ศรันต์วุฒิ ศรันย์เกตุ หารือเรื่องการบริหารจัดการเงินทั้งแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและความยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางการลงทุนจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ฟื้นฟูภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรน้ำ พลังงานแห่งชาติ การศึกษา และการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบประมาณในการลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารเงินนอกงบประมาณที่ถูกซ่อนไว้ และการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณของประเทศ โดยมีจุดเน้นการตรวจสอบและกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เงินแผ่นดินได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ
ท่านดูนะครับ วันนี้ผมจะขอเปิดโปง ขุมทรัพย์ของประเทศไทย ท่านประธานทราบไหมครับว่าประเทศไทยเรามีขุมทรัพย์มหาศาล ไปซุกซ่อนอยู่แล้วไม่ทำให้เกิดประโยชน์เลย แล้วขุมทรัพย์นี้ไปเกิดประโยชน์เฉพาะ กลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ท่านตามผมดูนะครับ ผมจะอภิปรายใน ๕ ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่ ๑ ผมจะอภิปรายเรื่องของการบริหารจัดการเงินทั้งแผ่นดินว่าควรจะ บริหารจัดการอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ ผมจะบอกถึงปัญหาและผลกระทบการพัฒนาที่ผ่านมา ๔๐-๕๐ ปี เราเดินหลงทางมาอย่างไร
ประการที่ ๓ ผมจะบอกถึงปัญหาเงินนอกงบประมาณที่มีการซุกซ่อน ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นไอ้โม่ง ไอ้เหลือบ วันนี้จะถูกเปิดโปงให้หมดเลย
ประการที่ ๔ ก็จะพูดถึงแนวทางการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ ถ้าเราจัดเข้าระบบได้จะเป็นอย่างไร
สุดท้ายจะพูดถึงผลสัมฤทธิ์และยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติแบบยั่งยืน ถ้าได้เงินส่วนนี้มาจะเกิดอะไรขึ้น
สไลด์ต่อไป ท่านดูการบริหารจัดการเงินทั้งแผ่นดินนะครับ เพื่อการพัฒนา ประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน อันนี้คือเดฟินิชั่น (Definition) ที่อยากจะบอก มาดูผลกระทบจากภายนอกประเทศนะครับ ผมจะไปเร็วนิดหนึ่งนะครับ ตั้งแต่วิกฤติ เศรษฐกิจโลกก็ดี ท่านดูยุโรปกำลังจะมีปัญหา สหรัฐอเมริกาก็ซวนเซ ขณะนี้อย่าคิดว่าจะไปหวังพึ่ง ประเทศจีนนะครับ ประเทศจีนเกิดโอเวอร์ ซัพพลาย (Over supply) นะครับท่านครับ นั่นแปลว่าการแข่งขันในการส่งออกของประเทศไทยจะสูญเสียอย่างมากเลย เราอาศัย การส่งออก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกนั้นมาจากอุตสาหกรรม ๑๙ เปอร์เซ็นต์มาจากภาคการเกษตร เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธานครับ และการเปลี่ยนแปลง ของธรรมชาติกำลังรุนแรงยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่จะต้องกระทบจากภายนอก การพัฒนาประเทศ แบบก้าวกระโดดของประเทศเพื่อนบ้านวันนี้ระวังนะครับ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม กำลังไล่ตามมาติด ๆ และโอกาสแซงเรามีสูงมาก ยิ่งมีข้อตกลงการค้า ไม่ว่าดับบลิวทีโอ (WTO) เอฟทีเอ (FTA) หรือว่าเออีซี (AEC) ที่กำลังจะมานั้น เราเตรียมพร้อมที่จะรับหรือยัง ขอเตือนสติคนไทยทั้งประเทศด้วยนะครับ ตื่นได้แล้วครับ และทุกประเทศกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เงื่อนไขกีดกันทางการค้าแบบลึกซึ้ง และซ่อนหลายมิติเราตามเขาไม่ทัน เราเปิดอ้าซ่าเลยครับ มีข้อตกลงแต่ละทีเสียเปรียบตลอด มาดูปัญหากระทบภายในประเทศนะครับ แผนพัฒนาทั้ง ๑๐ ฉบับ ๕๐ ปีที่ผ่านมาล้มเหลว พัฒนาไปพัฒนามา