สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หารือเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ และเรียกร้องการบูรณาการการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในแม่น้ำยมให้ได้อย่างถาวร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณในเสียงข้างน้อย แล้วก็ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของงบกลางในวันนี้ซึ่งก็เป็นที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งการใช้งบกลางของรัฐบาล ซึ่งตั้งไว้มากพอสมควรถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น เพราะว่าในงบของรัฐบาลตั้งไว้แล้วก็ จะไปใช้ในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาหรือว่าจะไปใช้ในเรื่องของอุบัติภัยซึ่งจะเกิดขึ้น ในข้างหน้า แต่ในภาพรวมแล้วที่เราได้พิจารณากันในชั้นกรรมาธิการนั้นก็ไม่มีในรายละเอียด เราก็พยายามที่จะได้ขอในรายละเอียดในบางส่วนซึ่งก็สามารถที่จะทำเป็นงบประมาณไว้ได้ ในส่วนหนึ่งนั้นก็ไม่สามารถที่จะได้รายละเอียดเท่าที่ควรนะครับ ฉะนั้นก็เป็นที่น่าเป็นห่วงว่า ในเรื่องของงบที่จะไปใช้นั้นมันก็จะเกิดความซ้ำซ้อนในการที่ให้คณะกรรมาธิการได้ไป พิจารณา เพราะว่างบไม่ว่าจะเป็นงบกลางของรัฐบาลซึ่งตั้งไว้เป็นงบกลางเองแล้วยังมี งบเยียวยา มีงบจังหวัด แล้วก็งบลงทุนของรัฐบาล ซึ่งก็ไม่สามารถที่ทำให้กรรมาธิการนั้น ได้ดูแยกงบแต่ละประเภทได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ในเรื่องของน้ำท่วมเสียหาย เป็นจำนวนมาก ในเรื่องของน้ำท่วมที่เสียหายเป็นจำนวนมากนั้นไม่ว่าจะเป็นในงบของเรื่อง การไปเยียวยาในการซ่อมถนนหนทางต่าง ๆ มันก็มีหน่วยงานอื่น ๆ หลาย ๆ หน่วยงาน ก็ของบเข้ามาไม่ว่าจะเป็นของจังหวัดเอง ถ้าไปดูแล้วในแต่ละจังหวัดนั้นก็มีการของบตัวเล็ก ๆ ซ้ำซ้อนกันมาเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะ เป็นของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ แหล่งน้ำต่าง ๆ เอง ซึ่งผมดูแล้วก็เป็นที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของแหล่งน้ำในการที่จะมาดู ในเรื่องของทั้งน้ำท่วม แล้วก็น้ำแล้งไปในตัวในพร้อมกันทีเดียวนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ หน่วยงานหลักซึ่งจะแก้เรื่องปัญหาน้ำท่วมในอันที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าให้ได้อย่างถาวร แล้วก็ มีความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่ ส่วนใหญ่ทุกคนก็มุ่งไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คือที่กรมชลประทานนะครับ ของกรมชลประทานก็ได้ดูแลในเรื่องแหล่งน้ำเป็นหลัก แล้วมันก็ จะมีของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นี่ก็อีกกระทรวงหนึ่ง ก็เข้ามาดูแลในเรื่องน้ำเหมือนกันนะครับ แต่ว่าในการจัดตั้งงบนั้นก็ยังมีหลายแห่งที่เรา ได้พิจารณากันมานั้นเป็นงบที่ซ้ำซ้อนหลายจังหวัดทั้ง ๆ ที่อยู่ในคลองเดียวกัน กรมชลประทานก็ทำ กรมทรัพยากรน้ำก็ทำ หรือแม้กระทั่งกรมพัฒนาที่ดินก็ทำ อยู่ในจุดเดียวกันคลองเดียวกัน อยู่ในอำเภอเดียวกันทั้งนั้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราก็พะวงแล้วก็ให้ขอสังเกตในชั้นกรรมาธิการมาแล้วเหมือนกันนะครับ แล้วโดยเฉพาะที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเป็นโมเดล (Model) บางระกำ ที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าจริง ๆ แล้วเวลาตั้งงบประมาณ มาแก้ไขในเรื่องของภัยพิบัติน้ำท่วมในเขตภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มแม่น้ำยมนั้น งบประมาณในการพัฒนาลุ่มแม่น้ำยมนั้น ผมดูแล้วมันมีน้อยมาก ท่านประธานครับ ผมเองนั้น ได้ฟังคำชี้แจงจากหลาย ๆ หน่วยงานที่เข้าไปชี้แจงในกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ท่านก็ได้ให้ผังในเรื่องของการปล่อยน้ำ ท่านก็ได้ให้เห็น ในเรื่องของการกักเก็บน้ำในภาคเหนือมาทั้งหมด ผลสรุปว่าน้ำที่ท่วมในภาคกลาง ในกรุงเทพฯในครั้งนี้ มันมีสาเหตุมาจากแม่น้ำยมนั่นเอง ซึ่งทำให้น้ำท่วมในภาคกลางและ ภาคเหนือ ทั้ง ๆ ที่ในแม่น้ำในภาคเหนือนั้นมี ๔ แม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำยม ปิง วัง น่าน แม่น้ำน่านกับแม่น้ำปิงนั้นก็มีเขื่อนทั้ง ๒ เขื่อน เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำมาแล้ว มารวมกันยังไม่เท่ากับแม่น้ำยมแม่น้ำเดียวซึ่งน้ำบ่าไหลหลากเข้ามาถึง ๖,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร แม่น้ำปิง ๒,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร แม่น้ำน่านก็ ๒,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตรเอง รวมกัน ยังไม่เท่ากับแม่น้ำยม ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขาก็ชี้แจงมาแล้ว ฉะนั้นเมื่อเรา มาดูในงบประมาณในเรื่องของการตั้งงบประมาณในการที่จะดูแลในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ในครั้งนี้ แม่น้ำยมเองนั้นผมดูแล้วก็แทบไม่มีอะไรเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซึ่งพูดกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่พูดกันมาตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำอ่างเก็บน้ำ แม่ยมตอนล่าง แม่ยมตอนบน ซึ่งจะเป็นการชะลอการไหลน้ำไม่ให้น้ำท่วมในภาคเหนือ ตอนล่าง ภาคกลางและในกรุงเทพมหานครต่อไปนั้นก็แทบไม่มี ฉะนั้นผมเองก็ต้องฝากกับ ทางรัฐบาลว่าท่านมีงบกลาง งบเยียวยาอันนี้ ท่านทำอย่างไรจะบูรณาการแม่น้ำยมไม่ให้ท่วม ในที่อื่น ๆ อีกด้วยนะครับ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ ฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการก็ได้พูดกันเยอะ พอสมควร แล้วในหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นงบ แม้กระทั่งอาจารย์ผ่องศรีก็ได้อภิปรายไปใน ช่วงแรก ซึ่งรัฐบาลที่แล้วก็ได้ออกเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กฎหมายมาหลาย ๆ ฉบับซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ในงบครั้งนี้ก็ไม่มีงบประมาณที่ตั้งไว้ อย่างเช่นงบการออมแห่งชาติ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้น ไม่มีแม้แต่บาทเดียว พวกเราก็ได้พยายามท้วง ติงกับทางรัฐบาลในการอภิปรายว่า ใน พ.ร.บ. เขากำหนดให้ตั้งมา ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ครม. ก็ได้มาแปรญัตติปรับมาใส่เอาไว้ให้เพียง ๒๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็ไม่เพียงพอในการ ที่จะได้ดำเนินงานในเรื่องของประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของ พ.ร.บ. การออมแห่งชาติ อย่างนี้เป็นต้น ในหลาย ๆ อย่างซึ่งในงบที่มีปัญหา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าเป็นห่วง ในเรื่องของการใช้งบในครั้งนี้ก็คือในระยะเวลาอันน้อยนิดที่เหลือสั้นเพียงแค่ ๗-๘ เดือน ก็คิดว่าต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ก็จะใช้ได้ รีบประกาศใช้ แต่ว่าการใช้งบ มันก็เหลือน้อย ซึ่งผมเกรงว่าในเมื่องบออกมาใช้แล้วนี่ ทางส่วนราชการก็ไม่สามารถที่จะใช้งบทัน แล้วก็ถ้าหากว่ามีฝนตกหรือว่าน้ำท่วมขึ้นมาอีก งบต่าง ๆ ซึ่งเป็นงบลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะทำถนนหนทาง ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคลองต่าง ๆ นั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมาอีก แล้วในหน่วยราชการซึ่งมาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ชัดว่างบค้างท่อ หรืองบประมาณที่ยังใช้ไม่หมด แล้วก็ไปกันเงิน ทั้งก่อหนี้ผูกพันและไม่ได้ก่อหนี้นั้นมีมากเหลือเกินแล้วก็ไม่สามารถที่จะใช้งบได้หมดทั้ง ๆ ที่ มีเวลากรอบการใช้งบนั้นเต็มปี แต่งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ กรอบการใช้งบประมาณมีเพียงแค่ ๗-๘ เดือนเท่านั้น เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็ให้ข้อสังเกตกับทางรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร ถ้างบประมาณตัวนี้ออกแล้วในงบลงทุนออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไปปรับปรุงบูรณะถนน หรือไปทำถนนใหม่ก็ช่าง หรือแม้กระทั่งเรื่องของการไปดูแลเรื่องแหล่งน้ำซึ่งที่เกิดปัญหา มาแล้ว ทำอย่างไรเขาสามารถจะหาผู้รับจ้างมาดำเนินการได้อย่างฉับไวแล้วก็ให้ทัน ต่อเหตุการณ์ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเกิดปัญหาอีกในเรื่องของน้ำท่วมแล้วก็ปัญหากับผู้รับเหมา ซึ่งไม่สามารถที่จะไปดำเนินงานหรือว่าทำงานได้นะครับ อันนี้ก็ฝากไว้กับทางรัฐบาลนะครับ แล้วก็ในต่อ ๆ ไปผมก็จะได้ขอใช้สิทธิในการอภิปรายที่ผมแปรญัตติไว้ในแต่ละมาตราครับ ขอบคุณครับ