เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องการป้องกันน้ำท่วม และเสนอปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาคอร์รัปชัน การจัดการงบกลาง และการเตรียมการป้องกันน้ำท่วม โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันอาจทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลง และเสนอให้รัฐบาลจ้างองค์กรอิสระมาประเมินการดำเนินการเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจริง ๆ ได้ลงลายชื่อขอแปรญัตติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณในมาตรา ๓ ไว้ ขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ หลักการง่าย ๆ นิดเดียว โครงการไหนไม่ชัดตัดออกให้หมด แล้วจริง ๆ ตอนแรกก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะขึ้นมาพูดในมาตรานี้ รอฟังประธานคณะกรรมาธิการ ก็ต้องยอมรับนิดหนึ่งครับ ผิดหวัง เพราะว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในวาระที่หนึ่ง ท่านได้ฟังข้อสังเกตจากสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เป็นข้อสังเกตที่ดี ๆ มีมากมาย สิ่งที่ผมคาดหวังอย่างต่ำที่สุดก็คงจะต้องมีการนำข้อสังเกตเหล่านั้นไปพิจารณากันในชั้น กรรมาธิการ หลังจากนั้นเองสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากวันที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ไปจนถึงวันที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการงบประมาณนั้นควรจะมีการปรับปรุง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องบอกเลยครับว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก แต่งบประมาณไม่ได้เปลี่ยนเลย ปัญหาในวาระที่หนึ่ง ในตอนนั้นเราเพิ่งเกิดวิกฤติน้ำท่วมยัง ไม่รู้ผลกระทบ ยังไม่รู้ว่าจะต้องมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน มาตรการเยียวยา มาตรการฟื้นฟู มาตรการป้องกันจะต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหน ณ วันนี้ครับ หลายเดือนผ่านไปยังอยู่ที่เดิม ท่านกิตติรัตน์ ผมต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเองก็มี ประสบการณ์ทางด้านบริหารมามากมาย วิธีการที่ดีที่สุดที่จะต้องมาอธิบายให้สภาแห่งนี้ฟัง ก็คือว่าจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของรายได้ ทั้งในส่วน ของค่าใช้จ่าย ทั้งในส่วนของยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควรจะเป็นอย่างไร ท่านอธิบายสั้น ๆ ครับ ท่านบอกว่าปรับลดเพียง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้อธิบายเลย ครับว่าปรับลด ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทบใครบ้าง เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านประธานว่า รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในการที่ท่านเพียงอธิบายแล้ว จากนั้นท่านก็ไปแล้ว ท่านไปประชุม ครม. ป่านนี้ ครม. ก็เลิกแล้วท่านก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมคิดว่าเรายังมีโอกาสที่จะปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสอดคล้องกับปัญหามากยิ่งขึ้นในลำดับต่อไป ผมอยากจะอธิบายนิดหนึ่ง ผมยกตัวอย่างว่าทำไมผมถึงต้องขอปรับลดมากขนาดนี้ เพราะว่า ยกตัวอย่างเรื่องปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ แล้วก็จริง ๆ แล้วงบในการลงทุนจริง ๆ ถอดออกมาไม่ยากนะครับ งบ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท งบประจำเป็นส่วนใหญ่ งบลงทุน เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ท่านอธิบายนิดเดียวว่างบลงทุนยุทธศาสตร์ท่านจะเป็นอย่างไร แล้วก็ ประชาชนที่เขาฟังอยู่ทางบ้านวันนี้เขาอยากรู้ว่าผ่านงบประมาณไปแล้วชีวิตเขาจะดีขึ้น อย่างไร อะไรคือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนแต่ละกลุ่ม ท่านก็ไม่ได้อธิบาย ผมจึงขอ ยกตัวอย่างเอาเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมนี่ละครับว่าจริง ๆ แล้วสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ รุนแรงมากกระทบถึง ๖๒ จังหวัด พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า ๑๐ ล้านไร่ เป็นเม็ดเงินประมาณ ๘๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้ประสบภัยทั้งหมดกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน กว่า ๑๐ ล้านคน ความเสียหายทั้งสิ้นประเมินกันไว้แล้ว ๑.๓ ล้านล้านบาท ๑.๔ ล้านล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม หรือครับ เสียหายหนักมากทั้งใน ทั้งนอกนิคม ในนิคมเอง ๘๗๔ โรงงาน ได้รับผลกระทบ เสียหาย ๒๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แรงงานที่ได้รับผลกระทบ ๓๘๐,๐๐๐ คน นอกนิคม ใน ๘ จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบมีความเสียหายกว่า ๙,๐๐๐ โรงงาน ความเสียหาย ก็ไม่น้อยกว่าในนิคม ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แรงงานที่ได้รับผลกระทบ ๒๗๐,๐๐๐ คน มูลค่า ภาคการผลิตทั้งหมดในไตรมาสที่ ๔ ที่ผ่านมาของปีที่แล้วลดลง ๓๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเช่นกัน คนหายไปประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ คน ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน รายได้ลดลงไปกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ระดับความมั่นใจของ ผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับตอนช่วงก่อนเกิดน้ำท่วม ปัญหาการสื่อสารในช่วงวิกฤติในตอนนั้นสร้างปัญหามากทำให้วิกฤติหนักกว่าที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างรัฐบาลมีผู้แทนไปชี้แจงท่านทูตครับ ก็ไปบอกท่านทูตบอกไม่ต้องห่วงไม่ท่วม กรุงเทพฯ ครับ แต่พอเดินลงจากเวทีไปกระซิบท่านทูต ถ้าผมเป็นท่านทูต ผมพาครอบครัว ไปต่างจังหวัด ไปพูดอย่างนั้นนะครับ สร้างความไม่มั่นใจ สนามกอล์ฟ ท่านประธาน ทราบไหมครับกระทบกี่สนาม ๒๐ สนาม ผมไม่ห่วงผู้ประกอบการสนามกอล์ฟเท่าไร เพราะมีประกัน แต่แคดดี้ (Caddy) ๑๐,๐๐๐ คนตกงานครับ มาตรการอะไรเข้าไปช่วยดูแล คนเหล่านี้ ก็ต้องถามว่าจากตัวอย่างที่ผมได้เล่าให้ท่านประธานฟังว่าผลกระทบความเสียหาย มันมีมากมายนี่ ถามว่ารัฐบาลจนถึงวันนี้ออกมาตรการมาทำอะไรบ้าง แก้ปัญหาอะไรบ้าง
