วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พูดเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา โดยมีเหตุผลที่ว่าลุ่มน้ำสายบุรีและลุ่มน้ำปัตตานีไม่ได้รับการจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ วิรัตน์ กัลยาศิริ ยังพูดถึงการสร้างเขื่อนกรงปีนังเพื่อจัดการน้ำในลุ่มน้ำปัตตานี และการสร้างคลองร. ๑ เพื่อระบายน้ำในลุ่มน้ำอู่ตะเภา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติไว้ ในมาตรา ๓ ขอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ ๑๐ เป็นเงิน ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมมี เหตุผลท่านประธานครับ ในฐานะที่สภาตั้งผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการน้ำภาคใต้ ๑๔ จังหวัด และกรรมาธิการงบประมาณได้ตั้งผมเป็นอนุกรรมาธิการแหล่งน้ำ ผมกราบเรียน ครับว่าเมื่อมาดูคำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในข้อ ๑.๔ เรื่องการส่งเสริมการบริหารการจัดการน้ำอย่างบูรณาการว่า จะบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบให้สามารถป้องกันบรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหา แล้งซ้ำซาก เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ รายละเอียดมีอยู่ในคำแถลง ผมเรียน ครับว่าถ้าผมจะไล่ตั้งแต่ภาคใต้ล่างสุดมาท่านประธานครับ ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มแม่น้ำสายบุรี ถ้าจัดการไม่ถูกต้องอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ น้ำมาก็จะท่วมสุไหงโก-ลก ก็จะท่วมจังหวัด นราธิวาส ถ้ากระผมอยากจะกราบเรียนว่าได้มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับลุ่มน้ำนี้อย่างน้อย ๒ ครั้งว่าทางราชการควรจะต้องหาวิธี หามาตรการจัดการน้ำเกี่ยวกับลุ่มน้ำสายบุรีนะครับ มีการยกอ้างเหตุครับว่าอาจจะมีพื้นที่บางที่ไปกระทบกับที่ฝังศพมุสลิม แต่ว่าเรื่องนี้ก็ทิ้งช่วง มาจนถึงในปี ๒๕๔๘ รัฐบาลท่านทักษิณก็หยิบยก มาถึงเดี๋ยวนี้ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า แม่น้ำสายบุรียังไม่ถึงไหนเลยครับ ผมก็พยายามติดตามว่า จะมีโอกาสได้สนองเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนแค่ไหน เพียงใด หรือไม่ ไม่เลยครับ ผมเลื่อนขึ้นมาครับท่านประธานครับ ลุ่มน้ำปัตตานี อันนี้ก็เป็นพระราชดำริเช่นเดียวกัน เรียนท่านประธานว่าลุ่มน้ำปัตตานีทรงดำริไว้ ๓ เขื่อนครับ ๑. เขื่อนบางลาง สร้างแล้วครับ ๒. เขื่อนปัตตานี สร้างแล้วครับ แต่ ๓. เขื่อนกรงปีนัง ลักษณะเขื่อนกรงปีนังเหมือนกับเขื่อน ชัยนาทคือเป็นเขื่อนทดน้ำ ผมสอบถามในอนุกรรมาธิการที่มีท่านศักดา คงเพชร เป็นประธาน ให้ช่วยถามกรมชลประทานว่าใช้เงินสักเท่าไรที่จะทำเขื่อนกรงปีนัง ณ ปี พ.ศ. นี้ครับ ปรากฏคำตอบก็คือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าทำขึ้นมาจริง ๆ แล้ว จะเอาน้ำไปทำนาในหน้าแล้ง ๑๓๒,๐๐๐ ไร่ เกิดประโยชน์กับพี่น้องในจังหวัดยะลามหาศาล เอาน้ำไปลงพรุน้ำดำ ได้น้ำ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ดูแลพื้นที่อีกเป็นหมื่นไร่ ทั้งหลายทั้งปวง เหล่านี้ เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ผมได้เจอกับท่านผู้อำนวยการชลประทาน ท่านก็บอกว่าถ้าทำอย่างที่สภาคิดจะเกิดประโยชน์มหาศาล ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ยังไม่เห็นอะไรเลยครับ ขึ้นมาอีกครับ เพื่อประหยัดเวลาสภา มาถึงตรงนี้ครับท่านประธาน คือลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาท่านประธานครับ เกิดอุทกภัยเมื่อปี ๒๕๓๑ เมื่อปี ๒๕๔๓ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ เมื่อปี ๒๕๓๑ ที่อุทกภัยในลุ่มน้ำอู่ตะเภาที่ท่วมหาดใหญ่ อย่างมโหฬารนะครับ ในหลวงท่านมีพระราชกระแส แต่ว่า ๑๐ ปีต่อมาท่วมอีกในปี ๒๕๔๓ ใน ๑๐ ปีนั้นครับรัฐบาลไม่ได้ทำอะไร เอาละครับ ในปี ๒๕๔๓ ท่วมอีก รัฐบาลพรรค ประชาธิปัตย์ก็เลยมาสร้างคลอง ร. ๑ นะครับ สร้างคลอง ร. ๑ แต่ปี ๒๕๕๓ ท่วมอีก เพราะอะไรครับ เพราะว่าปริมาณน้ำมันมามากกว่าที่คำนวณไว้ ๒ เท่า แต่รอบนี้ ท่านประธาน