สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ฮอชาลี ม่าเหร็ม เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการขอสงวนคำแปรญัตติในงบประมาณปี 2555 พร้อมแสดงความขอบคุณต่อกรรมาธิการที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับงบประมาณที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหายางพารา และเรียกร้องการปรับลดงบประมาณ 30% นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับนโยบายยุทธศาสตร์ 2 เรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงและการสร้างความสมดุลของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาในช่วงที่ท่านได้กำหนดเอาไว้ในการอภิปรายในวาระที่สอง ในวันนี้ ซึ่งผมเองก็ได้ใช้สิทธิของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการขอสงวนคำแปรญัตติ ในงบประมาณในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่จะถึงอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้า แล้วก็ผมเองนั้นก็ได้มีโอกาส ได้ไปเยี่ยมเยียนการทำงานของท่านกรรมาธิการ แล้วก็ไปให้กำลังใจของท่านที่ทำงานอยู่กัน อย่างดึกดื่นแล้วก็ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง ก็ต้องขอขอบคุณมายังท่านกรรมาธิการทุกท่าน

ด้วยครับ แต่ที่ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติในการที่จะปรับลดเอาไว้ค่อนข้างจะสูงมาก ก็คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมเองก็มีเหตุผลในการที่จะขอปรับลดในภาพรวมของงบประมาณ เพราะว่าการทำงบประมาณนั้น ต้องมียุทธศาสตร์ ท่านก็ได้เขียนยุทธศาสตร์เอาไว้ทั้งหมด ๙ ยุทธศาสตร์ แต่ประเด็นที่ผม อยากจะขออภิปรายก็เพียงเฉพาะ ๒-๓ ยุทธศาสตร์แค่นั้นเอง เพราะว่ายุทธศาสตร์นั้น เป็นแผนระยะยาวแล้วก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดเอาไว้เป็นเหตุเป็นผล ในการที่จะตั้งกรอบ วงเงินของงบประมาณเอาไว้ และสิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็คือว่าตัวผลผลิตที่ออกมาจาก การจัดตั้งงบประมาณของท่านนั้นขาดประสิทธิภาพ และไม่ทำให้พี่น้องประชาชนซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้นั้นไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ที่ท่านวางเอาไว้ นั่นก็คือยุทธศาสตร์ในเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ หรือผลผลิตทางด้าน การเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนโดยภาพรวมทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ทุกคนเกือบจะทุกพื้นที่ตอนนี้ปลูกพืช เศรษฐกิจนั่นก็คือยางพารา เพราะยางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ปีละหลายแสนล้านบาททีเดียว แต่ท่านประธานครับ จากราคาที่เราเคยส่งออกไปยังประเทศ จีนมีบางช่วงสูงสุดประมาณ ๑๗๐-๑๘๐ บาท มาถึงเวลานี้ ณ ขณะนี้ล่าสุดก่อนที่จะมา อภิปรายในวันนี้ผมตรวจสอบราคาแล้วที่ซื้อกันในพื้นที่นั้นก็ตกอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ ๗๐ กว่าบาทแค่นั้นเอง นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น ถามว่ากลไกของงบประมาณเกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหายางพาราหรือไม่เกี่ยวข้องครับ เพราะท่านได้วางงบประมาณเอาไว้ ผมรวบรวมจากรูปเล่มของงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. องค์การสวนยาง สกย. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในกลุ่มต่าง ๆ ในการเพิ่มมูลค่าแล้วก็ผลผลิตทางด้านการเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหลาย ๆ หน่วยงานที่ร่วมด้วยช่วยกันในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางด้าน การเกษตร แต่ท่านประธานครับ ราคายางพารานั้นยังคงตกต่ำอยู่ สาเหตุที่ตกต่ำเพราะว่า กลไกในระดับนโยบายก็คือรัฐบาลนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการดูเรื่องนี้ ขาดประสบการณ์ ในการที่จะแก้ไขปัญหายางพารา ถ้าหากว่าเป็นช่วงที่ผ่านมานั้น สมัยที่ประชาธิปัตย์เป็น รัฐบาลผมมั่นใจว่า ณ ขณะนี้สามารถที่จะอัพ (Up) ราคา สามารถที่จะเพิ่มราคาขึ้นมาได้ถึง ๑๒๐ กว่าบาท เพราะช่วงที่ผ่านมาและช่วงที่ท่านกำลังแก้ไขปัญหานั้นมีความแตกต่างกัน มาถึงเวลานี้ท่านเป็นรัฐบาลมาได้ ๔ เดือน ท่านมีประธาน กนง. ประธานนโยบายทางด้าน การเงิน ประธาน กนข. ประธานเกี่ยวกับนโยบายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ปัญหาราคา อ้อย แต่ ๔ เดือนแล้วครับ ยังไม่มีประธานในการแก้ไขปัญหาราคายาง ซึ่งนั่งหัวโต๊ะ คอยกำกับดูแลมีบทบาทในการที่จะสั่งการไปยัง ธ.ก.ส. ไปยัง อสย. ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้อัดฉีดเงินงบประมาณในการที่จะแทรกแซงลงไปเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ชาวเกษตรกร ท่านจะตั้งเมื่อไรครับ และงบประมาณที่ตั้งขึ้นมานั้นก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้ เพราะไม่มีกลไกในการขับเคลื่อน นั่นก็คือประธานในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของยางพารา สิ่งที่ท่านทำที่เห็นเป็นรูปธรรม ณ วันนี้ก็คือการไปคุยกับจีนไปตกลงกับจีนในการซื้อยาง ในราคา ๑๐๕ บาท เมื่อจีนซื้อ ๑๐๕ บาท ชาวบ้านราคาก็อยู่ที่ ๗๐-๘๐ บาทเหมือนเดิม เรื่องของยางพารานั้นผมอยากจะแนะนำท่านกรรมาธิการผ่านไปยังรัฐบาล เพราะว่า เป็นเรื่องของตลาดของผู้ขาย ประเทศไทยมียางมากมายในทั่วทุกพื้นที่ เราสามารถจะใช้เงิน งบประมาณที่ท่านได้ตั้งขึ้นมาในปีนี้ ในการดูดซับปริมาณยางพาราให้อยู่ในประเทศอย่าให้ ออกนอกประเทศให้ได้ในจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตันเหมือนกับที่ประชาธิปัตย์เคยทำเอาไว้ เมื่อปริมาณความต้องการของต่างประเทศลด มีความต้องการมากขึ้นและสินค้าในตลาดโลก ไม่มีจีนก็พร้อมที่จะซื้อในราคา ๑๐๔ บาท ๑๐๕ บาท ๑๐๖ บาท ๑๗๐ บาท ๑๘๐ บาท แล้วแต่ตามความต้องการที่เราจะขาย แต่นี่คือท่านแก้ไขปัญหาโดยการส่งใครก็ไม่รู้ไปคุยกับ จีนแล้วบอกว่าจะขายในราคา ๑๐๕ บาท การแก้ไขปัญหามันก็เดินหน้าไม่ได้ นั่นคือความล้มเหลวที่ผมบอกว่าองค์กรหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านจัดสรรงบประมาณเอาไว้ เพื่อในการแก้ไขปัญหายางพาราตามนโยบายการเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของสินค้า การเกษตรนั้นล้มเหลว นี่คือเหตุผลนะครับ ที่ผมตัดงบประมาณปีนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์

ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ท่านประธานครับ นโยบายยุทธศาสตร์ในเรื่องของความมั่นคง และยุทธศาสตร์ในเรื่องของการสร้างความสมดุลของประเทศ ซึ่งพ่วงรวมเกี่ยวข้องกันกับ นโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกยุค ทุกรัฐบาลก็จะมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาอภิปรายในเรื่องนี้ แต่ท่านประธานครับ งบประมาณที่ท่านจัด ลงไปนั้นประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมีทั้ง กอ.รมน. มีทั้ง ศอ.บต. มีทั้งกองทัพบก และพ่วงแล้วก็แฝงอยู่ในส่วนราชการต่าง ๆ อีกรวมแล้ว ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่สิ่งที่ผม อยากจะบอกท่านกรรมาธิการและไม่แน่ใจว่าท่านกรรมาธิการได้ถามหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจง ในชั้นของกรรมาธิการหรือไม่ว่านโยบายของรัฐบาลซึ่งท่านได้เข้ามา ๔ ปีนั้นได้เพิ่มอุปสรรค ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ๑ เรื่อง เพราะว่าที่ผ่านมานั้นพี่น้อง ประชาชนต้องการที่จะให้การเมืองนำการทหาร ต้องการที่จะให้มีองค์กรที่เป็นของพลเรือน ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมและสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้ผ่านกฎหมาย พระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้กลไกอันนี้ ได้ดำเนินการแก้ไขโดยตัวของภาคประชาชนและก็พลเรือน แต่สิ่งที่ท่านเข้ามา ๔ เดือนนั้น ท่านได้มีโครงสร้างอีกโครงสร้างหนึ่งเข้ามาซ้อนในโครงสร้างซึ่งเป็นตัวกฎหมายฉบับนี้ นั่นก็คือ โครงสร้างที่ให้ทหารเข้ามานั่งเป็นหัวโต๊ะในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง หนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้แม่ทัพ ภาคที่ ๔ เป็นนั่งหัวโต๊ะ แล้วมีความสามารถที่จะใช้งบประมาณในการที่จะจัดสรรไปตามที่ ทางฝ่ายความมั่นคงต้องการได้ นั่นคือเรากำลังถอยหลังเข้ามาสู่การแก้ไขปัญหาแล้วก็เดินย่ำ อยู่กับที่เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาในช่วง ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือสิ่งที่ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงตัดงบประมาณในส่วนนี้ เพราะว่าไม่มีความมั่นใจในกลไกในการ ทำงานของรัฐ และนโยบายของรัฐ ซึ่งลงเข้าไปทำงานในส่วนตรงนั้น นั่นคือ ๒ ยุทธศาสตร์หลัก ๆ ที่ผมอยากจะขอฝากเอาไว้ แล้วก็สำหรับในเรื่องของในเชิงของพื้นที่ อยากจะขอฝากท่านกรรมาธิการว่าท่านได้เคย ดูแลในเรื่องนี้หรือไม่ ก็คือการมีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา สาขาจังหวัดสตูล ซึ่งผมเองก็ได้เคยตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านเองก็รับปากว่า ถ้าหากว่าแบบแปลนเสร็จท่านก็จะจัดสรรงบประมาณให้ ๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ งบประมาณส่วนนี้ได้รับการจัดสรรในปีนี้หรือไม่ แล้วก็งบประมาณในการที่จะขุดเจาะอุโมงค์ เพื่อที่จะให้จังหวัดสตูลแล้วก็รัฐเปอร์ลิสของมาเลเซียนั้นสามารถที่จะไปมาหาสู่กันได้ แล้วก็ งบประมาณในการที่จะริเริ่มในการพัฒนาสร้างสนามบินของจังหวัดสตูล ตรงนี้คือสิ่งที่ อยากจะขอฝากเอาไว้ในการจัดสรรงบประมาณในการอภิปรายโดยภาพรวม แล้วก็ผมเอง ก็ขอสงวนสิทธิในการที่จะลงไปในรายมาตราที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้นะครับ ขอบคุณ มากท่านประธานครับ