นคร มาฉิม หารือยุทธศาสตร์โครงข่ายคมนาคมเพื่อสร้างไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

นคร มาฉิม หารือยุทธศาสตร์โครงข่ายคมนาคมเพื่อสร้างไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค และเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงและระบบรางคู่

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในโอกาสที่ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแทนสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง งบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ผมไม่ชื่นชม แล้วก็ขอปรับลดตามเกณฑ์ที่ได้แปรญัตติขอปรับลดงบประมาณไว้ร้อยละ ๗ เหตุผลที่ผม ไม่ชื่นชมเพราะว่าท่านไปพิจารณาแทนสภาผู้แทนราษฎรไม่สอดคล้องกับความเจ็บป่วย ความต้องการ และสภาพปัญหาของประเทศที่แท้จริงที่จะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็น เงินภาษีอากรของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ของประชาชนทั้งประเทศมาเยียวยา มาแก้ไข ปัญหา มาสนองตอบต่อความต้องการที่ประชาชนต้องการ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการปรับ งบประมาณเพียงเล็กน้อยไม่ใช่เป็นการปรับงบประมาณในเชิงยุทธศาสตร์หรือเชิงโครงสร้าง ที่จะไปแก้ไขปัญหาความต้องการที่ประเทศเจ็บป่วยหรือทุกข์ร้อน ที่ประเทศมีปัญหาและ รอการแก้ไขโดยการขับเคลื่อนในระบบงบประมาณและในระบบนโยบายต่อไป ซึ่งผมจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการและขอคำชี้แจงจากท่านกรรมาธิการ ดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ การจัดสรรงบประมาณไม่ได้สอดคล้องกับ ความต้องการอันแท้จริงของประชาชน และขาดวิสัยทัศน์ในการที่จะวางระบบให้กับประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคง ความยั่งยืนให้กับประเทศและพี่น้องประชาชนด้านที่ ๑ ที่จะชี้ให้เห็น คือการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวขาดเป้าหมาย ขาดยุทธศาสตร์ ขาดการ ผลักดันให้ไปสู่การบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมไม่ต้องการให้รูปแบบ หรือโมเดล ไม่ว่าจะเป็นบางระกำโมเดล อยุธยาโมเดล ชัยภูมิโมเดล มันเป็นแค่เพียง วาทกรรมครับ มันเป็นวาทกรรมที่สวยหรูพูดผ่านสื่อออกไปแล้วเอามาวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็ ขาดหายไป ขาดการเชื่อมประสานในการผลักดันงบประมาณเพื่อไปดำเนินการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์หรือโมเดลนั้นให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ทำไมผมถึงบอกว่าจำเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณ จำเป็นที่จะต้องปรับลดงบประมาณ เพราะความไม่มีวิสัยทัศน์อย่างไรครับ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ท่านประธานครับ ผมเคยได้อภิปรายเรื่องนี้ และฝากข้อสังเกตท่านประธานก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมาว่าความเสียหายที่ประเทศได้รับจากภาวะน้ำท่วม ฝนแล้งซ้ำซากยาวนาน แล้วก็ทุกปีเป็นแบบนี้ตลอด ทำที่ดีที่สุดที่รัฐบาลได้ทำก็คือฤดูฝนเอาถุงยังชีพไปให้ในกรณี ที่น้ำท่วม ฤดูหนาวเอาผ้าห่มไปแจก ฤดูแล้งเอาน้ำใส่รถบรรทุกแล้วก็เอาไปแจก ท่านประธานที่เคารพครับอันนี้คือการแก้ไขปัญหาแค่เพียงยาพาราแก้ปวดชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่มันไม่ใช่การวางระบบในการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ใน ๒๕ ลุ่มน้ำไม่เคยมีอยู่ ในยุทธศาสตร์ในการวางระบบจำนวนเงินภาษีอากร ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เลย ใน ๒๕๔ ลุ่มน้ำสาขาทั่วประเทศ ไม่เคยมีแผนปฏิบัติการที่จะขับเคลื่อนไปสู่การเป็นรูปธรรม อย่างแท้จริง ผมยกตัวอย่างที่ได้เห็นกันมาในช่วงเวลาอันใกล้ น้ำท่วมตั้งแต่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ แล้วก็หนักที่สุดกรุงเทพฯ กับปริมณฑล ภาคกลาง ท่านมีแผนที่จะใช้งบประมาณที่เป็นงบลงทุนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะขอ ความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จากผู้แทนปวงชนชาวไทยเพื่อที่จะเอาไปวางระบบ ในการที่จะไปเยียวยาป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากแบบนี้ได้อีกหรือไม่ อย่างไร ไม่อยู่ใน แผนท่านประธานครับ ไม่มีอยู่ในแผนเลย แล้วผมจะให้ความเห็นชอบในงบประมาณที่ท่าน มาขอความเห็นชอบจากผู้แทนปวงชนได้อย่างไร ผู้ที่รู้ดีที่สุด ผู้ที่เข้าใจในระบบการบริหาร จัดการน้ำที่ดีที่สุดคือองค์พระประมุขอย่างไรครับ พระองค์ท่านได้พระราชทานแนวในการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศมาอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน เราเคยได้ น้อมนำเอาแนวพระราชดำริต่าง ๆ มาบรรจุไว้ในแผนนี้ไหมครับ และผู้รู้ต่าง ๆ ในเรื่องแหล่งน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำมีมากมายเหลือเกิน เราไม่ขาดผู้รู้ เราไม่ขาดผู้ที่ มีประสบการณ์ เราไม่ขาดนักคิดในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ แต่เราขาดอย่างเดียวก็คือ ยุทธศาสตร์และคนกล้าที่จะวางระบบในการบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความเข้มแข็ง อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง อันนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยในเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรเงินภาษีอากร ของประชาชนที่ขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน ท่านประธานทราบข้อมูล แล้วจะตกใจครับ ผมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน การเร่งรัดออกเอกสารสิทธิที่ดินและกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้อยู่ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าที่ดินส่วนใหญ่ของประเทศ เนื่องจากว่าเราไม่มีระบบโครงสร้างในการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน ที่ดิน ส่วนหนึ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์และเป็นส่วนมากด้วยร้อยละ ๗๐ ไปตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนหรือว่า คนที่มีฐานะไม่กี่ตระกูลเองครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกว่าทำไมสังคมไทยความเหลื่อมล้ำ มันจึงเกิดขึ้นทุกขณะและห่างชั้นกันขึ้นประมาณ ๑๔ เท่า คนรวย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถือครอง ทรัพย์สินประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะที่คนอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศครับ ท่านประธานไม่มีโอกาสแม้ที่จะเข้าถึงทรัพยากรที่ดินของประเทศ เพราะฉะนั้นความเหลื่อมล้ำ มันจึงห่างกันขึ้นทุกขณะ ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยจึงห่างกันขึ้นทุกขณะ จึงไม่แปลก ที่สงครามชนชั้นจึงเกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นโครงสร้างต่าง ๆ เหล่านี้ คณะกรรมาธิการได้ซักถามไหมครับ ได้สอบถามแทนคนไทยทั้งประเทศในฐานะที่ท่าน ได้มอบหมาย ได้รับการมอบหมายจากสภาแห่งนี้หรือไม่ ไปปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อเดินเข้าไปสู่ การบริหารในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องคนไทยอย่างมั่นคงอย่างยั่งยืน ท่านถามไหมครับ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ การสร้างรายได้ การสร้างอาชีพ การสร้างงานให้กับแรงงาน ทั่วประเทศ ท่านทำหรือไม่ อย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย ท่านประธานครับ มากมายมหาศาล เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ประเมินกันไว้ทั้งนักเศรษฐศาสตร์ของไทยและ ในระดับโลกบอกว่าความเสียหายประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท คนจะตกงานประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน มีมาตรการรองรับจากงบประมาณที่จะต้องไปใช้จ่ายและรองรับ แรงงานที่กำลังตกงาน ที่กำลังเคว้งคว้าง ที่ยังรอโอกาสที่จะเข้ามาทำงานหรือไม่ ท่านเคยรับ ความทุกข์ร้อนของแรงงานที่กำลังตกงาน ที่กำลังส่งลูกไปเรียนหนังสือ ที่กำลังผ่อนบ้าน ที่กำลังผ่อนรถ ที่จะต้องเลี้ยงดูครอบครัวพ่อแม่ของเขาหรือไม่ ท่านถามเรื่องนี้ต่อส่วนราชการ ถามเรื่องนี้จากส่วนราชการเพื่อเอามาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้หรือไม่

