ธนา ชีรวินิจ สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พูดเรื่องการบริหารงบประมาณ โดยเฉพาะงบกลางที่มีเงิน 420,000,000 บาท และการบริหารจัดการที่รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำงานไปในขณะเดียวกัน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การทำหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนได้ติดตามการทำหน้าที่ของสภาแห่งนี้ มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วก็หลายคนก็คงจะได้เห็นการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ส. ฝ่ายค้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้พูดจากันมากมายเลยครับ ท่านประธาน ตลอด ๒ วันที่ผ่านมา เราเดินหน้าเพียงแค่ ๒ มาตราคือมาตรา ๓ กับมาตรา ๔ ซึ่งกำลัง พิจารณา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือความห่วงใยของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนโดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้าน แน่นอนครับ การบริหารราชการแผ่นดิน ในระบอบรัฐสภานั้นเราถือเอาเสียงข้างมากในการที่จะนำพา ขับเคลื่อนขบวนการในการ ที่จะบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้แม้ทุกคำถามที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นซักถามไปยัง กรรมาธิการก็ดี แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นก็มาจากสัดส่วน ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็สะท้อนนัยถึงความเห็น ของรัฐบาลเช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า สมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตอย่างมาก ในมาตรา ๔ ที่เรียกว่า งบกลาง ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่สบายใจที่รัฐบาล แล้วก็โดยเฉพาะ กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ได้พิจารณางบกลางนี้อย่างไม่ละเอียดรอบคอบ และโดยเฉพาะ เมื่อได้ฟังการตอบข้อซักถามของกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดถูกต้องครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ ท่านบอกว่า ถ้าเป็นงบปกติ ตามหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะมี รายละเอียดปรากฏไว้ชัด แต่ถ้าเป็นงบที่ตั้งอยู่ในงบกลางก็จะมีเฉพาะกรอบวงเงิน จะไม่มีรายละเอียด ผมเห็นด้วยกับท่านครับว่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นถูกต้อง แต่นี่ละครับคือสิ่งที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงครับ เพราะงบกลางนั้นเป็นงบที่ตั้งเฉพาะกรอบวงเงิน เพราะฉะนั้นเป็นการยากในการที่จะตรวจสอบ กำกับ ดูแล ให้การบริหารราชการแผ่นดิน และงบประมาณเป็นไปได้โปร่งใส สิ่งที่ผมยกขึ้นมาที่จะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เมื่อตั้งไว้เป็นงบกลาง ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะมีการตั้ง งบประมาณในส่วนของงบกลางให้น้อยที่สุด เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นมีความโปร่งใสในการ ที่จะบริหารราชการแผ่นดิน เป็นโอกาสที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการทำหน้าที่ตรวจสอบ กันอย่างเต็มที่ มีอยู่ยุคหนึ่งครับ ผมจะไม่เอ่ยนาม เพื่อจะไม่ให้เกิดการประท้วง มีการตั้งงบกลาง อย่างมโหฬารเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติโดยไม่มีรายละเอียด ประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้นสภาผู้แทนราษฎรพูดกันชัดเจนครับว่า งบกลางส่วนนี้คือ งบผี แล้วเรามีความเป็นห่วงเป็นใยตลอดมา แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลถัดมา ๆ ก็มีการปรับลดเงิน งบกลางให้อยู่ในช่วงที่จะเป็นงบจำเป็น ฉุกเฉิน เร่งด่วนเท่านั้น มาในวันนี้รัฐบาลนี้ได้เสนองบกลาง เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือความห่วงใยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคน โดยเฉพาะผมเองที่จะต้องลุกขึ้นทักท้วงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า พวกเราทุกคน เป็นห่วงเป็นใย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า เงินงบกลางในส่วนของ รายการที่ ๒ ก่อนครับ ท่านประธาน ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และก็เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น อีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนรายการอื่นนั้นผมจะไม่ใช้เวลานี้ในการที่จะอภิปราย เพราะผม เชื่อว่าสมาชิกทุกคนได้ทำหน้าที่สะท้อนความเข้าใจและความเป็นห่วงไปยังท่านประธานสภา มาพอสมควรแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เมื่องบกลางเป็นงบที่มี เฉพาะกรอบ เพราะฉะนั้นเวลาใช้จ่ายมันจะง่ายกว่างบที่ไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ สิ่งที่ผมหยิบยกในรายการแรก คือรายการที่ ๒ ก็คือเงินค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธานครับว่า ถ้ารัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างมีระบบ อย่างมืออาชีพ นำเอาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาดูแลในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา รัฐบาลจะไม่ต้องตั้งเงินงบประมาณงบกลางถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนใน ปัจจุบันนี้ แต่เนื่องจากการบริหารจัดการที่รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำงานไปในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ พวกพ้องกลุ่มที่อยู่ใกล้ชิดเข้ามามีส่วนร่วม โดยหวังผลทางการเมือง หรือจะเป็นเพราะ ความไว้วางใจก็แล้วแต่ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนว่าได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ อย่างมากมาย ที่ผมต้องหยิบยกรายการที่ ๒ ขึ้นมา ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ตอนที่มี การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีการหยิบยกรายการเงิน ค่าอาหารสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผมจะยกเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมี การยกตัวอย่างกันอย่างมากมายว่ามีช่องทางที่ก่อให้เกิดการทุจริตและไม่สามารถที่จะ ดำเนินการตามงบประมาณที่ตั้งขอไว้ได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานครับบางเขตตั้งมา ข้าวกล่องวันละ ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ถ้าผมไม่มีประสบการณ์ในการดูแลช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยผมจะไม่ลุกขึ้นมาพูดครับท่านประธาน ในขณะที่เกิดอุทกภัย น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร พี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รวบรวมปัจจัย จากพี่น้องชาวใต้มาช่วยพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่ประสบอุทกภัย มีการเปิดครัวชาวใต้ ผมรับผิดชอบครัวชาวใต้ที่บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตดินแดง เขตจตุจักร แล้วก็ เขตห้วยขวาง ผมตั้งครัวชาวใต้อยู่บนสะพานข้ามคลองบางซื่อ หน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ๑๐ กว่าวันที่ผ่านในระหว่างการทำหน้าที่ ทำครัว แจกจ่ายอาหารส่งไปยังผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในพื้นที่จตุจักรก็ดี ลาดพร้าวก็ดี วังทองหลางก็ดี หรือแม้กระทั่งเลยไปบึงกุ่ม แล้วก็พื้นที่ที่มีการขอการสนับสนุนเข้ามา ผมมีบุคลากรไม่ต่ำกว่า ๕๐ คนต่อวัน ทำงานกันตั้งแต่เช้าถึงค่ำ มีจิตอาสาเข้ามาช่วยงานอยู่ตลอดเวลา มีการจัดส่ง อาหาร อุปกรณ์ในการทำครัวทุกอย่างมาช่วยเสริม ท่านเชื่อไหมครับกว่าจะทำได้ ๕,๐๐๐ กล่องต่อวันเลือดตาแทบกระเด็นครับ แทบจะไม่มีเวลาทำงานอย่างอื่นเลยครับ นอกจากนั้น ๕,๐๐๐ กล่องต่อวันเราใช้บุคลากรจำนวนมหาศาล และท่านประธานเชื่อไหมครับ ว่าการทำอาหารเสร็จแล้วเราต้องจัดส่งไปยังผู้ประสบอุทกภัย ในวันนั้นพื้นที่ถนนต่าง ๆ นั้น ก็ถูกจำกัดน้อยลงเพราะน้ำท่วม บางจุด บางแห่ง เราใช้เวลาในการส่งอาหารไปยังผู้ประสบ อุทกภัยไม่ต่ำกว่า ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ นั่นหมายถึงว่าเรามีเวลาในการทำอาหาร เวลาในการ จัดส่งอาหารไปยังผู้ประสบอุทกภัยเพื่อให้เขาได้รับประทานอาหารในเวลาเที่ยง และในเวลาเย็น เป็นเวลาที่จำกัดมาก ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปดูงบที่กรรมาธิการวิสามัญ ไปพิจารณาเบิกจ่ายเงินสำหรับทำอาหารกล่องเลี้ยงผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ชานเมือง และในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผมไม่สบายใจครับท่านประธานว่าในการตรวจสอบ ของท่านนั้นท่านใช้ความจริงจัง ใช้ความอุตสาหะในการตรวจสอบเงินแผ่นดิน เงินพี่น้อง ประชาชนอย่างละเอียดรอบคอบหรือไม่ อย่างไร ท่านเคยไปดูไหมครับว่าการที่คนจะมี อำนาจ มีการบริหารจัดการ ทำข้าวกล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กล่องต่อวันนั้นจะต้องใช้บุคลากร จะต้องใช้องคาพยพในการบริหารจัดการแค่ไหน แต่มีคนเพียงคนเดียวมาทำหน้าที่ เบิกจ่ายเงินงบประมาณส่วนนี้ไปแจกจ่ายกับพี่น้องประชาชน และในตอนน้ำท่วม ผมก็มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครที่อยู่รอบนอก เขตปริมณฑล ท่านประธานครับ ไม่มีพื้นที่ที่จะให้เขาตั้งครัวเลยครับ ที่จะทำครัวเลย