จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกร้องการทราบรายละเอียดการใช้จ่ายเงิน 70,000 ล้านบาทที่ยังไม่ได้ระบุไว้ และยังหารือเรื่องความไม่มั่นคงในการประกันภัยในประเทศไทย โดยเรียกร้องให้สำนักงบประมาณเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้ครบถ้วนและโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและรู้ว่าจะได้รับการเยียวยาอย่างไร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้าง น้อยที่ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ท่านประธานครับ มาตรา ๔ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง ในความควบคุมของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (๒) ท่านประธานครับ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่าง บูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า วันนี้ ทุกสายตา ทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยจับจ้องงบประมาณอันนี้ วันนี้งบประมาณ ที่สำนักงบประมาณนั้นผมก็เข้าใจ แล้วก็เห็นใจว่าได้สามารถจัดสรรรายละเอียดที่ชัดเจน ได้เพียงประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังขาดอีกที่จะต้อง ลงรายละเอียดที่แสดงความชัดเจนอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงบประมาณ แล้วก็เตือนกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยว่า ถึงแม้ จะว่ามีความเห็นใจ แต่ผมอยากจะเตือนว่าวันนี้ทุกคนต้องเข้าใจวัฒนธรรมของนักลงทุน ต่างประเทศด้วยที่เขาต้องบริหารความเสี่ยง เขายังไม่มีความชัดเจนจากแผนป้องกันน้ำท่วม ระยะสั้นที่จะเกิดขึ้น วันนี้เราไปฝากความหวังไว้กับ กยน. ซึ่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนอะไร เลยนอกจากแผนงาน แผนปฏิบัติการงบประมาณจะมาจากไหนยังไม่ทราบ แต่ขณะที่เรา เสียเวลาไปทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน นี่คือสิ่งที่ผมมีความเป็นห่วง แล้ววันนี้สำนักงบประมาณเอง ก็ตาม รัฐบาลเองก็ตาม จะถูกทดสอบประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาลครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วทุกคนได้เห็นความล้มเหลวเมื่อตอนที่น้ำท่วม วันนี้ท่านมีโอกาสแก้ตัว แก้ตัวว่า การบริหารงาน ประสิทธิภาพการบริหารงานแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะสั้นนี้จะไม่เป็นเหมือน ๒ เดือนที่ผ่านมา ถ้าท่านประธานได้เห็น ได้อ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ สื่อต่างประเทศ แล้วก็มีบางส่วนที่สื่อไทยนำมาแปลแล้วก็ลงไป สรุปใจความได้ว่าต่างชาติเอือมไทย กั๊กข้อมูล แถมมั่ว ติงระวังเสียความน่าเชื่อถือ นี่คือสิ่งที่ผมกลัวเหมือนกับที่เขาเอามาลงตีพิมพ์ ถามว่า ทำไมครับ ท่านประธานครับ วันนี้อย่างที่ท่านกรรมาธิการท่านนันทนาได้พูดไว้ว่า แม้กระทั่ง ประชาชนยังไม่มีความชัดเจนเลยว่าปีหน้าน้ำจะท่วมหรือไม่ แล้ววันนี้ธนาคารโลก ได้ระบุไว้แล้วว่าการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมนั้น ๑.๔ ล้านล้านบาท หรือว่า ๑๔ แสนล้านบาทนั้น ผมว่ามันน้อยไปแล้ววันนี้ สิ่งที่ผมไม่เข้าใจว่าสำนักงบประมาณทำไมไม่สามารถให้ตัวเลขได้ครบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในประเทศด้วยว่า เขาสามารถเดินหน้าได้แน่นอน วันนี้ครับตัวเลขมันชัดเจนหลังจากที่เราทำงานกันมาอย่าง เหน็ดเหนื่อย เรามีความเสียหายจากมหาวิทยาลัย ความเสียหายของโรงเรียน ความเสียหาย ของถนนหนทาง ความเสียหายด้านการเกษตรที่ระบุเลยว่าเสียหายการเกษตรถึง ๑๑ ล้านไร่ รัฐบาลเคยบอกว่าอยากจะเห็นใบเสร็จความเสียหาย วันนี้มันมาหมดแล้วครับ นักท่องเที่ยว หายไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน มีผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าดูด จากภัยน้ำท่วมสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ของโลก ๑๐๖ ชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ความเสียหายของภาคผลิต อุตสาหกรรมทั้งหมด ท่านประธานครับเป็นสิ่งที่เรานั้นจะต้องมาดูกัน วันนี้แรงงานที่ตกงาน ๘๓๔,๙๙๕ คน วันนี้ได้กลับเข้ามามีงานทำ ๔๖๐,๐๐๐ คน ยังขาดอีก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ยังไม่มีงานทำ แต่ที่แน่ ๆ ที่น่าสงสารที่สุดก็คือการเลิกจ้างแน่นอนแล้ว ๑๗,๖๔๐ คน จากโรงงานที่บอกว่าไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกต่อไป แล้วก็จะไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงทุนเพิ่ม ลงทุนใหม่ โรงงานนั้นได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ๓๒ จังหวัด จำนวน ๒๑,๒๕๗ โรงงาน นี่เป็นมหาอุทกภัยที่ไม่ควรเกิด แน่นอนครับส่วนหนึ่งมาจากภัยธรรมชาติ ส่วนหนึ่งจาก มนุษย์ทำเอง ก็คือบริหารน้ำผิดพลาดขึ้นมา นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่เราจะต้องตอบสนองก็คือ ว่าเงินอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นรัฐบาลจะเอาไปแก้ปัญหาอะไร แผนงานอะไรที่ชัดเจนที่สุด ถ้าเราไม่ฟังนักลงทุนต่างประเทศ ลองฟังประชาชนบ้างครับ โพลเขาทำมาเขาบอกว่า ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนต้องการให้รัฐบาลบอกความจริงที่ครบถ้วนให้แก่ประชาชน แล้วก็ ขอให้ปรับปรุงการสื่อสารกับประชาชน นี่คือสิ่งที่เขาเรียกร้องขึ้นมา นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ ผมเรียกร้องก็คือว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าทวงคำมั่นสัญญาจากรัฐบาลที่แถลงนโยบายรัฐบาล ไว้ในข้อ ๘.๑.๕ รัฐบาลจะพัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของราชการและเจ้าหน้าที่ ของรัฐอย่างจริงจัง นอกจากนั้นแล้วนโยบาย ข้อ ๘.๓ รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชน มีโอกาสรับข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ จากสื่อสารมวลชน และสื่อสาธารณะ ได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม นี่คือโจทย์ที่พวกเราจะต้องตอบวันนี้ ให้ความชัดเจนกับประชาชนในวันนี้ว่าอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะลงไปที่ไหน มีความชัดเจนอย่างไรโดยเร็วที่สุด ท่านอาจจะไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ในวัน ๒ วันนี้ แต่ผมอยากจะขอให้ท่านคำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาลกับคนไทยทั้งประเทศ ถ้าท่านทำไม่สำเร็จ ผมยอมรับว่าภาระอันหนักอึ้งนี้อาจจะตกอยู่กับสำนักงบประมาณอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสำนักงบประมาณนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรี อีกด้วย วันนี้ถ้าเผื่อแผนงานไม่เสร็จ คนยังไม่มีความเชื่อมั่น ผมบอกกับท่านได้เลยว่าการบริหาร ความเสี่ยงของผู้ลงทุนนั้นเขาไม่สามารถตอบผู้ถือหุ้นเขาได้ครับว่าเขาจะลงทุนไปทำไมอีก ในเมื่อเขาไม่สามารถตอบกับผู้ถือหุ้นได้ว่าวันนี้ไม่มีหลักประกันจากประเทศไทยเลยว่าน้ำ จะไม่ท่วมอีก
ประการต่อมา วันนี้รัฐบาลจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุด ก็คือว่าวันนี้ไม่มีบริษัทประกันภัยต่างชาติบริษัทไหนจะยอมรับประกันอุทกภัยในประเทศไทย จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น จะเดินทางไปประเทศอังกฤษ ก็ได้รับแต่คำหวานหูว่าเราจะ พิจารณาดูแต่ไม่มีใครตอบรับ วันนี้ท่านจะเห็นได้ว่าสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็ทราบสัญญาณนี้ดีถึงขนาดจะเตรียมกองทุนประกันภัยไว้ถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เตือน ว่านี่เป็นสิ่งที่อันตรายที่จะต้องเกิดขึ้นถ้าสำนักงบประมาณและรัฐบาลนั้นไม่สามารถทดสอบ ฝ่าฟันประสิทธิภาพการบริหารข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน โปร่งใส ให้ต่างชาตินั้น มีความมั่นใจได้ วันนี้บริษัทที่จะทำประกันภัยนั้นไม่มีใครรับทำประกันภัยเพราะทุกคนเจ๊ง ใช้คำว่า เจ๊ง จากอุทกภัยในประเทศไทยทั้งหมดครับ บริษัทประกันภัยของไทยถ้ารับก็ต้องไปประกันภัยต่อในต่างประเทศ แต่ต่างประเทศนั้น วันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าจะรับประกันภัยต่อจากบริษัทประเทศไทยเบี้ยประกันนั้นสูงมาก เบี้ยประกันสูงแล้วการครอบคลุมความเสียหายจะไม่การันตีให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนอดีต ที่ผ่านมาแล้ว จะควบคุมไว้ที่ความเสียหาย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็เก่งแล้ว วันนี้ รัฐบาลพยายามจะมาอ้อมแอ้มบอกว่าสิ่งที่เราจะต้องทำคือให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นคือ ตั้งกองทุนประกันภัยเอง เสียหาย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกเราจะเป็นผู้ออกเอง นี่คือสิ่งที่ผม ไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะถ้าเบี้ยประกันนั้นสูงขึ้นก็หมายความว่าต้นทุนในการ ทำธุรกิจสูงขึ้น นั่นก็คือราคาสินค้าที่แพงขึ้นซึ่งแน่นอนครับผู้บริโภคประชาชนตาดำ ๆ จะต้องเป็นผู้แบกรับภาระนี้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นวันนี้ผมขอเรียกร้องให้สำนักงบประมาณ อย่าอ้ำอึ้ง อย่าหวาดระแวงจนเกินไป กรุณาใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของท่านทั้งหมดเปิดเผยข้อมูล ให้เต็มที่ ครบถ้วน โปร่งใส ผมทราบ ผมเข้าใจ ผมเห็นใจว่ามันยากแต่ท่านต้องทำครับ เพื่ออนาคตและความอยู่รอดของประเทศไทย รัฐบาลต้องจริงจังและกล้าที่จะเปิดเผยข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้ให้ทุกคนเกิดความมั่นใจด้วย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้นั้นต้องการเตือนสติรัฐบาลว่านี่คือคำเตือนจากพวกเราแล้ว หายนะรออยู่ข้างหน้าแล้ว ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นแล้วอย่าให้เขาต้องถอยหนีจาก ประเทศไทยครับ ฉะนั้นวันนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูล อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ครบถ้วนประชาชนจะได้รู้ว่าเขาจะได้รับการเยียวยาอย่างไร เขามี ความหวังหรือไม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