ยิ่งความจนความรวยเกิดแก๊ป (GAP) ยิ่งห่างยิ่งขึ้น ๆ เศรษฐกิจมุ่งเน้น แต่จีดีพี คนไทยมีความสุขไหมครับ สังคมไทยจะเอาแบบนี้หรือครับ ผมบอกว่ามองแล้ว สภาพัฒน์ให้มองถึงจีเอชพี (GHP) บ้างว่ามันจะเกิดความสุขที่แท้จริงกับประเทศไทยหรือเปล่า และยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติระยะยาว ๒๐-๓๐ ปี ไม่เคยพูดถึงเลย สภาพัฒน์มองแต่ ๕ ปี ผมถามว่าเทคโนโลยีอีก ๕ ปีข้างหน้าประเทศไทยจะไปอย่างไร การศึกษา ๕ ปีข้างหน้าไป อย่างไร คุณมองแค่นี้เองหรือครับสภาพัฒน์ ผมจึงต้องขอตัดงบคุณนะครับ แล้วผมอยากให้ คุณมองยาวกว่านั้น ๓๐ ปี ๒๐ ปีมองไปเลย คนอื่นเขามองกันแบบนี้แล้วไทยมัวแต่งมโข่งกัน อยู่ได้อย่างไร นี่ล่ะครับคือหน่วยงานที่ผมอยากจะชำแหละออกมาและมองให้ สอดคล้องกับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง เราต้องมีการทำบาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balance scorecard) ว่าจะพัฒนาประเทศไปอย่างไร ไม่ใช่เอียงกะเท่เร่ไปทางด้านแต่ เศรษฐกิจอย่างเดียวปล่อยให้สังคมล้มเหลวก็ไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น และวันนี้นะครับ ขาดงบประมาณหลายล้านล้านบาท เพื่อที่จะฟื้นฟูประเทศก็ดี เพื่อที่จะทำเมกะโปรเจกต์ (Magaproject) ก็ดี เราพูดกันมา มากมาย เดี๋ยวท่านดูนะครับ เมกะโปรเจกต์ใช้เวลาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้วครับ ผมจะชำแหละให้ ดูว่าทำไมถึงเกือบ ๑๐๐ ปีกว่าจะทำได้ และแผนงบประมาณที่ทำอยู่นั้นขาดยุทธศาสตร์เพื่อ กำหนดการบริหารทิศทางว่าจะไปอย่างไร ผมถามว่าสำนักงบประมาณเอาอะไรมาคิดในการ ทำงบประมาณ คุณตัดงบประมาณเขาอย่างไรเดี๋ยวจะชำแหละให้ดูนะครับ หน่วยงานของรัฐ ที่ควบคุมกำกับการดูแลการบริหารจัดการเงินของแผ่นดินถูกลดบทบาท บางหน่วยงานน่าจะ มีบทบาทในการตรวจสอบกลับไม่มี อำนาจไปตกอยู่เขาเรียก แก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ (Gang of six) เดี๋ยวจะแฉให้ดูว่าแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ คืออะไรนะครับ
ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ความต้องการการลงทุนเรื่องเมกะโปรเจกต์นี่ เราต้องการเงินทุนอย่างน้อย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมดูในชาร์ท (Chart) เร็ว ๆ จะไม่เสียเวลา อธิบาย เรื่องฟื้นฟูภัยพิบัติก็ดี เรื่องเตรียมที่จะกอบกู้วิกฤติโลกที่กำลังทรุดก็ดีนี่ต้องใช้ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การจัดการทรัพยากรน้ำก็ต้องใช้เงินเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ พลังงานแห่งชาติท่านสนใจไหม หรือปล่อยให้สัมปทานต่างชาติมาฮุบไป คนไทยต้องใช้ ก๊าซธรรมชาติ ใช้น้ำมันที่ราคาแพง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นของประเทศเรา มันเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธาน บ้านนี้เมืองนี้บริหารกันอย่างไร และผมคิดว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาคราวนี้ คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้แน่นอน เพราะผมเคยได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณพูด และท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มีวิสัยทัศน์แบบเดียวกัน ผมมั่นใจว่าจะไปสู่การแก้ไข การศึกษาแห่งชาติจะเอาอย่างไร งบประมาณที่มีอยู่ไปสร้างวัตถุหรือว่าจะสร้างคุณภาพ ให้กับนักศึกษา นี่คือสิ่งที่ต้องจับตาดูนะครับ การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีวันนี้เราล้าหลังมาก ดูงบวิจัยสิครับดูไม่ได้เลย ผมจึงไม่อยากอภิปราย