สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณในมาตรา ๔ งบกลาง จำนวน ๒ เปอร์เซ็นต์ โดยระบุว่าเงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญมีจำนวนมากและปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีรายจ่ายที่ไม่ติดใจ เช่น เงินเดือนและเงินปรับ ผ่องศรี ธาราภูมิ เสนอการปรับลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐลงไป 156 ล้านบาท และหารือเรื่องการใช้จ่ายในการปรับเพิ่มเงินการครองชีพ ชั่วคราวของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการและทหาร กองประจำการ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นปรับลดงบประมาณ ในมาตรา ๔ งบกลาง จำนวน ๒ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ เพื่อให้ได้รับทราบถึงเหตุผลที่ได้สงวนความเห็นในการปรับลด งบประมาณดังกล่าว กราบเรียนว่าสำหรับงบกลางนั้นที่รัฐบาลขอตั้งเข้ามาในวาระแรกก็คือ ๔๒๐,๖๐๑,๑๒๗,๔๐๐ บาท แต่ว่ากรรมาธิการได้มีการพิจารณาปรับลดในรายละเอียดของ งบกลางซึ่งมีทั้งสิ้น ๑๒ รายการ ที่ดิฉันจะขออนุญาตชี้แจงแล้วก็ให้เหตุผลประกอบ ต่อมา ก็ได้มีการแปรญัตติเพิ่มกลับเข้ามาจนมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข ขณะนี้งบกลางที่อยู่ในร่าง ที่สภากำลังพิจารณาก็คืออยู่ที่ ๔๒๒,๒๑๑,๑๒๗,๔๐๐ บาท แต่งบประมาณดังกล่าวก็ถือว่า เป็นงบกลางที่มีจำนวนมาก คำว่า งบกลาง ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นงบที่ทุกหน่วยงานมีโอกาส จะมาใช้ได้ แต่ว่าอยู่ในรายการต่าง ๆ กัน ดิฉันกราบเรียนเป็นเบื้องต้นเพื่อให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบ ถึงการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ แล้วก็ด้วยความเคารพกรรมาธิการแล้วก็ ท่านประธานคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่าน ทุกคนก็ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ แต่ดิฉันได้ กราบเรียนตั้งแต่ตอนต้นตอนเช้าแล้วว่า เนื่องจากด้วยเวลาอันจำกัดในการพิจารณา งบประมาณ แล้วก็ในการเร่งรัดข้อมูลต่าง ๆ ในงบกลางนี่มีอยู่ ๑๒ รายการ ถ้าท่านสมาชิก จะได้ช่วยกันตรวจสอบ ๑๒ รายการก็จะแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม

กลุ่มที่ ๑ ก็คือจะเป็นงบกลางที่รู้วัตถุประสงค์แน่นอน รู้เป้าหมายว่าจะจ่าย ให้ใคร แต่ว่าอาจจะไม่รู้ตัวเลขชัดเจน เหล่านี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลาง ในส่วนตรงนั้นดิฉันเองก็ได้ตรวจสอบชี้แจงว่า ในส่วนที่เป็นงบกลางของกรมบัญชีกลางจะมี อยู่ ๗ รายการจาก ๑๒ รายการ ก็คือเงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญเหล่านี้นะคะ กรรมาธิการ ก็ได้ตรวจสอบแล้วก็ดูว่ามีความใกล้เคียงกับงบประมาณที่ตั้งไว้ในปี ๒๕๕๔ ก็ปรับเพิ่มขึ้นมา เล็กน้อยร้อยละ ๑๒.๔๘ กรรมาธิการก็ไม่ติดใจเพราะว่าเป็นเงินเบี้ยหวัดบำนาญที่ต้องจ่าย ให้กับพี่น้องข้าราชการ ซึ่งแต่ละปีก็จะมีคนเกษียณอายุราชการหรือว่าขอเกษียณอายุก่อน กำหนดนะคะ แล้วก็มีเงินเบี้ยหวัดที่ปรับมา อันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็ไม่ติดใจ ในเรื่อง ของเงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐก็เช่นกัน อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียง กับปี ๒๕๕๔ แล้วก็มีรายจ่ายแน่นอนกรรมาธิการก็ไม่ติดใจ งบเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับ วุฒิข้าราชการอันนี้ก็มีการปรับเพิ่มขึ้นมา แต่ว่าก็มีเหตุผลที่ชี้แจงได้ว่าสอดคล้องกับนโยบาย ของรัฐบาล หรือว่าเราจะต้องมีการพิจารณาเรื่องของการปรับเงินเดือน

ส่วนอีกรายการหนึ่งของกรมบัญชีกลางก็คือเงินสำรอง เงินสมทบ เงินชดเชย ของข้าราชการ ตัวเลขที่ขอมาในปีนี้ก็คือ ๓๒,๑๔๒ ล้านบาท อันนี้ก็เพิ่มขึ้นมาจากปี ๒๕๕๔ เพียง ๖.๘๙ เปอร์เซ็นต์ อันนี้กรรมาธิการส่วนใหญ่ก็ไม่ติดใจ

อีกรายการหนึ่งก็คือเงินสมทบลูกจ้างประจำ อันนี้ตัวเลขใกล้เคียงของเดิม ปี ๒๕๕๔ เราตั้งไว้ ๗๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ๗๖๕ ล้านบาท ก็ดูตัวเลขก็ไม่ติดใจ ดิฉัน อยากจะกราบเรียนว่าทำไมถึงต้องปรับลด คือเราพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลอะไรที่มีตัวเลข ชัดเจนอธิบายได้แล้วก็มีค่าใช้จ่ายแน่นอนกรรมาธิการก็ไม่ได้ทักท้วง

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ อันนี้ ขอกราบเรียนว่าจากข้อสังเกตของกรรมาธิการปีที่แล้ว แล้วก็มีความสนใจในเรื่องของการเบิกค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล แล้วเราก็ดูรอบเวลา ที่เหลือด้วยอีก ๗-๘ เดือนที่จะใช้งบประมาณ ในชั้นกรรมาธิการได้มีการปรับลดงบประมาณ ส่วนนี้ลงไปนะคะ ได้ปรับลดไป ตัวเลขที่ปรับลงไปก็คือเรื่องของการรักษาพยาบาลก็คือ ๑๕๖ ล้านบาท จากตัวเลขที่ตั้งไว้ตอนแรกก็คือ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ปรับลดลงไป แต่ว่า ตรงนี้ส่วนปรับลดไปก็เป็นเหตุเป็นผลก็ไม่มีใครทักท้วง เสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย

รายการต่อมาก็จะมีเรื่องของการใช้จ่ายในการปรับเพิ่มเงินการครองชีพ ชั่วคราวของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการและทหาร กองประจำการ ดิฉันกราบเรียนว่าดิฉันเองก็ติดตามแล้วก็ผลักดันเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นส่วนที่ เพิ่มมาในปี ๒๕๕๕ ในปี ๒๕๕๔ ไม่ได้จัดไว้เลย คือ ๑๒,๘๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็เต็มใจ เพราะว่าเป็นเหตุเป็นผล เพราะว่าเราดูแลเรื่องของข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว เพราะบอกว่า อย่างเช่นพวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มีเงินค่าตอบแทนน้อยนิด ๔,๐๐๐ บาทอย่างนี้ หรือว่า ๕,๐๐๐ บาท ต้องดูแลผืนป่า หรือว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนัก แม้แต่ข้าราชการทหารชั้นผู้น้อย เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ดิฉันก็เห็นความเดือดร้อนตรงนี้รัฐบาลปรับเพิ่มขึ้นมาก็ไม่ได้ตั้งไว้ใน ปี ๒๕๕๔ มาปี ๒๕๕๕ ก็เห็นด้วย เหล่านี้ดิฉันจะให้เห็นในเบื้องต้นว่าการทักท้วงของดิฉันนั้น ก็จะทักท้วงด้วยเหตุผล อะไรที่เป็นเหตุเป็นผลก็จะไม่แสดงความเห็นต่างนะคะ มีประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนว่าหลังจากที่ได้ปรับลดไปแล้วจะมีเงินในส่วนของเงินปรับเงินเดือน ปรับวุฒิข้าราชการที่ได้มีการแปรญัตติเพิ่มเข้ามาตัวเลขก็คือ ๑,๗๖๖ ล้านบาท อันนั้นก็ถือว่า ให้สอดคล้องกับตัวเลขที่จำเป็นจะต้องจ่าย มีอยู่ ๒ รายการ ดิฉันขอกราบเรียนไปยัง ท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่าเป็นความอึดอัดใจของกรรมาธิการ ดิฉันคิดว่าคงไม่ใช่ เฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอย่างเดียว กรรมาธิการส่วนใหญ่ก็คงจะรู้สึกเช่นนั้น คือยอด งบกลางเป็นรายการที่อยู่ใน ๒ รายการใหญ่ ก็คือค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูแล้วก็ป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการยอด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับเงินสำรองจ่ายเพื่อ กรณีฉุกเฉินและจำเป็นก็คือ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันกราบเรียนว่าทำไมถึงได้บอกว่ารู้สึกอึด อัดใจแล้วก็ไม่สบายใจที่สุด ห่วงใยที่สุดก็คืองบกลางในมาตรานี้นะคะ เหตุผลเราเริ่มต้น พิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการวันแรกก็คือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ขณะนั้น ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้ว ดิฉันเองอยู่ที่จังหวัดลพบุรี อยู่ในพื้นที่ ประสบอุทกภัยและอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง และได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องในหลายจังหวัด วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เป็นช่วงที่อุทกภัยผ่านมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนแล้ว หลายเดือนได้เห็นความเสียหายมากมาย เราได้เริ่มต้น การพิจารณางบประมาณนี้แม้ว่าจะอยู่ในมาตราต้น ๆ แต่กรรมาธิการบอกว่าเราจะมีเวลา พิจารณางบประมาณอยู่ประมาณ ๔๐ วัน ขอให้งบกลางไปอยู่ช่วงท้ายเพื่อจะเปิดโอกาสให้ ทุกหน่วยงานได้สำรวจความเสียหายแล้วก็ให้มีข้อมูลตัวเลขขึ้นมาว่างบกลางที่จะขอไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัยมีที่ไหนบ้าง อันนี้เป็นเหตุเป็นผลว่าเราไม่ได้เริ่ม พิจารณาตั้งแต่วันเริ่มต้น แม้ว่าจะอยู่มาตราต้น ๆ เราบอกขอไปไว้ตอนท้ายเลยเพื่อจะได้ มีข้อมูลกลับคืนมา และในระหว่างที่พิจารณางบประมาณตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ทุกครั้งที่ มีหน่วยงานเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการนะคะ ดิฉันเองและคณะกรรมาธิการดิฉันก็เห็น หลายท่านก็ได้ทวงถามให้ทุกหน่วยงานได้ชี้แจงตัวเลขเข้ามาว่าได้สำรวจความเสียหายไปมาก น้อยแล้วหรือยัง มีอะไรบ้างที่ได้รับผลกระทบ ดิฉันก็ได้เรียนไปตอนเช้าว่ามีหลายหน่วยงาน ที่ต้องขอขอบพระคุณนะคะ ได้ส่งตัวเลขกลับเข้ามา ยกตัวอย่างเช่นสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ได้ส่งข้อมูลมานะคะว่ามีโรงเรียนอะไรบ้างที่เสียหาย มูลค่าความเสียหาย เท่าไร แล้วเสนอของบกลางมาแล้ว มีของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมก็ให้ตัวเลขมาว่า