สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

กษิต ภิรมย์ พูดถึงการบริหารงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ โดยเรียกร้องให้กระทรวงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในต่างประเทศ และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในต่างประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอกล่าวผ่านท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการ งบประมาณนะครับ ข้อสังเกตบางประการเพื่อจะนําไปสู่ข้อเสนอของผมที่อยากจะให้ ตัดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ ดูจากงบประมาณโดยองค์รวม ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นก็ไม่ได้ผิดไปจากงบประมาณของปีที่แล้ว ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มีเพิ่มนิดหน่อย ดังที่เพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. เทพไท ได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ ซึ่งสะท้อนว่าจะมีการดําเนินการที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วมาสู่ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มีการต่อเนื่องของการดําเนินการเมื่อปีที่แล้ว ไปสู่ในปีนี้ ๒๕๕๕ ก็เป็นความต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล ในอดีตมีประเด็นปัญหาต่าง ๆ ก็ดูจะเป็นการพูดที่ไม่ค่อยจะเป็นความจริงนัก อันนี้ก็อยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการว่าเป็นเรื่องของการต่อเนื่องที่สําคัญ แล้วก็เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย แล้วก็การดําเนินการในการต่างประเทศของเรานั้น ก็ทําทั้งในเรื่องของทวิภาคี เรื่องของภูมิภาค แล้วก็เรื่องของพหุภาคีในกรอบของสหประชาชาติ แล้วก็ด้วยประเด็นนี้ผมก็อยากจะขอย้ําผ่านท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการนะครับว่า บทบาทภาระหน้าที่อันสําคัญยิ่งของกระทรวงการต่างประเทศ ก็คือการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ของต่างประเทศต่อประเทศไทย แล้วก็ในแง่กลับ กระทรวงการต่างประเทศก็มีหน้าที่ในการ ที่จะสะท้อนความเป็นไปภายในประเทศไทยไปสู่ชาวโลกให้เขาได้รับทราบ แต่ว่าประเด็น ปัญหาที่ผมอยากจะขอให้ทางกรรมาธิการได้สอบถามกระทรวงการต่างประเทศในการ ใช้งบประมาณกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาทให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่นั้น ก็คือว่าต่างประเทศ เขาว่าอย่างไร เท่าที่ผมทราบนั้นต่างประเทศโดยเฉพาะคณะทูตที่นี่ องค์การสหประชาชาติ วงการธุรกิจต่างประเทศที่นี่เขามีความอึดอัดใจเกี่ยวกับความเป็นไปในการดําเนินนโยบาย และมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย เขามีความสับสนเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นกระทรวง การต่างประเทศจะต้องทําหน้าที่ในการที่จะสะท้อนความรู้สึกของต่างประเทศมาสู่รัฐบาล เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้อง แล้วมีการใช้งบประมาณโดยองค์รวม ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น อย่างเต็มที่ รวมทั้งการใช้งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มที่ด้วยประสิทธิภาพ แล้วก็สะท้อนกับความจริงแล้วก็ภาระหน้าที่อันสําคัญต่อประเทศชาติ ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ต่างชาติยังกังวลอยู่ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันก็ดี เรื่องของกฎหมายหมิ่นก็ดี ต่าง ๆ เหล่านี้ เกี่ยวกับบทบาทของอดีตนายกรัฐมนตรีก็ดี มันมีความสับสนเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลนี้จะเอาอย่างไรแน่ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความโปร่งใส ก็อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการให้เน้นกับกระทรวงการต่างประเทศ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเป็นกระจกสะท้อนความเป็นไปของไทยสู่โลกและจากโลก สู่ประเทศ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะขอกล่าวเป็นเชิงแนะต่อคณะกรรมาธิการ ก็คือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทยจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี จะเป็น กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสํานักงานส่งเสริมการลงทุนก็ดี กระทรวงพาณิชย์ผ่านทาง กรมส่งเสริมการค้าก็ดี โดยองค์รวมทั้งหมดนี้มีหน้าที่ในการที่จะต้องส่งเสริมภาพลักษณ์ แล้วก็ภาพพจน์ของประเทศไทย ขอใช้คําภาษาอังกฤษ เขาใช้คําว่า โปรโมชั่น ออฟ ไทยแลนด์ (Promotion of Thailand) เพราะฉะนั้นการประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศในการชี้แจงในการส่งเสริมประเทศไทยนั้นมีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่ง และถ้าเผื่อมีการประสานงานที่ดีนะครับ ท่านประธานครับ ขอย้ําไปที่คณะกรรมาธิการก็จะ มีการลดค่าใช้จ่ายถ้าเกิดมีการประสานงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา แล้วก็ไปใช้งบประมาณกัน อย่างฟุ่มเฟือยหรือโดยที่ซ้ําซ้อน ไม่จําเป็น ก็ขอเน้นประเด็นนี้ครับ ถ้าเผื่อมีการประสานงาน การส่งเสริมประเทศไทยในต่างประเทศกันอย่างจริงจัง เราจะตัดทอนงบประมาณแล้วก็ นํางบประมาณที่เหลือนั้นไปพัฒนาประเด็นปัญหาทางด้านสังคมของประเทศไทยได้มาก ยิ่งขึ้นด้วย

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่พี่น้องประชาชนชาวไทยในต่างประเทศเขาเรียกร้องมา แล้วกระทรวงการต่างประเทศยังทําไม่เสร็จเสียที ก็คือการที่จะให้เขามีโอกาสในการที่จะทํา บัตรประชาชน แล้วก็ต่อบัตรประชาชน เหมือนกับที่เขาสามารถที่จะต่อหนังสือเดินทางได้ ในต่างประเทศ เรื่องนี้ก็คั่งค้างมา ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ประชาชนชาวไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ก็ขอเร่งรัดมา คิดว่างบประมาณที่มีอยู่ของกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะที่กรมการกงสุลนั้น สามารถที่จะอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวไทยในต่างประเทศได้

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าการส่งเสริมประเทศไทยนั้น แล้วก็การดูแล คนไทยในต่างประเทศ ตอนนี้มีคนไทยไปจาริกแสวงบุญที่ประเทศอินเดียกันอย่างมาก ก็อยากจะให้กระทรวงการต่างประเทศมีการบริหารจัดการดูแลคนไทยให้ดีกว่านี้ ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็กระทรวงวัฒนธรรมเป็นการเฉพาะ อันนี้ก็ไปขอให้เร่ง ให้มีการดําเนินการอย่างจริงจัง เป็นเรื่องที่คั่งค้างมาจากรัฐบาลที่แล้ว

ส่วนประเด็นสุดท้ายก็คือเนื้อเรื่องที่ทําไมผมอยากจะขอเสนอตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ ก็ด้วยเหตุผลอย่างที่เมื่อกี้นี้ ท่านเพื่อน ส.ส. ของผมท่านเทพไทได้กล่าวไว้ อยู่ดี ๆ ก็มีการใช้อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็นายกรัฐมนตรีของเราเพื่อทํางาน ในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน ก็มุ่งในเรื่องของการทํางานหนังสือเดินทาง เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไปตัดการเดินทางใด ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะไม่มีความจําเป็นเขาอยากจะทํางานอยู่ ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะที่กรมการกงสุลแล้วก็ออกหนังสือเดินทางให้กับนักโทษมากกว่า ขอขอบคุณท่านประธานครับ