รวมทั้งหมดนี้เราต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการจะพัฒนา หนี้สาธารณะเรามีเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่ไปซุกไว้ต่างหากนะครับ รวมทั้งหมดเรามี ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทที่ต้องใช้เงิน แต่เงินลงทุน ที่มีอยู่ประจำปีที่เคยผ่านมาเรามีงบลงทุนเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ถ้าใช้งบตรงนี้ดูนะครับ เฉลี่ยออกมาต้องใช้เวลาอย่างต่ำ ๓๐ ปีจะมาพัฒนาอะไรกัน แล้วอย่าลืมนะครับว่าเงิน จะต้องใช้เพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นถ้าทวีคูณไปนี่จะต้องเป็น ๑๐๐ ปีกว่าจะพัฒนาประเทศชาติได้
สไลด์ต่อไปเลยครับอันนี้สำคัญครับ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศดูนะครับ ตื่นเถิดคนไทย ผมอยากจะบอกว่าวันนี้ผมพบเงินที่ซุกซ่อนไว้ก้อนโตเลย ๔.๕ ล้านล้านบาทต่อปี ซ่อนมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วมากกว่า ๕๐ ล้านล้านบาท วันนี้เอาออกมาเถอะครับเงินก้อนนี้ไปซุกไว้ได้ อย่างไรนะครับ เป็นของเล่นของใครเพียงบางกลุ่ม ที่ผมบอกว่าแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ นั่นละครับ ท่านดูนะครับผมไม่ได้เอามาลอย ๆ นะครับ ช่วยดูช่วยฉายมาที่ตัวผมนะครับ นี่คือเอกสารสำคัญ ที่บอกว่าเงิน ๔.๕ ล้านล้านบาทมาจากไหน นี่เป็นยุคตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี ๒๕๕๒ เป็นรายงานที่กรมบัญชีกลางทำส่งให้กระทรวงการคลัง ผมก็ไปได้มา
ดูต่อไปนะครับ ผมต้องขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันนี้นะครับ ท่านได้ปรารภว่า “เงินของแผ่นดินนั้นคือเงิน ของประชาชนทั้งชาติ” อันนี้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ปี ๒๕๔๒ เพราะไม่อย่างนั้นจะนึกว่า นายศรัณย์วุฒิพูดเอง
ท่านดูต่อไปนะครับ มาดูมาตรา ๑๗๐ นะครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ กำหนดว่าเงินนอกงบประมาณ ผมขออนุญาตอ่านนะครับสั้น ๆ นิดเดียว เงินรายได้ของ หน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้นทำรายงาน การรับและจ่ายให้เงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปีงบประมาณทุกปี และให้ คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ถามว่าตาม ป. อาญา มาตรา ๑๕๗ ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติโดยทุจริต ถามว่าเราเคยได้รับรายงานนี้ หรือยังครับ พวกเราทั้งสภาอาจจะต้องติดคุกนะครับถ้าเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ถ้ามีใครไปฟ้อง ขึ้นมา มาตรา ๑๗๐ ไม่เคยนำมาใช้เลยนะครับ
ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ผมอยากจะทำอะไรกับเงินนอกงบประมาณ
ประการที่ ๑ ผมอยากจะรู้ว่ามีจำนวนเท่าไรที่แท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยมาเลย ผมอาจจะยื่นเป็นญัตติด่วนนะครับ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา ค้นออกมา ให้หมดเลยว่าเงินนอกงบประมาณใครไปซุกไว้ที่ไหน ผมต้องการรู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วต้องการเอาเงินตรงนี้เข้ามาในระบบเพื่อพัฒนาแผ่นดิน และต้องการไปพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มบุคคลใด และต้องการกำกับดูแลตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่อยากจะประกาศให้คนไทย ทั้งประเทศได้รับรู้ด้วย และปัญหาการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นครับ เรามีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ แต่มีก็จริง แต่ว่าไม่มีความชัดเจนเลย ไม่สามารถรวบรวมเงิน นอกงบประมาณได้ทั้งหมด แล้วก็ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ล้าหลังนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๐๒ แล้วก็ พ.ร.บ. เงินคงคลังปี ๒๔๙๑ และกฎหมายเฉพาะ สรุปว่าใช้จนทุกวันนี้ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าล้มเหลวอย่างไร