มีความเสียหายอะไรบ้าง อันนี้เป็นตัวอย่างที่เขาให้ แต่ก็จะมีอีกจำนวนมากที่ทวงถามไปแล้ว ไม่ให้อย่างที่ดิฉันได้บอกไว้ตอนเช้า รายละเอียดไม่มี แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านสมาชิก ดิฉันกราบเรียนว่าทุกครั้งที่ทวงถามเราก็มีหน้าที่รวบรวมตัวเลขไว้ว่ามีตัวเลขสักเท่าไร แล้วก็คาดหวังว่าเมื่องบกลางมาสู่การพิจารณาของกรรมาธิการจะได้เห็นรายละเอียดว่าเอา ไปทำอะไรบ้างใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีการประชุม คณะรัฐมนตรีนัดพิเศษนะคะ มีการอนุมัติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาจาก สถานการณ์อุทกภัยค่ะ ยอดเต็ม ๆ ก็คือ ครม. บอกว่า ๖๐,๙๘๓ ล้านบาท แต่ว่าเห็นชอบ เบื้องต้นให้ดำเนินการในเดือนมกราคมก็คือ ๒๐,๑๑๐ ล้านบาทนะคะ ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท เรามาได้เอกสารที่มีโอกาส กรรมาธิการได้พิจารณากราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เดี๋ยวจะเห็นว่าทำไมกรรมาธิการไม่ตรวจสอบ วันที่ ๑๒ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ๑๒ ท่านทราบไหมคะว่า กรรมาธิการพิจารณาแบบทรหดนะคะ ดิฉัน อยากจะกราบเรียนว่าถ้าเป็นความผิดพลาดบกพร่องของกรรมาธิการ ดิฉันก็ต้องขอน้อมรับ ไว้ด้วย แต่ว่าสุดที่จะทานได้นะคะ เวลานั้น ๔-๕ ทุ่มแล้ว วันที่ ๒๒ ธันวาคมค่ะ ประมาณ ๔-๕ ทุ่มนะคะ งบกลางรอบแรก ล็อตแรกที่เป็นงบกลางอยู่ในการดูแลของกรมบัญชีกลาง ที่ไม่มีเรื่องของความซับซ้อน เป็นงบที่มีรายจ่ายประจำได้เข้ามาสู่การพิจารณานะคะ วันนั้น มีนักข่าว มีสื่อมวลชนโทรศัพท์มาถามเยอะเลยวันนี้งบกลางฟื้นฟูจะเข้าหรือ ดิฉันก็บอกคงไม่ กระมังคะ เพราะว่ามันดึกแล้ว ๔ ทุ่มแล้ว ๕ ทุ่มแล้ว แต่ปรากฏว่าก็มีงบกลางเข้ามา แต่เราก็ ยินยอมเพราะเป็นยอดที่ไม่ได้มีความซับซ้อน ก็พยายามผ่านไปนะคะ ปิดการพิจารณาคืนนั้น ก็เที่ยงคืนกว่าเศษ ๆ นะคะ แต่ไม่ใช่งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราบอกเราติดยอด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทกับ ๖,๐๐๐ ล้านบาทเอาไว้ก่อน ปรากฏว่าหนักกว่าเดิมค่ะ วันรุ่งขึ้นคือ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ก็พิจารณาตั้งแต่เช้าหลายหน่วยงานมาเลย พอยามดึกงบกลาง ยอดมหาศาลนี้ก็จะเข้ามายามดึกอีกครั้งหนึ่งนะคะ วันนั้นก็หลังเที่ยงคืนกว่าจะเสร็จ ปิดการประชุมวันนั้นตีหนึ่ง ตีหนึ่งเกือบครึ่ง ก็อยากจะกราบเรียนก็แล้วกัน ท่านลองคิดดูว่า กรรมาธิการนั้นได้พยายามทวงถามขอเอกสารนะคะว่าทำอย่างไรถึงจะเห็นตัวเลข แล้วก็ ถึงจะเห็นรายละเอียด เวลาก็มีน้อย แถมข้อมูลก็ไม่มี ท่านก็กรุณาให้เอกสารมา ยอด ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่มีรายละเอียดชัดเจน วันนี้เมื่อเช้า วันก่อนก่อนจะปิดการประชุม กรรมาธิการรอบสุดท้ายได้มาอีกยอดหนึ่งก็คือยอด ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันกราบเรียนว่า นี่คือเห็นความแตกต่าง เพราะปีที่แล้วดิฉันก็เป็นกรรมาธิการพิจารณางบฟื้นฟูน้ำท่วม ดิฉัน ก็เห็นว่าพวกเราก็ตรวจสอบกันเยอะมากเลย