สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สังเกตว่ารายละเอียดงบประมาณ 120,000 ล้านบาทที่ใช้ในการฟื้นฟูอุทกภัยไม่ชัดเจน และไม่มีการตรวจสอบความโปร่งใส นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินงบประมาณที่ถูกอนุมัติให้กับโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการอาชีวะบำบัด ซึ่งถูกอ้างว่าซ้ำซ้อนกับโครงการในงบประมาณปกติ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้เสนอ คำแปรญัตติแล้วก็ขอสงวนคำแปรญัตติไว้เพื่อปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๕๕ ในส่วนของรายการงบกลางซึ่งตั้งเอาไว้ที่ ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ได้ปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากที่ได้ฟังคณะกรรมาธิการได้รายงานได้เห็น การทำงานของคณะกรรมาธิการแล้วต้องเรียนท่านประธานจริง ๆ ครับว่า ผมว่าลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์มันน้อยไปครับ ที่มันน้อยไปความจริงแล้วต้องขออนุญาตท่านประธานในที่นี้ พูดกันตรงไปตรงมาว่าก็ต้องตำหนิกันทั้งในส่วนรัฐบาลผู้รับผิดชอบและในส่วนของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งสภามอบหมายความไว้วางใจให้ท่านไปทำงานด้วย ประเด็นที่กระผม ติดใจก็จะเป็นประเด็นซึ่งต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ในวาระที่หนึ่งครับ คือในงบกลาง ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมี ๑๒ รายการ รายการอื่น ๆ ไม่ติดใจครับ จะเรื่องค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มเงิน เพิ่มค่าครองชีพ ชั่วคราวข้าราชการ ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ เสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ อื่น ๆ ไม่ติดใจครับ แต่ที่ติดใจก็คือ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการที่ตั้งเอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นงบซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ต้นว่า เป็นการตั้งขึ้นมาแบบที่ภาษาตั้งงบประมาณเรียกว่าเป็น งบลัมพ์ซำ (Lump sum) ความจริง แล้วงบประมาณเวลาจะตั้งมันต้องมีรายละเอียดชัดครับ ถ้าจะสร้างถนน ๑ เส้น เงินนี้ไม่ใช่ เงินท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เงินกรรมาธิการ ไม่ใช่เงินพวกเราครับ เป็นเงินชาวบ้าน ทำงาน อาบเหงื่อต่างน้ำหาเงินมาจ่ายภาษี เขาก็หวังว่าเงินภาษีนี้จะถูกใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีประสิทธิภาพทุกประการ จะสร้างถนนสักเส้นก็ต้องบอกว่าสร้างตรงไหน ตำบลอะไร กิโลเมตรเท่าไรถึงเท่าไร ในการสร้างก็ต้องมีรูปแบบรายการชัด จะมีหินเท่าไร จะทำอะไร เท่าไร เป็นงบประมาณจำนวนเท่าไรต้องถูกตรวจสอบครับ กรรมาธิการของสภา กรรมาธิการวิสามัญมีความสำคัญตรงนี้ ที่ต้องไปซักไซ้ไล่เรียงรายละเอียดทั้งหลายให้เห็น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะหลักการจัดงบประมาณคือ ๑ ต้องเป็นธรรม อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์รามอน แมกไซไซ ที่เคยบอกไว้ว่าหลักการจัดงบประมาณนั้น คนมีมากควรได้รับน้อยจากรัฐและคนมีน้อยควรได้รับมากจากรัฐ งบฟื้นฟูบูรณาการ เรื่องอุทกภัยจึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เพิ่งผ่านมาหยก ๆ และสถานการณ์ยังไม่จบสิ้นโดยสิ้นเชิงนั้นมันเสียหายมหาศาล ไม่มีใครไม่เห็นด้วยเลยครับ ที่จะไม่ให้ใช้เงินงบประมาณไปในการฟื้นฟู ทุกคนเห็นด้วยอยากให้มีการฟื้นฟูทั้งนั้น แต่ฟื้นฟู อะไรครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทผมตามไปดูการทำงานของคณะกรรมาธิการแทบไม่มี รายละเอียดมาบอกพวกเราเลยว่าใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านซักไซ้ไล่เลียงว่าแต่ละ โครงการงบประมาณนี้มันจัดอยู่ที่ตรงไหน เท่าไร เอาไปสร้างถนนกี่เส้น แต่ละเส้นมันอยู่ ตรงไหนบ้าง ง่าย ๆ ครับที่ผมจะถามคณะกรรมาธิการ ผมมีเอกสารซึ่งคณะกรรมาธิการของ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับมา เป็นรายละเอียดที่น่าเศร้ามากครับ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการฟื้นฟูอุทกภัยที่เกิดขึ้น มีงบประมาณชี้แจงรายละเอียดกรรมาธิการเท่านี้ครับ ไม่ถึง ๑๐ แผ่นครับ แล้วใน ๑๐ แผ่นนี้ไม่ใช่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยท่านประธานครับ มี ๒๐,๑๑๐.๕ ล้านบาท แล้วใน ๒๐,๑๑๐ ล้านบาทนี้นะครับ ไม่มีรายละเอียดด้วยครับ เช่น ที่บอกว่ากรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เอาเงินไป ๑๓๔ ล้านบาท ไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงน้ำเน่าเสียและ ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือประชาชน จัดหาอุปกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังจากที่ไหนครับ ให้อะไรครับ นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าต้องตำหนิทั้งรัฐบาลแล้วก็ทั้งคณะกรรมาธิการว่าท่านไป ซักไซ้ไล่เลียงละเอียดหรือเปล่า ผมฟังท่านกรรมาธิการ ประทานโทษเอ่ยนามท่านผ่องศรี ท่านบอกว่างบนี้เข้าตอนดึกครับ แล้วก็ดูเหมือนมีความพยายามจะเร่งรัดให้ผ่านไป ขอเอกสารอย่างไรก็ขอลำบาก งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทได้เอกสารมา ๑๐ แผ่นหรือครับ จำได้ไหมครับ รัฐบาลชุดที่พวกผมทำงานอยู่น้ำท่วมไม่ใหญ่เท่าครั้งนี้หรอกครับ ของบกลางปี มาประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เราทำรายละเอียดครบ ถนนกี่สาย กี่เส้น ถ่ายรูปให้ดูเพื่อให้ มีกระบวนการไปตรวจสอบได้ ฝ่ายค้านในเวลานั้นคือรัฐบาลสมัยนี้ ยกกระบวนเฮละโลกันไป ตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสก็ยอมทำกันนั่นแค่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กลับมา ๑๐ หน้ากระดาษใช้ได้ไหมครับ โครงการอื่นอีกครับท่านประธานครับ พัฒนา เป่าล้างฟื้นฟูบ่อน้ำบาดาลกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เอาเงินไป ๑๖๙ ล้านบาท ไปทำที่ไหน ก็ไม่บอก กรมการศาสนาไปช่วยเหลือวัดมัสยิดก็ไม่บอกว่าเป็นที่ไหน กระทรวงคมนาคมได้ไป ในล็อตแรกอนุมัติ วันที่ ๑๒ เดือนธันวาคมโดยคณะรัฐมนตรี ๑,๙๕๓ ล้านบาท ซ่อมถนน หนทางเอาเงินไป ๑,๘๑๐ ล้านบาทของกรมทางหลวง ไปทำถนนเส้นไหนครับ มันดูเหมือน มันจะปก ๆ ปิด ๆ ซ่อนเร้นอย่างไรชอบกล ถ้าท่านจะบอกว่ามันกะทันหัน มันไม่สามารถ ที่จะเอารายละเอียดมาได้ ผมไปค้นมติคณะรัฐมนตรีมาครับ ถ้าไม่มีรายละเอียดก็แปลว่า มีคนทำผิดมติคณะรัฐมนตรีแน่นอนและมีโทษด้วยครับ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๔ กำหนดหลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญ และตรวจสอบความพร้อมด้านต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีอยู่ ๓ หลักเกณฑ์ ท่านประธานครับ กรรมาธิการได้ไปซักไหมครับเรื่องนี้ ๑. หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการ เพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อที่ ๑ มีความพร้อมของแบบรูปรายการและประมาณราคา พร้อมทั้งแสดงสถานที่ก่อสร้าง ให้ชัดเจน ไหนครับ แสดงสถานที่ก่อสร้างให้ชัดเจน ถ้าไม่มีแปลว่ามีคนทำผิดมติ ครม. ครับ และนี่คือเงินภาษีประชาชนครับ เป็นหน้าที่ของสภานี้ที่ต้องดำเนินการกับคนซึ่งทำผิดมติ คณะรัฐมนตรี ข้อ ๒ มีข้อมูลแสดงระดับความเสียหาย เสียหายทั้งหมด ๘๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์
ข้อที่ ๒ ครับ หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและ ตรวจสอบความพร้อมด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม มีข้อมูลแสดงระดับความเสียหายด้าน เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน มีการแสดงประโยชน์ของโครงการ อย่างชัดเจน มีรายละเอียดแผนการดำเนินงานที่แสดงถึงรายละเอียด สถานที่ กิจกรรม ปริมาณ กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และหน่วยงานที่รับผิดชอบไหนครับ กรรมาธิการต้องเอา รายละเอียดมาแสดงกับสภานี้นะครับ ถ้าท่านไปทำงานตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ใครก็ตามที่ไม่ให้รายละเอียดนี้แปลว่าขั้นตอนการทำงาน โครงการนี่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาได้อย่างไรครับ ถ้าไม่มีรายละเอียดแผนงานต่าง ๆ ในการ ใช้จ่ายเงินงบประมาณ ผมถึงบอกว่าปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่มันน้อยไปถ้าที่รับมาขณะนี้นะครับ นอกจากนั้นครับ
หลักเกณฑ์ข้อที่ ๓ มันมีโครงการประเภทหนึ่งครับ ซึ่งท่านอนุมัติเงินไปแล้ว ในรอบแรกครับ ๒๐,๑๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ คือโครงการประเภทเช่นนะครับ อาชีวะบำบัดเพื่อสรรสร้างคุณภาพชีวิต และกำลังใจ เป็นการฝึกอาชีพระยะสั้น ๕ วัน ๑๘๐ ล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการประทานโทษ เอ่ยนามอีกครั้ง คุณผ่องศรีก็ต้องข้อสังเกตว่ามันซ้ำซ้อนกันหรือไม่กับโครงการในงบปกติ ซึ่งถ้ากลับไปค้นดูในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมีหลายโครงการ ที่เป็นการฝึกอาชีพในลักษณะเดียวกัน หรือโครงการประเภทที่มีการไปฝึกอาชีพให้กับ ท่านใช้คำว่า ผู้ประสบภัยที่มีความเปราะบาง ซึ่งกระผมก็สงสัยนะครับว่าหมายความว่า อย่างไร มีการให้เงินไปจัดทีมปฏิบัติการออกไปบริการทำความสะอาด ๑๔ ล้านบาทนะครับ ของกระทรวงศึกษาธิการ มีการให้เงินสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไปอีก ๑๗ ล้านบาท เป็นโครงการช่วยเหลือสัตว์และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยด้านสัตวแพทย์ มีให้ กระทรวงศึกษาธิการไป แล้วก็เป็นข่าวนะครับว่ารัฐมนตรีค่อนข้างจะหงุดหงิดว่าได้ไม่ครบ คือให้ไปรอบแรกนี่ ๔๐๐ กว่าล้านบาท โครงการประเภทนี้มันมีหลักเกณฑ์เป็นมติ ครม. วันที่ ๒๒ พฤศจิกายนครับบอกว่า หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญ และตรวจสอบความพร้อมด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ข้อที่ ๑ สำคัญที่สุดครับ มีข้อมูลปริมาณ และสถานบุคคล หรือครัวเรือนของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ มีการแสดงประโยชน์ มีรายละเอียดสถานที่กิจกรรม โครงการ ปริมาณกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และหน่วยงาน รับผิดชอบ มีไหมครับ หรือกรรมาธิการจะบอกว่า ๑๐ แผ่นนี้พอแล้ว กับภาษีประชาชน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ มาแสดงท่านผ่านให้ได้หรือครับ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แรกนะครับ ความจริงแล้ว ครม. มาถึงวันนี้อนุมัติเพิ่มเติมมาอีก ๒ รอบนะครับ รอบ วันที่ ๑๒ ธันวาคมนี่ท่านอนุมัติไป ๒๐,๑๑๐.๕๕ ล้านบาท แล้วแยกเป็นแต่ละอันนี่ครับ กระทรวงคมนาคมได้ไปสูงสุดตามที่เป็นข่าว วันที่ ๒๗ ธันวาคม ท่านอนุมัติเพิ่มเติมอีกครับ ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ท่านอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไป ๑๐,๘๙๕.๙๑ ล้านบาท ให้กระทรวงมหาดไทยไปอีก ๒๘๓.๕ ล้านบาท ที่สำคัญที่สุดครับ วันนี้ ครม. อนุมัติ เพิ่มอีก ๑๑,๐๒๖.๖๐๗ ล้านบาท เป็นด้านคมนาคมขนส่ง ๕,๖๙๓ ล้านบาท สถานศึกษา ๑,๓๗๙ ล้านบาท แหล่งน้ำและระบบชลประทานอีก ๓,๒๐๑ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลที่แล้ว ฝ่ายค้านขณะนั้นคือคนที่เป็นรัฐบาลชุดนี้ซักไซ้ไล่เลียงแล้วจับผิดได้ ๑ รูป บอกว่ารูปมันเหมือนกันไปตรวจสอบ ที่สุดคณะกรรมาธิการที่สภาตั้งไปเปลี่ยน แต่นี่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ได้กระดาษกลับมา ๑๐ แผ่น นี่คือปัญหาที่จะต้องตั้งประเด็นกัน ต่อไปว่า ถ้าคณะกรรมาธิการจะอ้างว่ามีเวลาน้อย เอาแค่เฉพาะวันที่ ๑๒ ธันวาคมที่ ครม. อนุมัตินี่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๕๕ ชุดนี้ยังทำงานอยู่ครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณชุดนี้ยังทำงานอยู่ครับ ถ้าเป็นไปตามมติ ครม. วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน แปลว่าทุกโครงการมีแบบรูปรายการ มีการแสดงจำนวนสถานที่ กิจกรรม ปริมาณทั้งหมดครบถ้วนพร้อมเพรียง อย่างนี้ได้ไหมท่านคณะกรรมาธิการครับ สภายังไม่ได้ ผ่านงบประมาณวาระที่สอง วาระที่สาม ถ้าเราปฏิญาณตนในสภาผู้แทนราษฎรนี้ต่อหน้า เบื้องพระบรมสาทิสลักษณ์ เราพูดถึงการรักษาประโยชน์ประชาชน ท่านเอารายละเอียดมา ให้สภาได้ไหมครับ เอาแค่ ๒๐,๑๑๐.๕ ล้านบาทมาก่อน ถ้าเป็นไปตามมติ ครม. จริง ๆ แล้ว มติ ครม. ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนทำตามนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ ต้องมีรายละเอียดของ ทุกโครงการใน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่อนุมัติตามหลังมาอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี วันนี้อีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ดี สภามี คณะกรรมาธิการสามัญที่ติดตามงบประมาณอยู่แล้วก็ไปตามกันตรงนั้นได้ แต่เฉพาะตรงนี้ผมว่า มันไม่ได้ และรวมทั้ง ๓ ยอดนี้แล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท รวมประมาณแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทละครับ อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ประทานโทษเอ่ยนาม คุณจุติได้พูดถึง ใครจะไปไว้วางใจได้ละครับ แค่งบบริจาค ศปภ. ซึ่งผมต้องถามต่อเหมือนกัน เพราะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ต้องพิจารณางบประมาณที่ ไปจากงบกลางด้วย มีการอนุมัติงบประมาณให้ ศปภ. ซึ่งเพิ่งถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเมื่อ ปลายเดือนพฤศจิกายน เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไรครับ กับแค่ของบริจาคยัง มีปัญหาเลยครับ นี่เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภาษีประชาชนครับ กรรมาธิการถามไหมครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเฉพาะงบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก้อนที่ ๑ ก่อน วันที่ ๑๒ ธันวาคม กรรมาธิการชุดนี้ยังทำงาน เป็นไปได้ไหมครับ ขอรูปแบบรายการ รายละเอียดของโครงการที่อนุมัติในทุกโครงการ ถ้ารัฐบาลและกรรมาธิการโปร่งใสพอ แต่ถ้าให้กับสภานี้ไม่ได้ ผมว่าตั้งข้อสังเกตไว้เลยครับ เรื่องนี้ที่สุดจะนำไปสู่การตรวจสอบของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. สตง. หรือสภาผู้แทนราษฎร และอาจจะต้อง นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้ามีการทุจริตที่ไปเกี่ยวข้องกับคนซึ่งมีความเกี่ยวข้องจริง ๆ ผมต้องทวงถามเรื่องนี้ครับ เพราะรัฐบาลประกาศเรื่องธรรมาภิบาลมาแต่ต้น ที่สำคัญ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้ไปซักไหมว่าในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปจ่ายเรื่อง เงินเยียวยาเบื้องต้นกับประชาชนครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น มันมีการกำหนดหลักเกณฑ์ การจ่ายที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร เพราะวันนี้ที่ผมตรวจสอบเรื่องจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาท มันมีการปฏิบัติผิดมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ไม่รู้มติ ครม. ไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรือออกมาเพียงแค่อยากให้ เป็นข่าวและข้อเท็จจริงเป็นไม่ได้ หรือเพราะเหตุอะไรก็ตาม มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๘ พฤศจิกายน ท่านประธานครับ มีการอนุมัติงบกลาง ๒๕๕๔ จ่ายให้กับครัวเรือน ในกรุงเทพมหานครที่ถูกน้ำท่วม ทั้งหมดนี้ที่มีการอนุมัติไป ๖๒๑,๓๕๕ ครัวเรือน เป็นเงิน ๓,๑๐๖ ล้านบาท มติ ครม. กล้าหาญชาญชัยมากครับ อนุมัติวันที่ ๘ พฤศจิกายนบอกว่า ให้ช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน ผมนับวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครบ ๔๕ วัน วันที่ ๒๒ ธันวาคม ปี ๒๕๕๔ ผ่านมาแล้วนะครับ วันนี้คือวันที่ ๔ มกราคม ไปดูรายงานของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยลงมาในเว็บไซต์จ่ายได้เพียงแค่ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม เพียง ๘๑,๕๕๐ ครัวเรือน จาก ๖๒๑,๓๕๕ ครัวเรือน มติ ครม. บอกต้องจ่ายให้แล้วเสร็จ ใน ๔๕ วัน กรรมาธิการไปซักเรื่องนี้แล้วจะดำเนินงานต่อไปอย่างไรครับ ความจริงเรื่อง ๕,๐๐๐ บาท เพื่อนสมาชิกพูดกันเยอะครับ แต่ที่หนักกว่านั้นท่านประธานครับ ก็คือการช่วยเหลือจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท นอกเหนือกรุงเทพมหานคร ครับ มีมติคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกันครับ ว่าจะต้องจ่ายให้แล้วเสร็จโดยมีการอนุมัติเมื่อ วันที่ ๖ กันยายน ปี ๒๕๕๔ มีการบอกว่าจะต้องดำเนินการช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ ถึง ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ แปลว่า ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ จบครับ อนุมัติไปทั้งหมด ๒,๒๘๙,๕๖๒ ครัวเรือน เป็นเงิน ๑๑,๔๔๗ ล้านบาท ต่อเนื่องกัน มานะครับ ปรากฏ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ใน ๒,๒๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนี้ จ่ายไปได้เพียง ๕๓๕,๘๐๘ ครัวเรือน คงตกค้างอยู่ถึงประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนครับ ผมถึงบอกว่า ประสิทธิภาพในการทำงานนี้มันส่อ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาลจึงเป็นปัญหา กรรมาธิการได้ซักไซ้ตรงนี้แล้วมีการทบทวนเรื่องของการใช้จ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชนในการปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไรครับ ความจริง มีอีกเยอะครับ แต่จำเป็นจะต้องพูดในช่วงระยะเวลาที่สั้น ๆ เพราะการช่วยเหลือเยียวยา เรื่องอุทกภัยนั้นมีเงินซึ่ง ครม. ไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์เอาไว้ด้วยว่าบ้านพังทั้งหลัง ได้หลังละ ๒๔๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๕,๐๐๐ บาทที่จ่ายเยียวยาเบื้องต้นกับบ้านพังทั้งหลัง ๒๔๐,๐๐๐ บาทนั้น ริเริ่มในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และ ผมนี่ครับ เป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือชุดนั้น เราได้ดำเนินการในเรื่องหลักเกณฑ์ เหล่านี้มา แต่เราคิดระบบการจ่ายไว้ครบครับว่าจะต้องเร็วตรงไหน อย่างไร อันนี้ก็เป็นอีก ประเด็นหนึ่งซึ่งต่อเนื่องกันมาจากเรื่องงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านตั้งไว้ ผมมีประเด็นสั้น ๆ เพียง ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นครับ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มติ ครม. ๒๒ พฤศจิกายน บอกต้องมีแบบรูปรายการแสดงปริมาณจำนวนคน สถานที่ กิจกรรมชัดเจน กรรมาธิการชุดนี้ได้เอกสารมาเพียง ๑๐ แผ่น ผมคิดว่าอย่างนี้อนุมัติไม่ได้ ครับ ๒ วันที่เหลือ คือวันที่ ๕ กับวันที่ ๖ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่ามีโอกาสแล้วผมจะ ลุกขึ้นมาทวงถามกับคณะกรรมาธิการ แล้วขอคำตอบด้วยครับว่าถ้ามติ ครม. เป็นเช่นนี้ กรรมาธิการไม่อยากจะกล่าวหาว่าบกพร่องนะครับ เพราะว่ากรรมาธิการท่านหนึ่งก็ยอมรับ ว่าทำงานตอนดึกแล้ว สมาชิกที่เป็นกรรมาธิการก็เหลืออยู่น้อย ซึ่งผมถือว่าหละหลวมมาก เพราะ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบที่คนจับตามองทั้งประเทศ คนเขาเดือดร้อนนะครับ เขาอยากได้งบไปช่วยเหลือ ใครจะรู้ว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถ้าไม่มีรายละเอียดอย่างนี้ สุดท้ายก็จะเป็นไปตามอำนาจ อำเภอใจทางการเมือง แก้ปัญหาน้ำท่วมก็ไปครั้งหนึ่งแล้ว แล้วเที่ยวนี้จะไปจังหวัดไหนล่ะครับ ไปฐานเสียงใครล่ะครับ ไป ส.ส. พรรคไหนละครับ นี่คือ ปัญหาครับ ที่สำคัญหนักยิ่งไปกว่านั้นคือการทุจริตครับ วันนี้หลายประการที่มีการทุจริตกัน ในช่วงน้ำท่วมนี้ยังสอบกันไม่จบเลยจนเดี๋ยวนี้ แล้วมาซ้ำซ้อนกับเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามันใหญ่มากนะครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมว่าพี่น้องประชาชนก็คงจะมีความ อดทนที่น้อยลงต่อเรื่องของการช่วยเหลือเรื่องอุทกภัยของรัฐบาล ผมขอคำตอบและคำชี้แจง จากกรรมาธิการวิสามัญด้วยครับ