สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

นริศา อดิเทพวรพันธุ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ปรับลดงบประมาณของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมลง 7% เนื่องจากการจัดงบประมาณไม่ตามวิสัยทัศน์ของกรมทางหลวง และมีการจัดสรรงบประมาณอย่างไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขอปรับลดงบประมาณของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมลง ๗ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่าดิฉันดูแล้วว่าการจัดงบประมาณนั้น ไม่ได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ซึ่งท่านได้ตั้งไว้ ในวิสัยทัศน์ของกรมทางหลวงเขียนไว้ชัดเจนว่า มุ่งมั่นพัฒนาระบบทางหลวงตามมาตรฐานสากลเพื่อส่งเสริมคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคม ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ทาง และนอกจากนั้นในพันธกิจท่านได้เขียนไว้ในข้อ ๑ เลยค่ะว่าพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในเชิงบูรณาการเพื่อตอบสนองวาระแห่งชาติและ ยุทธศาสตร์รายพื้นที่โดยดําเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหมด สาเหตุที่ดิฉันต้องปรับลดงบประมาณเพราะว่าเมื่อกรมทางหลวงมาจัดงบประมาณ จริง ๆ แล้วท่านกลับไม่ได้จัดตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ท่านได้บอกไว้ในกรมของท่าน แต่ท่านกลับมาจัดสรรงบประมาณอย่างไม่เป็นธรรมเลือกปฏิบัติและ ๒ มาตรฐาน ดิฉันจะขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างการจัดงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ ให้ท่านได้ยกมาดูเป็นตัวอย่างนะคะ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๓ ซึ่งเป็นตอนที่ต่อเขต จากเทศบาลนครศรีธรรมราชไปยังต่อเขตเทศบาลปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างอําเภอเมืองไปยังอําเภอปากพนัง ถนนเส้นนี้ไม่เฉพาะ ไปอําเภอปากพนังเท่านั้นยังสามารถที่จะเชื่อมไปยังอําเภอเชียรใหญ่ อําเภอหัวไทร และสามารถที่จะเดินทางไปจังหวัดสงขลาได้อีกด้วย ถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยงาน ราชการต่าง ๆ หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นศาลเยาวชน และครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในอําเภอปากพนัง ทั้งโรงเรียนมัธยม และโรงเรียนประถมมากกว่า ๒๐ โรงเรียน นอกจากนั้นบริเวณเหล่านี้ บริเวณนี้เป็นบริเวณ ซึ่งเราเรียกกันว่าลุ่มน้ําปากพนัง ณ บริเวณนี้นั้นคนนครศรีธรรมราชได้รับโครงการพัฒนา ลุ่มน้ําปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพลิกฟื้น ให้พวกเราชาวนครศรีธรรมราชจากพื้นที่นาร้างเป็นพื้นที่ปลูกปาล์ม เป็นพื้นที่ปลูกนาข้าว เป็นพื้นที่ที่ปลูกผักสามารถส่งออกได้แล้วก็ส่งไปขายยังจังหวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในบริเวณนี้ พื้นที่การเพาะปลูกของเราทั้งหมดมีมากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านเขียน ในภารกิจว่าจะส่งเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจ ตรงนี้ค่ะท่านประธาน การที่ท่านปลูกพืช ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ไม่ว่าจะผัก พ่อค้าที่เข้ามาซื้อถ้าเกิดว่าเข้ามาได้ง่าย เข้ามาสะดวกเขาก็จะ ให้ราคากับเกษตรกรนั้นดี แต่ถ้าถนนหนทางลําบากติดขัด การที่เข้ามาซื้อเขาก็จะเลือกว่าเขาควรจะเข้ามาซื้อ หรือไม่ เข้ามาแล้วก็จะกดราคาอย่างน้อยก็ตกไปกิโลกรัมละ ๑ บาท ๒ บาทแน่นอนนะคะ อันนี้เอามาเป็นกดราคาเกษตรกร นอกจากนี้แล้วท่านประธานคะ ถนนเส้นนี้ต้องเรียนว่า เป็นถนนที่มีความยาวถึง ๒๗ กิโลเมตร ณ ขณะนี้ถนนเส้นนี้ต้องบอกว่าเล็กมากแล้วก็แคบ ไม่มีไหล่ทาง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้องประชาชนซึ่งใช้ถนนเส้นนี้สัญจรไปมาประสบอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ถ้าท่านประธานอยู่ในพื้นที่ก็จะพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการใช้ถนนเส้นนี้เป็นประจํา เกือบทุกเดือนนะคะ ท่าน ส.