ต้องให้มีรายละเอียดว่าทำที่ไหน อย่างไร แต่ปีนี้ ไม่มีรายละเอียด เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วเท่าที่ได้ สรุปแล้วตอนนี้ทางกรรมาธิการได้ข้อมูลอยู่ ๓ ก้อน ๓ ก้อนก็คือยอดแรกนี่นะคะ ก็คือยอด ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท กับยอด ๙,๕๕๘ ล้านบาท แล้วก็ได้เมื่อเช้าหมาด ๆ เลยนะคะ เมื่อเช้าทวงถามไปบอกเพิ่งผ่าน ครม. มา แล้วก็ได้เป็น ยอดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก ๑๘,๘๙๕ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดอะไรค่ะ สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดี๋ยวท่านสมาชิกก็ช่วยกันทวงถามก็แล้วกันนะคะ มีแต่ บอกว่าค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พืชไร่ พืชสวนและอื่น ๆ ๑๖,๔๕๖ ล้านบาท มีเรื่องค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ หมายถึงพวก ชาวประมงที่ถูกน้ำท่วม ๑,๑๘๘ ล้านบาท กรมปศุสัตว์ก็ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ๑,๒๕๐ ล้านบาท ดิฉันคิดว่าในทางปฏิบัติ กว่าที่จะได้ตัวเลขมาว่ากรมส่งเสริมการเกษตร จะต้องไปจ่ายเงินเยียวยาชาวนาที่นาน้ำท่วม ชาวสวน ชาวไร่ เขาจะต้องมีการทำประชาคม มาแล้ว ว่าเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ มีพื้นที่เท่าไร เพราะฉะนั้นการที่จะให้เอกสารมา แผ่นเดียวนี่นะคะ แล้วก็ ๑๘,๘๙๕ ล้านบาท มันไม่น่าจะสบายใจได้สำหรับดิฉัน ไม่ทราบว่า ท่านจะคิดอย่างไร แต่สำหรับดิฉันเอง ดิฉันคิดว่า กว่าจะได้แผ่นนี้มามันต้องมีเอกสารแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็น่าจะแสดงความจริงใจ แล้วก็โปร่งใส น่าจะให้เอกสารประกอบมาด้วย นอกจากนั้นเอกสาร ๒ ก้อนแรกที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ดิฉันก็มีโอกาสมานั่งตรวจสอบ เมื่อสักครู่นี้ละค่ะว่ามันมีอะไรบ้างที่ ๒ รายการ คล้าย ๆ กัน จะขอยกเป็นตัวอย่างเพื่อให้ ท่านสมาชิกได้ช่วยกันดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าตัวเลขก็เยอะแยะ ดิฉันจะดูว่า ๒ ยอดนี้ซ้ำกัน หรือไม่ ยกตัวอย่างนะคะ ในรายการยอดแรกที่อนุมัติมา ๒๐,๑๑๐ ล้านบาท มีโครงการของ สำนักงานการอาชีวศึกษา จำนวน ๑๗.๘๕ ล้านบาท ในยอดนี้จะเขียนว่าจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อชุมชน ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix It Center) ซึ่งก็เป็นโครงการที่ดีนะคะ ดิฉันก็เห็น หลังน้ำลดเข้าไปช่วยกันเยอะ ไม่ได้ติดใจในเรื่องของการของบประมาณไปให้สนับสนุนด้วย แต่คำถามก็คือมันซ้ำกันหรือไม่กับ ๒ ยอด ๒ ก้อนนี้นะคะ เพราะว่าตัวเลขเท่ากันเลยนะคะ ๑๗.๘๕๖๐ ล้านบาท อันนี้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างชุมชน ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ กับอยู่ในยอด ๙,๕๕๘ ล้านบาท กรมอาชีวศึกษาเหมือนกันนะคะ แต่ตัวเลขเท่ากันค่ะ ๑๗.