สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

รังสิมา รอดรัศมี แสดงความไม่พอใจต่อการใช้งบประมาณที่ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องราคาเครื่องแบบสำหรับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านที่มีราคาสูงมาก เธอคิดว่ามีการทุจริตในกระบวนการงบประมาณ และได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและติดตามเพื่อให้แน่ใจว่าเงินของประเทศชาติมันใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการซ้ำซ้อนของงบประมาณที่ตั้งโดยสำนักปลัดกระทรวงและกรมต่าง ๆ และโต้แย้งงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขที่ตั้งไว้มากเกินไป

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอปรับลดในมาตรา ๓ ไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณที่ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันอยากจะตัดให้มัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป ไม่อยากจะให้เลย งบประมาณนี้ พูดกันจริง ๆ เพราะตั้งไปแล้วดิฉันก็คิดว่างบที่เอาไปใช้มันทุจริต วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง เหตุผลที่ดิฉันพูดเพราะว่าดิฉันได้เป็นอนุกรรมาธิการพิจารณา งบอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ ดิฉันเป็นทุกปี ดิฉันก็จะเป็นอยู่ต่อไปนี้เรื่อยไป ต้องฟาดฟัน กับการที่ตั้งงบประมาณเอาไว้ที่ไม่โปร่งใสนะคะ คิดว่าการที่ตั้งเอาไว้มันไม่เกิดประโยชน์ สูงสุดกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันนะคะ ดิฉัน จะยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่าทำไมดิฉันจึงตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ดิฉันตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าประการที่ ๑ ราคาที่ตั้งไว้ราคากลางราคาของงบประมาณต่าง ๆ ต่อหน่วยราคามัน สูงมาก อย่างเช่นงบประมาณการก่อสร้างถนนหนทางทั้งหลายราคาจะสูง ดิฉันเสนอทุกปีว่า ทำไมไม่ตั้งราคากลางให้มันต่ำกว่านี้ เพราะว่าถ้าเราตั้งราคากลางสูงอย่างนี้ มันถึงได้เกิดการ ฮั้วกัน เกิดการอุ้มฆ่ากัน ถ้าเราตั้งราคากลางไม่สูงมาก มันไม่ฆ่ากันหรอกค่ะ นี่มันต้อง อุ้มฆ่ากันเพราะว่าในส่วนต่างนี่มันสูงนะคะ แล้วก็ทำให้ผู้ที่มีอิทธิพล ดิฉันถึงได้บอกอย่างไรว่าดิฉันเคยไปดูวิธีการอุ้ม วิธีการฮั้วของเขานี่เพื่อที่จะเก็บมาอภิปราย ในสภา มีมาเฟียมาอยู่แถวหน้าอำเภอ หน้าศาลากลาง มีรถตู้มาจอดคอยใครที่ไม่ได้ฮั้วเอาไว้ แปลกหน้ามาอุ้มขึ้นรถตู้ นั่งยางหายไปเลย นี่ถ้าท่านตั้งราคากลางให้น้อยลงกว่านี้ งบประมาณก็จะเหลือไปพัฒนาประเทศชาติได้มาก แต่ถ้าท่านยังตั้งราคานี้อยู่นี่ การที่จะเอา งบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดิฉันคิดว่าไม่เกิดหรอกค่ะ เพราะว่าเตรียมไปทุจริต กันมากกว่านะคะ