ส. วิทยา แก้วภราดัย ซึ่งท่านเป็น ส.ส. ประจําพื้นที่อําเภอปากพนัง ได้มีการสํารวจถนนเส้นนี้และให้ออกแบบเป็นถนน ๔ เลน มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ถ้าท่านประธาน ลองดู ณ ขณะนี้จนถึงเวลานี้ ใช้เวลาถึง ๑๐ ปี ถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนน ๒ เลนอยู่นั่นเอง เมื่อดิฉันได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนี้ก็ได้ขออนุญาตทางกรมทางหลวง ถ้าเกิดท่านขยายเป็นถนน ๔ เลนไม่ได้ ท่านทําเป็นขยายในช่วงของชุมชนก่อนได้ไหม เพราะจะต้องบอกว่าถนนเส้นนี้ผ่านชุมชนหลายชุมชน อย่างที่บอกค่ะ ผ่านทั้งโรงเรียน ผ่านทั้งตลาด ผ่านทั้งย่านชุมชน พี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทางกรมทางหลวง ก็จะแจ้งกลับมาว่าไม่สามารถที่จะขยายในเขตชุมชนได้ เนื่องจากถนนเส้นนี้จะขยายเป็น ถนน ๔ เลน ไม่ใช่ขอไปครั้งเดียวนะคะท่านประธาน ขอไปหลายครั้งในช่วงที่ดิฉันยังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนี้ อย่างน้อย ๕ ปี และถึงวันนี้ถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนน ๒ เลน เหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อตอนที่ท่านเข้ามารับตําแหน่งเป็นรัฐบาล ภายใต้การนําของรัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดิฉันก็ได้ทําจดหมายอีกครั้งหนึ่งไปถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวง ท่านจัดงบมาให้ดิฉัน ๓๒ ล้านบาท ต้องเรียนท่านประธานค่ะว่าถนนเส้นนี้ความยาวถึง ๒๗ กิโลเมตร ท่านจัดสรรงบประมาณมาให้ดิฉันเพียง ๑.๕ กิโลเมตร งบประมาณของถนนเส้นนี้ ทั้งหมด ๕๕๐ ล้านบาท ท่านจัดสรรมาเพียง ๓๒ ล้านบาท ท่านประธานลองคํานวณดูค่ะ ดิฉันลองคํานวณคร่าว ๆ ดู ถนนเส้นนี้กว่าจะเสร็จเป็นถนน ๔ เลน จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง ๒๐ ปี ถนนเส้นนี้ไม่ได้มีงบประมาณผูกพันนะคะท่านประธาน ให้มา ๓๒ ล้านบาท ดิฉันขออนุญาต ถามไปยังกรรมาธิการทุกท่านที่ท่านร่วมพิจารณาว่าท่านได้ถามไหมคะว่าถนนเส้นนี้ จะก่อสร้างใช้เวลากี่ปีถึงจะเสร็จในระยะเวลาเมื่อไร แล้วทําไมท่านไม่บอกให้กรมทางหลวง ได้ตั้งงบประมาณก้อนนี้เป็นงบผูกพัน คนนครศรีธรรมราชจะมีความมั่นใจอย่างไรว่าจะได้รับ การจัดสรรอีกในปีหน้า ดิฉันก็มาดูในหนังสือการจัดงบประมาณ ก็เห็นว่าไม่ใช่ว่าท่านจะไม่ได้ มีงบประมาณผูกพันในถนนเส้นอื่น ๆ เลยนะคะ ท่านก็มีผูกพันไปถนนหลายเส้น แต่ไม่ขอยกตัวอย่างค่ะ เพราะว่าการยกตัวอย่างก็จะทําให้เกิดการแตกแยก แต่ในฐานะที่ ท่านเป็นกรรมาธิการหรือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านสามารถเปิดไปดูได้นะคะว่า ท่านมีการตั้งงบผูกพันจริง ๆ การจัดงบประมาณแบบนี้ค่ะท่านประธานคะ ดิฉันมาคิดถึงว่า งบประมาณเส้นนี้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ มีการเลือกตั้งใหม่ ท่านทักษิณ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นท่านก็ประกาศเลยนะคะว่าใครที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย ท่านก็จะไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ ถึง ณ ขณะนี้ถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนน ๒ เลน ดิฉันก็มั่นใจนะคะว่าถนนท่านยังจะยืนยันในนโยบายเดิมไหมคะว่าถ้าเกิดว่าใครไม่เลือก พรรคของท่านในสมัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ท่านก็จะไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ การจัดสรร งบประมาณแบบนี้ดิฉันถือว่าเป็นการที่ไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติและ ๒ มาตรฐาน เพราะว่า คนทางใต้ทั้งหมด ๑๔ จังหวัดเสียภาษี