สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องงบประมาณที่ถูกเสนอให้ปรับลดลง 2,380 ล้านบาท และเรียกร้องให้ท่านกรรมาธิการสอบถามเหตุผลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ และการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน นอกจากนี้ เธอยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดงบประมาณของกรมการปกครอง และเรียกร้องการปรับลดงบประมาณการจัดซื้อครุภัณฑ์จากต่างประเทศ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์จากต่างประเทศ การใช้ระบบสารสนเทศของหน่วยงานราชการ และการนำระบบเนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์ไปใช้ในหน่วยงานอื่น ๆ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านสถาพรที่เสียสละให้ดิฉันได้มี โอกาสแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ก่อนนะคะ
เรื่องแรกค่ะท่านประธาน คงจะต้องเรียนว่าเหตุที่ดิฉันได้สงวนความคิดเห็น ในการขอปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ จำนวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ลง ปรับลดลง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒,๓๘๐ ล้านบาทก็มีหลายสาเหตุค่ะ แต่ว่า ก่อนที่จะพูดถึงสาเหตุที่ดิฉันขอปรับลดก็คงจะต้องขอชมเชยทางรัฐบาลแล้วก็ทาง คณะกรรมาธิการก่อนค่ะว่า การแก้ไขปัญหาในเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ทางรัฐบาลเอง ก็ให้ความสนใจ เอาใจใส่ต่อความเดือดร้อนของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูได้จาก รายการปรับเพิ่มค่ะ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางคณะกรรมาธิการมีการปรับเพิ่มตามที่ทางคณะรัฐมนตรี เสนอปรับมาอยู่อีกที่ ๕๑๒ ล้านบาท ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลแล้วก็กรรมาธิการมีความ เอาใจใส่แล้วก็มีการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงให้กับพี่น้องในทุกจังหวัด ถึงแม้ว่า ส.ส. ของเราที่จะเป็นสมาชิกของพรรคฝ่ายรัฐบาลจะไม่มีอยู่ที่ทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย แต่ก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึงค่ะ
ส่วนเหตุผลที่ดิฉันจำเป็นต้องขอปรับลดในครั้งนี้ ต้องเรียนก่อนเลยค่ะ ท่านประธานว่าจริง ๆ ดิฉันเองไม่ได้อยากจะปรับลดงบประมาณลงเลยค่ะ เนื่องจากว่า ที่จำเป็นต้องเสนอปรับลดในครั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าถ้าไม่เสนอปรับลดไว้ดิฉันเองก็จะไม่มีโอกาส แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณในครั้งนี้นะคะ เหตุผลที่ดิฉันปรับลดลง ๒,๓๘๐ ล้านบาทมี ดังต่อไปนี้ค่ะท่านประธาน
ประเด็นแรกเลยก็ไปดูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ เนื่องจากว่าจะมี ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการค่ะว่าทุกปีเมื่อมีการพิจารณา งบประมาณเราจะได้ยินพูดกันตลอดเลยนะคะว่ามีการกระจุกตัว ไม่มีการกระจายตัว เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ปีนี้ท่านกรรมาธิการได้มี การตรวจสอบหรือว่าดูรายละเอียดหรือเปล่าคะว่ามีการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมทั้งหมด หรือเปล่า และที่สำคัญดิฉันเป็นห่วงอีกเรื่องก็คืองบประมาณบริหารจัดการน้ำของทั้งประเทศ จำนวนหลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ มียอดงบประมาณอยู่ที่ ๕๓,๑๐๘ ล้านบาท อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดิฉันเข้าใจว่างบประมาณในส่วนนี้ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการว่าได้สอบถามหน่วยงาน หรือเปล่าคะว่าเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งมีปัญหาในเรื่อง การขาดแคลนน้ำ ไม่ว่าจะเป็นในหน้าแล้งหรือว่าในหน้าฝนหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่ามันจะไม่เกี่ยวข้องกับงบที่จะไปใช้ในเรื่องของการฟื้นฟู จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทางรัฐบาลจะเสนอขอมาช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตรงนี้ก็ต้อง สอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ และอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามในเรื่อง เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมว่า ทำไมหน่วยงาน คือกรมชลประทานมีการบอกกล่าวกันทั่วไปเลยนะคะ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ ที่จะต้อง ไปสร้างเพื่อแก้ไขปัญหา บอกว่าถ้าโครงการเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ถ้าเกิดมีปัญหา ในการพังออกมาจะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่างเช่นเรื่องโครงการของฝายพระอาจารย์จื๊อ ปี ๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณเพียง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่หรือคะโครงการที่บอกว่าอันตราย ถ้าไม่ได้รับงบประมาณก่อสร้าง แต่ได้เพียง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องถามท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการถามถึงเหตุผลหรือเปล่า และที่สำคัญดิฉันอยากจะทราบว่าท่านได้ดูหรือเปล่าว่างวดนี้ จะไม่มีปัญหาเรื่องการกระจุกตัวของงบประมาณที่ลงในเรื่องของการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ของพี่น้องทั้งประเทศ
