ ผู้ใช้แรงงานทุกคนนะครับ ถึงวันนี้ยังไม่ได้เริ่มสักจังหวัดเลยครับ วันที่ ๑ เมษายนถึงจะเริ่ม นําร่อง ๗ จังหวัดครับ อีก ๗๐ จังหวัดก็เลื่อนออกไป ปี ๒๕๕๖ วันนี้ผู้ใช้แรงงานยังไม่ได้รับ สักบาทครับ ยังไม่ได้รับสักคนเลยครับ จังหวัดพะเยา ๑๕๙ บาทก็ยังเหมือนเดิมครับ จังหวัดศรีสะเกษ ๑๖๐ บาทก็ยังเหมือนเดิมครับ จังหวัดน่าน ๑๖๑ บาทก็ยังเหมือนเดิม จังหวัดสุรินทร์ ๑๖๒ บาทก็ยังเหมือนเดิมเช่นกันครับ อย่างนี้หรือในความหมายของท่าน คือการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ํา

ประการที่ ๓ ครับ เรื่องการสร้างเสถียรภาพด้านราคาสินค้า วันนี้ต้องยอมรับครับว่า สายด่วน ๑๕๖๙ ของกระทรวงพาณิชย์กลายเป็นสายไหม้หูอื้อไปเสียแล้วครับ ปี ๒๕๕๔ มีคนร้องเรียนเรื่องของแพงเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๓ เท่าตัวนะครับ พอเราได้เข้าไปตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเรื่องของแพงก็พบครับว่าไข่ไก่เบอร์ ๒ เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔ ๓.๒๐ บาท พอมาเดือนธันวาคมปลายปีกลายเป็น ๓.๖๐ บาท ๓.๗๐ บาท เนื้อหมูก็เหมือนกันครับ ต้นปี ๑๑๐ บาท ๑๑๕ บาท ปลายปี ๑๒๕ บาท ๑๓๐ บาท นมข้นหวาน นมจืด จากลังละ ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาทก็ขึ้นไปเป็นลังละ ๑,๒๐๐ บาท อาหารจานเดียว ๓๐ บาทก็ขึ้นเป็น ๓๕ บาท ๓๕ บาทก็ขึ้นเป็น ๔๐ บาท ๔๐ บาทก็ขึ้นเป็น ๔๕ บาท มันก็แพงจริง ๆ ตามที่ ชาวบ้านร้องครับ มีคนไปถามท่านรองนายกรัฐมนตรีเรื่องของแพง ท่านก็ตอบมาครับว่าราคา อาหารสําเร็จรูปแพงไม่สามารถคุมราคาได้ จะหาทางเพิ่มกลไกการแข่งขันแทนครับ แปลว่าอย่างไรครับ แปลว่าของแพงก็เอาไม่อยู่ครับ ก็ต้องปล่อยให้มันแพงต่อไปครับ ของแพงเอาไม่อยู่จริง ๆ เพราะท่านจึงไปเอาสบู่ แชมพู รายการสินค้าอุปโภคบริโภค หลายรายการออกจากบัญชีควบคุม เพราะคงไม่สามารถคุมราคาได้อีกต่อไป ถามท่าน นิดเดียวครับ ถามว่าเมื่อท่านเอาออกจากรายการควบคุมแล้วราคาจะถูกลงหรือจะสูงขึ้นครับ ในขณะเดียวกันท่านก็กลับกัน ท่านก็ไปเอาเครื่องวัดความชื้น เครื่องตรวจสอบคุณภาพข้าว เครื่องวัดความชื้นแป้ง เมื่อสักครู่หมอวรงค์เอาขึ้นมาให้ดูนะครับ มาเป็นสินค้าควบคุมแทน ผมก็ไม่เข้าใจครับว่าไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องของแพง ไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องปากท้อง ของประชาชน หรือว่าถ้าท่านควบคุมเครื่องวัดความชื้นได้แล้วข้าวยากหมากแพงที่ประชาชน รับผลรับกรรมอยู่ในปัจจุบันจะถูกลงหรือครับ แม้แต่นายกรัฐมนตรีไปเปิดงาน เมื่อสักครู่ ท่านก็ตอบแล้วครับ แต่ตอบนิดเดียวครับ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม มหกรรมสินค้าเบอร์ ๕ เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยที่ไบเทคบางนา นายกรัฐมนตรีตั้งใจว่าไปเปิดงานของถูก แต่กลายไปกลายมา ก็กลายเป็นไปเปิดงานของแพงครับ มีชาวบ้านคนหนึ่งเขาให้สัมภาษณ์ทางสื่อว่าก่อนเขาจะมา งานนี้นะครับ เขาได้ไปดูทีวีรุ่นหนึ่ง เขาได้ดูรุ่น ดูยี่ห้อแล้วก็ดูราคามาจากห้างสรรพสินค้า เรียบร้อยแล้วครับ ราคารุ่นนี้ แบบนี้ ยี่ห้อนี้ ราคาเพียง ๑๙,๙๙๐ บาท แต่พอมาถึงในงาน ราคากลายเป็น ๒๒,๙๙๐ บาท แพงกว่าราคาในห้างถึง ๓,๐๐๐ บาท แพงกว่าแล้วเอาคูปอง ของรัฐบาลมาเป็นส่วนลดอีก ๒,๐๐๐ บาท ก็ยังแพงอยู่ดีครับ แพงกว่าในห้าง ๑,๐๐๐ บาท แพงไปหมดครับ รัฐบาลนี้บริหารประเทศมา ๔ เดือนเศษ ๆ ถ้านับตั้งแต่เลือกตั้งมาก็ ๖ เดือนแล้วครับ ของทั้งแพง ทั้งขาดครับ หลายอย่างขาดแคลนครับ ต้องนําเข้าจาก ต่างประเทศ น้ําดื่มขวดนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมหยิบมาจากห้องอาหารในสภานี่ละครับ น้ําดื่มขวดนี้หยิบมาจากห้องอาหารในสภายังต้องนําเข้าจากต่างประเทศเลยครับ ขวดนี้ นําเข้าอย่างไรครับ ผมมาดูทั้งขวด ไม่รู้ว่าซื้อมาราคาเท่าไร ไม่มีติดครับ ปกติถ้าเราไปซื้อจาก เซเว่นอีเลฟเว่น ซื้อจากร้านทั่วไปเขาก็จะติดราคาว่าขวดนี้ ๕ บาท ขวดนี้ ๗ บาท อ้ายนี่ ราคาก็ไม่ได้ติด นําเข้ามาจากต่างประเทศ ภาษาไทยสักตัวก็ไม่มีครับ อย. สักเลขก็ไม่ได้ติดครับ ในขณะที่น้ําดื่มขวดนี้เหมือนกันหยิบมาจากห้องในสภาเหมือนกันครับ ผลิตในประเทศไทยครับ เขาเขียนว่า น้ําทิพย์ ครับ มี อย. ครับ น้ําดื่มนําเข้าไม่ต้อง อย. น้ําดื่มในประเทศไทยต้อง อย. ในยุครัฐบาลนี้เราย่ําแย่ถึงขนาดต้องนําเข้าน้ําดื่มจากต่างประเทศเชียวหรือครับ ของขวัญปีใหม่ ที่รัฐบาลชุดนี้ให้กับประชาชนมีอะไรบ้าง มีครับ อย่างที่ ๑ ครับ ลดการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ครัวเรือนลงจาก ๙๐ หน่วย เหลือ ๕๐ หน่วย อย่างนี้อย่าใช้ไฟฟ้าเพลินนะครับ ต่อไปนี้ ถ้าท่านมีไฟฟ้า ๒ ดวง ก็ต้องเปิดดวงเดียวครับ ถึงจะใช้ไฟฟ้า ๕๐ หน่วยได้ ถ้าเปิด ๒ ดวง เหมือนเดิมก็ต้องจ่ายค่าไฟเองแล้วละครับ

อย่างที่ ๒ ครับ รัฐบาลจะให้ของขวัญปีใหม่กับประชาชนด้วยการเรียกเก็บ เงินเข้ากองทุนน้ํามันครับ แล้วก็เอาน้ํามันเข้าสู่มาตรฐานยูโร โฟร์ (Euro 4) ต่อจากนี้ไป น้ํามันเบนซิน น้ํามันดีเซล ก็ต้องขึ้นราคาครับ

อย่างที่ ๓ ครับ ก๊าซแอลพีจีก็ต้องขึ้นเดือนละ ๗๕ สตางค์ ก๊าซเอ็นจีวี ก็ต้องขึ้นเดือนละ ๕๐ สตางค์ เมื่อถึงสิ้นปีราคาแอลพีจีก็ต้องบวกไปอีก ๙ บาท ราคาเอ็นจีวี ก็ต้องบวกอีก ๖ บาท ในขณะที่ราคาสินค้าเกษตรยังตกต่ําอยู่ก็ยังตกต่ําต่อไป ในขณะที่ ของแพงก็ยังแพงอยู่ต่อไปครับ ในขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ํายังไม่ได้เพิ่ม ประชาชนผู้ใช้แรงงาน ยังไม่ได้รับ ก็ยังเป็นอยู่ต่อไปครับ ผมจึงเห็นว่างบประมาณที่ตั้งขึ้นมาไม่สามารถแก้ไขปัญหา ที่แท้จริงของประชาชนได้ครับ ผมจึงขอปรับลดงบประมาณลงตามที่ผมได้แปรญัตติไว้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เราเหลือผู้ที่จะอภิปรายทั้งหมด ๑๘ ท่านเฉพาะฝ่ายค้าน ถ้าคนละ ๑๐ นาที ก็เป็น ๑๘๐ นาที ก็หมายถึง ๓ ชั่วโมง ก็จะไปจบตรง ๐๑.๑๕ นาฬิกา แต่ยังไม่รวมเวลาที่ท่านผู้อภิปรายเกินคนละเล็กคนละน้อย แล้วก็ยังไม่รวมเวลาอาจจะมีการประท้วง แล้วก็ยังไม่รวมเวลาที่กรรมาธิการอาจจะต้องชี้แจง นี่ยังไม่รวมกับฝ่ายรัฐบาลที่อาจจะต้อง มีการอภิปรายด้วยนะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้น่าจะไปจบตอนตีสาม เพราะฉะนั้นอยากฝากวิป ๒ ฝ่าย ลองช่วยเจรจาอาจจะลดเวลาลงจาก ๑๐ นาที ว่าจะลดลงได้สักเท่าไร ก็ขอความกรุณา แล้วก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกทุกท่านช่วยอยู่ประชุมจนเลิกนะครับ เพื่อการประชุม จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ ต่อไปท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ครับ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายในมาตรา ๑๖ ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอยากกราบเรียนท่านประธานว่า การจัดสรรงบประมาณในปีนี้ไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาในเรื่องของผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้มีการกําหนดเป้าหมายที่สําคัญในเรื่องของการที่จะต้อง ผลักดันในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจการค้าให้กับประเทศ แล้วก็ที่ สําคัญก็คือพิทักษ์ในเรื่องของการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ นโยบาย ที่ทางรัฐบาลได้แถลงไว้ในบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ก็คือในเรื่องของการที่จะส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ การนําประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ว่า งบประมาณที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรในปีนี้ก็คือประมาณ ๖,๙๙๕ ล้านบาท ผมขอสงวนคําแปรญัตติที่จะตัดที่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ได้เสนอที่จะต้องตัด ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ก็คือว่าในหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ผมได้แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ด้วยกัน

กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มที่จะดูแลในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องทางด้านสินค้าเกษตร การเพิ่มมูลค่า รวมถึงในเรื่องของการเสริม ธุรกิจของคนไทย รวมกันทั้งในส่วนของกรมการค้าภายใน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทั้งหมดประมาณ ๒,๑๓๘ ล้านบาท

ส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของบทบาทการส่งเสริมการส่งออก การพัฒนา เจรจาการค้าและการนําประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมกันประมาณ ๓,๒๓๓ ล้านบาท

แล้วก็สุดท้ายก็คือในส่วนของสํานักปลัดอีกประมาณ ๑,๒๒๔ ล้านบาท แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าในงบประมาณทั้งหมดที่รวมกันจะเป็นงบดําเนินการและงบลงทุน อยู่ถึงประมาณ ๒,๖๑๔ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่างบในส่วนนี้ไม่ได้ จัดสรรเพื่อที่จะส่งเสริมในเรื่องของการผลักดัน ในเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่จะช่วยทําให้ พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลในเรื่องของรายได้

ประเด็นที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าการใช้งบประมาณจะมีระยะเวลาเหลือแค่ ๘ เดือน แล้วที่สําคัญก็คือว่าถ้าเราดูรอบของปัญหาอุทกภัย อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น แล้วส่วนหนึ่ง ก็มาจากในส่วนของพายุดีเปรสชัน (Depression) ซึ่งก็เหลือระยะเวลาอีกเพียงประมาณแค่ ๕ เดือน มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ก็จะเห็นชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมีการตั้ง คณะกรรมการ กยน. หรือ กยอ. ก็ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนที่จะมีแผนในเรื่องของการสร้าง ความมั่นใจในเรื่องของการลดผลกระทบจากน้ําท่วมซึ่งอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๕๕

ประเด็นที่สําคัญที่ผมอยากชี้ในเรื่องของงบประมาณที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ จัดสรรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ได้แถลงไว้กับรัฐสภาแห่งนี้ ก็คืองบประมาณที่จะส่งเสริม ในเรื่องของสินค้าเกษตร เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายถึงนโยบายในเรื่องของ การรับจํานําข้าวแล้วก็สินค้าเกษตรต่าง ๆ ก็จะพบว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดสรร งบประมาณที่น้อยมากในเรื่องของการที่จะส่งเสริม ในเรื่องของการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพ มาตรฐานของสินค้าเกษตร ผมยกตัวอย่างก็คือว่ามีการจัดสรรงบประมาณในเรื่องของ การเพิ่มศักยภาพคุณภาพมาตรฐานของการผลิตข้าวเพียงแค่ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณทั้งหมด ๖,๙๙๕ ล้านบาท

] จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของเกษตรกรในเรื่องผลิตผล ทางด้านการเกษตร คือข้าวโพด มันสําปะหลัง และผลไม้ต่าง ๆ แค่ประมาณ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณทั้งหมด ๖,๙๐๐ กว่าล้านบาท จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการที่จะ ส่งเสริมขยายตลาดไข่ไก่อยู่ที่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แปลว่ารัฐบาลนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรุณานั่งฟังอยู่ตรงนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญก็คือว่ากระทรวงพาณิชย์ของท่านไม่ได้จัดสรร งบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ท่านแถลงนโยบายไว้ว่าจะส่งเสริมในเรื่องของ คุณภาพมาตรฐานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางด้านการเกษตร

และที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการผลักดันประเทศไทยให้เป็น ครัวโลก ท่านทราบดีว่าอาหารไทยผลิตผลทางด้านการเกษตรของไทยส่งออกไปในตลาดโลก แล้วก็เป็นที่รู้จัก แต่ว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้จัดสรรงบประมาณที่จะส่งเสริมในเรื่องของ การที่จะผลักดันคุณภาพมาตรฐานอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็น สินค้าที่เป็น สินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ซึ่งก็ถือว่าเป็นแนวโน้มใหม่ ในตลาดโลก ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรงบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ท่านจัดสรรในส่วนของสินค้าเกษตรอื่น ๆ ก็ถือว่าเยอะ แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถือว่าน้อยมาก อันนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับแนวนโยบายที่ได้แถลงไว้

ในส่วนที่ ๒ ที่มีความสําคัญ ก็คือว่าท่านได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า ท่านจะส่งเสริมในเรื่องของการสร้างตราสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม การผลักดันให้อาหารไทย เป็นที่รู้จัก แต่ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนของการสร้างตราสินค้า ให้กับผลิตภัณฑ์ของไทยอยู่เพียงแค่ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจัดสรรงบประมาณในเรื่องของการส่งเสริมการสร้างธุรกิจ ที่เรียกกันว่าธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) เหมือนที่เราเห็นธุรกิจอาหารแฟรนไชส์ จากต่างประเทศที่แพร่หลายไปทั่วโลก หรือเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นในประเทศไทย ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนาม เช่น แฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) แมคโดนัลด์ (McDonald’s) แฟรนไชส์ของเคเอฟซี (KFC) แต่เวลาเราพูดถึงการผลักดันครัวไทยไปสู่ครัวโลก เรามีร้านอาหารไทยที่กระจายไปอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก และสามารถที่จะเป็นจุดที่จะ เผยแพร่ในเรื่องของการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของคนไทย แต่ว่าท่านจัดสรรงบประมาณในเรื่อง ของการส่งเสริมการจัดจําหน่ายในเรื่องของแฟรนไชส์อยู่ที่แค่ ๒๐ ล้านบาทจากงบประมาณ ทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของงบประมาณที่ท่านจัดสรรไว้น้อยมาก ซึ่งก็สะท้อนว่าไม่สามารถที่จะทําให้เราประสบความสําเร็จในการที่จะผลักดันสินค้าเกษตร และสินค้าอาหารไทย

ผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสําคัญ ก็คือในเรื่องของปัญหาปากท้อง สินค้า อุปโภค บริโภค สิ่งที่ผมต้องฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไว้ ก็คือว่าในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาเราประสบปัญหาสินค้าขาดแคลนในช่วงน้ําท่วมหนัก รัฐบาลจําเป็นต้องนําเข้าสินค้าบางอย่าง เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ได้อภิปรายในเรื่องของ การนําเข้าน้ํา แต่ประเด็นสําคัญที่ท่านทราบดีก็คือว่าเวลาเกิดปัญหาน้ําท่วมจะเกิดปัญหา ในเรื่องของการขนส่ง ในเรื่องของโลจิสติกส์ หลายโรงงานอาจจะยังผลิตได้แต่ไม่สามารถ ส่งสินค้าไปที่ดีซี (DC) ส่งสินค้าไปที่ร้านขายปลีกได้ พี่น้องประชาชนตื่นตระหนก ก็มีการกักตุนสินค้า ผมกราบเรียนถามท่านว่าตอนนี้ท่านได้มีมาตรการในการที่จะ สรุปบทเรียนที่เกิดขึ้นจากคราวที่แล้ว ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการ ได้มีการสํารวจ เส้นทางที่เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ําท่วม ที่ทําให้เกิดผลกระทบในเรื่องของการจัดส่งสินค้าไว้ อย่างไรบ้าง เหลือระยะเวลาอีกเพียง ๕-๖ เดือน ถ้ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการแบบนี้ ปัญหาสินค้าขาดแคลน ปัญหาที่จะกระทบถึงสินค้าราคาสูงในเรื่องของปัญหาปากท้อง ก็จะเกิดขึ้นอีก

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าการจัดสรรงบประมาณกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ก็คืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของอุตสาหกรรมที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๗ แห่ง รวมถึงในส่วนที่เป็นซัพพลาย เชน (Supply Chain) ทั้งหมด ก็คืออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์ส่วนประกอบแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมที่ผ่านมา รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ ๓,๐๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าส่งออก คิดเป็นเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทั้งหมด ผมกราบเรียนถามว่าท่านได้จัดสรรงบประมาณ ในงบประมาณทั้งหมดของกระทรวงพาณิชย์ได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้อย่างไรบ้าง ผมเปิดดูในเอกสารงบประมาณทั้งหมดที่ท่านได้แถลงไว้ กับเอกสารที่ได้มีการปรับปรุง งบประมาณไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมทั้ง ๓ ประเภท ซึ่งรวมกันแล้วเกือบประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับผลกระทบในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา อีกส่วนหนึ่งที่มีความสําคัญที่ท่านได้แถลงไว้ก็คือแนวนโยบายในเรื่องของการส่งเสริม ในเรื่องของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องที่เราสามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเรื่องของ ภูมิปัญญาไทยในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดีหรือแม้แต่รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงต่อสภา ผมมานั่งดูใน รายละเอียดของงบประมาณที่ท่านจัดสรรไว้มีการจัดสรรงบประมาณในเรื่องของการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหนัง สินค้าแฟชั่นรวมกันอยู่ที่งบประมาณไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ท่านจัดสรรงบประมาณ ผมคิดว่าอาจจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่อยากฝากให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ดูเป็นตัวอย่างก็คืองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันส่งเสริม ในเรื่องของอัญมณีหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจิวเวลรี่ได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ ๑๒๖ ล้านบาท ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าของอุตสาหกรรมประเภทนี้ก็คืออัญมณี และเครื่องประดับ ๓๕๕,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็จะเป็นการสะท้อนถึงตัวอย่างในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณซึ่งผมคิดว่าจะมีความสําคัญที่จะทําให้เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงแนวนโยบายที่จัดลําดับความสําคัญ ก็อยากกราบเรียนผ่าน ท่านกรรมาธิการถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านจะได้ มีการปรับปรุงจากงบประมาณที่ผมเสนอตัด ๑๘ เปอร์เซ็นต์แล้วมาจัดสรรให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วแนวนโยบายที่ท่านแถลงไว้ก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นักธุรกิจและประเทศไทยต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณที่รักษาเวลา นะครับ ท่านชื่นชอบ คงอุดม เชิญครับ

นายชื่นชอบ คงอุดม กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เราอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระที่ ๒ ซึ่งผมก็ได้ขอสงวนคําแปรญัตติปรับลดที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็ได้ขอไปทั้งหมด ๖,๙๙๕ ล้านบาทเศษ ซึ่งทางกรรมาธิการเองก็ได้มีการปรับลดแล้วเป็นบางส่วน ก็คือลงไปอยู่ที่ ๖,๕๙๒ ล้านบาทเศษ ส่วนในกรมการค้าภายในซึ่งเดิมได้ขอไป ๑,๒๓๘ ล้านบาทเศษ ก็ได้ลดลงไปเหลือ ๑,๑๓๕ ล้านบาทเศษ ซึ่งก็เป็นการปรับลด ซึ่งก็ดี ซึ่งจริง ๆ ผมก็ยังต้องขอ ปรับลดเพิ่มเพราะผมจะให้เหตุผลท่านประธานดังต่อไปนี้นะครับ

เหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่า จริง ๆ อาจจะเป็นเหตุผลเดียวที่ผมคิดว่าสําคัญที่สุด ก็คือการที่กระทรวงพาณิชย์เองไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในหลาย ๆ อย่างที่ผมเชื่อว่า เป็นประโยชน์มีประสิทธิภาพทําให้ผมไม่มั่นใจว่างบประมาณส่วนนี้จะทํางานได้อย่างดีให้กับ พี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี และท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการนะครับ ในช่วงวิกฤตการณ์น้ําท่วมท่านอาจจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ในตําแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าท่านทําอย่างนั้นจริง ผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดปัญหาขึ้นมา การขาดแคลนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นน้ําดื่ม ทราย รองเท้าบู๊ท ไข่ไก่ มาม่า ซึ่งผมว่าลิสต์ (List) มันยาวมากนะครับ ตรงนี้ผมว่าท่านคงจะจัดการ เป็นอย่างดี แต่เราก็ได้เห็นว่าทรายราคาขึ้นไปถึง ๕๐-๖๐ บาท ไข่ไก่ไม่ต้องพูดหาไม่ได้ น้ําดื่มต้องนําเข้า ซึ่งตรงนี้เองผมก็คิดว่าสิ่งที่ท่านได้ทําไปได้เกิดการประกาศเป็นสินค้า ควบคุมขึ้นมาแต่ก็ไม่ทันการณ์เพราะว่าหมดไปแล้วของทุกอย่าง ก่อนที่ท่านจะประกาศหมดไป ๒-๓ อาทิตย์แล้ว ท่านประกาศเสร็จไม่มีอะไรให้ควบคุมนะครับ ผมคิดว่านี่คือเป็นส่วนที่ผม ไม่ไว้วางใจไม่มั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์ทํางานอย่างดี กรมการค้าภายในทํางานอย่างเต็มที่ ผมยกตัวอย่างนะครับ ในส่วนที่ผมคิดว่าผมอยากจะถามทางกรรมาธิการโดยเฉพาะ ท่านประธานกรรมาธิการในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยากถามท่านว่า ท่านได้ดูตรงนี้อย่างไรแล้วท่านได้ช่วยตอบด้วยนะครับว่าสิ่งที่ท่านทํา ถ้าท่านตอบว่าท่านทําอย่างดีแล้วนะครับ ผมก็อยากถามกลับไปครับว่าแล้วมันเกิดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ เพราะว่าผมเห็นสิ่งที่รัฐบาล จริง ๆ แล้วมีมากคือรีซอร์ส (Resource) ต่าง ๆ ทรัพยากรต่าง ๆ มีมากมายนะครับ อย่างพรรคของพวกผม พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้วเป็นพรรคฝ่ายค้าน เราก็พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไข ปัญหาน้ําท่วม ช่วยพี่น้องประชาชนที่ได้รับปัญหาประสบอุทกภัยน้ําท่วมนะครับ ซึ่งเรามี โครงการก็คือโครงการล้านน้ําขวด ล้านน้ําใจนะครับ ล้านน้ําขวด ล้านน้ําใจ ก็ให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ก็ได้รับการบริจาคน้ําจากพรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดแพร่นะครับ ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าเรามีทรัพยากรที่จํากัดกว่าท่านเยอะ แต่เราก็สามารถทําได้นะครับ ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ ท่านมีทุกอย่างอยู่ในมือ ทําไมท่านถึงทําให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างนี้ละครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันไปหมดนะครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวลนะครับ ส่วนหนึ่งที่ผม เชื่อว่าเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนก็คือดัชนีความเชื่อมั่น วัดจากผลสํารวจ ๓,๒๕๐ คน ในช่วงของ การสํารวจก็คือให้คะแนน ๐ ถึง ๑๐๐ ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกับประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปี ๒๕๕๔ ดัชนีจะอยู่ที่ ๑๘.๕ ก็ดีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมขึ้นมาอยู่ที่ ๒๑.๔ นะครับ แต่สุดท้ายในรอบ ๔ เดือน ที่เราเกิดวิกฤตการณ์น้ําท่วมนะครับ ก็ต่ํากว่า ๕๐ ตรงนี้ก็เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนนะครับว่า มีปัญหาจริง ๆ กับความเชื่อมั่นในการจัดการปัญหาของรัฐบาล ตรงนี้นะครับ ผมก็อยากฝาก ท่านไว้นะครับว่าในทัศนคติของทางฝ่ายรัฐบาลเองนะครับ ผมก็อยากจะถามนะครับ พอดีว่า วันแรกที่เรามีการอภิปรายในวาระที่ ๒ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ได้พูดถึงปัญหาน้ําท่วม ที่ผ่านมานะครับ ก็เป็นทางซีกของรัฐบาลนะครับ ซีกของท่านนะครับ ก็ได้บอกว่าทางฝ่ายค้าน มีอคติแล้วก็วิสัยทัศน์แคบ มองว่าปัญหาน้ําท่วมครั้งนี้เป็นหายนะ จริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านบอกว่าไม่หายนะ แล้วเมื่อไรหายนะครับท่าน ในเมื่อเราสูญเสียตัวเลข ทางเศรษฐกิจไปร่วม ๑.๔ ล้านล้านบาท พี่น้องประชาชนตายไปร่วม ๗๐๐ คน ตรงนี้ถ้าท่าน บอกว่ายังไม่หายนะ แล้วเมื่อไรคือหายนะนะครับ ตรงนี้ผมก็อยากฝากท่านไว้นะครับว่า การที่คิดแบบนี้ การที่มีความรู้สึกว่าไม่มีปัญหาแบบนี้ ผมว่าแก้ปัญหาไม่ได้นะครับ ท่านต้อง ลองปรับทัศนคติของพวกท่านใหม่นะครับ ผมเชื่อว่าตรงนี้ถ้าเผื่อท่านปรับได้ก็อาจจะแก้ได้ นะครับ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลเลี้ยงดูประชาชนแบบนี้ แบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet) ให้หากินเอาเอง ให้ช่วยเหลือตัวเอง ผมก็คิดว่าจริง ๆ แล้วท่านก็ไม่จําเป็นต้องเอา เงินงบประมาณไปทําอะไรหรอกครับ เพราะว่าท่านไม่ได้ทําอะไรเลยนะครับ ตรงนี้ผมอยากให้ท่าน ลองคิดดูให้ดี ถ้าท่านปล่อยทุกอย่างให้ปัญหาจบไปตามธรรมชาติ ผมก็จําเป็นต้องขอปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ เป็นการคาดโทษพวกท่านไว้นะครับกับผลงานที่ท่านทําขึ้นมา นะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์ วันนี้ผมขอตัดลดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งลดลง ๓ เปอร์เซ็นต์ จากยอดกลม ๆ ก็คือ ๖,๙๙๕ ล้านบาท เมื่อตัด ๓ เปอร์เซ็นต์แล้ว เฉลี่ยก็จะเหลือประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ถามผมว่าเอา ๓๐๐ ล้านบาทไปทําอะไรนะครับ ตอบว่าก็คือเอาไปให้กระทรวงพาณิชย์นั่นละครับ ไปซื้อเครื่องมือตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เอาให้เยอะ ๆ นะครับ เพราะว่าอะไรครับ ปัญหาที่ผมเจออยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องข้าวหอมจังหวัด ท่านประธานครับ หอมจังหวัด รัฐบาลเขียนว่า ข้าวหอมจังหวัด แต่วงเล็บไว้ว่า ข้าวหอมมะลิ นอกพื้นที่ มีทั้งหมด ๒๓ จังหวัดครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าข้าวหอมจังหวัดดีเอ็นเอ มันคืออะไรครับ มันก็คือข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ นะครับ เพราะชาวนาทุกคนก็ไปซื้อพันธุ์ข้าว จากรัฐบาลนี้ล่ะครับ แล้วก็ไปปลูกในพื้นที่ต้นทุนเท่ากันครับ แต่พอเวลาไปขายครับ เขาบอกว่าถ้าหอมมะลิเกวียนละ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือรับจํานํานะครับ แต่ถ้าเกิดเป็น หอมจังหวัดเกวียนละ ๑๘,๐๐๐ บาท ห่างกัน ๒,๐๐๐ บาท ท่านครับ ๒,๐๐๐ บาทนั้น ห่างเพราะอะไรครับ เพราะชื่อครับ ที่มันน่าแปลกก็คือว่าถ้าท่านมีเวลาลองไปเดินใน ซุปเปอร์มาเก็ต (Supermarket) นะครับ หาดูนะครับว่ามีข้าวถุงไหนขายเขียนว่า ข้าวหอมจังหวัดบ้างครับ ไม่มีเลยครับ มีแต่ข้าวหอมมะลิครับ แล้วถ้าเผื่อชาวนาที่ปลูกข้าว ต้นทุนเท่ากัน แต่ขายแล้วต่างกัน ๒,๐๐๐ บาท ใครได้ประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ ข้าวจังหวัดนครสวรรค์ผมนะครับ ปลูกที่อําเภอหนองบัว แถวอําเภอท่าตะโก อําเภอชุมแสง ขนขึ้นรถข้ามไป ๒ ชั่วโมงครับ ไปอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิปุ๊บนี่ได้ส่วนต่าง ๒,๐๐๐ บาทครับ แล้ว ๒,๐๐๐ บาทที่ได้นั้นชาวนาได้ประโยชน์ไหมครับ พ่อค้าคนกลางที่รับซื้อข้าว แล้วก็นําข้าวไปขายข้ามจังหวัดนั้นได้ส่วนต่างครับ แล้วท่านคิดไหมครับว่าการที่ท่านทําให้มี ส่วนต่าง ๒,๐๐๐ บาทนั้นมันเกิดปัญหาอะไรตามมาครับ ปัญหาก็คือว่าชาวนาที่ปลูกข้าวอยู่ เขาทําข้าวแล้วเขาก็มีความตั้งใจที่จะขายข้าวให้ได้ราคาสูงสุดนะครับ แต่เมื่อต่างกัน ๒,๐๐๐ บาทแล้วเขารู้สึกว่าเขากําลังโดนเอาเปรียบนะครับ แล้วรัฐบาลนั้นไม่ใช่ไม่รู้นะครับ ปัญหานี้เป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลแรกคือรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช นะครับ มีการประท้วงปิดสะพานเดชาที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็มีการพิจารณากันว่าจะพิจารณาให้เป็น ข้าวหอมมะลิหรือหอมจังหวัดนะครับ ตอนนั้นมีท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งสั่งให้ตรวจดีเอ็นเอ เอาเครื่องมือไปตรวจแล้วก็พิสูจน์แล้วครับว่าเป็นหอมมะลินะครับ แต่ก็ยังไม่มีการปรับ หรือขึ้นอะไรนะครับ หลังจากนั้นรัฐบาลใหม่คือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามา ท่านได้เพิ่ม ส่วนต่างให้มีช่วงว่างแคบลงนะครับ จากห่างกัน ๒,๐๐๐ บาทเหลือ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งชาวนา ที่ปลูกข้าวแถวภาคกลางนะครับ ๒๓ จังหวัด ภาคเหนือตอนล่างก็พอใจนะครับ เพราะว่า ส่วนต่างพอสมควร แต่ขนาดปัจจุบันการรับจํานําตอนแรกกระทรวงพาณิชย์บอกว่าจะให้ ข้าวหอมมะลิจังหวัดนั้นราคาเกวียนละ ๑๙,๕๐๐ บาทนะครับ แต่พอผลประกาศออกมาจริง ๆ เหลือ ๑๘,๐๐๐ บาทครับ ท่านลองดูนะครับว่าส่วนต่างของท่านเกิดผลอย่างไรบ้างนะครับ ที่จังหวัดนครสวรรค์ปกติปีหนึ่งจะมีหอมจังหวัดออกมาประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตันนะครับ แต่ปีนี้โดนน้ําท่วมไปครับ ก็เหลือประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านไปดูตัวเลขนะครับ ฝากท่านรัฐมนตรีไปดูตัวเลขนะครับว่าจังหวัดนครสวรรค์ตอนนี้จํานําข้าวหอมจังหวัดเท่าไรครับ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตันครับ อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตันไปไหนครับ ไปสวมเสื้อใหม่ครับ กลายเป็นหอมมะลิครับ แล้วได้กําไรอีกเกวียนละ ๒,๐๐๐ บาทครับ พี่น้องโดนเอาเปรียบ ทุกวันนะครับ ชาวนาชาวไร่ ปลูกข้าวหอมมะลินี่ปีหนึ่งปลูกได้ครั้งเดียวครับ เขามีความหวัง กับข้าวเขาว่าเขาจะได้เพิ่มอีก ๒,๐๐๐ บาทเอาไปหว่านไถ เอาไปซื้อปุ๋ย เขารู้ครับว่าเขาโดน เอาเปรียบในส่วนนี้ ไม่ได้ฝากละครับ ผมบอกเลยครับว่าตัดงบ ๓๐๐ ล้านบาทนี้ ไปซื้อเครื่องมือ แล้วก็ไปเร่งทําพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้วก็ปรับราคาให้เขานะครับ ไม่จําเป็นต้อง ๒๐,๐๐๐ บาทเท่ากันนะครับ เอาอย่างที่ท่านเคยตั้งใจไว้ครับ ๑๙,๕๐๐ บาท ท่านอาจจะบอกว่าก็ข้าวนครสวรรค์มันไม่ใช่ข้าวหอมมะลิอีสาน ทําไมจะให้เป็นหอมมะลิ ก็ที่จังหวัดเชียงใหม่ยังได้ครับ จังหวัดเชียงรายครับ จังหวัดพะเยาครับ อยู่นอกพื้นที่ อีสาน ก็เป็นหอมมะลิเหมือนกันครับ ผมไปฟังมาครับ เหตุผลไม่รู้จริงหรือจริงนะครับ เขาบอกว่า แสงพระอาทิตย์ยามเช้าที่มันขึ้นตอนหกโมง เจ็ดโมงนี่มันมีผลต่อความหอมของมะลิครับ ผมว่าถ้าเอาเหตุผลนี้มาอ้างโดยไม่ดูในเรื่องวิทยาศาสตร์นี่ผมว่าไม่เป็นธรรมกับพี่น้องชาวนา ที่ปลูกหอมมะลิ ๒๓ จังหวัดครับ ก็ใช้เวลาเพียงแค่นี้ละครับ เห็นเวลาน้อย ไม่ฝากแล้วครับ บอกท่านเลยว่าไปช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ตามข้อตกลงเอกสารที่อยู่ในมือผมยื่นมาในแต่ละมาตรานี่จะมีฝ่ายค้านอภิปรายจํานวนกี่คน ๆ นะครับ ซึ่งเป็นข้อตกลงกันตั้งแต่เบื้องต้น ทีนี้ มาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทยระบุไว้ ๔ ท่าน แต่รายชื่อที่ส่งมาให้ผมตอนนี้นะครับ เฉพาะฝ่ายค้านมี ๕ ท่าน แล้วก็ยังมีระบุเวลาของท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น ๒๐ นาที ท่านอื่น ๆ อีกท่านละ ๑๐ นาที ตามที่ท่านรองประธานวิสุทธิ์ ได้บอกผมก่อนลงจากบัลลังก์ไปนี้ ว่าในมาตราต่อ ๆ ไปนั้น ได้มีการพูดคุยกันว่าจะมีการลดเวลาจาก ๑๐ นาทีลงไปตามความเหมาะสม แต่ตอนนี้ไม่ลด ยังเพิ่มอีก แล้วเพิ่มจํานวนคนด้วย ผมว่าวิป ๒ ฝ่าย ช่วยคุยกันหน่อยดีไหมครับ ในส่วนของ มาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย เพราะกระทรวงพาณิชย์ที่กําลังพิจารณาอยู่ตอนนี้ก็เหลือ ผู้อภิปรายอีก ๑ ท่านครับ ก็พอมีเวลาขอให้ได้เจรจาด้วยนะครับ คุยกันด้วยนะครับ เชิญท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวขออภัย ท่านยุคล ท่านกรรมาธิการมีอะไร

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช คณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับ ๓๕ มาตรา ยังเหลืออีก ๑๙ มาตรา เห็นคุยกันกลางสภาว่าจะจบวันนี้ เราโกหกชาวบ้านหรือเปล่า อยากให้อยู่กับ ความเป็นจริงครับ ให้ทางประธานวิปคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวดู จะขยายกี่วันก็ให้เป็นไปตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้ว ๓ วัน เหลืออีก ๑๖ คน อีก ๓ ชั่วโมง กราบเรียนท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยตรงนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่เป็นอะไรครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ท่านวิป ๒ ฝ่ายช่วยเจรจาด้วยครับ ท่านอุดมเดชเชิญ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร นนทบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ อุดมเดช รัตนเสถียร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนนทบุรี ตามเงื่อนไขข้อตกลงเดิมเราก็ได้พูดคุยกัน เอาไว้ว่าจะเริ่มตั้งแต่ ๐๙.๓๐-๒๔.๐๐ นาฬิกาของทุกวัน แต่ว่าวันนี้ก็เป็นวันที่ ๓ แล้ว แล้วก็ จริง ๆ พวกเราก็ทําตามเงื่อนไขกันมาตลอดนะครับ เมื่อวานนี้ก็เลิก ๒๔.๐๐ นาฬิกาตรงมา ๒ วัน ครั้นพอมาวันนี้เหลือเวลาอีกชั่วโมงเศษ ๆ แต่ก็ยังมีผู้ที่ประสงค์ที่จะอภิปรายโดยเฉพาะ ทางซีกฝ่ายค้านค่อนข้างที่จะมาก แต่ในส่วนของทางซีกรัฐบาลผมเองก็พยายามที่จะไปพูดคุย ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก หลายคนก็เข้าใจแล้วก็ถอนตัวออกไปเยอะแล้ว ก็จะเหลือแต่เพียงทางซีกฝ่ายค้าน ซึ่งผมก็เห็นใจท่านประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ ท่านก็พยายามที่จะพูดคุยอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะฝากให้ท่านสมาชิกในส่วนของ ทางซีกฝ่ายค้านได้พยายามที่จะถอนตัวออกไปบ้างนะครับ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ลดเวลาลง แล้วก็จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตัวแทนของพวกเราได้มาพูดคุยกัน เป็นไปตามเงื่อนไขนั้น แต่ถ้าจะเกินจากหกทุ่ม หรือ ๒๔.๐๐ นาฬิกาไปบ้าง ก็คงรับได้นะครับ แต่ว่าถ้าจะเลื่อนเป็น วันอื่นอย่างที่เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการพูด เราไม่เลื่อนแล้วครับ อย่างไรก็ต้องเดินหน้า แล้วก็ให้จบภายในการประชุมวันนี้นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อไม่ให้ เสียเวลานะครับ ก็ให้วิปช่วยประสานแล้วผมก็จะให้ท่านยุคลได้อภิปรายเชิญครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรีครับ ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายขอแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ตั้งแต่วันแรก มาตรา ๓ ปรับลดไปแล้วตามหลักการและเหตุผลที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้รับทราบนะครับ สําหรับในมาตรา ๑๖ งบประมาณรายจ่ายประจําปีของกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานในกํากับ ผมขอปรับลดงบประมาณถึงร้อยละ ๓ ของงบประมาณทั้งสิ้น ๖,๕๙๒ ล้านบาท ปรับลดออกไปประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อนํางบประมาณเหล่านี้ ไปก่อสร้างห้องเย็นแช่แข็งที่จังหวัดจันทบุรี เลยเป็นงบผูกพัน ๓ ปี เลยเรียนให้ท่านทั้งหลาย คณะกรรมาธิการได้รับทราบด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ขอปรับคือต้องการให้ กระทรวงพาณิชย์สนองความต้องการของพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง นี่คือหลักการ และเหตุผล

เหตุผลข้อที่ ๒ คือเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

เหตุผลข้อที่ ๓ ที่ต้องขอปรับลด ต้องการให้การบริหารจัดการอย่างโปร่งใส

ข้อที่ ๔ คือต้องการลดภารกิจที่ซ้ําซ้อนของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ซ้ําซ้อนในแผนงานต่าง ๆ

หลักการและเหตุผลที่ผมขอปรับลดนี้นะครับ ผมอยากจะเรียนให้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบว่าเมื่อปรับลดนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ท่านไม่ได้เสียหาย กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เสียหายอย่างใดเลยนะครับ คือต้องการให้กระทรวงและหน่วยงาน กํากับดูแลของท่านเพื่อมีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น ตลอดไปถึงเม็ดเงินทั้งหมดนี้เพื่อนําไปใช้จ่าย อย่างเพียงพอ หรือบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ นี่คือหลักการและเหตุผลที่ขอปรับลด จริง ๆ ท่านประธานครับ ด้วยเวลาจํากัด ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานตามไปดูกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ซึ่งมีภารกิจหลักของกรมการค้าภายในที่ว่านะครับ คือพัฒนาและส่งเสริม ระบบตลาด สร้างโอกาสให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร กํากับดูแลสินค้า บริการ การซื้อ การขายและกํากับดูแลส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าทั้งในและต่างประเทศ แข่งขัน ทางการค้าที่เป็นธรรม นี่คือภารกิจหลักของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ เราตามไป ดูแผนงานของกรมการค้าภายในสิครับ (๒) ของกรมการค้าภายในที่ว่ายกระดับราคาสินค้า เกษตรและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน นี่คือภารกิจนี้ได้งบประมาณไปบริหาร จัดการทั้งสิ้น ๒๓๕ ล้านบาท และมีภารกิจเป็น (๒) คือแผนงานส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิต และส่งเสริมมูลค่าภาคการเกษตร มีงบประมาณไปบริหารจัดการถึง ๔๗๒ ล้านบาท รวมแผนงานที่ ๓ คือ (๔) คือแผนงานเพิ่มประสิทธิภาพภาคการตลาด การค้า การลงทุน มีงบประมาณไปบริหารจัดการถึง ๓๒๐ ล้านบาท ทั้ง ๓ อนุแผนงานนี้ของกรมการค้าภายใน มีหน้าที่และบทบาทซ้ําซ้อนกันมากที่สุด เลยอยากจะเรียนบอกว่าทั้ง ๓ แผนงานนี้ ผมรวมตัวเลขแล้วมีงบบริหารจัดการถึง ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอถามท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าเมื่อตั้งงบประมาณซ้ําซ้อนกันอย่างนี้ ท่านจะทําอย่างไร นี่คือขอถามเพื่อเป็นการทบทวนการบริหารจัดการแผนงานที่ซ้ําซ้อนนี้ท่านทบทวนได้หรือไม่ และเพราะภารกิจทั้ง ๓ นี้ล้วนแต่เกี่ยวกับการบริหารหลักการพัฒนาระบบตลาดทั้งสิ้น และรวมไปถึงการแทรกแซงการตลาด แทรกแซงเรื่องราคา เมื่อปล่อยการทํางานตามบทบาท หน้าที่ที่ซ้ําซ้อนอย่างนี้ เช่นนี้มันไม่สิ้นสุด มีงบประมาณลงไปเท่าไร มันก็ใช้ไม่เพียงพอ มันซ้ําซ้อนจริง ๆ ไม่สิ้นสุดจริง ๆ ท่านประธานครับ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ผมขอถามว่าท่านจะแก้ไขปัญหาเช่นนี้อย่างไร เมื่อทางคณะกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณอย่างนี้เดิม ๆ ทําเดิม ๆ พิจารณาเดิม ๆ ทุก ๆ ปี แล้วท่านจะไม่เปลี่ยนแปลง หรือไม่ อย่างไร นี่อยากจะเรียนถาม ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ผมมีประสบการณ์เรื่องนี้มาโดยเฉพาะ เรื่องปัญหาภาคเกษตรโดยเฉพาะ ผมได้นําเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อให้คณะกรรมาธิการ ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน ผมเคยตั้งกระทู้ถามในสภาแห่งนี้ หลายครั้งครับ ผมได้มีข้อเสนอแนะจนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้มาตอบกระทู้ถามผมในสภาแห่งนี้หลายครั้งเช่นเดียวกัน และท่านรัฐมนตรี ได้ตอบว่าเห็นชอบกับโครงการบริหารจัดการ อยากจะให้ทางจังหวัดจันทบุรีส่งเรื่องโครงการ มายังกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้บรรจุแผนโครงการบริหารจัดการ ของจังหวัดจันทบุรี และขณะนี้วันแรกที่ผมได้อภิปรายนั้นผมได้ส่งแผนที่มีสําเนามาให้กับ คณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นทางจังหวัดก็ได้ส่งแผนมายังที่กระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ไปแล้ว ผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณา ได้เห็นการบรรจุแผนงบประมาณรายจ่ายประจําปีให้กับการก่อสร้างห้องเย็นตลาดกลาง หรือไม่ นี่คืออยากจะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ แผนงานบริหารจัดการตลาด ผมขอเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทางท่านประธานและคณะกรรมาธิการได้รับทราบและทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อเป็นการบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ แผนงานอย่างยั่งยืนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมาธิการ ได้รับทราบดังนี้ครับ คือ

๑. การจัดการตลาดอย่างยั่งยืน คือเราจะต้องมีการจัดระบบการปลูก หรือการจัดโซนนิ่ง (Zoning) นั่นเอง นี่คือการจัดการตลาดอย่างยั่งยืน การพัฒนาการเกษตร อย่างยั่งยืนนะครับ

๒. การคัดเกรด (Grade) เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตให้มีความมาตรฐาน และมีคุณภาพ

๓. ที่เราได้ทําประชาพิจารณ์ก็ดี ได้ประชุมปรึกษาหารือและได้เชิญแกนนํา ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องภาคเกษตร ทั้งนักวิชาการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ มีความเห็นตรงกันว่าเราจะต้องพัฒนาระบบการเก็บรักษาผลผลิตให้มีอายุยืนยาวนานขึ้น หมายความว่าเราจะต้องมีการจัดตั้งตลาดกลาง เราจะต้องมีห้องเย็นแช่แข็งผลไม้ ที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี

๔. เรามีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่ม

๕. พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ขนส่งที่ต้นทุนต่ํา

๖. คือพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบันครับ ท่านประธานครับ ทางกระทรวงพาณิชย์ถ้าทําอย่างนี้ได้ผมเชื่อว่าการลงทุน การของบประมาณไปแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืนแน่นอน ผมเรียนให้ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการได้รับทราบครับ และผมยินดีครับที่ทางจังหวัดจันทบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง พร้อมที่จะให้กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายในไปตั้งระบบตลาดผลไม้ที่จังหวัดจันทบุรีได้ทันทีเลยครับ และผมอยากจะเรียนว่าทําไมที่ผมแนะนําอย่างนี้ เพราะจังหวัดจันทบุรีเราพร้อม เกษตรกรพร้อม พ่อค้าเอกชนพร้อม ผู้นําพร้อม เนื้อที่พร้อมนะครับ เลยอยากจะเรียนบอกกับท่านทั้งหลายว่า เราพร้อมที่จะเป็นผู้นํา เป็นต้นแบบเพื่อขยายไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ได้ นี่โดยหลักการและเหตุผล จริง ๆ ผมขอยืนยันทางกระทรวงพาณิชย์ ทางคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้ผมจะต้องนําเข้าสู่ การแก้ไขปัญหานะครับ ประกาศชัดว่าผมจะต้องตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้จะทําอย่างไร เพราะจังหวัดจันทบุรีเราไม่มีตลาดกลาง จังหวัดจันทบุรี เราไม่มีห้องแช่แข็งผลไม้ ถ้าท่านรู้ถึงปัญหา ท่านรัฐมนตรีจะตกใจทันทีเลยว่าปีหนึ่ง ๆ พ่อค้า ชาวสวนนําผลไม้มาขายถนนริมถนนสุขุมวิททุกปี เสี่ยงตายเสี่ยงเป็นอย่างนี้ทุกปี ท่านรัฐมนตรี แล้วเพราะเราไม่มีห้องเย็นเก็บ พ่อค้าแม่ค้า จากต่างประเทศมากดราคา ชาวสวนบ้านเราซื้อสินค้าบ้านเราแล้วไปเก็บไว้ที่ประเทศเขา พอสินค้าบ้านเราหมดเขาก็กลับมาขายบ้านเราต่อ ไปตั้งในห้างต่าง ๆ แล้วใช้แบรนด์ (Brand) ของประเทศเขา นี่คือความชอกช้ํา วันนี้ผมต้องเรียนผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า ถ้าบรรจุแผนงบประมาณ ค่าใช้จ่ายนําไปก่อสร้างตลาดกลางหรือห้องเย็นได้นับว่าเป็น อานิสงส์ให้กับพี่น้องกลุ่มเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออก วันนี้ผมต้องเรียนบอก กับรัฐมนตรีได้รับทราบ

