เชิดชัย ตันติศิรินทร์ วิจารณ์งบประมาณปีปัจจุบันว่าเป็นงบผิดปกติและขาดดุล เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจแย่และอุทกภัย จึงเสนอให้ลดงบประมาณลง 5% เพื่อให้มีการกระจายทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยชี้แจงเหตุผลว่าเวลาใช้จริงสั้นกว่าเวลาที่จัดสรร และต้องการให้รัฐบาลนำเงินไปพัฒนาบ้านเมือง เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสมาชิกอาเซียน และเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็น 2% ของจีดีพี พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานเพื่อใช้หลักวิทยาศาสตร์แก้ไขปัญหาประเทศ เชิดชัย ตันติภิรินทร์ หารือเรื่องการตัดงบประมาณฝึกอบรมที่ไม่จำเป็น เน้นการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและเร่งรัดโครงการต่าง ๆ เพื่อลดคอร์รัปชัน พร้อมเสนอให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนผ่านนโยบายรักษาพยาบาล 30 บาท
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ทำงานหนัก บังเอิญผมมีโอกาสไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรม ประชุมเช้า เสร็จ ๔ ทุ่ม ๔ ทุ่มครึ่งอย่างนี้ครับ ก็ทารุณเหมือนกันทำงานหนัก ก็ควรจะได้รับคำชมเชยนะครับ ท่านประธานครับงบประมาณนี้เป็นภาษีอากรของราษฎร ซึ่งรัฐทุกรัฐต้องทำ แล้วเอาไปให้รัฐแล้วรัฐบาลเอาไปใช้งาน แต่คนที่ใช้จริง ๆ คือข้าราชการครับ เราอย่าเพิ่งไปมองข้ามหน่วยงานข้าราชการ ที่เรามาว่ากัน นักการเมืองว่ากันต่าง ๆ ก็มีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมีรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระอีกครับ ที่ผมพูดคือให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลบ้างนะครับว่าเงินที่เราตั้งขึ้นมันไปใช้หลายอย่าง ท่านประธานครับ งบประมาณชุดนี้ผมเรียกว่าเป็นงบผิดปกตินะครับ เพราะว่ามีภาวะ เศรษฐกิจแย่ มีอุทกภัย ตั้งในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วมาปรับปรุงในรัฐบาลชุดนี้กำลังดูกันอยู่นี่นะครับ น่าจะเรียกว่า งบเฉพาะกิจหรือว่างบหนีภัย เพราะมีภัยจริง ๆ ท่านประธานครับ ที่ผมขอ สงวนสิทธิคำแปรญัตติลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าอยากให้ภาษีอากรราษฎรไปใช้อย่างคุ้มค่า และมีการกระจายทั่วประเทศ เอาไปใช้อะไรครับ ก็คือความยากจน ท่านประธานครับ ประเทศไทยตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กมาเจอแต่ความยากจน ปัจจุบันก็ยังยากจนอยู่ ทั้งที่งบ มันเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ไปแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เศรษฐกิจและสังคม ความไม่รู้หนังสือของคน แล้วก็อยากให้งบพวกนี้เอาไปใช้ในหลักการที่ว่าใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นพื้นฐาน ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ท่านประธานครับผมขอสรุปนิดหนึ่งครับ เพราะมีคนฟังอาจจะไม่เข้าใจนะครับ งบปีนี้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท มากกว่าปีที่แล้ว ๙.๗ ล้านบาท เป็นเพราะว่าบ้านเมืองก็ต้องมี คนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโตขึ้นทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจแย่นะครับ เพราะฉะนั้นเก็บภาษีไปใช้ไม่พอแล้ว ครับต้องขาดดุลอีกประมาณเกือบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรับลดไป ๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครม. เอาไปใช้เกือบหมด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อให้ เป็นไปตามนโยบาย แล้วยังมีการจัดสรรให้หน่วยงานที่เป็นอีกอำนาจหนึ่งก็คือรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ วรรคเก้า อีกตั้ง ๘๔๗ ล้านบาท ก็เยอะเหมือนกัน นะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่า งบประมาณนี้มันมีเวลาใช้ถ้าตามปฏิทินที่กำหนดกันประมาณ ๗ เดือนแต่พอไปดู รายละเอียดใช้จริง ๆ ประมาณ ๕ เดือนนะครับ เพราะว่าเดือนกุมภาพันธ์ก็เริ่มใช้ การจัดซื้อ จัดจ้างซึ่งเป็นงบประมาณส่วนใหญ่ก็เริ่มประมาณเดือนเมษายน ท่านไล่ไปประมาณ ๕ เดือน แค่นั้นเองครับ เพราะฉะนั้นตั้งไปมากมันใช้ไม่ทันนะครับ งบค้างท่อนะครับ อีกอย่างหนึ่ง ข้อสังเกตที่อยากให้ปรับลด ก็คือมีหลาย ๆ อย่างที่ปรับลดที่ผมปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาลเอาไปใช้ที่ไม่ได้เตรียมบ้าง หรือว่าไปใช้ในสิ่งที่ สมาชิกอยากจะเห็นให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองนะครับ
อันที่ ๑ การเตรียมให้ไปสู่เป็นสมาคมอาเซียน อันนี้ต้องชัดเจน อยากจะให้ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เตือนไปยังรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวงเกี่ยวข้อง ให้เตรียมไว้ ๕ เดือนท่านต้องทำงบมา ใหม่อีกนะครับ
อันที่ ๒ งบที่อ้างความมั่นคง อ้างสถาบันเฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ผมไปดูแล้ว ครับเยอะมากครับ โดยเขาเชื่อว่างบเหล่านี้จะไม่ถูกตัดต้องผ่านโดยสะดวกโยธิน แต่พอเรา ซักรายละเอียดลงไปมันไม่มีเหตุผล ไม่มีการติดตาม สิ้นเปลือง ผมอยากให้เอางบพวกนี้ ถ้าเป็นไปได้ให้แยกมาต่างหาก แล้วก็มีการติดตามให้ชัดเจนว่ารัฐบาลก็สนับสนุน ผมคิดว่า ทุกรัฐบาลทำแบบเดียวกันแต่ให้มันชัดว่าเป็นเงินประมาณเท่าไร
อันที่ ๓ งบเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มน้อยจริง ๆ เผลอ ๆ ลดลงด้วย ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มให้เป็นถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ปัจจุบันนี้ประมาณ ๐.๒ บางท่านก็ว่า ๐.๒๕ ผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการบูรณาการอย่างจริงจัง ไม่ว่าเป็นมหาวิทยาลัยหรือว่าเอกชนหรือว่ารัฐต่าง ๆ นะครับ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๕ ส กับ ๑ ว นะครับ อยากจะให้สำนักงบประมาณเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้วางแผนบูรณาการ ใช้หลักการวิทยาศาสตร์มาบริหารแก้ไขปัญหาประเทศอย่างจริงจังครับ ประเทศจีนที่เขาเป็น คอมมิวนิสต์ ลองไปอ่านที่เขาประชุมสมัชชาของเขา เขาเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ เขาเป็น คอมมิวนิสต์นะครับ เขายังใช้วิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาของเขา เป็นอย่างไรครับประเทศ จีนตอนนี้กำลังจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจครับ
อันที่ ๔ งบที่อยากจะให้ตัดลดมากก็คืองบบริหารจัดการนะครับ ไม่มี ประสิทธิภาพ ไม่คุ้มค่านะครับ หน่วยงานใหม่ หน่วยงานตาม พ.ร.บ. ที่เราอยากให้เห็น จริงจังองค์กรมหาชน เราคิดว่ามีหน่วยงานนี้หน่วยงานนั้นขึ้นมาเยอะแยะคิดว่าดีครับ แต่ท่านครับ ลืมว่าหน่วยงานเหล่านี้ก็มีปากครับ ต้องการงบประมาณครับ ไปถามงบประมาณที่ท่านขอมา เป็นอะไรบ้าง สำนักงานต้องสร้างใหม่แทนที่จะไปเช่า เงินเดือน เลขานุการ เจ้าหน้าที่ รถ เงินเดือนประจำตำแหน่ง เบี้ยเลี้ยง จิปาถะ ที่ปรึกษาอีก ไม่พอหรอกครับ เงินที่จะเหลือไปถึง ประชาชนมันเหลือนิดเดียว เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านสมาชิกเวลาเราตั้งหน่วยงานเหล่านี้ มีกฎหมายรองรับให้คำนึงพวกนี้ด้วยครับ เพราะว่างบประมาณของเรามันจะเปรียบเสมือน ก้นรั่วนะครับ ท่านตั้งไว้สูง ๆ มีหน่วยงานพวกนี้ดูดไปใช้ไว้ก่อนเบื้องต้นแล้วท่านจะไปทำ เอาเงินอย่างอื่นไปใช้บริหารประเทศได้อย่างไรครับ