ดูสไลด์ต่อไปนะครับ เกิดช่องโหว่เลยนะครับ กฎหมายที่มีผลต่อแผ่นดินเกิด ช่องโหว่ ท่านดูทางซ้ายสีขาวพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ มาตรา ๔ มาตรา ๑๒ แล้วก็มาตรา ๑๓ ท่านดูนะครับ แล้วก็พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ตั้งแต่ สมัยท่านป๋วย อึ๊งภากรณ์ กี่ปีแล้ว ท่านดูนะครับ เงินแผ่นดินบางส่วนออกนอกระบบ เงินงบประมาณโดยขาดการรายงานและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ปล่อยให้ออกไปได้อย่างไร แล้วขาดการตรวจสอบ เกิดเงินสะสมนอกระบบอย่างมากมายทำให้ไม่สามารถล่วงรู้จำนวน เงินที่แท้จริงของแผ่นดิน ไม่สามารถบริหารจัดการภาพรวมเงินแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านดูนะครับ กฎหมายเฉพาะมีศรีธนญชัยด้วยนะครับ
ดูสไลด์ต่อไปนะครับ ข้ออ้างเทคนิคของกฎหมายศรีธนญชัย เขาบอกว่า ทั้งหมดนี้ผมขอทำเพื่อความคล่องตัวในการใช้งบนะครับ และผมก็ต้องพยายามสนอง นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลละครับ ท่านดูละครับ ในกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ครับ หน่วยงาน ที่ไม่ส่งงบเลยนะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านทราบไหมครับ วันนี้มีเงินอยู่เท่าไร การใช้เงินนอกงบประมาณโดยที่ไม่ต้องให้มีใครตรวจสอบได้เลย อย่างนี้ก็มี ปตท. ละครับ กสทช. ว่าอย่างไร กองทัพเป็นอย่างไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างไร มหาวิทยาลัย ต่าง ๆ เป็นอย่างไร องค์กรอิสระเป็นอย่างไร กองทุนต่าง ๆ มูลนิธิต่าง ๆ เป็นอย่างไร เงินมากมายก่ายกองไปซุกไว้ตรงนี้เลยนะครับ กราบเรียนว่าประเทศไทยเรายอมหรือครับ
ขอสไลด์ต่อไปเลยนะครับ มาดูรายงานการประเมินความรับผิดชอบนะครับ อันนี้สำคัญมากเลยนะครับ ผมไม่ได้กล่าวโดยลำพัง เดี๋ยวผมจะยื่นให้ประธานนะครับ นี่เป็นหนังสือของการสรุปจาก สตง. เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๑ สรุปน่าสนใจมากนะครับ บอกว่าการรวบรวมเงินนอกงบประมาณดำเนินการได้ยาก การรั่วไหลของเงิน นอกงบประมาณทั้งมาตรา ๔ มาตรา ๑๒ เงินคงคลัง พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒๔ วิธีการ งบประมาณ อะไรพวกนี้ สำหรับเงินนอกงบประมาณที่เป็นเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามมาตรา ๒๔ แห่ง พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ และ พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กลับไม่มีข้อกำหนดที่ละเอียดชัดเจน และรัดกุม เช่นเดียวกับเงินงบประมาณ นอกจากนี้บางหน่วยงานยังอ้างอาศัยเป็นช่องว่าง ในทางการเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีไปสู่อีกหน่วยงานอื่นหรือหน่วยหนึ่ง จะกลายเป็นเงินนอกงบประมาณไปโดยสิ้นเชิง นี่ละครับการเปิดช่องให้ทำแบบนี้
