ศุภชัย ใจสมุทร แปรญัตติขอตัดงบประมาณในมาตรา ๔ งบกลาง เพื่อการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย โดยไม่ให้รัฐบาลใช้เงินงบกลางตามอำเภอใจ และไม่ให้รัฐบาลใช้เงินเพื่อหาเสียง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้ แปรญัตติโดยการขอตัดงบประมาณในมาตรา ๔ งบกลาง ใน (๒) เรื่องค่าใช้จ่ายในการ เยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการก็คือว่า โดยหลักการ การที่ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลสามารถที่จะนำเงินจากภาษีอากรของประชาชนไปใช้ได้จะต้อง ได้รับการอนุมัติจากสภา ซึ่งนั่นหมายถึงสภาซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงิน ในแต่ละกระทรวงในการ พิจารณาของกรรมาธิการจะมีการพิจารณากันอย่างละเอียดทุกบาททุกสตางค์ว่ารัฐบาลจะ นำเงินนั้นไปใช้อย่างไร คณะกรรมาธิการก็จะต้องตรวจสอบกันอย่างใกล้ชิด แต่เฉพาะ งบกลางกลับเป็นงบที่ท่านกรรมาธิการได้ละเลยในการที่จะเข้าไปหารายละเอียดว่ารัฐบาล จะนำเงินนี้ไปใช้อย่างไร มีรายละเอียดเข้ามาเพียงบางส่วน เมื่อเทียบกับเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีการตั้งงบกลางไว้ใน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งจำนวนนี้เป็นจำนวนมากมาย มหาศาล แต่ปรากฏว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านนำเสนอว่าจะนำไปใช้อะไรบ้างที่นำเสนอให้ กรรมาธิการและกรรมาธิการได้มีการพิจารณาอนุมัติให้มันเป็นจำนวนน้อยนิด ซึ่งผมคิดว่ามัน ผิดหลักการในการที่เราจะต้องให้สภาแห่งนี้ควรจะอนุมัติเงินนี้ให้กับรัฐบาลไป สิ่งที่อยากจะ เรียนกับท่านประธานก็คือว่าปีนี้งบกลางมีการตั้งงบประมาณไว้จำนวนถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คือปี ๒๕๕๔ ปีที่แล้วมีการตั้งไว้เพียง ๒๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมี ความแตกต่างมาก และเมื่อคณะกรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณลงไป ๑๕๖ ล้านบาท ครม. ก็ได้มีการตั้งงบเพิ่มขึ้นมาอีก สรุปก็คืองบกลางได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ หรือคิดเป็นประมาณ .๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้เป็นปริมาณซึ่งมันมีมากมาย ประเด็นที่ผม อยากจะกราบเรียนก็คือว่าการที่กรรมาธิการซึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้มอบหมายให้ท่าน ได้ไปทำหน้าที่ในการกลั่นกรองการใช้เงินของรัฐบาลที่รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารได้ขออนุมัติ ท่านไม่ได้มีการดำเนินการในการเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดอย่างที่ผมว่าไปเมื่อสักครู่ จริง ๆ แล้วในวาระที่หนึ่ง ผมเองหรือในสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายท่านก็ได้มีการอภิปราย และเห็นด้วยในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งเป็นภัยอันร้ายแรงที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา แล้วเราเห็นว่าการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ควรที่จะมีการปรับเปลี่ยน โดยมุ่งเน้นในการ ให้การช่วยเหลือฟื้นฟูกับประชาชน แต่สิ่งที่เราได้อภิปรายในวาระที่หนึ่งนั้นเราได้บอกว่า ภารกิจ พันธกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องของอุทกภัย รัฐบาลสามารถที่จะนำเงินนั้น ลงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละกระทรวงได้ แต่จนถึงวันนี้ปรากฏว่าท่านเองได้มีการตั้ง งบประมาณสำหรับ (๒) ในเรื่องนี้และเรื่องของการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยกลับมากระจุกอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเท่ากับว่ารัฐบาลเอง โดยคณะรัฐมนตรีมีอำนาจอนุมัติเงินที่ยังไม่เข้าสู่รายละเอียดในวาระนี้ที่กรรมาธิการ ได้พิจารณาอีกจำนวนนั้นมากมาย โดยที่ผู้แทนของเจ้าของเงินคือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการรับรู้ว่าเงินที่เหลือนี้ท่านจะนำไปใช้จ่ายอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมเห็นว่า มันจำเป็นที่จะต้องปรับ ผมเห็นว่าการอนุมัติงบกลางโดยคณะรัฐมนตรีนั้นไม่มีความถี่ถ้วน เพียงพอ และการตรวจสอบก็เป็นไปได้ยาก สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการ ท่านหนึ่งซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีด้วย ท่านบอกว่า ครม. ชุดนี้จะมีการสัญจรไป ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลบางรัฐบาลมี ครม. สัญจรที่เรียกว่าทัวร์นกขมิ้น ผมเกรงว่าคราวนี้จะมีทัวร์นกแก้วเข้าไป ในทัวร์นกขมิ้น มีการอนุมัติงบกลางนี่ละครับจำนวนมากมาย มีการไปขอกัน แล้วก็รัฐบาลชุดนั้น ก็มีการอนุมัติงบประมาณกันกลางเต็นท์ที่ไปนั่งกันอยู่เลย ผมเกรงว่าถึงเวลานี้เงินงบกลาง ที่ท่านมีอยู่นี่ละครับ ท่านก็จะพางบกลางไปดูตัวเลขไปด้วย ไปจังหวัดไหนอุทกภัยมากน้อย ไม่ทราบ แต่ท่านก็ใช้วิธีการอนุมัติงบกลางนี้ ซึ่งก็จะเป็นการหาเสียงหาคะแนน ซึ่งในที่สุดแล้ว ท่านอนุมัติไปเราเข้าใจครับว่าคงจะเป็นประโยชน์ แต่การขาดการตรวจสอบ จากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็จะเป็นปัญหาสำคัญ และในที่สุดมันก็ก่อให้เกิดความติฉิน นินทาได้ว่าท่านเองแทนที่จะนำเงินไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ท่านกลับที่จะนำเงินนั้นไป เพื่อให้มุ่งหาคะแนนเสียงในพื้นที่ ในพื้นที่ของ ส.ส. ที่ท่านมีอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก และโปรดระมัดระวังอย่าให้มันมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ใน (๒) เรื่องการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ผมยัง สงสัยว่าการเยียวยา ฟื้นฟูอาจจะใช่ แต่เรื่องของการป้องกันความเสียหายตรงนี้ ผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นภาระหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี แต่น่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงซึ่งมี ความรับผิดชอบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น หรือว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กรณีนี้น่าจะเป็นเรื่องของ การป้องกันโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งคำถามก็คือว่าจนถึงวันนี้ทำไมกรรมาธิการถึงไม่ได้ พิจารณาว่ามันมีหน่วยงานไหนที่มีหน้าที่ในการป้องกันอุทกภัย ดังนั้นงบกลางส่วนนี้ผมก็คิดว่า ควรที่จะต้องตัด ไม่สมควรที่จะมากระจุกอยู่ที่คณะรัฐมนตรี หรือให้อำนาจกับนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมยอมรับว่าอุทกภัยที่ผ่านมามันมีผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้วก็สังคม แทบทั้งประเทศแล้วละครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าภัยที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทยของเรามันเป็นภัย ที่จะเกิดขึ้นอย่างปกติ แต่ช่วงเวลา ๘ เดือนที่จะถึงนี่นะครับ ผมมั่นใจว่าเงินที่ท่านขอไว้ เฉพาะค่าใช้จ่ายในเรื่องเยียวยา ฟื้นฟู อย่างไร ๆ มันก็ไม่ได้มีจำนวนถึงขนาดที่ท่านจะใช้ได้ทัน ในช่วงเวลา ๘ เดือน แล้วเงินก็จะเหลือ คำถามก็คือเมื่อเงินเหลือแล้วถือว่าเป็นการใช้เงิน ที่เราเก็บมาจากภาษีประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ก็เป็นคำถามที่ผมต้องถาม คณะกรรมาธิการว่าสิ่งที่ท่านได้พิจารณานั้นได้คำนึงถึงกรอบเวลาที่มันมีสั้นลงเท่านี้หรือไม่ แล้วถามว่าถ้ามันใช้ไม่หมด มันก็แปลว่าเงินเป็นการใช้โดยไม่มีประสิทธิภาพ วันนี้ต้องยอมรับนะครับ ว่าปัญหาเรื่องของอุทกภัยที่มันเกิดขึ้นมา นั่นคือความล้มเหลว ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะบริหารน้ำให้มันเกิดความสมดุลกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่า น้ำในเขื่อน หรือการระบายน้ำ การวางแผนเปิด ปล่อยน้ำ การป้องกันน้ำต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหา ซึ่งปัญหาที่ตามมาในระยะปลายที่ศูนย์แก้ปัญหาของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านก็ไปแก้ ไม่ว่าเรื่องความขัดแย้งของมวลชนทั้งหลาย ก็ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความล้มเหลว สิ่งเหล่านั้นมันก่อให้เกิดเป็นผลกระทบ ซึ่งผมเชื่อว่า วันนี้ท่านประเมินได้แล้ว รวมถึงว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยที่ผ่านมา ในเรื่องของ การที่จะฟื้นฟูอะไรต่าง ๆ ผมก็มั่นใจว่าท่านน่าจะมีตัวเลขมาให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ซึ่งเมื่อท่านกรรมาธิการไม่ได้มีการพิจารณาให้มันละเอียด