สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ชื่นชอบ คงอุดม หารือเรื่องการปรับลดที่ 15% งบประมาณกระทรวงพาณิชย์ และเรียกร้องการปรับลดเพิ่มเติม เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลในการจัดการปัญหาน้ำท่วม และรู้สึกว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายชื่นชอบ คงอุดม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เราอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระที่ ๒ ซึ่งผมก็ได้ขอสงวนคําแปรญัตติปรับลดที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็ได้ขอไปทั้งหมด ๖,๙๙๕ ล้านบาทเศษ ซึ่งทางกรรมาธิการเองก็ได้มีการปรับลดแล้วเป็นบางส่วน ก็คือลงไปอยู่ที่ ๖,๕๙๒ ล้านบาทเศษ ส่วนในกรมการค้าภายในซึ่งเดิมได้ขอไป ๑,๒๓๘ ล้านบาทเศษ ก็ได้ลดลงไปเหลือ ๑,๑๓๕ ล้านบาทเศษ ซึ่งก็เป็นการปรับลด ซึ่งก็ดี ซึ่งจริง ๆ ผมก็ยังต้องขอ ปรับลดเพิ่มเพราะผมจะให้เหตุผลท่านประธานดังต่อไปนี้นะครับ

เหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่า จริง ๆ อาจจะเป็นเหตุผลเดียวที่ผมคิดว่าสําคัญที่สุด ก็คือการที่กระทรวงพาณิชย์เองไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในหลาย ๆ อย่างที่ผมเชื่อว่า เป็นประโยชน์มีประสิทธิภาพทําให้ผมไม่มั่นใจว่างบประมาณส่วนนี้จะทํางานได้อย่างดีให้กับ พี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี และท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการนะครับ ในช่วงวิกฤตการณ์น้ําท่วมท่านอาจจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ในตําแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าท่านทําอย่างนั้นจริง ผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดปัญหาขึ้นมา การขาดแคลนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นน้ําดื่ม ทราย รองเท้าบู๊ท ไข่ไก่ มาม่า ซึ่งผมว่าลิสต์ (List) มันยาวมากนะครับ ตรงนี้ผมว่าท่านคงจะจัดการ เป็นอย่างดี แต่เราก็ได้เห็นว่าทรายราคาขึ้นไปถึง ๕๐-๖๐ บาท ไข่ไก่ไม่ต้องพูดหาไม่ได้ น้ําดื่มต้องนําเข้า ซึ่งตรงนี้เองผมก็คิดว่าสิ่งที่ท่านได้ทําไปได้เกิดการประกาศเป็นสินค้า ควบคุมขึ้นมาแต่ก็ไม่ทันการณ์เพราะว่าหมดไปแล้วของทุกอย่าง ก่อนที่ท่านจะประกาศหมดไป ๒-๓ อาทิตย์แล้ว ท่านประกาศเสร็จไม่มีอะไรให้ควบคุมนะครับ ผมคิดว่านี่คือเป็นส่วนที่ผม ไม่ไว้วางใจไม่มั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์ทํางานอย่างดี กรมการค้าภายในทํางานอย่างเต็มที่ ผมยกตัวอย่างนะครับ ในส่วนที่ผมคิดว่าผมอยากจะถามทางกรรมาธิการโดยเฉพาะ ท่านประธานกรรมาธิการในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยากถามท่านว่า ท่านได้ดูตรงนี้อย่างไรแล้วท่านได้ช่วยตอบด้วยนะครับว่าสิ่งที่ท่านทํา ถ้าท่านตอบว่าท่านทําอย่างดีแล้วนะครับ ผมก็อยากถามกลับไปครับว่าแล้วมันเกิดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ เพราะว่าผมเห็นสิ่งที่รัฐบาล จริง ๆ แล้วมีมากคือรีซอร์ส (Resource) ต่าง ๆ ทรัพยากรต่าง ๆ มีมากมายนะครับ อย่างพรรคของพวกผม พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้วเป็นพรรคฝ่ายค้าน