ขอสไลด์ต่อไป อันนี้สำคัญมาก ผมจะเปรียบเทียบระหว่างคู่ชกที่จะ ตรวจสอบเรื่องการคอร์รัปชั่นกับการที่จะเกิดการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ปีกด้านซ้ายสีดำนั่น ผมบอกว่านั่นคือ สตง. สตง. ทำตามระเบียบกฎเกณฑ์ มีคนทั้งหมด ๒,๗๐๐ คนทั้งหมด ต้องดูแล ๗๑,๖๕๘ หน่วยงาน ผมสมมุติว่าเอาละกระทรวงหนึ่ง หน่วยงานหนึ่ง มีการสั่งซื้อ แค่ ๑๐๐ เคส (Case) ต่อปี นั่นแปลว่าเขาต้องมีงานต้องตรวจสอบทั้งหมด ๗,๑๐๐,๐๐๐ กว่า เอาแค่ ๑๐๐ ต่อหน่วยงานนะครับ แปลว่า ๑ คน ต้องตรวจ ๒,๗๐๐ โครงการต่อปี แปลว่า วันหนึ่งต้องตรวจ ๙ โครงการเป็นไปได้ไหมครับ ขณะที่ปัจจุบันนี้ท่านดูนะครับว่าปีกทางขวา นี้คู่ต่อสู้เขาเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการบางส่วน กลุ่มผู้รับเหมา กลุ่มผู้มีอิทธิพล รวมทั้ง นักการเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมไม่ได้ว่านักการเมืองทุกคนนะครับ บางท่าน ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง สรุปเลย สตง. เป็นแค่ขนมจีนเปล่าเท่านั้นเอง แพ้ยับเยินครับ จะไปตรวจ คอร์รัปชั่นอะไรครับ ป.ป.ช. เองผมไม่อยากพูดถึง ท่านก็ทราบดีกันอยู่แล้ว
ขอสไลด์ต่อไปครับ เร็วนิดหนึ่งเวลามันเร่งแล้วนะครับ มาดูคณะกรรมการ ตรวจสอบเงินแผ่นดิน มีข้อเสนอแนะว่ารัฐธรรมนูญต้องมีบทบัญญัติที่ชัดเจนว่าจะต้องมีการ แก้ไขอย่างไร รัฐบาลต้องเร่งรัดการจัดกฎหมายและการเงินการคลัง เพื่อวางกรอบวินัย การเงินการคลัง เห็นไหมระบุชัดเจนเลย แต่ว่ามีหน่วยงานใดเอาไปปฏิบัติไหมครับ นี่ผิดมาตรา ๑๕๗ แล้วนะครับ
ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ เหลืออีกนิดเดียวจะจบแล้วนะครับ มาดูโครงสร้างเงิน แห่งชาติสิครับ ประเทศไทยเราถนัดมองทางปีกขวาที่เป็นสีเหลืองที่บอกว่ายูส ออฟ ฟันด์ (Use of Fund) เรามีแต่ใช้เงินอย่างเดียวเลย แต่เราไม่เคยมองซอร์ส ออฟ ฟันด์ (Source of Fund) เลยว่าแหล่งเงินที่มามันจะเป็นอย่างไร เราพูดถึงการออมแห่งชาติแล้ววันนี้ มันล้มเหลวไหมครับ การออมแห่งชาติ การลงทุนแห่งชาติ ท่านเคยพูดถึงไหมครับ ท่านเคย พูดถึงแนชเชอรัล แอสเซท (Natural Asset) ไหมครับ คือทรัพย์สิน สินทรัพย์ของประเทศ ถ้าดูลูกศรไล่ลงมานะครับ แล้ว ๓ ลูกศรชี้ลงมา ทั้งหมดต้องไปสู่ยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ อย่างเป็นระบบและมีไดเรกชัน (Direction) เดียว แล้วผมขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณเลยนะครับ ท่านเคยมองว่าทรัพย์สินที่มีอยู่มหาศาลที่ไปซุกไว้ มันเหมือนเอาคนดี ๆ ไปเป็นคนพิการ แทนที่จะมาเกิดผลผลิต ผลิตภาพในประเทศกลับไม่เกิดเลย นี่เสียดาย ที่ท่านถูกปฏิวัติไปก่อนไม่อย่างนั้นเรื่องนี้อาจจะจบไปตั้งแต่ตอนช่วงนั้นแล้ว
ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ คราวนี้ผมขอชำแหละสำนักงบประมาณนะครับ ผมใช้คำว่า ข้อห่วงใยในการจัดสรรงบประมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในที่นี้ ท่านฟังแล้วนี่ ผมคิดว่าท่านจะคิดอยู่ในใจว่าทำไมศรัณย์เอาออกมาตรงใจเหลือเกิน
อันที่ ๑ การพิจารณางบประมาณขาดการวางยุทธศาสตร์ชาติไปเชื่อแต่ สภาพัฒน์ แผนพัฒนา ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี แล้วเป็นอย่างไรครับ วันนี้ประเทศไทยล้าหลัง ขนาดไหน ท่านเคยเห็นไหมครับ ขาดแผนแม่บทของหน่วยงานและการจัดสรรงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับนโยบายและแผน ขาดหลักการในการพิจารณางบประมาณ ขาดประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเอง แล้วซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองมากเลยครับ นี่คือสำนักงบประมาณที่จัดทำงบมาทุกปี ๆ ขาดประสิทธิภาพในการพิจารณางบประมาณ ในชั้นกรรมาธิการ ผู้แทนราษฎรมีเวลาจำกัดครับ อ่านหนังสือ ๑,๐๐๐ หน้า ในเวลา ๕ นาที แล้วบอกโอเค นี่คือวิธีพิจารณางบประมาณนะครับ น่าตกใจไหมครับ ยังไม่พอนะครับ และขาดการกลั่นกรองและตรวจสอบอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะเอาเข้ามา ให้กรรมาธิการพิจารณา เอามาตั้งสูงเท่าโต๊ะอย่างนี้เลยนะครับ แล้วก็เข้าพิจารณาเลย นี่ละครับ วิธีของสำนักงบประมาณ ต้องเปลี่ยนแปลงนะครับ ไม่เปลี่ยนผมไม่ยอมนะครับ แล้วกรรมาธิการหลายท่านขาดความพร้อม นี่ผมใช้คำพูดที่สุภาพนะครับ ขาดความพร้อม จริง ๆ ผมอยากจะบอกว่าไม่มีความเข้าใจเลยยังพูดได้ ขาดระบบตัวช่วยในการกลั่นกรอง อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็รู้ว่าผู้แทนราษฎรมาจากไหน ทำไมไม่วางระบบที่จะช่วยให้เขามี ประสิทธิภาพในการกลั่นกรอง