สุดท้ายนี้ครับ การอภิปรายแปรญัตติงบประมาณครั้งนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกรรมาธิการคงจะตอบข้อซักถามของผมว่าเราสมควรที่จะไปสร้างห้องเย็นแช่แข็งไว้ ที่จังหวัดจันทบุรีได้หรือไม่นะครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านคงจะเห็นใจ คงจะเข้าใจ คงจะได้ห้องเย็นหรือตลาดกลางเกิดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ผมในฐานะผู้แทน ตัวแทน ผู้รับใช้พี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีและคนไทยทั้งประเทศนะครับด้วยความจริงใจ ได้ทําหน้าที่ให้กับพี่น้องครบทุกวงจร ครบทุกเรื่องเรียบร้อยแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ หมดท่านที่จะ อภิปรายแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ ขอผ่านเลยนะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ พวกเรายังรอฟังคําตอบจากกรรมาธิการ นะครับ โดยเฉพาะประธานกรรมาธิการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ครับ ไม่ตอบหรือครับ จํานําข้าวจะเอาอย่างไร โกงกันหรือเปล่า คอร์รัปชันหรือเปล่านะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ความจริงอยากตอบทุกเรื่องเลยนะครับ แต่เกรงว่าจะใช้เวลามาก อย่างไรก็ตามผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรจะตอบในหลายเรื่องเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้ทราบ ความจริง บางเรื่องผมก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นการที่ท่านมีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือว่าเข้าใจผิด ขออนุญาตตอบบางประเด็นนะครับ อย่างเช่น ประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายท่านหนึ่งได้พูดถึงกรณี ที่มีการขายข้าวจํานวนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ไปยังต่างประเทศ แล้วก็ดูเหมือน ในสื่อมวลชนได้มีข้อสังเกตว่ามีการปฏิบัติมิชอบใดหรือเปล่าเพราะดูเหมือนจะมีการซื้อขายกัน โดยไม่ได้เปิดประมูลเป็นการทั่วไปนะครับ ผมขอเรียนว่าผู้ที่สงสัยนั้นอาจจะมีทัศนะที่เข้าใจไปว่า เวลาที่จะมีการซื้อข้าวในต่างประเทศนั้นจะต้องเป็นการขายโดยรัฐบาลทุกครั้ง กรณีนี้ขอกราบเรียน ชี้แจงว่าในข้อตกลงมีรัฐบาลประเทศหนึ่งได้ให้รัฐวิสาหกิจของประเทศเขาได้ติดต่อกับ องค์การคลังสินค้าของเราในช่วงรัฐบาลที่แล้วยังเป็นรัฐบาลรักษาการ เพราะว่ารัฐบาลปัจจุบันนั้น แม้ว่าเตรียมจะเข้ารับหน้าที่แล้วแต่ยังมิได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ราคาข้าวที่ตกลงกัน เป็นราคาซึ่งต่ํากว่าต้นทุนที่จะคํานวณได้จากฐานราคารับจํานําของรัฐบาลปัจจุบัน ดังนั้น ข้อตกลงที่ได้มีการลงนามเอาไว้กับองค์การคลังสินค้าของเราจะมีผลก็ต่อเมื่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทยได้ให้สัตยาบันกับข้อตกลงนั้น ผมได้ชี้แจงไปกับประเทศคู่ค้าว่า ผมไม่สามารถตกลงในราคาที่ท่านได้ดําเนินการได้ แล้วก็ยืนยันที่จะไม่ให้สัญญานั้นมีผล ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะทําให้สัญญานั้นมีผล อย่างไรก็ตามผมก็ได้ชี้แจงไปกับประเทศนั้นว่า ถ้าหากว่ารัฐวิสาหกิจของท่านประสงค์ที่จะซื้อข้าวจากประเทศไทยแล้วก็ต้องการจะซื้อ กับเอกชนรายใด รัฐบาลไทย รัฐวิสาหกิจไทยจะไม่ขัดข้อง ขัดขวางการดําเนินการของท่าน หนําซ้ําเราพร้อมที่จะประสานให้มีการจัดส่ง จัดซื้อกันในราคาที่ท่านพอใจด้วย ทางรัฐวิสาหกิจนั้นก็ได้ประสานมาว่าขอให้เราช่วยประสานให้ โดยท่านได้ส่งรายชื่อผู้ส่งออก ของประเทศไทยที่ท่านมีความสบายใจที่จะติดต่อด้วยมาเป็นจํานวนหนึ่ง เราได้ติดต่อกับ ผู้ส่งออกที่อยู่ในลิสต์ที่รัฐวิสาหกิจแห่งนั้นส่งมาให้เรานะครับ ติดต่อทุกราย มีบางราย ผู้ส่งออกของไทยที่อยู่ในรายชื่อแจ้งมาว่าไม่ประสงค์ที่จะเสนอขาย แต่มีอีกหลายรายที่ได้ติดต่อที่จะโค้ด (Code) ราคาแล้วก็จะส่งมอบได้ เราก็ได้ดําเนินการ ประสานให้แล้วก็รัฐวิสาหกิจแห่งนั้นก็ได้เลือกที่จะซื้อข้าวจากเราในราคาที่บริษัทผู้ส่งออก ที่ให้ราคาที่ต่ําที่สุด ฉะนั้นข้าวนั้นเป็นข้าวของเอกชนแล้วก็องค์การคลังสินค้าของเรา ก็เพียงแต่ทําหน้าที่ประสานให้ มิได้ดําเนินการอะไรที่จะต้องเอาข้าวจากรัฐบาลไป ซึ่งนอกจากไม่เป็นงบประมาณของรัฐบาลแล้ว ก็ดีใจที่การดําเนินมีการลุล่วงไปแล้วก็ องค์การคลังสินค้าก็ได้ทําหน้าที่ประสานให้เกิดการซื้อขาย ดังนั้นผมก็เรียนว่าเมื่อผู้ส่งบางราย สงสัยว่าทําไมไม่มีการติดต่อเป็นการทั่วไป ผมก็เรียนว่าอาจจะมีทัศนคติที่เข้าใจผิด ว่าทุกครั้ง ที่มีการซื้อขายจะต้องเป็นข้าวรัฐบาล แล้วก็อาจจะไม่แปลกใจที่ท่านไม่ทราบเพราะว่า ท่านอาจจะไม่อยู่ในรายชื่อที่ผู้ซื้อเขาประสงค์ที่จะดําเนินการด้วย อย่างนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ในกรณีที่เป็นเรื่องการรับจํานําผมก็เรียนยืนยันอีกครั้งว่าการที่เราดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ให้สามารถจําหน่ายข้าวเปลือกให้กับระบบในราคาที่สูงขึ้นนั้น อาจจะเป็นวัตถุประสงค์ ที่สําคัญกว่าการรับจํานําเสียอีก เพราะการที่รัฐบาลประกาศรับจํานําในราคาที่กําหนด เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการเอกชน ซึ่งแต่เดิมนั้นอาจจะรู้สึกว่าข้าวของเราสามารถซื้อหากันได้ ราคาถูกเหลือเกิน เพราะว่าส่วนหนึ่งเกษตรกรก็รอที่จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นการดําเนินการของเราที่จะรับจํานําในราคาที่สูงกว่าราคาเดิม และผมก็ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นราคาที่สูงเกินไปก็ทําให้ผู้ค้ามีความประสงค์ที่จะซื้อในราคาที่แข่งขันกับราคา จํานําของรัฐบาล แล้วก็ได้มีการนําข้าวเหล่านั้นมาจําหน่ายในระบบและการส่งออกด้วย ดังนั้นผมก็เรียนว่าวิธีการของรัฐบาลที่ได้ดําเนินการที่จะทําให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ก็คือการผ่านกลไกตลาดที่ผู้ซื้อมีความประสงค์และพอใจที่จะซื้อข้าวนั้นในราคาที่สูงกว่า ที่เคยปฏิบัติกันมาแต่ก่อน การดําเนินการในเรื่องของการรับจํานําก็ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านจะวัดว่าใครแพ้ใครชนะนั้น ผมเองก็เรียนว่าไม่ได้เคยเป็นพ่อค้า ผมก็ทํางานในฐานะผู้บริหารในสถาบันต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็เรียนว่าเป้าหมาย ของเราก็คือขอดูแลพี่น้องเกษตรกรให้สามารถขายข้าวได้ในราคาที่สูง แล้วก็เรียนว่า ไม่ได้ประสงค์ที่จะต้องเป็นกํารี้กําไรอะไรกับใครนะครับ แต่ก็เรียนด้วยความมั่นใจว่า การดําเนินการตรงนี้ นอกจากจะทําให้เกษตรกรได้ราคาที่สูงขึ้นแล้วก็เป็นราคา ที่ไม่ใช่เรียกว่าสูงเกินไป เพราะว่าผู้ค้าที่เป็นเอกชนก็เข้ามาซื้อข้าวในราคาที่แข่งขันได้ เพราะถ้าหากว่าท่านซื้อราคาต่ําเกินไปข้าวก็คงไม่เข้าไปสู่ระบบมือของเอกชนที่นําไปสู่ การขายภายในประเทศหรือการส่งออก ดังนั้นขณะนี้ผมก็ยังมีความมั่นใจว่าราคาที่เราจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นจากการส่งออกหรือว่าจากการขายภายในประเทศก็จะทําให้ระบบผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นเกษตรกรมีรายได้ที่ดี ขออนุญาตตอบ ๒-๓ ตัวอย่าง ที่จะเรียนว่าเป็นเรื่องภารกิจ แต่ว่าส่วนอื่น ๆ อาจจะใช้เวลาอธิบายบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่ประสบอุทกภัย ศูนย์กระจายสินค้าซึ่งท่านผู้อภิปรายใช้คําว่า ดีซี ที่เอามาจากดิสตริบิวชั่น เซ็นเตอร์ (Distribution Center) หรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่อยู่ที่อําเภอวังน้อยได้จมน้ําไป เพราะว่าอยู่ติดกับแม่น้ําเจ้าพระยา สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทําโดยไม่ไปโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร เราได้จัดศูนย์กระจายสินค้าชั่วคราวในระหว่างที่ดําเนินการที่สนามบินดอนเมือง โดยใช้ คลังสินค้าดอนเมือง แต่ในขณะที่ปริมาณน้ํามากขึ้นและกําลังจะเข้ามาใกล้สนามบิน ดอนเมืองนั้น เราได้ใช้ศูนย์กระจายสินค้าที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช บ่อวิน ศรีราชา ให้บริการกับผู้ที่กระจายสินค้าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างที่ผมเรียนว่าเราอาจจะทํางาน โดยไม่คิดหวังที่จะต้องประชาสัมพันธ์ว่าทําอะไร ดังนั้นการที่ศูนย์กระจายสินค้าจมน้ําอยู่ แต่สินค้าต่าง ๆ ยังคงสามารถกระจายไปได้ทั่วประเทศนั้นก็เกิดจากการทํางานของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมทั้งข้าราชการแล้วก็เอกชน เพราะว่ามีเอกชนหลายรายที่มาร่วมไม้ร่วมมือกัน ช่วยให้มีการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าขึ้นได้ในเวลาอันทันท่วงที ในหลาย ๆ คําตอบ ที่จะขออนุญาตเรียนว่าถ้าเกิดไม่ใช่โอกาสในการอภิปรายงบประมาณในขั้นตอนนี้ ถ้าหากว่า มีกระทู้ถามอื่นผมก็ยินดีที่จะชี้แจง ซึ่งขออนุญาตตอบแต่ประเด็นสําคัญ ๆ แต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ ท่านกรรมาธิการพอแล้วกระมังครับ ผมว่าพอแล้วละครับ คุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นนิดเดียวสั้น ๆ เพราะว่ามันคงจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ที่ติดตามดูอยู่ เมื่อสักครู่คือหัวใจ ที่ผมเรียนถามท่านรัฐมนตรีไปแล้ว ก็คือประเด็นที่ พี่น้องชาวนาเราถูกโกงและตลอดจนประเด็นที่มีการสวมสิทธิเกิดขึ้นรัฐบาลมีแผนการในการ ที่จะดูแลและเยียวยาเขาอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานคณะกรรมาธิการ

สั้น ๆ นะครับ เพราะว่าคงจะมีประเด็นที่ท่านอาจจะตั้งคําถามได้หลายเรื่อง แต่ว่ายกตัวอันหนึ่ง ท่านตั้งกระทู้ถามบอกว่าถ้าในกรณีที่ชาวนาหรือเกษตรกรนําข้าวไปที่โรงสี แล้วก็เสนอจํานํา นะครับ ปรากฏว่าโรงสีที่รับจํานําไปกดราคาท่านโดยวิธีที่คํานวณความชื้น แล้วก็ทําให้ เกษตรกรนั้นได้ราคาต่ํากว่าที่ท่านคิดว่าสมควรนี่ การดําเนินการตรงนั้นจะมีการออก ใบประทวนแล้วก็คํานวณน้ําหนัก คํานวณราคา ซึ่งมีการปรับความชื้นแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเป็นการกดตรงนั้นผมก็จะรู้สึกแปลกใจนะครับว่าโรงสีพยายามไปกดราคาเพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรได้รายได้ที่น้อย โดยหวังว่ารัฐซึ่งเป็นผู้รับจํานําจะสามารถรับจํานําได้ ในต้นทุนที่ต่ํา ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็ยังมองไม่ออกนะครับว่าท่านจะไปดําเนินการตรงนั้นทําไม เพราะว่าถ้าหากว่าท่านเป็นโรงสีท่านคงอยากเห็นเกษตรกรได้รายได้ที่ดี การไปกดราคา ตรงนั้นทําให้ต้นทุนในการรับจํานําของรัฐก็ต่ําลงด้วยนะครับ อันนั้นก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่ง

ในเรื่องของการที่ท่านตั้งสมมุติฐานว่ามีการนําข้าวไปข้ามเขต ไปแปลง ลักษณะต่าง ๆ นั้น ขอเรียนว่าในทางทฤษฎีล้วนเป็นไปได้นะครับ แต่ว่าการดําเนินการ ที่ให้มีการข้ามเขตก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าโรงสีในบางพื้นที่มีกําลังการผลิตเหลือ ในขณะที่ โรงสีในบางพื้นที่มีกําลังการผลิตอยู่จํากัด เวลาที่ปริมาณข้าวทะลักออกมาในบางจังหวัดนั้น ถ้าหากว่าเราเปิดทางให้โรงสีซึ่งมีกําลังการผลิตเหลือได้ทําการแข่งขันที่จะรับจํานําก็เป็นการ เพิ่มการให้บริการ ถ้าหากว่าเราไม่ดําเนินการอย่างนั้น เรามีโรงสีที่มีกําลังการผลิตอยู่จํากัด เวลาที่ข้าวทะลักออกมาก็จะเป็นปัญหาให้เกษตรกรต้องลําบากเข้าคิว หรือว่ามีโอกาสจะต้องรอ เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ ในทางทฤษฎีก็เป็นไปได้ แต่ถ้าหากว่าท่านมีหลักฐานชัดเจนประการใด ท่านมีหลักฐานชัดเจนประการใด ความจริงก็มีท่านสมาชิกบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ กับผมนอกห้องประชุมเหมือนกัน ผมก็ตามไปคาดคั้นว่าที่ท่านบอกว่ากดราคา ขอทราบ จํานวน แล้วก็ราคาที่ถูกกดแล้วก็โรงสี แล้วก็จังหวัด ซึ่งผมก็เรียนว่าเรามีคณะกรรมการ ในการดําเนินการตรงนี้อย่างรัดกุมนะครับ แล้วก็ยังเรียนอาสาด้วยถ้าหากหลักฐาน ท่านชัดเจนแม้ว่าภารกิจผมจะยุ่งสักแค่ไหนก็ตามผมก็จะดําเนินการไปดูด้วยตัวเองให้ได้ เพื่อให้เห็นจริง แล้วก็จะดําเนินการ ฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียนว่าประเด็นที่ท่านตั้งข้อสังเกต เป็นไปได้ในทางทฤษฎีแต่ในทางปฏิบัติผมก็อยากให้ท่านดูตามเหตุตามผลด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต คุณหมอครับควรต้องมีความพอเหมาะพอสมนะครับ ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ไม่อย่างนั้น ก็อยู่อย่างนี้ครับ คงไม่อนุญาตแล้วครับท่านครับ สมควรแล้วครับ คุณหมอครับ อย่าดื้อเลยครับ ให้เกียรติท่านพอสมควรครับ เอาละครับพอเถอะครับ คุณหมอครับ ควรมีความพอเหมาะพอสมครับ ขอบคุณครับ ขออนุญาตผ่านเลยนะครับ ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ปกติถ้าไม่มีเรื่องที่เป็นข้อสงสัยทางฝ่ายค้าน ยินดีให้ผ่านนะครับ แต่ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาอธิบายผมคิดว่าไม่ชัดเจนครับ ขออนุญาตให้มีการลงมติในมาตรานี้เพื่อดูว่าใครจะลงมติเพื่อพี่น้องชาวนาบ้างครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงผมว่า มันสมควรแล้วนะคุณบุญยอด ขอลงมตินะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เชิญท่านสมาชิก ข้างนอกด้วยนะครับ เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ขอเชิญนะครับ ด่วนด้วยนะครับ ท่านสุนัยมีอะไรครับ ผมว่า

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะ ขออนุญาตเสนอแนะสักนิดเถอะครับท่านครับ เนื่องจากว่าขณะนี้ ๕ ทุ่มกว่า แล้วฝ่ายรัฐบาล ก็ได้ให้โอกาสฝ่ายค้านอภิปรายไปได้เรื่อย ๆ ไม่ขัดไม่ขวางนะครับ ทีนี้ถ้าเป็นไปได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ถ้าการอภิปรายจบแต่ละมาตรา ถ้าไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าไม่ติดใจจริง ๆ ก็ผ่านเลยได้ไหมครับ แล้วก็ผ่านมาตราต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะพยายามครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เพราะไม่อย่างนั้นมันจะดึกด้วยกัน ทั้ง ๒ ฝ่ายครับท่านครับ ผมอยากจะเสนอแนะอย่างนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ที่จริงลงมติบ้างก็ดีนะครับจะได้ดูคึกคักหน่อย ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ เสียบบัตรแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใดมีปัญหา ในการเสียบบัตรหรือเปล่าครับ ไม่มี ถ้าเรียบร้อยส่งผลได้เลยนะครับ จํานวนผู้เข้าประชุมครับ ๓๑๓ ท่าน บวกประธานด้วย ๑ ท่าน เป็น ๓๑๔ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ

ผมขอมติเลยนะครับ ผมขอมติสั้น ๆ ครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ไม่มีท่านใด มีปัญหาการใช้สิทธินะครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลได้เลยนะครับ มติครับ มติเห็นด้วย ๒๗๒ ไม่เห็นด้วย ๑๔๖ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ

เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผมต้องขอขอบคุณทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนะครับ มาตรานี้ให้ความร่วมมือด้วยดีครับ เหลือผู้อภิปราย ๒ ท่านเท่านั้นนะครับ ซึ่งฝ่ายค้านก็ตัดไปส่วนหนึ่ง ของรัฐบาลก็ตัดหมดเลย นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ แต่ทีนี้มาตราต่อไปนะครับ ฝากการบ้านท่านวิปทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยนะครับ ตามข้อตกลงมาตราต่อไปไม่มีผู้อภิปราย แต่ตอนนี้โผล่มา ๒ ท่านแล้วครับ ฝากการบ้านด้วย นะครับ เชิญท่านธานี เทือกสุบรรณ ครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ หลายมาตรา แต่ว่าเพื่อเป็นการประหยัดเวลาก็ได้ตกลงที่จะอภิปรายเพียงมาตราเดียว แล้วก็สําหรับกระทรวงมหาดไทยก็จะใช้เวลาให้สั้นที่สุดครับ เพราะว่าได้ดูคณะกรรมาธิการ ท่านประธานอนุกรรมาธิการหลายคณะก็ได้ทํางานกันตอนที่ทําหน้าที่นะครับ ผมก็จะมาพูด เฉพาะเรื่องของการกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานครับ การกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นนะครับ เมื่ออดีตเราได้ตกลง กันคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะไม่ทํางบประมาณ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้มากกว่าเงินอุดหนุนทั่วไปนะครับ แต่ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ นี้ พระราชบัญญัตินี้ได้ตั้งงบประมาณสูงไว้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่ท่านกรรมาธิการได้ปรับลดลงไป แล้วก็ได้ปรับเพิ่มให้เข้ามาในท้องถิ่นเพื่อที่จะได้เอาไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านประธานครับในส่วนของคณะกรรมาธิการที่ปรับลดบางเรื่องก็ไม่สมควรที่จะปรับลด ท่านประธานทราบไหมครับว่าในนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลสร้างปัญหาให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะขึ้นเงินเดือน พนักงาน ลูกจ้าง ข้าราชการ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องขึ้นด้วยนะครับ ก็เพิ่มภาระให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าเมื่อมีภัย อุทกภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องมาช่วยรัฐบาลในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนจะเห็นได้จากการที่เกิดอุทกภัยน้ําท่วมใหญ่ในครั้งนี้หลายองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็ได้มาช่วยเหลือ

สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งเป็นที่น่าสังเกตก็คือเงินอุดหนุนเฉพาะกิจครับ ท่านประธาน ได้ตั้งไว้มากกว่าปกตินะครับ เงินอุดหนุนทั่วไปตั้งไว้ที่ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไปตั้งเงินอุดหนุนเฉพาะกิจไว้ถึง ๑๑๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ ในการปรับลดครั้งนี้ ก็คงจะไม่สามารถปรับได้แล้ว เพราะท่านประธานอนุกรรมาธิการ ก็บอกแล้วว่าท่านตั้งใจที่จะมาช่วยเหลือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารงานได้ นะครับ นโยบายหลายอย่างที่ไม่สมควรจะตัดนะครับ เช่น แผนงานด้านแก้ไขความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างนี้นะครับ ท่านกรรมาธิการก็ได้ไปปรับลดนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะปรับลดนะครับ

แผนงานเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ก็ไปปรับลดนะครับ ซึ่งไม่น่าสมควร เพราะว่าในการปราบปรามยาเสพติดขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนี้จะเป็นการสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นพยายามที่จะทําให้ประชาชนมีความสํานึกนะครับ ก็จะไม่ตรงกับรัฐบาลนะครับ ไม่มีการตัดตอน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทําให้ประชาชนเกิดความสํานึกกันเท่านั้น

แผนงานส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตและสังคมก็ถูกปรับลดนะครับ อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควร

ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบขอความกรุณาจากกรรมาธิการทั้งหลาย นะครับว่าสิ่งที่ท่านได้ปรับลดไปแล้วมาปรับเพิ่มเข้ามา สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ท่านได้ให้ความกรุณา คือเอาเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ท่านตั้งไว้ไปช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่จะ ป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านประธานครับ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของบ้านผมนะครับ อย่างน้อย ๓ อําเภอที่เห็นชัด ๆ เลยนะครับ อําเภอกาญจนดิษฐ์ ที่ตําบลคลองสระ ที่ตําบลป่าร่อน เป็นตัวอย่างก็คือเมื่อเกิดอุทกภัยปีที่แล้ว ท่านประธานครับ น้ําป่าได้ไหลเข้ามาถมเอาดินเอาทรายมาถมคลอง คลองกระแดะ แล้วก็อีกหลายคลอง จนปริมาณดินในคลองนั้นได้เต็มไปหมดแล้ว ท่านประธานครับ เมื่อคราวนี้ที่เกิดขึ้นตอนช่วงปีใหม่ แม้กระทั่งว่าปริมาณน้ําฝนไม่มากนะครับท่านประธาน แต่น้ําในคลองมันเต็มไปด้วยดินหมดแล้ว น้ําก็เลยล้นทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความเดือดร้อน ผมอยากจะขอความกรุณา ท่านประธานให้เน้นเอางบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจนี้ละครับไปช่วยกันแก้ไขปัญหาป้องกัน เรื่องที่จะเกิดขึ้นอย่าให้มันเกิดขึ้นซ้ําซาก ท่านประธานทราบไหมครับว่าน้ําในคลอง โดยเฉพาะใต้สะพานนั้นเราไม่ได้อนุญาตให้ประชาชนไปขุดลอกดินทรายใต้สะพานมาใช้ บางแห่งประชาชนได้ไปขุดดินมาใช้ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าใต้สะพาน ไม่ได้เอา เมื่อน้ําไหลมาถึงสะพานก็ล้นเข้าหมู่บ้านชาวบ้าน หลายท้องที่ตลิ่งพัง ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครสวรรค์ ก็อยากจะฝากรัฐบาลว่า หยุดโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เป็นโครงการที่เอาไปก่อสร้างที่ยังไม่จําเป็น เอาไปใช้กับ โครงการที่ป้องกันอุทกภัยเสียก่อนก็จะทําให้เงินที่ท่านได้ตั้งงบประมาณไปครั้งนี้ เกิดผลประโยชน์ สิ่งหนึ่งที่ผมยังยอมกันได้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจนี้นะครับ บางโครงการ ที่ท่านได้เอาไปช่วยเหลือให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะเอาไปให้เป็นเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ดําเนินการมาเป็นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุได้ดูแล ตัวเองได้ในเงินแม้กระทั่งน้อยนิดนะครับ ท่านประธานครับ นโยบายที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความจําเป็นจะต้องให้รัฐบาลช่วยเหลือมากที่สุดก็คือนโยบายเรื่องด้านการศึกษา นโยบายในด้านการศึกษานี้หลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราได้รับการถ่ายโอนโรงเรียน มาจากกระทรวงศึกษาธิการ บางโรงเรียนได้ประสบปัญหาเมื่อข้อตกลงที่ทําไว้กับ กระทรวงศึกษาธิการไม่เป็นผลนะครับท่านประธาน ในการตกลงกันไว้ว่าปีหนึ่งที่ กระทรวงศึกษาธิการโอนโรงเรียนมาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะต้องให้ครูอยู่กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นอย่างน้อย ๑ ปี สําหรับครูที่ไม่ประสงค์จะโอนมาอยู่ด้วย แต่ในทางความเป็นจริงนะครับ กระทรวงศึกษาธิการเมื่อได้รับโอนโรงเรียนไปให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ถึงคราวเปิดเทอมก็เรียกครูกลับเฉยเลย ทําให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งขาดครู