เราก็พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไข ปัญหาน้ําท่วม ช่วยพี่น้องประชาชนที่ได้รับปัญหาประสบอุทกภัยน้ําท่วมนะครับ ซึ่งเรามี โครงการก็คือโครงการล้านน้ําขวด ล้านน้ําใจนะครับ ล้านน้ําขวด ล้านน้ําใจ ก็ให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ก็ได้รับการบริจาคน้ําจากพรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดแพร่นะครับ ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าเรามีทรัพยากรที่จํากัดกว่าท่านเยอะ แต่เราก็สามารถทําได้นะครับ ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ ท่านมีทุกอย่างอยู่ในมือ ทําไมท่านถึงทําให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างนี้ละครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันไปหมดนะครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวลนะครับ ส่วนหนึ่งที่ผม เชื่อว่าเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนก็คือดัชนีความเชื่อมั่น วัดจากผลสํารวจ ๓,๒๕๐ คน ในช่วงของ การสํารวจก็คือให้คะแนน ๐ ถึง ๑๐๐ ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกับประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปี ๒๕๕๔ ดัชนีจะอยู่ที่ ๑๘.๕ ก็ดีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมขึ้นมาอยู่ที่ ๒๑.๔ นะครับ แต่สุดท้ายในรอบ ๔ เดือน ที่เราเกิดวิกฤตการณ์น้ําท่วมนะครับ ก็ต่ํากว่า ๕๐ ตรงนี้ก็เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนนะครับว่า มีปัญหาจริง ๆ กับความเชื่อมั่นในการจัดการปัญหาของรัฐบาล ตรงนี้นะครับ ผมก็อยากฝาก ท่านไว้นะครับว่าในทัศนคติของทางฝ่ายรัฐบาลเองนะครับ ผมก็อยากจะถามนะครับ พอดีว่า วันแรกที่เรามีการอภิปรายในวาระที่ ๒ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ได้พูดถึงปัญหาน้ําท่วม ที่ผ่านมานะครับ ก็เป็นทางซีกของรัฐบาลนะครับ ซีกของท่านนะครับ ก็ได้บอกว่าทางฝ่ายค้าน มีอคติแล้วก็วิสัยทัศน์แคบ มองว่าปัญหาน้ําท่วมครั้งนี้เป็นหายนะ จริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านบอกว่าไม่หายนะ แล้วเมื่อไรหายนะครับท่าน ในเมื่อเราสูญเสียตัวเลข ทางเศรษฐกิจไปร่วม ๑.๔ ล้านล้านบาท พี่น้องประชาชนตายไปร่วม ๗๐๐ คน ตรงนี้ถ้าท่าน บอกว่ายังไม่หายนะ แล้วเมื่อไรคือหายนะนะครับ ตรงนี้ผมก็อยากฝากท่านไว้นะครับว่า การที่คิดแบบนี้ การที่มีความรู้สึกว่าไม่มีปัญหาแบบนี้ ผมว่าแก้ปัญหาไม่ได้นะครับ ท่านต้อง ลองปรับทัศนคติของพวกท่านใหม่นะครับ ผมเชื่อว่าตรงนี้ถ้าเผื่อท่านปรับได้ก็อาจจะแก้ได้ นะครับ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลเลี้ยงดูประชาชนแบบนี้ แบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet) ให้หากินเอาเอง ให้ช่วยเหลือตัวเอง ผมก็คิดว่าจริง ๆ แล้วท่านก็ไม่จําเป็นต้องเอา เงินงบประมาณไปทําอะไรหรอกครับ เพราะว่าท่านไม่ได้ทําอะไรเลยนะครับ ตรงนี้ผมอยากให้ท่าน ลองคิดดูให้ดี ถ้าท่านปล่อยทุกอย่างให้ปัญหาจบไปตามธรรมชาติ ผมก็จําเป็นต้องขอปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ เป็นการคาดโทษพวกท่านไว้นะครับกับผลงานที่ท่านทําขึ้นมา นะครับ ขอบคุณครับ