อาคม เอ่งฉ้วน หารือเรื่องการดำเนินการของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องการทราบผลการดำเนินการของแผนงาน 3 แผนงาน โดยเฉพาะเรื่องข้าราชการการเมืองที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมและขาดศีลธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้เวลาไม่นานนะครับ เพราะว่าท่านประธานคงเห็นนะครับ แต่ว่ามาตรานี้ที่ผมต้องพูดเพราะว่ามันมี ความจำเป็นจริง ๆ ในมาตรา ๓ มาตรา ๔ ท่านประธานจะเห็นว่าผมขอคำตอบ จากกรรมาธิการ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ลากถูลู่ถูกังไปบ้าง แต่ว่าก็ไปได้ครับเพราะผมถือว่า เรามอบหน้าที่ให้เขาไปทำงานแล้ว แต่มาตรานี้ผมต้องขอคำตอบจริง ๆ โดยเฉพาะ กรรมาธิการที่ให้เกียรติมานั่งอยู่นี่ กรรมาธิการพงศกร อรรณนพพร หรือท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการโจ้จะร่วมด้วยก็ได้นะครับ ผมต้องการคำตอบอย่างนี้ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรีตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจะพูด เฉพาะสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งมีงบประมาณอยู่ ๓,๒๙๔ ล้านบาท มีแผนงาน ๓ แผนงานนะครับ ท่านประธานลองฟังดูนะครับ แผนงานเทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบัน พระมหากษัตริย์ ตลอดระยะเวลา ๕ เดือน ท่านประธานจะเห็นว่าผมอยากทราบ จากกรรมาธิการว่า ๕ เดือนที่ผ่านมายังมีคนจงใจพยายามจะหมิ่นสถาบันอยู่ แล้วเวลานี้ สผ ๕/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ ศันสนีย์ ๓๐๑/$ เขาอนุมัติของบประมาณมาอีก ๑,๕๕๘ ล้านบาท อันนี้ต้องขอคำตอบด้วยว่าท่านได้ซักไซ้ กับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่าจะมีมาตรการวางแผนอย่างไร ที่จะให้เรื่องเหล่านี้มันหมด หรือยุติลงไปได้
ในประการที่ ๒ แผนงานเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม อันนี้ กรรมาธิการช่วยอธิบายผมด้วยจะไปสร้างกันอย่างไรตั้ง ๙๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นประโยชน์ ผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ผมคิดว่ากรรมาธิการก็คงจะต้องปรับลดไปแล้ว
ในประการที่ ๓ อันนี้สำคัญมาก อันนี้ตัวบุคคลเลย ประสิทธิภาพการบริหาร ราชการแผ่นดิน ปกติท่านประธานครับผมไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะว่าเวลาคนขึ้นมาเป็น รัฐบาลก็ต้องตั้งคนเข้าไปช่วยงาน แต่ปรากฏว่าสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีตั้งคนเข้าไปทำหน้าที่เป็นข้าราชการการเมือง ประการแรก ผิดพระราชบัญญัติ ข้าราชการการเมือง เพราะในพระราชบัญญัติข้าราชการการเมืองมาตรา ๙ (๓) ต้องเลื่อมใส ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขโดยสุจริตใจ บางคนถูกข้อกล่าวหาว่า หมิ่นสถาบันก็ยังได้รับการแต่งตั้ง นี่คือคำสั่งแต่งตั้งลงนามโดยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวผมจะเอ่ยชื่อให้ดูสัก ๒-๓ คน ในประการที่ ๒ (๕) ต้องมีศีลธรรมอันดี และเมื่อเราจะตั้ง ใครดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งกินเงินเดือนคนละประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท เงินเดือนเหล่านี้เราพูดเสมอว่ามาจากภาษีอากรของประชาชน มาจากหยาดเหงื่อแรงงาน ของประชาชนที่จ่ายภาษี เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลจะตั้งคนผมเชื่อว่าคนในพรรครัฐบาลที่ดี ๆ ก็เยอะ ผมไม่อิจฉา แต่ว่าบุคคลที่ผมจะกล่าว ๒-๓ คนต่อไปนี้ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องแก้ไข กรรมาธิการจะต้องตอบผมว่าทำไมปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง กินเงินเดือนของประชาชนได้ ท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ ๒๔๕๗ เวลาเขาเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เวลานายอำเภอจะลงคำสั่ง ลงลายมือแต่งตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ประชาชนมาเลือกแล้ว เขาบอกให้ตรวจสอบคุณสมบัติก่อน เขาต้องไปตรวจสอบว่า เป็นผู้มีอิทธิพลไหม ค้าไม้เถื่อนไหม ค้ายาบ้าไหม หรือมีแนวโน้มไหม นายอำเภอถึงจะแต่งตั้ง นั่นขนาดประชาชนเลือกมาแล้วนะ ท่านประธานครับ เงินเดือนไม่ใช่บาท ๒ บาท เอาคนแรกก่อนท่านประธานครับ ผมพูดไม่ยาวแต่ว่าต้องการให้มีการแก้ไข ๑. ขอคำตอบ ๒. ถ้ารัฐบาลฟังผมแล้วเห็นว่ามันเป็นสาระรัฐบาลก็เปลี่ยนแปลงได้สั่งให้เขาออกไป หรือให้ เขาลาออกไปแล้วตั้งคนใหม่ อย่างนี้สภาก็เป็นประโยชน์ ไม่อย่างนั้นสภาก็มาเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีสาระอะไร ยิ่งเสียงข้างน้อยไม่ต้องคำนึงถึง อันนี้ก็ยิ่งไร้ประโยชน์ใหญ่ เพราะในระบอบประชาธิปไตยเสียงข้างมากปกครองประเทศ เสียงข้างน้อยควบคุมรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างคนแรกนะครับ เพราะไม่ได้อยู่ในสภา เพราะฉะนั้น ผมไม่เอ่ยชื่อ ว ครับท่านประธาน คนที่ชื่อ ว นี้ครับ เป็นตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กินเงินเดือน ๔๔,๓๑๐ บาท พี่น้องประชาชนที่เสียภาษีฟังไว้ด้วย มีเงินประจำตำแหน่ง ๔,๙๐๐ บาท บวกกันแล้วเกือบ ๕๐,๐๐๐ บาท โก้เลยครับ อยู่ในทำเนียบรัฐบาล เป็นเลขารัฐมนตรีของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ทำไมผมถึงยกคนนี้ครับ คนนี้ชื่อนาย ว ที่ผมยกเพราะว่าคนนี้ท่านประธานครับ ไม่ได้ ตรวจสอบคุณสมบัติเขาหรือ เพราะว่าก่อนหน้านั้นเขาถูกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สอบสวนว่าเขาเป็นสื่อมวลชน แล้วก็ไปติดสินบนสื่อด้วยกันเอง มีการลงข่าวแพร่ไปทั่ว เป็นที่รู้กัน ทำไมไม่สอบสวนครับ คน ๆ นี้ชื่อ ว แล้วก็สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติลงมติว่า มีมูล เพราะฉะนั้นคนที่จะมาดำรงตำแหน่งอยู่กับนายกรัฐมนตรีตั้งคนอย่างนี้มันมัวหมอง ผิด พ.ร.บ. ข้าราชการการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นมีการพูดกันไปว่า สื่อที่ไปตั้งในช่วงเลือกตั้งตั้งกันเยอะ รายละ ๒๐,๐๐๐ บาทก็มี ต่อมาก็บอกมากกว่านั้น