เจิมมาศ จึงเลิศศิริ หารือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ พร้อมเสนอให้สนับสนุนการวิจัยด้านเกษตรกรรมเพื่อสร้างจุดเด่นของประเทศแทนการพึ่งพาต่างชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอได้ทำการปรับลดงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๕ ลงร้อยละ ๑๐ ในหลายกระทรวงเพื่อที่ดิฉันจะได้มีโอกาสอภิปราย งบประมาณในครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าดิฉันต้องการที่จะปรับลดงบประมาณ ในทุก ๆ เรื่องนะคะ มีอยู่หลายเรื่องที่ดิฉันไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าหลายโครงการนั้น ได้งบประมาณน้อยเกินไป แล้วก็บางโครงการนั้นไม่ได้งบประมาณเลยค่ะ แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ โครงการนะคะที่ได้รับงบประมาณมากเกินไปไม่เหมาะสม ดิฉันจะไม่กล่าวถึงงบประมาณ ที่ได้รับงบมากเกินไปเพราะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน จะอภิปรายในส่วนประเด็นขอปรับลดอยู่แล้ว แต่ดิฉันขอเรียกร้องให้กับงบประมาณที่ได้รับ น้อยเกินไป และบางกระทรวงหรือบางโครงการนั้นไม่ได้รับเลยนะคะ ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่น กองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งกองทุนนี้ควรจะได้รับงบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าท่าน กลับละเลยหลงลืมค่ะ ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้เลย แล้วก็ได้รับการทักท้วงจากคณะกรรมาธิการ งบประมาณวิสามัญในชุดนี้ ก็เรียกร้องให้ตั้งงบกลับเข้ามาได้เพียง ๒๕๐ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ ส่วนโครงการกองทุนประกันสังคม กองทุนประกันสังคมนั้นเป็นกองทุนที่มีการลงกองทุน ใน ๓ ส่วนก็คือนายจ้าง ลูกจ้างแล้วก็รัฐบาลนะคะ แต่ว่ากองทุนนี้ถูกตัดงบ ถ้าถูกตัดงบเช่นนี้ การบริหารจัดการในส่วนของงบประมาณภาครัฐก็จะต้องมีปัญหาในอนาคตแน่นอน การชำระหนี้ของแรงงานในระบบประกันสังคมนั้นจะต้องถูกตัดการชำระหนี้ลงนะคะ ส่วนงบประมาณฟื้นฟูเกษตรกรถูกตัดลงจาก ๒,๓๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้นนะคะ เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก็ถูกตัดเช่นกัน จากเดิมที่มีน้อยอยู่แล้วก็ถูกตัดลงจาก ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทก็เหลือเพียง ๙,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น กับประชาชนคนยากคนจน ไหนรัฐบาลบอกว่าจะช่วยคนยากคนจนอย่างไรคะ แต่ดิฉันดูแล้ว โครงการเหล่านี้ที่เป็นโครงการมาตรการที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ของประชาชนคนยากคนจน นั้นถูกปรับลดลงหลายโครงการด้วยกันค่ะ
และยังมีอีกโครงการหนึ่งนะคะที่ดิฉันให้ความสำคัญ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะ ไม่ให้ความสำคัญเลย นั่นก็คืองบวิจัยและการค้นคว้า ซึ่งได้รับงบน้อยมากในปีนี้นะคะ ขอมา ๒,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ได้รับอนุมัติเพียง ๘๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แล้วก็ไม่นานมานี้ ก็มีการเคลื่อนไหวจากอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กับงบประมาณ วิจัยและค้นคว้าที่รัฐบาลให้เพียงน้อยนิดนะคะ น้อยเพียงใดล่ะคะ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ของประเทศเท่านั้นค่ะ ท่านทราบไหมคะว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เขาตั้งงบวิจัยและค้นคว้าตัวนี้ไว้ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ของประเทศ ของเราน้อยกว่าเขา ๑๐ เท่านะคะ แล้วเราจะไปพัฒนาอะไรได้นะคะ เราไม่ให้ ความสำคัญทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพัฒนาคน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ เหล่านี้เรามองไม่ได้เห็นเลยนะคะ ดิฉันมีตัวเลขสถิติข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถด้านการ พัฒนาคนของประเทศไทยเราอยู่หลายตัวอย่างด้วยกัน ดิฉันขออนุญาตอ่านให้ท่านฟังนะคะ เป็นลำดับการแข่งขันกับนานาชาติ การจัดลำดับการแข่งขันจากนานาชาตินี่ของไอเอ็มดี (IMD) หรือ อินเตอร์เนชั่นแนล แมนเนจจิ้ง เดเวลลอปเม้นท์ (International Managing Development) เขาได้จัดอันดับของประเทศไทยเราในความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติ อยู่ในลำดับที่ ๒๖ จากทั้งหมด ๕๘ ประเทศค่ะ
