วิชัย ล้ำสุทธิ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 และเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอิสระด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ำสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ในวันนี้ซึ่งเป็นวาระที่สอง ในมาตรา ๓ เมื่อพูดถึงงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๓ ผมตัดลดไว้ทั้งสิ้น ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือสิ่งที่ ผมตัดไว้นะครับ เพราะว่างบประมาณที่ต้องตัดเพื่อไปพัฒนาสิ่งที่จะนำมาซึ่งงบประมาณ แต่ละคนก็งงตกลงตัดไปทำอย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือเอาเงินไปต่อเงินครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณของเราทุก ๆ ปี สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือเราจัดเก็บภาษี แล้วก็ภาษีส่วนใหญ่ที่เราจัดเก็บเราต้องยอมรับนะครับว่าภาษีส่วนมาก ที่เราจัดเก็บมาจากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เรียกว่า อุตสาหกรรมต้นน้ำ หรือเรียกว่า อุตสาหกรรมหนัก ซึ่งอุตสาหกรรมหนักจะไปเป็นอุตสาหกรรมตั้งต้นในการผลิต ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก โรงกลั่นน้ำมัน สิ่งเหล่านี้ครับก็นำไปทำผลิตภัณฑ์มากมาย แล้วก็สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเม็ดเงิน มหาศาลที่รัฐบาลเก็บภาษีทุก ๆ ปี ไปใช้บริหารราชการ แล้วก็สำหรับอุตสาหกรรมก็ปีละ หลาย ๆ แสนล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ของผมก็คือพื้นที่มาบตาพุด ที่ระยอง โดยเฉพาะ ในสมัยท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ ถ้าพวกเรายังจำกันได้ ตอนนั้นพื้นที่ของมาบตาพุดเป็นพื้นที่ ที่ตกอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าเป็นภาระอันหนักอึ้งของประเทศ เพราะว่าต่างฝ่ายต่างฟ้องกันไป ฟ้องกันมา โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เขียนว่าให้ทำตามมาตรา ๖๗ (๒) แล้วก็รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ทุ่มงบประมาณใน ๒ ปีที่แล้วจำนวนมหาศาลในการไปทำให้ ภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ร่วมกันให้ลดแรงการเสียดทาน เสียดสีในการบริหาร ภาคอุตสาหกรรมกับประชาชนให้อยู่ร่วมกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องมีร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอิสระด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อันนี้เป็น พ.ร.บ. ลูกของ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร มาตรา ๖๗ (๒) ถ้าใครสร้างโรงงาน สร้างอุตสาหกรรม ต้องมีมาตรานี้เกิดขึ้นครับ มาตรานี้เป็นมาตราที่จำเป็นซึ่งกฎหมาย เขียนไว้นะครับว่าอาจก่อให้เกิดการกระทบต่อชุมชนอย่างแรง ทั้งในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ที่ภาษาพวกเราเรียกง่าย ๆ ว่าอีไอเอ (EIA) แล้วก็ทำเอชไอเอ (HIA) นั่นเอง สิ่งสำคัญที่สุดตอนนั้นท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะทำงานก็เลยไปร่างนโยบาย ร่างวิธีปฏิบัติจัดทำประชาคมเพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเราเก็บเม็ดเงิน เก็บภาษีทุกบาท ทุกสตางค์มาเลี้ยงพี่น้องประชาชน มาทำถนน มาซ่อมบำรุง ทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างมหาศาล นี่ครับ ท่านก็ไปทำประชามติ ไปทำประชาคมเพื่อให้พี่น้องประชาชนรอบ ๆ นิคมอุตสาหกรรม อยู่ร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมให้ได้ แล้วก็จะได้บริหารอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล รัฐบาลก็จะได้เก็บเม็ดเงินภาษีมาใช้ในการบริหารประเทศ ได้มีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าพอสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา นั่นคือสิ่งที่ พวกเราได้เอาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ เมื่อสมัยที่แล้วเข้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ทั้ง ๓ วาระผ่านเข้าไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ไปอยู่ที่ ส.ว. นะครับ วุฒิสภา เสร็จแล้วก็ยุบสภา พอยุบสภาเสร็จแล้วรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาต่อ ก็ต้องขอ การยืนยันกฎหมายเดิมเพื่อมาใช้ ท่านประธานครับ พี่น้องทุกท่านครับ ปรากฏว่ารัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะว่า ข้อเท็จจริงแล้วเราได้งบประมาณทั้งหมดมาจากอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าถ้าไม่มี กฎหมายฉบับนี้นักลงทุนที่ลงทุน ไม่ว่าที่มาบตาพุดหรือที่แหลมฉบัง ก็ไม่รู้จะเดินอย่างไรครับ จะกล้าลงทุนไหม ขนาดน้ำท่วมนี่มันยังไม่รู้จะหนีไม่หนี พอเจอมาตรา ๖๗ วรรคสอง เข้าไปอีก นี่คือสิ่งที่ เป็นเรื่องที่ต้องฝากรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้ว่ามาตรานี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนจะมาลงทุน ภายในประเทศไทยหรือไม่ นี่คือบทบาทนะครับ บีโอไอ (BOI) จะจัดงานเดือนนี้แล้ว ทุก ๆ คน ถามว่านักลงทุนเก่าที่จะขยายกิจการใหม่จะเดินตามไหน แนวทางปฏิบัติถ้าตั้งใหม่จะต้องทำ อย่างไร ไม่ต้องถึงนักลงทุนใหม่ที่เราไปชวนมานะครับ นักลงทุนเก่านี่ครับ ไม่รู้จะเดินอย่างไร ถ้านักลงทุนเดินไม่ได้ นักลงทุนใหม่ไม่มาดำเนินการในบ้านเรา เม็ดเงินภาษี ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ ซึ่งเราเก็บทุกวันนี่ครับมาใช้ในการจัดทำงบประมาณทุก ๆ ปี ตรงนี้มันก็ค่อย ลดลงไปนะครับ โรงงานก็ค่อย ๆ หยุด ค่อย ๆ ชะลอการก่อสร้าง นี่คือสิ่งที่ปัญหาของพวกเรา เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญ แล้วสำคัญกับเรื่องงบประมาณด้วย เพราะว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านนะครับ นักลงทุนก็ไม่รู้มาบริหารจะเดินทางแนวทางไหนดี โดยเฉพาะท่านอนันต์มาทำร่างอันนี้เป็นปีครับ แล้วทำปีกว่าด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้ากฎหมายนี้ก็ไม่มีใครจะกล้ามาลงทุน แล้วรัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาบริหารประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยได้งบประมาณส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรม เมื่ออุตสาหกรรมชะลอตัวรัฐบาลก็เก็บภาษีได้น้อย รัฐก็จะเอาเงินจากไหนมาใช้หนี้ เพราะทราบข่าวว่าจะกู้อีกแล้ว ตั้ง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ทำอย่างไรสำหรับ ในการบริหารประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอภิปรายแบบนี้ก็ให้มองเห็นว่า อุตสาหกรรมก็สำคัญ และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบบริเวณอุตสาหกรรม ก็ไม่รู้จะเอาอย่างไรครับ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอาแนวทางไหน จะเดินอย่างไร กฎหมายก็ไม่เข้า กฎหมายก็ไม่คลอด หลักเกณฑ์ วิธีดำเนินการไม่มีครับ ประชาชนก็ไม่ให้ความเชื่อมั่น นี่คือ สิ่งสำคัญ และสิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือประชาชนยังต้องรับมลพิษอยู่เหมือนเดิม เพราะไม่มี กฎหมายไปบังคับเขาว่าเขาต้องมีภาษีปลายปล่องนะ ต้องเก็บเงินจากภาษีเรื่องมลพิษ นะครับ อันนี้ก็ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการที่แน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องวางยุทธศาสตร์ หลักเกณฑ์ให้แน่นอน วิธีการง่าย ๆ ก็คือตอนนี้ที่ดูจากงบประมาณตัวนี้นะครับ มีนิดเดียวครับ ในการเข้าไปทำเรื่องของมลพิษมาบตาพุด เพราะฉะนั้นถ้ามลพิษมาบตาพุดยังไม่ต่อเนื่อง นะครับ ยังไม่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการห้ามให้เรื่องของมลพิษลดน้อยลง ปัญหา มลพิษรอบที่ ๒ ก็จะตามมา เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลด้วยนะครับ ฝากคณะกรรมาธิการว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราจะต้องป้อนเม็ดเงินเข้าไป เพื่อให้กระบวนการเรื่องมลพิษมัน จบนะครับ พอกระบวนการเรื่องมลพิษจบ ไม่มีในการแก้ปัญหารอบสองก็จะทำให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่รอบบริเวณนี้สบายใจแล้วก็เบาใจขึ้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ พยายามอธิบายให้ท่านประธานฟังว่าถ้าเราไม่เอางบประมาณลงไปอย่างต่อเนื่องที่แน่นอน แล้วก็เป็นธรรม ตามที่เขาสานต่อไว้นะครับ แล้วก็เอาพระราชบัญญัติเรื่องนี้เข้ามาทำให้จบ โครงการในมาบตาพุด ในแหลมฉบัง ในนิคมอุตสาหกรรมหลาย ๆ นิคมอุตสาหกรรม นี่ก็มี ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ตัดสินใจเรื่องนี้ว่าเราจะต้องทำอย่างไร แล้วก็มีนโยบาย อย่างไร ไม่ใช่พอเปลี่ยนรัฐบาลทีงบประมาณเรื่องนี้มันขาดช่วง ขาดตอน นี่ก็คือปัญหาของประเทศ ไทยเรา ดังนั้นผมขออนุญาตตัดลดงบประมาณจำนวน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อมาเสริม นโยบายเก่า ๆ เรื่องของประปาบ้าง เรื่องของสุขภาพของโรงพยาบาลบ้างที่เสริมต่อไว้ ของท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ทำเป็นต่อเนื่อง เพื่อให้อุตสาหกรรมกับประชาชน อยู่ร่วมด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วก็รัฐบาลก็จะได้เก็บภาษีอันนี้ไปพัฒนาประเทศ สิ่งสำคัญ ที่สุดตอนนี้เรื่องที่สำคัญมากก็คือปัจจุบันเราเอางบประมาณมหาศาลเลยนะครับ ไปรักษาพยาบาลพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบโรงงาน เพราะว่ามลพิษมันมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเราจัดการเรื่องนี้ เรื่องมลพิษมันน้อยลง เงินที่จะไปรักษาพยาบาลส่วนนี้มันก็ลดน้อยลง เช่นเดียวกัน แล้วก็ฝากเรื่องพระราชบัญญัติองค์กรอิสระด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วยว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศชาติอย่างนี้อย่างไร เพื่อจะได้ จัดสรรงบประมาณให้กับประเทศชาติได้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ขอบคุณครับ