ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการชี้แจงและนำเสนอผลการสอบถามในฐานะกรรมาธิการ และตั้งคำถามถึงกรรมาธิการเกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณเพียง 225 ล้านบาทเท่านั้น โดยชี้แจงว่าเงิน 225 ล้านบาทที่จัดสรรให้เป็นเงินเพื่อเตรียมการดำเนินการของกองทุน ไม่ใช่เงินสมทบ และถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังเสนอว่าควรแก้ไขมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติเงินประกันสังคมปี 2533 ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกันตนที่ไม่ใช่ลูกจ้าง และชี้แจงว่าควรอยู่ในมาตรา 32 แทน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธานชี้แจง ในนามกรรมาธิการในประเด็นที่เป็นเรื่องที่ท่านกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิก ๕ ท่าน ให้ความสนใจสอบถามต่อกรรมาธิการนะครับและอาจจะผ่านไปทางรัฐบาลด้วย ในฐานะ ที่ได้รับโอกาสจากเพื่อนสมาชิกให้ไปทำหน้าที่ก็ต้องขออนุญาตที่จะใช้เวลานี้นำเรียนนะครับ
ประเด็นที่เป็นที่สนใจก็คือเรื่องของกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งเป็น พระราชบัญญัติ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นมา ก็หลังจาก วันถัดประกาศใช้ก็จะมีผลบังคับใช้ ในเรื่องนี้เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อน สมาชิกที่ได้แปรญัตติหรือสงวนคำแปรญัตติแล้วสอบถามว่าทำไมกรรมาธิการถึงอนุมัติเงินให้ เพียง ๒๒๕ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับ ว่าในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการในสิ่งที่เป็นหน้าที่หลักก็คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ที่จะอนุมัติงบประมาณตามที่เพื่อนสมาชิกได้มอบหมายให้ไปดูเป็นรายมาตราในวาระที่สอง ในชั้นกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นรายละเอียดต่าง ๆ เราก็จะดูตามสิ่งที่เป็นร่างที่สภามอบให้ไป ซึ่งเราเรียกว่าร่างของสภาผู้แทนราษฎรก่อนที่จะมาเป็นเล่มนี้นะครับ ถ้าท่านจำได้ก็จะมีเล่ม สีขาวคาดแดงที่เป็นตัวร่างพระราชบัญญัติที่มีตราครุฑนะครับ นั่นคือร่างที่ทุกท่านให้กับ กรรมาธิการไป ก็ต้องยอมรับว่าในร่างนั้นกองทุนเงินออมแห่งชาติในมาตรา ๓๒ ไม่มีอยู่ ในร่าง แต่ว่าถ้าท่านสังเกตในร่างนี้กลับมาเป็นร่างของกรรมาธิการที่จะเสนอต่อเพื่อนสมาชิก ให้พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับกรรมาธิการหรือไม่ก็จะมีมาตราที่ ๓๒ มีการเพิ่มเข้ามาใน (๒๙) กองทุนเงินออมแห่งชาติ เม็ดเงิน ๒๒๕ ล้านบาท เป็นการเพิ่มเข้ามาในการขีดเส้นใต้ ผมชี้แจงประเด็นสำคัญประเด็นแรกที่สุดก็คือว่าในตรงนี้กรรมาธิการได้สอบถามหรือ เรียนถามกับทางผู้ที่มาชี้แจงหรือไม่ ประเด็นนี้ก็เป็นที่สนใจของกรรมาธิการในห้องประชุม ใหญ่อยู่แล้วโดยเฉพาะต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านผ่องศรี กรรมาธิการผ่องศรีได้ติดตามเรื่องนี้ ก็สอบถามนั่นอาจจะเป็นเหตุให้มีการแปรญัตติขอใช้งบเพิ่มเติมเข้ามา งบที่เราปรับลดเอาไว้ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษก็มีการขอแปรญัตติมา การแปรญัตติทุกท่านก็ทราบอยู่แล้วครับว่า ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีที่จะส่งมาให้กรรมาธิการพิจารณาอนุมัติว่า จะอนุมัติตามที่ครม. ร้องขอหรือไม่ จริงอยู่ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาทที่เสนอเข้ามาเรามีเงินแค่ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท เราก็เอา ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทมาดูให้ดีที่สุดว่าเราจะควรให้กับโครงการ ไหน ให้ได้สักเท่าไรนะครับ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นภาระความรับผิดชอบของกรรมาธิการ
ข้อสรุปสุดท้ายกรรมาธิการเห็นว่าพอมีเงินอยู่บ้าง ๒๒๕ ล้านบาทที่จะให้กับ กองทุนเงินออมแห่งชาติถามว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล หรือไม่ อันนี้เป็นข้อสังเกตของท่านอดีตรัฐมนตรีวิทยาต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับว่า รัฐบาลทำไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ ประเด็นนี้ผมเองเป็นกรรมาธิการก็พยายามสอบถามซักถามเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล แล้วก็ทำให้ เกิดประโยชน์สูงสุดว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีฉบับนี้ของปี ๒๕๕๕ จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เหมือนกับที่ท่านรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกต เราก็เกรงในเรื่องนี้ เหมือนกัน แต่ว่ากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับว่า เงินที่รัฐบาลจะต้องจัดให้กับกองทุนนี้มี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นเงิน ประเดิมนะครับ โดยข้อเท็จจริงไม่ใช่เงินประเดิมครับ เป็นเงินตามมาตรา ๗ เป็นเงินรัฐบาล จัดสรรให้ มาตรา ๗ (๔) ซึ่งไม่ได้ระบุว่าจำนวนเท่าไร แต่ว่าด้วยความเป็นห่วงของฝ่าย นิติบัญญัติเราก็ไปเขียนในบทเฉพาะกาลในมาตรา ๖๖ ว่าในวาระเริ่มแรกให้รัฐบาลจัดสรรให้ เป็นเงินเพื่อมาใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทุนนี้ มาใช้จ่ายเพื่อดำเนินการจำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เขียนไว้เป็นตัวเลข อีกก้อนหนึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลต้องสมทบ ผมใช้คำว่า ต้องสมทบ เพราะกฎหมายมีบทบัญญัติว่าต้องสมทบตามมาตรา ๓๒ สมทบให้ใครครับ สมทบให้กับสมาชิกกองทุนซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไปถึง ๖๐ ปี ตามลำดับของอายุ เขาใช้ว่า ระหว่างชั้นของอายุ ไม่เกิน ๓๐ ปี ๓๐ ปีถึง ๕๐ ปี ๕๐ ปีขึ้นไป รัฐบาลก็จะสมทบเข้าไป ตรงนั้นเองในบทบัญญัติ มาตรา ๒ เขียนไว้ว่า จะมีผลบังคับใช้สามร้อยหกสิบวันหลังจากที่มี การประกาศบังคับใช้กฎหมาย ถ้านับไปก็ถึงวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงจะเริ่มเข้าสู่เรื่อง ของสมาชิกสิทธิประโยชน์ของสมาชิก การจ่ายเงินสมทบต่าง ๆ โดยความสรุปแล้วเงินส่วนนี้ ถ้าคาดการณ์แล้ว รัฐบาลเมื่อเข้าสู่การดำเนินการในช่วงแรกก็คือการดำเนินการในการที่จะ เตรียมเรื่องของการบริหารสำนักงาน การเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องสื่อสารเทคโนโลยี ต่าง ๆ การจ้างคนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเงินก้อนหนึ่งก็ต้องใช้จากส่วนนี้คือเงินที่รัฐบาลต้องจัดสรรให้ เป็นเงินใช้จ่ายเพื่อดำเนินการของกองทุน เท่าที่ดูครับ รัฐบาลบอกว่าไม่มีเงิน ตอนแรกจะ ขอใช้งบกลาง สำนักงบประมาณหารือว่าควรใช้งบกลาง รัฐบาลบอกไม่มีเงิน พอไม่มีเงินก็ ไม่ได้ตั้งงบกลางไว้ มันก็เลยหลุดออกมา หลุดออกมาสมาชิกก็แปรญัตติให้นะครับ กรรมาธิการแปรญัตติให้เอาเงินจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ไปใช้จ่ายเป็นเงินเพื่อเตรียมเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทุน ไม่ใช่เงินสมทบนะครับ กรรมาธิการก็พิจารณาด้วย ความรอบคอบว่า ๒๒๕ ล้านบาทพอไหมสำหรับการที่จะไปเตรียมการในการที่จะเตรียมเรื่อง ของเครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยี การแต่งตั้งกรรมการ การที่จะเตรียมการจ้างบุคคลเข้ามา ทำงานในกองทุน ด้วยความเห็นคนส่วนใหญ่บอกว่าพอครับ ๒๒๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่จำเป็นต้องให้ทีเดียว ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทยอยให้ในช่วงแรกก็ได้ ให้พอกับการบริหารงานของกองทุนการออมแห่งชาติ เงินก้อนนี้ไปอยู่บัญชี ๓ เขาเรียกบัญชี เงินกองกลาง เอาไว้สำหรับใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนซึ่งต่อไปเขาจะได้จากดอกผลของ บัญชี ๒ และบัญชี ๑ บัญชี ๑ คือบัญชีอะไรครับ บัญชี ๑ คือบัญชีรายบุคคลที่ได้จากสมาชิก ที่จ่ายสะสมเข้ามา สมาชิกนี้เขาใช้คำว่า สะสม ครับ สะสมเข้ามาตามลำดับอายุของตัวเอง จ่ายสะสมเข้ามา รัฐบาลจ่ายสมทบให้เป็นสัดส่วนของเงินสะสม ผมยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีอายุ มากกว่า ๓๐ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕๐ ปี อายุน้อยกว่า ๓๐ ปี ต้องขออภัยครับ ขั้นตอนแรกอายุ น้อยกว่า ๓๐ ปีให้สะสมรัฐบาลจะจ่ายสมทบได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ และมีอีกขั้นหนึ่ง มีวงเงิน กำหนดไว้แนบท้ายพระราชบัญญัติออกเป็นกฎกระทรวง เช่น ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อปี สมทบได้ร้อยละ ๕๐ ถ้าหากว่า ๓๐ ปีถึง ๕๐ ปีสมทบได้ร้อยละ ๘๐ ไม่เกิน ๔,๘๐๐ บาท ต่อปี ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป รัฐบาลสมทบร้อยละ ๑๐๐ สมาชิกจ่าย ๑๐๐ รัฐบาลต้องจ่าย ๑๐๐ แต่ไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาททั้งปี อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลต้องสมทบเข้าไป โดยสรุปนะครับท่านประธานที่เคารพครับ เงิน ๒๒๕ ล้านบาท ถามว่ารัฐบาลทำตาม กฎหมายที่ออกเป็นพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติหรือไม่ ก็ถือว่าต้องทำตามกฎหมายครับ จริงอยู่อาจจะให้ได้ทีเดียวไม่ได้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในสภาวการณ์อย่างนี้ครับ เงินถ้ามันพอเพียงแล้วก็ไม่จำเป็น ถามว่าเงินสมทบเดือนมิถุนายน รัฐบาลจะจ่ายได้หรือไม่ มิถุนายน ๒๕๕๕ ครับ จริงอยู่ช่วงนั้นอาจจะเป็นช่วงของการ พิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ถ้ามีความจำเป็นนะครับ รัฐบาลสามารถที่จะอนุมัติงบกลาง ครับ กรณีถ้ามีสมาชิกจ่ายเงินสมทบแล้วก็สามารถอนุมัติงบกลางเข้าไปช่วยเป็นเงินสมทบได้ จ่ายเข้าบัญชีเงินสมทบเป็นรายบุคคลต่อไปได้ มิใช่เงินจ่ายในบัญชี ๓ นะครับ จ่ายเข้าบัญชี ๑ ครับ ตรงนี้เองก็เป็นที่มาของกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งเพื่อนสมาชิกให้ความสนใจ สิ่งที่ หลายท่านกังวลว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นความสำคัญปล่อยปละละเลยในสิ่งที่รัฐบาลชุดก่อน ทำมานี่ผมเองในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิกไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการก็ขอ กราบเรียนครับว่าสิ่งไหนดีเราทำต่อครับ กรรมาธิการทุกท่านให้ความเห็นชอบ ไม่ได้ขัด ไม่ได้แย้งเลยนะครับ แต่เท่าที่เรามีวงเงินอยู่ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันได้ ๒๒๕ ล้านบาทเพื่อ ไปดำเนินการที่จะทำให้กองทุนมันก่อรูปก่อร่าง โดยเฉพาะการที่จะเตรียมเลือกตั้ง คณะกรรมการที่มาจากสมาชิก ๖ ท่าน แล้วก็มาจากผู้ที่รับบำนาญอีก ๑ ท่าน กฎหมาย บัญญัติเลยครับ ต้องทำให้เสร็จหลังจากที่มีประกาศใช้หมวด ๓ นั่นก็คือเรื่องของสิทธิ ประโยชน์ของสมาชิกครบ ๓๖๐ วันถึงจะแต่งตั้งคณะกรรมการได้ แต่งตั้งให้เสร็จภายใน ๑ ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้อีก ๒ ปีครับหลังจากที่ ๓๖๐ วัน ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับว่าในสิ่งนี้กรรมาธิการเองก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่เม็ดเงินอาจจะได้น้อยไป สักนิดหนึ่ง แต่เท่าที่สอบถามก็พอเพียง
ประการสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องนี้ก็เป็นที่น่ายินดีครับ จากพระราชกฤษฎีกา ประกาศเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ที่ออกโดยสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติเงินประกันสังคม ปี ๒๕๓๓ มาตรา ๔๐ ที่จะอนุญาตให้ ผู้ประกันตนที่ไม่ใช่ลูกจ้างเข้าสู่ระบบนะครับ ตรงนี้เองก็สามารถจะเข้าไปทดแทนในส่วนหนึ่ง ของสมาชิกที่เขาสามารถที่เข้าไปสู่กองทุนประกันสังคม อีกส่วนหนึ่งอาจจะเข้ากองทุนเงิน ออมนะครับ อันนั้นอาจจะเป็นการลดภาระของจำนวนบุคคลลงไป ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ถ้าเป็นข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ควรจะอยู่ มาตรา ๓๒ นะครับ แต่ว่ามีคนสนใจเยอะ ผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงในช่วงนี้ เป็นพระคุณอย่างสูงครับ