พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงวิกฤติ 2 ส่วน คือ อุทกภัยและภาวะผู้นำ และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการบริหารจัดการงบประมาณ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างงาน
ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่กรุณาให้เวลาผม ผมคงไม่พูดนานหรอกครับ เพียงแต่ว่าเมื่อสักครู่ก็ได้เรียนท่านประธาน ไว้ว่าผมได้แปรญัตติในมาตรา ๓ นี้ ตัดลดงบประมาณลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๑๐ และเมื่อสักครู่ได้เห็นว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก็มีโอกาสได้ไปดูการทำงานของท่านครับ จริง ๆ แล้วก็ต้องขอชื่นชมกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ไปทำงานงบประมาณตรงนี้ แต่ผมเรียนว่า จริง ๆ ก็อยากให้ท่านได้มีโอกาสได้อยู่ในห้องประชุมนี้ด้วยครับ เพราะทราบว่าท่านก็ภารกิจยุ่ง ตอนประชุมกรรมาธิการท่านก็ไม่ได้มีโอกาสไปประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญมากนัก ที่ผม พูดอย่างนี้เนื่องจากว่าผมมีเหตุผลครับ แล้วก็อยากจะเรียนถึงความเป็นห่วงว่าการเข้ามาเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณมีความสำคัญไม่แพ้กับการบริหารราชการแผ่นดินของท่าน ผมเรียนนะครับว่าด้วยงบประมาณที่เราทราบกันดี ๒.๓๘ ล้านล้านบาทในปีนี้มีเวลาใช้ ประมาณ ๗ เดือน อยากเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการครับว่าจริง ๆ แล้วปัญหา ประเทศผมเคยอภิปรายไว้ในวาระที่หนึ่งนะครับว่าประเทศไทยเจอกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ วันนี้ ผมจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องมาเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการแล้วก็ทางผู้บริหาร ประเทศก็คือฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับว่า ณ ขณะนั้นเรากำลังอยู่ในช่วงของการผ่าน มหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ก็คือปัญหาวิกฤติน้ำท่วม ต่อมาก็ยังมาเจอวิกฤติอีก ก็ต้องยอมรับว่าวันนั้นผมบอกว่าอีกวิกฤติหนึ่งก็คือวิกฤติของภาวะผู้นำของ ท่านนายกรัฐมนตรี เหตุที่ผมพูดอย่างนั้นในวันนั้นแล้วก็มาพูดอีกทีในวันนี้เพราะว่าเมื่อวิกฤติ ผ่านไปจะเป็นอย่างไรไม่เป็นไรครับ แต่ภาวะผู้นำทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อภาคเอกชน ภาคประชาชน ผมเชื่อว่าภาคประชาชนพวกเราได้อภิปรายกันไปมากพอแล้วว่า วันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมก็ยังไม่ได้รับการดูแล อย่างทั่วถึง ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจริง ๆ ในงบกลางหรือในมาตราต่อไปก็คงจะมีเพื่อน สมาชิกรวมทั้งตัวผมด้วยได้ขอแปรญัตติไว้ว่างบประมาณที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ ได้รับความเดือดร้อนนั้นจะทำอย่างไร ทำแบบมีแบบแผนอย่างไรเพื่อพี่น้องประชาชนจะ ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วเขามีความเดือดร้อนจริง ๆ แต่ในภาพรวมผมขออนุญาตท่าน ประธานฝากไปถึงท่านกรรมาธิการโดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือท่าน รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ครับ ผมไม่แน่ใจว่าแนวทางและแผนงานในการทำ งบประมาณในปี ๒๕๕๕ ของทางรัฐบาลโดยที่ส่งท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานนั้นมี ความจริงจังและมีความจริงใจมากน้อยแค่ไหน ผมเรียนว่าอยากให้ ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ สมาชิกอาจจะได้ดูตามรายกระทรวง ผมก็ด้วยความเป็นห่วงก็เลยลองตัดงบประมาณแต่ละ ส่วนมาดูว่าถ้าบริหารจัดการแบบแก้ไขปัญหาจริง ๆ จัดเป็นกลุ่มเศรษฐกิจ ผมเรียน ท่านประธานครับขออนุญาตยกตัวอย่างว่ากลุ่มเศรษฐกิจอย่างเช่นกระทรวงพาณิชย์ตัดงบลด ไปประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงแรงงาน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดลดไปครับ กระทรวงอุตสาหกรรมตัดลดไป ๕๕๙ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตัดลดไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงพลังงานอีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เอาแค่ประมาณ ๕-๖ กระทรวงหลัก ๆ ที่เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ผมก็ไม่แน่ใจว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ชุดนี้คือท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์นั้น ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณด้วย ท่านช่วยตอบหน่อยได้ไหมครับว่าด้วยสถานการณ์ภาวะอุทกภัยที่พี่น้อง ประชาชนประสบกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่ว่าอนาคตจะ เป็นอย่างไร และมีแนวโน้มที่จะชะลอตัว ไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจโลก เขาวิเคราะห์กันมา ตั้งแต่ต้นปีคือไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าในปี ๒๕๕๕ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ดี ในประเทศในโซนยุโรปก็ดี ก็มีแนวโน้มที่จะขยายตัวน้อยมากหรืออาจจะติดลบด้วยซ้ำ ประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วเพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือนก็เจอกับวิกฤติครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งแต่ในฐานะที่ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ดูแล ทางด้านกระทรวงเศรษฐกิจด้วย ผมเชื่อว่านักธุรกิจเอกชนซึ่งเขาก็เป็นกำลังหลักที่จะ ขับเคลื่อนแล้วก็หารายได้ให้กับประเทศไทยหรือประเทศเรา ท่านปรับลดหมดเลยครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่าแผนที่ท่านได้เคยแถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้มันไม่ได้สอดคล้องกับ การจัดทำงบประมาณทางด้านเศรษฐกิจเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้ผมเริ่มกังวลและเข้าใจไปเองว่า นี่เป็นการเตรียมการหรือเป็นการเตรียมตัวที่ท่านจะหาข้ออ้างหรือเปล่า ว่าท่านไม่สามารถ บริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจเติบโตได้ ไม่สามารถทำให้ผู้ค้าขายหรือพี่น้องประชาชน สามารถลืมตาอ้าปากได้ผ่านวิกฤติในครั้งนี้ ท่านก็บอกว่าไม่ได้งบประมาณ ผมเชื่อว่า ทุกกระทรวงมีความจำเป็นที่อยากจะได้งบประมาณเพื่อไปทำงาน แต่ที่ผมเรียนแบบนี้ ผมลองจับกลุ่มเศรษฐกิจกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดถูกตัดลดหมดเลยครับ แล้วความชัดเจน ของการถูกตัดลดลงไปนั้นผมชักไม่แน่ใจครับท่านประธานว่าจากนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี ๒๕๕๕ พี่น้องประชาชนที่กำลังนั่งฟังอยู่ทางบ้านตอนนี้หรือนักธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งลูกจ้างแรงงาน ต่าง ๆ ที่เขาต้องการให้บริษัทเขามีความมั่นคงจะทำอย่างไร จะเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้ จะสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเดินต่อไปได้ ไม่มีครับ ไม่มีความแน่ใจหรือไม่มีสัญญาณอะไรเลย โดยเฉพาะในวันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่อาจจะถูก มองข้ามไปด้วยซ้ำว่าสัญญาณที่ส่งไปคือกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดของรัฐบาล ถูกตัดลด งบประมาณลงหมด นโยบายที่เคยขายฝันไว้ให้ความหวังกับทุกคนก็ไปหมด ก็คงคล้าย ๆ กับการที่เคยได้บอกว่ารัฐบาลนี้สามารถปกป้องนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๖-๗ นิคมไว้ได้ แล้วท้ายที่สุดก็ไปหมดครับ ความเสียหายก็เกิดขึ้นจากคำพูดและความไม่สื่อสารที่ถูกต้อง ให้กับนักลงทุน เครื่องจักรเขาเสียหายเป็นพันล้านบาท เขาบอกถ้าบอกก่อนเขาเอา เครื่องจักรออกเขาไม่เสียหายขนาดนี้ครับ แล้วเขายังไม่ทันหายเจ็บจากสิ่งที่เขาได้ประสบ และพบ ท่านก็มาจัดงบประมาณโดยส่งสัญญาณให้กับเขาว่าวันนี้ประเทศไทยเริ่มถอยหรือครับ ไม่สู้แล้วหรือครับ แล้วจะไปเอานักลงทุนที่ไหนเข้ามาลงทุนเพื่อสร้างงานให้กับคนไทย ทำให้ เศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นหรือลุกขึ้นยืนต่อได้ ไม่มีครับ นี่คือความจริงที่มันอยู่ในแนวทาง และวิธีการพิจารณาแล้วก็เสนองบประมาณของทางกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ภายใต้การเป็น ประธานของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจครับ เมื่อสักครู่ผมก็เห็นท่าน อยู่ในห้องนี้ก็นึกว่าพอจะได้คำตอบจากท่านบ้าง เพื่ออย่างน้อยก็จะทำให้นักลงทุนหรือ นักธุรกิจต่าง ๆ เขามั่นใจ แต่วันนี้ผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับการสนใจหรือว่าให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้จากตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเลย
อีกเรื่องหนึ่งครับเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมดูจากการจัด งบประมาณทั้งหมดนอกเหนือจากกลุ่มเศรษฐกิจแล้ว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่มีเลยครับ ไม่ได้ดูเลยด้วยซ้ำว่างบประมาณที่จัดไว้นั้นจะนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าในมาตราต่อไป ในงบประมาณที่เป็นงบกลางก็คงจะมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางต่อไป เพราะเราไม่ทราบ จริง ๆ ผมเรียนท่านประธานไว้ก่อนก็ได้ว่า งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะ ไปเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้ขอไว้ในภาพรวมแล้วก็จัดไว้อยู่ในงบกลางในมาตราต่อไปนั้น ยิ่งหนักเลยครับ ไม่มีข้อมูล ไม่มีรายละเอียดเลย ผมมีข้อมูลอยู่บ้าง ก็มีอยู่ประมาณสัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือก็ไม่มีครับ กระผมเชื่อว่าเดี๋ยวสักครู่ถ้ามีโอกาส ท่านประธานให้โอกาสก็คงจะขออนุญาตกลับมาอภิปรายในงบกลางนะครับที่สามารถ จะชี้แจงได้ว่าทำไมผมถึงต้องตัดลดงบประมาณลงอีกร้อยละ ๑๐ เพราะผมไม่มั่นใจแล้วก็ ไม่ไว้ใจว่าเศรษฐกิจที่ท่านตัดลดไปทั้งหมดแล้วจะเอาไปไว้ตรงไหน แล้วทำอย่างไรให้ประเทศนี้ ขับเคลื่อนไปได้โดยที่ท่านไม่ได้ให้ความมั่นใจกับผู้ที่จะมาลงทุนหรือพี่น้องประชาชนที่เขาต้อง สร้างงานเลย กระทรวงแรงงานท่านตัดไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดไปไหนครับ น้ำท่วม คนตกงานเยอะแยะ ผมก็อยากจะนำเสนอให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบครับ เพราะความหวังวันนี้มันริบหรี่เหลือเกิน เพราะฉะนั้นผมไม่เสียใจที่ผมได้แปรญัตติเอาไว้ว่า ขอตัดลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ควรจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำเพราะว่าไม่ได้รับ คำยืนยันเลยว่าท่านจะทำอย่างไรกับกระทรวงหลัก กระทรวงเศรษฐกิจ แล้วก็เชื่อว่าจากนี้ไป ขอฝากท่านกรรมาธิการท่านอื่น ๆ ว่าถ้ายังพอมีโอกาสอื่น ๆ ก็อยากให้พิจารณาด้วยว่า การพิจารณางบประมาณน่าจะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มสังคม เราจะได้เห็น แนวทางแล้วก็แนวโน้มในการที่จะพัฒนาประเทศได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ใครอยากทำอะไรก็ทำ ใครขอมาพูดถูกใจก็ให้ไป ใครอยากตัดตรงไหนก็ตัดไป เราทำแบบแยกส่วนแบบนี้แล้วเราจะ ไปสู้ใครเขาครับ วันนี้ประเทศเดินหน้า แล้วก็มีหลายท่านที่อภิปรายไปแล้วว่าอีกไม่กี่ปีนี้ ปี ๒๕๕๘ เราก็เปิดสู่สังคมที่เปิดกว้าง มีการแข่งขันกันอย่างเสรีมากขึ้น เพื่อนบ้านเราในกลุ่ม สมาชิกอาเซียนสามารถเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างเรียกว่าเกือบเสรีแล้วเราจะเอาไร ไปสู่กับเขาล่ะครับ เมื่อวานนี้ทุกท่านแม้กระทั่งผู้บริหารยังไม่ให้ความสำคัญในการพัฒนา อุตสาหกรรมในเชิงรุกเลย ก็ฝากเรียนท่านประธานครับว่าในชั้นนี้ผมก็ยังยืนยันว่าด้วย ความตั้งใจกับทางรัฐบาลก็อยากให้ความสำคัญในการที่จะส่งสัญญาณแล้วก็ชี้นำในเชิงที่เป็นบวก กับนักลงทุนไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจที่จะสร้างงานแล้วก็ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ยั่งยืนแล้วก็แข่งกับนานาประเทศได้นะครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