ท่านประธานครับ องค์กรส่วนท้องถิ่น อบต. ผมอยากให้มี ทางงบประมาณ ผมไม่ทราบว่าไปดูแลทั่วถึงไหมครับ การก่อสร้างต่าง ๆ ครับ ท่านไปดู อบต. ในต่างจังหวัด ใหญ่โตมโหฬารครับ เลียนแบบศาลากลาง มีที่จอดรถประจำตำแหน่ง อบต. อบจ. ผมเป็น ประชาชนเขาไปที่บริการนิดเดียวครับ ไม่มีที่จอดรถนะครับ สรุปแล้วงบประมาณประเทศนี้ เอาไปให้องค์กรเหล่านี้ใช้หรือครับ พวกที่เป็นถูกต้องตามกฎหมายนี้ครับ แต่งบไปถึง ประชาชนน้อยมาก
อีกอันหนึ่งรัฐวิสาหกิจ งบต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นเราไม่สามารถจะควบคุมได้เลยนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่ดูแลต้องจริงจังเพราะว่าจะพัฒนาประเทศ รัฐวิสาหกิจก็มีส่วนสำคัญ อย่างยิ่ง ผมจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับไฟฟ้า ลองท่านไปต่างจังหวัดท่านจะเห็นเสาไฟฟ้า ทุกระดับประทับใจ ตั้งแต่เสาเล็กไปถึงเสากลาง เสากลางใหญ่ เสาใหญ่โต สร้างอยู่ใน ที่เดียวกันนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานเหล่านี้เขามีแผนการอย่างไร เสาแต่ละต้นราคาแพง นะครับ เสียดายสตางค์ครับเพราะมันก็เป็นภาษีของพวกเราเช่นเดียวกันครับ
ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งที่อยากให้ตัดก็คือการฝึกอบรม ผมก็รับราชการ ในมหาวิทยาลัยมาก่อน เราก็ทราบว่าการฝึกอบรมที่จำเป็นก็มี ที่ไม่จำเป็นก็เยอะ เป็นเรื่องของ สวัสดิการบ้าง ขอให้ทำพอเหมาะพอควร ให้มันได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ว่ากันในเรื่องพวกนี้ครับ อยากจะให้การฝึกอบรมในภาวะที่บ้านเมืองกำลังเดือดร้อน เน้นหนักที่จำเป็นจริง ๆ งบศึกษาต่อเช่นเดียวกันนะครับ ไม่ใช่ว่าส่งข้าราชการไปเรียนระดับปริญญาตรี ระดับ ปริญญาโท ระดับปริญญาเอก กลับมาแล้วก็ลาออกจากราชการ เสียดายสตางค์ ปัจจุบันนี้ เราเอาสำเร็จรูปนะครับ เรียนได้ปริญญาโทก็ปริญญาโท ปริญญาเอกก็ปริญญาเอก เพียงแต่ว่า เงินเดือนหรือว่าแรงจูงใจต้องให้สูงพอหน่อยนะครับ
อีกอันหนึ่งโครงการต่าง ๆ ที่งบนี้ผ่านไปแล้ว ผมอยากจะให้ทางงบประมาณ ไปเร่งกำชับ เราจะฝากกรรมาธิการคงไม่ได้ กรรมาธิการพอหมดวาระนี้แล้วก็หมดหน้าที่ ไปดูนะครับ ให้มีการรีบดำเนินการ ๕ เดือนนะครับ ให้ถูกต้องตามสเปก (Spec) อย่าให้มี การโกงกันเหมือนที่ผ่านมาที่มีข่าวว่าโกงกันถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในชุดที่แล้วที่ว่าทางสภาหอการค้า เขาประชุมกันเขาว่าอย่างนั้น อย่าให้คอร์รัปชันเลยครับ สงสารบ้านเมือง ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ผมอยากให้กำลังใจเหมือนกันครับเพราะว่าได้ทำดีแล้วในเรื่องแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ผ่านรอดพ้นมาได้ด้วยดี ก็อยากจะให้งบเหล่านี้มีโอกาสคืนไปให้ประชาชนที่ผมคิดของผมเอง ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์นะครับ คืออยากจะให้โอกาสประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินครับ คือเศรษฐกิจภายในถ้ามีการจับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น แทนที่จะพึ่งการส่งออกอย่างเดียว มันก็จะมีประโยชน์นะครับ เศรษฐกิจจะได้มั่นคง เพราะฉะนั้นก็คืองบที่แก้ไขความยากจน ชาวบ้านเขาไม่มีอะไรหรอกครับ มีก็คือโอกาสที่จะได้ถึงแหล่งทุน ผมพูดเป็นข้อ ๆ นะครับ
ข้อที่ ๑ เรื่องรักษาพยาบาล มันเกี่ยวกันตรงไหนครับ ก็เกี่ยวตรงที่ว่าช่วยลดภาระ การรักษาพยาบาล ท่านประธานครับรัฐบาลมีนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค