สุรเชษฐ์ แวอาแซ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมีหลายหน่วยงานที่เราเห็นถึงความสำคัญในการบริหาร แล้วก็การใช้งบประมาณที่จะให้มีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผมคงจะใช้เวลาไม่ยาวนัก สิ่งที่ผมอยากจะพูดในประเด็นของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ซึ่งมีแผนงานเกี่ยวกับในเรื่องของการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมอยากจะ เรียนฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ แล้วก็ฝากถึงรัฐบาลด้วยครับ ซึ่งมีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง ผมไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการนั้น แน่นอนครับก็คงจะไม่ทราบถึงรายละเอียด ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นการพิจารณางบประมาณ ลงไปนั้น เรามักจะพูดถึงตัวเม็ดเงินแล้วก็ภารกิจความจำเป็นเท่านั้น แต่โดยรายละเอียด ลึก ๆ แล้วเราไม่สามารถที่จะรู้ถึงว่าประสิทธิภาพในการใช้เม็ดเงินในการบริหารในพื้นที่ ๓ จังหวัด ซึ่งปัญหาความไม่สงบนั้นเกิดขึ้นมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบัน ยังไม่เห็นวี่แวว ว่าจะมีความสงบสุข แต่ข้อเท็จจริงนั้นปัญหาดังกล่าวก็จะเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของ ๓ จังหวัด ไม่ใช่ว่าทุกจังหวัดนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงมีเหตุการณ์ร้ายอย่างนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นพื้นที่ที่ใคร ๆ หรือนักท่องเที่ยวไม่อยากจะไป ผมเรียน ด้วยความสัตย์จริงว่า โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสของผมนั้นก็มีหลายพื้นที่ที่ไม่มีเหตุการณ์ เลวร้าย หรือว่ามีผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่อำเภอแว้ง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม อำเภอสุคิริน ซึ่งเป็นพื้นที่มีพี่น้องชาวภาคอีสานไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้ มาเป็นเวลาช้านานแล้ว แล้วก็ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็มีความปกติ ถึงแม้ว่าอำเภอสุไหงโก-ลก ผมเองเคยยื่นญัตติการระเบิดเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นมีมาตรการ ควบคุมการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามแล้วผมคิดว่าก็สามารถที่จะควบคุมได้ แต่ในบางพื้นที่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่ที่ชุมนุมของพวกเสือ ๆ ทั้งหลาย อาจจะเป็นเส้นทาง เสือผ่านอย่างนี้ ก็เป็นปกติในพื้นที่ต่าง ๆ ก็มี แต่ในลักษณะของกลุ่มอุดมการณ์ที่สังคมมักจะกล่าวถึงก็คือว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดน ผมก็ เชื่อว่ามี แต่ไม่ใช่ว่าเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นกลุ่มเหล่านั้น แน่นอนก็ไม่ใช่เป็นที่ต้องการ ของพี่น้องส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัด เราก็พยายามที่จะหามาตรการ วิธีการ ในการที่จะเยียวยา แก้ไข พัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นกลับมาสู่เป็นจังหวัดที่เทียบเท่า แล้วก็ ได้รับการพัฒนาเท่ากับจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วง เหลือเกินว่าแนวทางการแก้ปัญหาของพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารัฐบาล ไม่มีแนวนโยบายที่ชัดเจน ถ้าคิดว่าใครหรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่แจ้งมาอย่างไร ให้ปฏิบัติ อย่างไร ทางผู้บริหารหรือรัฐบาลนั้นดำเนินตามความต้องการของเจ้าหน้าที่แล้ว ความสงบ ในพื้นที่ดังกล่าวผมคิดว่าประชาชนจะไม่ได้รับ สิ่งที่ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ฝ่ายบริหารก็คือว่าวันนี้ผมทราบข่าวว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบความมั่นคง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดได้พยายามที่จะปรับเปลี่ยนการบริหารในพื้นที่ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กร ศอ.บต. เพราะสื่อมวลชนก็ได้เคยนำเสนอว่าทาง กอ.รมน. นั้นต้องการที่จะ ปรับเปลี่ยนเพื่อให้บูรณาการในการบริหารจัดการไปในทิศทางเดียวกัน อยากจะให้ ศอ.บต. ยุบตัวและให้คงไว้ ศบ.ชต. ให้อยู่ภายใต้กำกับของ กอ.รมน. โดยให้ตั้งชื่อย่อว่า กบ.ชต. หรือการบริหารบูรณาการของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าแนวคิดสิ่งเหล่านี้ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะเป็นโครงการทดลองในการบริหาร เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ปัญหา ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ ศอ.บต. ที่บริหารอยู่ในขณะนี้โดยการนำของเลขาธิการ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ซึ่งเป็นคำสั่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลชุดนี้เข้าไปรับผิดชอบบริหารและพัฒนา ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าไปในทางที่ดีแล้ว ผมสนับสนุน โดยเฉพาะ ท่านทวีนั้นแรก ๆ เราก็ไม่มั่นใจว่าท่านจะเข้าใจปัญหาในพื้นที่หรือไม่ เพราะท่านเป็นคน ในภาคกลางไม่ใช่คนในภูมิภาคนั้น แต่ในขณะนี้ดูจากการประสานงาน แล้วก็วางมาตรการ แนวทางในการบริหารนั้นท่านเก่งมาก ท่านไม่ได้เน้นในเรื่องของงบประมาณ แต่ท่านเน้น ในเรื่องของบุคคล บุคลากร ใช้คนเป็น ใช้คนเก่ง วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าการบริหารภายใต้ของ ศอ.บต. นั้น จะทำให้ความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ที่สังกัดหรืออยู่ในพื้นที่ ๕ จังหวัด หรือพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ตัวแทนองค์กรต่าง ๆ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมการเป็นที่ปรึกษาของคณะ ศอ.บต. นั้น ได้แสดงบทบาทได้อย่างเต็มที่ วันนี้เสียงพี่น้องประชาชนนั้นสามารถที่จะส่งเสียงให้กับทาง ศอ.บต. ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐ แล้วก็อยู่ภายใต้กำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง สามารถที่จะฟังเสียงจากประชาชนระดับล่างสุดถึงนายกรัฐมนตรี โดยตรงได้ทันที ผมคิดว่า ถ้าหากบริหารงานอย่างนี้นายกรัฐมนตรีก็จะได้ทราบข้อเท็จจริง ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นสุภาพสตรี แต่ถ้าหากว่าได้มีคนรอบข้าง คนเก่งเข้าไปบริหาร คนเก่งที่ได้รับมอบหมายผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ละที่จะแก้ไขได้ โดยเฉพาะปัญหา ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ นั้น ก็ไม่ใช่ใครหรอกครับ ก็พี่ชายของท่านเอง ยุคของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นี่ละได้ยุบ ศอ.บต. เป็นบทเรียนมาแล้ว ปัญหา ก็คาราคาซังจนถึง ณ วันนี้ แล้วมายุคของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยุบ ศอ.บต. อีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีเลย ผมคิดว่า ณ วันนี้ ศอ.บต. ยุคปัจจุบันที่เรามี พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้บังคับใช้แล้ว ผมคิดว่าไปในแนวทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการที่มีข้อเสนอที่ต้องการยุบ ศอ.บต. เป็น สบ.ชต. แค่เป็นหน่วยงานประสานจากเคยมีเลขาธิการ ศอ.บต. มาเป็น ผอ.ศอ.บต. ผมคิดว่าตรงนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง แล้วจะให้ตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. มาอยู่ส่วนกลาง แล้วจะเอาตำแหน่งของ ศอ.บต. มาอยู่ส่วนกลาง แล้วให้ สบ.ชต. ไปอยู่ภายใต้กำกับของ กบ.ชต. หรือคณะกรรมการบริหารชายแดนใต้ ผมคิดว่าจะสับสน เพราะ กอ.รมน. นั้น บริหารโดยทหาร ทหารจะเป็นผู้บริหาร ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ก็อยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ศอ.บต. ไม่ได้สังกัดกับสำนักนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ภายใต้กำกับของนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วน กอ.