อาคม เอ่งฉ้วน เสนอการปรับลดเงินงบประมาณ 10% เนื่องจากไม่ได้ตอบสนองปัญหาของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย และหารือเรื่องเตรียมความพร้อมประเทศไทยสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 รวมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปัญหาคอร์รัปชัน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้ปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคงจะทราบดีว่ารัฐบาล ได้เสนองบประมาณมา ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดูเหมือนว่ารัฐบาลคิดว่าจะแก้ปัญหาของ ประชาชนได้ แต่ตลอดระยะเวลาที่กรรมาธิการได้ใช้เวลาในการที่จะปรับลดงบประมาณ หรือพิจารณาตามกฎหมาย เพื่อให้งบประมาณนี้นำไปสู่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการทำหน้าที่ในวันนี้เป็นภารกิจหนึ่งที่ผู้แทนราษฎรทุกคนตระหนักว่าเราช่วยกัน ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อที่จะเอางบประมาณนี้ออกไปสู่พี่น้องประชาชน ผมได้พยายาม สอบถามนักธุรกิจ สอบถามผู้รู้ทางด้านการบ้านการเมืองรวมตลอดจนถึงพี่น้องประชาชนว่า งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนเรื่องใดบ้างที่เป็น เรื่องเร่งด่วน แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับมันน่าผิดหวัง มันไม่เป็นไปตามที่พี่น้องประชาชน ต้องการ ผมขออนุญาตที่จำเป็นจะต้องปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผล สนับสนุนดังนี้นะครับ
ประการที่ ๑ ประเทศไทยเรามีประเทศคู่ค้า คู่ค้าที่สำคัญของเราก็คือสหภาพ ยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ประเทศเหล่านั้นมีปัญหาหมด เมื่อประเทศเหล่านั้นมีปัญหา ท่านก็ทราบดีว่ารายได้ของประเทศมาจากการส่งออก เราส่งออกสินค้าเกษตร เราส่งออก สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าแปรรูป เราได้จากการท่องเที่ยว เราได้จากการลงทุน ทีนี้เมื่อประเทศ คู่ค้ามีปัญหา รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณในการแก้ปัญหา แต่เราดูจากเอกสารงบประมาณ แล้วไม่แก้ปัญหา ไม่ได้ตอบสนองสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลข้อที่ ๑ ซึ่งคิดว่าจำเป็นจะต้อง ปรับลดเพื่อจะได้มาแสดงเหตุผลไว้ตรงนี้ และขอคำตอบจากคณะกรรมาธิการ การที่ คณะกรรมาธิการตอบผมนี้ไม่ใช่ตอบนายอาคม เอ่งฉ้วน จะตอบพี่น้องประชาชนที่เลือกผมด้วย เพราะเขาจะได้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ในข้อที่ ๑ ข้อที่ ๑ ผมบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ตอบสนองงบประมาณในการที่ประเทศคู่ค้าของไทยมีปัญหา รัฐบาล มีงบประมาณในการแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร
ท่านประธานครับ ในประการที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องที่ ๒ การที่ต่างชาติหรือทั่วโลกเขาจะมาลงทุนในประเทศไทย หรือแม้กระทั่งเดินทาง เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเขาต้องมั่นใจในนโยบายของประเทศไทย เมื่อสักครู่ท่านวิทยา แก้วภราดัย บอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เคยพูด ไม่เคยตอบ ไม่เคยยืนยันว่า ที่ท่านจัดงบประมาณเที่ยวนี้ท่านจัดงบประมาณผิดพระราชบัญญัติกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ต้องตอบ ถ้าไม่ตอบคนก็ยังสงสัย ท่านจะทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ให้ผิดกฎหมายได้ อย่างไร เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดบอกว่ารัฐบาลจะพิมพ์แบงก์เพิ่ม ตรงนี้ ก็ต้องตอบ จริงอยู่รัฐบาลมีอำนาจ แต่ว่าในวาระเช่นไรที่รัฐบาลจะต้องพิมพ์ธนบัตรออกมาเพิ่ม ออกมาใช้ เพราะถ้าพิมพ์ธนบัตรเพิ่มมาก แบงก์มาก ๆ ต่อไปมันจะเป็นแบงก์กงเต็กท่าน ประธานก็รู้นะครับ มันไม่มีความหมาย อันนี้ต้องตอบ ผมจึงพูดว่าในประเด็นที่ความมั่นใจนี้ รัฐบาลต้องให้คำตอบ เพราะในงบประมาณนี้มันไม่ได้ตอบโจทย์ข้อนี้
ประเด็นที่ ๓ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ผมดูจากเอกสาร วันนี้ผมพูดภาพรวมนะครับ ผมดูจากมาตราอื่น ๆ ไม่ได้ตอบปัญหาข้อนี้เลยว่า จะเตรียมความพร้อมในประชาคมอาเซียนอย่างไร ธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) ไม่ชัดเจน กรณี เครือข่ายคมนาคมที่จะตอบรับในการเข้าไปสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๕ ไม่ได้จัด งบประมาณเพื่อมาแก้ปัญหาตรงนี้ เรื่องการแข่งขันจากภายนอกประเทศก็เหมือนกันผมไม่อยาก ให้ใครมาว่ารัฐบาลนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ประชาชนคาดหวัง เป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิงคนแรกว่า รัฐบาลดีแต่โม้ ผมไม่อยากได้ยิน ผมอยากให้รัฐบาลพูดแล้วทำ พูดน้อย ๆ แต่ทำมาก ๆ ท่าน ประธานครับ เรื่องที่ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจนคือเรื่องน้ำท่วม เรื่องน้ำท่วม ถ้าท่าน อ่านหนังสือพิมพ์ ท่านฟังคนคุยกันรัฐบาลต้องแถลงแล้วว่ารัฐบาลเตรียมการอย่างไรว่าปีหน้า น้ำจะไม่ท่วม หรือถ้าท่วมก็จะไม่รุนแรงอย่างนี้ ไม่ใช่บอกว่าเอาอยู่ เอาอยู่ เวลานี้มันเป็น คำพูดที่คนเอาไปล้อเลียนว่าคำว่าเอาอยู่ ต้องวิ่งก่อนเพื่อน ถ้ารัฐบาลประกาศว่าเอาอยู่ต้อง ดับของเลย ประเภทบอกว่าชั้นในแห้ง ชั้นในแห้งอยู่ไม่ได้ มันมีชั้นไหนบ้างที่แห้ง ในที่สุด น้ำก็ท่วมหมดทุกชั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้รัฐบาลได้ตอบด้วย เพราะว่างบประมาณ เมื่อผ่านสภาไปแล้วคนก็จะเกิดความหวัง
