สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่แสดงความเห็นชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และไม่ปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศไทย ในการตอบโต้ต่างชาติ ทำให้ไทยไม่ได้รับความเคารพในเวทีต่างประเทศ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งผมได้ขอปรับลด แต่วันนี้หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศออกไปแล้วผมมีความรู้สึกว่า ผมได้ปรับลดน้อยไปด้วยซ้ําไป ถามว่าที่ผมต้องการปรับลดนั้นเพราะอะไรครับ มันชัดเจน อยู่ในตัวมันเองว่าเอกสารที่เสนอให้กับคณะกรรมาธิการนั้น กระทรวงการต่างประเทศ บอกชัดเจนว่าวิสัยทัศน์จะเป็นองค์กรหลักในการเสริมสร้างสถานะและบทบาทของไทย ในเวทีระหว่างประเทศอย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันนี้ต้องถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างสถานะและบทบาทของไทยในเวทีต่างประเทศอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีหรือไม่ นั่นคือคําถาม

นอกจากนั้นแล้วในพันธกิจ ข้อ ๖ ของกระทรวงการต่างประเทศระบุไว้ชัดเลยว่า จะให้ความรู้ ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความรู้ ความเข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้รับทราบ และส่งเสริม ภาพลักษณ์ในเชิงบวกของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ข้อนี้กระทรวงการต่างประเทศ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ท่านประธานครับ ผมนี้เป็นคนไทยที่น้อยใจมาก วันหนึ่งตื่นเช้าขึ้นมา อ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (Bangkokpost) เดอะ เนชั่น (The Nation) คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติบังอาจมาบอกคนไทยว่ากฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ต้องแก้ไขลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ถ้าเพื่อนกันก็ต้องบอกว่า เสือก แต่ถ้าภาษาทางการทูตบอกว่า อย่าก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศ เป็นกฎหมายอาญาภายในประเทศ บุคคลธรรมดา ยังมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มกัน แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์จะมีไม่ได้หรือ แต่สิ่งเหล่านี้ ผมอยากจะถามว่ากระทรวงการต่างประเทศมันหายหัวกันไปไหนหมด ไม่เคยออกมาตอบโต้ให้คนไทยได้รู้เลย ให้ต่างประเทศได้เคารพในสิทธิของคนไทยเลยว่า ความมั่นคงของรัฐ เรื่องของพระมหากษัตริย์อยู่ในหมวดของความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่เรื่อง ของหมิ่นประมาท วันนี้กระทรวงการต่างประเทศกําลังสูญเสียจิตสํานึกของความรับรู้ผิดชอบ ชั่วดี ลืมกําพืดหมดแล้ว ลืมจริง ๆ ว่าหน้าที่ที่กินเงินเดือนภาษีประชาชน พันธกิจประกาศไว้ ต้องไปสร้างความเข้าใจให้คนในโลกเขารับรู้ แล้วเขาออกมาทับถม ไม่มีการแก้ตัวในสื่อเลย หมายความว่าอย่างไรครับ ยอมรับในความเห็นหรือครับ หรือว่าเป็นแผนงานสอดรับกันมา เพื่อมากดดันให้คนไทยนั้นต้องแก้กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ผมเห็นแล้วผมน้อยใจมาก ในฐานะที่เคยเป็นคนที่สนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศมาตลอด วันนี้ไม่ได้รักษาศักดิ์ศรี ของคนไทย แล้วถ้าบอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือบิดาของคนไทย แล้วให้คนมาลบหลู่ บิดาของคนไทย มันจะเหลืออะไรครับ วิสัยทัศน์บอกว่าจะดําเนินการในเวทีระหว่างประเทศ ให้มีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันนี้กระทรวงการต่างประเทศต้องแยกแยะนะครับ อย่าสับสน อย่าสําลักเรื่องธุรกิจมาก จนไม่สามารถแยกออกระหว่างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอธิปไตย ของประเทศ มันคนละเรื่องกัน ถ้าเพื่อนคบกันแล้ว เพื่อนเอาเปรียบแล้ว เพื่อนให้ประโยชน์แล้ว เพื่อนขอเอาตีนลูบหน้าทีหนึ่ง ยอมเขา มันไม่ใช่เพื่อนครับ มันไม่ใช่ครับ เขาให้ประโยชน์มา ยอมกินน้ําใต้ศอกเขา ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เพื่อนครับ ฉะนั้นวันนี้ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่จะต้อง ตักเตือน ขอตัดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศนั้นเพราะต้องการเตือนสติครับ เอกอัครราชทูตทุกคนก่อนไปต่างประเทศนั้นต้องไปกราบบังคมทูลลาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย แล้ววันนี้ไปกินเงินเดือนอยู่โน้น ต่างประเทศ ทําอะไรที่จะปกป้องศักดิ์ศรีคนไทยบ้างครับ ทําอะไรให้คนไทยเขารู้ได้บ้างว่า กินข้าวแดงแกงร้อนแล้วไม่กินบนเรือนแล้วถ่ายบนหลังคา เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ สําหรับคนไทยทั้งประเทศที่ปล่อยให้ต่างชาติมาก้าวก่ายในกิจการของคนไทย ก้าวก่ายในการ ออกกฎหมายของคนไทยแล้วบอกว่านี่ผิด นี่ผิดกับหลักสากล ทุกชาติมีวัฒนธรรมเหมือนกัน ผมบอกให้ครับ คนที่คนไทยต้องขอบคุณมากที่สุดคือคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เขียนออกมา แสดงความเห็นปกป้องเรื่องมาตรา ๑๑๒ มีคนคนเดียว แล้วผมก็รู้ว่านี่เป็นนโยบายรัฐบาล นายกรัฐมนตรีก็ประกาศบอกว่าไม่แก้ มาตรา ๑๑๒ รองนายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่าไม่แก้ มาตรา ๑๑๒ ธงมันชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่แก้ แต่กระทรวงการต่างประเทศอมอะไรไว้ครับ อมอะไรถึงได้พูดไม่ได้ นโยบายรัฐบาลชัดเจนที่สุด ธงออกมาชัดเจนที่สุด นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจนั้นมันมีได้ หายไปได้ แต่อธิปไตยของประเทศต้องรักษาอยู่ครับ เรื่องที่ยิง ฮ. ของทหารไทยไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ครับ ถ้าท่านดูจริง ๆ แล้ว หลังจากเกิดเหตุไม่กี่วัน ฮอ นําฮง ต้องรีบออกมาสัมภาษณ์บอกว่า ที่ยิงเพราะว่าเครื่องบิน ฮ. ของไทยนั้นไปล้ําเขตเขา เขาเตรียมตัวที่จะเคลม (Claim) แล้วว่า นี่พื้นที่ทับซ้อนอันนี้เป็นเขตเขา เขาถึงได้ยิง ทําอะไรครับ ได้แค่จดหมายไปถามครับ กลัวเขา จะยกเลิกธุรกิจที่ให้ทําหรือครับ กลัวเขาจะยกเลิกสัมปทานที่ให้หรือครับ มันไม่ใช่ครับ ประเทศไทยไม่ใช่เมืองขี้ข้าใคร ชื่อไทยมันก็บอกอยู่แล้วว่าไม่เคยเป็นขี้ข้าใคร แต่วันนี้กําลัง จะยอมหรือครับ เพื่อสัมปทานเล็ก ๆ น้อย ๆ ธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ทําเป็นไม่เห็น ทําเป็นไม่รับรู้ ตรงนี้ต่างหากละครับที่จะทําให้ประเทศไทยนั้นในอนาคตสูญเสีย ดินแดน คําโบราณก็บอกแล้วครับ เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนมันก็กันเอาไว้กิน วันนี้ท่านต้องตอบมาสิครับว่าถ้าบอกว่าคบกันแบบเพื่อน โอ้ยการค้ามันดี ให้เขาเผาสถานทูต อีกรอบไหมครับ แล้วยกมือไหว้บอกเผาอีกสิ แต่ขอให้ประธานสักงานหนึ่งเถอะ จะอย่างนั้นใช่ไหมครับ ให้เขาบุกเข้ามาในประเทศไทยอีก ล้ําอธิปไตยมาแล้ว ไปห้ามทหารไทยใช่ไหมครับว่าอย่าโอเวอร์ รีแอ็คท์ (Over react) อย่าทําเกินกว่าเหตุ แล้วจะมีทหารไทย มีกองทัพไว้ทําไม ถ้ามีอย่างนี้ไม่ต้องมีกองทัพก็ได้ ถ้าการเมืองจะทํากันแบบนี้ ประเทศไทยไม่ได้มีไว้ขาย ไม่มีส่วนตัดขายครับ ประเทศไทยนั้น แบ่งแยกไม่ได้ครับ แล้วในรัฐธรรมนูญก็บอกแล้วว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยจะให้ใคร ละเมิดไม่ได้ แล้ววันนี้กระทรวงการต่างประเทศทําอะไรอยู่ครับ โฆษกก็มี ปลัดกระทรวงก็มี รัฐมนตรีก็มี หายหัวหมดเลย กินเงินเดือนไม่ทํางานตามหน้าที่มันน่าจะเอาเงินคืนให้หมด