ประการที่ ๒ ข้อมูลที่เอามาชี้แจงกรรมาธิการนี่ มันมั่วมากเลย ตอบไม่ถูกเลย เปลี่ยนราคาอยู่ตลอดเวลา คิดเท่าไรก็หัวจะระเบิดก็ไม่ลง บวกกันไปบวกกันมาเช่นกรมการปกครอง เดี๋ยวท่านประธานคงจะตอบนะคะ ท่านชลน่านเป็นประธาน ดิฉันเป็นอนุกรรมาธิการนะคะ อนุกรรมาธิการของท่านชลน่านนี่ ท่านชลน่านก็จะตอบแทนหน่วยงานที่มาชี้แจง เช่นชุดของ อ.ส. ตั้งเอาไว้ชุดละ ๔,๘๐๐ บาท คนหนึ่งได้ ๒ ชุด ได้ชุดสีกากี ๑ ชุด ได้ชุดพราง ๑ ชุด ชุดหนึ่ง ๔,๘๐๐ บาท ดิฉันก็มานั่งคิด ดิฉันตัดชุดหนึ่ง ชุดสูท ส.ส. ชุดละ ๓,๕๐๐ บาท แต่ชุดของ อ.ส. นี่ ๔,๘๐๐ บาท มีรองเท้า มีถุงเท้า มีหมวก มีเสื้อยืดคอกลม มีเข็มขัด มีเครื่องแบบสีกากีพราง แล้วจะมี ๒ ชุด เครื่องแบบสีเขียวพราง มันจะต่างกันตรงเขียวพราง กับสีกากี แต่ว่าราคานี่สเปกไม่มี ไม่ทราบว่าสำนักงบประมาณ หรือว่ากรมบัญชีกลางนี่ ตั้งงบประมาณมาให้สูงขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝาก อ.ส. ที่ฟังดิฉัน อภิปรายนะคะ ท่านได้รับแจกชุดนี่ ท่านช่วยตรวจดูให้ดิฉันหน่อยว่าท่านได้รับแจกตามที่กรม ได้ชี้แจงหรือไม่ มีชุดพราง เครื่องแบบสีกากีพราง หมวกเบเร่ย์ (Beret) สีน้ำเงิน รองเท้าเดินป่า สีดำ เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกากีพราง ๒ ตัว เข็มขัด ด้ายถักสีน้ำเงิน ถุงเท้าไนลอนสีดำ ๒ คู่ แต่ว่าได้ ๔ คู่ เพราะว่ามันมีเครื่องแบบสีเขียวพรางอีก แต่หมวกนี่ใช้อันเดียว กันได้ อย่างอื่นนี่ จะได้เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็มานั่งดูที่จังหวัดเลยเคยมาชี้แจงกับดิฉันนะคะ ตัดชุดละ ๗๕๐ บาท แต่ถ้ามีรองเท้า มีอุปกรณ์อย่างอื่นนี่ ตกประมาณ ๑,๕๐๐ บาท แต่นี่ชุดละ ๔,๘๐๐ บาท ท่านประธานลองคิดดูสิคะว่าประเทศชาติอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างนี้ น้ำท่วมคนไม่มีจะกินตัดชุดละ ๔,๘๐๐ บาท แล้วคนละ ๒ ชุดนะคะ ๙,๖๐๐ บาทต่อชุด เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕๘,๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วตัวเลขที่เอามาให้กรรมาธิการได้ดูมันก็มั่วอีก ตอบไม่ตรงเสียทีหนึ่ง อธิบดีรายงานว่ามี อ.ส. ทั้งสิ้น ๒๐,๙๘๓ คน แต่ว่าเวลาชี้แจง ในเอกสารมี อ.ส. ทั้งสิ้น ๒๖,๙๗๙ คน มันเกินมา ๖,๐๐๐ คน เกินนี่ท่านลองคิดดู คูณไปคนละ ๙,๖๐๐ บาท เกินอีก ๖,๐๐๐ คน แล้วไหนจะมีค่าเงินเดือน ค่าตอบแทนของ อ.ส. ค่าครองชีพ อีก ๑,๗๔๔.๕ ล้านบาท ท่านลองคิดดูว่าตัวเลขต่าง ๆ นี่ มันไม่ตรงกับที่ชี้แจง ไม่ตรงกับ เอกสาร แก้ไปก็แก้มากันอยู่อย่างนี้ ดิฉันจึงคิดว่างบประมาณที่ตั้งไปนี่มันมีการทุจริตแน่นอน เพราะฉะนั้นดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ดิฉันก็จะติดตามดูว่าอันนี้ได้ไปซื้อที่ไหน อย่างไรนะคะ แล้วสเปกทำไมไม่มีเลย ซื้ออะไรมา ก็ได้ ผ้าอะไรก็ได้ ๔,๘๐๐ บาท เพราะฉะนั้น อ.ส. ทั่วประเทศฟังดิฉันนะคะ แล้วรายละเอียด เดี๋ยวดิฉันจะตามไปดูอีกทีหนึ่งว่าท่านได้ตามนี้ไหม ใส่ ๒ ที ตะเข็บแตกหมด อย่างนี้มันไม่มี สเปกอะไรเลย เป้าขาด ซิปแตก อย่างนี้ ถุงเท้าไม่เท่าไรยืดหมด ดิฉันถึงได้รับไม่ได้ว่าเงินของ ประเทศชาติมันต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ

