สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล หารือเรื่องการพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบ และพูดถึงปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและรักษาสถาบัน

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญปีนี้ค่อนข้างที่จะวิกฤติ จากที่เราเคย ใช้เวลาพิจารณากันถึงมากกว่า ๖๐ วัน แต่ปีนี้รัฐบาลประสงค์ที่จะให้จบภายใน ๔๔ วัน แล้วก็พวกผมเองในฐานะกรรมาธิการฝ่ายค้านก็พยายามให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุด จนในที่สุดเราก็สามารถจบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้ เมื่อวันที่ ๒๔ เพื่อให้จัดพิมพ์เอกสาร และเข้าสภาได้ทันในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ในท่ามกลางความเร่งรัดดังกล่าวนี้ ผมก็จะกราบเรียนกับกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลว่าถึงแม้จะต้องเร่งรัดในเรื่องเวลา แต่พวกผม ขอทําหน้าที่พิจารณาให้รอบคอบครบถ้วนทุกประเด็น ไม่อยากให้กรรมาธิการปีนี้ผ่านพ้นไป โดยมีข้อบกพร่อง ผมได้สงวนความเห็นที่จะปรับลดงบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ไว้เกือบทุกมาตรา แต่มาถึงสภาเนื่องจากข้อจํากัดในเรื่องเวลาก็พยายามให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยไม่อภิปราย นอกจากวันแรกที่ผมอภิปรายไปได้สัก ๕ นาทีก็เนื่องจากสุขภาพป่วยก็เลยต้องหยุดมา จนถึงวันนี้ แต่เนื่องจากเมื่อคืนมีเพื่อนผมจากจังหวัดกระบี่ คือท่าน ส.ส. อาคม เอ่งฉ้วน ได้ถามกรรมาธิการอยู่ ๒ ประเด็น ในขณะที่พิจารณางบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีว่า

๑. การบรรจุข้าราชการการเมืองสํานักนายกรัฐมนตรีมีการพิจารณาคุณสมบัติ ให้รอบคอบถี่ถ้วนถึงทุกตัวบุคคลหรือยัง ทําไมปล่อยให้บางคนที่มีความไม่เหมาะสมเข้ามานั่ง ในตําแหน่งข้าราชการการเมืองกินเงินเดือน และ

๒. ได้ถามถึงพฤติกรรมการจาบจ้วงต่อสถาบันอย่างรุนแรง ทั้งที่ปรากฏ ในเว็บไซต์และที่ปรากฏในซีดีตัดต่อ และเอกสารกับพฤติกรรมที่แสดงทั่วไป คณะกรรมาธิการ ได้ตอบเพียงประเด็นเดียวครับ ในเรื่องของการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง แต่ส่วนในเรื่อง พฤติกรรมที่น่ารังเกียจแล้วก็ทําให้ประชาชนชาวไทยเจ็บปวดอย่างยิ่งทั่วประเทศขณะนี้ คือเรื่องการล่วงบังอาจจาบจ้วงต่อสถาบันของผู้ที่เคารพ ผู้ที่สถิตอยู่เหนือหัวท่านประธาน ผู้ที่ทรงสถิตอยู่ต่อหน้าพวกเราทุกท่าน ยิ่งนับวันจะก้าวร้าวรุนแรงมากยิ่งขึ้นทุกวัน ท่านประธานที่เคารพ ผมเลยจําเป็น ผมรอมา ๒ วัน ก็ไม่เห็นมีกรรมาธิการท่านใดตอบ เสมือนหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการเราไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้ แต่แท้จริงผมได้อภิปรายพูดถึงเรื่องนี้ ด้วยความกังวลในหน่วยงานที่เกี่ยวกับงานเทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ถึง ๘ หน่วยงาน เช่น ที่กรมราชองครักษ์ ผมได้พูดว่างานของกรมราชองครักษ์ไม่ใช่เพียงแค่ ถวายความปลอดภัยพระเจ้าอยู่หัว แต่บางอย่างที่เกิดขึ้นแก่องค์พระเจ้าอยู่หัวของเรา ในบางประการในการจาบจ้วง บังอาจ หมิ่นประมาท กล่าวคําอาฆาต หน้าที่กรมราชองครักษ์ จะต้องดูแลด้วย ก็ได้คํารับปากที่ไม่เต็มคํานัก มาถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หลายคนเห็นว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานสําคัญที่ปล่อยให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น ผมเห็นใจท่านปลัดกระทรวงผู้มาชี้แจงและไม่กล่าวว่าเป็นความผิดของท่านหรอกครับ ก็เห็นว่าท่านได้พยายามแล้ว แต่ท่านก็ได้ตอบว่ามีข้อจํากัดในบางประการ ไม่สามารถทํางาน ในการที่ป้องกันพระองค์ได้เต็มที่ มาถึงกระทรวงมหาดไทย ถึงกรมราชทัณฑ์ ถึงสํานักนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งถึงสํานักเลขาธิการการอุดมศึกษาแห่งชาติ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมพูดทุกกระทรวงครับ รวมเวลาที่ผมพูดในเรื่องเหล่านี้ไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมงใน ๘ หน่วยงานนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมพูดในนี้ในฐานะที่เป็นพสกนิกรชาวไทย ผมไม่ได้มีความจงรักภักดีมากเกินกว่า พวกเราทุกคนครับ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนจงรักภักดี แต่ในแผ่นดินนี้ ในช่วง ๔-๕ ปีนี้มีสิ่งที่ ไม่บังควรเกิดขึ้นที่เราเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากคดีที่นางคนหนึ่งที่ถูกศาลตัดสินจําคุก ๑๘ ปี และไอ้อีกคนหนึ่งที่ถูกศาลตัดสินจําคุก ๒๐ ปี คดีถึงที่สุดแล้ว ด้วยคํากล่าวหมิ่นประมาท จาบจ้วงกล่าวคําอาฆาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งอันนี้ ชัดเจนโดยคําพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็น ขบวนการที่ขยายไปเรื่อยครับ ท่านประธานครับ ที่ผมเรียกว่า ขบวนการ มันไม่ใช่กระทํา ด้วยคน ๒ คน มันยิ่งลุกลามมากขึ้นทุกวัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ แม้กระทั่งสถานีวิทยุที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประเทศสวีเดน ที่บางประเทศ สถานีเครือข่ายวิทยุ ตามชนบทหลาย ๆ แห่งของเรามันบังอาจมากขึ้นทุกวันด้วยนรกจกเปรตกลุ่มหนึ่งที่ทํากับ พระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเกิดทันในแผ่นดินรัชกาลที่ ๘ ครับ แต่ผมยังเด็กเกินไปที่จะจําอะไรได้ ผมมาจําความได้ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เด็กผมรู้ว่าทุกย่างก้าวที่ผมเหยียบย่างไปมันคือแผ่นดินไทย และแผ่นดินไทย เรามีพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินที่ผมประจักษ์ตลอดมาในช่วง ๖๐ กว่าปีนี้ประเทศไทย เรามีบุญญาธิการครับ เรามีบุญที่เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงด้วยทศพิธราชธรรม ทรงตรากตรํา ทรงมีพระมหากรุณา ทรงวิริยะอุตสาหะ ทรงกระทําทุกประการเพื่อพสกนิกร เห็นภาพท่านขึ้นเขา ลงน้ํา ข้ามห้วย ไต่สะพานไม้ ข้ามโขดหิน ลุยโคลนเพื่อทํานุบํารุงไพร่ฟ้า ข้าแผ่นดิน จนแม้กระทั่งเหน็ดเหนื่อย ทรุดกายลงนั่งพิงรถจิ๊บพระที่นั่ง ทรงอ่านแผนที่ เพื่อปวงประชาชนที่เป็นไพร่ฟ้าประชาชนของพระองค์ แต่วันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเกิดมันได้เกิดขึ้น ในแผ่นดินนี้ทั่วไปกว้างขวางมากขึ้นทุกที ๆ จนครั้งหนึ่งบนเวทีการชุมนุม มีผู้ขึ้นไปกล่าวบนเวทีว่า วันนี้ถ้าไม่มีพวกเราพระเจ้าอยู่หัวไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว ท่านประธานครับ ผมเจ็บปวดมากกับคํานี้ ผมเชื่อว่าพสกนิกรทุกคนยังถวายความจงรักภักดี เรายังรู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่พึ่งของเรา