พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หารือเรื่องการบริหารจัดการนโยบายช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะการออกคูปองช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพบว่าประชาชนมีความไม่พอใจในความไม่ช่วยเหลือที่แท้จริง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการรับซื้อขายสินค้าเกษตรและอาหารในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งมีข้อจำกัดและไม่สามารถซื้อสินค้าได้จริง และเรียกร้องให้รัฐบาลลดงบประมาณของกระทรวงพลังงาน 10% และหยุดใช้วิธีการหาเสียงที่มีแต่การหลอกลวง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ติดตามการทํางานของ กรรมาธิการได้ชี้แจงอย่างละเอียดนะครับ แต่ผมมีเรื่องที่อยู่ในมาตรา ๑๕ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ กระทรวงพลังงาน และผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อจากนี้ไปหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่น้องที่ประสบอุทกภัยทั้งประเทศนะครับ ที่อาจจะรู้สึกผิดหวังกับการบริหารและนโยบาย ของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ จริง ๆ ก็เห็นใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่าผมเห็นครับว่ามีแนวทางที่ไม่พูดคงไม่ได้ แล้วก็อยากจะสอบถามทางกรรมาธิการว่า ท่านได้สอบถามทางกระทรวงพลังงานหรือไม่กับนโยบายอยู่ ๒-๓ เรื่องใหญ่ ๆ ซึ่งกระทบ โดยตรงกับผู้ประสบภัย เป็นเรื่องที่ดีครับที่เราเห็นว่าทางกระทรวงพลังงานได้คิดนโยบาย ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากผู้ที่ประสบภัยน้ําท่วม แล้วก็ได้มีการเรียกประชุม วางนโยบายโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ แล้วก็มีกระทรวงพลังงานเป็นฝ่ายเลขานุการมีการออกนโยบายที่จะจัดมหกรรมที่ให้พี่น้องประชาชน ได้มาจับจ่ายใช้สอยของในราคาที่ถูก แล้วก็มีการวางแนวทางที่จะออกเป็นคูปองเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคา ที่สมเหตุสมผล แล้วก็ช่วยประหยัดให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยเกือบทั้งประเทศ เมื่อติดตามไปแบบนั้นวันนี้ก็เห็นอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับว่ามีการปิดถนนไม่ว่าจะเป็นมหาชัย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสายเอเชีย ผมก็สงสัยครับว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ อย่างไร แล้วท่านกรรมาธิการได้มีโอกาสได้สอบถามบ้างหรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า แนวทางหลังจากที่ทางกระทรวงพลังงานได้ออกเป็นคูปอง ผมมีความลําบากใจมากว่าจะใช้ ชื่อคูปองอันนี้ว่าอะไร ก็ไปขอเขามาดูว่าคูปองอันนี้ที่เขาได้กันแล้วก็ต้องไปต่อคิวยาว ๗-๘ ชั่วโมงเพื่อจะได้มาซึ่งคูปองเล่มนี้มีมูลค่า ๒,๐๐๐ บาท ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคูปอง ๒,๐๐๐ บาท ที่ได้กันไปทั่วทุกจังหวัดพี่น้องประชาชนเป็นลมเป็นแล้งกันไปครับที่ต้องไปต่อคิว เพื่อจะรับคูปองอันนี้ หลักฐานเอกสารก็มีสําเนาทะเบียนบ้านแล้วก็บัตรประชาชน ให้ครอบครัวละ ๑ เล่มมีมูลค่า ๒,๐๐๐ บาท หลังจากที่เขาได้ไปพี่น้องประชาชนก็รีบเอาไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์ในการที่จะไปซื้อของเข้ามาทดแทนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ําท่วม ไป เหตุที่เกิดขึ้นจากการที่มีม็อบตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ในหลายเส้นทาง