ธารา ปิตุเตชะ หารือเรื่องงบประมาณปี 2555 โดยกล่าวถึงความไม่เป็นธรรม ความไม่โปร่งใส และความซ้ำซ้อนในการจัดสรรงบประมาณ และขอปรับลดวงเงิน 2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังลดลง และกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและผู้ประกอบการรายย่อย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ธารา ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ งบ ปี ๒๕๕๕ นี้ ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอปรับงบประมาณตามมาตรา ๓ ขอปรับลดที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลในการปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ ผมมีอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ
ในเรื่องแรกครับท่านประธาน ปีนี้เป็นที่ทราบกันนะครับว่าในการพิจารณา งบประมาณได้ล่าช้าไปประมาณสัก ๓ เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้วก็จะเหลือเวลา ในการบริหาร และใช้เม็ดเงินงบประมาณอยู่ประมาณ ๗-๘ เดือน ที่จะเบิกจ่าย ผมไม่ห่วงงบ ที่เป็นงบประจำหรอกครับ แต่ที่เป็นห่วง เป็นห่วงงบลงทุน ซึ่งจริง ๆ งบลงทุนก็จะไปเป็น เรื่องในการก่อสร้างต่าง ๆ อันนี้น่าเป็นห่วง ท่านประธานลองนึกภาพสิครับว่า ในปีงบประมาณผ่านมาทุกปี ซึ่งใช้เวลาตามปกติอยู่แล้ว ครบปีอยู่แล้ว ยังมีงบที่ใช้ไม่หมด ต้องกันเงินเหลื่อมปี งบค้างท่อเยอะแยะหมด แล้วท่านประธานลองนึกภาพว่านี่ใช้เวลาเพียง ๗-๘ เดือนที่จะใช้งบประมาณ พอพิจารณาเสร็จ กว่าจะผ่านร่าง กว่าจะใช้ได้ ผมว่าก็เหลือ เวลาเพียง ๗ เดือนเศษ เพราะฉะนั้นกว่าจะไปจัดซื้อจัดจ้าง บางโครงการต้องร่างทีโออาร์ (TOR) ซึ่งเป็นการประกอบในการประมูลหรือทำอีออกชั่น (e-Auction) กว่าจะทำสัญญา จัดซื้อจัดจ้างเสร็จเข้าฤดูฝนแล้วครับ ตรงนี้จะทำให้มีปัญหาในการเบิกจ่าย ซึ่งจะไม่ทัน ในห้วงเวลา ในตามเวลาที่จะเบิกจ่าย ผมเป็นห่วงนะครับว่าห้วงเวลาปกติ ในส่วนตัวผมเป็น กรรมาธิการด้วย ไปดูในแผนเบิกจ่ายในปีที่ผ่านมาก็ยังค้างท่อเยอะแยะไปหมด ดังนั้นปีนี้ ก็ฝากไปครับ ฝากท่านประธานผ่านไป ผมจะพูดครั้งเดียวนะครับ ในทุกมาตราและ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ฝากไปเลยครับว่าใช้เวลาห้วงนี้ไปร่างทีโออาร์ มีการเตรียม ความพร้อมให้พร้อม พองบประมาณผ่านขอให้เบิกจ่าย ขอให้ใช้ได้เลยครับ ขอให้เร่งทำสัญญา นะครับ เพราะจะไปติดฤดูฝน อันนี้เป็นเรื่องแรกนะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็เป็นห่วง ก็เหมือนหลายท่านที่พูดถึงนะครับ ในเรื่องงบกลาง ในงบกลางจริง ๆ แล้วปีนี้ขอจัดสรรงบประมาณไป ๔๒๐,๖๐๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน ๑๗.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่าย แต่เมื่อพิจารณาแล้วขอจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความเหมาะสม และไม่มีความโปร่งใสในการดำเนินการ โดยเฉพาะสัดส่วนค่าใช้จ่ายในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งของบประมาณ ไปในส่วนนี้ กรรมาธิการเราก็ได้ขอรายละเอียดโครงการต่าง ๆ อยากจะเอามาดูว่าโครงการ เป็นอย่างไร หน้าตาแบบไหนก็ไม่ได้ ก็มีการอ้างว่าทุกรัฐบาลเขาก็ทำอย่างนี้ จริง ๆ ผมว่า ในการเริ่มต้นในสิ่งที่ดีก็น่าจะเริ่มต้นนะครับ เรามีโครงการมา มีหน้าตามา เราจะได้รู้ว่า จะเอาไปทำอะไร ในส่วนที่ผมมองว่าในการจัดสรรงบประมาณด้านนี้ไปซ้ำซ้อน งบกลาง ไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นอีกหลายกระทรวง โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณ งบกลาง จะให้ดีนะครับ ควรหลีกเลี่ยงข้อครหา ในการจัดสรรงบประมาณก็ควรจะตัดงบประมาณหรือ ใช้ในเรื่องน้ำท่วมอะไรต่าง ๆ ออกเพราะไปซ้ำซ้อนนะครับ แล้วก็เพื่อยืนยันความโปร่งใสนะครับ ท่านประธาน การใช้งบก็น่าจะเป็นการตั้งงบประมาณแล้วแปรญัตติเข้าไป มีโครงการมา เพื่อให้ยืนยันความโปร่งใสในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ผมไม่อยากให้ใช้นะครับ อยากให้ใช้ อยากให้ เยียวยา