สถาพร มณีรัตน์ แปรญัตติมาตรา 3 ซึ่งการปรับลดเป็นจำนวนน้อยนิด และส่งสัญญาณไปยังฝ่ายบริหารผ่านท่านประธานสภา เพื่อเอาคำอภิปรายตั้งข้อสังเกตของสถาพรที่ปรับลดงบประมาณลง 0.05% ซึ่งถือว่าตัวเลขคร่าว ๆ ที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจ และมองว่าภาพรวมของงบประมาณที่ผมตั้งข้อสังเกตและค่อนข้างที่จะผิดหวังทั้งรัฐบาล ทั้งกรรมาธิการ ทั้งฝ่ายค้าน และเรียกร้องให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อเป็นงบประมาณภาษีของพี่น้องประชาชน 70 ล้านคน เราต้องท้วงติง อย่าได้เกรงใจกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติมาตรา ๓ จำนวนปรับลด ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการปรับลดซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นจำนวนน้อยนิด แทนที่จะปรับลด กันมากกว่านี้ แต่ตรงนี้ส่งสัญญาณไปยังฝ่ายบริหาร ผ่านท่านประธานสภา ส่งสัญญาณไปยัง กรรมาธิการ เพื่อเอาคำอภิปรายตั้งข้อสังเกตของกระผมที่ปรับลดงบประมาณลง ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณเราทั้งหมดนั้นถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท หารายได้มา ประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาท แล้วก็หาเงินมาปิดงบอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรียกว่างบขาดดุล ซึ่งนี่ก็ถือว่าตัวเลขคร่าว ๆ ที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจ ท่านประธานครับ ภาพรวมของงบประมาณที่ผมตั้งข้อสังเกตและค่อนข้างที่จะผิดหวังทั้งรัฐบาล ทั้งกรรมาธิการ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เรื่องการวางยุทธศาสตร์เปิดเสรีอาเซียนครับ กระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้ตั้งงบเลยครับ เพิ่มศักยภาพแข่งขันเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้ ตั้งงบเลยครับ กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ได้ตั้งงบเลยครับ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ได้ ตั้งงบเลยครับ แล้วปี ๒๕๕๘ จะเปิดเสรีครับ วันนี้ขนาดไม่เสรีนะครับ สินค้าจากจีน เวียดนาม ทะลักเข้ามายังประเทศไทยทำให้เกษตรกรเดือดร้อนครับ ก็แสดงว่า คณะกรรมาธิการงบประมาณ ๔๕ วันนั้น ท่านคิดเฉพาะกิจ ไม่ได้คิดเชิงยุทธศาสตร์ เชิงเป้าหมายที่เราจะเทเงินไป ๒.๓ ล้านล้านบาท ยุทธศาสตร์ไม่มีครับ งบประจำกินไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ งบใช้หนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุน แล้วก็มีเวลาใช้ ไม่เกิน ๖ เดือนครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี่นะครับ ที่หัวเราะกันนี่ ฮ่าฮ่า ๖ เดือน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการนะครับ วันที่ ๖ เราลงมติ แล้วส่งไปยังวุฒิสภา ก็เดือนมกราคมแล้ว กว่าจะลงพระปรมาภิไธย มีข้อบังคับสำนักงบประมาณ จัดเรียง ข้อบังคับแจกจ่ายงบประมาณ กุมภาพันธ์ท่านครับ ยังไม่รู้ว่าลูกผีลูกคน มีนาคม เมษายน พฤษภาคม งบปี ๒๕๕๖ ก็มาอีกแล้ว ท่านทั้งหลายก็มานั่งกันอยู่อย่างนี้ครับ หน้าดำ คร่ำเครียด ๔๕ วันต้องทำให้ทัน ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่จะทำให้พี่น้อง ประชาชนคาดหวัง นี่คือภาพรวมของงบประมาณที่เราจะต้องวิพากษ์วิจารณ์กัน อย่างตรงไปตรงมา เพราะอุปมาอุปไมยพวกเรานั้นคือผู้แทนปวงชนชาวไทย จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อเป็นงบประมาณภาษีของพี่น้องประชาชน ๗๐ ล้านคน เราต้องท้วงติง อย่าได้เกรงใจกันครับ อย่าได้เกรงใจกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ที่ผมลุกขึ้นมาแปรญัตติและผมจะต้องพูดรายกระทรวง มันเป็นข้อเท็จจริงครับ บางทีรัฐบาล กรรมาธิการก็ใจดำครับ ท่านไปเปิดเนื้อในของงบประมาณสิครับ สำนักงบประมาณครับ ท่านในฐานะหน่วยราชการท่านไม่คันหูบ้างหรือครับเวลาผู้แทนราษฎรท้วงติงว่างบทำไมกระจุก ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายท่านไม่คันหูบ้างหรือครับ สังเกตได้ครับ อย่างงบกระทรวงคมนาคม งบแหล่งน้ำนี่ละครับ ท่านไปดูได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าผมอภิปรายเข้าในพื้นที่ของตัวเอง จำเป็นครับ ถ้าไม่ยกตัวอย่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ จังหวัดลำพูน ๒๕ ฝาย พังมา ๓ ปีแล้วกรมทรัพยากรน้ำ ไม่เคยให้เงินแม้แต่บาทเดียวครับ วันนี้ก็ไม่ให้ ลำน้ำลี้ไปดูได้เลยครับท่านรัฐมนตรีครับ ไปเชียงใหม่บ่อยไปดูหน่อยครับ อย่าไปแต่แถวนั้นครับ ไปดูพื้นที่บ้าง นี่คือข้อเท็จจริงครับ วันนี้เราได้เอาข้อเท็จจริงมาสะท้อนปัญหา กรมทางหลวงชนบท วันนี้ลำพูนกลายเป็นเมือง รถติดมหาศาล เพราะเชียงใหม่ถนนดีหมดครับ ๔ เลน ๘ เลน ๑๒ เลน แล้วมันก็ทะลักเข้า ลำพูน ลำพูนรถติดครับ ท่านได้มองเฉพาะส่วนครับ กรรมาธิการมองเฉพาะส่วน ผู้บริหาร มองเฉพาะส่วน ไม่ได้มองภาพรวมเลย เพราะฉะนั้นการเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมค่อนข้างชื่นชม แต่เราต้องตั้งข้อสังเกตกันได้ครับว่าการดำเนินการต่าง ๆ ท่านประธาน ครับ ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ ปี ๒๕๕๕ หอม กระเทียม ลำไย ของเกษตรกร ภาคเหนือราคาตก มีกลุ่มพ่อค้าจีนร่วมกับข้าราชการบางคนจับมือกัน ถ้าของเราออกก็กักตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไม่ให้ส่งไปยังเมืองจีน หน่วยราชการเราร้องแล้วร้องอีก เฉยครับ เพราะฉะนั้น กระทรวงพาณิชย์ ชื่อก็บอกว่ากระทรวงพาณิชย์ ท่านตั้งงบประมาณไว้ไม่มีเลย แต่งบธงฟ้า ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่เห็นมีอะไรเลยงบธงฟ้า เอาดาราไปเป็นพิธีกรแล้วขายน้ำมันพืช ขายข้าวสาร ชาวบ้านได้คนละถุงหนีบรักแร้กลับบ้านครับ ไปเปิดดูเป็นแสนครับ เขาเรียกว่า งบอะไร อีเวนท์ (Event) นั้นเป็นแสน นี่มันทำให้ข้าราชการบวกกับนักการเมืองเอาลงพื้นที่ แล้วก็สมประโยชน์กัน เราต้องท้วงติง ไม่ได้มีอคติใด ๆ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลท่านประธาน สำนักงานอยู่ที่ลำปางปรากฏว่าเหมืองฝายอยู่ที่ลำพูนทั้งหมด ๔๐ เหมืองฝาย กว่าจะมาจาก ลำปางมาลำพูน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร มันจะไปทันอะไร อธิบดีก็ไม่สนใจ รัฐมนตรีก็ไม่สนใจ เดินล้วงกันไปมาถึงเวลามา ส.