อีกประการหนึ่งงบประมาณก็ตั้งซ้ำซ้อน สำนักปลัดกระทรวงตั้งมาบอกอบรม ดูงานต่างประเทศ ตั้งแล้วพอเวลาผ่านไปแล้วกรมต่าง ๆ เข้ามา กรมก็ตั้งอีก ไปดูงาน ต่างประเทศ ตั้งซ้ำกันเลย พอกรมเข้ามา เราตัดของกรม พอกรมจะไปขอใช้ของสำนักปลัด กระทรวง สำนักปลัดกระทรวงไม่ให้แล้ว โกงกรมไปอีก อันนี้นะคะ สำนักงบประมาณต้องตรวจ ให้ละเอียดรอบคอบนะคะ ท่านสมศักดิ์คะ ดิฉันก็ขอฝากว่าการตั้งงบประมาณเวลามาชี้แจง ปลัดกระทรวงเข้าก่อน พอเราดูปลัดกระทรวงเรียบร้อย พอกรมเข้ามาเราผ่านให้ปลัดกระทรวง เพราะปลัดกระทรวงชี้แจงแบบนั้นว่าตั้งเผื่อกรมแล้ว แต่พอกรมเข้ามาเราจะตัดกรม กรมบอกตัดไม่ได้ เพราะว่าทางปลัดกระทรวงไม่ได้บอกเอาไว้ พอไปถามทางกรม ทางกรม บอกไม่รู้เรื่องแล้ว อย่างนี้มันโกงกันซึ่งหน้า แค่ออกไปไม่กี่นาทีนะคะ

อีกประการหนึ่งคือข้อมูลต่าง ๆ รายละเอียดดิฉันขอในคณะกรรมาธิการ ให้เอามาให้ ไม่เอามาให้หรอกค่ะ จนป่านนี้ก็ไม่เอามาให้ ดิฉันจำไว้นะคะ ดิฉันกาดอกจันไว้ ทุกคน ใครที่โกหกทั้งหลาย เดี๋ยวจะเรียกมาสอบในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ เอาตัวอย่างมาดู ขอตัวอย่างเช่น ชุดให้เอามาดู ของ อ.ส. ดิฉันอยากจะรู้ว่า เนื้อผ้าเป็นอย่างไร มันดีแค่ไหน มันถึงได้ตั้ง ๔,๘๐๐ บาท ก็ไม่เห็นนะคะ ไม่ให้เอามาดู อีกอันหนึ่งที่ขอดูคือดิฉันเรียกถุงปลิดชีพของกระทรวงสาธารณสุข แต่ในเอกสารเล่มสีขาว คาดแดงเขาเรียกชุดอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของ อสม. วันนั้นดิฉันว่าไปเลยนะคะ เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง บอกวิชาชีพพยาบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขต้องมีความ โปร่งใส ต้องซื่อสัตย์ ต้องไม่โกงแผ่นดิน การตั้งงบประมาณต้องตรงไปตรงมา ท่านลองคิดดู ถุงละ ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันขอตรวจดูว่าในถุงมีอะไรบ้าง มีผ้าก๊อซ (Gauze) มีพาราเซตามอล (Paracetamol) มีซีพีเอ็ม (CPM) ดิฉันโชคดีที่ดิฉันเป็นพยาบาล ถ้าไม่เป็นพยาบาลดิฉันก็นึก ภาพไม่ออกเหมือนกัน เพราะว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ในนั้นรวมแล้วตีเสียประมาณ ๔๐๐ บาท ประธานเป็นหมอ ประธานก็ช่วยคิด ประธานก็พยายามช่วยสาธารณสุข ดิฉันก็พยายามช่วย แต่มันไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะว่าคิดไปคิดมา สมมุติซีพีเอ็ม ๑๐๐ เม็ด ๕ บาท พาราเซตามอล ๑๐๐ เม็ด ตีเสียเม็ดละ ๕๐ สตางค์ ๕๐ บาท