ให้ฟื้นฟูกับพี่น้องที่ประสบความเดือดร้อน แต่ของบประมาณในส่วนนี้ขอให้ มีความโปร่งใส ให้มีความเป็นธรรมนะครับ ในส่วนสาเหตุที่ผมมองว่าไม่มีความเป็นธรรม ท่านประธาน ก็เพราะว่างบนี้ไม่มีความยืดหยุ่น ในการบริหารจัดการงบ แล้วทำให้ไม่มีความคล่องตัวในการใช้งบประมาณ ผมเป็นห่วงว่า ในการใช้งบประมาณ งบกลาง แล้วท่านจะเห็นว่าทุกครั้งจะมีปัญหาตามมามากมาย แม้แต่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีเรื่องนี้เข้ามามีการตรวจสอบในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะมันตรวจสอบได้ยาก เพราะฉะนั้นงบกลางมันไม่ได้ผ่านกลไกการตรวจสอบจากรัฐสภา มันก็ทำให้มีปัญหาในเรื่องการทุจริต การคอร์รัปชัน ในความไม่โปร่งใส ในความไม่เป็นธรรม โครงการซ้ำซ้อน ดังที่ผมพูดแต่แรก เรื่องนี้ก็ต้องฝากไว้เป็นเหตุเป็นผลที่ผมขอปรับลด ในวงเงิน ๒ เปอร์เซ็นต์
ในส่วนเรื่องสุดท้าย ผมไม่ใช้เวลาเยอะเพราะหลายท่านก็รอจะอภิปราย แต่ต้องมาดูเรื่องรับจ่ายหน่อยครับ ตามรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๕ จริง ๆ แบ่งโครงสร้างออกเป็น ๕ โครงสร้างนะครับ ในโครงสร้างที่ ๑ เป็นวงเงินงบประมาณทั้งสิ้นก็ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ ๒๕๕๔ จำนวนเงินประมาณ ๑,๘๑๘,๔๐๑ ล้านบาท โครงสร้างที่ ๒ รายจ่ายประจำโรงเรียน ๑,๘๕๕,๘๔๑ ล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เช่นกันครับ โครงสร้างที่ ๓ รายจ่าย เพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน ๕๓,๙๑๘ ล้านบาท อันนี้ลดลงจากปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ๖๐,๕๗๐ ล้านบาท โครงสร้างที่ ๔ รายจ่ายการลงทุนวงเงิน ๔๒๓,๓๘๗ ล้านบาท เพิ่มจาก ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ๖๗,๙๐๒ ล้านบาท โครงสร้างที่ ๕ รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ละครับ วงเงิน ๔๖,๘๕๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ๑๔,๒๙๙ ล้านบาท อันนี้ขอตั้ง ข้อสังเกตจากโครงสร้างในการใช้งบประมาณตามพระราชบัญญัติปีงบประมาณ ๒๕๕๕ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่ารัฐบาลมีแต่รายจ่ายเพิ่ม แต่รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังกลับลดลง ดูรายละเอียดแล้วรัฐบาลต้องทำการกู้เงินอย่างแน่นอน ดังที่หลาย ๆ ท่านได้กล่าวไว้ตั้งแต่ ต้น โดยเฉพาะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเอ่ยนาม ท่านกรณ์ ซึ่งจริงๆ แล้ว สามารถดูได้จากการจัดเก็บรายได้ของรัฐล่าสุดต่ำกว่าเป้าไปแล้ว ๙๒๓ ล้านบาท หลังจาก เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มพลาดเป้าไปถึง ๖ เปอร์เซ็นต์ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์พลาดเป้าไปถึง ๕๔.๖ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งใน และนอกประเทศยังไม่ปกติ อยู่ในความเสี่ยง อันนี้ทำให้กระทบเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ได้ ทุกเวลา หากเกิดผลกระทบรอบใหม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในหนี้สาธารณะ ของไทย ซึ่งอาจจะก้าวกระโดดจาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีไปจนถึงเกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นห่วงนะครับ ท่านประธาน ผมเป็นห่วงในการ จัดเก็บภาษี เพราะเป็นที่รู้กันนะครับ ปีนี้จากผลกระทบหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเกิดอุทกภัยก็ดี เกิดหลาย ๆ ด้าน ผมกลัว กลัวจริง ๆ ว่าภาครัฐจะเป็นการจัดเก็บภาษีกับพี่น้องคนจน ผู้ประกอบการ ซึ่งรายเล็ก รายน้อย รายย่อย ซึ่งเคยเกิดมาแล้ว ไปนับชามก๋วยเตี๋ยวกัน ผมเป็นห่วงนะครับ เมื่อจัดเก็บภาษีไม่เข้าเป้าก็ไปรีดนาทาเร้นกับผู้ประกอบการรายย่อย พี่น้องที่ประกอบธุรกิจเล็ก ๆ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีพร้อมทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีขอฝากไว้ ในส่วนกระทรวงต่าง ๆ มาตราอื่นผมจะขอสงวนไว้พูด ในกระทรวงต่อไป ขอบคุณมากครับ