สงกรานต์ จิตสุทธิภากร หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเสนอให้ตัดงบประมาณ 4% เพื่อสนับสนุนเทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และเสนอแผนการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ เช่น ชาวไร่ชาวนา ผู้สูงอายุ และโครงการฝึกอาชีพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณในปีหน้า โดยเสนอให้นำเงินที่เหลือไปช่วยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้จากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาล ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น ผมขอเสนอตัด ๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยอด ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ ๙๕,๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมตัดแล้วเอาไปทำอะไรบ้าง ผมตั้งใจว่าเงิน ๔ เปอร์เซ็นต์ที่เราจะได้จากการตัดงบประมาณปีนี้ผมจะทำอยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก สำหรับเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนั้น ผมคิดว่าเราต้องนำเงินก้อนนี้ ไปเสริมให้กับกระทรวงแล้วก็กรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำครับ ท่านประธานครับ ปีนี้ ผมได้เป็นคณะกรรมาธิการเรื่องน้ำ แล้วก็มีการพิจารณากันมาตั้งนานแล้ว แต่อย่างที่เห็น ๆ งบประมาณปีนี้การจัดนั้นไม่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันนะครับ เพราะว่าการจัดเหมือนกับว่า เป็นการจัดงบประมาณตามปกติ เหมือนกับว่าประเทศไทยนั้นไม่เคยประสบปัญหาเรื่องน้ำ มาก่อน การพิจารณางบของกรมชลประทานหรืองบอื่น ๆ นั้นก็พิจารณากันตามปกติ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนำเสนอขึ้นมา เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าจะทำอะไรบ้าง ท่านประธานครับ กรมชลประทานปัญหาเรื่องน้ำนั้นไม่ใช่ปัญหาเฉพาะน้ำท่วมครับ ตอนนี้ เข้าสู่ปัญหาเรื่องน้ำแล้งแล้ว แล้วปัญหานี้ก็เป็นปัญหาซ้ำ ๆ ซาก ๆ เกิดขึ้นทุกปี หลายคน ก็บอกว่าเปิดสภาใหม่ เปิดรัฐบาลใหม่ มี ส.ส. ชุดใหม่ คณะกรรมาธิการชุดแรกก็คือเรื่องน้ำ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมอยากจะให้นำเงินก้อนนี้ไปเพิ่มให้กับกรมชลประทาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ถามว่าทำไมผมอยากให้ตัดงบก้อนนี้ไปให้กับคนเหล่านี้เพราะอะไรครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ที่จังหวัดนครสวรรค์ของผม ทางเทศบาลมีความรู้ มีประสบการณ์ แต่ขาดงบประมาณ พอเวลาน้ำมาก็ทำกันสะเปะสะปะ เท่าที่ความรู้ความสามารถจะมี
สุดท้ายนะครับ เนื่องจากไม่มีงบประมาณน้ำก็ท่วมในตัวเทศบาลและพื้นที่อื่น ๆ ท่านเชื่อไหมครับ ว่าถ้ามีเงินจากการตัด ๔ เปอร์เซ็นต์นี้ไปให้ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ ประมาณสัก ๕๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ ปีหน้าชาวนครสวรรค์ก็จะไม่ประสบปัญหาเรื่อง น้ำท่วม แล้วท่านเชื่อไหมครับ ว่ามันจะประหยัดงบเท่าไรครับ ปีนี้เฉพาะเงิน ๕,๐๐๐ บาท ที่ท่านให้ไปเพื่อไปชดเชยน้ำท่วมนั้นก็หมดไปเป็นพัน ๆ ล้านบาทแล้วนะครับ นี่ยังไม่นับรวม กับเรื่องของความเสียหายของพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตซึ่งทำมาหากินไม่ได้ นับพันนับหมื่นล้านนะครับ อันนั้นก็คือเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะต้องทำนะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ เงิน ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ ผมคิดว่า กรรมาธิการควรจะนำเงินนี้ไปช่วยเหลือคนยากคนจน ท่านประธานครับ ผมเห็นรัฐบาล บริหารงานมา ๓-๔ เดือนนี้ครับ แล้วก็เห็นการจัดงบประมาณ ผมแปลกใจครับว่ารัฐบาล กำลังช่วยคนกลุ่มไหนกันแน่ ท่านลองคิดดูดี ๆ นะครับ ว่าอะไรที่เกี่ยวกับคนที่มีฐานะที่ดี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทท่านลดให้จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ทันทีมีผลในปีนี้ รถคันแรก บ้านหลังแรกท่านให้ได้ผลทันทีครับ แต่เรื่องที่เกี่ยวกับคนจนครับ ๓๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ยังต้องรอกันนะครับ แล้วที่สำคัญกว่านั้นครับ รัฐบาลที่แล้วไม่เคยพูดนะครับว่า เป็นรัฐบาลเพื่อคนยากคนจน แต่รัฐบาลที่แล้วอุดหนุนค่าแก๊สแอลพีจี (LPG) อุดหนุนค่าไฟฟ้าฟรี อุดหนุนรถเมล์ อุดหนุนรถไฟ แถมยังให้เบี้ยผู้สูงอายุกับคนยากคนจนด้วยครับ แต่ขณะนี้ ผมดูจากในงบนี้ นอกจากจะไม่อุดหนุนแล้วยังจะตัดออกด้วย ฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ ท่านกรรมาธิการควรจะตัดแล้วก็นำส่วนนี้ไปช่วยครับ ท่านครับ ผมมีเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องเงินสงเคราะห์คนยากไร้ แล้วก็ไร้ที่พึ่งนะครับ ซึ่งในรัฐบาลที่แล้วได้มีการกระจายให้กัน โดยทั่วถึง แต่เที่ยวนี้ผมได้ยินมาแล้วก็ทราบมาว่าการช่วยเหลือนั้นไม่ได้เป็นธรรมทั่วถึงถึงทุกคน นะครับ แล้วตอนนี้ที่มีปัญหาหนักก็คือเรื่องเงินชดเชยต่าง ๆ ท่านประธานครับ ไม่ต้องพูดถึง งบประมาณอันนี้นะครับ ขณะนี้เงินชดเชยชาวไร่ชาวนาบางพื้นที่ยังไม่ได้ครับ เงินชดเชย ค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่มีนะครับ ผมคิดว่าเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ต้องเอาไปช่วยอุดหนุนเรื่องเหล่านี้ให้พวกเขาสามารถจะลืมตาอ้าปากได้ หลายเรื่องที่รัฐบาล ที่แล้วทำท่านก็รับมาทำนะครับ อย่างที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องผู้สูงอายุ ท่านเอามาใช้แล้วท่านก็ เพิ่มต่อ ผมอยากจะให้ท่านเอามาอีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องต้นกล้าอาชีพครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีผู้ใช้แรงงาน ผมว่าเป็นนับหมื่นนับแสนที่กำลังตกงานอยู่ แล้วไม่รู้จะเริ่มต้นชีวิต อย่างไร ถ้ารัฐบาลมีโครงการที่เกี่ยวกับให้เขาได้มีการฝึกอาชีพ ทำอาชีพเพื่อให้เขาเตรียมตัว ไปหาอาชีพใหม่ อันนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีซึ่งรัฐบาลน่าจะทำนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่อง พ.ร.บ. การออมแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมเคย อภิปรายในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็สนับสนุนโครงการนี้ ครับ โครงการนี้เป็นโครงการเพื่อคนยากคนจนที่แท้จริงครับ คนสูงอายุหลายคนมีความหวัง ครับ จะร่วมเก็บเงินกับรัฐบาลโดยรัฐบาลเป็นตัวตั้ง แล้วเมื่ออายุ ๖๐ ปีเขาจะมีเงินใช้ อย่างน้อย ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ที่ดีนะครับ รัฐบาลควรจะนำมาสานต่อนะครับ ไม่ว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านควรจะ นำเรื่องนั้นมาสานต่อนะครับ
เรื่องที่ ๓ ครับ ที่ผมอยากจะพูดก็คือเงินอีก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมแล้ว ก็คือ ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากให้นำเงินส่วนนี้ไปช่วยกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็กระทรวง สาธารณสุขครับ ผมมีเหตุผลอย่างไรครับ กระทรวงศึกษาธิการครับ โรงเรียนต่าง ๆ ยังมีอีก เป็นนับร้อยนับพันโรงเรียนครับ เมื่อก่อนจะถึงวันเด็กมีโอกาสไปเยี่ยม ผอ. โรงเรียนต่าง ๆ ท่านบอกครับว่าโดยปกติแล้วโรงเรียนเล็ก ๆ ปีหนึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะให้เงินอุดหนุน ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็เป็นเรื่องยากครับ ก็จะมีช่วงรัฐบาลที่แล้วให้เงินไปก้อนหนึ่งค่อนข้างเยอะ แล้วก็ทำให้เริ่มเห็นผลนะครับ แต่ปีนี้ยังไม่เห็นอะไรเลยครับ อยากให้ท่านกรรมาธิการช่วยดู ด้วยนะครับว่างบของกระทรวงศึกษาธิการนั้นควรจะมีการจัดสรรให้มากกว่านี้ครับ และอีก เรื่องคือเรื่องสาธารณสุขครับ ท่านครับ คุณหมอหลายคน หลายท่าน ผอ. โรงพยาบาลหลาย โรงพยาบาลก็บ่นนะครับว่างบที่มีอยู่นั้นจำกัดครับ ผมเองได้เป็นคณะอนุกรรมาธิการด้วย นะครับ จำได้ว่ามีงบของ สปสช. เข้ามาเกี่ยวกับเรื่องรักษาฟรีเป็นเงิน ๑๐๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจำได้ครับว่าเงินก้อนใหญ่ครับ ถ้าไม่มองถึงเรื่องอะไรก็น่าจะตัดไว้บ้างครับ แต่เมื่อฟัง เหตุผลแล้วไม่มีใครตัดครับ ผมต้องยกให้ว่าทั้งประธานแล้วก็กรรมาธิการทุกคนไม่ตัด เพราะอะไรครับ เพราะเงินก้อนนี้เป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งซึ่งคนยากไร้จะได้ประโยชน์ ได้อาศัยใช้ยามเจ็บป่วย ยามไม่สบายครับ ไปหาหมอจะได้มีการรักษาที่ดี ฉะนั้นก้อนนี้ผมคิดว่า เงินแค่นี้ก็ยังไม่พอครับ ถ้าเรามีเงินเหลืออีก เราสามารถประหยัดเงินจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เรานำมาเสริมให้กับเขา ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่กรรมาธิการควรจะพิจารณา และรัฐบาลน่าจะนำไปทำครับ ผมก็คงไม่มีเรื่องอะไรนอกจากจะสรุปว่าการจัดงบประมาณ ในปีนี้ไม่สอดคล้องกับสภาพสถานะความเป็นจริง แล้วอย่างที่เห็นว่าถ้ามองไปในภายภาคหน้า แล้วปีนี้ไม่ใช่เป็นปีที่ดีของรัฐบาล แล้วก็ไม่ได้เป็นปีที่ดีของเศรษฐกิจโลกนะครับ เศรษฐกิจ โลกนั้นอยู่ในภาวะที่ลำบากครับ แล้วเงินประมาณการที่ท่านตั้งไว้ว่าท่านจะเก็บเงินประมาณ ล้านกว่า ๆ แล้วท่านจะกู้เพิ่มขึ้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าไม่พอครับ อย่างที่เห็นอยู่ว่า กำลังซื้อหดหายทั้งในประเทศและนอกประเทศ สิ่งที่ผมห่วงมากที่สุดคือเรื่องนโยบายจำนำข้าว ครับท่านครับ หลายท่านพูดไปแล้วนะครับ ท่านคิดดูแล้วกันว่าท่านมีต้นทุนข้าวที่ราคาแพง ขนาดนี้ แล้วต่างประเทศนั้นเขาอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ฉะนั้นเขาก็ต้องหาซื้อข้าว จากประเทศที่มีราคาถูกกว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าวเขมร ข้าวเวียดนาม ซึ่งพร้อมที่จะขายในราคา ที่ถูกกว่าประเทศไทย แล้วถ้าเกิดเราไม่สามารถที่จะขายข้าวได้ เราจะนำเงินที่ไหนมาพัฒนา ประเทศครับ เราจะเอาเงินที่ไหนมาพัฒนาแล้วก็ทำประเทศเราให้เจริญขึ้นไปครับ อันนี้ ก็ฝากท่านไว้ครับ แล้วก็บอกว่าผมมีเหตุผลพอที่จะตัด ๔ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