สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล รัฐบาลเสียภาษีเงินได้ 100,000 ล้านบาท รัฐบาลช่วยเหลือคนรวยแต่ไม่ช่วยเหลือคนจน ท่านประธานนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยใจเป็นธรรมและเป็นกลาง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ รถไฟฟรี จากโคราชมากรุงเทพฯ ไม่มีหรืออย่างไร แล้วท่านทำไมไม่ลุกขึ้นปกป้องโครงการรถไฟฟรี ผมก็ไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานที่วินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม ไม่ใช่เพราะท่านประธานวินิจฉัยแล้วฝ่ายค้านได้ประโยชน์แล้วบอกว่าท่านประธานเป็นธรรม ไม่ใช่ครับ แต่เป็นเพราะว่าท่านประธานตั้งอยู่ในหลักการผมจึงกล่าวว่าท่านประธานเป็นธรรม และสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็ไม่ซ้ำในประเด็นที่ผมได้กล่าวมา เพราะท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ก็ได้ขออนุญาตท่านประธานไว้แล้วว่ามีเหตุผลและมีสาระที่จะอภิปราย ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลนี้แถลงนโยบายในเอกสารเล่มนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อ่านว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ และปีหน้าคือปี ๒๕๕๖ จะลดเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จะทำให้รัฐบาล สูญเสียภาษีอากรเป็นแสนล้านบาท รัฐบาลเสียโอกาส แล้วถามว่าขนาดข้าวสารถุงเดียว ๔ กิโลกรัม ท่านยังให้กับพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมไม่ทั่วถึงทุกครัวเรือนแล้วจะหาความยุติธรรม ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมอยากตั้งข้อสังเกตการตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ผ่านคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่า ท่านตั้งงบประมาณไปเพื่อคนรวย ไม่ได้เพื่อคนจน ตามที่ท่านเคยประกาศ อย่างแท้จริง ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นว่า รัฐบาลได้ช่วยเหลือเจ้าของ โรงงานที่ถูกน้ำท่วม โดยให้กู้เงินฟื้นฟูกิจการซึ่งเป็นเรื่องของคนรวยทั้งนั้น แต่สำหรับคนจน ท่านประธานครับ ในเอกสารที่นำมาแสดงในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่ากองทุนเงินออมแห่งชาติ พระราชบัญญัติตั้งเอาไว้บอกว่าเงินประเดิมต้อง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตั้งมาแค่ ๒๕๐ ล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบนั่นก็หมายความว่ารัฐบาลต้องให้เงินพ่อแม่พี่น้องประชาชน ๑ บาท แต่รัฐบาลนี้ให้พี่น้องประชาชนเพียงแค่ ๑ สลึง ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้จะบอกว่า เป็นรัฐบาลเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนยากคนจนเป็นรัฐบาลของมวลมหาประชาชน ได้อย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ การพิจารณางบประมาณในปีนี้ว่า กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ท่านก็ลดลง ท่านอ้างนักอ้างหนาว่า ชาวนานั้นเอาหลังสู้ฟ้า เอาหน้าสู้ดิน พี่น้องเกษตรกรน่าเห็นใจต้องต่อสู้ ลำไยราคาตกก็ต้องต่อสู้ ท่านประธานครับ ท่านอดีต ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย อดีต ส.ส. จังหวัดลำพูน โทรศัพท์มาแจ้ง ผมหยก ๆ ว่าลำไย บ้านท่านประธานราคาตกลงมาแล้ว รัฐบาลทำอะไรบ้าง ท่านประธานครับ เงินกองทุนประกันสังคม ท่านก็ลดลง พี่น้องผู้ใช้แรงงานจะอยู่กันอย่างไร ค่าไฟสำหรับคนจน ค่าไฟครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ค่าไฟเคยใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วย ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๑ พอมาถึงยุครัฐบาลนี้มีมติให้พี่น้องประชาชนคนจนที่เคยใช้ ไฟฟรี ๙๐ หน่วย ลดเหลือแค่ ๕๐ หน่วย ลูกหลานคนจนเคยเปิดไฟอ่านหนังสือได้ ปัจจุบัน ต้องปิดไฟ อ่านได้เฉพาะในเวลากลางวัน เคยเปิดไฟหุงหาอาหารได้ เคยเปิดไฟรีดผ้าได้ เคยเปิดไฟตู้เย็นได้ โทรทัศน์ได้ ปัจจุบันก็ต้องลดเวลาลง ท่านประธานครับ สิ่งนี้ผมเห็นว่า รัฐบาลทำร้ายจิตใจพี่น้องประชาชนคนยากคนจนเสียเหลือเกิน เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลของ การปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้รัฐบาลท่าน ให้กรรมาธิการได้สำนึกว่า ควรใช้จ่ายเงินของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างมีเหตุผล ท่านประธานครับ มีอีกหลายประเด็น แต่ผมจะกล่าวโดยย่นย่อว่าแม้กระทั่งนมกระป๋อง จากกระป๋องละ ๑๗ บาท เป็น ๒๕ บาท ท่านประธานครับ นมขึ้นมา ๘ บาท คนรวยไม่เดือดร้อนครับ แต่พี่น้องคนยากคนจน ที่โดยสารรถเมล์เดือดร้อนครับ คนยากคนจนที่อยู่ตามชุมชนแออัด ชนชั้นกลางเดือดร้อนครับ เพราะฉะนั้นจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่านี่หรือคือนโยบายสร้างสุขสลายทุกข์ สร้างสุขสลายทุกข์ ขึ้นค่านมกระป๋อง กระป๋องละ ๘ บาท สร้างสุขสลายทุกข์ ข้าวสาร ก็ไม่แจกอย่างทั่วถึง อย่างน้อยที่สุดในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ผมยืนยันว่า พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับข้าวสารดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานนั่งอยู่ บนบัลลังก์ด้วยใจเป็นธรรมและเป็นกลาง ท่านประธานเคยต่อสู้เพื่อคนยากคนจน หน้าสิ่วหน้าขวาน ท่านประธานไม่เคยกลัว ท่านประธานต่อสู้เพื่อพี่น้องชาวนา และนี่คือผลผลิตของชาวนา แล้วทำไมพี่น้องที่น้ำท่วมจำนวนนับล้านคนถึงไม่ได้อย่างทั่วถึงทุกครัวเรือน กรรมาธิการ วิสามัญต้องตอบ เพราะกรรมาธิการวิสามัญนั้นเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ในการที่รัฐบาล มาของบประมาณ กรรมาธิการวิสามัญ