นิพนธ์ บุญญามณี เสนอแนะการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายส่วน โดยเรียกร้องให้ลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง 10% และวิพากษ์วิจารณ์การนำเงินไปใช้ในการสร้างความแตกแยกของประชาชน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีความชัดเจนและเป็นระบบในการพัฒนาเมืองชายแดน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ในหลายมาตรา แต่คิดว่ามาตราที่สําคัญ เป็นอย่างยิ่งแล้วก็มีความจําเป็นต้องสอบถามกรรมาธิการถึงรายละเอียดของแผนงาน ในมาตรา ๑๗ นี้ ซึ่งผมได้สงวนคําแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการ ที่ได้พิจารณางบประมาณแล้ว
ในเวลาที่ค่อนข้างจํากัดผมลงไปที่กระทรวงมหาดไทยในส่วนของ กรมการปกครอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะสอบถามกรรมาธิการว่าในแผนงานที่ ๑ (๑) แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูป การเมือง ท่านได้สอบถามรายละเอียดไหมครับว่ากรมการปกครองเขามีแผนอย่างไร ที่จะเอาเงินจํานวน ๒๐๐ กว่าล้านบาทไปใช้ เขามีแผน มีความชัดเจนอย่างไรในการที่จะ ทําให้เกิดการปรองดองของคนในชาติ สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมต้องกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการทุกท่านก็คือว่า ท่านถามไหมครับว่าถ้ารัฐบาลหรือว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการที่จะปรองดอง กระทรวงมหาดไทยจะทําอย่างไรกับ โครงการหมู่บ้านเสื้อแดงก็ดี หมู่บ้านสีแดงก็ดี หรือว่าประชาธิปไตยสีแดงก็ดี เพราะถ้าหากว่า ยังมีความคิดอย่างนี้อยู่ แล้วก็ทํากันอย่างนี้ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอต่าง ๆ ผมคิดว่า งบประมาณที่มีอยู่อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ครับ วันนี้ถ้าเราจะทําเรื่องปรองดองกัน ผมคิดว่า เราต้องหันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ในเรื่องทางการเมืองเราเห็นต่างกันได้ แต่ว่า การที่ไปทําให้เกิดสีนั้น สีนี้ขึ้นมาในหมู่บ้าน ในตําบลมันจะยิ่งสร้างความแตกแยกให้ร้าวลึก ลงไปในหมู่บ้าน ท่านเชื่อไหมครับ ผมไม่อยากจะพูดจังหวัดสงขลาเริ่มมีหมู่บ้านเสื้อแดง เกิดขึ้นในบางหมู่บ้าน แต่ว่าเวลาคนในหมู่บ้านนั้นมาขายของในตลาด คนในตลาดเขาไม่ซื้อของ คนที่มาจากหมู่บ้านนั้นเลย ซึ่งผมคิดว่าการปล่อยให้เกิดอย่างนี้ขึ้น นี่คือความแตกแยก ของคนจากหมู่บ้าน มันอาจจะขยายเป็นตําบล จากตําบลมันขยายเป็นอําเภอ แล้วเป็นจังหวัด ในที่สุด อย่างนี้เราจะมีประโยชน์อะไรในการที่จัดสรรงบประมาณให้กรมการปกครอง ไปทําเรื่องสมานฉันท์ เรื่องปรองดอง ถ้ากรมการปกครองยังดูแลเรื่องนี้ไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ โดยตรงเลยครับ ไม่ว่ากํานันหรือผู้ใหญ่บ้านเขาอยู่ในหมู่บ้าน เขาต้องขึ้นตรงในหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน ในตําบลก็มีกํานัน จากกํานันก็มีนายอําเภอดูแล สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเราปล่อยให้ เป็นไปตามกลไกที่กระทรวงมหาดไทยมีอยู่นี่ครับ แล้วเราบริหารให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ กระทรวงมหาดไทยเองก็มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอยู่แล้ว ภารกิจของ กระทรวงมหาดไทยแทบจะครอบจักรวาลอยู่แล้ว แต่ถ้ากรมการปกครองยังไม่ใส่ใจ กรมการปกครองปล่อยให้มีการทําอย่างนี้เกิดขึ้นในทุกภาค ผมคิดว่านี่ไม่ใช่แนวทางในการ ปรองดองอย่างแน่นอน ผมไม่มั่นใจว่ากรรมาธิการได้สอบถามกรมการปกครองไหมครับว่า กรมการปกครองคิดอย่างไรกับการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง หรือหมู่บ้านสีแดงให้เกิดขึ้น ผมคิดว่า ทางที่ดีที่จะสมานฉันท์กันได้เราต้องเลิกพฤติกรรมอย่างนี้ทั้งหมดแล้วมาพูดคุยกันอย่างนี้ มีปัญหาอะไรก็พูดจากัน ความเห็นในทางการเมืองมันต่างกันได้ครับ แล้ววันหนึ่งคนหนึ่ง คิดอีกอย่างหนึ่งไปถึงเวลาหนึ่งเขาอาจจะคิดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ วันหนึ่งเราเคยคิดว่า การพัฒนาประเทศให้ได้มาซึ่งอํานาจรัฐป่าต้องล้อมเมือง วันนี้เราบอกว่าป่าล้อมเมืองไม่ได้ มันต้องเอาชนบทล้อมเมือง มันก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน อันนี้ผมเคารพความเห็น ที่แตกต่างกัน แต่ว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในการที่จะทําให้เกิดหมู่บ้านเสื้อแดง หรือว่าหมู่บ้านสีแดง หรือประชาธิปไตยสีแดง ผมคิดว่ามันยิ่งตอกย้ําความแตกแยกของบ้านเมืองนี้ให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น กรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้บ้างไหมครับว่าท่านจะเอาเงิน ๒๖๗ ล้านบาทไปใช้ ท่านมีมาตรการอย่างไรในการที่จะแก้ไขไม่ให้เกิดหมู่บ้านเสื้อแดง หรือหมู่บ้านสีแดงเกิดขึ้น ในประเทศนี้ อย่างนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการต้องมีคําตอบนะครับ เพราะผมติดใจในประเด็นนี้ที่ต้องขอเวลาท่านประธานพูดในประเด็นนี้ ผมคิดว่าท่านไม่ต้องกังวล ในพื้นที่ภาคใต้ ผมยืนยันกับท่านทั้งหลายได้ กับท่านกรรมาธิการได้ว่าในพื้นที่ภาคใต้ เวลาท่านรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่ไม่มีคนภาคใต้ที่จะไปขับไล่รัฐมนตรี เราให้เกียรติครับ หลังสุด ท่านปลอดประสพไปเยี่ยมเรื่องคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ท่านไล่ไปเรื่อยครับ เห็นบอกผมว่า ท่านไล่มาตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไล่ลงไปถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านไปจังหวัดสงขลา ผมไปต้อนรับท่านครับ ผมไม่ได้พาคนไปไล่ไปอะไรท่านเลย ผมไปรับ ท่านไปทานข้าว ผมก็นั่งทานอยู่กับท่าน แล้วพาไปดูว่าชายหาดสมิหลามันถูกคลื่นกัดเซาะอย่างไร ท่านก็ไปดู ไม่เห็นมีใครต้องไปขับไล่ แต่ว่าเวลาที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอประทานโทษ ต้องเอ่ยชื่อท่าน ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีไปไหนไม่ได้เลยบางพื้นที่ มีคนมาขับไล่ อย่างนี้มันจะไปได้อย่างไรละครับ สมานฉันท์กันอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า ในแผนอันที่ ๑ ของกรมการปกครองท่านได้ซักให้เห็น รายละเอียดอย่างนี้ไหมครับ ท่านได้ซักให้เห็นว่าเอาเงินไป ๒๖๐ กว่าล้านบาท จะทําไม่ให้เกิด พฤติกรรมอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร ท่านได้มีคําตอบอย่างไร เดี๋ยวท่านบอกผมด้วยนะครับ