แต่เมื่อมีผู้กระทํากับพระองค์ท่านขนาดนี้ ใครเป็นที่พึ่งบ้างละครับ ในการที่จะดูแลไม่ให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ผมถามคนของกรมราชองครักษ์ก็ไม่ได้คําตอบ ไอซีที ก็ไม่ได้คําตอบ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ที่ครั้งหนึ่งผู้อํานวยการสํานักข่าวกรองได้พูดถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานนี้ว่า แม้กระทั่งกลางคืน ใครนอนฝันว่าอย่างไรเขาก็ยังรู้ได้เลย ผมถามในสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ในฐานะที่ดูแลความมั่นคง พระมหากษัตริย์เราเป็นองค์ประกอบสําคัญของความมั่นคงของประเทศชาติ ณ ขณะนี้หรือไม่ ก็ไม่มีคําตอบที่ชัดเจน ผมถามสํานักข่าวกรองแห่งชาติว่า ด้วยประสิทธิภาพที่เขาเคยพูดถึง ตลอดเวลา ทําไมไม่รู้เลยหรือว่าใครที่อยู่ขบวนการเหล่านี้ ทําไมมาปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ทั่วประเทศโดยสํานักข่าวกรองแห่งชาติไม่มีข้อมูลในการที่จะกําจัดสิ่งเหล่านี้หรือ ผมถามสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าสิ่งที่ติดอยู่บนหมวกท่านคือตราแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดิน ของเรา ผมบอกว่ามหาพิชัยมงกุฎที่สวมอยู่บนบ่าที่ท่านภาคภูมิใจ ผมถามกระทรวงมหาดไทยว่า ความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของท่านที่อ้างอยู่ตลอดเวลา วันนี้พวกเรา ทําอะไรกันบ้างในขณะที่เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้กับบ้านเมือง ทุกคนก็ได้แต่อ้ําอึ้งครับ ผมยังไม่จํานนครับ ผมยังเชื่อว่านอกจากกลุ่มที่ไปพูดบนเวทีดังกล่าวนี้ ยังมีคนที่หวังที่จะมี ความจงรักภักดียึดมั่นไม่น้อยกว่าพวกเราทุกคน ผมไม่อยากเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต่อไป ในบ้านเมือง ผมพยายามที่จะหาที่พึ่งว่าจะมีใครสักคนหนึ่ง หรือใครสักกลุ่มหนึ่ง ข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไหนสักกลุ่มหนึ่ง จะรวมพลังกันขึ้นมาเพื่อกําจัดพวกนรกจกเปรตนี้ ออกไปจากผืนแผ่นดินไทย ที่จาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัวเราอย่างหยาบช้าสามานย์ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เพียงแค่ในเว็บไซต์ครับ ท่านประธานเปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์สิครับ เว็บไซต์บางเว็บไซต์ กดเข้าไปในยูทูบ (Youtube) ท่านจะเห็นคอลัมน์ที่หมิ่นประมาท จาบจ้วงอย่างรุนแรงทั้งภาพ ทั้งข้อความที่หยาบช้าสามานย์อย่างยิ่ง แล้วก็ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกวัน นั่นคือหน้าที่ของไอซีที กระทรวงที่เรากําลังพูดถึง การแจกซีดีตัดต่อ การแจกซีดีเถื่อนไปยังกลุ่มแม่ค้าผู้ไม่สามารถ มีดุลยพินิจในการที่จะไตร่ตรองว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง การที่ไปประกาศป่าว ออกข่าวเท็จ ในทั่วหมู่บ้านในชนบท ชักชวนให้ประชาชนปลดพระบรมสาทิสลักษณ์ลงมา แล้วเอารูปคนอื่น ขึ้นไปแทนอย่างนี้ ขบวนการมันกว้างขึ้นทุกวันครับ กว้างขึ้นจนผมคิดว่าวันนี้ผมถ้าจะวิงวอนว่า ขอที่พึ่งให้พระเจ้าอยู่หัวของเราบ้าง วันหนึ่งเมื่อทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี ขณะที่เฉลิมฉลองกัน กษัตริย์ทั่วโลกมาประเทศไทย วันนั้นเราเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงทานพระกรพยุงพระวรกายแล้ว หลายคนร้องไห้ หลายคนเสียใจ แต่ต่อมาอีก ๓-๔ ปีพระองค์ทรงดําเนินไม่ได้ครับ ต้องประทับรถเข็น หลายคนก็ร้องไห้ หลายคนก็เสียใจ

