สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องการทำงานของคณะกรรมาธิการและรัฐมนตรีที่ไม่มาประชุม และเรียกร้องให้รัฐมนตรีต้องมีความสนใจและเอาใจใส่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบประมาณที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและประสิทธิภาพในการบริหารจ่ายเงิน

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอชื่นชมเพื่อนกรรมาธิการทุกท่านนะครับที่ได้ทำหน้าที่แทนพวกผมไปพิจารณา ในรายละเอียดของงบประมาณ แล้วก็ได้ใช้เวลาการพิจารณากันอย่างกระชับเวลา ผมมีโอกาสไป เยี่ยมเยียนท่านเป็นระยะ ๆ ครับ แล้วก็ไปให้กำลังใจกรรมาธิการของเราทุกคน แต่ที่น่าสังเกต และที่น่าเสียใจครับท่านประธาน ผมไปทุกครั้งไม่เคยเจอตัวประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่เคยเจอตัวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง แล้วก็ยิ่งน่าเสียใจไปอีกครับ วันนี้พิจารณา งบประมาณครับ คนที่เป็นหัวหน้าทีมทั้ง ๒ ท่านคือท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ทั้งคู่ไม่อยู่ในห้องประชุมครับ ถ้าท่านประธาน ฟังอย่างละเอียดที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้อภิปรายมานะครับ ผมคิดว่าเป็นข้อจำเป็น ที่กรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านนั้นจะได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรเรา ท่านต้องตักเตือนนะครับว่า การทำหน้าที่ในสภา คนที่เป็นรัฐมนตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณต้องมีความสนใจและเอาใจใส่ซึ่งจาก ข้ออภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ ผมก็คิดว่าถ้าท่านประธานและท่านรองประธานฟังอยู่นะครับ ท่านก็ฟังสัญญาณเตือนสักนิดนะครับว่า ท่านต้องรีบกลับมาสภาครับ เพราะว่าหลังจาก งบประมาณผ่านไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า ๒ คนนี้จะเหลือใครกลับมาสภาสักคนหนึ่งหรือจะไป ทั้ง ๒ คน ท่านประธานครับ ผมได้เสนอตัดงบประมาณรายจ่าย ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไว้ทั้งหมด ๗ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับ

ประการที่ ๑ ครับ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการทุกท่านทราบครับว่างบประมาณ ฉบับนี้ผ่าน เรามีเวลาโอกาสใช้งบประมาณจริง ๆ แค่ ๘ เดือนครับ ในระยะเวลา ๘ เดือน ครับ เงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านคิดว่าประสิทธิภาพของคนเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกับคนเป็นรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่ทำหน้าที่เป็นประธานและรอง ประธานจะมีประสิทธิภาพในการบริหารจ่ายเงินได้ทันหรือครับ ท่านต้องชี้แจงแทนทั้งหมด นะครับว่าประสิทธิภาพทั้ง ๒ ท่านนี้สามารถที่จะใช้จ่ายงบประมาณได้ทันระยะเวลา ที่กำหนดหรือไม่