ถ้าต้อง ทำอาหารกล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กล่องต่อวัน อย่างน้อยๆ ท่านต้องมีครัวแยกออกไปไม่ต่ำกว่า ๒๐ ครัวครับ ถึงจะบริหารจัดการส่งอาหารกล่องได้ ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง แต่ที่ผมผ่านมา ไม่เห็นมีครัวในพื้นที่น้ำท่วมแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ท่านจะสามารถจัดการ ทำอาหารกล่องส่งให้กับพี่น้องประชาชนวันละ ๑๐๐,๐๐๐ กล่องได้อย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันครับการที่จะบริหารจัดการในช่วงที่น้ำท่วม การสัญจรจากพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม ลงไปสู่พื้นที่ที่น้ำท่วมนั้นลำบากครับ ต้องใช้เรืออย่างเดียวครับ หรือไม่ก็รถทหาร ท่านไม่สามารถจัดส่งข้าวกล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ไปยังพี่น้องประชาชนตามเวลา อาหารเที่ยงและเย็นได้อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านได้ตรวจดูเรื่องนี้ ละเอียดรอบคอบแค่ไหน อย่างไร แน่นอนครับ มีสมาชิกในฐานะกรรมาธิการสามัญติดตาม งบประมาณก็คงจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เรา ได้ลุกขึ้นทำหน้าที่อภิปรายว่าเราไม่สบายใจเมื่อมีการตั้งงบกลางไว้โดยที่มีแค่กรอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนั้นทางราชการเห็นว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจำเป็น จะต้องได้รับอาหารจากทางราชการ ทำไมท่านไม่เรียกใช้หน่วยงานที่เขามีศักยภาพละครับ ในกรุงเทพมหานครท่านมีสำนักงานเขต ๕๐ เขต มีท่านผู้อำนวยการ มีกำลังพล มีความ พร้อมในการที่จะสนับสนุน มีเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถบริหารจัดการ ส่งอาหาร ข้าวปลาอาหาร ไปยังพี่น้องประชาชนได้ ๑๐๐,๐๐๐ กล่องเป็นเรื่องเล็กครับ แต่ท่านไม่ใช้ ท่านไม่ใช้ เจ้าหน้าที่บุคลากรของกรุงเทพมหานครแม้แต่เขตเดียว แต่ท่านไปเลือกใช้คนใกล้ชิด นี่คือ สิ่งที่ผมตั้งข้อทักท้วงไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านต้องรอบคอบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านเสนอมาว่าได้มีการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่อยู่ในมือผมครับท่านประธาน เงินงบประมาณส่วนนี้อยู่ในงบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือแม้จะมีรายการส่งมอบมาให้กับสมาชิกสภา เมื่อเช้าวันนี้ว่ามีการอนุมัติไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลุกขึ้น ซักถามว่ารายการ รายละเอียดในการที่จะอนุมัติมานั้นทำไมไม่ส่งมอบให้กับเพื่อนสมาชิก ได้ทราบ ยกตัวอย่างการปรับปรุงถนน ๗๐๐ กว่าสาย ท่านเขียนเฉพาะ ๗๐๐ กว่าสาย เพื่อนสมาชิกซักถามว่า ๗๐๐ กว่าสายอยู่ที่ไหน ชื่ออะไรบ้าง จะได้มีการตรวจสอบว่าทำกันจริง หรือเปล่า ก็ไม่มีการส่งให้ วันนี้มีการซ่อมแซมดูแลศูนย์บริการ อาคารต่าง ๆ ของศูนย์โรงพยาบาลสาธารณสุขจังหวัด สถาบันพระบรมราชชนก รายการต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นขอรายละเอียดจากท่านตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนบัดนี้ท่านก็ไม่ยอมส่งมอบให้ และนี่คือทำให้สิ่งที่สมาชิกของเราทุกคนมีความไม่สบายใจครับ เพราะงบกลางอย่างที่บอก ก็คือเป็นงบที่มีแต่กรอบ เวลาที่ท่านจะมอบหมายภารกิจให้ใครทำนั้นท่านสามารถทำได้ง่าย กว่างบปกติทั่วไป ซึ่งจะมีหน่วยงานที่จะรับผิดชอบบริหารจัดการเป็นส่วน ๆ นั่นคือสิ่งที่ผม กราบเรียนครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมีเงินงบประมาณที่ต้อง ใช้จ่ายไปสู่พี่น้องประชาชน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินนี้ถ้าเป็นเงินของท่านส่วนตัว ผมจะไม่ติดใจครับ วันนี้เงินส่วนตัวท่านท่านจะใช้จ่ายอย่างไร ไม่มีแบบแผนอย่างไร ผมไม่ติดใจ แต่วันนี้ท่านทำหน้าที่ในฐานะผู้นำรัฐบาล ท่านทำหน้าที่ในฐานะคนที่จะมาดูแล ปัญหาทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนทุกคนมีส่วนในเงินงบประมาณ แผ่นดินเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นหน้าที่อย่างหนึ่งของพวกเราก็คือจะต้องทำให้การบริหาร จัดการงบประมาณนั้นเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ เป็นไปโดยที่จะก่อให้เกิดความสุจริต ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันให้มากที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายให้กับ ประเทศหลายล้านล้านบาท วันนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่จะ สร้างความเสียหายต่อไปสมทบทุก ปี ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือความเชื่อมั่น ของนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะอยู่ อย่างมีความสุขว่าจะมีน้ำท่วมเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้รัฐบาล จะพยายามประชาสัมพันธ์บอกอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐบาลจะบูรณาการป้องกันปัญหาน้ำท่วม แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุน หรือในหมู่พี่น้องประชาชน สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือวันนี้รัฐบาล บอกอยู่ตลอดเวลาครับว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายการลงทุนออกนอกประเทศ แล้วเป็นอย่างไรละครับ หลังน้ำท่วมผ่านไปแล้วเราได้เห็นบริษัทต่างชาติหลายบริษัทประกาศปิดโรงงาน เคลื่อนย้าย ภาคการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว พม่า นี่คือแค่เริ่มต้น นะครับท่านประธาน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ถ้ารัฐบาลยังไม่มีความจริงใจ และทำแผนของการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร เราจะเสียภาคการลงทุนไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อถึงวันหนึ่งครับเราจะหมดโอกาสแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ให้กับ พี่น้องประชาชน วันนี้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมที่ภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าติดประชุมสภา ๓ วัน ผมไม่ติดใจท่านครับ เพราะว่าท่านอาจจะเห็นว่าภารกิจส่วนนี้สำคัญ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า การที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีเดินทางไปดูผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้ อย่างน้อย ๆ จะส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศไปแล้ว แต่ว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่ได้เลือกใช้ช่องทางนี้ในการที่จะ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและนักลงทุน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ภาษาที่เราพูดกันในอดีตที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าคิดครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเดียวลงไปก็ไม่ได้สร้างความคืบหน้าหรือสร้างภาพต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้นได้ ไม่อย่างนั้น ในอดีตเขาไม่เรียกกันหรอกครับว่า ช้างเหยียบงา พญาเหยียบเมือง ท่านอาจจะส่งรัฐมนตรี ท่านใดท่านหนึ่งไป แต่ความสำคัญไม่ได้มีผลเท่ากับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีท่านเดียวลงไป เพราะเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน มันจะมีภาคส่วนราชการต่าง ๆ ลงไปด้วย มันจะเกิดภาพของการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน อย่างน้อย ๆ ถ้าวันนี้ยังไม่มี รูปแบบที่ชัดเจน สร้างความเชื่อมั่น ประชาสัมพันธ์ให้คนต่าง ๆ ได้ทราบว่ารัฐบาลนี้ ให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างจริงจังแล้ว ในอนาคตเราไม่สามารถเป็นฮับทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเป็นผู้นำในการ ลงทุน ไม่สามารถเป็นผู้นำในการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศหรืออาเซียนได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ถ้านักลงทุนชาวต่างประเทศถามว่ามีพื้นที่ในประเทศไทย ส่วนไหนบ้างที่จะไม่เกิดน้ำท่วม ท่านตอบเขาได้ไหมครับ วันนี้ไม่มีครับ ไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานซึ่งว่าแล้งแล้ว เกิดน้ำท่วมตลอดครับ ภาคใต้วันนี้เกิดปัญหาน้ำท่วม รุนแรง และไม่ได้เกิดปีละครั้งแล้วนะครับ วันนี้เกิดปีละ ๒ ครั้ง ถ้าผมเป็นนักลงทุน ชาวต่างประเทศที่ต้องลงทุนเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะลงทุน ในประเทศไทยและไม่อยากให้มีปัญหาน้ำท่วม เพราะวันนี้บริษัทประกันภัยต่างชาติ ก็จำกัด เรื่องของการประกันภัยน้ำท่วมในประเทศไทย ไม่เฉพาะในประเทศไทยเองที่บริษัท ประกันภัยก็ตั้งเบี้ยประกันไว้อย่างสูงสำหรับการประกันภัยน้ำท่วม เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าไม่มี ความเชื่อมั่นให้เขา เป็นผมผมก็ไม่กล้ามาลงทุนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า สิ่งที่ผมได้อภิปรายทั้งหมดนั้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน วันนี้ปัญหาของการใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหาแห่งชาติแล้วครับ ท่านต้องให้ความสำคัญ และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจะติดตามการทำงาน การเบิกจ่ายงบประมาณและการดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ พี่น้องครับ ขอบคุณครับ