๔๘๒/๑ แต่เราจะเอาเพียงแค่ร้องไห้เสียใจอย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ ความจงรักภักดีไม่ใช่แสดงออก ด้วยการเปล่งวาจาทรงพระเจริญแค่นั้นละครับ ไม่ใช่แสดงออกด้วยทุ่มงบประมาณไปสร้างพิธีกรรม อะไรต่าง ๆ แต่ความสํานึกบทบาทหน้าที่และความตั้งใจจริงที่จะทําอะไรถวายพระองค์ท่าน พระองค์ท่านไม่แย้มพระโอษฐ์เลยครับ ใครจะหมิ่นประมาทท่านอย่างไร จาบจ้วงอย่างไร ท่านถือว่านั่นคือพสกนิกรไม่เคยมีปริปากสักคําเดียวกับสิ่งเหล่านี้ แต่คนเหล่านี้ยิ่งชะล่าใจ ยิ่งทะนงองอาจขึ้นมาเรื่อย ๆ และหลายคนที่มีข้อหาในการที่จ้วงหยาบช้าต่อพระองค์กําลัง จะได้ผลตอบแทนที่ดีจากบางส่วนของราชการ ผมไม่ได้หมายถึงใครครับ อย่างน้อยที่สุดกรมราชทัณฑ์ ในการดูแลของกระทรวงยุติธรรม กําลังจะตกแต่งเรือนจําแห่งใหม่ที่ควบคุมขังพิเศษที่ โรงเรียนพลตํารวจหลักสี่ ทาสีใหม่ปรับปรุงห้องขังใหม่ สร้างห้องน้ํา ตกแต่งห้องนันทนาการ ให้ออกกําลัง ขยายห้องเพื่อไม่ให้แออัด เพื่อต้อนรับนายและนางที่ต้องโทษจําคุก ๑๘ ปี และ ๒๐ ปี คดีถึงที่สุดเหล่านี้ นี่หรือครับข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่หรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมบางหน่วยงาน นี่หรือลูกมหาดไทยทั้งหลายปล่อยให้ มีการแจกซีดีเถื่อนกันอยู่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองอย่างนี้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่พูด ว่าคณะกรรมาธิการเราให้ความสําคัญ เราได้พูดแล้ว เราได้พยายามหาที่พึ่งหาที่กําจัดสิ่งชั่วช้า อุบาทว์เหล่านี้จากแผ่นดิน แต่ไม่มีท่านกรรมาธิการท่านใดตอบ จนกระทั่งบัดนี้ ผมจึงจําเป็นต้องพูด ผมไปถ่ายเทปที่ผมพูดเอาไว้ทั้งหมดเกือบ ๔ ชั่วโมงใน ๘ หน่วยงาน แต่ผมไม่ใช่ว่าผมจะจงรักภักดีให้ความสําคัญเรื่องนี้ยิ่งกว่าใคร ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน เหมือนกัน พวกเราทุกคนตระหนักในความสําคัญ แต่ใครบ้างละครับที่จะทําอะไร ในสิ่งเหล่านี้เพื่อพระองค์ กองทัพไทยมีพระองค์เป็นจอมทัพ ทําอย่างไรที่ปล่อยให้จาบจ้วง องค์จอมทัพไทยอย่างหยาบช้ารุนแรงเท่านั้น ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่เห็นข้อความ หรือครับ ที่ไอ้คนหนึ่งที่เรียกว่า อากง พยายามยกย่องตัวเองด้วยสมญานามเห็นว่า เป็นผู้อาวุโส ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเลขานุการส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรีข้อความ หยาบช้าอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขออภัยที่ผมจะต้องยกตัวอย่างที่ชัดเจน ท่านประธาน กดเข้าไปในเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ยังเห็น ข้อความว่า จุด จุด จุด ผมไม่บังอาจจะพูด จุด จุด จุด บรรลัยชาติไทยเจริญ ข้อความเช่นนี้ให้อยู่ในเว็บไซต์เราได้อย่างไรตั้งกี่เดือน กระทรวงไอซีที ทําอะไรกับสิ่งเหล่านี้บ้าง เมื่อถึงสํานักเลขาธิการการอุดมศึกษา ท่านอธิการบดีแต่ละท่าน ได้มาพูดถึงความเป็นเลิศในเรื่องไอทีของสถาบัน ได้มาพูดถึงความเป็นอัจฉริยะทั้งอาจารย์ และลูกศิษย์ทั้งหลายในเรื่องไอที พูดถึงความสามารถ