สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

อานิก อัมระนันทน์ หารือเรื่องการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและแก๊สโซฮอล์ เพื่อแก้ปัญหาการใช้พลังงานที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงเครือข่ายสถานีพลังงานให้ทั่วถึงเพื่อให้ผู้ใช้พลังงานมีทางเลือกในการใช้พลังงาน

นางอานิก อัมระนันทน์ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะท่าน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอแปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวงพลังงานลง ๓ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคณะกรรมาธิการได้ตัดไปกว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ดิฉันคิดว่ายังไม่ถูกจุดค่ะ แล้วก็ยังมี การใช้งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ได้แถลงไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น การส่งเสริม น้ํามันแก๊สโซฮอล์ดูเหมือนว่าการบริหารเรื่องนี้จะทําไปแก้ไป แล้วตอนนี้ก็ยังแก้ไม่สําเร็จ นะคะ เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารได้มีการปรับโครงสร้างราคาทําให้การใช้เอทานอล ซึ่งเป็นผลผลิตส่วนใหญ่จากมันสําปะหลังทําให้ยอดขายตรงนี้ตกลงไปถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านลิตรต่อวัน ท่านก็ได้พยายามแก้ไข แล้วก็ดีขึ้น แต่ว่ายังไม่ดีพอ ในเดือนธันวาคมก็ยังตกต่ํากว่าที่เคยเป็นอยู่ถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เป็นเพราะว่าผู้ใช้รถ จํานวนมากเขารู้ว่าแก๊สโซฮอล์ค่าความร้อนจะต่ํา แต่ว่าท่านปรับโครงสร้างทําให้ความแตกต่าง กับเบนซินลดน้อยลงไปก็เลยขาดแรงจูงใจที่จะใช้แก๊สโซฮอล์ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ราคามันสําปะหลัง ที่คนอีสานได้ขายจากไร่สูงกว่านี้มาก คือบางครั้งได้ถึง ๓ บาทกว่ากิโลกรัม แต่ว่าตั้งแต่ มีการปรับโครงสร้างราคาน้ํามันแก๊สโซฮอล์ของรัฐบาลนี้ราคามันสําปะหลังก็ตกต่ําลงไป บางทีแค่บาทกว่าต่อกิโลกรัมในช่วงนี้ บางครั้งโรงงานบางแห่งก็หยุดรับซื้อด้วยทําให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขาดทุนมาก เพราะว่านอกจากราคาต่ําแล้วเขาก็ยังไม่สามารถได้รับเงินส่วนต่างเนื่องจาก ท่านได้ยกเลิกนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปเสียแล้ว ท่านประธานคะ โครงสร้างราคาน้ํามันที่ได้กล่าวถึงนี้ทําผ่านกลไกของกองทุนน้ํามัน ซึ่งเงินของ กองทุนน้ํามันนี้จะบริหารโดยสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ใช้งบประมาณเกือบ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งถูกตัดไปบ้าง แต่ว่าความจริงแล้วดิฉันว่าสมควรพิจารณาว่าเราจําเป็นจะต้องมีหน่วยงานนี้หรือไม่ หากว่ากองทุนน้ํามันถูกใช้ในการรักษาเสถียรภาพของราคาและรัฐบาลมีนโยบายพลังงาน ที่จะให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างที่ท่านได้แถลงไว้ต่อรัฐสภากองทุนก็ไม่ควร จะต้องมีหนี้สินคงค้าง แล้วก็ไม่จําเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานเฉพาะเพื่อจะบริหารหนี้สินเหล่านี้ เราก็จะประหยัดงบประมาณได้ในส่วนนี้ อันนี้ก็เป็นหลักการนะคะ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ดูเหมือนจะมีแนวโน้ม แนวปฏิบัติ ๒ ทางที่ขัดกันเองที่ดิฉันสังเกตเห็นนะคะ ทางหนึ่งท่านได้เริ่ม ทยอยปรับราคาเอ็นจีวี แล้วก็แอลพีจีขึ้น ซึ่งถ้าสําเร็จก็จะเป็นไปตามนโยบายที่ท่านแถลง แล้วกองทุนก็จะมีโอกาสที่เข้าสู่ความสมดุลไม่มีหนี้สินคงค้างได้ แต่ว่าตรงนี้ปัจจุบัน ก็ดูเหมือนว่าจะมีอุปสรรคมากมาย ผู้ที่ควรจะอยู่ในระบบบัตรเครดิตพลังงาน ๖๐,๐๐๐ กว่าราย ก็มีคนสมัครแค่ไม่ถึงครึ่ง แล้วนอกจากนี้ก็จะมีแท็กซี่แอลพีจีที่ไม่อยู่ในโครงการนี้ ซึ่งเขาก็จะ ถูกบีบคั้นมากถ้าเผื่อรัฐบาลยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกจะยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร การที่เขาถูกบีบคั้นค่าครองชีพอาจจะทําให้เขาไปทําสิ่งที่ไม่เหมาะ ได้แก่ การยักย้ายถ่ายเท ก๊าซแอลพีจีจากถัง ซึ่งใช้ในภาคครัวเรือน เพราะว่าราคายังไม่ขึ้นเอาไปใช้ในรถยนต์ อันนี้นอกจากผิดกฎหมายแล้วก็ยังเป็นอันตรายมาก อันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิต เพราะว่า ไม่มีอุปกรณ์ที่ปลอดภัยที่มีมาตรฐานสําหรับการถ่ายเทอันนี้ มันจะทําให้เกิดการรั่วได้ง่าย แล้วรั่วแล้วเมื่อมีการจุดประกายนิดเดียวก็สามารถระเบิดได้ ยกตัวอย่างกรณีเมื่อหลายปีก่อนหลายท่านอาจจะจําได้ว่ามีร้านสุกี้ที่เกิดแก๊สรั่ว ถึงแม้จะไม่ได้มาจาก การถ่ายเท แต่การที่ก๊าซแอลพีจีรั่วสะสมเอาไว้เพราะว่าก๊าซพอเพียงแค่คนมากดออดหน้าบ้าน ก็เกิดระเบิด เกิดไฟไหม้ เสียหายมากมาย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องรีบไปแก้ไข โดยด่วน แล้วก็ในระหว่างที่แผนงานของท่านยังไม่ตอบโจทย์ ยังไม่แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ดิฉันคิดว่า ท่านน่าจะต่อรอง น่าจะสั่งให้ ปตท. ปรับปรุงเครือข่าย ขยายเครือข่ายสถานีเอ็นจีวีให้มี ให้ทั่วถึง ให้มีซัพพลาย ให้เพียงพอเพื่อว่าผู้ใช้เอ็นจีวีจะได้ไม่ต้องวิ่งหา แล้วก็เข้าคิวรอ เป็นชั่วโมง ๆ อันนี้จะทําให้ผู้ใช้เข้ามาร่วมโครงการบัตรเครดิตของท่านได้มากขึ้นค่ะ แล้วก็จะ ช่วยเป็นแรงจูงใจให้คนที่ใช้แอลพีจีเปลี่ยนหันมาใช้เอ็นจีวี ซึ่งก็จะดีกว่าสําหรับระบบเศรษฐกิจ ของประเทศ ท่านประธานคะ แนวโน้มในการปฏิบัติเกี่ยวกับกองทุนน้ํามันก็จะมีอีกด้านหนึ่ง ของรัฐบาลชุดนี้ก็คือการใช้กองทุนเป็นเครื่องมือทางการเมือง แล้วมันก็จะก่อให้เกิดหนี้สินพอกพูนขึ้น อย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต เราเคยมีหนี้น้ํามันถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ซึ่งตอนนั้นก็เลยทําให้มีการตั้งสํานักงานนี้ขึ้นมาเพื่อจะออกตราสารกู้ เป็นตราสารกู้ ระยะยาวด้วย ท่านชอบกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ดีแต่กู้ แต่ถ้าเผื่อท่านประธานได้ฟังที่ฝ่ายค้าน อภิปรายข้อเท็จจริงด้านการคลังแล้ว แล้วก็มาดูเรื่องกองทุนน้ํามัน แนวโน้มที่ดิฉันเรียนเมื่อกี้ ก็จะพบว่าใครกันแน่ที่ดีแต่กู้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ตรึงราคาดีเซลไว้ที่ ๓๐ บาทต่อลิตร เพื่อต้าน เงินเฟ้อแล้วก็ปกป้องค่าครองชีพ แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝืนกลไกตลาดแต่ก็เป็นการทํา อย่างที่มีวินัย มีความรับผิดชอบ เพราะว่ากองทุนตอนนั้นยังสามารถรับภาระได้ สถานะของ กองทุนก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภายใต้รัฐบาลนี้เป็นบวก ๑,๓๐๐ ล้านบาทบวก แต่พอ รัฐบาลท่านเข้ามาก็มีการลด แลก แจก แถม เทกองทุนจนหมดหน้าตักทําให้กองทุนสะสมหนี้ตอนนี้ ถึงลบ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แล้วยังมีข่าวอีกว่าอาจจะให้ปั๊มน้ํามันที่ถูกน้ําท่วมกู้เงินทั้ง ๆ ที่กองทุนเองก็ยังติดลบ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าแทนที่จะให้กองทุนน้ํามันก่อหนี้สะสม รัฐบาลควรจะจัดสรรงบประมาณเพื่อจะช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ําท่วมอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา มันจะเป็นการยกธรรมาภิบาลในภาครัฐของเรา แล้วจะช่วยให้ประเทศไทย เข้มแข็งพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงเปิดสู่เศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ด้วยค่ะ งบประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงการคลัง จริง ๆ แล้วถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับ กองทุนต่าง ๆ เทียบกับขนาดของรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่โตมโหฬารอย่าง ปตท. ที่กระทรวงพลังงาน กํากับดูแลอยู่ งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นเพียงเหมือนยอดเล็ก ๆ ที่มองเห็นของ ภูเขาน้ําแข็งมหึมาใต้น้ํา ใต้น้ํานี้ยากต่อการเห็น เห็นแล้วก็ไม่รู้เพราะว่าไม่โปร่งใส ยากต่อการตรวจสอบ หรือตรวจสอบแล้วก็อาจควบคุมไม่ได้ ยากยิ่งกว่างบกลางที่ได้อภิปรายกันเยอะแยะด้วยนะคะ โครงการหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เสนอใน พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้แล้วก็ถูกตัดออกไป ๑๔๔ ล้านบาท ของกระทรวงพลังงานนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถนําไปใช้จ่ายได้ผ่านช่องทางหรือขุมทรัพย์เหล่านี้ ในส่วนของกองทุนขุมทรัพย์ที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นกองทุนอนุรักษ์ ซึ่งสถานะล่าสุดของ กองทุนนี้ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือสถานะก่อนที่จะมีการจัดสรร ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทมา เพื่อจะช่วยฟื้นฟูน้ําท่วม ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นการจัดทําแจกคูปองส่วนลดสําหรับการซื้อเครื่องไฟฟ้า ประสิทธิภาพสูง ตรงนี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมงบประชาสัมพันธ์ถึง ๒๐๐ ล้านบาท ส่วนอีกครึ่งหนึ่งยังไม่เปิดเผยว่าจะจัดสรรอย่างไร ดิฉันก็สังเกตว่างบประชาสัมพันธ์สูงมาก เหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะต้องครอบคลุม ๒๐ กว่าจังหวัดก็ตาม นอกจากนี้ยังน่าเป็นห่วงว่า ผู้มีรายได้น้อยแล้วก็ธุรกิจขนาดเล็กอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการคูปองส่วนนี้ ดังจะเห็นจากการที่เริ่มมีการประท้วงปิดถนนตั้งแต่เมื่อวานนี้ อันนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่กระทรวงพลังงานคงจะต้องทําไปแก้ไปค่ะ ที่ผ่านมาการบริหารกองทุนต่าง ๆ มีความคล่องตัว สําหรับฝ่ายบริหาร ก็เลยทําให้ผลลัพธ์ของการบริหารออกมา จะดีจะเลวก็จะขึ้นอยู่กับ ตัวผู้บริหาร กราบเรียนท่านประธานนะคะว่าช่วงนี้ประชาชนเป็นห่วงค่ะ เนื่องจากเหตุการณ์น้ําท่วม ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่เฉพาะบางท่าน บางคนในพรรครัฐบาลทําให้ประชาชนแคลงใจ มีหลายเรื่องที่ส่อไปในทางทุจริตตามที่ได้มีการอภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเป็นการปกป้องเกียรติยศของท่านรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันก็เรียนเสนอว่าน่าจะมีการออกระเบียบ ให้การใช้เงินนอกระบบเหล่านี้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ค่ะ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีการตั้งงบไว้ ๒๐๖ ล้านบาท ก็ได้ถูกตัดไปบ้าง รวมถึงเรื่องการศึกษาเพื่อเตรียมท่าทีการเจรจา ระหว่างรัฐต่อรัฐ แล้วก็การสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนค่ะ แต่ว่าตัดหรือไม่ตัด ดิฉันก็คิดว่า อาจจะไม่มีผลต่อการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศกัมพูชา เนื่องมาจากว่า กรอบเจรจาได้ถูกกําหนดไว้แล้วตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณให้เป็นบันทึกความเข้าใจ ปี ๒๕๔๔ หรือเอ็มโอยู ๒๕๔๔ อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไว้เมื่อคราวอภิปราย นโยบายรัฐบาล กรอบเจรจาอันนี้อาจจะทําให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล เพราะว่ามีความเสี่ยงของผลประโยชน์ทับซ้อน ผลประโยชน์ขัดแย้งค่ะ เป็นที่กล่าวขานกัน นะคะว่าผู้มีอํานาจสูงสุดเหนือแกนนํารัฐบาลมีบริษัทที่ถือสัมปทานปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อน ในส่วนของกัมพูชา แล้วก็ท่านยังมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับผู้นํากัมพูชาด้วย อันนี้จะทําให้ ประชาชนหลาย ๆ ล้านคนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการแล้วก็ผลลัพธ์ของการเจรจา ดิฉันได้เสนอให้ตัดงบประมาณกระทรวงพลังงาน ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีบางส่วนที่ไม่จําเป็น แล้วก็มีหลายส่วนที่สามารถไปใช้เงินในกองทุนและรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกํากับได้ แต่ว่าดิฉัน อยากจะให้นําสิ่งเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในระบบมากกว่าเพื่อความโปร่งใสนะคะ ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่กระทรวงพลังงาน