แผนงานด้านปราบปรามยาเสพติด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีความสามารถในการที่จะไปจับกุม แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความสามารถที่จะ รณรงค์ ก็อยากจะฝากท่านประธานว่าให้คณะกรรมาธิการได้ให้งบประมาณส่วนนี้กลับไป เพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้มาช่วยรัฐบาลรณรงค์ป้องกันปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้ประเทศชาติ เยาวชนของเราได้ผ่านพ้นจากยาเสพติดครับ มีอีกหลายประการ ที่ผมอยากจะอภิปราย แต่เห็นว่าเวลามากแล้วผมก็ยังยืนยันว่าขอให้เงินส่วนที่ปรับลดไปนี้ ได้กลับมาช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะยืนอยู่ได้ ก็ขอขอบคุณเท่านี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ในหลายมาตรา แต่คิดว่ามาตราที่สําคัญ เป็นอย่างยิ่งแล้วก็มีความจําเป็นต้องสอบถามกรรมาธิการถึงรายละเอียดของแผนงาน ในมาตรา ๑๗ นี้ ซึ่งผมได้สงวนคําแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการ ที่ได้พิจารณางบประมาณแล้ว

ในเวลาที่ค่อนข้างจํากัดผมลงไปที่กระทรวงมหาดไทยในส่วนของ กรมการปกครอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะสอบถามกรรมาธิการว่าในแผนงานที่ ๑ (๑) แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูป การเมือง ท่านได้สอบถามรายละเอียดไหมครับว่ากรมการปกครองเขามีแผนอย่างไร ที่จะเอาเงินจํานวน ๒๐๐ กว่าล้านบาทไปใช้ เขามีแผน มีความชัดเจนอย่างไรในการที่จะ ทําให้เกิดการปรองดองของคนในชาติ สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมต้องกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการทุกท่านก็คือว่า ท่านถามไหมครับว่าถ้ารัฐบาลหรือว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการที่จะปรองดอง กระทรวงมหาดไทยจะทําอย่างไรกับ โครงการหมู่บ้านเสื้อแดงก็ดี หมู่บ้านสีแดงก็ดี หรือว่าประชาธิปไตยสีแดงก็ดี เพราะถ้าหากว่า ยังมีความคิดอย่างนี้อยู่ แล้วก็ทํากันอย่างนี้ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอต่าง ๆ ผมคิดว่า งบประมาณที่มีอยู่อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ครับ วันนี้ถ้าเราจะทําเรื่องปรองดองกัน ผมคิดว่า เราต้องหันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ในเรื่องทางการเมืองเราเห็นต่างกันได้ แต่ว่า การที่ไปทําให้เกิดสีนั้น สีนี้ขึ้นมาในหมู่บ้าน ในตําบลมันจะยิ่งสร้างความแตกแยกให้ร้าวลึก ลงไปในหมู่บ้าน ท่านเชื่อไหมครับ ผมไม่อยากจะพูดจังหวัดสงขลาเริ่มมีหมู่บ้านเสื้อแดง เกิดขึ้นในบางหมู่บ้าน แต่ว่าเวลาคนในหมู่บ้านนั้นมาขายของในตลาด คนในตลาดเขาไม่ซื้อของ คนที่มาจากหมู่บ้านนั้นเลย ซึ่งผมคิดว่าการปล่อยให้เกิดอย่างนี้ขึ้น นี่คือความแตกแยก ของคนจากหมู่บ้าน มันอาจจะขยายเป็นตําบล จากตําบลมันขยายเป็นอําเภอ แล้วเป็นจังหวัด ในที่สุด อย่างนี้เราจะมีประโยชน์อะไรในการที่จัดสรรงบประมาณให้กรมการปกครอง ไปทําเรื่องสมานฉันท์ เรื่องปรองดอง ถ้ากรมการปกครองยังดูแลเรื่องนี้ไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ โดยตรงเลยครับ ไม่ว่ากํานันหรือผู้ใหญ่บ้านเขาอยู่ในหมู่บ้าน เขาต้องขึ้นตรงในหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน ในตําบลก็มีกํานัน จากกํานันก็มีนายอําเภอดูแล สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเราปล่อยให้ เป็นไปตามกลไกที่กระทรวงมหาดไทยมีอยู่นี่ครับ แล้วเราบริหารให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ กระทรวงมหาดไทยเองก็มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอยู่แล้ว ภารกิจของ กระทรวงมหาดไทยแทบจะครอบจักรวาลอยู่แล้ว แต่ถ้ากรมการปกครองยังไม่ใส่ใจ กรมการปกครองปล่อยให้มีการทําอย่างนี้เกิดขึ้นในทุกภาค ผมคิดว่านี่ไม่ใช่แนวทางในการ ปรองดองอย่างแน่นอน ผมไม่มั่นใจว่ากรรมาธิการได้สอบถามกรมการปกครองไหมครับว่า กรมการปกครองคิดอย่างไรกับการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง หรือหมู่บ้านสีแดงให้เกิดขึ้น ผมคิดว่า ทางที่ดีที่จะสมานฉันท์กันได้เราต้องเลิกพฤติกรรมอย่างนี้ทั้งหมดแล้วมาพูดคุยกันอย่างนี้ มีปัญหาอะไรก็พูดจากัน ความเห็นในทางการเมืองมันต่างกันได้ครับ แล้ววันหนึ่งคนหนึ่ง คิดอีกอย่างหนึ่งไปถึงเวลาหนึ่งเขาอาจจะคิดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ วันหนึ่งเราเคยคิดว่า การพัฒนาประเทศให้ได้มาซึ่งอํานาจรัฐป่าต้องล้อมเมือง วันนี้เราบอกว่าป่าล้อมเมืองไม่ได้ มันต้องเอาชนบทล้อมเมือง มันก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน อันนี้ผมเคารพความเห็น ที่แตกต่างกัน แต่ว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในการที่จะทําให้เกิดหมู่บ้านเสื้อแดง หรือว่าหมู่บ้านสีแดง หรือประชาธิปไตยสีแดง ผมคิดว่ามันยิ่งตอกย้ําความแตกแยกของบ้านเมืองนี้ให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น กรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้บ้างไหมครับว่าท่านจะเอาเงิน ๒๖๗ ล้านบาทไปใช้ ท่านมีมาตรการอย่างไรในการที่จะแก้ไขไม่ให้เกิดหมู่บ้านเสื้อแดง หรือหมู่บ้านสีแดงเกิดขึ้น ในประเทศนี้ อย่างนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการต้องมีคําตอบนะครับ เพราะผมติดใจในประเด็นนี้ที่ต้องขอเวลาท่านประธานพูดในประเด็นนี้ ผมคิดว่าท่านไม่ต้องกังวล ในพื้นที่ภาคใต้ ผมยืนยันกับท่านทั้งหลายได้ กับท่านกรรมาธิการได้ว่าในพื้นที่ภาคใต้ เวลาท่านรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่ไม่มีคนภาคใต้ที่จะไปขับไล่รัฐมนตรี เราให้เกียรติครับ หลังสุด ท่านปลอดประสพไปเยี่ยมเรื่องคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ท่านไล่ไปเรื่อยครับ เห็นบอกผมว่า ท่านไล่มาตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไล่ลงไปถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านไปจังหวัดสงขลา ผมไปต้อนรับท่านครับ ผมไม่ได้พาคนไปไล่ไปอะไรท่านเลย ผมไปรับ ท่านไปทานข้าว ผมก็นั่งทานอยู่กับท่าน แล้วพาไปดูว่าชายหาดสมิหลามันถูกคลื่นกัดเซาะอย่างไร ท่านก็ไปดู ไม่เห็นมีใครต้องไปขับไล่ แต่ว่าเวลาที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอประทานโทษ ต้องเอ่ยชื่อท่าน ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีไปไหนไม่ได้เลยบางพื้นที่ มีคนมาขับไล่ อย่างนี้มันจะไปได้อย่างไรละครับ สมานฉันท์กันอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า ในแผนอันที่ ๑ ของกรมการปกครองท่านได้ซักให้เห็น รายละเอียดอย่างนี้ไหมครับ ท่านได้ซักให้เห็นว่าเอาเงินไป ๒๖๐ กว่าล้านบาท จะทําไม่ให้เกิด พฤติกรรมอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร ท่านได้มีคําตอบอย่างไร เดี๋ยวท่านบอกผมด้วยนะครับ

ประเด็นต่อมา ผมคิดว่าผมมีประเด็นที่จะถามกรรมาธิการอยู่อีกประเด็นหนึ่ง ที่สําคัญก็คือกรมโยธาธิการและผังเมืองเรื่องเมืองชายแดน ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมว่า แผนการพัฒนาเมืองชายแดนกรมโยธาธิการและผังเมืองท่านคิดอย่างไร ท่านเคยที่จะ วางแผนอย่างเป็นระบบไหมครับ ผมไล่ไปตั้งแต่ด่านชายแดนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็แล้วกัน ท่านเริ่มตั้งแต่ด่านที่จังหวัดสตูล ด่านตํามะลัง แล้วก็ด่านวังประจัน ไล่ไปจาก ด่านวังประจันไปด่านปาดังเบซาร์ ไปด่านสะเดา ไปด่านประกอบที่อําเภอนาทวี ไปด่านเบตง ไปด่านบูเก๊ะตาที่จังหวัดนราธิวาส ด่านสุไหงโก-ลก แล้วก็ไปจบที่ด่านตากใบ กรมโยธาธิการ และผังเมืองเคยวางแผนไหมว่าท่านจะพัฒนาเมืองชายแดนอย่างไร ท่านเคยวางผังเมืองไว้ไหมว่า เมืองชายแดนควรเป็นอย่างไร เราเคยมีบทเรียนในการพัฒนาเมืองชายแดนมาแล้ว บัดนี้ ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คืออาจจะด่านที่อําเภอสะเดา หรือที่เรียกกันว่าด่านจังโหลน การปล่อยให้บ้านเมืองมันเติบโตโดยไม่มีการวางผังเมือง วันนี้ความแออัดมันเกิดขึ้นที่ เมืองหน้าด่าน แล้วทําให้นักท่องเที่ยวเวลามาท่องเที่ยวในเทศกาลต่าง ๆ ต้องเข้าคิวกัน ๔-๕ ชั่วโมง ท่านลองคิดดูสิครับ ถ้าเข้าคิวยาวและนานขนาดนี้ใครจะมาเที่ยวเมืองไทย วันนี้ ด่านที่จังหวัดสตูลกรมโยธาธิการและผังเมืองไปวางผังไว้ไหมว่าถ้าวันไหนที่ด่านวังประจัน เกิดขึ้นตรงไหนจะเป็นศูนย์ราชการ ตรงไหนจะเป็นที่ทําการด่าน ซึ่งผมคิดว่าบ้านพักด่านก็ดี บ้านพักเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ไปนั่งประจําอยู่ที่ด่าน หน่วยงานต่าง ๆ มันควรทําอย่างเป็นระบบ ทั้งหมด เราเคยเห็นปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นอย่างน้อยที่สุดที่ด่านประกอบ ประเทศมาเลเซียเขา สร้างด่านเสร็จไปแล้ว ทุกอย่างเสร็จแล้วแต่ฝั่งประเทศไทยยังไม่มีอะไรเสร็จ แล้วยังไม่มี แผนผังหรือว่าผังเมืองที่ชัดเจนเลยว่าจุดไหนจะพัฒนากันอย่างไรในอนาคต อาคารพาณิชย์ อยู่ตรงไหน ศูนย์ราชการหรือว่าสนามกีฬา สวนสาธารณะจะอยู่ตรงไหน ไม่มีครับ นี่คือปัญหาของการพัฒนาเมืองชายแดนที่ผมคิดว่าวันนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ใช้งบประมาณไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านกรรมาธิการได้สอบถามรายละเอียดอย่างนี้ไหมครับ ถ้าเราปล่อยให้การพัฒนาเมืองชายแดนเป็นไปอย่างไร้ทิศทางในปัจจุบันและมีปัญหา และตามแก้ไปเรื่อย ท่านอย่าลืมนะครับ เมืองชายแดนคือเมืองหน้าด่าน แล้วถ้าเราปล่อยให้ มีการพัฒนาเมืองหน้าด่านอย่างไม่มีแนวทางที่ชัดเจนปัญหามันเกิดขึ้น ผมไม่อยากพูดคําว่า ขายหน้าต่างประเทศ เพื่อนบ้านเขาทําอะไรเขาเป็นระบบ ประเทศมาเลเซียทําอะไร เป็นระบบทั้งหมดครับ เขาวางแผนก่อนทั้งหมด แต่ของเราทําไปคิดไป ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้วันนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะที่ดูแลเรื่องผังเมือง ขีดความสามารถจะบอกว่าจะปล่อยให้ท้องถิ่นไปทําหรือจะให้หน่วยงานอื่นไปทําเขาคงทําไม่ได้ เขาไม่มีความรู้ความสามารถด้านการวางผังเมืองเท่ากับกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านกรรมาธิการได้สอบถามสิ่งเหล่านี้บ้างไหมครับว่าเอางบประมาณไปใช้แต่ละปี กรมโยธาธิการและผังเมืองคิดอย่างไรกับเรื่องการพัฒนาเมืองชายแดนเหล่านี้ ท่านอย่าลืมนะครับว่า ด่านชายแดนไม่ว่าที่เบตงก็ดี ที่สุไหงโก-ลกก็ดี ที่ตากใบก็ดี วันนี้เราต้องมีความชัดเจน ในการพัฒนาเมืองชายแดนเหล่านี้ให้เป็นระบบทั้งหมด ผมจึงถือโอกาสนี้ที่จะฟังคําตอบจาก ท่านกรรมาธิการครับว่าท่านได้สอบถามสิ่งเหล่านี้จากกระทรวงมหาดไทยบ้างหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณที่รักษาเวลา นะครับ กรรมาธิการเชิญท่านวิรัช

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตขอบคุณท่านธานีและท่านนิพนธ์ บุญญามณี ในการที่ แสดงข้อคิดเห็นโดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในมาตรา ๑๗ โดยเฉพาะในเรื่องของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการปรับลด ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดได้รับการ ตั้งงบประมาณในปีนี้ทั้งหมด ๒๐๒,๒๓๖,๓๐๓,๐๐๐ บาท ในตัวเลขทั้งหมดตรงนี้ที่ต้องดูแล และต้องจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๒๖.๖๔ ซึ่งเป็นไปตามแผนในส่วนของ คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเรียกชื่อย่อกันว่า กกถ. ในส่วนตรงนี้เราก็พยายามดูแลเพราะว่างานหลักต่าง ๆ ในการที่จะพัฒนาที่เกิดขึ้น ทั้งประเทศ ในวันนี้นั้นความเป็นจริงก็คือเกิดมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทบทั้งหมดเลย และความจําเป็นในการปรับลดเงินงบประมาณตามที่ท่านได้อภิปรายนั้นก็ต้องเรียนว่า อย่างบางงานเราก็เห็นถึงความสําคัญ แต่ถึงแม้อย่างไรก็ตามทีงานที่จะเป็นถึงเกี่ยวกับเรื่อง ค่าอาหาร นม หรือค่าอาหารต่าง ๆ ที่เราจะต้องดูแลลูกหลานเรา เยาวชนทั่วประเทศ ถึงแม้ว่ายอดตัวเลขของเด็กในวันนี้อาจจะลดน้อยจากปกติก็ตามที แต่เราก็ไม่สามารถที่จะไป ปรับลดได้มันก็เลยเกิดมีปัญหาเหมือนอย่างเมื่องบประมาณของเมื่อปีที่แล้วก็คือได้มีการนําเงิน ในส่วนเหล่านี้เปลี่ยนเป็นเงินในหมวดอื่นแล้วก็ออกเป็นเหลือจ่าย เพราะฉะนั้นเงินในส่วนนี้ ผมเองก็ได้ตั้งข้อสังเกตแล้วในตอนช่วงกรรมาธิการว่าทําอย่างไรที่เงินงบประมาณทั้งหมดนั้น จะต้องออกมาในตอนช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม แล้วก็เมษายนนั้น ต้องดําเนินการจัดจ้างจัดซื้อ เพราะในปีนี้ก็เป็นที่ยอมรับกันว่าการใช้เงินงบประมาณนั้น จะเหลือระยะเวลาในการใช้เพียงแค่ ๕-๖ เดือนเท่านั้นเอง แล้วก็ต้องมาติดหน้าฤดูฝน ถ้าเราไม่เร่งรัดในการดําเนินงานต้องกราบเรียนบรรดาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่า กลัวว่าจะไปไม่ทัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาปรับลดในส่วนที่ตรงไหนถ้าเผื่อทําได้จริง ในส่วนตรงไหนที่ไม่สามารถที่จะทําได้ก็ปรับลดออกมา สุดท้ายเราก็นํากลับเข้าไปคืนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในแผนพัฒนาผังเมืองโดยเฉพาะชายแดนเมืองหลัก ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง เราก็มีการพูดทุกรอบครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง หรือแม้แต่ทางคณะใหญ่ก็ตามเราก็มีการสอบถาม แต่เนื่องจากว่าการจัดแผน เงินงบประมาณนั้นมีน้อยอาจจะไม่สอดคล้อง แต่ก็ต้องเอาข้อสังเกตของท่านนิพนธ์นั้น กลับไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อเป็นข้อสังเกตในการจัดทํางบประมาณในปีต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านใดติดใจ นะครับ ขอผ่านเลยนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้อภิปราย ๑ ท่านนะครับ ๓ นาทีครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้พูดในเรื่องของความจําเป็น ที่พี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงเดือดร้อนในกระทรวงยุติธรรมครั้งนี้ค่ะ ดิฉันได้แปรญัตติ ในกระทรวงยุติธรรมในมาตรา ๑๘ ไว้ซึ่งใช้งบประมาณ ๑๗,๙๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ดิฉันตัดงบไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ดิฉันขอตัดงบประมาณกระทรวงนี้เพราะดิฉันเห็นแล้วว่า กระทรวงยุติธรรมนี้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างไม่ยุติธรรม ไม่เป็นธรรมและไม่เท่าเทียมกันค่ะ โดยเฉพาะในหน่วยงานของกรมราชทัณฑ์ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ อันนี้บอกไปยังท่าน คณะกรรมาธิการ บอกไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านพลเอก ประชา พรหมนอก ท่านทราบไหมคะว่าเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ของสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรื่องการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของกรมราชทัณฑ์ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ในหลักการให้กระทรวงยุติธรรมโดยกรมราชทัณฑ์ให้ก่อสร้างเรือนจํากลางพัทลุง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ท่านประธานคะ เมื่อดิฉันได้มาดูในเล่มงบประมาณในส่วนของ กรมราชทัณฑ์ในการก่อสร้างเรือนจํากลางจังหวัดพัทลุงไม่มีค่ะ ไม่เห็นเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะอยู่ในส่วน ตรงไหนของเล่ม นี่หรือคะที่เขาเรียกว่ามติ ครม. มีความศักดิ์สิทธิ์ ดิฉันไม่เห็นเลยนะคะว่า ทําไมถึงได้มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณในส่วนตรงนี้ ได้ตัดงบประมาณในส่วนของเรือนจํากลาง จังหวัดพัทลุงไป เพราะว่าตอนนี้ท่านประธานเรือนจํากลางจังหวัดพัทลุงที่จําเป็นจะต้องสร้าง เพราะมีความทรุดโทรมมาก ได้มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ สร้างมาแล้วเป็นเวลา ๕๙ ปี แล้วมีความจําเป็นที่จะต้องย้ายเรือนจํากลางออกไปข้างนอกเมืองซึ่งตอนนี้เรือนจํากลาง จังหวัดพัทลุงอยู่ในใจกลางของจังหวัดพัทลุง อยู่ในตัวเมืองของจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีความไม่เหมาะสม ดิฉันจึงเห็นว่าควรที่จะมีการตัดงบประมาณ อยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้คิดได้ไตร่ตรอง ตัดงบประมาณที่จะไปปรับปรุงโรงเรียนตํารวจบางเขนที่จะไปติดแอร์ในห้องนอน แล้วก็ ไปสร้างสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับนักโทษทางการเมืองเอามาสร้างเรือนจํากลาง จังหวัดพัทลุงที่เรามีความจําเป็นจริง ๆ ดิฉันจึงขออนุญาตตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ เพราะผมเคยไปตรวจราชการที่นี่ เห็นด้วย ขอตั้งเป็นข้อสังเกตก็แล้วกันนะครับ ไม่มีท่านใด ติดใจขอผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาต ผ่านเลยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาต การิกาญจน์ ๑๐ นาที เชิญครับ