รอบนี้ในฐานะที่สภามอบหมายให้ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมลงไปประชุมคณะกรรมาธิการ ลงไปประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ก็ขอร้องในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่ากรมชลประทานจะต้องให้น้ำอยู่ในเขื่อนคงเหลือ ต้องไม่เกินกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ประสานกับท่านนายกฯ พื้นที่ให้น้ำคงอยู่ในคลองให้น้อย ที่สุด รอบที่ผ่านมาเมื่อ ๒-๓ วันในวันที่ ๑ วันขึ้นปีใหม่ท่านประธานครับ ปริมาณฝนที่ตก ในสะเดาประมาณ ๓๐๐ มิลลิเมตร ปริมาณฝนที่ตกที่นาหม่อมประมาณ ๒๐๐ กว่ามิลลิเมตร ถ้าไม่มีการจัดการที่ดีนะครับ เชื่อได้ว่าหาดใหญ่ก็จะเป็นทะเลสาบ แต่ว่าจากการเตรียมการ ก็ทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมไม่ท่วมเศรษฐกิจหลัก แต่มาท่วมชานเมืองในแถวหาดใหญ่ใน ผมพูด มาถึงตรงนี้เพื่อจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าจะให้หาดใหญ่ปลอดภัย ให้พื้นที่ลุ่มน้ำ คลองอู่ตะเภาปลอดภัยครับท่านประธาน ท่านแค่อนุมัติยกสปริงเวย์ (Spring way) ขึ้นมาที่ สะเดาอีก ๑ เมตร ท่านก็สามารถเก็บน้ำได้อีก ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้เงินเท่าไรครับ ๑๐ ล้านบาท ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาท่านปัจจุบันท่านกฤษฎา บุญราช ท่านเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ บอกว่าสามารถยกคันคลอง ร. ๑ ขึ้นมา ๑ เมตร ยาว ๗ กิโลเมตร ส่วนปลายคลองแถวบางกร่ำ แถวบางเหรียง แถวบางหยีขยายคลอง ใช้เงินเท่าไรครับ ใช้เงิน ๓,๐๐๐ บาท ระบายน้ำเป็นอย่างไร ระบายน้ำจาก ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นเป็น ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใช้เงิน ๓,๐๐๐ บาท เพราะว่าในปี ๒๕๔๓ ที่เราเมื่อเกิดเหตุ แล้วท่านประธาน มีคนตาย ๑๘ ความเสียหายแม้ว่าท่วมไม่นาน ไม่เสียหายเหมือนประเทศไทย ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่หาดใหญ่ก็โดนเข้าไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าเมื่อการจัดการเกี่ยวกับน้ำไม่ถูกต้องผมเลยปรับลดไว้ร้อยละ ๑๐ อยากจะ กราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าพอปล่อยน้ำจากคลองอู่ตะเภาลงทะเลสาบ ทะเลสาบ กรมชลประทานก็ทำไม่ได้ กรมที่จะทำได้คือกรมเจ้าท่า ตอนนี้ทะเลสาบมีเนื้อที่ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ลึกเท่าไรท่านประธานครับ แค่ ๘๐ เซนติเมตร ไม่ถึงเมตรครับ ถ้าแก้ผ้ากระโดดลง ทะเลรับรองว่าโป๊ ซึ่งผมก็ยังไม่เห็นผลงาน ไม่เห็นเนื้องานที่ชัดเจนว่ากรมเจ้าท่าจะขุดลอกร่อง ในทะเลสาบเพื่อเอาน้ำออกทะเลหลวงได้เป็นอย่างมีมาตรการได้แค่ไหน เพียงไรนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเพราะอะไรครับ เพราะว่า ถ้าท่วมแล้วเกิดความเสียหายอย่างยับเยินมหาศาลนะครับ แล้วก็สิ่งที่กระผมได้พยายาม สอบถามจากหน่วยงานก็ไม่ได้รับคำตอบ เพราะฉะนั้นเราเห็นอยู่แล้วครับว่าถ้าเราจัดการน้ำ ผิดพลาดนะครับ แม้ว่าน้ำส่วนหนึ่งเป็นภัยธรรมชาติ แต่ถ้าเราจัดการน้ำผิดพลาดก็เห็นอยู่ แล้วครับว่าความเสียหายมันเกิดกับประเทศไทยกี่ล้านล้านบาท หาดใหญ่บ้านผมรอบที่แล้ว ก็เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รอบนี้ต้องเรียนว่าเสียหายน้อยนะครับ แต่ก็เสียหาย และรอบหน้า ถ้าน้ำฝนฟ้ามามากกว่านี้ ถ้าเราไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ผมก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายได้อีกนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ต้องทำให้ครบระบบครับ สร้างแหล่งเก็บน้ำเหนือหาดใหญ่ เช่น แอ่งหล้าปัง พรุปลีควาย ต้นลุง หลาย ๆ ที่เพื่อเก็บน้ำ แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายในคลอง เพิ่มประสิทธิภาพ ในการระบายในทะเลสาบ ก็จะทำให้พี่น้องคนไทยในโซน (Zone) ล่างของประเทศ ซึ่งก็เป็น คนไทยเหมือนกับท่านประธาน เป็นคนไทยเหมือนกับผม เป็นคนไทยเหมือนกับท่านรัฐมนตรี จะได้บริโภคงบประมาณอย่างเท่าเทียม อย่างเสมอหน้า เพราะฉะนั้นผมจึงมี ความจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายในมาตรา ๓ ลงร้อยละ ๑๐ ครับท่านประธาน