อีกโครงการหนึ่งนะคะ โครงการโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของประเทศ ความสามารถของกำลังคน เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ของประเทศที่เป็น โครงสร้างขั้นพื้นฐานของเรานั้นอยู่ในอันดับที่ ๔๖ จากทั้งหมด ๕๘ ประเทศ เกือบจะอยู่ใน รั้งท้าย ๆ เลยนะคะ นอกจากนั้นก็ยังมีกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ ประชากร ๑๐,๐๐๐ คนนั้น เราควรจะต้องมีกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างน้อย ๑๐ คนต่อ ๑๐,๐๐๐ คน แต่เรามี นักวิทยาศาสตร์อยู่เพียงแค่ ๕.๔ คนเท่านั้นนะคะ นักวิทยาศาสตร์ก็ขาดแคลน คุณครู ทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ขาดแคลนค่ะ ด้านดาราศาสตร์นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ประชากร ๑๐,๐๐๐ คนควรจะต้องมีนักวิทยาศาสตร์เท่าไรทราบไหมคะ ของเรามีนักวิทยาศาสตร์ ๑๐,๐๐๐ คน เรามีแค่ ๐.๐๐๗ คนเท่านั้น ยังไม่ถึง ๑ คนเลยค่ะ ทั่วประเทศเรามี นักวิทยาศาสตร์หรือนักดาราศาสตร์แค่ ๔๖ คนเท่านั้น ซึ่งมันควรจะต้องมีประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คนนะคะ เพราะฉะนั้นเห็นได้ว่าเรายังต้องสร้างเสริมกำลังคนในด้านนี้อีกมาก ในการพัฒนาบุคลากรของประเทศนะคะ เด็กที่เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์คะแนนไม่สูงเลย ในปัจจุบันนี้นะคะ เด็กที่เอ็นทรานซ์ (Entrance) เข้ามหาวิทยาลัยทำคะแนนเพียงแค่ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นก็จะสามารถเข้าเรียนในคณะวิทยาศาสตร์นี้ได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ เด็กที่จะเข้าเรียนในคณะนี้ควรจะมีคะแนนถึง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรคะ ทำไมเด็กไทยเราไม่สนใจในด้านวิทยาศาสตร์ ก็เพราะว่าอาชีพทางด้านนี้ ไม่ดึงดูด รัฐบาลไม่สนับสนุน ทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้รับงบประมาณน้อยนิด ก็พยายาม จัดสรรงบประมาณนี้ตามความต้องการหรือตามการเรียนการสอนที่ได้งบมาแต่ไม่ได้ ตามความต้องการของการพัฒนาบริหารประเทศ อีกตัวหนึ่งนะคะ ผลวิจัยนานาชาติ การวิจัยนานาชาติที่ได้เอาข้อสอบนานาชาติมาวัดผลของเด็กไทยที่เรียนในระดับชั้น มัธยมศึกษา ในปี ๒๕๐๖ เด็กไทยเราได้ทำข้อสอบนานาชาติที่เป็นข้อสอบวิจัยนานาชาติ ได้ลำดับที่ ๔๐ จาก ๕๗ ประเทศ ในปี ๒๕๐๙ ไทยได้ลำดับที่ ๔๙ จาก ๖๕ ประเทศ เด็กไทยได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ ๔๒๐ คะแนน จาก ๑,๐๐๐ คะแนน ถ้านับ ๕๐๐ คะแนน คือสอบผ่านกึ่งหนึ่ง เด็กไทยถือว่าสอบตกทั้ง ๒ ครั้ง ไม่ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยของนานาชาติเลย ดิฉันมองเห็นว่าพวกเรายังมีความจำเป็นอีกมากที่ต้องรีบเร่งที่จะต้องสร้างคน สร้างบุคลากร ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเล็กไม่ใช่มาทำเอาช่วงมหาวิทยาลัย ซึ่งมันจะสายเกินไปทำให้เราไม่สามารถ ยืนอยู่บนขาของตนเองได้ค่ะ ดิฉันยังมีตัวอย่างของภาคอุตสาหกรรมทั้งมวลที่เราจะต้อง พึ่งพาจากต่างประเทศไม่ว่าจะต้องนำเข้าเกือบทั้งหมด เราไม่สามารถที่จะพึ่งตัวเองได้เลย รถยนต์เราก็ต้องพึ่งญี่ปุ่น เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ก็จากยุโรปและอเมริกา แล้วยังมีข้อมูลลวง ที่ทำให้เราเข้าใจผิดนะคะ ข้อมูลลวงเหล่านี้คืออะไร เราจะบอกว่าเราสามารถผลิตชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์ ปีนี้ได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าเทคโนโลยี บุคลากร เงินทุน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมดนี้มาจากต่างชาติทั้งนั้น ของไทยเรามีแรงงานเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับ ประโยชน์จากตรงนี้ ถามว่าแล้วต่อไปแรงงานต่างด้าวก็จะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยของ เรา อนาคตแรงงานไทยลูกหลานไทยจะไปอยู่ที่ไหนคะ ดิฉันคิดว่าการที่เราจะพัฒนาการวิจัย ของเราไปแข่งขันกับต่างประเทศก็คงยากอยู่แล้วในตอนนี้ แต่ว่าเราต้องมองหาจุดเด่นของ ประเทศของเรา ประเทศเราคือประเทศเกษตรกรรม เรามีการปลูกข้าว เรามีอาหาร เรามีผลผลิตทางเกษตรที่อุดสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสนับสนุนในส่วนนี้ ครัวไทย เป็นครัวโลกได้ ถ้าเรามีการพัฒนาวิจัย ค้นคว้า ที่ได้รับงบประมาณจากภาครัฐที่เหมาะสม พลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือว่าแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) แทนน้ำมัน น้ำมันเองเราจะต้องตามราคาจากเพดานราคาของต่างประเทศ ซึ่งเราก็ตาม ไม่ทันอยู่แล้ว เราก็จะต้องเป็นเบี้ยล่างเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นครัวไทย พลังงานทดแทน หรือสมุนไพรไทย สมุนไพรไทย มีสมุนไพรอยู่ตัวหนึ่งที่น่าเสียดายมาก ก็คือต้นเปล้าน้อย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่วิเศษของไทยเรา แก้โรคกระเพาะ แต่ท่านทราบไหมคะว่าประเทศญี่ปุ่น เขานำไปจดลิขสิทธิ์เป็นของเขาไปแล้ว ทำไมล่ะคะ ทำไมมันน่าเสียดายขนาดนั้น แล้วประเทศญี่ปุ่นเองเขาปลูกไม่ได้ เขาจะต้องมาปลูกที่ประเทศไทย เขามาปลูก ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๓,๐๐๐ ไร่ แล้วก็ส่งออกไปขายต่างประเทศ ทำไมเราต้องให้เขามาใช้ วัตถุดิบที่มีค่าของเรา แล้วก็จดลิขสิทธิ์เป็นของเขาไปเลย น่าเสียดายค่ะ ดิฉันดูจากนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อสภา ไม่ว่าจะเป็นพันธกิจทางด้านการพัฒนาคุณภาพคน เทคโนโลยี นโยบายทางด้านสังคมและคุณภาพชีวิตนโยบายทางด้านการศึกษา การปฏิรูปครู นโยบายทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม ท่านพูดเอาไว้เช่นนี้ว่า เร่งพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ โดยพัฒนาความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตประจำวันให้ทัดเทียมกับการพัฒนาระดับนานาชาติ
อีกข้อหนึ่ง เร่งพัฒนานักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและครูทางด้านวิทยาศาสตร์ ให้พอเพียงต่อความต้องการของประเทศ
อีกข้อหนึ่งก็สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน
นโยบายเหล่านี้ท่านเขียนไว้สวยหรูมากเลยนะคะ แต่ว่าท่านประธานคะ ท่านบอกว่าท่านจะพัฒนาคน บุคลาการ มนุษย์ให้ทัดเทียมนานาชาติ แต่งบประมาณที่ได้นี่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศนั้น ดิฉันไม่ทราบว่าจะไปทำอะไรได้นะคะ แสดงว่า ท่านไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงเอาไว้ต่อสภาแห่งนี้ ถ้าท่านบอกว่าท่านอยากจะทำให้ทัดเทียมนานาประเทศ ดิฉันคิดว่าท่านจะต้องทุ่มเท งบประมาณให้อีก ๑๐ เท่า ในงบประมาณวิจัยและค้นคว้าตัวนี้นะคะ เพื่อทำให้กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ของเรานั้นเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ สามารถที่จะยืนอยู่บนขา ของตนเองได้นะคะ เป็นคลังสมองของประเทศ ไม่ใช่เน้นแต่วัตถุนิยมนะคะ แต่ว่า ขาดคุณธรรมประจำใจ อย่าเข้าใจผิดนะคะว่าการให้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตให้กับเด็ก ป. ๑ นั้น สิ่งนั้นไม่ใช่การพัฒนาคนนะคะ แล้วดิฉันเองเห็นว่างบประมาณที่จำเป็นต่อการพัฒนา บุคลากรของประเทศ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์นั้นท่านไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่ท่านไปให้ ความสำคัญกับงบประมาณที่ไม่ได้จำเป็นอีกหลาย ๆ โครงการด้วยกันนะคะ ดิฉันขอให้ท่าน จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการและความเหมาะสมของการพัฒนาบริหารประเทศ อย่างน้อยก็ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ดีแต่โม้นะคะ แต่ต้องทำให้ได้จริงด้วยนะคะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