นายอภิชาต การิกาญจน์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ผมขอแปรญัตติปรับลดงบในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ มีเหตุผล ในการปรับลดด้วยเห็นว่าแม้จะเป็นกระทรวงเล็ก แต่เราต้องเข้าใจนะครับว่าการยก สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจากกระทรวงศึกษาธิการขึ้นมาเป็น กระทรวงวัฒนธรรมด้วยเราเห็นว่างานวัฒนธรรมเป็นงานสําคัญ การรักษาวัฒนธรรม คือการรักษาชาติ การยกระดับจากสํานักงานขึ้นมาเป็นกระทรวง จึงเป็นเรื่องที่ ต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องมียุทธศาสตร์ที่สามารถดําเนินงานแล้วทําให้คนในชาติได้รู้สึกถึง ความเป็นชาติไทยอย่างแท้จริง เราได้เห็นว่ามิติในทางวัฒนธรรมที่เราเห็นอยู่ภายใต้ การดําเนินงานทั้งหมดในโครงการในการของบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรม จะเป็นเรื่องของ ศิลปวัฒนธรรมเป็นเรื่องหลัก เป็นเรื่องของวัฒนธรรมทางด้านวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรม งานศิลป์ต่าง ๆ แต่มิติอีกด้านหนึ่งซึ่งเราขาดหายไปก็คือ มิติในวัฒนธรรมทางด้านจิตใจ การทํางานวัฒนธรรมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง ๒ อย่าง เป็นภาระ เป็นยุทธศาสตร์ เป็นภารกิจที่ผมคิดว่าผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในงานวัฒนธรรม โดยเฉพาะนักวิชาการวัฒนธรรมจะต้องทํา ๒ อย่างให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เรามีงานศิลปวัฒนธรรมแต่อีกด้านหนึ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรมทางด้านจิตใจ เป็นการนํา วัฒนธรรมมาใช้เพื่อสังคม เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน ปรากฏการณ์ทางสังคมที่เป็นตัวอย่าง ในโลกวิกฤติ ในเรื่องมหาอุทกภัยมีหลายเรื่องครับ สิ่งแรกที่เราได้เห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าสนใจ เกิดเครือข่ายในทางสังคมของคนกลุ่มหนึ่งที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือคนที่ ประสบภัย จิตอาสาเป็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้วิกฤติอุทกภัย สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นมิติที่เป็นเรื่องที่ น่าสนใจและควรจะเป็นเรื่องที่ได้รับการส่งเสริมภายใต้กระบวนการในทางวัฒนธรรม ที่เราเรียกว่า ทักษะวัฒนธรรม เรื่องนี้คนในแวดวงวัฒนธรรมรู้ดี แต่ว่าคนในสังคมทั่วไป จะไม่เข้าใจเรื่องทักษะวัฒนธรรม เราจะทําอย่างไรให้ทักษะวัฒนธรรมมาเป็นกลไก มาเป็น เครื่องมือในการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาในสังคมของเรา ถ้าคนเข้าใจทักษะ วัฒนธรรม เราจะสามารถทําให้คนที่อยู่บนความแตกต่าง ต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่กันได้ สิ่งเหล่านี้เป็นการใช้มิติทางด้านวัฒนธรรมมาใช้ในการ แก้ปัญหาในพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่ ทําไมคนในสิงคโปร์ มีทั้งสิงคโปร์ ทั้งคนจีน ทั้งอินเดีย อยู่กันได้ แล้วก็รังสรรค์ประเทศชาติไปด้วยความก้าวหน้า ทักษะทางวัฒนธรรมที่จําเป็น จะต้องเป็นมิติที่เพิ่มขึ้นในการทํางานวัฒนธรรมของชาติ มันมีหลายเรื่องที่พอจะเป็นตัวอย่างได้ เช่น เราจะทําอย่างไรให้เกิดวัฒนธรรมของการพึ่งตนเองให้มากขึ้น วัฒนธรรมของการพึ่งพา ในวันนี้เราจะเห็นว่าเรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องของคนอื่นทั้งนั้น พอฝนตกหนักน้ําท่วมออกจากบ้านย่างเท้าเจอน้ํารอแล้วว่าใครจะมาแจกของ เป็นเรื่องของ ตัวแทน เป็นเรื่องผู้ใหญ่บ้าน เป็นเรื่องกํานัน เป็นเรื่อง สจ. เป็นเรื่อง ส.ส. เป็นเรื่อง นายอําเภอ เป็นเรื่องผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่มีเรื่องใดที่เป็นเรื่องของเราเองเลยในขณะนี้ เราจะทําอย่างไรให้คนในชาติกลับมาสู่วัฒนธรรมของการพึ่งตนเองมากกว่าวัฒนธรรม ของการพึ่งพา เรื่องเหล่านี้ต้องผ่านทักษะทางวัฒนธรรมที่ต้องทําให้เกิดขึ้น วัฒนธรรม ในเรื่องการคิด เราจะทําอย่างไรให้คนในสังคมนี้คิดอย่างมีเหตุผล การต่อสู้ระหว่างการคิด อย่างมีเหตุผลกับเรื่องอารมณ์เป็นเรื่องที่ต้องสร้าง ถ้าเราไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมแห่งการคิดได้ การถูกชักจูง การถูกจูงใจ การถูกปลุกระดมด้วยการสร้างวาทะในทางสังคมหรือการสร้างวาทะ ในทางการเมืองเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเลวร้ายมาก ความแตกแยกในสังคมที่เกิดขึ้นเกิดจาก เราไม่ได้พูดถึงวัฒนธรรมการคิดอย่างมีเหตุมีผล แต่เราปล่อยให้คนไหลไปตามอารมณ์ ใครยึดกุมอารมณ์คนได้ก็สามารถที่จะใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นเครื่องมือในการยึดกุมฐานกําลังได้ ในวันที่คนจนเป็นฐานพลังทางการเมืองที่ใหญ่ การยึดกุมคนจนโดยสร้างวาทกรรมเข้าไป ครอบงําแบบที่เราเห็นกันอยู่เป็นเรื่องเลวร้ายพอ ๆ กับการปฏิวัติรัฐประหาร เราไม่สามารถ หลีกเลี่ยงเรื่องแบบนี้ได้ถ้ากระทรวงวัฒนธรรมไม่สร้างวัฒนธรรมทางด้านความคิด ให้เกิดขึ้นกับผู้คน วัฒนธรรมการเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องใหม่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหรือเรื่องต่าง ๆ เป็นสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเพิ่มมิติ ในการสร้างสิ่งที่ผมเรียกว่า ทักษะทางวัฒนธรรม ให้เกิดขึ้นได้ หากเราพูดว่าการรักษา วัฒนธรรมคือการรักษาชาติ การมอบหมายภาระในการบริหารกระทรวงวัฒนธรรมให้กับ คนที่เข้าใจน้อยหรือไม่เข้าใจในงานวัฒนธรรมก็เปรียบเสมือนการไม่ได้รักษาชาติเหมือนกันครับ ผมเฝ้าดูการจัดบุคคลมาดูแลบริหารกระทรวงวัฒนธรรม มันกลายเป็นว่ากระทรวงเล็ก ๆ กระทรวงนี้ใครมาบริหารก็ได้ คนทํางานไปตามที่เคยทํากันมา วัฒนธรรมเชิงรุก วัฒนธรรม แนวใหม่จึงไม่เกิดขึ้น น่าเสียดายที่สุดที่เรายกฐานะจากสํานักงานวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นมาเป็น กระทรวงวัฒนธรรมแล้วไม่สามารถบุกเบิกแนวทางข้างหน้าให้เป็นที่พึ่งที่หวังของสังคม และประเทศชาติได้ ผมขอปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ไม่มีท่านใดติดใจขออนุญาตผ่านเลยครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านใดติดใจ นะครับ ขออนุญาตผ่านครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้เสนอ ขออภิปรายทั้งหมด ๕ ท่านนะครับ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอท่านละสัก ๕ นาที ถ้าใครจะพูด เกินกว่านั้นผมก็จะอนุญาตนะครับ แต่ขอ ๕ นาทีก่อน เชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันได้แปรญัตติ ในมาตรา ๒๒ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยงบประมาณของกระทรวงทั้งสิ้น ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ดิฉันขอเสนอปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ และหน่วยงานที่ดิฉัน ให้ความสนใจเป็นพิเศษในการที่จะอภิปรายในครั้งนี้ก็คือ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมียอดงบประมาณอยู่ทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างมากนะคะท่านประธาน จัดไว้ว่าเป็นกว่าครึ่งหนึ่ง ของงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด ซึ่งดิฉันคิดว่ารัฐบาลได้จัดงบประมาณ ให้กับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไว้มาก แต่ประสิทธิภาพการทํางาน ในการพัฒนาในด้านการศึกษาของเด็กไทยเราตอนนี้ยังด้อยอยู่มากค่ะท่านประธาน เราจะเห็นได้จากผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือเราเรียกว่าโอเน็ต (O-NET) ของชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้วก็ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และผลการทดสอบความถนัดทั่วไปเราเรียกว่าแก๊ต (GAT) ตลอดจนผลการทดสอบ ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการของนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งออกมาเป็นที่น่าตกใจมากนะคะ เพราะว่าคะแนนที่ออกมาค่อนข้างที่จะต่ํามากค่ะ ท่านประธาน โดยเราพบว่าเด็กนักเรียน ค่อนประเทศสอบตกเกือบทุกวิชา ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบ ของการศึกษาของเราในวันนี้ ดิฉันมีตัวอย่างแห่งความตกต่ําของการศึกษาไทยในเรื่องของ ผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ทั่วประเทศ ๘ วิชา โดยแต่ละวิชา คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ปรากฏว่าวิชาคณิตศาสตร์สอบได้คะแนนเฉลี่ยแค่ ๑๔.๙๙ คะแนน วิชาภาษาอังกฤษสอบได้คะแนนเฉลี่ย ๑๙.๒๒ คะแนน วิชาวิทยาศาสตร์ คะแนนเฉลี่ยได้แค่ ๓๐.๙๐ คะแนน แต่ที่สําคัญท่านประธานวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นวิชา ที่เด็กไทยเราต้องได้คะแนนที่สอบผ่านแล้วก็ได้คะแนนที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ค่ะ คะแนนยังได้ไม่ถึง ครึ่งเลย ได้แค่ ๔๒.๖๑ คะแนนเท่านั้นเอง เป็นที่น่าตกใจมาก วิชาภาษาไทยเราก็ไม่ต้องเรียน เราก็พูดกันอยู่ทุกวันตรงนี้ แต่ดิฉันก็ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะ เพราะเวลาครูสอนภาษาไทย ให้เด็กอ่านภาษาไทย แล้วเด็กอ่านผิด แล้วคุณครูก็ตําหนิเด็ก เด็กบอกว่าอะไรรู้ไหมคะ นายกรัฐมนตรียังอ่านผิดเลยค่ะคุณครู นี่เด็กชั้นประถมศึกษาบอกนะคะ ตรงนี้เราก็ดูว่า ในเรื่องของบุคลิกในเรื่องของการนําเป็นตัวอย่างของต้นแบบนี้เป็นอย่างไร แล้วตอนนี้รัฐบาล ชุดนี้ยังสอนให้เด็ก จิ้ม จิ้ม จิ้ม จิ้ม อย่างเดียว จิ้มแท็บเล็ตค่ะ ไม่ใช้จิ้มอะไร แล้วเด็กจะเขียน ภาษาไทยได้ถูกได้อย่างไรคะ นี่ละค่ะคือความล้มเหลวของการบริหารของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ ตอนนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ติดตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการแจกแท็บเล็ตของท่านอยู่ตลอดเวลา ซึ่งดิฉันก็ได้ อภิปรายในวาระที่ ๑ ไปแล้วด้วย ตอนแรกท่านบอกว่าท่านจะให้ สกอ. เป็นคนทํานโยบาย เป็นคนดูแลในเรื่องนี้ ต่อมาท่านก็มาบอกว่าจะให้เอกชนเป็นคนทํานะคะ แต่สุดท้าย ทาง สพฐ. ก็ได้มาชี้แจงว่าจะเป็นคนทํานโยบายนี้เอง ตกลงทางท่านคณะกรรมาธิการได้ไปถาม ท่านรัฐมนตรีไหมคะว่าจะให้ใครทํากันแน่ ยังหาข้อสรุปกันไม่ได้เลยค่ะ งบประมาณ ก็จะคลอดอยู่แล้ว จะใช้กันอยู่แล้ว ดิฉันคิดว่าตอนนี้เราก็ต้องมาดูในเรื่องของการศึกษา ของเราให้มากที่สุด แล้วมีข่าวอีกข่าวหนึ่งท่านประธาน ไม่ทราบว่าท่านกรรมาธิการ ได้ทราบหรือเปล่าว่าตอนที่ได้ตั้งงบประมาณการจัดซื้อแท็บเล็ตไว้ ตั้งไว้อยู่ที่เครื่องละ ๓,๔๐๐ บาท แต่ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะเพิ่มเป็นเครื่องละ ๖,๐๐๐ บาทขึ้นมา แล้วท่านกรรมาธิการได้ไปถามไหมคะว่าเงินที่เพิ่ม เพิ่มมาจากไหน จากการกู้ยืม หรือว่าแปรญัตติเพิ่มขึ้นมา แล้วคราวที่แล้วมาบอกว่าเครื่องละ ๓,๔๐๐ บาท ทําไมถึงเพิ่ม ขึ้นมาเป็น ๖,๐๐๐ บาท ตอนที่ท่านคิดโครงการ คิดนโยบายนี้ท่านไม่ได้คิดให้เบ็ดเสร็จหรือคะ ท่านทําไป คิดไป แล้วก็เปลี่ยนแปลงนโยบายอยู่ตลอดเวลา ดิฉันขอใช้เวลาไม่มากนะคะ ท่านประธานขออีกนิดหนึ่งค่ะ

เรื่องสุดท้าย ในเรื่องของโครงการหนึ่งอําเภอหนึ่งทุน ซึ่งท่านตั้งงบไว้ ๔๐๐ ล้านบาท ดิฉันเห็นด้วยที่จะสนับสนุนให้ท่านทําเพื่อที่จะให้โอกาสกับเด็กเรียนดี แต่ไม่มีทุนในเรื่องของการศึกษาจํานวน ๑,๔๐๐ คน ซึ่งเป็นโครงการที่ดี แต่ดิฉันก็สงสัยว่า ท่านมีโครงการที่ดีอย่างนี้ ท่านสนับสนุนให้เด็กยากจนได้เรียน มีการศึกษาที่ดีขึ้น แต่ทําไม ท่านไปตัดกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้มีความสําคัญมาก เด็กที่ยากจน แล้วก็อยากที่จะไปเรียนในชั้นมหาวิทยาลัย ไม่สามารถ ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไป เรียนได้ ซึ่งเด็กนักเรียน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่เขามีความจําเป็นจะต้องใช้เงิน กยศ. ในครั้งนี้ ดิฉันก็อยากจะฝากท่านประธาน ฝากไปทางท่านรัฐมนตรี ท่านคณะกรรมาธิการด้วย ที่จะดูแลในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการให้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็ให้ถึงมือเด็กและเยาวชน แล้วก็ให้มีความโปร่งใสให้มากที่สุด ดิฉันขอตัดงบประมาณในครั้งนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านณัฎฐ์ บรรทัดฐาน เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ต่องบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่เรานั่งถกกันมาจนถึงกระทรวงศึกษาธิการก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนครับ ก็ถือเป็นการศึกษาภาคค่ํา ไปในตัวก็แล้วกันนะครับ ถ้าจํากันได้ในวาระแรก ผมพูดไป ๒-๓ เรื่องนะครับ ทวงถามถึง สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในการจัดทํางบประมาณปี ๒๕๕๕ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของแท็บเล็ต ซึ่งคุณสุพัชรีได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้

อีก ๒ เรื่องที่ตามมาที่ผมได้ทวงถามไว้ก่อนหน้านี้ คือเรื่องของการพัฒนา คุณภาพครู การแก้ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอน

แล้วก็เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องของการเตรียมความพร้อมของนักเรียนไทย ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้ง ๓ เรื่องดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจจาก กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทํางบประมาณสักเท่าไร แล้วผมก็เข้าใจว่า กรรมาธิการก็ไม่ได้ตั้งคําถามเหล่านี้กับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบอย่างลึกซึ้งแท้จริง เพราะว่าดูจาก วิธีการจัดทํางบประมาณแล้วเห็นค่อนข้างชัดเจนครับว่ายังมีอีกหลายจุดที่เราไม่สามารถ จะปล่อยให้งบประมาณผ่านไปได้โดยไม่มีการตัดแต่อย่างไร จริง ๆ กระบวนการในการ ตัดงบประมาณนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะตัดงบประมาณ แต่ว่าเขาบอกว่าผู้ที่แปรญัตติในการที่จะพูด ในการอภิปรายในครั้งนี้ต้องตัดงบประมาณ ก็เลยทําให้ผมต้องตัดงบประมาณส่วนหนึ่ง ทีแรกบอกว่าเขาว่าตัดสัก ๒๕ สตางค์ก็แล้วกัน เพราะจริง ๆ แล้วผมไม่ได้มีความจําเป็น จะต้องตัดงบประมาณ เพียงแต่คิดว่าใช้ไม่เหมาะสม แต่เมื่อบอกว่าต้องตัดก็ต้องตัด ครั้นจะตัด ๒๕ สตางค์ ๕๐ สตางค์ ก็คงจะไม่ได้ เพราะว่าถ้าเกิดโหวตขึ้นมาแล้วปรากฏว่าผมชนะ งบประมาณครั้งนี้จะกลายเป็นงบประมาณไม่เต็มบาท ในที่สุดก็เลยต้องตัดไปประมาณ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือปริมาณที่ตัดออกไป มาดูในรายละเอียดที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทํางบประมาณในครั้งนี้ รวมถึงกรรมาธิการนั้นไม่ได้เข้าใจระบบ ของการพัฒนากระบวนการคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง เรื่องที่เราเห็นกันชัดเจน คือเรื่องของคําแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งวันที่ท่านแถลงนโยบายและวันที่ ท่านแถลงประกอบการนําเสนองบประมาณผ่านสภานี้ ท่านให้ความสําคัญกับคุณภาพ การศึกษาอย่างแท้จริง ให้ความสําคัญเป็นอันดับแรก แต่พอถึงกระบวนการในการจัดทํา งบประมาณดูเหมือนว่าคุณภาพการศึกษาจะห่างไกลกับสิ่งที่ท่านได้แถลงเอาไว้ทั้ง ๒ ครั้ง ความไม่เข้าใจในเรื่องของคุณภาพการศึกษาเห็นได้ชัดครับว่าวันนี้งบประมาณที่ถูกจัดสรร ลงไปเพื่อที่จะพัฒนาครู พัฒนาผู้สอน พัฒนาโรงเรียนนั้นมีน้อยเหลือเกินครับ ส่วนใหญ่ จะถูกจัดสรรไปในเรื่องของการซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ ถูกจัดไปในเรื่องของ การก่อสร้างเสียเป็นส่วนใหญ่ เราเห็นชัดครับว่าวันนี้ความมั่นคง ความแน่นอนในเรื่องของ นโยบายในการพัฒนาคุณภาพครูผู้สอนนั้นน้อย ในอดีตที่ผ่านมาเราพยายามอย่างยิ่ง ในรัฐบาลที่ผ่านมาในการจัดทําเรื่องการคืนครูให้กับนักเรียน เพราะว่าเราเห็นชัดเจนครับ ว่าการขาดแคลนครูในโรงเรียนตามต่างจังหวัดนั้นส่งผลให้โรงเรียนเล็ก ๆ ในต่างจังหวัดนั้น มีอัตราครูที่น้อยลงและนักเรียนก็น้อยลงตามลําดับ แล้วในที่สุดท่านต้องปิดโรงเรียนเหล่านั้น การพยายามอย่างยิ่งในการที่จะคืนครูให้กับนักเรียนนั้นเป็นผลเนื่องมาจากว่าเราทราบดีครับว่า ที่ผ่านมานั้นกระบวนการในการบริหารโรงเรียนนั้นประกอบไปด้วยคน ๒ ส่วน ๑. คือครูผู้สอน กับ ๒. คือผู้บริหารโรงเรียน และเป็นไปไม่ได้ครับที่โรงเรียนที่ดีจะถูกบริหาร โดยครูที่เลว โรงเรียนที่ดีต้องบริหารด้วยครูที่ดีและมีครูผู้สอนที่ดี นั่นคือสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่ง และเป็นเหตุผลที่ทําไมรัฐบาลที่ผ่านมาจึงพยายามอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพครู ในขณะที่ รัฐบาลปัจจุบันมีโครงการครูคืนถิ่น ถ้าคุ้น ๆ นะครับ ใครจําได้ กลับไปดูนโยบายเหล่านี้ จะพบว่าในสมัยรัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการที่ชื่อ อดิศัย โพธารามิก มีโครงการครูคืนถิ่นขึ้นมา ๑ ครั้ง ผลที่ออกมา ก็คือว่าไม่สามารถจัดทําให้เป็นไปตามนโยบายที่ตั้งไว้ได้ เนื่องจากไม่มีอัตราว่างสําหรับ ท้องถิ่นนั้น ๆ ท้ายที่สุดก็ต้องเอาครูที่ต้องการคืนถิ่นไปแขวนไว้ลอย ๆ ไม่ได้บรรจุคืนถิ่นจริง อย่างที่ควรจะเป็น แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นคือสาเหตุที่ทําไมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านมาถึงทําการคืนครูให้กับนักเรียนแทนเรื่องของครูคืนถิ่น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องของการต้องการคืนถิ่นครับ ขอเวลาเพิ่มนิดนะครับ ตัดจากผู้อภิปรายหลังจากผม ได้เลยครับ เพราะว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้นครูไม่ได้ต้องการคืนถิ่นหรือไม่คืนถิ่น เขาต้องการไปสู่พื้นที่ที่เจริญกว่า สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะเนื่องมาจากว่าการอยู่พื้นที่ ที่ห่างไกลทุรกันดารนั้นมันแร้นแค้น มันอยู่ลําบาก อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนก็ไม่พร้อม เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากรณีแบบนี้ ผมดูจากสํานักปลัดกระทรวง งบประมาณในการพัฒนาครูอยู่ ๗๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ไปตัดลง ๑๐ ล้านบาท เหลือ ๖๐ กว่าล้านบาทอย่างนี้ มันสวนทาง กับสิ่งที่ท่านพยายามจะบอกนะครับว่าต้องการพัฒนาคุณภาพครู ผมคงต้องรวบให้สั้นลงครับ จริง ๆ น่าจะให้เวลาผมสักครึ่งชั่วโมงเพราะผมมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่ต้องคุยกันในรายละเอียด

นอกจากนั้นเรื่องของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ เห็นชัดเจนครับว่า รัฐบาลนี้ กระทรวงศึกษาธิการผู้ที่ทํางบประมาณไม่ได้เข้าใจถึงกระบวนการในการพัฒนา โอกาสในการศึกษาให้กับนักเรียนไทย หลายคนเริ่มพูดกันถึงเรื่องของ กรอ. แนวคิดของ คุณภาวิช ทองโรจน์ ผมไม่แน่ใจว่าอนาคตท่านจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านต่อไปหรือเปล่านะครับ แต่ว่าแน่ ๆ ก็คือว่าการที่ตั้ง กรอ. ขึ้นมามันเป็นคนละเรื่องกับ กยศ. เพราะ กยศ. นั้นเป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือได้มีโอกาสเรียนครับ แต่ กรอ. นั้นเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสเรียนเท่าเทียมกันทั้งคนจนหรือรวย ซึ่งความเป็นจริงแล้ว มันต่างกันนะครับ คนที่มีโอกาสทางการศึกษา มีต้นทุนดีอยู่แล้ว เขาพร้อมที่จะควักสตางค์ จ่ายเอง ท่านไม่มีความจําเป็นต้องไปช่วยเขาครับ แล้วการช่วยเหลือของ กรอ. นั้นช่วยเหลือ เฉพาะคณะหรือวิชาที่จบออกมาแล้วมีงานทํา เฉพาะคณะที่รัฐกําหนดไว้เท่านั้น ซึ่งต่างกับ กยศ. ที่ให้โอกาสคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้เข้าถึงการศึกษาอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ แตกต่าง ถึงเรียนได้ว่ากระบวนการในการจัดทํางบประมาณนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้จัดทํางบประมาณไม่ได้เข้าใจถ่องแท้ถึงกระบวนการในการพัฒนาคุณภาพของการศึกษาไทย และผมเชื่อว่ากรรมาธิการก็ไม่ได้ตั้งคําถามแบบนี้ในรายละเอียด

