วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องโครงการจํานําข้าว โดยระบุว่าโครงการนี้ล้มเหลว และเรียกร้องการตัดงบประมาณไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากโครงการนี้ทำให้ต้นทุนข้าวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าว
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกําลังจะชี้ให้กับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิก ได้คล้อยตามผมว่าโครงการจํานํานั้นล้มเหลว ผมจําเป็นต้องตัดงบประมาณไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ดีไม่ดีฟังไปฟังมาอาจจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีก็ได้ ฟังผมต่อนะครับ คําว่า ล้มเหลว เนื่องจากว่าเรื่องข้าวมันเป็นเรื่องที่ถ้าเข้าใจเชิงระบบมันยาก ถ้าพูดถึงจํานํา อย่างเดียวพี่น้องชาวนาไปจํานําอย่างเดียวเข้าใจผิว ๆ เผิน ๆ มันง่าย แต่เราระดับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องตามเชิงระบบ ผมเลยอยากจะชี้ให้เห็นภาพว่าถ้าเราจะ เข้าใจข้าวเชิงระบบของประเทศ เราควรจะรู้เรื่องอะไรบ้าง ผมจึงขออนุญาตประธานอธิบาย ไปยังพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ทํานาหรือพี่น้องที่อยู่ในเมืองจะได้เห็นภาพว่าวันนี้ พี่น้องชาวนาเจอปัญหาอะไร และเพื่อให้เกิดความเห็นภาพจินตนาการของข้าวระบบ ประเทศไทยทั้งหมด ผมจึงแบ่งระบบข้าวประเทศแบ่งเป็น ๓ ภาค ภาคที่ ๑ หรือตอนที่ ๑ คือตอนที่ข้าวจากมือชาวนาไปถึงมือโรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล นั่นคือโรงสี ช้า ๆ นะครับ นี่คือตอนที่ ๑ ซึ่งเดี๋ยวผมลงรายละเอียด แล้วท่านฟังแล้ว ท่านจะต้องตัดงบประมาณตามผม แน่นอน ภาคที่ ๒ ข้าว เมื่อโรงรับจํานําข้าวของรัฐบาล คือโรงสี สีแปรสภาพไปเก็บในไซโลกลาง นี่คือภาคที่ ๒ และภาคที่ ๓ ข้าวที่อยู่ในไซโลกลางที่เก็บเป็นข้าวสาร เมื่อมีการประมูล ออกมาส่งออกไปขายต่างประเทศหรือแปรสภาพเป็นข้าวขายในประเทศ เราลงรายละเอียด ๓ ตอนนี้นะครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเห็นภาพทั้งสิ้น ผมจะขออนุญาตย้อนนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมพูดถึงตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ ผมจะย้อนตอนที่ ๓ ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๑ เนื่องจากว่าตอนที่ ๑ มันคือหัวใจครับ เพราะคือเป้าหมายของพี่น้องชาวนา ที่ต้องได้เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน และ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียนถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ จากรัฐบาล อันนั้นมีรายละเอียดเยอะหน่อย ในกรณีส่งออก เราเคยท้วงติงรัฐบาลแล้วว่า ตามธรรมดาต้นทุนมันสูง ต้นทุนข้าวมันสูงขึ้น อดีตที่ผ่านมาข้าวราคาตลาดประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท เราส่งออกได้ เป็นที่พอใจถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับต้น ๆ ของโลก วันดีคืนดี ราคาข้าวขึ้นมาเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต้นทุนมันแพงขึ้น ก็ได้รับการท้วงติงว่าเมื่อต้นทุนแพงขึ้น การส่งออกจะมีปัญหา ผมจําได้ว่าวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจท่านก็บอกว่า อย่างน้อยเราก็ต้องภูมิใจของที่เราส่งออกมันแพงขึ้น มันอาจจะส่งออกได้น้อยลงสักหน่อย แต่เราได้เงินมากขึ้น ผมทวนใหม่นะครับ ท่านคงจําได้ในช่วงประมาณต้นเดือนตุลาคม ที่โครงการจํานําจะเริ่มต้นขึ้นมีการท้วงติง บอกว่าต้นทุนข้าวในประเทศสูงขึ้นพ่อค้าส่งออก เราจะไปแข่งเขาได้อย่างไร เพราะว่าต้นทุนเรามันแพง ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ท่านก็บอกว่า ก็ไม่เป็นอะไร ก็ไม่แปลกส่งออกลดลงนิดหน่อยแต่ราคามันสูงขึ้นเราจะได้ มีกําไรมากขึ้นก็ไม่เห็นแปลกอะไร ซึ่งมันฟังแล้วดูดี วันนั้นพวกเราฝ่ายค้านเราก็เฉย ๆ เพราะเราต้องการให้เวลามันพิสูจน์ เวลาผ่านไป ๓ เดือนขณะนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทําผิด พวกผมถูกครับ ผมจําได้ว่าวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ถ้าคนไม่ได้ตามรายละเอียดทั้งหมด ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ออกมาแถลงว่าปีนี้คาดว่าเราจะส่งออกข้าวได้ ๑๐.๕ ล้านตัน ถือว่าเป็นสถิติที่สูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถ้าท่านลองดูในช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการที่ชื่อว่า ไทยแลนด์ ไลซ์ คอนเวนชั่น ๒๐๑๑ ( Thailand rice convention 2011) เขียนไว้ว่า มหัศจรรย์ข้าวไทยส่งออกปีนี้ ๑๔ ล้านตัน คนเขาประเมิน ตอนกลางปีที่ผ่านมาว่าเราจะส่งออกข้าวได้ ๑๔ ล้านตัน แต่เราไม่ว่ากันกําลังจะชี้ให้เห็นว่า วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ออกมาแถลงเราส่งออกข้าวได้ ๑๐.๕ ล้านตัน ที่สูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีการพูดเลยว่าโครงการจํานําไม่เป็นอุปสรรค ต่อการส่งออกข้าว แต่ในข้อเท็จจริงถ้าฟังทั้งหมดแล้วมันไม่ใช่ ท่านประธานครับ ในช่วง เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน แล้วก็เดือนธันวาคมเป็นช่วงที่โครงการจํานําเริ่มต้น ปรากฏว่า ตัวเลขการส่งออกข้าวเราติดลบมาตลอด เดือนตุลาคมเราเคยส่งออกข้าวได้ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ แต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเราส่งออกข้าวได้ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน หายไป ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เดือนพฤศจิกายนของปีก่อนตัวเลขการส่งออกข้าวเรา ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ปรากฏว่าเดือนพฤศจิกายนปีนี้เราส่งออกข้าวได้ประมาณ ๔๗๐,๐๐๐ ตัน แล้วเดือนธันวาคมล่าสุดท่านประธาน โดยปกติแล้วปีที่แล้วเราส่งออกข้าวได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ปีนี้เราส่งออกข้าวได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ตันติดลบไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสิ่งที่ท่านพูดตรรกของท่านผิด พวกเราถูกต้อง