รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อภิปรายเรื่องกองทุนพัฒนาสตรี ห่วงใยที่มีการเคลื่อนไหวของกองทุนนี้ ไม่ได้วางแผนเอาไว้ และไม่มีการกำกับดูแลอย่างดี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้อภิปราย ในมาตรานี้ก็เพราะว่าดิฉันจะอภิปรายว่าด้วยเรื่องกองทุนพัฒนาสตรี แต่ไม่ได้พูดถึงในตัวของ ที่จะปรับลดงบประมาณ เพียงแต่ว่าดิฉันพูดอภิปรายก็เพราะว่ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการระดับชาติอยู่ที่ สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วคณะกรรมการที่มาทั้งหลายนี่นะคะ ก็จะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ที่จริง กองทุนนี้ท่านประธาน เหมือนกับเป็นกองทุนเกี่ยวกับการเมืองล้วน ๆ เลย เพราะว่ารัฐมนตรี ที่มาเป็นคณะกรรมการก็จะไม่มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จริงแล้วถ้าอยู่ในพื้นที่ ที่ช่วยดูแลในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ทางด้านการเกษตรด้วย แต่ว่าพอเป็นรัฐมนตรี เป็นกรรมการ ก็จะไม่มีกรรมการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะมีกระทรวงอื่น ๆ ที่เป็นของ พรรคแกนนำรัฐบาลนี่นะคะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือกองทุนนี้ ที่จริงดิฉันห่วงใยเสมอมานะคะ ได้หารือในสภาไม่ต่ำกว่า ๓ หรือ ๔ ครั้ง ถึงการเคลื่อนไหวของกองทุนนี้ เพราะว่ากองทุนนี้ ไม่ได้วางแผนเอาไว้เลยในการที่จะตั้งกองทุนขึ้นมา เมื่อไปพบกลุ่มผู้หญิงตอนในช่วงหาเสียง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าจะให้เงินกองทุนจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท พูดไปแล้วก็จบ เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลท่านก็พยายามที่จะตั้ง เพียงแต่ว่ามันมีความสับสนแล้วมีคนเข้ามา วุ่นวายมาก ความที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้มีการที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาสตรี อย่างแท้จริง มันก็จะมีความหลากหลายแล้วก็เสนอเข้ามาก็เลยตั้งไม่ได้ จนกระทั่งระเบียบ ทุกวันนี้จะตั้งเป็นระเบียบหรือว่าจะออกโดยกฎหมาย สุดท้ายตอนนี้ก็ยังร่างระเบียบ ยังไม่เสร็จเลย แต่ว่าก็ตั้งงบประมาณเอาไว้บอกว่าจะให้ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ก็ให้แค่ ๒๐ ล้านบาท และปีหน้าค่อยเอา ๘๐ ล้านบาท ประชาชนก็นั่งรอฟัง แล้วไม่ทราบเลยนะคะ ว่าพี่น้องประชาชนจะทำอย่างไร จะให้พี่น้องประชาชนเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก็ไม่มี แล้วท่านก็ยังคิดเองหมดเลย ดิฉันเคยถามในฐานะที่ดิฉันเคยทำงานด้านองค์กรพัฒนาสตรี มาตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้มาเป็น ส.ส. นี่นะคะ ก็พยายามที่จะถามองค์กรต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งผู้ที่รับผิดชอบด้วย ก็ไม่มีใครตอบได้เลย แต่เมื่อกำลังสับสนอย่างนี้นี่ ดิฉันถือว่าทางรัฐบาลดิฉันเสนออยู่เรื่อยนี่นะคะ ดิฉันหารืออยู่ตลอดเวลา ในช่วงที่ผ่านมาว่าอยากจะให้รัฐบาลต้องกำกับให้ดี ท่านต้องพูดออกไปให้ชัดเจนว่าตอนนี้ ยังไม่เรียบร้อย ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไร ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ท่านต้องไม่ปล่อยให้การเมือง นอกระบบ เช่นชมรมเสียงสตรีออกไปเคลื่อนไหว ทุกวันนี้ดิฉันทราบว่าแม้กระทั่ง ส.