สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

มนพร เจริญศรี หารือเรื่องงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบริหารงบประมาณให้ประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระที่สองวงเงินงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท การจัดทำงบประมาณประจำปีนี้จึงเป็นงบประมาณที่ล่าช้าด้วยเหตุผลทางการเมืองค่ะ เพราะเมื่อมีการยุบสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม แล้วก็มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกว่าจะได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้เอาในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ก็เกือบจะปลายปีงบประมาณ ๒๕๕๔ แล้วค่ะ ดิฉันมีมุมมองในฐานะ ส.ส. ซีกฝ่ายรัฐบาล หรือมองต่างมุมจากสมาชิกท่านอื่น ๆ ว่างบประมาณจริง ๆ แล้วงบประมาณ ดังกล่าวได้ออกแบบมาเพื่อใช้เวลาในการบริหารงบประมาณดังกล่าวภายใน ๑๒ เดือน แต่เมื่อขั้นตอนการพิจารณาได้ผ่านกระบวนการพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม ไปจนถึงวุฒิสภา กว่าจะได้ใช้งบประมาณจริง ๆ ก็น่าจะประมาณเดือนกุมภาพันธ์ นั่นก็คือเข้าไปในไตรมาส ที่ ๒ ของปีงบประมาณ เท่ากับว่ารัฐบาลจะได้ใช้เงินงบประมาณได้จริง ๆ เพียงแค่ ๘ เดือน จากระยะเวลาที่เหลือน้อยและงบประมาณที่มีจำนวนมาก ดิฉันมองว่าถ้าเอางบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หารด้วย ๘ เดือน ก็จะเฉลี่ยใช้เดือนละ ๒๙,๗๕๐ ล้านบาท เมื่องบประมาณมีข้อจำกัดในเงื่อนเวลาดังกล่าวก็จะเกิดผลในเชิงบวกค่ะท่านประธาน เพราะการบริหารงบประมาณก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการที่จะทำให้เม็ดเงินนั้น ไหลออกมากระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศ ซึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นก็จะเป็นตัวกระตุ้น ในภาครัฐและภาคเอกชน เช่น เมื่อมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างก็จะมีการสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ การก่อสร้าง กลุ่มอุตสาหกรรมก็จะมีผลผลิตออกสู่ภาคการตลาด การก่อสร้างในโครงการ ขนาดเล็กไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ เกิดการจ้างงานในภาคประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ประกอบกับโครงการนโยบายรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนพัฒนาสตรี กองทุนตั้งตัวได้ โครงการพักหนี้เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ที่ราษฎรได้ลงทะเบียนไว้กับภาครัฐ ก็จะเป็นแรงอัดฉีดอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจ มีการขยายตัว ให้ประเทศไทยมีความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต ขณะเดียวกันผลของการใช้เงิน งบประมาณในระยะสั้นเช่นนี้ ก็จะเกิดให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่หลาย ๆ ท่านได้เคยบอก ในสภาแห่งนี้ว่าหลังจากเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมแล้วนิคมอุตสาหกรรมหลาย ๆ แห่ง นักลงทุนก็ตาม โรงงานอุตสาหกรรมก็ตาม ล้วนสิ่งเหล่านี้จะหันหัวไปลงทุนประเทศ เวียดนามบ้าง หรือย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ไปประเทศกัมพูชา หรือประเทศ เพื่อนบ้านบ้าง ถ้าเรามองลึกลงไปในรายละเอียดนะคะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไข ของกฎหมายที่เปิดช่องการลงทุนอย่างเสรี การมีฝีมือของลูกจ้าง ความซื่อสัตย์ ความขยัน อดทน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชาติอื่นไม่มี แต่พี่น้องประชาชนคนไทยลูกจ้างของคนไทยมีค่ะ นี่ก็ยังเป็นเสน่ห์ อีกหนึ่งที่ยังสามารถดึงดูดนักลงทุนในต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อไปค่ะ ท่านประธานคะสิ่งสำคัญของประเทศไทยขณะนี้ ก็คือประเทศของเราอยู่ในภาวะของ ความบกพร่องของการขาดความเชื่อมั่นหรือความเชื่อมั่นถูกถดถอยลง เม็ดเงินทั้งหมดนี้ล่ะค่ะ จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ ดิฉันต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการ งบประมาณทุก ๆ ท่านที่ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์ในชั้นของกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติในการตัดลดงบประมาณในมาตรา ๔ ไว้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะดิฉันมองว่าระยะเวลาเพียงแค่ ๘ เดือนจะไม่สามารถใช้เงินให้เกิด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติได้ตามที่บรรจุไว้ในแผนงานได้ทั้งหมดค่ะ ดิฉันอยากจะเสนอแนะด้วยความเป็นธรรมต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรีที่ต้องบริหารเงินงบประมาณก้อนนี้ ดิฉันเข้าใจว่าระบบราชการที่ประกอบไปด้วย ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ และองค์กรอิสระ ทุก ๆ หน่วยงานที่มีการถ่วงดุล อำนาจซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ วันนี้ รัฐบาลทำงบประมาณเข้ามาเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็มีคณะกรรมาธิการ งบประมาณได้คัดกรองและตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งแล้ว ก่อนจะนำมาพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามนอกจากนั้นยังมีคณะกรรมาธิการอีก ๓๕ คณะ ได้ติดตามและตรวจสอบ เมื่อทุกฝ่าย ได้ตรวจสอบซึ่งกันและกันแล้วพบว่ามีการทุจริตในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ก็ยังมีองค์กรอิสระ หรือศาลจะเป็นผู้ตัดสินภายใต้กรอบของกฎหมาย นี่คือความสวยสดงดงามของระบอบ ประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธานขอบคุณค่ะ