ประเด็นต่อมา ผมคิดว่าผมมีประเด็นที่จะถามกรรมาธิการอยู่อีกประเด็นหนึ่ง ที่สําคัญก็คือกรมโยธาธิการและผังเมืองเรื่องเมืองชายแดน ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมว่า แผนการพัฒนาเมืองชายแดนกรมโยธาธิการและผังเมืองท่านคิดอย่างไร ท่านเคยที่จะ วางแผนอย่างเป็นระบบไหมครับ ผมไล่ไปตั้งแต่ด่านชายแดนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็แล้วกัน ท่านเริ่มตั้งแต่ด่านที่จังหวัดสตูล ด่านตํามะลัง แล้วก็ด่านวังประจัน ไล่ไปจาก ด่านวังประจันไปด่านปาดังเบซาร์ ไปด่านสะเดา ไปด่านประกอบที่อําเภอนาทวี ไปด่านเบตง ไปด่านบูเก๊ะตาที่จังหวัดนราธิวาส ด่านสุไหงโก-ลก แล้วก็ไปจบที่ด่านตากใบ กรมโยธาธิการ และผังเมืองเคยวางแผนไหมว่าท่านจะพัฒนาเมืองชายแดนอย่างไร ท่านเคยวางผังเมืองไว้ไหมว่า เมืองชายแดนควรเป็นอย่างไร เราเคยมีบทเรียนในการพัฒนาเมืองชายแดนมาแล้ว บัดนี้ ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คืออาจจะด่านที่อําเภอสะเดา หรือที่เรียกกันว่าด่านจังโหลน การปล่อยให้บ้านเมืองมันเติบโตโดยไม่มีการวางผังเมือง วันนี้ความแออัดมันเกิดขึ้นที่ เมืองหน้าด่าน แล้วทําให้นักท่องเที่ยวเวลามาท่องเที่ยวในเทศกาลต่าง ๆ ต้องเข้าคิวกัน ๔-๕ ชั่วโมง ท่านลองคิดดูสิครับ ถ้าเข้าคิวยาวและนานขนาดนี้ใครจะมาเที่ยวเมืองไทย วันนี้ ด่านที่จังหวัดสตูลกรมโยธาธิการและผังเมืองไปวางผังไว้ไหมว่าถ้าวันไหนที่ด่านวังประจัน เกิดขึ้นตรงไหนจะเป็นศูนย์ราชการ ตรงไหนจะเป็นที่ทําการด่าน ซึ่งผมคิดว่าบ้านพักด่านก็ดี บ้านพักเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ไปนั่งประจําอยู่ที่ด่าน หน่วยงานต่าง ๆ มันควรทําอย่างเป็นระบบ ทั้งหมด เราเคยเห็นปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นอย่างน้อยที่สุดที่ด่านประกอบ ประเทศมาเลเซียเขา สร้างด่านเสร็จไปแล้ว ทุกอย่างเสร็จแล้วแต่ฝั่งประเทศไทยยังไม่มีอะไรเสร็จ แล้วยังไม่มี แผนผังหรือว่าผังเมืองที่ชัดเจนเลยว่าจุดไหนจะพัฒนากันอย่างไรในอนาคต อาคารพาณิชย์ อยู่ตรงไหน ศูนย์ราชการหรือว่าสนามกีฬา สวนสาธารณะจะอยู่ตรงไหน ไม่มีครับ นี่คือปัญหาของการพัฒนาเมืองชายแดนที่ผมคิดว่าวันนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ใช้งบประมาณไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านกรรมาธิการได้สอบถามรายละเอียดอย่างนี้ไหมครับ ถ้าเราปล่อยให้การพัฒนาเมืองชายแดนเป็นไปอย่างไร้ทิศทางในปัจจุบันและมีปัญหา และตามแก้ไปเรื่อย ท่านอย่าลืมนะครับ เมืองชายแดนคือเมืองหน้าด่าน แล้วถ้าเราปล่อยให้ มีการพัฒนาเมืองหน้าด่านอย่างไม่มีแนวทางที่ชัดเจนปัญหามันเกิดขึ้น ผมไม่อยากพูดคําว่า ขายหน้าต่างประเทศ เพื่อนบ้านเขาทําอะไรเขาเป็นระบบ ประเทศมาเลเซียทําอะไร เป็นระบบทั้งหมดครับ เขาวางแผนก่อนทั้งหมด แต่ของเราทําไปคิดไป ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้วันนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะที่ดูแลเรื่องผังเมือง ขีดความสามารถจะบอกว่าจะปล่อยให้ท้องถิ่นไปทําหรือจะให้หน่วยงานอื่นไปทําเขาคงทําไม่ได้ เขาไม่มีความรู้ความสามารถด้านการวางผังเมืองเท่ากับกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านกรรมาธิการได้สอบถามสิ่งเหล่านี้บ้างไหมครับว่าเอางบประมาณไปใช้แต่ละปี กรมโยธาธิการและผังเมืองคิดอย่างไรกับเรื่องการพัฒนาเมืองชายแดนเหล่านี้ ท่านอย่าลืมนะครับว่า ด่านชายแดนไม่ว่าที่เบตงก็ดี ที่สุไหงโก-ลกก็ดี ที่ตากใบก็ดี วันนี้เราต้องมีความชัดเจน ในการพัฒนาเมืองชายแดนเหล่านี้ให้เป็นระบบทั้งหมด ผมจึงถือโอกาสนี้ที่จะฟังคําตอบจาก ท่านกรรมาธิการครับว่าท่านได้สอบถามสิ่งเหล่านี้จากกระทรวงมหาดไทยบ้างหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