ข้อห่วงใยต่อไปนะครับ สไลด์ต่อไปด่วนเลยนะครับ แล้วเวลาผ่าน งบประมาณ ผมขอข้ามอันที่ ๑ ไป ขาดการกำกับดูแลใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งตอนปลาย ๆ งบประมาณ แล้วก็ใช้วิธีพิเศษ นี่คือการกำกับเมื่อเงินหลุดออกไปแล้ว สำนัก งบประมาณมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารจัดการงบประมาณไม่เป็นไปตามเจตนา ที่อนุมัติ ขาดการถ่วงดุลดังนี้
๑. มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงรายการได้ ถ้าผมขอซื้อรถถัง ถึงเวลาผมไป เปลี่ยนเป็นรถเบนซ์ คุณจะว่าอย่างไร เพราะอำนาจอยู่ที่สำนักงบประมาณ ทำความตกลงกัน ได้นะครับ นี่ละที่คุณปล่อยให้ผู้แทนราษฎรนั่งประชุมกันแทบเป็นแทบตาย ๒ เดือน ๓ เดือน แล้วก็คิดว่าเงินที่อนุมัติไปต้องไปทำตามนั้น แต่ว่าแทนที่จะซื้อรถถังไปซื้อรถเบนซ์ แบบนี้คุณ ยอมหรือครับ มีการผูกพันงบประมาณแล้วก็มีการกำกับราคากลาง มีการกำกับค่าเคต่าง ๆ ท่านเห็นสมควรไหมที่ปล่อยให้สำนักงบประมาณทำอย่างนี้ต่อไป ผมคนหนึ่งละที่ไม่ยอม ผม อยากจะให้ปรับปรุงเสียที แล้วมาดูการเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนของภาครัฐ พูดแล้วติเขาก็ต้องมี วิธีเสนอทางแก้ด้วย ที่เราบอกว่างบลงทุนเหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ลดลงมาทุกที ๆ ผมจะ ทำให้เป็น ๕ เปอร์เซ็นต์
ท่านดูสไลด์ต่อไปเลยนะครับ ดูว่าจะทำอย่างไร ถ้าต้องการลงทุนเมกะ โปรเจกต์ต่าง ๆ ต้องใช้เงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พัฒนาประเทศไปสู่อะไรต่าง ๆ วันนี้เรามีอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลา ๓๐ ปีอย่างต่ำ
อันที่ ๑ ครับ ถ้าปรับประสิทธิภาพสำนักงบประมาณได้จะเพิ่มได้อย่างต่ำ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เงินลงทุนที่เคยเหลืออยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไหมครับ ถ้าปรับสำนักงบประมาณใหม่ แล้วเพิ่มเงินนอกงบประมาณเข้าไปจะเพิ่มได้ ไม่ต่ำกว่า ๕๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไหมครับ คนไทยทั้งประเทศ แล้วถ้าปรับงบประมาณใหม่ เพิ่มเงินนอกงบประมาณแล้วเพิ่มซอร์ส ออฟ ฟันด์ ก็คือแหล่งที่มาของเงินต้องมีวิธีการ จัดสรร ไม่ใช่มีแต่ใช้เงินอย่างเดียว อันนี้จะเพิ่มเป็นทวีคูณครับ
ดูสไลด์ต่อไปนะครับ ผลดีที่นำเงินนอกงบประมาณมาสู่ระบบจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเพิ่มเม็ดเงินเพียงพอในการบริหารจัดการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติที่เรา วางเอาไว้ระยะยาว ยุทธศาสตร์ชาติที่วางระยะยาวนี่ ผมบอกให้จุดแข็งของประเทศไทย มี ๓ อย่าง ไม่เชื่อลองมาทบทวน แล้วมาดีเฟนด์ (Defend) กับผมก็ได้
๑. ประเทศไทยเรามีความได้เปรียบทางด้านการเกษตร เป็นศูนย์กลางอาหารโลก ได้สบาย ๆ เน้นไปทางนี้เลย
๒. เรื่องการท่องเที่ยวก็ไม่แพ้ใคร เน้นไปเลยนะครับ ลงทุนไม่เท่าไร กำไรโขเลย