ประการแรก ท่านส่งผู้แทนของรัฐบาลไปชี้แจงกับกลุ่มบริษัทประกัน ที่ประเทศอังกฤษ ที่บริษัทญี่ปุ่น แล้วก็ไปชี้แจงผู้ประกอบการด้วย กลับมาท่านก็บอกว่า ประสบความสำเร็จเขาเข้าใจมีความเชื่อมั่น และท่านทราบไหมครับ ผมก็รู้จักคนที่ท่าน เข้าไปพบในที่ประชุมนะครับ นอกห้องประชุมเขาตอบอีกแบบ นอกห้องประชุมเขาบอกว่า ทำไมรัฐบาลไทยส่งคนมาพบเขามือเปล่า ไม่ได้มีการบอกเลยว่ามาตรการที่จะแก้ไข ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง จะใช้งบประมาณลงทุนเป็นเงินเท่าไรบ้าง ผมมาไล่ดู ในงบประมาณฉบับนี้ก็ไม่มีรายละเอียดในเรื่องของการป้องกันใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่อยู่ ในงบประมาณนะครับ แล้วแถมก็ไปบอกด้วยว่าจะไม่มีการเกิดน้ำท่วมอีกชั่วกัลปาวสาน เขาก็หัวเราะเพราะมันเป็นไปไม่ได้ เขาทราบดีครับ การทำเช่นนี้คือการสร้างความไม่มั่นใจ นะครับ แทนที่จะไปหารือโครงการงบประมาณ แนวทางในการที่จะแก้ไขกลับไม่ได้พูดใน ประเด็นเหล่านั้นนะครับ ถ้ามาดูมติ ครม. ในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาว่ามีมติ ครม. อะไรบ้าง ท่านก็ออกงบฉุกเฉินมา ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ใช้ได้จริงประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ใช้ได้จริงคือมีโครงการที่จะทำในเดือนธันวาคมกับเดือนมกราคม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนที่เป็นเยียวยาก็เป็นที่ทราบกันดี ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ ไม่ว่าตั้งแต่เรื่องเงิน ชดเชย ๕,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ซึ่งก็มีปัญหาของผู้ที่จะไปขอเงินพอสมควรทีเดียว ศูนย์ซ่อมสร้างชุมชน ป้องกันบรรเทาการเลิกจ้าง ๑๐๐,๐๐๐ คน สาธารณสุขต่าง ๆ ฟื้นฟูก็มี บางโครงการ โบราณสถาน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางสายหลัก ทางหลวงชนบท ๑๑ สาย ๑๐๐ กว่าล้านบาท อีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท รอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด จนถึงวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานมาหรือยังครับ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่รายงานก็ต้องไป พิจารณาว่าทำไมผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เวลาทำงานนานขนาดนี้ วันที่กรรมาธิการได้มีโอกาส พิจารณางบประมาณนี้น่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะทำโครงการยื่นให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาในรายละเอียดเรียบร้อยแล้วแต่กลับไม่มีครับ งบป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ นี้อีกไม่มีเลย ในงบประมาณฉบับนี้นะครับ ความเสียหายกระทบรุนแรงแล้วยังโดนซ้ำเติม ด้วยของแพง หลาย ๆ รายการเป็นที่ทราบกันดีมีการยื่นกระทู้ในสภา
มาตรการที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการและมีปัญหายังมีอีกมากนะครับ ภาคเกษตรเอง เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกเขาพูดถึงการจำนำข้าวมีปัญหา เรื่องการจำนำข้าว ผมอภิปรายเองครับ ช่วงอภิปรายนโยบาย ผมบอกว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีปัญหากับองค์การ การค้าโลก ท่านประธานทราบไหมครับ องค์การการค้าโลกได้เรียกให้ประเทศไทยไปชี้แจงแล้ว ประเทศไทยไปชี้แจงครับ แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องยังไม่เคยรายงานกับสภาแห่งนี้เลยครับว่า ผลการชี้แจงเป็นอย่างไร แล้วประเทศไทยจะสามารถดำเนินการในโครงการเหล่านี้ได้โดย