สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องโครงการจํานําข้าวของรัฐบาล โดยอ้างว่าโครงการนี้จะล้มเหลวและไม่ส่งผลประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวนา และเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีคิดในการดูแลชาวนาให้ยั่งยืน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก พอดีผมเรียนกับ ท่านประธานวิปไว้เรียบร้อยแล้วว่าเนื่องจากประเด็นที่ผมอภิปรายจะมีสาระค่อนข้างจะต้อง ทําความเข้าใจเยอะ ผมจะใช้เวลาที่มากกว่าที่ทางวิปได้กําหนดไว้ ซึ่งทางท่านประธาน ได้อนุญาตไว้แล้ว จึงเรียนท่านประธานให้ทราบเข้าใจตรงกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ขออนุญาตท่านประธานเกี่ยวกับการนําวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายเพื่อมาเรียน ให้กับเพื่อนสมาชิกแล้วก็พี่น้องประชาชนให้ได้เห็น สิ่งที่อยู่ในมือผมนี้คือข้าวครับท่านประธาน ซึ่งเป็นผลผลิตของพี่น้องชาวนา แล้วท่านประธาน คงทราบดีนะครับ ว่าชีวิตของพี่น้องชาวนาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายทํานาปลูกข้าวเลี้ยง พี่น้องประชาชนคนไทยมาตลอดชีวิต แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสิ่งหนึ่งของพี่น้องชาวนาคือ ความยากความจนครับ ช่วงที่พวกผมหาเสียงในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ผมมักจะพูดอยู่เสมอว่า ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดินครับ ถ้าพี่น้องชาวนาได้รับการดูแล พี่น้องชาวนา มีสตางค์มากขึ้น ประเทศจะเจริญขึ้น แน่นอนครับ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นรัฐบาล เรามีวิธีคิดที่ต่างกันในการดูแลพี่น้องชาวนาครับ ผมจําได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่มีการหาเสียงเลือกตั้งนี่ ต่างฝ่ายต่างเสนอนโยบายซึ่งไม่แปลกครับ พรรคประชาธิปัตย์ ก็เสนอนโยบายโครงการประกันรายได้ หรือชาวบ้านเรียกว่าเงินส่วนต่าง พรรคเพื่อไทย ก็เสนอนโยบายโครงการจํานํา ซึ่งที่เรียกว่าโครงการจํานํา ๑๕,๐๐๐ บาท เฉพาะข้าวเปลือก แล้วถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตเพื่อเตือนความทรงจําครับ ขอให้ กล้องได้โคลส (Close) เข้ามานิดหนึ่งครับ ให้เกษตรกรมีบัตรเครดิต รับจํานําข้าวเปลือกเจ้า ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้เราก็ไม่ว่ากันครับ แล้วผมก็เชื่อว่า มันก็เป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจครับ ถ้าผมเป็นพี่น้องชาวนาที่ไม่มีประสบการณ์อะไร ผมก็ตื่นตาตื่นใจ ที่มีความรู้สึกท้าทายความรู้สึกมาก ว่าวันนี้ชีวิตเราจะดีขึ้น เราจะได้เงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ภาคอีสานเราจะได้เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าช่วงที่มาเป็นรัฐบาล มีการท้วงติงเยอะ พรรคฝ่ายค้านท้วงติงรัฐบาล ทั้ง ป.ป.ช. ทั้ง สตง. แม้แต่อาจารย์ดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร หลาย ๆ หน่วยงานท้วงติงรัฐบาลในโครงการจํานําข้าว แล้วถ้าท่านจําได้นี่ ในช่วง ที่มีการถกกัน มีการสํารวจความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์สถาบันชั้นนําของประเทศ ประมาณ ๗๖ สถาบัน เขาบอกว่าโครงการที่น่าเป็นห่วงที่สุด ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล คือโครงการจํานําข้าวครับ วันนั้นผมจําได้ว่าพวกผมออกมาท้วงติงรัฐบาลเช่นกัน ก่อนวันที่ ๗ ตุลาคม จุดที่เราท้วงติงคือเรากังวลว่าโครงการนี้จะล้มเหลว ที่บอกว่าล้มเหลวก็คือว่า เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทจะไม่ถึงมือพี่น้องชาวนา โรงสีจะมีการทุจริต พ่อค้าส่งออกมีปัญหา แน่นอน เพราะว่าต้นทุนข้าวสูงขึ้น แต่ปรากฏว่าวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดีใจมากครับ ที่ท่านอยู่ในที่นี้ที่รับฟังความคิดเห็นของพวกเรา ท่านได้ออกมาพูดว่าท่านท้า ท่านบอกว่า โครงการนี้ถ้าทําให้ขาดทุนมากกว่าโครงการประกันรายได้ ท่านจะรับผิดชอบ ผมว่า ท่านเข้าใจผิดครับ ผมเรียนท่านตรง ๆ นะครับ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรครับ ผมคลุกคลีกับประชาชน วิธีคิดของท่านกับพวกเราต่างกัน ท่านมาจาก ภาคเอกชน ท่านเป็นพ่อค้าครับ วิธีคิดของพ่อค้าคือแม็กซิไมซ์ โพรฟิท (Maximize Profit) หรือคิดกําไรสูงสุด ดังนั้นสิ่งที่ท่านคิดขณะนี้ท่านคิดอย่างไรก็แล้วแต่ให้ตัวเลขได้มีกําไรสูงสุด ซึ่งต่างกับพวกเรา วิธีคิดของเราคือทําอย่างไร ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีครับ ถ้ารัฐบาลจะต้อง จ่ายเงินสักก้อนหนึ่ง แล้วเงินก็ถึงพี่น้องชาวนาทุกหลังคาเรือนเรายอมจ่าย ขอให้โครงการนี้ ยั่งยืนครับ ดังนั้นผมเรียกร้องให้ท่านเปลี่ยนวิธีคิดด้วยนะครับ ลําพังท่านจะเอากําไรขาดทุน มาใช้คิดในระบบราชการอย่างเดียวไม่ได้ครับ เท่ากับท่านเจ๊งเลยนะครับ ท่านต้องคิดด้วยว่า ทําอย่างไร จะให้เกิดความยั่งยืน ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี เราเปิดโอกาสให้รัฐบาลทําหน้าที่ อย่างเต็มที่ครับ ผมท้าเลยนะ ถ้าท่านไปตรวจสอบคําแถลงข่าวของทางซีก พรรคประชาธิปัตย์ในโครงการจํานําข้าวของรัฐบาล เราจะโหมออกมาเยอะหน่อยในช่วง ประมาณปลายเดือนกันยายนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม เพราะวันที่ ๗ ตุลาคม รัฐบาล เริ่มโครงการ หลังจากนั้นแล้วเราแสดงความเห็นเป็นระยะ ๆ และเราก็เงียบไปประมาณ ๒ เดือนกว่าเกือบ ๓ เดือน เราเพิ่งเริ่มมาแสดงความเห็นหลังจากที่ประมาณ ปลายเดือนธันวาคมครับ แล้วก็เพื่อเอามาพูดสิ่งเหล่านี้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการครับ วันนี้ผมพูดได้เต็มปากว่าท่านแพ้พวกผมครับ ผมพูดอย่างเต็มปากด้วยความมั่นใจเลย นโยบายข้าวของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แพ้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทีมข้าวท่านแพ้พวกผมครับ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ เดี๋ยวท่านฟังต่อไปนะครับ เพราะว่าผมมีข้อมูลเชิงประจักษ์ มีตัวเลขที่ชี้ให้เห็น แต่ก่อนที่จะ ลงรายละเอียดและกล้าย้ําว่าท่านแพ้พวกเรา และบอกกับพี่น้องทั้งหมดเลยครับ เพราะว่าบังเอิญช่วงที่ท่านเริ่มโครงการจํานําข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๒๐,๐๐๐ บาท พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนโครงการจํานําข้าว เราเปิดศูนย์โครงการ จํานําข้าว มีพี่น้องประชาชนโทรศัพท์ให้ข้อมูลเราเยอะมาก ไม่ว่าจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดตาก จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ แม้แต่กรุงเทพฯ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดปราจีนบุรี รวมไปถึง จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดหนองคาย แล้วก็โคราช นี่คือข้อมูลที่เราได้รับมา และข้อมูล ผมย้ํานะครับว่าทุกข้อมูลเป็นข้อมูลที่เราสัมภาษณ์ตรงครับ เหมือนเป็นการทําวิจัยเชิงลึก แล้วก็หลายพื้นที่เราลงพื้นที่ ผมถึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าพี่น้องใจเย็น ๆ สิ่งที่พี่น้อง ต้องการก็คือการกลับมาของโครงการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ผมบอกไม่เป็นอะไร วันนี้เขาเป็นรัฐบาลให้เขาทําให้เต็มที่ก่อน แล้วผมจะเอาปัญหามาเสนอให้ เผื่อเขาทําได้ดีขึ้น ผมก็พูดอย่างเต็มปากเช่นกันว่าถ้าพี่น้องได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ทุกบ้านจริง ได้ทุกคนจริง ได้ทุกครัวเรือนจริง อีสานได้ ๒๐,๐๐๐ บาททุกคน ทุกครัวเรือนจริง ไม่เป็นอะไรครับ ให้ท่านเป็นรัฐบาล ผมเป็นฝ่ายค้าน ผมก็แฮปปี้ เพราะประชาชนมีเงินเยอะขึ้น แล้วผมก็เชื่อว่า ประชาชนจะอยู่ดีกินดีมากขึ้น แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ครับ เพราะวันนี้เงินส่วนหนึ่งหรือเงินส่วนใหญ่ อาจจะไปอยู่ในพ่อค้าคนกลาง หรือแม้แต่ไปอยู่ในมือนักการเมือง ผมจึงกล้าพูดว่าท่านแพ้ พวกผมครับ แล้วผมบอกพี่น้องย้ํานะครับ ใจเย็น ๆ รอวันที่พรรคประชาธิปัตย์กลับมาครับ โครงการประกันรายได้จะกลับมาดูแลพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง ผมเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ที่ผ่านมานั้นเราเคยสู้กัน ผมเชื่อว่าช่วงเวลานี้พี่น้องประชาชนคงติดตาม ผมขอทําความเข้าใจ ในเชิงวิชาการนิดหนึ่ง สมัยพรรคประชาธิปัตย์ทําโครงการประกันรายได้ หลักคิดของ พรรคประชาธิปัตย์ก็คือพี่น้องทํานามีต้นทุนเท่าไรคูณกําไรไว้ให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมก็ มักจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าพี่น้องครับผมภูมิใจมาก ชีวิตของผมเกิดมาเพิ่งจะมีรัฐบาลชุดนี้ คือชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ให้หลักประกันกับพี่น้องชาวนาว่า ต่อไปนี้พี่น้องชาวไร่ และชาวนาทําไร่ ทํานาแล้วมีกําไร แต่เวลามาเจอนโยบาย ๑๕,๐๐๐ บาท เราก็โอเคครับ เพราะถือว่ามันท้าทายความรู้สึกของพี่น้อง พี่น้องอยู่เฉย ๆ ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ประกันรายได้ อาจจะประมาณสัก ๑๒,๐๐๐ บาท หรือ ๑๓,๐๐๐ บาท วันนี้มา ๑๕,๐๐๐ บาท ตัวเลข มันต่างกัน แต่ผมก็บอกอย่าลืมนะโครงการจํานําเราทํามาเยอะแล้ว เราทํามาหลายครั้งแล้ว เงินมันไม่ถึงพวกเรา ผมขอทําความเข้าใจเพิ่มเติมว่าวันนี้รัฐบาลทําโครงการจํานํา ผมอยากให้ พี่น้องนึกถึงเราเอาทองไปจํานํา เราต้องมีทอง ทองก็ต้องเข้าที่โรงรับจํานํา วันใดเราไม่มีทองไป โรงรับจํานําเราไม่ได้สตางค์ แต่ถ้าวันใดเรามีทองน้ําหนักมากขึ้น ไปโรงรับจํานําเราได้สตางค์ กลับมามากขึ้น รัฐบาลทําโครงการจํานําข้าวก็คือพี่น้องจะต้องมีข้าว และได้ข้าวนั้นไปที่ โรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล ในที่นี่ก็คือโรงสี เพราะรัฐบาลไม่สามารถเปิดโรงรับจํานําข้าวได้