ในท้ายที่สุดคงต้องสรุปจบตรงที่ว่ากระบวนการในการจัดทํางบประมาณ ในครั้งนี้เปรียบงบประมาณก็เสมือนลูกเรานี่ละครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับท่านกรรมาธิการไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่ที่คอยโอบอุ้มดูแลงบประมาณ ประคบประหงม พัฒนา ดูแลเป็นอย่างดีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเอาไปใช้งาน เมื่องบประมาณ พ้นมือเราไปแล้วก็เหมือนลูกที่พ้นอกพ่อแม่ไปอยู่ในมือผู้ใช้ ซึ่งก็คือข้าราชการหรือใครก็ตาม ที่มีส่วนในการพิจารณาใช้งบประมาณเหล่านั้น มันอยู่ที่ว่างบประมาณจํานวนนี้ตกไปอยู่ ในมือใคร ถ้าตกไปอยู่ในมือคนดีก็จะใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าตกไปอยู่ ในมือคนที่ใช้อย่างอีลุ่ยฉุยแฉกหรือมีจิตสํานึกในการใช้อีกทางหนึ่งก็จะทําให้ การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างขาดประสิทธิภาพและเกิดผลร้าย เท่าที่ผมทราบมาผู้ที่มีส่วน ในการใช้งบประมาณในครั้งนี้ที่กําลังจะผ่านสภามีการเสนอโครงการค้างท่อ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง เสนอส่วนแบ่งจากเงินทอนกันเป็นที่เรียบร้อย อันนั้นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ มีข้าราชการ ระดับ ๑๐ บางท่านถูกเสนอชื่อให้ขึ้นไปเป็น ข้าราชการ ระดับ ๑๑ ผ่านมติ ครม. เป็นที่เรียบร้อย แต่ในท้ายที่สุดเกิดกระบวนการกดดัน จนทําให้ข้าราชการท่านนั้นต้องทําหนังสือย้ายตัวเองกลับมาอยู่ที่เดิมเพราะอ้างว่าต้องการ สานงานเก่าต่อ ผมถามกรรมาธิการไปยังผู้ที่จัดทํางบประมาณว่า กระบวนการในการปู้ยี่ปู้ยํา งบประมาณแบบนี้ด้วยคนที่มีปัญหาในการจัดวางตําแหน่ง ในการใช้เงินงบประมาณในครั้งนี้ เป็นแบบนี้แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่า กระบวนการใช้เงินงบประมาณที่จะผ่านสภาออกไป จะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด และก่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ นั่นคือสาเหตุที่ทําไมผมถึงต้องตัดสินใจตัดงบประมาณในครั้งนี้ เพียงแต่ว่าอย่างที่บอก ผมไม่ตั้งใจที่จะตัดเป็นชิ้นเป็นอันอะไรกันขนาดนั้น เพียงแต่มาถามในวันนี้เพราะผมรู้ว่า อย่างไรก็แพ้โหวตวันยังค่ํา เพียงแต่ว่าต้องการถามท่านเพื่อให้ท่านทราบว่าเกิดกระบวนการ แบบนี้ขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการแล้วท่านจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฏฐ์ครับ ผมไม่ทราบจะไปถอนเวลาจากใครนะครับ เพราะไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวเขาสมยอมหรือเปล่า เอาว่าตามเดิมเลยนะครับ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าผมพูดรอบแรกแล้วก็มาตราแรก เพราะว่าตั้งใจที่จะสะท้อนกระทรวงศึกษาธิการให้ท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ ได้รับทราบ เพราะฉะนั้นขอเรียนท่านประธานว่าผมจะใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ แต่ให้เร็วที่สุดนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากไม่ได้ถอน ยังบวกอีกนะครับ เชิญครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ไม่ขอตัดใครครับ ขอตัดเวลา คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผมได้ขอแปรญัตติเพื่อที่จะตัดลดในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ ๓ ผมกราบเรียนว่าแท้ที่จริงแล้วกระทรวงศึกษาธิการไม่น่าจะตัดงบประมาณเลย เพราะว่ากระทรวงนี้เป็นกระทรวงสมองของชาติ แต่เหตุผลที่ผมขอตัด ๓ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมมีเหตุผล ๒ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ผมมีความเชื่อมั่นว่าถ้าเกิดว่ากระทรวงศึกษาธิการ บริหารจัดการดี ๆ และใช้ระบบธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องของครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างก็จะไม่กระทบกับโครงการของกระทรวงศึกษาธิการแม้แต่น้อยนิด ผมยังมีความเชื่อมั่น ด้วยซ้ําไปว่าแม้แต่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังไม่กระทบ เพียงแต่ว่าให้กระทรวงศึกษาธิการ ใช้ระบบธรรมาภิบาลและอย่าให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ประการที่ ๒ ผมคิดว่า ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นผมตัดเพื่อที่จะมาพูดเรื่องของ งบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร ได้กราบเรียน ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของบ้านเราเกี่ยวกับเรื่อง การศึกษาก็คือเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา และผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้เป็นประเด็น เป็นโจทย์สําคัญของประเทศ ซึ่งใครก็มีความคิดตรงกันว่าวันนี้เรามีจุดด้อย เรามีปัญหาของชาติ ก็คือเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา คุณภาพทางการศึกษาโดยทั่วไป ท่านประธานครับ ดูได้จากผลการทดสอบความรู้ ความสามารถของเด็กทุกช่วงชั้น จะเห็นว่าคะแนนโอเน็ต คะแนนเอ็นที (NT) ในวิชาหลักที่สําคัญ ไม่ว่าคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ได้ต่ํา ต่ํากว่าเกณฑ์เสียส่วนใหญ่ ที่ผ่านเกณฑ์ได้คะแนนเฉลี่ยประมาณอยู่ระดับ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ น่าเป็นห่วงมากครับ ถ้าดูในระดับมหาวิทยาลัย ดูจากการจัดลําดับมหาวิทยาลัยของสถาบัน ไอเอ็มดี (IMD) ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยของไทยนั้นที่อยู่ในลําดับ ๑-๕๐๐ มีเพียง ๗ มหาวิทยาลัย ๒ มหาวิทยาลัยอยู่ลําดับต่ําร้อย อีก ๕ มหาวิทยาลัยอยู่ลําดับ ๔๐๐-๕๐๐ น่าเป็นห่วงมากครับ ถ้าดูในเรื่องของความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านประธานครับ น่าตกใจ ยิ่งไปกว่าอีกครับ สถาบันไอเอ็มดีได้จัดลําดับความรู้ความสามารถของมหาวิทยาลัยของไทยในด้าน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ท่านประธานครับ ในประเทศสมาชิก ๔๗ ประเทศ ท่านประธาน ผลการวิเคราะห์ประเมินเมื่อปี ๒๕๔๑ ปรากฏว่าประเทศไทยอยู่ลําดับที่ ๔๓ ใน ๔๗ ประเทศ ในปี ๒๕๔๒ คิดว่าจะดีขึ้น ไม่ครับ ลําดับยิ่งลงลึกลงไปอีก อยู่ลําดับที่ ๔๖ ในจํานวน ๔๗ ประเทศครับ ในปี ๒๕๔๓ ได้อันดับสุดท้ายเลยครับ ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้อันดับที่ ๔๗ ในปี ๒๕๔๔ ได้ลําดับที่ ๔๘ เพราะวันนั้น ปีนั้นประเทศสมาชิก เพิ่มไป ๒ ประเทศ เป็น ๔๙ ประเทศ เราอยู่ที่ ๔๘ นี่คือความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทย ทีนี้ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการว่าเครื่องเหล่านี้ ทางคณะกรรมาธิการได้สอบถามทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้สอบถามเจ้ากระทรวงหรือไม่ว่า เมื่อได้งบประมาณจํานวนมหาศาลไปแล้ว ทางกระทรวงศึกษาธิการจะไปบริหารจัดการ ให้คุณภาพทางด้านการศึกษาของบ้านเราดีขึ้นได้อย่างไร สามารถที่จะนําประเทศชาติ ไปแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เราจะเปิดประเทศสู่ประชาคมอาเซียนใน ๓ ปีข้างหน้า เราจะอบรมสั่งสอน เตรียมความพร้อมให้ลูกศิษย์ ให้เยาวชน ให้ประชาชนของเราสู้กับ โลกาภิวัตน์ได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่านอกจากความอ่อนด้อย ในด้านคุณภาพทั่วไป และด้านคุณภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วง มาก ๆ ครับ ก็คือเจ้ากระทรวง รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีนโยบายในการ จัดการศึกษาที่นําไปสู่ความเป็นเลิศแม้แต่น้อยนิด กลับสร้างความสับสนในสังคม อย่างมากมาย ความสับสนที่เกิดขึ้นผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็น ๒-๓ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก และเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิชาการศึกษา นักบริหารการศึกษาแสวงหา คือโครงการครูพันธุ์ใหม่ เริ่มในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ สมัยที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เห็นความสําคัญในการผลิตครูพันธุ์ใหม่เพื่อคนเก่ง คนดี คนที่รัก วิชาชีพครูมาเป็นครู วันนี้เราทราบว่าประเทศไทยเรานั้นขาดครูทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ก็สร้างโครงการที่จะดึงเด็กเก่ง เด็กดีมาเป็นครู มติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๒ กําหนดให้ผลิตครูรุ่นใหม่ เอาคนเก่ง คนดีมาเป็นครู ๕ รุ่น ๓๐,๐๐๐ คน ใช้งบประมาณ ๔,๒๓๕ ล้านบาท เริ่มจากปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๘ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีรัฐบาลนี้ สร้างความสับสน เพราะประกาศว่านโยบายผลิตครูพันธุ์ใหม่นั้นไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เอา ท่านครับ น่าเศร้าใจมาก เรื่องที่สําคัญ ของประเทศชาติเพียงแต่ไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีก็ปฏิเสธ น่าเสียดายมาก ท่านบอกว่าท่านจะสร้างครูคลังสมองแทน ท่านจะเอาใครมาครับ คนเก่ง ๆ ในภาคอุตสาหกรรม คนเก่ง ๆ ในภาคธุรกิจ คนเก่ง ๆ ที่อยู่ในสถานประกอบการและบอกว่าไม่จําเป็นต้องมี วิชาชีพครู ผมคิดว่าเป็นความคิดที่เลยเถิด เป็นความคิดที่ไม่รู้ความเป็นมาของการปฏิรูป การศึกษา น่าเสียดายอย่างยิ่ง นี่คือเห็นว่าเจ้ากระทรวงศึกษาธิการมีความสับสนในเรื่อง ยุทธศาสตร์สําคัญในการพัฒนาคุณภาพทางด้านการศึกษา ผมกราบเรียนว่าครูเป็นกลไก ที่สําคัญในการกํากับดูแลคุณภาพทางการศึกษาของบุตรหลานของเรา

เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันครับ ท่านบอกว่าเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นไม่เอาแล้ว เพราะว่าไม่ใช่นโยบายของพรรคของท่าน แต่เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจะสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้อนาคตคือ กรอ. ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า กรอ. เขาไม่รังเกียจอะไรก็ได้ แต่ให้ช่วยเหลือบุตรหลานของเรา ให้โอกาสคนที่ไม่มีทุนที่จะส่งบุตรหลานไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่กราบเรียนว่า กยศ. กับ กรอ. มีความแตกต่างเหมือนที่ท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ได้กรุณากราบเรียนในที่ประชุมนะครับ แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะยกเลิกโครงการ กยศ. โดยเพียงเหตุผลว่าไม่ใช่นโยบาย ของพรรคเพื่อไทยนะครับ

อันสุดท้ายครับ ความสับสน จะยกเลิกโครงสร้างบริหารของ กระทรวงศึกษาธิการ ยุบระดับ ๑๑ ซึ่งเป็นผู้บริหารของแท่งต่าง ๆ ๕ แท่งให้เหลือเพียง ๑ แท่งเท่านั้น ให้เหลือ ซี ๑๑ เพียงปลัดกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น เลขาธิการ สพฐ. เลขาธิการการอาชีวศึกษา เลขาธิการการอุดมศึกษาจะทําอย่างไรครับ บอกว่าต่อไปนี้ จะยกระดับสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้เป็นกระทรวง บอกว่าจะยุบวิทยาลัยชุมชน ให้มารวมกับการศึกษานอกโรงเรียน คือ กศน. ทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่สร้างความสับสน ในวงการศึกษาอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้ครับท่านประธาน ผมเลยกราบเรียนว่าผมไม่สามารถ ที่จะไว้วางใจที่จะให้ใช้งบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้ ก็ขออนุญาตด้วยความเกรงใจ นะครับว่าขอตัดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะให้เจ้ากระทรวงและรัฐบาลไปทบทวนถึง ยุทธศาสตร์การศึกษาของชาติให้แจ่มชัดก่อน ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านผุสดี ตามไท เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน คงไม่ได้มาตัดเวลาดิฉันนะคะ ดิฉันไม่สมยอมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอแปรญัตติ ตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่จริงจะมีหลายส่วน ที่ซ้ํากัน แต่ก็ขออนุญาตเรียงร้อยใหม่แล้วกันนะคะ ข้อใหญ่ ๆ เลยก็คือไม่เชื่อมั่นค่ะ ท่านประธานว่ารัฐบาลจะนํางบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะคะ เพิ่มจากที่ขอไปด้วยซ้ําไปนะคะ แล้วถ้าคิดเป็นร้อยละก็เป็นถึงเกือบ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประจําปี จะเป็นรองก็เพียงงบกลางเท่านั้นเอง ดิฉันต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานในเรื่องของข้อมูลที่จะประกอบเพิ่มเติม ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาต อย่างนี้นะคะว่าต้องชมรัฐมนตรีว่าการที่ท่านช่างคิด คิดนอกกรอบ คิดนั่นคิดนี่ คิดได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแป๊ะเจี๊ยะขึ้นมาอยู่บนดิน เรื่องของการ ไม่สนับสนุนแนวคิดมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐนะคะ แล้วก็ผุดโครงการครูคลังสมอง ยกเลิกโครงการครูพันธุ์ใหม่ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วริเริ่มโดยรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ได้รับการร่วมคิด จากหลายฝ่าย และเป็นการยอมรับว่าเป็นโครงการผลิตครูคุณภาพ มีเรื่องของปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษสัปดาห์ละวัน ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ครูคืนถิ่น หลักสูตรมัธยมเชิงปฏิบัติการ ยุทธศาสตร์ ปี ๒๕๕๕ แล้วก็อีกหลายเรื่องทีเดียว ท่านประธานคะ หลายเรื่องดีค่ะ แต่สื่อก็รายงานว่าบางเรื่องเมื่อเวลาที่ท่านนําเสนอแล้ว มีปฏิกิริยาจากสาธารณชนท่านก็หยุดบ้าง ถอยบ้างหรือเดินหน้าต่อไปบ้าง ท่านประธานคะ การบริหารจัดการศึกษามันไม่เหมือนทําขนมนะคะ ทําชั่วโมงเดียวเสร็จ ขนมชิ้นนี้ไม่อร่อย ทิ้งไปทําใหม่ ในเรื่องการบริหารการศึกษานั้นทุกคนทราบดีว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องโต ต้องคิดให้รอบคอบ ต้องทําให้ต่อเนื่อง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผลเสียหายมันจะมากมาย มหาศาลเลยนะคะ เพราะมันกระทบกับคนทุกคน สิ่งเหล่านี้ค่ะทําให้ดิฉันไม่มั่นใจ แล้วก็ไม่ไว้ใจจริง ๆ ว่างบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะถูกนําไปใช้ อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลได้ ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อจะพิจารณาจาก สถานการณ์ปัจจุบันนี่นะคะ คุณภาพของนักเรียนในเรื่องความรู้ ความสามารถ ดิฉันคงไม่พูดถึง เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วนะคะ สอบตกรวดทุกระดับ ป. ๖ ม. ๓ ม. ๖ นี่พูดถึงโอเน็ต ยกเว้นวิชาเดียว วิชาอะไรคะ สุขศึกษา ดิฉันก็อยากจะเชื่อว่านักเรียนของเราจะมีสุขภาพดี เพราะสอบได้วิชาเดียวเท่านั้นเอง มีอีกนิดหนึ่งคือเรื่องของการวัดพิซา (PIZA) ซึ่งเป็นการประเมิน โดยองค์กรโออีซีดี (OECD) นี่นะครับ เขาวัดอะไรคะ วัดในเรื่องของความรู้เรื่องในวิชา ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือการอ่านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เอาเรื่อง การอ่านเฉพาะเท่านั้นเองนะคะนักเรียนไทยสูงถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ที่อ่านได้เพียงแค่ระดับ ๑ หรือต่ํากว่า นั่นหมายถึงอะไรคะท่านประธาน หมายความว่าเพียงแค่อ่านออก แต่จับใจความ ไม่ได้ท่านประธานคะ ถ้าจะไปเทียบกับประเทศอื่น ๆ จีน สิงคโปร์ อยู่ใกล้ ๆ เรานี่ค่ะ เราก็ไม่เห็นฝุ่นเลย แพ้อย่างราบคาบนะคะ มาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ท่านประธานคะ มีการสํารวจสุขภาพเด็กในเรื่องนี้ค่ะ แล้วก็พบว่าในช่วงอายุเด็ก ๑-๑๔ ปี มีปัญหาเรื่องวินัย เรื่องการทําตามกติกาแล้วก็เรื่องความซื่อสัตย์ในระดับที่ต่าง ๆ กัน ท่านประธานคะ อันนี้ ก็ถูกตอกย้ําในเรื่องของความซื่อสัตย์ คือโพลล์บอกว่าทั้งเยาวชน นิสิต นักศึกษารวมไปถึง ผู้ใหญ่ด้วย ยอมรับได้ในเรื่องการทุจริต ถ้าเผื่อว่าตัวเองได้ประโยชน์ น่ากลัวไหมคะ เอาเรื่อง สถานการณ์นักเรียน เด็กเยาวชนโดยทั่ว ๆ ไป ท่านประธานคะ จากการสํารวจโดยโครงการ ติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชน โดยสถาบันรามจิตติของดอกเตอร์อมรฤทธิ์ นาครทรรพ ก็ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นตัวเลขเฉลี่ยต่อจังหวัดนะคะท่านประธาน พูดถึงเรื่องเด็ก ออกกลางคันจากโรงเรียน แม่วัยรุ่น เด็กเข้าสู่สถานพินิจ เร่ร่อนถูกทอดทิ้งไร้สัญชาติ เด็กยากจนพิเศษ เด็กในถิ่นทุรกันดาร สารพัดสารเพท่านประธานคะ รวมแล้วเป็นเด็กด้อยโอกาส และเด็กกลุ่มเสี่ยง สูง ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนต่อจังหวัดนะคะท่านประธานคะ ที่น่าสนใจ ก็คือได้มีการประมาณค่าเสียหายทางเศรษฐกิจต่อจังหวัดตลอดชีวิตการทํางาน ก็เทียบประมาณสัก ๔๕ ปี ของผู้ด้อยโอกาส ปรากฏว่าสูงกว่าค่าเสียหายทางเศรษฐกิจเฉลี่ย ของจังหวัดชายฝั่งอันดามันเมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถึง ๑๐ เท่า ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อไม่แก้ไขในเรื่องนี้ก็เท่ากับว่าจังหวัดต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเทียบได้กับ การโดนคลื่นสึนามิโจมตี ๑ ครั้งในทุก ๆ ๕ ปี ท่านประธานคะ ปัญหาเด่นชัดค่ะ นโยบายรัฐบาล ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม มีประเด็นสําคัญ ที่จริงเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว เรื่องส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม สร้างโอกาส ทางการศึกษา ท่านประธานคะ ประเด็นนี้พูดถึงเรื่องกระจายโอกาสทางการศึกษา สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ อยู่ตรงไหนคะท่านประธานคะ เด็กด้อยโอกาสและเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่เมื่อสักครู่มีรายงานบอกว่ามีถึงโดยเฉลี่ย ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนต่อจังหวัด ท่านกรรมาธิการได้ถามบ้างไหมคะ ว่าทําอย่างไรคะ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะเอาไปทําอะไร ตรงไหนที่ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทําได้อย่างไรคะ ท่านมีการเอางบที่ตั้งใจ จะซื้อตําราเรียนไปซื้อแท็บเล็ต พูดภาษาอังกฤษสัปดาห์ละวัน มีการคาดคะเนซึ่งรายงานในสื่อว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนไม่พร้อม ดิฉันสนับสนุน ความจริงอยากจะให้พูดภาษาต่างด้าวมากได้กว่าภาษาอังกฤษ อยากใช้ภาษาอื่นด้วย แต่ท่านประธานคะทั้งหมดนี้มันทําให้ดิฉันไม่เชื่อใจ ไม่มั่นใจเลยว่างบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ท่านจะสามารถนําไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลได้ ดิฉันกลัวเหลือเกินค่ะว่าเราจะถดถอยในความตั้งใจดี แต่ถ้าไม่คิดให้รอบคอบเราก็แพ้ราบคาบ เช่นเดียวกัน ไม่ต้องเข้าหรอกคะประชาคมอาเซียน อยู่มันตรงในเมืองไทยนี้ละคะ ช่วยทีเถอะค่ะให้เด็ก ๆ สามารถอ่านเขียนคิดเป็น แก้เป็น ทําปัญหาเป็น มีทักษะชีวิต เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ แล้วก็จะไปอยู่กับใครก็ได้แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอยืนยันค่ะ ตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ๕ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ดิฉันได้แปรญัตติไว้ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสุดท้ายครับ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการขอจัดตั้งไว้ ๔๒๔,๐๙๐ ล้านบาท แล้วก็เป็นกระทรวงเดียวที่ผมได้ติดตามดู ที่กรรมาธิการได้มีการปรับลดมากที่สุดถึง ๒,๗๓๐ ล้านบาท และในขณะเดียวกัน เมื่อมีการปรับเพิ่มเข้ามาก็ยังต่ํากว่ายอดที่ได้มีการจัดตั้งเอาไว้ ยังคงเหลือ ๔๑๘,๖๑๖ ล้านบาท อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าทางคณะกรรมาธิการไม่ไว้วางใจในการขอจัดตั้งงบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการ นับดูย้อนหลัง ๓ ปีที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงเดียว ที่กรรมาธิการได้แปรญัตติเพิ่มมาทุกปี แต่ปีนี้ได้มีการแปรญัตติเพิ่มลดลง ด้วยเหตุผลที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่ามีหลายเรื่องที่คณะกรรมาธิการ ได้ปรับลดแล้วก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ว่ามีหลายเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้ปรับเพิ่ม แล้วก็ไม่ถูกต้อง ผมอยากจะกราบเรียนเป็นประเด็นแรกก็คือว่าในเรื่องเชิงยุทธศาสตร์ก่อนครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในเรื่องของเชิงยุทธศาสตร์ถ้าคณะกรรมาธิการได้ซักถาม หัวหน้าส่วนราชการที่มาชี้แจงหรือรัฐมนตรีซึ่งนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการด้วย ผมทราบว่า ในช่วงหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มาเป็นกรรมาธิการก็ไม่ได้เข้ามาร่วมกับ คณะกรรมาธิการมากนัก เพราะกรรมาธิการได้ปรับลดในส่วนของงบกระทรวงศึกษาธิการไป

ในเชิงยุทธศาสตร์ประการแรกก็คือว่าผมคิดว่าประเทศไทยของเรานั้น มีความจําเป็นที่จะต้องใช้การศึกษาเพื่อขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศชาติของเรา โดยเฉพาะการนําพาประเทศชาติเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อสร้างประชากรของอาเซียน เพื่อสร้างพลเมืองของโลก อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเข้าใจว่าเป็นวาระแห่งชาติของประเทศของเรา แต่ว่าเหมือนกับเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้อภิปรายไปแล้วว่าเนื่องจากรัฐมนตรี ขาดยุทธศาสตร์ในเชิงนโยบายที่ชัดเจน ตลอดระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาพบความเป็นจริงว่า ท่านสับสนทุกกระบวนการ ทั้งเรื่องของการที่จะสร้างคนยุคใหม่ที่มีคุณภาพเพื่อรองรับ ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ทั้งในเรื่องของการที่จะต้อง สร้างขวัญและกําลังใจให้กับเพื่อนครู ซึ่งเป็นบุคลากรกลุ่มสําคัญที่สุดถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน และแน่นอนที่สุดคือเรื่องของการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ที่ในขณะนี้ต้องยอมรับ ความเป็นจริงว่าปรัชญาการศึกษาของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว คือโลกมองว่าการศึกษา ในยุคปัจจุบันนั้นจะต้องมุ่งเน้นในการที่จะพัฒนาเข้าไปสู่ทุกบริบทของคนอย่างรอบด้าน เพราะปัญหาของคนคนหนึ่งไม่ใช่เป็นปัญหาของครอบครัวหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เป็นปัญหา ของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งแล้ว แต่เป็นปัญหาของสังคมครับท่านประธานครับ เป็นปัญหา ของประเทศชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีจะต้องเข้าใจในการที่จะนําพา กระทรวงศึกษาธิการในฐานะที่เป็นกระทรวงคุณธรรม เป็นกระทรวงที่เป็นความคาดหวังของประเทศชาติว่าจะนําพาประเทศชาติไปสู่อนาคต แต่ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไม่ว่าในเรื่องของการปรับโครงสร้างกระทรวงก็ดี ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการที่จะดึงคนเก่งคนดีมาเป็นครูก็ดี ในเรื่องของ การสร้างขวัญกําลังใจให้กับครูก็ดี หรือแม้แต่เรื่องของการที่จะปฏิรูปการศึกษาที่จะให้ ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม รัฐมนตรีไม่เคยพูดถึงเลย ทั้ง ๆ ที่ในเรื่องนี้ได้มีการเสนอเป็น พระราชบัญญัติจัดตั้งสํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน ในช่วงรัฐบาล ที่ผ่านมามีการจัดตั้งคณะกรรมการที่มีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น สศศ. ทางการศึกษา เรื่องยุทธศาสตร์ในส่วนนี้ผมเข้าใจว่าเป็นส่วนที่ทุกฝ่ายในขณะนี้ ไม่ใช่เป็นความคิดของผมนะครับ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการครับ ท่านได้ซักถามไหมว่าทําไมนักวิชาการแม้แต่เพื่อนครู ของเราได้มีความสงสัยและไม่ไว้วางใจในเชิงยุทธศาสตร์ทางนโยบายของรัฐมนตรีท่านนี้ เพราะท่านมีความสับสน นี่จึงเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณ ในส่วนนี้ไปหลายส่วนเป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ แต่มีบางส่วนที่สําคัญที่ผมอยากจะลงลึกลงไปครับ แน่นอนที่สุดก็คือเรื่องขวัญกําลังใจครู และเรื่องของการที่จะต้องสร้างครูขึ้นมาทดแทน ครูที่เกษียณอายุราชการไปอีก ๑๐ ปีข้างหน้าประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คน นอกจากเรื่อง ครูพันธุ์ใหม่ ท่านประธานครับ ความจริงเราต้องส่งเสริมครูที่เก่งทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีทุนพรีเมียม (Premium ) และ ซุปเปอร์ พรีเมียม (Super premium) สําหรับผลิตครูทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ขึ้นมา ในขณะนี้ก็ไม่ได้ มีการส่งเสริมในเรื่องนี้ และคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้เข้าไปจี้ในเรื่องนี้ แล้วก็มีการปรับเพิ่ม งบประมาณให้เป็นไปตามที่ได้กําหนดเอาไว้ว่าเราจะต้องสร้างครูพันธุ์ใหม่ และที่เป็น อันตรายที่สุดไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการได้ซักถามไหมครับ เราพยายามที่จะลดปัญหา แก้ไขปัญหาหนี้สินครู จัดตั้งโครงข่ายในการพัฒนาชีวิตครู แต่ว่ารัฐมนตรีคนนี้เข้าไปกลับเพิ่ม หนี้สินครูเกินกว่าร้อยละร้อยนะครับ จากโครงการ ช.พ.ค. ที่เคยทํามาให้ครูสามารถที่จะ ก้าวถึงแหล่งทุน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนที่สามารถใช้เงินประกันของ ช.พ.ค. ได้ แต่รัฐมนตรีท่านนี้กลับไปเพิ่มเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านประธาน และมีที่มาว่า การดําเนินการในขณะนี้เป็นที่สงสัยว่าไม่โปร่งใส ไม่โปร่งใสเพราะกําลังจะดําเนินการในการ ที่จะไม่พยายามที่จะลดดอกเบี้ยให้ครูได้รับดอกเบี้ยที่ต่ําลงมา และไม่มีมาตรการในการ รองรับว่าจะมีหลักประกันที่จะให้ครูแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ลดลงได้อย่างไรและอาจจะนําไปสู่ ข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริตจากโครงการนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้มีการกล่าวขานกันมาก และพวกผมก็จะติดตามตรวจสอบต่อไป