ไม่ผิดกฎระเบียบขององค์การการค้าโลกได้อย่างไร ยังไม่ได้ชี้แจงนะครับ เพราะถ้าเกิดค้นพบมาว่า ผิดหรือคำวินิจฉัยออกมาว่าผิด ก็จะเป็นปัญหากับรัฐบาล กับประเทศไทยและต่อเกษตรกร คนไทยทุกคนนะครับ เรื่องตรงนี้ผมทราบว่าท่านไปชี้แจงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รายงานให้สภาทราบว่าผลการชี้แจงเป็นอย่างไรนะครับ แล้วก็โครงการนี้ก็มีปัญหา มากมายนะครับ เกษตรกรไม่ได้รับเงินตามที่รับปากไว้ในหลายพื้นที่เกือบทุกพื้นที่มีปัญหา ทั้งสิ้น
ภาคอุตสาหกรรมหรือครับ ท่านออกมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ยังไม่ได้ใช้ครับ ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลไม่ทราบว่าตระหนักหรือไม่นะครับ ก็คืออยู่ดี ๆ ท่านมีวงเงินเงินกู้อยู่กับ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งแล้ว อยู่ดี ๆ ท่านจะบอกว่าก็ไปกู้กับธนาคารออมสินสิ ก็ไปกู้กับ การเคหะแห่งชาติสิ มันทำไม่ได้ครับ เพราะหลักทรัพย์ค้ำประกัน มันอยู่กับธนาคารพาณิชย์ ที่เขาเป็นต้นสังกัด ไม่สามารถดำเนินการในสิ่งเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานเองก็ต้องฝากไปยังท่านกรรมาธิการว่าจริง ๆ โครงการของรัฐบาล หลายโครงการที่ประกาศออกมายังไม่ได้เริ่มดำเนินการและเวลาไปดำเนินการจริง ๆ ก็จะประสบ กับปัญหาว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด
ในเรื่องประกันก็เช่นกัน วันนี้ปีใหม่แล้วครับไม่มีบริษัทไหนสามารถซื้อ ประกันน้ำท่วมได้เลยครับ เพราะทางประเทศอังกฤษเองซึ่งเป็นต้นทางในการที่จะประเมินว่า ค่าเบี้ยประกันจะเป็นเท่าไร ยังไม่ยืนยัน เพราะเขารออะไรครับ รอนโยบายที่ชัดเจนของ รัฐบาลไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องการที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะของปีที่แล้ว ในปีนี้อีก นี่ละครับท่านขอ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท แต่ไม่ได้มีงบประมาณส่วนไหนที่จะไป แก้ปัญหาในสิ่งเหล่านี้เลย
ในส่วนภาคการผลิตท่านยกเว้นภาษีอากรให้ขาเข้า ทราบไหมครับตอนนี้ กรมศุลกากรยังไม่ออกประกาศเลยครับว่าการนำเข้าชิ้นส่วน แม้กระทั่งรถสำเร็จรูปในบางกรณี จะดำเนินการได้อย่างไร จะมีความไม่ซ้ำซ้อนอย่างไร เครื่องจักรทั้งในทั้งนอกนิคมจะนำเข้ามา โดยการไม่เสียภาษีอากรนั้นจะต้องดำเนินการอย่างไร ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่า เวลาเอาเครื่องไม้เครื่องมือกลับเข้ามาใหม่ในการฟื้นฟูโรงงานนั้นมันจะไม่เหมือนของเดิม แต่กรมศุลกากรเองก็จะไปดูว่ามันตรงกับของเดิมหรือไม่ จะต้องมีการออกประกาศชัดเจนว่า กระบวนการในการพิจารณาและดำเนินการเป็นอย่างไร ตรงนี้ยังไม่ได้ทำนะครับ
ส่วนของเอสเอ็มอีซึ่งเราเป็นห่วงมากที่สุด ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม ซึ่งมีอยู่หลายแสนราย ๒๔๐,๐๐๐ ราย ความเสียหายมากมายเหลือเกิน จำนวนเงินประมาณ ไว้ขั้นต้นประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่เห็นมาตรการเลยครับ ท่านมีอยู่บางโครงการ ที่ประกาศออกมา ท่านใช้คำว่า เอสเอ็มอี แอมบิวเลินซ์ (SME Ambulance) ผมขอให้ เปลี่ยนชื่อได้ไหมครับ มันกลายเป็นรถพยาบาลเอสเอ็มอี มันให้ภาพที่เหมือนกับว่า เอสเอ็มอีตายไปแล้ว