วิรัตน์ กัลยาศิริ หารือเรื่องการปรับลด 2% ของมาตรา 5 สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และเรียกร้องการสนับสนุนให้กรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติ ปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ของมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมมีความจำเป็นครับ เพราะเหตุว่าความจริง ถ้าท่านประธานและรัฐบาลหรือกรรมาธิการได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมานะครับ จะเห็นได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ ซึ่งเกิดจากการใช้นโยบายผิดพลาด ซึ่งผมจะไม่ลงลึกครับ ได้มีการปรับแก้มีทิศทาง ที่ชัดเจน สาระสำคัญอย่างแรก ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกคนยอมรับครับว่าปัญหาอยู่ที่การศึกษา เพราะฉะนั้นในการออกกฎหมาย ศอ.บต. ในภารกิจ ๑ ใน ๕ ประการของ ศอ.บต. คือ การศึกษาท่านประธาน ภารกิจการศึกษานั้นผมเน้นไปที่ปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน แค่นั้น ไม่พอครับ เกรงว่าในการดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ยังไม่พอ ในการทำ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ก็ยังได้บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนอีกทางหนึ่ง แปลว่าถ้าใน ๕ จังหวัดภาคใต้ท่านประธานครับ จะต้องมี ๒ หน่วยงานหลัก ๆ ก็คือ ศอ.บต. และกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่ผมกังวลที่สุดก็คือว่า ไม่เห็นรายละเอียดที่กระทรวงศึกษาธิการหรือกรรมาธิการได้ลงลึก เจาะลึกเข้าไป ในรายละเอียดว่าได้จัดสรรงบประมาณให้ปอเนาะ ฟัรดูอีน ตาดีกาแค่ไหน เพียงใด เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าในสมัยหนึ่ง ผมไม่บอก พ.ศ. อีก เดี๋ยวก็ไม่สบายใจ เอาว่ามีความตั้งใจที่จะยกเลิกปอเนาะ มีความตั้งใจ พยายามสั่ง พยายามสอนว่าปอเนาะ คือแหล่งซ่องสุม ผลที่ตามมาคืออะไรครับ คือเกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้ากรรมาธิการได้ซักถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ก็จะได้ทราบว่า สิ่งที่รัฐบาลที่แล้วได้ทำไปคือปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนนั้นจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการแก้ปัญหา ๕ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็ไม่ได้ลงลึก นอกจากนั้นครับ กรณีที่ พี่น้องประชาชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เครียดที่สุด กังวลที่สุด อึดอัดกับรัฐไทยที่สุด ก็คือความยุติธรรม ผมไทยพุทธครับ ผมหลวงพ่อทวดครับ แต่ว่าลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัด กับนายถาวร เสนเนียม เกือบทุกสัปดาห์ เขาอยากจะเห็นระบบการตัดสินความตามหลักศาสนา นั่นก็คือศาลอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก เรียกภาษาง่าย ๆ เรียกว่าศาลชารีอะห์ ได้มีการยกร่างเรื่องนี้ท่านประธานครับ ท่านจุฬาราชมนตรี ท่านปัจจุบัน ท่านอาศิส พิทักษ์คุมพล ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ช่วยลงไปดู ท่านตุลาการศาลปกครอง ท่านไพโรจน์ มินเด็น ช่วยกันดู พวกเรา สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันทำ อันนี้เสียดายอย่างยิ่งที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไม่ได้หยิบยกร่างกฎหมายนี้ขึ้นมา ทำให้ผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้จริงใจในการแก้ปัญหานี้ ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ยิ่งไปกว่านั้นครับ เมื่อไปดูภารกิจของ ศอ.บต. ๑ ในอีก ๕ เรื่อง ก็คือ การเยียวยา แม่หม้าย ลูกกำพร้า คนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ หรือผลกระทบข้างเคียง ไม่ได้มีการพูดคุย ไม่ได้มีการเตรียมการ ไม่ได้มีการเตรียมการ จัดการงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องราวอย่างจริงจังนะครับ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานครับ คนที่จะเป็นจุดร่วมจุดเชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับอำเภอ หมู่บ้านกับผู้มี อำนาจทางบ้านเมือง ก็คือบัณฑิตอาสา ปกติเราจะมีบัณฑิตอาสาซึ่งจบปริญญาตรี จบอาชีวะ ปวส. อยู่ทุกหมู่บ้านเป็นตัวเชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับอำเภอ หมู่บ้านกับจังหวัด บัณฑิตอาสา ได้มากไหมครับ ไม่มากครับ เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่เขาทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด ไม่มีเสาร์ ไม่มีอาทิตย์ ไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน เข้าออกได้โดยสะดวก ในขณะที่ตั้งแต่ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ตอนเย็นจนถึงประมาณ ๗ โมงเช้า ข้าราชการผมไม่เชื่อว่าจะไป ด้วยความ เคารพนะครับ ข้าราชการที่ดียังมี ข้าราชการที่มีความกล้ายังมี แต่โดยรวมไม่ไปหรอกครับ เพราะฉะนั้นใครละครับที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างพี่น้องในชุมชน พี่น้องในหมู่บ้าน กับข้าราชการในเมืองในอำเภอ ก็คือบัณฑิตอาสา ท่านก็ไม่ได้สนใจปล่อยทิ้งนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านจะปรับแนวนโยบาย ซึ่งเราพยายามเอาการเมืองนำการทหาร การทหารอย่างท่านแม่ทัพภาค ๔ ปัจจุบัน อย่างท่านเสธ. ที่ถูกย้ายไปแล้ว แม้ว่าเขาเป็น ทหารแต่เขาเอาการเมืองนำการทหาร แต่รัฐบาลนี้กำลังเอาการทหารไปนำ ผมเกรงว่า ๕,๐๐๐ ศพที่เสียชีวิตไปแล้ว กับ ๑๐,๐๐๐ ศพที่บาดเจ็บมันจะเพิ่มทวีคูณขึ้น เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนว่ากฎหมาย ศอ.บต. ซึ่งดีอยู่แล้ว เรามีตัวแทน ๔๙ คน มาจากผู้นำชุมชน มาจากตัวแทนท้องถิ่นใน ๕ จังหวัด จังหวัดละคน ผู้แทนท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาจากจังหวัดละคน ผู้แทนศาสนาพุทธจังหวัดละคน ผู้แทนศาสนาอิสลามจังหวัดละคน ผู้แทนศาสนาอื่น ๑ คน ครูปอเนาะ ผู้แทนผู้ประกอบการ รวมแล้ว ๔๔ คน บวกกับ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งอีก ๕ คน เป็น ๔๙ คน คนเหล่านี้เป็นตัวเชื่อม เพราะฉะนั้นท่านประธาน ดูได้ครับ ตัวเชื่อมระหว่างผู้นำก็มี ๔๙ คน ตัวเชื่อมระหว่างพื้นที่ก็มีบัณฑิตอาสา สิ่งทั้งหลาย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี แต่กรรมาธิการก็ไม่ได้ซักถาม รัฐบาลก็ไม่ได้สนใจ แล้วพยายามจัดนโยบาย จัดงบประมาณในลักษณะเช่นนี้ ผมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณของ กอ.รมน. เพื่อเอาไปดูแลบัณฑิตอาสา เพื่อเอาไปดูแลการเยียวยาของพี่น้อง แม่หม้าย ลูกกำพร้า ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