สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สมดุล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สมดุล โดยชี้ว่ากระทรวงท่องเที่ยว พลังงาน และเกษตรได้รับงบไม่เพียงพอต่อศักยภาพ ขณะที่การใช้จ่ายด้านกลาโหมและการศึกษาเน้นเทคโนโลยีแทนจริยธรรม ทำให้เกิดปัญหาความล้มเหลวในการพัฒนาประเทศ

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณมากครับท่าน ประธานครับ ผม สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ กรรมาธิการงบประมาณเสียงข้างน้อย ก็ได้ตัด งบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เพื่ออภิปรายนะครับ เงินงบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทครับ ก็มีโอกาสได้ไปพบกับเจ้ากระทรวง กรม กองต่าง ๆ มามากมาย ทุกคนก็มานั่งของบประมาณ ไปใช้ ผมเห็นเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี่ ถ้าเผื่อใส่รถบรรทุกผมว่าเป็น ๑,๐๐๐ คัน รถสิบล้อ เงินมากมายมหาศาลครับ กับ ๔๔ วันที่มาพิจารณางบประมาณ การจัดสรรงบประมาณตรงนี้ นะครับ ผมก็ได้มามองดูว่ารายละเอียดการนำเสนอต่าง ๆ ตรงนี้นะครับ ผมอยากจะฝาก ข้อสังเกตว่าต้องใส่ใจในปีถัด ๆ ไปนะครับว่าเป็นอย่างไร ว่ามันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนะครับ คือผมเองผมบอกว่าไม่มีนักธุรกิจใดกลัวการลงทุนนะครับ แต่ทุกคนกลัวอย่างเดียวคือ กลัวการขาดทุนนะครับ การจัดสรรงบประมาณที่หลาย ๆ กระทรวงเอาไป ผมเองก็ไม่ได้สังเกต นะครับว่ามันเป็นอย่างไร กระทรวงที่ลงทุนแล้วมีโอกาสทำรายได้ทำไมได้งบประมาณไปไม่มาก อย่างเช่นกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นต้นนะครับ ซึ่งสามารถไปทำเชิงธุรกิจได้ อะไรได้นะครับ ให้นักท่องเที่ยวมามากมายได้อย่างนี้เรากลับได้ งบประมาณ ตั้งงบประมาณมาน้อยนะครับได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นต้นอย่างนี้นะครับ อย่างกระทรวงพลังงานได้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ และกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้ผมมองว่า การจัดงบประมาณของเราน่าจะมีปัญหาครับท่าน และในขณะเดียวกันงบประมาณที่นำไปใช้ ผมก็พยายามดูนะครับว่าเงินงบประมาณที่จะเอาไปใช้เรามีเวลาใช้แค่ ๖ เดือนเศษ กับเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เงินมากมายมหาศาลตรงนี้ละครับท่าน ก็รู้ว่ามันเป็นอย่างไร ก็อยากให้ เป็นข้อสังเกตไว้นะครับว่าอย่างเช่นงบประมาณยาเสพติด ถามบอกคุณจะไปปรับอย่างไร เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการลดเรื่องยาเสพติดก็ตอบไม่ได้นะครับ ไม่มีใครที่จะมองเห็นภาพ ที่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสำเร็จนะครับ การนำเสนอการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผมบอกว่า ยังค่อนข้างที่จะมองไม่เห็นแสงสว่างในการแก้ปัญหาครับ อย่างเช่นกระทรวงกลาโหมใช้ งบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมบอกว่าเราจะทำกองทัพให้เกรียงไกร มันจะเกรียงไกร ได้อย่างไรครับ ในเมื่อขณะที่เรายังต้องเกณฑ์ทหารอยู่ทุกวันนี้นะครับ ใครถูกเกณฑ์ไปเป็น ทหารก็นั่งร้องไห้ นั่งเสียใจ นั่งแบกปัญหาของครอบครัวอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เงินอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ไม่เชื่อนะครับว่าจะทำให้กองทัพไทยของเราจะเกรียงไกรขึ้น ไปได้ในส่วนตรงนี้ท่านครับ ผมถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านครับท่านดูส้มข้าง ๆ ผมสิครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูส้มสิครับ ส้มอย่างนี้สมัยก่อนเราคว้างทิ้งนะครับ เราไม่กิน ท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้กำลังจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย ส้ม ผมไปถามกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ถามบอกท่านทราบไหมครับว่าเขาเป็นอะไรส้มมันถึงเล็กลง ส้มเป็นอะไร ถึงตายหมดประเทศ ตอบไม่ได้ครับ ไม่มีใครใส่ใจ แล้วงบประมาณเอาไปทำไมครับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเราจะต้องนำเข้าส้มจากต่างประเทศมหาศาล ประเทศจีนกำลังส่งเข้ามา ในส่วนนี้ว่าเป็นอย่างไร อย่างเช่นการศึกษาของเรา ผมบอกว่า น่ากังวลใจ เด็กประถม ๑ ปกติแล้วเราจะต้องให้ฝึกหัดอ่านเขียน ท่อง จำ เพื่อที่เราจะได้ มีโอกาสได้สร้างคนให้เป็นคนให้ได้ดีนะครับ อย่างเช่นเราจะสร้างตึก สังเกตไหมเราต้องเขียน แปลน (Plan) ก่อน เราจะดูความมั่นคงของตึกหลังนี้ว่าแข็งแรงหรือไม่ เราก็จะดูที่เราตอกลง เสาเข็มอย่างไร ผูกเหล็กอย่างไร ทำคานอย่างไร ก็เหมือนกับคนละครับท่านครับ ช่วงเยาวชนเราแทนที่จะปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม เรื่องจิตสำนึก วัฒนธรรมให้แข็งแรง เรากลับไปทำอะไรครับท่านครับ ซื้อแท็บเล็ตเพื่อเราให้เด็กได้ใช้สมองกลทางเทคโนโลยี ในส่วนตรงนั้น ซึ่งเด็กยังต้องฝึกหัดฝึกเขียนอยู่ ในส่วนตรงนี้เราก็เป็นห่วงและกังวลใจอยู่มาก ในหลาย ๆ ฝ่ายอยู่ว่า แล้วส่วนตรงนี้จะเป็นการให้ไปทำลายหรือให้ไปสร้างสรรค์กับเยาวชน ของเรา อย่างเช่นพอเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ท่านสังเกตไหมครับ ท่านประธาน เราจะให้ออกประมาณครึ่งหนึ่งเพื่อเราจะได้ให้ไปใช้แรงงาน ให้ไปเรียนอาชีวศึกษา ผลปรากฏอย่างไรครับ ส่วนใหญ่ก็ผิดหวัง เสียใจที่เรียนยังไม่ได้ดี เรียนแล้วถูกคัดออก เป็นการสร้างความล้มเหลวของชีวิต ความรู้สึกของเขาในส่วนตรงนั้น ถามบอกว่าถ้าเผื่อหากเรามีให้ความคิดที่ดี ให้ไปเรียนบอกเขาให้เข้าใจ ชี้นำให้ถูกว่าไปเรียน อาชีวศึกษาแล้วเกิดผลอย่างไร ท่านครับ ผมเองก็ได้ถามทางฝ่ายแรงงานว่าท่านมีความคิด รู้สึกอย่างไร แรงงานตอนนี้เป็นอย่างไร ซึ่งบริษัทประกอบรถยนต์ของบริษัทญี่ปุ่น ท่านเชื่อไหมครับ ขอแรงงานเรามา ๕๐,๐๐๐ คน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ถึงปัจจุบันยังไม่ได้สักคน ทางแรงงาน ยังบอกนะครับบอกว่าตอนนี้ยังขาดแรงงานอีก ๑๐๐,๐๐๐ คน และท่านลองคิดดูนะครับว่า เราส่งนักเรียนจบ ม. ๓ ขึ้นสู่อาชีวศึกษาทุกคนล้มเหลวในเชิงความรู้สึกและความคิดที่จะไป สร้างคนให้เป็นคน ส่วนตรงนี้ต้องคิดนะครับท่านครับ และถ้าเป็นระดับอุดมศึกษาเราจะติดอาวุธ ทางปัญญาเขาอย่างไร จะเพิ่มศักยภาพอย่างไรในส่วนตรงนี้เป็นต้น ถึงบอกว่าเงินที่เอาไป ๒.๓๘ ล้านล้านบาทตรงนี้มันไม่มากหรอกครับ ถ้าเผื่อเกิดเงินตรงนี้เรานำไปแล้วสามารถใช้ ให้เกิดประโยชน์ที่ดี ที่ควร ที่สูงสุดนะครับ แต่ถ้าเผื่อหากเราไปละลายทิ้ง ผมก็เห็นห่วงกังวลว่า เงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทเงินไม่ใช่น้อย เงินรถสิบล้อ ๑,๐๐๐ คัน บรรทุกไม่หมดครับ ท่านครับ ในส่วนตรงนี้เราจะเอาคืนกลับไปได้อย่างไร อย่างเช่น กระทรวงคมนาคม ผมก็ถามครับ ท่านครับ เราทำรถไฟรางคู่เราใช้รางขนาดกว้างเท่าไรซึ่งอนาคตอันใกล้นี้นะครับ อาเซียนเรา เราก็จะเชื่อมสัมพันธ์กันหมด เราก็จะวิ่งระบบการขนส่งทั่วถึงกันไปหมดนะครับ ท่านบอก ใช้เมตรเดียวซึ่งคนละขนาดกับต่างชาติของเรา ขนาดกับอาเซียนของเรา และตรงนั้นท่านจะ แก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น และเราก็เป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือจตุจักร คราวนี้ เราบอกว่าเราจะเอากลับคืนมาทำ เราก็ดีใจนะครับว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะขยาย ธุรกิจทำจตุจักร ทำตลาด แต่ผมย้อนหลังกลับไปมอง ผมยังมองไม่เห็นเลยครับว่ากระทรวงคมนาคม มีการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ ทำส่วนตรงไหนที่ให้กำไรบ้าง ตอนนี้ติดลบอยู่เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ก็ฝากท่านประธานครับ ฝากท่านเจ้ากระทรวงทุกคนนะครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปดูนะครับว่าเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนี้ ท่านจะบริหารอย่างไร ให้คุ้มกับเงินที่ได้รับอนุมัติไปในส่วนตรงนี้ครับ ฝากท่านประธานตรงนี้ครับ