รมน. ก็เป็นหน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่อยู่ภายใต้กำกับของ นายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ผมคิดว่า ๒ หน่วยงานนี้ไม่ควรที่จะควบรวม เพราะฉะนั้นผมถึง ขออภิปรายเพื่อให้เห็นความสำคัญก่อนที่ผมจะได้อภิปราย จริง ๆ แล้วผมมีเนื้อหาที่จะ อภิปรายในงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีหลายประเด็น แต่มีเสียงเรียกร้องโทรศัพท์ เข้ามาไม่ว่าจะเป็นตัวแทนขององค์กรสื่อ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนขององค์กรทนายความ ไม่ว่า จะเป็นตัวแทนขององค์กรภาคประชาชนได้โทรศัพท์ฝากเข้ามาเป็นห่วงว่า ถ้าหากว่า รองนายกรัฐมนตรีโกวิท วัฒนะ เสนอเข้าสู่ ครม. สู่เข้าไปคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อไร ๓ จังหวัดพินาศแน่ พวกผมก็ต้องนำเสนอปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง ๆ ที่ ไม่ค่อยอยากจะพูด หลายท่านเห็นหน้าสุรเชษฐ์ แวอาแซ ทำไมจะมีปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเดียวหรือ ปัญหาอื่นไม่มีแล้วหรือ ปัญหาความไม่สงบเป็นปัญหาความเป็นความตาย ของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ เพราะฉะนั้นมันมีความสำคัญยิ่งยวด ที่ผมจะต้องนำปัญหาเหล่านี้ อะไรที่เป็นสิ่งที่จะก่อเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องของผมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมต้องนำเสนอ ผมต้องพูด เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการ แล้วก็ฝากไปถึงฝ่ายบริหารรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการนั้นผมเชื่อว่าช่วงการพิจารณางบประมาณเกี่ยวในเรื่องของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านก็คงได้มีการซักถาม และบังเอิญผมเองก็ได้เป็น คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมต้อง ขอขอบคุณโดยเฉพาะท่านประธานของผม ซึ่งเป็น ส.ส. เชียงใหม่ เขต ๙ ท่านสุรพล เกียรติไชยากร แม้กระทั่งว่าท่านเป็น ส.ส. ที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านมีโอกาสได้เข้าไป รับผิดชอบเป็นประธานพิจารณางบประมาณ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเกิดความเข้าใจ ท่านซาบซึ้ง ท่านได้ฝากบอกกับพวกผมว่าอย่างไรก็แล้วแต่การที่เรามีคนที่อยู่ในพื้นที่ เราต้องสนับสนุนในเรื่องงบประมาณลงไป หากว่าเรามีเงินแต่ไม่มีคน หรือคนใช้ไม่มีคุณภาพ มันก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์ ท่านก็ได้ฝากข้อสังเกตฝากข้อคิดให้กับหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เข้าไป นำเสนองบประมาณ ผมถือว่าท่านเป็นคนหนึ่ง วันนี้ท่านก็ปรารภกับพวกผมตลอดเลยว่า ท่านอยากจะลงไปสัมผัส ไปเห็นข้อเท็จจริง ผมอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญปีนี้ ท่านได้พิจารณาไปแล้ว ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ปีหน้าบางท่านอาจจะมีโอกาสไปเป็น กรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะให้ท่านลองไปศึกษา ไปดูข้อเท็จจริงว่างบประมาณ ที่ลงไปเยอะ ๆ ในพื้นที่จังหวัด ๕ ชายแดนภาคใต้ ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ทำไมเหตุการณ์ถึงไม่ลด ถ้าลดเพราะอะไร ผมไม่อยากให้การพิจารณางบประมาณสนับสนุน ในเรื่องของปัจจัยในเรื่องการต่อสู้ ไม่ใช่ไปสนับสนุนในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ อยากให้พูดถึงในเรื่องของความเป็นอยู่ วิถีชีวิต เศรษฐกิจให้เขาบ้าง ทำอย่างไรให้ ๓ จังหวัดเกิดการท่องเที่ยวพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบ ยังมีอีกหลายประเด็นท่านประธานครับที่ไม่เกี่ยวกับสำนักนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวก็มี กระทรวงกลาโหมผมก็จะต้องพูดอีกนะครับ ไม่ว่าในเรื่องของการใช้กฎหมาย กฎอัยการศึก หรือว่า พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็จะสรุปให้ท่านประธานว่าอยากจะเรียน ให้ท่านประธานฝากถึงนายกรัฐมนตรีกรณีที่จะยุบ ศอ.บต. เป็น ศบ.ชต. แล้วก็ควบกับ กอ.รมน. ให้เป็น กบ.ชต. อะไร ผมบอกเลิกคิดเสีย ให้คงไว้เหมือนเดิมละครับ พี่น้อง ประชาชนกำลังอ้าปากได้ ลืมตาได้ อย่าให้ต้องปิดตา แล้วก็ต้องมีน้ำตา แล้วก็ต้องมา เสียอกเสียใจกับการเสียชีวิตของพี่น้องของพวกผมอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