ส. เดินผ่านก็ยกมือไหว้เดี๋ยวจัดการให้แค่นั้นครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เรามีปัญหาเชิงโครงสร้าง เราเสียดายงบประมาณ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท งบภาษีเรา ๑.๙ ล้านล้านบาท เราต้องหางบมาปิดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของเราทั้งนั้นละครับ ผมเองนั้น ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องของเด็กและเยาวชนที่เราจะมองยุทธศาสตร์ วันนี้ท่านประธาน ท่านไปดู เด็กเยาวชนเราสิครับอาชญากรรม อายุก่ออาชญากรรมน้อยลงเรื่อย ๆ กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์เรามียุทธศาสตร์อย่างไรครับ กรรมาธิการต้องตอบนะครับ ปัญหาเด็กเยาวชนวันนี้งบประมาณที่ให้กันไปหรือเอาไปซื้อผ้าห่มอย่างเดียว เบี้ยผู้สูงอายุ ครับ รีบครับ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ต้องรีบเร่งเอาลงพื้นที่ เงินกองทุนสตรีแม่บ้านที่ตั้งไว้แล้วขอบคุณครับ แต่ต้องรีบเร่งเอากรอบมาเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนจะได้รู้ว่ากองทุนพัฒนาสตรีแม่บ้านจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ได้แล้วเงื่อนไข มันเป็นอย่างไร เงินกองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รีบครับ รีบโอนไปเลย พี่น้องประชาชน กำลังต้องการเงินลงทุน เพราะว่าบอบช้ำจากน้ำท่วม ตั้งงบไว้แล้วเราจะติดตามงบประมาณ ให้เร่งรีบอย่างไร เงินเอสเอ็มแอล ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท รีบครับ กรรมาธิการงบประมาณไม่ใช่ว่าเลยวันที่ ๖ ไปแล้วก็เดินเอ้อระเหยลอยชาย หมดภารกิจแล้วก็ปล่อยให้ข้าราชการประจำโอนบ้าง ไม่โอนบ้าง ไม่ได้ครับ กรรมาธิการ จะต้องติดตามเรียกหน่วยราชการมาว่าเงินนี้โอนไปหรือยัง แล้วสิ่งที่น่าเจ็บปวดคืองบพัฒนา จังหวัดท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการ จังหวัดลำพูนผมนี้ละครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเกษตรกรฐานะยากจนข้นแค้น เผอิญมันมีนิคมที่จังหวัดลำพูน ๑ แห่ง เรียกว่า นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ มีคนงานอยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน มีรายได้เฉลี่ยจีดีพีสูงสุด ในภาคเหนือครับ สำนักงบประมาณไม่รู้หรืออย่างไร ท่านเอาคน ๗๐,๐๐๐ คน มาพิพากษาคน ๔๕๐,๐๐๐ คน ของจังหวัดลำพูน ได้งบ ๑๔๑ ล้านบาท เรื่องจริงครับ เอามาพูดนี้ สำนักงบประมาณไม่รู้เลยใช่ไหมครับ หรือว่าไม่ทำอะไรเลยถึงเวลามาหนีบรักแร้ เอาเอกสาร มาชี้แจงแค่นั้นใช่ไหมครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ นี่คือข้อสังเกตครับ และเชื่อว่าอีกหลายจังหวัด เหมือนอย่างกับนี่ละครับ ไม่มีความเป็นธรรมหรอก นี่คือข้อเท็จจริงครับ รัฐวิสาหกิจครับท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ รัฐวิสาหกิจ มีทรัพย์สินทั้งหมด ๗.