สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

นคร มาฉิม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทําแนวเขตที่ดิน หรือการรีเชฟ โดยเน้นย้ำว่าประชาชนมีสิทธิเป็นเจ้าของประเทศ และควรเคารพสิทธิของประชาชน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชี้แจงความคืบหน้าในเรื่องนี้ รวมถึงการขาดเอกภาพและบูรณาการของหน่วยงานของรัฐในการจัดการน้ำ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมเสนอขอปรับลด งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ทั้งสิ้นร้อยละ ๕ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงในรายละเอียด เหตุผลประกอบการขอปรับลด ผมขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าในขณะที่ท่านพิจารณา แทนสภาอยู่นั้น ท่านได้เชิญให้รัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้มาชี้แจงความคืบหน้า ๓ เรื่องดังต่อไปนี้หรือไม่ แล้วก็ชี้แจงว่าอย่างไร

เรื่องที่ ๑ การจัดทําแนวเขตที่ดินหรือการรีเชฟ (Reshape) การตรวจสอบ แนวเขตที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติและอื่น ๆ ได้มีการ ชี้แจงจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนและจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่จะพิสูจน์แนวเขตในการทํากินเพื่อที่จะเป็นฐานในการแบ่งระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทํากิน ที่ไร่ ที่นา ที่สวน ที่เขตป่าทับคนอยู่ เพื่อดําเนินการขับเคลื่อนกระบวนการไปสู่การให้สิทธิ กับราษฎรกับประชาชนที่ถูกป่าทับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ การยกเลิกเพิกถอนเขตที่ดินที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย ที่ไร่ ที่นา ที่สวนของประชาชนที่อยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งในหลักการแนวคิด ในเชิงอนุรักษ์ในสมัยก่อนในขณะที่ร่างกฎหมายหรือตรากฎหมายป่าไม้ กฎหมายอนุรักษ์ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาตินั้นจํานวนประชากร จํานวนคนไทยในขณะนั้นยังมีจํานวนน้อยครับ ๒๐-๓๐ ล้านคน ทุกที่เป็นป่า แต่ในสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันท่านประธานครับ คนอยู่ในป่า และป่าเข้ามาทับคนมากมายเหลือเกินทําให้ประชาชนขาดสิทธิอันพึงมีพึงได้ ทําให้ประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศที่แท้จริงถูกละเมิดสิทธิโดยการถูกกล่าวหาจากหน่วยงานของรัฐ มาโดยตลอดว่าถูกบุกรุกเป็นผู้ทําลายป่า ซึ่งผมบอกว่าไม่จริง เพราะประเทศทั้งประเทศ ถ้าไม่มีคนมันจะเป็นประเทศได้อย่างไรครับ แต่ในเมื่อมีคนเขาเป็นเจ้าของประเทศ รัฐต่างหากล่ะปล่อยให้สภาพเป็นพื้นที่ เป็นชุมชน เป็นวัด เป็นโรงเรียน เป็นอําเภอ เป็นเทศบาล เป็นเรือกสวนไร่นา จนหมดสภาพป่าไปทั้งหมดหลายสิบปีเป็นหลายชั่วอายุคน แล้วก็มี ทําไมรัฐไม่เคารพในสิทธิที่ควรจะให้กับประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ เรื่องนี้ ท่านได้สอบถามทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไหมว่าจะดําเนินกระบวนการ เรื่องนี้อย่างไร เพื่อให้รัฐเคารพในสิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ ถ้าสอบถาม มีกระบวนการในการเดินเข้าไปสู่การเพิกถอนเขตป่าที่มันทับคนอยู่ในแต่ละพื้นที่อย่างไร ท่านได้ซักถามแทนสภาแห่งนี้หรือไม่

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมในตัวของท่านว่าท่านเป็นคน ที่มาจากชาวบ้านจริง รู้จักสภาพของพื้นที่ปัญหาและมีวิสัยทัศน์คนหนึ่งในการที่จะวางระบบ ในการบริหารจัดการน้ําในส่วนที่ท่านรับผิดชอบตั้งแต่ต้นน้ํา แต่ปัญหาเนื่องจากว่า เราไปสร้างกฎเกณฑ์หรือกติกาผูกมัดตนเองไม่ให้มีการขับเคลื่อนในการพัฒนา ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ และผมกําลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ก็คือแหล่งต้นน้ําต่าง ๆ ในลุ่มน้ํา สาขาแควน้อย ลุ่มน้ําภาค ลุ่มน้ําคาน ลุ่มน้ําเขมรในเขตพื้นที่ก่อนที่จะไหลรวมกันมาเป็น ลุ่มน้ําแควน้อยแล้วก็มาเป็นลุ่มน้ําหลักก็คือแม่น้ําน่าน ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถามว่า ห้วยพริกขิงของตําบลนครชุม อําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีงบประมาณที่เตรียมในการ ดําเนินการก่อสร้างประมาณ ๒๓๐ ล้านบาท กรมชลประทานก็บอกว่าพร้อมที่จะสร้าง ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สุดท้ายแล้วกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบอกว่า ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ ยังไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ขับเคลื่อน เรื่องนี้เข้ามาสู่การพิจารณานี้อีก ผมเลยบอกว่าอันนี้คือการเชื่อมโยง การขาดเอกภาพ การขาดการบูรณาการของหน่วยงานของรัฐ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ และถ้าเกิดว่าตัวท่านรัฐมนตรีพร้อมที่จะชี้แจงเรื่องนี้ในการขออนุญาตใช้พื้นที่เขื่อนกักเก็บน้ํา ขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่อยู่ในเขตป่าไม้ เขตอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ขอเถอะครับ ให้ความร่วมมือและมาบูรณาการเรื่องน้ํา ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริงเพื่อแก้ไขอย่างยั่งยืนและมั่นคง ประชาชนรอคําตอบ และเรียกร้องมายาวนานมากแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