สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสนใจและสนับสนุนภาคเกษตรกร โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ฟื้นฟูแหล่งน้ำที่เสียหาย พัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งเสริมการปลูกยางพาราพันธุ์ดี เพิ่มมูลค่าและราคายางพาราให้กับประชาชน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกํากับไว้ ร้อยละ ๕ ครับ ท่านประธานครับ ความจริงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกํากับได้ ขอตั้งงบประมาณไว้ ๗๖,๗๒๑ ล้านบาท คณะกรรมาธิการไปปรับลด ๒,๙๗๘ ล้านบาท และได้มีการขอปรับเพิ่มเข้ามาในชั้นของการพิจารณาของกรรมาธิการ ๑,๒๗๑ ล้านบาท ก็ทําให้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีทั้งหมด ๗๗,๙๙๓ ล้านบาท ซึ่งผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการค่อนข้างจะไม่ได้ ให้ความสนใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่เพื่อนสมาชิกในสภานี้ ได้พูดไปก่อนหน้าผมว่ามีเสียงเรียกร้องที่จะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องดูแล ด้วยพรรคการเมืองใหญ่หรือไม่ หรือมีเสียงเหมือนเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง เพราะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไม่ได้สนใจถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรอย่างแท้จริง จึงนําไปสู่การ ที่ไม่ได้รับการดูแลและเหมือนบางท่านก็ขึ้นมาพูดว่ากระทรวงนี้ก็เหมือนกระทรวงลูกเลี้ยงไป ซึ่งทั้งหมดนี้ผมก็ไม่ขอวิจารณ์นะครับ ในเชิงของการบริหารกระทรวง เพราะผมคิดว่าคําพูด ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะเป็นหลักฐานต่อไปในอนาคตว่า ใครทํากรรมอันใดไว้ก็จะได้รับผลกรรมนั้นเอง แต่ท่านประธานครับ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า ผมได้มีการขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เมื่อมาดูคณะกรรมาธิการ พิจารณาในชั้นของการปรับเพิ่มปรากฏว่าน้อยกว่าที่ท่านปรับลดลงไป อันนี้เป็นตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่ง ท่านปรับลดลงไป ๒,๙๗๘ ล้านบาท แต่เวลาปรับเพิ่มเข้ามาปรับเพิ่มให้เพียง ๑,๒๗๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าพี่น้องในภาคเกษตรในปัจจุบันนี้ มีอยู่ประมาณ ๒๔,๔๘๐,๐๐๐ คน ซึ่งแน่นอนว่าพี่น้องภาคเกษตรกรลดลงจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ฉบับที่ ๘ ๓๕ ล้านคน ในขณะนี้เรากําลังจะเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑๑ พี่น้องภาคเกษตรกรลดลงเหลือประมาณ ๒๔ ล้านคน ประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนประชากรทั้งหมด แต่เรามีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธานว่าพี่น้อง ภาคเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่ก็จะมีวัยเป็นผู้สูงอายุ ๖๕ ปีขึ้น รัฐบาลก็ต้องให้ความสนใจ เป็นพิเศษว่าเราจะดูแลพี่น้องภาคเกษตรกรกลุ่มนี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร แต่ในทางกลับกันครับท่านประธาน ถ้าเรามาดูรายได้ภาคเกษตรเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เรามีรายได้ขยายตัวขึ้นมาตามลําดับ โดยเฉพาะในช่วงปี ๒๕๕๓ ถึง ปี ๒๕๕๔ มีรายได้ จากภาคเกษตรขยายตัวขึ้นมาถึงร้อยละ ๑๒ สามารถทํารายได้ให้กับประเทศทั้งหมดปีละ ๘ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะไม่สนใจภาคเกษตรไม่ได้ครับ เพราะว่าภาคเกษตรนั้น เป็นหัวใจสําคัญ เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นแหล่งอาหารของประเทศ และเป็นแหล่งอาหาร ของโลกครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาเราก็ทราบกันอยู่ดีครับว่าประเทศของเราได้ประสบ กับปัญหาอุทกภัย คือปัญหาในเรื่องของน้ําท่วม ๖๔ จังหวัด ทําให้เราต้องประสบกับคน ที่ต้องว่างงานถึง ๙๐๐,๐๐๐ คน เราต้องมีปัญหาเรื่องความเสียหายที่เกิดจากน้ําท่วมถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท และทําให้ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเราลดลง ๒ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ภาคเกษตรกรเป็นภาคที่น่าเห็นใจที่สุด วันนี้ผมไม่แน่ใจครับ ในเวลาที่จํากัดนี้ว่า ทางกรรมาธิการได้มีการซักถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็น หลัก ๆ อย่างนี้หรือไม่ครับ ผมอยากจะได้คําตอบจากคณะกรรมาธิการ เพราะไม่สามารถ ที่จะลงรายละเอียดได้