หรือกำลังอยู่โคม่าแล้ว กำลังอยู่กรณีฉุกเฉินแล้ว ต้องวิ่งไปช่วยดูแลเขา ถ้าท่านพูดชื่อโครงการอย่างนี้ แค่ชื่อโครงการก็สร้างความไม่มั่นใจแล้ว อย่างนี้ครับ แล้วถาม ว่าเริ่มหรือยัง เท่าที่ผมทราบยังไม่ได้เริ่มครับ มีชื่อโครงการ มีการประกาศออกมาบอกว่า มีการอนุมัติงบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ตรงไหนครับ ในงบประมาณฉบับนี้อยู่ตรงไหนครับ ท่านกรรมาธิการคงจะต้องตอบให้ได้ว่าในการ ดำเนินการนั้นเป็นส่วนไหนของงบประมาณ รัฐบาลประกาศนโยบายไปเยอะเลยครับ ประกาศมาตรการไปเยอะ แต่ไม่มีในงบประมาณ ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่มีใครมั่นใจกับการดำเนินงาน ของรัฐบาล
นอกนิคมอุตสาหกรรมยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนนะครับ นอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความเสียหายไม่น้อยไปกว่าในนิคมอุตสาหกรรม ๗ แห่ง ก็ยังไม่มีความชัดเจน
ภาคแรงงานครับ ภาคแรงงานมีแต่การสมทบค่าจ้าง ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานถ้าติดตามข่าวหนังสือพิมพ์สมาพันธ์เขาก็บอกชัดเจนบอกว่าแก้ไม่ตรงจุด แล้วมาตรการ ๒,๐๐๐ บาทนี้ช่วยใครครับ ช่วยผู้ประกอบการ ไม่ได้ช่วยแรงงาน ไม่ได้จ่ายตรง กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ แต่จ่ายกับผู้ประกอบการอย่างมีเงื่อนไข แล้วคนตกงาน หลายแสนคนกลับไปภาคเกษตรก็ไปใช้ต้นทุนทางภาคเกษตรในการที่จะใช้ชีวิตความเป็นอยู่ อย่างปกติ แต่ในขณะเดียวกันปัญหาแรงงานต่างด้าวนโยบายของรัฐบาลไม่ชัดครับ แรงงาน ต่างด้าวเชื่อว่ามีในประเทศไทยที่ไม่ได้จดทะเบียน ที่ผิดกฎหมาย ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ตอนนี้คนว่างงานอาจจะเป็นหลักแสน แต่ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าท่านจัดการ ให้ถูกต้องก็จะส่งผลในทางบวกกับแรงงานไทยเอง ตรงนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน
ในเรื่องประกันสังคมเองก็มีแต่วงเงินกู้ ไม่มีเรื่องที่ผ่อนปรนการนำเงิน เข้าสมทบกองทุน ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลสามารถเร่งออกหรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายได้
ส่วนผู้ประสบภัยจนถึงวันนี้นโยบายมีอะไร มี ๕,๐๐๐ บาท กู้ซ่อมบ้านยังมี ปัญหาอยู่ เพราะอย่างที่ผมเรียนท่านประธานกู้ไว้ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งจะไปกู้ซ่อมบ้าน ต้องไปธนาคารอีกแห่งมันทำไม่ได้ ท่านต้องมีนโยบายที่ไปดำเนินการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการที่จะช่วยแก้ปัญหา ให้ผู้ประสบภัย โครงการนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับ ที่หนักไปกว่านั้นผู้ประสบภัยโดนซ้ำเติมด้วยการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ถ้าท่านประธาน ติดตามดูนะครับ ออกจากบ้านเพราะน้ำท่วมไปไม่ได้ใช้น้ำ ปิดวาล์ว (Valve) ปิดไฟ ปิดมิเตอร์ (Meter) ทุกอย่าง บิล (Bill) ค่าไฟมาเหมือนเดือนก่อนไม่มีผิดเลย มันเป็นไปได้ อย่างไรครับ ท่านประธานครับ รัฐวิสาหกิจสามารถไปออกบิล วางบิล เก็บเงินประชาชน ค่าน้ำ ค่าไฟ ด้วยการประเมินสุ่ม ไม่ได้เป็นการจดมิเตอร์ ทุกคนงงหมดเลยนะครับ แล้วบางราย หนักไปกว่านั้นครับ ประเมินสูงขึ้นอีกทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้อยู่บ้าน เจอหลายรายนะครับ ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้จะทำอย่างไร ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบแล้วผมต้องถามว่า การดำเนินการเช่นนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า กฎหมายใดให้อำนาจรัฐวิสาหกิจไป ประเมินสุ่ม ประเมินเอาว่าคุณควรจะใช้เดือนนี้ค่าไฟเท่านี้ ค่าน้ำเท่านี้ แล้วส่งบิลไปเก็บเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้เองก็จะเป็นปัญหา รัฐบาลก็กำลังจะซ้ำเติมอีกเหมือนกันว่าภายใน วันที่ ๑๖ จะขึ้นราคาก๊าซ ขึ้นอีกครับ นี่ครับผู้ประสบภัยได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นจริง ๆ โดยสรุปแล้วท่านประธานครับผมได้ยกตัวอย่างกรณีที่อาจจะพูดง่าย ๆ ว่าเป็นงบกลาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ให้ท่านประธานได้เห็นว่าจริง ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ประเทศไทยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่ง การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ยังไม่ได้ แก้ปัญหาที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และมีผลต่อเนื่องสืบเนื่องมาจนถึงปีนี้นะครับ ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะ หน้ายังไม่ได้มีนโยบาย ยังไม่ได้มีความชัดเจนในเรื่องของงบประมาณในการที่จะไปแก้ปัญหา เหล่านั้น งบประมาณที่จัดมาก็ไม่ตรงจุด ไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึงในหลายกรณีนะครับ ในงบกลางพูดว่าเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกัน แต่การป้องกันไม่มีเลย ไม่มีรายละเอียด ทีนี้ผมก็เป็นห่วง เหมือนกันว่ารัฐบาลเองเดินสายรับปากทุกประเทศเลยครับ พูดอย่างเป็นทางการว่าอีก ๕ เดือนการแก้ปัญหาในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมเช่นปีที่แล้วจะแล้วเสร็จ ๕ เดือน ครับท่านประธาน ในวันนี้ยังไม่มีในงบประมาณฉบับนี้เอาเงินจากไหนครับ แล้วจะไปทำอะไรก็ ยังไม่มีรายละเอียด ผมแปลกใจนิดหนึ่งครับเพราะว่าจริง ๆ คนในรัฐบาลมีความรู้ ความสามารถก็หลายคนนะครับ จะบอกผมว่าคือน้ำมันท่วมตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม มาแล้ว เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ๔ เดือนยังไม่ทราบว่า จะทำโครงการอะไร แปลกไหมครับเป็นอย่างนี้สิครับเขาถึงไม่มีความเชื่อมั่น รัฐบาลวันนี้จะ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนี้ต่อไปได้ต้องมีความเชื่อมั่นในสายตาของประชาชน ในสายตา ของทั้งในทั้งต่างประเทศ แต่พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เขาไม่มั่นใจ แล้ว ๕ เดือนจะเสร็จได้ อย่างไรครับท่านประธาน งบยังไม่มี โครงการยังไม่เห็น ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา
อีกประการหนึ่งซึ่งภาคเอกชนสะท้อนมาถึงผมโดยตรงเลยครับ ห่วงมาก โดยเฉพาะงบกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เขาห่วงเรื่องคอร์รัปชันครับ เขาบอกชัดเจนเลยนะครับ ไม่เห็นความชัดเจนของโครงการ ไม่สามารถตรวจสอบได้ สามารถใช้เงินได้ตามอำเภอใจระดับหนึ่งนะครับ ก็เป็นปัญหาที่อาจจะทำให้มีปัญหาคอร์รัปชัน มากซึ่งเป็นข้อเป็นห่วงเป็นใยของเอกชน ท่านประธานครับ สถาบันหลายสถาบันมีการศึกษา ไว้นะครับ ถ้าประเทศไทย เขาศึกษาถึงประเทศไทยเลยนะครับ ถ้าประเทศไทยไม่มีคอร์รัปชัน เศรษฐกิจเมืองไทยจะโตขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ๑-๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผมก็ยังไม่เห็นมาตรการ ที่ชัดเจนในการที่จะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันนะครับ ปีนี้ผมคิดว่ายังสิ้นหวังนิดหนึ่งเพราะรัฐบาลไม่ชัดเจนว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนักขนาด ปีที่แล้วได้อย่างไรเลยนะครับ คนส่วนใหญ่ทั้งในประเทศยังติดใจว่าทำไมถึงเสียหายหนัก ทั้ง ๆ ที่ปริมาณน้ำของปีนี้เทียบกับปีที่ผ่านมามันเพิ่มแค่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารัฐบาลยังตั้งหน้า ตั้งตาไปชี้แจงแล้วบอกว่าเป็นภัยธรรมชาติ อันนี้จะกลับมากระทบกับปัญหาความเชื่อมั่นของ รัฐบาลโดยตรง เพราะว่า ๑๗ เปอร์เซ็นต์อธิบายไม่ได้ครับว่าทำไมมันหนักขนาดนี้ ยิ่งอ้าง ภัยธรรมชาติยิ่งไม่น่าเชื่อถือ แต่ถ้ายอมรับความจริงว่าบางเรื่องผิดพลาด บางเรื่อง บางพื้นที่ น้ำมากกว่าที่เป็นหรือที่เคยประสบมา ก็ยังดีครับ และยอมรับว่าเรื่องที่พลาดไปจะแก้ไข ผมคิดว่าน่าจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า ในเรื่องนี้วิธีการของประเทศอื่น ๆ เขาก็มีนะครับ เพื่อสร้าง เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัย ผมอยากเสนอเหมือนกันว่าอย่างกรณีของประเทศ ญี่ปุ่น กรณีที่เขาประสบภัยสึนามิ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาทำอย่างไรเพื่อไม่ให้คน ต้องสงสัยว่ารัฐบาลทำถูกทำผิด เขาจ้างองค์กรอิสระมาประเมินเลยว่าการดำเนินการของ รัฐบาลถูกหรือผิดตรงไหน อย่างไร ตอนนี้รายงานออกมาแล้วครับ รายงานออกมาเรียบร้อย แล้วครับ แล้วบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เพราะมันเกิดขึ้น โดยไม่คาดคิด แต่บางเรื่องเป็นความผิดพลาดในการบริหารก็มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ทำได้ครับ ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะทำในเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยอีกต่อไปนะครับ แล้วก็ในการสื่อสารของรัฐบาลเองถ้าให้ความจริงถูกต้องกับทุกฝ่าย ความเสียหายไม่มาก เช่นนี้ครับ กรณี ๗ นิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการทุกรายเขาบอกว่าถ้าเขาทราบว่าเอาไม่อยู่ ไม่เสียหายขนาดนี้ครับ เราจะไม่เห็นภาพรถยนต์ ๒๐๐ คันจมน้ำ เพราะเขาสามารถที่จะ ป้องกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของเขาได้ เพราะฉะนั้นเนื่องจากที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าในงบประมาณนี้ยังมีความไม่ชัดเจน มีความไม่ตรงจุด ไม่ครอบคลุม ไม่ทั่วถึง แล้วก็ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการเองยังไม่ได้ชี้แจงครับว่าเงินได้มันจะลดลงไปมาน้อย แค่ไหนหนี้สาธารณะจะเป็นอย่างไร การจัดสรรงบประมาณแบบขาดดุลจะเป็นสัดส่วนร้อยละ เท่าไรของงบประมาณทั้งหมดและของจีดีพีทั้งหมดของประเทศไทย เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ครับ ผมขอปรับลดในขั้นนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