ประเด็นต่อไป ที่ดิฉันจำเป็นจะต้องปรับลดก็คือในเรื่องของการจัดซื้อ ครุภัณฑ์ทางการศึกษาของกรมอาชีวศึกษาหรือเราจะเรียกกันในนามของสำนักงาน การอาชีวศึกษา อยากจะสอบถามท่านกรรมาธิการว่า ในปีนี้มีปัญหาแบบปีที่ผ่านมาหรือเปล่า ดิฉันขอยกตัวอย่างแล้วกันนะคะ ท่านประธาน ปีที่ผ่านมา เอาง่าย ๆ ที่จังหวัดชัยภูมิของ ดิฉันเอง วิทยาลัยสารพัดช่างชัยภูมิ ไม่มีเด็กนักเรียนที่เรียนสาขาสิ่งทอ แต่ได้รับครุภัณฑ์ ในเรื่องสิ่งทอ จากงบ เอสพี ๒ (SP2) จำนวน ๒๐ ล้านบาท งบปกติ ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๑๘ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓๘ ล้านบาท ไม่มีการเปิดสอนในสาขาสิ่งทอ ไม่มีเด็กนักเรียน ที่จะใช้ครุภัณฑ์ ๓๘ ล้านบาท และที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ฝนตก น้ำท่วมที่ชัยภูมิ ครุภัณฑ์ เหล่านี้ก็ถูกน้ำท่วม ทำให้ตอนนี้สถานที่เก็บก็ไม่มี ต้องไปอาศัยแล้วก็พังอาคารสำหรับสาขาอื่น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการค่ะว่า ปีนี้ได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ ตรงตามความต้องการของสถานศึกษาหรือเปล่า และตรงตามสาขาที่เปิดสอนหรือไม่ อย่างไร
ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องปรับลด ก็เรื่องงบของการวิจัย ซึ่งต้องเรียนว่า ดิฉันดูจาก เอกสารที่ท่านนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ พบว่ามีหลายหน่วยงานมีงบเกี่ยวกับแผน ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยค่อนข้างมาก ดิฉันลองรวมยอดดูแล้วค่ะ ท่านประธาน แต่ละ ปีงบประมาณในการวิจัยของประเทศเราตกอยู่ประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเรียน ถามว่า หน่วยงานได้มีการบูรณาการร่วมกันหรือไม่ในการจะวิจัยเรื่องอะไร ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ เรามีหน่วยงาน วว. หรือสถาบันวิจัยและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลัก ในการดูแลเรื่องงานวิจัย แต่ได้รับงบประมาณเพียง ๘๐๐ ล้านกว่าบาท ก็ต้องถาม ท่านกรรมาธิการว่า งานวิจัยเหล่านี้จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ อย่างไร ปีที่ผ่านมา มีการนำงานวิจัยที่ผ่านการได้รับงบประมาณมาใช้ประโยชน์ เพื่อก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มกับ ประเทศหรือไม่ อย่างไร ปีนี้ก็เช่นกันนะคะ ดิฉันดูแล้วก็ตกเกือบหมื่นล้านบาทค่ะ ก็อยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการจัดการเรื่องบูรณาการของงบวิจัยหรือไม่ อย่างไร
เหตุผลต่อมาที่ดิฉันต้องขอปรับลดก็คือ ในเรื่องของหน่วยงานหลายหน่วยงาน ก่อนที่เราจะปิดสมัยที่ผ่านมา ท่านประธาน มีการนำเสนอเรื่องโครงการขอเปลี่ยนแปลง โครงการ แล้วก็เงินกันเหลื่อมปีเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาค่อนข้างมาก ดิฉันก็อยากจะ เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ในเรื่องเหล่านี้ได้สอบถามหรือไม่ ทำไม ถึงมีการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการ หรือมีการกันเหลื่อมปีกันค่อนข้างเยอะ ซึ่งเท่าที่ดิฉัน ทราบนะคะ กันเหลื่อมปีหรือโอนเปลี่ยนแปลงบางโครงการ ไม่มีการได้ดำเนินการ ในโครงการเหล่านั้นเลย แต่มีการโอนไปทำในเรื่องอื่น อาจจะเป็นเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ หรือว่าเป็นการซื้อเรื่องรถยนต์ ก็ต้องสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ปีนี้ยังมีอย่างนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งการที่หน่วยงานกันเหลื่อมปี หรือว่ามีการโอนเปลี่ยนแปลง โครงการทำให้ผลการเบิกจ่ายมีผลค่อนข้างต่ำก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานไม่มี ประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณ แล้วก็ที่สำคัญไม่เป็นการแก้ไขปัญหาที่หน่วยงานขอตั้ง เพื่อไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