ที่สำคัญที่สุดเรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้เสนอโครงการแล้วก็ งบประมาณเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาตั้งแต่วาระที่หนึ่ง สภาได้รับหลักการไป คณะกรรมาธิการได้สอบถามหรือไม่ว่ารัฐบาลและสภาละเลยต่อพี่น้องเกษตรกรคนไทย ทั่วประเทศหรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น ท่านประธานครับ อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ในปัจจุบันภาคธุรกิจที่เป็นองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศและ บริษัทข้ามชาติ ได้ร่วมมือกันแล้วก็อยู่ในภาวะที่ว่าเป็นการผูกขาดตลาดการค้า ภายในประเทศไว้เบ็ดเสร็จแล้วครับ การผูกขาดทางการค้าในประเทศ ท่านประธานครับ เห็นไหมว่าร้านค้าขนาดย่อย แล้วก็ภาคเอกชนขนาดเล็กถูกกลืนกินไปทั้งหมด โดยเฉพาะ ภาคเกษตรกร ท่านประธานครับ ปุ๋ยทำไมราคายังแพงอยู่ เพราะมันมีการฮั้วกันและ มีการผูกขาดอย่างไรครับ ยา ยาฆ่าศัตรูพืช ยาปราบแมลงอะไรต่าง ๆ สารเคมีต่าง ๆ ทำไม จึงผูกขาดอยู่เฉพาะกลุ่มธุรกิจไม่กี่ราย เกษตรกรรายย่อยเป็นแค่เพียงเครื่องจักรที่มีชีวิต เท่านั้น ใช่หรือไม่ครับท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้และวางระบบ ในการที่จะไม่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ผูกขาดและเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรรายย่อยหรือไม่ อย่างไร ไม่เคยมีอยู่ในรายงาน ไม่เคยมีอยู่ในแผนปฏิบัติการในการใช้จ่ายงบประมาณนี้เลย ท่านสอบถามให้เราหรือไม่

เรื่องที่ ๕ ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์ในการที่จะวางระบบโครงข่าย เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาค เพื่อที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางต่าง ๆ ในระดับภูมิภาค แล้วก็เป็นแหล่งที่สามารถที่จะสร้างความเข้มแข็งในระดับโลกที่ ๑ ได้ ผมยกตัวอย่าง ที่ใกล้บ้านที่สุดก็คือสี่แยกอินโดจีน เรื่องนี้ผลักดันกันมายาวนานแล้วครับ ระบบรถไฟ ความเร็วสูงผลักดันมาตั้งแต่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ รัฐบาลนี้สานต่อหรือไม่ ในเชิงโครงสร้างระบบราง รถไฟระบบรางคู่ ท่านเคยมีการผลักดัน แล้วก็ถามแทนสภาแห่งนี้ หรือไม่ จากส่วนราชการ จากรัฐบาลที่ท่านเสนอมา

สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่จะขาดไม่ได้ก็คือเรื่องการทุจริตและคอร์รัปชัน ผมมีข้อมูลครับ ข้อมูลที่ ๑ ที่อยากจะชี้ให้เห็นแล้วก็ใกล้ตัวที่สุด เพราะเป็นส่วนภายในประเทศ ก็คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ส่งข้อมูลมาให้ผมแล้ว ขออนุญาตกราบเรียน โดยสรุปต่อท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ในปี ๒๕๕๐ มีเรื่องที่อยู่ในระหว่าง การดำเนินการของ ป.ป.ช. ทั้งหมด ๘,๗๕๕ เรื่อง ปี ๒๕๕๑ ๓,๐๘๙ เรื่อง ปี ๒๕๕๒ ๑,๙๖๔ เรื่อง รวมทั้งหมดตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๔ มีเรื่องทั้งหมดที่อยู่ในการพิจารณา ของ ป.ป.ช. ๑๔,๗๗๘ เรื่อง หรือ ๑๔,๗๗๘ คดี ท่านประธานครับ ผมถามต่อไปว่า เรื่องทั้งหมดที่อยู่ ป.ป.ช. ๑๔,๗๗๘ คดี ตามรายงานของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แล้วย้อนกลับมาพิจารณาการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล และการพิจารณาของ ป.ป.ช. ว่าท่านได้ให้ความสำคัญในการที่จะกำหนดเรื่องการคอร์รัปชัน การแก้ไขปัญหา การป้องกันปัญหาคอร์รัปชันและการขับเคลื่อนนโยบายในเรื่องการสร้าง ความโปร่งใสในเรื่องคอร์รัปชันให้กับประเทศอย่างไร แทบจะไม่เห็นการจัดสรรงบประมาณ ให้กับองค์กรอิสระ แทบจะไม่เห็นความสำคัญในเรื่องปัญหาคอร์รัปชันให้เป็นวาระแห่งชาติ อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยเลย กับการที่ท่านไม่ผลักดันและสนับสนุนงบประมาณเพื่อที่จะสนองตอบต่อความต้องการ ต่อความเจ็บป่วย ต่อความป่วยไข้ และต่อความเสียหายต่อความต้องการของพี่น้อง ประชาชนอย่างแท้จริง อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องการจะฟังคำตอบ ถ้าเกิดว่าคณะกรรมาธิการไม่ ชี้แจงหรือว่าคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้วไม่เป็นที่พอใจ ผมจะขออนุญาตนำรายละเอียดที่มีอยู่ใน มือทั้งหมดดำเนินการเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

สิ่งสุดท้ายจริง ๆ ที่ผมขอฝากท่านประธานก็คือรูปแบบที่ต่างประเทศ ได้ผลักดัน ได้ดำเนินการมาแล้วและประสบความสำเร็จก็คือรูปแบบในการปราบคอร์รัปชัน ของภาคเอกชน ภาครัฐของฮ่องกง เขาเรียกว่าฮ่องกงโมเดลอยากจะฝากเรื่องนี้ต่อท่านประธาน เพื่อที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนให้การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศให้เป็นวาระแห่งชาติ อย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับ