สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

อภิรักษ์ โกษะโยธิน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้จัดสรรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ได้แถลงไว้กับรัฐสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการส่งเสริมผลิตผลทางการเกษตร และเรียกร้องให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรและลดผลกระทบจากน้ำท่วม

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายในมาตรา ๑๖ ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอยากกราบเรียนท่านประธานว่า การจัดสรรงบประมาณในปีนี้ไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาในเรื่องของผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้มีการกําหนดเป้าหมายที่สําคัญในเรื่องของการที่จะต้อง ผลักดันในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจการค้าให้กับประเทศ แล้วก็ที่ สําคัญก็คือพิทักษ์ในเรื่องของการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ นโยบาย ที่ทางรัฐบาลได้แถลงไว้ในบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ก็คือในเรื่องของการที่จะส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ การนําประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ว่า งบประมาณที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรในปีนี้ก็คือประมาณ ๖,๙๙๕ ล้านบาท ผมขอสงวนคําแปรญัตติที่จะตัดที่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ได้เสนอที่จะต้องตัด ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ก็คือว่าในหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ผมได้แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ด้วยกัน

กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มที่จะดูแลในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องทางด้านสินค้าเกษตร การเพิ่มมูลค่า รวมถึงในเรื่องของการเสริม ธุรกิจของคนไทย รวมกันทั้งในส่วนของกรมการค้าภายใน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทั้งหมดประมาณ ๒,๑๓๘ ล้านบาท

ส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของบทบาทการส่งเสริมการส่งออก การพัฒนา เจรจาการค้าและการนําประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมกันประมาณ ๓,๒๓๓ ล้านบาท

แล้วก็สุดท้ายก็คือในส่วนของสํานักปลัดอีกประมาณ ๑,๒๒๔ ล้านบาท แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าในงบประมาณทั้งหมดที่รวมกันจะเป็นงบดําเนินการและงบลงทุน อยู่ถึงประมาณ ๒,๖๑๔ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่างบในส่วนนี้ไม่ได้ จัดสรรเพื่อที่จะส่งเสริมในเรื่องของการผลักดัน ในเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่จะช่วยทําให้ พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลในเรื่องของรายได้

ประเด็นที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าการใช้งบประมาณจะมีระยะเวลาเหลือแค่ ๘ เดือน แล้วที่สําคัญก็คือว่าถ้าเราดูรอบของปัญหาอุทกภัย อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น แล้วส่วนหนึ่ง ก็มาจากในส่วนของพายุดีเปรสชัน (Depression) ซึ่งก็เหลือระยะเวลาอีกเพียงประมาณแค่ ๕ เดือน มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ก็จะเห็นชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมีการตั้ง คณะกรรมการ กยน. หรือ กยอ. ก็ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนที่จะมีแผนในเรื่องของการสร้าง ความมั่นใจในเรื่องของการลดผลกระทบจากน้ําท่วมซึ่งอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๕๕

ประเด็นที่สําคัญที่ผมอยากชี้ในเรื่องของงบประมาณที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ จัดสรรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ได้แถลงไว้กับรัฐสภาแห่งนี้ ก็คืองบประมาณที่จะส่งเสริม ในเรื่องของสินค้าเกษตร เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายถึงนโยบายในเรื่องของ การรับจํานําข้าวแล้วก็สินค้าเกษตรต่าง ๆ ก็จะพบว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดสรร งบประมาณที่น้อยมากในเรื่องของการที่จะส่งเสริม ในเรื่องของการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพ มาตรฐานของสินค้าเกษตร ผมยกตัวอย่างก็คือว่ามีการจัดสรรงบประมาณในเรื่องของ การเพิ่มศักยภาพคุณภาพมาตรฐานของการผลิตข้าวเพียงแค่ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณทั้งหมด ๖,๙๙๕ ล้านบาท

] จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของเกษตรกรในเรื่องผลิตผล ทางด้านการเกษตร คือข้าวโพด มันสําปะหลัง และผลไม้ต่าง ๆ แค่ประมาณ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณทั้งหมด ๖,๙๐๐ กว่าล้านบาท จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการที่จะ ส่งเสริมขยายตลาดไข่ไก่อยู่ที่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แปลว่ารัฐบาลนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรุณานั่งฟังอยู่ตรงนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญก็คือว่ากระทรวงพาณิชย์ของท่านไม่ได้จัดสรร งบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ท่านแถลงนโยบายไว้ว่าจะส่งเสริมในเรื่องของ คุณภาพมาตรฐานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางด้านการเกษตร

และที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการผลักดันประเทศไทยให้เป็น ครัวโลก ท่านทราบดีว่าอาหารไทยผลิตผลทางด้านการเกษตรของไทยส่งออกไปในตลาดโลก แล้วก็เป็นที่รู้จัก แต่ว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้จัดสรรงบประมาณที่จะส่งเสริมในเรื่องของ การที่จะผลักดันคุณภาพมาตรฐานอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็น สินค้าที่เป็น สินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ซึ่งก็ถือว่าเป็นแนวโน้มใหม่ ในตลาดโลก ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรงบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ท่านจัดสรรในส่วนของสินค้าเกษตรอื่น ๆ ก็ถือว่าเยอะ แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถือว่าน้อยมาก อันนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับแนวนโยบายที่ได้แถลงไว้

ในส่วนที่ ๒ ที่มีความสําคัญ ก็คือว่าท่านได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า ท่านจะส่งเสริมในเรื่องของการสร้างตราสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม การผลักดันให้อาหารไทย เป็นที่รู้จัก แต่ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนของการสร้างตราสินค้า ให้กับผลิตภัณฑ์ของไทยอยู่เพียงแค่ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจัดสรรงบประมาณในเรื่องของการส่งเสริมการสร้างธุรกิจ ที่เรียกกันว่าธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) เหมือนที่เราเห็นธุรกิจอาหารแฟรนไชส์ จากต่างประเทศที่แพร่หลายไปทั่วโลก หรือเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นในประเทศไทย ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนาม เช่น แฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) แมคโดนัลด์ (McDonald’s) แฟรนไชส์ของเคเอฟซี (KFC) แต่เวลาเราพูดถึงการผลักดันครัวไทยไปสู่ครัวโลก เรามีร้านอาหารไทยที่กระจายไปอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก และสามารถที่จะเป็นจุดที่จะ เผยแพร่ในเรื่องของการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของคนไทย แต่ว่าท่านจัดสรรงบประมาณในเรื่อง ของการส่งเสริมการจัดจําหน่ายในเรื่องของแฟรนไชส์อยู่ที่แค่ ๒๐ ล้านบาทจากงบประมาณ ทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของงบประมาณที่ท่านจัดสรรไว้น้อยมาก ซึ่งก็สะท้อนว่าไม่สามารถที่จะทําให้เราประสบความสําเร็จในการที่จะผลักดันสินค้าเกษตร และสินค้าอาหารไทย

ผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสําคัญ ก็คือในเรื่องของปัญหาปากท้อง สินค้า อุปโภค บริโภค สิ่งที่ผมต้องฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไว้ ก็คือว่าในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาเราประสบปัญหาสินค้าขาดแคลนในช่วงน้ําท่วมหนัก รัฐบาลจําเป็นต้องนําเข้าสินค้าบางอย่าง เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ได้อภิปรายในเรื่องของ การนําเข้าน้ํา แต่ประเด็นสําคัญที่ท่านทราบดีก็คือว่าเวลาเกิดปัญหาน้ําท่วมจะเกิดปัญหา ในเรื่องของการขนส่ง ในเรื่องของโลจิสติกส์ หลายโรงงานอาจจะยังผลิตได้แต่ไม่สามารถ ส่งสินค้าไปที่ดีซี (DC) ส่งสินค้าไปที่ร้านขายปลีกได้ พี่น้องประชาชนตื่นตระหนก ก็มีการกักตุนสินค้า ผมกราบเรียนถามท่านว่าตอนนี้ท่านได้มีมาตรการในการที่จะ สรุปบทเรียนที่เกิดขึ้นจากคราวที่แล้ว ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการ ได้มีการสํารวจ เส้นทางที่เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ําท่วม ที่ทําให้เกิดผลกระทบในเรื่องของการจัดส่งสินค้าไว้ อย่างไรบ้าง เหลือระยะเวลาอีกเพียง ๕-๖ เดือน ถ้ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการแบบนี้ ปัญหาสินค้าขาดแคลน ปัญหาที่จะกระทบถึงสินค้าราคาสูงในเรื่องของปัญหาปากท้อง ก็จะเกิดขึ้นอีก

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าการจัดสรรงบประมาณกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ก็คืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของอุตสาหกรรมที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๗ แห่ง รวมถึงในส่วนที่เป็นซัพพลาย เชน (Supply Chain) ทั้งหมด ก็คืออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์ส่วนประกอบแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมที่ผ่านมา รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ ๓,๐๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าส่งออก คิดเป็นเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทั้งหมด ผมกราบเรียนถามว่าท่านได้จัดสรรงบประมาณ ในงบประมาณทั้งหมดของกระทรวงพาณิชย์ได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้อย่างไรบ้าง ผมเปิดดูในเอกสารงบประมาณทั้งหมดที่ท่านได้แถลงไว้ กับเอกสารที่ได้มีการปรับปรุง งบประมาณไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมทั้ง ๓ ประเภท ซึ่งรวมกันแล้วเกือบประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับผลกระทบในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา อีกส่วนหนึ่งที่มีความสําคัญที่ท่านได้แถลงไว้ก็คือแนวนโยบายในเรื่องของการส่งเสริม ในเรื่องของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องที่เราสามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเรื่องของ ภูมิปัญญาไทยในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดีหรือแม้แต่รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงต่อสภา ผมมานั่งดูใน รายละเอียดของงบประมาณที่ท่านจัดสรรไว้มีการจัดสรรงบประมาณในเรื่องของการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหนัง สินค้าแฟชั่นรวมกันอยู่ที่งบประมาณไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ท่านจัดสรรงบประมาณ ผมคิดว่าอาจจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่อยากฝากให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ดูเป็นตัวอย่างก็คืองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันส่งเสริม ในเรื่องของอัญมณีหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจิวเวลรี่ได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ ๑๒๖ ล้านบาท ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าของอุตสาหกรรมประเภทนี้ก็คืออัญมณี และเครื่องประดับ ๓๕๕,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็จะเป็นการสะท้อนถึงตัวอย่างในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณซึ่งผมคิดว่าจะมีความสําคัญที่จะทําให้เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงแนวนโยบายที่จัดลําดับความสําคัญ ก็อยากกราบเรียนผ่าน ท่านกรรมาธิการถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านจะได้ มีการปรับปรุงจากงบประมาณที่ผมเสนอตัด ๑๘ เปอร์เซ็นต์แล้วมาจัดสรรให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วแนวนโยบายที่ท่านแถลงไว้ก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นักธุรกิจและประเทศไทยต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