เรวัต จี้ลดงบ 1% เพื่อแก้วิกฤตหมอกควันและพัฒนาระบบเตือนภัยแหล่งท่องเที่ยว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

เรวัต อารีรอบ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในมาตรา ๙ เพื่อพัฒนาห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบลงทุนสำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างจริงจังแทนงบประจําที่ขาดแคลน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของศูนย์ประชุมนานาชาติภูเก็ตที่ได้ดำเนินการต่อโดยถูกต้อง เรวัต อารีรอบ ระบุว่าหากไทยมีหมอกควันจากไฟป่าเหมือนอินโดนีเซียในปีที่ผ่านมาเพื่อนบ้านจะตำหนิ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยอย่างเพียงพอ จึงปรับลดงบประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานดังกล่าวทำงานหนักขึ้น

นายเรวัต อารีรอบ กรรมาธิการ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนคําแปรญัตติเพื่อปรับลดในมาตรา ๙ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ จากยอด ๖,๗๕๔,๒๕๓,๒๐๐ บาท ปรับเพื่ออะไรท่านประธานครับ ปรับไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์เพื่อทําห้องน้ําในแหล่งท่องเที่ยว ที่จังหวัดภูเก็ต ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขาดความเอาใจใส่และการดูแลอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ หากผมไม่ได้ปรับลดและอภิปรายในมาตรานี้ของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ก็เปรียบเสมือนกับผมไม่ใช่เป็นตัวแทนของชาวภูเก็ต พร้อมกับคุณอัญชลีเมื่อวาน ได้อภิปรายเรื่องงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านไปดูงบประมาณได้เลย ไม่ว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๔ ในปี ๒๕๕๕ ที่จะใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ ไม่มีงบในการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว แม้กระทั่งดูแลนักท่องเที่ยวแม้แต่บาทเดียว ที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาที่ส่งไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ใช่งบการลงทุนนะครับ เป็นงบประจําที่ต้องไป ดูแลข้าราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต นอกเหนือจากนั้น ผมเองยืนยันคําเดิม เช่นเดิม ผมพูดอย่างไรในห้องกรรมาธิการ ผมก็พูดอย่างนั้นในวันนี้ ที่สภา เพราะผมเรียกร้องให้กับคนภูเก็ต แต่อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ไม่ใช่เฉพาะคนภูเก็ต อย่างเดียว หรือจังหวัดภูเก็ตอย่างเดียว รัฐบาลต้องดูแลจังหวัดที่ผลิตรายได้ให้กับรัฐบาล ไม่ว่าภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรีก็ตาม ผมเล่าให้ท่านประธานฟังครับว่าตอนที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเข้ามาชี้แจงงบประมาณ ผมบอกตรงไปตรงมาว่าผมนอนไม่หลับครับ นอนไม่หลับ จริงๆ ท่านฟังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาแถลงนโยบายอย่างนี้ท่านครับ วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายและบริหารจัดการการท่องเที่ยว ให้มีเอกภาพ มีระบบและเชื่อมโยงทั้งในระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคแห่งเอเชีย สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้เกิดความสมดุลยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ ท่านประธานเห็นไหมครับ บอกไว้เลยว่าทั้งระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น แล้วพันธกิจ เขาบอกว่าจะส่งเสริม สนับสนุนการบริหารการจัดการการตลาดและการท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศสูงสุด ท่านครับ ระดับปลัดกระทรวงมานั่ง บอกวิสัยทัศน์อย่างนี้ มาพูดเรื่องพันธกิจอย่างนี้ ผมเป็นผู้แทนของคนภูเก็ต ผมเชื่อไหม เชื่อครับ แต่สุดท้ายงบปี ๒๕๕๕ มีอะไรบ้างครับ ไม่มีแม้กระทั่งบาทเดียว วันนี้ผมจําเป็น ต้องขึ้นอภิปรายในเรื่องของมาตรา ๙ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้เพื่อให้เป็น แนวทางคณะกรรมาธิการ สํานักงบประมาณ รัฐบาลต้องทําในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ว่าจะพัฒนาจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดที่ผลิตรายได้ให้กับรัฐบาลใช้เพื่อดูแลคน ทั้งประเทศไว้อย่างไร นอกเหนือจากที่ผมบอกไปแล้ว ที่ผมบอกแล้วว่าผมนอนไม่หลับ แล้วผมก็ต้องใช้คําเดิม พูดอย่างไรในห้องกรรมาธิการก็พูดอย่างนั้น ท่านครับ ถามได้เลยว่า ที่ผมตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ไป ผมพูดอย่างตรงไปตรงมาจากใจจริง ผมประชดครับ ประชด ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ไปทําห้องน้ํา ท่านไปที่หาดป่าตอง ท่านไปที่แหลมพรหมเทพ ท่านไปหาดราไวย์ ท่านไปทุกหาดหลายหาด ผมถามได้เลยว่าเวลานักท่องเที่ยวจะเข้าบริการห้องน้ํา ไม่มีครับ จะต้องไปซื้อของ จะต้องไปนั่งทานอาหารแล้วถึงจะเข้าห้องน้ํา หรือไม่อย่างนั้นจะต้องเสียเงิน เข้าห้องน้ํา อายเขาไหมครับ นักท่องเที่ยวมาที่บ้านผมแต่ละปี แต่ละเดือน เฉลี่ยสรุปแล้ว ปีหนึ่งประมาณเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน สิ่งไหนที่ผมบอกว่าดีผมต้องชื่นชม สิ่งไหนที่ผมบอก ไม่ดีผมก็ต้องติติงเป็นธรรมดา ผมยกตัวอย่างเช่นรัฐบาลชุดที่แล้วที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดสรรตั้งงบเรื่องศูนย์ประชุมนานาชาติที่จังหวัดภูเก็ต อย่างนี้ผมต้องขอขอบคุณ ทางกระทรวงการคลัง ผมทราบข่าวมาเมื่อเช้านี้ก่อนที่ผมจะพูดนี้ ผมทราบข่าวว่า ทางกระทรวงการคลังดําเนินการต่อ ถูกต้องแล้วครับ เพราะท่านอย่าลืมว่าในนักท่องเที่ยว กลุ่มไมซ์ (MICE) เวลาเขาจะมากัน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน ในจังหวัดบ้านผมหรือจังหวัดอื่น ๆ แทบจะไม่มีห้องประชุมใหญ่ ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลยครับ ที่กรุงเทพมหานคร มีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมจําได้ตอนนั้นทางรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ มีคนหลายคน มีคนหลายกลุ่มบอกว่าทําไมไม่โยกงบจากจังหวัดเชียงใหม่เอามาไว้ ที่จังหวัดภูเก็ต ท่านอภิสิทธิ์พูดอย่างไรครับ จังหวัดเชียงใหม่ก็คือจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย คนเชียงใหม่ก็คือคนไทย เราไม่ทําครับ ผมบอกแล้วว่าสิ่งไหนที่ดีผมต้องชื่นชม สิ่งไหนไม่ดี ผมก็ต้องติติงเป็นธรรมดา นอกเหนือจากนั้นผมจะเล่าให้ท่านฟังต่อครับว่าในกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาว่านอกเหนือจากไม่ดูแลแหล่งท่องเที่ยว ไม่ส่งงบประมาณไปฟื้นฟู ท่านเชื่อไหมครับว่าเรื่องนี้เพิ่งเกิดเมื่อประมาณสัก ๒ อาทิตย์ เวลานักท่องเที่ยวมาจาก ประเทศอิสราเอล