๘๕๖๐ ล้านบาท เหมือนกัน แต่ว่าชื่อโครงการคล้ายกันนะคะ เขียนว่าจัดรถ ฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ เคลื่อนที่เร็ว ๗๖ คัน ตัวเลขเท่ากันเป๊ะเลยนะคะ ชื่อโครงการก็เหมือนกันนะคะ แต่ว่าอยู่ยอดวงเงิน ต่างกัน เหล่านี้ก็เป็นที่สงสัยว่าซื้อรถกับตั้งศูนย์มันเป็นรายการเดียวกันหรือไม่ แล้วทำไม ตัวเลขเหมือนกันนะคะ อันนี้ก็อยากจะให้เป็นข้อสังเกตสำหรับสมาชิกว่าจริง ๆ แล้วถ้าหาก กรรมาธิการได้มีโอกาส ได้รับเอกสารนี้มาก่อน ดิฉันคงจะมีคำถามมากมายนะคะ แต่ว่าวันนี้ ขอเป็นตัวอย่างแล้วกันนะคะ เพราะว่าท่านสมาชิกคงจะมีข้อสังเกตอีกหลายคน นอกจากนั้น แล้วให้ข้อสังเกตอีกอันหนึ่งนะคะ งบประมาณที่ขอมาเป็นงบน้ำท่วม ดิฉันคิดว่าบางรายการ น่าจะมีความซ้ำซ้อนกับงบปกตินะคะ พอยกตัวอย่างไปดูทุกอันดิฉันเห็นด้วยเพราะว่าดิฉัน ก็อยู่ในพื้นที่ประสบภัย แล้วก็คิดว่าโครงการเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่สบายใจ ว่าเงินเหล่านี้จะถูกเอาไปสวมรอย เอาเงินงบปกติก็ตั้งนะคะ หรือว่าไปซ้ำซ้อน หรือว่าไปใช้ ที่อื่นหรือไม่ อันนี้ก็ขอให้ช่วยกันตรวจสอบแล้วกัน เพราะว่าในยามที่ประเทศวิกฤตินี่นะคะ แล้วก็เจ้าของเงินภาษีอากรประชาชนคงไม่เสียดายว่าจะเอาเงินนี้ไปช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนจริง ๆ แต่ถ้าหากว่ามันเกิดการซ้ำซ้อนแล้วก็หย่อนประสิทธิภาพก็จะทำให้ การบริหารประเทศของเรามีปัญหา ยกตัวอย่างอีกยอดหนึ่งก็คือที่ฝากท่านช่วยกันตรวจสอบ เรื่องของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหลายยอดมากเลยที่เป็น เรื่องของการส่งเสริมอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นส่งเสริมอาชีพหลังน้ำลด ๔๔ วันก็มี ส่งเสริมอาชีพ แบบระยะสั้น ๕ วันก็มีที่อยู่ในของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อบรมอาชีพ ๕ วัน ๔๔ วันก็คงจะมี แต่ว่ายังมีอีกหลายยอดค่ะ ส่งเสริมอาชีพคนพิการ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แล้วก็บางยอดไม่น่าจะเกี่ยวกับน้ำท่วมก็อาจจะมาใส่ไว้ด้วย ถ้าเป็นเรื่องของคนพิการแล้ว ดิฉันเชียร์เต็มที่ปกติ เพราะว่าอยู่กับเครือข่ายชมรมผู้พิการแต่ดิฉันอาจจะกลัวว่าเงินจะเอา มาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม แต่ว่าจะถือโอกาสมาใส่อยู่ในน้ำท่วม เช่น โครงการส่งเสริมสิทธิ จัดหารถโยกสำหรับคนพิการ ซึ่งงบปกติมันก็น่าจะตั้งได้ ไม่จำเป็นจะต้องมาอยู่ในงบน้ำท่วม นะคะ นอกจากนั้นแล้วก็จะมีเรื่องของงบปกติ เท่าที่ดูในของเฉพาะกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมพัฒนาสังคมสวัสดิการอย่างเดียวนะคะ เรื่องของ การส่งเสริมอาชีพบวกหลายยอดแล้วไม่มีเวลาแจงรายละเอียดนะคะ ก็มีอยู่ถึง ๕๐๖ ล้านบาท แล้วค่ะ ซึ่งอยู่ในงบปกติซึ่งเป็นงบส่งเสริมอาชีพทั้งส่งเสริมอาชีพให้กับผู้สูงอายุ ส่งเสริม อาชีพให้กับเด็ก ส่งเสริมให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอะไรก็ตาม แล้วพอมาส่งเสริมอาชีพให้กับ คนน้ำท่วมด้วย ดิฉันก็มีคำถาม เพราะว่าน้ำท่วมรายงานมาเกือบทุกจังหวัด คนก็น่าจะเป็น คนกลุ่มเดียวกัน เหล่านี้นะคะ อันนี้ก็อยากจะขอกราบเรียนไว้เป็นข้อสังเกตให้กับ ท่านสมาชิกได้ช่วยกันตรวจสอบนะคะว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็พยายามที่จะทวงถาม