ส. หญิงเอง ในพื้นที่ก็ยังบ่นกับดิฉันนะคะว่า เวลา ส.ส. เอาระเบียบของกองทุนพัฒนาสตรีออกไปพูด คร่าว ๆ ก็ยังมีสายของชมรมเสียงสตรีก็ยังบอกว่าหมู่บ้านหนึ่งจะได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อยู่เหมือนเดิม ซึ่งมันไม่จริงนะคะ เพราะว่าตอนนี้ที่ท่านกำหนดระเบียบเอาไว้ ท่านก็บอกว่า ท่านจะเอาเงิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไปไว้ที่ตำบลเป็นแหล่งทุนหมุนเวียน เป็นพื้นฐานพัฒนาไปสู่ การเป็นสถาบันการเงินชุมชน โดยมีผู้หญิงเป็นผู้มีบทบาทหลัก แล้วก็ต้องถามว่าท่านสรุป บทเรียนมากน้อยแค่ไหนในการที่จะตั้งสถาบันการเงินขึ้นมา เงิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเป็น เงินทุนหมุนเวียนตั้ง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงเงินทุนหมุนเวียนในพื้นที่มีไม่น้อย กองทุนหมู่บ้าน ที่ท่านใส่เงินเข้าไปอีกนี่นะคะ ก็เป็นสถาบันการเงินพัฒนาไปเป็นธนาคารในชุมชนเสียด้วยซ้ำไป ท่านจะให้มีสถาบันการเงินสักกี่แห่งในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละชุมชน ดิฉันก็ติงเอาไว้นะคะ เมื่อยังไม่เรียบร้อยก็เพื่อที่จะให้ท่านไปปรับเสีย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของกองทุนท่านจะลง ในระดับตำบลนี่นะคะ เพื่อส่งเสริมพัฒนาบทบาทศักยภาพของผู้หญิงสำหรับองค์กรต่าง ๆ แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของกองทุนลงไปในจังหวัดเพื่อส่งเสริมบทบาทผู้หญิงผ่านองค์กรต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา ดิฉันก็ต้องเรียนว่าฝากท่านไปยังรัฐบาลด้วยว่าการตั้งคณะกรรมการ ระดับชาติท่านตั้งไม่มีองค์กรภาคประชาชนเลย ท่านมีรัฐมนตรี ๔ คน แล้วก็มีกรรมการ โดยตำแหน่งซึ่งเป็นข้าราชการทั้งสิ้นอีก ๑๐ คน ผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรเอกชน ๑๕ คน แล้วก็นายกรัฐมนตรีตั้งอีก ๕ คน ข้อสำคัญกรรมการมีระดับตำบล ระดับจังหวัด และระดับชาติ ท่านบอกว่าต้องคำนึงถึงสัดส่วนหญิงชายใกล้เคียงกัน ดิฉันอภิปรายหลายครั้ง ในกฎหมายที่เข้าไปในสภาถ้ามีกรรมการเราก็จะเถียงกันเรื่องนี้ คำนึงถึงสัดส่วน คำนึงถึง การมีส่วนร่วมของหญิงชาย ดิฉันเรียนว่ามันไม่มีประโยชน์ กฎหมายหลายฉบับดิฉันพยายาม ที่จะเสนอว่าให้กำหนดว่าให้มีทั้งหญิงและชายจำนวนใกล้เคียงกัน ให้มี แปลว่า ต้องมี ไม่คำนึงถึงสัดส่วน อันนี้เป็นกฎหมายของผู้หญิงแท้ ๆ กองทุนพัฒนาสตรีแท้ ๆ ทำไมใช้คำว่า คำนึงถึง เพราะคำนึงถึงมันไม่ได้มีบทบังคับ ดิฉันฝากไปหน่อยนะคะ เพราะว่ามันจะเป็น ปัญหามากในการใช้งบประมาณของเรา แล้วกรรมการระดับตำบลมาจากประชาคมหมู่บ้าน ก็จริง แต่ว่าแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิให้กรรมการระดับจังหวัดเป็นคนตั้งผู้ทรงคุณวุฒิระดับตำบล แล้วพอกรรมการระดับจังหวัดมีผู้ทรงคุณวุฒิก็ให้กรรมการระดับชาติเป็นคนตั้ง ถ้าอย่างนี้ แปลว่ามันจะรวมศูนย์อำนาจขึ้นมาอยู่ที่ส่วนกลางหมดเลยใช่หรือไม่ แล้วก็อยากจะเรียนว่า ดิฉันห่วงใยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการใช้งบประมาณ ท่านมีรายละเอียดชี้แจง คณะกรรมาธิการว่างบประมาณที่จะใช้งบในการบริหารน่าเป็นห่วงมาก ดิฉันก็ฝากไปนะคะ ว่าท่านไปปรับได้ว่า ข้อแรก กิจกรรมของท่านจะประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ก็ได้ แต่กิจกรรมที่ท่านจะแถลงข่าวเปิดตัวและประชาสัมพันธ์ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรี ไม่ต้องออก ไม่ต้องไปจัดรณรงค์ขนาดนั้นหรอกค่ะ จะเอาคน มาจากทั่วประเทศ ๑,๕๐๐ คน เฉพาะค่าเดินทางจากภูมิภาค ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว แล้วก็ ยังจะมีค่าเอกสารประกอบการเปิดตัวอีกหัวละ ๗๐ บาท วัสดุการเปิดตัวอีก ๗๐ บาท เพราะฉะนั้นดิฉันเรียนว่ารณรงค์แล้วก็ออกทีวีอย่างเดียวก็พอแล้ว แล้วก็เอาไปรวมกันกับ กิจกรรม ๒.๒ การประชาสัมพันธ์ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรี อันแรกเปิดตัวหมดเงินไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่าทำเลยนะคะ เพราะว่าถึงบอกไปใช้เวลาไม่นานประชาชนก็ไม่มีวัน ที่จะรู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ไม่ทั่วถึง พอกิจกรรมที่ ๒ ประชาสัมพันธ์การจัดตั้งกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีก็เช่นเดียวกัน พอไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ อีก อย่างเช่น จะมีการลงทะเบียน สมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาสตรีต้องถามว่าใครทำ แล้วทำที่ไหน การจัดประชุมประชาคม เพื่อเลือกคณะกรรมการ ประชาคมแต่ละหมู่บ้านเพื่อเลือก ๑ คน ไปเป็นกรรมการระดับ ตำบล หมู่บ้านหนึ่งประชาคมแค่ ๔๐ คน ขอประทานโทษนะคะท่านประธาน ๔๐ คนนี่น้อยมาก แล้วก็ไม่หลากหลาย แล้วไม่ทั่วถึง ดิฉันถามเลยนะคะทราบจากท่านที่กำลังทำระเบียบนี้ ท่านบอกว่าในหมู่บ้านเราก็จะรื้อทิ้งหมดเลย โครงสร้างเดิมที่เป็น กพสม. กพสต กพสอ. ถึงขั้น กพสจ. โละทิ้งหมดเลย เพราะเราจะไม่เก็บโครงสร้างเดิมไว้ เราจะเปิดใหม่ ให้สมัครใหม่หมด ถ้าสมัครใหม่หมด ๑ หมู่บ้านรับรองมีผู้หญิงอยู่ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ถ้าเอาแค่ ๔๐ คน ไม่ได้หรอกค่ะท่านประธาน แล้วก็ท่านจะต้องเอาประชุมชี้แจง ที่จริงแล้ว ท่านต้องให้เขาฝึกทำโครงการ เพราะเขาต้องทำโครงการเข้ามาด้วย ทำทุกระดับ ระดับ หมู่บ้าน ระดับตำบล แล้วก็ระดับจังหวัด ต้องทำจังหวัดละหลายจุดถึงจะทำให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เขาจะได้ แต่สำคัญก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลจะต้อง ปรับโครงสร้างเสียใหม่ ที่มาที่ไปของคณะกรรมการเสียใหม่แล้วก็ใช้เงินเสียใหม่ด้วย ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ให้มากที่สุดไม่ใช่ทำแต่เฉพาะในแกนนำผู้หญิงอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งมันก็จะเหมือนเดิม มันก็จะไม่ใช่เรื่องใหม่เหมือนกัน แล้วก็กรุณาบอกพี่น้องประชาชนด้วยว่าสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนทุกคนมีสิทธิ ไม่ใช่ แต่เฉพาะสมาชิกชมรมเสียงสตรีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นความแตกแยกในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัด และในระดับชาติจะเกิดขึ้น ขอบคุณค่ะ