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าคณะกรรมาธิการได้มีการซักถาม ไหมครับว่านโยบายเร่งด่วนที่สําคัญที่ไปสนองตอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่ผมกราบเรียนแล้ว ทั้งปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นและปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องอุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้น สร้างความเสียหายและสร้างความอ่อนแอให้กับภาคเกษตรซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศ ของเรา นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้บอกว่าจะส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ มันก็น่าแปลกใจครับ เพื่อนสมาชิกในสภานี้บอกว่าที่จังหวัดนครสวรรค์มีปัญหาแหล่งน้ํา ขนาดใหญ่ที่ได้มีบรรจุไว้ในแผน ขาดการบริหารจัดการ ไม่มีการเพิ่มงบประมาณลงไป เพื่อมาดูแลในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องทั้ง ๙ โครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสียัด โครงการเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดําริ โครงการกิ่วคอหมา โครงการเขื่อนลําปาว โครงการพัฒนาลุ่มน้ําตาปี-พุมดวง จังหวัดสุราษฎรธานี โครงการผันน้ําจากพื้นที่จังหวัด จันทบุรีไปยังแหล่งเก็บกักน้ําจังหวัดระยอง ทั้งหมดนี้เราไม่ได้เห็นตัวเลขที่มีความชัดเจนนะ ครับ กรรมาธิการได้มีการซักถามไหมครับว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแผนในการ บริหารจัดการน้ํา โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการที่เกี่ยวข้องกับโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ตามที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว และแน่นอนที่สุดปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ต่อเนื่องจากปัญหาน้ําท่วม ที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของฟลัดเวย์ มาดูแลในเรื่องของการดําเนินการที่จะต้องให้มีแหล่ง ในการเก็บกักน้ําและระบายน้ํา ซึ่งจะเป็นแหล่งในการจัดหาแหล่งน้ําและเพิ่มพื้นที่ชลประทานด้วย แต่เรามาดูตัวเลขกรมชลประทานถูกปรับลดไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่หรือครับที่ท่านบอกว่า จะต้องดูแลปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ท่านจะต้องดูแลปัญหาของคนยากคนจน ท่านจะทํา เพื่อคนชั้นล่างสุดที่ท่านเรียกว่า ไพร่ แต่วันนี้นโยบายของรัฐบาล งบประมาณที่ออกมาเป็น เรื่องของคนรวย เป็นเรื่องของคนที่มีโอกาสสูงกว่า ไม่ว่าบ้านหลังแรก ไม่ว่ารถยนต์คันแรก แต่เมื่อมาดูภาคเกษตรน่าใจหายมากครับ เอาเฉพาะในเรื่องของนโยบายเร่งด่วนเรื่องแรก ที่ผมกราบเรียนไป

เรื่องที่ ๒ โครงการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ไปดูแผนงานในแต่ละกรมได้เลยครับ มีแผนงาน พัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แผนงานนี้ ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้วที่จะเข้าไปดูแลพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เขา ได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขาสามารถยืนบนขาตัวเองได้ และให้เขาพร้อมที่จะ อยู่ในพาหุวัฒนธรรมที่อยู่อย่างสันติต่อไป แต่เมื่อรัฐบาลไม่ได้เข้าไปดูแล และในทางกลับกัน กลับไปให้ความสําคัญกับเรื่องของการไปดําเนินการที่จะควบคุมในการที่จะปราบปรามมากกว่า ดูแลในการที่จะส่งเสริมให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ผมดูได้จากงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อยู่ในกรมต่าง ๆ นี่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ผมอยากเรียนถามกรรมาธิการนะครับว่าปีนี้ทําไม ไปปรับลดลงในหลายกรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ

เรื่องเร่งด่วนเรื่องที่ ๓ คือเรื่องยกระดับราคาสินค้าเกษตรครับท่านประธาน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้มีนโยบายไว้ชัดเจนว่าจะยกระดับราคาสินค้าเกษตร ท่านใช้คําว่า จะกระชากราคาสินค้าบริโภคให้ลดลง เพิ่มราคาสินค้าเกษตรของพี่น้องให้สูงขึ้น ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกในสภา ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านกรณ์ได้ชี้แจง ได้อภิปราย ตอนเช้าว่าในวันนี้ภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ําลงครับ เรื่องแรก คือเรื่องข้าว ท่านมีโครงการว่าโครงการรับจํานําข้าวเปลือกปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ แล้ววันนี้ เป็นอย่างไรครับ วันนี้หนังสือพิมพ์ลง คุณยรรยง พวงราช ออกมาพูดว่าการรับจํานําข้าว ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และปัญหาเหล่านี้ก็จะกระทบกับพี่น้องประชาชน เรื่องข้าว เป็นอย่างไรครับท่านประธานครับ กรรมาธิการที่เกษตรต้องไปดูแลครับ

