สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องงบรายจ่ายอื่น โดยเฉพาะการปรับลดงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหารือเรื่องงบประมาณโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการจัดสรรเงินในงบประมาณ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบชี้แจง เพื่อนสมาชิกนะครับ ในคำถามที่ตรงกับประเด็นที่ผมเองได้มีส่วนได้รับมอบจากทุกท่าน ไปทำหน้าที่ ได้รับโอกาสให้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเกี่ยวกับงบรายจ่ายอื่น นะครับ มีประเด็นงบรายจ่ายอื่นที่เพื่อนสมาชิกถามและตรงประเด็นที่ได้ทำหน้าที่นะครับ ต้องขอบคุณท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ถามเรื่องของการปรับลดงบของกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๒ รายการ ถามเหตุผลว่าทำไมถึงปรับลดในหมวด รายจ่ายอื่น ผมกราบเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ ในมาตรา ๕ ถ้าท่านสังเกต จะมีตัวหนังสือสีดำขีดเส้นใต้ แล้วใต้ตรงนั้นจะมีวงเล็บสีแดงอยู่เกือบทุกรายการ ใน ๒๑ หน่วยงาน ที่อยู่ในมาตรา ๕ นั่นหมายความว่าพวกเราในฐานะกรรมาธิการที่ได้รับ มอบจากทุกท่านไปนะครับ งบประมาณที่ตั้งมาแต่แรกเราเห็นว่ายังไม่เหมาะสม สมควร ที่จะปรับลดเอางบประมาณไปใช้ประโยชน์ได้ ก็เลยออกมาเป็นตัวเลขตัวใหม่นะครับ คือ ตัวเลขสีดำแล้วขีดเส้นใต้ นั่นคือสิ่งที่เราได้ปรับลดไป เช่นเดียวกันของกรมประชาสัมพันธ์ ท่านสงสัยว่าทำไมไปปรับลดหมวดรายจ่ายอื่น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ นโยบายเร่งด่วนและภาวะวิกฤติของรัฐบาล หมวดรายจ่ายข้อ ๒ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ๔ รายการ ปรับลดไปทั้งหมด ๔ รายการ เป็นเม็ดเงินรวมทั้งหมด ๒๓ ล้านบาทเศษ จากเม็ดเงินทั้งหมด ๑๕๘ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละก็ไม่มากมายนัก เหตุผลที่ปรับลด ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ คณะกรรมาธิการได้มอบหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการที่จะพิจารณาในรายการรายละเอียด คำนึงถึงความสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล คำนึงถึงการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดของหน่วยงานที่รับงบประมาณไป ไม่กระทบ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เป็นประเด็นที่เราได้ตั้งคำถาม ได้สอบถาม เราจะเน้นประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญ ซ้ำซ้อน กระทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์จริงหรือไม่ และที่สำคัญระยะเวลาที่ใช้เม็ดเงินก็คือ ประมาณ ๘ เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป รายการบางรายการตั้งไว้ทั้งปีนะครับ ไม่สามารถที่จะใช้เม็ดเงินปีที่จะทดรองจ่ายไปก่อนหรือจ่ายไปพลางก่อนตามงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ได้ บางรายการมันทำไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องรอเม็ดเงินปี ๒๕๕๕ จริง ๆ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็ใช้ประกอบกันในการพิจารณาปรับลดบนพื้นฐานของความเห็นพ้องต้องกัน ของหน่วยที่รับงบประมาณเหล่านั้น อันนี้คือเหตุผลที่ผมจะกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติใน ๒ กรณีนี้นะครับ