เรื่องสําคัญที่สุดครับท่านประธาน ที่ผมอยากจะฝากว่าเป็นข้อสงสัยในเรื่องของ ความไม่โปร่งใส ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการได้ซักถามหรือไม่ คือเรื่องของการจัดหา สนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาเพื่อการศึกษา ท่านไปตั้งงบประมาณไว้ที่สํานักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๒๘ ล้านบาท และมาตั้งงบประมาณที่สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑,๑๘๒ ล้านบาท ในขณะนี้มีกระบวนการที่เป็นที่น่าสงสัยว่าทําไมครับ การจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องนี้จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการโดยนายกรัฐมนตรี จะตั้งมาเป็น กระดองปูเพื่อคุ้มครองในการที่จะดําเนินการที่จะจัดซื้อครุภัณฑ์ที่เป็นคอมพิวเตอร์แบบแท็บเล็ต พกพาให้กับนักเรียน และในท้ายที่สุดก็นําไปสู่กระบวนการในการจัดหาแบบไม่ชอบมาพากล ซึ่งในขณะนี้ก็พบความเป็นจริงว่ากําลังมีการหาช่องทางกันอยู่ และมีการพูดกันว่า มีการเตรียมบุคคลเพื่อที่จะไปจัดตั้งบริษัทในประเทศจีนแล้วกล่าวอ้างว่าจะดําเนินการจัดซื้อ โดยวิธีการจีทูจี (G to G) ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นในการที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ กับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์แบบพกพาให้กับนักเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการ ต้องชี้แจงครับว่ากระบวนการที่ท่านอนุมัติเงินไปทั้งที่ไม่มีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องครู ทั้งเรื่องกระบวนการจัดซื้อ และทั้งเรื่องของการที่จะประดิษฐ์คอนเทนท์ (Content) ที่มาใช้กับ นักเรียน โดยเฉพาะกับนักเรียนชั้น ป. ๑ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อการที่ให้นักเรียนได้รับการเรียนรู้ จากคอมพิวเตอร์แบบพกพา ผลการวิจัยพบความเป็นจริงว่าการพัฒนาคุณภาพ ทางการศึกษาของนักเรียนในระดับ ป. ๑-ป. ๓ นั้น ปัจจัยสําคัญที่สุดอยู่ที่ครู ไม่ใช่อยู่ที่ เครื่องมือ หรือไม่ใช่อยู่ที่คอมพิวเตอร์ครับท่านประธาน

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ที่อยากจะเรียนถามคณะกรรมาธิการ ก็คือประเด็นของการที่เราจะต้องดําเนินการในการที่จะต้องมอบอํานาจหรือกระจายอํานาจ ไปให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการที่จะขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพทางวิชาการให้มหาวิทยาลัยนั้น มีความเป็นเลิศ และมหาวิทยาลัยสามารถที่จะพัฒนาให้เยาวชนหรือคนของเราได้ประกอบอาชีพ ได้อย่างสุจริต และที่สําคัญคือมีความเป็นพลเมืองดีและมีศักยภาพในการแข่งขัน ในขณะนี้ ทราบว่ารัฐมนตรีมีแนวความคิดที่จะรวมมหาวิทยาลัยในระดับจังหวัด และมีแนวความคิด ที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการทางวิชาการของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจว่า ทางคณะกรรมาธิการต้องชี้แจงให้ที่ประชุมเหล่านี้ได้รับทราบต่อประเด็นที่ผมได้ตั้งคําถาม และแน่นอนที่สุดครับ ผมคิดว่าผมไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดได้ที่จะกราบเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าถ้าทางคณะกรรมาธิการซึ่งผมเห็นว่าขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีก็เดินทางมาถึงพอดีครับ ถ้าท่านจะได้กรุณาชี้แจงต่อประเด็นที่ผมได้ตั้งคําถาม เป็นข้อสังเกตไว้ทั้งในเชิงยุทธศาสตร์ของนโยบายที่สับสน ทั้งในเชิงที่มีข้อกล่าวหาในเรื่องของ ความไม่โปร่งใส และทั้งในเชิงของการที่จะพัฒนาคุณภาพของนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษาที่จะต้องมีสถาบันอาชีวศึกษา และระดับ มหาวิทยาลัยที่จะต้องเป็นหัวรถจักรในการที่จะพัฒนาคนของเราให้มีศักยภาพในการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน และในการแข่งขันระดับโลกต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมเรียนท่านประธานว่าในเรื่องงบประมาณผมจะได้ชี้แจง ส่วนเรื่องนโยบายท่านรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านก็เป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วยท่านคงชี้แจงนะครับ ในส่วนที่ท่าน ส.ส. หลายท่านได้ซักถาม โดยเฉพาะท่าน ส.ส.จากพัทลุง ท่านสุพัชรี ซึ่งท่านก็อยู่ใน อนุกรรมาธิการด้านการศึกษากับผม กรณีแท็บเล็ตนะครับ ในที่ประชุมเราก็ได้มีการซักถาม เรื่องนี้ โดยที่ว่าเรื่องการแจกแท็บเล็ตก็เป็นนโยบายของรัฐบาล แล้วก็เงินจํานวนไม่มาก ประมาณพันกว่าล้านบาทที่ตั้งไว้ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ แล้วคิดว่าเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์ แล้วก็เป็นเรื่องใหม่ที่จะส่งเสริมโอกาสให้กับเด็กนักเรียนไทย แล้วในที่ประชุม ทางกรรมาธิการเราก็ได้ย้ําบอกว่าการดําเนินการจะต้องโปร่งใสแล้วก็ให้ได้ของที่ดีที่สุด แล้วก็คุณภาพดีที่สุดครับ ส่วนวิธีการดําเนินการจะเป็นอย่างไร ก็คงเป็นเรื่องการบริหาร เรื่องนโยบายต่อไป

ท่านต่อมานะครับ ก็คือท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ซึ่งท่านก็ได้เป็นห่วงเรื่อง กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. คือต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ กองทุน กยศ. ไม่ได้อยู่ในมาตรา ๒๒ อยู่ในมาตรา ๗ ของกระทรวงการคลัง แต่ผมก็ขอเรียนอย่างนี้ว่า ในอนุกรรมาธิการด้านการศึกษาเราก็ไม่ได้ดูตรงนี้นะครับ อยู่ในอนุกรรมาธิการชุดกองทุน และไอซีที แต่ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่าที่มีการปรับลดไปจํานวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เราก็คิดว่า ยอดกองทุนที่เหลือก็ยังเพียงพอที่จะบริหารได้ แล้วก็คิดว่าขณะนี้นักเรียนต่าง ๆ ก็ได้เปิดเทอม ไปแล้ว เพราะว่ากว่างบประมาณเราจะใช้ก็ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มันก็หมดไปแล้ว ๑ เทอม ก็คิดว่ายอดที่เหลือในขณะนี้เพียงพอต่อการบริหาร

แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านถามว่ามีการไปแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี ๑๐ ไปเป็น ซี ๑๑ แล้วก็ขอกลับมาที่เดิม ถ้าผมสันนิษฐานไม่ผิดคงเป็นคนเดียวกระมังครับ ก็คงท่านเลขาธิการ กศน. ท่านประเสริฐ บุญเรือง ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน คือผมเอง ก็เห็นท่านในที่ประชุมกรรมาธิการที่ท่านมาชี้แจง ก็รู้สึกว่าท่านเป็นคนเก่ง แล้วก็ท่านก็เป็น เลขาธิการ กศน. มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แล้วที่ท่านยังอยู่แล้วก็ได้ไปเป็น ซี ๑๑ ผมก็เห็นว่า คงเป็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ซึ่งท่านก็เห็นว่าถึงแม้ว่าจะเป็นคนของพรรคไหนตั้งไว้ สมัยไหนไม่สําคัญนะครับ ท่านก็คิดว่าเอาคนที่มีความรู้ความสามารถ ท่านคงสนับสนุนไป แล้วส่วนที่ท่านกลับมาอยู่ที่เดิมนี่นะครับ ผมก็เห็นท่านมาชี้แจงท่านก็เป็นคนเก่งชี้แจงอะไรต่าง ๆ ได้ดีนะครับแล้วท่านก็เป็นคนที่สามารถประสานงานอะไรต่าง ๆ ได้ดี แต่ส่วนเรื่องที่มีอะไรอย่างอื่น ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็คงจะเป็นเพียงข่าวที่ว่ากันไป แต่ก็ยังไม่เคยเห็นมีหลักฐานอะไรมานะครับ

ต่อมาท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ท่านก็เป็นห่วงในกรณียกเลิก โครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ในกรรมาธิการในการพิจารณาเราก็ได้มีการซักถาม ก็ยังไม่มีที่จะมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังมีซี ๑๑ อยู่ ๕ แท่ง ก็ยังเหมือนเดิม

ต่อมาประเด็นของอาจารย์ผุสดี ตามไท เรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ผมก็ได้เรียนตอบชี้แจงไปแล้วนะครับ

ส่วนประเด็นของท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ท่านบอกว่าปรับลดไป ๒,๗๓๐ ล้านบาท เราก็ปรับเพิ่มกลับเข้าไป ๔,๖๐๔ ล้านบาท ก็มากกว่าที่ปรับลดลง กระทรวงศึกษาธิการก็ได้งบประมาณมากขึ้น

ส่วนเรื่องอย่างอื่นซึ่งเป็นเรื่องนโยบาย แล้วก็เรื่องการจัดซื้อเรื่องแท็บเล็ต อะไรต่าง ๆ ก็คงให้ท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านได้มาถึงแล้วท่านได้ชี้แจงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ ในฐานะของ กรรมาธิการ แต่จะขออนุญาตพูดในฐานะถูกพาดพิงในฐานะของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายคนพูดถึงคุณภาพทางการศึกษา พูดถึง คุณภาพของการสอบโอเน็ต เอเน็ต (A-NET) พูดถึงปัญหาคุณภาพของน้อง ๆ นักเรียน ที่ไม่ประสบผลในการศึกษา พูดถึงเด็กเร่ร่อน พูดถึงเด็กออกกลางครัน พูดถึงปัญหา ที่เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการทั้งสิ้น ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ ในสิ่งที่ท่านพูดมานั้นจริง เป็นปัญหาที่เรารู้กันมาตลอดครับ ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมของกระทรวงศึกษาธิการ และสังคมของลูกหลานเรา แต่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนผมมาดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อผมดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้น อีก ๓ ปีเราจะต้องก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถามว่าวันนี้ ประเทศไทยมีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไหม ไม่พร้อมครับ ไม่พร้อม อย่างยิ่งเลย วันนี้เองเราไม่เข้าใจคําว่า ประชาคมอาเซียน กันด้วยซ้ําไป กรอบของประชาคมอาเซียน มีกรอบสังคมและวัฒนธรรมเราพอรู้จัก เราพอรู้จักประเทศเพื่อนบ้าน ดีกว่าของการเมือง และความมั่นคง รัฐบาลนี้พยายามที่เชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่สร้างสงคราม ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เพราะอีก ๓ ปี เราต้องรวมตัวกันเป็นประชาคมเดียว และอาเซียนเพื่ออะไรครับ เพื่อแข่งขันกับกลุ่มยุโรป กลุ่มอียู (EU) กลุ่มอเมริกา กลุ่มต่าง ๆ นั่นคือสิ่งที่เราตระหนักว่าภายใน ๓ ปี เราต้องเปิดประเทศเข้าสู่เป็นกลุ่มประชาคมอาเซียน ผมเองเมื่อผมมาดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งแรกที่ผมมอง กระทรวงศึกษาธิการเราคือกระทรวงในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เราคือกระทรวงในการ พัฒนาคน แต่ถามว่าทิศทางการพัฒนานั้นเป็นอย่างไร ยุทธศาสตร์เป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด ของกระทรวงศึกษาธิการ เราขาดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน เราไม่รู้ครับเราจะพัฒนาคน ไปในทิศทางใด สาขาใด อย่างไร เราจะปรับตัวตามบริบทโลกอย่างไรเราไม่รู้ครับ ทางกระทรวงศึกษาธิการผมกําหนดยุทธศาสตร์ ๒๕๕๕ ๒ ปี เราจะต้องดําเนินการปรับตัว เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ๕ ตัวแรกที่ผมมองคือเราต้องแข่งขันกับประชาคมโลกใน ๕ ทวีป เราต้องดูครับ ๑. กลุ่มยุโรป ๒. อเมริกา ๓. แอฟริกา ๔. ออสเตรเลีย ๕. กลุ่มเอเชียเอง เราต้องดูครับว่าบริบทโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การแข่งขันในระดับโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แม้แต่ในกลุ่มของอาเซียนเอง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี ขออภัยจริง ๆ ครับ มีโน้ตขึ้นมาบอกให้ช่วยเบรกด้วย รู้สึกจะตอบมากเกินไป

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ได้ครับ ผมจะตอบย่อ ๆ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาแบบกระชับ ๆ เข้าประเด็น

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรากําลังมองว่าเรากําลังจะปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เรามองว่าการเปลี่ยนแปลง ในบริบทโลกนั้นเป็นอย่างไร เรากําลังมอง ๕ ประสิทธิภาพของตัวเองเป็นอย่างไร แล้วเราก็ ต้องทําหลักสูตรใหม่ครับเพื่อให้สอดคล้องต่อการปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นี่คือสิ่งที่ เราวางเรื่องของยุทธศาสตร์ว่าเรากําลังจะต้องทําหลักสูตรใหม่เพื่อให้ตอบรับกับบริบท ของการผลิต อย่างเช่นประชาคมเศรษฐกิจ ถ้าอาเซียนผลิตสินค้าใดประเทศไทยต้องลด การผลิตลงถ้าหากต้นทุนเขาต่ํากว่าเรา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากเรียนว่า กระทรวงศึกษาธิการวันนี้กําหนดยุทธศาสตร์ ผมอาจจะไม่สามารถอธิบายได้มากเพราะว่า ด้วยเวลาที่จํากัด เราใช้เวลาไปมากแล้ว แต่เรียนนะครับว่าในยุคนี้เป็นยุคแรกที่ กระทรวงศึกษาธิการทํายุทธศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุด มีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนที่สุด แล้วจะแก้ไขตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านพูดมานะครับ ไม่ว่าเป็นปัญหาเรื่อง การเรียนตกต่ําหรือในสิ่งต่าง ๆ จริง ๆ มีหลายเรื่องที่จะชี้แจง แต่ผมคิดว่าวันนี้เองต้องเรียนว่า หลายเรื่องที่ท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนและสับสน อยากขออนุญาตให้ท่านไปอ่าน ข่าวสารข้อมูลใหม่ในส่วนของทางกระทรวงศึกษาธิการที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนไป ท่านอาจจะตรวจสอบไม่ครบ หรืออ่านไม่ครบ หรือพยายามไม่เข้าใจก็ตามนะครับ แต่ยืนยันว่า ในยุคนี้เป็นยุคที่เราทําการพัฒนาเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมั่นคง แน่นอน ก็ขออนุญาตใช้เวลาชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ไม่มีท่านใดติดใจ ขออนุญาตผ่านเลยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๓ กระทรวงสาธารณสุข มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ข้อตกลงมาตรานี้ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านสามารถ ม่วงศิริ ขอผ่านเลยได้ไหมครับ

พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ กรุงเทพมหานคร

ผมพูดสั้น ๆ ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอสัก ๒ นาที ได้ไหมครับ

พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ ขอบคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก นายแพทย์สามารถ ม่วงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครครับ ผมขออภิปรายในมาตรา ๒๓ งบของ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตั้งไว้ ๙๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก กระทรวงสาธารณสุขมีการจัดสรรแล้วก็การกระจายงบประมาณ การบริหาร ไม่มีประสิทธิภาพครับ ท่านทราบหรือไม่ครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่ง ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางแห่งไม่มีเงินจ่ายค่ายา และอีกหลายแห่งไม่มีเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย คําว่า เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย นี่คืออะไร เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายเป็นเงินรายได้ของแพทย์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นแรงจูงใจทําให้แพทย์ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนแห่งนั้น บางแห่งห่างไกล นอกเหนือจากเงินเดือนครับ ซึ่งเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายจ่ายให้แพทย์ พยาบาล แล้วก็เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขอื่น ๆ ซึ่งเท่าที่ทราบในปีที่ผ่านมาในปี ๒๕๕๔ มีการให้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายจัดสรร จากเงินงบประมาณ ๘ เดือน แต่ในปี ๒๕๕๕ ไม่มีการจัดสรรจากเงินงบประมาณ ผมขอสอบถามท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าได้มีการตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้หรือไม่ครับ แล้วก็สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือจะทําให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขขาดขวัญกําลังใจ ท่านทราบหรือไม่ครับในโรงพยาบาลชุมชนห่างไกล เช่น โรงพยาบาลมี ๓๐ เตียง แต่มีแพทย์ ๔ คน คนหนึ่งไปประชุม อีกคนหนึ่งเป็นผู้บริหาร ๒ คนตรวจคนไข้ วันหนึ่ง เช่นผู้ป่วยนอก ๓๐๐-๕๐๐ ราย ถ้ามีแพทย์ขาดขวัญกําลังใจลาออกไป ๑ ราย อีกคนหนึ่งลาออกตามไป ไม่ช้าแน่นอน ซึ่งรัฐบาลได้แถลงนโยบายว่าจะให้ประชาชนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวกรวดเร็วและเป็นธรรม ถ้าอย่างนี้จะมีคุณภาพได้อย่างไร ถ้ามีประชากรผู้เจ็บป่วยต่อแพทย์ ซึ่งผู้ป่วยมากขึ้น แพทย์ลดลง ผู้รับเคราะห์คือประชาชนผู้เจ็บป่วยครับ สุดท้ายผมขอถาม กรรมาธิการว่าท่านได้สอบถามผู้มาชี้แจงจากกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ว่าได้จัดสรร งบประมาณ กระจายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่กับการบริหารโรงพยาบาลชุมชน ประสบภาวะขาดทุน การบริหารแล้วแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขขาดขวัญกําลังใจ และจะส่งผลกระทบโดยตรงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้เจ็บป่วยที่ได้รับบริการไม่มีคุณภาพ สะดวกรวดเร็วตามที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการ ที่เพื่อนสมาชิกได้ถาม นะครับว่าเงินในส่วนของเบี้ยเลี้ยงหรือค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ในส่วนของโรงพยาบาลว่า มีการจัดตั้งงบประมาณหรือเปล่านะครับ ผมเรียนว่าในส่วนหนึ่งเงินงบประมาณ ซึ่งเราก็ทราบดีอยู่แล้วว่ามันช่วงสิ้นปีงบประมาณ แต่อย่างไรก็ตามเงินที่มีปัญหาในส่วนของ โรงพยาบาลถ้ามีในส่วนนี้ ในส่วนของกรรมาธิการเองก็ได้รับฟังข้อซักถามในประเด็นนี้ว่า ก็มีเงินส่วนหนึ่งซึ่งสามารถเบิกจ่ายโดยตรงมายังส่วนกลางของกระทรวงได้ แล้วถ้ามันมีปัญหาอีก ในส่วนนี้ทางรัฐบาลเองโดยกระทรวงก็สามารถขอเงินในส่วนของงบกลางในกรณีจําเป็น ออกมาใช้เพราะว่าในขณะนี้งบประมาณในช่วงสิ้นปีงบประมาณซึ่งปีนี้ก็เป็นปีหนึ่ง ซึ่งงบประมาณผิดจากโดยปกตินะครับ ส่วนเรื่องของการบริการถ้าเกิดมีปัญหาผมเรียนว่า ไม่มีปัญหาหรอกครับ ถ้ามีปัญหาในส่วนของระบบก็ต้องมีการแจ้งเข้ามา อาจจะมีบ้าง เพราะว่าการเบิกจ่ายเงินบางครั้งเองขั้นตอนเงินอาจจะมีปัญหาบ้างนะครับ ขอเรียนว่า ในส่วนของการให้บริการในระบบของสาธารณสุขโดยภาพรวมไม่มีปัญหาครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขออนุญาตผ่านเลยนะครับ ต่อไปมาตรา ๒๔ ขออนุญาตผ่านเหมือนกันนะครับ ไม่มีท่านใด ติดใจนะครับ มาตรา ๒๕ ขออนุญาตผ่านนะครับ เชิญท่านกษิตครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขอบคุณครับ ผมใช้เวลาแค่ ๒ นาทีเท่านั้นเองครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตราไหนครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

มาตรา ๒๕ สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สัก ๓ นาที ไม่เกินครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอสัก ๒ นาที ได้ไหมครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

๒ นาทีก็ได้ครับ คือผมพูดสั้น ๆ คือเหตุที่ ได้เสนอขอแปรญัตติขอตัดงบไป ๓ เปอร์เซ็นต์ก็ด้วยเหตุผลว่าผมดูแล้วงบประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทจึงดูจะหนักไปในเรื่องของวัตถุคอมพิวเตอร์ แต่ก็อยากจะให้สํานักงาน พระพุทธศาสนานั้นเน้นงานในการที่จะนําเอาหลักธรรมะมาเป็นหลักของการดํารงชีวิต ในสังคมไทยของชาวพุทธเป็นสําคัญ เพราะว่าสังคมไทย ณ วันนี้ก็มีประเด็นปัญหา ของจริยธรรม ของค่านิยม ของศีลธรรม ของการไร้ยางอาย การหวือหวาเชื่อง่าย ขาดสติ ผมก็อยากจะให้สํานักงานพระพุทธศาสนาได้เน้นงานที่จะเกี่ยวกับการเผยแพร่ธรรมะ เป็นสําคัญ แล้วก็ในการเพียรพยายามที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการสมาธิวิปัสสนา แล้วก็การสอนพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันก็อยากจะให้สํานักงานพระพุทธศาสนา ช่วยอํานวยความสะดวกในการที่จะส่งภิกษุสงฆ์ไปจาริกแสวงบุญที่ชมพูทวีปครับ

แล้วก็ประเด็นสุดท้ายอยากจะให้สํานักงานพระพุทธศาสนานั้นจัดการประชุม เป็นระยะ ๆ กับผู้นําทางศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม แล้วก็ศาสนาฮินดูในประเทศไทย อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่กําลังได้เกิดขึ้นในโลกที่ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า อินเทอร์เฟส (Interface) ก็ขอฝากทางท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะเน้นให้สํานักงาน พระพุทธศาสนาทําตัวทํางานให้เป็นหลัก เป็นแกนนําของประเทศไทยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็คือว่าฝากนะครับ ไม่มีใครติดใจนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตผ่านเลยนะครับ มาตรา ๒๖ รัฐสภา ตามข้อตกลงไม่มีท่านใดจะอภิปรายนะครับ แต่เนื่องจากท่านชัย ชิดชอบ ขออภิปราย ผมให้เกียรติท่านสัก ๒-๓ นาที เชิญครับ

นายชัย ชิดชอบ บัญชีรายชื่อ

ผมผู้แปรญัตติครับ ท่านไม่ต้องให้เกียรติผม หรอกครับท่านประธาน เพราะผมทําตามหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ และตาม ข้อบังคับ

ก่อนที่ผมจะอภิปรายผมขออวยพรให้ประธานรัฐสภาและคณะทั้ง ๓ ท่าน ประสบแต่ความสุขโชคดี ตลอดปี ๒๕๕๕ ท่านประธาน เรื่องที่ผมจะเรียนนี้ไม่ต้องเสียเวลามาก เอาสั้น ๆ เนื่องจากสมัยที่ผมเป็นประธานรัฐสภา ผมได้ดําเนินการเกี่ยวกับการสร้างรัฐสภา แห่งใหม่และเราตั้งคณะกรรมการทุกสาขา ทุกกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ได้ที่จากทางทหาร เข้ามาพื้นที่เดิม ๑๐๙ ไร่ พอชําระสะสางเงินทองเสร็จเราได้ที่ ๑๒๓ ไร่ พื้นที่ที่จะสร้างรัฐสภา และทางทหารเขาก็รื้อถอนพื้นที่บางส่วน ส่วนที่เราสามารถที่จะไปตอกเสาเข็มได้ ๓๒ ไร่ กระผมขอประทานกราบเรียนถามประธานตรง ๆ นะครับ เพราะว่าเราจะก่อสร้างและเราก็ได้ผ่าน มติ ครม. เรียบร้อย อะไรเรียบร้อยจนได้เงินได้ทอง จ่ายเงินจ่ายทองให้แก่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งที่ดินหลายส่วน แม้แต่โรงเรียนโยธินบูรณะ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เราก็โอนจ่ายให้เขา เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้นเลย แบบผมก็ทราบว่าคณะกรรมการตรวจรับก็คงจะ ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีเรื่องที่ค้างอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ เป็นค่าควบคุมงาน กับค่าควบคุมการก่อสร้าง เงินไม่ถึง ๒๐๐ ล้านบาท แต่เงินสภาของเรามีเหลืออยู่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถามทางสํานักงบประมาณได้ ผมได้ตรวจสอบดูหมดและตามเรื่อง มาตลอด ผมรอความหวังว่าท่านประธานรัฐสภาที่ชื่อสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ คนนี้ละ จะเป็นคนที่จะต้องสร้างสภาให้เสร็จตามพระบรมราชโองการของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ วันวางศิลาฤกษ์ ท่านได้มีพระราชดํารัสถามว่าจะเสร็จเมื่อไร ในแผนเดิม ๙๐๐ วัน ว่าจะมีการประกวดราคาในเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ครับ ๙๐๐ วัน ตอนนี้ก็ล่วงเลยแล้ว กระผมเป็นห่วงนะครับ เรื่องของใหญ่ของโตนี่ลําบาก ผมขออนุญาตต่อนิดหน่อยนะครับ ไม่ใช่ ๓ นาทีเพราะเรื่องนี้เรื่องสําคัญ เรื่องของพวกเราทุกคน ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และข้าราชการทั่วประเทศเป็นที่เชิดหน้าชูตา แม้แต่ในหนังสือนี้ยังเขียนชัดนะครับรูป ท่านก็เห็น ท่านเป็นกรรมการใหญ่คนหนึ่ง เราก็ทราบว่าท่านก็ได้ดําเนินการเหมือนกัน ผมก็ตามเรื่องตลอด ผมก็อยากถามท่านตรง ๆ ว่าและการประกวดราคามันต้องดําเนินการประกวดราคา ไม่ใช่ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ต้องประกวดทั่วโลกนะครับ เพราะเรื่องราวมันใหญ่ ใช้เงินตั้งเกือบ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในนี้มี ๑๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท เท่าไรไม่ว่าหรอกครับ แล้วแต่ ผู้ประกวดราคาอาจจะต่ํากว่านี้ก็ได้ ควรจะเริ่มประกวดราคาครับ เพราะว่าถ้าประกวดราคาแล้ว กําหนดระยะเวลาเราจะสร้างเมื่อไร อะไร ก็อยู่ในเงื่อนไข ก็อยู่ที่ท่านประธานนะครับ ท่านประธานอย่านิ่งนอนใจครับ เกียรติยศชื่อเสียงระหว่างที่ท่านเป็นประธานสภาถ้าสร้างเสร็จ ในสมัยท่าน ท่านเป็นคนนั่งคนแรกนะครับ เก้าอี้ใหญ่นี่ท่านต้องเป็นคนนั่งคนแรก เกียรติของท่านนะครับ ท่านเจริญก็อาจจะนั่งข้าง ๆ ไม่เป็นอะไรครับ แล้วแต่ว่าสลับไป ก็นั่งกลางเหมือนกันทั้งหมด ก็เพื่อพรรคเพื่อไทยด้วยนะครับ ผมก็อยากจะถามท่านตรง ๆ ท่านจะเริ่มดําเนินการประกวดราคาเมื่อไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณพ่อชัย ขอบคุณจริง ๆ ครับ ที่จริงเรื่องของรัฐสภาผมให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะผม เข้าใจความรู้สึก ไม่เพียงแต่สมาชิกนะครับ หมายถึงความรู้สึกของข้าราชการพวกเราด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของผมคือทําอย่างไรเราถึงจะมีบ้านใหม่เร็วที่สุด เป็นธงเลย แต่ต้องยอมรับความจริงนะครับ วันที่ผมเข้ามารับตําแหน่งทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดครบถ้วน จนผมแทบจะไม่ต้องทําอะไรเลยนะครับ แล้วก็ที่สําคัญผมประชุมเกี่ยวกับรัฐสภาวันแรก ผมก็แทบลมจับเพราะปัญหาเยอะมาก จากทีแรกคิดว่าทุกอย่างคงเรียบร้อยหมดแล้ว ผมคงสบาย แต่พอมาประชุมวันแรกปัญหาเยอะแยะ แล้วก็มีความรู้สึกว่าถ้าอย่างนี้เป็นสภา ๓ ชั่วโคตร แน่นอน ยกตัวอย่างเช่นโรงเรียนโยธินบูรณะใช้เงินของสภา ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็นข้อตกลงว่า ให้ที่ไปเท่าตัว แล้วก็ให้เงินไปอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปสร้างอาคารอะไรต่าง ๆ แล้วก็ตกลงกัน ชัดเจนนะครับว่าจะย้าย แต่พอผมมารับตําแหน่งโรงเรียนเขาว่าอย่างนี้ครับ เขาบอกว่า ยังขาดงบอยู่อีก ๖๐๐ ล้านบาท เพราะยังสร้างไม่ครบ ไปสร้างโรงเรียนเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ เป็นเหมือนโรงแรม ๕ ดาว มีสระว่ายน้ําอยู่ชั้นไหนผมจําไม่ได้แล้ว ชั้น ๔ หรือชั้น ๕ อะไรทํานองนี้ แล้วผมก็ไม่สบายใจว่าแล้วปล่อยผ่านมาได้อย่างไร แล้วก็มายื่นเงื่อนไขว่าถ้าไม่ได้อีก ๖๐๐ ล้านบาทก็ไม่ย้าย ผมรับไม่ได้ครับ นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่เป็นปัญหานะครับ

เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามจากฝั่งโน้นมาทางฝั่งเรา สภาใหม่นี่ครับ ก็ไม่รู้ไปดูแลกัน อย่างไร มันทิ่มเข้ามาในบริเวณของสภาแล้วก็แก้ไขกันลําบาก ก็กําลังหาทางออก

แล้วอีกประเด็นหนึ่งส่งผลให้คืนพื้นที่ล่าช้าไปอีก ๓๐๐ วัน ก็แปลว่าในช่วง ๓๐๐ วันถึงประมูลไว้วันนี้ก็ยังทําอะไรไม่ได้ มันก็เลยเท่ากับซื้อโอกาส ซื้อเวลาให้ผม ๓๐๐ วัน ในการหาทางออก ผมมีเวลา ๓๐๐ วันในการหาทางออก ไม่เพียงเท่านี้นะครับ จากเงื่อนไข ข้อตกลงทีโออาร์กําหนดไว้ ๙๐๐ วัน นอกจากก่อน ๙๐๐ วัน บวก ๓๐๐ วันก่อน เนื่องจาก คืนพื้นที่ล่าช้าแล้วมาบวก ๙๐๐ วัน ประชุมวันแรกเหมือนกันสิ่งที่ผมคาดว่าไม่น่าจะได้ยิน ผมก็ได้ยิน จะต่อรองจาก ๙๐๐ วัน บวกอีก ๗๐๐ วัน กลายเป็น ๓๐๐ วัน บวก ๙๐๐ วัน บวก ๗๐๐ วัน ผมแทบลมจับ ผมพูดในที่ประชุมผมเป็นวิศวกร ถ้าออกมาเป็นลักษณะอย่างนี้ ผมรับไม่ได้ ผมใช้คําพูดในที่ประชุมอย่างนี้เลยนะครับ ถ้าบริษัท ๔ บริษัทที่ท่านเตรียมไว้ให้ ถ้าจะสร้างต้องใช้เวลา ๙๐๐ วัน บวก ๗๐๐ วัน ในฐานะเป็นวิศวกร ผมรับไม่ได้ ถ้าบริษัทคนไทย ทําภายใน ๙๐๐ วันไม่ได้ ผมก็จะเปิดให้ประมูลกันทั่วโลกเลย เพราะผมต้องการให้สภาเรา บ้านใหม่เราครับเสร็จเร็วที่สุดเหมือนกัน แต่เมื่อเป็นปัญหาอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมจะต้องมา รับผิดชอบ จริง ๆ ผมยังไม่ได้ทําอะไรสักอย่าง ท่านทําของท่านไว้เบ็ดเสร็จครบถ้วน ทุกประการเลย แต่ผมมานั่งตรงนี้ไม่ได้ทําอะไร แต่ต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ เพราะฉะนั้นผมถือว่ามันเป็น ความรับผิดชอบของผม ผมมีเวลา ๓๐๐ วัน ที่จะหาทางออก ผมอยากอยู่สภาเหมือนกับท่าน เหมือนกัน สภาใหม่ของเราครับ ในช่วงถ้าอยู่ครบวาระ ถ้าเลือกได้ เพราะฉะนั้นเอาว่า ขอเวลาให้ผมหาทางออกเพื่อให้สภาเราเสร็จภายใน ๙๐๐ วัน ไม่ใช่ ๓๐๐ วัน บวก ๙๐๐ วัน แล้วบวก ๗๐๐ วัน ไม่ใช่แน่นอน ตรงนั้นผมยอมไม่ได้ ผมจะหาทางออกให้เสร็จภายใน ๙๐๐ วันเหมือนเดิมครับ ขอเวลานะครับ เพราะผมมีเวลา ๓๐๐ วันครับ เชิญพ่อชัยครับ

นายชัย ชิดชอบ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ตอนแรกที่ข้อ ๑ เรื่องโรงเรียนโยธินบูรณะ ไม่มีเงื่อนไขครับ เพราะเราได้ทําข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แล้วดูเหมือนคณะกรรมการที่ท่านเจริญตั้งแล้วยังเชิญผมไปชี้แจงร่วมกับผู้อํานวยการนะครับ เขาก็รับปากรับคําเรียบร้อย เพราะเรามีเงื่อนไขไว้ว่าเมื่อเขาสร้างที่โรงเรียนนั้นเสร็จในยอด ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราโอนให้กระทรวงศึกษาธิการไปแล้วนั้น โอนไปแล้ว แล้วเขาประกวดราคาแล้ว ตอนนี้เขาตอกเสาเข็ม เขาอะไรแล้วในอาคารใหม่ พอเสร็จเมื่อไรเขาก็จะย้ายทันที ที่อาคาร ตรงนี้ไม่ใช่เป็นสถานที่ก่อสร้าง เรารื้อ เราถอน เมื่อไรก็ได้ เป็นสถานที่ที่เตรียมไว้สําหรับรับม็อบ นี่ข้อแรกครับ หมดปัญหา

ส่วนข้อ ๒ เรื่องสะพานที่กรุงเทพมหานครดําเนินการที่จะสร้างข้ามมาข้างเรา สภาแห่งนี้ก็มีมติกันแล้วครับ เมื่อสภาสมัยครั้งที่ ๒๓ ครั้งที่แล้ว ได้มีมติกันตรงนี้ แล้วก็ได้มี ที่ประชุมของคณะก่อสร้างอาคารรัฐสภาทําหนังสือโต้ตอบกันจนเสร็จเรียบร้อย จนทาง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย สั่งห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างที่บริเวณนั้น เกินกว่าเหมือนจะเป็น ๙ ชั้นหรืออะไร ผมก็จําไม่ได้ ออกพระราชกฤษฎีกาแล้ว ผมว่าปัญหานี้ อยู่ที่สภาเพราะท่านวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ยอมกันทุกคนครับ ในเอกสารท่านประธานท่านก็เห็นอยู่แล้ว ฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วง ๒ เรื่องนี้ เมื่อเข้าสู่สภา ถ้าสภาไม่ให้เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปสร้างตรงนี้ เราให้ทําลอดใต้ดินไป ถึงจะเพิ่มอีกประมาณราว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราก็ยอมเพื่อศักดิ์ศรีของสภา กระผมคิดว่า พวกเราทุกคนคงจะไม่มีปัญหาอะไร แล้วก็เรื่องนี้กระผมคิดว่าก็อยู่ที่ท่านประธาน ท่านประธานยืนยัน ๙๐๐ วัน ผมก็ขอบคุณครับ ก็ขอให้เสร็จในสมัยที่ท่านประธานคนนี้ เป็นประธานเพื่อศักดิ์ศรีของประเทศไทยของเรา เพราะว่าในโลกนี้ไม่มีที่ไหนสร้างสภา สวยเหมือนกับแบบที่ท่านมีส่วนร่วมในการดูแบบนี้แล้วก็ได้อนุมัติกัน กระผมก็ขอขอบคุณ เพียงอยากทราบแค่นี้ กราบขอบพระคุณมากครับ แล้วก็ขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชน ผู้เสียภาษีด้วยเพราะเราจะได้สภาหลังใหม่โดยท่านประธานรัฐสภาคนนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านชัยครับ ก็ต้องพูดจากใจนะครับ ผมคงรับไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องเอาเงินภาษีของประชาชน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปชดเชยความผิดพลาดนะครับ ผมรับไม่ได้ครับ นี่ประการที่ ๑ นะครับ

แล้วประการที่ ๒ ภาวนาเงิน ๖๐๐ ล้านบาท ที่โรงเรียนโยธินบูรณะเรียกร้องมา ข้อสรุปสุดท้ายคือมอบให้เขาไปจัดการเอาเอง คือไปขอกับ สพฐ. อะไรอย่างนี้ ก็ภาวนาขอให้ มันจบนะครับ ภาวนาไว้อย่างนั้นนะครับ ซึ่งจริง ๆ ไม่ควรจะต้องมี ๖๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ไม่ควรจะมีจริง ๆ ก็เป็นการเอาภาษีของพวกเราไปชดเชยความผิดพลาดอีกนั่นละครับ อีก ๖๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ผมก็ทําใจลําบาก

แล้วประการสุดท้ายที่ทําใจลําบาก ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยนะครับ แล้วมามัดมือชกให้ผมต้องเปิดประมูลโดยมีบริษัทแค่ ๔ บริษัท มีสิทธิมายื่นประมูล ผมก็ทําใจลําบากเหมือนกัน ผมไม่อยากพูดลึกหรือมากไปกว่านี้นะครับ ให้เกียรติท่าน ให้เกียรติพ่อชัยครับ เชิญครับ

นายชัย ชิดชอบ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ต่อหน้าพระพักตร์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๔ บริษัทนี้ผมไม่รู้เรื่องเลย มีคณะทํางานทั้งหมด ถ้าผมเกี่ยวข้องแม้แต่สตางค์แดงเดียวหรือ ๑ เหรียญนี่ขอให้ผมตายตรงนี้ ผมทําด้วย ความบริสุทธิ์ใจ ทุกอย่างเรียบร้อยหมด ผมกราบเรียนด้วยความสัตย์จริงอย่างนี้ ส่วน ๖๐๐ ล้านบาท เราไม่เกี่ยวข้อง สภาไปเกี่ยวข้องอะไร ไปของบประมาณปกติที่ไหน ก็เรื่องของเขา เพราะเราจ่ายไปแล้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเงื่อนไขที่เราได้มีข้อตกลงกัน ท่านประธานก็เห็นเอกสาร ฉะนั้นเราไปยุ่งไปเกี่ยวอะไรครับ เหมือนกับเรามาปรับลด งบประมาณในวันนี้ เช่น ผมขอปรับลดงบประมาณของสภาเพื่อพูดนี่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในยอดเงิน แล้วก็ที่ขอในปีนี้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเขาให้ค่าอะไรต่าง ๆ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๗๓ ล้านบาทบ้างอะไรต่าง ๆ เขาก็ไม่ให้แม้แต่สตางค์แดงเดียว คณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ดูอย่างรอบคอบเพราะเงินของสภามี แล้วมาขอแปรญัตติทําไม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็สมควรครับ ท่านชัย ชิดชอบ ครับ

นายชัย ชิดชอบ บัญชีรายชื่อ

อันนี้ก็เรียนด้วยความสัตย์จริงอย่างนี้ครับ เพราะท่านประธานพูดเมื่อสักครู่นี้เสมือนว่าอ้าย ๔ บริษัทนั้นผมมีส่วนร่วม ผมไม่รู้จักเลย แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยในเรื่องเหล่านี้ด้วยความสัตย์จริง แต่ผมเรียนแล้วว่าถ้าผมมีเรื่องเหล่านี้ ไปเกี่ยวข้องก็ขอให้มีอันเป็นไปต่อหน้าพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ถ้าใครพูดใส่ร้ายป้ายสีผมในทางไม่ดีก็ขอให้มันมีอันเป็นไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สาธุครับ ก็คงพอนะครับ ผมขอเวลาที่จะไปดูแลเรื่องนี้ให้ดีที่สุดครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

จบแล้วกระมังครับ พอแล้วกระมังครับ ดึกแล้วครับ ท่านสุนัยพอแล้วกระมังครับ ท่านสุนัยครับ พอเถอะครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัยครับ ผมไม่ได้ไปยุ่งอะไรถกเถียงเรื่องสภาราคาเท่านั้น กี่บริษัทเลย ผมพอแล้วครับ แต่ผมกําลังจะบอก ท่านประธานว่าข้อบังคับทําให้การประชุมมันกระชับและรวดเร็ว ขณะนี้ ๐๑.๑๕ นาฬิกา ผมก็เพิ่งรู้ว่าถ้าเป็นผู้อาวุโสแล้วถกเถียงกันได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

มันไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับแล้วอย่างนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบนะครับ ไม่มีท่านใดติดใจขออนุญาตผ่านนะครับ มาตรา ๒๗ ขอผ่านนะครับ มาตรา ๒๘ เรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านอภิชาต การิกาญจน์ คงเป็นท่านสุดท้ายที่จะอภิปราย งบประมาณปีนี้ ก็ขอสัก ๕ นาทีนะท่าน เชิญครับ

นายอภิชาต การิกาญจน์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะกรรมการการเลือกตั้งขอจัดสรรงบประมาณไว้กลม ๆ เกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๙๐๐ ล้านบาท ปรับลดไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่า คําถามของคณะกรรมาธิการงบประมาณที่มีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งคงไม่เกิน ๒ คําถามนี้หรอกครับ ข้อ ๑ คือการจัดการเลือกตั้งที่เรียบร้อย และข้อ ๒ ปัญหาในเรื่อง การซื้อสิทธิ ขายเสียงในการเลือกตั้ง

ผมต้องปรับลดงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยเห็นว่า ตลอดระยะเวลาเวลาที่เรามีคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้ามา ปัญหาในเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง เป็นสิ่งเดียวที่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถจัดการได้ กระบวนการในทางการเมือง เราต้องการคัดเลือกคนดี ๆ เข้ามาสู่สภา แต่ในสนามเลือกตั้งทั่วประเทศทั้ง ๔๐๐ สนาม ไม่ได้เป็นการต่อสู้ของการเมืองดีทั้งหมดครับ เขตใดที่เป็นการเมืองดีก็ถือว่าเรียบร้อย ในการเลือกตั้ง เขตใดที่เป็นการต่อสู้ระหว่างการเมืองดีกับการเมืองเลว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องสามารถจัดการกับการเมืองเลวที่มีการซื้อเสียง เราต้องการ คนดี ๆ มาเป็นผู้แทนราษฎร แต่เราไม่สามารถที่จะจํากัดหรือสกัดกั้นไม่ให้คนชั่วเข้าสู่ การเมืองได้ เพราะเขาบอกว่าเขามีสิทธิ มีคุณสมบัติ มีคุณลักษณะครบถ้วนทุกประการ ในการที่จะเสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้ง แล้วถ้าหากว่าการเลือกตั้งนั้นเขาได้รับการยอมรับ ได้รับการเลือกด้วยเสียงข้างมากก็ถือเป็นความชอบธรรม เป็นความชอบธรรมของการเป็น ผู้แทนราษฎรที่ไม่คํานึงถึงวิธีการที่ได้มาว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องการซื้อเสียง มีผลกระทบต่อการเมืองดีแน่นอน

ผลกระทบข้อที่ ๑ คือเขตใดที่เขารู้ว่าการเมืองดี ไม่ซื้อเสียง เขาจะวางแผน ในการซื้อเสียง

ประเด็นที่ ๒ แรงกระทบจากการที่ กกต. ไม่สามารถจัดการเรื่องการซื้อเสียง ในทุกระดับได้ เราต้องยอมรับว่าในสนามการเมือง ในสนามการเมืองท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล เสียงทุกเสียง เกือบทุกเสียงพูดได้เลยว่า ตีค่าเป็นเงินครับ เพราะ กกต. ไม่เอาจริงกับเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงของนักการเมือง ในระดับท้องถิ่น คนที่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งคุ้นเคยกับการได้รับประโยชน์ ได้รับเงินจาก การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ปัญหาก็คือมันจะลามขึ้นมาในการเมืองระดับชาติ ถ้า กกต. ไม่จัดการในเรื่องเหล่านี้ ผมเชื่อว่าแรงกระทบทั้ง ๒ อย่างจะเป็นผลให้การเลือกตั้ง ในระดับชาติในวันข้างหน้าเราจะมีปัญหาแล้วก็แก้ปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงไม่ได้ แนวโน้มที่ดีหลังสุดของการเลือกตั้งรอบหลังสุดที่ผมเห็นว่าเป็นแนวโน้มที่ดีในทางการเมือง ก็คือ หลายเขตในภาคอีสานเป็นเขตที่มีพวกเราในสภาแห่งนี้ได้รับการเลือกตั้งโดยไม่ใช้เงิน แต่นั่นก็คือ การทําความเข้าใจกับผู้คน การมีเครือข่ายทางการเมืองที่เหนียวแน่น ทําความเข้าใจ ให้คนเข้าใจในอุดมการณ์หรือแนวทางในทางการเมือง เป็นเพียงบางเขต เป็นเพียงบางส่วน เพราะฉะนั้นภารกิจของ กกต. จึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะการจัดการเลือกตั้งเพียงประการเดียว จะต้องสามารถขจัดการซื้อเสียงให้ได้ คนที่ซื้อเสียงจะต้องถูกลงโทษ ความไม่เชื่อมั่นว่า กกต. จะสามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ ผมจึงขอปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ติดใจนะครับ ขอผ่านเลยนะครับ มาตรา ๒๙ ขอผ่านนะครับ มาตรา ๓๐ ขอผ่านนะครับ มาตรา ๓๑ ผ่านครับ มาตรา ๓๒ ผ่านนะครับ มาตรา ๓๓ ผ่านครับ มาตรา ๓๔ ผ่านนะครับ มาตรา ๓๕ ผ่านนะครับ จบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้วครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งครับ มีท่านใดจะแก้ไข ถ้อยคําหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่สามครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เชิญท่านสมาชิก ข้างนอกเข้าที่ประชุมครับ ลงมติครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ เชิญท่านเสียบบัตรแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ แสดงตนได้เลยนะครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ถ้าพร้อมส่งผลได้เลย นะครับ พร้อมส่งผลได้เลยครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๕๑ คน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมขอมติเลยนะครับ มติสั้น ๆ ครับ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่ครับ เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ

ท่านสมาชิกครับ มีข้อสังเกตครับ ขออนุญาตขอมติข้อสังเกตเลยนะครับ คงไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ผมถามมติเลยนะครับ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ครับ เชิญครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ขอปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยนะครับ มติเห็นด้วย ๔๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ

ท่านนายกรัฐมนตรีมีอะไรกล่าวไหมครับ เชิญครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่านค่ะ ในนามของรัฐบาลก็ต้องถือโอกาสนี้ในการขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการ ที่ร่วมกันในการแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณ และพร้อมกับลงคะแนนมติเห็นชอบรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องมีความจําเป็น ที่จะนํางบประมาณนั้นไปใช้เพื่อในการพัฒนาและฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะในปีนี้ก็ถือว่า เป็นปีที่พิเศษที่เราประสบภาวะมหาอุทกภัย ซึ่งรัฐบาลก็ได้มีการจัดสรรในการหักงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบปกตินั้น เพื่อที่จะมาใช้เป็นงบกลางในการที่จะดูแลเยียวยา และฟื้นฟูเพื่อให้สภาพต่าง ๆ หลังอุทกภัยนั้น กลับคืนสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด เป็นจํานวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนที่เหลือนั้น ก็จะนํางบประมาณในการที่จะใช้ในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศ และรวมถึง นโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจและความมั่นใจของพี่น้องประชาชนค่ะ ดิฉัน ในนามของรัฐบาลก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ความห่วงใยในข้อกังวล โดยเฉพาะงบกลางนั้นเป็นจํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ต้องมาใช้ในเรื่องของมหาอุทกภัย ก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่างบกลางนี้รัฐบาลมีวิธีการในการที่จะกลั่นกรอง ด้วยการมีการตั้งคณะกรรมการทั้ง ๓ ชุด ซึ่งจะเป็นคณะกรรมการที่ดูแลในเรื่องของ การกลั่นกรอง เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน และเรื่องของการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ซึ่งทั้ง ๓ คณะกรรมการนี้จะทําหน้าที่กลั่นกรองและเสนอคณะรัฐมนตรีในการใช้งบกลางทุกครั้ง ก็เชื่อมั่นว่าวันนี้หลังจากที่มีการอนุมัติต่าง ๆ แล้ว รัฐบาลก็พร้อมที่จะมีรายละเอียดที่จะให้ ในการที่จะส่งมอบให้เพียงพอที่จะให้ตรวจสอบ สําหรับการใช้งบประมาณต่าง ๆ นั้น ก็ขอยืนยันกับท่านสมาชิกทุกท่านว่ารัฐบาลจะนํางบกลางในการใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ในการฟื้นฟูแล้วก็ช่วยเร่งในการแก้ปัญหาให้กลับมาสู่สภาพเดิม และการใช้งบประมาณ ในปี ๒๕๕๕ นั้นก็จะใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลอย่างเต็มที่ และที่สําคัญต้องโปร่งใสค่ะ

สุดท้ายขอขอบคุณท่านสมาชิก ท่านประธานสภา ท่านคณะกรรมาธิการ ที่ร่วมกันถกและแสดงความคิดเห็นตลอด ๓ วัน เต็ม ๆ แล้วก็รวมถึงโดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ก็ได้เริ่มมีการทํางานกันตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน รวมถึง มีการประชุมถึง ๓๓ ครั้ง รัฐบาลจะขอน้อมรับในคําแนะนํา คําชี้แจงต่าง ๆ นั้น เพื่อไปประกอบการทํางาน และการพิจารณาต่าง ๆ ต่อไป สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่าน อีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๐๑.๓๓ นาฬิกา

ของวันเสาร์ที่ ๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