สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หารือเรื่องงบประมาณที่ตั้งไว้ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี ๒ เปอร์เซ็นต์ และขอทราบเหตุผลในการปรับลดงบประมาณในหน่วยงานบางแห่ง เช่น องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งมีงบประมาณถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท และมีข้อสงสัยว่าหน่วยงานนี้ไปสอดคล้องอย่างไรกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอสงวนความเห็นในการขอตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี ๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ก็สืบเนื่องมาจากว่าในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีมีหน่วยงาน ซึ่งรับผิดชอบมากถึง ๒๑ หน่วยงาน แล้วถ้าหากว่าตรวจสอบในรายละเอียดแล้วในส่วนของ สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็ถือว่างบก็มาพอสมควรใน ๒๑ หน่วยงานด้วยกัน หลายหน่วยงานก็มีข้อสงสัย แล้วก็มี ข้อคิดเห็นซึ่งจะต้องผ่านไปถึงทางรัฐบาลด้วย เรื่องปัญหาในหน่วยงานซึ่งซ้ำซ้อนบ้าง หรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมเองจะได้พูดในบางหน่วยงานที่จะเป็นข้อสงสัย ในข้อคิดเห็น สอบถามไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็ฝากไปถึงทางรัฐบาล ในบางเรื่องบางอย่าง อย่างเช่นในเรื่องของข้อ ๑๘ ของสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ซึ่งมีองค์กร อยู่องค์กรหนึ่งก็คือองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็น องค์การมหาชน ซึ่งมีงบประมาณถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งบอกไว้เลยว่าเป็นพื้นที่พิเศษ ในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน แล้วมาอีกอันหนึ่งก็คือในข้อที่ ๑๗ ถ้าย้อนขึ้นไป จะเห็นว่าในสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นี่ก็เป็นองค์การมหาชน แล้วก็ บอกว่าเป็นแผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ๒ องค์กรนี้ถือว่าเป็นองค์กร ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว ฉะนั้นผมจึงจะได้ขออภิปรายเหตุผลในการที่ ปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า ในหน่วยงานราชการของเรานั้นนะครับ ซึ่งงานที่รับผิดชอบมันก็มีแล้วในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นี่ก็กระทรวงหนึ่ง ในเรื่องของดูการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน หรือว่าการท่องเที่ยว ในทั่วไป ทุกรูปแบบ หรือว่าแม้กระทั่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้วโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของ เช่น ถ้าหากว่า เป็นลักษณะประวัติศาสตร์ก็มีกระทรวงวัฒนธรรม ในเรื่องของการดูแลในเรื่องนี้อยู่ ผมเอง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ในหน่วยงานขององค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนเป็นอย่างไร ผมเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า การท่องเที่ยวของประเทศไทยเรา มันมีทั้ง ๓ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวทางด้านเชิงประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวทางด้าน เชิงวัฒนธรรมหรือท่องเที่ยวทางด้านธรรมชาติ ถ้าเที่ยวแบบธรรมชาตินั้นก็ไปที่ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางด้านทะเล ถ้าไปภาคเหนือก็เป็นเรื่องของภูเขา แต่ถ้าเป็น การท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์นั้น ก็เช่นในเรื่องของอุทยานประวัติศาสตร์ต่างๆ ซึ่งมีขึ้น มากมายของประเทศไทย อย่างเช่นถ้าไปทางภาคเหนือก็มีทางจังหวัดสุโขทัย หรือหน่วยงาน รับผิดชอบก็คือสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมนั้นเขาดูแลอยู่ หรือถ้าหากว่าไปทางภาคอีสาน ก็มีหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบก็คือสำนักงานศิลปากรอีกแห่งหนึ่ง ทางภาคอีสาน แล้วก็จะเป็นพวกปราสาทโบราณหรือว่าเทวาลัยโบราณ อย่างนี้เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดนครราชสีมา หรือในจังหวัดอื่น ๆ ทางภาคอีสานนั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านเชิงวัฒนธรรมก็มีมากมาย ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นก็พยายามที่ได้เปิดดูในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องขององค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บอกว่าการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเป็นองค์การมหาชนและขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ผมมีข้อสงสัยว่าแล้วมันไปสอดคล้องอย่างไรกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของการท่องเที่ยวอยู่เหมือนกัน แล้วยิ่งไปเปิดดูแล้ว มีงบประมาณถึง ๔๐๐ กว่าล้านบาท ในตรงนี้ ๔๐๐ กว่าล้านบาทด้วยกัน ใน ๔๐๐ กว่าล้านบาท ผมยกตัวอย่างเลยว่าไปมีงบอยู่เพียงประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาทในส่วนของที่ไปขึ้นตรงกับ สำนักงานศิลปากรที่ ๖ ไปทางซีกทางสุโขทัย แต่สำนักงานศิลปากรที่ ๖ ซึ่งรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดอุตรดิตถ์ ในสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ใน ๖ จังหวัดตรงนี้ ผมเรียนกับท่านประธาน ว่ามีมรดกโลกที่อยู่ในสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ถึง ๓ แห่งด้วยกันนะครับ มรดกโลกแห่งแรก ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มรดกโลกแห่งที่ ๒ ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มรดกโลกแห่งที่ ๓ ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร นี่เป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วผมว่า ในประเทศไทยในสำนักงานศิลปากรที่มีมรดกโลกถึง ๓ แห่ง ก็มีที่เดียวในแห่งนี้นะครับ นอกจากนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญก็คือใน ๖ จังหวัดนี้ก็มีในเรื่องของถนน เรียกว่าถนนอินโดจีน ซึ่งพาดผ่านมาจากจังหวัดตาก มาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านที่มาจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลกไปออกทางภาคอีสานไปจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วก็ไปสู่ประเทศลาว ซึ่งเป็นเส้นทางอินโดจีนเป็นทางเชื่อมทางด้านเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ไปจังหวัดเชียงราย ไปลงใต้ก็ช่าง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นถนนเส้นประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ขึ้นเป็นมหาราชนั้นถึง ๓ พระองค์อยู่ในเส้นทางนี้นะครับ ก็มาเริ่มตั้งแต่ ที่จังหวัดตากก็มีพระเจ้าตากสินมหาราช พอผ่านมาจังหวัดสุโขทัยก็มีพ่อขุนรามคำแหง มหาราช ถ้าผ่านต่อไปถึงจังหวัดพิษณุโลกก็มีพระนเรศวรมหาราช อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ในเรื่องของทางด้านประวัติศาสตร์ ฉะนั้นผมเองก็ต้องฝากไปถึงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องขององค์การมหาชนพัฒนาพื้นที่พิเศษแบบยั่งยืนในการที่ท่านเอางบลงไป ในการที่จะ ไปทำแผนแม่บทก็ช่าง ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานเข้าไปแล้วได้ประสานงานไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหรือคนในพื้นที่ในการที่จะมีส่วนร่วมในการ จัดทำเป็นแผนแม่บทในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งให้ตรงความต้องการต่อในพื้นที่ในชนบทนะครับ อันนี้ ผมเองก็ต้องฝากไปถึงทางองค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผมดูแล้วได้เช็กรายละเอียดท่านมีงบ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ตรงนี้ท่านจัดงบไปประมาณที่ ๑๐ ล้านบาทเศษเองนะครับ ผมไม่ทราบว่ามันเพียงพอหรือว่าการทำงานตรงนี้ซึ่งท่านจะให้เป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ได้อย่างไรนะครับ เพราะว่าทางด้านสำนักงานศิลปากรที่ ๖ ตรงนี้ก็มีการท่องเที่ยว ทั้ง ๓ รูปแบบอยู่ในถิ่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเชิงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเชิงทางด้านธรรมชาติ ก็มีการท่องเที่ยวทั้ง ๓ รูปแบบอยู่ในสถานที่เดียวกัน แล้วอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งจัดไว้ในสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นี่ก็เป็นองค์การมหาชน ซึ่งไปขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่เหมือนกันนะครับ แล้วเขียน เพียงกว้าง ๆ เท่านั้นว่าในการจัดประชุมและนิทรรศการเป็นแผนงานเพิ่มรายได้ การท่องเที่ยว แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดนะครับว่าประชุมนิทรรศการและเป็นแผนงาน การท่องเที่ยวนั้นไปเป็นแผนงานซึ่งได้เป็นการท่องเที่ยวอย่างไร แต่ผมก็อยากจะฝากว่า ถ้าหากว่ามีการจัดประชุมและนิทรรศการอย่างนี้ ผมอยากจะบอกกับท่านประธานนะครับ ฝากไปถึงกับทางรัฐบาลและกรรมาธิการว่าถ้ามีการจัดประชุมในแต่ละรูปแบบนั้น อยากให้ ไปจัดที่ต่างจังหวัดเยอะ ๆ นะครับ หรือว่าไปจัดในท้องถิ่นซึ่งเขาสามารถที่จะให้เวลา พวกที่ไปจัดในการประชุมหรือว่าจัดนิทรรศการนั้นไปพร้อมกับเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ แล้วก็มีรายได้ไปลงสู่ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้าโอทอป (OTOP) อื่น ๆ หรือว่าศิลปะพื้นบ้านในอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้เป็นรายได้นั้นไปสู่ชนบทอย่างแท้จริงนะครับ อันนี้ผมเอง ก็ขออภิปรายขอตรวจสอบในเรื่องของมาตรา ๕ โดยการตัดงบในมาตรานี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