สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องเงินงบประมาณ 2,380,000 ล้านบาท และเรียกร้องแก้ไขปัญหาความแตกแยกของประชาชน และภัยพิบัติจากธรรมชาติ รวมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมาธิการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองต่าง ๆ และจัดเงินงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนและบูรณาการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความแตกแยกและการบังคับใช้กฎหมาย โดยเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และหากทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ควรจะตัดเงินงบประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ออกไป

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ หลายคนกำลังสอบถาม ๖๓ ท่าน ซึ่งเป็นตัวแทน ของพวกเราที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญดูแลเงินงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทแทนพวกเราในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ บางประเด็นก็ได้มี โอกาสได้ตอบแล้ว หลายประเด็นยังไม่ได้ตอบ เพราะเนื่องจากเงินดังกล่าวนี้เป็นเงินของ พี่น้องประชาชน ผมได้แปรญัตติตัดงบประมาณภาพรวมทั้งหมด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ มาตรา ๓ ครับท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงว่าขณะนี้ประเทศไทยของเรามีปัญหา ใหญ่ๆ อยู่ ๓ ปัญหา

ปัญหาแรก ก็คือปัญหาความแตกแยกของพี่น้องประชาชนที่มีความคิดทาง การเมืองที่แตกต่าง และนำไปสู่การใช้หลักนิติรัฐที่ค่อนข้างจะหย่อนยานและรวมไปถึง คำนึงถึงหลักนิติธรรมว่ามีหรือไม่ นั่นคือปัญหาที่ ๑

ปัญหาที่ ๒ ก็คือภัยพิบัติหรือที่เรียกว่าภัยธรรมชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่งตั้งแต่ เชียงใหม่จนถึงสุไหงโก-ลก จากฝั่งตะวันออกถึงฝั่งตะวันตกเราได้รับภัยพิบัติพอ ๆ กัน นี่คือ เป็นปัญหาที่ ๒ ที่พี่น้องประชาชนกังวลอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้

ปัญหาที่ ๓ คือการทุจริตครับท่านประธานครับ สำรวจทุกครั้งใจหาย น่าตกใจอย่างยิ่งที่เยาวชนเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าทุจริตได้ขอให้มีผลงาน แต่สำรวจ ครั้งสุดท้ายจากมหาวิทยาลัยชื่อดังบอกว่าประชาชนกังวลเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับ การทุจริตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลได้พยายามจัดเงินงบประมาณปีนี้ก็ เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ผมจะใช้เวลา ๑๐ นาที พูดถึงเรื่องปัญหาเร่งด่วนนั่นคือภัยพิบัติที่รัฐบาลจัดเงินงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา โคราช น้ำท่วม ได้จัดทำการศึกษาเพื่อเอาเป็นโครงการต้นแบบ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลได้จัดเงิน งบประมาณให้กับโคราชหรือยัง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำท่วม รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สั่งให้ ข้าราชการศึกษาเพื่อนำไปสู่การจัดเงินงบประมาณให้ทำการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการและ ยั่งยืน จัดให้หรือยัง หาดใหญ่ครับ ผมรับผิดชอบเป็น ผอ. ศูนย์การแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มเมื่อปีที่แล้ว หลังจากภัยพิบัติจบ ผมได้แต่งตั้งกรมชลประทานและ กรมโยธาธิการและผังเมือง ปรากฏว่าได้ทำการศึกษาไว้ในระดับหนึ่ง ก็คาดหวังว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วเราจะได้มาทำเงินงบประมาณเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ต่อ ปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นอันจบไป คำถามที่อยากจะถามคณะกรรมาธิการก็คือ การดำเนินการ แปรญัตติหรือศึกษาหรือซักไซ้ไล่เลียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่าง ยั่งยืนและบูรณาการนั้น ท่านได้ดำเนินการหรือไม่ ผมขอยกตัวอย่างสักเรื่องครับ ท่านประธานครับ ถามไปยังคณะกรรมาธิการว่า เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริกับนายจาริย์ ตุลยานนท์ อธิบดีกรมชลประทาน นายสุเมธ ตันติเวชกุล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ขนาดสวนจิตรลดา โดยให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาบรรเทาอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วยการขุดลอกคลองระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อแบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ถึงปี ๒๕๓๒ รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้จัด เงินงบประมาณให้ในการขุดลอกคลองธรรมชาติ ๔ สาย ระยะทางทั้งหมด ๔๖ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ช่วงวันที่ ๒๒-๒๓ พฤศจิกายน ปี ๒๕๔๓ เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ วันที่ ๔ ธันวาคม ปี ๒๕๔๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสต่อคณะบุคคล ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย เกี่ยวกับอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สรุปความว่า เมื่อวันที่ ๒๒-๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ มีน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ มีความเสียหายหลายพันล้านบาท ซึ่งถ้าได้ทำตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ที่ลงทุนนั้น จะได้รับคืนมาหลายเท่าตัว สืบเนื่องจากคราวนั้น ต่อมาวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๓ รัฐบาล ชวน หลีกภัย ๒ ได้มีมติให้จัดเงินงบประมาณเพื่อขุดลอกคลองขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม คลองที่ทำการขุดและสามารถใช้ได้จนถึงทุกวันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ นั่นคือ คลองระบายน้ำที่ ๑ พร้อมอาคารประกอบ คลองระบายน้ำ ร ๓ ร ๔ ร ๕ ร ๖ และทำ ประตูระบายน้ำที่คลองต่ำและคลองวาด นอกจากนั้นรัฐบาลชวน ๒ ยังทำอ่างเก็บน้ำคลองโตนงาช้าง คลองต่ำ คลองตง คลองรำ คลองหล้าปัง และคลองเวียง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้สามารถ ระบายน้ำออกจากหาดใหญ่ได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ท่านประธาน ครับเมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมหาดใหญ่ น้ำไหลเข้าหาดใหญ่ถึง ๑,๙๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โครงการที่ทำไว้ในยุคชวน ๒ นั้น ปรากฏว่าไม่สามารถรองรับได้ ผมจึงได้ดำเนินการศึกษา เรื่องนี้ โดยให้กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการศึกษาเพื่อจัด งบประมาณปีนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่บอกว่าจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ อาจจะ นับรวมไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ โคราช และจังหวัดอื่น ๆ ด้วย แต่ปรากฏว่าไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้ทำหน้าที่แทนพวกเรา แทนพี่น้องประชาชนได้ดำเนินการในการซักไซ้ไล่เรียง ฝ่ายข้าราชการและรัฐบาลให้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนนี้หรือเปล่า เมื่อ ๒-๓ วันที่ ผ่านมาน้ำท่วมหาดใหญ่อีกครับ รัฐบาลอาจจะยังไม่ลงไป แต่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้ลงไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจัดเงินงบประมาณ เพื่อขอทางรัฐบาลและฝากไปยังคณะกรรมาธิการช่วยดูให้ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพ การระบายน้ำของคลองต่าง ๆ ซึ่งทำเอาไว้ตามแนวพระราชดำริ โดยขอเงินงบประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยากฝากถามไปถึงท่านประธาน ถามไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านได้สนใจ เรื่องนี้ไหม หรือเท่าที่จัดเงินงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องนี้มาประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีแต่ภาพรวมโดยไม่คำนึงถึงเฉพาะถิ่นเฉพาะที่เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงอย่างยั่งยืน นั่นคือเรื่องที่หนึ่งครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องเร่งด่วน นั่นคือเรื่องของความแตกแยกและการบังคับใช้ กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมไม่อยากกระทบกระทั่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่กรม บางกรมหน่วยงานบางหน่วยงานทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรจะรับเงินงบประมาณไป สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาประมาณ ๖ เดือนมานี้ มีบุคคล กลุ่มหนึ่ง ๓,๙๕๓ คน ได้ร่วมกันกล่าวโทษนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวก ว่าปฏิบัติ ผิดกฎหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งถ้าสืบสวนสอบสวน แล้วจะผิดหรือถูกก็ดุลยพินิจของฝ่ายยุติธรรม จะฟ้องหรือไม่ฟ้องอีกเรื่องหนึ่ง แต่พวกเรา ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมต้องยอมรับความจริงว่าประเทศจะเจริญได้นั้นกระบวนการ ยุติธรรมจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดูไปที่ญี่ปุ่น ดูไปที่เกาหลี หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์ ท่านประธานครับ ประธานาธิบดีกำลังถูกดำเนินการ ท่านยิ่งลักษณ์จะผิดหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่กระบวนการสอบสวนจะต้องเร่งทำอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็น ธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และพี่น้องประชาชนที่กล่าวโทษด้วย ถ้าทำงานไม่มีประสิทธิภาพก็ควรจะตัดเงินงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ออกไป เพื่อให้เป็น เยี่ยงอย่างแก่ส่วนราชการอื่น คำกล่าวโทษดังกล่าวอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายเลขแดง ที่ ๑/๒๕๕๓ ในคำกล่าวโทษนี้ระบุว่า ระหว่างที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๔ หุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับสัญญาโทรคมนาคมกับรัฐกว่า ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของพันตำรวจโท ทักษิณ และภรรยา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฐานเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐและยังคงถือไว้ซึ่งสัญญาสัมปทาน ส่วนคำคัดค้านของนางสาวยิ่งลักษณ์และ พวกว่าหุ้นชินคอร์ปจำนวนดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเพราะได้ซื้อมาจากพันตำรวจโท ทักษิณ นั้น ศาลฟังว่าเป็นความเท็จ เป็นการสมคบใช้ชื่อถือแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ศาลฎีกา ๙ ท่านครบองค์คณะวินิจฉัยยึดทรัพย์ของ ฯพณฯ ทักษิณ โดยฟังว่าท่านยิ่งลักษณ์ ให้การเท็จ นี่คือคำกล่าวโทษ โดยกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย แจ้งธุรกรรมขายหุ้นชินคอร์ป เป็นเท็จ กล่าวโทษว่าแจ้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นประจำปีเป็นเท็จ กล่าวหาว่ามีหนังสือชี้ชวน เสนอขายหลักทรัพย์เป็นเท็จ และที่สำคัญก็คือให้ปากคำอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกา คำพิพากษา ศาลฎีกาต้องยุติ ทุกส่วนจะต้องฟังได้ยุติตามนั้น อยากจะถามไปยังท่านคณะกรรมาธิการว่า คราวที่เรียกกระทรวงยุติธรรมมาซักถาม กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตอบเรื่องนี้ถึง ประสิทธิภาพการทำงานในการสอบสวนเรื่องนี้เพียงใด ๖ เดือนแล้วควรจะได้ยุติ ถ้าไม่ผิด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะได้พ้นมลทิน ถ้าผิดกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองก็จะได้เดิน ต่อไป ขอให้คณะกรรมาธิการได้ตอบด้วยครับ กราบขอบคุณครับ