ประการที่ ๒ พวกผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะเราปกครองด้วยนิติรัฐครับ พวกผมเสนอตัดงบประมาณได้อย่างเดียว แล้วพวกท่าน ที่เป็นตัวแทนไปพิจารณาในกรรมาธิการต้องไปทำหน้าที่แทนพวกผมในการปรัดลด งบประมาณ เพื่อไม่สร้างภาระของแผ่นดิน และกำหนดทิศทางให้เป็นไปตามที่นโยบาย รัฐบาลแถลงต่อสภา ที่ผมต้องเอ่ยว่าเราเป็นนิติรัฐครับ ผมข้องใจและติดใจตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ครับว่างบประมาณฉบับนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายครับ แล้วเดี๋ยวกรรมาธิการต้องชี้แจงตอบ ต่อสภานะครับ พระราชบัญญัติงบประมาณก็เป็นกฎหมายฉบับหนึ่ง และต้องไม่ขัดหรือแย้ง กับกฎหมายฉบับอื่นที่มีมา เมื่อตอนเช้ามีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ได้พูดไว้กับสภาครับ งบประมาณฉบับนี้ขัดกับกฎหมายพระราชบัญญัติ เงินออมแห่งชาติครับ พระราชบัญญัติฉบับนั้นบังคับโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วันที่กฎหมายฉบับว่าด้วยพระราชบัญญัติเงินออมผ่านสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนนี้ยังไม่ได้อยู่ในสภาครับ แต่พวกเราที่อยู่ในสภา จำได้ว่าทุกคนในสภาเห็นชอบคล้อยตามกันทั้งหมด กฎหมายฉบับนั้นกำหนดภาระไว้ให้ กรรมาธิการงบประมาณต้องทำครับว่าทุกปีงบประมาณทุนประเดิมเขาต้องตั้งไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้เขียนถึงเลยครับ ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้ ท่านต้องเตรียมเงินไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับเป็นทุนประเดิมกองทุนเงินออมแห่งชาติ แล้วปรากฏว่าปล่อยให้ท่านพิจารณางบประมาณกันไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง ผมก็ไม่มั่นใจครับว่าตลอดระยะเวลา ๒ เดือนเต็ม ท่านกำกับ กระทรวงการคลัง และเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ท่านเคยท้วงไหมครับว่า กฎหมายที่ท่านกำกับต้องมีเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกรรมาธิการช่วยตอบผมหน่อยนะครับ เดี๋ยวตอบเสียเลย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้ถ้าใครส่งตีความแล้วจะยุ่งครับ เงินแปรญัตติแทนที่ท่านแปรญัตติให้ครบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านแปรญัตติมา ๒๒๕ ล้านบาทครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาทใครจะมีปัญญาเอามาให้ครับ เพราะผมจำได้พวกเราที่อยู่ในสภาทั้งหมด ต่างอภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้กันทุกคน แล้วก็หลายท่านก็ให้ความเห็นครับว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอ ควรจะกำหนด ๕,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำไป ถ้าเปิดบันทึกยังมีครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้กรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้เอาไปพิจารณาเลย เพราะฉะนั้นผมเรียนถาม กรรมาธิการช่วยตอบผมหน่อยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะคนกำกับ กฎหมายดังกล่าวนั้นได้ขอเงินอันนี้เข้ามาและได้แสดงความคิดเห็นให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

ประเด็นที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้ตามดูหรือไม่ว่ามีกฎหมายฉบับใดกำหนด ภาระที่พระราชบัญญัติงบประมาณต้องทำตามไว้กี่ฉบับครับ เดี๋ยวสำนักงบประมาณช่วยไปค้นดู ให้ด้วยนะครับ มีอยู่กี่ฉบับที่กำหนดว่าต้องมีภาระในพระราชบัญญัติงบประมาณและไม่ได้ กำหนดไว้ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นครับ ตัวพระราชบัญญัติงบประมาณก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่า พระราชบัญญัติฉบับอื่นครับ พระราชบัญญัติงบประมาณไม่ได้เป็นกฎหมายลูกหรือเป็น กฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้ากฎหมายที่เขียนมาและขัดแย้งกับกฎหมายฉบับอื่น ผมกลัวว่า รัฐบาลเขาไม่ได้ใช้เงินครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเรียกร้องประการแรกท่านต้องชี้แจงก่อนว่า พระราชบัญญัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ฉบับนี้จะใช้บังคับได้หรือไม่

ประเด็นที่ ๔ คนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ต้องมายืนยันต่อสภาว่า เมื่อท่านไม่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติ เงินออมท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ก่อนที่จะผ่านวาระที่สาม เพราะถ้าผ่านวาระที่สามมีใคร ยื่นตีความกฎหมายจะเป็นหมันครับ ขออนุญาตตั้งคำถามกับกรรมาธิการแล้วเรียกให้คน ที่ทำหน้าที่ประธานรับผิดชอบในการชี้แจงด้วยครับ