เรื่องยางพาราครับ ผมไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้เลยครับ เรื่องยางพาราเราส่งเสริม ให้มีการปลูกยางพาราพันธุ์ดี ในปีงบประมาณนี้ตั้งไว้ ๑.๗๔ ล้านไร่ แล้วก็มีการส่งเสริม ในเรื่องของพี่น้องประชาชน พี่น้องภาคเกษตรชาวสวนยางพาราให้ได้มีการพัฒนาเพื่อให้ มีความรู้เกี่ยวกับสวนยางพาราแล้วก็เพิ่มมูลค่า เพิ่มราคายางพาราให้กับพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนถามผ่านมาทางกรรมาธิการครับว่าวันนี้กิโลกรัมละเท่าไร ลดลงครึ่งหนึ่งครับ จากราคาที่รัฐบาลที่ผ่านมา แต่ว่ารัฐบาลก็ยังไม่มีการตั้งแม้แต่คณะกรรมการนโยบาย ยางธรรมชาติ ปัญหาราคายางพาราอาจจะเกิดปัญหาส่วนหนึ่งจากเศรษฐกิจในยูโร โซน ปัญหาเศรษฐกิจของจีน แต่วันนี้ในภาคบริหารจัดการของรัฐบาลไม่ได้มีการแก้ไข ปรับปรุงให้สูงขึ้นครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอีก ๒ นาที ให้เวลาของเพื่อนสมาชิก ในส่วนของฝ่ายค้านได้เลยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมนิดเดียว เท่านั้นเองว่าในส่วนของผลไม้ไทยทั้งหมดก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องชัดเจน ทั้งเรื่องกาแฟ สับปะรด ไม้ผล กล้วยไม้ มะพร้าว ประมง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการที่จะต้องดําเนินการในการ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนภาคการเกษตร ๒๔ ล้านคน ที่ผมกราบเรียนไปแล้วได้มีรายได้ที่สูงขึ้น นั่นคือการที่รัฐบาลต้องเชื่อมต่ออย่างชัดเจนครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือในภาคที่เราลงมาดูถึงกระบวนการที่กระทบกับ พี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วในภาคของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องดูแลจริง ๆ เพื่อให้ถึงกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ต้องมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาระบบตลาด เพื่อสินค้าเกษตรและอาหาร ต้องมาดูแลในเรื่องของการดําเนินการในการที่จะขาย สินค้าเกษตรในระหว่างประเทศ ต้องมาดูแลในเรื่องมาตรฐานของอาหาร ถ้าเราต้องการ ให้ประเทศไทยเป็นครัวโลกอย่างแท้จริง แต่ทั้งหมดนี้หลายคนมาบอกกับผมว่าในขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เหมือนตายแล้ว มันจึงน่าแปลกใจครับว่าคนที่รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องออกมาทําให้เห็นว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงหลักที่เราจะต้องมาดูแล

และประการสุดท้ายครับ คือในเรื่องของปัจจัยการผลิตครับ วันนี้ผมยังไม่เห็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือคณะกรรมาธิการได้มีการพูดถึงตั้งแต่ในชั้นของการพิจารณาแล้ว ไม่ว่าการจัดที่ทํากินให้กับเกษตรกร การจัดการเรื่องคุณภาพดิน ตลอดถึงการดําเนินการ ในเรื่องของการฟื้นฟูป้องกันการชะล้างดินพื้นที่เฉพาะ การกําหนดเขตส่งเสริมการผลิต

เรื่องสุดท้าย ที่ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานครับ คือเรื่องที่เรา จะต้องส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรครับ ท่านประธานคงจําได้ นะครับว่าเราได้มีการผ่านพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รัฐบาลที่แล้วได้ผลักดันให้ มีสภาการเกษตรกรแห่งชาติขึ้นมาเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีส่วนสําคัญในการกําหนด นโยบายในการร่วมคิดกับรัฐบาลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องคุณภาพชีวิตของพี่น้อง เกษตรกร แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ในขณะนี้ก็มีการเลือกตั้งตัวแทนของเกษตรกรแห่งชาติ ในระดับจังหวัดแล้วนะครับ แต่ว่าในระดับประเทศในขณะนี้ยังไม่มีการดําเนินการหรือเร่งรัดให้มีการดําเนินการในการจัดตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้องค์ประกอบของสภาเกษตรนั้นเสร็จเป็นที่เรียบร้อยและสามารถดําเนินการได้ ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการได้ถามเรื่องนี้ไหมครับ และได้ดําเนินการอย่างไรครับ ผมอยากได้คําตอบของคณะกรรมาธิการครับ ถ้าคณะกรรมาธิการตอบไม่ชัดเจนหรือไม่ตอบ ผมขอสงวนสิทธิที่จะได้ลุกขึ้นมาทวงถาม แล้วก็ยืนยันที่จะต้องลงมติในมาตรานี้ต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