ประการสุดท้ายเลย เราจะต้องเป็นศูนย์กลางการบริการ เป็นศูนย์กลาง การคมนาคม ยังมีอีกหลายอย่างตามมา แล้ววันหลังจะชำแหละให้ดูว่ายุทธศาสตร์ชาติ คืออะไร และการแก้ภัยพิบัติก็ตาม เมกะโปรเจกต์ก็ดี เราจะสามารถใช้เงินตัวนี้ไปบริหาร จัดการได้ และพลังงานแห่งชาติผมบอกว่าจะต้องลงทุนเสียที สำรวจเองได้ไหม ใช้เงินสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ต้องทำ แต่ผลที่ออกมามันจะคุ้มค่ามาก ไปปล่อยให้สัมปทานต่างชาติ เข้ามาทำ ปล่อยได้อย่างไร เพิ่มสัดส่วนงบลงทุนจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ ลดการกู้หนี้ ก่อหนี้สาธารณะ ถ้าใช้วิธีผมเราไม่ต้องกู้เลยครับ ที่ฟังมานี่กู้นั่นตีกันไปตีกันมา ที่จริงเรามีเงินซุกซ่อนอยู่ทำไมไม่เอาออกมา แล้วจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะเราจะเจอเรื่องเอฟทีเอ เจอเออีซีที่กำลังจะเข้ามา แล้ววิกฤติเศรษฐกิจโลกกำลังจะเกิดขึ้น เอาเงินที่ไหนไปสู้เขา และอันนี้คือการสนับสนุนนโยบายการออมแห่งชาติด้วยครับ
ขอสไลด์ต่อไปครับ จะจบแล้วครับ แนวทางการบริหารเงินนอกงบประมาณ นะครับ ให้ผู้แทนราษฎรที่มีอยู่นี้ทั้งหมดเลย เราขึ้นมาแก้มาตรา ๑๗๐ เลย เอาให้ชัดเจนเลย ว่าต้องดึงเงินนอกงบประมาณเข้ามาในระบบ กฎหมายที่ล้าสมัยก็แก้ แล้วเราต้องประกาศ ยุทธศาสตร์ชาติ ผมสั้น ๆ เพราะเวลามันเร่งแล้ว
ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ แต่ทั้งหมดนี้จะทำไม่ได้ถ้าขาดระบบที่เขาเรียกว่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็ม (International information system) ซึ่งเป็น ระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ ผมอยากเสนอโครงสร้างนี้ให้กระทรวงไอซีทีเอาไปทำเสียที ให้มันครอบหนึ่งเดียวในประเทศ ผมไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องของตัด งบประมาณคอมพิวเตอร์ ผมปวดหัวเลย มาแต่ละหน่วยงานกระจัดกระจายไปหมดเลย ซื้อเป็นชิ้นส่วนหมดเลย เศษเหล็กทั้งนั้นเลยครับ เปลืองอย่างมากเลย จัดระบบเสียทีเถอะครับ
ขอสไลด์ต่อไปครับ จะจบแล้วครับ ปัญหาการเข้าหาข้อมูลถึงความจริงนะครับ ทำไมเราไม่ถึงความจริงเสียที
๑. รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ขาดความชัดเจน ให้ดำเนินการได้
๒. รัฐบาลที่ผ่านมาหรือยังไม่มีรัฐบาลชุดใดที่ชี้ชัดว่าต้องเอาจริงกับมัน แต่ผม มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้เอาแน่
๓. โครงสร้างของกรมบัญชีกลางถูกตอน ไม่สอดคล้องกับบทบาทภารกิจเลย วันนี้อำนาจไปอยู่ที่สำนักงบประมาณหมดเลย มันจะต้องแบ่งกันสิครับ เรื่องของนโยบาย กับเรื่องของการบริหารและการตรวจสอบ อันนี้กรมบัญชีกลางก็บ้องแบ๊วอย่างเดียว เดี๋ยวจะ บอกให้ว่าบ้องแบ๊วอย่างไร ผมเอาโครงสร้างมาให้ดูเลยนะครับ แล้วโครงสร้างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ตอบสนองเลยนะครับ ขาดเน็ตเวิร์ก (Network) ในการเชื่อมโยงอย่างที่ผม กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้
ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ อันนี้ละครับที่ผมจะชำแหละกรมบัญชีกลางให้ดู ที่จริงจะชำแหละ สตง. ชำแหละสำนักงบประมาณ แต่เวลามีจำกัดมากเลย เอาแค่สั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็แล้วกัน ช่องซ้ายสุดสีดำนะครับ คือในอดีตเขาเรียกกรมบานชีกลาง บานนะครับ ไม่ใช่บัญ บาน ประกอบด้วยสำนักงบประมาณ แล้วก็มีกรมบัญชีกลาง แล้วก็มี สตง. มีอะไร อยู่ในนี้หมดเลยเบ็ดเสร็จ เขาเข้มแข็งมาก ดูแลได้หมด วันดีคืนดีจับเขาแยกแล้ว ปัจจุบันนี้ โครงสร้างตรงกลางแยกเลยนะครับ แต่ละส่วน ๆ เป็นอิสระหมด สตง. แทนที่จะช่วยตรวจให้ กรมบัญชีกลางเป็นว่าวลอยลิ่วไปเลย ไม่รู้ไปตรวจอะไรกันอยู่ แล้วมาดูโครงสร้าง ที่เป็นอนาคตนะครับ อันนี้ผมจะไม่อธิบาย แต่ว่าชี้ให้เห็นว่า เดี๋ยวผมจะส่งให้ประธานนะครับ ใครสนใจไปขอที่ประธาน สรุปนะครับผมไม่ต้องการให้ประเทศเราอยู่ใต้อิทธิพลของอำนาจมืด โดยเฉพาะแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ เดี๋ยวผมจะบอกว่าคือใครบ้าง ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบาย ของประเทศชาติ ในอดีตแก๊งค์ ออฟ ซิกซ์ คุมประเทศไทยมาตลอดเลย แต่มาช่วงหลัง ๆ นี้ ก็เริ่มมีบทบาทลดลงไป ประกอบด้วย ๑. สภาพัฒน์เป็นผู้วางแผน ยิ่งวางไป ๕๐ ปี ประเทศไทย จนลง จนลง แก็บ รวย จน ยิ่งห่าง ล้าหลังกว่าคนอื่นเขา มาดูสำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ จัดสรรอย่างไรครับ จนกระทั่งเราเหลือมาแบบนี้ มันรั่วไหลขนาดไหน มาดู ก.พ. จัดสรรกำลังคน จัดสรรอย่างไร คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความไปตีความมา แม้กระทั่ง พรรคประชาธิปัตย์ยังโดนยุบเลยตอนที่ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ใช่ไหมครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นใคร ท่านศึกษากฎหมายดี ๆ สิครับ ที่จริง มันไม่น่าจะถึงขั้นต้องยุบสภา แต่ว่าเป็นเรื่องการตีความกฎหมาย เห็นไหมครับพวกนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะยอมให้เป็นอย่างนั้นหรือครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลระบบ การเงิน แต่ในที่สุดไปสู้ค่าเงินจนเจ๊งกันหมดทั้งบ้านทั้งเมืองเลย แล้วเราปล่อยอย่างนี้ได้หรือครับ ขณะที่ สศก. สำนักงานเเศรษฐกิจการเกษตรก็เป็นผู้พยากรณ์เศรษฐกิจ แล้วทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ยุคท่านป๋วย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ แล้วนะครับ เก่ากึ๊กเลย วันนี้มันต้องชำแหละเสียที
สรุปการบริหารเงินงบประมาณมีข้อจำกัดและไม่บรรลุเป้าหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ที่กำหนดไว้ ทำให้เสียโอกาสและขาดประสิทธิภาพ ถ้าไม่สามารถแก้ไขควบคุมใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณอย่างเป็นระบบสู่งบประมาณแผ่นดินได้ ก็ส่งผลให้เม็ดเงินงบประมาณมีมากขึ้นในแต่ละปี ถ้าเราสามารถแก้ไขได้เม็ดเงินจะมีมากขึ้น และอยากให้สภานี้ตื่นเสียที ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าเสียโอกาสนี้นะครับ อย่าปล่อยให้ชาติเสียหาย ต่ อ ไ ป ท่านจะแก้หรือปล่อยอย่างนี้ แล้วแต่นะครับ ผมบอกไว้แล้วครับ บอกคนไทยทั้งประเทศแล้วว่า สิ่งนี้มันจะต้องแก้ ถ้าไม่แก้ก็ให้คนไทยตัดสินใจเอง และขอเชิญชวนเพื่อน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ นะครับ ผมจะร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ให้ได้ เพื่อจะเอาเงินนอกงบประมาณ เข้ามาในระบบให้ได้ เรื่องอื่น ๆ ผมยังไม่ได้สนใจอะไรเท่านี้
ขอสไลด์ต่อไปครับ เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้บาดเจ็บนะครับ ผมขออันเชิญ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันอีกครั้งหนึ่งนะครับ “เงินของเผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ” ท่านตรัสไว้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๒ ไปค้นมาแทบตาย
ขอสไลด์สุดท้ายเลยนะครับ ได้โปรดนะครับ ทุกคนดูสไลด์นี้แล้วได้โปรด เมตตาผมด้วยนะครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ผมอาจจะต้องเจออะไร และอาจจะบาดเจ็บ นะครับ แต่กราบเรียนว่าที่กล่าวมาทั้งหมดไม่มีเจตนาจะกล่าวว่าร้ายใครทั้งสิ้น เพียงต้องการ ชี้ให้เห็นว่าระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาและข้อกฎหมายที่มีอยู่เดิมมันล้าสมัยมาก ต้องแก้ไข เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน และลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศ ในอนาคตครับ กราบขอบพระคุณครับ