และที่สำคัญอีกประการหนึ่งค่ะท่านประธาน การเบิกจ่ายล่าช้าเหล่านี้อาจจะ เกิดจากสาเหตุอย่างนี้หรือเปล่าดิฉันไม่แน่ใจ ก็ต้องสอบถามท่านกรรมาธิการค่ะว่า เมื่อปีที่ผ่านมา ดิฉันจำได้ว่ามีการของบประมาณในเรื่องเกี่ยวกับการวางระบบท่อประปาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดิฉันเองทราบมาค่ะว่าพื้นที่ในการก่อสร้างโครงการยังไม่มีเนื่องจากมีปัญหา แต่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณถึงประมาณเกือบ ๗๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ปีนี้ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ มีโครงการที่อยู่ในลักษณะพื้นที่ก่อสร้าง ยังไม่เรียบร้อย แล้วได้รับงบประมาณอีกหรือไม่ อย่างไรคะ
ประเด็นต่อมา ดิฉันสงสัยค่ะท่านประธาน คือดิฉันก็เป็น ส.ส. ที่อยู่ต่างจังหวัด ใช่ไหมคะท่านประธาน ดิฉันก็เลยสนใจในเรื่องของงบประมาณของกรมการปกครอง ตรงนี้ ดิฉันดูจากรายงานของกรรมาธิการพบว่ากรมการปกครองมีการปรับลดในเรื่องของ ค่าปรับปรุงอาคารที่ทำการและสิ่งก่อสร้าง ปรับลดถึง ๑๘๑ ล้านบาท ดิฉันก็อยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ว่าสาเหตุอะไรที่ต้องปรับลดของกรมการปกครอง ในเรื่องที่จะไปปรับปรุงสถานที่ของอำเภอค่อนข้างเยอะ ซึ่งดิฉันต้องเรียนท่านประธาน เพราะดิฉันผ่านไปเห็นบางอำเภอพื้นเป็นไม้เดินลั่นเอี๊ยดเลย บางที่สภาพตึกทรุดโทรมดูไม่เหมาะ ไม่มีความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนผู้จะต้องไปใช้งานของอำเภอ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานถามไปยังท่านกรรมาธิการว่า มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปปรับลด แล้วอย่างนี้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่อำเภอเนินสง่า อำเภอบ้านเขว้าที่จังหวัดชัยภูมินี่ค่ะ อาคารของที่ว่าการอำเภอ ทรุดโทรมเป็นจำนวนมากเขาจะได้รับงบในการปรับปรุงหรือเปล่า ในเมื่อท่านตัดไปถึง ๑๘๑ ล้านบาท
ประเด็นต่อไปต้องถามอีกนิดหนึ่งท่านประธานว่า ทางท่านกรรมาธิการ เมื่อตอนที่ขอตั้งงบประมาณมีในเรื่องของการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่จัดซื้อในต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ต้องเรียนถามว่าในการจัดซื้อครุภัณฑ์เหล่านั้น เวลาเราซื้อหรือตั้งงบประมาณก็จะต้องซื้อ เป็นเงินของต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้เวลาผ่านมาค่อนข้างนาน อัตราแลกเปลี่ยนก็ลดลงถึง ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเรียนถามว่าในการที่ท่านพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ ได้มีการปรับลดในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการปรับราคาลงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ อย่างไร ประเด็นสุดท้ายท่านประธาน เป็นเหตุผลที่ดิฉันต้องเสนอขอปรับลดในวันนี้ ก็คือ การจัดเรื่องเกี่ยวกับระบบสารสนเทศของหน่วยงานราชการ ปัจจุบันหน่วยงานราชการ ของกระทรวงไอซีที (ICT) หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เขามีการวางในเรื่องของ ระบบเซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือว่าระบบอีเมล์ (e-mail) ให้กับหน่วยงานราชการได้ไปใช้ ดิฉันเห็นมีในหนังสืองบประมาณมีของหลายหน่วยงานท่านประธาน มีการไปจัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานเอกชนในการเข้ามาดำเนินการ ก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการออกแนวหรือว่าวิธีคิดหรือสอบถามหน่วยงานไหมคะว่า ทำอย่างไรเขาจะจัดหรือว่า เข้ามาใช้ระบบของราชการของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่า ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตรงนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำกว่าของเอกชน ก็ต้องเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ว่าได้ดูแลในเรื่องประเด็นเหล่านี้ หรือไม่ และที่สำคัญต้องเรียนถามต่อไปอีกนิดในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดิฉันเห็นมีหลาย หน่วยงานเขาของบประมาณในเรื่องเกี่ยวกับเนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) หรือพูดง่าย ๆ ก็เป็นระบบการติดตามการจัดเก็บของหน่วยงานราชการ โดยมีการตั้งงบอยู่ที่ กรมศุลกากรแล้วก็กรมบัญชีกลาง ก็อยากจะฝากท่านประธานถามไปยังท่านกรรมาธิการว่า ในเรื่องเหล่านี้หน่วยงานอื่น ๆ ที่จะต้องใช้ระบบเกี่ยวกับเนชั่นแนล ซิงเกอร์ วินโดว์ เขามีแนวทางในการที่จะมาใช้ให้เป็นรูปแบบเดียวกันหรือไม่ อย่างไร เหตุผลที่ดิฉันพูดมา ทั้งหมด ๗-๘ ข้อที่ผ่านมาค่ะ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดิฉันต้องเสนอปรับลดงบประมาณ ภาพรวม ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทลง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒,๓๘๐ ล้านบาท กราบขอบพระคุณค่ะ