ประการที่ ๔ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ประเทศไทยถูกจัดลำดับในท้าย ๆ เลย ไม่ใช่ ท้าย ๆ คือจัดลำดับลึก ๆ เลยว่าคอร์รัปชัน (Corruption) ถ้าเราแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ให้ลดลงได้ ให้ลดน้อยลงได้ ผมว่าประเทศไทยมันมีทรัพยากรมาก ทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรธรรมชาติเรามีไปหมด แต่เราแก้ปัญหาเรื่องคอร์รัปชันไม่ได้ รัฐบาลมา ๔ เดือนกว่าแล้ว มีความจริงใจตรงไหนบ้างที่จะจับใครมาลงโทษสักคน อ้ายประเภทจับตามหน้าหนังสือพิมพ์ กรณีโน้นกรณีนี้ ผมว่ายังไม่ชัดเจน แต่มันชัดเจนตรงที่รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วม ศูนย์ ศปภ. ของท่านแก้ปัญหาน้ำท่วม คนก็คาดหวังอยู่แล้วว่ารัฐบาลต้องทำ เพราะเป็นงานชิ้นแรก ที่รัฐบาลจะได้กู้ว่าที่ใครเขาบอกว่ารัฐบาลบริหารไม่เป็น ช่วงนี้ท่านจัดการได้น้ำท่วม แล้วมันท่วมมหาศาล ท่วมมาก แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่น้ำท่วม ๒-๓ เดือน มีแต่เรื่อง คอร์รัปชัน โกง โกง โกง โกงแม้กระทั่งข้าวกล่อง แม้กระทั่งชุดยังชีพ โกงเรือ โกงทุกอย่าง ท่านครับ จนเดี๋ยวนี้รัฐบาลแถลงหรือยังว่าโกงหรือไม่โกง ถ้าไม่โกงก็ต้องบอกมาเลยไม่โกง ถ้าโกงจัดการเลยคนโกง อย่าไปลูบหน้าปะจมูก รัฐบาลโกงแค่นี้ไม่พอยังให้พรรคพวกตัวเอง ช่วยโกงอีก อย่างนี้มันจะมั่นใจได้อย่างไรครับท่านประธาน
ประการที่ ๕ ท่านประธานครับ เราเติบโตทางเศรษฐกิจมีปัญหาแน่ปีนี้ เพราะว่าปัญหาเรื่องน้ำท่วม ปัญหาผู้ค้าอย่างที่ผมพูด รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณรองรับ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เงินเฟ้อแน่นอน ของก็จะแพง ประชาชนจะเดือดร้อน รายได้น้อย แต่ของแพงอยู่ได้อย่างไร สินค้าเกษตรพูดกันทุกคน ตั้งแต่ผู้แทนราษฎรที่สนับสนุนรัฐบาล ผู้แทนรัฐบาล ประชาชนเป็นประเทศเกษตร ถ้าสินค้าเกษตรขายไม่ได้ ขายได้ราคาต่ำ อย่าคิดว่าจะประกันราคาแต่ข้าวอย่างเดียวจะเอาอยู่ ไม่ได้หรอกครับ มีพืชเกษตรหลายตัว ที่ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องจัดงบประมาณมาตอบสนอง ในเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท อันนี้รัฐบาลไปหาเสียงมาน่าเห็นใจ แต่ท่านประธานก็รู้ ท่านประธานเคยเป็นกรรมาธิการ การแรงงานเป็นคนเก่งคนหนึ่ง เวลาเขาจะขึ้นค่าแรง เขามีไตรภาคี รัฐบาลใช้ไตรภาคีไหม นายจ้าง ลูกจ้าง รัฐบาล เขาต้องคุยกันก่อนจะขึ้น อันนี้ไปหาเสียงไว้ล่วงหน้าเลย กลับมาถึง ก็ต้องขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดว่าเมื่อน้ำท่วมแล้วอย่างนี้ นิคมอุตสาหกรรม ท่วมมหาศาลอย่างนี้ยังจะยืนยันขึ้นอีกไหมปีนี้ ๓๐๐ บาท หรือขึ้นปีไหน ไม่ใช่ขึ้น ๓ จังหวัด ๔ จังหวัด ๕ จังหวัด เพื่อให้ถูกต้องว่าตัวเองไปหาเสียงมา มันทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่าเลือกปฏิบัติ อย่าใช้ ๒ มาตรฐาน ถ้าไม่ขึ้นก็ต้องไม่ขึ้น ถ้าขึ้นก็ขึ้นทั้งประเทศ
ประเด็นที่ ๗ เรื่องการเมือง คนจะมาประเทศไทยนี้นะครับ การเมืองมันต้องนิ่ง เวลานี้พรรครัฐบาลมันชนะเด็ดขาดมันต้องนิ่งแล้ว ต้องคิดถึงเรื่องพัฒนาประเทศ พวกฝ่ายค้าน พวกผมก็ยอมรับแล้วว่าคะแนนสู้ไม่ได้ ประชาชนเขาให้โอกาสท่าน มันต้องนิ่งแล้ววันนี้ มันไม่นิ่ง เดี๋ยวจะทำเรื่องนั้น เดี๋ยวจะทำเรื่องภาษี เดี๋ยวจะแก้รัฐธรรมนูญ มันไม่นิ่ง ท่านจะชนะ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้าการเมืองไม่นิ่งประเทศมันเดินไม่ได้ ผมไม่อยากจะให้เขาได้ยินว่า รัฐบาลนี้มากับไฟไปกับน้ำ ผมไม่อยากได้ยิน ท่านต้องทำให้ประเทศเจริญโดยใช้ ความสามารถของบุคลากรในคนของท่าน ๔-๕ เดือนพอแล้วถ้า ครม. ของท่านมันไม่เข้าท่า คนไหนที่ไปแอบอยู่หลังม่านอยู่แถว ๓ แถว ๔ ท่านก็ปรับเอาคนใหม่เข้าไปใส่ได้ ทำได้ครับ ปรับได้ พวกผมก็ไม่ว่าอะไร ท่านปรับไปเถอะครับ ไม่มีปัญหา ปรับเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ไปได้
ในข้อที่ ๘ ในปัญหาสังคมซึ่งเป็นข้อสุดท้าย ท่านประธานครับเราก็มีลูก เราก็มีพวก เราก็มีคนที่อยู่ในแวดวงของนักการเมือง เราจะเห็นท่านประธานว่าข่าวสารที่ออกมา แต่ละวันปัญหาสังคมเวลานี้มันน่ากลัวมาก มีแต่ปล้น ชิง ลักขโมย ข่มขืน มีแต่ฆ่า ผมไม่เคยได้ยิน ลูกฆ่าพ่อ ลูกฆ่าแม่ เดี๋ยวนี้ได้ยิน ปัญหาสังคมมันเป็นปัญหาที่มันมีอยู่จริงแต่ว่ารัฐบาลต้องให้ ความสำคัญโดยใช้งบประมาณลงไปแก้ ด้านการศึกษาประเภทที่แจกอิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียวมัน แก้ปัญหาจิตใจของคนไม่ได้หรอกครับ รัฐบาลต้องใช้กระทรวงวัฒนธรรมด้วย ศาสนาก็ต้องช่วย การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม มันถึงจะแก้ปัญหาจิตใจของประชาชนได้ ถ้าแก้จิตใจของ ประชาชนได้ ถ้าคนในชาติมันดีเสียอย่างนะครับ เราไม่ต้องใช้งบประมาณในการปราบปราม ยาเสพติดเยอะ เวลานี้ท่านเห็นไหม มันน่าแปลกประเทศเพื่อนบ้านเราผลิตยาเสพติด แต่ทำไมพวกนั้นไม่ติดยาเสพติด แต่คนไทยกลายเป็นติดยาเสพติด เจาะเลือดที่ไหน ตรวจปัสสาวะที่ไหน มีแต่ยาเสพติด ๆ ว่าง ๆ ท่านประธานลองเจาะเลือดในสภาดูบ้างก็ได้ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่น่าหนักใจ เพราะฉะนั้นงบประมาณวันนี้ จริงอยู่พวกผมเป็นฝ่ายค้านทำอะไรมาก ไม่ได้ แต่ถ้าพวกผมไม่พูดเท่ากับว่าพวกผมเสียโอกาสที่ประชาชนให้โอกาสมา วันนี้ประชาชน ให้โอกาสท่านมาเป็นผู้แทนราษฎรแล้วพวกสภาก็ให้โอกาสท่านไปนั่งข้างบน ท่านก็ต้องทำ หน้าที่ให้ตรงไปตรงมาอย่างยุติธรรม ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าท่านจะเป็นเพื่อนผม แต่ผมก็ไม่ได้ให้ คะแนน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มหรอกครับ แต่ว่าท่านก็เป็นคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ใช้ได้ ขอบคุณครับ