เหมือนกับท่านประธาน เหมือนท่านกรรมาธิการก็ดีครับ เวลาท่านไป ต่างประเทศ ท่านไปดูงานจะมีคนไทยไปด้วย เขาเรียกว่าเป็นหัวหน้าของกลุ่มที่เป็นไกด์ (Guide) ไทยไป เช่นเดียวกันครับ ประเทศอิสราเอลเป็นตลาดใหม่ที่มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ท่านเชื่อไหมครับเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําอย่างไร ไปจับเขาหาว่า เขามาเป็นไกด์ ทั้ง ๆ ที่เขามีไกด์คนไทย จ้างคนไทยอยู่แล้ว เพราะว่าคนไทยพูดภาษา อิสราเอลไม่ได้ งานไม่ทํา ทําแต่เรื่อง งบประมาณยังไม่ส่ง ยังมาสร้างภาพลบให้เสียอีก ทางประเทศอิสราเอลบอกแล้วว่าถ้าหากปัญหาอย่างนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต่อไปแขก ของประเทศอิสราเอล จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพมหานครจะยกเลิกครับ ผมเองในฐานะเป็นตัวแทนของคนภูเก็ต ในฐานะปวงชนชาวไทยก็ต้องบอกทางกรรมาธิการ บอกไปยังรัฐบาล บอกไปยังสํานักงบประมาณ ต่อไปนี้การจัดงบประมาณต้องให้ดูด้วยครับ อย่าไปมองว่าจังหวัดไหนที่มีประชากรน้อย ต้องมองถึงประชากรแฝง นักท่องเที่ยว จังหวัด ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ผมกล้าพูดได้เลยจังหวัดภูเก็ตสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลแต่ละปี นํามาใช้พัฒนาเมือง พัฒนาคน รวมถึงเงินเดือนราชการปีละเป็นแสนล้านบาท ถ้าผมไม่พูด วันนี้ผมกลับบ้านไม่ได้ครับ ผมตอบโจทย์ไม่ได้เลยว่าทําไมผมในฐานะตัวแทนของคนภูเก็ต เขาเลือกผมมาแล้ว และผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ถ้าผมไม่พูดเลยคงไม่ได้ครับ ผมต้องฝากสํานักงบประมาณ ฝากรัฐบาล ฝากคณะกรรมาธิการไปคิด เราในฐานะคนไทยด้วยกันจะปรองดองด้วยกันแล้วต้องพัฒนา อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าจังหวัดหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง จังหวัดหนึ่งอีกอย่างหนึ่งไม่ได้ครับ

ท่านครับต่อไป ท่านเชื่อหรือไม่เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว หมอกจากประเทศอินโดนีเซีย พัดมาเรื่อย เข้าประเทศสิงคโปร์ เข้าประเทศมาเลเซีย เข้าประเทศอินโดนีเซีย เรากลับกันครับ ณ วันนั้นถ้าประเทศไทยมีหมอกควันที่เกิดจากควันไฟเหมือนไฟป่าที่ประเทศอินโดนีเซีย ณ วันนั้นประเทศไทยเป็นอย่างไร รู้ไหมครับ ประเทศเพื่อนบ้านเอาเราตายเลยครับ แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําอะไรอยู่ ไม่ทําอะไรเลยครับ ไม่เตือนแม้กระทั่งว่า เข้าไปที่ประเทศอินโดนีเซียไม่ปลอดภัยในเรื่องควันไฟที่เกิดจากไฟป่านี่ครับ ไม่หรอกครับ

แล้วในปี ๒๕๕๒ ก็ดี ปี ๒๕๕๓ ก็ดี ความคิดต่างทางการเมือง ไม่ว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดง รวมทั้งน้ําท่วมในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทําอะไรบ้างครับ ประชาสัมพันธ์ อย่างไรบ้างครับ ผมบอกท่านตรงไปตรงมาในที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าเพื่อนบ้านในเอเชีย ที่เป็นคู่แข่งของจังหวัดภูเก็ตก็ดี คู่แข่งของประเทศสิงคโปร์ก็ดี คู่แข่งของกรุงเทพมหานครก็ดี ปากพูดอย่างหนึ่งแต่มือถือมีดอยู่ครับ ผมรู้ดีครับ แต่ผมไม่อยากให้เอ่ยว่าประเทศนั้น เป็นประเทศไหน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องทํางานให้หนักมากกว่านี้ ผมจึงปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