ผ้าก๊อซ ๑๐๐ แผ่น แล้ววันนั้นก็ถุงมือนะไม่ใช่ ถุงยาง ถุงมือ ดิฉันพูดผิดไปในคณะกรรมาธิการว่าแจกถุงยางด้วยหรือ ไม่ใช่ แจกถุงมือค่ะ เพื่อว่าให้ อสม. ไปช่วยคนที่เกิดน้ำท่วม แต่ดิฉันก็ถามว่าทำไมถุงหนึ่งตั้ง ๑,๐๐๐ บาท ค่าถุงไป ๗๐๐ บาทหรืออย่างไร ค่ายา ๓๐๐ บาท ค่าถุง ๗๐๐ บาท ท่านประธานจำได้ใช่ไหม เพราะว่าถุงดิฉันต่อต้านมากเลย ถุงทั้งหลายที่จะซื้อแจกอบรม ดิฉันเป็นประธาน ดิฉันไม่ให้เลย เข้ามาเจอถุง ดิฉันตัด อันไหนมีถุง ดิฉันตัด เพราะอะไร ถุง ๑๖ บาท ตั้งตั้ง ๓๐๐ บาท ท่านประธานคิดดูสิ ค่าถุงก็เพียบเลย แจกทุกอบรมเลย ดิฉันก็ไม่ให้ ปีที่แล้วดิฉันก็ดีใจ ตัดได้ตั้ง ๑๔,๐๐๐ เพราะตัดไขมัน ปีนี้ได้ ๑๔,๐๐๐ อีก ก็พอ ๆ กับปีที่แล้ว แต่ว่าปีนี้ งบประมาณที่ให้มาพิจารณามันน้อยกว่านะคะ เพราะฉะนั้นปีนี้ก็ตัดได้มากกว่าปีที่แล้วอีก แต่ทีนี้ท่านลองคิดดูว่าตั้งมาให้พิจารณางบประมาณ ๑๗๐ ล้านบาท ๑๗๐,๐๐๐ ถุง ถุงละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันคิดว่าถุงนั้นประมาณ ค่าถุงอย่างแพงเลย ๕๐๐ บาท ดิฉันจึงบอกว่า วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง แล้วดิฉันถามว่า อสม. มีเป็นล้านคน แล้วท่านแจก ๑๗๐,๐๐๐ ถุง มันจะครบได้อย่างไร บอกให้แต่แกนนำ เพราะฉะนั้น อสม. ทั่วประเทศฟังดิฉัน โปรดทราบ ว่าอันนี้จะแจกเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือเปล่า เพราะว่ามันมีแค่ ๑๗๐,๐๐๐ ถุงเอง ดิฉันก็ถามว่า แล้วทำไมคุณตั้ง ๑,๐๐๐ บาท ที่ตั้ง ๑,๐๐๐ บาท เพราะตอนน้ำท่วมซื้อไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ถุง รวมแล้วเป็น ๒๐๐,๐๐๐ ถุง ตอนน้ำท่วมใช้วิธีพิเศษ ถุงละ ๑,๐๐๐ บาท แต่นี่ น้ำไม่ท่วมแล้ว มันยังมีวิธีการเปิดประมูลได้ แต่ท่านก็ยังตั้ง ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันตัด ๒๐ ล้านบาท ดิฉันจำได้ เหลือ ๑๕๐ ล้านบาท บ่นกระปอดกระแปดตัดตั้ง ๒๐ ล้านบาท รัฐมนตรีต้องว่าแน่ ไม่ต้องกลัว ข้าราชการไปกลัวทำไมรัฐมนตรี ไม่ต้องกลัว เพราะกรรมาธิการเขาตัด ถ้าด่า ต้องไปด่าประธานโน่น ใช่ไหม เพราะว่ามันเป็นมติของอนุกรรมาธิการ ดิฉันจึงจะเปรียบเทียบให้ ท่านประธานฟังว่า อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ท่านประภาศ บุญยินดี อดีตเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดดิฉัน ดิฉันชื่นชมมาก ถ้ามีข้าราชการที่เป็นแบบนี้ เค็มเป็นเกลือ เค็มยิ่งกว่าเกลืออีก ดิฉันยังดีใจว่ามาจากสมุทรสงครามนี่เอาเกลือมาด้วย เพราะเข้ามาชี้แจงในอนุกรรมาธิการ ยังไม่ทันพิจารณาเลย ผมตัดให้เลย ๑๒๐ ล้านบาท พวกเราตกตะลึงกันหมดเลย คิดว่าจะตัดสัก ๕๐ ล้านบาท ให้ ๑๒๐ ล้านบาท เลยพูดไม่ออกก็เลยโอเค ให้ ๑๒๐ ล้านบาทก็ ๑๒๐ ล้านบาท ถามว่าให้ ๑๒๐ ล้านบาท แล้วท่านทำได้หรือเปล่า ทำได้ เพราะว่าผมมาเปิดดูแล้วว่าอันนี้ มันเกิน ตั้งไปแล้วเหลือใช้แล้วตั้งทำไม ประเทศชาติต้องไปกู้เงินมา ดิฉันจึงชื่นชมว่า ถ้าข้าราชการเป็นแบบนี้ ผู้นำ อธิบดี ปลัดกระทรวงเป็นแบบนี้ หรือว่ารัฐมนตรี ดิฉันก็เคยสู้ กับรัฐมนตรีมานะคะ ดิฉันตัดงบก็มาต่อว่า ดิฉันบอกว่า นี่อย่างไร รัฐมนตรีมันโง่อย่างไร ให้ข้าราชการตั้งงบแล้วมาหลอก เงาะกระป๋องละ ๑,๐๐๐ บาท มันเป็นไปได้อย่างไร ซื้อประเทศไหน ดิฉันซื้อ ๓ กระป๋อง ๑๐๐ บาท นี่มาตั้งเบิกกระป๋องละ ๑,๐๐๐ บาท ดิฉัน จึงบอกว่า ส.ส. ไม่ใช่ควายนะคุณอย่ามาหลอก หลอกไม่ได้ ดิฉันไม่ให้ ดิฉันจึงบอกว่า ดิฉัน โชคดีที่จบพยาบาลมา มันเป็นคนละเอียด มันเปิดทุกหน้า แล้วก็สามารถที่จะรู้ว่าซ่อนไว้ ตรงไหน อะไรตรงไหน ปากกาด้ามละ ๕๐๐ บาท เราซื้อ ๓ บาท ๕ บาทอย่างแพง ซื้อ ๕๐๐ บาท ใครเขาจะให้ ดิฉันไม่ให้หรอกคะ นี่อย่างไร ท่านประธาน ดิฉันพูดเรื่อยไปนะคะ ท่านอย่าเพิ่ง ปิดนะคะ เรื่องถุงดิฉันก็อยากจะให้ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยดูว่า ๑๗๐,๐๐๐ ถุง ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท มันเป็นไปได้ไหม แต่ดิฉันตัดไปแล้ว ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เหลือถุงละ ๑,๐๐๐ บาทแล้ว แต่ว่าอยากจะดูว่าทั่วประเทศ ๑๗๐,๐๐๐ ถุง จะถึงไหม จะทั่วไหม หรือว่าเฉพาะจังหวัด พระนครศรีอยุธยาเท่านั้น อีกเรื่องหนึ่งคือเอกสารต่าง ๆ ตัวอย่างต่าง ๆ เวลามาชี้แจง ไม่ทราบว่าท่านประธานได้เรียกบ้างไหม เขาเอาให้ท่านดูบ้างไหม แต่ละอย่างที่ดิฉันได้ อภิปรายไป หรือว่าเขากลัวว่าจะตรวจสอบได้ กลัวว่าจะเอาไปเป็นตัวอย่าง ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ถ้าเราบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องเอามาให้กรรมาธิการเขาดู ดิฉันก็กาดอกจันไว้เหมือนกัน ว่าอันไหน ไม่เอามาให้ ปีหน้าเจอกัน แล้วก็อีกอันหนึ่งคือ เรื่องการทุจริต เรื่องข้าวกล่อง ดิฉันก็ยังตามอยู่ ถ้าตั้งงบไว้อีก ปีนี้เจอกัน ดิฉันต้องตามแน่นอน เพราะว่ามีการเบิก ยังเบิกไม่หมดนะคะ แต่ดิฉัน ทราบมาว่าตอนนี้มีการเซ็นย้อนหลัง ไปเดินเซ็นตามบ้าน ให้ช่วยเซ็น ดิฉันบอกเลยพี่น้อง ประชาชนที่ฟังดิฉันอภิปรายอย่าเซ็นนะคะ คนโกงต้องติดคุก อย่าไปเห็นดีเห็นงามกับคนที่โกง เราไม่ได้กินเราก็บอกว่าเราไม่ได้กิน เขาไม่มาแจกเราก็บอกว่าเขาไม่มาแจก ไม่ใช่เขาขอให้ เซ็นก็เซ็น เขาหลุดแต่เราต้องไปอยู่ในคุกมันก็ไม่ควร แล้วมันเป็นเงินภาษีของเรา เพราะฉะนั้นดิฉัน อยากจะเสนอทางท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า การจัดงบประมาณเวลาแค่ไม่กี่วันมันจะ เป็นอย่างนี้ทุกปีเลย ท่านคิดดูกรรมาธิการบางท่านด่าเขาสารพัดเลย กรรมาธิการด่าคนที่มา ชี้แจง ข้าราชการ ดิฉันจะบอกข้าราชการประจำ ดิฉันนั่งเป็นประธานปีที่แล้ว ให้บอกดิฉัน เลยว่าคนไหนไปทุบหัว ทุบหัวหน้าห้องให้มาบอกดิฉัน