๗ ล้านล้านบาท ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลครับ แต่กรรมาธิการ เราไม่สามารถล้วงควักเข้าไปได้เลยครับ เห็นไหมครับ ใครจะไปรู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มีทำเลทองขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเงินลงทุนมี ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครจะไปรู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใครจะไปรู้ว่ารัฐวิสาหกิจเหล่านี้ครับ นี่แหละครับ ตัวดูด งบประมาณของเราไปส่วนหนึ่ง แต่หน่วยงานรัฐร้อยกว่าล้านบาท จะเอาเป็นเอาตายกันเลย นะครับ ระดับกรม ระดับ ผอ. นี่พอเขาได้งบประมาณไป ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท อู้ฮู้ ไล่บี้ไล่ซัดกันนี่ จน ผอ. นอนไม่หลับ อยากจะเป็นอธิบดีก็อยาก แต่รัฐวิสาหกิจ ปตท. ครับ ท่านครับ ไม่มีใครสนใจเลยใช่ไหมครับ หรือว่ามีอะไรใน ปตท. ที่พวกเราไปช่วยกันดูแลแล้วก็ ได้รู้แล้วก็เลยเงียบกัน นี่คือข้อเท็จจริงครับ รัฐวิสาหกิจเหล่านั้นเป็นรัฐวิสาหกิจที่มากมาย ๗๐ แห่ง กองทุนนี่ครับ กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม รวมกันทั้งหมด ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่เราให้ความสำคัญน้อยนิดครับ ทั้ง ๆ ที่กองทุนเหล่านี้คือ ตัวจักรในการขับเคลื่อน ในการที่จะลงทุนครับ ธนาคารของรัฐ ในงบประมาณไม่เคยปรากฏ ครับ ไม่ว่าอิสลามแบงก์ ธนาคารกรุงไทย ธอส. ไม่มีครับ ทั้ง ๆ ที่เงินเราจำนวนมหาศาล เงินพี่น้องประชาชนจำนวนมหาศาลนะครับ นี่คือข้อสังเกตครับ ท่านประธานที่เคารพ อยากจะให้กรรมาธิการ รวมทั้งท่านประธานตื่นจากความหลับใหล มาดูตัวเงินตัวเลข ที่เราจะใช้ ในปี ๒๕๕๕ พูดแล้วขนลุกครับ มีเวลาใช้ ๖ เดือนครับ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์เป้าหมาย ต้องฝากสำนักงบประมาณ ทำอย่างไรเดือนกุมภาพันธ์งบจะต้องลงในพื้นที่ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน จะได้ทำงานเสร็จ เศรษฐกิจจะได้ฟื้น ถนนหนทางจะได้เริ่มก่อสร้าง คนจะได้ มีงานทำ ทำอย่างไรวันนี้การจำนำข้าวที่ราษฎรชาวบ้านได้เงินได้ทองแล้ว เขาก็อยากจะ ลงทุนต่อ กรมชลประทานหลังจากหายงงเรื่องปล่อยน้ำ เก็บน้ำแล้วต้องมาบอกชาวบ้านครับ นี่คือเรื่องจริงครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝายวังปานพังครับ ฝายดอยน้อยพังครับ ทำให้เขื่อนภูมิพลเกือบพังตาม เพราะว่า ๒ ฝายนี้เก็บกักน้ำได้จำนวนมหาศาล พังทั้ง ๒ ฝายครับ ไม่เห็นมีปรากฏอยู่ในเล่มเลยครับ นี่ถ้าน้ำมาเด็กชายปลาบู่ก็จะมาทำนายอีกแล้ว เห็นน้ำเยอะ เด็กชายปลาบู่มาอีกแล้วครับ นี่ละครับสังคมไทย เรากำลังตรวจสอบการใช้งบประมาณ อย่างเป็นระบบ เรากำลังให้กำลังใจตั้งข้อสังเกตกรรมาธิการที่แต่ละคนก็ล้วนผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะสภาเลือก ๕๐๐ คน คัดเหลือ ๓๕ คน แต่ละคนก็ล้วนแต่ผู้ทรงเกียรติทั้งนั้น ก็อย่าได้ให้ งบประมาณนั้นรั่วไหล ติดตามแล้วก็ต้องให้คำตอบ ผมเองมีเหตุผลหลายประการครับ แต่เนื่องจากเห็นว่าเวลามีค่อนข้างจำกัด เกรงใจเพื่อนสมาชิก แต่รายกระทรวงผมก็ต้อง อภิปรายอีก เพราะฉะนั้นการตั้งข้อสังเกต การตั้งข้ออภิปรายของกระผมนั้นอุปมาอุปไมย เหมือนกับสุนัขเฝ้าบ้าน เห็นอะไรไม่ดีไม่งามพวกผมก็มีสิทธิที่จะเห่าหอน เพื่อที่จะทำให้ ทรัพย์สินของแผ่นดินนี้มีบรรลุวัตถุประสงค์ แล้วก็เป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศครับ กราบขอบคุณครับ