ประเด็นต่อไปครับ ไม่ชี้แจงแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นการทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ของคณะกรรมาธิการ เพราะมีเพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจในหน่วยงานนี้ค่อนข้างมากนะครับ คือหน่วยงานที่เราใช้คำว่าเป็นองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษแบบยั่งยืนนะครับ ตัวย่อ คือ อพท. ครับ หน่วยงานนี้กรรมาธิการได้ทำหน้าที่แทนท่านว่าทำไมหน่วยงานนี้ถึงตั้งขึ้นมาได้ ตั้งขึ้นมาเพราะอะไร แล้วทำไมมีพื้นที่พัฒนาเฉพาะ ๕ จังหวัด ๕ จังหวัดที่ประกาศเขตพื้นที่ไป ก็มีจังหวัดตราด จังหวัดเชียงใหม่ พัทยาที่จังหวัดชลบุรีแล้วก็เกาะช้างเกี่ยวเนื่องกัน จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดกำแพงเพชรนี่เกี่ยวเนื่องกัน แล้วก็จังหวัดสุดท้ายที่เพิ่งประกาศไป ก็คือจังหวัดเลยนะครับ จังหวัดเหล่านี้ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี ที่จะให้องค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเข้าไปดำเนินการนะครับ มีอยู่ ๕ จังหวัดเท่านั้นเองครับ ไม่มีภาคใต้ เราก็สนใจว่าทำไมถึงไม่มี คำตอบครับ ไม่ได้เกิดจากการเมือง หรือไม่เกิดจาก ความเป็น ส.ส. หรือไม่เป็น ส.ส. หน่วยงานนี้ตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้ง องค์การมหาชน ปี ๒๕๔๒ มีพระราชกฤษฎีกาขึ้นมารองรับเมื่อปี ๒๕๔๖ จริงอยู่ครับว่า เกิดในยุครัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ พระราชกฤษฎีกานะครับ แต่พระราชบัญญัติ เกิดปี ๒๕๔๒ เมื่อตั้งขึ้นมาแล้วจังหวัดไหน พื้นที่ใด ควรจะได้รับการประกาศครับ ขึ้นอยู่กับ การมีส่วนร่วมของพื้นที่ ของชุมชนท้องถิ่นนั้น ๆ บนพื้นฐานการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมรับ ประโยชน์ ถ้าชุมชน ถ้าพื้นที่ไม่เห็นด้วย มีการต่อต้าน มีการขัดขืน เขาจะไม่นำเข้าสู่การให้ ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อไม่มีมติ ครม. ออกมาประกาศเป็นพื้นที่พิเศษนะครับ เราอยากให้เขาไปพัฒนาอย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเขาต้องทำตามกฎหมาย อันนี้ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงนะครับ หน่วยงานนี้ก็พิจารณาแล้วก็มีการปรับลดไปพอสมควร ตามลักษณะเนื้องานที่ไม่กระทบกับงานของเขา แล้วหน่วยงานก็สามารถรับได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าบางหน่วยนี่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายไป บนคำอภิปรายก็มีคำตอบของตัวเอง ขอบคุณท่านบุญยอดที่ให้ข้อสังเกต

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของหน่วยงานที่จัดตั้งงบประมาณ คือปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี เรื่องของโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ตั้งไว้ ๓๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ๓๐๑ ล้านบาทครับ กรรมาธิการไปปรับลดในส่วนที่เป็นงบดำเนินงานไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เหลืออยู่ ๓๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ทำไมตั้งอยู่ตรงนี้ ต้องกราบเรียนครับ กรรมาธิการ ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปเปลี่ยนรายการให้ไปอยู่กระทรวง ทบวง กรม ขณะที่เขาทำคำขอมา ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ข้อสังเกตของท่านว่าจะไปอยู่กับ หน่วยงานอื่นในปีต่อไปนั้นก็เป็นข้อสังเกตนะครับ ผมก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ แต่เท่าที่ดูภารกิจเป็นหน่วยงานที่เป็นแกนกลางในการที่จะทำ ผมยกตัวอย่างเช่น ทำโอทอป ซิตี้ (OTOP City) ทำในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการเคลื่อนที่ต่าง ๆ สำหรับ การแสดงสินค้าที่เป็นสินค้าเด่นของงานหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ อันนี้เป็นตัวอย่าง มีแผนงานทั้งหมด ๒๐ แผนงาน ซึ่งผมได้สำเนารายละเอียดให้ท่านบุญยอดไปเมื่อครั้ง ประชุมงบประมาณ อันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมตอบสั้น ๆ ครับ กราบขอบคุณครับ