สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องงบประมาณโครงการรถยนต์คันแรกของภาครัฐ โดยวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายเงินในโครงการที่ไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดและปรับทอนโครงการนี้ให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายเงินในการช่วยเหลืออุทกภัยที่น้อยเกินไป และขอให้ดูแผนภาพรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจอนุมัติงบประมาณ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

อันนี้เป็นเรื่องของเงินกู้ยืม นะครับ ผ่านได้เลยครับ ขอรถยนต์คันแรกครับ ท่านประธานครับ เรื่องของโครงการรถยนต์ คันแรกงบประมาณทั้งหมดนั้น ขึ้นไว้เลยครับ งบประมาณทั้งหมดนั้นใช้จำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จะไม่สะท้อนอยู่ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เนื่องจากโครงการดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะเป็น การคืนเงินภาษีสรรพสามิตที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ซื้อรถครับ ก็ไม่มีการตั้งในปีนี้ แต่ที่ต้องตั้ง ในปีนี้ก็คืองบด้านไอที (IT) ครับ คือพูดง่าย ๆ คือซื้อคอมพิวเตอร์และงานพัฒนาระบบ สไลด์ (Slide) เมื่อสักครู่ได้แสดงให้เห็นว่าท่านใช้เงิน ๑๐๐ ล้านบาทในโครงการนี้ เป็นอุปกรณ์เสีย ๔๔ ล้านบาท พัฒนาระบบหรือระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่ต้องจ้างคนมาออกแบบ ๔๓ ล้านบาท โฆษณาอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สัมมนาอีก ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมขอเรียนกับท่านว่าทั้งกอง ๑๐๐ ล้านบาทไม่จำเป็นเลยครับ เป็นการบริหารงานของรัฐบาลที่ตลกมากสำหรับโครงการรถยนต์คันแรกครับ ท่านครับ เวลาคน เขาซื้อรถยนต์ เช่นซื้อนิสสัน มาร์ช ๑ คัน คือรถยนต์ที่มีต่ำกว่า ๑,๕๐๐ ซีซี หรือรถกระบะครับ ง่าย ๆ เลยครับ ท่านสามารถเอาบิล (Bill) ใบเสร็จที่ท่านซื้อรถยนต์นิสสัน สมมุตินะครับ นิสสัน มาร์ช ๑ คัน หรือรถกระบะ ๑ คันแล้วกัน ในนี้เขาจะบอกเลยครับ เสียภาษีเท่าไร ราคาเท่าไร เอาใบเสร็จไป ๑ ใบครับ

๒. ท่านต้องไม่เคยมีรถยนต์มาก่อน ก็ไปขอหนังสือรับรองจากกรมการขนส่งทางบกว่า ท่านไม่เคยมีรถมาก่อน เขาก็มีข้อมูลรองรับครับ ๒ ใบแนบกันไปยื่นสรรพสามิตพื้นที่ แล้วจะรับเงินโอนคืนจากที่ธนาคารออมสินก็ได้ครับ ไม่ต้องเสียเงินด้านไอทีสักบาทเลยครับ แต่การบริหารงานของรัฐบาลนี้ครับ เอาเงิน ๑๐๐ ล้านบาทไปใช้ในโครงการไอทีเรื่องรถยนต์ คันแรก ไม่มีความจำเป็นเลยครับ ท่านจะลงไปดูแลขนาดจองรถเลยครับ ผมถามเขานะครับ เขาบอกว่าถ้าเกิดว่าจองรถ ไปลงทะเบียนไว้ก่อนทางอินเทอร์เน็ตอำนวยความสะดวกกันเต็มที่ ครับ เพื่อให้ได้เงินภาษีคืน เป็นนโยบายที่แปลกประหลาดมาก ๑๐๐ ล้านบาทนี้ คำถามคือถ้าท่านต้องการให้คนคืนภาษีรถยนต์คันแรกเร็ว ทำไม ๑๐๐ ล้านบาทไม่ถูกเอาไปตั้ง ในโครงการจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทให้พี่น้องประชาชนเรื่องน้ำท่วมครับ ทุกวันนี้คนยังได้ ๕,๐๐๐ บาทไม่ครบเลยครับ นี่คือความล่าช้าของภาครัฐ ทำไมไม่เอาเงินไปช่วยพี่น้องประชาชน ที่เขาบ้านเสียหาย บางส่วน ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งหลัง ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านเชื่อไหมครับ ทุกวันนี้ยังต้องนั่งถ่ายรูป ให้ประชาชนเข้าคิวรอกันครับ ระบบคอมพิวเตอร์ไม่มีครับ แต่โครงการรถยนต์คันแรกเมื่อสักครู่นี้ใช้เงิน ๑๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ใช้ได้เพียงแค่เอกสาร ๒ ใบในการคืนเงินครับ ผมก็ไม่เข้าใจวิธีการบริหารของท่าน ซึ่งถ้าเป็นไปได้วันนี้ท่านยังมี โอกาสครับ ไปแก้เถอะครับ แล้วขอประทานโทษนะครับ สเปกของท่านแปลกประหลาดจริง ๆ ครับ เครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ดาต้าเบส เซิร์ฟเวอร์ (Database server) แบบที่เรียกมี ๘ โพรเซสเซอร์ (Processer) หรือ ๘ คอร์ (Core) ท่านตั้งมา ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท ลองไปดูสิครับ บริษัทในประเทศไทยมีทำอยู่ไม่กี่อันครับ ไอบีเอ็ม (IBM) บริษัท ซัน บริษัท เอชพี แต่สเปก ของท่านแพงหูฉี่จริง ๆ ครับ ภายใต้โครงการรถยนต์คันแรก ซึ่งเป็นโครงการนโยบายของ พรรคเพื่อไทยครับ อย่าทำแบบนี้เลยครับ ในสภาวะที่พี่น้องประชาชนยังเดือดร้อน ท่าน สามารถปรับลด ปรับทอนโครงการหลายเรื่องได้ลงครับ แล้วโครงการนี้สเปกผิดปกตินะครับ ผมฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลช่วยดูครับ ใช้วิธีคิดแบบบริหารจัดการครับ ท่านไม่ต้องเสียเงิน ๑๐๐ ล้านบาท เอาไปทำสะพาน เอาไปทำถนนให้พี่น้องประชาชนได้ ระบบที่จะจ่ายเงินให้เร็ว ที่ควรจะทำ กลับกลายเป็นระบบในการจ่ายเงินชดเชยเรื่องน้ำท่วมเสียมากกว่า ท่านก็ไม่ทำ วันนี้คนก็ยังเข้าคิวรอกันอยู่ขณะนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ อีก ๑ เรื่องครับ งบประมาณปีนี้นั้น ที่เขาบอกว่า งบที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้ในการช่วยเหลือเรื่องอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะทีเดียว แต่พอไปดูไส้ในรายละเอียดครับ เมื่อ ครม. ที่เพิ่งผ่านมาท่านอนุมัติงบในเรื่องของการฟื้นฟู แล้วก็ปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างไปที่ ๑๗,๑๒๖ ล้านบาท เอาไปสร้างสะพาน สร้างสิ่งก่อสร้างนะครับ งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปได้แค่ ๑๗,๑๒๖ ล้านบาท สำหรับงบ ที่ลงไปก่อสร้างจริงนะครับ แล้วท่านตั้งงบประมาณได้ตลกมากครับ แผนงานของท่าน ปี ๒๕๕๕ ๑๒,๖๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ๔,๕๑๖ ล้านบาท นี่มันแก้น้ำท่วมนะครับ แล้ววลี ที่ท่านบอกว่าปีหน้าน้ำไม่ท่วม มันไม่มีทางเกิดหรอกครับ เพราะงบประมาณในส่วนการก่อสร้าง ซ่อมแซมก็น้อย ในส่วนของงบกลางนะครับ งบของท่านนั้นลามจากปี ๒๕๕๕ ไป ปี ๒๕๕๖ แล้วปีหน้าน้ำไม่ท่วมเป็นไปไม่ได้เลยครับ กลไกในการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ผมก็ยังงงอยู่หลายเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แรก