หรือคำนึงถึงตัวเลขที่ท่านได้อนุมัติ ไปด้วยวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นจำนวนที่มาก และท่านเห็นตัวเลขเพียงเล็กน้อย แล้วท่านอนุมัติไปให้ทั้งหมด ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นว่าท่านกรรมาธิการไม่ได้ดำเนินการ ให้สมกับที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มอบหมายให้ท่านไปทำหน้าที่ไปดูแลเงินของประชาชนว่า รัฐบาลควรจะนำเงินนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ อย่างสมบูรณ์ ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของอุทกภัยที่มันผ่านมา ผมว่าวันนี้สิ่งที่ รัฐบาลควรที่จะต้องเอาจริงเอาจัง ก็คือการให้ความสำคัญกับแผนบูรณาการเกี่ยวกับ เรื่องน้ำทั้งหมด บ้านเรามีทั้งน้ำแล้ง แล้วก็น้ำล้นก็คือน้ำท่วม แล้วก็แล้ง ท่านจะทำอย่างไร ให้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกปี ๆ สามารถที่จะบูรณาการในการที่จะจัดทำแผนให้มันเกิดมี ประสิทธิภาพ ถึงเวลาไหมครับว่าตอนนี้เรายังไม่มีกระทรวงน้ำ ถึงเวลาเราตั้งกระทรวงน้ำ เสียทีไหมครับ มาบริหารเรื่องน้ำโดยเฉพาะ เพราะวันนี้แน่นอนเหลือเกินครับว่าไม่กี่เดือน ข้างหน้าน้ำเหนือก็จะหลากลงมา และเรายังไม่ได้เตรียมรับ สิ่งที่ผมมองว่าวันนี้รัฐบาล ฝากความหวังไว้ให้กับท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร หรือดอกเตอร์โกร่งอยู่ท่านเดียว แต่ก็ยังไม่เห็นเลยว่าวันนี้จะขยับเขยื้อนอะไรกัน การปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาวิกฤติในเรื่องของยามน้ำแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภคอุปโภค การแก้ปัญหาเรื่องน้ำทางภาคการเกษตร อะไรต่าง ๆ หรือว่าเรื่องอุตสาหกรรม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะฉะนั้นวันนี้ เมื่อภัยพิบัติกำลังจะเข้ามาสู่ประเทศของเราเป็นปกติ ผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องดำเนินการก็คือเราจะทำอย่างไร ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ และไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่แก้ปัญหากันแบบเป็นรายเดือน เป็นรายปีว่าจะแก้กันเมื่อน้ำมา แล้วก็ค่อยแก้ แล้วจะบอกว่าเอาอยู่ ไม่เอาอยู่ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้มันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เกินไป วันนี้ถ้ารัฐบาลจะกู้เงินขึ้นมาเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาเรื่องของน้ำแล้ง น้ำล้นอะไรต่าง ๆ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่การตั้งงบประมาณ งบกลางเพื่อที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่เป็นซานตาคลอส ผมไม่แน่ใจว่าเพศเมียเขาเรียกซานตาคลอส ว่าอย่างไรนะครับ ก็คงอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ในที่สุดแล้วมันไม่มีประสิทธิภาพ พวกเรา สภาแห่งนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ในสมัยที่แล้ว ในรัฐบาลชุดที่แล้วการที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ มีการขออนุมัติงบกลางจากคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี ผมจำได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้น วันนี้รัฐบาลชุดนี้ผมเชื่อว่ามันก็คงจะเป็นกรณีเดียวกันก็คือ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็คงมีการของบประมาณจากงบกลางตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากกรรมาธิการว่าช่วยกำชับ บอกท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบท่านจะเจอกันเวลาไหนแล้วว่าช่วยดูแลเงินเหล่านี้ เรื่องของ การใช้จ่ายงบกลางให้มีประสิทธิภาพ และผมเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นถ้าท่านได้สามารถ ใช้จ่ายเงินกันอย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และถ้ามีโอกาสได้เห็นว่า ท่านใช้อะไรไปบ้างมาชี้แจงให้เราทราบด้วย ผมว่าในที่สุดแล้วการจัดงบประมาณ ในคราวต่อไปก็สามารถที่จะดำเนินการไปอย่างที่ว่านี้ก็ได้แต่ขอให้มันโปร่งใส เพราะที่ผ่านมา มันมีปัญหาเรื่องโปร่งใส ก็คงต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมขอตัดงบประมาณที่มีการตั้งไว้ สำหรับมาตรา ๔ งบกลาง (๒) จำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน