นันทนา สงฆ์ประชา หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ เธอยังได้ขอปรับลดงบประมาณในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจาก 120,000 ล้านบาท เป็น 118,000 ล้านบาท และได้เสนอแนะว่าควรเรียงลำดับความต้องการความเสียหายในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ดิฉันได้สงวนความเห็นในมาตรา ๔ งบกลาง ใน (๒) ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการ เยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ซึ่งในหมวดนี้ ในมาตรานี้ ได้ตั้งงบประมาณไว้ในจำนวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันได้ขอสงวนความเห็นเพื่อที่จะ ขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะเป็นจำนวนเงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หวังว่าจะเอา เงินที่ปรับลดนี่นะคะมาแก้ปัญหาให้ตรงกับปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้น และดิฉันเชื่อว่าคำถามที่ ดิฉันจะถามรัฐบาลต่อไปนี้จะเป็นคำถามที่ประชาชนทั้งประเทศอยากจะถามรัฐบาล เหมือนกันว่ามหาอุทกภัยที่ผ่านมามันเกิดจะอะไรกันแน่ ดิฉันอยากจะถามข้อที่ ๑ ว่ามันเกิดจากฝนตกมากกว่าปีที่มามากน้อย แค่ไหน อย่างไร ถึงแม้ว่าจะมีคำตอบว่าฝนตกมากกว่าปีที่ผ่านมาเราบริหารในการจัดการน้ำทั้งเหนือเขื่อน แล้วก็ใต้เขื่อนผิดพลาดหรือเปล่าก็คงจะต้องการคำตอบ ซึ่งพี่น้องประชาชนอยากให้ตอบ ตรง ๆ หรือว่าข้อ ๓ เกิดจากการไม่สามารถที่จะโฟลว์ (Flow) น้ำ หรือปล่อยน้ำ ผันน้ำให้ลง อ่าวไทยได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ทั่วถึง ดิฉันเชื่อว่าน่าจะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากจะถาม เหมือนกันทั้งประเทศ แล้วก็ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องตอบปัญหาประชาชนว่าอีกประมาณ ๔-๕ เดือนข้างหน้าเป็นความกังวล แล้วก็สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้กราบเรียนไปว่าอีก ๔-๕ เดือนถ้าเป็นภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าหน้าน้ำจะมาอีกแล้ว รัฐบาลมียุทธศาสตร์ที่จะ สร้างความมั่นใจ ที่จะแก้ไขให้มันเกิดน้ำไม่ท่วมอีกน่าจะมีคำตอบหรือมีการชี้แจงให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างชัดเจนว่าตรงไหนจะสร้างฟลัดเวย์ (Flood way) ก็คือทางด่วนน้ำ ตรงไหน จะสร้างเขาเรียกฟลัดวอล (Flood wall) ก็คือผนังป้องกันน้ำ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ อุตสาหกรรมหรือพื้นที่เขตเมือง ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนกำลังรอคอยการชี้แจง ของรัฐบาลอยู่ เพราะดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าความสูญเสียครั้งนี้มันเป็นความสูญเสีย เป็นมหาอุทกภัยที่ประเมินค่าไม่ได้โดยเฉพาะจิตใจประชาชน พื้นที่ตรงไหนที่เราจะทำเป็น แก้มลิงวันนี้ต้องตอบให้ชัด ดิฉันเคยนำเสนอเพราะดิฉันเป็นกรรมาธิการงบประมาณให้กับ ในส่วนของ ธ.ก.ส. นะคะ ว่าท่านน่าจะเป็น เขาเรียกว่าเป็นต้นแบบหรือว่าเป็นตัวชี้นำ หรือในส่วนของกรมชลประทานว่าอย่าใช้ว่าเป็นการชดเชย ตรงไหนที่จะเช่าที่นาเช่าเลย เช่าเพื่อเป็นการผันน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำ ซึ่งจะเป็นแก้มลิงในขณะที่เรายังแก้ไขในส่วนของ ฟลัดเวย์ ในส่วนของการสร้างเขื่อน สร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่ยังไม่เสร็จสิ้น ดิฉันอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ว่า เพราะเท่าที่ดิฉันได้ติดตามการใช้งบประมาณหรือการของบประมาณ ในการใช้ในมาตรา ๔ นี้ ในวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเสนอมาโดยภาคของรัฐบาล ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ เช่น ในส่วนของกรมทางหลวง ถนนเส้นไหนได้ขาดแบบกระจุยกระจายพร้อมที่จะต้องมีการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อปรับสภาพ ให้กลับมาที่เดิมก็จะเสนอโดยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ในส่วนของแหล่งน้ำต่าง ๆ ก็จะเสนอในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำทั้งหมดในกระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ แต่ตัวดิฉันเองอยากจะกราบเรียนว่ายังไม่มีการบูรณาการอย่างแท้จริงในการสรุปปัญหา ในทางแก้ไขที่จะใช้เงินในกรณี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๔ นี้ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ถึงแม้ดิฉันจะขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรับลดเพื่อที่จะไปโปะกับก้อนใหม่ เพราะเชื่อเป็น อย่างยิ่งว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอในการที่จะแก้ไขปัญหา ในขณะนี้ แล้วดิฉันของฝากอีกว่าการเสนอของบประมาณมาในจังหวัดที่ได้เกิดผลกระทบ ในครั้งนี้ ขอให้เรียงลำดับความต้องการความเสียหายมาไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่สามารถจะมีเงิน ทั้งก้อนไปบูรณะหรือเยียวยาได้ทั้งหมด เขาเรียกว่าโดยกระจายงบประมาณลงไปให้ โดยที่บางเส้นทางควรจะสร้างก่อนหลังก็ไม่ได้เรียงลำดับมาอย่างนี้เป็นต้นนะคะ ท่านทราบ หรือไม่ว่าวันนี้ประชาชนก็ขาดความมั่นใจในการดำรงชีวิต และดิฉันก็เชื่อว่าไม่มีประชาชน บ้านไหนที่จะซ่อมแซมบ้านตัวเองให้ได้ดีเหมือนเดิม เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าอีก ๔-๕ เดือน ข้างหน้าน้ำจะท่วมอีกหรือเปล่า เพราะมันยังไม่เกิดความชัดเจนอย่างไรคะ ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในขณะนี้ไปกันอย่างเงียบ ๆ บางโรงงานย้ายไปประเทศ ฟิลิปปินส์ปิดสุดท้ายเอาคนงานออก ๒,๐๐๐ กว่าคน ก็คงจะได้ยิน บางโรงงานย้ายไป ประเทศจีน บางโรงงานย้ายไปประเทศเวียดนาม ไปกันอย่างเงียบ ๆ ไม่โวยวาย เหตุผล เพราะว่าไม่มีเสถียรภาพว่าถ้าเราอยู่ต่อไปรัฐบาลยังไม่มียุทธศาสตร์ที่แน่นอนประกาศ ประกาศออกมาก็เลย เอ๊ะ มันจะมั่นใจได้อย่างไรกับ ๔-๕ เดือนข้างหน้า ดิฉันอยากจะ กราบเรียนว่าถ้าสถานการณ์อย่างนี้ ถ้ารัฐบาลให้เกิดขึ้นอีกโดยไม่มีคำตอบว่าจะแก้ปัญหา น้ำท่วมอีกได้อย่างไร ดิฉันยังไม่อยากจะพูดคำที่เราจะต้องตกใจว่ามันจะเกิดหายนะ มันจะเกิดการท้อถอย และมันจะเกิดต่อแผ่นดินอันเป็นที่รักของเราว่าเราจะอยู่กันอย่างไร เด็กนักเรียนที่จบมาจะมีงานทำได้อย่างไร ถ้าฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะย้ายกันไป อย่างเงียบ ๆ อย่างที่เราได้ยินได้รับฟัง และได้ติดตามข่าวอยู่ในขณะนี้ และดิฉันก็อยากจะ กราบเรียนว่าถึงเวลาแล้วในการใช้งบประมาณ เขาเรียกว่าถ้าพูดเป็นภาษาโบราณ ก็พูด ในยามข้าวยากหมากแพง ก็ขอให้ใช้งบประมาณกันด้วยความกระเหม็ดกระแหม่ ถ้าเป็น ภาษาบ้านเรานะคะ ด้วยความที่จะไว้วางใจซึ่งกันและกัน กราบขอบพระคุณค่ะ