ก็คือว่าพี่น้อง ประชาชนเข้าใจว่า ๒,๐๐๐ บาท สามารถที่จะเอาคูปองไปใช้แล้วช่วยประหยัดเขาจริง ๆ ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้นครับ แต่ปรากฏว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อให้ หลาย ๆ ท่านได้เข้าใจได้ง่าย พัดลม ๑ เครื่องราคา ๑,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนก็เดินเข้าไป ก็คิดว่าจะฉีกไปใช้ได้สัก ๑๐ ใบก็จะได้พัดลมมาทดแทนของเก่าที่น้ําท่วม ปรากฏเขาบอกว่า ไม่ใช่ครับ คูปองอันนี้เป็นคูปองส่วนลดไม่ได้เป็นคูปองที่สามารถใช้แลกแทนราคาเงินได้ แล้วที่สําคัญต่อ ๑ เครื่อง ๑,๐๐๐ บาท พัดลม ๑ ตัว ใช้ได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือใช้ได้ ๒๐๐ บาทก็คือ ๒ ใบครับ พี่น้องประชาชนต้องควักสตางค์เพิ่มอีก ๘๐๐ บาทเพื่อจะซื้อพัดลม อันนั้นมา ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ๑ เล่ม ช่วยพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน เอาล่ะครับไม่เป็นไรเมื่อพี่น้องประชาชนบอกว่าจะต้องจ่ายเงินก็ไม่เป็นไรก็ไปซื้อครับ เจ้ากรรมอีกครับ ไปถึงในร้านที่จะไปซื้อ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการปิดหนีหมดครับ เพราะของที่เตรียมไว้มีแค่จํานวนจํากัด ก็พูดง่าย ๆ ก็เอาของที่จะโละสต็อกเอามาวางไว้ บางร้านก็มี ๒ ชิ้นบ้าง ๓ ชิ้นบ้าง เอาไปพร้อมยินดีที่จะจ่ายเงินเพราะคิดว่าเอามาแล้ว อย่างไรก็ต้องซื้อของเข้าบ้าน ร้านที่เข้าร่วมโครงการปิดหนีอีกครับ ก็ซื้อไม่ได้อีก หรือบางร้าน บอกว่าขายไปแล้วมี ๓ ชิ้น เข้าร่วมโครงการทั้งร้านมี ๓ ชิ้น หม้อหุงข้าวมีอยู่ ๓ ลูก ก็ใช้ได้ แค่นั้นครับ ท้ายที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับ น่าเศร้าใจที่สุดมีคนกลุ่มหนึ่งไปตั้งโต๊ะรับซื้อคูปอง เล่มนี้ครับ ในมูลค่า ๓๐๐ บาทหรือ ๔๐๐ บาท ผมถามว่าแนวทางของกระทรวงพลังงาน วันนี้จะมาของบประมาณ ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาทจะให้ได้อย่างไรครับ เขาตั้งโต๊ะรับซื้อ ๓๐๐-๔๐๐ บาทต่อเล่ม ท่านทํามา ๑,๐๐๐,๐๐๐ เล่ม ตีกลม ๆ ก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านที่เดือดร้อน พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจริง ๆ ได้จริง ๆ ครอบครัวละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ผมถามว่าแล้วอีก ๑,๗๐๐ บาท ๑,๖๐๐ บาทที่เหลือใครได้ครับ หรือถ้าตัวเลขกลม ๆ จาก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ตั้งไว้ ๑,๗๐๐ ล้านบาทหรือ ๑,๖๐๐ ล้านบาทไปอยู่ในกระเป๋าใคร พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่วันนี้แล้วประสบอุทกภัยน้ําท่วมแล้วถือคูปองนี้จะได้ทราบอย่างไร ว่าการที่ท่านเสียสิทธิตรงนี้ไปหรือบางท่านไม่ได้ไปรับเสียด้วยซ้ํา แต่คูปองอันนี้สามารถ นําไปเบิกสตางค์ได้ ๒,๐๐๐ บาทต่อเล่มครับ ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้ที่นําไปซื้อเล่มของท่านไป ๓๐๐ บาทเขาไปเบิก ๒,๐๐๐ ครับ มีส่วนต่างอยู่ ๑,๗๐๐ บาท ๑,๖๐๐ บาท ผมถามว่าเงินตรงนี้ ท่านเบิกไปเพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนยังไปซ้ําเติมเขาอีกหรือครับนโยบายของท่าน แล้วผมมีความจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องตัดงบประมาณของท่าน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อยากจะมากกว่านี้ด้วยซ้ําครับ เพราะอะไรทราบไหมครับว่าเงินที่มาเข้าร่วมโครงการ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางกระทรวงพลังงานใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานซึ่งเป็นเงินที่ได้มา จากการเก็บเงินของพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับที่ไปเติมน้ํามัน ๑ ลิตรเก็บหักเข้ากองทุน อนุรักษ์พลังงาน ๗ สตางค์ ทุกคนนะครับไม่ว่าจะเติมดีเซล เบนซิน ท่านจะอะไรก็ตาม ท่านเติมน้ํามัน ๑ ลิตร ๗ สตางค์เข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่านั่นคือเงินประชาชน ผมไม่ว่าหรอกครับถ้าท่านจะเอาเงินกองทุนที่เก็บมาจาก พี่น้องประชาชนไปใช้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบกับมหาอุทกภัยครั้งนี้ แต่นี่ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเข้ากระเป๋าประชาชนจริง ๆ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปไหนครับ แล้วผมก็ไปถามอีกครับว่า แล้วเวลาผู้ประกอบการที่เขาได้ใบนี้ไปจากที่ไปซื้อแล้ว เขาไปเบิกกับกองทุนอย่างไร เขาบอกเขามีคูปองตามที่ส่วนลดพร้อมกับใบเสร็จ ๑ ใบ ผมถามว่าใบเสร็จถ้าผู้ประกอบการไม่ซื่อสัตย์จริง ๆ ก็ออกเองได้ครับ จะเป็นเครื่องไฟฟ้า อะไรก็ได้ ก็แนบส่วนลดนี้ไป คูปองฉบับนี้ไป ก็ได้เงิน ๒,๐๐๐ บาท ผมก็อยากให้พี่น้อง ประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านและเป็นผู้ประสบอุทกภัยว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ ที่ท่านมาตอกย้ํา มาซ้ําเติมกับพี่น้องประชาชนของเราที่ประสบกับมหาอุทกภัยในครั้งนี้
อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมก็ตามไปอีกครับเพื่อจะให้ท่านเห็นว่าสิ่งที่เรามาอภิปรายนั้น เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง มีตารางแสดงว่าสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ อันนี้ผมขออนุญาตบอกเลยก็ได้ พอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย ขออนุญาตท่านประธานนะครับ จังหวัดสมุทรสาครครับ เขียนไว้เลยในตารางว่าตู้เย็นขนาด ๕.๙ คิว ใช้ได้ต่อหน่วยไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาทก็หมายถึงว่า ๑๒ ใบครับ (ถ้ามีของ) กับ ๒. เครื่องปรับอากาศ ๑ เครื่อง ใช้ได้ ๑ เล่ม ๒,๐๐๐ บาท ถ้ามีของ เช่นกัน เตาแก๊ส หม้อหุงข้าว หม้อหุงข้าวไฟฟ้าใช้ได้ ๒ ใบครับ ๒๐๐ บาท ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า นอกเหนือจากเขียนข้อกําหนดให้ยากแล้วเขาหาซื้อไม่ได้จริง ๆ ครับ เกิดการปิดร้านหนี อย่างที่ผมบอก สินค้าที่มาวางไว้ก็มีจํานวนจํากัด แถมระยะเวลาก็มีอยู่เพียง ๒-๓ วัน ที่สําคัญที่สุดถ้าเป็นคนกรุงเทพมหานคร น่าสงสารที่สุดครับ เปิดเฉพาะมหกรรมในครั้งนี้ ของรัฐบาล แค่ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้าไบเทคเท่านั้นครับ ทุกคนได้ใบนี้ก็ต้องมะรุมมะตุ้มวิ่งไปที่ ไบเทคแล้วมีเวลาจํากัดว่าไม่กี่วัน หมดแล้วหมดเลย ถ้าเป็นในต่างจังหวัดก็ไปรับคูปองนี้ได้ที่ ศาลากลางจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ไปซื้อกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการครับ แล้วถ้าร้านค้าปิดอย่างที่ผมบอกก็ใช้ไม่ได้ครับ ก็เลยเกิดช่องว่างในการซื้อคูปองฉบับนี้ครับ แล้วที่สําคัญที่สุดครับ ผมก็ไม่อยากจะพูดนะครับ แต่มีความจําเป็นจริง ๆ เพราะเดี๋ยวหาว่า ผมจะพูดเองนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านเพิ่งให้สัมภาษณ์ไป เมื่อไม่กี่วันมานี้ เมื่อวานนี้ครับว่าท่านจะทําแบบนี้อีกในวันที่ ๒๑ ถึง ๓๐ ต้อนรับตรุษจีน ให้กับพี่น้องประชาชน ยังไม่พอใช่ไหมครับ วันนี้ม็อบปิด ๒ ถนนยังไม่พอใช่ไหมครับ แล้วตรุษจีนจะทํา ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าจะมีของมาขายหรือเปล่า แล้วพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเป็นล้าน ๆ ครัวเรือนจะได้ใช้สักกี่ครัวเรือน วันนี้ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ พี่น้องประชาชนที่แวะมานี้ล่ะครับแล้วก็โทรศัพท์เข้ามาด้วยจากจังหวัดลพบุรี เขาฝากถามผม ให้ถามผ่านไปยังรัฐบาลด้วยครับ แล้วก็ฝากถามไปยังกรรมาธิการว่าได้ถามหรือเปล่าว่า ทําโครงการนี้มาทําไม ทํามาเพื่อใคร ใครได้ประโยชน์ แค่นี้ยังหลอกกันไม่พอใช่ไหม นี่เป็นความจริงนะครับ จริง ๆ มีคลิปเสียงด้วย แต่ผมก็เกรงว่าจะไปรบกวนเวลาของสภาแห่งนี้ มากเกินไป ผมถึงถามอย่างไรครับว่าสิ่งที่ผมนํามาอภิปรายในวันนี้ในหมวดของกระทรวงพลังงาน ในครั้งนี้ ท่านมาขออีก ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมรับไม่ได้แล้วไม่ไว้ใจจริง ๆ ครับ ว่าท่านจะบริหารงบประมาณนี้ได้อย่างครอบคลุมสมบูรณ์ และผมเรียนอีกครั้งว่าผมไม่ได้ติดใจนะครับถ้าท่านจะคิดนโยบายดี ๆ ออกมาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ทําเลยครับ รีบทําด้วย แต่ขอให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นของพี่น้องประชาชน ได้กลับไปช่วยพี่น้องที่เดือดร้อนอยู่วันนี้จริง ๆ และผมเชื่อว่าระหว่างที่ผมอภิปรายนี้แล้วมีคนนั่ง ฟังหรือดูอยู่ทางบ้านนะครับ ผมเชื่อว่าเขาจะนึกถึง เพราะผมเห็นข่าวโทรทัศน์ครับทุกจังหวัดไป รับคูปองนี่คิวยาวเป็นกิโลเมตรครับ เป็นลมเป็นแล้งกันเลยครับ แล้วเขาจะได้รู้อย่างไรครับ เงินนี้เป็นเงินของใคร แล้ววันนี้มันหายไปอยู่ที่ใคร เขาใช้ไปได้กี่ใบ แต่สิ่งที่เหลือที่ใช้ไม่ได้ กระทรวงพลังงานได้เตรียมงบประมาณไว้ให้คนที่สามารถเอาใบนี้ไปแลกแล้ว ไม่ถึงครับ ประชาชนที่เดือดร้อนไม่ถึง แล้วผมเตือนนะครับว่าท่านบอกว่าท่านจะทําอีกให้เป็นของขวัญ ในวันตรุษจีนนี่ผมไม่แน่ใจครับว่าเป็นของขวัญของใคร ท่านกรรมาธิการได้ถามไหมครับว่า เป็นของขวัญให้กับผู้ประกอบการบางคน คนบางกลุ่มที่ไปรับซื้อเขาเป็นเล่ม ๆ หรือไม่ และผมเรียนไม่ใช่เพราะเป็นฝ่ายค้านนะครับ ผมเชื่อว่า ส.ส. รัฐบาลอีกหลายท่านครับ ที่ลองกลับไปถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่ท่านเองว่าเจอแบบนี้หรือไม่ แล้วท่านก็ลองไป รายงานรัฐบาลและรัฐมนตรีของท่านครับว่ามันจริง สิ่งที่ผมพูดนั้นเอามาจากข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งนั้นครับ มันจําเป็นครับท่านประธาน วันนี้ที่ผมจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องตัดลด งบประมาณของกระทรวงพลังงานลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขอฝากสุดท้ายว่าเลิกเถอะครับ วิธีแนวทางการหาเสียงหรือการทําประชานิยมที่มีแต่คําหลอกลวง มีแต่การทําแก้บน วันนี้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมามากพอแล้ว ขอให้ท่านช่วยพิจารณานะครับ แล้วถ้ากรรมาธิการท่านตอบได้ ยินดีครับ อยากทราบว่าโครงการนี้ใช้เงินกองทุน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเงินหลักจากกระทรวง พลังงานก็กรุณาหน่อยนะครับ พี่น้องประชาชนก็จะได้ทราบว่าที่เขามาปิดถนนกันมันเป็นจริง อย่างที่ผมพูดหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