ๆ ท่านเอาไปใช้ ในเรื่องของการชดเชยเงิน ๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งวันนี้ หลายครอบครัวยังไม่ได้ อีก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้ในเรื่องของงานโยธาซึ่งน้อยมาก ในการซ่อมแซม แล้วก็แปลกครับ หน่วยงานไหนทำโครงการเสนอท่านได้เร็ว เงินจ่ายก่อน คำถามคือ การบูรณาการในภาพรวมงบประมาณ อะไรควรจะเป็น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไม่เห็นครับ การสร้างความเชื่อมั่นเรื่องของน้ำท่วมมีน้อยมาก บริษัทประกันภัยในขณะนี้เขาเริ่มจ่าย ค่าสินไหมครับ ไม่ใช่เป็นเพราะท่านเร่งรัดนะครับ เขาต้องการจ่ายอยู่แล้วครับ แต่เรื่องเบี้ย ประกันท่านทำแบบไหน เราก็อยากจะดู เมื่อสักครู่นั้นได้มีการทวงถามไปแล้ว โครงการ สำคัญ ๆ ของพี่น้องประชาชน เรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ ที่จะตั้งบริษัทขึ้นก็ต้องมี ทุนประเดิม ปรากฏว่าในงบประมาณฉบับนี้ท่านก็ไม่มีงบประมาณเรื่องของทุนประเดิม เรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ เงินนี้คืออะไรครับ ก็คือเงินออมภาคประชาชนที่เวลาใคร ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม กองทุน กบข. อยากจะมาออม ออมได้ครับ รัฐจะเบิ้ลเงินให้ท่านด้วย ปรากฏว่ารัฐบาลนี้ก็ละเลยเรื่องการออมของพี่น้องประชาชนไปอีก โดยลืมตั้งงบประมาณเรื่องการตั้งบริษัทภายใต้เงินกองทุนการออมแห่งชาติ ผมแปลกประหลาดใจ ในการใช้งบประมาณของท่าน สิ่งที่ควรกลับล่าช้า สิ่งที่ไม่ควรกลับรวดเร็ว ผมฝากท่านประธาน ไว้ทิ้งท้ายในบทสรุปวันนี้ครับ สิ่งที่ขอฝาก โครงการรถยนต์คันแรกซึ่งท่านจะเดินต่อ งบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท เรื่องไอที ไม่มีความจำเป็น ท่านสามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ ในวันนี้ดำเนินการได้อยู่แล้วตามที่ผมได้เรียนไป เงินกู้ยืมของ กยศ. วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไปคิดดูให้ดี ท่านเป็นรัฐบาลที่ไม่สนับสนุนการกู้ยืมด้านการศึกษา ท่านเป็นรัฐบาลที่ไม่สนับสนุน เรื่องของเงินเรียนของเด็ก ยังปรับตัวแก้ได้ในขณะที่ท่านยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ครับ หลากหลายเรื่อง เรื่องของการใช้งบประมาณในการซ่อมแซมบำรุงต่าง ๆ อันไหนก่อน อันไหนหลัง ขอให้ดูแผนภาพรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจอนุมัติทีละโครงการ มิฉะนั้นเงินจะหมด หน้าตักครับ เงินปี ๒๕๕๕ ท่านยังมีเงินคงคลังอยู่เยอะ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ๒ ปีติดนะครับ ปีแรกเกินงบประมาณ จัดเก็บรายได้เกินมา ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่สอง อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เขาบอกเก่งแต่กู้ ก็เก่งจริง ๆ ครับ เพราะว่าหาเงินได้ ปีนี้จึงเป็น ปี ๒๕๕๕ ให้ท่านมีเงิน งบประมาณ เงินคงคลังในกระเป๋าเยอะครับ แต่ถ้าปี ๒๕๕๖ ยังใช้พฤติกรรมเยี่ยงนี้ บุญเก่าจะหมด และนั่นคือเผาจริงของประเทศไทยนะครับ ขอฝากเตือนไว้ครับ ขอบพระคุณครับ