ขอข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ จากทางผู้ปฏิบัติและดิฉันเชื่อว่าบัดนี้น่าจะมีหน่วยงานต่าง ๆ แจ้งเข้ามาแล้ว ดิฉันมีทั้งนั้นละค่ะ ถ้าใครจะดูว่าที่เขาให้มาแล้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสียหายเท่าไร ได้จากเงินประกันเท่าไร ยังต้องของบกลางเท่าไร เมื่อกี้นั่งเปิดเล่น ๆ ไม่เห็นมีของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในนี้ก็ไม่มี ก็เลยเป็นคำถามว่างบกลางที่ทำเข้ามามันจะมี ความน่าเชื่อถือมากน้อยอย่างไร ก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาของสภามาก ขอกราบเรียนว่า ขอเสนอปรับลดงบประมาณไปร้อยละ ๒ เพื่อจะให้เงินที่ปรับลดงบกลางนี่ค่ะ แต่ถ้า ๒ เปอร์เซ็นต์ก็คือเป็นวงเงินประมาณ ๘,๔๑๒ ล้านบาท ๘,๔๑๒ ล้านบาท ถ้าได้มีการปรับลด จริง ๆ แล้วที่ประชุมเห็นชอบกับดิฉัน ดิฉันคิดว่ายังมีเงินที่จะต้องเอาไปใส่ให้ที่มีความจำเป็น แล้วก็ควรจะทำ แล้วก็ทำให้กฎหมายงบประมาณสง่างามปลอดภัยด้วย เพราะสักครู่ตอน ที่พูดในมาตรา ๓ ท่านกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงว่าเรื่องของกองทุนการออมแห่งชาติ บอกว่า แปรญัตติมาให้แล้ว ๒๒๕ ล้านบาท ไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่ดิฉันก็ยังยืนยันว่ามาตรา ๖๖ ของ พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติระบุไว้ชัดเจนว่าวาระแรกรัฐบาลต้องจัดสรรเงิน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านอยากให้กฎหมายงบประมาณนี้ได้ผ่านสภา อย่างสบายใจ แล้วเราเป็นผู้ออกกฎหมายเองเวลาที่ช่วยกันผลักดันก็บอกแล้วว่าถึงแม้ว่า เดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มสมัครสมาชิก แต่ดิฉันจำได้แล้วก็ติดตามเรื่องนี้ เวลาที่เราบอกว่า เราจะจูงใจให้สมาชิก ประชาชนมาออมเงิน เวลาเขาออมเงิน ๕๐ บาทต่อเดือนเป็นไปได้ไหม รัฐบาลจูงใจเลย ใส่ทันที เอาสมุดเงินฝากปุ๊บแสตมป์ (Stamp) ออกมาเลยว่าค่าสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ใส่ให้เลย ๒๕ บาทอย่างนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตอนนี้เขาเตรียมการ หมดแล้ว ดิฉันคุยเขาบอกเขาเตรียมแล้ว เตรียมจะเปิดรับสมัครสมาชิก แล้วก็พี่น้อง ประชาชนทุกภาคเลยที่สนใจเรื่องนี้ เครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคเหนือโทรศัพท์มา ดิฉัน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คุณครูมุกดา อินต๊ะสาร ไปเคลื่อนไว้เต็มหมดแล้วค่ะ คนรอที่จะ เข้าเงินกองทุนการออมแห่งชาติ พอเขาสมัครปุ๊บถ้าเราใส่เงินลงไปเลยมันก็ต้องใช้เงินแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เฉพาะคนที่ใดที่หนึ่งจะได้ประโยชน์ กองทุนการออมแห่งชาตินั้น เป็นประโยชน์กับคนทุกคน ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าปรับลดงบประมาณในงบกลางเถอะ ส่วนที่คิดว่าจะพอทำได้แล้วก็เอามาใส่ให้กับเงินที่เราจำเป็นก็ขอกราบเรียนท่านประธานไว้ ในข้อคิดเห็น ก็ขอสงวนความเห็นไว้เช่นเดิมให้ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ สำหรับงบกลางค่ะ